(Gintama) After marriage (Okita x Kagura)

ตอนที่ 11 : ตอนพิเศษ คุณพ่อมือใหม่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 536
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 30 ครั้ง
    18 พ.ค. 61




ค่ำคืนหนึ่ง ณ โอเอโดะทาวเวอร์

          เกี้ยวของสำนักงานตำรวจสืบสวนคดีพิเศษกว่า 6 คันวิ่งมาหยุดอยู่ด้านหน้าของตึกที่สูงกว่า 10 ชั้น ร่างสูงของชายหนุ่มผู้สวมหน้ากากภูติมาโยลงมายืนอยู่ข้างๆเกี้ยวตามด้วยอีกด้านของเกี้ยวคือร่างของชายหนุ่มผมยาวสีน้ำตาลอ่อนผู้สวมหน้ากากสุนัขซาดาฮา รุจากนั้นก็มีชายสวมหน้ากากอีกหลายๆคนลงมาออกันหน้าทางเข้าตึก สร้างความหวาดหวั่นให้กับผู้คนที่อยู่อีกฟากฝั่งของประตูกระจกด้านในตึกอย่างมาก

          “อ้าว อ้าว ดูเหมือนว่าเราจะกะเวลาผิดนะครับมาโยรินคนยังอยู่กันเต็มเลย”





          เสียงจากหนุ่มสวมหน้ากากซาดาฮารุทักผู้สวมหน้ากากภูติมาโยขณะกำลังเดินมายืนข้างๆกัน

          “แล้วใครมันเป็นคนบอกให้บุกกันเลยล่ะฟะไคเซอร์” มาโยรินย้อนคนที่โยนปัญหามาให้เขาอย่างไม่สบอารมณ์นัก “กลับบ้านผิดเวลาแล้วกลัวเมียจะโกรธอย่างแกน่ะเร่งให้มาบุกจับผู้ร้ายค้ายาเสพติดเองไม่ใช่รึไง”

          “ใครว่าผมกลัวเมียล่ะครับแค่เกรงใจจนไม่กล้านอกลู่นอกทางต่างหาก”

          ไคเซอร์แย้งจนหน้ากากอันปันแมนต้องเตือนสติทั้งสองคนให้เลิกกัดกันชั่วคราว

          “จะยังไงก็ช่างเถอะครับ มาโยริน ไคเซอร์ ตกลงว่าพวกเราจะบุกเข้าไปเลยไหม ผมจะได้ไปยื่นหมายค้นให้พนักงานดู”

          “เอาไงก็เอาเถอะว่ะ ป่านนี้คงมีใครวิ่งไปบอกแล้วเผ่นตูดแล่บไปแล้วล่ะมั้ง”

          มาโยรินพูดอย่างหัวเสียแล้วเดินนำทุกคนเข้าไปในตัวตึก

          หน้ากากอันปังยื่นหมายค้นให้กับพนักงานต้อนรับเมื่อเข้ามาด้านในเรียบร้อยแล้วทำให้พนักงานรวมถึงผู้คนที่อยู่รอบๆพากันหลบฉากจับกลุ่มซุบซิบนินทาถึงขบวนการหน้ากากหลากแบบ

          “เอายังไงดีครับมาโยรินท่าทางฝั่งโน้นจะรู้ตัวแล้วจริงๆ”

          อันปังแมนหันไปถามหัวหน้า แต่ยังไม่ทันจะได้คำตอบไคเซอร์หยิบบาซูก้าที่ไม่มีใครรู้ว่าพกขึ้นมาเมื่อไรยิงใส่ประตูห้องพักเป็นผลทำให้ประตูหลุดแตกกระเด็นเละไม่เป็นท่า

          “เจ้าบ้าไคเซอร์!! ใครบอกให้แกยิงฟะ!”

          มาโยรินโวยวายกับคนที่ทำในสิ่งที่เขาไม่ได้สั่งแต่ทว่าไคเซอร์หาสนใจไม่

          “ก็เห็นมาโยรินนิ่งไปผมเลยนึกว่าให้จัดการแทนน่ะครับ”

          “อ๊ะ! มันจะโรยตัวหนีออกทางหน้าต่างแล้วครับ”

          หน้ากากเสือชี้ไปยังโอซากิที่ลูกน้องพากันหนีตายช่วยเหลือลูกพี่กันจ้าละหวั่น ตำรวจฯทุกคนจึงรีบลงมือเข้าจับกุมพวกลูกน้องกับพันธมิตรที่เหลือ

          “บ้าชะมัดเลยปล่อยให้หนีไปได้อีกแล้ว”

          มาโยรินพึมพำเมื่อพ่อค้ารายใหญ่อย่างโอซากิหนีรอดไปได้ จากนั้นก็รีบพาพวกคนที่พวกเขาจับกุมตัวได้ไปยังห้องขังชั่วคราวของสำนักงานของพวกตน



          กว่าจะเคลียร์เรื่องทุกอย่างลงตัวก็ปาไปจนดึกดื่น โซโกะเหลือบมองนาฬิกาข้อมือแล้วรีบสาวเท้าเร็วๆเพื่อจะกลับไปหาภรรยาสุดที่รักซึ่งป่านนี้คงจะชะเง้อคอรอเขาไม่ยอมหลับยอมนอนเป็นแน่แท้  หากไม่ใช่เพราะงานโซโกะเองก็ไม่อยากอยู่ห่างจากเธอแม้สักวินาที

          เสียงเปิดประตูค่อยๆดังขึ้นอย่างระมัดระวัง ไฟในบ้านถูกเปิดเหลือเพียงแค่ดวงเดียวที่ห้องรับแขกเท่านั้น โซโกะก้าวเท้าเข้ามาด้านในแล้วถอนหายใจอย่างผิดหวังเล็กน้อยที่สาวเจ้าไม่ยอมรอเขาอย่างที่คิดไว้ ชายหนุ่มถอดเสื้อนอกออกแขวนไว้ข้างผนังห้องอย่างเบามือเพราะกลัวภรรยาตื่น แล้วนั่งลงทานอาหารที่เย็นชืดที่ถูกวางไว้บนโต๊ะตั้งแต่หัวค่ำเงียบๆคนเดียว แต่เพียงสักพักโซโกะก็ได้ยินเสียงกุกกักมาจากห้องนอนก่อนจะหันไปเห็นว่าคางุระกำลังเดินออกมา

          “อั๊วยังไม่ได้อุ่นให้เลยน่อ” คางุระขยี้ตาอย่างงัวเงียแล้วเดินไปเอาน้ำมาให้สามี “วันนี้เป็นไงบ้างล่ะน่อ”

          “ผู้ต้องหาหนีไปได้น่ะคงต้องเหนื่อยกันอีกสักพัก” โซโกะที่รับแก้วน้ำมาตอบคำถามภรรยาแล้วถามถึงเธอบ้าง “แล้วหล่อนน่ะเป็นยังไงบ้างโซราคุกวนบ่อยไหม”

          “ก็มีงอแงตามประสาเด็กอ่ะน่อ แต่ก็ไม่เท่าไรหรอกเพิ่งได้เดือนกว่าๆก็มีแค่กินนมกับเปลี่ยนผ้าอ้อม เดี๋ยวก็ได้เวลาปลุกให้นมแล้วอ่ะน่อ เดี๋ยวอั๊วไปเตรียมน้ำให้ลื้ออาบใหม่ก่อนเจี๊ยะข้าวไปเรื่อยๆก่อนน่อ”

          คางุระบอกแล้วเดินหายไปในห้องน้ำ โซโกะมองภรรยาที่ทำหน้าที่สมกับเป็นภรรยาได้อย่างแปลกใจ ตั้งแต่คลอดลูกคนแรกมาได้เดือนเศษดูเหมือนคางุระจะโตเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นจนเขาตามไม่ทัน จากเคยนอนตื่นสายโด่งก็เปลี่ยนเป็นมาตื่นเช้าตรู่ แต่นี่ก็คงเป็นสัญชาตญาณของความเป็นแม่ที่เขายังคงไม่เข้าใจและต้องเรียนรู้อีกมาก

          หลังจากทานอาหารเสร็จโซโกะก็เข้าไปอาบน้ำตามที่คางุระได้เตรียมน้ำอุ่นไว้ให้เพื่อผ่อนคลายร่างกายที่ล้าจากการทำงานมาทั้งวัน หลังจากทำธุระส่วนตัวเสร็จหมดทุกอย่างโซโกะจึงเข้ามาในห้องนอนซึ่งบัดนี้คางุระกำลังให้นมกับลูกชายวัยเดือนเศษอยู่ ชายหนุ่มค่อยๆนั่งลงตรงด้านหลังของภรรยาแล้วใช้คางเกยไหล่บางเพื่อจะกอดคางุระและดูโซราคุกินนมไปด้วย

          “โตเร็วๆนะโซคุงพ่อให้ยืมแค่ชั่วคราวเท่านั้นนะ”

          โซโกะบอกแล้วลูบหัวลูกชายอย่างเอ็นดู จากนั้นก็พยายามลูบแบบนั้นอยู่เป็นนาทีเพื่อให้ปอยผมสีส้มอมชมพูที่ตั้งขึ้นท้าแรงโน้มถ่วงของลูกชายเรียบสลวยเหมือนกับส่วนอื่นๆของเส้นผม แต่ทว่าปอยผมนั้นยังคงตั้งขึ้นอยู่เช่นเดิม

          “อย่าฝืนเลยน่อ ผมของโซราคุคงเหมือนกับอาเฮียนั่นแหละน่อ”

          คางุระพูดถึงคามุอิเพราะลูกชายของเธอกับโซโกะมีทรงผมคล้ายลักษณะกับพี่ชายอย่างมาก นอกจากนี้โครงหน้าก็ยังคล้ายกันอีกจนบางครั้งโซโกะยังบ่นเพราะเขาตั้งใจอยากมีลูกสาวคล้ายกับคางุระ แต่เมื่อมีลูกชายก็อยากให้คล้ายตัวเองมากกว่า

          “ดูสิอุตส่าห์ตั้งใจปั้นแต่งออกมากลับได้แค่ตาของฉันไป”

          โซโกะพึมพำเบาๆเมื่อลูกชายกินนมเสร็จแล้วอาสาจับลูกอุ้มเรอเอง คางุระมองสามีที่อ่อนโยนขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัวด้วยความรัก ถึงแม้เขาจะไม่มีเวลาว่างให้เธอแต่เพียงขอให้ได้เป็นเช่นนี้ทุกวันคางุระก็สุขใจจนเอ่อล้น

          “เอิ๊ก”

          เสียงเรอเล็กๆของโซราคุดังขึ้นสร้างความหัวเราะให้กับผู้เป็นพ่อและแม่ โซโกะวางลูกน้อยลงบนฟูกนอนสำหรับเด็กทารกอย่างเบามือแล้วกล่อมลูกชายจนนอนหลับปุ๋ยไป เหลือเพียงแต่เขากับคางุระที่จ้องหน้ากันอยู่

          “ลูกหลับคราวนี้ก็ถึงเวลาของพ่อกับแม่แล้วสินะ”

          “เอ่อ ลื้อกลับมาเหนื่อยๆก็นอนเถอะน่อ อั๊วเองก็เพลียเหมือนกันราตรีสวัสดิ์น่อ”

          คางุระตัดบทหนีเรื่องที่กำลังจะเกิดขึ้นเมื่อโซโกะลุกขึ้นมานั่งชิด แต่ชายหนุ่มไม่ยอมง่ายๆเขารวบตัวเธอมาอยู่ในอ้อมแขนแล้วหอมแก้มนวลให้ชื่นใจฟอดใหญ่

          “ก็สัญญาว่าจะเป็นวันนี้นี่อย่ามาทำเป็นเมินนะ”

          “อั๊วไม่ได้เมินสักหน่อยน่อ” คางุระแก้ตัว “เพียงแต่อั๊วเหนื่อยจริงๆน่อ”

          “อือรู้แล้ว” โซโกะพึมพำในลำคอขณะซุกไซ้ภรรยา “ปล่อยเป็นหน้าที่ฉันเถอะ”

          “แต่โซโกะอั๊วอายลูกน่อเจ้าบ้านี่”

          “โซคุงหลับอยู่ไม่รู้เรื่อง แถมตอนนี้ก็ยังพูดไม่ได้คงไปเล่าให้ใครฟังเรื่องคืนนี้ไม่ได้หรอก”

          โซโกะบอกแล้วยิ้มหวานให้ก่อนจะจุมพิตริมฝีปากบางเพื่อไม่ให้เธอเถียงหรือหาข้อต่อรองได้อีก คางุระหลับตาลงอย่างอ่อนใจเมื่อเจ้าสามีบ้าที่แสนกวนใจมาออดอ้อนผิดนิสัยกับเวลาปกติแล้วเอนตัวนอนลงบนที่นอนตามแรงกดของคนเอาแต่ใจ ปล่อยให้โซโกะทำตามใจอย่างที่ต้องการ



          “นอนไม่พอหรือคางุระจัง?”

          ชินปาจิเอ่ยทักคางุระเมื่อเห็นหญิงสาวหาวปากกว้างหลังจากที่เขากับกินโทกิมาเยี่ยมหาโซราคุก่อนจะพากันไปทำงาน ส่วนกินโทกิทำหน้าทำตาหยอกล้อกับเด็กน้อยอยู่ห่างๆอย่างอารมณ์ดี

          “พักนี้โซราคุเริ่มร้องบ่อยขึ้นอ่ะน่อ อั๊วคิดว่าอั๊วจะเลี้ยงลูกได้สบายๆเพราะเคยเลี้ยงฮิเมะจังมาแล้ว แต่มันไม่ใช่เลยน่อ”

          คางุระตอบแล้วหาวต่อก่อนจะเดินไปทิ้งตัวลงนอนข้างๆลูกชายที่ถูกกินโทกิหยอกล้ออยู่

          “นี่ลูกยังไม่นอนเลยหล่อนจะนอนก่อนลูกเลยรึไง”

          กินโทกิทักคนตาปรือเตรียมหลับได้ทุกวินาที แต่หญิงสาวไม่ได้ตอบโต้อะไรเพราะเปลือกตาหนักเสียจนลืมไม่ขึ้น

          “แง้!!!”

          จู่ๆโซราคุก็ร้องลั่นทำให้กินโทกิรีบอุ้มเด็กน้อยขึ้นมาปลอบเมื่อเห็นว่าคางุระขยับตัวลุกขึ้นเพื่อจะมาอุ้มลูกได้อย่างเชื่องช้า

          “ไหวไหมเนี่ย” กินโทกิแล้วส่งโซราคุไปให้ผู้เป็นแม่ “ฉันล่ะเป็นห่วงจริงๆ”

          “นั่นสิครับคุณกิน”

          ชินปาจิเห็นด้วย แต่พวกเขาก็ทำได้แต่เอาใจช่วยให้การเลี้ยงลูกของหญิงสาวผ่านไปได้ด้วยดีเท่านั้นเอง เนื่องจากเป็นเรื่องภายในครอบครัวที่คางุระต้องรับผิดชอบด้วยตัวเอง และยังมีงานที่พวกเขาต้องทำในส่วนของคางุระจนกว่าเธอจะกลับไปร่วมทำงานด้วยได้

          กินโทกิลอบมองแม่ลูกอ่อนแล้วกังวลแทนแต่ไม่แสดงออกแม้แต่ทางสีหน้า



          ทุกๆวันในขณะที่โซโกะกำลังไล่ตามหาเบาะแสที่อยู่ใหม่ของโอซากิ คางุระก็ต้องรับศึกหนักกับลูกชายที่ร้องไห้บ่อยแทบทุกๆสองชั่วโมงจนเธอไม่เป็นอันทำอะไร พอใกล้เวลาที่โซโกะเลิกงานคางุระก็ยิ่งหัวหมุนเพราะทั้งต้องดูแลลูกกับคอยทำหน้าที่ภรรยา ซึ่งมีสามีมาคอยกวนตัวและกวนใจอยู่ไม่ห่างจนกระทั่งร่างกายของเธอเริ่มล้า และในวันหนึ่งสาวยาโตะผู้เป็นเผ่านักรบที่แข็งแกร่งที่สุดในจักรวาลก็ถึงขีดสุด คางุระผล็อยหลับทั้งๆที่พยายามฝืนแต่สุดท้ายทุกอย่างเป็นตามกลไกธรรมชาติของร่างกายที่ต้องการการพักผ่อน ร่างบางนอนหลับสนิทไม่ได้ยินแม้แต่เสียงลูกร้อง และเป็นเช่นนั้นจนกระทั่งโซโกะกลับมาบ้านในยามเย็น

          เสียงร้องไห้ของโซราคุดังแว่วดังกระทบหูเมื่อโซโกะเปิดประตูเข้าไป ชายหนุ่มใจหายวาบเพราะเสียงร้องของลูกชายแหบแห้งปริ่มจะขาดใจจึงรีบวิ่งไปดูทันที ภาพที่โซโกะเห็นคือโซราคุร้องไห้จนหน้าแดงก่ำข้างๆคางุระที่นอนน้ำลายไหลยืด

          “โซคุงๆไม่ร้องนะคนดีของพ่อ”

          โซโกะรีบถอดหน้ากากและเสื้อนอกออกแล้วอุ้มลูกชายขึ้นจากเบาะนอนที่เปียกชุ่ม จากนั้นก็พาไปเปลี่ยนผ้าอ้อมอย่างเก้กังเพราะตัวเองไม่เคยทำมาก่อน แต่ถึงแม้จะเปลี่ยนเสร็จโซราคุก็ไม่หยุดร้องจนโซโกะต้องเดินไปเขย่าตัวคางุระ

          “คางุระ ! นี่หล่อนหลับหรือตายกันแน่ ตื่นขึ้นมาดูลูกก่อนสิโซคุงร้องจนจะขาดใจแล้วนะ”

          “อื้อ!”

          คางุระขยับแขนปัดมือสามีอย่างแรงจนโซโกะเซเกือบล้มหงายไปพร้อมกับลูกชาย ทำให้ชายหนุ่มโมโหตีไปที่แขนของภรรยาอย่างแรงและก็ได้ผล คางุระสะดุ้งตื่นขึ้นมาพร้อมกับจะปล่อยหมัดไปหาเขาแต่โซโกะหลบทันท่วงที

          “ตื่นซะทียัยหมวยบ้า! ลูกร้องอยู่ได้ยินบ้างไหม”

          โซโกะตะโกนใส่หูหญิงสาวจนเธอได้สติ

          “หาโซราคุ?” คางุระเรียกชื่อลูกชายแล้วรีบคว้าจากโซโกะมาอุ้มกับตัว “มามี้ขอโทษน่อ มามี้เผลอหลับไป มาๆกินนมกันน่อ”

          “อะไรจะเผลอหลับขนาดนั้น ถ้าหล่อนไม่ตื่นฉันก็นึกว่าหล่อนตายไปแล้วนะ”

          โซโกะดุคางุระที่ยังคงมีอาการงัวเงียแล้วลุกขึ้นเดินไปที่ครัวปรากฏว่ายังไม่ได้มีอาหารเย็นเตรียมไว้ให้ พอเดินไปที่ห้องอาบน้ำก็ยังไม่มีการเตรียมน้ำอุ่นไว้เช่นเดียวกัน รวมถึงผ้าที่ซักแล้วยังคงตากอยู่ข้างนอกบ้าน แม้ว่าจะมืดแล้วก็ตามด้วยความเหนื่อยจากการทำงานมาทำให้โซโกะเผลอบ่นโล้งเล้งออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจ

          “นี่หล่อนอยู่บ้านแล้วทำอะไรบ้างไม่ทราบ ไม่มีอะไรเตรียมไว้สักอย่าง กลับมาเหนื่อยๆแท้ๆยังจะต้องมาผิดหวังกับหน้าที่แม่บ้านที่บกพร่องแบบนี้อีก ส่วนโซคุงน่ะทำไมหล่อนถึงปล่อยให้ร้องขนาดนั้น ดีนะที่ลูกไม่เป็นอะไรถ้าเกิดว่า….”

          ชายหนุ่มชะงักหยุดพูดทันทีเมื่อเบาะนอนของโซราคุที่เปื้อนไปด้วยฉี่ลอยบินมาปะทะที่หน้าอย่างจัง

          “ลื้อไม่รู้อะไรก็เงียบไปดีกว่าน่อ” คางุระที่กำลังให้นมลูกอยู่บอกกับโซโกะด้วยน้ำเสียงเย็นชาและสีหน้าที่นิ่งสนิท “ลื้อทำไมต้องมาว่าอั๊วขนาดนี้ด้วยน่อ ลื้อบอกว่าเหนื่อยอั๊วเองก็เหนื่อยไม่แพ้กันหรอกน่อ”

          “หล่อนเหนื่อยตรงไหนวันๆก็เอาแต่นอนอยู่บ้านสบายจะตายไป ฉันต่างหากที่ต้องออกไปทำงานทั้งร้อนทั้งเครียด” โซโกะเถียงแล้วเดินไปล้างหน้าจากนั้นก็กลับมาใหม่ “หล่อนไม่เข้าใจหรอก”

          “ลื้อก็ไม่เข้าใจเหมือนกันน่อ” คางุระอุ้มโซราคุที่อิ่มแล้วให้เรอแล้วกล่อมนอน “ลื้อกลับมาลื้อก็เจ๊ยะอิ่มนอนหลับลื้อไม่เคยช่วยอั๊วเลี้ยงลูกเลยน่อ”

          “วันๆฉันวิ่งและออกตามคดีต่างๆคิดว่าฉันสบายมากนักรึไงยัยบ้า”

          “ลื้อว่าอั๊วเหรอน่อ! งั้นเราจะได้เห็นดีกัน!”

          คางุระคาดโทษซึ่งโซโกะก็ไม่ยอมลดละทิฐิเหมือนกันทั้งๆที่รู้ว่าตัวเองบ่นภรรยาแรงไป



          ไคเซอร์รองหัวหน้าหน่วยสืบสวนคดีพิเศษที่มีแต่คนเกรงกลัวเพียงแค่เอ่ยนามเพราะเลื่องชื่อเรื่องความโหดไม่ปรานีใคร แต่บัดนี้เขากลับต้องมายืนตากยุงอยู่นอกบ้านเพียงเพราะศรีภรรยาหลอกให้ออกมาเก็บผ้าด้วยน้ำเสียงที่อ่อนหวานจนคิดว่าหายเคืองแล้ว สุดท้ายก็โดนปิดประตูและหน้าต่างทุกบานไม่ยอมให้เข้าบ้าน


          “โซโกะเดี๋ยวอั๊วรีบทำอาหารเย็นให้วานลื้อเก็บผ้าให้หน่อยน่อดาร์ลิ้ง”

          ด้วยความที่อยากคืนดีด้วยอยู่แล้ว โซโกะจึงออกไปเก็บผ้าให้ถึงแม้จะทำทีวางฟอร์มก็ตามและในที่สุดเขาก็ตกหลุมพรางของยัยหมวยนี่จนได้

          ลืมไปเลยว่ายัยคางุระได้นิสัยลูกพี่มาเต็มๆ


          ชายหนุ่มถอนหายใจแล้วหยิบผ้าอ้อมลูกมาปิดจมูกและปากเพื่อพรางหน้าตน และค่อยๆเก็บผ้าที่ตากไว้เงียบๆโดยรู้ซึ้งถึงคำว่า ‘เห็นดี’ ของคางุระหมายถึง ‘คราวซวย ’ของเขานั่นเอง

          “จ๊อกกกก..”

          เสียงท้องร้องดังขึ้นเพราะความหิว โซโกะลูบท้องตัวเองไปมาแล้วมองเข้าไปในบ้าน เมื่อพบแต่ความว่างเปล่าเขาจึงกดโทรบริการส่งราเมงมาเสิร์ฟถึงที่ แล้วนั่งรอหญิงสาวใจอ่อนเปิดประตูให้ เขาไม่อยากไปไหนไกลเพราะคิดถึงคนและห่วงที่กำลังงอนนั่นเอง

          แต่คางุระก็ไม่ใจร้ายกับเขามากนัก เมื่อเวลาผ่านไปจนถึงเที่ยงคืนเธอก็ยอมมาเปิดประตูให้เขาเข้าไปนอนด้านใน หญิงสาวมองหน้าสามีแล้วรู้สึกผิดลึกๆแต่ก็ยังคงทำเป็นโกรธ

          “ลื้อนี่โง่จริงๆเลยน่อ ทำไมไม่ไปนอนที่สำนักงานล่ะ นี่ถ้าอั๊วไม่มาเปิดให้ป่านนี้ลื้อได้กลายเป็นยุงไปแล้วน่อ”

          “ก็ฉันห่วงหล่อนและลูกมากนี่นา” โซโกะบอกแล้วกอดคางุระ “ฉันรู้ดีว่าวันไหนถ้าหล่อนไม่ได้นอนหลับอยู่ในอ้อมแขนของฉัน หล่อนนอนไม่หลับหรอก”

          “ทำมาเป็นพูดดีน่อ” คางุระพลักสามีออกอย่างขวยเขิน “อั๊วออกมาเอาผ้าต่างหาก”

          “พอๆ เริ่มวันใหม่แล้วก็เลิกเอาเรื่องเก่ามาคุยกันได้แล้ว”

          โซโกะตัดบทแล้วกอดคอคางุระเข้าไปในบ้าน และพบว่าคางุระทำอาหารให้เขาไว้

          “ลื้อหิวใช่ไหมน่อ เจี๊ยะเลย”

          ชายหนุ่มทำท่าอึกอักเมื่อถูกชวนให้กินอาหารยามดึก ไม่ใช่เพราะเวลาที่ข้ามผ่านไปอีกวันแต่เป็นเพราะเขาอิ่มและจุกกับราเมงขนาดจัมโบ้ต่างหาก

          “เที่ยงคืนแล้วไม่กินหรอก”

          “ได้ไงน่อ อั๊วอุตส่าห์ตั้งใจทำ”

          คางุระโวยแล้วเดินออกไปปิดประตู นัยน์ตากลมสีฟ้าก้มลงเหลือบเห็นชามราเมงวางอยู่ขอบผนังด้านนอกทำให้รู้ถึงสาเหตุที่ทำให้โซโกะยึกยักที่จะกินอาหารที่เธอทำไว้ให้ ความน้อยใจก่อเกิดขึ้นมาอีกครั้ง คางุระปิดประตูแล้วเดินเข้าไปหาโซโกะที่นั่งมองข้าวผัดอยู่และไม่แตะต้อง หญิงสาวคว้าจานข้าวผัดของสามีมากินแทนด้วยความฉุนเเฉียวและน้ำตาก็ไหลออกมาทำให้โซโกะตกใจ

          “ทำไม??หิวขนาดนั้นเลยเหรอ”

          “ลื้อเห็นอั๊วเป็นอะไรน่อ”

          “หา?”

          “ลื้อก็รู้อยู่ว่าอั๊วจะต้องทำอาหารให้ ลื้อยังมีหน้าไปสั่งของจากข้างนอกมาเจี๊ยะอีกน่อ”

          คางุระเคี้ยวข้าวไปบ่นไปร้องไห้ไปจนชายหนุ่มถึงกับกุมขมับ

          “นี่จะเสียใจอะไรขนาดนั้นหล่อน จะกิน จะร้อง หรือจะบ่น เลือกมาสักอย่างสิ เห็นแล้วทุเรศลูกตามากเลยรู้ตัวรึเปล่า”

          “เออ! ใครจะไปดูดีเหมือนคุณลุงส่งราเมงล่ะ!” คางุระโวยหนักและเริ่มพูดไม่รู้เรื่องกว่าเดิมจนโซโกะเลิกเถียง "ลื้อน่ะใจร้ายมากที่ไม่สั่งเผื่ออั๊ว แล้วยังแอบเม้มเงินเดือนที่จะต้องให้อั๊วด้วยใช่ไหมน่อ”

          “เรื่องนั้นเองหรอกเรอะ!”

          ชายหนุ่มโผล่งขึ้นเมื่อรู้ว่าภรรยาไม่ได้งอนเรื่องที่เขาไม่รอทานข้าวที่เธอทำไว้ แต่เป็นเรื่องที่เขาไม่สั่งเผื่อเธอและแอบเก็บเงินเดือนที่ต้องให้คางุระมาไว้ใช้สำหรับตัวเองส่วนหนึ่งนั่นเอง

          “แล้วก็นะ” คางุระยังคงพูดต่อ “อั๊วเหนื่อยแสนเหนื่อยมากเลยน่อ ไหนจะงานบ้านแล้วก็ต้องให้นมลูกเกือบตลอดทั้งวัน แถมกลางคืนยังต้องมาแบ่งเวลาให้นมลื้ออีกอั๊วไม่ได้พักเลยน่อ!”

          “แค่เลี้ยงเด็กกับทำงานบ้านมันจะไปยากอะไร  ทำไมถึงเหนื่อยปานนั้น ส่วนเรื่องเวลาให้นมกับฉันแค่ยกสองยกเอง ฉันยังไปทำงานได้สบายๆไม่เห็นจะมีปัญหาอะไรเลย หล่อนน่ะมันไม่สู้เองต่างหาก”

          โซโกะพูดไปโดยไม่ทันคิดแล้วมารู้สึกตัวทีหลัง เขาเห็นคางุระจ้องเขาด้วยแววตาที่น้อยใจสุดๆจึงรีบไกล่เกลี่ยก่อนเรื่องจะบานปลายกว่านี้

          “เอางี้เดี๋ยววันหยุดแล้วฉันจะทำงานบ้านกับเลี้ยงลูกเองก็ได้ ถ้ามันเหนื่อยจริงฉันจะยอมตามใจหล่อนเต็มๆเลย 1 อาทิตย์ แต่หากฉันยังสบายๆอยู่ล่ะก็หล่อนก็ต้องตามใจฉัน 1 อาทิตย์เหมือนกันตกลงไหม?”

          หญิงสาวครุ่นคิดอยู่ครู่ใหญ่ก่อนจะยอมพยักหน้าตกลง

          “ลื้อเตรียมตัวเตรียมใจเอาใจอั๊วได้เลยน่อชิวาว่า”

          “หล่อนมากกว่าล่ะมั้งยัยหมู”

          สองสามีภรรยาจ้องหน้ากันอย่างไม่ลดละเพราะต่างฝ่ายต่างมันใจว่าตนจะชนะแน่นอน



          และแล้ววันหยุดของโซโกะก็มาถึง

          ในขณะที่ชายหนุ่มกำลังนอนหลับสบายโดยไม่ต้องกังวลเวลาเพราะว่าเป็นวันหยุด แต่จู่ๆก็มีมือหนักๆมาสะกิดให้ตื่น จนเขาต้องลืมตาที่หนักอึ้งขึ้นมามองคนปลุก

          “อะไรกัน....วันนี้วันหยุดนะ ขอนอนต่ออีกหน่อยไม่ได้เหรอ”

          “ไม่ได้น่อ วันนี้ลื้อสัญญาอะไรกับอั๊ว ลุกขึ้นมาเตรียมอาหารเช้าได้แล้วน่อ”

          คางุระบอกสามีแล้วอุ้มลูกชายที่นอนตาแป๋วอยู่ข้างๆขึ้นมาเดินไปยังอีกห้อง โซโกะงัวเงียตื่นขึ้นมานั่งชั่วครู่แล้วลุกขึ้นเก็บที่นอน ก่อนจะแต่งตัวเพื่อไปเตรียมอาหารเช้าให้กับศรีภรรยา

          เพียงไม่นานนักซุปมิโซะกับข้าวสวยร้อนๆก็เสิร์ฟพร้อมกับปลาซันมะย่างวางบนโต๊ะทานข้าวตรงหน้าภรรยาสุดที่รักและฝั่งของตนเอง ส่วนโซราคุกำลังนอนหลับอยู่ห้องข้างๆ

          “ซุปจืดไปหน่อยน่อ” คางุระที่ยกถ้วยซดซุปมิโซะเปรยออกมาเมื่อรสชาติไม่ได้ดั่งใจ หญิงสาววางถ้วยซุปลงแล้วหยิบตะเกียบไปคีบปลาพลิกไปมา “นี่ก็ไหม้เกินไปอีกเฮ้อ….”

          “ไม่กินก็ไม่ต้องกิน”

          โซโกะพูดน้ำเสียงนิ่งเรียบแต่แฝงไปด้วยความหมั่นไส้ แล้วกำลังจะกินข้าวแต่จู่ๆโซราคุก็ร้องไห้จ้าจึงทำให้เขาชะงักเมื่อเห็นคางุระทำเฉย

          “ยัยหมวยลูกร้องน่ะ”

          “อือ ได้ยินน่อ”

          “ได้ยินแล้วทำไมยังกินข้าวอยู่ล่ะ”

          “ก็ลื้อรับปากอั๊วว่าจะดูแลลูกเองน่อ”

          คางุระทวงสัญญาเมื่อคืนก่อน โซโกะจึงจำต้องวางตะเกียบแล้วรีบเดินไปหาลูกชายที่กำลังส่งเสียงร้อง คุณพ่อมือใหม่สำรวจลูกรักทั่วตัวแต่ก็ไม่พบความผิดปกติใดๆทั้งๆที่โซราคุก็ยังคงร้องไห้ไม่หยุดอยู่อย่างนั้น

          “คางุระลูกหิวนมรึเปล่า หล่อนมาดูหน่อยสิ”

          “ไม่หรอกน่อ เพราะอั๊วเพิ่งให้นมไปเมื่อกี้เอง”

          โซโกะเคืองเล็กน้อยเมื่อภรรยาที่รักไม่มีวี่แววว่าจะมาช่วย เขาจึงอุ้มลูกชายขึ้นมาแนบอกและรับรู้ถึงน้ำอุ่นๆไหลลงมาเปียกตัว แต่ยิ่งไปกว่าน้ำอุ่นๆนั้นกลับมีบางอย่างที่ทำให้คุณพ่อมือใหม่ตะลึง

          “อ้อ อั๊วลืมบอกไปอ่ะน่อเวลาโซราคุร้องแบบนั้นอย่าเพิ่งอุ้ม ลื้อต้องลูบท้องลูกเบาๆก่อน เพราะเดี๋ยวโซราคุก็จะถ่ายออกมาเองน่อ”

          คางุระตะโกนจากห้องครัวออกมาแต่ช้าไปเสียแล้ว โซโกะจึงต้องกลั้นใจทำความสะอาดและเปลี่ยนผ้าอ้อมให้ลูกชายทั้งๆที่ตัวเองเปื้อนเละไปทั้งตัว แต่โซราคุก็ยังไม่ยอมหยุดร้องชายหนุ่มรีบไปเปลี่ยนชุดของตัวเองทันทีเพื่อจะมาอุ้มลูกชายอีกครั้ง แต่แล้วก็เจอแจ๊คพ็อตรอบสองเมื่อโซราคุยังถ่ายไม่สุดนั่นเอง ส่วนทางด้านคางุระนั้นหญิงสาวแอบเกาะประตูห้องมองสามีที่กำลังวุ่นกับลูกชายด้วยความเป็นห่วง แต่ความอยากเอาชนะมีมากกว่าจึงทำให้คางุระไม่ยอมเข้าไปช่วยเหลือ

          กว่าทุกอย่างจะเข้าสู่ภาวะปกติก็เล่นเอาโซโกะหัวหมุน เขายกอาหารเช้าที่กลายเป็นอาหารกลางวันมานั่งกินข้างๆลูกชายที่ผล็อยหลับไปแล้ว เสียงฝีเท้าเดินเข้ามาใกล้เรื่อยๆทำให้โซโกะลอบถอนหายใจเพราะรู้ว่าภรรยาคงจะเดินมาใช้อะไรสักอย่าง

          “มีอะไร?”

          โซโกะถามคางุระที่เดินมานั่งข้างๆลูกชาย

          “ได้เวลาให้นมลูกแล้วน่อ”

          คางุระตอบแล้วค่อยๆช้อนตัวลูกชายขึ้นมาอุ้มแนบอกเตรียมจะให้ดื่มนมแต่โซโกะร้องห้าม

          “โซคุงเพิ่งจะหลับนะ! หล่อนจะปลุกลูกขึ้นมาทำไมกัน”

          “ต่อให้หลับก็ต้องปลุกขึ้นมาน่อ คุณหมอบอกว่าช่วงเดือนแรกๆต้องคอยให้นมทุกๆ2 ชม.  ลื้อมัวแต่นอนหลับสบายเลยไม่รู้ว่าอั๊วต้องคอยตื่นตลอดน่ะสิน่อ”

          โซโกะอึ้งไปเมื่อได้ยินคางุระบอกเหตุผล ซึ่งมันก็เป็นความจริงว่าเขาไม่เคยรู้เรื่องการเลี้ยงลูกเลยสักนิด ชายหนุ่มมองลูกชายที่ตื่นมาดื่มนมแล้วรู้สึกผิดลึกๆที่ไม่เคยสนใจลูกอย่างที่ควรและปล่อยเป็นหน้าที่ภรรยาเพียงคนเดียวทั้งๆเป็นลูกของพวกเขา

          “เหม่ออะไรน่อ รีบๆกินข้าวแล้วก็ไปทำอาหารเที่ยงให้อั๊ว จากนั้นก็ล้างจานกับซักผ้าด้วยน่อ”

          สาวยาโตะขัดจังหวะห้วงคิดของสามีอย่างไร้ซึ่งความอ่อนโยน ทำให้โซโกะหันกลับมากินข้าวต่อปล่อยให้คางุระให้นมลูกต่อไป เริ่มรู้สึกน้อยใจนิดๆที่ภรรยาไม่สนใจไยดีเขาแม้แต่น้อย


          วันนี้ตลอดทั้งวันโซโกะทั้งทำงานบ้านหลายๆอย่างแล้วคอยเลี้ยงลูกไปด้วยซึ่งก็ทำให้เขาค้นพบว่ามันเหนื่อยจริงๆและเขาขอทำงานนอกบ้านดีกว่า

          เขาถนัดเรื่องการต่อสู้ก็จริง แต่ถ้าต่อสู้กับเด็กทารกแบบนี้ขอลาไปสู้กับยักษ์ใหญ่ที่ไหนก็ยอม

          “แอ้ แอ้”

          โซราคุส่งเสียงพร้อมกับนอนดิ้นดุ๊กดิ๊กอยู่ข้างๆผู้เป็นพ่อที่กำลังพับผ้าเรียงเข้าลิ้นชัก ถัดไปไม่ห่างกันนักก็มีร่างบางของผู้เป็นแม่นอนดูทีวีอยู่อย่างสบายใจ

          “เรียบร้อย”

          ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นหลังจากปิดลิ้นชักเสร็จแล้วล้มตัวนอนข้างลูกชายที่นอนตาแป๋ว โซโกะเอื้อมมือของตนไปจับนิ้วน้อยๆของโซราคุเล่นอย่างเอ็นดูแล้วคิดว่าไม่เหนื่อยจนรู้สึกแย่ไปซะทีเดียว เมื่อได้เห็นเลือดเนื้อเชื้อไขตัวเล็กๆของตนนอนเล่นสบายแบบนี้  ความรู้สึกรักและห่วงเอ่อล้นจนอบอุ่นหัวใจอย่างบอกไม่ถูก พาลทำให้โซโกะรู้สึกหนักอึ้งที่เปลือกตาแล้วผล็อยหลับไปโดยไม่รู้ตัว



          เวลาผ่านไปหลายชม. โซโกะรู้สึกตัวสะดุ้งตื่นด้วยความตกใจเมื่อนึกถึงลูกชาย ชายหนุ่มลุกขึ้นนั่งและมองหาโซราคุแต่ก็ไม่พบ มีเพียงคางุระที่สวมผ้ากันเปื้อนเดินมายืนอยู่ที่ประตูห้องเท่านั้น

          “ตื่นพอดีเลยน่อมาเจี๊ยะข้าวได้แล้ว ส่วนน้ำกำลังอุ่นให้อยู่น่อ”

          “แล้วโซคุงล่ะ”

          โซโกะลุกขึ้นแล้วถามขณะเดินไปหาภรรยา

          “อั๊วพาไปนอนที่ห้องนอนแล้วน่อ” คางุระตอบแล้วหลับตาเมื่อถูกสามีจูบที่หน้าผาก “จู่ๆลื้อก็ทำอะไรน่ะ”

          “ไม่มีอะไรหรอก เพียงแค่สรุปว่า 1 อาทิตย์นี้ฉันต้องยอมทำตามคำบัญชาหล่อนโดยไม่ขัดขืน ก็เลยกะจะขอทวงสิทธิ์ความเป็นสามีก่อนเท่านั้นเอง”

          “หือ?”

          “ก็ฉันแพ้…ยอมรับแล้วว่าเลี้ยงลูกกับทำงานบ้านนี่มันก็เหนื่อยมากเหมือนกัน”

          คางุระหัวเราะเบาๆเมื่อเห็นโซโกะทำท่าเหนื่อยจริงๆ ชายหนุ่มซบหน้าลงบนไหล่บางของภรรยาอย่างออดอ้อน

          “เข้าใจก็ดีแล้วน่อ แล้วลื้อก็ไม่ต้องทำอะไรให้อั๊วหรอกน่อ เพียงแค่อย่าเม้มเงินเดือนก็พอ”

          “นี่หล่อนรักฉันหรือเงินเดือนฉันกันแน่?”

          “อั๊วก็รักทั้งสองอย่างอ่ะ ไปเจี๊ยะข้าวกันน่อ”

          คางุระหัวเราะแล้วจูงมือสามีไปยังโต๊ะอาหารเพื่อกินข้าวด้วยกัน



          หลายวันถัดมาโซโกะยังคงวิ่งวุ่นกับคดีที่ยังไม่ได้คลี่คลายเช่นเดิม และเย็นวันนี้เขาก็พบว่าคางุระทำอาหารเย็นและเตรียมน้ำอาบไม่ทันเหมือนเมื่อคราวก่อน แต่ครั้งนี้โซโกะไม่ได้บ่นหรือต่อว่าเธออย่างที่เคยทำ ตรงกันข้ามกันเขารีบเปลี่ยนชุดแล้วช่วยเลี้ยงโซราคุในทันที

          “ปาปี๊มาแล้วคร้าบบบ....คิดถึงปาปี๊ไหมเอ่ย”

          “ห๋า เมื่อกี้ลื้อเรียกตัวเองว่าไงน่อ”

          คางุระถามสามีที่กำลังอุ้มลูกชายเล่นด้วยความแปลกใจ

          “ปาปี๊ไงล่ะ หล่อนเรียกตัวเองว่ามามี้ ฉันก็ต้องเรียกตัวเองว่าปาปี๊น่ะสิ”

          “ตอนแรกลื้อเรียกตัวเองว่าพ่อนี่นา”

          “หึหึ ปาปี๊อย่างนี้ดีแล้วดูสนิทสื่อถึงกันกว่าพ่ออีก”

          “เอาที่สบายใจแล้วกันน่อ”

          คางุระบอกแล้วเดินไปเตรียมอาหารต่อ แต่แล้วก็เผลอยิ้มออกมาเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ตั้งแต่โซโกะเลี้ยงลูก


          ดูเหมือนว่าคุณพ่อมือใหม่จะเริ่มปรับตัวและเข้ากับลูกชายได้ดีกว่าแต่ก่อน

          มามี้ ปาปี๊ อาเฮีย อั๊วโชคดีที่ได้สามีน่ารักๆแบบนี้จริงๆน่อ




          

จบแล้วจ้า สำหรับฟิคนี้ 'นี่คือตอนที่ลูกชายคนแรกคลอดมาใหม่ๆค่ะ' 


ตอนแรกกะจะลงให้ถึงตอนจบของการใช้ชีวิตระหว่างการมีลูก แต่นึกไปนึกมามันหลายตอนจัดเกรงว่าถูกคนที่อ่านจะเบื่อเอา


สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทุกคอมเม้นท์ทุกกำลังใจที่มีให้กันมากๆเลยค่ะ 


ไว้โอกาสหน้าหวังว่าคงจะได้แต่งฟิคมาให้ทุกคนได้อ่านอีกนะคะ


ปล.พิมพ์ผิดขออภัยค่ะ


เลิฟๆคนอ่านค่ะ






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 30 ครั้ง

46 ความคิดเห็น

  1. #31 Aomsusa (@Aomsusa) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2561 / 12:26
    ฮืออออออไม่อยากให้จบเลยอ่าาาาาาาToT
    สนุกมากจริงๆค่าาาา ขอบคุณที่แต่งมาให้อ่านนะค้าาาา
    #31
    0
  2. #28 Pimsiriiiiiii (@Pimsiriiiiiii) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2561 / 17:56
    สนุกมากๆเลยค่ะะ ถ้ามีโอกาสก็อยากให้ไรท์แต่งokikaguแนวรั้วโรงจังงง
    #28
    4
    • #28-1 Pimsiriiiiiii (@Pimsiriiiiiii) (จากตอนที่ 11)
      18 พฤษภาคม 2561 / 17:56
      *โรงเรียนน
      #28-1