คัดลอกลิงก์เเล้ว
นิยาย Fic okikagu 3z (͹) Fic okikagu 3z (ตอนพิเศษ) | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
เรื่องราวหลังจากที่ คางุระกับโซโกะตัดสินใจอยู่ด้วยกัน

อ่านเรื่องเต็มๆได้ที่ฟิค 3z นะฮ้าบบ

เนื้อเรื่อง อัปเดต 6 ก.พ. 62 / 23:12




แม้ว่าทุกอย่างจะเรียบร้อยและดูเหมือนว่าจะจบแบบแฮปปี้ แต่ก็ยังไม่วายมีคนที่กำลังทุกข์ใจอย่างหนัก และคนๆนั้นก็คือ โอคิตะ โซโกะ ผู้ซึ่งพยายามช่วยเหลือความรักของคุณพี่ชายคนรักของตนทุกทาง แต่สุดท้ายเขาก็ไม่ได้อะไรตอบแทน แถมเจ้านั่นก็ทำแสบโดยการไม่ยอมยกน้องสาวให้เขาอีกต่างหาก





"แล้วตกลงจะทำยังไงกันดีล่ะ" โซโกะเอ่ยถามคางุระขณะที่กำลังเดินไปส่งเธอทำงานพิเศษหลังเลิกเรียน "วันเสาร์นี้ฉันต้องเก็บข้าวของจากแมนชั่นย้ายไปอพาร์ทเมนต์แล้วนะ"

"ลื้อก็ย้ายไปก่อนน่อ ของอั๊วมีนิดเดียว เดี๋ยวอั๊วย้ายไปทีหลังก็ได้"

คางุระบอกแล้วหลบสายตาจนโซโกะแปลกใจ แต่ก็ไม่ถามอะไรเพราะรู้อยู่แล้วว่าสาวคนดื้อไม่มีทางตอบแน่ๆ

ทั้งสองคนเดินมาจนถึงร้านที่คางุระทำงานพิเศษ หญิงสาวจึงให้เขาส่งแค่หน้าร้านแล้วโบกมือให้เขาก่อนจะรีบเข้าไปด้านใน โซโกะมองคางุระอย่างสุดเซ็งที่แทบจะไม่มีเวลาให้กัน ก่อนจะตัดสินใจแวะเข้าไปทำความสะอาดที่อพาร์ทเมนต์ที่ใกล้กับที่ทำงานพิเศษแห่งนี้ซึ่งเป็นที่อยู่ใหม่สำหรับเขากับคางุระ รวมถึงซาดาฮารุเจ้าหมายักษ์ด้วย

"แล้วเราจะตามเจ้านี่ไปถึงไหนล่ะ หัวหน้า"

เจ้าของใบหน้าแก่เกินวัยเอ่ยถามหัวหน้าของตนหลังจากโผล่หน้าจากซอกตึกเพื่อชะเง้อมองว่าที่น้องเขย คามุอิหรี่ตาสีฟ้าเข้มของตัวเองเพ่งพิจารณาโซโกะที่เพิ่งเดินจากไป ก่อนจะหันมายิ้มให้กับอาบูโตะ

"ก็ตามไปจนถึงอพาร์ทเมนต์นั่นแหละ ฉันอยากรู้ว่าห้องที่คางุระไปอยู่จะเป็นแบบไหน"

"อ้าว ไหนบอกไม่ยอมให้อยู่ด้วยกันนี่หน่า แล้วจะไปดูทำไม"

อาบูโตะถามอย่างไม่เข้าใจแต่ก็ไม่ขัดแผนการเมื่อเห็นคามุอิสะกดรอยตามโซโกะไปห่างๆ

แต่ดูเหมือนโชคชะตาจะไม่เข้าข้างหนุ่มยาโตะเสียเท่าไร เมื่อเขาได้พบกับโซโยะเข้าโดยบังเอิญทำให้เขาคลาดสายตาจากเจ้าปวกเปียกนั้นอย่างน่าเสียดาย

"คุณคามุอิทำอะไรอยู่คะ?"

โซโยะถามคนรักที่ท่าทีมีพิรุธอย่างประหลาดใจ ซึ่งคามุอิก็ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้แล้วแกล้งเบี่ยงประเด็นไปเรื่องอื่น

"โซโยะจัง ทำไมไม่รออยู่ที่โรงเรียนล่ะ บอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าไปไหนมาไหนคนเดียว"

"ก็ฉันอยากกลับบ้านเร็วๆนี่คะ อยากจะกลับไปทำอาหารเย็นเตรียมรอคุณคามุอิ คางุระจังแล้วก็ท่านพ่อน่ะค่ะ"

โซโยะตอบแล้วยิ้มหวานให้กับคามุอิ ทำให้เขาเลิกสนใจที่จะตามโซโกะแล้วหันมาสนใจคนรักที่แสนอ่อนหวานของตนทันที อาบูโตะมองหัวหน้าของตนที่ดูอ่อนโยนขึ้นมากะทันหันอย่างหน่ายใจ หมดสิ้นกันกับฉายากระต่ายป่าบ้าเลือดเพียงเพราะแพ้ทางสาวสวยตัวเล็กคนตรงหน้านี้ และแม้ถึงอดีตคุณหนูแห่งตระกูลใหญ่จะย้ายด่วนมาเรียนที่โรงเรียนม.ปลายกินทามะก็ตามที แต่ชุดนักเรียนที่ดูเรียบง่ายก็ไม่สามารถกลบความสวยและสง่าของเธอได้เลย

"ถ้าไม่มีอะไรก็กลับบ้านกันนะคะ คุณอาบูโตะจะไปด้วยกันไหม?"

"ฉันคงต้องขอตัว" อาบูโตะยกมือทั้งสองข้างขึ้นปฏิเสธ "ตามสบายแล้วกันเพราะฉันไม่อยากไปเป็นส่วนเกินของคู่รักหรอก"

โซโยะหน้าแดงระเรื่อเมื่อได้ยินอาบูโตะพูดเช่นนั้น และกล่าวลาเมื่อเขาแยกตัวออกไปก่อนจะหันมาทำตาดุใส่คามุอิที่ยิ้มสู้กับอารมณ์ขัดใจของเธอ

"คุณคามุอิคงไม่ได้เข้าไปวุ่นวายกับพวกคางุระจังนะคะ"

"ไม่ได้ยุ่งอะไรกับเจ้าพวกนั้นสักหน่อย"

หนุ่มยาโตะแก้ตัวเพราะไม่อยากให้เธอโกรธเขา เนื่องจากโซโยะเคยขอร้องให้เขาเปิดใจกับโซโกะเหมืิอนดั่งท่านพี่ของเธอเปิดใจให้กับเขา

"แล้วทำไมถึงมาอยู่แถวร้านที่คางุระจังทำงานได้ล่ะคะ?"

"ก็.." คามุอิพยายามยิ้ม "มารับโซโยะจังนั่นแหละ แล้วทางนี้ก็เป็นทางผ่านไปโรงเรียนไง"

โซโยะจ้องหน้าคามุอิอย่างไม่เชื่อเท่าไร แต่ก็เลิกสนใจแล้วชวนเขากลับบ้านไปเตรียมอาหารเย็นด้วยกัน


ภายในห้องอพาร์ทเมนต์ที่โซโกะได้ทำสัญญาเช่่าซื้อมาตั้งแต่เดือนที่แล้ว

โซโกะที่เปลี่ยนชุดนักเรียนเป็นเสื้อผ้าลำลองได้ปัดกวาดเช็ดถูภายในห้องที่มีข้าวของเฟอร์นิเจอร์เตรียมพร้อมการเข้าพักอาศัยเรียบร้อยแล้วอย่างขยันขันแข็ง รวมถึงการเตรียมจัดสวนดอกไม้เล็กๆหน้าระเบียงตามใจคางุระที่เคยบอกว่าอยากปลูกดอกไม้สวยๆ เขาจึงได้พบว่าคางุระที่เพิ่งทำงานเสร็จกำลังเดินมายังอพาร์ทเมนต์นี้

"นี่เราทำเพลินจนลืมดูเวลาเลยเหรอเนี่ย"

โซโกะพึมพำเบาๆ แล้วเดินไปหาคางุระที่เปิดประตูเข้ามา

"โอ้โห...ทำซะเรียบร้อยเลยน่อ"

คางุระตื่นตาตื่นใจกับห้องที่ดูสวยและเรียบร้อยกว่าวันที่เธอเคยแวะมาดูมาก

"ถ้าหล่อนอยากจะนอนค้างที่นี่ก็ได้นะ"

โซโกะพูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆแต่แฝงไปด้วยความหมายที่ทำให้ยัยหมวยของเขาหน้าแดง

"ลื้อก็พูดเป็นเล่นน่อ ตอนนี้ถึงแม้ว่าอาเฮียจะยอมอ่อนลงให้ลื้อไปรับไปส่งอั๊วตามที่โซโยะจังบอกก็จริง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าให้เราอยู่ด้วยกันได้น่อ"

"เดือนหน้าก็เรียนจบแล้ว เรามีเวลาไม่ถึง 2 อาทิตย์ด้วยซ้ำ จะปล่อยให้มันคาราคาซังแบบนี้ต่อไปได้ยังไงมีหวังพี่ชายหล่อนได้พาหล่อนกลับไปที่โน่นด้วยแน่ๆ"

โซโกะถามคนรักอย่างกังวล และเขาก็สังเกตเห็นว่าเวลาเขาเร่งเธอทีไรยัยหมวยมักจะมีท่าทีลำบากใจแสดงออกมาทุกครั้ง

ซึ่งมันทำให้เขาหวั่นใจเหลือเกิน

เสียงข้อความมือถือของคางุระดังขึ้นทำลายบรรยากาศอันน่าอึดอัดใจ คางุระรีบหยิบมือถือขึ้นมาดูทันที

"อาเฮียถามหาแล้วอ่ะน่อ อั๊วกลับก่อนนะโซโกะ"

โซโกะมองคนรักที่หันหลังให้แล้วรีบลุกขึ้นไปกอดเธอจากด้านหลังเพราะไม่อยากให้เธอไปจากเขา เนื่องจากการสอบเข้ามหาลัยหรือแม้แต่กิจกรรมก่อนพิธีจบการศึกษาทำให้เขาและเธอเจอกันแค่ในห้องเรียนรวมถึงแค่เวลาหลังเลิกเรียนเล็กๆน้อยๆ

"เหม็นเหงื่อน่อเจ้าชิวาว่า" คางุระว่าโซโกะที่กอดเธอไว้ในอ้อมอกของเขาแล้วหันหน้ามาคุยกัน "ปล่อยอั๊วก่อนน่อ เดี๋ยวอาเฮียจะโมโหเอา"

โซโกะปล่อยคางุระด้วยความน้อยใจแล้วเดินไปทางอื่น คิดมาตลอดว่าเธอไม่เคยเห็นเขาเป็นอันดับหนึ่งในใจในทุกๆเรื่อง คางุระมองตามอย่างหนักใจแต่ก็เลือกที่จะกลับบ้านและปล่อยให้โซโกะน้อยใจอยู่อย่างนั้น ชายหนุ่มออกมายืนตรงระเบียงและมองตามหลังของเธอที่เดินจากไปอย่างไม่พอใจระคนเจ็บปวด ทั้งที่พวกเขาควรจะมีความสุขมากมายกับชีวิตคู่ที่กำลังจะเริ่มแต่ตอนนี้ความทุกข์ใจกำลังถาโถมเข้าใส่ จนเขานึกกลัวกับอนาคตที่ยังมาไม่ถึง


ในค่ำคืนที่ชวนว้าวุ่นใจ คางุระนอนกระสับกระส่ายอยู่บนเตียงที่มีโซโยะมานอนอยู่ด้วยกันเพราะอุมิโบสึขอให้เธอกับคามุอิแยกห้องกันนอนก่อนถึงเวลากลับประเทศซึ่งการนอนไม่หลับของคางุระทำให้โซโยะรู้สึกตัวตื่นและถามว่าเพื่อนรักเป็นอะไร

"โซโยะจังทำไมถึงยอมทิ้งทุกอย่างมาอยู่กับอาเฮียบ้าล่ะน่อ"

คางุระถามโซโยะอย่างสงสัย

"ทำไมน่ะเหรอ ก็เพราะรักมากยังไงล่ะจ๊ะ" โซโยะตอบตามตรง ก่อนจะถามกลับ "แล้วคางุระจังล่ะ? ฉันดูออกนะว่าเธอกังวลเกี่ยวกับคุณโอคิตะอยู่"

คางุระตกใจที่โซโยะรู้ทันแล้วพยายามหาข้ออ้างอื่นมากลบเกลื่อน

"อั๊วไม่ได้กังวลอะไรกับเจ้าซาดิสม์นั่นหรอกน่อ เพียงแต่ว่า..."

"เพียงแต่อะไรจ๊ะ?"

"ไม่มีไรหรอกน่อ"

จู่ๆคางุระก็ตัดบทแล้วหลบตาแสร้งเป็นนอน โซโยะขยับนอนตะแคงมองหน้าเพื่อนสนิทอย่างรู้ทันจึงพูดเป็นเชิงสอนให้เธอรู้ใจตัวเอง

"ฉันตัดสินใจมาอยู่กับคุณคามุอิทั้งๆที่เรารู้จักและคบกันไม่ถึงปีก็จริง แต่ความเชื่อใจและไว้ใจที่ฉันมีต่อเขาก็มากพอที่จะยอมแลกกับทุกสิ่งที่มีเพียงเพื่อทำตามสิ่งที่ตัวเองเชื่อมั่น แค่คุณคามุอิยอมรับให้ฉันเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตแบบนี้ฉันก็มั่นใจมากพอว่าเขารักฉันจริง ฉันอาจจะอธิบายไม่เก่งแต่สำหรับคางุระจังที่รู้จักคุณโอคิตะมานานก็น่าจะเข้าใจสิ่งที่ฉันอยากจะบอกนะ"

แม้หูจะฟังแต่คางุระก็นิ่งเงียบจนโซโยะถอดใจแล้วหลับตาปล่อยให้เพื่อนรักคิดทบทวนใจตัวเอง คางุระแอบลืมหน้ามองหน้าโซโยะ แล้วนึกถึงเหตุการณ์บางอย่างที่ทำให้เธอกลัวกับการอยู่กับโซโกะขึ้นมา


เมื่อหลายวันก่อนขณะที่กำลังรอเข้าเรียน จู่ๆคิมิโกะก็เดินร้องไห้ตาบวมเข้ามาในห้อง 3z พร้อมทั้งรอยฟกช้ำตามลำตัว เมื่อถามถึงสาเหตุก็จึงได้รู้ว่าทาสุเกะแฟนที่พ่อไม่ปลื้มของเธอนั้น ทะเลาะกับเธอจนถึงขั้นลงไม้ลงมือ

"นี่แหละหนา พ่อก็เตือนนักเตือนหนาแต่ก็ยังจะฝืนคบกันจุดจบมันก็เป็นแบบนี้แหละเค่อะ" แคทธารีนสาวหูแมวจีบปากจีบคอพูดอย่างคนเจนโลก แล้วหันมาหาคางุระ "หล่อนเองก็ต้องระวังนะ เจ้านั่นยิ่งซาดิสม์อยู่ด้วย เผลอๆวันดีคืนดีจับหล่อนมัดมือมัดเท้ากระทำรุนแรงเข้าให้สักวัน"

"ไม่นะ! คนที่จะทำแบบนั้นกับฉันได้คืออาจารย์เท่านั้น"

ซัทจังโวยวายทั้งๆที่ไม่ใช่เรื่องของตนเอง และแม้แคทธารีนจะยุแหย่ตามภาษาสาวโสดที่อิจฉาเพื่อนเท่านั้น แต่มันก็ทำให้คางุระแอบคิดตามและรู้สึกกลัวขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ไม่ใช่ว่าเธอกลัวเขาจะทำร้่ายเพราะเธอมั่นใจว่าเอาคืนได้ไม่ยากและคงไม่ยอมโดนกระทำ ทว่าหากเกิดเหตุการณ์ชวนรุนแรงแบบนั้นขึ้นมาจริงๆ เธอคงจะเสียใจมากจนบรรยายเป็นคำพูดออกมาไม่ได้แน่นอน


เวลาผ่านไปวันแล้ววันเล่าอย่างทรมานใจยิ่งนักสำหรับโซโกะ เมื่อยัยหมวยของเขาทำทีว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น และคอยเลี่ยงทุกครั้งที่เขาพูดถึงการอยู่ด้วยกัน จากความหวังอันเต็มเปี่ยมตอนนี้กลายเป็นความผิดหวังจนกระทั่งทำให้คนรอบข้างเครียดไปด้วย

"ตกลงจะขนของย้ายไปเมื่อไหร่เหรอ คางุระจัง ผมจะได้ไปช่วย"

ชินปาจิถามคางุระที่มานั่งดื่มชาในห้องพักอาจารย์ที่มีกินปาจินอนอ่านจั๊มพ์บนโซฟายาว

"ยังไม่รู้เลยน่อ"

คางุระตอบอ้อมแอ้ม แล้วจู่ๆเสียงมือถือก็ดังขึ้นเธอจึงกดรับเพราะเป็นเบอร์ไม่รู้จัก

"สวัสดีค่ะ ลูกสาวของอาจารย์คันโคใช่ไหมคะ"

"เอ๊ะ..ค่ะ"

คางุระรับคำอย่างงงๆเมื่อมีคนเรียกชื่อจริงของอุมิโบสึพ่อของเธอ

"ตอนนี้อาจารย์ท่านอยู่ที่โรงพยาบาลนะคะ"

"ปาปี๊เป็นอะไรน่อ!!"

คางุระตะโกนถามอย่างตกใจจนกินปาจิกับชินปาจิสะดุ้ง แล้วรีบพากันไปที่โรงพยาบาลทันทีเมื่อทราบรายละเอียด


เพราะหักโหมงานมากเกินไปทำให้อุมิโบสึล้มป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่และล้มลงที่สถานีรถไฟเพราะฝืนตัวเองไม่ไหว พลเมืองดีจึงพาเขามายังโรงพยาบาลเพื่อเข้ารับการรักษา

"ตาเหน่งนี่ทำให้ทุกคนตกอกตกใจหมดเลย เดี๋ยวก็แช่งให้หัวล้านซะนี่"

อาจารย์กินปาจิบ่นอุมิโบสึที่รู้สึกตัวแล้ว

"อย่าเชียวนาเหวย ผมฉันกำลังแย่งกันขึ้นเหมือนเด็กทารกเลยนะจะบอกให้"

อุมิโบสึพูดขึ้นอย่างอ่อนเพลีย แล้วมองลูกสาวที่กำลังเช็ดตัวให้เขาด้วยความตื้นตันใจ

"ทำไมปาปี๊ไม่ดูแลตัวเองน่อ ปล่อยให้ป่วยแบบนี้ได้ไง"

คางุระต่อว่าผู้เป็นพ่อด้วยความเป็นห่วง แต่อุมิโบสึกลับยิ้ม

"คุณพ่อจ๋าต้องรีบเคลียร์งานก่อนจะกลับประเทศน่ะสิ เลยเผลอโหมงานหนักไปหน่อย ขอโทษที่ทำให้เป็นห่วงนะ"

"ใครว่าอั๊วห่วงน่อ"

คางุระปฏิเสธแต่ก็น้ำตาคลอเพราะกลัวว่าพ่อจะเป็นอะไรไป และยิ่งทำให้เธอลังเลใจที่จะอยู่กับโซโกะมากขึ้น

หลังจากนั้นคามุอิกับโซโยะก็มาหาอุมิโบสึที่โรงพยาบาลพร้อมกับโซโกะที่รู้ข่าวแล้วตั้งใจมาหาว่าที่พ่อตาด้วย ทำให้คามุอิได้มีโอกาสคุยกับโซโกะสองต่อสองในขณะที่โซโยะกับคางุระอยู่กับอุมิโบสึในห้องพักฟื้น และพวกกินปาจิกลับจากโรงพยาบาลแล้ว

"ตกลงนายไม่ล้มเลิกที่จะพาคางุระไปอยู่ด้วยกันจริงๆสินะ"

คามุอิถามหลังจากที่พากันเดินมารับลมในสวน

"แล้วทำไมต้องล้มเลิกล่ะ?"

โซโกะย้อนกลับ แต่คามุอิก็ยังยิ้มให้ทั้งที่เริ่มหงุดหงิดกับเจ้าปวกเปียกที่ไม่เคยพูดดีกัน

"นายก็เห็นอยู่ว่าถึงแม้ยัยคางุระจะดื้อแค่ไหน แต่สุดท้ายด้วยความที่ยัยนั่นเป็นคนอ่อนโยนแคร์ความรู้สึกของคนที่ตัวเองรัก เพราะฉะนั้นถ้าฉันไม่ยอมรับนาย คางุระเองก็ไม่กล้าที่จะเสี่ยงกับนายหรอกนะ"

"แกตั้งใจจะพูดอะไรก็พูดมาเลย ฉันไม่มีเวลาจะมาคุยเล่นกับแกหรอกนะ"

"แหมๆ ใจร้อนจริงเชียวก็กำลังจะพูดนี่ไงล่ะ" คามุอิพยายามใจเย็น "โซโยะจังให้ฉันลองเปิดใจให้นายเหมือนกับท่านพี่เปิดใจให้ฉันได้ดูแลน้องสาวของเขา ถึงแม้ฉันจะไม่อยากทำแต่พอมานึกทบทวนเรื่องที่ผ่านมาแล้วมันก็อดที่จะคล้อยตามไม่ได้เหมือนกัน"

โซโกะไม่พูดอะไรแต่ตั้งใจฟังสิ่งที่คามุอิกำลังพูดอยู่

"นายเองก็ยอมเจ็บตัวเพื่อช่วยคางุระ แถมยังช่วยฉันเรื่องของโซโยะจังถึงแม้จะไม่ได้จริงใจก็ตามทีแต่ฉันก็ปฏิเสธความจริงที่เกิดขึ้นไม่ได้ และอีกอย่างฉันเองก็ไม่อยากติดค้างนายเรื่องที่ทำให้นายเกือบตายมาแล้ว"

"นี่แกพูดจริงเหรอ?"

โซโกะถามคามุอิอย่างไม่แน่ใจเมื่อประติดประต่อได้ว่าหนุ่มยาโตะคนนี้จะพูดอะไร

"แต่มีข้อแม้อยู่หนึ่งข้อที่แกต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัด นั่นก็คือห้ามทำให้น้องสาวฉันรู้สึกว่ายัยนั่นเลือกคนรักผิดเด็ดขาดไม่ว่าจะกรณีใดๆทั้งสิ้น"

รอยยิ้มจากคามุอิหายไปเมื่อเขาหันมาพูดจริงจังกับเจ้าปวกเปียก

"ถ้าถามว่าฉันยอมรับนายไหม ฉันก็ขอตอบว่าให้ตายยังไงฉันก็ไม่มีวันยอมรับและพร้อมที่จะพายัยคางุระกลับไปด้วยเสมอทุกเวลา แต่นี่ถือว่าเป็นการใช้คืนสำหรับเรื่องราวที่ฉันเคยทำกับนาย และเป็นการตอบแทนในสิ่งที่แล้วมา เพราะฉะนั้นข้อเดียวที่ฉันขอไว้นายคงทำได้นะ"

"ถ้าฉันไม่คิดว่าตัวเองจะทำได้ ก็คงไม่ลงทุนให้ชีวิตตัวเองลำบากแทบกระอักเลือดเพียงเพื่อจะได้น้องสาวแกมาอยู่ด้วยหรอก"

โซโกะยิ้มมุมปากทั้งที่ใจของตัวเองยินดีนักเมื่ออุปสรรคสุดท้ายที่ไม่รู้จะข้ามผ่านเช่นไรกลับเปิดทางให้เขาเอง คามุอิยิ้มตอบแต่เป็นยิ้มที่มีทั้งมิตรภาพและความกดดันให้ ซึ่งโซโกะก็มัวแต่ดีใจเลยไม่ได้สนสายตาที่มองมาทางเขา


"อาเฮียยอมแล้วเหรอน่อ??"

คางุระถามอย่างประหลาดใจ เมื่อทั้งพี่ชายกับคนรักเดินเข้ามาบอกเธอในห้องพักฟื้นที่เธอกำลังดูแลอุมิโบสึอยู่

"จริงเหรอคะ?" โซโยะถามด้วยความดีใจแล้วเข้าไปกอดคามุอิ "คุณคามุอิน่ารักที่สุดเลยค่ะ"

"โซโยะจังก็น่ารักที่สุดเหมือนกัน"

คามุอิทั้งกอดตอบทั้งอ้อนแฟนสาว จนโซโกะ คางุระ รวมถึงอุมิโบสึต้องทำเป็นเมินไม่สนใจ เพราะไม่คุ้นกับคามุอิแนวนี้

"ดีจังเลยนะ ไว้ฉันออกจาก รพ. แล้วค่อยย้ายของไปไว้ที่อพาร์ทเมนต์กัน "

อุมิโบสึบอกกับโซโกะทั้งที่ใจหายเมื่อถึงเวลาแล้วที่จะต้องปล่อยมือจากลูกสาวที่รักมากของเขา

แต่สำหรับคางุระแล้ว ถึงแม้จะดีใจที่เรื่องราวจบลงด้วยดีแต่ความเหงาเศร้าก็เข้าถาโถมเพียงเพราะว่าจะไม่ได้เจอหน้ากับครอบครัวดั่งเช่นทุกวันที่ผ่านมา



หลังจากที่อุมิโบสึออกจาก รพ. พวกกินปาจิก็มาช่วยคางุระกับโซโกะขนของจากบ้านไปยังอพาร์ทเมนต์ ซึ่งมิทสึบะก็คอยตามมาดูแลด้วย แต่ถึงแม้เธออยากจะทำตัวให้มีประโยชน์โซโกะก็ไม่ยอมให้พี่สาวช่วยอะไรแม้แต่น้อย เพราะกลัวเธอที่ร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงจะทรุดลง

"อยู่เฉยๆอย่างที่เจ้าโซโกะพูดก็ดีแล้ว"

ฮิจิคาตะบอกกับเธอแล้วดึงกล่องเล็กๆที่เธอถือมาถือเอง มิทสึบะมองหน้าคนรักเก่าอย่างยิ้มเศร้าแล้วว่าง่ายตามที่เขาบอก

"เอาล่ะเสร็จสักที" อาจารย์กินปาจิถอดทุกมือกันลื่นออกหลังจากงานยกตู้เสื้อผ้าเสร็จสิ้น "อีกไม่กี่วันก็ถึงพิธีจบการศึกษาแล้ว อย่าป่วยกันล่ะเจ้าพวกวอก"

"อาจารย์นั่นแหละค่ะ" ทาเอะที่ช่วยคางุระเรียงของเอ่ยขึ้น "แค่ออกแรงนิดหน่อยก็หอบจนพุงกระเพื่อมเชียว"

"ว่าใครมีพุงกันฟะ ฉันมีแต่กล้ามเนื้อและซิกส์แพคนาเหวย"

กินปาจิเถียงแล้วเหลือบมองคางุระที่มีสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก

"คางุระ ไปซื้อชาด้วยกันหน่อยสิ"

"ผมไปเอง อาจารย์"

โซโกะรีบพูดแต่กินปาจิปฏิเสธ

"นายอยู่ดูแลท่านพี่ของนายเถอะ เดี๋ยวจะติดเชื้อบ้าจากเจ้าพวกนี้เอานะ"

และด้วยความเป็นห่วงและหวงพี่สาวอย่างสุดซึ้งทำให้โซโกะตัดสินใจอยู่กับมิทสึบะ เพราะรู้ดีว่าแม้เคยจะเป็นศัตรูหัวใจกันมาแต่ถ้าพูดถึงคนที่เขาไว้ใจที่สุดก็หนีไม่พ้นอาจารย์กินปาจิ


กินปาจิพาคางุระไปยังร้านสะดวกซื้อแล้วชวนเธอคุยเรื่อยเปื่อยจนกระทั่งในที่สุดคางุระก็ยอมเผยความในใจที่เก็บไว้ให้เขารู้

"ตอนแรกอั๊วก็ดีใจที่จะได้อยู่กับอาตี๋นั่นน่อ แต่พอนึกว่าอั๊วต้องอยู่ตัวคนเดียวในที่ๆไม่ใช่ของตัวเองแล้วอั๊วก็รู้สึกกลัวขึ้นมาซะงั้น ไม่ใช่อั๊วไม่ไว้ใจเจ้านั่น แต่อั๊วก็อดกังวลไม่ได้น่อ"

"แล้วทำไมไม่บอกกับโอคิตะคุงเสียล่ะ มีอะไรก็พูดกันจะดีกว่าไหม"

กินปาจิถาม แต่คางุระก็ส่ายหน้า

"เจ้านั่นเตรียมทุกอย่างไว้ให้หมดแล้ว อั๊วไม่กล้าบอกหรอกน่อ"

"เฮ้อ... หล่อนนี่ก็แปลกดี เดี๋ยวก็อยากอยู่ เดี๋ยวก็ไม่อยากอยู่ซะงั้น โอกาสที่พี่ชายของหล่อนยอมแบบนี้มีแค่ 1 ในล้านนะ ถ้ารู้ขึ้นมาว่าหล่อนไม่มั่นใจ มีหวังถูกแพ็คกลับไปด้วยแน่ๆ" กินปาจิหยิบอมยิ้มขึ้นมาอมแล้วพูดต่อ "ถ้าเทียบกันกับคุณหนูโซโยะ ฉันว่ารายนั้นยังน่ากลัวกว่าอีก ต้องไปอยู่ในที่ๆไม่รู้จักใครนอกจากคามุอิกับตาหัวเหน่ง แต่หล่อนยังมีเพื่อนมากมายที่อยู่ที่นี่ พี่สาวเจ้าซาดิสม์นั่นก็ใจดี แถมฉันก็ยังอยู่ที่เดิมไม่หนีหล่อนไปไหนอีกต่างหาก"

"อาจารย์" คางุระเอ่ยพึมพำแล้วน้ำตาคลอ "อั๊วรู้น่อ

อั๊วเป็นห่วงปาปี๊ เมื่อก่อนพวกเราไม่ค่อยได้อยู่ด้วยกันก็จริง แต่ตอนที่พวกเรามาอยู่ญี่ปุ่นพวกเราก็แทบไม่ได้ห่างกันเลยน่อ"

กินปาจิไม่พูดอะไร ก่อนจะหยิบมือถือของตนเองทีี่เปิดโฟนไว้ตั้งแต่แรกเพื่อให้โซโกะได้รับรู้ถึงความในใจของคางุระขึ้นมาปิด

ทางฝั่งโซโกะที่ออกมาเปิดฟังที่หน้าระเบียงเลยกลุ้มใจที่ตัวเองไม่สามารถทำให้คางุระมั่นใจในตัวเขาได้พอ


ตกเย็นในวันนั้น

คางุระเดินเข้าไปหาครอบครัวที่กำลังสาละวนเก็บของอย่างเศร้าใจ ก่อนจะเดินเข้าไปหาแล้วเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

"อั๊วไม่อยากอยู่ญี่ปุ่นแล้วอ่ะน่อ ให้อั๊วไปด้วยกันกับพวกลื้อด้วยนะ"

คางุระบอกกับพี่ชายและพ่อที่กำลังเก็บของเตรียมเดินทางในวันมะรืนนี้ทันทีหลังจากพิธีจบการศึกษาเสร็จ โซโยะที่ช่วยคามุอิเก็บกระเป๋ามองคางุระอย่างแปลกใจที่จู่ๆเพื่อนรักก็มาพูดเช่นนี้

"เกิดอะไรขึ้น? เจ้านั่นมันทำอะไร?"

คามุอิเลิกจัดกระเป๋าทันทีแล้วเดินเข้าไปหาน้องสาวที่ยืนน้ำตาคลอ คางุระส่ายหน้าแล้วบอกจากใจจริง

"อั๊วกลัวน่อ" หยาดน้ำตาใสไหลพร่างพรู "อั๊วกลัวว่าปาปี๊จะเหงาถ้าไม่มีอั๊ว เพราะอาเฮียก็ไปอยู่กันคนละบ้านกับปาปี๊ ถ้าอั๊วไม่อยู่กับปาปี๊แล้วเวลาปาปี๊กลับมาถึงบ้าน ปาปี๊จะทักใครอ่ะน่อ แล้วถ้าเกิดปาปี๊ไม่สบายขึ้นมาใครจะคอยเช็ดตัวให้ปาปี๊ล่ะ"

อุมิโบสึน้ำตาคลอเพราะเพิ่งรู้ว่าลูกสาวห่วงตนเสียขนาดนี้ และยังคงเงียบเพราะคางุระพูดต่อ

"ส่วนอาเฮียจะดูแลเพื่อนอั๊วได้ดีรึเปล่าก็ไม่รู้ โซโยะจังไม่เคยลำบากมาก่อนในชีวิต ลื้อมั่นใจแค่ไหนว่าจะทำให้โซโยะจังมีความสุขอ่ะน่อ"

"เรื่องของโซโยะจังฉันไม่มีทางผิดคำพูดที่ให้ไว้กับท่านพี่หรอกน่า แล้วที่ๆฉันจะอยู่มันก็ห่างจากบ้านของเจ้าพ่อบ้าแค่ 2 นาทีเอง"

คามุอิทำเป็นพูดอย่างรำคาญทั้งที่ใจชักเริ่มอยากพาน้องสาวไปด้วย

"ใช่จ้ะ เราสัญญานะว่าจะไปทานข้าวเย็นกับท่านพ่อทุกวัน เพราะฉะนั้นคางุระจังไม่ต้องกังวลเลยนะ"

โซโยะช่วยยืนยันว่าจะช่วยดูแลอุมิโบสึให้ แต่คางุระก็ยังคงกังวลจนอุมิโบสึต้องเดินเข้ามาปลอบใจลูกสาว

"คุณพ่อไม่เป็นไรหรอก คางุระจังไม่ต้องห่วงนะ ดูสิคุณพ่อแข็งแรงจะตาย"

"แต่ปาปี๊"

"คุณพ่อสัญญากับคุณแม่ไว้แล้วว่าจะทำทุกอย่างเพื่อความสุขของลูกๆ เพราะฉะนั้นอย่าทำเหมือนกับคุณพ่อเป็นคนขวางความสุขของลูกเลยนะ"

อุมิโบสึพูดแล้วนึกถึงสมัยที่ภรรยาผู้จากไปตัดสินใจที่มาใช้ชีวิตกับเขาผู้ซึ่งไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันสักอย่าง เขาและเธอรักและผูกพันจนมีลูกสองคนเป็นโซ่ทองคล้องใจต่างให้คำสัญญาว่าจะให้ลูกๆมีความสุขที่สุด

"แม้จะรู้จักเจ้าหมอนั่นไม่นานนัก แต่สำหรับคนเป็นพ่อแล้วก็ยอมยินดีกับลูกรักเพราะเจ้านั่นก็ทำเพื่อคางุระของคุณพ่อมาตลอด อย่าลังเลเลยนะ คุณพ่อไม่เป็นไรจริงๆ"

คางุระกอดอุมิโบสึแน่นด้วยความรักอันยิ่งใหญ่ที่พ่อมอบให้ ตรงข้ามกับคามุอิที่โซโยะต้องคอยเตือนเนื่องจากอาการห่วงและหวงน้องกำเริบขึ้นมาพาลจะพากลับไปด้วยกันจริงๆ

เสียงกริ่งประตูดังขึ้น ทุกคนจึงพากันลงไปดูว่าใครมา และเมื่อคามุอิเปิดประตูก็พบว่าเป็นโซโกะ

"ผมขออนุญาตพาคางุระไปด้วยกันนะครับ"

โซโกะบอกกับอุมิโบสึที่มีท่าทางแปลกใจเพราะวันนี้ว่าที่ลูกเขยดูนอบน้อมผิดปกติ

"เอาสิ"

เขาอนุญาต คางุระหันมองพ่อและพี่ชายก่อนจะเดินออกไปกับโซโกะอย่่างว่าง่ายโดยที่ยังไม่รู้ว่าจะถูกพาไปไหน

"เจ้าหมอนั่นก็ดูกังวลเหมือนกันนะเนี่ย"

คามุอิเอ่ยขึ้นอย่างสะใจ เพราะเพิ่งเคยเห็นโซโกะออกอาการหวั่นไหวให้เห็นชัดๆแบบนี้

"ไม่รู้ว่าคางุระจังจะว่ายังไงนะคะ"

โซโยะเองก็อดกังวลไม่ได้ เพราะเธออยากให้ทั้งคางุระกับโซโกะได้อยู่ด้วยกัน

"ไปจัดของกันต่อเถอะ"

อุมิโบสึชวนคามุอิกับโซโยะไปพร้อมกัน และปล่อยให้โซโกะจัดการกับอุปสรรคสำคัญมี่เรียกว่าความลังเลของคางุระด้วยตนเอง


โซโกะพาคางุระมายังอพาร์ทเมนต์อีกครั้งและชวนเธอมาตรงระเบียงด้านนอก คางุระตื่นตาตื่นใจกับแปลงดอกไม้ขนาดย่อมที่โซโกะจัดการเป็นสวนเล็กๆได้อย่างที่เธอต้องการ

"ต้องประหยัดพื้นที่หน่อยนะ เพราะฝั่งนี้เราจะใช้ไว้ตากผ้า"

ชายหนุ่มผมน้ำตาลอ่อนบอกกับคนรักที่ยังคงสนใจกับแปลงดอกไม้อยู่ คางุระชะงักเล็กน้อยเมื่อได้ยินเขาบอกเช่นนั้น แล้วจะเอ่ยปากพูดแต่โซโกะยกมือห้ามไว้

"อย่าเพิ่งพูดอะไร ฉันเตรียมใจไม่ทัน"

"เอ๊ะ"

"ฉันรู้ว่าหล่อนจะพูดอะไร และฉันก็รับไม่ได้ด้วย"

โซโกะพยายามข่มอารมณ์ที่เสียใจและน้อยใจที่ก่อเกิด แล้วเดินเข้ามาในตัวห้องโดยมีคางุระเดินตามมาด้วย

"เรื่องทรัพย์สินของนอกกายฉันยังพอรับได้ แค่ไม่เอาก็ไม่เป็นไร แต่หล่อนกำลังทำให้ใจฉันเจ็บมากเลยรู้ตัวไหม?"

"ลื้ิอหมายความว่าไงน่อ"

คางุระถามอย่างงุนงง จนในที่สุดโซโกะก็บอกถึงสิ่งที่เขารู้และเข้าใจให้เธอได้ทราบ ทำให้คางุระอึ้งไปครู่ใหญ่ก่อนจะเข้าไปกอดเขาที่นั่งเครียดอยู่บนเตียงนอนที่ปูด้วยผ้าปูลายน้ำเงินแต่มีผ้าห่มลายกระต่ายสีชมพูที่คางุระชอบ

นัยน์ตากลมสีฟ้ามองไปรอบๆห้องที่เขาตกแต่งตามใจเธอแล้วกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นอย่างรู้สึกผิดหลังจากรู้ตัวแล้วว่าเธอนึกถึงแต่ความรู้สึกของตัวเอง

"อะไร นี่คือการกอดลารึไง"

โซโกะประชดและไม่ยอมกอดร่างบางของเธอตอบ คางุระแอบขำคนที่ยอมเธอแม้กระทั่งเอาซาดาฮารุมาเลี้ยงที่นี่ด้วยก่อนจะแกล้งแหย่ให้เขาโกรธกว่าเดิม

"ใช่แล้วน่อ พอกอดเสร็จอั๊วก็จะไปแล้ว" คางุระบอกแล้วคลายอ้อมแขนก่อนจะดึงตัวเองออกจากโซโกะแล้วจ้องหน้าของเขาที่มีแววเสียใจอย่างปิดไม่มิด "ถ้าลื้ออยากให้อั๊วไปนะ"

"ใครอยากจะให้หล่อนไปกันยัยหมวยบ้า" โซโกะพูดแล้วดึงแขนคางุระให้ลงไปนอนด้วยกันบนเตียง แล้วกอดร่างบางที่นอนอยู่ใต้ร่างแข็งแรงของเขาไว้อย่างหวงแหน "ถ้าจะไปจากกันก็ต้องตายจากกันไปข้างหนึ่งแหละ จำไว้นะ"

"โหย...น่ากลัวจังเลยน่อ" คางุระหัวเราะคิกคัก แล้วโอบกอดเขาอย่างอ่อนโยนพร้อมกับกระซิบอย่างรู้สึกผิด "อั๊วขอโทษน่อ อั๊วลืมนึกถึงจิตใจลื้อจริงๆ"

โซโกะพูดอะไรไม่ออกได้แต่กอดเธอไว้แล้วซุกหน้าอยู่ที่ลำคอของคนรักอย่างเจ็บปวด จนคางุระต้องลูบหลังเขาเพื่อปลอบใจ

"อั๊วจะอยู่กับลื้อน่อ อั๊วไม่ลังเลอีกต่อไปแล้ว"

เมื่อเห็นว่าโซโกะยังนิ่งคางุระจึงยกศีรษะหอมเรือนผมสีน้ำตาลอ่อนของเขาอย่างง้องอน โซโกะขยับศีรษะมองยัยหมวยของเขาแล้วหอมแก้มเธอคืน

"ต้องตรงนี้ ถึงจะยกโทษให้"

ชายหนุ่มใช้นิ้วของคางุระแตะที่ปากของเขาเบาๆ คางุระจึงจูบริมฝีปากนั้นอย่างนุ่มนวลและแกล้งถามทั้งๆที่รู้คำตอบดี

"เอ.. อั๊วจะกลับบ้านดีไหมน่อ"

"ไม่ดี"

โซโกะตอบตามที่เธอคิดแล้วซุกไซร้ร่างกายคนรักอย่่างโหยหา

"อย่ารุนแรงเหมือนคราวก่อนเด็ดขาดเลยน่อ"

คางุระเตือนไว้ก่อน ซึ่งทำให้เขาชะงักเล็กน้อยก่อนจะยอมรับปากเบาๆ

"ครับ"

"ดีมากเจ้าชิวาว่าของอั๊ว"

คางุระขยี้ผมคนรักเบาๆ แล้วตอบสนองบทรักที่โซโกะเสนอให้ด้วยความเต็มใจ


ในวันพิธีจบการศึกษาทุกคนต่างร้องไห้ที่ต้องจากกัน ยกเว้นแต่ทากาสุงิที่ทำเป็นนิ่งแต่รู้สึกใจหาย เช่นเดียวกับอาจารย์กินปาจิที่ยืนส่งนักเรียนของตนและถ่ายรูปหมู่ห้อง 3Z เป็นครั้งสุดท้ายก่อนจากกัน

ไม่ว่าจะอยู่ที่แห่งใด พวกเรา 3Z ก็ยังจะรักกันไม่มีวันเปลี่ยนแปลง


ที่สนามบิน คางุระที่ตั้งใจว่าจะไม่ร้องไห้ก็อดไม่ได้เพราะโซโยะเองก็ร้องไห้เช่นกัน

"ดูแลตัวเองด้วยน่อ อาเฮีย ปาปี๊ ฝากโซโยะจังด้วยน่อ"

"ของมันแน่อยู่แล้ว" คามุอิบอกแล้วหันไปหาโซโกะที่ยืนถือมือถือของตนให้โซโยะเฟซไทม์ร่ำลาชิเงะชิเงะ "ส่วนนายถ้าน้องสาวฉันเสียใจ ฉันจะกลับมาตัดหัวนายแน่"

"ไม่ต้องลำบากหรอก เพราะไม่มีวันนั้นแน่"

โซโกะพูดอย่างมั่นใจ ซึ่งสร้างความหมั่นไส้ให้กับพี่ชายพอควร

"ช่วยดูแลลูกสาวของฉันอย่างที่ฉันดูแลที จะทำอะไรก็ให้นึกถึงจิตใจของกันและกันให้มากๆนะ" อุมิโบสึจับไหล่โซโกะบีบและฝากฝังคางุระ "นี่คือลูกสาวสุดที่รักของฉันนะ"

"ผมสัญญา" โซโกะตอบสั้นๆแล้วก้มศีรษะให้กับอุมิโบสึ "ขอบคุณมากนะครับ"

เสียงประกาศเที่ยวบินดังขึ้น ทำให้ทั้ง 3 คนต้องเดินเข้าไปด้านใน โดนมีคางุระโบกมือลาไปจนลับตา

"อ้าวแล้วกัน เจ้าลูกชายบ้า"

อุมิโบสึทักคามุอิที่ก้มหน้าไม่พูดไม่จา เมื่อถึงเวลาต้องปล่อยมือจากน้องสาวจริงๆ โซโยะยกมือแตะริมฝีปากตัวเองแล้วหันไปหาอุมิโบสึเป็นเชิงส่งสัญญาณให้อยู่เงียบๆ และพากันขำคนเข้มแข็งเสมอกำลังจะแย่เพราะคิดถึงน้องสาวทั้งที่เพิ่งคลาดตากันมาเมื่อสักครู่แท้ๆ


ทางด้านคางุระก็ยังคงร้องไห้ไม่หยุดตลอดทางจนมาถึงห้องอพาร์ทเมนต์ เนื่องจากห่างครอบครัวซ้ำอาจารย์กินปาจิก็ขอซาดาฮารุไปเลี้ยงเป็นมาสคอตที่ ม.ปลายกินทามะ ในห้องใหม่จึงมีแค่เธอกับโซโกะอยู่กันลำพังเท่านั้น

"ตาบวมช้ำไปหมดแล้ว ยัยหมวยงี่เง่า"

"หุบปากไปเลยน่อเจ้าซาดิสม์"

คางุระตวาดคนแซวแล้วขัดขืนเมื่อเขาเข้ามากอด แต่โซโกะก็ไม่ยอมปล่อยจนคางุระเลิกดิ้นและยอมแพ้กับแรงกอดอันแสนอบอุ่นของเขา

"ฉันรักหล่อนมากนะ คางุระ รักมากที่สุด" คางุระกระพริบตาถี่ๆที่จู่ๆโซโกะก็บอกรัก จึงเลิกร้องไห้และหันไปแตะหน้าผากคนรักเพื่อวัดไข้

"ทำอะไรน่ะ"

"ก็ลื้อบอกรักอั๊ว"

"ช่างเถอะ คราวนี้ตาหล่อนแล้ว"

โซโกะเปลี่ยนไปเร่งคางุระให้บอกรักเขาบ้าง แต่คางุระก็อึกอักเพราะเขินจัด

"มะ ไม่รัก"

"หา?"

โซโกะทำเป็นโมโหแล้วยิ้มกว้างกับประโยคต่อมาจากปากเธอ

"อั๊วเกลียดลื้อจะตายแล้วน่อ"

"แต่สำหรับฉันคำว่าเกลียดแปลว่ารักนะ"

"งั้นก็อั๊วรักลื้อ" คางุระพูดแล้วจูบโซโกะเบาๆที่ปลายจมูกและหน้าผากของเขา "สำหรับอั๊วคำว่ารักก็คือรักน่อ. เพราะฉะนั้นอั๊วรักลื้อมากน่อ โซโกะ ขอบคุณที่ทำเพื่ออั๊วมาตลอด"

"ใครว่าล่ะ ฉันทำเพื่อตัวเองต่างหาก"

โซโกะแกล้งล้อเล่นแล้วจูบปากบางของเธออย่่างดูดดื่ม

"เดี๋ยวเถอะ ยังไม่ได้ซื้อม่านมาติดเลยนะเจ้าบ้า"

"ทีคืนก่อนยังได้อยู่เลย"

"ก็นั่นมันกลางคืนน่อ"

คางุระโวยวาย


แต่สุดท้ายแล้ว เธอก็ไม่มีวันชนะคนรักของเธอได้สักครั้ง และความจริงก็ไม่อยากจะชนะด้วย

เพราะการที่ได้อยู่ในอ้อมกอดของเขาก็ถือว่าเป็นความสุขที่สุดแล้ว










ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ Naokitaotome จากทั้งหมด 11 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

3 ความคิดเห็น

  1. #3 OkamiSoko (@OkamiSoko) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2562 / 11:54

    ฟินรนนน
    #3
    0
  2. #2 Pimsiriiiiiii (@Pimsiriiiiiii) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 08:43

    ฮืออออ แฮปปี้แอนด์
    #2
    0
  3. วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:57
    ไรท์มาแล้ว รออ่านนะคะะะ
    #1
    0