ร่ายหิมาลัย (นิยายชุด เพียงพิมาน)

ตอนที่ 1 : Amour Snow ❄️00 Prologue...

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,989
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 95 ครั้ง
    25 มี.ค. 61

ร่ายหิมาลัย

(โอลิเวอร์ เมืองแมน เกซีราฟ & ขวัญสรวง รัตนากูล)

 

เมื่อยามนอนนั้นจะยกขึ้นอกแอบ ประทับแทบทรวงถนอมหอมระเหย

เมื่อยามนั่งนั้นไม่วางให้ห่างเลย             จะชมเชยชูชื่นทุกคืนวัน

แนบสนิทพิสมัยรักใคร่ครุ่น         ให้สมบุญบัวหลวงในสรวงสวรรค์

จงเห็นใจที่รัญจวนคร่ำครวญครัน         ขอเชิญขวัญเนตรน้องอย่าข้องเคือง

จะรักใคร่ในนุชไม่สุดสิ้น             จนม้วยดินสิ้นหล้าฟากฟ้าเหลือง

คุ้งวันตายวายชีวิตปลดปลิดเปลือง         มิได้เปลื้องปลิดสวาทนิราศแรม

ประชุมเพลงยาว ภาคที่ ๖ เพลงยาวความเก่า

 

Amour Snow 00

Prologue

 

เขตสหพันธ์ไซบีเรีย สหพันธรัฐรัสเซีย

         ใครจะไปนึกว่าวันหนึ่งจะได้เจอเรื่องไม่คาดฝันแบบนี้ ถ้ามีใครมาบอกว่าเธอจะได้สามีอย่างปุบปับก็คงต้องหัวเราะเยาะ แต่ตอนนี้เริ่มจะหัวเราะไม่ออกแล้ว

            ขวัญสรวง รัตนากูล พบว่าตัวเองกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่อันตรายอย่างใหญ่หลวง

            ทั้งที่เธอตั้งใจมาทำงานอย่างเดียวแท้ๆ กลายเป็นว่าต้องตกอยู่ในวงล้อมของเหล่าหมาป่ากระหายเลือดเข้าแล้ว

            จริงอยู่ว่าที่เขตไซบีเรียนี้เป็นแดนหิมะที่หนาวเย็นตลอดทั้งปี เป็นถิ่นที่อยู่ของเหล่าสัตว์ร้ายหลายชนิด โดยเฉพาะหมาป่าตัวใหญ่

            แต่หมาป่าที่เธอกำลังพูดถึงน่ะ เป็นคนที่ห่มหนังหมาป่าอยู่น่ะสิ

            ก็พอจะรู้มาว่ารัสเซียนั้นยังเต็มไปด้วยผู้มีอิทธิพลที่แสนอันตรายและน่ากลัว แต่ขวัญสรวงไม่เคยคิดว่าต้องมาเจอกับตัวเองแบบนี้เลย

         เธอเป็นนักพฤกษศาสตร์จากเมืองไทย ที่เดินทางมาจากบ้านเกิดเมืองนอน เพื่อมาหาประสบการณ์และความรู้ แต่กลายเป็นว่าถูกกักขังเอาไว้ในบ้านพักกลางหุบเขาที่เวิ้งว้างเต็มไปด้วยหิมะสีขาวสะอาดปลกคลุมสุดลูกหูลูกตา ไม่ได้เห็นเมล็ดพันธุ์ที่หอบหิ้วมาจากเมืองไทยแม้แต่เม็ดเดียว นี่มันเรื่องอะไรกันหนอ ขวัญสรวงหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้เลย

            ด้วยความหวาดกลัว ทำให้ขวัญสรวงต้องซุกตัวอยู่ที่มุมห้อง กอดตัวเองด้วยความหวาดหวั่น ไม่รู้ว่าจะถูกรังแกข่มเหงตอนไหน

            แม่จ๋า ช่วยขวัญด้วย ขวัญสรวงเช็ดน้ำตากับตัวเอง สะดุ้งเป็นพักๆ เมื่อได้ยินเสียงลมพายุที่หอบเข้ามาปะทะกับหน้าต่างครั้งแล้วครั้งเล่า

            เรื่องการจะหลบหนีออกจากบ้านพักหลังนี้มันเป็นไปไม่ได้เลย นอกจากบ้านพักแห่งนี้จะอยู่บนเขาสูงที่เต็มไปด้วยหิมะแล้ว ยังมีพายุเข้าตลอดเวลา ต่อให้หนีออกไปได้ แค่ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็คงต้องหนาวตายอย่างไม่ต้องสงสัยเลย

            แต่ตายไปก็ยังดีกว่าถูกข่มเหงไม่ใช่เหรอ เธอคิดอยู่ในใจ กลัวจนตัวสั่นเทาราวกับว่าในห้องนี้ถูกหิมะทับถมลงมาเรื่อยๆ

            แต่มันก็ไม่ได้เกินจริงอย่างที่คิดเลยสักนิดเดียว เพราะบรรยากาศในห้องไม่ต่างจากอยู่นอกบ้านเลยแม้แต่น้อย

            มาเฟียร้ายคนนั้นบีบบังคับใจเธอที่ไม่ยอมเป็นผู้หญิงของเขา จับมาขังเอาไว้ในห้องนอนห้องหนึ่งที่ทั้งกว้างทั้งเหน็บหนาว เขาต้องการจะทรมานจึงไม่ยอมเปิดฮีทเตอร์ให้ความอบอุ่น จึงหนาวสั่นแทบจะตัวแข็งตายให้ได้อยู่แล้ว

            เมื่อมีคนมาเปิดประตู ขวัญสรวงก็เบิกตากว้างสะท้านทั้งตัวด้วยความหวาดกลัว ร่างเล็กกระถดหนีเข้ามุมห้อง เบียดตัวเองกับผนังจนแทบจะเป็นเนื้อเดียวกัน สั่นหน้าจนน้ำตาร่วงหล่น ทั้งกลัวทั้งเจ็บปวด ร่างว่าหัวใจกำลังถูกบีบรัดอย่างหนักหน่วง

            “อย่าทำฉันเลย” ขวัญสรวงบอกเสียงแหบพร่า มองผ่านม่านน้ำตาด้วยความหวาดกลัว

            “สงสารฉันเถอะ ฉันขอร้อง” เธอประนมมือไหว้ด้วยอาการสั่นเทาไปทั้งตัว มองแล้วดูน่าสงสารเห็นใจนัก

            แม้แต่ผู้ชายตัวใหญ่หน้าตาน่ากลัวก็ยังอดเห็นใจไม่ได้

            “เธอบอกว่าเธอมีแฟนแล้วใช่ไหม” ชายตัวใหญ่ถาม ขวัญสรวงต้องเงยมองอย่างไม่เข้าใจ

            “คนนี้ใช่ไหมที่บอกว่าเป็นแฟนเธอน่ะ”

            แล้วก็มีผู้ชายอีกคนหนึ่งถูกผลักเข้ามาในห้อง แต่มันก็ไม่ได้ทำให้ขวัญสรวงรู้สึกสบายใจขึ้นเลยแม้แต่น้อย

            “ว่ายังไงล่ะ!

            ขวัญสรวงสะท้านเฮือก เธอร้องไห้และส่ายหน้า ไม่เข้าใจเลยว่าคนเหล่านี้ต้องการอะไรกันแน่

            แต่น่าแปลกที่คนเข้ามาใหม่นั้น เข้ามาขวางเธอเอาไว้ระหว่างมาเฟียร้ายคนนั้น ก่อนจะพูดบางอย่างที่ขวัญสรวงไม่เข้าใจเลย

            “ผู้หญิงคนนี้เป็นภรรยาของผม ผมเป็นสามีของเธอ” เขาพูดอย่างชัดเจนหนักแน่น ท่าทางที่ปกป้องคุ้มครองนั้นทำให้ขวัญสรวงรู้สึกปลอดภัยขึ้นมาได้ไม่น้อย

            “อย่าทำอะไรเธอเลย ผมเป็นสามีของเธอจริงๆ

 

            ขวัญสรวงยังคงซุกตัวอยู่ในมุมห้องนานกว่าชั่วโมง ก่อนจะยอมโผล่หน้าออกมาอีกครั้ง พบว่าผู้ชายคนที่เพิ่งได้เจอหน้ากันนี้ยังไม่ไปไหน ดูเหมือนว่าจะถูกขังให้อยู่ในห้องเดียวกัน นี่จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เธอไม่กล้าจะออกมาพบเจอ

            “คุณครับ

            เสียงทุ้มที่เอ่ยขึ้น ทำให้ขวัญสรวงสะดุ้ง แต่ครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพราะความกลัว แต่เป็นความตกใจแกมแปลกใจมากกว่าที่ได้ยินภาษาไทย ใช่ เธอไม่ได้คิดไปเอง เมื่อเขาพูดซ้ำอีกครั้ง

            “คุณครับ ออกมาคุยกันหน่อยไหมครับ”

            ได้ยินแบบนั้น ขวัญสรวงก็ค่อยๆ ขยับตัวออกมาอย่างระแวงระวัง น้ำตายังคลอขังขอบตา ใบหน้าหวาดกลัวยังไม่กล้าไว้ใจใครทั้งนั้น

            “คุณเป็นคนไทยเหรอคะ” ขวัญสรวงเมียงมองอย่างระมัดระวัง

            “ครับ” เขาบอก ขวัญสรวงจึงมองหน้าเขาอีกครั้งอย่างพิจารณา

            แล้วขวัญสรวงก็ต้องนิ่งไป หัวใจเต้นแรงรัวเมื่อเห็นชายตรงหน้าอย่างชัดเจน เขาสูงร่วมหกฟุต ใบหน้าหล่อเหลาราวกับเทพบุตร ผมสีเข้ม ผิวขาวจัด นัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มราวกับกำมะหยี่เนื้อดี ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกเหมือนว่าเขาไม่ใช่คนธรรมดาเดินดินทั่วไปเลย

            “เอ่อ” ขวัญสรวงพูดตะกุกตะกัก ตกใจตัวเองเหลือเกินที่จู่ๆ ก็ใจสั่นเพราะความงดงามของผู้ชายตรงหน้าจนลืมเรื่องอันตรายที่เกิดขึ้นไปหมด

            เขาช่างหล่อเหลาเหมือนเทพบุตร ขณะที่ตัวเธอดูไม่ต่างจากหนูสกปรกเลย พอเห็นความต่างอย่างชัดเจนก็ขยับถอยห่างออกมาอย่างเจียมตัว

            “ผมบอกทุกคนไปว่าผมเป็นสามีของคุณนะครับ” ชายหนุ่มรูปหล่อตรงหน้าเลือกจะบอกไปในทันที ทำให้ขวัญสรวงขยับตัวอย่างแปลกใจ เธอไม่เข้าใจว่าเขาต้องการจะบอกอะไรกันแน่

            “ผมเองก็ถูกจับตัวมาเหมือนกับคุณครับ รู้ใช่ไหมว่าคนพวกนี้เป็นมาเฟีย” เขาว่า ขวัญสรวงจึงพยักหน้าอย่างหวาดๆ เรื่องนี้ไม่บอกก็รู้อยู่แล้ว

            ผู้ชายที่อยู่ในบ้านพักหลังนี้แต่ละคนตัวโตหน้าตาดุร้าย ทำท่าเหมือนจะเข้ามาขย้ำเธอได้ทุกเมื่อ จนต้องหวาดกลัวลนลานแทบไม่เป็นอันทำอะไรเลย

            “ผมได้ยินคุณพึมพำเป็นภาษาไทยเลยคิดว่าคุณน่าจะเป็นคนไทย ผมเองก็พอพูดไทยได้ครับ มีเชื้อไทยอยู่ ไม่ต้องกลัวหรอกนะครับ” ร่างสูงค่อยๆ เดินเข้ามาใกล้อย่างระมัดระวัง ก่อนจะทรุดตัวลงตรงหน้าหญิงสาวที่มียังมีอาการลนลานขวัญเสียให้เห็นอยู่

            “คุณจะทำร้ายฉันไหมคะ” ขวัญสรวงสะอื้นอย่างน่าสงสาร มองใบหน้างดงามนั้นผ่านม่านน้ำตา หัวใจเต้นแรงเหมือนว่ามันจะหยุดเต้นในนาทีใดนาทีหนึ่งข้างหน้าก็ไม่ปาน

            “ไม่ครับ อย่างที่ผมบอก ผมเองก็ถูกจับมาเหมือนกัน”

            “คุณด้วยเหรอ” สาวน้อยแทบจะเบียดตัวเองเป็นเนื้อเดียวกับผนังห้อง มองชายหนุ่มตรงหน้าอย่างไม่ค่อยมั่นใจนัก

            “ครับ พอดีที่บ้านผมมีตังค์นิดหน่อย คนพวกนี้เลยจับผมมาเรียกค่าไถ่ครับ” เขาว่าติดตลก ทำให้ขวัญสรวงมองอีกครั้งอย่างพิจารณาแต่ตอนนี้หัวเราะไม่ออกเท่าไหร่

            ก็คงจะจริงอย่างที่เขาว่านั่นแหละ ก็ในเมื่อเขาดูหล่อเหลาร่ำรวยขนาดนี้ คงเป็นเศรษฐีมีเงิน ส่วนตัวเธอคงเป็นผู้หญิงตัวเล็กๆ เป็นของแปลกที่คนเลวจะรังแกหาเรื่องอย่างไรก็ได้

            “ไม่ต้องห่วง ผมจะไม่ให้ใครทำร้ายคุณอย่างเด็ดขาด” ไม่ว่าจะน้ำเสียงหรือแววตาล้วนจริงจังหนักแน่น ช่วยให้ความหวาดกลัวของขวัญสรวงค่อยๆ หายไป

            “ช่วยฉันด้วย” น้ำตาเม็ดใสหล่นเผาะ ได้พบเขาราวกับได้เจอแสงสว่างหลังจากที่มันมืดมิดมานานแสนนาน

            “ไม่ต้องกลัวนะครับ ไม่ต้องกลัว” ชายหนุ่มทำใจกล้า ขยับเข้าไปใกล้อีกนิดก่อนจะแตะมือลงกับท่อนแขนเล็กๆ ของสาวเจ้า

            ขวัญสรวงที่ขวัญเสียอยู่นานแล้วก็พลันร้องไห้โฮ ก่อนจะพุ่งเข้าไปซุกหน้าอกของเขาเพื่อหาที่พึ่ง

            “ไม่เป็นไรครับ ไม่เป็นไร” มือหนาที่แสนอบอุ่นลูบแผ่นหลังบอบบางเผื่อปลอบประโลม ความร้อนที่ได้จากเขานั้นทำให้ทั้งร่างกายและหัวใจอบอุ่นขึ้น ขวัญสรวงรู้ดีว่าไม่ควรไว้ใจใครง่ายเกินไป แต่การที่ต้องหวาดกลัวคนเดียวอยู่นานจนกระทั่งพบใครบางคนที่พูดภาษาเดียวกันทำให้เธอเผลอเข้าไปขอยึดเป็นที่พึ่งเสียแล้ว

            “ช่วยฉันด้วย ฉันกลัว” คนตัวเล็กสะอึกสะอื้น ไม่รู้เลยว่ายึดมือกับเสื้อเนื้อดีของเขาจนเป็นรอยยับหลายรอย

            ชายหนุ่มกอดประโลมอย่างนุ่มนวลใจเย็น แอบสูดกลิ่นอายที่หอมละมุนของคนตัวเล็กอย่างไม่เกรงกลัว

            “ผมอยู่ตรงนี้แล้ว ผมสัญญาว่าจะไม่ให้ใครทำร้ายทำอันตรายคุณอย่างเด็ดขาด”

 

            เมื่อลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ขวัญสรวงก็พบว่าตัวเองยังอยู่ในอ้อมแขนที่แสนอบอุ่นของผู้ชายคนหนึ่ง ที่แนะนำตัวเองว่าเขาเป็นลูกชายมหาเศรษฐีและพร้อมจะช่วยเหลือเธอทุกอย่าง เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกใครทำร้าย เขาจึงออกตัวว่าเป็นสามี เพื่อที่จะได้ปกป้องคุ้มครอง

            ขวัญสรวงไม่รู้ว่าเผลอหลับไปตั้งแต่ตอนไหน ร่างกายชาไปซีกหนึ่งเพราะถูกกอดให้นอนตะแคงกับอกกว้าง แต่ก็อบอุ่นเหลือเกิน

            เธอขยับตัวเบาๆ แต่นั่นทำให้ชายหนุ่มที่กอดตัวเองอยู่ลืมตาขึ้นมองในทันที

            “เป็นอะไรรึเปล่า” เขาถาม เสียงทุ้มอบอุ่นนั้นทำให้หัวใจของขวัญสรวงแทบจะหลอมละลายให้ได้

            ใบหน้านวลร้อนผ่าวแดงระเรื่อ ก่อนจะขยับตัวเพื่อให้หลุดจากอ้อมแขนแข็งแรงที่รัดแน่นราวกับปลอกเหล็กก็ไม่ปาน

            “เอ่อตอนนี้ คือ” ขวัญสรวงเรียบเรียงคำพูดไม่ถูก เธออยู่ที่ไหนยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำ จนชายหนุ่มต้องเป็นฝ่ายพูดปลอบใจแทน

            “ตอนนี้น่าจะเช้าแล้ว แต่แถบไซบีเรียน่ะแทบไม่เจอแดดเลยไม่รู้สึกเหมือนเป็นตอนกลางวัน นี่ก็เก้าโมงเช้าแล้ว หิวไหม” ชายหนุ่มขยับตัวลุกขึ้นหลังจากมองเวลาจากนาฬิกาข้อมือแล้ว ก่อนจะฉุดร่างเล็กให้ลุกตามขึ้นมาด้วย

            สาวน้อยพยักหน้าให้อย่างอายๆ เธอไม่ได้กินอะไรตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ตอนนี้ร่างกายจึงประท้วงอย่างหิวโหย

            “เดี๋ยวพวกมันน่าจะเอาอาหารกับน้ำมาให้ นี่เมื่อคืนผมก็ไปต่อรองมาว่าขอฮีทเตอร์กับผ้าห่ม คุณอยู่แบบนี้ได้ยังไงกัน ไม่หนาวแย่เหรอ” เขาถามอย่างห่วงใย ขวัญสรวงได้แต่พยักหน้าส่ายหน้า ไม่แน่ใจเช่นกันว่าตัวเองต้องการจะบอกอะไร

            “เอาเถอะ ตอนนี้ผมให้เงินมันไปส่วนหนึ่งแล้ว พวกมันก็เลยไม่อยากให้เราเป็นอะไรไปก่อนจะได้เงินก้อนใหญ่ คุณลุกขึ้นอาบน้ำล้างหน้าล้างตาก่อนนะ” ชายหนุ่มช่วยประคองร่างเล็กไปยังห้องน้ำ แต่สายตาของขวัญสรวงก็ยังมองรอบกายอย่างหวาดระแวงไม่เปลี่ยน

            “ผมสัญญาว่าจะเฝ้าอยู่หน้าห้องน้ำ ไม่ยอมให้ใครทำอะไรคุณแน่ เชื่อใจผมนะ”

            ได้ฟังแล้วขวัญสรวงก็เจ็บใจตัวเองเหลือเกิน มีอย่างที่ไหน คล้อยตามเขาได้ง่ายขนาดนี้ แต่เมื่อเห็นสายตาจริงจังหนักแน่นก็ยอมเชื่อใจแต่โดยดี

            “อ๊าย!

            เสียงหวานๆ ที่อุทานดังออกมาจากห้องน้ำ ทำให้คนตัวโตต้องผลุนผลันเข้าไปดูเหตุการณ์ทันทีด้วยความเป็นห่วง เขาถามอย่างร้อนรนกังวลใจ

            “เป็นอะไรไปครับ” เขาถาม หน้าดูตื่นตกใจจนขวัญสรวงเองก็ต้องแปลกใจ ไม่คิดว่าเขาจะเป็นห่วงเป็นใยขนาดนี้ ทั้งที่เพิ่งเจอหน้ากันแท้ๆ

            “น้ำมันเย็นค่ะ” เสียงหวานหัวเราะแห้งๆ ชายหนุ่มจึงถอนหายใจอย่างโล่งอก

            “เดี๋ยวผมดูให้ครับ” พูดจบ ร่างสูงก็เข้ามาจับนั่นแตะนี่กับก๊อกน้ำ ไม่นานน้ำก็อุ่นขึ้นจนได้

            “ผมจะเอาเสื้อผ้ามาให้นะครับ” ชายหนุ่มไม่รอคำตอบ เดินออกไปครู่เดียวก็กลับมาพร้อมกับกระเป๋าในมือ เขาส่งให้กับหญิงสาว ซึ่งเธอก็รับไปอย่างไม่อิดออด

            “ผมจะรอข้างนอกนะครับ ไม่ต้องรีบก็ได้”

            “ค่ะ” ขวัญสรวงยิ้มแหย ไม่กล้าบอกว่าเธอไม่กล้าจะชักช้าแน่ ถ้าเกิดมีผู้ชายตัวโตหน้าดุบุกเข้ามาตอนที่ยังอยู่ในห้องน้ำ คงแทบจะบ้าตายอย่างแน่นอน

            เพราะกลัวว่าจะเป็นอันตรายและเกรงใจผู้ชายที่ตอนนี้เพิ่งจะมานึกออกว่ายังไม่รู้จักชื่อของเขาเลย ขวัญสรวงจึงรีบล้างหน้าล้างตาเช็ดตัวเปลี่ยนเสื้อผ้า ใจจริงก็อยากอาบน้ำแต่กลัวว่าจะถูกคนทำร้าย ก่อนจะรีบร้อนออกมาจากห้องน้ำอย่างลนลาน

            “อาหารยังไม่มาเลย รอหน่อยได้ไหม” ชายหนุ่มพูดขึ้นทันทีที่ขวัญสรวงเดินออกมาจากห้องน้ำ หญิงสาวจึงหน้าตึงน้อยๆ ทำเหมือนกับว่าเธอร้องไห้งอแงบอกว่าหิวๆ ตลอดเวลาอย่างนั้นแหละ

            “ผมอยากอาบน้ำ ขอเข้าห้องน้ำนะครับ” เขาพูดอีกประโยค ไม่เปิดช่องให้ขวัญสรวงได้แย้งอะไร

            สาวน้อยเลยกระวนกระวายใจกลัวว่าคนจะบุกเข้ามา ก็เลยกระเถิบตัวเข้าไปใกล้กับประตูห้องน้ำให้มากขึ้น สายตามองที่ประตูห้องไม่ละไปไหน กลัวจะมีคนเข้ามาทำร้ายตัวเอง

            “นี่

            ขวัญสรวงมีอันต้องสะดุ้ง เมื่อคนที่อยู่ในห้องน้ำเรียกเบาๆ เธอไม่กล้าหันไปมอง แต่ก็ขานรับในทันที

            “คะ

            “ถ้ากลัวขนาดนั้นเข้าห้องน้ำมาเลยก็ได้ ผมกำลังแช่อ่างน้ำอุ่นน่ะ เข้ามาได้” เขาว่า แต่ขวัญสรวงต้องกลอกตาไปมาอย่างไม่แน่ใจ

            “งั้นก็ตามใจครับ” ชายหนุ่มไม่เซ้าซี้ แต่คนที่กลัวก็คือขวัญสรวงคนนี้นี่เอง

            สุดท้ายเพราะกลัวคนข้างนอกมากกว่าคนข้างใน ทำให้ขวัญสรวงพาตัวเองเข้าไปในห้องน้ำด้วยทันที เธอเอาแต่ก้มหน้าก้มตาก่อนจะแทรกตัวเองอยู่ใกล้กับอ่างล้างหน้าไม่มองไปทางอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่ที่เขาแช่ตัวอยู่เลย หูเจ้ากรรมก็ได้ยินแต่เสียงน้ำกระเพื่อมและไอน้ำอุ่นที่ลอยมาปะทะ

            ขวัญสรวงอยากอาบน้ำด้วยเหลือเกิน เอ่อ ไม่ได้หมายถึงว่าจะไปแช่ในอ่างกับเขาตอนนี้นะ หมายถึงว่าอยากจะอาบน้ำบ้างน่ะ แต่เพื่อความปลอดภัยยังไม่อาบก็น่าจะดีกว่า เธอสกปรกซกมกขนาดนี้ ก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าจะมีใครปล้ำลงหรือเปล่า

            ร่างเล็กมีอันต้องสะดุ้งอีกครั้ง เมื่อคนที่แช่ตัวอยู่ในอ่างอาบน้ำนั้นลุกขึ้น มองเห็นน้ำกระฉอกจากกอ่างน้ำพร้อมกับไอร้อนๆ ด้วย นาทีต่อมาเขาก็เดินเข้ามาใกล้ ทำให้หัวใจดวงน้อยแทบกระเด้งกระดอนออกมาจากทางปาก

            ขนาดมองแค่ปลายเท้าของตัวเอง แต่ขวัญสรวงก็เห็นว่าคนตัวโตเดินมาหยุดตรงหน้า เขาเปียกชื้นไปทั้งตัว หยดน้ำอุ่นๆ หล่นพรมกับพื้น และยังมีไอร้อนลอยลอยมาจากเนื้อตัวของเขาด้วย แต่สิ่งที่ทำให้เธอแทบจะเป็นลมให้ได้ ก็น่าจะเป็นต้นขาเพียงแข็งแรงที่เปลือยเปล่าของอีกฝ่ายนั่นแหละ

            โอ๊ย! ถ้าเขาเดินเข้ามาใกล้มากกว่านี้ เธอจะเห็นอะไรบ้างหนอ

            คิดได้เท่านั้นขวัญสรวงก็รีบปิดตาแน่น แอบเคืองเมื่อได้ยินเสียงหัวเราะชอบใจจากคนตรงหน้า

            ทำไมเขาถึงได้ดูสบายอกสบายใจขนาดนี้ ทั้งที่ถูกคนจับตัวมาเพื่อเรียกค่าไถ่ หรือว่าเจอมาหลายครั้งแล้วเลยดูชิลด์ขนาดนี้น่ะ

            เธอคิดแล้วก็ต้องสะดุ้งน้อยๆ ทั้งที่ยังหลับตาอยู่ เมื่อรับรู้ได้ถึงการเข้ามาใกล้ของชายหนุ่ม เขาขยับเข้ามาหาแล้วหยิบเอาผ้าเช็ดตัวที่อยู่ใกล้ๆ เธอไปพันรอบร่าง ก่อนจะหัวเราะแล้วบอกเสียงนุ่ม

            “ลืมตาได้แล้ว ผมไม่โป๊แล้วล่ะ” เขาบอก แต่ขวัญสรวงยังไม่ค่อยแน่ใจนัก

            เธอลืมตาแล้วก็จริงแต่ก็ยังก้มหน้าก้มตาไม่กล้าจะเงยหน้าขึ้น แต่เห็นจากหางตาแวบๆ ว่าชายหนุ่มกำลังสวมเสื้อผ้าอยู่ คิดแล้วก็อายเหมือนกัน เป็นผู้หญิงแท้ๆ แต่กลับไม่คิดจะอาบน้ำบ้างเลย

            “ดูเหมือนมีคนเอาอาหารมาให้เราแล้วนะ ออกไปดูกันไหม” ชายหนุ่มถามทำลายความเงียบ สาวน้อยสะดุ้งเป็นพักๆ ก่อนจะพยักหน้าให้

            ร่างเล็กเดินตามเขาออกมาอย่างเหม่อลอย แต่ก็ต้องยอมรับว่าการที่มีเขามาอยู่ด้วยกันแบบนี้ ทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยกว่าตอนที่ต้องอยู่คนเดียวหลายเท่า

            เมื่อออกมาจากห้องน้ำก็พบว่ามีอาหารถูกวางเตรียมเอาไว้ให้แล้ว ขวัญสรวงอายเมื่อท้องส่งเสียงร้องทันทีเมื่อได้กลิ่นอาหารที่หอมฟุ้งดูน่ารับประทานนัก ชายหนุ่มแค่หัวเราะเบาๆ แล้วกดไหล่ให้เธอนั่งลงที่โต๊ะ

            “กินข้าวเถอะ คุณคงไม่ได้กินอะไรเลย” เขาว่า สาวน้อยจึงพยักหน้าให้อย่างเขินอาย

            เมื่อได้จับช้อนส้อม ขวัญสรวงจึงได้รู้ว่าตัวเองหิวมากแค่ไหน เพราะมือสั่นจนน่าหัวเราะ ผู้ชายคนที่ช่วยดูแลมาตลอดก็มองมาอย่างกังวล

            “เป็นอะไรมากไหม” สายตาของเขาไม่ได้เสแสร้งแกล้งทำ ดูแล้วทั้งตกใจทั้งเป็นห่วงอย่างมาก

            “ฉันไม่ได้กินอะไรมาเป็นวันเลยค่ะ มือเลยสั่น” ขวัญสรวงตอบไปตามความจริง ชายหนุ่มจึงส่ายหน้าไม่ค่อยพอใจนัก ก่อนจะขยับเก้าอี้ให้เข้ามาชิดอีกเล็กน้อย

            ขวัญสรวงสะดุ้งตลอดเวลา แต่ชายหนุ่มแกล้งทำเป็นไม่เห็น เขาขยับช้อนส้อมและมีดอย่างคล่องแคล่ว แค่พริบตาเดียวอาหารที่ดูแสนอร่อยก็ถูกจัดเป็นชิ้นเล็กๆ พอดีคำวางให้ที่จานแล้ว

            “กินเร็วเข้า” เขาสั่ง ขวัญสรวงจึงเงยหน้าขึ้นสบตากับเขาด้วยความซึ้งใจ

            “ขอบคุณค่ะ

            “ไม่เอาน่า กินเร็วเข้า” พูดจบชายหนุ่มก็ตักนั่นตักนี่มาให้ รวมถึงเครื่องดื่มอุ่นร้อนที่ขวัญสรวงไม่แน่ใจว่ามันคืออะไรมาให้อีกหลายอย่าง

            อาหารอร่อยมากจนขวัญสรวงแปลกใจ แต่เมื่อมาคิดดูแล้ว คนร้ายที่จับตัวเธอและเขามาคงไม่อยากให้ตายโดยไว แถมชายหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างๆ ยังเป็นมหาเศรษฐีที่ร่ำรวย คงจะทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้เขาเป็นอะไร

            “เอ่อ

            “ครับ” ชายหนุ่มเอียงคอเมื่อสาวน้อยมองมาด้วยสายตาชนิดหนึ่ง

            “อย่าหัวเราะนะคะ ฉันคิดว่าฉันลืมถามชื่อคุณน่ะค่ะ” เสียงหวานว่าอย่างอายๆ ชายหนุ่มเงียบไปครู่หนึ่งแล้วก็หัวเราะอย่างชอบใจ

            “ไม่ตลกนะคะ”

            “ขอโทษ ทำไมคุณน่ารักจัง” เขาว่า พาให้หัวใจดวงน้อยพองโตคับอกเต้นแรงแทบจับจังหวะไม่ได้

            “ฉันขวัญสรวงค่ะ เรียกว่าขวัญก็ได้” ขวัญสรวงเขินจัดจนไม่กล้าจะสบตากับชายหนุ่มเลย ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่า นัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มของเขานั้นเต้นระยิบระยับอย่างน่ามอง แฝงไว้ด้วยอะไรบางอย่างที่อ่านไม่ออก

            “ผม โอลิเวอร์ ครับ เรียกสั้นๆ ว่าโอลี่ก็ได้” ชายหนุ่มยิ้มให้ เป็นรอยยิ้มที่หวานเป็นอย่างยิ่ง

 

            ขวัญสรวงเล่าเรื่องของตัวเองให้กับโอลิเวอร์ฟังตอนที่นั่งอิงแอบให้ไออุ่นซึ่งกันและกันบนฟูกเล็กๆ มุมห้อง

            หลังจากที่รับประทานอาหารเรียบร้อยแล้ว มีผู้ชายหน้าดุเข้ามาเอารถเข็นอาหารออกไปทั้งยังปิดฮีทเตอร์ด้วย โดยบอกว่าเพื่อเป็นการประหยัดพลังงาน ดังนั้นเธอกับหนุ่มหล่อลูกเสี้ยวรัสเซียน-ไทยจึงต้องแบ่งปันไออุ่นของกันและกันเพื่อไม่ให้หนาวตาย

            “ฉันไม่รู้จริงๆ ว่าตอนนี้พ่อกับแม่พี่น้องจะเป็นห่วงมากแค่ไหน” เสียงหวานแหบเครือ ไม่ว่าจะพยายามเข้มแข็งสักแค่ไหนแต่ไม่ว่าใครก็ต้องขวัญเสียด้วยกันทุกคน ถ้าได้เจอเรื่องน่ากลัวแบบเดียวกับเธอ

            “ไม่เป็นไร ผมสัญญาว่าจะพาคุณออกไปจากที่นี่ให้ได้” วงแขนหนาหนักโอบกอดร่างเล็กไว้อย่างหวงแหน ขวัญสรวงปล่อยให้เขากอดได้ตามใจ เพราะหมดเรี่ยวแรงจะทำอะไรแล้ว

            “ฉันอยากกลับบ้าน”

            “คุณจะได้กลับแน่นอน” โอลิเวอร์เช็ดน้ำตาจากหน้าเนียนแผ่วเบา ก่อนจะดุน้อยๆ

            “อย่าร้องไห้สิ เดี๋ยวน้ำตากลายเป็นน้ำแข็งหรอก มันจะกัดผิวสวยๆ ของคุณเอานะ” เมื่อการใช้มือเช็ดน้ำตาให้ดูเหมือนว่าจะชักช้าเกินไป ชายหนุ่มจึงใช้เรียวปากอุ่นระอุของตัวเองซับน้ำตาบนแก้มนวลและเปลือกตาบางใสอย่างอ่อนโยน

            ความรู้สึกของขวัญสรวงสับสน เธอรู้ดีว่าตอนนี้กำลังถูกลวนลามแต่จนปัญหาจะห้ามปรามเขาได้ อีกอย่าง อากาศตอนนี้หยาวเยือกจับใจ ถ้าไม่ได้ไออุ่นจากร่างกายของเขา ป่านนี้คงกลายเป็นน้ำแข็งไปแล้วอย่างแน่นอน

            “ฉันกลัว

            “ผมรู้ นอนพักก่อนนะครับ ป่านนี้ที่บ้านผมคงติดต่อกลับมาแล้ว เราคงจะได้ออกจากที่นี่เร็วๆ นี้”

            “อย่าทิ้งฉันนะคะ” ขวัญสรวงสะอื้นด้วยความหวาดกลัว สองมือน้อยเกี่ยวอกเสื้อของเขาไว้แน่น เบียดกายเข้าหาอย่างน่ารักน่าสงสาร

            โอลิเวอร์จูบเรือนผมนุ่มด้วยความเอ็นดู ก่อนจะค่อยๆ เอนร่างเล็กลงนอนบนฟูกเล็กๆ ก่อนจะตามทาบทับลงมา บรรยากาศที่เปลี่ยนไปในฉับพลัน ทำให้ขวัญสรวงขยับตัวอย่างอึดอัด นัยน์ตากลมโตไหวระริกอย่างน่ากลัว เมื่อเห็นสายตาคมกริบของคนที่คร่อมอยู่เหนือร่าง

            “โอลิเวอร์ โอลี่” คล้ายกับว่าขวัญสรวงไม่แน่ใจว่าควรจะเรียกชื่อเขาด้วยคำไหนดี หัวใจเต้นเต้นแรงเหมือนจะทะลุออกมาทางปาก ร่างกายชาดิกเมื่อเรียวปากร้อนๆ แนบลงกับแอ่งชีพจรของตัวเอง

            “ผมต้องทำให้พวกมันเชื่อว่าคุณเป็นเมียของผม ไม่อย่างนั้น คุณได้กลายเป็นนางบำเรอให้พวกมันแน่

 




Talk...

Song :: Latch - Natalie Taylor

มาแล้วค่ะ หมาโอลี่ค่ะ เป็นหมาที่แรดมากเลย ฮือออออ

เรื่องนี้เป็นเรื่องสุดท้ายในนิยายชุด “เพียงพิมาน” ค่ะ

จะวางขายก่อนครั้งแรกในงานหนังสือที่จะถึงนี้ค่ะ

งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 46

และสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 16

วันที่ 29 มีนาคม – 8 เมษายน 2561

ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ค่ะ

ฝากนิยายชุดนี้เอาไว้ในอ้อมใจด้วยนะคะ

ขอบพระคุณมากเลยค่ะ image image


มู่ฝาก E-Book เอาไว้ด้วยนะคะ คลิกที่รูปด้านล่างได้เลยค่ะ image 



ตอนนี้มีนิยายวางขายแล้วหลายชุดเลยค่ะ

ลองแวะมาดูก่อนได้ค่ะ ว่ามีเรื่องไหนบ้าง ขอบคุณนะคะ  image


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 95 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

53 ความคิดเห็น

  1. #8 noynongsin (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 มีนาคม 2561 / 14:23
    #8
    0
  2. #7 cokecola (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 มีนาคม 2561 / 12:04
    บ้านมีตังนิดหน่อยไม่ใช่ละ ตอแหลค่ะ5555 แหมเขาจับมาเป็นตัวประกันชิวมากกแช่น้ำบอกมา-คนร้ายอะคนของตัวเองใช่มะใครมันจะคิดสั้นจับลูกชายมาเฟียจอมโหดเรียกค่าไถหาาาโอลี่ โอ๊ยอยากได้หญิงเลยคิดแผนนี้ใช่มะบอกมา5555
    #7
    0
  3. #6 Fang_ju (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 มีนาคม 2561 / 16:36
    อีหมาโอลีมันหื่น
    #6
    0
  4. #4 วรรณ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 มีนาคม 2561 / 21:08
    โดนจับเป็นแผนของหมาป่าโอลี่ชิมิ
    #4
    0
  5. #3 ภานินี (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 มีนาคม 2561 / 19:59
    เขินมว๊ากกกก😚😖😖
    #3
    0
  6. #2 MULEE & MOEI ♚ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 มีนาคม 2561 / 19:11

    #ร่ายหิมาลัย❄️ #โอลิเวอร์ #ขวัญสรวง

     

     

     

    นิยายเรื่องนี้เป็นเล่มสุดท้ายของ #เพียงพิมาน นะเออ

     

    เรื่องนี้หมาโอลี่แรดมากเลย บอกได้ค่ะ หัวเราะ

    แล้วนิยายจะขายก่อนในงานหนังสือค่ะ

    งานหนังสือเริ่ม 29 มีนานี้ มู่ฝากด้วยนะคะ #V15โซนพลาซ่า ค่ะ 💖


    #2
    0