บ่วงร้ายลายรัก [นิยายชุด เจ้าสาวตกบ่วง]

ตอนที่ 2 : The Trap Love ♞ 01 Just Imagine Us

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13,470
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 25 ครั้ง
    9 มี.ค. 59

http://i.imgur.com/LvJWJux.png

The Trap Love 01

Just Imagine Us

 

         “หนูดา มานอนได้แล้ว ทำอะไรอยู่ข้างนอก” เสียงเรียกของโจชัวทำให้ดาราศิระกับวรนันท์สะดุ้งด้วยกันทั้งสองคน

          เมื่อดาราศิระไม่ตอบร่างสูงที่สวมเพียงกางเกงนอนขายาวเพียงตัวเดียวก็เดินออกมาตามหาข้างนอก พร้อมกับสีหน้าที่มีค่อยพอใจนัก

          “มีอะไรงั้นเหรอ” เขาจงใจถามวรนันท์ที่เอาแต่ยืนนิ่งจ้องมองมาไม่กะพริบ

          วรนันท์ได้สติหลังจากหลงเคลิ้มความงดงามของเขาไปพักใหญ่ก็ตอนที่โจชัวเข้ามากอดดาราศิระต่อหน้า ทำให้ความริษยาและชิงชังพุ่งสูง อยากแทนที่ อยากอยู่ในอ้อมแขนแข็งแรงนั่นเหลือเกิน

          “ก็ไม่มีอะไรค่ะ แค่มาแสดงความยินดีกับหนูดาที่เรียนจบแล้ว” วรนันท์ปดหน้าตาเฉย พลางส่งยิ้มหวานให้ชายหนุ่ม แต่โจชัวเจอแบบนี้มานักต่อนักแล้วเลยไม่รู้สึกอะไรทั้งนั้น

          “ฉันชื่อนันนะคะ วรนันท์ญาติของหนูดาค่ะ เพิ่งกลับมาจากญี่ปุ่น” เธอแนะนำตัว หวังสร้างคะแนนในสายตาเขา

          “ฉันถามเหรอ” ชายหนุ่มตอกกลับอย่างเลือดเย็น ทำให้เธอสะอึกไป ดาราศิระก็ลอบถอนหายใจ

          เห็นหล่อๆ แบบนี้ก็เถอะ ปากจัดอย่าบอกใครเลย เธอเคยเห็นเขาพูดตอกกลับผู้หญิงแบบนี้มาหลายครั้งแล้ว และเห็นใจสาวสวยพวกนั้นไม่น้อย

          “นี่มันก็ดึกมากแล้ว หนูดาก็เพลียมาก ถ้าอยากแสดงความยินดีจริงๆ ควรจะไปร่วมงานของหนูดาที่มหาวิทยาลัย หรือไม่ก็คุยตั้งแต่ที่กลับเข้าบ้าน ต่อให้เป็นญาติหรืออะไรก็ช่างเถอะ หัดมีมารยาทซะบ้างนะ” โจชัวพูดเสียงเรียบ ไม่สนใจว่าคนฟังจะตีสีหน้ายังไง ลากตัวดาราศิระเข้าห้องเป็นการตัดบท

          วรนันท์อ้าปากค้าง ไม่เคยคิดเลยว่าโจชัวจะเย็นชาแล้วเย่อหยิ่งได้ขนาดนี้ คำพูดแต่ละประโยคบอกชัดว่าไม่เห็นใครอยู่ในสายตาทั้งนั้น น่าแปลกที่คนระดับนี้กลับทุ่มความสนใจกับผู้หญิงหน้าตาจืดชืดไร้รสชาติอย่างดาราศิระจนไม่คิดมองใครคนไหน

          “ก็ให้มันรู้กันไปสิ ว่าคุณจะไม่มองฉันตลอดรอดฝั่งน่ะ” เธอสะบัดหน้าออกมาอย่างหัวเสีย และยิ่งเกลียดดาราศิระจับใจ

 

          ด้านโจชัวก็มองหน้าหวานของดาราศิระแน่วนิ่ง เธอไม่ยอมสบตาด้วย ไม่รู้ว่าเพราะเรื่องที่วรนันท์มาเคาะประตูเรียกกลางดึกหรือเปล่า

          “หนูดา เป็นอะไรเหรอ”

          “เปล่าค่ะ” ดาราศิระส่ายหน้า ยอมรับว่าสิ่งที่วรนันท์พูดนั้นมันเสียดแทงหัวใจอยู่ลึกๆ เหมือนกัน

          นั่นสิ คนอย่างเขาจะมาจริงจังอะไรกับคนแบบเธอเล่า ยัยหนูดา เธอบอกตัวเองในใจแล้วก้มหน้างุด จู่ๆ ก็อารมณ์เสียไม่อยากจะคุยหรือมองหน้าชายหนุ่มทั้งนั้น

          โจชัวจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของดาราศิระแต่ไม่เห็นอะไรเลยนอกจากความขุ่นมัว จึงดึงให้ขึ้นเตียงมาด้วยกัน

          “นอนดีกว่า อย่าอารมณ์เสียเลย แม่นั่นมาพูดอะไรไม่เข้าหูล่ะสิ” ชายหนุ่มล้มตัวลงนอนก่อน ก่อนรั้งให้ร่างเล็กมานอนใกล้ๆ กัน เขาเคยร่วมเตียงกับเธอมาก่อน แต่ก็ไม่มีอะไรเกินเลยไปกว่าการนอนกอดกันแล้วหลับไป

          ความจริงแล้วเขาไม่ได้เป็นคนดีอะไรทั้งนั้น เพียงแต่อยากรักษาคำมั่นสัญญาที่เคยให้ไว้กับดิลก ว่าจะรักให้เกียรติและดูแลดาราศิระให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ อีกอย่างก็สงสารสาวน้อยด้วย เธอผ่านเรื่องร้ายมามากเหลือเกิน คนเป็นแม่เลี้ยงอย่างวิชุกรก็เห็นเธอเป็นแค่ถุงเงินก้อนโตเท่านั้น เลยไม่อยากทำให้หัวใจเธอบอบช้ำมากไปกว่านี้

          “พรุ่งนี้เราไปอเมริกากันนะ”

          “คะ!” ดาราศิระอุทานออกมาด้วยความตกใจ เธอเผลอคิดเรื่องอื่นไปแวบเดียว แล้วก็ได้ยินคำพูดที่ชวนตะลึงเข้า

          “ก็หมดเรื่องที่เมืองไทยแล้วนี่ ฉันเองก็มีประชุมด่วนด้วย กลับกันเลยเถอะ”

          “ไม่เอาค่ะ” เธอส่ายหน้าปฏิเสธทันควัน มันเร็วเกินไปจนตั้งตัวไม่ทัน ที่สำคัญเขาเพิ่งเดินทางมาถึงเมืองไทย แล้วก็จะรีบเดินทางกลับเลยหรือ

          “ทำไมล่ะ ที่นี่น่าอยู่นักเหรอ ฉันไม่ได้หมายถึงเมืองไทยนะ แต่หมายถึงบ้านหลังนี้ กับป้าและก็ญาติมหาภัยของเธอ” โจชัวทำเสียงเล็กเสียงน้อย บอกชัดว่าไม่ชอบคู่ป้าหลานวิชุกรกับวรนันท์มากแค่ไหน

          ถ้าเป็นเวลาปกติดาราศิระคิดว่าตัวเองคงหัวเราะไปแล้ว แต่สถานการณ์นี้ขำไม่ออกจริงๆ

          “แม่นั่นมาพูดอะไรไม่เข้าหูล่ะสิ ถึงได้หน้าบูดขนาดนี้” ชายหนุ่มแตะแก้มใส มองเห็นความกลัว ความไม่มั่นคงในสายตาของเธอ ดาราศิระไม่ควรอยู่ที่นี่ และถูกรีดไถเงินจากวิชุกรเหมือนถูกขายตัว

          โจชัวไม่ได้อยากจะคิดในแง่นี้เลย แต่พฤติกรรมของวิชุกรเลวทรามยิ่งกว่าแม่เลี้ยงซะอีก วันๆ ไม่ทำงานอะไร นอกจากรอรับเงินที่เขาส่งเสียให้ครอบครัวธีรนุรักษ์ทุกเดือน ขณะที่สาวน้อยกลับต้องไปทำงานพิเศษแทบไม่ได้ใช้เงินที่ส่งให้เลย มันทำให้โมโหจนถึงตอนนี้แต่ก็พยายามข่มใจปล่อยวาง เพราะไม่นานดาราศิระก็จะเรียนจบ เมื่อนั้นจะให้เงินแม่เลี้ยงใจร้ายคนนี้สักก้อน แล้วจะพาไปอยู่ด้วยกันที่อเมริกาไม่หวนกลับมาที่นี่อีก

          “แต่มันไม่เร็วไปหน่อยเหรอคะ” ดาราศิระไม่อยากไปอเมริกา แต่ก็ไม่อยากอยู่ที่นี่นักหรอก ถ้าจะให้ไปทันทีเลยก็ยังตั้งตัวไม่ทัน

          “เห็นหน้าคุณแม่เลี้ยงของเธอแล้ว บอกได้เลยว่าพรุ่งนี้เช้าคงจะคุยเรื่องงานแต่งงาน สินสอด สถานที่จัดการบลาๆ เชื่อไหม” โจชัวบอก ดาราศิระไม่สามารถห้ามเสียงถอนหายใจของตัวเองได้เลย

          “ไม่ใช่ว่าไม่อยากแต่งงานกับเธอนะหนูดา แต่ฉันเอือมเต็มทีแล้วกับการเกาะเธอกินเหมือนเห็บเหาตัวใหญ่ของแม่เลี้ยงเธอ เธอเป็นของฉัน ไม่ใช่แม่นั่นซะหน่อย” ชายหนุ่มพูดอย่างหวงแหน วงแขนกอดกระชับร่างบางเข้าสู่อ้อมอก ดาราศิระรู้สึกปลอดภัยเมื่ออยู่กับเขา และเลือกที่จะว่าง่ายไม่โต้เถียง

          “ไม่ต้องห่วงหนูดา แม่มดพวกนั้นน่ะต้องได้รับการสั่งสอนซะบ้าง”

          กล้ามารังแกคนของโจชัวก็ให้มันรู้ไปสิว่าเขาจะไม่แก้แค้นน่ะ

 

          ดาราศิระสบตากับโจชัวแล้วก็หัวเราะ เมื่อตอนเช้าบนโต๊ะอาหารเริ่มต้นด้วยการที่วิชุกรเอ่ยถามว่าจะแต่งงานกันเมื่อไหร่ โดยที่วรนันท์นั่งตาคว่ำไม่พอใจอย่างรุนแรง

          “ป้าว่าใช้ฤกษ์สะดวกดีกว่านะ” วิชุกรปะเหลาะโดยไม่ได้ทันได้มองสายตาของหลานสาวที่มองมาเหมือนจะห้ามปราม ไหนบอกว่าตกลงจะหาทางแย่งโจชัวมาจากดาราศิระไม่ใช่หรือ แล้วทำไมตอนนี้ถึงกลับลำพยายามยัดเยียดดาราศิระให้แต่งงานให้ได้อย่างนั้นเล่า

          “เอ่อหนูยังไม่แต่งงานหรอกนะคะ” ดาราศิระพูดขึ้นมา ทำให้วิชุกรทำหน้าแปลกใจแกมสงสัย โจชัวเองก็ไม่พอใจอยู่เหมือนกัน ที่เธอทำเหมือนไม่เห็นเขาอยู่ในสายตาเลย

          “ทำไมล่ะหนูดา ตอนนี้ป้าก็ติดต่อสถานที่จัดการ ลองถามเพื่อนๆ ที่ลูกสาวเค้าออกเรือนแต่งงานกันไปบ้างแล้ว เราจะทำให้ป้าลำบากใจเหรอ”

          “ป้าคะ หนูยังไม่เคยตกลงหรือบอกอะไรเลยนะคะว่าจะแต่งงาน” หญิงสาวขมวดคิ้วนิ่วหน้า ที่ผ่านมาวิชุกรสนใจไยดีเธอเสียเมื่อไหร่ล่ะ แล้วจู่ๆ จะจับเธอใส่พานแล้วถวายให้โจชัวแบบนี้มันไม่เกินไปหน่อยหรือ

          “แต่ว่า จะทำยังไงล่ะจะ หนูก็” สายตาของวิชุกรช้อนมองไปทางโจชัว แววตาบอกทุกอย่างว่าดาราศิระมีอะไรกับชายหนุ่มและเสื่อมเสียชื่อเสียงไปแล้ว

          “คุณป้าคะ” ดาราศิระขึ้นเสียง หน้าแดงเพราะความโกรธและอับอาย ถ้าบอกไปว่าเธอกับโจชัวไม่เคยมีอะไรกันเลย แต่คุณป้าคนนี้คงไม่ยอมเชื่อแน่ ด้วยความโกรธเธอจึงเม้มปากแน่นไม่ยอมพูดจาอะไรอีก

          “ก็มันจริงนี่ แล้วหนูคิดจะแต่งงานตอนไหนล่ะ ถ้าเกิดท้องไส้ขึ้นมาจะไม่ยุ่งเอาหรือ” วิชุกรแกล้งทำสีหน้าแววตาเป็นห่วง อันที่จริงหล่อนก็เป็นห่วงจริงๆ นั่นแหละ ห่วงว่าจะไม่ได้ทรัพย์สินเงินทองจากโจชัวอีก

          “คุณวิครับ” หลังจากที่เงียบอยู่นานโจชัวก็พูดขึ้นมาบ้าง เขาทนไม่ไหวกับสายตาของวิชุกรและสงสารดาราศิระ ถ้าไม่ทำอะไรสักอย่าง ดาราศิระจะเสื่อมเสียชื่อเสียงขึ้นมาจริงๆ ที่จะเสื่อมเสียก็เพราะว่าแม่เลี้ยงใจร้ายคนนี้นี่แหละ ที่อาจจะเอาเรื่องไปลงหนังสือพิมพ์เพื่อบีบบังคับให้เขาแต่งงาน

          “คะ” วิชุกรแกล้งทำเป็นไม่เห็นความโกรธในสายตาของโจชัว มีความเป็นไปได้อย่างยิ่งว่าเขาจะพาตัวดาราศิระไปอเมริกาด้วย แล้วหล่อนจะเอาเงินที่ไหนมาจุนเจือเลี้ยงดูตัวเองเล่า ถ้าไม่รีบรีดไถ เอ๊ย จัดการเรื่องงานแต่งงานเสียตั้งแต่ตอนไหน

          “เรื่องงานแต่งงาน ผมจะเป็นคนจัดการเอง ไม่ต้องห่วงหรือลำบากไปหรอกนะครับ”

          “แต่ว่า” หล่อนแย้ง เพราะต้องการเป็นคนจัดการทุกอย่างด้วยตัวเอง เพื่อให้พอใจมากที่สุด

          “ไม่ต้องห่วงเรื่องสินสอดหรอกครับ สำหรับหนูดาไม่ต่ำว่ายี่สิบล้านแน่” โจชัวประชด แววตาดูแคลนชัดเจน

          คำพูดของชายหนุ่มบังเกิดความรู้สึกมากมายของคนที่ได้ฟังอยู่

          วิชุกรนั้นดีใจจนเนื้อเต้น หมายมั่นปั้นมือว่าต้องได้มากกว่ายี่สิบล้าน มีเหตุผลหลายอย่างที่จะได้เงินมากกว่านี้

          ส่วนวรนันท์นั้นถึงกับอึ้ง ค่าตัวของดาราศิระสูงลิ่วขนาดนี้เลยหรือนี่ มองยังไงก็แปลกใจเพราะคิดว่าตัวเองสวยเฉิดฉายมากกว่าดาราศิระไม่รู้กี่เท่า ทำไมชายหนุ่มถึงได้ดูหลงแม่นั่นได้ขนาดนั้น

          และสุดท้าย ตัวของดาราศิระเองที่หน้าซีดเผือด ไม่เคยมีใครถามถึงความรู้สึกของเธอเลยว่าอยากแต่งงาน เต็มใจจะออกเรือนตอนนี้ไหม ที่สำคัญ เงินยี่สิบล้านมันเป็นการตีราคาที่ชวนให้อัปยศอดสูใจเหลือเกิน

          “คุณวิไม่ต้องเป็นห่วงหรือยุ่งยาก ผมจะให้คนของผมจัดการเรื่องนี้เอง”

          “แต่ว่าแขกเหรื่อล่ะคะ แขกของคุณดิลกมีมากมายนับไม่ถ้วน คุณโจชัวคงไม่รู้จักหมดทุกคนหรอกใช่ไหม อีกอย่าง ดิฉันคิดว่าการแต่งงานครั้งนี้ถือเป็นเรื่องดีนะคะ คนที่เขายังคิดถึงคุณดิลกจะได้สบายใจที่รู้ว่าดาราศิระแต่งงานออกเรือนไปกับคนที่ดีและเพียบพร้อมอย่างคุณ” แน่นอนว่าวิชุกรมีเหตุผลมากมายที่จะเป็นแม่งาน หล่อนจะทำให้งานแต่งงานครั้งนี้ยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบปี ต้องเชิญคนมาร่วมงานให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ส่วนเงินที่ได้รับจากแขกที่มาร่วมอวยพรนั้น ฮึ แล้วมันจะตกเป็นของใครล่ะ ถ้าไม่ใช่ตัวหล่อนเอง

          “คุณวิ” โจชัวหน้าบึ้งตึงด้วยความไม่พอใจเต็มเปี่ยม เขาทำท่าจะเถียงแต่ดาราศิระพูดพึมพำขึ้นมาเบาๆ แล้วลุกจากโต๊ะอาหาร

          “ขอตัวนะคะ ปวดหัวเหมือนจะไม่สบายค่ะ เชิญทุกคนทานอาหารกันต่อไปเถอะนะคะ” พูดจบดาราศิระก็เดินเลี่ยงมาโดยไม่เหลียวหลัง หัวใจปวดหนึบไปหมด โจชัวเลยลุกขึ้นตามด้วย

          “ถ้าอย่างนั้นคุณวิก็จัดการทั้งหมดเลยก็แล้วกัน ผมจะแต่งงานอาทิตย์หน้าเลยครับ ขอตัวไปดูหนูดาก่อน” ชายหนุ่มสะบัดหน้าหนีไปด้วยอีกคน บนโต๊ะอาหารเลยเหลือแค่ป้าหลานสองคน

          “ป้าไม่รู้เหรอว่าเขาประชดน่ะ” วรนันท์พูดขึ้นเมื่อร่างสูงของโจชัวหายขึ้นไปชั้นบนของบ้านแล้ว แสนเสียดายที่ไม่ได้คุยกับเขาเลยแม้แต่คำเดียว

          “รู้สิยะ แต่แล้วไงล่ะ ฉันกำลังจะได้เงินก้อนใหญ่เลยนะ” วิชุกรเชิดหน้าขึ้นอย่างไม่ละอาย คิดถึงเงินที่จะได้ก็ยิ้มหน้าบานได้ไม่หยุด

          “ทำไมป้าไม่ส่งเสริมหนูแทนยัยนั่นล่ะ หนูสวยกว่ายัยนั่นเยอะเลยนะ ถ้าหนูได้คุณโจชัว รับรองป้ามีกินมีใช้ตลอดชาติแน่” หญิงสาวโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง ไม่พอใจที่จู่ๆ วิชุกรก็ลืมเรื่องที่ตกลงกันไว้เสียอย่างนั้น

          “ไม่ลืมหรอกย่ะ แต่คุณโจชัวแต่งงานได้แค่ครั้งเดียวเมื่อไหร่กันล่ะ” วิชุกรทำเสียงเจ้าเล่ห์ เมื่อคิดตามวรนันท์ก็คลี่ยิ้ม ก่อนจะพึมพำออกมาเสียงแผ่วเบา

          “แสดงว่า

          “ใช่ อย่างที่แกคิดนั่นแหละ อย่าเพิ่งไปยุ่งกับคุณโจชัวตอนนี้เลย ให้เขาได้เจอหน้าได้คุยกับแกให้บ่อยขึ้นกว่านี้สักหน่อย ถ้าเขาหลงเสน่ห์แก คร้านจะขอหย่าจากนังเด็กนั่นแทบไม่ทัน”

          “นั่นสิ ของแบบนี้มันต้องค่อยเป็นค่อยไป” วรนันท์ยิ้มที่มุมปาก ไม่ชอบหน้าดาราศิระมานานแล้ว หลังจากนี้ไม่ว่าอะไรที่เป็นของของดาราศิระ หล่อนจะแย่งมันมาเป็นของตัวเองให้หมด

 

          ดาราศิระร้องไห้ด้วยความเสียใจ ไม่มีใครสนใจความรู้สึกของเธอเลยสักคนเดียว แต่ละคนก็เอาแต่ใจอยากได้แบบนั้นอย่างนี้ สุดท้ายก็ตีราคาของตัวเธอออกมาเป็นเงินที่มันฟังแล้วหดหู่เหลือเกิน

          “ไม่เป็นไรหนูดา ไม่เป็นไร ไม่ต้องไปสนใจคนพวกนั้นหรอก” โจชัวตามมาปลอบใจเขาเข้ามากอดเธอเอาไว้จากทางด้านหลัง เห็นเธอเสียน้ำตาก็ไม่รู้สึกผิด รู้ตัวดีว่ามีส่วนทำให้เธอเสียใจจนเสียน้ำตาแบบนี้

          “ฉันไม่เคยตีค่าเธอเป็นเงินมาก่อนเลยนะหนูดา

          “แต่สิ่งที่คุณทำมันก็เหมือนเอาเงินฟาดหัวพวกเรานั่นแหละ” ดาราศิระขืนตัวออกจากอ้อมกอดของเขา พยายามเช็ดน้ำตาออกจากหน้าแต่ห้ามความเสียใจไม่ได้เลย

          “ไม่มีใครสนใจฉันอยากที่คุณวิเขาบอกหรอก หลังจากพ่อเสียไปก็ไม่มีใครดูดำดูดีอะไรทั้งนั้น ฉันน่ะไม่มีค่าอะไรกับใครทั้งนั้นแหละ คุณอย่าเสียเงินกับเรื่องพวกนี้เลยค่ะ

          “ทำไมจะไม่มีล่ะ แล้วฉันคือใครกัน ถ้าฉันไม่ห่วงเธอแล้วจะรีบมาให้ทันตอนเธอรับปริญญาได้ยังไง” ชายหนุ่มเชยคางมนให้คนตัวเล็กสบตาด้วย ดาราศิระรู้สึกไม่ดีไม่สบายใจและอยากให้เขาออกห่างด้วย แต่บุญคุณที่ผ่านมาของโจชัวที่มีต่อเธอและครอบครัวทำให้ปฏิเสธเขาไม่ได้

          “อย่าร้องไห้เลย ฉันอยากแต่งงานกับเธอให้ถูกต้อง แล้วเราค่อยไปอเมริกากัน”

          “อเมริกา” ดาราศิระทวนคำเสียงเบาหวิว เธอไม่อยากอยู่ที่นี่ให้วิชุกรรีดไถก็จริง แต่ก็ยังไม่อยากจากไปเร็วแบบนี้

          “ใช่ ที่นี่ไม่มีอะไรแล้วไม่ใช่เหรอ เชื่อสิ ถ้าสมมติว่าฉันบอกว่าจะไม่แต่งงานกับเธอ ไม่สนใจอีก คุณป้ามหาภัยของเธอต้องยัดเยียดเธอให้คนอื่นแน่

          ดาราศิระคิดตามแล้วก็เห็นด้วยอย่างไม่ต้องสงสัย วิชุกรชินเสียแล้วกับการที่มีคนอื่นหยิบยื่นเงินทองความสะดวกสบายให้ ถ้าไม่มีโจชัวคอยดูแล ก็ไม่รู้เหมือนกันชีวิตจะลำบากมากแค่ไหน

          “ฉันดูแลทะนุถนอมเธออย่างดีมาตลอดหลายปี อย่าปฏิเสธฉันเลยนะหนูดา ฉันไม่อยากให้เธอถูกทำร้ายอีกแล้ว”

          “แล้วคุณจะให้ฉันทำยังไง” ดาราศิระถาม รู้สึกอุณหภูมิร่างกายสูงขึ้นหลายองศาเมื่อปลายนิ้วของโจชัวไล้แก้ม

          “ก็ไม่ต้องทำอะไรมากเลย เราก็แค่แต่งงานกันเท่านั้น ตามที่คุณป้ามหาภัยของเธอมัดมือชกนั่นแหละ ฉันไม่พอใจก็จริง แต่ไม่ได้หมายความว่าฉันไม่อยากแต่งงานกับเธอจะหนูดา เราแต่งงานกัน แล้วค่อยไปอเมริกาด้วยกันนะ

          ดาราศิระเงียบไม่ได้ตอบคำถาม เธอแสนจะไม่สบายใจและว้าวุ่นในอกอยู่ลึกๆ ไม่มีใครให้คำปรึกษา ถ้าหากถามเพื่อนก็คงได้คำตอบแบบเดียวกันนี้ รู้สึกไม่ต่างจากสิ่งของที่ตีเป็นเงินแม้แต่น้อย

 

         วันงานใกล้มาเรื่อยๆ เพราะโจชัวอยากให้จัดงานแต่งให้เร็วที่สุด ก่อนจะพาตัวดาราศิระกลับอเมริกาด้วยกัน

         ดาราศิระปวดหัวสับสน ไม่เคยมีใครถามความเห็นของเธอเลยสักคน งานหมั้นและงานแต่งจัดขึ้นในวันเดียวกัน ช่วงเช้าเป็นงานหมั้นที่จัดขึ้นที่บ้านธีรนุรักษ์ ส่วนงานแต่งจะจัดขึ้นในตอนค่ำที่โรงแรมหรู ท่ามกลางความปลาบปลื้มใจของวิชุกรที่เห็นเงินทองลอยมากองตรงหน้าแล้ว

          โจชัวมีความสุขได้ถึงแค่ช่วงเช้า เมื่อตอนบ่ายๆ วิชุกรกระหืดกระหอบมาแจ้งข่าวร้ายที่แสนน่าตกใจให้ฟัง

          “หนูดาหนีไปแล้ว แน่ใจนะครับ ว่าหนีไปจริงๆ” โจชัวคิดไม่ถึง อึ้งงันไปด้วยความตกใจ เมื่อช่วงเช้าเธอยังรับหมั้นเป็นเด็กดีว่าง่ายอยู่แท้ๆ

          “จริงๆ ค่ะ หนูดาหนีไปแล้วจริงๆ ก็หน้าเศร้ามาหลายวัน ไม่คิดว่าจะทำแบบนี้เลย แล้วงานแต่งช่วงค่ำๆ ล่ะคะ”

          ในเวลาแบบนี้วิชุกรยังห่วงเรื่องงานแต่งงาน โจชัวโกรธจนหน้าแดง ทำไมจะไม่รู้ว่าการที่ดาราศิระหนีไปแบบนี้มันเป็นเพราะอะไร แล้วเพิ่งสังเกตเห็นวรนันท์มาอยู่ตรงหน้าด้วยตั้งแต่ตอนไหนไม่รู้ วรนันท์ยิ้มแปลกๆ ท่าทางเจ้าเล่ห์เจ้ากลไม่ต่างจากผู้เป็นป้าเลยสักนิด พาให้ไม่ถูกชะตาไม่อยากเสวนาด้วยเลย

          “คุณต้องเสียหน้ามากแน่ๆ เลยค่ะคุณโจชัวถ้ายังไง ให้ยัยนันเป็นเจ้าสาวแล้วแต่งงานกับคุณก่อนดีไหมคะ ไม่อย่างนั้นคุณต้องเป็นข่าวใหญ่แน่ๆ เลยค่ะ” วิชุกรยุแยงสุดฤทธิ์มองโจชัวอย่างมีความหวัง

          “เรื่องนั้นเอาไว้ก่อนแล้วกัน แต่ตอนนี้ผมต้องหาตัวหนูดาให้เจอก่อน” โจชัวพยักหน้าให้การ์ดคนสนิทไมเคิลเพื่อตามหาตัวดาราศิระ ก่อนจะเดินหนีสองป้าหลานโดยไม่เหลียวหลัง

          “เชอะ! ให้มันรู้ไปเถอะว่าแผนของเราจะไม่ได้ผล” วรนันท์กอดอกทำท่าหงุดหงิดไม่พอใจ

          “เอาน่าใจเย็นๆ ยังไงคุณโจชัวก็ต้องเข้าพิธีแต่งงานกับแกแน่ แขกมากันเยอะขนาดนั้น ไม่มีเจ้าสาวก็เสียหน้าแย่สิ” วิชุกรมั่นอกมั่นใจ ว่ายังไงเสีย โจชัวก็ต้องเข้าพิธีแต่งงานกับวรนันท์อย่างแน่นอน หล่อนจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้ชายหนุ่มที่แสนจะเพียบพร้อมไปทุกอย่างมาเป็นหลานเขยให้ได้      

          แล้วเจ้าสาวตัวจริงเล่าอยู่ที่ไหนแล้ว

          เจ้าสาวตัวจริงอย่างดาราศิระนั่งหมดแรงหายใจรวยรินในห้องใต้ดิน

          ไม่ผิดหรอก เธออยู่ในห้องใต้ดินจริงๆ หลังจากที่ถูกวรนันท์เอาแจกันฟาดหัวจนหัวแตกเลือดไหลซิบ ยังดีที่แผลไม่เปิดกว้างมากนักไม่อย่างนั้นคงเสียเลือดแล้วอ่อนเพลียจนตายแน่ แต่ตอนนี้อากาศที่บางเบามากเหลือเกิน ทำให้ขยับตัวหาทางหนีไม่ได้เลย

          ฉันไม่ฆ่าแกหรอก แต่ขอให้ผ่านวันนี้ไปก่อน ฉันจะหาผัวคนใหม่ให้แก ถ้าแกไม่ตายไปซะก่อนน่ะนะ แต่คุณโจชัวคนนี้ฉันขอแล้วกันนะ จำได้ว่าวรนันท์พูดแบบนั้นก่อนจะผลักเธอเข้ามาในห้องใต้ดินเพราะตอนนี้เธอมึนมากจนแทบประคองสติเอาไว้ไม่ได้ เลือดสีแดงสดหยดไหลกระทบชุดไทยบรมพิมาน[1]ที่สวมอยู่จนเวียนหัวเราะกลิ่นเลือด

          ก่อนที่จะถูกจับยัดไว้ในห้องใต้ดินเธอเพิ่งทำพิธีหมั้นกับโจชัวเรียบร้อย ชายหนุ่มคอยดูแลประคับประคองทุกอย่างไม่ให้อะไรกล้ำกลาย ขนาดว่าเป็นงานแต่งที่จัดขึ้นอย่างฉุกละหุก แต่บิดามารดาของเขาก็ยังอุตส่าห์บินมาไกลจากอเมริกา พวกท่านล้วนอ่อนโยนมีเมตตา ไม่ได้ติดใจสงสัยอะไรในตัวของเธอเลยสักนิด ที่จู่ๆ ก็แต่งงานกับโจชัวรวดเร็วกะทันหันขนาดนี้

          เพิ่งเห็นตัวจริงของหนู หนูน่ารักอ่อนหวานแบบนี้นี่เอง ตาโจชัวถึงได้รีบแต่งงาน อลีนา[2]ยิ้มให้เมื่อเจอหน้ากัน

          โจชัวเล่าเรื่องหนูให้ฟังตลอดนั่นแหละจ้ะ รีบแต่งงานก็ดีเหมือนกัน แม่จะได้มีหลานให้อุ้มไวๆ เพราะตอนนี้พ่อคนน้องอย่างจัสตินก็กำลังวุ่นเรื่องเจ้าสาวของเขาเหมือนกัน อลีนามองลูกสะใภ้คนสวยด้วยสายตาอบอุ่นอ่อนโยน เช่นเดียวกับสายตาของเจมส์ที่มองมา

          โจชัวเล่าให้ฟังว่าหนูยังไม่อยากจะแต่งงาน เพราะมันเร็วเกินไป อย่างนั้นใช่ไหมจ๊ะ หล่อนยังถามด้วยความอ่อนโยนไม่เปลี่ยน ดาราศิระอดเคืองไม่ได้ที่ชายหนุ่มเล่าแม้กระทั่งเรื่องพวกนี้ให้พ่อแม่เขาฟังด้วย

          เชื่อเถอะจ้ะว่าพ่อคนนี้เขารักจริงหวังแต่งจริงๆ เขาไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนเลยนอกจากหนู เชื่อใจพี่เขาเถอะนะจ๊ะ ไม่ต้องกลัวว่าพ่อกับแม่จะคิดยังไงด้วย ได้ยินเรื่องจากโจชัวแล้วแม่ก็เป็นห่วง ไม่อยากให้หนูอยู่ที่นี่แล้ว เฮ้อ หนูช่างน่าสงสาร

         ไม่บอกก็รู้ว่ากระทั่งเรื่องที่วิชุกรรีดไถเงินโจชัวก็เล่าให้ครอบครัวฟังด้วย และเธอก็ปฏิเสธไม่ได้ด้วยว่ามันไม่ใช่ความจริง

          พ่อกับแม่ดีใจนะจ๊ะที่ได้หนูมาเป็นครอบครัวของเรา ถ้ายังไม่เชื่อก็ไม่เป็นไร ค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไปก็ได้ อลีนาเข้าใจหัวอกคนเป็นผู้หญิงเหมือนกัน ดาราศิระเองก็อายุน้อยมากเพิ่งจะยี่สิบสองย่างยี่สิบสาม ไม่ทันไรก็ต้องแต่งงานมีครอบครัว ซ้ำยังไม่ได้สนิทสนมกับโจชัวเท่าไหร่ด้วย มีแต่พ่อลูกชายตัวดีของหล่อนนี่แหละ ที่เข้าหาผู้หญิงด้วยวิธีการประหลาด ไม่แปลกที่สาวน้อยจะกลัว

          หนูแค่ตกใจที่มันเร็วเกินไป ดาราศิระสารภาพ แล้วก็ไม่รู้ด้วยว่าหลังแต่งงานวิชุกรจะร้ายกาจมากแค่ไหน

          ตอนที่ไม่แต่งงานก็สูบเลือดสูบเนื้อกอบโกยเงินทองจากโจชัวมาซะจนเธอตกใจ มันมากกว่าหลายล้านอย่างไม่ต้องสงสัยเลย แล้วนี่เธอยิ่งแต่งงานกับชายหนุ่มแล้ว ไม่รู้ว่าแม่เลี้ยงที่เกี่ยวข้องทางตามกฎหมายจะแผลงฤทธิ์มากขนาดไหน แค่คิดก็ต้องถอนหายใจอย่างหนักอก

          แม่เข้าใจเรื่องนั้นดีจ้ะ แต่ถึงจะแต่งงานแล้ว หนูก็ยังทำอะไรได้ทุกอย่างแบบที่หนูอยากทำ อยากเรียนต่อก็ได้ อยากทำอะไรไปไหนก็ได้ เพียงแต่ว่าโจชัวจะดูแลหนูตลอดเท่านั้นเอง หนูคงไม่อึดอัดไปหรอกใช่ไหม ทำไมอลีนาจะไม่เข้าใจความรู้สึกของสาวน้อยตรงหน้า ชีวิตของเธอก็ผ่านเรื่องแบบนี้มาก่อน ย่อมเข้าใจกันเป็นอย่างดี

          เรื่องครอบครัวที่เมืองไทย แม่รู้ว่าหนูอึดอัดกับเรื่องนี้มากแต่แม่สัญญาว่าหนูจะไม่รู้สึกแบบนั้นอีกแล้ว แรกทีเดียวที่ได้ยินจากปากลูกชาย อลีนาก็ตกใจไม่คิดว่าปัจจุบันจะยังมีแม่เลี้ยงที่ขายลูกกินอยู่อีก ทั้งตกใจทั้งโมโห บอกโจชัวว่าหลังจากนี้จะเป็นคนดูแลดาราศิระเอง สาวน้อยคงผ่านอะไรมามาก ย่อมต้องการคนที่เข้าใจและดูแลอย่างใกล้ชิด

          หนูดาให้โอกาสโจชัวหน่อยได้ไหมจ๊ะ…’ อลีนาขอ สงสารลูกชายไม่น้อยไปกว่ากัน

          รายนั้นหน้าเศร้าหมองบอกว่าดาราศิระไม่อยากแต่งงานด้วย น่าขันที่ลูกชายแต่ละคนจีบผู้หญิงไม่เป็นเอาซะเลย

          ค่ะ…’ ดาราศิระตอบอย่างขัดเขิน และเริ่มมองโจชัวในแง่ดีขึ้น

          ก็จริงอย่างที่อลีนาบอก วิชุกรเองก็พูดบอกว่าชายหนุ่มดีอย่างนั้นอย่างนี้มาโดยตลอด โจชัวเป็นคนเดียวที่ยื่นมือเข้ามาช่วยครอบครัวของเธอ ซึ่งญาติพี่น้องของเธอไม่เคยหยิบยื่นน้ำใจให้เลยตั้งแต่ที่ดิลกเสียไป เทศกาลสำคัญทุกครั้ง ถ้าเขาไม่มาหาด้วยตัวเอง ก็มักจะมีของขวัญส่งมาให้เสมอ

          แล้วบนโลกนี้จะมีใครที่ให้ความสำคัญและใส่ใจเธอเท่ากับโจชัวอีกเล่า

          แม่เลี้ยงอย่างวิชุกรหรือ หัวเราะให้ตายไปยังจะน่าเชื่อถือกว่าการที่บอกว่าแม่เลี้ยงคนนั้นเป็นห่วงเธอซะอีก

          ดังนั้นเมื่อถึงพิธีหมั้นในตอนเช้า เธอจึงสวมแหวนหมั้นที่ได้รับจากเขาด้วยความเต็มใจ สายตาที่มองโจชัวเริ่มเปลี่ยนไป หัวใจมันเต้นแรง ยิ่งคิดว่าใกล้จะเป็นเจ้าสาวของเขาก็ยิ่งตื่นเต้นทั้งกลัวทั้งอาย คิดไม่ถึงว่าวันนี้จะมาถึงเร็วจนไม่ทันได้ตั้งตัว

          เพื่อนๆ ที่มาร่วมงานต่างก็ตื่นเต้นตกใจ เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าโจชัวเป็นคนส่งบัตรเชิญให้ตอนไหน แต่ทุกอย่างก็เรียบร้อยผ่านพ้นมาด้วยดี จนกระทั้งถึงตอนนี้

          “โจชัว” เธอครางอย่างอ่อนแรง ยกมือที่สวมแหวนขึ้นมามองในความมืดสลัวแทบจะมองอะไรไม่เห็น มีแสงลอดผ่านช่องระบายอากาศเล็กๆ เข้ามา ซึ่งตอนนี้อากาศก็บางเบาลงไปทุกที

          “ฉันคงไม่มีโอกาสได้เป็นเจ้าสาวของคุณหรอก” ดาราศิระสะอื้น ยังจำคำพูดของวรนันท์ได้ดี

          ขนาดเอาแจกันทุบลากเธอมาขังเอาไว้ที่นี่วรนันท์ยังทำได้ แล้วกับแค่หาผู้ชายมาข่มขืนถ่ายวิดีโอเก็บเอาไว้เพื่อใช้เป็นเครื่องมือข่มขู่ทำไมอีกฝ่ายจะทำไม่ได้ แต่แบบนั้นก็คงจะดีกว่าการปล่อยให้เธอนอนตายในนี้โดยไม่มีใครรู้เห็น..

         “ฉันขอโทษที่ไม่เคยคุยกับคุณดีๆ เลย” น้ำตาของดาราศิระหล่นร่วง ยิ่งร้องไห้ก็ยิ่งหายใจไม่ออก แผลที่หน้าผากปวดตุบๆ ทำให้หัวเหมือนจะระเบิดออกมาอย่างไรอย่างนั้น

          “ฉันเสียใจ

          ดาราศิระหมดสติเพราะอากาศหายไปจนเกือบหมด ไม่รู้เลยว่าตอนนี้ที่บ้านกำลังวุ่นวายมากเท่าไหร่

 

          อลีนามองวิชุกรกับวรนันท์ที่เข้ามาในห้องนอนของดาราศิระพร้อมกับฉกเอาชุดแต่งงานของว่าที่ลูกสะใภ้หล่อนไปอย่างหน้าด้านๆ โดยที่ให้เหตุผลที่ฟังไม่ขึ้นเอาซะเลย

          “คุณโจชัวบอกว่ายังไงก็ต้องมีเจ้าสาวน่ะค่ะ ให้ยัยนันเป็นเจ้าสาวไปก่อน จากนั้นถ้าเจอตัวยัยหนูดาเมื่อไหร่ค่อยคุยกันอีกที” วิชุกรบอกเสียงหวาน รีบดันหลังหลานสาวไปยังห้องนอนของตัวเองเพื่อรอให้ช่างมาแต่งหน้าทำผม ทำให้อลีนาหน้าแดงด้วยความโกรธ

          “คุณคะ มันเกิดอะไรขึ้น” อลีนายังไม่รู้ว่าดาราศิระหายตัวไป รู้แค่ว่ามีหัวขโมยมาแย่งเอาชุดแต่งงานของดาราศิระไปเท่านั้น หล่อนเดินออกมาหาสามีแล้วถามอย่างไม่พอใจ

          “ตาโจชัวบอกว่าหนูดาหายตัวไปน่ะ”

          “หายตัวไป” หล่อนทวนคำพูดของสามีเสียงหลง ไม่สบายใจอย่างรุนแรง

          “หายตัวไปได้ยังไงคะ คนทั้งคนน่ะ”

          “ผมก็ยังสงสัยอยู่ ตอนนี้ให้คนตามหาตัวหนูดาแล้ว” เจมส์บอกภรรยาที่กำลังหน้าแดงด้วยความโกรธ ซึ่งแทบจะไม่เคยเห็นในระยะหลายปีที่ผ่านมานี้เลย

          “แล้วตาโจชัวเป็นบ้าอะไร ให้ผู้หญิงคนอื่นมาเข้าพิธีแต่งงานแทนหนูดาเนี่ยนะ” อลีนายังโวยวายไม่เลิก จนเจมส์ต้องรีบปลอบใจไม่ให้อารมณ์เสีย

          “ตาโจชัวไม่น่าทำแบบนั้นนะ รอฟังลูกก่อนดีไหม ตอนนี้ลูกก็กำลังให้คนออกตามหาตัวหนูดาอยู่”

          “แล้วนี่จะทำยังไงล่ะคะ ยัยแม่เลี้ยงอะไรนั่นแอบขโมยชุดเจ้าสาวของหนูดาไปแล้วนะ”

          “ฮะ!? นี่ถึงกับขโมยชุดแต่งงานกันเลยเหรอ” เจมส์ถามด้วยความตกใจและไม่พอใจ

          “ก็ใช่น่ะสิคะ ฉันก็เลยคิดว่าโจชัวจะให้แม่หลานสาวของคุณวิอะไรนั่นเข้าพิธีแต่งงานกับตาโจชัวก่อน โอ๊ย นี่คิดอะไรอยู่ไม่รู้อ่านไม่ออกเลยสักนิดนะเนี่ย” หล่อนหัวเสียถึงขีดสุด ชุดเจ้าสาวนั่นเป็นของสำคัญมากสำหรับดาราศิระ แล้วก็มาถูกขโมยไปอย่างหน้าด้านๆ จะไม่ให้เดือดดาลยังไงไหว

          “เอาน่า ค่อยๆ คิด ใจเย็นก่อนนะคุณ”

          “ถ้าหนูดากลับมาแล้วเห็นว่าคนอื่นใส่ชุดเจ้าสาวของตัวเองอยู่จะรู้สึกยังไงคะ ต้องโกรธตาโจชัวมากแน่ๆ”

          “นั่นสิแต่ว่าคุณเอาชุดเจ้าสาวของคุณมาด้วยไม่ใช่เหรอบัว” เจมส์นึกขึ้นมาได้เพราะก่อนจะเดินทางมาเมืองไทย ไม่รู้ว่าลูกชายคิดอะไรถึงได้บอกว่าขอให้ภรรยาเอาชุดแต่งงานเก่ามาด้วย

          “อ้อ จริงด้วยค่ะ” อลีนาตาโตอย่างมีความหวัง ก่อนจะเห็นลูกสาวคนเล็กของบ้าน อโนมา จูเลียต นอกซ์วิลล์ เดินขึ้นมาหาพอดี หลังจากที่มีเรื่องโกลาหลเกิดขึ้นอย่างน่าตกใจ ดีที่แขกกลับไปกันหมดแล้วเพื่อรอจะมาร่วมแต่งอย่างเป็นทางการในตอนค่ำที่โรงแรม แต่ก็ยังไม่รู้อยู่ดีว่าเกิดอะไรขึ้น

          “หม่ามี้ แด๊ดดี้ มีอะไรกันเหรอคะ ทำไมออกมาคุยกันตรงหน้าระเบียงแบบนี้ล่ะ” อโนมาถามด้วยความแปลกใจ

          “แล้วมันเกิดเรื่องอะไรขึ้นคะ ทุกคนดูวุ่นวายแปลกๆ พี่โจชัวล่ะ แล้วก็พี่สะใภ้ด้วย” สาวน้อยเริ่มไม่สบายใจด้วยอีกคน

          “หนูดาหายตัวไปน่ะ แล้วยัยแม่เลี้ยงก็ขโมยชุดเจ้าสาวของหนูดาไปด้วย บอกว่าจะให้หลานตัวเองใส่เข้างานแต่งกับโจชัว” อลีนาไม่คิดโกหก โพล่งบอกออกไปเพื่อเปิดโปงความร้ายกาจของแม่เลี้ยงใจดำ

          “อะไรนะ!!” ได้ยินอโนมาก็ปรี๊ดอีกคน พี่ชายเคยบอกว่าแม่เลี้ยงของดาราศิระร้ายกาจแต่ไม่คิดว่าจะเลวขนาดนี้

          “แต่ไม่เป็นไร แม่จะให้คนเอาชุดของแม่มารอไว้ แล้วจะรีบตามช่างมาด้วย”

          “หนูไม่ยอม!” อโนมาประกาศ รู้สึกเจ็บใจและโกรธแค้นแทนดาราศิระมากกว่าอะไรทั้งนั้น

          “ถ้าหนูดาไม่ได้ใส่ ก็อย่าหวังเลยว่ายัยนั่นจะได้ใส่ แม่จะอัดซะให้เละเลย คอยดูสิ!!” พูดจบอโนมาก็กระแทกเท้าเดินหน้าตึงตรงไปยังห้องนอนของวิชุกรทันที โดยที่เจมส์ห้ามเอาไว้แทบไม่ทัน ส่วนอลีนาก็หัวเราะเสียงสูงสนับสนุนลูกสาวเต็มที่

          แซมตามไปดูแลจูเลียตด้วย ห้ามใครทำอะไรลูกสาวฉันเด็ดขาด” หล่อนสั่งเสียงเฉียบ บอดีการ์ดหน้าดุที่ตามหลังเจมส์ตลอดก็ขยับตัวทันที

          “คุณนี่ให้ท้ายลูกสาวตลอด” เจมส์โคลงศีรษะไปมานึกสยองกับความร้ายกาจของเพศหญิง แต่ก็ไม่กล้าสอดมือเข้าไปยุ่ง อะไรที่เมียบอกว่าดีก็พร้อมจะเออออคล้อยตามอย่างไม่มีเงื่อนไข

          “ไปกันค่ะคุณ เราไปรอที่โรงแรมดีกว่า อยู่ที่นี่ไม่ดีแน่ เราไปรอหนูดาที่นั่นกันดีกว่า” อลีนาจูงมือสามีให้เดินมาด้วยกัน ที่บ้านคงไม่ปลอดภัยทางที่ดีไปรอเตรียมตัวที่โรงแรมน่าจะเป็นเรื่องดีที่สุดแล้ว

          ด้านอโนมาก็กระแทกเท้าเดินเข้าไปในห้องนอนของแม่เลี้ยงวิชุกร ตอนนี้ทุกคนกำลังสาละวนกับการช่วยให้วรนันท์สวมชุดแต่งงานให้ได้ เพราะขนาดร่างกายแตกต่างกับรูปร่างของดาราศิระมากจนแทบยัดไม่เข้า

          “คุณ เอ๊ะ นั่น ผู้ชายนี่ เข้ามาได้ยังไง” วรนันท์ครางออกมาด้วยความตกใจ พยายามจะไล่ให้แซมออกไปจากห้องด้วย

          “หน้าด้าน ทุเรศ ขโมยเสื้อผ้าคนอื่นมา ไม่มีใครสั่งสอนเหรอ” อโนมาใส่เป็นชุดไม่ไว้หน้า ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความโกรธ วรนันท์ถูกด่าก็หน้าแดงด้วยความอับอายแค้นเคือง

          “ก็คุณโจชัวพี่ชายของคุณต้องเข้าพิธีแต่งงานนี่คะ ช่วยไม่ได้ที่ยัยหนูดาหนีไปแบบนั้น”

          “พี่ชายฉันบอกแบบนั้นจริงๆ เหรอ ตอแหล!!

          “นี่เธอ!” วรนันท์ไม่ใช่คนที่จะยอมถูกด่าฟรีๆ เธอโกรธมากตั้งใจจะฉะกับอโนมาให้รู้เรื่อง แต่แซมก้าวเข้ามาอยู่ใกล้นายสาวเพื่อบอกว่า ถ้ามีใครคิดจะมาทำร้ายก็ต้องข้ามตัวเขาไปก่อน

          “ทุเรศ หน้าด้าน อยากได้สามีจนตัวสั่นก็หาเองสิ ไม่ใช่แย่งของคนอื่น หน้าไม่อายเลยนะเธอน่ะ” อโนมาเป็นกรรไกรวางอยู่แถวนั้นพอดี เพราะต้องแก้เสื้อให้พอดีกับตัวเลยต้องเลาะต้องเย็บด้านหลังของชุดใหม่ ไม่รอช้าตรงเข้าไปหยิบเอาตัดชายชุดเจ้าสาวซะจนขาดวิ่น

          “นังบ้า!!” วรนันท์หวีดร้องออกมาด้วยความตกใจ พยายามจะรวบชายชุดเจ้าสาวออกจากมือของอโนมาแต่มันก็ช้าไป เมื่อชุดยังถูกตัดฉับๆ ต่อไปโดยไม่มีใครเข้ามาห้ามหรือขวางได้

          “เธอสิบ้า อย่าหวังเลยว่าจะได้เป็นสะใภ้บ้านฉัน อย่างมากเธอก็ได้เป็นแค่คนใช้เท่านั้นแหละ” อโนมาบอกด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้าง โยนกรรไกรทิ้งอย่างรุนแรงก่อนจะเดินออกจากห้องไปอย่างไม่สนใจไยดี วรนันท์หน้าซีดปากสั่น ก่อนหน้าจะแดงก่ำและหวีดร้องออกมาสุดเสียง

          “ฮึ! รู้จักฉันน้อยไป ยัยบ้า ที่สำคัญพี่ชายฉันร้ายกว่าฉันเยอะเลยล่ะย่ะ” อโนมาแค่นเสียงในคอก่อนจะเดินออกจากบ้านพลางโทรศัพท์ไปหามารดา

          “ค่ะหม่ามี้ ได้ค่ะ ไปเจอกันที่โรงแรมเลย หนูจัดการชุดเจ้าสาวนั่นแล้วค่ะ แม่นั่นไม่มีทางไปที่งานในชุดแต่งงานของหนูดาได้หรอกค่ะ

          วรนันท์ได้ยินทุกอย่างเพราะเธอพาตัวเองที่กระเซอะกระเซิงออกมา กำหมัดแน่นด้วยความแค้น ก่อนจะหันไปมองหน้าป้าของตัวเอง

          “ป้าคะ ตอนนี้ป้ามีเงินเยอะอยู่ใช่ไหม สั่งชุดเจ้าสาวให้นันท์ด้วยนะคะ นันจะเข้าพิธีแต่งงานกับคุณโจชัวให้ได้”

 

          กว่าสองป้าหลานจะเดินทางไปถึงโรงแรมที่จัดงานได้ก็ทุลักทุเลกันไม่น้อย

          ไหนจะเรื่องชุดเจ้าสาวที่มันไม่พอดี รวมไปถึงการเดินทางที่วันนี้รถติดอย่าบอกใคร วรนันท์ดูเหมือนจะแย่กว่าวิชุกรหลายเท่า เพราะชุดแต่งงานไม่พอดีกับตัวเอง มันหลวมไปหน่อยโดยเฉพาะช่วงอกซึ่งเป็นชุดเกาะอกเสียด้วย เดินๆ อยู่ก็พลอยแต่จะร่วงลงจากอกให้ได้

          “เพราะนังนั่นแท้ๆ เชียว” วรนันท์ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความแค้น ถ้าอโนมาไม่มาตัดชุดเดิมจนกลายเป็นผ้าขี้ริ้วแล้วล่ะก็ คงไม่ยุ่งยากวุ่นวายขนาดนี้

          “ทำดีไว้หน่อยสิยัยนัน นั่นคือน้องสามีไม่ใช่เหรอ ทำดีเอาไว้เถอะน่า” วิชุกรแสนจะร้อนรน กลัวว่าจะไปไม่ทันงาน ยังขุ่นเคืองไม่หาย ขอให้ได้เข้าพิธีแต่งงานกับโจชัวก่อนเถอะ แม่จะอาละวาดให้น่าดูชมไปเลย

          “ว่าแต่แน่ใจนะว่ายัยหนูดาจะไม่โผล่มานะ” วิชุกรก็ไม่รู้ว่าวรนันท์ไปตกลงอะไรยังไงกับดาราศิระ ได้ยินหลานสาวบอกว่าจะจัดการเองก็ไม่ได้สนใจอะไรเท่าไหร่ เพราะไม่เคยสนใจดูดำดูดีเด็กสาวคนนั้นเท่าไหร่นัก

          “แน่นอนสิคะ” วรนันท์คิดอย่างหมายมาด

          จบเรื่องงานแต่งงานนี้ก่อนเถอะ จะให้ผู้ชายไปรุมทรมานซะให้เข็ด จะถ่ายคลิปวิดีโอเอาไว้รอแฉทีหลังด้วย ดาราศิระคงหน้าบางไม่กล้าสู้หน้าใครหรอก แล้วทุกอย่างจะได้มาเป็นของตัวเองทั้งหมด

          ส่วนเรื่องความหยิ่งยโสของโจชัวไม่ได้เป็นปัญหาเลยแม้แต่น้อย เธอเจอมาเยอะแล้วผู้ชายรูปหล่อแต่แสนหยิ่งน่ะ แค่นี้ไม่คณามือเลย อยากให้พยศมากกว่านี้ด้วยซ้ำ เพราะนั่นจะเป็นชัยชนะที่หอมหวานถ้าหากทำให้เขาหลงใหลยอมศิโรราบแทบเท้าตัวเอง

          “แกไปคุยยังไงนะ แม่นั่นถึงได้ยอมเชื่อฟังน่ะ” วิชุกรพึมพำ

          เห็นหน้าซื่อตาใสเงียบๆ แบบนั้นก็เถอะ ดาราศิระรั้นร้ายเอาเรื่องจนไม่กล้าไปวุ่นวายด้วย หรืออาจจะเป็นเพราะว่าไม่อยากแต่งงานกับโจชัวจริงๆ ถึงได้ยอมให้วรนันท์มาเป็นเจ้าสาวสวมรอยแทนอย่างนี้ หล่อนได้แต่คิดเออออเองคนเดียวในใจ และไปถึงสถานที่จัดงานแต่งงานได้ในที่สุด

          วิชุกรรีบพาหลานสาวเข้าห้องพักเพื่อจัดการแต่งหน้าทำผมให้ดูดีอีกครั้งหนึ่ง เพื่อที่จะได้เดินเฉิดฉายข้างกายหนุ่มรูปงามที่เหมือนบ่อเงินบ่อทองคนนั้น

            “แกต้องเอาชนะใจเขาให้ได้นะยัยนัน”
          “เรื่องนั้นมันแน่นอนอยู่แล้วล่ะค่ะคุณป้า ไม่ต้องห่วงไปหรอก” วรนันท์เชิดหน้าขึ้น มั่นอกมั่นใจว่าแผนการทุกอย่างจะเป็นไปตามที่วางหมากเอาไว้

          โจชัวเองก็ไม่ได้ล้มเลิกงานแต่งงานแม้ว่าตัวดาราศิระจะไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว นั่นแปลว่าเขากลัวจะเสียหน้าที่เจ้าสาวหนีออกจากงานแต่งงาน แล้วตัวเลือกที่ดีที่สุดจะเป็นใคร ถ้าไม่ใช่ตัวเธอเอง

          “น่าแปลกนะ ยัยเด็กนั่นไม่ยอมเข้าพิธีแต่งงานกับคุณโจชัว ตอนเช้าก็หมั้นแล้วแท้ๆ” วิชุกรยังพึมพำไม่เลิก วรนันท์เบ้ปาก ไม่มีทางปริปากบอกเด็ดขาดว่าทำอะไรดาราศิระแล้วนำตัวคนน่าสงสารคนนั้นไปไหนที่ไหน

          “ยัยนั่นอาจจะมีแฟนอยู่แล้วก็ได้นี่คะคุณป้า หนุ่มสาวสมัยนี้ก็มีแฟนกันตั้งแต่อายุน้อยๆ กันทั้งนั้นแหละ” เธอบอกพลางใช้พัฟแป้งขึ้นมาซับหน้าตัวเองไปพลาง

          “เออ นั่นสิ บอกคุณโจชัวแบบนี้ดีกว่า เขาจะได้ตัดใจจากนังเด็กนั่น แล้วว่าแต่แกเถอะ มีแฟนแล้วรึยัง”

          “แหม ป้าก็” วรนันท์ทำเสียงอิดออด แล้วก็จิ๊ปากเมื่อป้าของตัวเองเบิกตากว้างด้วยความตกใจ

          “นี่หมายความว่าแกมีแฟนอยู่แล้ว”

          “มีแล้วก็เลิกได้นี่ป้า หนูไม่ได้โง่นะ ยังไงก็ต้องเลือกคุณโจชัวอยู่แล้ว” ว่าเสียงสะบัด ใครไม่ตะครุบโจชัวไว้ก็โง่เต็มที เขาทั้งหล่อทั้งรวยเพียบพร้อมไปซะทุกอย่างขนาดนี้ มองข้ามคงมีเขางอกออกมาบนหัว

          “แล้วแกแน่ใจเหรอ ว่าคุณโจชัวเขาจะยอมแต่งงานกับแก
          “โอ๊ย
! คุณป้าวิคะ ก่อนหน้านี้ตอนที่นั่งรถแท็กซี่มา เราก็คุยกับคุณโจชัวมาตลอดทางนี่นา เขาก็โอเคตกลงให้แต่งกันไปก่อนไม่ใช่เหรอ” วรนันท์บอกแต่วิชุกรก็อดแปลกใจไม่ได้

          “มันก็จริงนะ

          “เขากลัวจะเสียหน้าที่เมียหนีออกจากงานแต่ง แล้วก็คงไม่จ้างผู้หญิงอื่นมาเข้าพิธีแต่งงานด้วยแน่ ขืนไปจ้างคนอื่นแล้วความแตกขึ้นมาก็แย่สิคะคุณป้า ต้องใช้ตัวเลือกใกล้ๆ ตัวแบบนี้นี่แหละ” หล่อนพูด มือก็แต้มลิปสติกสีชมพูดสดใสลงบนกลีบปากด้วยความพออกพอใจ

          “อืม แต่ว่า” วิชุกรยังไม่ค่อยสบายใจ รู้สึกว่าเรื่องมันง่ายเกินไป

          ที่สำคัญ หล่อนได้เจอได้คุยกับโจชัวมาหลายครั้ง ไม่เห็นว่าเขาจะเคยคล้อยตารมคำพูดของใครทั้งนั้น เอาแต่ตัวเองเป็นจุดศูนย์กลางมาตลอด แล้วจะยอมถูกมัดมือชกให้แต่งงานกับวรนันท์ง่ายๆ อย่างนี้หรือ

          “ป้าคะ อย่าทำหน้าแบบนั้นได้ไหม เสียฤกษ์หมด” คนที่กำลังจะเป็นเจ้าสาวกระเง้ากระงอด อยากให้วิชุกรอวยพรและร่วมมือกันจนกว่างานนี้จะสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี

          “อืม ป้าคงคิดมากไปหน่อยน่ะ

          “งั้นป้าโทรถามคุณโจชัวสิคะ ว่าจะให้ลงไปตอนไหน” แทบจะทนรอต่อไปไม่ไหวแล้ว วรนันท์อยากจะเป็นเจ้าสาวที่อยู่เคียงข้างชายหนุ่มมากกว่าอะไรทั้งนั้น จนกระทั่งวางแผนการร้ายทำร้ายผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งได้อย่างเลือดเย็น

          แต่เรื่องนั้นจะเป็นความลับตลอดกาล จะไม่ยอมให้ใครรู้อย่างเด็ดขาด

          แม่ดาราศิระดูหัวอ่อนขนาดนั้นคงไม่กล้าหือ จากนั้นก็เฉดหัวไล่ออกไปให้พ้นวงโคจรชีวิตโจชัว ผ่านไปสักพักค่อยปล่อยคลิปตอกย้ำว่าดาราศิระไม่เหมาะสมกับเขา เท่านั้นทุกอย่างก็จะตกเป็นของเธอ

          “เขาว่าไงป้า” หล่อนถามวิชุกรเมื่ออีกฝ่ายวางสายไปแล้ว

          “เห็นบอกว่าอีกครึ่งชั่วโมงให้ตามพนักงานลงไป จะมีพนักงานมารับน่ะ” วิชุกรบอก ถึงตอนนี้เลยผ่อนคลายมีรอยยิ้มบนหน้า โล่งใจที่ทุกอย่างเริ่มต้นได้ด้วยดี

          “เห็นไหมคะ บอกแล้วว่ายังไงคุณโจชัวก็ต้องหาใครสักคนมาแต่งงานด้วย ถ้าไม่ใช่หนูแล้วจะใครล่ะ” วรนันท์ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ เพิ่งเข้าใจสำนวนที่ว่าดีใจจนเนื้อเต้นก็ตอนนี้นี่เอง ก็ใครใช้ให้โจชัวหล่อเหลาราวกับเทพบุตรแบบนั้นแล้ว และที่สำคัญ ใครใช้ให้ดาราศิระน่าหมั่นไส้ขวางหูขวางตามาตลอด ไม่ฆ่าให้ตายก็ดีแค่ไหนแล้ว

          “ไหน ขอป้าดูหน่อย อืม สวยแล้ว”

          วรนันท์ในชุดเจ้าสาวแสนสวยนี้งดงามราวกับเจ้าสาวตัวจริง หวังว่าความสวยของหลานสาวคนนี้จะทำให้โจชัวหลงใหลได้ เพราะขนาดดาราศิระที่ดูเรียบๆ ไร้ชีวิตชีวาคนนั้นยังจับเขาได้ แล้วทำไมวรนันท์ที่ดูเฉิดฉายมากกว่าจะทำไม่ได้

          “ป้าจำได้นะคะ ว่าต้องเอาทะเบียนสมรสขึ้นเวทีด้วย หนูจะต้องได้จดทะเบียนสมรสกับเขา”

          กระทั่งเรื่องการจดทะเบียนสมรส วรนันท์ก็ไม่ลืม ไม่อย่างนั้นสิ่งที่ทำมาทั้งหมดคงไม่เหลือชิ้นดี

          “เข้าใจแล้วล่ะน่า แต่ป้าก็กลัวเหมือนกันว่าเขาจะไม่ยอมจด

          “แหม ป้าคะ บนเวทีต่อหน้าผู้คนมากมายขนาดนั้น ยังไงคุณโจชัวเขาก็ต้องยอมแน่ๆ ค่ะ ไม่ต้องห่วง” วรนันท์เชิดหน้าขึ้นอย่างมั่นอกมั่นใจ หล่อนวางแผนการอย่างแยบยลเอาไว้ทุกอย่างแล้ว ไม่มีทางที่จะเดินหมากพลาดอย่างแน่นอน

          อยากรู้นัก ว่าดาราศิระจะรู้สึกยังไงเมื่อรู้ว่าโจชัวแต่งงานกับเธอ ซ้ำยังจดทะเบียนสมรสด้วยกันอีกต่างหาก

          แค่จินตนาการวรนันท์ก็ยิ้มหน้าบานตลอดเวลา ไม่ทันได้รู้ตัวเวลาก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว มีพนักงานโรงแรมมาเคาะประตูเรียก จึงจัดแจงเสื้อผ้ามองดูความเรียบร้อยผ่านทางกระจกอีกครั้ง ก่อนรีบเปิดประตูไปเพื่อรอฟังกำหนดการเข้างานทันที

          “ได้เวลาแล้วใช่ไหม
          “ค่ะ เชิญทางนี้เลย
” พนักงานหญิงยิ้มที่มุมปากก่อนจะผายมือให้วรนันท์เดินตามมา

          สองป้าหลานหัวเราะคิกคักอย่างมีความสุข ต่อมาวรนันท์ก็เชิดคอระหงสูงขึ้นอย่างหยิ่งผยอง นับจากวินาทีนี้เป็นต้นไปเธอจะเป็นคนใหม่ที่ไม่ว่าใครก็ทาบไม่ติด

          ยิ่งเข้าใกล้ห้องบอลล์รูมซึ่งเป็นสถานที่จัดงานแต่งงานเท่าไหร่ ก็ยิ่งพบว่ามีผู้คนมากหน้าหลายตา แต่ละคนแต่งกายหรูหราภูมิฐานพลอยได้กลิ่นความร่ำรวยตามไปด้วย

          “เอ๊ะ ไม่เข้าทางด้านหลังเหรอ เข้าทางหน้างานเลยเหรอ” วิชุกรแย้งขึ้น เมื่อพนักงานเดินนำให้ไปยังทางเข้างานแต่งงาน หาใช่ห้องรับรองหลังเวทีอย่างที่ควรจะเป็น

          “ทางนี้ถูกต้องแล้วค่ะ คุณโจชัวสั่งมาแบบนี้ค่ะ”

          “เหรอ เอ๊ะ ฉันต้องลงชื่อในสมุดงานแต่งด้วยเหรอ” มันชักจะแปลกเข้าไปทุกที วิชุกรก็อดแปลกใจไม่ได้

          “ก็แล้วแต่ค่ะว่าจะลงชื่อหรือเปล่า นั่นทางเข้างานค่ะ

          “เอ๊ะ นี่มันอะไรกันน่ะ” เจ้าสาวอย่างวรนันท์ตกใจ เพราะมันไม่ใช่ปกติวิสัยของเจ้าสาวแล้ว

          “หล่อนพาฉันมาผิดที่รึเปล่ายะ คุณป้าของฉันอาจจะให้เข้าทางนี้ก็จริง แต่ฉันเป็นเจ้าสาวนะ!” วรนันท์ย้อนเสียงสูง ก่อนจะหันขวับเมื่อได้ยินเสียงหัวเราะจากด้านข้าง พร้อมๆ กับตอนที่พนักงานของโรงแรมเดินเลี่ยงออกไปอีกทางหลังจากที่หมดหน้าที่แล้ว

          “คุณจูเลียต” หล่อนพึมพำเมื่อเห็นว่าใครกำลังหัวเราะตัวเองอยู่

          อโนมาควงแขนมากับผู้ชายคนหนึ่ง ซึ่งคนคนนั้นเป็นน้องชายของโจชัว มีชื่อว่า จัสติน อัษฎา นอกซ์วิลล์[3] เป็นทายาทคนกลางในจำนวนสามพี่น้องแห่งตระกูลนอกซ์วิลล์ ทั้งสองคนดูสง่างามจนทาบรัศมีไม่ติด นอกจากนั้นสายตาก็แฝงไว้ด้วยความหยามเหยียดอย่างชัดเจน

          “คิดเหรอว่าพี่ชายฉันจะยอมตกบ่วงเป็นเจ้าบ่าวของเธอ โถๆๆ น่าสงสารจังเลย” อโนมาจีบปากจีบคอพูด จัสตินก็ดุว่าน้องสาวเบาๆ

          “จูเลียต เสียมารยาทน่า

          “โอ๊ย! พี่จัสติน กับคนแบบนี้เราอย่าไปมีมารยาทด้วยเลย ไม่ให้ตำรวจมาลากคอออกไปตอนนี้ก็ดีแค่ไหนแล้ว”

          วรนันท์กับวิชุกรหันขวับ หน้าซีดเผือดลงเมื่อเห็นบอดีการ์ดชุดดำรายล้อมรอบตัวตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้

          “คิดว่าเราจะพาตัวหนูดาไม่เจอเหรอ เชิญมองเข้าไปในงานแต่งงานเลยค่ะ คนที่คู่ควรกับพี่โจชัวน่ะมีแค่หนูดาคนเดียว คนอื่นหมดสิทธิ์ โดยเฉพาะผู้หญิงที่อยากได้ผู้ชายจนตัวสั่นแบบคนแถวเนี้ย” อโนมาหัวเราะ ก่อนจะพยักหน้าให้การ์ดต้อนสองป้าหลานไปยังห้องที่จัดเตรียมเอาไว้พิเศษ รอให้งานแต่งงานทุกอย่างเสร็จสิ้นลงก่อนเถอะ ตอนนั้นแหละที่จะถึงเวลาพิพากษาความผิดที่ได้ทำเอาไว้

          “ยัยนัน นี่มันเรื่องอะไรกัน!” วิชุกรตกใจจนหน้าซีด เช่นเดียวกับวรนันท์เองที่ทำอะไรไม่ถูกเช่นกัน

          “หนูก็ไม่รู้ เอ๊ะ นี่อย่ามาแตะตัวฉันนะ!!” วรนันท์กรีดร้องเข้าใส่ ขณะที่ถูกนำตัวไปยังห้องหนึ่ง

 

          “ไหวไหมหนูดา ถ้าไม่ไหวก็พักก่อน” โจชัวที่สวมชุดเจ้าบ่าวอย่างสง่างามบนเวทีถามคนตัวเล็กข้างตัวอย่างเป็นห่วง กลัวว่าแสงไฟที่สาดส่องเข้ามาจะยิ่งทำให้เธอเวียนหัวหน้ามืดเอา

          “พอไหวค่ะ แต่งานใกล้จะเลิกอยู่แล้วนี่คะ ไม่เป็นไรค่ะ ฉันไหวดาราศิระตอบเพื่อไม่ให้เขาเป็นห่วง

          เมื่อครู่เธอเห็นใครบางคนจากหน้างานแวบๆ แต่ไกล ท่าทางเหมือนวิชุกรกับวรนันท์ที่คลับคล้ายคลับคลาว่าจะสวมชุดเจ้าสาวผ่านไป ความกลัวก็เกิดขึ้นจนหัวใจเต้นแรง

          “แต่แผลที่หน้าผากยังไม่หายดีเลยนะ ได้พักแค่ไม่กี่ชั่วโมงด้วย” ชายหนุ่มบอกเสียงเครียด หญิงสาวก็กระซิบกลับ

          “แต่คุณเป็นคนดึงดันที่จะจัดงานต่อเองไม่ใช่เหรอคะ” อยากจะส่งค้อนให้เขาแต่ก็ทำไม่ถนัดนัก โจชัวเลยหัวเราะกับท่าทางน่ารักของสาวเจ้า

          “ถ้าไม่จัดงานต่อ แม่นั่นก็พังงานแต่งของเราน่ะสิ คอยดูสิ เดี๋ยวสองป้าหลานจิ้งจอกต้องโดนดีแน่” โจชัวคำรามกระซิบความแค้นอย่างน่ากลัว ดาราศิระเผลอกลืนน้ำลาย ใกล้ชิดกับเขาไม่เท่าไหร่ก็จริง แต่ก็รู้ว่าผู้ชายคนนี้ทั้งร้ายทั้งน่ากลัวมากแค่ไหน

          “เดี๋ยวสักพักงานก็เลิกแล้ว นั่งพักหาอะไรกินสักหน่อย แล้วค่อยไปดูสองป้าหลานมหาภัยนั่น เอ๊ะ หรือจะขังมันเอาไว้แบบนั้นทั้งคืนดี” คนพูดทำตาเจ้าเล่ห์ ในเมื่อวรนันท์พยายามทำร้ายดาราศิระตั้งใจขังเธอให้หมดสติหรืออาจจะตายได้ใจห้องใต้ดิน แล้วทำไมเขาต้องมีเมตตากรุณากับคนใจอำมหิตแบบนั้นด้วยเล่า

            “เรานอนพักกันสักคืนดีกว่า พรุ่งนี้เช้าค่อยสะสางความแค้น

          แล้วจะมาถามทำไมกันนะ ดาราศิระคิดแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา หลังจากที่ถูกช่วยออกจากห้องใต้ดินก็ถูกจับแต่งตัวแต่งหน้า ทำแผลแล้วลากเข้าพิธีแต่งงานทันที ตอนนี้บนหน้าผากก็ยังมีผ้ากอซติดอยู่ด้วยซ้ำ แต่เพื่อไม่ให้งานล่มสาแก่ใจคนคิดร้ายเธอก็ยอมข่มความกลัวและความเจ็บยืนเคียงข้างกับเขา

          เมื่องานเสร็จสิ้นลงด้วยดี ดาราศิระก็ถึงกับยืนหลับโดยไม่รู้ตัว โจชัวตกใจมากประคองร่างเล็กเอาไว้แทบไม่ทัน ก่อนจะช้อนร่างของเธอกลับห้องพักของโรงแรมที่เป็นห้องหอในคืนนี้

          “คงจะง่วงมานานแล้วครับ อัดยาแก้ปวดแก้อักเสบเยอะขนาดนั้น” เขาบอกพ่อแม่ เมื่อทุกคนในครอบครัวรีบเข้ามาดูอาการด้วยความเป็นห่วง

          “งั้นพาน้องไปพักเถอะ แม่จะส่งแขกให้เองจ้ะ” อลีนาบอก เห็นดาราศิระอาการหนักขนาดนี้ก็อดเป็นห่วงไม่ได้

          ดังนั้นโจชัวจึงอุ้มเจ้าสาวตัวจริงเข้าห้องหอโดยที่ดาราศิระไม่มีสติเลย ครอบครัวนอกซ์วิลล์ก็ทำการส่งแขกจนทุกคนกลับไปพักผ่อน ไม่มีใครสนใจสองป้าหลานมหาภัยเลยสักคนเดียว เพราะยังไงก็หนีไม่ได้ ตั้งใจจะมาจัดการสะสางปัญหาในตอนเช้า

 

            ดาราศิระรู้สึกตัวเลือนๆ เหมือนมีใครบางคนกำลังลูบไล้ร่างกายของตัวเองอยู่ เมื่อลืมตาขึ้นก็พบว่าใบหน้าหล่อเหลาของโจชัวลอยอยู่ใกล้แค่คืบ ตกใจจะกระถดกายหนีแต่ก็นอนอยู่บนเตียงจึงหนีไปไหนไม่ได้

          “จะไปไหนล่ะ” โจชัวถามยิ้มๆ ชอบใจที่เห็นสายตาตื่นตระหนกของภรรยาหมาดๆ

          “คุณทำอะไร” สำรวจร่างกายของตัวเองแล้วก็ต้องตกใจ เพราะเนื้อตัวของเธอเปล่าเปลือยไม่ได้สวมอะไรเลยสักชิ้นเดียว

          “อาบน้ำให้เธอ สระผมให้เธอ ล้างหน้าเช็ดเครื่องสำอางออกให้เธอ แล้วก็มีอารมณ์เพราะเธอยังไงล่ะ เจ้าสาวของฉัน

 



[1] ชุดไทยบรมพิมาน ลักษณะของชุด เสื้อคอตั้ง แขนยาว ติดซิปด้านหลัง ห่มสไบลูกไม้หรือสไบปักฉลุทับ ผ้าชิ่นหน้านาง ความยาวถึงตาตุ่ม ผ้าที่ใช้เป็นผ้าชิ่นยกดอกมีเชิงชิ่น ผ้าตัวเสื้อเนื้อเรียบ ใช้ผ้าไหม สวมใส่เครื่องประดับ 1 ชุด(สร้อยคอ ต่างหู สังวาลย์ แหวน รัดต้นแขน กำไลข้อมือ) เป็นชุดไทยที่เหมาะสำหรับสวมใส่เข้าร่วมงานพระราชพิธี หรือว่าที่เจ้าสาวที่จะเข้ารับพระราชทานน้ำสังข์

[2] เจมส์ นอกซ์วิลล์ และ อลีนา คลาเวลล์ จากนิยายเรื่อง จุมพิตอสูร เขียนโดย มิรา

[3] จัสติน อัษฎา นอกซ์วิลล์  และ สุรอนงค์ แอนนาเบ็ธ โวโรนิน จากนิยายเรื่อง บ่วงเล่ห์บุพเพรัก เขียนโดย มิรา

http://i.imgur.com/7hK0HyX.jpg

 

Talk 3...

พระเอกเซตนี้ ถ้าไม่รวบป๋าลูอิสกับลูซิโอ

ทุกคนเป็นแบบนี้หมดเลย จริงๆ นะ หัวเราะ

มือไม้ไวเหมือนกันหมด โดยเฉพาะจัสติน หัวเราะ

เค้าฝากติดตาม ผช ที่เหลือด้วยนะคะ เค้ารักมากเลย ฮิๆ

 

Talk 2...

บ้านนอกซ์วิลล์ร้ายค่ะ ไม่ใช่แค่โจชัวกับจูเลียตนะ

จัสตินที่กำลังจะมาก็ร้ายมากเลยค่ะ มู่งี้หลงหัวปักหัวปำ หัวเราะ

โจชัวพระเอกยังไม่ร้ายเท่าไหร่ มีค่ะมี บ้านนี้ร้ายมาก มู่รับประกัน หัวเราะ

ว่าแต่ หนูดาล่ะ ไปช่วยก่อนเร็วๆ เข้า

 

Talk 1...

Song :: Rita Ora - Body On Me (feat. Chris Brown) (J-SoL Acoustic Cover)

แผนการของป้าเริ่ดมากเลยนะเออ

เอาหลานมาแต่งงานเลย จ้า ป้าเก่งมากๆ เลย

แล้วหนูดาไปไหนล่ะ งานนี้บอกเลยว่าสงสารหนูดาค่ะ

ยังไงให้กำลังใจหนูดาด้วยเนาะ แล้วจะรีบมาต่อนะคะ

เฟซบุ๊คสำนักพิมพ์สมาร์ทบุ๊ค >>Click!!<<

แฟนเพจของมู่ mu_mu_jung >>Click!!<<

ทวิตเตอร์ของมู่ (ไม่ได้เล่น แต่แจ้งอัพนิยาย) >>Click!!<<
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 25 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

199 ความคิดเห็น

  1. #66 Nong (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 มีนาคม 2559 / 22:36
    จูเลียตแซ่บมากกกก
    #66
    0
  2. #50 Eight (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 มีนาคม 2559 / 09:53
    รออ่านค่ะ ^^
    #50
    0
  3. #49 Waraporn Wandee (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 มีนาคม 2559 / 16:27
    จูเลียตแซ่บมากหวังว่าเรื่องของนางต้องแซ่บแน่นอน
    #49
    0
  4. #48 ^^ฟู่ฝ้าย^^ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 มีนาคม 2559 / 21:17
    555 พี่น้องบ้านนี้
    #48
    0
  5. #47 ผู้หญิงขึ้เบื่อ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 มีนาคม 2559 / 14:20
    ยัยสองป้าหลานนั่นต้องจัดการชึ้นเด็ดขาด

    เอาให้หายไปจากวงโคจรของหนูดาเลยนะ
    #47
    0
  6. #46 noonmali (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 มีนาคม 2559 / 10:28
    รอค่าๆๆๆๆ
    #46
    0
  7. #45 hheyy (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 มีนาคม 2559 / 08:52
    ประโยคสุดท้ายคืออะไร ><
    #45
    0
  8. #44 PDus (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 มีนาคม 2559 / 06:50
    แต่งงานปุ้บ ออกลายเร็วปั๊บเลย
    #44
    0
  9. #43 อมยิ้มมีน (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 มีนาคม 2559 / 00:18
    โจชัววววววว
    #43
    0
  10. #42 Soodteerak San D (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 มีนาคม 2559 / 23:10
    สมน้ำหน้ายัยสองป้าหลานนั่นจริงๆ เลย
    #42
    0
  11. #41 Bakuman prince (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 มีนาคม 2559 / 22:18
    โอ๊ยยย พระเอกของพี่มุ่นี่หื่นทุกคนเลยนะคะ 55555
    #41
    0
  12. #40 สติพัง สตังออบซอ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 มีนาคม 2559 / 20:36
    สมน้ำหน้า นังป้า กะ นังหลานมหาภัย 
    เล่นงานให้นัก 
    #40
    0
  13. #39 สติพัง สตังออบซอ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 มีนาคม 2559 / 20:36
    สมน้ำหน้า นังป้า กะ นังหลานมหาภัย 
    เล่นงานให้นัก 
    #39
    0
  14. #38 สติพัง สตังออบซอ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 มีนาคม 2559 / 20:36
    สมน้ำหน้า นังป้า กะ นังหลานมหาภัย 
    เล่นงานให้นัก 
    #38
    0
  15. #37 สติพัง สตังออบซอ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 มีนาคม 2559 / 20:36
    สมน้ำหน้า นังป้า กะ นังหลานมหาภัย 
    เล่นงานให้นัก 
    #37
    0
  16. #36 สติพัง สตังออบซอ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 มีนาคม 2559 / 20:36
    สมน้ำหน้า นังป้า กะ นังหลานมหาภัย 
    เล่นงานให้นัก 
    #36
    0
  17. #35 สติพัง สตังออบซอ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 มีนาคม 2559 / 20:36
    สมน้ำหน้า นังป้า กะ นังหลานมหาภัย 
    เล่นงานให้นัก 
    #35
    0
  18. #34 สติพัง สตังออบซอ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 มีนาคม 2559 / 20:36
    สมน้ำหน้า นังป้า กะ นังหลานมหาภัย 
    เล่นงานให้นัก 
    #34
    0
  19. #33 Anotiya330 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 มีนาคม 2559 / 11:52
    #ทีมอโนมา. โจชัวไปช่วยน้องเร็วๆนะ
    #33
    0
  20. #32 Natta9209nee (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 มีนาคม 2559 / 20:32
    มาต่อไวๆน้าาาา
    #32
    0
  21. #31 อมยิ้มมีน (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 มีนาคม 2559 / 20:17
    จูเลียตตตต55555
    #31
    0
  22. #30 hheyy (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 มีนาคม 2559 / 19:23
    สะใจจริงๆ นังงูพิษ
    #30
    0
  23. #29 Bakuman prince (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 มีนาคม 2559 / 17:27
    ลูกสาวนี่ไ้พ่อไปเต็มๆ 555555 รออานต่อเลยค่ะๆๆ
    #29
    0
  24. #28 noonmali (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 มีนาคม 2559 / 08:01
    รอค่าๆๆๆๆ
    #28
    0
  25. #27 Kung Naruemon (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 มีนาคม 2559 / 00:52
    ช่วยหนูดาก่อนนนน
    #27
    0