บ่วงร้ายลายรัก [นิยายชุด เจ้าสาวตกบ่วง]

ตอนที่ 1 : The Trap Love ♞ 00 Prologue & Please Read Talks!!

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,251
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    29 ก.พ. 59

บ่วงร้ายลายรัก

(โจชัว ไอศูรย์ นอกซ์วิลล์ & ดาราศิระ ธีรนุรักษ์)

 

เยาวมาลย์ฟังสารทรงสวัสดิ์ โสมนัสจับจิตเจ้างามขำ

แกล้งสนองพจมานประจานคำ              นี่คู่ปลํ้าฤๅมาปลํ้าให้ช้ำใจ

ฤๅชาติหลังพระยังรำลึกเห็น                  ว่าน้องเป็นคู่สร้างแต่ครั้งไหน

หน้าไม่เก้อช่างมาเพ้อพูดพิไร               ฤๅเคยได้กี่แห่งด้วยแรงมือ

ไม่หายแค้นดอกที่ข่วนเท่านั้นนั่น   อย่ามุ่งมั่นว่าจะได้ด้วยรายดื้อ

น่าเจ็บใจแล้วมิใคร่จะวางมือ                 ทำดื้อดื้อเดี๋ยวจะเดือดให้วุ่นวาย

โอ้ยุพินช่างไม่สิ้นพยาบาท                    ข่วนเนื้อขาดแล้วยังเดือดไม่เหือดหาย

กระนั้นฆ่าเสียเถิดนางให้วางวาย            พี่ยอมตายจริงแล้วแม่แก้วตา

จากนิทานคำกลอนเรื่องจันทโครบ ในสุนทรภู่

 

The Trap Love 00

Prologue

 

กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย

         หลังจากถ่ายรูปร่วมกับเพื่อนเพื่อรับพระราชทานปริญญาบัตรเรียบร้อยแล้ว บรรดาบัณฑิตจบใหม่ก็แยกย้ายไปหาครอบครัวของตนเอง มีเพียงแค่สาวน้อยคนหนึ่งที่ยังยืนและมองไปรอบตัวเพื่อซึมซับบรรยากาศในรั้วมหาวิทยาลัยเอาไว้เป็นครั้งสุดท้าย เพราะจะไม่ได้มาที่นี่อีกแล้ว

          จู่ๆ น้ำตาก็ทำท่าจะไหลลงมาเสียอย่างนั้น จนต้องยกมือเช็ดมันออกไป พลางส่งยิ้มให้เพื่อนที่มองมาพอดี

          “หนูดา” เสียงเพื่อนเรียกชื่อตัวเอง เจ้าของชื่อเล่น หนูดาก็โบกมือให้พลางส่งยิ้มไปแต่ไกล

          “มาถ่ายรูปด้วยกันไหม”

          “ไม่เป็นไรจ้ะ”

          หนูดา หรือ ดาราศิระ ธีรนุรักษ์ รีบปฏิเสธเพราะเธอไม่อยากรบกวนเพื่อน อีกอย่าง ถ้ายิ่งไปถ่ายรูปด้วยแบบนั้นก็จะยิ่งรู้สึกเหงาและเศร้าใจมากขึ้นไปอีก

          “มาถ่ายด้วยกันได้นะลูก” แม่ของเพื่อนก็ช่วยพูดอีกแรง แต่สาวน้อยก็ยังยืนยันคำเดิม

          “เราไปแล้วนะ พอดีมีธุระต้องไปทำด้วย” ดาราศิระยกเรื่องนี้มาอ้าง ทั้งที่ความจริงไม่ได้มีธุระอะไรหรอก เพียงแค่ไม่อยากให้เพื่อนต้องห่วง ที่ยังอาลัยอาวรณ์กับสถานที่แห่งนี้ไม่อยากจะย้ายไปไหนทั้งนั้น

          “งั้นก็เดินทางปลอดภัยนะ ระวังตัวด้วย มีอะไรก็โทรหาทันทีเลย เข้าใจนะ”

          เพื่อนอย่างไรก็คือเพื่อน ไม่ว่าจะอยู่ห่างจากกันหรือต้องไกลกันแค่ไหนก็ยังมีความรักความห่วงใยมอบให้กันเสมอ ดาราศิระมองเพื่อนอีกอึดใจหนึ่งก่อนจะเดินเลี่ยงออกมา ในอ้อมแขนมีช่อดอกกุหลาบขนาดใหญ่สีแดงที่เริ่มจะช้ำบ้างตามขอบใบและเรียวก้าน เนื่องจากหอบมันมาตลอดทั้งวัน จนตอนนี้ใกล้เวลาที่พระอาทิตย์จะตกดินแล้ว

          เท้าของเธอปวดเมื่อยไปหมด ร่างกายก็อ่อนล้าไม่น้อย ถึงจะเพลียแค่ไหนแต่ก็ยังมีรอยยิ้มบนฟ้า และความดีใจ ตื้นตันใจ มีความสุข นอกจากนั้นก็ยังแฝงด้วยความรู้สึกหวั่นไหว หวาดกลัวอยู่ลึกๆ

          เหตุผลที่ทำให้ต้องกลัวนั้น เป็นเพราะว่าเจ้าของช่อดอกไม้ที่กำลังหอบกอดอยู่กับอก เขากลายมาเป็นผู้ปกครองของเธอตั้งแต่ตอนไหนไม่ทราบ อาจจะก่อนที่บิดาจะเสียชีวิตเสียอีกล่ะมั้ง และตอนนี้ เขากำลังจะเป็นเจ้าชีวิตของเธอโดยสมบูรณ์

          เจ้าชีวิตที่ว่านั่น ไม่ได้หมายถึงแค่ผู้ปกครองอย่างเดียวเท่านั้นแล้ว แต่จะมาเป็น สามี ที่ไม่ต้องการต่างหาก

          ตอนที่กำลังยิ้ม ซาบซึ้งไปกับความสุขและเสียงหัวเราะเคล้าน้ำตาของบรรดาเพื่อนที่รับปริญญาพร้อมกัน ลมหายใจก็เริ่มสะดุด เท้าก้าวเดินไม่ออกเสียอย่างนั้น ดาราศิระปั้นยิ้มบนหน้าได้ลำบากเหลือเกิน กระทั่งลมหายใจก็ยังสะดุดติดขัดตามไปด้วย

          “หนูดาขอโทษด้วย เดินทางจากดีทรอยต์[1]ช้าไปหน่อย มีประชุมด่วนน่ะ กว่าจะมาถึงก็เสียเวลาไปนิดหน่อย” ไม่รู้ว่าคนพูดเข้ามาถึงตัวตั้งแต่ตอนไหน

          เจ้าของร่างกายสูงใหญ่ดูน่าเกรงขาม น้ำเสียงทุ้มต่ำฟังดูอบอุ่นอ่อนโยน บวกกับเสื้อผ้าที่เป็นชุดสูทเนื้อดีตัดเย็บอย่างประณีตตั้งแต่หัวจรดเท้า ไม่มีสิ่งไหนเลยที่ดูไม่น่ามอง เรียกสายตาของเกือบทุกคนในบริเวณนั้นให้หันมามองเป็นจุดเดียว

          ดาราศิระตัวแข็งทื่อเมื่อเจอเขา และใช่เขาคือผู้ปกครองคนปัจจุบันของเธอ และกำลังจะเลื่อนขั้นกลายมาเป็นเจ้าของอย่างถูกต้องโดชอบธรรมในอนาคตอันใกล้นี้ด้วย

          โจชัว ไอศูรย์ นอกซ์วิลล์ คือชื่อของเขา

         เขาเป็นหนุ่มหล่อลูกเสี้ยวอเมริกัน-ไทย ที่รูปงามสมบูรณ์แบบตั้งแต่หัวจรดเท้า มีฐานะทางการเงินที่บอกได้คำเดียวว่าร่ำรวยมหาศาล และเป็นเจ้านายของบิดาที่เสียชีวิตไปแล้วนั่นเอง และด้วยเหตุผลนั้น โจชัวเลยยื่นมือเข้ามารับภาระค่าใช้จ่ายทุกอย่างในบ้านธีรนุรักษ์ นับตั้งแต่เสาหลักของบ้านสั่นคลอน บิดาของดาราศิระป่วยด้วยโรคมะเร็ง ทำให้ไม่สามารถทำงานหรือช่วยเหลือครอบครัวได้ ซ้ำร้ายแม่เลี้ยงก็ไม่เคยช่วยอะไรสักอย่าง มีแต่จะขอเงินที่ชายหนุ่มหยิบยื่นให้ด้วยความเวทนามาเรื่อยๆ จากหมื่นเป็นแสน จากแสนก็กลายเป็นล้าน จากล้านก็ยิ่งเท่าทวีเป็นหลายล้านจนไม่กล้าเดาว่าจำนวนเงินที่ วิชุกร ได้ไปนั้นมันเท่าไหร่กันแน่

          ถึงจะเป็นแม่แม่เลี้ยง-ลูกเลี้ยง แต่ดาราศิระก็ไม่รู้จะห้ามปรามอย่างไร ยิ่ง ดิลกเสียชีวิตไป แม่เลี้ยงคนนี้ก็เริ่มรีดไถเงินจากโจชัวเป็นเท่าตัว ด้วยเหตุผลที่ว่าไม่มีใครหาเลี้ยงครอบครัวแล้ว

          โจชัวก็เป็นนักธุรกิจชั้นดี เขาไม่มีทางหยิบยื่นเงินจำนวนมากให้คนอื่นโดยปราศจากผลตอบแทน

          และผลตอบแทนนั้นก็คือตัวเธอนี่เอง

          “ถ้าลุงดิลกเห็นเธอตอนนี้ ท่านคงมีความสุข” โจชัวเดินเข้าไปใกล้ร่างเล็กที่ตัวแข็งเกร็ง ไม่แปลกที่เธอจะเป็นแบบนี้  เพราะไม่ได้สนิทสนมคุ้นเคยกันมาก่อน

          บริษัทของน็อกวิลล์ที่ทำกิจการในเมืองไทย เป็นกิจการนำเข้ารถซึ่งโจชัวรับหน้าที่มาดูแลงานที่เมืองไทยมาหลายปีแล้ว ได้พบดิลกที่ถูกชะตาด้วยจนกลายมาเป็นความสนิทสนมคุ้นเคยในเวลาต่อมา จากนั้นจึงได้พบเจอกับดาราศิระด้วย

          เขาแทบไม่ได้คุยกับเธอ เพราะสาวเจ้าดูหวาดกลัวไม่ค่อยชอบหน้า ต้องขอร้องกึ่งบังคับหลายครั้งถึงจะได้ไปนั่งรับประทานอาหารด้วยกันสักมื้อ ทำแบบนี้มาหลายปีแล้ว จำได้ว่าครั้งแรกที่เจอกัน ดาราศิระยังสวมกระโปรงนักเรียนผูกเปียสองข้าง น่ารักน่าเอ็นดูในสายตา และนับตั้งแต่นั้นมาเขาก็หมายมาดปรารถนาอยากจะได้มาครอบครอง

          ความต้องการมันมากจนน่าตกใจ เขาทุ่มความใส่ใจและเยือกเย็นอย่างที่ไม่เคยมีให้กับใครต่อเธอไปมากมาย แต่ดาราศิระกลับไม่สนใจไยดี เจอหน้ากินข้าวด้วยกันก็ทำแบบขอไปทีไม่มีได้ให้ความสนใจไปมากกว่านั้น และด้วยเหตุผลนี้เลยอยากจะเอาชนะ อยากจะเห็นสาวน้อยยอมสยบศิโรราบบนอกของตัวเอง

          “ขอถ่ายรูปด้วยได้ไหม ฉันเป็นครอบครัวของเธอเหมือนกันใช่ไหมหนูดา” โจชัวจงใจพูดเสียงอ่อนหวาน แบบที่คนฟังปฏิเสธไม่ได้ ดาราศิระอึกอักแต่ก็ไม่รู้จะทำยังไงนอกจากพยักหน้าให้เขาอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก

          ชายหนุ่มแกล้งทำเป็นไม่เห็นว่าเธอไม่พอใจ เดินเข้าไปดึงช่อดอกไม้ที่เป็นคนสั่งให้ด้วยตัวเองออกจากเรียวแขนเล็ก ส่งให้คนติดตามแล้วมอบช่อดอกไม้ช่อใหม่ให้ไป ดาราศิระรับมาแล้วถูกกอดประคองจากคนตัวโตที่ไม่เคยจะมองสีหน้าของใครทั้งนั้น

          “ดีใจด้วยหนูดา หลังจากนี้เธอก็เป็นผู้ใหญ่เต็มตัวแล้วนะ” เสียงทุ้มหยักมีร่องรอยหยอกเย้าอยู่จางๆ หลังจากที่ช่างถ่ายรูปถ่ายรูปให้เรียบร้อยแล้ว ประโยคนั้นพาให้แก้มใสขึ้นสีเลือดระเรื่อ เธอไม่ได้ใสซื่อขนาดที่จะฟังไม่ออกว่าชายหนุ่มพูดมามันหมายความว่าอย่างไร

          “แล้วคุณวิไม่ได้มาด้วยเหรอ” เขาถามถึงวิชุกร แม่เลี้ยงของดาราศิระที่มักจะเข้ามาก้าวก่ายสาวน้อยเสมอ

          ถ้าเขาไม่ได้อยู่ตรงนี้ เป็นไปได้อย่างมากว่าวิชุกรอาจจะขายดาราศิระให้กับเสี่ยกระเป๋าหนักคนอื่นๆ เพื่อพยุงฐานะหน้าตาทางสังคม ให้มีที่เชิดหน้าชูคอต่อไปเหมือนตอนที่ดิลกยังอยู่

          “ไม่ได้มาค่ะ เห็นว่าจะไปรับหลานสาวอะไรนี่แหละค่ะ

          วิชุกรไม่ค่อยสนใจเธอ ดาราศิระเองก็ไม่ได้ใส่ใจอีกฝ่ายเท่าไหร่ เรียกว่าต่างคนต่างอยู่เสียมากกว่า

          “งั้นเหรอ หิวหรือยัง เราไปหาอะไรกินกันดีไหม” โจชัวประคองร่างเล็กเดินออกมาอย่างระมัดระวัง เป็นครั้งแรกที่ดาราศิระรู้สึกว่าตัวเองเดินได้สบายไม่ชนคนนั้นทีคนนี้ทีเหมือนตอนอยู่คนเดียว เพราะผู้คนที่มาร่วมในงานรับปริญญาครั้งนี้แน่นหนาจนเดินไม่สะดวก

          แต่ชายหนุ่มเหมือนมีเวทมนตร์ ที่ทำให้ใครๆ ต่างก็ไม่กล้าเข้าใกล้ ได้แต่มองจากที่ไกลๆ ด้วยความสนอกสนใจเท่านั้น คงเพราะรูปร่างหน้าตาของเขาหล่อเหลาราวกับเทพบุตร จึงมีสายตาหวานฉ่ำบวกกับเสียงหัวเราะคิกคักวี้ดว้ายตลอดทางที่เดินผ่าน พาให้ดาราศิระรู้สึกเขินอย่างบอกไม่ถูก ที่เขาประคองทุกฝีก้าวเหมือนคนแขนขาไม่มีแรงจะเดินด้วยตัวเองอย่างนั้นแหละ

         “คืนนี้ฉันจะไปนอนด้วยที่บ้านนะ

          “ก็ตามใจคุณสิคะ คุณเป็นคนออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดในบ้าน ฉันจะห้ามคุณได้เหรอดาราศิระทำหน้างอน เมื่อเห็นโจชัวส่งยิ้มให้ใครต่อใครตลอดทาง คงอยากบริหารโปรยเสน่ห์ล่ะมั้ง ถึงได้ขยันยิ้มอย่างนี้ พออยู่ตามลำพังด้วยกันเมื่อไหร่ เอาแต่ทำหน้าตึงดูเย็นชาตลอด

          “โกรธที่ฉันมาช้าเหรอ” โจชัวเย้า รู้สึกว่าสาวน้อยหงุดหงิดตั้งแต่เห็นหน้ากันแล้ว

          อันที่จริงดาราศิระก็ไม่ค่อยพอใจที่เขาเข้ามาก้าวก่ายในชีวิตความเป็นส่วนตัวของเธอนักหรอก แต่ถ้าอยู่ข้างนอกด้วยกันเธอจะเก็บอาการไม่แสดงออกมาชัดเจน ครั้งนี้กลับทำให้เห็น คงจะงอนไม่น้อย

          “เปล่านี่คะ” สาวน้อยปรับสีหน้าท่าทางของตัวเองใหม่ ไม่รู้ว่าทำไมไม่พอใจขึ้นมาแบบนี้ ทั้งที่โจชัวก็เป็นของเขาอย่างนี้มาตลอดแท้ๆ

          จะหงุดหงิดทำไมจะหนูดา เธอคิดแล้วก็เดินมาถึงรถคันหรูที่จอดรออยู่ก่อนแล้ว

          เวลานี้มีสายตามากมายจ้องมองมาด้วยความอยากรู้อยากเห็น เมื่อก่อนเธอห้ามไม่ให้เขามาเจอที่มหาวิทยาลัยเด็ดขาดเพราะกลัวว่าจะเป็นเรื่องเมาท์สนุกๆ ของเพื่อนร่วมมหาวิทายาลัย แต่ตอนนี้คงจะห้ามไม่ได้แล้ว อีกอย่างจะไม่ได้กลับมาเรียนที่นี่อีก ห้ามไปโจชัวก็คงไม่ฟัง เลยถอนหายใจยอมเข้าไปนั่งในรถด้วยความไม่พอใจเท่าไหร่ ชายหนุ่มตามมาเห็นท่าทางแล้วก็อดขำไม่ได้

          “ไปหาอะไรกินกันเถอะแล้วค่อยเข้าบ้าน เอ แต่แบบนี้ไปแกะผมล้างหน้าล้างตาออกก่อนดีกว่านะหนูดา ฉันไม่ชอบตอนเธอแต่งหน้าหนาแบบนี้เลย” ชายหนุ่มถือวิสาสะไล้ข้อนิ้วกับแก้มใสแผ่วเบา อยากจะเห็นผิวแก้มที่บางใสจนเห็นเส้นเลือดและเลือดสาวที่ระเรื่อจนมีเลือดฝาดมากกว่า

          “ก็ดีค่ะ รำคาญจะแย่แล้วดาราศิระเอื้อมมือดึงกิ๊บดำตัวเล็กๆ ออกมาทีละตัว มันรั้งหนังศีรษะจนระบมไปหมดแล้ว โจชัวก็ช่วยเธอด้วยความอ่อนโยนและเต็มใจ

          “มองไม่เห็นไม่ต้องทำหรอกหนูดา เดี๋ยวทำให้เอง” ท่าทางของคนตัวเล็กดูเพลียมาก โจชัวก็ไม่อยากให้ฝืนตัวเองอีก รั้งร่างบางมาพิงกับอกของตัวเองแล้วช่วยแกะกิ๊บออกให้อย่างใจเย็น

          “หาร้านทำผมดีๆ หน่อย จะให้หนูดาไปล้างหน้าสระผมที่นั่น กลับถึงบ้านจะได้แค่อาบน้ำแล้วก็พักผ่อนเลย” โจชัวออกคำสั่งกับคนสนิทที่ช่วยมาขับรถให้ แล้วก็ตั้งหน้าตั้งตาดึงแกะผมของเธออย่างนุ่มนวล

          ดาราศิระอยากจะเถียงและทำด้วยตัวเอง แต่เพราะวันนี้ตากแดดตลอดช่วงเช้า แถมยังต้องทำพิธีในห้องประชุมตลอดทั้งบ่าย เดี๋ยวร้อนเดี๋ยวหนาวร่างกายก็เริ่มทนไม่ไหว สุดท้ายก็ตาปรือผล็อยหลับไปกับอกกว้างที่กำลังซุกซบอยู่นั่นเอง

          นัยน์ตาสีน้ำตาลทองของโจชัวส่องประกายแวววาวเพราะความชอบใจ ประคองให้เธอนอนสบายใจ ไม่เคยสบายใจเท่าครั้งนี้มาก่อนเลย

          ตอนนี้ดาราศิระเรียนจบแล้ว ไม่มีเหตุผลอะไรให้ต้องรออีก เขาจะพาเธอกลับอเมริกาด้วยกัน แล้วใช้ชีวิตอย่างมีความสุขสมกับที่รอมาหลายปีเสียที

 

บ้านธีรนุรักษ์

          “ทำไมยัยหนูดาอะไรนั่นไม่กลับมาซะทีล่ะคะคุณป้า

         วรนันท์ หลานสาวของวิชุกรเอ่ยขึ้น เมื่อเวลาผ่านไปหลายชั่วโมงจนดึกดื่นแล้ว แต่ดาราศิระยังไม่กลับเข้าบ้านเสียที

          “ไม่รู้สิ บางทีคุณโจชัวอาจจะมางานรับปริญญาของแม่นั่นล่ะมั้ง” วิชุกรตอบแต่สายตายังมองรายการโทรทัศน์ด้วยความสนใจ

          “โจชัวคุณโจชัวที่เป็นคนซื้อตัวยัยหนูดาน่ะเหรอคะ เขามาที่เมืองไทยเหรอคะ” พูดแล้วก็อดขำไม่ได้ มีคนพูดอย่างสวยหรูบอกว่าโจชัวมาช่วยเหลือเพราะรู้จักกับดิลกมานาน ฟังแล้วน่าหัวเราะ เพราะความจริงก็คือเขาถูกใจดาราศิระแล้วก็ขอซื้อตัวมาต่างหากเล่า นึกเกลียดสายตากับท่าทางหยิ่งผยองของอีกฝ่ายเลยสาแก่ใจที่ไม่ต่างอะไรกับผู้หญิงขายร่างกายเพื่อแลกกับเงินทอง

         “ไม่รู้เหมือนกัน ยัยหนูดาไม่ได้บอกอะไรไว้ แต่ถ้าเขามาก็คงมาเอาตัวไปนั่นแหละ”

          “สมน้ำหน้ามันแล้วล่ะ

          “แต่ป้าว่า ยัยหนูดาโชคดีมากกว่านะ คงจะได้ไปอเมริกากับคุณโจชัวเขาเลย”

          “ฮึ! ก็ไม่ต่างกับการขายตัวหรอกค่ะคุณป้า โถๆ น่าสมเพชจังเลย พอเขาเบื่ออีกเดี๋ยวก็ถูกเขี่ยทิ้ง คงไม่เหลืออะไรหรอก” วรนันท์เบ้ปากดูแคลน

          “เพราะงั้นป้าถึงได้พยายามเก็บเงินกับทองจากคุณโจชัวนั่นแหละ นังเด็กนั่นก็ไม่รู้ว่าจะเล่นตัวอะไรนักหนา น่ารำคาญ”

          “ก็เล่นตัวให้ดูมีคุณค่ามากขึ้นยังไงล่ะคะคุณป้า มันคงทำมารยาไปอย่างนั้นแหละ” ด้วยความอิจฉาที่ดาราศิระอยู่เหนือกว่าในทุกด้าน ทำให้วรนันท์ไม่เคยมองในแง่ดีเลยสักครั้ง เหยียบย่ำซ้ำเติมทุกครั้งที่มีโอกาสเพราะความริษยา

          “แล้วคุณป้าจะไม่โทรไปหามันหน่อยเหรอคะ เผื่อมันเป็นอะไรไปแล้วคุณโจชัวจะว่าเอาได้ เขาให้เงินคุณป้าก็เพราะนังนั่นนี่”

          “ก็นั่นน่ะสิ ปกติป้าไม่ค่อยคุยกับมัน ไม่รู้โทรไปแล้วมันจะรับสายไหม” วิชุกรพึมพำ

          ขณะที่สองป้าหลานกำลังวิพากษ์วิจารณ์ดาราศิระอย่างสนุกปากก็ได้ยินเสียงรถแล่นเข้ามาจอดเทียบหน้าบ้าน ทำให้ทั้งคู่มองตากันแล้วลุกขึ้นอย่างพร้อมเพรียง

          โจชัวช่วยประคองดาราศิระเข้ามาในบ้าน ท่ามกลางความตกตะลึงของวรนันท์ที่เพิ่งเคยเห็นหน้าชายหนุ่มเป็นครั้งแรก

          ดาราศิระยกมือไหว้วิชุกรแล้วมองหน้าวรนันท์เป็นเชิงทักทาย ด้านโจชัวก็เอ่ยปากพูดกับวิชุกรที่ส่งยิ้มยกมือไหว้อย่างประจบประแจง

         “คุณโจชัว มาก็ไม่บอก ป้าจะได้ให้คนเตรียมต้อนรับ หาน้ำหาท่าไว้รอ” วิชุกรกุลีกุจอเข้าไปหา จีบปากจีบคอพูดจนดาราศิระเบือนหน้าหนีเพราะไม่อยากเห็น

          “สวัสดีครับคุณวิ เรื่องต้อนรับไม่เป็นไรหรอกครับ ผมกับหนูดาเรียบร้อยมาจากข้างนอกแล้ว ผมจะพาหนูดาไปพักผ่อนก่อนนะครับ หนูดาเพลียมากแล้วไม่ค่อยสบาย”

          “อุ้ยตาย เชิญค่ะเชิญ ต้องให้ป้าจัดห้องใหม่ให้ไหมคะ หรือว่าไม่ต้อง” พูดจบวิชุกรก็หัวเราะเสียงเล็กเสียงน้อย มันบาดลึกเข้าไปในหัวใจคนฟังอย่างดาราศิระมาก เธอหน้าแดงก่ำร่างกายก็เกร็งเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โจชัวสัมผัสได้ถึงอาการแข็งขืนของคนในอ้อมกอด จึงจ้องคนพูดอย่างไม่พอใจ

          “อุ้ย ขอโทษค่ะ เชิญเลยค่ะคุณโจชัว” วิชุกรรู้ว่าตัวเองเผลอทำท่าไม่ดีจนหนุ่มหล่อไม่พอใจ รีบหลีกทางให้ไม่กล้าสบตาด้วยอีกแม้แต่แวบเดียว

          โจชัวชักสีหน้าใส่ไม่สนใจแขกอีกคนที่ยืนนิ่งมองมาอย่างตกตะลึง ไม่ใส่ใจว่าจะเสียมารยาทมากแค่ไหน ประคองดาราศิระขึ้นห้องนอนอย่างเงียบเชียบ

          “ป้า!” คล้อยหลังสองหนุ่มหล่อสาวสวยที่เหมาะสมกันราวกับกิ่งทองใบหยก วรนันท์ก็รีบเขย่าแขนวิชุกรอย่างแรง

          “อะไรกันยัยนัน แกทำป้าเจ็บนะ”

          “ทำไมป้าไม่เคยบอกหนู ว่าคุณโจชัวเขาหล่อขนาดนั้น” เธอคิดว่าเขาเป็นตาแก่ลงพุงหน้าตาน่าเกลียดมาตลอด ได้ยินว่าเป็นเจ้านายของดิลก ก็พานคิดไปว่าน่าจะแก่กว่าดิลกหรือวิชุกร ใครจะไปคิดว่าหนุ่มแน่นแล้วก็หล่อจนเลือดกำเดาจะไหลแบบนี้

          “ป้าไม่เคยบอกแกงั้นเหรอ” วิชุกรถามกลับอย่างไม่แน่ใจ

          “ก็ไม่เคยน่ะสิ ป้า ผู้ชายหล่อๆ รวยๆ แบบนี้จะเหมาะกับนังนั่นได้ยังไง เขาเหมาะกับหนูมากกว่านะ” วรนันท์พูดอย่างไม่อาย อิจฉาดาราศิระมาตลอดอยู่แล้วก็อยากได้โจชัวเป็นการประกาศศักดิ์ศรีของตัวเอง

          “เออนั่นสิ” คนเป็นป้าเริ่มคล้อยตาม เพราะวรนันท์เพิ่งจะกลับมาจากญี่ปุ่นซึ่งไปเรียนและพักอาศัยที่นั่นมาหลายปีหล่อนเลยไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้ อีกอย่างโจชัวก็นานๆ จะเดินทางมาเมืองไทยสักครั้ง ไม่รู้จะจริงจังยั่งยืนกับดาราศิระได้นานแค่ไหนเลยไม่ใส่ใจ ขอแค่ได้เงินมาใช้ทุกเดือนก็เป็นพอ

          “ป้านะป้า เขาหล่อเขารวยออกขนาดนี้ ไปยัดเยียดให้นั่งหน้าจืดนั่นลงคอ หนูสวยกว่ามันไม่รู้กี่เท่า” วรนันท์กระฟัดกระเฟียด ไม่เข้าใจว่าทำไมดาราศิระถึงได้เดินนำไปก่อนก้าวหนึ่งเสมอ

          “ไม่เป็นไร เรามาวางแผนกันตอนนี้เลยก็ได้” วิชุกรใจเย็นไม่บุ่มบ่าม รู้จักกับโจชัวมานานเลยพอจะเดานิสัยใจคอของเขาได้บ้าง

          “หนูจะต้องได้เขา และนังหนูดานั่นต้องเป็นคนแพ้!

 

          วรนันท์ยกมือเคาะประตูห้องนอนของดาราศิระอย่างกล้าๆ กลัวๆ แต่ไม่อยากเสียเวลาไปมากกว่านี้ อยากได้อยากเป็นเจ้าของโจชัวจนหน้ามืดตามัวไม่รู้ว่าอะไรควรไม่ควร

          ดาราศิระเป็นคนมาเปิดประตูห้อง เธอเจอกับวรนันท์อยู่หลายครั้ง และอีกฝ่ายก็แสดงออกชัดเจนว่าไม่ชอบเลยไม่คิดทำความรู้จักสนิทสนมด้วย

          “มีอะไรเหรอ” เจ้าของห้องถามอย่างไม่ค่อยพอใจ เธอเหนื่อยมากและอยากนอนพักไม่อยากคุยกับใคร แต่คิดว่าวรนันท์อาจจะมีธุระสำคัญเลยจำใจถามอย่างมีมารยาท

          “คุณโจชัวล่ะ” ใจของวรนันท์เต้นแรง เจอแค่แวบเดียวแต่ใจมันไม่สงบเอาเสียเลย

          “อาบน้ำอยู่ อีกเดี๋ยวค่อยมาแล้วกัน” ดาราศิระถอนหายใจ นึกอยู่แล้วว่าวรนันท์ไม่ได้มีธุระกับตัวเอง

          “ไม่ๆ ฉันมาหาเธอ มีเรื่องอยากคุยกับเธอ”

          “กับฉัน”

          “ใช่ได้ข่าวว่าเธอไม่อยากไปอยู่กับคุณโจชัวไม่ใช่เหรอ” วรนันท์ไม่พูดอ้อมค้อมเยิ่นเย้อให้เสียเวลา ยิ้มพรายมองหน้าดาราศิระอย่างหมายมาด

          “หมายความว่า” ดาราศิระคิดตาม แล้วก็เดาออกทะลุปรุโปร่งว่าอีกฝ่ายมาคุยด้วยเพราะเรื่องอะไร

          “ฉันจะทำหน้าที่นั้นแทนเธอเองเธอแค่เดินออกจากห้องไปพักห้องไหนก็ได้ ฉันจะสวมรอยเป็นเธออยู่บนเตียง มืดๆ เขามองไม่เห็นหรอกว่าใครเป็นใคร เธอได้อิสระฉันก็ได้เขา วินๆ กันทั้งสองฝ่ายเลย

          ดาราศิระมองหน้าสวยของวรนันท์ด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ออก ยอมรับว่าอึ้งจนพูดไม่เป็นอยู่พักใหญ่

          “เธอไม่ได้ชอบเขาอยู่แล้วนี่ อีกอย่างอย่างเธอน่ะหน้าจืดชืดซะขนาดนี้ ไม่นานเดี๋ยวเขาก็เบื่อ ให้ฉันเถอะ รับรองถ้าฉันจับเขาได้อยู่หมัด ฉันจะสมนาคุณเธออย่างงามเลย



[1] ดีทรอยต์ (Detroit) เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในรัฐมิชิแกน ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นเมืองท่าชั้นนำบริเวณแม่น้ำดีทรอยต์ รู้จักกันดีในการเป็นเมืองแห่งอุตสาหกรรมยานยนต์ เป็นสัญลักษณ์แห่งอุตสาหกรรมยานยนตร์ของสหรัฐอเมริกา จนมีชื่อเล่นว่า เมืองแห่งยานยนต์

แอดแฟนที่ภาพเคลื่อนไหวด้านล่างได้เลยค่ะ

เวลาอัพนิยายจะได้มีแจ้งเตือนง่ายๆ ค่ะ

ฝากเม้นท์เป็นกำลังใจให้คนแต่งด้วยนะเออ ขอบคุณมากๆ ค่ะimage  image

Talk...

Song :: Fools - Troye Sivan - (Cover) FarYoung Sessions

เรื่องนี้อัพไม่จบเรื่องเหมือนกับเรื่องอื่นๆ นะคะ เพราะติดสัญญาค่ะ

เป็นรุ่นลูกของเจมส์กับอลีนาจากเรื่อง “จุมพิตอสูร” ค่ะ

ยังไงก็ฝากไว้กับเซตเจ้าสาวตกบ่วงไว้อีกเรื่องหนึ่งนะคะ

พ่อคนนี้เค้าน่ารักค่ะ นิสัยดี เชื่อเค้าเถอะ

เฟซบุ๊คสำนักพิมพ์สมาร์ทบุ๊ค >>Click!!<<

แฟนเพจของมู่ mu_mu_jung >>Click!!<<

ทวิตเตอร์ของมู่ (ไม่ได้เล่น แต่แจ้งอัพนิยาย) >>Click!!<<
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

199 ความคิดเห็น

  1. #65 Nong (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 มีนาคม 2559 / 22:13
    วรนันท์แรงจริงอะไรจริง
    #65
    0
  2. #11 ผู้หญิงขึ้เบื่อ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2559 / 18:54
    ฝันเฟื่องไปเถอะย่ะวรนันท์
    เดี๋ยวก็รู้ว่าได้หรือไม่ได้
    #11
    0
  3. #10 อมยิ้มมีน (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2559 / 17:14
    ป๋าโจชัวอย่าหน้ามืดนะคะ
    #10
    0
  4. #9 hheyy (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2559 / 15:01
    พระเอกน่ารักจริงๆหรอพี่มู่ อย่าหลอกให้ตายใจแล้วตลบหลังนะ
    #9
    0
  5. #7 p-parew (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2559 / 06:42
    โจชัวน่ารักจังเลย
    #7
    0
  6. #6 TIP (^O^) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2559 / 22:30
    โห นางร้ายออกตัวแรงเวอร์
    #6
    0
  7. #5 สติพัง สตังออบซอ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2559 / 22:22
    หน้าด้านจริงๆ  
    #5
    0
  8. #4 ลิลลี่ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2559 / 21:32
    ชีแรงงง นางเอกน่ารักจุง *-* จะมีดราม่ามั้ยหน้อ?
    #4
    0
  9. #3 MULEE & MOEI ♚ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2559 / 20:32
    #บ่วงร้ายลายรัก 💒 #โจชัว #หนูดา
    เรื่องใหม่ในเซต #เจ้าสาวตกบ่วงค่ะ
    โจขัวกับจัสตินเป็นลูกชายของหนูบัว #จุมพิตอสูร ค่ะ
    มาอยู่ในเซตนี้ด้วย บอกเลยว่าร้ายมาก น่ารักที่สุดค่ะ💓
    มู่นี่หลงจัสตินเอามากๆ ผช อะไรไม่รู้ 😍 ต้องรออ่านนะเออ 😁

    #3
    0
  10. #2 MULEE & MOEI ♚ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2559 / 20:32
    #บ่วงร้ายลายรัก 💒 #โจชัว #หนูดา
    เรื่องใหม่ในเซต #เจ้าสาวตกบ่วงค่ะ
    โจขัวกับจัสตินเป็นลูกชายของหนูบัว #จุมพิตอสูร ค่ะ
    มาอยู่ในเซตนี้ด้วย บอกเลยว่าร้ายมาก น่ารักที่สุดค่ะ💓
    มู่นี่หลงจัสตินเอามากๆ ผช อะไรไม่รู้ 😍 ต้องรออ่านนะเออ 😁

    #2
    0
  11. #1 MULEE & MOEI ♚ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2559 / 20:32
    #บ่วงร้ายลายรัก 💒 #โจชัว #หนูดา
    เรื่องใหม่ในเซต #เจ้าสาวตกบ่วงค่ะ
    โจขัวกับจัสตินเป็นลูกชายของหนูบัว #จุมพิตอสูร ค่ะ
    มาอยู่ในเซตนี้ด้วย บอกเลยว่าร้ายมาก น่ารักที่สุดค่ะ💓
    มู่นี่หลงจัสตินเอามากๆ ผช อะไรไม่รู้ 😍 ต้องรออ่านนะเออ 😁

    #1
    0