สุภาพบุรุษซาตาน -นิยายชุดสุภาพบุรุษลวงรัก-

  • 99% Rating

  • 12 Vote(s)

  • 254,769 Views

  • 3,018 Comments

  • 778 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    17

    Overall
    254,769

ตอนที่ 4 :

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 25934
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 122 ครั้ง
    17 ก.ค. 56

http://25.media.tumblr.com/55fbd3b358f8ee6271031385e92b3239/tumblr_mpmrbr9TJU1qbetfwo1_500.gif

Gentleman Satan 03

The Girl Can’t Help It

 

          “อึก” เสียงที่พยายามจะร้องห้ามของพิมาลัยกลายเป็นเสียงร้องอึกอักใจคอ หัวใจของเธอเต้นรัวเหมือนมันไม่เคยเต้นมาก่อน ทั้งเจ็บทั้งหน่วงพาให้น้ำตาเหมือนจะไหลลงมาดื้อๆ

            “ตรงไหนน้า ที่เป็นของรักของหวงของเธอน่ะ” พูดไปสายตาคมกริบก็ซุกซนซอกแซกไปตามเนื้อตัวผิวกายขาวเนียนดุจน้ำนมของคนตัวเล็กไปด้วย ไม่นานเนื้อตัวของพิมาลัยก็แดงเรื่อ ทั้งอายทั้งเขินทั้งกลัว ความรู้สึกมากมายที่อัดแน่นในร่างกายเหมือนระเบิดที่พร้อมจะปลดชนวนอย่างไรอย่างนั้น

            “เอ ทำไมแม่พิมเก่งไม่ออกซะแล้วน้า” ใบหน้างดงามของหนึ่งบุรุษเอียงคอไปมา มองหน้าหวานจากนั้นก็ยิ้มมุมปากเพราะว่าร่างบางแข็งทื่อไม่ต่างจากก้อนหินเหมือนกำลังตกใจอย่างถึงที่สุด ใบหน้าของเธอแดงก่ำเหมือนมีเลือดจำนวนมากไปรวมตัวกันอยู่ตรงนั้น ลมหายใจก็สะดุดขาดหายเป็นห้วงๆ แล้วที่น่ากลัวที่สุดคือดวงตากลมโตที่มีหยาดน้ำตาเอ่อคลอและไหลลงมาทีละหยด

            แค่น้ำตาไม่มีเม็ดแต่กลับทำให้หนึ่งบุรุษที่ตั้งใจจะเอาคืนทุกเรื่องถึงกับหงุดหงิดตัวเองขึ้นมาเป็นกำลัง

            บ้าบอที่สุด ทำไมต้องร้องไห้ด้วยวะ คนอย่างไอ้หนึ่งปล้ำมันน่ากลัวขนาดนั้นเลยหรือไง! คิดในใจอย่างแค้นเคือง ถึงจะไม่ได้ทะนงว่าใบหน้ารูปร่างของตนนั้นเทียบเท่าเทพบุตรแต่ก็มั่นใจว่าไม่ได้ขี้เหร่อัปลักษณ์ซะจนจูบสาวแล้วทำผู้หญิงคนนั้นร้องไห้ก็แล้วกัน แต่เหตุใดเล่า แม่สาวหัวดื้อถึงได้น้ำตาไหลเอาๆ เหมือนถูกเขาขืนใจ

          “นี่ ร้องไห้ไปก็เท่านั้นแหละ ฉันไม่สนใจหรอกนะ!” ว่าไปแบบนั้น และเห็นคนตัวเล็กกะพริบตา

            แต่นั่นแหละ กลับทำให้น้ำตาของสาวเจ้าทะลักทะลายมากกว่าเดิมซะอีก

            เฮ้ย! แล้วทำไมกูต้องรับผิดชอบกับน้ำตาของแม่พิมด้วยวะ! หนึ่งบุรุษสบถอยู่ในใจ แต่สุดท้ายก็ยอมปล่อยเธอแต่โดยดี แล้วก็ต้องหยิบเสื้อที่ถอดไปเมื่อครู่สวมให้คนตัวเล็ก

            พิมาลัยยังไม่แน่ใจว่าเขาจะหยุดจริงหรือเปล่า แต่ก็พยายามไม่ทำอะไรให้เขาอารมณ์เสีย นิ่งเงียบว่านอนสอนง่ายจนตัวเองก็ยังแปลกใจ

            “ไหนมาดูซิ” เสียงหนักพูดขึ้น ก่อนจะรั้งเรียวแขนกลมกลึงให้เซมานั่งทับตักอีกหน

            หญิงสาวร้อนไปทั้งตัวเหมือนนั่งอยู่บนกองไฟก็ไม่ปาน เพิ่งรู้สึกตัวว่ายังอยู่ในห้องรับแขก แถมเมื่อครู่ก็ยังถูกเขาลวนลามไม่รู้เท่าไหร่

            “เลิกร้องไห้น่า ฉันไม่ได้ยุ่งอะไรกับเธอเลยสักนิ้ด ขอพูดเลยนะ ในฐานะของคนที่ไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียกับเรื่องนี้สักนิ้ดเดียว” ชายหนุ่มพยายามเน้นคำพูด คนเจ้าน้ำตาที่กำลังเช็ดน้ำตาอยู่ป้อยๆ ถึงกับย่นจมูกใส่ คนอะไร ไม่ได้อยากยุ่งกับเขาเลย แต่เดี๋ยวกอด เดี๋ยวรวบ เดี๋ยวรัด ซ้ำจะปล้ำอีก แล้วแบบนี้จะให้ไว้ใจได้อย่างไรกันเล่า

            “งั้นก็ปล่อยสิ” พิมาลัยว่าเสียงสั่นๆ ตอนที่แผ่นหลังแนบชิดอิงแอบกับอกกว้างก็พาให้หัวใจเต้นแรงรัวอย่างประหลาด ไหล่ของคนบ้าอำนาจทั้งกว้างทั้งอุ่น เรียกอารมณ์บางอย่างที่ตัวเองก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไรให้ไหลทะลักออกมาทีละน้อยๆ จนเริ่มกลัว

            “ก็มันหนาว นั่งนี่แหละดีแล้ว” ชายหนุ่มตอบไปน้ำขุ่นๆ พิมาลัยเองก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากเอี้ยวหน้าหันไปสบนัยน์ตาสีสวยก่อนจะขึงตาใส่ไม่ยอมหมดฤทธิ์แต่โดยดี

            “ก็เบาแอร์สิ

            “เดี๋ยวหายใจไม่ออก อากาศไม่พอ” คราวนี้ดวงตาหวานซึ้งหันไปมองแล้วก็ทำหน้าไม่พอใจจริงจัง แต่คนมองสบตาด้วยกลัวที่ไหน เขาเลิกคิ้วยียวนกลับมาจนพิมาลัยอยากจะลุกขึ้นเตะหน้าแข้งเขาแรงๆ เหลือเกิน

            “ฉันอึดอัด

            “ถอดบราเซียออกแล้วยังอึดอัดอีกเหรอ แกผ้าเลยดีไหม?

            “กรี๊ด! หนึ่งบุรุษ!!

            “เยี่ยมเลย เธอเรียกชื่อฉันถูกแล้ว

 

            การใช้หนี้ให้หนึ่งบุรุษ มิคาเอล ไมนอฟ เป็นเรื่องที่ปวดหัวสำหรับพิมาลัยอย่างมาก เพราะเขามักจะเข้ามาวอแววุ่นวาย แกล้งปัดกองหนังสือที่เธอจัดเสร็จแล้วล้ม แกล้งทำเป็นกินขนมแล้วทำหกเรี่ยราดตรงที่เธอปัดกวาดเช็ดถูเรียบร้อยแล้ว แถมยังเดินมาตบสะโพกของเธอตอนที่ก้มตัวดูดฝุ่นที่พื้นอีกต่างหาก

            “หนึ่งบุรุษ!!” เสียงหวานกรี๊ดเป็นรอบที่ยี่สิบเมื่อเขาเปิดกระโปรงชุดเมดที่ไม่รู้ว่าคนลามกเข้าเส้นไปซื้อมาจากไหนขึ้น เผยให้เห็นอันเดอร์แวร์ตัวน้อยสีหวานซึ่งก็เขาอีกนั่นแหละที่เป็นคนซื้อให้

            พิมาลัยตะครุบกระโปรงเอาไว้แทบไม่ทัน หันไปมองด้วยสายตาขุ่นเคืองแต่คนตัวโตกลับแค่ผิวปากสบตากับคนตัวเล็กด้วยสายตายียวนกวนใจ

            “ใช่.. นั่นแหละชื่อของฉันเมื่อกี้เธอเรียกฉันว่าดำเกิง เพราะงั้นฉันต้องทำให้เธอจำได้ว่าชื่อของฉันคือหนึ่งบุรุษ หรือเธอจะเรียกคาเอลก็ได้นะ พวกคนที่สนิทด้วยส่วนมากจะเรียกฉันว่าคาเอลมากกว่า

            พิมาลัยไม่สนใจคำพูดของเขานอกจากจ้องหน้าคมคายนิ่งเป็นเชิงเตือนว่าหากเขายังเกเรต่อไป เธอเองก็พร้อมที่จะอาละวาดแล้วเหมือนกัน

            “โอเค้ หนึ่งบุรุษก็หนึ่งบุรุษ เรียกแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เอ้าทำงานต่อสิแม่สาวใช้” ชายหนุ่มตบมืออีกสองสามทีเพื่อสั่งให้เธอทำงานต่อ เท่านั้นแหละ ความอดทนของสาวเจ้าก็หมดลง พิมาลัยพุ่งเข้าหาอย่างไม่ลังเลโดยมีเครื่องดูดฝุ่นในมือเป็นอาวุธ

            “โอ๊ย! ยัยตัวแสบ โอ๊บ เจ็บนะ ยัยหมาบ้า!!” หนึ่งบุรุษร้องเสียงหลงวิ่งวนไปทั่วห้องรับแขกเมื่อสาวเจ้าลูกหนี้แสนหวานลุกขึ้นมาอาละวาด เสียงร้องของเขาเรียกให้การ์ดหลายคนวิ่งกรูกันเข้ามาด้วยความตกใจ แล้วก็พากันนิ่งอึ้งเมื่อเห็นเจ้าชายถูกสาวใช้เอาเครื่องดูดฝุ่นฟาดเข้าใส่เหมือนกำลังคลั่ง

            “โอ๊ย! มันเจ็บนะ บอกว่าเจ็บไงเล่า ให้ตายเถอะ เธอทำเลือดฉันออกนะ เฮ้ย! ไอ้พวกบ้า มาจับยัยนี่ออกสิวะ” เสียงโวยวายของหนึ่งบุรุษที่ตะคอกใส่คนติดตามทำให้ทุกคนหายจากการตกใจ ก่อนจะเข้าไปช่วยเจ้านายในทันที

            แต่กว่าจะเข้าถึงตัวสาวสวยอารมณ์ร้ายอย่างพิมาลัยได้ทุกคนก็ถูกฟาดคนละทีสองที กว่าทุกอย่างจะสิ้นสุดหนึ่งบุรุษก็พบว่าตัวเองได้แผลที่หน้าแข้งจนเลือดซึม ส่วนสาวใช้เลือดร้อนทำชุดเมดขาดเล็กน้อยหายใจฟึดฟัดเหมือนวัวกระทิงกำลังตกมันก็ไม่ปาน

            “เจ้านายครับ ผมถูกคุณเมดเอาเครื่องดูดฝุ่นฟาดใส่หน้า

            “กูโดนทั้งตัว มึงอย่าให้กูต้องสาธยาย กูอายที่ต้องแพ้ผู้หญิง” หนึ่งบุรุษกัดฟันพูดกับลูกน้อยอย่างแค้นๆ ก่อนจะแกล้งทำเป็นโอดโอยกุมหน้าแข้งของตัวเองเอาไว้

            “โอ๊ย! เจ็บ ทำไมมันถึงได้เจ็บแบบนี้เนี่ย” ร่างสูงทิ้งตัวลงบนโซฟาตัวใหญ่คร่ำครวญเหมือนจะเป็นจะตาย ทำให้ลูกน้องกรูเข้าไปดูด้วยความตกใจ

            “เจ้านายครับ เกิดอะไรขึ้นครับ เจ็บมากหรือเปล่าครับ” เสียงหนึ่งร้องทักและทำท่าจะเข้าไปดูอาการของเจ้านาย แต่หนึ่งบุรุษดีดแข้งขาในอากาศไม่ให้ลูกน้องได้เข้าใกล้ ทำปากบ่นขมุบขมิบให้ถอยออกห่าง ขณะที่พิมาลัยยังถืออาวุธคู่ใจไว้ในมือพร้อมกับจ้องชายหนุ่มด้วยความหัวเสีย

            อยากรู้นักว่าไอ้คนเจ้ามารยาจะแกล้งตอแหลไปถึงไหน

          “เฮ้! ยัยสาวใช้ มาดูอาการฉันเลยนะ รับผิดชอบด้วย รู้ไหมว่าฉันน่ะรูปหล่อพ่อรวย ร่างกายเหมือนทำมาจากทองคำ กล้าดียังไงมาทำร้ายฉันแบบนี้ รับผิดชอบเลย!” หนึ่งบุรุษว่า และตามด้วยการพยักหน้าหงึกหงักของเหล่าการ์ดที่ดูแลความปลอดภัยให้เจ้านาย

            แต่คนฟังอย่างพิมาลัยเบ้ปากย่นจมูกใส่ อยากจะหวดเครื่องดูดฝุ่นเข้าใส่อีกสักที แต่เขายกมือทำหน้าหวาดๆ แล้วก็พูดโพล่งประโยคที่แสนน่ากลัวออกมาจนทำให้ชะงัก

            “อย่านะ บอกแล้วไงว่าร่างกายของฉันล้ำค่ามากเลยนะ เนี่ย ถ้าจมูกฉันหักเธอจะทำยังไง ดั้งตัวเองก็ไม่มี ถ้าทำของฉันพังแล้วเธอจะเอาของเธอมาใส่คืนได้ไหม!

            พิมาลัยยกมือจับจมูกของตนเอง แล้วก็ขึงตาใส่คนพูดอย่างหัวเสีย ได้ยินเสียงหนึ่งบุรุษโวยวายต่อก็สูดหายใจเข้าเต็มปอดเพื่อระงับความโกรธเอาไว้

            “หายามาทำแผลให้ฉันเลยนะ ไม่งั้นฉันคิดดอกเบี้ยโหดนะ บอกก่อนนะว่าโหดกว่ายัยเจ๊แดงแน่”

            แน่นอนว่าพิมาลัยทำอะไรไม่ได้นอกจากเดินไปหยิบเอากล่องเครื่องมือปฐมพยาบาลมาทำแผลให้เขาแต่โดยดี หนึ่งบุรุษซ่อนยิ้มไว้อย่างมิดชิดเมื่อรู้ว่าเธอมีจุดอ่อนอะไรตรงไหน

            “จัดการเลย! เห็นเลือดนั่นไหม ฉันเป็นเจ้านายเป็นผู้มีพระคุณของเธอนะ มาทำแบบนี้ได้ไง!” ชายหนุ่มยังไม่เลิกพูดจายียวนกวนอารมณ์คนตัวเล็ก จนนัยน์ตาหวานซึ้งฉายแววดุกระด้างขึ้นมาหนึ่งบุรุษถึงได้ทำตัวสงบเสงี่ยมลง

            “โอ๊ะ! เจ็บๆ โอ๊ย โดนเส้นประสาทอะไรเข้าเนี่ย” เสียงหนักโวยวายไม่เลิก ร่างกายกระตุกตอนที่มือเล็กเช็ดเลือดเช็ดแผลให้

            “โอ๊ย! เจ็บนะเนี่ย” ไม่พูดเปล่า แต่ว่าร่างสูงกลับโผเข้าใส่คนตัวเล็กจนพิมาลัยสะดุ้งหันไปมองอย่างตกใจ และร่างสูงก็ผละออกห่างในทันทีเพราะกลัวว่าจะถูกตีเอาเจ็บๆ อีก

            “เธอทำเส้นฉันกระตุกล่ะ เห็นมะ ตัวฉันกระตุกเอากระตุกเอา!” หนึ่งบุรุษเฉไฉ รู้สึกได้ว่าเธอโกรธมากเพราะไม่ยอมพูดไม่ยอมจาแม้แต่คำเดียว

            “โอ๊ะ ตัวกระตุกอีกแล้วอ่ะ” ปากว่ามือก็สวมกอดคนตัวเล็กก่อนจะผละออกเมื่อเห็นเธอจ้องมาตาดุวับ

            “เจ็บ ทำแผลเข้าสิ มองหน้าฉันทำไม?

            “ไอ้” พิมาลัยเกือบจะเก็บคำด่าไว้ไม่อยู่ เกือบจะพ่นคำหยาบคายทั้งหลายที่รู้จักมาทั้งชีวิตใส่หน้าเขาให้สาแก่ใจ แต่เมื่อเห็นอีกฝ่ายเลิกคิ้วทำท่าเหนือกว่าก็ยั้งความรู้สึกของตัวเองเอาไว้

            “เจ็บๆ ทำไมมันเจ็บแบบนี้นะ” ตอนที่พิมาลัยใส่ยาลงกับแผลหนึ่งบุรุษก็ร้องลั่น โผเข้ากอดร่างเล็กแล้วก็แอบจูบถูไถใบแก้มสากลงกับหน้านวลจนแก้มใสของหญิงสาวโย้ไปมาเป็นรอยแดงจากไรหนวด พอหันไปเขาก็ผละออกพร้อมกับทำหน้ายิ้มเย้ย

            “พันแผลให้ฉันสิคุณเมด เดี๋ยวเชื้อโรคเข้านะจ๊ะ

            พิมาลัยมองหน้าหนึ่งบุรุษอย่างไม่ไว้ใจแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ หยิบเอาผ้ามาพันหน้าแข้งที่บวมช้ำจนได้เลือดของเขาอย่างรวดเร็วเพราะยิ่งนานยิ่งเปลืองตัว

            “เสร็จ” และยังไม่ทันพูดจบตอนที่จัดการพันแผลเรียบร้อยแล้ว พิมาลัยก็ถูกจูบอย่างรุนแรงรวดเร็ว เรียวปากอุ่นจัดบดเคล้าคลึงเคลียจนลืมสิ้นทุกอย่าง เธอรู้ตัวเลือนๆ ก็ตอนที่ร่างสูงเดินผิวปากออกห่างไปแล้วถึงได้หน้าแดงจัด ยกมือทาบแก้มใส พยายามดันความร้อนและหยดเลือดที่รวมตัวกันที่ผิวหน้าลงไป

            “ไอ้

 

            เมลิซากับมัลคอล์มยังพาตัวเองมาเป็นแขกที่บ้านพักตากอากาศของหนึ่งบุรุษอีกครั้งในตอนเย็น

            พิมาลัยสังเกตได้ถึงความเป็นอริชัดเจนจากสาวสวย ยามที่หล่อนจ้องมองมาเหมือนงูพิษกำลังจ้องฉกกบอย่างเธอก็ไม่ปาน แต่หญิงสาวก็พยายามที่จะไม่สนใจให้มากเกินไปตั้งใจจะหลบไปอยู่ในห้องตอนที่พวกเขาทานมื้อเย็นด้วยกัน แต่หนึ่งบุรุษไม่ยอมอนุญาต บังคับออกคำสั่งจนต้องมาร่วมโต๊ะทานอาหารด้วยกันจนได้

            “อันนี้อร่อยจัง อะไรเหรอคะคาเอล” เมลิซาโน้มตัวเข้าไปใกล้บุรุษที่หมายปอง ยกแก้วค็อกเทลซึ่งมีคนชงให้เป็นพิเศษ เอ่ยถามด้วยความเย้ายวนไม่ว่าจะเป็นสีหน้า แววตา หรือร่างกายอวบอัดที่เบียดเข้ามาชิด เธอรอมามากเกินพอแล้ว เพิ่งเคยเห็นหนึ่งบุรุษสนใจผู้หญิงออกนอกหน้านอกตาก็เริ่มทนไม่ไหวต้องทำอะไรสักอย่างก่อนที่จะสายไป

            “บลูฮาวายครับ” หนึ่งบุรุษตอบอย่างสุภาพ ก่อนจะส่งสายตาให้หล่อนถอยออกห่าง

            “ทำไมรสชาติไม่เหมือนที่เคยดื่มเลยนะ ทำไมมาทานดินเนอร์ที่นี่แล้วรู้สึกว่ามันหวานแบบนี้” สาวสวยช้อนสายตาสบมองกับนัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มไม่คิดปกปิดความรู้สึกข้างใน

            มัลคอล์มลอบมองเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างสนใจ เพราะเพิ่งเคยเห็นเมลิซ่าอ่อยผู้ชายเป็นครั้งแรก และดูเหมือนว่าหนึ่งบุรุษก็กำลังหัวเสียหน่อยๆ รวมถึงสาวเมดสุดสวยที่ดูหงุดหงิดอย่างถึงที่สุด ยกแก้วไวน์ขึ้นดื่มแล้วก็มองดูละครตรงหน้าอย่างสบายอารมณ์

            พิมาลัยนั่งตรงข้ามกับหนึ่งบุรุษที่มีเมลิซาขนาบข้างติดหนึบแบบไม่ยอมปล่อย ดวงตากลมโตมองดูหนึ่งบุรุษที่พยายามดันตัวสาวสวยให้ออกห่าง แต่ดูเหมือนว่าอินทีเรียร์ดีไซน์สาวจะไม่สนใจอะไรแล้ว หล่อนรุกเสียฝ่ายชายอารมณ์เสีย

            เห็นแบบนี้แล้วก็นึกสนุก พิมาลัยยกยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปาก ก่อนจะใช้ปลายเท้าของตัวเองสะกิดเท้าของหนึ่งบุรุษ สบตากับเขาอย่างตั้งใจเมื่อใบหน้างดงามมองมาด้วยความตกใจ

            “คาเอลมีอะไรแรงๆ กว่านี้ไหมคะ ฉันอยากเมาจัง เป็นอะไรไม่รู้

            เสียงของเมลิซาแทบจะไม่เข้าหูหนึ่งบุรุษ เพราะตอนนี้เขากำลังมองตากับพิมาลัยอย่างตกใจ ไม่คิดว่าสาวเจ้าจะกล้าทำแบบนี้ เนื่องจากว่าหญิงสาวกำลังไล้ปลายเท้าขึ้นมาและวางลงที่เข่าของตนเอง เพราะโต๊ะอาหารไม่กว้างมากนัก ทำให้คนตัวเล็กปฏิบัติภารกิจได้อย่างดี

            “เมาตอนนี้ไม่ดีหรอกนะคะคุณเมลิซาไม่อยากกินอะไรรองท้องหน่อยเหรอคะ?” พิมาลัยคว้าองุ่นเม็ดโตขึ้นมากัดเอ่ยถามกับสาวสวย แต่สายตาไม่ได้คลาดไปจากใบหน้าของหนึ่งบุรุษที่กำลังตื่นตะลึงนั่นเลย

            “ฉันชอบเมนคอร์สมากกว่าน่ะ อยากกินอะไรที่มันหนักๆ รสชาติจัดจ้านมากกว่า ไม่สนอะไรที่มันจืดชืดหรอกค่ะ” เมลิซาตอบโต้ ทิ้งหางตามองพิมาลัยเหมือนคู่แข่งรุ่นเล็กคนละระดับไม่มีวันเทียบตัวเองได้

            “เหรอคะ” พิมาลัยยิ้มหวานแล้วก็ขยับปลายเท้าไล้ขึ้นสูงจากเหนือหัวเข่าขึ้นไปอีก

            หนึ่งบุรุษเกร็งเครียดทั้งตัว หายใจหอบติดขัดเมื่อรู้ว่าถูกกลั่นแกล้งอย่างจงใจ ไม่นานนักปลายเท้าเล็กก็ไล้ไปถึงขอบกางเกง พาให้ร่างสูงใหญ่แทบจะสิ้นการควบคุมร่างกาย เห็นพิมาลัยยกแก้วน้ำขึ้นดื่มแต่ว่าน้ำหลายหยดเลอะขอบปากเรื่อยไปตามปลายคางมนและหยดลงกับอกเสื้อของเจ้าหล่อนอีกหน และเสื้อที่สวมอยู่ก็เริ่มเปียกเป็นวงกว้าง แนบเนื้อนวลอวบอิ่มชนิดที่ว่าคอแกร่งแห้งเป็นผงขึ้นมาในทันทีทันใด

            “ฉันเองก็อยากจะกินด้วยเหมือนกันนะคะ อยากรู้จังว่ารสชาติมันจะเป็นยังไง” ระหว่างที่พูดพิมาลัยก็สบตากับหนึ่งบุรุษไม่ยอมหลบ แลบลิ้นกวาดเลียเอาน้ำหวานจากองุ่นที่ติดริมฝีปากจ้องหน้าชายหนุ่มอย่างท้าทาย เมลิซาถึงกับหัวเสียที่ถูกมองเมินไม่เป็นที่สนใจ หันไปมองมัลคอล์มเพื่อให้เขาช่วยดึงความสนใจของยัยผู้หญิงตัวเล็ก แต่ชายหนุ่มอีกคนไหวไหล่บอกว่าขออยู่เงียบๆ ดีกว่า

          “จัดการหล่อน!” เมลิซากระซิบให้มัลคอล์ม แต่เขาแกล้งทำเป็นทานอาหารไม่สนใจคำสั่งนั้น

            เพราะให้เลือกระหว่างหนึ่งบุรุษและเมลิซา มัลคอล์มบอกตัวเองว่าควรจะกลัวหนึ่งบุรุษมากกว่า

            พิมาลัยรุกหนัก ช่วงที่หนึ่งบุรุษกำลังตกตะลึงทำหน้าราวกับฝันอยู่ หญิงสาวก็เริ่มซุกซนมากขึ้น เขี่ยชายเสื้อเชิ้ตของเขาด้วยปลายเท้าและแตะลงกับกระดุมกางเกงของเขา

            เฮ้ย เอาจริงดิ หนึ่งบุรุษอุทานในใจ ไม่อยากจะเชื่อว่าแม่พิมจะซุกซนได้ถึงขนาดนี้ เห็นสีหน้าแววตาเอาชนะของสาวเจ้าแล้วก็นึกอยากจะเล่นด้วย ดังนั้นปลายเท้าของเขาเลยเลื่อนไปไล้เรียวขาของอีกข้างของเธอบ้าง

            เป็นพิมาลัยที่สะดุ้ง เธอตั้งใจจะชักเท้ากลับแต่หนึ่งบุรุษคว้าข้อเท้าและยึดตรึงไว้กับที่เฉียดความแข็งขืนที่ร้อนรุ่มทุกขณะไปไม่เท่าไหร่ ก่อนจะส่งยิ้มเจ้าเสน่ห์ให้ไปพร้อมกับไล้ปลายเท้าขึ้นไปเรื่อยๆ

          พิมาลัยไม่อยากจะเชื่อว่าเขาจะบ้ามากกว่าตัวเอง คิดว่าทำพลาดไปซะแล้วเมื่อปลายนิ้วร้ายกาจนั่นลูบไล้ข้อเท้าของเธอเรื่อยๆ เหมือนหยอกเย้าอยู่ในที มองหน้าหวานด้วยสายตาหวานฉ่ำไม่แพ้กัน ทำให้เมลิซากัดฟันแน่นด้วยความแค้นใจที่หนึ่งบุรุษให้ความสนใจแต่เมดสาวที่ไม่รู้จักหัวนอนปลายเท้า หลงหล่อนคนนั้นจนถึงขนาดพามาร่วมโต๊ะดินเนอร์ด้วย

            แล้วก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อเห็นหนึ่งบุรุษจับข้อเท้าเล็กๆ ขาวๆ ของใครคนหนึ่งเอาไว้ที่หน้าตัก เมลิซาถึงกับหายใจหอบถี่ เพราะรู้ว่าตอนนี้ชายในฝันที่หมายปองกำลังยึดตรึงผู้หญิงที่เป็นศัตรูหัวใจของตนเองอยู่

            ใบหน้าสวยเฉียวบึ้งตึงทั้งตกใจทั้งหน้าเสียที่หนึ่งบุรุษให้ความสนใจกับพิมาลัยมากกว่าตัวเอง ทั้งที่เธอมั่นใจในความสวยและงดงามว่าไม่มีใครเทียมเท่า เห็นอย่างนี้ก็ทั้งแค้นทั้งโมโห พยายามหาวิธีเบี่ยงเบนความสนใจของคนตัวโตมายังตนเองให้ได้

            เธอหันไปส่งสายตาให้มัลคอล์มอีกครั้ง แต่รายนั้นยักคิ้วสองครั้งแต่ไม่ยอมช่วย ทำทีเป็นละเลียดอาหารไม่สนใจสายตาของใครทั้งนั้น เมลิซาจึงหน้าตึงด้วยความไม่พอใจ แล้วก็คิดหาวิธีขึ้นมาได้ มองเห็นซุปร้อนๆ ที่อยู่ตรงหน้าก็แกล้งทำเป็นยื่นมือไปและปัดมันสุดแรง

            “ขอโทษค่ะคาเอล!” หล่อนทำเสียงสูงแสร้งว่าตกใจเหลือเกิน แต่ก็ต้องตกใจจริงๆ เมื่อหนึ่งบุรุษผุดลุกขึ้นดิ้นเร่าๆ อยู่กับที่เพราะความร้อนของซุปที่หกรดหน้าตักอย่างจัง

            “โอ้! พระเจ้า!!” ชายหนุ่มปวดแสบปวดร้อนดิ้นกับที่อย่างนั้น และส่งเสียงเรียกให้การ์ดเข้ามาดูอาการทันที

            “คาเอล!” เมลิซาครางด้วยความรู้สึกผิด เห็นท่าทางอาการเจ็บปวดของหนึ่งบุรุษแล้วก็พูดไม่ออก

            ด้านมัลคอล์มก็หัวเราะร่วน เดาเหตุการณ์ออกทุกอย่างและสงสารเพื่อนไม่น้อย แต่แล้วสายตาของทุกคนก็มองไปยังร่างเล็กของเมดตัวน้อย เห็นเธอครางไม่หยุดมุดตัวลงไปใต้โต๊ะอาหารก็เกิดอาการสงสัย

            “โทษทีนะเมลิซา มัคคอล์มฉันคงรับแขกไม่ไหวแล้ว ให้ตายเถอะ” ใบหน้าของหนึ่งบุรุษเต็มไปด้วยความทรมานใจ เดินเขย่งไปหาพิมาลัยที่ถูกซุปลวกเท้าคงแสนร้อนไม่น้อยเลย

            “เป็นไรไหมแม่พิม” เอ่ยถามอย่างเป็นห่วง เห็นหน้าหวานเงยหน้ามองทั้งน้ำตาแล้วก็สงสารนัก

            ตัวเขายังมีกางเกงและบอกเซอร์คลุมตักสองชั้น แต่ว่าหญิงสาวเท้าเปล่าเปลือยคงแสบร้อนมากกว่าหลายเท่าเป็นแน่

            “ช่วยประคองฉันหน่อยสิ แล้วช่วยประคองแม่พิมมาด้วย

 

            ระหว่างที่เดินออกจากบ้านพักตากอากาศของหนึ่งบุรุษ มัลคอล์มก็หันไปมองสาวสวยที่มีสีหน้าฉุนเฉียวไม่สบอารมณ์ไปด้วย ท่าทางของเจ้าหล่อนบอกชัดว่าหงุดหงิดหัวเสียมากแค่ไหน คงเป็นเพราะว่ายั่วผู้ชายไม่ขึ้น เห็นแล้วก็นึกแปลกใจไม่น้อยเพราะที่ผ่านมาเมลิซามักจะเก็บอาการไว้ได้อย่างมิดชิด ไม่ว่าหนึ่งบุรุษจะไปค้างคืนกับผู้หญิงที่ไหน หรือว่าไปเที่ยวกลางคืนเธอก็มักจะวางตัวเป็นเพื่อนของหนึ่งบุรุษเท่านั้น

            แต่ตอนนี้สิ แววตาที่แสดงอาการหึงหวงมันชัดเจนว่าที่ผ่านมาเมลิซาก็แค่แกล้งใส่หน้ากากทำตัวเป็นเพื่อนแสนดีกับหนึ่งบุรุษมาตลอดเท่านั้น

            “คาเอลถูกซุปร้อนๆ รดหน้าขาเลยปวดแสบปวดร้อนสินะ แล้วทำไมเมดสาวคนนั้นถึงมีแผลตามไปด้วยล่ะ” มัคคอล์มเอ่ยถามเสียงเรียบ ยิ่งทำให้หน้าสวยเรียบตึงกว่าเดิมเป็นเท่าตัว

            “หล่อนทำท่าไหนเข้านะ ถึงได้ถูกซุปรดข้อเท้าซะได้

            แน่นอนว่าตอนแรกเขาก็ไม่รู้เช่นกันว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น แต่เมื่อพิจารณาดูดีๆ แล้วก็พอจะเดาออก

            ไม่อยากจะเชื่อว่าสาวเมดหน้าหวานคนนั้นจะใจกล้าเล่นปูไต่กับหนึ่งบุรุษใต้โต๊ะอาหาร คิดแล้วก็อดขำไม่ได้

            “ตลกนักเหรอมัลคอล์ม!” เมลิซาหันไปมองหน้าชายหนุ่มด้วยความไม่พอใจ เกลียดทุกคนที่มีส่วนทำให้หนึ่งบุรุษได้ใกล้ชิดกับผู้หญิงคนนั้นมากขึ้น

            ทั้งที่เธอมาก่อน ทั้งที่รู้จักเขามากกว่าใครว่าหนึ่งบุรุษ มิคาเอล ไมนอฟ เป็นคนยังไง แต่แล้วเธอก็พลาดไปอย่างน่าเจ็บใจ

            ที่ผ่านมาหนึ่งบุรุษมักจะนอนกับผู้หญิงแค่คืนเดียวเท่านั้น จากนั้นเขาก็เขี่ยทิ้งจึงไม่ใช่เรื่องที่น่าห่วงหากว่าเขาจะพอใจผู้หญิงหลายคน แต่สำหรับเมดสาวหน้าหวานตัวเล็กคนนั้นน่ากลัว เพราะหล่อนได้นั่งตักกว้างของชายที่ปรารถนามาตลอด แล้วก็ยังใกล้ชิดกับหนึ่งบุรุษอย่างมากด้วย สังเกตได้จากวันนี้ที่ยังเห็นพิมาลัยอยู่ในบ้านพักตากอากาศแสนงาม ซ้ำยังได้ทานมื้อเย็นกับแขกด้วย แล้วอย่างนี้จะให้ใจเย็นอยู่ได้อย่างไรกัน

            “ฉันเพิ่งรู้ว่าเธอชอบคาเอล” มัลคอล์มพูดพลางมองหน้าเมลิซาที่ไม่คิดปกปิดอารมณ์ฉุนเฉียว

            “เพราะฉันไม่อยากให้เขาตกใจและพานกันฉันออกจากชีวิตของเขาน่ะสิ” หญิงสาวพูด

            เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่มีเพื่อนผู้หญิงทำท่าจะบอกรักเขา หนึ่งบุรุษก็เริ่มที่จะเว้นระยะห่างมากขึ้นไม่ยอมสนิทสนมด้วยเหมือนเคย ด้วยเหตุนั้นเธอจึงต้องพยายามเก็บงำความรู้สึกเอาไว้มาโดยตลอด แต่ตอนนี้คงจะเก็บงำเอาไว้ไม่ไหวแล้ว เมื่อเขามีผู้หญิงที่ชอบเธอก็ไม่อาจอยู่เฉยได้

            “นี่นายชอบผู้หญิงคนนั้นไหม?” เมลิซาเอ่ยถาม ไม่ได้เอ่ยชื่อเจาะจงแต่คิดว่ามัคคอล์มน่าจะเดาออกว่าเธอหมายถึงใคร

            “ก็น่ารักดี ฉันไม่เคยนอนกับผู้หญิงเอเชียมาก่อนด้วย” ชายหนุ่มไหวไหล่ นัยน์ตาเป็นประกายเมื่อคิดถึงหน้าหวานของพิมาลัยในความทรงจำ

            “แต่ฉันไม่อยากยุ่งกับผู้หญิงของคาเอล” แล้วก็ตัดบทไว้แค่นั้น เนื่องจากไม่อยากเข้าไปยุ่งวุ่นวายกับเรื่องชวนหัว อีกอย่างหนึ่งบุรุษเป็นลูกชายมาเฟียร้ายในมอสโก ถึงภายนอกจะดูเหมือนคนอารมณ์ดีตลอดเวลา แต่ก็ไม่อยากเอาความสงบสุขส่วนตัวไปเสี่ยงกับเรื่องนี้

            “นายไม่กล้า?” คิ้วโก่งสวยของเมลิซาเลิกสูง เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่เหมือนจะท้าทายอยู่ในที

            “ทำไมคิดแบบนั้น อย่างฉันน่ะเหรอจะไม่กล้า” ตอบไปและเห็นแววตาของสาวสวยแวววาวเป็นประกาย

            “ถ้าอย่างนั้นก็ช่วยฉันสิ เราจะได้ในสิ่งที่เราต้องการกันยังไงล่ะ ฉันได้คาเอล ส่วนนายก็ได้ผู้หญิงคนนั้นไป

            “ฉันไม่อยากเสี่ยงกับความน่ากลัวของคาเอลนะ”

            “ก็อย่าให้เขารู้สิ” เมลิซาพูดด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์ พยายามชักจูงให้มัลคอล์มาเป็นพวกไม่ชอบให้ใครมาดูถูก จึงทั้งหลอกล่อทั้งท้าทาย เชื่อว่าเขาต้องทำตามอย่างที่เธอขอร้องแน่

            “แล้วฉันจะได้อะไรเพิ่มเติมไหมล่ะ?” คราวนี้น้ำเสียงของมัลคอล์มเริ่มเปลี่ยนไปเล็กน้อย จนเมลิซานึกเอะใจขึ้นมา พอสบตาเลยได้รู้ถึงความต้องการของชายหนุ่มชัดเจน

            “ฉันชอบเธอมากกว่าแม่สาวตัวเล็กนั่นนะ” นัยน์ตาสีสวยของชายหนุ่มกวาดมองซอกแซกตามเนื้อตัวของสาวเจ้า พาให้เจ้าของเรือนร่างสุดเซ็กซี่ร้อนผ่าวขึ้นมา และตามด้วยอารมณ์ปรารถนาบางอย่างที่คุกรุ่นขึ้นอย่างเงียบเชียบ เพราะไม่ได้ปลดปล่อยมานานเลยรู้สึกว่ามันจุดติดง่ายดายเหลือเกิน หญิงสาวบอกตัวเองเมื่อเห็นแววตาของมัลคอล์มเร่าร้อนลามเลียร่างกายของเธอด้วยความหิวกระหาย

            “ไปทำสัญญากันไหม เมลิซา

            “ก็ เอาสิ” น้ำเสียงหยาดเยิ่มสุดเซ็กซี่เอ่ยขึ้น เป็นอันรู้กันว่าสัญญาที่จะร่วมกันร่างขึ้นในคืนนี้จะเป็นอย่างไร

 

            ด้านหนึ่งบุรุษก็ร้องโอดโอยอยู่ในห้องน้ำและบอกให้ลูกน้องช่วยทำแผลให้ ส่วนพิมาลัยก็นั่งทายากับผิวที่บวมแดงเพราะซุปร้อนๆ ด้านนอกอยู่คนเดียว ได้ยินเสียงร้อง อุ๊ๆ โอ๊ะๆ โอ๊ยๆ อะไรสักอย่างของชายหนุ่มแล้วก็หน้าแดงก่ำด้วยเลือดสาวที่สูบฉีดไปทั่วร่าง

            ก็จะไม่ให้หน้าแดงได้อย่างไรกัน ก็มีเสียงของการ์ดคนอื่นๆ แทรกตลอดเวลาว่า โอ๊ะ โอ้ว สุโค่ย บ้าบอคอแตกแบบนั้นแล้วจะไม่ให้คิดไปไกลได้อย่างไร ก็ในเมื่อซุปมันรดลงบนหน้าตักของเขา แล้วส่วนไหนเล่าที่จะได้บวมพองปวดแสบปวดร้อนเหมือนข้อเท้าของเธอน่ะ

            “พวกมึงอย่ามาร้องแบบนี้นะเว้ย!” หนึ่งบุรุษโวยวาย ลูกน้องก็เฮกันใหญ่จนถูกตบกลับมาคนละทีสองที

            “ไอ้ลูกน้องเวร เออ แล้วไง กูมีอารมณ์แล้วไง ก็อยากกินแต่ไม่ได้กินมันเลยเป็นแบบนี้ไง!!

            โชคดีที่หนึ่งบุรุษตะคอกด่าลูกน้องด้วยภาษารัสเซียดังนั้นพิมาลัยจึงไม่ได้ยินเสียงน่ากลัวพวกนั้น

            สุดท้ายร่างสูงก็เดินย่องแย่งออกมาจากห้องน้ำการประคองของลูกน้องคนละด้าน เห็นแล้วหญิงสาวก็อดขำไม่ได้แต่ก็ยังวางท่าทีให้เป็นปกติเหมือนเดิมได้

            “หัวเราะอะไร คนเจ็บหาเรื่องพาลใส่คนตัวเล็กทำให้พิมาลัยหันมองหน้าคนพูดด้วยความงุนงง

            “ฉันเปล่าหัวเราะซะหน่อย” เสียงหวานตอบ จากนั้นก็เมินหน้าหนีจากร่างสูงเพราะตอนนี้เขาสวมแค่กางเกงบอกเซอร์ตัวเดียว เห็นแล้วใบหน้าร้อนผ่าวไปหมด

            “ฉันได้ยิน ไม่ต้องมาแกล้งทำเป็นไม่รู้ร้อนรู้หนาวหรอก โอ๊ย! พระเจ้า ทำไมมันเจ็บแบบนี้เนี่ย” หนึ่งบุรุษครางเสียงหลงเมื่อทิ้งตัวลงนั่งที่โซฟา คราวนี้พิมาลัยเลยหลุดหัวเราะออกไปในที่สุด

            “เดี๋ยวเถอะ ฉันเจ็บนะ” เขาว่าพลางขึงตาใส่ ซึ่งพิมาลัยก็แกล้งยักไหล่เบ้ปากโทษฐานที่เขาชอบมาก่อกวนความรู้สึกจนสงบใจไม่ได้เลย

            “ไหน ดูหน่อยสิว่าข้อเท้าเป็นยังไงบ้าง” ขนาดว่าเขายังเจ็บแสบขนาดนี้ แม่คนผิวบางเจ็บแสบแทบทนไม่ไหวแน่ๆ เขาไม่พูดเปล่า แต่รั้งข้อเท้าของคนตัวเล็กขึ้นมาดูในทันที เห็นผิวของเธอแดงเรื่อและบวมช้ำเล็กน้อยก็อดห่วงไม่ได้

            “ทายาหรือยัง” เอ่ยถามไป และเห็นพิมาลัยพยักหน้าแทนคำตอบ ก่อนที่สาวเจ้าจะชักเท้ากลับตามเดิม

            ยังจำได้ว่าก่อนหน้านี้เธอทำอะไรลงไปที่โต๊ะอาหาร คิดขึ้นมาแล้วก็อายซะเอง หน้าหวานแดงเรื่อไม่คาดฝันว่าตัวเองจะก๋ากั๋นกล้าได้กล้าเสียขนาดถึงกับไล้ปลายเท้ากับเรียวขาของหนึ่งบุรุษได้ ยิ่งคิดยิ่งอาย คนมองก็อ่านออกทุกอย่างจากสีหน้าของเธอนั่นเอง

            “ว่าแต่เรามาทำต่อจากที่ค้างไว้ดีไหม? ฉันน่ะ อยากจะให้เธอช่วยมาลูบไล้แผลของฉันด้วยเท้าของเธอ มันคงช่วยลดบวมได้เยอะ” น้ำเสียงของหนึ่งบุรุษฟังแล้วแสนจะเจ้าเล่ห์ ทำให้หญิงสาวขึงตาใส่ด้วยความหัวเสีย

            พูดบ้าอะไรของเขา ยิ่งทำแบบนั้นก็ยิ่งทำให้บวมขึ้นไม่ใช่เหรอ กรี๊ด ยัยพิม แกคิดอะไรของแก พิมาลัยตื่นตระหนกกับความคิดของตัวเอง ยกมือตบหน้าผากแรงๆ เพื่อเรียกสติกลับคืนมา หนึ่งบุรุษมองตามแล้วก็หัวเราะไปด้วย ก่อนจะหยุดมือที่กำลังทำร้ายร่างกายของตัวเองของเธอ

            “เดี๋ยวได้เจ็บตัวหรอก เห็นมะ หน้าผากของเธอแดงแล้ว!” เสียงทุ้มเอ็ดใส่ด้วยความไม่พอใจ

            หนึ่งบุรุษทำท่าหัวเสียอย่างมากทั้งที่ร่างกายนี้ก็เป็นของเธอ คิดแล้วพิมาลัยก็หวาดหวั่น ดูเขามุ่งมั่นจริงกับเรือนร่างของเธอเสียจริง

            “อย่ามาจับเลยนะ อย่ามาแตะเลย

            “แต่เธอแตะฉันไปแล้วนะ ขี้โกงนี่นา เธอทำคนเดียวตั้งหลายนาทีแน่ะที่โต๊ะดินเนอร์” ชายหนุ่มจงใจพูดให้เธอได้อาย แล้วก็หัวเราะเมื่อเห็นว่านัยน์ตาหวานซึ้งของเธอถลึงตาใส่เป็นเชิงห้ามปรามไม่ให้พูดมากไปกว่านี้

            “อะไรกัน ให้ฉันได้ทำแบบเดียวกับที่เธอทำกับฉันบ้างไม่ได้เหรอ?

            “จะบ้าหรือไง!” เธอว่า หน้าแดงไปถึงลำคอเรียวระหง คิดแล้วก็อายว่าทำไมตัวเองถึงได้กล้าทำแบบนั้นได้

            “ไม่สนอ่ะ เธอยังลวนลามฉันได้เลย ทำไมฉันจะทำแบบนั้นบ้างไม่ได้” หนึ่งบุรุษพูดอย่างดื้อดึง คนตัวเล็กจึงได้แต่ชักสีหน้าใส่ด้วยความไม่พอใจ

            “อย่ามาพูดแบบนี้อีกนะ คุณนี่มัน” ไม่รู้จะหาคำด่าไหนมาต่อว่าเขาได้ พิมาลัยจึงเลือกที่จะเป็นฝ่ายยกธงขาวยอมแพ้แต่โดยดี

            “ฉันจะเข้าห้องน้ำ พูดยังไม่ทันจบชายหนุ่มก็พูดแทรกขึ้นมาในฉับพลัน เรียกให้หญิงสาวโกรธขึ้นทีละน้อยๆ

            “ให้อุ้มไปส่งไหม?

            แววตาของเขาถามมาว่าจะยอมหรือเปล่า เขารอคอยใจจดใจจ่อแทบจะขาดใจอยู่แล้ว คนมองเห็นแล้วอยากจะตบหน้าที่กำลังยิ้มๆ อยู่นั่นเป็นกำลัง คนอะไร ยิ้มทีหัวใจคนมองสั่นไหวปั่นป่วนไปหมด

            “ไม่ต้อง ฉันไปเองได้

            “ห้องน้ำมันลื่นนะ เมื่อกี้ฉันทำเลอะไว้ เดินระวังหน่อยแล้วกัน

            คราวนี้พิมาลัยร้อนไปทั้งหัวราวกับว่าจะพ่นไอน้ำออกมาซะดื้อๆ ไม่อยากจะคิดลึกแต่สีหน้าแววตาของคนพูดก็ชวนให้คิดไปไกล

            “ก็เมื่อกี้

            “ไม่ต้องพูด ไม่ต้องพูดแล้ว!” หญิงสาวทนความอึดอัดกดดันเอาไว้แทบไม่ไหว พยุงตัวลุกขึ้นด้วยตัวเองและค่อยๆ ลงน้ำหนักเท้าเดินเข้าห้องน้ำเงียบๆ ตามด้วยเสียงเจื้อยแจ้วของหนึ่งบุรุษที่อยากจะพาตัวเองเป็นบุรุษพยาบาลคอยช่วยเหลือเธอ

            “นี่ พูดจริงๆ นะ เดี๋ยวเธอจะล้มเอานะ ให้ฉันเข้าไปดูอาการเถอะน่า” ปากบ่นว่าจนกระทั่งบานประตูห้องน้ำปิดลงในที่สุด ถึงได้ทำปากขมุบขมิบว่าลับหลัง เมื่อเธอหายเข้าไปได้อึดใจหนึ่งก็ส่งเสียงเรียกด้วยความเป็นห่วง ข้อเท้าเจ็บแบบนั้นคงเดินลำบากแน่

            “แม่พิม ยังไหวนะ ออกมาได้แล้ว พื้นห้องน้ำมันเป็นเมือก เอ๊ย มันลื่น โทษที ฉันใช้ภาษาไทยไม่ค่อยถูก” พูดไปแล้วก็หวังจะได้ยินเอส่งเสียงร้องแว้ดๆ กลับมา แต่ที่ไหนได้มันกลับเงียบสนิทจนพาให้รู้สึกแปลกใจ

            “นี่แม่พิม ไม่ใช่ว่าลื่นล้มหัวแตกไปแล้วหรอกนะ” ไม่อยากจะแช่งแต่ว่าคนตัวเล็กก็เงียบไปจนน่าใจหาย

            “แม่พิมเอ๊ย! ออกมาได้แล้วนะ

            คราวนี้ก็ไม่มีเสียงตอบกลับ หนึ่งบุรุษเริ่มไม่สลายใจเดินย่องแย่งถ่างขาที่ยังปวดแสบปวดร้อนเดินตรงเข้าไปยังห้องน้ำทันที

            “เวรกรรมของคนหล่อต้องมาเดินถ่างขา เฮอะ คอยดูเถอะแม่พิม ฉันจะทำให้เธอเดินขาถ่างนั่งไม่ลงสามวันเจ็ดวันแน่ๆ” ปากบ่นขมุบขมิบคาดโทษหญิงสาวเอาไว้ในใจก่อนจะเคาะประตูหอบเหนื่อยเพราะเดินมาไหลเอาเรื่อง

            “แม่พิม เฮ้ย!” หนึ่งบุรุษอุทานเสียงหลงเมื่อประตูไม่ได้ล็อกและร่างกายก็เซเข้าไปไม่ทันตั้งตัว แล้วก็ร้องอุทานร้องเรียกลูกน้องให้วุ่นวายเพราะว่าพิมาลัยล้มหัวฟาดกับพื้นหมดสติไปจริงๆ เสียด้วย

            “แม่พิม! บอกแล้วให้เดินระวัง ให้ตายเถอะ ฉันไม่ได้ทำให้พื้นเป็นเมือกนะ อย่าแกล้งกันแบบนี้สิ เฮ้ย เซลเก แม่พิมหัวแตกเอารถออกฉันจะไปโรงพยาบาล

            เกิดมาเพิ่งเคยร้อนอกร้อนใจเป็นครั้งแรก หนึ่งบุรุษรู้สึกหายใจไม่ออกตอนที่พาตัวหญิงสาวขึ้นรถและเดินทางมุ่งหน้าตรงไปยังโรงพยาบาล เนื่องจากว่าคนตัวเล็กหัวแตกและหมดสติจนน่าตกใจ

            “เร็วสิวะ ถ้าแม่พิมเป็นอะไรไปกูเอาพวกมึงตายแน่”

 

            หนึ่งบุรุษเฝ้าพิมาลัยจนกระทั่งหญิงสาวพ้นจากขีดอันตราย พอย้ายเธอไปพักฟื้นก็ตามไปเฝ้าเธอไม่กลับบ้านพักตากอากาศของตัวเอง นึกโทษว่าเป็นความผิดของตัวเองที่ทำให้พื้นห้องน้ำเป็นเมือก เอ๊ย มันลื่น เพราะอย่างนั้นคนตัวเล็กเลยต้องมาเจ็บตัวแบบนี้ เขาผล็อยหลับไปและรู้สึกตัวตื่นตอนย่ำเช้าได้ยินเสียงหวานที่แหบพร่าครางแผ่วเบาเลยตื่นขึ้น

            “แม่พิมเป็นยังไงบ้าง ปวดตรงไหน หรืออยากดื่มน้ำ” ร่างสูงปราดเข้าไปประคองดูอาการของเธอด้วยความห่วงใย เห็นหน้าหวานเริ่มมีสีเลือดก็เริ่มวางใจขึ้นมาได้บ้าง

            “คุณ เป็นใครคะ” พิมาลัยหน้านิ่วคิ้วขมวดเหมือนเจ็บมาก แต่สิ่งที่ดึงความสนใจของหนึ่งบุรุษคือคำพูดของเธอ

            “อย่าบอกนะว่าความจำเสื่อมเหมือนฉันแล้วจำอะไรไม่ได้น่ะ!” หนึ่งบุรุษอุทาน มองหน้าเล็กของเธอที่ยังทำหน้างุนงงไม่หายก็ใจเสีย แต่ไม่นานก็ยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์เมื่อคิดอะไรขึ้นมาได้

            ถ้าความจำเสื่อมก็เสร็จไอ้หนึ่งล่ะ ทีนี้จะได้เป็นเมียฉันซะทีแม่พิม จะขืนใจเอาให้ร้องว่าไม่ไหวแล้วๆ ทั้งคืนเลยคอยดู!

            “เอ๊ะ!” คราวนี้พิมาลัยมองดูอีกฝ่ายอย่างชัดเจนอีกครั้งก็เห็นว่าเขาคือหนึ่งบุรุษ ผู้ชายที่แสนจะเอาแต่ใจและกวนประสาทนั่นเอง เมื่อครู่เธอปวดหัวซะจนแทบทนไม่ไหวเลยไม่ทันมองว่าเป็นใครกันแน่ เห็นชายหนุ่มยิ้มกะลิ่มกะเหลี่ยแล้วก็รู้สึกไม่ค่อยปลอดภัยขึ้นมาซะเฉยๆ

            “โถ น่าสงสารจริง คงเจ็บมากเลยใช่ไหมแม่พิม” มือหนาอบอุ่นยกขึ้นมาลูบไล้เส้นผมของเธออย่างแผ่วเบา ทำให้พิมาลัยขยับตัวอย่างระแวงระวัง ก็ชายคนนี้ไว้ใจได้เหมือนคนอื่นๆ ที่ไหนกันเล่า เขาทั้งเอาแต่ใจแล้วก็ห่ามหื่นอย่าบอกใคร ยังไงก็ต้องปลอดภัยเอาไว้ก่อน

            “เรื่องความจำเสื่อมเนี่ยมันเป็นเรื่องใกล้ตัวของเราจริงๆ นะ  ฉันเองก็เพิ่งจะนึกได้ว่ามันไม่ใช่เรื่องที่จะมองข้ามได้ง่ายๆ เลย” ยิ่งหนึ่งบุรุษพูดมากเท่าไหร่ คิ้วเรียวของคนเจ็บก็ขมวดชิดกันแน่นมากขึ้นเท่านั้น ชักสงสัยว่าเขากำลังหาเรื่องอะไรมาป่วนหัวใจของเธออีก

            “ไม่เป็นไรนะ ถึงเธอจะจำอะไรไม่ได้ แต่ฉันสัญญาว่าจะไม่ทิ้งเธอแน่ๆ” พูดจบหนึ่งบุรุษก็ยิ้มกว้าง ขณะที่พิมาลัยอ้าปากค้างจ้องหน้าหล่อเหลานั่นด้วยความสับสนงุนงง

            “หา!? คุณพูดเรื่องอะไรน่ะ” เธอถามอย่างสงสัยจริงๆ เห็นมุมปากหยักได้รูปแต้มไว้ด้วยรอยยิ้มไม่จางก็ยิ่งหวั่น กลัวว่าเขาจะวางแผนการร้ายกาจอะไรเอาไว้อีก

            “ก็ตอนนี้แม่พิมความจำเสื่อมไง ฉันจะดูแลไม่ทิ้งขว้างแน่นอน” ว่าแล้วชายหนุ่มก็ตบอกตัวเองแรงๆ จนเกิดเสียงดัง ส่วนหญิงสาวก็ชี้ปลายนิ้วเข้าหาใบหน้าตัวเองพร้อมกับครางเสียงแผ่วด้วยความงุนงง

            “ฉันเนี่ยนะ ความจำเสื่อม” พิมาลัยพูดอย่างไม่เข้าใจ ด้านหนึ่งบุรุษก็ยิ้มกว้าง เพราะทีนี้จะได้สมใจปรารถนาเสียที หลังจากที่ต้องปลูกแห้วเป็นไร่เพราะยังเผด็จศึกคนสวยไม่ได้เสียที เสียชื่อหนึ่งบุรุษ มิคาเอล ไมนอฟ คาสซาโนวาตัวพ่อหมด

            “ช่าย ไม่ต้องห่วงนะที่รัก ฉันไม่มีทางทอดทิ้งเธอแน่

            ยิ่งเขาพูดเท่าไหร่พิมาลัยก็รู้สึกกลัวมากเท่านั้น กำลังจะแย้งว่าตัวเองไม่ได้ความจำเสื่อมก็ไม่มีช่องให้อธิบายเรื่อง

            “คือ เดี๋ยวนะคุณ

            “จำชื่อฉันไม่ได้ใช่ไหม ฉันชื่อหนึ่งบุรุษ หรือที่เธอชอบเรียกว่าพ่อดำเกิงไงส่วนเธอก็คือแม่พิมของพ่อดำเกิง” พูดเองก็อายเอง หนึ่งบุรุษเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมตัวเองถึงต้องขัดเขินเมื่อพูดจบด้วย ยิ่งได้สบตากับพิมาลัยหัวใจก็เต้นแรงขึ้นทุกขณะจนน่ากลัว

            “คือหนึ่งบุรุษ เอ่อ” พิมาลัยพูดไม่ออก ทุกอย่างในหัวมันขาวโพลนไปหมดจนไม่รู้จะอธิบายจากจุดไหนไปจุดไหนก่อน เธอเรียกเขาว่าหนึ่งบุรุษซึ่งปกติแล้วแทบไม่เคยได้ยิน ยิ่งเป็นแบบนี้หนึ่งบุรุษก็ยิ่งเข้าใจว่าตอนนี้เธอสูญเสียความทรงจำไปหมดแล้ว

            “เรียกดำเกิงเหมือนเดิมเถอะ เรียกหนึ่งบุรุษแล้วมันเขิน ปกติเธอไม่เคยเรียกฉันแบบนี้” ว่าจบมือหนาก็บิดไปมาแทบจะพันกันให้ได้ ชายหนุ่มเริ่มสงสัยว่าทำไมตัวเองถึงได้เกิดอาการแบบนี้ขึ้นมาได้

            “ดำเกิง เอ่อ ให้ตายเถอะ ฉันจะพูดยังไงดีนะ”

            พักหลังมานี้พิมาลัยแทบไม่ได้เรียกชื่อเขา ไม่ว่าจะเรียกว่าหนึ่งบุรุษหรือดำเกิงก็ขัดเขินจนหน้าแดงเรื่อพูดอะไรไม่ออก กระอักกระอ่วนไม่แพ้คนตัวโตที่ทำท่าเขินอายได้อย่างน่าขนลุก

            “ไม่ต้องพูดหรอก เอาเป็นว่าตอนนี้แม่พิมต้องนอนพักเยอะๆ นะ แล้วเราจะได้กลับไปพักฟื้นต่อที่บ้านของเราจากนั้นเราก็จะได้ฮอตกันซะที ต่อท้ายอยู่ในใจและยิ้มหวานจนน่ากลัว พิมาลัยกลัวสายตานั้นกอปรกับปวดหัวอย่างมากเลยเลือกที่จะลอยตามน้ำไป แล้วค่อยอธิบายกับเขาใหม่ว่าเธอไม่ได้สูญเสียความทรงจำ เรื่องมันคงไม่วุ่นวายมากไปกว่าตอนนี้แน่

            ดังนั้นร่างบางเลยต้องเอนตัวลงนอนตามการประคองของคนตัวโตที่ดูเหมือนว่าจะระวังไปทุกฝีก้าว อดคิดไม่ได้ว่าเขาก็มีน้ำใจและคอยช่วยเหลือเป็นอย่างดี

            “พักผ่อนเยอะๆ นะ แล้วเราจะได้กลับบ้านกัน” หนึ่งบุรุษยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ รอวันที่จะได้ทอดร่างบางเย้ายวนบนเตียงกว้าง และเห็นเธอส่ายไหวร้องครวญครางเสียงหวานใต้ร่างกายของตัวเอง และรอคอยแทบจะทนไม่ไหว พิมาลัยไม่รู้ว่าเขาวางแผนการร้ายอะไรไว้ในใจดังนั้นจึงหลับตาลงอย่างอ่อนเพลีย เป็นเด็กดีว่าง่ายในสายตาของซาตานตัวร้าย

            “พักผ่อนเยอะๆ จะได้แข็งแรงซะทีแม่พิม ฮิๆ

 

            หลังจากที่แพทย์แวะเข้ามาตรวจดูอาการของพิมาลัยอีกครั้งแล้วก็สั่งให้ไปพักฟื้นต่อที่บ้านได้ ท่ามกลางอาการตื่นเต้นดีใจที่ปิดไม่มิดของหนึ่งบุรุษ เพราะกำลังลิงโลดที่จะได้กินของหวานหลังจากที่ต้องอดทนอยู่นานชายหนุ่มเลยลืมถามอาการความจำเสื่อมของหญิงสาว และไม่อยากให้เธอตรวจร่างกายหรือฟื้นฟูความทรงจำในช่วงนี้ ดังนั้นจึงรีบพาเธอกลับบ้านพักตากอากาศทันทีที่แพทย์เจ้าของไข้อนุญาต

            “ยังปวดหัวอยู่ใช่ไหมล่ะแม่พิม” เขาเอาอกเอาใจไม่เหลือคราบความร้ายกาจให้เห็น พิมาลัยอดคิดไม่ได้ว่าคนที่ล้มหัวกระแทกพื้นน่าจะเป็นเขามากกว่าตัวเอง

            “ก็ดีขึ้นแล้วค่ะ” หญิงสาวตอบ จากนั้นก็มองดูเขาอย่างคลางแคลงใจ

            ทำไมต้องเอาใจขนาดนี้ด้วยนะ ถามตัวเองในใจแต่ก็ไม่ได้คำตอบอะไรกลับมา

            “แสดงว่ายังปวดหัวอยู่สินะ ไม่เป็นไร คืนนี้ฉันจะช่วยดูอาการให้เอง” คนพูดนั้นทำแววตาเป็นประกาย แบบที่คนมองเห็นแล้วต้องลอบกลืนน้ำลายอย่างฝืดคอ

            “ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะ เราก็นอนด้วยกันมาทุกคืน”

            “หา” หญิงสาวอุทานเสียงหลง มองหน้าคนพูดอย่างคาดไม่ถึง ไม่รู้แน่ชัดว่าอีกฝ่ายกำลังเล่นตลกอะไรกันแน่

            “ยิ่งตอนนี้เธอจำอะไรไม่ได้เลยฉันก็ต้องช่วยดูแลสิ”

            “ฉัน!?” พิมาลัยแลบลิ้นเลียริมฝีปากที่แห้งผากด้วยอาการมึนงง เขาเข้าใจผิดไปกันใหญ่แล้ว พอตั้งท่าจะอธิบายหนึ่งบุรุษก็ขยับตัวเข้ามาใกล้และใช้ปลายนิ้วไล้ขอบปากที่แห้งกรังเพราะหญิงสาวมีอาการไข้ขึ้นร่วมด้วยเล็กน้อย

            ปลายนิ้วอุ่นจัดที่แนบลงกับเรียวปากบางนั้นทำให้หญิงสาวสะท้านได้อย่างไม่น่าเชื่อ

            “เห็นไหม เป็นไข้ด้วย” นัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มของคนพูดจับจ้องริมฝีปากบางเรื่อเป็นพิเศษ ทำให้พิมาลัยต้องเบือนหน้าหนีเพื่อให้จังหวะการเต้นของหัวใจลดต่ำลงตามเดิม

            หนึ่งบุรุษยิ้มอย่างพึงพอใจที่เห็นพิมาลัยอ่อนพยศลงอย่างเห็นได้ชัด แบบนี้ถึงจะดีหน่อย เพราะก่อนหน้านี้เธอร้ายกาจซะจนรับมือแทบไม่ไหว

            “ไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันจะช่วยดูแลเธออย่างดีเลย” ปากว่าตาก็มอง หญิงสาวรู้สึกตัวเองมีไข้สูงจัดด้วยวิธีการมองของเขา อยากจะบอกความจริงว่าเธอไม่ได้ความจำเสื่อมอะไรเลยก็นึกกลัว ก็ดูท่าทางแล้วชายหนุ่มมุ่งมาดปรารถนาอะไรบางอย่างเสียขนาดนี้ หากว่าไปดับความฝันของเขาเข้าคนที่จะแย่ก็ต้องเป็นเธอ เรื่องนี้มันชัดเจนเสียยิ่งกว่าอะไรทั้งนั้น

            “คงลำบากหน่อยนะที่จำอะไรไม่ได้เลยนะ ไม่เป็นไรเดี๋ยวพ่อดำเกิงจะสอนแม่พิมเอง”

            หญิงสาวกลืนน้ำลายอย่างฝืดคอเมื่อได้ยินเช่นนั้น คนอย่างหนึ่งบุรุษน่ากลัวเหลือเกิน จนตอนนี้ไม่รู้ว่าจะวางหมากลงตรงไหนเพื่อยื้อเวลารุกฆาตของซาตานร้ายตนนี้ดี

            เอาวะแม่พิม! ก็สามีปลอมๆ มันโยนบทมาให้ถึงขนาดนี้แล้ว เป็นคนความจำเสื่อมเลยก็แล้วกัน! บอกตัวเองแบบนั้นและเห็นหนึ่งบุรุษยิ้มหวานแบบที่รู้ได้ในทันทีว่าเขาคิดอะไรอยู่ในใจกันแน่เพียงได้สบตาด้วย

            ไอ้คนหื่น คิดจะแอ้มแม่พิมเหรอ ไม่ง่ายขนาดนั้นหรอกย่ะ!!

 

          หนึ่งบุรุษประคับประคองคนตัวเล็กทุกอย่างเมื่อเดินทางกลับมาถึงบ้านพักตากอากาศแล้ว ชี้ชวนให้หญิงสาวมองทางนั้นทีทางนี้แล้วก็ถามว่าจำมันได้หรือเปล่า พิมาลัยอยากจะตอบไปเหลือเกินว่าจำได้และตัวเองก็ไม่ได้สูญเสียความทรงจำด้วย

            แต่ก็กลัวว่าคนที่จะเดือดร้อนคือตัวเอง ดังนั้นจึงแสร้งยิ้มทำทีเป็นจำอะไรไม่ได้เลยแม้แต่เรื่องเดียว

            “โต๊ะนี่ไงที่เรานั่งทานข้าวกัน” หนึ่งบุรุษบอกเมื่อพาคนตัวเล็กมานั่งที่โต๊ะอาหารแล้ว

            “จำได้ไหม” เขาถามย้ำ แต่คนตัวเล็กที่มีผ้าพันรอบศีรษะส่ายหน้าแทนคำตอบ แต่ใจจริงแล้วทำไมเล่าเธอจะจำไม่ได้น่ะ          

            ที่ฉันเล่นปูไต่กับคุณใต้โต๊ะไงล่ะ แล้วก็เลยล้มในห้องน้ำเพราะถูกซุปลวกเอา จำไม่ได้ก็บ้าแล้ว! ตอบอยู่ในใจแล้วก็นั่งลงที่เก้าอี้ ไม่กล้าเดินเข้าไปในตัวบ้านลึกกว่านี้ กลัวเขาชวนไปรำลึกความหลังบนเตียง

            “หิวไหม ตอนนี้ก็บ่ายแล้ว หาอะไรกินหน่อยไหม” ชายหนุ่มถามด้วยรอยยิ้มที่ดูปกติไม่มีอะไรแอบแฝง พิมาลัยพยายามมองหาว่าเขาซุกซ่อนอะไรไว้ในใจหรือเปล่าแต่ก็มองไม่เห็น ดังนั้นจึงพยักหน้าตอบกลับเข้าไป

            “โอเค เฮ้ เซลเกบอกให้คนยกอาหารมาหน่อย ฉันจะทานข้าว” หนึ่งบุรุษตะโกนเรียกคนสนิท ซึ่งไม่นานอาหารหลายอย่างที่ล้วนน่ารับประทานก็วางเรียงบนโต๊ะเรียบร้อย

            “มะ มานั่งตรงนี้

            สิ้นเสียงพูด ร่างเล็กของพิมาลัยก็ลอยหวือนั่งทับตักคนพูดทันที หญิงสาวเบิกตากว้างหันไปมองหนึ่งบุรุษด้วยความตกใจ และกลายเป็นว่าเธอถูกจูบอย่างแผ่วเบาโดยไม่ได้ตั้งใจ

            “ทำไมต้องนั่งตรงนี้ด้วย” เสียงหวานสั่นพร่า พยายามจะพาตัวเองหลุดออกจากการเกาะกุมของเขา แต่วงแขนที่เป็นเหมือนปลอกเหล็กก็สอดรัดรอบเอวคอดไม่ยอมปล่อย

            “ปกติแม่พิมนั่งตรงนี้อยู่แล้ว” หนึ่งบุรุษโกหกหน้าตาเฉย พิมาลัยถึงกับเบิกตากว้าง ไม่คิดว่าเขาจะหน้าด้านได้ขนาดนี้

            “ตรงนี้เหรอ” ถามอย่างไม่เชื่อ แต่หนึ่งบุรุพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้มที่แสนเจ้าเล่ห์

            “อย่ามาโกหกกันน่า ความรู้สึกของฉันไม่ได้บอกอย่างนั้นเลยนะ!” พิมาลัยประท้วงแต่ไร้ผล เพราะคนเอาแต่ใจไม่ยอมปล่อยมือ

            “ยังจะเถียงอีก เดี๋ยวคืนนี้ก็ไม่ได้นอนหรอก” ชายหนุ่มว่า หญิงสาวไม่กล้าจินตนาการต่อว่าทำไมถึงจะไม่ได้นอน

            “เราชอบกิจกรรมเข้าจังหวะกันนี่ จำไม่ได้เหรอ ปกติน่ะ เกือบรุ่งสางทุกคืนเลยนะ” พูดจบก็ยิ้มหวานแบบที่คนมองใจสั่น เธอส่ายหน้าหวือพยักยามหนีออกจากอุ้งมือซาตานแต่ก็สู้แรงเขาไม่ไหว

            “ไม่เอานะ ฉันจำอะไรไม่ได้ คุณอย่ามาทำให้ฉันกลัวสิ” คนอะไรนิสัยแย่! เธอกับเขาไม่ได้เป็นอะไรกันเลยนอกจากเจ้าหนี้กับลูกหนี้ แต่เขากลับมาพูดราวกับว่าเธอยอมตกลงปลงใจด้วยแล้วอย่างไรอย่างนั้น

            “ไม่ต้องกลัวไปหรอก มันสนุกออกจะตายไป”

            “หนึ่งบุรุษ!” พิมาลัยกระแทกเสียงเข้าใส่ด้วยความเหลืออด หน้าหวานนั้นแดงเรื่อไม่อยากจะเชื่อว่าเขาจะพูดออกมาได้หน้าตาเฉย

            “ก็ทุกคืน เธอร้องบอกเอาอีกๆ ฉันล่ะเหนื่อยสายตัวแทบขาดรู้ไหมแม่พิม”

            “คุณต้องโกหกแน่ๆ” หญิงสาวชี้หน้าด้วยความหัวเสีย แต่ชายหนุ่มไหวไหล่ไม่สะทกสะท้านใดๆ ทั้งสิ้น

            “งั้นก็บอกมาสิ ว่าจำอะไรได้บ้างน่ะ” หนึ่งบุรุษต่อล้อต่อเถียงจนพิมาลัยไม่รู้ว่าจะต่อกรอย่างไรด้วย

            เธอต้องหน้าเขาอย่างหัวเสีย แต่ก็ไม่กล้าบอกว่าตัวเองไม่ได้สูญเสียความทรงจำแต่ก็กลัวว่าเรื่องราวมันจะน่ากลัวมากกว่านี้

            “งั้นก็มากินข้าวกันเถอะนะ” ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงที่เหมือนเคลือบไว้ด้วยคาราเมลที่หวานหอม ทั้งป้อนทั้งเช็ดปากให้พิมาลัยราวกับว่าเธอจัดการตัวเองไม่ได้ หญิงสาวรู้สึกได้ว่าหากปล่อยเวลาให้เนิ่นนานมากขึ้นเท่าไหร่ตัวเองก็จะตกอยู่ในอันตรายมากเท่านั้น จึงตั้งใจวางแผนการบางอย่างแกล้งรับสมอ้างว่าตัวเองจำอะไรไม่ได้ อ้าปากรับอาหารที่เขาเป็นคนส่งมาถึงริมฝีปาก จนหนึ่งบุรุษเข้าใจว่าสาวเจ้าสูญเสียความทรงจำไปแล้วจริงๆ

            “ฉันอาย ขออาบน้ำก่อนนะคะ รู้สึกแปลกๆ ยังไงไม่รู้” พิมาลัยเริ่มเล่นละครหลังจากที่ทานอาหารเรียบร้อยแล้ว

            “งั้นนอนพักเลย หมอสั่งให้เธอนอนพักเยอะๆ” คืนนี้จะได้มีแรงให้ฉันรังแก ต่อท้ายอยู่ในใจ ขณะที่พิมาลัยเริ่มหาทางหนีทีไล่ก่อนจะเดินเข้าห้องนอนไปก่อน

            เมื่อล็อกประตูเรียบร้อยเพราะหนึ่งบุรุษต้องคุยงานข้างนอกไม่ได้ตามเข้ามาด้วย พิมาลัยก็เริ่มแผนการของตัวเองทันที

            “ฉันไม่อยู่รอให้คุณขืนใจง่ายๆ หรอกนะ คุณหนึ่งบุรุษ” พึมพำกับตัวเอง จากนั้นก็เปิดหน้าต่างห้องนอนให้เปิดกว้าง และคิดว่านี่เป็นทางเดียวที่หนีจากหนึ่งบุรุษ มิคาเอล ไมนอฟ ได้

 

          พิมาลัยหายใจหอบถี่เมื่อขึ้นรถโดยสารขนาดเล็กได้แล้ว หลังจากที่แอบหลบหนีออกมาทางหน้าต่างพร้อมกับเงินจำนวนหนึ่งที่ขโมยมาจากหนึ่งบุรุษ มองเห็นบ้านพักหลังงามไกลลิบนั่นแล้วก็ถอนหายใจ นึกใจหายไม่น้อยที่ต้องหนีจากมาแบบนี้ แต่ในเมื่อเธอไม่ได้เต็มใจจะเป็นของเขา ซาตานร้ายนั่นแสดงออกชัดเจนว่าต้องการอะไรจากเธอ ดังนั้นเธอจะไม่อยู่รอให้เขามาข่มเหงน้ำใจอย่างที่แล้วๆ มาอย่างแน่นอน

            “ลาก่อนตลอดกาล หนึ่งบุรุษ”

 

 

http://25.media.tumblr.com/33bc83f85610280c3e93a024352060cc/tumblr_mpmrbr9TJU1qbetfwo2_1280.jpg
http://25.media.tumblr.com/553310642457ea573c24acaa96dac14d/tumblr_ml0wa7qXsn1qca9vlo1_250.gif

รู้ครับว่าเซ็กซี่ ไม่ต้องบอก ผมรู้ตัวครับ

แม่พิม ปล้ำอีหนึ่งซะ นี่คือคำสั่ง >//< ♥

 

Talk 3...

แม่พิมจะหนีได้จริงๆ หรือเปล่านะ T^T

อีหนึ่งก็ไม่ค่อยปกติด้วยสิ ลูกชายป๋ามาซี่เลยนะ

เชื่อเถอะค่ะว่ามารยาตอแหลน่ะ ได้มาเต็มๆ แน่นอน >//<

อีกอย่างมู่ไม่ชอบให้ตัวละครห่างกันนานๆ ด้วย

ถ้าอ่านนิยายมู่มาก่อน ทุกคนจะรู้ดีเนอะ พลิกหน้ากระดาษก็เจอกันนะ ฮ่าๆ

แต่ว่าเรื่องนี้ล่ะ จะเป็นแบบนั้นหรือเปล่านะ อันนี้ไม่บอก ต้องรออ่านเน้อ

ปล ยังเล่นเกมได้นะคะ ตอนนี้คนที่ช่วยตรวจคำตอบมีธุระอยู่ค่ะ

มู่เองก็งานเยอะอีนุงตุงนังไปหมดเลย ชีวิตวุ่นวายมหาศาลเลยค่ะ

สามารถตอบได้หลายครั้งนะคะ เดี๋ยวมู่จะเลือกเองค่ะ ถ้าไม่พอใจคำตอบเก่าก็ตอบใหม่ได้เลย

แล้วเจอกันตอนหน้าค่ะ กอด

 

Talk 2...

เอ๊ะ มันจะเป็นอย่างนั้นจริงๆ ไหมหนอ >//<

หลังจากนี้หนึ่งมันจะหื่นแล้วนะคะ หรือว่ามันหื่นมาตั้งแต่ต้นแล้วก็ไม่รู้ ฮ่าๆ

ช่วงนี้ชีวิตมู่วุ่นวายตะพึดตะพือมากค่ะ T^T นั่นนี่นู่นโน่น สารพัดจะเรียกมิรา

หลายอย่างเหลือเกิน เหนื่อยกับตัวเองมากเลยค่ะ ฮ่าๆ

แต่ช่วงนี้ก็มีความสุขดี เพราะว่ามีนิยายจ่อคิวตีพิมพ์แล้ว โดยเฉพาะนิยายวัยรุ่น ฮิๆ

มู่เลยไม่ค่อยงอแงเท่าไหร่ค่ะ ฮ่าๆ ตอนนี้ก็กลับมาอัพนิยายตามปกติแล้วด้วย ทรมานตัวเองต่อไป T^T

 

 

แล้วก็เอานิยายมาแจกด้วยค่ะ เพิ่งได้อภินันทนาการมาค่ะ เรื่องเอื้อมรักไฟสิเน่หา [ฟรานเชสโก + อาริสา]

เลยอยากแจกค่ะ เพราะไม่อยากจะเก็บเอาไว้ ตอนนี้ตู้หนังสือใส่ไม่พอแล้ว ฮ่าๆ

คำถามก็ง่ายๆ เลยค่ะ ถามว่า ถ้าคุณลืมตาตื่นขึ้นมาแล้วจำอะไรไม่ได้เลย

แล้วก็มีผู้ชายหล่อลากบอกว่าเป็นสามี คุณจะทำยังไงต่อไปคะ

ใครตอบคำถามได้โดนใจรอรับหนังสือฟรีอยู่ที่บ้านได้เลยค่ะ

เล่นกันเยอะๆ นะคะ ช่วงนี้มู่มีความสุขจริงๆ ค่ะ ฮ่าๆ กอด

 

Talk 1...

Song :: Fergie - Clumsy

Down Load this song >>Click!!<<

คู่นี้ไม่มีใครเหมือนแล้วก็ไม่เหมือนใครเลยจริงๆ นะเออ ><//

แอบเขินแม่พิมพ่อดำเกิง พวกหล่อนฮอตกันถึงขนาดนี้เลยเหรอ

อร๊าย เห็นใจคนที่ไม่มีคู่บ้างนะคะ อิจฉาตาร้อนผ่าวๆ แล้วนะเออ

ใกล้งานหนังสือเข้ามาทุกทีแล้ว ใครจะไปบ้างคะ หนังสือมู่ออกหลายเรื่องเลย

อยากแวะไปเจอทุกคนเลยค่ะ มู่คงไปเสาร์อาทิตย์ ใครว่างแวะไปเจอกันได้นะคะ

แล้วก็ฝากหนังสือที่จะวางแผงในงานหนังสือนี้ด้วยนะคะ กอด

1. จุมพิตจอมนาง [ลีโอ & ชายิกา(นิโคล)]

2. เล่ห์ร้ายทรายร้อน [คามิล & พิจิกา]

3. Wolves Blood (SS1) ภาคสอง

4. ROMANCES SCENT (P.I) ♥

ฝากทุกเรื่องเลยค่ะ กอดแน่นๆ นะเออ



เฟซบุ๊คสำนักพิมพ์สมาร์ทบุ๊ค >>Click!!<<

แฟนเพจของมู่ mu_mu_jung >>Click!!<<

ทวิตเตอร์ของมู่ (ไม่ได้เล่น แต่แจ้งอัพนิยาย) >>Click!!<<

God blessed you

’m blessed you

I http://www0.dek-d.com/06pic/dot/heart.gif Readers

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 122 ครั้ง

275 ความคิดเห็น

  1. #2773 jinny (@janiss) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 กันยายน 2556 / 15:39
    หน้ามึนได้อีกนะค๊ะ คุณหนึ่ง  แม่พิมจะหนีรอดเหร้อ
    #2773
    0
  2. #2283 noojujaa (@noojujaa) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2556 / 20:18
    แผนร้ายจริงๆ 55+
    #2283
    0
  3. #2226 Rattikan K. Puy (@puyrattikan) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2556 / 14:08
    มู่ใจร้ายจริง
    #2226
    0
  4. #2215 pondzaa (@noopondzaa) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2556 / 11:46
    เศร้าเบาๆ
    #2215
    0
  5. #2207 เมริษญา (@rittaya999) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2556 / 10:01
    เศร้าอ่ะTT"
    #2207
    0
  6. #2121 Phairin Sukaeo (@phairin52) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2556 / 12:24
    แม่พิมบ้า T^T โอ้ย!! ทำไมเรื่องอีหนึ่งถึงได้เครียดจังอ่ะ
    #2121
    0
  7. #2106 โพล่าแบร์ (@ma2m) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2556 / 08:34
    อิเอก รีบมาเคลียร์เลย
    #2106
    0
  8. #2077 Phairin Sukaeo (@phairin52) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2556 / 21:04
    แม่พิมอย่าเข้าใจผิดเซ่ นั่นมันอีแรดเอกนะ
    #2077
    0
  9. #2045 Rainbow Rainny (@rainnymomo) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2556 / 19:03
    อ้าว ซวยแล้ว แม่พิมเข้าใจผิด ตายๆๆเรื่องเดิมยังไม่เคลียร์เรื่องใหม่มาแว้วๆๆๆ
    #2045
    0
  10. #2030 Yayee Koshinaka (@yayee62) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2556 / 13:22
    อ้ากแม่พิมเข้าใจผิดแว้ววว
    #2030
    0
  11. #2019 pondzaa (@noopondzaa) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2556 / 10:54
    สงสารแม่พิมเบาๆ
    #2019
    0
  12. #2006 โพล่าแบร์ (@ma2m) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2556 / 08:53
    หนึ่ง ค่ะ งานงอกแล้วค่ะ จะเดินออกจากห้องไปทำไมค่ะ
    #2006
    0
  13. #1442 pllaii (@pllaii) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2556 / 22:40
    แม่พิมพ์หาเรื่องเจ็บตัวอีกแล้วน๊าาาาาาาาา
    #1442
    0
  14. #1429 Qυεrı₫α ❀ (@hanker) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2556 / 16:38
    สู้ๆ นะคะ

    แค่น้ำตาไม่มีเม็ด
    แกผ้าเลยดีไหม
    ชักจูงให้มัลคอล์ม
    เป็นพวก
    น้ำเสียงหยาด
    เยิ่ม
    หวังว่าจะได้ยินเอส่งเสียง
    แต่หนึ่งบุ
    รุพยักหน้ารับ
    #1429
    0
  15. #1185 I'M_CraZy✖ (@bx_mad) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2556 / 13:04
    ถ้าตื่นมาแล้วเจอแบบนั้น ก็กรี๊ดก่อนเป็นอันดับแรกค่ะ แล้วก็โผเข้ากอด พร้อมกับบอกว่า อย่าทิ้งเค้านะคุณสามี ♥
    #1185
    0
  16. #1183 JungCash (@wichu-on) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2556 / 11:16
    ถ้าตื่นมาแล้วเจอ หนึ่ง ก่อนอื่นคงเลือดกำเดาไหลแล้วเป็นลมไปอีกรอบแน่ๆ หลังจากตั้งสติที่มีน้อยนิด(เพราะกำลังจะละลายไปกับหนุ่มหล่อลากตรงหน้า)ได้แล้ว ก็เริ่มสอบถามว่าเรื่องเป็นมาไง มีเรื่องอะไรที่เกิดขึ้นกับเรากันแน่ เล่นตัวพอเป็นพิธีนิดนึง แล้วก็ไหลตามน้ำไปเลย เอิ๊กกๆๆ 
    #1183
    0
  17. วันที่ 25 กรกฎาคม 2556 / 22:18
    นางเองหนีไปแล้ววววววววววววววววววววววววว!!!   =[]=
    #1149
    0
  18. #1146 ปิ๊งป่อง แช่!! (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2556 / 20:36
    เล่นเกมส์ค่าาา

    ถ้าเป็นแบบหนึ่งบุรุษแล้วใครจะปฎิเสธ.. >.,< จะรีบรับสมอ้างให้ว่องเล้ยยย

    แล้วคราวนี้จะเป็นสามีกำมะลอที่สบัดฉันไม่หลุด -.,-

    แค่คิดยังหื่นขนาดนี้ อ๊ากกก อยากเจอกับตัววว ฟินนนนนน
    #1146
    0
  19. #1070 nong_near (@nongnear) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2556 / 20:55
    เล่นเกมส์ค่าาา

    ถ้ามีคนบอกอย่างนั้นจริง อย่างแรกพิจารณาเล้ย หล่อ รวย ตรงสเปกก็งาบเลย อุว่ะฮ่ะฮา//อีนี่สติไม่ดี แต่ถ้าไม้ได้แบบแรกก็รอผลการพิจารณาต่อแล้วกัน ถ้ารับไม่ได้ก็…… เขี่ยทิ้งเล้ย!!!!!>< 
    #1070
    0
  20. #1066 78969769 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2556 / 16:28
    รออัพนะค้าๆๆๆๆๆ แบบชอบมากกกกกกกกกกกกก
    #1066
    0
  21. #1047 จิ๋วล้างแค้น (@jiwhrew) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2556 / 21:29
    ตลกอ่ะ พลิกหน้ากระดาษก็เจอกันเลย เออจริง
    #1047
    0
  22. #1044 e-lar (@ployzili) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2556 / 20:27
    ถ้ามีมาถามอย่างนั้นจริงๆ ก่อนอื่นต้องถามก่อนว่าชื่ออะไร?
    (เพราะเราจำไม่ได้นี่หว่า) ที่บอกว่าเป็นสามีเป็นความจริงใช่ไหม?
    ถ้าเค้าบอกว่าจริง
    เราก็คงจะพูดแบบนี้ "ถ้าเป็นสามีภรรยากัน แสดงว่าเราต้องรักกันมาก ไหนๆก็ไหนๆ คุณคงไม่เสียใจหรือคิดว่าเสียเวลาใช่มั้ย ถ้าฉันจะขอให้คุณ ช่วยจีบฉันและทำให้ฉันรักคุณอีกครั้ง" แล้วทำหน้าเขินอายนิดๆ(พูดขนาดนี้ยังจะอาย?)

    ปล. ฮ่าๆ เจ้มู่ ขอฮื้อปิ๊งกับคำตอบของน้องเน้อ เลือกเค้า เลือกเค้า(สะกดจิตซะเลย)
    #1044
    0
  23. #985 โมบิจัง (@mobiky) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2556 / 23:16
    555 แม่พิมพ์หนีไปไกลๆเลยนะ
    #985
    0
  24. #983 ThaniisZy (@thaniiszy) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2556 / 19:31
    หนึ่ง นายไม่เนียรเรยค่อยๆตะล่อมเหมือนป๋ามาซี่สิ แบบนี้ไก่ตื่นหนีไปเรยเหงไหม ฮาๆ
    #983
    0
  25. #982 wasuma (@vmapire55) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2556 / 18:18
    เล่นเกมส์ค่ะ >>> ถ้าตื่นขึ้นมาแล้วจำอะไรไม่ได้  แล้วก็มีผู้ชายหล่อลากมาบอกว่าเป็นสามี >>> ก็ต้องถามผู้ชายคนนั้นซ้ำๆหลายๆครั้งค่ะว่า  จริงเหรอ จริงเหรอ จริงเหรอ ๆๆๆๆๆๆๆๆ  จริงป่ะเนี่ย ฝันไปหรือเปล่า  ท่าทางแบบอึ้งๆ ไม่เชื่อว่าเขาเป็นสามีค่ะ แล้วก็หนีไปเลยค่ะ 55555555+ 
    #982
    0