ตอนที่ 3 : Gentleman Satan ♛ 02 Tell Me I'm Wrong

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 23367
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 176 ครั้ง
    9 ก.ค. 56

http://25.media.tumblr.com/f118db521b77c1cef54190b6391d6484/tumblr_mp619tKKZM1qbetfwo1_500.gif

Gentleman Satan 02

Tell Me I’m Wrong

 

          ท่าทางของเขาบอกว่าเธอเป็นเพียงคนแปลกหน้า พิมาลัยสับสนงุนงงไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับหนึ่งบุรุษแต่ก็ยอมถอยออกมาก้าวหนึ่งแต่โดยดี เธอจ้องหน้าคมคายของชายหนุ่มชั่วครู่จากนั้นก็ขยับตัวถอยห่างออกมาอย่างรวดเร็ว ทั้งตกใจและหวาดกลัวกับท่าทางแข็งกร้าวของเขาที่เจอด้วยตัวเอง

            “หรือเขาจะจำเรื่องทั้งหมดได้แล้ว” ถามตัวเองแบบนั้น แล้วก็เข้าใจว่าเหตุใดท่าทางของหนึ่งบุรุษถึงได้เย็นชานัก ก็ในเมื่อเธอกล้าหลอกเขาขนาดนั้นแล้วเขาจะไม่โกรธได้อย่างไรกัน

            พิมาลัยทั้งกังวลกลุ้มใจและหวาดกลัวอยู่ลึกๆ ถึงจะไม่รู้ว่า หนึ่งบุรุษ มิคาเอล ไมนอฟ นั้นเป็นใคร แต่ด้วยหน้าตาและข้อมูลที่เห็นผ่านตาจากบัตรเครดิตในกระเป๋าสตางค์ของเขาทำให้มั่นใจว่าเขาไม่ใช่คนธรรมดาอย่างแน่นอน เดาไม่ออกว่าเหตุการณ์ต่อจากนี้จะเป็นอย่างไรบ้าง

            หญิงสาวครุ่นคิดด้วยความเครียดก่อนจะซื้อกับข้าวเล็กๆ น้อยๆ ก่อนจะกลับเข้าบ้าน หนึ่งบุรุษคงเกลียดจนไม่อยากจะมองหน้าเธอแล้วเป็นแน่ ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกผิดและเสียใจนัก

            แม้จะเพิ่งได้เจอหน้ากัน ได้พบกันแค่ไม่นานแต่พิมาลัยก็ยึดถือเขาเป็นที่พึ่งพิงหนึ่งเดียวที่ตัวเองมีอยู่ เห็นนิสัยด้านมืดอันโหดร้ายของเขาแล้วก็พบว่าเส้นทางของเธอและหนึ่งบุรุษนั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง และราวกับมีใครบางคนช่วยเน้นย้ำเตือนเมื่อสายฝนเริ่มโปรยปรายลงมา

            หญิงสาวใช้หลังมือเช็ดเม็ดฝนที่เกาะตามใบหน้าของตัวเองออกไป จากนั้นก็เดินเข้าบ้านด้วยความรู้สึกโหวงหวิว นึกอยากขอโทษและชดใช้ที่ขายนาฬิกาของเขาทิ้งไปเพื่อเอาเงินมาใช้หนี้ แต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ในเมื่อตัวเองก็แทบจะไม่มีเงินเก็บและไม่รู้ว่าหนึ่งบุรุษจะไปแล้วหรือเปล่า หลังจากที่มาติดแหง็กกับเธอที่นี่ซะนาน

            “เศร้าอะไรนะเรา” ถามตัวเองอย่างสงสัย ทั้งๆ ที่คิดว่าชินกับความเหนื่อยความเดียวดายแล้วแท้ๆ แต่เมื่อรู้ว่าเขาจะจากไปหัวใจก็เจ็บขึ้นมาเสียอย่างนั้น

            “เฮ้อ

            คนตัวเล็กระบายลมหายใจออกมาอย่างแผ่วเบา แล้วก็เดินเข้าบ้านเงียบๆ มองเห็นตัวเองในกระจกแล้วก็สมเพชนัก ใบหน้าหวานซึ้งบัดนี้บวมตึงเพราะถูกตบเอาหลายที มีทั้งรอยฟกช้ำดำเขียวครบ

          “ถ้ามองดีๆ นึกว่าถูกฉุดไปที่ไหนมาสักที่นะเนี่ย” เสียงหวานพึมพำอย่างอ่อนแรง จากนั้นก็ล้มตัวลงนอน แม้จะหิวแต่ก็ไม่อยากอ้าปากทานอะไรทั้งนั้น

            ดวงตากลมโตของพิมาลัยกลอกมองไปทั่ว จู่ๆ ก็เห็นว่าบ้านหลังเล็กของเธอนั้นดูกว้างใหญ่ขึ้นมาซะเฉยๆ ทั้งที่ก็อยู่แบบนี้มานานแล้วแท้ๆ ไม่รู้ว่าเผลอเหม่อมองอะไรนานไปหรือเปล่า รู้สึกตัวอีกครั้งก็ตอนที่สะดุ้งตื่นไม่รู้เลยว่าหลับไปตอนไหน หญิงสาวงัวเงียลุกขึ้นจากนั้นก็เห็นร่างสูงของหนึ่งบุรุษเดินเข้ามาในบ้านพร้อมกับรอยยิ้มแสนเจ้าเล่ห์ที่เห็นจนชินตาแล้ว

            “แม่พิมยังไม่ได้กินอะไรใช่ไหม เดี๋ยวเค้าจะทำกับข้าวให้กินนะ” เสียงทุ้มหนักพูดอย่างเอาใจ ด้านคนฟังกำลังจับต้นชนปลายเข้าใจเรื่อง ลุกขึ้นจากที่นอนด้วยความฉุนเฉียวตรงเข้าหาร่างสูงอย่างเอาเรื่อง

            “เฮ้!” หนึ่งบุรุษอุทานเมื่อเห็นท่าทางน่ากลัวของคนตัวเล็ก

            ยังไม่ทันได้ตั้งตัวก็ถูกสองมือสองเท้าระดมทุบตีเตะต่อย ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับคนตัวเล็กที่จู่ๆ ก็ลุกขึ้นมาอาละวาดซะอย่างนั้น

            “แม่พิม!

            “คนเลว! คุณผลักฉันล้ม คุณบอกว่าเราไม่รู้จักกันไง แล้วกลับมาทำไม!” พิมาลัยหวีดร้องใส่ชายหนุ่มทำให้หนึ่งบุรุษขมวดคิ้วยกมือป้องใบหน้าเอาไว้เพราะคนตัวเล็กยังไม่เลิกทำร้ายร่างกาย

          “เดี๋ยว! พูดอะไรเค้าไม่เข้าใจ” ชายหนุ่มรวบมือหญิงสาวไว้ได้ในที่สุด เมื่อเธอกำลังหอบฮั่กท่าทางเจ็บปวด หากปล่อยให้เธออาละวาดต่อไปอาจจะทำให้เธอบาดเจ็บมากกว่าเดิม เพราะแผลเดิมที่มีอยู่นั้นก็ยังไม่หายดี

            “ยังมาตีหน้าซื่ออีกเหรอ เราเจอกันที่ท้ายตลาดไง ฉันเข้าไปหาแต่ถูกคุณผลักจนล้มยังไงล่ะ! ก็ไม่รู้จักกันไม่ใช่เหรอ แล้วเข้ามาในบ้านฉันทำไม!” พิมาลัยตะเบ็งเสียงอย่างเดือดดาลทำให้หนึ่งบุรุษถอนหายใจ พอจะเดาเรื่องออกได้รางๆ

            ผู้ชายที่เธอเจอก่อนหน้านี้คงเป็นมหาบุรุษน้องชายคนเล็กในจำนวนแฝดสามที่ตามมาเมืองไทยแล้ว มหาบุรุษนั้นเป็นพวกเอาแต่ใจ มั่นใจตัวเองสูง แล้วก็เย่อหยิ่งร้ายกาจมากกว่าใคร พิมาลัยคงไปเจอน้องชายเข้า และถูกความร้ายกาจของคุณชายเล็กไมนอฟเล่นงานกลับมาเข้าให้

            “แม่พิมจำคนผิดหรือเปล่า?” หนึ่งบุรุษว่ายึดข้อมือเล็กและจับเอาไว้แน่น โดยที่พิมาลัยไม่อาจตบตีเขาได้อีก กำลังจะยกเท้าเตะร่างสูงแต่ก็ต้องร้องวี้ด เมื่อชายหนุ่มดันร่างให้ล้มลงกับที่นอนและมีร่างสูงของเขาล้มตัวทาบทับตามไปด้วย

            “คนเลว ออกไปจากบ้านของฉันเลยนะ ออกไป!” เธอโกรธจนน้ำตาไหล ไม่เคยเจ็บแบบนี้มาก่อนโดยที่ตัวเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไม

            หนึ่งบุรุษเก็บเสียงร้องทั้งหมดของหญิงสาวด้วยจูบเพียงจูบเดียวที่ทำให้พิมาลัยหยุดได้อย่างชะงักงันมือน้อยที่ค่อยผลักไสทุบตีเปลี่ยนเป็นกอดเกี่ยวต้นคอแกร่งเอาไว้ พร้อมกับหยัดกายให้เขาได้สัมผัสได้มากขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ได้ เมื่อชายหนุ่มไล้มือคลึงเคล้าความนุ่มหยุ่นจากทรงอกอิ่มคนตัวเล็กก็ลืมตาโพลงขึ้นมาด้วยความตกใจ รีบผลักอกกว้างออกห่างเป็นพัลวัน

            แต่หนึ่งบุรุษยังหลงในความหวานหอมที่ได้จากคนตัวเล็กเอาแต่คลอเคลียไม่ห่าง จนหญิงสาวต้องก้มหน้าซุกเข้าซอกคอแกร่งกอดร่างแกร่งไว้แน่นเพราะคิดว่ากอดเขาให้แน่นเข้าไว้ดีกว่าจะปล่อยให้เขาซุกไซ้ได้ตามอำเภอใจ

            “เมื่อวานล้มหัวฟาดพื้นจนเบลอเหรอแม่พิม ถึงได้มาอาละวาดใส่แบบนี้น่ะ” มือใหญ่อบอุ่นประคองศีรษะเล็กเอาไว้จากนั้นก็แอบจูบพร้อมกับหัวเราะเมื่อเห็นคนเก่งเมื่อครู่กลายเป็นแม่แมวน้อยตัวหนึ่งเท่านั้น

            “อย่ามาพูดเลยนะ คุณทำแบบนั้นกับฉันได้ไง คุณผลักฉันล้ม!” พิมาลัยยังน้อยใจไม่หาย น้ำตาเอ่อคลอด้วยความเสียใจและทำให้หนึ่งบุรุษหรี่ตามองดูคนตัวเล็กด้วยความสงสัย พลางขยับตัวลุกขึ้นนั่งจากนั้นก็รวบร่างบางนั่งทับบนตักกว้างไม่สนใจอาการดิ้นรนทุบตีของเธอ แล้วก็เห็นว่าเข่ามนของเธอมีรอยแดงถลอกเล็กน้อย เรียกนัยน์ตาสีน้ำเงินก็เข้มขึ้นทีละน้อย

            “ท่าทางจะเพี้ยนไปแล้วเมียฉัน ไปอาบน้ำซะแม่พิม แล้วก็มาทานอะไรรองท้องสักหน่อย แก้มยังไม่หายบวมเลยยังไงก็ต้องกินยาอักเสบไว้หน่อย”

            พิมาลัยสัมผัสได้ถึงความแตกต่างระหว่างดำเกิงคนที่กอดเธออยู่ในตอนนี้ กับชายหนุ่มอีกคนที่ดูดุดันน่ากลัวที่เจอหลังตลาด อดสงสัยไม่ได้ว่าตัวเองตาลายทักคนผิดไปแล้วหรืออย่างไร เมื่อหนึ่งบุรุษยืนยันว่าไม่ใช่เขาแล้วทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นก็เลยไม่รู้ว่าจะเรียกร้องความยุติธรรมหรือคำขอโทษจากเขาอย่างไร สุดท้ายก็สะบัดตัวอย่างฮึดฮัดก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไป

            หนึ่งบุรุษมองตามแผ่นหลังบอบบางของคนตัวเล็กแล้วก็โคลงศีรษะไปด้วย จากนั้นก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาต่อสายหาใครบางคนทันที

            “มหา ฉันมีเรื่องต้องคุยกับนาย ไอ้น้องชาย

 

            พิมาลัยที่กำลังแปรงผมเตรียมจะเข้านอนมีอันต้องปล่อยให้แปรงหวีผมในมือร่วงลงไปตกกับพื้น เมื่อเห็นหนึ่งบุรุษทอดตัวนอนบนที่นอนด้วยท่าทางมุ่งมั่นเอาจริงเอาจัง แต่อะไรไม่ร้ายเท่าคำพูดของเขาที่บอกก่อนหน้านี้ เพราะตกใจกับสิ่งที่ได้ยิน

            “ฮะ? ว่าไงนะ” เธอถามเหมือนอยากให้แน่ใจ

            หนึ่งบุรุษเองก็เลิกคิ้วสูงตบมือลงที่นอนข้างตัวจากนั้นก็ส่งยิ้มหวานๆ ให้สาวเจ้าไป

            “ถอดเสื้อออกได้เลยแม่พิม แล้วมาหาเค้าเร็วๆ

            “บ้าเหรอ!?” เสียงหวานแย้งเสียงสูง หน้าหวานแดงจัดเมื่อเห็นสายตาเป็นประกายของเขา

            “ก็เราเป็นผัวเมียกันอ่ะ อยากนอนกับเมียมันผิดตรงไหน” ชายหนุ่มพูดหน้าตายแถมยังผิวปากเป่าเป็นเพลงอย่างอารมณ์ดีอีกด้วย

            “มะ ไม่ คือ เอ่อ” พิมาลัยยังไม่ทันได้เตรียมตัวเตรียมคำถามที่จะบอกเขาเรื่องนี้ แววตาที่เจิดจ้าบ่งบอกว่าต้องการอะไรบางอย่างจากเธอนั้นทำให้คนตัวเล็กสั่นน้อยๆ หน้ามืดเหมือนจะเป็นลมให้ได้

            “เค้าต้องรักษาศีลบำเพ็ญเพียรภาวนา” หญิงสาวก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมตัวเองถึงได้พูดแบบนี้ออกไป แต่ในสถานการณ์ที่น่ากลัวนี้ยังไงก็ต้องหาทางเลี่ยงเอาไว้ก่อน

            “รักษาไปเพื่อ?” หนึ่งบุรุษอยากจะหัวเราะกับคำแก้ตัวของสาวเจ้า แต่นาทีนี้อยากได้กอดเธอมากกว่า

            ถึงจะเพิ่งเจอหน้ากันไม่เท่าไหร่ แต่ความปรารถนาที่ท่วมท้นและไม่สามารถห้ามมันได้นี้ บอกว่าอยากจะได้กอดเธอไว้ในวงแขน อยากได้กอดอยากได้จูบจากเธอมากกว่าอะไรทั้งนั้น

            แม้ว่าอนาคตที่ไม่รู้ว่ามันจะเป็นยังไงและยังมาไม่ถึง แต่ก็อยากเป็นเจ้าของร่างงดงามและผู้หญิงที่งดงามเหมือนนางฟ้าตัวน้อยๆ หากทำให้เธอแปดเปื้อนได้ด้วยตัวเอง หนึ่งบุรุษอยากจะรู้ว่ามันจะสวยงามอย่างที่คิดไว้ไหม เมื่อนางฟ้าสีขาวบริสุทธิ์จะถูกแต้มด้วยสีสันที่ดูแปลกตาไป

            “ฉันอยากเห็นกินรีกับพญานาคเพราะอย่างนั้นฉันเลยต้องรักษาศีล ถือพรหมจรรย์”

            หนึ่งบุรุษอยากจะหัวเราะกับคำอ้างของเธอ อยากรู้นักว่าสมองน้อยๆ ของพิมาลัยกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่

            “ถ้าไม่ถือพรหมจรรย์ฉันจะมองไม่เห็นจริงๆ นะ” เสียงของพิมาลัยติดจะสั่นเล็กน้อย เห็นแววตาวิบวับของเขาแล้วก็ไม่กล้าขยับตัว นัยน์ตาสีน้ำเงินเหมือนพูดบอกความคิดทุกอย่างได้อย่างชัดเจน เขากำลังเรียกให้เธอเข้าไปหา และอาจถูกจูบเหมือนเมื่อเย็นอีก

          “แม่พิม ดึกแล้ว มานอนได้แล้ว” มือหนาตบฟูกนอนไม่เลิก แต่พิมาลัยก็ยึดมือลงกับโต๊ะเครื่องแป้งไว้แน่นส่ายหน้าหวือ

            “เราเป็นสัตว์ที่ประเสริฐแล้วนะ รู้จักความผิดบาปความละอายและความยับยั้งชั่งใจ อย่าคิดถึงแต่เรื่องแบบนั้นสิ ไม่งั้นคุณจะไม่มีความเป็นคนเหลืออยู่เลยนะ”

            พิมาลัยกลัวแสนกลัว กลัวว่าเขาจะปลุกปล้ำรังแกพูดเสียงสั่น หนึ่งบุรุษได้ยินแล้วก็ไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้กับคำพูดของเธอดี ใช้สายตาจ้องมองจนกระทั่งหญิงสาวกลัวจนต้องเดินเข้ามาหาด้วยตัวเอง

            “เรียกดีๆ ไม่ชอบ ชอบให้จิกนะแม่พิม

            “คือเราเราไม่ได้เป็นอะไรกัน ฉันโกหกคุณน่ะ” สุดท้ายพิมาลัยก็ตัดสินใจพูดความจริงออกไปก่อนที่ทุกอย่างจะเลวร้ายมากไปกว่านี้

            หนึ่งบุรุษแสร้งทำเป็นไม่ได้ยิน อยากจะรู้เหมือนกันว่าเธอจะพูดอะไรต่อ

            “ฉันเป็นหนี้เจ๊แดงน่ะสามแสน แล้วฉันก็เจอคุณสลบความจำเสื่อมอยู่หน้าบ้าน ฉันไม่รู้จะทำยังไง เลยแอบเอานาฬิกาของคุณไปขายแล้วบอกว่าคุณคือสามีของฉัน” เธอพูดอย่างตัดสินใจได้ในที่สุด

            เพราะยังไงซะ วันหนึ่งความทรงจำของเขาก็ต้องกลับมา และเมื่อนั้นเรื่องมันอาจจะเลวร้ายมากไปกว่านี้ สู้บอกความจริงไปตอนนี้เสียดีกว่า เพราะส่วนหนึ่งเขาช่วยใช้หนี้หมดแล้ว ไม่อยากจะโกหกหลอกลวงเขาไปมากกว่านี้อีก

            “ท่าทางแม่พิมจะล้มจนหัวกระแทกจนกระทบกระเทือนจริงๆ ซะแล้ว” หนึ่งบุรุษพูดเสียงเข้ม รั้งร่างบางเข้ามากอด เห็นความอ่อนแอหวั่นไหวในสายตานั้นแล้วก็อดสงสารไม่ได้

            “เอาล่ะ รอให้พ้นวันพระนี้ไปก่อนก็แล้วกัน

            พิมาลัยกำลังจะอ้าปากร้องบอกเขาอีกประโยค  แต่สีหน้าของหนึ่งบุรุษบอกชัดว่าไม่อยากได้ยินที่เธอจะพูดอีก ดังนั้นคนตัวเล็กเลยจำต้องเงียบเสียงไปโดยปริยาย

            “ขอร้องล่ะ อย่ากอดได้ไหม คือ ฉันอึดอัด รู้สึกไม่สบายใจด้วย

            เป็นครั้งแรกที่หนึ่งบุรุษได้ยินคนปฏิเสธตัวเอง รู้สึกเสียหน้าเล็กน้อยและไม่คิดฝืนใจเธอ พลิกตัวตะแคงหันหน้าหนีไปอีกทางด้วยความรู้สึกโกรธกรุ่นขุ่นเคืองไม่น้อย

            หญิงสาวเองก็รู้สึกลำบากใจมากเช่นเดียวกัน เธอถอนหายใจแล้วก็ค่อยๆ ล้มตัวลงนอน ระหว่างนี้ก็ใช้สายตาจับจ้องร่างสูงที่สังเกตได้ชัดว่าเขากำลังโกรธหนัก

             พิมาลัยหลับตาลงในความมืด ตั้งใจว่าพรุ่งนี้จะเล่าเรื่องทุกอย่างให้เขาฟังไม่ปิดบัง และจะขอโทษกับเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นด้วย

            “ฉันผิดเอง ที่เกิดมาไม่เอาไหนเหมือนใครๆ” พึมพำเสียงแผ่วบอกตัวเองจากนั้นก็บังคับให้ตัวเองหลับก่อนที่จิตใจจะฟุ้งซ่านมากไปกว่านี้

            หนึ่งบุรุษเองก็ได้ยินที่เธอพูดเสียงงึมงำเช่นเดียวกัน กำลังจะหันไปถามว่าเธอพูดอะไรแต่พิมาลัยก็เงียบไป ดังนั้นจึงถอนหายใจแล้วก็หลับตาลงบ้าง แปลกใจตัวเองที่โกรธเธอที่เธอพูดความจริง หรือที่จริงอาจจะโมโหที่ถูกปฏิเสธเป็นครั้งแรก ซ้ำเธอยังเป็นผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ซึ่งที่ผ่านมาเธอก็เอาแต่คอยพึ่งพาเขา เมื่อเรื่องหนี้สินหมดสิ้นไปและรู้สึกว่าคนตัวเล็กกำลังไล่เขาออกจากชีวิตก็ไม่พอใจขึ้นมา

            อย่าคิดว่าได้ประโยชน์จากฉันแล้วจะเขี่ยทิ้งง่ายๆ นะแม่พิม ฉันไม่ยอมแน่! ชายหนุ่มคิดในใจอย่างขุ่นเคือง ปิดเปลือกตาลงด้วยความรู้สึกไม่พอใจอยู่ลึกๆ

 

            เพราะยังอ่อนเพลียอยู่ดังนั้นเช้าอีกวันพิมาลัยเลยตื่นสาย เมื่อลืมตาตื่นก็ไม่เจอหนึ่งบุรุษแล้ว จากที่ตั้งใจจะอธิบายเรื่องทั้งหมดให้เขาฟังและคืนกระเป๋าสตางค์และโทรศัพท์ให้เขา ก็กลายเป็นว่าหญิงสาวต้องออกไปข้างนอกที่ไซด์งานก่อสร้างเพื่อไปตามหาเขา

            แต่ก่อนที่จะเดินไปถึงไซด์งาน พิมาลัยก็ได้เจอกับหนึ่งบุรุษที่ยืนเคียงกับใครคนหนึ่งที่มีใบหน้าเหมือนกันราวกับพิมพ์เดียว ดวงตาหวานซึ้งเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยและแอบตัวกับมุมตึก ทั้งตกใจและคิดไม่ถึงว่าหนึ่งบุรุษจะมีฝาแฝด

            “มิน่าละ คนเมื่อวานถึงได้ผลักเราซะกระเด็น” หญิงสาวพึมพำกับตัวเอง ได้ยินทั้งสองหนุ่มคุยกันก็ใจเต้นแรงจนน่ากลัว

            “แล้วจะเอาไงล่ะ จะอยู่ในตลาดแบบนี้ไปถึงเมื่อไหร่กัน ถึงเอกมันจะช่วยทำงานแล้วก็เถอะ แต่มันมีประโยชน์อะไรที่ต้องมาหมกตัวอยู่ที่นี่ด้วยน่ะ!” เสียงทุ้มของผู้ชายคนนั้นพูดกับหนึ่งบุรุษอย่างไม่ค่อยพอใจนัก พิมาลัยฟังแล้วก็ขมวดคิ้ว และรู้สึกได้ถึงความไม่ชอบมาพากลบางอย่าง

            “ฉันต้องจัดการยัยผู้หญิงหัวดื้อคนนั้นก่อนไม่รู้หรือไงยัยนั่นกล้าปฏิเสธฉัน กล้าหลอกฉัน งานนี้ได้มีเรื่องแน่” หนึ่งบุรุษพูดเสียงเหี้ยม ด้านคนที่แอบฟังถึงกับหัวใจเย็นวูบ เข้าใจแล้วว่าตอนนี้เขารู้เรื่องทุกอย่างที่ได้หลอกเอาไว้ และดูท่าว่าเขาจะเป็นผู้มีอิทธิพลมืดที่น่ากลัวด้วย เพราะฝาแฝดทั้งสองคนรายรอบด้วยชายชุดดำท่าทางน่ากลัวดุดันหลายสิบคน

            คิดแล้วก็ตกใจกลัว ตั้งใจจะวิ่งหนีแต่ก็ใจสลายเมื่อได้ยินประโยคต่อมา

          “ฉันจะทำให้ยัยนั่นหลงรักให้ได้ พอเสร็จแล้วก็ทิ้งซะ จะได้ไม่คิดทำอะไรแบบนี้อีก คอยดูสิ

            พิมาลัยไม่ทันได้คิดว่าตัวเองจะเจ็บปวดจะเสียใจได้มากถึงขนาดนี้ เพียงแค่ได้ยินคำพูดเย็นชาและไร้ความปรานีของเขา หัวใจร้าวลึก ปวดแปลบ ไม่เข้าใจว่าทำไมตนเองถึงได้กลัวและอยากได้หนึ่งบุรุษ ไม่สิ ต้องเรียกว่า ดำเกิงคนเดิมกลับมามากกว่า

            “ยัยนั่นเรียกฉันว่าไงรู้ไหม ดำเกิง ให้ตายเถอะ ตั้งชื่อผัวดีๆ หน่อยก็ไม่ได้” เสียงหนักของหนึ่งบุรุษตะคอกอย่างไม่พอใจ พาให้ใครอีกคนที่มีใบหน้าเหมือนกันราวกับพิมพ์เดียวหลุดหัวเราะออกมา

            “ดำเกิง เหมือนชื่อหมาเลย”

            “ชื่อแกก็เหมือนกันนั่นแหละ ไอ้มหา! หมาชัดๆ” หนึ่งบุรุษตะคอกใส่คนเป็นน้องอย่างหัวเสีย

            ทั้งโกรธพิมาลัยทั้งโกรธน้องชายที่ทำหน้ายิ้มๆ แบบนี้ก็อึดอัดจวนจะระเบิด

            “อ้าวพี่ชายพูดแบบนี้ก็ไม่สวยน่ะสิ” มหาบุรุษว่า เห็นสีหน้าเดือดดาลใจของพี่ชายแล้วก็อดขำไม่ได้ นี่เป็นครั้งแรกเลยที่ได้เห็นหนึ่งบุรุษโมโหมากขนาดนี้

            “แกอย่ามาพูดมากมหา ฉันยังไม่กลับ เรื่องบริษัทน่ะให้เอกมันจัดการไปก่อน รอให้ฉันจัดการยัยตัวดีที่บอกว่าจะรักษาศีลกินเจเพื่อมองนางกินรีบ้าบอคอแตกอะไรนั่นก่อนเถอะ แล้วฉันจะกลับไปทำงาน!

            เสียงพูดห้าวเหี้ยมของหนึ่งบุรุษทำให้คนที่แอบฟังอยู่อย่างพิมาลัยถึงกับสั่นน้อยๆ เธอคิดได้ว่าตอนนี้ถึงเวลาที่ควรจะหนีได้แล้วหลังจากที่ยืนขาแข็งอยู่เป็นนาน ดังนั้นร่างบางจึงพยายามจะเดินหนี ตั้งใจจะปิดประตูบ้านไม่ต้อนรับเขาอีกแล้ว

            พอเดินออกไปได้ก้าวเดียวก็ได้ยินเสียงพูดคุยด้วยภาษาไม่คุ้นเคยดังขึ้น ร่างเล็กสั่นสยองกลัวว่าหนึ่งบุรุษจะรู้ว่าเธอมาแอบฟังเอาแบบนี้ รีบซอยเท้าวิ่งหนีไปคิดชีวิต พลันมีเสียงตะโกนไล่หลังมาก็ใจสั่นระรัว วิ่งอย่างลืมตายลืมว่าตัวเองได้แผลที่หัวเข่าไปซะสนิท

            พิมาลัยรู้สึกดีใจที่อย่างน้อยการวิ่งหนีนักทวงหนี้หน้าโหดของเจ๊แดงก็ช่วยให้ร่างกายแข็งแรงและวิ่งได้เร็ว แค่พริบตาเดียวร่างเล็กก็เกือบจะมาถึงบ้านเช่าหลังเล็กของตัวเองแล้ว แต่ยังไม่ทันที่จะผลักประตูเข้าไป ร่างสูงของซาตานก็ตามมาถึงตัวตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ได้ ถูกกระชากให้หันไปและตกใจซะจนพูดไม่ออก

            ใบหน้าของหนึ่งบุรุษเรียบตึง แต่นัยน์ตาฉายแววความโกรธเคืองไม่ปิดบัง

            “ได้ยินหมดแล้วใช่ไหม?” กระทั่งน้ำเสียงของเขาก็ยังเรียบนิ่ง หญิงสาวได้แต่กลืนน้ำลายอย่างฝืดคอ มองหน้าเขาแล้วก็พูดอะไรไม่ออก

            “งั้นก็ดี เราจะได้ไม่ต้องเสียเวลาพูดคุยกันให้มากความ คุณสิบแปดมงกุฎ”

            ใบหน้าหวานร้อนเห่อกับคำกล่าวหานั้น จริงอยู่ที่เธอหลอกลวงเขาแต่ก็ยอมบอกความจริงไปแล้ว หากแต่ว่าเขาไม่ยอมใส่ใจรับฟัง แถมยังวางแผนร้ายกาจเพื่อทำร้ายเธออีกต่างหาก

            “ฉันจะหาเงินมาใช้คุณเอง ได้โปรดเถอะ ฉันขอโทษกับเรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้น ฉันไม่รู้จะทำยังไง” พิมาลัยอ้อนวอน แต่ดูเหมือนว่าหนึ่งบุรุษจะไม่ได้ใส่ใจ

            “รับรองได้แม่พิม ฉันใจดีกว่ายัยเจ๊แดงของเธอแน่นอน” ชายหนุ่มกระตุกยิ้มเหี้ยมเกรียมที่มุมปาก พาให้หัวใจของหญิงสาวเต้นแรงอย่างน่ากลัว

            “ฉันจะใช้หนี้ทุกบาทให้คุณแน่ ถ้าคุณไม่ได้คิดดอกเบี้ยมหาโหดอย่างเจ๊แดงน่ะ!” พิมาลัยบอกเสียงสั่น

            นัยน์ตาสีแปลกของเขายามที่มองมาเหมือนมันเต้นระยิบ พาให้ร่างกายร้อนสลับหนาวราวเป็นไข้หวัดใหญ่

            “เชื่อใจได้แม่พิม ฉันไม่คิดดอกเบี้ยแบบนั้นหรอก” เสียงทุ้มบอกด้วยน้ำเสียงเรื่อยเอื่อยไม่จริงจัง แต่ฟังดูแล้วคุกคามจนใจสั่น เมื่อตอนที่เขาพันนิ้วเข้ากับเส้นผมของเธอเล่นอย่างหยอกเย้านั้นก็ทำให้อุณหภูมิร่างกายของพิมาลัยร้อนขึ้นจนน่าตกใจ

            “ฉันน่ะ โหดกว่านั้นเยอะ”

          หญิงสาวรู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก ซาตานตรงหน้าเหมือนแย่งชิงอากาศบริสุทธิ์ไปจนหมดสิ้น เธอแทบจะล้มทั้งยืนไม่อาจทรงตัวได้หากไม่มีวงแขนหนาหนักของเขาสอดเข้ามารวบเอวเล็กและกอดกระชับไม่ยอมให้หนีหายไปทางไหน

 

            พิมาลัยไม่อาจขัดขืนอะไรได้เลยตอนที่หนึ่งบุรุษพาตัวเธอออกมาจากบ้านหลังเล็กในตลาดสดที่เติบโตมาตลอดทั้งชีวิต เขาพาเธอขั้นเครื่องบินลำเล็กส่วนตัวและมุ่งหน้าตรงไปยังเกาะเล็กๆ ทางใต้ซึ่งแน่นอนว่าเธอไม่เคยมาก่อน เห็นคนติดตามหน้าโหดที่ยกขบวนกันมาคุ้มกันซาตานร้ายแล้วก็มั่นใจว่าเขาไม่ใช่คนธรรมดาอย่างแน่นอน

            “เราจะไปไหนกัน” หญิงสาวอดถามไม่ได้ตอนที่หนึ่งบุรุษพาเธอลงมาจากเครื่องบินเล็ก จากนั้นก็นั่งรถสปอร์ตหรูต่อในเกาะส่วนตัวขนาดเล็กแต่มีบ้านพักหลังใหญ่และสาธารณูปโภคครบครันทุกอย่าง กระทั่งถนนก็ลาดยางอย่างดี อดคิดไม่ได้ว่าต่อจากนี้เขาอาจจะทำรีสอร์ตอย่างหรูหกดาวเปิดให้บริการคนรวยได้มาพักผ่อน ซึ่งมันแตกต่างกับวิถีชีวิตคนจนอย่างเธอหน้ามือเป็นหลังมือ พลางถามสวรรค์ว่าเหตุใดโลกมนุษย์ถึงไม่มีความเท่าเทียมเลย

            “ไปพักผ่อน ฉันลางานพ่อมาประมาณเดือนหนึ่ง เราจะอยู่ที่นี่กันสักพัก” หนึ่งบุรุษตอบ สองตามองตรงไปข้างหน้าผ่านแว่นตากันแดดแพงระยับ ดวงตากลมโตมองเสี้ยวหน้างดงามของชายหนุ่มก่อนจะดึงสายตากลับมา

            เช่นเดียวกันหนึ่งบุรุษรู้ว่าเธอมองดูอยู่และดึงสายตากลับไปแล้ว ดังนั้นจึงลอบมองเธอผ่านแว่นตากันแดดบ้าง

            ยามนี้แม่พิมคนเก่งแทบไม่เหลือเค้าเดิม เธอดูเหมือนเด็กสาวที่อ่อนต่อโลกและหวาดกลัวไปซะทุกอย่างมากกว่า ใบหน้าที่ดูไม่แช่มชื่นของหญิงสาวทำให้เขารู้สึกไม่ค่อยสบายใจเล็กน้อย อดหวนคิดไปถึงชีวิตความเป็นอยู่ของคนตัวเล็กที่เห็นมาด้วยสองตาของตัวเองแล้วก็ถอนหายใจ

            ยังไม่ทันไรเลยไอ้หนึ่ง ใจอ่อนอีกแล้ว บ่นว่าตัวเองอยู่ในใจก่อนจะเปิดหลังคารถออกเพื่อรับลม

            พิมาลัยสะดุ้งจนตัวโยนเมื่อจู่ๆ ชายหนุ่มก็เปิดประทุนรถไม่บอกกล่าว เมื่อหลังคาเปิดออกลมก็พัดปะทะหน้าหวานอย่างจัง พาให้เส้นผมนุ่มสลวยของเธอสยายไปกับสายลม หนึ่งบุรุษมองเส้นผมสีน้ำตาลเข้มของเธอแล้วก็ซ่อนรอยยิ้มไว้อย่างแนบเนียน ดูเหมือนว่าแม่สาวขี้ขโมยจะตื่นกลัวไม่น้อย เธอชักขาขึ้นและกอดเข่าบนเบาะรถจ้องมองรอบตัวด้วยสายตาตื่นตระหนกเหมือนกวางน้อยหลงฝูง

            “นั่งดีๆ” หนึ่งบุรุษสั่งทำให้คนตัวเล็กนึกฉุนเฉียวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่

            “ทำไมฉันต้องเชื่อที่คุณพูดด้วยล่ะ” เสียงใสสะบัดเข้าใส่ตามอารมณ์

            เขาก็น่าจะเห็นแผลบนหน้าของเธอแล้ว และควรจะเข้าใจว่าการที่ขโมยของของเขาไปขายไม่ให้เพื่อเอาไปใช้จ่ายอย่างไร้คุณค่า เธอต้องใช้หนี้นอกระบบที่ไม่เคยมีความเป็นธรรมให้ใครเลย

            “หรือจะให้ฉันเป็นคนดึงขาเธอลงมาเอง รองเท้าเธอมันสกปรกทำเบาะรถฉันเป็นรอย!” หนึ่งบุรุษขึ้นเสียง ไม่เคยมีใครต่อล้อต่อเถียงด้วยมาก่อนเห็นแล้วก็อดหงุดหงิดไม่ได้

            “อ๋อ กลัวรถจะเป็นรอยเหรอ” หญิงสาวพูดเสียงยานคางเพื่อยั่วโมโหเขา จากนั้นก็ยกเท้าเตะคอนโซลรถหรูทันที

            “แม่พิม!!” ซาตานหนุ่มตะโกนลั่น ใจหายวูบเพรารถคันนี้เพิ่งใช้ได้ไม่เท่าไหร่กลับต้องมาเป็นรอยเท้าของหัวขโมยจอมดื้อเสียแล้ว

            “อุ๊ย! มันพลาดน่ะ ไม่ได้ตั้งใจเลยจริงๆ นะคะ” พิมาลัยแกล้งทำเป็นเสียอกเสียใจ แล้วก็ครางโอ๊ะๆ จนชายหนุ่มตกใจ

            “โอ๊ยๆ! ตะคริวกินขา โอ๊ย เจ็บๆๆ” พูดไปหญิงสาวก็เตะลมเตะแล้งไปด้วย กระแทกเท้าแรงๆ กับหน้ารถจนเครื่องเสียงรถยนต์เริ่มทำงาน

            “พิมาลัย!” หนึ่งบุรุษโกรธจนหน้าแดงเรียกชื่อสาวเจ้าเต็มยศเพื่อบอกว่าตอนนี้กำลังโมโหมากแค่ไหน

            “ฉันชอบเพลงนี้นะ” นอกจากจะไม่ฟังเสียงแล้ว พิมาลัยยังสะบัดรองเท้าออกจากนั้นก็ใช้เท้ากดปุ่มนั่นปุ่มนี้และโคลงศีรษะขยับตัวตามจังหวะเสียงเพลงเพื่อยั่วโมโหหนึ่งบุรุษอีกด้วย

            “ล้าลา เพลงนี้เพราะนะว่าไหมดำเกิง!

            “ฉันชื่อหนึ่งบุรุษ” เจ้าของชื่อบอกเสียงขุ่น กัดฟันแน่นอย่างแค้นเคืองแล้วก็เห็นปลายเท้าเล็กกดปุ่มเร่งเสียงในรถเพื่อกลบเสียงของตนเอง

            “ยัย

            “ชอบจัง รถหรูแบบนี้ ซื้อมาเท่าไหร่เหรอ”

            “ถึงบ้านพักฉันเมื่อไหร่ เธอตายแน่

            ทันทีที่รถจอดลงที่บ้านพักหลังเล็กหนึ่งบุรุษก็เดินลงจากรถและอ้อมไปยังที่นั่งฝั่งคนขับด้วยความโมโห เขาลากร่างเล็กลงมาอย่างไม่ปรานีปราสัย  และพิมาลัยก็ตอบโต้ได้อย่างร้ายกาจนัก เธอทั้งเตะทั้งถีบเมอร์เซเดส-เบนซ์รุ่นใหม่ล่าสุดจนหัวใจเจ้าของแทบสลาย

            “แม่พิม!” วงแขนแข็งแรงรวบเอวเล็กเอาไว้และลากเธอออกมาจากรถหรูได้ในที่สุด

            “นี่แน่ะ!” พิมาลัยแถมท้ายด้วยการถีบสุดแรงอีกทีที่ตัวรถเรียกเสียงร้องโหยหวนของหนึ่งบุรุษดังลั่น

            “ยัยตัวแสบ คอยดูเถอะ!

            “เอาเล้ย เอาเลยคุณหนึ่งบุรุษ ถ้าคุณคิดจะรังแกผู้หญิงตัวเล็กๆ ล่ะก็เอาเลย ทีนี้ลูกน้องของคุณจะได้เห็นว่าคุณน่ะมันหน้ารังแกผู้หญิง อ๊ะๆ จะจูบเหรอ ไอ้คนหื่นบ้ากามเอะอะก็ตบจูบๆ คิดว่าตัวเองหล่อเหมือนพระเอกหนังหรือยังไงกัน!” เสียงหวานติดจะสั่นเล็กน้อยเมื่อเห็นใบหน้าหล่อเหลาคมคายทำท่าจะโน้มลงมาจูบสั่งสอน เห็นเขาชะงักไปก็ใจเต้นรัว ไม่อยากจะเชื่อว่าตัวเองจะกลายมาเป็นนางเอกหลังข่าวให้พระเอกโรคจิตลวนลามโลมเลียเช่นนี้

            หนึ่งบุรุษเองก็ชะงัก อยากจะฟาดแม่คนดีให้หนำใจแต่ก็ยั้งตัวเองเอาไว้ทัน เกิดมาเพิ่งจะเคยโมโหจนอยากดึงหล่อนมาข่มขืนให้สาแก่ใจ แต่หากทำแบบนั้นตัวเองก็จะกลายเป็นคนเลวเสียเอง มองแม่สาวจอมพยศที่เชิดหน้าท้าทายก่อนจะลากแขนเธอเข้ามาในตัวบ้าน พร้อมกับตะโกนเรียกคนสนิทสั่งความเป็นภาษารัสเซียเสียงดังชัดเจน

            [เชิญลูกค้าของเรามาพักผ่อนที่นี่ แล้วก็เตรียมชุดเมดไว้ให้ยัยตัวแสบนี่ด้วย 34-24-36!]

          การ์ดพากันทำตาโต เพราะไม่อยากเชื่อว่าผู้หญิงตัวบางๆ คนหนึ่งจะมีสัดส่วนล้นหลามมากกว่าที่ตาเห็นได้ถึงเพียงนี้

            [ยืนเซ่ออยู่ทำไม รีบไปหามาเดี๋ยวนี้เลย!! แล้วก็จัดเครื่องบินรับแขกมาคืนนี้ ทุกอย่างต้องให้พร้อมกับหกโมงเย็น] สิ้นเสียงประกาศอย่างเอาแต่ใจของซาตาน ทำให้ลูกน้องตกตะลึงวิ่งวุ่นเป็นพัลวัน สิ่งใดที่หนึ่งบุรุษเอ่ยปากพูดออกมาแล้วทุกคนต้องน้อมรับคำบัญชาไม่ว่าสิ่งนั้นจะหายากมากแค่ไหนก็ตาม

 

            พิมาลัยมีความรู้สึกอยากจะฆ่าคนเป็นครั้งแรกหลังจากที่ถูกจับขังในห้องนอนกว้างด้วยฝีมือของซาตานร้าย เดินก็แล้ว หาทางหนีก็แล้ว หลับก็แล้ว สุดท้ายหนึ่งบุรุษก็ปรากฏตัวพร้อมกับชุดเมดแสนน่ารักแต่น่าเกลียดจับใจในความรู้สึกของตัวเอง

            “เปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วก็รีบลงมาด้วย แม่พิม” ใจจริงอยากเรียกเธอว่าแม่มดมากกว่า แต่เห็นสายตาวาวเรืองไม่ยอมแพ้นั่นแล้วหนึ่งบุรุษก็เลือกที่จะเรียกเธอด้วยชื่อแม่พิมเหมือนเดิม

            เห็นดวงตาใสแจ๋วของพิมาลัยมองดูชุดที่ตนเองต้องสวมวางพาดที่ปลายเตียงจากนั้นก็เบ้หน้า ท่าทางของสาวเจ้าชวนให้อยากฟัดเข้าใส่แรงๆ ซะจริง

            “ถึงตายฉันก็ไม่ยอมใส่แน่ๆ”

            “ถ้างั้นฉันเปลี่ยนให้ โอเคไหมล่ะ?” หนึ่งบุรุษยิ้มหวานแบบที่คนมองเห็นแล้วใจคอไม่ดี

            เมื่อไม่มีทางเลือกพิมาลัยก็คว้าชุดมากอดไว้แนบอก มองหน้านายพรานด้วยสายตากวางน้อยระวังภัย ซึ่งคนมองรู้สึกพอใจที่อย่างน้อยเธอก็ยอมแพ้ซะที

            “อีกสิบห้านาทีฉันต้องเจอเธอข้างล่าง ถ้าไม่ฉันจะขึ้นมาอยู่บนนี้กับเธอไม่ลงไปไหน แบบนั้นน่าสนุกใช่ไหมแม่พิม” ชายหนุ่มพูดพลางยกยิ้มเจ้าเล่ห์ มองร่างบางอึดใจหนึ่งก่อนที่จะหมุนตัวเดินออกไปจากห้องนอนเงียบๆ

            หญิงสาวถอดรองเท้าสลิปเปอร์และเขวี้ยงตามแผ่นหลังแข็งแกร่งนั่นไป แต่ชายหนุ่มเดินออกไปแล้วจึงไม่โดนตัวของเขา ทิ้งให้คนตัวเล็กหายจุนแรงจนร่างกายหอบโยน ดึงชุดที่กอดกับอกขึ้นมาดูอีกครั้งก่อนจะครางอย่างสิ้นหวัง

            “บ้าที่สุด!

            เพราะไม่มีทางเลี่ยงดังนั้นพิมาลัยจำต้องสวมชุดสาวใช้ที่ดูกระจุ๋มกระจิ๋มลงไปถึงชั้นล่างจนได้ เมื่อได้เห็นบรรยากาศโดยรอบร่างเล็กก็แข็งทื่อเป็นหิน เพราะงานเลี้ยงที่ปรากฏตรงหน้านั้นราวกับงานเลี้ยงของชนชั้นสูงที่เคยเห็นผ่านตาในจอโทรทัศน์ ไม่คิดฝันว่าตัวเองจะได้มาเห็นด้วยสองตาของตัวเอง

            หนึ่งบุรุษหันไปมองร่างเล็กตามการกระซิบของคนสนิท รู้สึกพึงพอใจกึ่งไม่พอใจน้อยๆ เมื่อเห็นคนตัวเล็กเต็มตา

            พอใจที่เธอน่ารักเหมือนตุ๊กตาตัวเล็กๆ แต่อีกใจหนึ่งก็ไม่ชอบสายตาของพวกผู้ชายที่มองตามลามเลียให้หงุดหงิดอารมณ์เสีย รีบขยับเท้าก้าวเข้าไปหาเธออย่างรวดเร็ว

            พิมาลัยตกใจจนสะดุ้งเพราะไม่ทันได้ตั้งตัวว่าหนึ่งบุรุษจะมาถึงตัวในเวลาอันรวดเร็วแบบนี้

            “เดินตามฉันอย่าให้ห่าง การใช้หนี้ของเธอเริ่มต้นแล้วแม่พิม” น้ำเสียงห้าวห้วนฟังแล้วไม่เจริญอารมณ์ของหนึ่งบุรุษทำให้หน้าหวานหงิกงอ เธออยากจะหนีแต่เห็นชายชุดดำเดินตามประกบก็ไม่มีทางเลี่ยง จำต้องเดินตามร่างสูงไปโดยที่ไม่เต็มใจเลยแม้แต่น้อย

            มีคนเข้ามาพูดคุยและร้องเรียกชื่อหนึ่งบุรุษ มิคาเอล ตลอดเวลา พิมาลัยถึงได้รู้ว่าตัวเองพลาดไปอย่างน่ากลัวที่กล้าไปมีเรื่องแอบอ้างตอนที่เขาสูญเสียความทรงจำไปชั่วขณะบอกว่าเป็นสามีชื่อดำเกิงไม่ว่าจะเดินไปที่ไหน หนึ่งบุรุษมักจะเป็นจุดสนใจของผู้คนเสมอ อย่างเช่นตอนนี้

          ร่างสูงนั่งลงที่โซฟาตัวใหญ่และกดไหล่บางของพิมาลัยให้นั่งลงกับพื้น ใช้ปลายนิ้วส่งเข้ามาพันเส้นผมของเธอเล่นอย่างเพลิดเพลิน จนหญิงสาวโกรธจัดที่เขาทำราวกับเธอเป็นสัตว์เลี้ยงข้างตัวก็ไม่ปาน

            “คาเอล บ้านคุณสวยจัง อยากพักที่นี่หลายวันจะได้ไหม” สาวสวยคนหนึ่งพูดเสียงหวานฉ่ำ พิมาลัยไม่ได้คล่องภาษาอังกฤษมากแต่พอจะจับใจความได้รางๆ นึกอายสายตาของพวกคนชั้นสูงที่มองมาหมิ่นๆ จนแทบหายใจไม่ออก

            “ทำไมจะไม่ได้ล่ะ ยินดีครับเบตตี้” หนึ่งบุรุษพูดเสียงหวานแล้วก็เชยคางคนตัวเล็กขึ้น

            “ยกค็อกเทลให้ฉันหน่อยแม่สาวใช้

            แน่นอนว่าพิมาลัยโกรธจัดเธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูงพร้อมกับจ้องหน้าหนึ่งบุรุษอย่างเดือดดาล และยิ่งกว่าโกรธตอนที่ได้ยินเสียงผิวปากของผู้ชายหลายคนที่มองซอกแซกตอนที่เธอลุกขึ้นตามเรียวขา

            “สีชมพูแบบเชือกผูกซะด้วย วาบหวิวไม่ใช่เล่น” เสียงหนึ่งหยอกเย้า ทำให้พิมาลัยหันไปมองด้วยความขุ่นจัด

            “ถ้ายังปากมากไม่เลิกฉันจะถอดมันยัดใส่ปากนาย!” เธอตะคอกเรียกเสียงฮือฮาของคนที่ได้ยิน แต่นาทีนี้พิมาลัยโกรธหนักจนลืมสิ้นทุกอย่าง และพานโกรธหนึ่งบุรุษที่เป็นคนบังคับให้เธอสวมชุดบ้าๆ นี่รวมไปถึงชุดชั้นในที่ราวกับว่าไม่ได้ใส่มันเลย

            “ว้าวใจถึงไม่เลวนี่น้องหนู ก็ถอดสิ ฉันจะเคี้ยวมันให้ดู” ผู้ชายผมทองคนเดิมย้อนกลับด้วยน้ำเสียงยียวน

            พิมาลัยควันออกหู เธอหันไปหาคนพูดทั้งตัวก่อนจะล้วงมือเข้าไปใต้กระโปรงและรูดถุงน่องแบบที่เกี่ยวรัดกับชุดชั้นในออกมาสุดแรงจนเกิดเสียงอื้ออึงดังอลหม่านในสายตาของคนที่เห็นเหตุการณ์

            “ถ้าทำให้แกเคี้ยวไม่ได้ อย่ามาเรียกฉันว่าพิมาลัยเลย!” มือเล็กจับลงที่ขอบชั้นในพร้อมๆ ตั้งใจจะทำอย่างที่ปากพูดจริงๆ

            แต่ก็ช้าไป

            เมื่อหนึ่งบุรุษคว้าแขนของเธอไว้ทันและรั้งให้ร่างบางนั่งลงบนตักของตัวเอง ก่อนที่เธอจะทำอะไรอย่างที่ประกาศไว้ก่อนหน้านี้

            “แม่พิม” เสียงทุ้มกระซิบเหมือนจะเตือน แล้วก็ต้องร้องเสียงหลงเมื่อมือเล็กของพิมาลัยคว้าเข้ากับเส้นผมสุดแรง กระตุกจนใบหน้าคาคายนั้นโน้มต่ำลงมา และกลายเป็นว่าริมฝีปากและปลายจมูกของเขาจูบแก้มใสของเธอเข้าพอดีเหมือนตั้งใจ

            พิมาลัยสะดุ้งเหมือนถูกสาดด้วยน้ำร้อน ความโกรธคั่งแค้นเมื่อครู่จางหายไปในพริบตาเมื่อรู้สึกตัวว่าตอนนี้คือที่ไหนและตัวเองกำลังจะทำอะไร รีบผลักใบหน้าของหนึ่งบุรุษออกจนชายหนุ่มหน้าแหงนหงายร้องครางด้วยความเจ็บ ขณะที่ผู้ชมที่รายรอบพากันผิวปากโห่ร้องเมื่อเห็นละครสุดสนุกให้ดูฟรี

            “เจ็บนะ หยุดเกเรซะทีพิมาลัย!

            คราวนี้หนึ่งบุรุษเอ่ยชื่อจริงของเธอได้อย่างถูกต้องชัดเจน พาให้คนตัวเล็กสะดุ้งจากนั้นก็มองอย่างหวาดๆ

            “ปล่อยฉันสิ!

            ถึงจะกลัวมากแต่พิมาลัยก็ไม่คิดจะปล่อยให้ตัวเองถูกรังแกอยู่ฝ่ายเดียว ต่อว่าเขาด้วยความแค้นที่ถูกรังแกทั้งที่ไม่มีทางสู้เลย

            “อยู่เฉยๆ แม่พิม” หนึ่งบุรุษกดเสียงเรียกชื่อของเธอเป็นเสียงกระซิบ ทำให้พิมาลัยรู้สึกร้อนวาบทั้งหน้า แสบร้อนที่กระบอกตาและปลายจมูกเหมือนกำลังจะร้องไห้ เธอกัดปากแน่นนัยน์ตาแดงก่ำเหมือนกำลังกลั้นน้ำตาเอาไว้ เห็นแล้วชายหนุ่มรู้สึกไม่ดีเอาซะเลย ต้องโอบร่างบางไว้แน่นเพื่อปลอบประโลมให้เธอหายตกใจคลายจากอาการหวาดกลัวในใจของเธอ

            “ใจเย็นๆ นะ

            หลายคนได้เห็นท่าทางปลอบประโลมอ่อนโยนของหนึ่งบุรุษที่มีแต่เมดสาวเจ้าอารมณ์คนนั้นแล้วก็แปลกใจ ต่างพากันนิ่งเงียบ แกล้งทำเป็นไม่เห็นว่าตอนนี้บนตักกว้างของเจ้าของงานเลี้ยงสุดหรูหรานั้นมีร่างบางของผู้หญิงคนนึ่งนั่งทับ หันไปคุยเรื่องอื่นไม่ได้สนใจทั้งสองคนอีก

            คงมีแต่เหล่าสาวสวยที่แปลกใจว่าเหตุใดท่าทางของหนึ่งบุรุษถึงได้อ่อนลง แล้วก็ดูเกรงใจแม่สาวน้อยร่างบางตัวเล็กคนนั้นถึงเพียงนี้ นึกแค้นใจไม่น้อยเพราะไม่ว่าใครก็อยากจะได้ครอบครองเป็นเจ้าของ หนึ่งบุรุษ มิคาเอล ไมนอฟ ด้วยกันทั้งนั้น

            “คาเอล” เมลิซาเรียกชื่อชายหนุ่ม หวังให้เขารู้ตัวว่าตอนนี้มีงานเลี้ยงอะไรและมีผู้คนอยู่รายรอบ ไม่ใช่อยู่ในโลกที่มีแต่ผู้หญิงคนนั้นเท่านั้น เธอเดินทางมาเมืองไทยทันทีที่ได้รู้ข่าวว่าหนึ่งบุรุษมาที่นี่เพื่อหวังว่าจะได้มีโอกาสได้พูดคุยกับเขา และสานสัมพันธ์ที่ตัวเองต้องการอยากให้มีมาโดยตลอด

            “เอ่อใครๆ ก็อยากจะคุยกับคุณนะคะ เมื่อกี้มัลคอล์มแค่ล้อเล่นกับเมดคนนี้เท่านั้นเอง คุณน่าจะปล่อยเธอได้แล้วนะคะ” อินทีเรียร์ดีไซน์เนอร์สาวสวยบอกด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาด้วยกลัวว่าเขาจะไม่พอใจ

            เมลิซารู้จักเขาตอนที่เข้าไปทำงานตกแต่งให้กับบ้านพักตากอากาศในเมืองไทย และได้รู้จักบุรุษที่รูปงามและเพียบพร้อมเช่นเขา และดูเหมือนว่าหนึ่งบุรุษจะชื่นชอบผลงานตกแต่งบ้านของเธอ ดังนั้นจึงได้มีโอกาสได้ทำงานด้วยกันหลายต่อหลายครั้ง ก่อนจะกลายมาเป็นเพื่อนกันในที่สุด และงานเลี้ยงที่จัดขึ้นมาขณะนี้เธอก็ถูกชวนมาด้วยเหตุผลที่เป็นคนรู้จักกับเจ้าของงาน

            แต่เธอไม่ได้อยากจะแค่เพื่อนหรือแค่คนรู้จักเท่านั้น อยากครอบครองเป็นเจ้าเขาจนแทบจะทนเก็บความรู้สึกไม่ไหว

            “ใครอยากคุยกับผมเหรอ หรือคุณ” หนึ่งบุรุษเอ่ยถาม แต่ก็ไม่ปล่อยตัวพิมาลัยที่เริ่มร้องไห้และดิ้นรนเงียบๆ ในอกของตัวเอง

            “เอ่อ ใช่ค่ะ ฉันอยากคุยกับคุณ” หล่อนตอบ และหนึ่งบุรุษก็พยักหน้ารับ

            “เชิญเลยครับ มีอะไรเหรอครับ”

            สาวเจ้าอึ้งงันไปเมื่อได้ยินคำตอบเช่นนั้น และเขาก็ไม่ยอมปล่อยตัวเมดสาวจนแล้วจนรอด นึกอิจฉาในใจเป็นเท่าทวี เธอต้องใช้ความพยายามอย่างมากที่จะเรียกสายตาของเขาให้หันมามองได้สักครั้ง แต่ตอนนี้อ้อมแขนแข็งแกร่งนั้นกลับโอบประคองผู้หญิงคนอื่นไปซะแล้ว

            “เอ่อ คิดว่าตอนนี้คุณคงไม่สะดวก ไว้ค่อยคุยกันวันหลังก็ได้ค่ะ” เมลิซาไหวไหล่น้อยๆ จากนั้นก็ยิ้มหวานแสร้งทำเป็นไม่รู้สึกอะไร แต่ภายในใจกำลังกรีดร้องเดือดดาลเมื่อเห็นว่าหนึ่งบุรุษหมางเมินต่อตัวเองจนน่ากลัว

            “เฮ้ ท่าทางนายสนใจเมดคนนี้มากเลยนี่นาคาเอล” มัลคอล์มที่เย้าแหย่พิมาลัยก่อนหน้านี้วกมาอีกครั้ง เห็นว่าเพื่อนกอดร่างเล็กของเมดสาวแทบจะกดให้จมหายไปลงกับอกกว้าง เห็นแล้วก็อดแปลกใจไม่ได้ เพราะไม่เคยเลยที่หนึ่งบุรุษจะมีท่าทางแบบนี้ให้เห็น

            “แล้วนายคิดว่าไงล่ะ อย่าเกเรนะแม่พิม!” ท้ายประโยคหนึ่งบุรุษก้มหน้าดุพิมาลัยเสียงดัง เมื่อเธอทุบอกตัวเองสุดแรงจนเจ็บจุก หนำซ้ำยังกระชากเสื้อเชิ้ตที่สวมแรงๆ จนเหมือนว่ากระดุมจะหลุดร่วง

            “เอานี่ไปเล่นก่อน ฉันจะคุยกับเพื่อน” ชายหนุ่มหยิบโทรศัพท์มือถือราคาแพงระยับขึ้นมาให้คนตัวเล็ก แต่เห็นเธอทำท่าจะเอามันเข้าปากและเคี้ยวกลืนเป็นของว่างก็ร้องห้ามเสียงหลง

            “ถ้าเธอกัดแล้วมีรอย คอยดูนะ ฉันจะกัดเธอบ้าง เอาให้มันทุกซอกทุกมุมเลยดีไหม!” เขาขู่ดักทางเอาไว้ ทำให้หญิงสาวลอบกลืนน้ำลายอย่างฝืดคอ ยกมือเช็ดน้ำตาเงียบๆ ทั้งที่ไม่เคยร้องไห้เลยแม้ว่าชีวิตจะผ่านความทุกข์ยากมากแค่ไหนก็ตาม

            แต่นับตั้งแต่ที่ได้เจอกับหนึ่งบุรุษ พิมาลัยก็พบว่าตัวเองนั้นเจ้าน้ำตา ไม่ว่าจะเรื่องอะไรน้ำตาก็ไหลได้ง่ายดายเหลือเกิน

            “เกมนี้สนุกนะ” หนึ่งบุรุษชวนคุย จากนั้นก็เลื่อนปลายนิ้วลากไปมาบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือเปิดเกมหนึ่งให้หญิงสาว

            “เล่นแก้เหงาไปก่อน ขอคุยกับเพื่อนก่อนก็แล้วกัน” เขาบอกแบบนั้น จากนั้นก็หันไปคุยกับมัลคอล์มต่อ ซึ่งท่าทางที่ปรากฏอยู่ในตอนนี้เรียกสายตาแปลกใจและตกใจจากทุกคนรอบข้างได้อย่างดี คนอย่างหนึ่งบุรุษต้องมาเอาอกเอาใจผู้หญิงคนหนึ่ง ซ้ำยังให้หล่อนนั่งตักประคับประคองเหมือนแก้วล้ำค่าแล้วใครเล่าจะไม่ตกใจสงสัย

            “เมื่อกี้เราคุยกันถึงเรื่องไหนแล้วนะ”

            “ก็ไม่มีอะไรมาก บอกตามตรงว่าฉันตกใจจนลืมไปหมดแล้วว่าจะคุยอะไรกับนาย” มัลคอล์มไหวไหล่ก่อนจะยกแก้วขึ้นดื่ม สายตายังจับจ้องมองดูเมดสาวตัวเล็กในอ้อมแขนของเพื่อนไม่หยุด เห็นเธอเล่นเกมเงียบๆ เหมือนเด็กน้อย แก้มใสเปื้อนน้ำตาจนเป็นคราบจางๆ เธอเม้มปากแน่นจนริมฝีปากเป็นสีเข้มขึ้น ท่าทางเหมือนเด็กน้อยไร้เดียงสาผิดจากสาวสวยอารมณ์เดือดที่เห็นก่อนหน้านี้ลิบลับ

            หนึ่งบุรุษก้มหน้าลงมองร่างบางที่หน้างอง้ำไม่เปลี่ยน แต่มือก็ยังเล่นเกมไม่หยุดด้วยท่าทางของเด็กน้อย ยิ้มด้วยความเอ็นดู จากนั้นก็คุยกับเพื่อนต่อ ทิ้งให้เมลิซายกแก้วขึ้นดื่มเงียบๆ และจ้องมองพิมาลัยในไม่วางตา ด้านคนถูกจ้องก็รู้สึกเหมือนมีใครกำลังมองมาจึงเงยหน้าขึ้นและมองไปรอบๆ และได้เห็นว่าสาวสวยจัดคนหนึ่งมองมาตาไม่กะพริบ สัมผัสได้ถึงท่าทางความเป็นอริชัดเจนแต่ก็ไม่ได้ใส่ใจ

            ไม่มีทางที่จะได้เจอกับคนพวกนี้อีกแล้ว พิมาลับบอกตัวเองแบบนั้น แล้วก็ก้มหน้ามองดูจอโทรศัพท์ตามเดิม ให้ความสนใจกับเกมเพื่อลดความประหม่าเพราะรู้ดีว่ามีสายตามากมายจ้องมองมาจนรู้สึกหวาดหวั่นลึกๆ เพราะว่าเดินทางมาไกลและแสนจะอ่อนเพลีย ไม่นานหญิงสาวก็ผล็อยหลับคาอกกว้างของหนึ่งบุรุษโดยไม่รู้ตัว และไม่รู้เลยว่ามีเรื่องเกิดขึ้นมากมายเหลือเกินหลังจากนั้น

 

          พิมาลัยรู้สึกเหมือนว่าหลับไปนานมากเหลือเกิน แต่นอนพักเท่าไหร่ก็ไม่หายเหนื่อย ราวกับว่าเหนื่อยสะสมซะจนอยากจะนอนยาวไปถึงตอนเย็น แสงแดดที่แยงลอดผ่านผ้าม่านสีเข้มเข้ามาในห้องทำให้หญิงสาวปิดเปลือกตาแน่นกว่าเดิม จากนั้นก็ตะแคงตัวหันหนี แต่แล้วก็ต้องกะพริบตาถี่เมื่อพบว่าแขนของตัวเองเหวี่ยงทับกับอะไรบางอย่างข้างตัว

            หญิงสาวกะพริบตาอย่างงุนงงแล้วก็หวีดร้อนลนลานหนีเมื่อเห็นว่าเป็นผู้ชายคนหนึ่งนอนเปลือยท่อนบน ที่สำคัญเขากอดเธอเอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อยด้วย

            “กรี๊ด! ปล่อยฉันนะ

            “ตื่นมาก็ร้องกรี๊ดๆ เลยนะแม่คุณ!

            เป็นหนึ่งบุรุษนั่นเองที่กอดเธออยู่ เมื่อร่างบางดิ้นรนพยายามหนีวงแขนหนาหนักก็กอดรัดไว้แน่นพลางลากให้เข้ามาอยู่ในอ้อมแขนนั้นไม่ยอมปล่อย

            “กรี๊ด ดำเกิง ปล่อยฉันนะ!

            “โถแม่คุณ นอนกอดกันมาไม่รู้กี่คืนต่อกี่คืนแล้ว ยังมาทำเป็นเหนียมอายอีกทำไม อีกอย่างชื่อผัวน่ะ ช่วยตั้งให้มันดีๆ หน่อยได้ไหม?” หนึ่งบุรุษพูดด้วยน้ำเสียงงัวเงีย แต่คนฟังดิ้นพล่านทั้งโกรธทั้งกลัว

            ถึงเธอจะผิดจริงก็เถอะ แต่ก็สารภาพผิดยอมรับความจริงแล้ว แต่ทำไมเขาถึงได้แสดงท่าทางคุกคามไม่ยอมหยุด พาให้หัวใจของเธอเต้นแรงจนน่ากลัว จนพานทำตัวไม่ถูกขึ้นมาซะดื้อๆ

            “ปล่อยนะหนึ่งบุรุษ ปล่อยฉันนะ!” พิมาลัยขืนตัวเอาไว้ไม่ตัวเองถูกกอดรัดไปมากกว่านี้ แต่ร่างกายนั้นบดเบียดกับร่างสูงใหญ่ไม่รู้ตัว และถูกริมฝีปากอุ่นจัดจูบลงบนเนื้อนวลที่หัวไหล่ไล่มาเรื่อยๆ จนกายสาวสั่นสะท้าน ยกมือยันปลายคางสากพยายามไม่ให้เข้าลวนลามโลมเลียตัวเองได้มากกว่านี้

            “ฉันเป็นผัวเธอไม่ใช่เหรอแม่พิม

            “เรื่องนั้นฉันก็ขอโทษแล้วไง” หญิงสาวกลัวจนน้ำตาร่วง ชีวิตนี้ต้องเจอกับเจ้าหนี้นิสัยไม่ดีกันทุกคนหรือไง เห็นแววตาวิบวับของเขาแล้วน้ำตาก็ไหล ทั้งอายทั้งเคืองที่กลายเป็นที่ระบายอารมณ์ให้เขาทั้งที่ไม่ได้เต็มใจเลยแม้แต่น้อย

            “โอเคถ้าอย่างนั้นก็มาใช้หนี้กันเลยนะแม่สาวใช้” หนึ่งบุรุษยอมปล่อยเธอไป เพราะว่าต้องทำให้เธอไว้ใจมากกว่านี้ ถึงเวลานั้นจะเป็นเวลาเชือดที่เหมาะสมที่สุด

            “บอกแล้วไงว่าเรื่องเงินฉันจะใช้คืนให้ อย่าทำ

            ยังพูดไม่จบพิมาลัยก็ถูกแทรกด้วยเสียงห้าวห้วนของซาตานร้ายที่ตัดบทขึ้นมาซะก่อน

            “ไปเตรียมอ่างอาบน้ำให้ฉัน จากนั้นก็เตรียมเสื้อผ้าให้ฉันด้วย ฉันจะนอนต่ออีกสักงีบ เมื่อคืนฉันเหนื่อยมากเพราะต้องให้เธอนั่งตักทั้งคืน แล้วก็ต้องอุ้มเธอที่หลับสนิทเหมือนจะแกล้งขึ้นมาบนห้องนอนแบบนี้!

            พิมาลัยกะพริบตาถี่ด้วยความสับสน เห็นนัยน์ตาสีแปลกของเขามองอ้อยอิ่งทั่วตัวแล้วก็สั่น รีบคลานหนีลงเตียงวิ่งเข้าห้องน้ำอย่างรวดเร็ว ก่อนที่ปิดประตูห้องน้ำลงยังได้ยินเสียงหัวเราะชั่วร้ายของซาตายร้ายแว่วมาพาให้หน้าหวานแดงก่ำและร้อนผ่าว เธอหายใจอย่างฮึดฮัดพลางก้มหน้าสำรวจร่างกายกลัวว่าจะมีอะไรบุบสลาย แล้วก็ต้องถอนหายใจอย่างโล่งอกเพราะไม่มีอะไรอย่างที่กลัว ซ้ำยังสวมชุดเมดน่าเกลียดตัวเดิมจากเมื่อวานอยู่เลย

            “ไอ้ผู้ชายร้ายกาจ” ปากบ่นว่า แต่ร่างกายกลับทำงานตามที่เขาสั่ง ด้วยกลัวว่าหากชักช้าแล้วจะถูกเขาทำมิดีมิร้ายอย่างที่ถูกขู่เอาไว้

            หญิงสาวทำหน้าเศร้า และหวังว่าตัวเองอาจจะรอดพ้นจากเงื้อมือของซาตานร้ายได้ หากว่าสวรรค์ไม่ได้ใจร้ายมากเกินไป

            แต่หนึ่งบุรุษก็ไม่ได้ทำอะไรอย่างที่เธอนึกกลัว แล้วเขาก็ยังใจดีให้ยืมเสื้อผ้ามาสวมอีกต่างหาก

            “บอกแล้วไง ว่าฉันไม่โหดเหมือนเจ๊แดงของเธอหรอก” ชายหนุ่มว่าหลังจากที่ทานมื้อเช้าด้วยกันเรียบร้อยแล้ว

            พิมาลัยหันมองไปรอบๆ ตัว เมื่อวานบ้านพักตากอากาศแห่งนี้ยังเต็มไปด้วยผู้คนมากมายที่มาร่วมดื่มกินอยู่เลย แต่เพียงแค่ข้ามคืนทุกอย่างก็กลับมาเป็นปกติเหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น อดทึ่งไม่ได้ที่เขาเป็นผู้มีอิทธิพลมากกว่าที่คาดคิดเอาไว้ลิบลับ

            “เธอแค่มาเป็นสาวใช้ให้ฉัน ช่วยให้ฉันผ่อนคลายจากความเหนื่อยล้าพวกนั้นก็เท่านั้น”

            “ไม่ได้คิดจะทำอะไรบ้าๆ กับฉันนะ” พิมาลัยถามอย่างไม่ไว้ใจ ผู้ชายมันก็หมาป่าเหมือนกันทุกคนนั่นแหละ

            “คิดว่าอย่างฉันขาดแคลนผู้หญิงอย่างนั้นเหรอแม่พิม” น้ำเสียงราบเรียบที่ได้ยินทำให้หน้าหวานชาวูบขึ้นมา ก่อนที่เจ้าตัวจะทำสีหน้าท่าทางให้เป็นปกติ

            “แล้วทำไมเมื่อคืน” เธอพูดต่อไม่ออกว่าทำไมเขาต้องมานอนด้วย ยิ่งคิดก็ยิ่งหน้าแดงขณะที่ชายหนุ่มหัวเราะกับคำถามนั้น

            “ก็ห้องมันไม่พอ อีกอย่างเราก็นอนด้วยกันที่บ้านของเธอมาหลายคืนแล้วไม่ใช่เหรอ แถมยังได้กอดได้จูบด้วย”

            ขณะที่พูดสายตาของหนึ่งบุรุษก็จับจ้องวงหน้าเล็กงดงามของพิมาลัยไม่วางตา เห็นแก้มใสขึ้นสีชมพูก็อดยิ้มไม่ได้ ท่าทางน่ารักนั้นทำให้ยากที่จะถอนสายตากลับคืนมา

            “ถึงตอนนั้นฉันจะจำอะไรไม่ได้ก็เถอะ ก็เธอบอกว่าเป็นเมียฉันเลยเข้าใจน่ะสิว่าเธอเป็นเมียจริงๆ เห็นไหมว่าฉันไม่ได้ทำอะไรผิดเลย คนที่ผิดน่ะ คือเธอนั่นแหละแม่พิม อีกอย่างฉันก็อยู่ในฐานะของผู้เสียหายซะด้วยสิ

            หน้าหวานแดงก่ำ พยายามอย่างมากที่จะไม่หลุดเสียงร้องกรี๊ดออกไป จากคำพูดของหนึ่งบุรุษก็เข้าใจว่าเขาน่าจะได้ความทรงจำกลับคืนมาหลังจากอยู่กับเธอได้วันหรือสองวันนี่แหละ แล้วสัญชาตญาณความเป็นชายของเขาก็แสนจะน่ากลัว เพราะเอาเปรียบรังแกเธอไม่หยุด

            “แล้วฉันก็ต้องการให้เธอชดใช้ซะด้วยสิ” นัยน์ตาสีน้ำเงินเป็นประกายเข้มขึ้น คนมองถึงกับถอยหลังขยับตัวหนีด้วยท่าทางตื่นกลัว

            “มามะ มาให้กอดหน่อยซิ เมียจ๋า” พูดไม่พูดเปล่า แต่เรียวแขนยาวแข็งแรงของหนึ่งบุรุษคว้าเอาร่างเล็กไว้ในอ้อมแขนจนได้

            “เมื่อวานเธอทำรถฉันเป็นรอยไม่รู้กี่รอยต่อกี่รอย ขอเอาคืนหน่อยเถอะแม่พิม”

            “อย่านะหนึ่งบุรุษ! ไม่งั้นฉันจะแจ้งความจริงๆ นะ” หญิงสาวหวีดร้องด้วยความหวาดกลัว ผู้ชายคนนี้ถืออำนาจบาตรใหญ่มาจากที่ไหนกันถึงได้กล้าทำอย่างนี้ ยังไม่ทันได้ตั้งตัวก็ถูกกอดรัดฟัดแน่น เสื้อที่สวมอยู่ถูกกอดทิ้งไปอย่างง่ายดายในพริบตาเดียว ก่อนจะถูกตรึงไว้ใต้ร่างสูงใหญ่

            พิมาลัยตัวเกร็งจนเจ็บปวดไปหมดเมื่อริมฝีปากอุ่นจัดจูบหน้าท้องของเธอ เกร็งไปทั้งตัวร่างกายเจ็บชา ใจหายเมื่อเจ็บจี๊ดที่ผิวเนื้อตอนที่เขาทิ้งรอยจูบแดงๆ ทิ้งเอาไว้เป็นระยะ เป็นการเอาคืนที่ทำให้รถหรูของเขาเป็นรอยที่น่ากลัวเหลือเกิน

            “อยากรู้จริงแม่พิม ตรงไหนบนร่างกายของเธอกันนะ ที่เธอหวงมากที่สุดน่ะ

 

 

http://24.media.tumblr.com/3d7879ac1d70d33039f8e119fa50748e/tumblr_mp619tKKZM1qbetfwo2_1280.jpg

 

Talk 3...

ถามแบบนี้หมายความยังไงคะหนึ่งบุรุษ >.<

ตอนนี้งานมู่ก็ยังทยอยมาเรื่อยๆ ฮือ ชีวิตไม่หยุดนิ่งเสียที อยากพักบ้างอะไรบ้าง

แต่ดูเหมือนว่าจะพักไม่ได้เลยจริงๆ ฮือๆ

และตอนนี้ก็ใกล้งานหนังสือครอบครอบเข้ามาทุกทีแล้วนะคะ

งานจัดขึ้นที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ค่ะ วันที่ 17-23 กค. นี้

มู่คงไปเหมือนกันค่ะ อาจจะเป็นเสาร์อาทิตย์

ใครอยากเจออยากพูดคุยอยากซื้อนิยายเล่มใหม่ก็แวะไปเจอกันนะคะ

แล้วเจอกันค่ะ ปล ในงานมีหนังสือเล่มใหม่ของมู่ด้วยค่ะ

แล้วไปเจอกันนะ อ้อนๆ กอดๆ

 

Talk 2...

แหม นางเอกของเค้าแรงจริงๆ

เรื่องนี้หนึ่งร้ายหนึ่งเลว แต่แม่พิมก็ร้ายแม่พิมก็แรงเหมือนกันค่ะ

ตอนนี้คงไม่แรงไปนะเออ ฮ่าๆ หนึ่งบุรุษคงเงิบไปแล้ว

แม่พิมไม่ใช่ธรรมดานะเออ

เรื่องนี้มีคนอ่านไหมหนอ T^T เหงาจังเลยค่ะ

ขอเม้นท์เป็นกำลังใจหน่อยได้ไหมคะ มู่เหนื่อยอ่ะ ความจริงพี่ บก ไม่ให้อัพนิยายชุดนี้ด้วย

นิสัยไม่ดีขัดตลอด T^T ถ้าไม่มีใครอ่านจริงๆ งั้นไว้รวบยอดทีเดียวตุลาเลยนะ

ออกเป็นชุดเหมือนเดิมค่ะ ยังไงฝากด้วยนะคะ

 

Talk 1...

Song :: Jason Reeves - Save My Heart

Down Load this song >>Click!!<<

เซตนี้หลายๆ คนอาจจะคิดว่าแฝดหกอาจจะเฮฮาบ้าบอ

ไม่นะคะ ไม่จริงๆ ค่ะ ที่เฮฮาจริงๆ อาจจะเป็นเรื่องของเอกกับเมียเดฟแล้วก็ชู้อย่างแจ็ค

แต่เรื่องของคนอื่นไม่เป็นอย่างนั้นนะเออ ฮ่าๆ

ของหนึ่งอาจจะซีเรียสหน่อยค่ะ อยากให้หนึ่งเลว เป็นความต้องการส่วนตัวของมิรา

ช่วงนี้เหนื่อยจนร่างแทบจะสลายเลยค่ะ TT

อยากได้กำลังใจ กระซิก



เฟซบุ๊คสำนักพิมพ์สมาร์ทบุ๊ค >>Click!!<<

แฟนเพจของมู่ mu_mu_jung >>Click!!<<

ทวิตเตอร์ของมู่ (ไม่ได้เล่น แต่แจ้งอัพนิยาย) >>Click!!<<

God blessed you

’m blessed you

I http://www0.dek-d.com/06pic/dot/heart.gif Readers

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 176 ครั้ง

294 ความคิดเห็น

  1. #3013 Mind Black (@ployza40) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2556 / 19:29
    อร๊ายยยยยยหนึ่งบุรุษหื่น
    #3013
    0
  2. #2997 aut (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 กันยายน 2556 / 12:06
    แม่พิมซ่าได้ใจจริงๆ
    #2997
    0
  3. #2710 **Jang-Sinyuan** (@yodnam-namyod) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 กันยายน 2556 / 19:08
    แม่พิมสวยมากก 55
    #2710
    0
  4. #2707 jinny (@janiss) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 กันยายน 2556 / 08:02
    สนุกดี  พ่อดำเกิงน่ารักๆ
    #2707
    0
  5. #2279 noojujaa (@noojujaa) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2556 / 14:25
    อ๊ายยย
    #2279
    0
  6. #1963 zennior (@zennior) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2556 / 01:47
    อิหนึ่ง แกฆ่าเมียทำไมมมมม
    #1963
    0
  7. #1911 Phairin Sukaeo (@phairin52) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2556 / 13:39
    โห ไลอ่ะหนึ่งโหดร้ายอ่ะ T^T
    #1911
    0
  8. #1878 โพล่าแบร์ (@ma2m) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2556 / 08:54
    เด๋วลูกไหลหรอก ดำเกิง
    #1878
    0
  9. #1766 nutaeng (@sukii_taeng) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2556 / 19:39
    ชอบค่ะ สนุกดี สู้ๆๆๆนะค่ะ จะรออ่านค่ะง
    #1766
    0
  10. #1765 nutaeng (@sukii_taeng) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2556 / 19:39
    ชอบค่ะ สนุกดี สู้ๆๆๆนะค่ะ จะรออ่านค่ะง
    #1765
    0
  11. #1739 Phairin Sukaeo (@phairin52) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2556 / 14:53
    โห. ..หนึ่งใจร้ายกว่าเอกอีกอ่ะ สงสารแม่พิมจัง
    #1739
    0
  12. #1575 m-mier (@mod_dumdum) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2556 / 12:50
    ม๊ายนะ ม๊ายน้า~~
    #1575
    0
  13. #1545 โพล่าแบร์ (@ma2m) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2556 / 08:39
    แม่พิม เอาไงต่อดี
    #1545
    0
  14. #1435 pllaii (@pllaii) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2556 / 11:39
    หาเรื่องแล้วแม่พิม แต่ฮอท นี่มันคุ้นๆเนอะ คุณหนึ่ง
    #1435
    0
  15. วันที่ 27 กรกฎาคม 2556 / 22:14
    มีค่ะมี
    #1219
    0
  16. #1177 โพล่าแบร์ (@ma2m) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2556 / 09:13
    ลูกป๋ามาซี่ไม่ธรรมดาจริงๆ
    #1177
    0
  17. วันที่ 24 กรกฎาคม 2556 / 20:49
    หนึ่งหื่นนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน
    #1147
    0
  18. #1091 On Green (@pleng-na-na) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2556 / 09:33
    หนึ่งบุรุษ&พิมาลัย ชอบอ่ะคู่นี้ น่ารักแบบโๆนิดนึง
    ติดตามตลอดๆนะคะไรต์ สู้สู้ ^^
    #1091
    0
  19. #849 56364 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2556 / 19:38
    อิอิ ชอบๆๆๆๆๆๆ อัพไวๆนะค้า ^^
    #849
    0
  20. #770 มลฑา จรูญสอน (@8085m) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2556 / 21:40
    พระเอกเรื่องนี้มารยาสาไถที่สุดเลยร้อนเล่มเกวียนจริงๆอิอิ
    #770
    0
  21. #767 โมบิจัง (@mobiky) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2556 / 16:01
    อะจึ๋ยย์ โดนคำถามแบบนี้แล้วแม่พิมพ์จะทำยังไงล่ะ
    #767
    0
  22. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  23. #699 BoraNisa (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2556 / 00:21
    5555+ รุกต่อเล่ยยยยย หนึ่งบุรุษ ^^
    #699
    0
  24. #697 น้อยหน่อย (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2556 / 11:38
    โอ๋ๆๆๆๆ อย่าน้อยใจไปไรท์เตอร์เห็นเพิ่งอัพเลยยังไม่เข้ามาอ่าน แต่ระหว่างรออันเดรสและซานติโน เลยแวปมาอ่าน ทำไงดีๆๆๆ ติดแล้วเนี่ย 55555

    กอดแน่น ๆค่ะ
    #697
    0
  25. #696 beam (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2556 / 23:11
    ติดตามค่าา

    >
    #696
    0