สุภาพบุรุษซาตาน -นิยายชุดสุภาพบุรุษลวงรัก-

  • 99% Rating

  • 12 Vote(s)

  • 254,769 Views

  • 3,018 Comments

  • 778 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    17

    Overall
    254,769

ตอนที่ 2 : Gentleman Satan ♛ 01 Real Life Fairytale

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 21977
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 148 ครั้ง
    30 มิ.ย. 56

http://24.media.tumblr.com/1dd33a1e21d5371185ee67d15d45425c/tumblr_mop7q8UR6c1qbetfwo1_400.gif

Gentleman Satan 01

Real Life Fairytale

 

          ยังไม่ได้ตั้งตัวร่างสูงของหนึ่งบุรุษก็ถูกฉุดกระชากลากถูออกมานอกบ้านหลังเล็กจนได้ ชายหนุ่มสับสนจับต้นชนปลายไม่ได้ ไม่เข้าใจว่าตอนนี้เกิดอะไรขึ้นกันแน่ แถมเสื้อผ้าที่สวมอยู่ก็เป็นกางเกงยีนที่ซีดและแข็งมากแทบจะเดินไม่ได้ เสื้อผ้าก็ซีดเก่าเหมือนเสื้อคนงานในสวนผลไม้ไม่มีผิด

            เมื่อครู่ได้ยินแม่ตัวดีที่ลากตัวเองออกมาบอกว่าต้องทำงานก่อสร้าง เดี๋ยวนะ เขาทำงานก่อสร้างตั้งแต่เมื่อไหร่ และเป็นผัวของหล่อนตอนไหนกัน

            แต่เมื่อเห็นแก้มใสแดงเรื่อเพราะออกแรงลากตัวเองออกมาข้างนอกก็อดสงสารไม่ได้

            สงสารทำไมไอ้หนึ่ง แม่นี่สติไม่ดีนะ! เสียงหนึ่งแย้งอยู่ในใจอย่างสับสน เห็นเธอต้องลำบากในการลากแขนกระชากแรงๆ ให้เดินตามเลยยอมใจอ่อนออกแรงก้าวขาด้วยตัวเองได้ในที่สุด

            “แม่พิม ใครน่ะ หน้าตาหล่อดี เหมือนฝรั่งเลย” เสียงใครคนหนึ่งร้องเรียก และหญิงสาวก็ตะโกนกลับไป

            “ป้าแหม่มอ่ะ จำผัวหนูไม่ได้เหรอ ดำเกิงไง

            คนที่ถูกเรียกว่าเป็นดำเกิงถึงกับสะดุ้ง และได้รู้ชื่อสาวเจ้าในที่สุด

            แม่พิมไม่รู้ว่าทำไมต้องเรียกว่าแม่พิม แต่หนึ่งบุรุษก็ไม่ได้เอ่ยถามออกไป ส่งยิ้มแหยๆ ให้แม่ค้าขายผักในตลาดสดอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก

            “อุบ๊ะ นังนี่ไม่เจอสามวันมีผัวซะแล้ว เอ็งนี่ไวไฟจริงๆ” แม่ค้าขายผักอุทานพลางตบเข่าฉาด ได้ยินเสียงใสหัวเราะแผ่วเบาทำให้ชายหนุ่มไม่กล้าเอ่ยขัดว่าตัวเองเป็นใครและจำเรื่องทั้งหมดได้แล้ว

            “เรื่องแบบนี้ด้านตายอายอดจ้ะ เพื่อความอยู่รอดพิมเลยต้องทำ” พิมาลัยหัวเราะสดใส แต่ก็ยังทุกข์ใจไม่น้อย

            “พ่อดำเกิงก็ขยับขันแข็งช่วยเมียทำงานหน่อยก็แล้วกัน สงสารแม่พิมมัน ทำงานเท่าไหร่ก็ใช้หนี้ไม่หมดซะที แล้วนี่จะไปไหนกันล่ะ” ป้าแหม่มของพิมาลัยเอ่ยถามเมื่อเห็นคนตัวเล็กลากถูกร่างสูงใหญ่หน้าตาหล่อเหลาเอาการผ่านหน้าร้านของตนเองไป

            “ไปทำงานก่อสร้างหลังตลาดยังไงล่ะจ๊ะ ได้ค่าแรงวันละตั้งสามร้อยแน่ะ” แม่พิมหัวเราะเสียงสดใส และสว่างจ้าซะจนหนึ่งบุรุษอดก่นด่าตัวเองในใจไม่ได้

            มึงก็บอกไปซี้ไอ้หนึ่ง~ ว่ามึงจำเรื่องทุกอย่างได้แล้ว มึงจะไปเป็นกรรมกรแบกหามทำไม โอดครวญอยู่ในใจแต่ก็ไม่ได้พูดออกมาจนแล้วจดรอด

            นี่เป็นมันเป็นกรรมของตระกูลไมนอฟหรืออย่างไร ไม่ว่าจะใครก็ล้วนเจอผู้หญิงแปลกๆ ทั้งนั้น ตั้งแต่บิดาอย่างมาซิโอเป็นต้นมา

            อุ๊บ นินทาหม่าม้าไม่ดีเลยไอ้หนึ่ง ชายหนุ่มส่งยิ้มให้ป้าแหม่ม และถูกลากให้เดินผ่านไปในที่สุด

            หนึ่งบุรุษไม่รู้จะทำอย่างไรดี เพราะว่าไม่มีกระเป๋าสตางค์รวมไปถึงโทรศัพท์มือถือติดตัวมา ไม่รู้ว่าป่านนี้ใครต่อใครอาจจะวุ่นวายตามหาเขาจนเป็นเรื่องโกลกหลไปแล้วหรือเปล่า กลัวว่าไอ้การ์ดสติไม่ค่อยดีของตนเองอาจจะเผลอทำร้ายแม่พิมตัวน้อยๆ คนนี้เข้าด้วย

            โอ๊ย! ไอ้หนึ่งอยากจะบ้า ครวญอยู่ในใจ สุดท้ายก็ถูกลากตัวไปถึงสถานที่ก่อสร้างที่ต้องใช้ร่างกายล้ำค่าทั้งตัวลุยงาน ตั้งแต่เกิดมาหนึ่งบุรุษไม่เคยคิดว่าตัวเองจะเป็นกรรมกรแบกหามมาก่อน รู้สึกสิ้นหวังอย่างบอกไม่ถูก แต่เมื่อเห็นสีหน้าหวานฉ่ำของคนตัวเล็กตรงหน้าก็ไม่กล้าพูดออกไปให้เธอเสียใจ ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าเธอมีเจตนาไม่ดี ทั้งขี้ขโมย ทั้งขี้โกหกเหมือนเด็กเลี้ยงแกะไม่มีผิด

            “พี่ต้องกินข้าวเยอะๆ ทำงานเยอะๆ นะ ฉันห่อน้ำพริกมาให้แล้ว แล้วก็มีไข่ต้มครึ่งฟองมาด้วย ไว้เรารวยกว่านี้แล้วฉันจะซื้อปลาทูที่พี่ชอบให้นะ” พิมาลัยพูดพลางยิ้มหวาน แต่หนึ่งบุรุษน้ำตาร่วงเมื่อได้ยินแบบนั้น

            น้ำพริกหรือ เขาเคยทานแต่สลัดเลิศรสเท่านั้น

            ไข่ต้มหรือ เคยกินแต่เห็ดทรัฟเฟิล[1]ที่เขาเปรียบว่ามันเป็นไข่ทองคำ

            ส่วนปลาทูที่เธอบอกว่าเขาชอบ ก็กินแต่ปลาแซลมอนเป็นส่วนใหญ่แต่เมื่อเห็นรอยยิ้มสดใสไร้เดียงสาของเจ้าหล่อนแล้วก็พูดไม่ออก รับห่อข้าวมาถือไว้พร้อมกับจ้องหน้าหวานไปด้วย

            ไม่รู้ว่าทำไมตัวเองต้องใจอ่อนให้หล่อนด้วย ในเมื่อสาวเจ้าเป็นนักต้มตุ๋นสิบแปดมงกุฎ แต่หนึ่งบุรุษตอบตัวเองไม่ได้ว่าทำไมถึงกลัวว่าเธอจะเสียใจ

            “ดำเกิง ทำงานเข้านะ เย็นนี้ฉันอยากกินไข่พะโล้กับกระเพาะปลาพี่ต้องทำงานอย่าอู้นะ ฉันอยากกิน

            “จ้ะ แม่พิม

 

            “มึงทำอะไรวะหนึ่ง!หนึ่งบุรุษด่าตัวเองเมื่อร่างบางจากไปแล้ว

            แค่หล่อนทำสายตาน่าสงสาร พูดชื่อของกินที่ฟังแล้วเสียดใจคนฟังก็กลัวว่าถ้าปฏิเสธและทำให้เธอกลัวเสียใจ ทั้งที่ตนเองใจแข็งใจหินที่สุดในหมู่ฝาแฝดสามบุรุษแล้วแท้ๆ

            “โอ๊ย! กูจะบ้า นี่กูต้องทำงานจริงๆ เหรอวะเนี่ย” ยังไม่เลิกบ่นว่าพลางมองดูไซด์งานที่ตัวเองต้องเอาร่างกายล้ำค่าไปแลกกับค่าเงินสามร้อยบาทต่อวันเท่านั้น ในมือของเขายังถือห่อข้าวที่พิมาลัยส่งให้แล้วก็ถอนหายใจออกมาอย่างหนักหน่วง ได้ยินเสียงคนเรียกตะโกนให้เข้าทำงานได้แล้วก็อยากจะวิ่งหนีเสียดื้อๆ แต่ก็อดคิดภาพคนตัวเล็กที่บอกว่าจะมารอรับตอนเย็นไม่ได้

            หากว่าเธอมาที่นี่แล้วไม่เจอเขา เธอจะเสียใจและรอคอยตนเองหรือเปล่า

            หนึ่งบุรุษปวดมวนในท้อง เหมือนว่าลำไส้มันกำลังบีบตัวเข้าหากันอย่างรุนแรง ทั้งกระอักกระอ่วนและหนักอกหนักใจแทบจะตีอกชกหัวตัวเองให้หายบ้า

            ช่วงที่กำลังลังเลใจว่าจะหนีหรือลอยตามน้ำไปนั้น ร่างสูงก็ต้องหันไปตามทิศทางของเสียงเมื่อได้ยินเสียงเรียกของใครบางคนดังมาจากข้างหลัง

            “เซลเก!” อุทานออกมาไปอย่างตกใจและดีใจเมื่อเห็นคนสนิทของตัวเองวิ่งหน้าตื่นเข้ามาหา

            “นาย! ผมคิดว่านายถูกศัตรูพาตัวไปแล้วซะอีก หายไปไหนมาเป็นวันครับเนี่ย” คนสนิทของหนึ่งบุรุษแทบร้องไห้เมื่อเจอหน้านายอีกครั้ง การ์ดคนอื่นๆ ล้วนไม่ได้กินไม่ได้นอนเพราะเจ้านายหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยและไม่สามารถติดต่อได้ ตั้งใจว่าหากไม่เจอตัวภายในวันนี้จะแจ้งกับทางมาซิโอแม้ว่าตัวเองจะต้องได้รับโทษอย่างรุนแรง โทษฐานไม่ดูแลรักษาความปลอดภัยให้คุณชายใหญ่แห่งไมนอฟให้ดี

            “โทรศัพท์เปียกฝนน่ะ เลยโทรไม่ติด” หนึ่งบุรุษตอบ เพราะคิดว่าโทรศัพท์น่าจะใช้การไม่ได้แล้ว เพราะไม่อย่างนั้นคงจะได้ยินเสียงร้องบ้าง แม้ว่าแม่พิมคนงามอาจจะเอามันไปทิ้งแล้วก็ตาม

            “แล้วเจ้านาย มาทำอะไรตรงนี้ครับเนี่ย แล้วเสื้อผ้า ห่อข้าว?” เซลเกถามอย่างงุนงงเมื่อเห็นสภาพของเจ้านายที่เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือเพียงชั่วข้ามคืน

          ดู เอ่อ ซอมซ่ออย่างบอกไม่ถูก

            หนึ่งบุรุษมองตัวเองแล้วก็หัวเราะเช่นกัน จากนั้นก็ไหวไหล่พาตัวคนสนิทเลี่ยงไปคุยอีกทางหนึ่ง

            “ถ้าฉันจะไปหาลุงประสงค์แล้วกลับมาที่นี่ก่อนค่ำ นายคิดว่าทันไหม?” เอ่ยถามทีเล่นทีจริง แต่แววตานั้นจริงจังจนเซลเกไม่กล้าปฏิเสธ

            “น่าจะทันครับ เพราะจันทบุรีไม่ไกลจากที่นี่เท่าไหร่”

            “งั้นเรารีบไปกันเถอะ เพราะฉันจะรีบกลับมาที่นี่”

            หลังจากที่ลุยงานมาอย่างหนักหนึ่งบุรุษก็บอกตัวเองว่าถึงเวลาที่ต้องหยุดลาพักร้อนบ้างแล้ว ตั้งใจจะโทรไปขอบิดาพักจากการทำงานสักระยะ ให้เอกบุรุษเข้ามาทำงานแทน และตัวเองจะได้ไปเล่นบทเป็นผัวแม่พิมให้สนุกไปเลย แค่คิดที่มุมปากหยักก็ยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมาเสียงแล้ว คนสนิทเห็นและอดแปลกใจไม่ได้เพราะน้อยครั้งที่จะเห็นหนึ่งบุรุษเป็นแบบนี้

            เมื่อนั่งบนรถหรูขึ้นมาได้ การแต่งตัวที่แสนโดดเด่นของเจ้านายก็พาให้ลูกน้องมองตามตาค้างไปตามๆ กันด้วยความนึกทึ่ง ดีไซเนอร์คนไหนกัน ที่เนรมิตชุดขาดๆ วิ่นๆ สุดเท่แบบนี้ให้เจ้านาย

          หนึ่งบุรุษเปิดเอาห่อข้าวที่แม่พิมให้มากินด้วยความหิว เพราะอาหารมื้อเช้าที่พิมาลัยทำให้ก่อนหน้านี้ไม่อยู่ท้อง คนตัวใหญ่ที่ต้องการพลังงานอย่างมากจึงนึกหิวจัด เซลเกเห็นก็ตกใจ เพราะไม่เคยเห็นข้าวเหนียวและน้ำพริกมาก่อนร้องห้ามอย่างตกใจ

            “เจ้านายครับ! ในรถมีของกินอยู่นะครับ ทิ้งที่ถือนั่นเถอะครับ เดี๋ยวท้องเสียเอาได้นะครับ ไม่รู้ว่าเป็นอะไรด้วย”

            “อย่ามายุ่งน่าฉันจะกิน แล้วต่อสายหาป๊าด้วย ฉันมีเรื่องจะคุยกับป๊า” หนึ่งบุรุษสั่งและกัดไข่ต้มครึ่งฟองที่หญิงสาวอุตส่าห์เจียดของตัวเองกินด้วยความนึกสงสาร

            ซึ่งก็อดแปลกใจไม่ได้ ว่าทำไมถึงต้องไปสงสารหัวขโมยหน้าหวานคนนั้นด้วยก็ไม่รู้

            “ครับ” แม้จะแปลกใจกับท่าทางของเจ้านายที่เปลี่ยนไปมากแค่เซลเกก็ไม่กล้าละลาบละล้วงเอ่ยถาม เฝ้ามองดูความเปลี่ยนแปลงของหนึ่งบุรุษเงียบๆ พลางต่อสายไปยังสำนักงานใหญ่ที่กรุงมอสโกตามคำบัญชาของเจ้านาย

            “ป๊า” หนึ่งบุรุษกรอกเสียงลงไปเมื่อมาซิโอผู้เป็นพ่ออยู่ในสายแล้ว

            “ว่าไงหนึ่ง มีอะไรรึเปล่า

            “ก็ไม่ได้สำคัญมากครับ แต่ก็ไม่เชิงว่าไม่สำคัญเลย” คุณชายใหญ่ของบ้านไมนอฟหัวเราะ เพิ่งค้นพบว่าตัวเองก็ชอบเรื่องสนุกตื่นเต้นแบบนี้ไม่น้อยเหมือนกัน

            “แล้วคือเรื่องอะไรล่ะ” คนเป็นพ่อถามกลับอย่างแปลกใจ ไม่บ่อยนักที่ลูกชายจะมีท่าทีแบบนี้ให้เห็น

            “คือผมอยากพักลางานสักระยะน่ะครับป๊า ผมอยากอยู่เที่ยวเล่นในเมืองไทยน่ะครับ ป๊าให้เอกมาทำงานแทนผมก่อนได้ไหม”

            “นึกว่าเรื่องอะไร เรื่องแค่นี้เองทำไมจะไม่ได้ ป๊าก็ว่าจะบอกให้เราน่ะพักซะบ้าง

            หนึ่งบุรุษยิ้มสมใจเมื่อได้รับคำอนุญาตจากบิดาแล้ว

            “ได้ใช่ไหมครับป๊าขอบคุณนะครับ ช่วงนี้ผมรู้สึกเหนื่อยๆ อยากพักชาร์ตแบตให้ร่างกายสักหน่อย แล้วจะรีบกลับไปทำงานตามเดิมนะครับป๊า

            พ่อลูกคุยกันจนกระทั่งรถแวนคันหรูแล่นมาถึงสนามบินเพื่อเดินทางไปจันทบุรี ซึ่งเป็นจุดหมายของหนึ่งบุรุษที่จะมาพบลุงของตนเองที่นี่ และหลังจากที่จัดการหลายๆ เรื่องเรียบร้อยแล้วชายหนุ่มก็เดินทางกลับไปหาแม่พิมตัวน้อยของตัวเองทันที

 

            “โทษนะคะ เห็นผู้ชายตัวสูงๆ ผิวขาวๆ หน้าตาดี มีหนวดนิดหน่อยหรือเปล่าคะ

            พิมาลัยถามคำนี้หลายต่อหลายครั้งกับคนงานก่อสร้างที่แยกย้ายกันเดินทางกลับที่พักเมื่อถึงเวลาเลิกงานแล้ว แต่ก็ไม่มีใครตอบคำถามของเธอได้แม้แต่คนเดียว

            “ถ้าจะขนาดนี้เขาคงไปเป็นดาราไม่มาเป็นคนงานก่อสร้างหรอก!” ผู้ชายคนหนึ่งพูดอย่างประชดประชัน

            “พูดเหมือนจะบอกว่าเป็นบอย ปกรณ์ เลยนะ!” อีกเสียงว่าทำให้พิมาลัยไม่กล้าเอ่ยถามอะไรอีก

            ก็พ่อดำเกิงของเธอหน้าตาแบบนั้นจริงๆ นี่นา หญิงสาวหน้ามุ่ย กลัวว่าชายหนุ่มจะหลงไปที่ไหนและถูกใครทำร้ายเข้า ที่นี่เป็นถิ่นที่ดูเหมือนมีเจ้าแม่ใหญ่คอบควบคุมอยู่หน่อยๆ ซ้ำลูกน้องของเจ๊แดงก็ร้ายกาจด้วยกันทุกคน หากเจอผู้ชายตัวสูงใหญ่ในถิ่นคงได้มีเรื่องกันแน่

            พิมาลัยใจไม่ดี คิดแต่ว่าชายหนุ่มจำอะไรไม่ได้และอาจจะหลงทางไปทางอื่น รู้สึกเป็นห่วงขึ้นมาจับใจและมองหาท่ามกลางสายฝนที่ตดโปรยปรายลงมาในยามเย็น เธอเพิ่งแอบเอานาฬิกาของพ่อหนึ่งบุรุษพ่อดำเกิงไปขายและเอาไปจ่ายหนี้ให้เจ๊แดงส่วนหนึ่ง แค้นนักที่ทำอะไรไม่ได้ และไม่รู้ว่าเมื่อไหร่หนี้ก้อนหนี้จะหมดลงเสียที

            ถึงจะละอายใจที่ต้องทำเรื่องนี้แบบนี้ที่ไม่ต่างจากหัวขโมยชั้นต่ำแต่พิมาลัยก็ไม่รู้จะหาเงินมาใช้หนี้ได้อย่างไร และวันหนึ่งตั้งใจจะบอกขอโทษเขาอีกครั้ง

            “หายไปไหนแล้วนะ” พึมพำกับตัวเองด้วยความหวั่นใจ กลัวว่าเขาจะพลัดหลงไปไหนต่อไหนและอาจบาดเจ็บถูกทำร้ายขึ้นมาได้ ท่าทางของเขาเป็นนักธุรกิจใหญ่เสียด้วย ตั้งใจจะตามข่าว หนึ่งบุรุษ มิคาเอล ไมนอฟ เผื่อว่าจะมีอะไรคืบหน้าที่เขาความจำเสื่อมที่ต้องติดอยู่กับตัวเองแบบนี้

            ช่วงจังหวะที่หมุนตัวมองหาชายตัวสูงพ่อยอดดำเกิงของตนเองอยู่นั้น สายตาของพิมาลัยก็หันไปเจอกับหนึ่งบุรุษที่ยืนไม่ห่างออกไปตรงหน้าและกำลังยิ้มมาให้ ไม่นานเขาก็เดินเข้ามาหาโดยที่เธอไม่รู้จะวางตัวยังไง เมื่อเห็นถุงที่อยู่ในมือชายหนุ่ม น้ำตาที่ไม่รู้ว่ามาจากไหนก็เอ่อขึ้นมาอย่างเงียบงัน ไหล่บางก็สั่นสะท้านขึ้นลงเพราะแรงสะอื้น

            “เค้าไม่ได้หายไปไหนหรอก ไปซื้อไข่พะโล้กับกระเพาะปลามาให้แม่พิมนั่นแหละ เมื่อเช้าแม่พิมได้กินไข่ต้มครึ่งฟองเองไม่ใช่เหรอ” หนึ่งบุรุษพูด พาให้พิมาลัยร้องไห้โฮออกมาเหมือนเด็กๆ

            นานมาแล้วที่ไม่ได้รู้สึกว่ามีใครอยู่เคียงข้างให้กำลังใจ เขาเป็นคนที่เธอฉกฉวยพาผลประโยชน์ด้วยการใช้อาการความจำเสื่อมของเขาเป็นเครื่องมือบอกว่าเขาเป็นสามีและหลอกเอาข้าวของไปขาย ช่างน่าละอายที่เขายอมทำงานและซื้ออาหารที่เธอบอกว่าอยากกินเมื่อตอนเช้ากลับมาจริงๆ

            “ฮือฮึก” หญิงสาวสะอื้นฮัก จากนั้นก็โผเข้ากอดร่างสูงทิ้งร่มไปอย่างไม่ไยดี

            หนึ่งบุรุษเซถอยหลังไปก้าวหนึ่งแล้วก็กอดเธอตอบ นึกสงสารเห็นใจคนตัวเล็กที่ไม่รู้ว่าเธอลำบากเรื่องอะไรกันแน่ และตั้งใจจะอยู่กับเธอจนกว่าจะตัดสินใจว่าควรทำอย่างไรต่อแม่พิมคนนี้ดี

            “อย่าร้องไห้ไปเลยแม่พิมเค้าไม่ไปไหนหรอก ถึงเค้าจะจำอะไรไม่ได้ แต่เค้าก็จะไม่ทิ้งแม่พิมพ์แน่ๆ”

            ยิ่งชายหนุ่มพูดเท่าไหร่ พิมาลัยก็ยิ่งร้องไห้หนักกว่าเดิม สุดท้ายหนึ่งบุรุษก็คว้าร่มที่ตกบนพื้นขึ้นมากางให้คนตัวเล็ก และประคองร่างบางที่เปียกม่อลอกม่อแลกกลับบ้านหลังเล็กในเวลาต่อมา

            เมื่อมาถึงบ้านหลังเล็กหนึ่งบุรุษก็ยิ้มที่มุมปาก เห็นพิมาลัยเช็ดน้ำหูน้ำตาเหมือนเด็กตัวเล็กๆ ก็อดเอ็นดูไม่ได้ หน้าหวานแดงไปหมดโดยเฉพาะปลายจมูกและหัวคิ้ว เธอถอดเสื้อผ้าที่เปียกชื้นออกจากตัวทำให้นัยน์ตาขยายวาบด้วยความตกใจ

            เห็นตัวบางๆ ไม่คิดว่าจะมีสัดส่วนเย้ายวนใจขนาดนั้น หนึ่งบุรุษเผลอมองจนตาค้างและพิมาลัยก็รู้สึกตัวเมื่อรู้ว่าตัวเองไม่ได้อยู่คนเดียวเหมือนเดิมอีกแล้ว

            “ดำเกิง

            “แม่พิมจ๋า” จู่ๆ ชายหนุ่มก็พูดเสียงหวานขึ้นมา และทำให้เจ้าของชื่อหัวใจสั่นไหวแทบจะเดินหนีเมื่อเห็นสายตาเร่าร้อนขึ้นทุกขณะของชายหนุ่ม

            “อาบน้ำให้เค้าหน่อยสิ เค้ายกอิฐแบกปูนจนล้าไปทั้งตัวเลย” หนึ่งบุรุษไม่พูดเปล่า ขยับเท้าก้าวไปหาอย่างคุกคาม หญิงสาวทำท่าจะหนีแต่ก็ร้องหวีดร้องเมื่อชายหนุ่มรวบเอวบางไว้ทันท่วงที จากนั้นก็ลากเข้าห้องน้ำเล็กๆ ที่เป็นโอ่งน้ำขนาดใหญ่ไม่มีฝักบัวหรืออ่างอาบน้ำอย่างที่คนเลิศหรูเคยใช้ แต่ยิ่งทำให้ยอดดำเกิงคึกคักซู่ซ่าเพราะคิดว่านี่เป็นการเปลี่ยนบรรยากาศที่ไม่เลวเหมือนกัน

            “อย่านะ ไม่เอา” พิมาลัยห้ามปรามเสียงสั่น ลืมไปสนิทใจว่าหนึ่งบุรุษเป็นผู้ชายอยู่ในฐานะสามีของเธอ และแน่นอนว่ามันไม่ผิดหากเขาจะทำอย่างนี้ในความรู้สึกของเขา

            “ไม่สนครับแม่พิม ดำเกิงไม่สนแล้วครับ” ว่าพลางยกร่างเล็กไปนั่งบนปากโอ่งพร้อมกับดึงทึ้งเสื้อผ้าของเธออย่างย่ามใจ ด้านพิมาลัยจะขยับตัวก็ไม่ได้ ไม่อย่างนั้นคงได้ร่วงกระแทกพื้นหรือไม่ก็จมหายไปในโอ่งน้ำเย็นจัดเป็นแน่ เธอสั่นไหวเมื่อชายหนุ่มบดคลึงเค้าคลอจูบแรกที่สอนให้เธอได้รู้จัก และทำอะไรไม่ได้เลยนอกจากกอดเกี่ยวร่างสูงไว้เพื่อพยุงตัว

            “แม่พิมครับ เค้าจะไปต่อแล้วนะ

            “อย่านะ ดำเกิง! ลืมไปแล้วอหรอว่าคุณให้สัญญากับฉันไว้แล้วน่ะ” พิมาลัยบอกเสียงสั่นๆ ไม่รู้จะหยุดการคุกคามที่แสนน่ากลัวนี่ได้อย่างไร

            นัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มของเขายามที่มองมาก็เหมือนเปลวไฟร้อนๆ ลามเลียไปทั่วร่างกายและหัวใจของเธออย่างน่ากลัว เขาคงไม่รู้เลยว่าแค่สายตาก็แทบทำให้เธอละลายได้อยู่แล้ว

            “ทำไมล่ะ เราเป็นผัวเมียกันนี่นา” ปลายจมูกโด่งซุกไซ้ต้นคอขาวผ่องไม่สนใจคำห้ามปรามใดๆ ทั้งนั้น

            พิมาลัยหน้ามืดร่ำๆ จะเป็นลมขึ้นมาให้ได้ ตอนที่กำลังน้ำตาซึมด้วยความกลัว เสียงใครบางคนก็ตะโกนเรียกดังมาจากข้างนอกช่วยหยุดการกระทำที่ส่งผลร้ายกาจต่อหัวใจเธอได้อย่างชะงักงัน

          “แม่พิม! แม่พิมอยู่ไหม ป้าเอาแกงมาฝาก ออกมาเอาหน่อยลูก

            “ค่ะป้าแม้น พิมจะออกไปเดี๋ยวนี้แหละ” พิมาลัยตะโกนบอก ก่อนจะขึงตาใส่ชายหนุ่มที่เอาแต่จ้องไม่ยอมละสายตา

            “ขยับไปสิ จะออกไปข้างนอก” หญิงสาวชักสีหน้าใส่เมื่อเห็นว่าหนึ่งบุรุษยังคงเอาแต่ปักหลักกักตัวเธอไว้ด้วยวงแขนแข็งแรงไม่ยอมให้ขยับไปทางไหนได้

            หนึ่งบุรุษเอียงคอน้อยๆ แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร เวลาบนสังเวียนยังอีกยาวไกลจึงปล่อยให้คนตัวเล็กออกจากห้องน้ำเล็กๆ ได้ในที่สุด พลางมองตามแผ่นหลังบอบบางของเธอด้วยสายตาชนิดหนึ่ง ที่กระทั่งตัวเองก็ยังไม่รู้ว่ามองเธอด้วยสายตายังไงกันแน่

 

            พิมาลัยดิ้นหลุดออกมาจากท่อนแขนแข็งแรงที่ไม่ต่างจากปลอกเหล็กได้ก็สูดหายใจเข้าเต็มปอด

            ร่างกายของเธอยังร้อนผ่าวทั้งที่เพิ่งตากฝนมาแท้ๆ หัวใจก็เต้นแรงอย่างไม่เคยเป็น รีบตบแก้มตัวเองเพื่อเรียกสติกลับคืนมา จากนั้นก็เปิดประตูบ้านเพื่อไปหาป้าแม้นที่เป็นเพื่อนบ้านถัดออกไปไม่ไกลเท่าไหร่นัก

            “ป้าแม้น” เสียงหวานเอ่ยพูดพร้อมกับยิ้มสดใส พาให้คนมองยิ้มตามไปด้วย

            “ทำไมหน้าแดงแบบนี้ล่ะลูก เนื้อตัวก็เปียกโชกเชียว” ป้าแม้นเอ่ยถามอย่างตกใจ ได้ยินพิมาลัยก็ยกมือทาบแก้มรู้สึกว่าผิวเนื้ออุ่นเล็กน้อย คงเป็นเพราะสัมผัสคุกคามของหนึ่งบุรุษก่อนหน้านี้เป็นแน่ ยิ่งคิดใบหน้าหวานก็ยิ่งร้อนผ่าวพาให้ใครอีกคนอุทานด้วยความตกใจ

            “ตายแล้วแม่พิม หนูต้องไม่สบายแน่ๆ รีบไปอาบน้ำเช็ดตัวกินข้าวกินยาเลยนะ” นางแม้นพูดด้วยความไม่สบายใจ เห็นเด็กคนนี้มานานอดสงสารเห็นใจไม่ได้ที่ต้องเผชิญโลกกว้างตามลำพัง แล้วก็ต้องมาเสียเปรียบกับเจ้าแม่เงินกู้หน้าเลือดคนนั้นด้วย

            “หนูก็ว่าอย่างนั้นแหละค่ะ น้ำฝนเย้นเย็น สงสัยว่าจะเป็นไข้” พิมาลัยบอกเสียงแผ่ว จากนั้นก็ไม่กล้าสบตากับนางแม้น ราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะล่วงรู้ว่าเมื่อครู่เธอกอดจูบกับหนึ่งบุรุษในห้องน้ำเย็นชืดจนแทบจะลุกเป็นไฟ จนกระทั่งถึงตอนนี้ใบหน้าก็ยังไม่หายจากอาการร้อนผ่าวนั่นเลย

            “ป้าเอาแกงเขียวหวานมาเผื่อแน่ะ แม่พิมรีบกินข้าวกินยาแล้วก็นอนซะนะ” เพื่อนบ้านบอกด้วยความห่วง พิมาลัยจึงพยักหน้าและบอกขอบคุณจากใจจริง

            “ขอบคุณนะคะป้าแม้น งั้นหนูไปอาบน้ำก่อนนะคะ” เธอรีบหาช่องกลับเข้าบ้านด้วยกลัวว่าหนึ่งบุรุษจะออกมาจากห้องน้ำตอนนี้และถูกนางแม้นเห็นเข้า ถึงแม้ว่าตอนนี้คนในตลาดจะรู้กันเกือบทั่วแล้วก็ตามว่าเธอมีสามีชื่อดำเกิง

          เพราะเรื่องไหนที่ป้าแหม่มรู้ ทุกคนก็จะรู้ตามไปทั่วอย่างทั่วถึง นั้นคือสโลแกนของป้าแหม่มเจ้าของแผงผักสด

            “จ้ะ ความจริงป้าแค่แวะมาเพราะอยากจะเห็นผัวแม่พิมน่ะ เห็นนังแหม่มมันบอกว่าผัวแม่พิมมาดแมนแอนด์แฮนด์ซัมมาก โฮะๆ ป้าเห็นแล้วล่ะ” นางแม้นแอบหัวเราะคิดคักเมื่อเห็นร่างสูงของบุรุษคนหนึ่งเดินเอื่อยๆ ออกมาจากในห้องน้ำ

            พิมาลัยหันมองตามสายตาของเพื่อนบ้านแล้วก็อายจนแก้มแดง ก้มหน้างุดรับถุงกับข้าวมาจากนางแม้นแล้วก็พึมพำไม่เต็มเสียง

            “คือหนูอาย ไว้วันหลังหนูจะแนะนำให้เขารู้จักกับทุกคนในตลาดก็แล้วกันนะคะ

            เห็นเด็กสาวเขินอายน่ารักน่าเอ็นดูนางแม้นก็ไม่คิดฝืนใจ กำชับให้พิมาลัยรีบอาบน้ำพักผ่อนจากนั้นก็เดินกลับบ้านไป

            หนึ่งบุรุษเห็นหญิงสาวปิดประตูลงแล้วก็เลิกคิ้วเอ่ยถาม พลางใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กขึ้นมาซับเส้นผมที่เปียกชื้นเพราะเพิ่ง

            “เมื่อกี้ใครน่ะแม่พิม

            “ป้าข้างบ้านน่ะ ถ้าแต่งตัวเสร็จแล้วช่วยแกะกับข้าวใส่จานรอด้วยนะ” พิมาลัยก้มหน้าก้มตาพูดกับชายหนุ่ม จากนั้นก็ส่งถุงแกงเขียวหวานให้ไป ไม่กล้าจะมองชายหนุ่มนานเพราะว่าเขามีเพียงผ้าขนหนูผืนเดียวพันรอบเอวสอบอย่างหมิ่นเหม่ ผิวกายขาวๆ ของเขาต้องแสงไฟนีออนจนเธอตาพร่าไม่กล้ามอง ต้องรีบหนีเข้าไปตั้งหลักในห้องน้ำทันที

            ชายหนุ่มหัวเราะกับท่าทางน่ารักไร้เดียงสาของเธอ จากนั้นก็ขยับตัวอย่างเงียบเชียบ มองหาเอกสารสำคัญของเธอเพื่อให้รู้ว่าแม่พิมเป็นใครมาจากไหนกันแน่ ไม่นานนักเขาก็หาเจอเนื่องจากว่าบ้านพักหลังเล็กของหญิงสาวไม่ได้กว้างขวางและเธอเก็บเอกสารสำคัญไว้ในที่เดียวกันหมด จึงพบทะเบียนบ้าน บัตรประจำตัวประชาชนและเอกสารอื่นๆ หลายชิ้น

            “พิมาลัย พงษ์พรรักษ์ นามสกุลเพราะดีนี่” หนึ่งบุรุษพึมพำเมื่ออ่านชื่อจริงของหญิงสาวแล้ว

            จากนั้นนัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มก็กวาดมองไปเรื่อย เห็นแผ่นกระดาษแผ่นหนึ่งที่ดูมันยับกว่าอย่างอื่นเล็กน้อยก็ดึงมันขึ้นมาอ่านผ่านมา แต่นาทีต่อมารอยยิ้มก็เริ่มเลือนหายไปแทนที่ด้วยความหนักใจ หันสายตามองไปยังห้องน้ำเล็กๆ อีกครั้ง ก่อนจะถอนหายใจออกมาแผ่วเบา

            “แม่พิม

 

            เพราะอยู่คนเดียวมาตลอดดังนั้นพิมาลัยจึงมีแค่ที่นอนเล็กๆ หมอนใบหนึ่ง ผ้าห่มอีกผืนหนึ่ง รวมไปถึงหมอนข้างและตุ๊กตาเน่าที่แวบแรกหนึ่งบุรุษโยนมันทิ้งเพราะคิดว่ามันเป็นเศษผ้าเก่าๆ ทำให้หญิงสาววีนแหลกน้ำตาร่วง ชายหนุ่มก็ง้อเต็มกำลังจนกระทั่งมาหยุดบนที่นอนด้วยกันทั้งคู่

            “เรานอนหมอนใบเดียวกันเหรอ?” หนึ่งบุรุษถามพลางซ่อนยิ้มอย่างแนบเนียน

            พิมาลัยกอดตุ๊กตาน้องหมาแสนเน่าของตนเองไว้ เสียงฝนตกที่ตกกระทบหลังคาบ้านหนักหน่วงนั้นยังไม่เท่าเสียงหัวใจเธอในตอนนี้

            “เอ่อ” จะตอบอย่างไรก็ดูไม่เข้าท่า

          เธอเป็นคนโกหกบอกว่าเขาเป็นผัว เอ๊ย สามี อยู่ด้วยกันมานานแล้ว ถ้าบอกว่าเขาไม่ชอบนอนหนุนหมอนห่มผ้าห่มก็คงจะเกินไปแน่ แต่ก็ไม่รู้จะตอบคำถามของเขาอย่างไรดี ลืมคิดสนิทใจว่าต้องจัดการเรื่องข้าวของเครื่องใช้ของเขาด้วย

            “อ๋อ เค้าคงนอนหนุนหมอนแล้วแม่พิมคงนอนหนุนแขนเค้าอีกทีใช่ไหมครับ” ยิ่งเขาพูดครับพูดขาพิมาลัยก็แทบจะละลาย เธอไม่กล้าตอบรับไม่กล้าปฏิเสธได้แต่ครางอึกอักอืออาอยู่ในคอ

            “ผ้าห่มก็ผืนเดียว แหม เค้าจำกลิ่นนี้ดีได้ขึ้นใจเลย อร๊าย ชื่นใจ” หนึ่งบุรุษพูดเสียงเล็กเสียงน้อยดึงผ้าห่มขึ้นมาสูดกลิ่น ยิ่งทำให้พิมาลัยดิ้นกับที่เพราะความเขินอายละลายหัวใจ

            พรุ่งนี้ฉันจะซักผ้าห่ม กรี๊ด ไม่ได้ซักมากี่เดือนแล้วเนี่ย!! หญิงสาวเขินอายเหลือเกินเมื่อชายหนุ่มล้มตัวลงนอนแล้วก็คว้าร่างเล็กของพิมาลัยล้มตัวลงนอนทับอกกดว่างของตนเอง

            “ไม่ได้นะ ต้องปิดไฟก่อน” พิมาลัยบอกอย่างนั้น เพราะชินที่ต้องนอนปิดไฟและส่วนหนึ่งเป็นการประหยัดไฟฟ้าไปในตัว

            “อ่ะปล่อยละ รีบกลับมานอนด้วยล่ะ” หนึ่งบุรุษปล่อยคนตัวเล็กออกจากอ้อมกอด ซึ่งหญิงสาวก็ขยับกายลุกพรวดพราดตื่นๆ กลัวไปหมดกับความมือไวใจเร็วของคนความจำเสื่อม เธอแทบจะเดินขาขวิดล้มไปกองบนพื้นเพราะรู้ว่าสายตาของเขาจ้องมาไม่กะพริบ รู้สึกโล่งใจตอนที่ปิดสวิทช์ไฟ แต่ก็กลัวเมื่อถึงตอนที่ต้องเดินไปยังที่นอน

            ระหว่างที่กำลังหาทางหนีทีไล่พิมาลัยก็เดินตรงกลับไปยังที่นอนเรื่อยๆ อย่างไม่รู้ตัว จนสุดท้ายก็สะดุดกับอะไรบางอย่างในความมืดและล้มทับร่างสูงอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว หนึ่งบุรุษรับร่างของเธอไว้และเจ็บจุกพอสมควรก่อนจะรัดร่างบางเข้าหาตัวเองแน่น

            “ดำเกิง” เสียงหวานสั่นพร่าแทบไม่ได้ยินเพราะถูกเสียงฝนกลบไปหมด

            “ครับเค้าง่วงแล้ว นอนได้แล้วครับแม่พิม วันนี้เหนื่อยครับ” เขาพูดแบบนั้นทำให้พิมาลัยเข้าใจว่าเขาคงเหนื่อยจากการทำงานแบกหามที่ไม่คุ้นเคยดังนั้นจึงพยายามนิ่งสุดชีวิต ตั้งใจว่าหากอีกฝ่ายหลับเมื่อไหร่จะรีบลุกจากวงแขนของเขาทันที

            แต่ด้วยความที่ตัวเองเพลียมากกว่าจึงผล็อยหลับไปก่อน ขณะที่หนึ่งบุรุษพลิกร่างเล็กให้นอนในท่าทางที่ดีขึ้น จับมือเล็กมาลูบก็ขมวดคิ้ว เนื่องจากว่าฝ่ามือคนตัวเล็กสากกระด้างบอกว่าเธอผ่านอะไรมามากทั้งที่ยังอายุไม่มาก ต้องสูญเสียความสนุกสนานในวัยชีวิตไปอย่างน่าเห็นใจ ดึงมือบางมาจุมพิตหนักๆ ก่อนจะมองหน้าหวานในความมืดสลัว

            “ราตรีสวัสดิ์ครับแม่พิมไม่ต้องห่วงอะไรแล้ว ฉันจะจัดการเรื่องทั้งหมดให้เธอเอง” หนึ่งบุรุษสัญญากับตัวเอง และมั่นใจว่าการพบกันระหว่างเขาและเธอไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่นอน

            เพราะเคยมีคนบอกเอาไว้ว่า แค่ชายเสื้อสัมผัสกัน ก็คือพรหมลิขิตแม้จะไม่รู้ว่าใครเป็นคนขีดเขียนมันขึ้นมา แต่ก็มั่นใจว่าผู้หญิงที่อยู่ในอ้อมกอดนั้นต้องการตัวเอง

            และต้องการมากด้วย

 

          ข่าวการมีสามีแล้วของพิมาลัยชาวบ้านร้านตลาดรับรู้กันทั่ว ทำให้หญิงสาวเขินอายแทบไม่กล้ามองสบตากับใครๆ แต่ก็จำต้องแนะนำตัวให้คนรู้จักมักคุ้นได้รู้จักเขาเอาไว้บ้างเพราะต้องเอาแต่บอกซ้ำว่ายอดหนึ่งบุรุษคือสามีชื่อ ดำเกิงนานเข้าชายหนุ่มก็เริ่มไม่พอใจและหงุดหงิดอารมณ์เสียขึ้นตามลำดับ

            พิมาลัยเริ่มกลัวและยังวางตัวไม่ถูกเพราะก่อนหน้านี้ก็ตื่นขึ้นมาในอ้อมแขนของเขาเสียแล้ว ตอนนี้เลยไม่รู้ว่าจะทำหน้าอย่างไรดี รู้ว่าหนึ่งบุรุษกำลังหัวเสียก็ไม่กล้าหันมอง เดินก้มหน้าตรงไปยังไซด์งานเพื่อไปส่งเขาทำงานเหมือนเมื่อวาน เริ่มมาเอะใจตอนที่ได้ยินเสียงหัวเราะคิกคักตามมาทุกฝีก้าว ด้วยความสงสัยจึงหันไปมองข้างจึงตกใจอับอาย และเข้าใจว่าทำไมคนอื่นๆ ถึงไม่ได้ถามเธอว่าคนที่ตามหลังมานั้นคือใคร

            ก็พ่อยอดทูนหัวหนึ่งบุรุษไม่รู้ว่าไปขอกระดาษแข็งกับปากกาเคมีมาจากใคร เขียนป้ายห้อยคอขนาดใหญ่เพราะไม่อยากจะให้ใครได้ถามอะไรอีก

            ชื่อดำเกิง เป็นผัวแม่พิม

          ทำงานรับจ้างแบกหาม

          เขาเขียนเอาไว้แบบนี้ด้วยลายมือโย้เย้เหมือนเด็กอนุบาล พิมาลัยทั้งอายทั้งตกใจรีบดึงมันออกจากคอหนึ่งบุรุษ ก่อนจะลากเขาออกมาอย่างรวดเร็ว

            “ทำไมถึงทำแบบนี้ล่ะ!” เธอว่าอย่างอับอาย ไม่กล้าสบสายตากับใครๆ ที่มองมาและพากันหัวเราะนั่นเลย

            “ก็มันน่ารำคาญนี่! เอาแต่ถามอยู่ได้ว่าชื่ออะไร เป็นคนที่ไหน ทำอะไรกิน!” อยากจะประกาศออกไปนักว่าที่บ้านทำปืนขายก็ไม่กล้าพอจึงได้แต่ฮึดฮัดอารมณ์เสีย เพราะนอกจากสายตาเอ็นดูแล้วยังมีสายตาหยามเหยียดจากคนบางประเภทที่มองแม่เนื้อหวานในเชิงดูถูกอีกต่างหาก

            คอยดู แต่งงานเมื่อไหร่จะจัดหนักเอาให้ตลาดแตกไปเลย! คิดในใจอย่างแค้นๆ แล้วก็ต้องสะดุ้งซะเอง มองคนตัวเล็กที่กำลังฉุดกระชากลากถูกตนเองให้ตรงไปไซด์งานด้วยเรี่ยวแรงอันน้อยนิด

            นี่แกอยากแต่งงานกับแม่พิมจริงๆ เหรอวะ ถามตัวเองในใจเช่นเคย จากนั้นก็ไม่กล้าจะคิดคำตอบจนสุดท้ายก็มาถึงไซด์งานหลังตลาด และพิมาลัยก็วิ่งหนีไปทางอื่นด้วยความเขินอาย

            “เฮ้! ฉันยังไม่รู้เลยนะว่าเธอทำงานที่ไหนน่ะ” หนึ่งบุรุษเปรยอย่างหนักใจก่อนจะหมุนตัวไปทางอื่น

            แน่นอนว่าเขาไม่ทำงานแต่เลือกที่จะเรียกให้การ์ดคนอื่นเข้ามารับ พร้อมกับแวะไปพักที่โรงแรมแห่งหนึ่งเพื่อตรวจสอบเอกสารและงานบัญชีก่อนจะส่งต่อให้เอกบุรุษน้องชาย

            เมื่อถึงเวลาเลิกงานเขาก็ให้ลูกน้องไปส่งใกล้ๆ ไซด์งานจากนั้นก็ซื้ออาหารเย็นแวะเข้าไป อยากใช้ชีวิตแบบนี้สักระยะเพื่อตัดสินใจอะไรบางอย่างให้แน่นอน ตอนที่กำลังเดินเอื่อยๆ เข้าตลาดก็โปรยยิ้มส่งให้พ่อค้าแม่ขายให้ใจละลายเป็นแถวๆ ไปด้วย

          “พ่อดำเกิงนี่หล่อเหมือนดาราจริงๆ นะ”

            “พ่อดำเกิงวันนี้เลิกงานเร็วเหรอ”

            “ครับ” ไปทางไหนก็มีแต่คนเรียกพ่อดำเกิงเป็นแถว หนึ่งบุรุษอดคิดว่าตัวเองที่ช่างป๊อบปูล่าเสียเหลือเกิน

            หนึ่งบุรุษตั้งใจเดินไปรอพิมาลัยที่บ้านเลยเพราะเธอไม่ได้ไปรอรับเหมือนเมื่อวาน แล้วก็ได้เจอคนตัวเล็กกำลังยืนอยู่หน้าบ้านพอดี จึงตั้งใจจะร้องเรียก ทว่าท่าทางลุกลี้ลุกลนของเธอทำให้เขาเปลี่ยนความตั้งใจและมองเงียบๆ แทน

            “แอบเอาของฉันไปขายล่ะสิ” ชายหนุ่มว่าพลางส่ายหน้าไปมา แล้วก็ก้าวขาไปตรงไปอย่างไม่เร่งรีบ

            แต่เมื่อเดินมาถึงหน้าบ้านหัวใจก็กระตุกวูบ เมื่อเห็นหยดเลือดจำนวนหนึ่งเปื้อนพื้นหน้าบ้าน ตกใจรีบเดินเป็นวิ่งเข้าไปทันที

            “แม่พิม!” หนึ่งบุรุษเรียกชื่อหญิงสาวดังลั่น และผลักประตูบ้านเข้าไปทันเห็นร่างเล็กเดินโซเซเข้าห้องน้ำก็รีบตามไป

            “แม่พิม เค้าเห็นเลือด เป็นอะไร” เสียงทุ้มของหนึ่งบุรุษขาดหายไปดื้อๆ เมื่อเห็นท่าทางตื่นกลัวของพิมาลัย เธอสะดุ้งเมื่อเขาเรียกและตัวสั่นรีบหันหลังให้

            “แม่พิม เกิดอะไรขึ้น” หนึ่งบุรุษไม่สนใจท่าทางของเธอ รีบจับไหล่บางและหมุนให้ร่างเล็กหันหน้าเข้าหาตัว

            วินาทีต่อมาความโกรธแค้นร้อนๆ ก็ไหลเรื่อยไปตามเส้นเลือดเมื่อเห็นว่าหน้าเล็กบวมช้ำ ต้นคอมีรอยนิ้วมืดกดทับจนช้ำ ที่ร้ายกว่านั้นคือเห็นเลือดเปรอะหน้าหญิงสาวจนแดงจ้ำชัดเจน เขาหลับตาลงเมื่อร่างบางโผเข้ากอดและร้องไห้โฮเพราะตื่นกลัว

            “ใคร บอกมาว่าใครทำ” น้ำเสียงของชายหนุ่มเย็นเยียบ แต่พิมาลัยหวาดกลัวเกินกว่าจะพูดออกมาได้

            หนึ่งบุรุษข่มความกลัวและความโกรธเอาไว้ให้ลึกสุดลึก จัดการล้างหน้าเช็ดคราบเลือดให้หญิงสาวก่อนจะอุ้มเธอไปนอนบนเตียง เมื่อเธอหลับสนิทเพราะอาการบอบช้ำก็โทรหาการ์ดก่อนจะเดินออกจากบ้านหลังเล็กช้าๆ เหมือนสัตว์ร้ายกำลังออกล่าเหยื่อ

            แต่ตอนที่ชายหนุ่มเดินออกจากบ้านหลังเล็ก ก็มีใครบางคนย่องเข้าบ้านหลังเล็กด้วยเช่นกัน

 

            พิมาลัยกึ่งหลับกึ่งตื่นเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าเดินวนเวียนอยู่ในบ้านหลังเล็ก แต่ก็เหนื่อยล้าเกินกว่าจะลืมตาขึ้นมองได้

            “ดำเกิงเหรอ?” เสียงหวานที่สั่นพร่าทั้งไข้ขึ้นทั้งบอบช้ำจากการถูกทำร้ายพูดเสียงแผ่ว

            “ใครน่ะ” หญิงสาวเริ่มตื่นกลัวเมื่อรู้สึกไม่ชอบมาพากล จะลุกขึ้นแต่ก็ยันตัวเองขึ้นไม่ไหว

            “แกมีผัวแล้วนี่นังพิม” เสียงห้าวดุตะคอกมาให้ได้ยิน พิมาลัยถึงกับสะดุ้งเพราะจำได้ว่านี่เป็นลูกน้องของเจ๊แดงที่มีหน้าที่ตามมาทวงเงินเธออยู่บ่อยๆ

            “ไอ้ชาติ!

            “เออ! กูเอง ผัวมึงก็หน้าตาผิวพรรณดีนี่นา เหมือนพระเอกในทีวีเลย มันคงจะมีเงินถุงเงินถังบ้างใช่ไหมล่ะ ไม่งั้นแกคงไม่เอามันเป็นผัว” ถ้อยคำกักขฬะหยาบคายทำให้พิมาลัยหน้าแดงร้อนจัด ทั้งโกรธทั้งอายในเวลาเดียวกัน อยากจะร้องกรี๊ดร้องขอความช่วยเหลือแต่ก็ไม่มีเรี่ยวแรงพอ ซ้ำแค่ขยับตัวน้อยนิดคนใจร้ายก็กวัดแกว่งมีดไปมาให้เห็นสะท้อนในความมืดรางๆ

            “ถ้าอยากตายทั้งแบบนี้ก็ร้องออกมาเลย” คนชั่วร้องท้าด้วยความสะใจ ทำให้เจ้าของบ้านได้แต่เม้มปากแน่น ภาวนาอยู่ในใจให้หนึ่งบุรุษรีบกลับมาช่วยตัวเอง

            แต่ถ้าตอนนี้เขาหนีไปแล้วล่ะ? เสียงหนึ่งถามในใจเพราะเวลานี้ไม่เห็นเงาของหนึ่งบุรุษเลย

            เขาอาจจะจำเรื่องทั้งหมดได้แล้ว และตอนนี้ก็กำลังกลับไปยังเส้นทางของเขาหลังจากหกล้มและเข้ามาเกี่ยวพันเธออยู่ชั่วขณะ

            “เงินอยู่ไหน!” ชาติตะคอกอีกครั้ง เพราะกลัวว่าหนึ่งบุรุษจะหวนกลับมาเช่นกัน

            ด้วยรูปร่างสูงใหญ่กำยำของอีกฝ่ายทำให้คิดว่าคงเป็นคู่ต่อสู้ไม่ได้ ดังนั้นชาติจึงพยายามมองหาเงินให้เร็วที่สุด แล้วจึงค่อยหนีออกไป

            “ฉันบอกแล้วไงว่าฉันไม่มี!” พิมาลัยตะคอกน้ำตาไหล เจ็บแค้นซะจนหายใจไม่ออก

            เธอถูกโกง ถูกเอารัดเอาเปรียบแต่ไม่เคยมีใครให้ความช่วยเหลือ เพราะตลาดสดแห่งนี้มีเจ๊แดงเป็นเจ้าของ เคยแจ้งความก็ถูกปฏิเสธเพราะตำรวจท้องที่ก็เป็นคนของเจ้าแม่อิทธิพลมืดส่วนมาก อยากจะตายไปให้พ้นจากความทุกข์ยากนักแต่ก็ใจไม่กล้าพอ

            ไม่รู้ว่าชาติปางก่อนไปทำเวรทำกรรมอะไรไว้นักหนา ชาตินี้ถึงต้องมชดใช้เวรกรรมไม่จบสิ้น พิมาลัยได้แต่ร้องถามสวรรค์ด้วยความหดหู่ใจจนพูดไม่ออก

            “กูไม่เชื่อหรอก มึงต้องซ่อนเงินไว้แน่ๆ คราวก่อนก็เอาไปให้เจ๊ตั้งหมื่นนึงไม่ใช่เหรอ เจ๊บอกว่าแกต้องมีมากกว่านี้แน่ๆ เพราะผัวแกยังไงล่ะ!” ชาติบอกอย่างไม่พอใจ จากนั้นก็รื้อค้นข้าวของในบ้านหลังเล็กของพิมาลัยจนมันเละเทะไปหมด

            “อย่า! ฉันไม่มี ไม่มีอะไรทั้งนั้น” พิมาลัยร้องไห้อย่างเหลืออด แค่เอานาฬิกาเรือนหรูของหนึ่งบุรุษไปขายมาผ่อนผันใช้หนี้คราวก่อนก็รู้สึกผิดมากแล้ว หากว่ามันจะเป็นแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ เธอคงสู้หน้าชายหนุ่มไม่ได้อีกแน่นอน

            “ฉันไม่มีจริงๆ” หญิงสาวร้องสะอื้น จากนั้นก็พาตัวเองลุกขึ้นจากที่นอนได้ในสุด

            เธอตรงเข้าไปหาชายชั่ว หมายจะหยุดการกระทำร้ายกาจของอีกฝ่ายให้ได้ เมื่อชาติค้นหาของจากตู้ไม้ขนาดใหญ่ ซึ่งเธอเอากระเป๋าสตางค์และของมีค่าของหนึ่งบุรุษซ่อนไว้ตรงนั้น

            “แกติดหนี้ก็ต้องใช้หนี้สิ!” ชาติตะคอกใส่จากนั้นก็ผลักจนร่างบางล้มลงกับพื้น

            พิมาลัยเจ็บไปทั้งตัว การปะทะกันก่อนหน้านี้เธอก็สะบักสะบอมเพราะถูกรุมจากแก๊งทวงเงินของเจ๊แดง กว่าจะหนีออกมาได้ก็บอบช้ำได้เลือด ตอนนี้ก็ยังถูกผู้ชายตัวใหญ่กว่าบุกเข้ามารื้อข้าวของภายในบ้านจนมันพังเละเทะไปหมด พอกรีดร้องขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้าน สายฝนก็เทลงมาอย่างหนักจนกลบเสียงร้องไปหมด

            หญิงสาวไม่มีเรี่ยวแรงจะร้องห้าม ได้แต่กระชากแขนของชาติที่รื้อค้นของปาทิ้งไม่หยุด

            “ฉันกู้เงินพวกแกมาแค่สามหมื่นเองนะ ไม่ใช่สามแสนอย่างที่พวกแกเขียนในใบกู้นั่น!” พิมาลัยสะอื้นฮัก ก่อนจะถูกผลักสุดแรงจนหมุนตัวล้มลงกระแทกพื้นอย่างหนักหน่วง

            มือเล็กยันพื้นเอาไว้และพยุงตัวเองให้ลุกขึ้น รู้สึกได้ถึงความคามที่ขมปร่าในปาก เธอได้เลือดอีกแล้วและมึนจงทรงตัวแทบไม่ไหว

            ชาติยังคงรื้อข้าวของต่อไปไม่หยุด บ้างโยนลงพื้น บ้างปัดป่ายจนมันล้มระเนระนาด และขว้างปาไปด้านหลังโดนตัวพิมาลัยหลายชิ้นจนหญิงสาวยอมแพ้กับโชคชะตา ซบหน้าลงกับเข่าและร้องไห้ด้วยความอดสู

            “หนึ่ง ทำไมล่ะ คุณไปอยู่ที่ไหน” หญิงสาวร่ำไห้ด้วยชอกช้ำ เสียใจยิ่งกว่าการถูกปล้นชิงทุกอย่างไปโดยไม่เต็มใจคือการที่หนึ่งบุรุษไม่อยู่ตรงนี้

            ทั้งที่เขาเป็นแค่คนแปลกหน้า ทั้งที่เขาเป็นเพียงผู้ชายคนหนึ่งที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับชีวิตของเธอ แต่เมื่อคิดถึงใบหน้างดงามและรอยยิ้มแสนเจ้าเล่ห์ขึ้นมา หัวใจที่เหน็บหนาวด้านชาก็เริ่มเต้นอีกครั้งหลังจากที่มันแทบจะหยุดทำงาน ความโหดร้ายที่ผ่านพบเจอทำให้เธอไม่คิดเชื่อใจใครอีกบนโลกนี้ แต่กลับมอบความไว้ใจให้เขาไปโดยไม่รู้ตัว

            “หนึ่ง

            พิมาลัยร่ำไห้กระซิกก่อนที่ทั้งเธอและชาติจะตกใจสะดุ้งจนตัวโยน

            “แม่พิม!” เสียงห้าวทรงอำนาจดังอยู่หน้าบ้านทำให้ชายชั่วสะดุ้งลนลาน รีบขยับตัวหนีออกทางหน้าต่างไปทันที

            “แม่พิม ฉันได้ยินเสียงอะไรแปลกๆ” หนึ่งบุรุษพูดไม่จบประโยคเพราะตกใจกับสภาพของแม่พิมที่เห็นตรงหน้า

            คนตัวเล็กดูเจ็บหนักสะบักสะบอม นั่งแปะกับพื้นใบหน้าผมเผ้ายุ่งเหยิง มองเห็นเลือดกำเดาจางๆ ที่จมูกและคางมนได้รูปนั้น รวมไปถึงสภาพความเละเทะของบ้านที่เต็มไปด้วยข้างของที่ถูกรื้อคุ้ยกระจัดกระจาย ชายหนุ่มถอยหลังควานมือตบสวิทช์ไฟ เมื่อไฟนีออนส่องสว่างก็อึ้งงันพูดอะไรไม่ออกเมื่อเห็นพิมาลัยสั่นเป็นลูกนกถูกพัดตกลงจามากรังและบาดเจ็บบนพื้นดิน

            หนึ่งบุรุษกำหมัดแน่นพลางกัดฟันกรอดเพื่อข่มความโกรธของตัวเองเอาไว้ ทิ้งอาหารและข้าวของที่เพิ่งซื้อมาก่อนจะทรุดตัวนั่งคุกเข่าตรงหน้าคนตัวเล็กและรั้งให้เธอเข้ามาสู่อ้อมอกของตนเอง

            “ขอโทษที่มาช้า ไม่เป็นไรนะ

            ตอนแรกพิมาลัยยังกลัวและไม่แน่ใจว่าเขาคือหนึ่งบุรุษหรือเปล่า แต่เมื่อได้ยินเสียงปลอบโยนและเสียงหัวใจเต้นรัวของเขาข้างหูก็ร้องไห้โฮออกมาสุดเสียง ยกแขนที่สั่นเทาโอบกอดร่างสูงเอาไว้แน่นด้วยความหวาดกลัวจับใจ

            “ช่วยด้วย

            “อื้อ เค้าอยู่นี่แล้วแม่พิม” หนึ่งบุรุษลูบไล้เส้นผมของหญิงสาวแผ่วเบา กดจูบลงขมับบางเพื่อปลอบให้เธอหายหวาดกลัว

            “พวกมันอีกแล้ว พวกมันจะเอาเงินแต่ฉันไม่มี” พิมาลัยร้องไห้สะอึกสะอื้นเป็นเด็กๆ ก่อนจะถูกชายหนุ่มอุ้มตัวลอยขึ้นจากพื้นตรงไปยังที่นอน

            “รู้แล้ว เดี๋ยวดำเกิงจัดการให้เอง ไม่ต้องห่วงไปหรอกนะ” ชายหนุ่มต้องข่มความโกรธทั้งหมดที่คอยแต่จะปะทุอย่างรุนแรงทุกเมื่อที่สัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะอื้นของคนตัวเล็ก

            “ฉันขอกู้มาแค่สามหมื่น แต่ทำไมฉันต้องจ่ายเป็นสามแสนด้วย

            “ไม่ต้องกลัว ทุกเรื่องฉันจะจัดการให้เอง ตอนนี้นอนก่อนนะ กินยาก่อน” มือหนาทำท่าจะผลักให้ร่างบางนอนบนที่นอนและตั้งใจจะหายาแก้ปวดแก้อักเสบให้คนตัวเล็กทานดักไว้ก่อน แต่พิมาลัยไม่ยอมปล่อยเหมือนลูกแมวที่ไม่กล้าห่างจากแม่แมวไปไหน

            แม้จะลำบากแต่หนึ่งบุรุษก็ยอมอุ้มตัวพิมาลัยอีกครั้งพร้อมกับแกะยาออกจากแผงส่งให้คนตัวเล็กพร้อมกับน้ำดื่ม

            “กินมันเข้าไปก่อน ไม่งั้นพรุ่งนี้ได้เรื่องแน่” เสียงหนักบอกอย่างนุ่มนวล ช่วยลดความหวาดกลัวในใจของพิมาลัยลงไปได้มากโข ตอนนี้เธอเริ่มเจ็บตึงที่พวงแก้มและริมฝีปากทุกทีจึงรับมันเข้าปากอย่างว่าง่าย

            “ทีนี้ก็นอนพัก” เมื่อเธอจัดการกลืนยาเรียบร้อยแล้ว หนึ่งบุรุษก็อุ้มตัวกลับไปนอนอีกหน

            “อย่าไป ฉันกลัว” มือเล็กที่ยังไม่หายจากอาการสั่นระริกคว้าคอเสื้อของชายหนุ่มเอาไว้ ไม่อยากอยู่ห่างจากเขาอีกเพราะกลัวว่าเรื่องน่ากลัวจะมาเยือนอีกหน

            “ไม่ไปไหนทั้งนั้น” หนึ่งบุรุษยืนยันพร้อมกับเอนตัวลงนอนข้างกายเธอด้วย

            เมื่อหญิงสาวปิดเปลือกตาลงเขาก็ใช้ชายเสื้อเช็ดคราบน้ำตาและคราบเลือดบนใบหน้าใสออกอย่างแผ่วเบา หลังจากที่มั่นใจแล้วว่าเธอหลับสนิทด้วยฤทธิ์ยาหนึ่งบุรุษก็ยกโทรศัพท์ขึ้นมาต่อสายหาลูกน้องอีกครั้ง

            “ฉันต้องการให้พวกนายจัดการเรื่องให้เร็วที่สุดภายในพรุ่งนี้ ใช่ ทำยังไงก็ได้ จัดการไอ้พวกลูกน้องเวรของนังแก่นั่นซะอย่าได้ปรานีมันเชียวล่ะ

            พอวางสายก็ได้ยินเสียงครางอืออาของพิมาลัยอีกครั้ง หนึ่งบุรุษหลับตาแน่นกอดเธอไว้ในอ้อมแขนหนาหนักก่อนจะพึมพำชิดเรือนผมหนานุ่ม

            “ไม่มีอะไรให้ต้องกลัวอีกแล้วแม่พิม

 

            หลังจากตื่นได้ครึ่งชั่วโมงในช่วงสายของวันใหญ่ พิมาลัยก็ยังไมแน่ใจว่าเรื่องเมื่อคืนเป็นความฝันหรือความจริง เพราะเห็นข้างของในบ้านเป็นระเบียบเรียบร้อยเหมือนเดิมราวกับว่าไม่ได้มีใครบุกเข้ามา อีกทั้งหนึ่งบุรุษก็ไม่ยอมออกไปไหน ช่วยซักผ้าล้างจานถูบ้านให้และบอกว่าวันนี้ที่ไซด์งานหยุดพักเพราะฝนตกจึงยังทำงานในส่วนต่อไปไม่ได้

            “เมื่อคืน” เธอเริ่มต้นเอ่ยถามกับชายหนุ่มตอนที่เขายกอาหารมาให้ เห็นคิ้วเข้มเลิกสูงราวกับจะถามว่ามีอะไรจู่ๆ ก็พูดไม่ออกขึ้นมาดื้อๆ

            “เมื่อคืน?” หนึ่งบุรุษทวนคำ แต่พิมาลัยส่ายหน้าไปมาก้มหน้างุดทานอาหารเงียบๆ ไม่ถามอะไรต่อ

            หนึ่งบุรุษพอจะรู้ว่าเธออยากจะถามอะไรแต่ก็เลือกที่จะเงียบ ปล่อยให้เธอเข้าใจว่าเรื่องเมื่อคืนเป็นเพียงความฝันจะดีกว่า เพราไม่อย่างนั้นคนตัวเล็กอาจจะนอนผวาไปหลายคืนด้วยเรื่องที่เกิดขึ้น

            “เดี๋ยวเค้าล้างเอง” เมื่อทานอาหารเรียบร้อยแล้ว หนึ่งบุรุษก็ยังเป็นสุภาพบุรุษด้วยการยกจานชามไปเก็บด้วยตัวเอง แต่ในความรู้สึกของพิมาลัยนั้นไม่ดีเอาเสียเลย เพราะไม่ว่าเรื่องน้อยใหญ่อะไรก็ให้เขาเป็นคนจัดการให้ทุกเรื่อง ทั้งที่เขาไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรด้วย และเธอต่างหากที่ทำตัวเลวร้ายกับเขาไว้มากเหลือเกิน

            ยังไม่ทันได้ห้ามอะไรหนึ่งบุรุษก็เดินไปซะไกลเสียแล้ว สุดท้ายก็จำต้องนอนพักหลับตาอย่างเหนื่อยอ่อนเพราะยังบอบช้ำจากการถูกทวงเงินจนถึงขั้นได้เลือดเมื่อวาน นึกแปลกใจที่ชายหนุ่มไม่ได้เอ่ยปากถาม แต่ก็ดีใจที่เขาไม่ถามอะไรเพราะยังไม่ได้เตรียมคำตอบเอาไว้

            เคลิ้มหลับได้ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็ต้องลุกเมื่อมีคนมาหาถึงบ้าน พิมาลัยรีบหลบอยู่หลังหนึ่งบุรุษทันทีเมื่อเห็นเจ๊แดงมาหาถึงบ้านด้วยท่าทางหวาดผวาพร้อมกับส่งเอกสารทุกอย่างคืนมา

            “เมื่อวานเค้าถูกหวยมาอ่ะจ้ะแม่พิม แล้วพอดีเจ๊แดงอะไรนี่ก็มาทวงเงินกับเค้าพอดี เค้าเลยคืนหนี้สินให้ตัวหมดแล้ว” จอมมารแสยะยิ้มเห็นให้เห็น สองมือยังโอบร่างบางไม่ยอมปล่อยและทำให้กลุ่มเจ๊แดงแทบจะหมอบกราบขอร้องให้อีกฝ่ายช่วยรับเอาเอกสารไปเสียที

            “จริงเหรอ หวยเหรอ เลขท้ายสามตัวหรือสองตัว ทำไมฉันซื้อไม่เคยถูกเลย” หญิงสาวยังเบลอๆ มึนๆ พูดจาน่ารักเสียจนหนึ่งบุรุษอดหัวเราะไม่ได้ ชายหนุ่มกอดกระชับร่างบางไว้แน่นและคว้าเอกสารจากมือเจ๊แดงมาถือด้วยท่าทางร้ายกาจมากเล่ห์

            “ถะถ้างั้นฉันกลับแล้วนะ” เจ๊แดงไม่เหลือคราบนางพญาผู้หยิ่งผยองตั้งใจจะหนีให้ไกล แต่เสียงทุ้มฉุดฝีเท้าไว้ซะก่อน

            “ครับ และบอกเลยนะครับ ว่าถ้าเจ๊ยังอยากจะมีชีวิตอยู่ไปจนถึงแก่เฒ่าก็อย่าได้ทำตัวแบบนี้อีกนะครับ

            ได้ยินแล้วสาวใหญ่ก็เดินหนีขึ้นรถจากไปอย่างรวดเร็ว ท่าทางหวาดกลัวของเจ๊แดงในสายตาของพิมาลัยน่าแปลกใจเหลือเกิน กำลังจะอ้าปากถามหนึ่งบุรุษอีกครั้งแต่เขาก็ปิดประตูบ้านและลากเธอกลับไปนอนบนเตียงตามเดิม

            “นอนซะแม่พิม หน้าบวมแล้วนะ”

            “เดี๋ยว คุณไม่ตกใจบ้างเหรอเรื่องเจ๊แดงน่ะ กับเรื่องหนี้ของฉัน มันเยอะมากไม่ใช่เหรอ” พิมาลัยไม่อาจห้ามความสงสัยได้ เอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจ ขณะที่หนึ่งบุรุษไหวไหล่และยิ้มจางๆ ที่มุมปาก

            “หนี้แค่สามหมื่นเองนี่ ได้ค่าหวยมาพอดีเลย มันก็ไม่ได้มากมายเท่าไหร่นะ เค้าจำอะไรไม่ได้ก็จริง แต่จะให้ทำยังไงล่ะ ตัวเองเป็นเมียเค้านะ

            วินาทีต่อมาพิมาลัยก็ต้องหน้าแดง รีบดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมหน้าของตัวเองเอาไว้ด้วยความเขินอาย ชายหนุ่มได้แต่หัวเราะอย่างนึกขำและเดินเข้าห้องน้ำเงียบๆ ทิ้งให้หญิงสาวได้ครุ่นคิดว่าทำไมเจ๊แดงถึงได้ทำท่าหวาดกลัวเขาเหลือเกิน แล้วก็คิดหนี้แค่สามหมื่นเท่านั้น ทั้งที่ปกติแล้วสาวใหญ่มักจะบอกเสมอว่าหนี้ของเธอไม่รวมดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายทุกเดือนคือสามแสน

            “สงสัยจะเอาความหล่อเข้าแลก” บอกตัวเองแบบนั้นและตั้งใจว่าจะคุยกับเขาให้จริงจังอีกครั้งจึงหลับตาลง ก่อนจะหลับสนิทในเวลาต่อมา

            เธอตื่นขึ้นอีกทีก็เย็นมากแล้ว และไม่เจอตัวหนึ่งบุรุษให้เห็นในบ้าน ขยับตัวลุกจากที่นอนพลางบิดขี้เกียจอย่างเมื่อยล้า พอสำรวจใบหน้าในกระจกก็ต้องแปลกใจเพราะใบหน้าไม่ได้บวมแดงอย่างที่คิดเอาไว้เลย

            “อืม สงสัยกินยาเข้าไปเลยหายเร็ว” บอกตัวเองแบบนั้นแล้วก็คว้าเสื้อคลุมมาสวมทับเพื่อออกไปหาซื้อกับข้าวมื้อเย็นมาทานกับสามีตัวปลอม

            เธอเดินหาของไปทั่วตลาดด้วยความเหม่อลอย ยังแปลกใจกับเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นจนลืมตัวว่าแทบจะเดินเลยพ้นตลาดออกมาซะแล้ว ช่วงที่กำลังจะหมุนตัวเดินกลับก็เห็นร่างสูงที่คุ้นเคยกำลังยืนสูบบุหรี่อยู่ หน้าหวานปรากฏรอยยิ้มขึ้นโดยไม่รู้ตัว แล้วก็รีบเดินเป็นวิ่งเข้าไปหาในทันที

            “ดำเกิง!” พิมาลัยเรียกอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงสดใส พอคว้าแขนเขาได้เท่านั้นก็ถูกเหวี่ยงจนล้มลงกับพื้น

            ดวงตาหวานซึ้งเบิกกว้างมองหน้าคมคายของชายหนุ่มด้วยความตกใจถึงขีดสุด เห็นสายตาเย็นชาของเขาแล้วก็ไม่กล้าจะพูดอะไรค่อยๆ ยันตัวขึ้นมาจากพื้นปัดฝุ่นตามเนื้อตัวก่อนจะได้ยินเสียงทุ้มพูดด้วยความเย็นเยือกอีกประโยค

            “อย่ามาแตะฉัน



[1] เห็ดทรัฟเฟิล (Truffle) ได้ชื่อว่าเป็นราชาแห่งเห็ดทั้งปวง หรือเพชรดำ เนื่องจากเป็นเห็ดที่หายากและมีกลิ่นหอมอบอวล โดยเห็ดชนิดนี้จะมีอยู่เฉพาะที่ยุโรปเท่านั้น

 

http://24.media.tumblr.com/d8b70dc0adfe96808052cc1e99e1269b/tumblr_mop7q8UR6c1qbetfwo2_1280.jpg

 

Talk 3...

ในสามพี่น้องสามบุรุษ มหาบุรุษ ยังไม่มาเนอะ

เฮียแกจะโหดกว่าคนอื่นนิดนึง เย็นชานิดนึง แต่ก็ร้ายกาจเหมือนเดิม >//<

พ่อมหากับเดฟเนี่ย ตั้งหน้าตั้งตารอเขียนจริงๆ นะเออ

โปรยของมหาเบาๆ ค่ะ

จู่ๆ ผู้หญิงคนหนึ่งก็วิ่งเอาเงินมาฟาดหัว บอกให้ช่วยทำเธอท้อง

บอกหน่อยผู้หญิงสติดีๆ ที่ไหนเค้าทำกัน พอถามหล่อนกลับตีบทโศกร้องไห้คับอกคับใจ ฟูมฟายตีอกชกหัวตัวเอง ขอสเปิร์มจากสุดหล่อมหาบุรุษ

"นึกยังไงอยากนอนกับผม!" ถามอย่างข้องใจก็เห็นเธอร้องโฮอีกรอบ

"ฉันได้ยินว่าคุณชื่อมหา ชื่อคุณเหมือนหมาโดเบอร์แมนของฉันที่ตายไปแล้ว ฮือ..."

ได้ยินแล้วมหาบุรุษอยากจะร้องไห้ มีผู้หญิงมาขอนอนด้วยเพราะมีชื่อเหมือนหมาของเจ้าหล่อนที่ตายไปเนี่ยนะ มหาอยากตาย!!

 

 

Talk 2...

วันนี้เพลียมากๆ เลยค่ะ

ไม่สบาย ตากฝนมา หลายคนคงตากมาเหมือนกันเนอะ

ฟ้ารั่วออกขนาดนี้ ยังไงรักษาสุขภาพกันด้วยนะคะสาวๆ

มู่ไม่สบายเลือดกำเดาไหลอีกแล้ว T^T ตลอดเลย

เสื้อเต็มไปด้วยเลือดน่าสยดสยองมาก

ยังไงฝากหนึ่งบุรุษไว้ด้วยนะคะ กอดนะเออ

 

Talk 1...

Song :: Yeah - Cloud Cuckoo Land

Down Load this song >>Click!!<<

พ่อดำเกิงก็พ่อดำเกิงเถอะ งานนี้หนึ่งบุรุษคงไม่สนใจชื่อแล้วล่ะ

นิสัยมือไวใจเร็วเนี่ย ยกให้บ้านไมนอฟเลยเนอะ

ไม่ได้เขียนฟีลบ้าๆ บอๆ เหมือนมาซี่มานานแล้ว >.<//

มาติดตามต่อรุ่นลูกด้วยนะคะ

รับรองความ โหด หึง ห่าม หื่น แน่นอนค่ะ อิๆ



เฟซบุ๊คสำนักพิมพ์สมาร์ทบุ๊ค >>Click!!<<

แฟนเพจของมู่ mu_mu_jung >>Click!!<<

ทวิตเตอร์ของมู่ (ไม่ได้เล่น แต่แจ้งอัพนิยาย) >>Click!!<<

God blessed you

’m blessed you

I http://www0.dek-d.com/06pic/dot/heart.gif Readers

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 148 ครั้ง

250 ความคิดเห็น

  1. #2996 aut (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 กันยายน 2556 / 11:13
    อิมหาแน่เลยโหดอย่างนี้
    #2996
    0
  2. #2701 jinny (@janiss) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2556 / 22:51
    ไครอ่า เอก หรือว่า มหา ไม่น่าจะใช่หนึ่งนะ
    #2701
    0
  3. #2278 noojujaa (@noojujaa) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2556 / 14:10
    อ้าวว ไมอ่ะ
    #2278
    0
  4. #2064 Rattikan K. Puy (@puyrattikan) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2556 / 08:49
    น่าน นนนนน ซวยเรยอิหนึ่ง
    #2064
    0
  5. #1434 pllaii (@pllaii) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2556 / 08:40
    จะเผด็จศึกแม่พิมพ์แล้วรึๆๆๆ
    #1434
    0
  6. #1391 โพล่าแบร์ (@ma2m) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2556 / 09:24
    รับผิดชอบเลย ดำเกิง
    #1391
    0
  7. #1347 poterdowจ้า (@p-o-t-e-r-d-o-w) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2556 / 17:05
    5555555555 สะใจอีหนึ่ง
    #1347
    0
  8. #1334 Phairin Sukaeo (@phairin52) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2556 / 12:54
    5555 ไรหวา พอแม่พิมเอาจริงทำไมหนึ่งไม่กล้าอ่ะ ><
    #1334
    0
  9. #1315 Rainbow Rainny (@rainnymomo) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2556 / 09:31
    อ้าว มหาก้อมีเรื่อง อีตาหนึ่งก้อมีเรื่อง นางเอกรุกๆทั้งสองคนเลย จะรอดไหมเนี่ย
    #1315
    0
  10. #1310 โพล่าแบร์ (@ma2m) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2556 / 08:57
    นึกว่าจะกระโจนเข้าใส่ 5555
    #1310
    0
  11. #1297 Rattikan K. Puy (@puyrattikan) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2556 / 03:16
    แม่พิม แรงจริงๆ55555
    #1297
    0
  12. วันที่ 24 กรกฎาคม 2556 / 20:17
    นางเอกทักผิดคน 
    #1145
    0
  13. #693 Qυεrı₫α ❀ (@hanker) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2556 / 15:13
    สู้ๆ นะคะ

    สายฝนที่ตดโปรยปราย
    ลืมไปแล้ว
    อหรอ
    นอนทับอกกดว่างของตนเอง
    #693
    0
  14. #616 Waralug Saetong (@025ihjgkle) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2556 / 17:39
    แม่พิมเรานี้ใจถึงมาก โหดด้วย หนึ่งบุรุษจะทำยังไงละเนี่ยงานนี้
    #616
    0
  15. #614 โมบิจัง (@mobiky) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2556 / 12:54
    เฮ้ย...ทำไมดำเกิงถึงได้ทำร้ายแม่พิมพ์อย่างนั้นแหละ
    #614
    0
  16. #595 Kaktinum (@kaktinum) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2556 / 13:37
    แค่นั้งอ่าน trailer. ของหนุ่มมหาก้อตั้งตารอใจจดใจจ่อแล้ว 'แอบหวังว่านางเอกของมหาจะไม่โดนจับกดง่ายๆ เพราะถ้าถูกจับกดจนท้องป่อง เรื่องจบทันที'
    #595
    0
  17. #465 nuumy (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2556 / 21:43
    ไหงงั้น งงเลย แต่รอต่อ สู้นะคะพี่มู่
    #465
    0
  18. #462 น้ำแตงโมปั่น> (@amjune) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2556 / 20:08
    ทักผิดคนนนน 
    #462
    0
  19. #372 ไม่มีตรงกลาง (@28112539) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2556 / 00:00
    สู้ๆ นะค่ะเจ๊
    #372
    0
  20. #371 น้ำ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2556 / 22:52
    พ่อดำเกิงน่ารักมากกกกก



    ชื่อก็ไพเราะ พี่มู่ตั้งใจคิดชื่อนะค่ะ 5555555



    นางเอกน่าสงสารอะ โดนซ้อมด้วย ดำเกิงจัดการให้เด็ดขาดมากกว่นี้ได้ป้ะ ไม่สะใจอะ
    #371
    0
  21. #370 yoyori (@bell5556) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2556 / 17:30
    เอก หรือ มหา สักคนนี่แหละ แกอยากมีเรื่องกับพี่ชายตัวเองเรอะ!=[]=
    #370
    0
  22. #369 697698 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2556 / 13:44
    อ๊ายยยยยยยยยยยยยย มาอัพไวๆน่ะค้ๆ
    #369
    0
  23. #367 pafe_love (@pafe_love) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2556 / 12:33
    ตามหาแน่ๆเลยยยยนั่นพี่สะใภ้แกนะยะ!!!!!
    แม่พิมเอ้ยยยอย่าร้องให้นะรอตาหนึ่งมาอธิบายก่อน
    #367
    0
  24. #366 สิบหกสิงหา (@vipzeeu2de) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2556 / 10:55
    หนึ่งน่ารักอ่ะ
    อร๊าย มหาแน่เลย รอพ่อมหาอยู่นะ
    #366
    0
  25. #365 beam (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2556 / 23:22
    ติดตามค่าา

    >
    #365
    0