จอมโจรเสี่ยงรัก [นิยายชุด จอมโจรสิเน่หา]

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 147,527 Views

  • 877 Comments

  • 484 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    41

    Overall
    147,527

ตอนที่ 4 : Thief Lot Love ♛ 03 I Will Lay Down My Hear

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12337
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 68 ครั้ง
    24 ก.พ. 58

http://40.media.tumblr.com/821ba6dd3dc5ce983dd399df5f7966c9/tumblr_njiylmIta61qbetfwo7_r1_1280.png

Thief Lot Love 03

I Will Lay Down My Heart

 

        ชมจันทร์มองดูรูปถ่ายหลายใบพวกนั้นแล้วนิ่งงันไป มั่นใจว่าไม่ได้คิดไปเองแน่ เพราะในรูปถ่ายนั้นเป็นรูปของเธอจริงๆ ไม่ได้ฝันหรือคิดไปเองแน่

          ใบหน้าของหญิงสาวซีดขาวราวกับแผ่นกระดาษ มือไม้สั่นเทา ค่อยๆ คลิกเมาส์ดูรูปถ่ายไปทีละรูปด้วยหัวใจที่เต้นถี่

          รูปเปลือยของเธออยู่ในคอมพิวเตอร์ส่วนตัวของบาสเตียน ถึงจะเป็นสามีภรรยากันก็เถอะ แต่มันไม่ใช่เรื่องปกติเลยจริงๆ แค่คิดใจก็สั่นไหว ความกลัวเข้ามาจับหัวใจในฉับพลัน มันถูกแล้วหรือที่เป็นแบบนี้ แล้วก่อนหน้าที่ความทรงจำจะสูญหาย ตัวของเธอยินดีและเต็มใจให้เขาถ่ายภาพพวกนี้เก็บไว้หรือ

          พลันนั้นก็คิดถึงข้อความที่อยู่ในคอมพิวเตอร์ตัวเองขึ้นมาได้

        อย่าได้เชื่อใจผู้ชายที่ชื่อว่า บาสเตียน โคลเซ เด็ดขาด เขาเป็นผู้ชายร้ายกาจสารเลวที่เห็นแก่ตัวยิ่งกว่าปีศาจทุกตนบนโลกนี้!!”

        ถ้าข้อความเหล่านั้นเป็นความจริงว่าไม่สนควรเชื่อและไว้ใจบาสเตียน แล้วหลังจากนี้เธอจะทำยังไงเล่า

          เธอดูรูปถ่ายมากมายหลายรูปด้วยน้ำตาที่คลอเบ้า หูอื้อ สมองมืดดับคิดอะไรไม่ออก และสุดท้ายจะมีใครบ้างที่คอยช่วยเหลือดูแลห่วงใยจากใจจริง

          ชมจันทร์ตัวชาทั้งตัวแข็งทื่อกับที่ไม่สามารถขยับไปทางไหนได้ นอกจากมองดูรูปเปลือยตัวเองที่เห็นชัดว่าเป็นใครและอยู่ในอริยาบถไหน เธอนอนหลับสนิทบนเตียงถึงจะมีผ้าห่มคลุมร่างเอาไว้แต่ก็มองออกว่าใต้ผ้าห่มคงไม่มีเสื้อผ้าสวมอยู่เป็นแน่

          นอกจากนั้นก็ยังมีภาพของผู้ชายคนหนึ่งนอนตะแคงอยู่ข้างๆ ด้วย เพราะไม่เห็นหน้าดังนั้นเลยไม่รู้ว่าคนคนนั้นในภาพถ่ายใช่บาสเตียนหรือเปล่า แล้วถ้าหากว่าไม่ใช่เล่ายิ่งคิดชมจันทร์ก็ยิ่งกลัว เธอร้องไห้น้ำตาร่วงพรู มือไม้เย็นเฉียบชื้นไปด้วยเหงื่อ ทำให้มือที่จับเมาส์อยู่นั้นลื่นแทบหลุดมือหลายรอบ

          ต่อมาเธอก็ได้ยินเสียงกุกกักที่หน้าประตู จึงลนลานปิดแฟ้มรูปนั้นบนหน้าจอจนหมดแล้วก็รีบปิดคอมพิวเตอร์ด้วย

          เป็นบาสเตียนที่เดินเข้ามาในห้องนอน เขาถอดหมวกออกแล้วก็ส่งยิ้มให้เธอระหว่างที่เดินเข้ามาด้วยท่วงท่าสบายใจ แต่ต่อมาก็คิ้วมุ่นจ้องมองมาอย่างไม่สบายใจเท่าไหร่นัก

          “ร้องไห้เหรอชม ร้องไห้ทำไมน่ะ” ร่างสูงเดินเข้ามาใกล้ ถามด้วยความห่วงใย

          ชมจันทร์นิ่งงันไปครู่หนึ่ง สิ่งที่ได้รับรู้มานั้นมันประดังประเดเข้ามาในคราวเดียวทำให้เธอนึกคิดอะไรไม่ออกเลย พอเงยหน้าสบตากับคนที่มีฐานะเป็นสามีก็กลัวแสนกลัว กลัวจนจะร้องไห้จนต้องกะพริบตาถี่เพื่อกลั้นไม่ให้น้ำตาไหลลงมาต่อหน้าเขา

          คนที่ชมจันทร์เริ่มรู้แล้วว่าเขาคงไม่ใช่สามีที่แสนดีสำหรับเธอแน่

        “ฉันไม่ชอบเธอร้องไห้” บาสเตียนประคองหน้าหวานขึ้น ใช้นิ้วไล้คราบน้ำตาบางๆ บนใบหน้าเล็ก จ้องมองมาด้วยสายตาดุดันแต่แฝงไว้ด้วยความอ่อนโยนหลายส่วน

          ฉันไม่ชอบเธอร้องไห้ คำพูดก่อนหน้านี้ที่ได้ยินจากบาสเตียนกระแทกหัวใจของหญิงสาวอย่างจัง ราวกับว่าเธอเคยได้ยินคำนี้จากใครสักคนมาก่อนแล้ว

          “ร้องไห้ทำไม ฉันไม่สบายใจนะชม” ชายหนุ่มเริ่มกระวนกระวาย ชมจันทร์ดูแปลกไปจนสังเกตได้ชัด

          “เปล่าค่ะ เมื่อกี้ปวดหัว น้ำตามันก็ไหลเอง” เธอดันตัวเองออกห่างจากเขาเล็กน้อย ยกมือเช็ดน้ำตาด้วยตัวเอง

          “งั้นพักหน่อยไหม” ทุกคำที่บาสเตียนถามแฝงไว้ด้วยความอ่อนโยนและห่วงใย

          แต่ตอนนี้ชมจันทร์เริ่มแน่ใจแล้วว่าทุกถ้อยคำที่ได้ยิน มันเป็นคำลวงที่หลอกล่อให้ผู้หญิงอ่อนเดียงสาอย่างเธอหลงละเมอ แล้วก็ยอมสิ้นทุกอย่างที่เขาพูดบอก

          ที่แน่ใจอย่างนั้น เป็นเพราะเธอจำเรื่องทั้งหมดได้แล้วยังไงเล่า

 

ย้อนกลับไปสามเดือนก่อน

        ชมจันทร์เดินทางมายังเบอร์ลินพร้อมกับจารุภาเพื่อนสาวที่ตั้งใจว่าจะเที่ยวแบบแบ็คแพ็คเกอร์ด้วยกันสองคนที่นี่ เพราะคิดว่าที่นี่เป็นเมืองใหญ่ ผู้คนพลุ่กพล่านมากมายตลอดเวลา น่าจะปลอดภัยระดับหนึ่งเมื่อเทียบกับเมืองใหญ่ๆ ในยุโรปด้วยกันแล้ว

        ทันที่ที่ล้อเครื่องลินแตะรันเวย์ในสนามบินเบอร์ลิน-เทเกล[1] ก็ต้องตกใจ เพราะเมื่อเปิดโทรศัพท์ก็มีข้อความส่งเข้ามาในเครื่องอย่างรวดเร็วและหลายข้อความด้วย แถมพอเดินไปถึงอาคารผู้โดยสารขาเข้าในสนามบินก็เห็นชายหนุ่มรูปงามที่เคยเจอกันที่กรุงเทพฯ ยืนรออยู่แล้ว กับบอดีการ์ดหน้าดุหลายคน

          เขาก็คือบาสเตียน โคลเซ คนที่เธอเคยบริจาคเลือดให้เมื่อตอนที่เขาประสบอุบัติเหตุที่เมืองไทย แล้วก็มีเลือดชนิดพิเศษที่หายากอย่างมาก

          จะเดินหนีก็ดูจะเสียมารยาท ด้วยก่อนหน้านี้เธอติดต่อกับบาสเตียนผ่านทางอีเมลมาโดยตลอด เขาคุยด้วยอย่างไม่ถือตัวถึงแม้ว่าจะเป็นนักธุรกิจชื่อดัง มีงานและกิจการมากมายรัดตัวตลอดเวลา ดังนั้นเลยต้องรู้สึกไม่ดีถ้าหากว่าจู่ๆ จะแกล้งทำเป็นไม่รู้จักกันมาก่อนแล้วเดินหนีดื้อๆ

        “คนนี้ใช่ไหมที่แกบอกว่าติดต่อกันอยู่น่ะ หนุ่มเยอรมันรูปหล่อ ใช่ป่ะ” จารุภากระซิบถาม ทั้งที่ไม่ต้องทำอย่างนี้ก็ได้ เพราะคิดว่าทุกคนไม่น่าจะเข้าใจภาษาไทยที่ใช้คุยกันอยู่สองคน

        อือ ฉันก็ไม่คิดนะว่าเขาจะมารับจริงๆ ตอนแรกฉันคิดว่าเขาแค่พูดไปตามมารยาท ไม่คิดว่าเขาจะมาจริงๆ” ชมจันทร์กระซิบตอบ แล้วก็ต้องส่งยิ้มให้กับบาสเตียนเมื่อมาอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว

        “สวัสดีค่ะ” หญิงสาวทักทายอย่างตกประหม่า ใจเต้นไม่เป็นส่ำกับสายตาของชายหนุ่มที่มองมา

          “สวัสดี การเดินทางเป็นยังไงบ้าง” ชายหนุ่มถามเสียงอ่อนหวาน

          “ก็ดีค่ะ ฉันรบกวนหรือเปล่าคะ ที่คุณต้องมารับที่นี่น่ะค่ะ” เสียงหวานถามด้วยความเกรงใจ ทำให้บาสเตียนยิ้มกว้างก่อนจะดึงรถเข็นจากมือของเธอมาถือด้วยตัวเอง และส่งมันให้กับคนติดตามไป

          “ผมไม่เดือดร้อนเลย เต็มใจจะมารับคุณครับ”

          ชมจันทร์ผวาจะดึงคืนกระเป๋ามาแต่ช้าไป แล้วก็กลัวใจชายหนุ่มด้วย เลยไม่กล้าโวยวาย เช่นเดียวกับรถเข็นและข้าวของของจารุภาที่บอดีการ์ดของบาสเตียนจัดการดึงไปถือให้อย่างถือวิสาสะ

          “อ๊ะ!” จารุภาอุทานได้คำหนึ่ง แล้วมองหน้าเพื่อนอย่างไม่รู้จะทำยังไง

          “ไม่เป็นไรภา คุณบาสเตียนเค้ารวยคงไม่ขโมยของของเราหรอก” ชมจันทร์ตอบ แล้วก็เป็นฝ่ายหน้าแดงซะเองเพราะเผลอเรียกชื่อของชายหนุ่มไป ซึ่งเจ้าของชื่อก็ชะโงกหน้ามองด้วยสายตาอ่อนโยนใคร่รู้

          “อืมแล้วเราจะไปไหนกันเนี่ย” จารุภายังหวั่นๆ ไม่กล้าไว้ใจใครทั้งนั้น ชมจันทร์เองก็เช่นกัน แต่ก็กลัวอิทธิพลของบาสเตียนดังนั้นเลยต้องยิ้มหวานทำใจดีสู้เสือไปก่อน

          “เอ่อ ถ้าไม่เป็นการรบกวน คุณช่วยส่งเราที่โรงแรมได้ไหมคะ” ชมจันทร์พูดกับบาสเตียนด้วยความเกรงใจ เธอบอกชื่อโรงแรมแห่งหนึ่งซึ่งไม่ถึงระดับติดดาว แต่ก็ปลอดภัยมีนักท่องเที่ยวเลือกใช้บริการเป็นจำนวนมาก คิดว่ามันน่าจะปลอดภัยดีสำหรับผู้หญิงสองคนที่มาท่องเที่ยวกันตามลำพังแล้ว

          บาสเตียนขมวดคิ้วครู่หนึ่งแล้วคลายออก จากนั้นก็ส่งยิ้มหวานให้กับคนตัวเล็กระหว่างที่เดินไปด้วยกัน

          “เดี๋ยวผมจะไปส่งคุณที่โรงแรมก็แล้วกัน” เขาว่าอย่างนั้นชมจันทร์เลยถอนใจอย่างโล่งอก จากนั้นเธอก็หันไปจูงมือจารุภาและบอกว่าชายหนุ่มจะไปส่งไม่ต้องนั่งแท็กซี่ไปกันเอง

          แต่กระนั้นทั้งสองสาวก็พอจะรู้และจับสังเกตได้ว่าบาสเตียนไม่น่าจะทำดีแบบไม่หวังผลตอบแทน สายตาคมกริบเฉียบขาดของเขานั้นเหมือนจะแฝงไว้ด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ดูแล้วไม่ปลอดภัย แต่ถ้าทำแข็งขืนก็อาจจะเกิดผลร้ายมากกว่าผลดี จำต้องเป็นเด็กดีนั่งรถไปกับเขา

          แล้วชมจันทร์ก็ร้องโวยวายน้อยๆ ขึ้นมา เพราะบาสเตียนไม่ได้พาเธอไปยังโรงแรมที่บอกชื่อเอาไว้ในตอนแรก แต่เขากลับเลือกจะพาเธอกับจารุภามายังโรงแรมหรูแห่งหนึ่งแทน

          “ฉันไม่มีเงินจ่ายหรอกค่ะ นี่ก็แบกเป้ตะลอนทัวร์เอา ฉันไม่เข้าไปแน่ค่ะ” ชมจันทร์บอกเมื่อลงจากรถและหยุดอยู่หน้าโรงแรมขนาดใหญ่ ที่ดูหรูหราโอ่อ่าซะทำให้ตัวลีบเล็กลงเรื่อยๆ

          “คุณไม่ต้องจ่ายหรอกชมจันทร์” ชายหนุ่มยกยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปาก ส่งผลให้หัวใจดวงน้อยของชมจันทร์ปั่นป่วนรุนแรง

          “เอ่อ

          “ผมสั่งให้คนเปิดเพนต์เฮาส์ชั้นบนสุดของโรงแรมนี้ไว้แล้ว รูมเซอร์วิสยี่สิบสี่ชั่วโมง และมีรถไปส่งคุณทุกที่ที่คุณอยากจะไป”

          “ไม่!!” หญิงสาวปฏิเสธเมื่อบาสเตียนฉวยข้อมือเล็กของเธอและลากให้เดินดุ่มเข้าไปยังโรงแรมโดยไม่ขอความเห็น

          “ฉันไม่มีเงินจ่าย” เธอไม่อายที่ต้องบอกต่อหน้าบาสเตียนว่าเธอไม่มีเงินจริงๆ แต่คงต้องอายแทบแทรกแผ่นดินหนี ถ้าหากเข้าพักแล้วไม่มีเงินจ่ายตอนเช็กเอาท์

        “ใครว่าคุณต้องจ่ายเงิน” ชายหนุ่มทำเสียงสนเท่ห์ ไม่ฟังเสียงท้วงลากร่างเล็กเข้าโรงแรมอย่างมุ่งมั่น

          จารุภาตกใจไม่น้อยกับสิ่งที่เห็น เธอเรียกเพื่อนด้วยความห่วงตกใจ แล้วรีบเดินตามเข้าไปอย่างรวดเร็ว

          สุดท้ายผู้หญิงตัวเล็กๆ สองคนก็ไม่อาจจะต้านทานความเอาแต่ใจและอำนาจของบาสเตียน โคลเซ ได้ ทั้งคู่ต้องพักในเพนต์เฮาส์หรูที่เป็นห้องชุดที่มีหลายสองห้องนอน และห้องนั่งเล่น ห้องโถง ระเบียงชมวิวยามค่ำคืน รวมถึงห้องอาบน้ำที่โอ่อ่ากว้างขวาง ทุกอย่างเพียบพร้อมสมบูรณ์แบบไปหมด ทั้งสองคนได้แต่เวียนหัวมึนงงไปหมดกับความงดงามและพรั่งพร้อมของห้องพัก

          และเหนืออื่นใด ต่างเริ่มกลัวกับอำนาจและอิทธิพลของเม็ดเงินที่รู้ว่าบาสเตียนแค่โปรยเศษๆ ที่เขามี ให้เธอทั้งสองได้สัมผัสมัน

          เมื่อเขาเดินทางกลับไปแล้วทั้งสนเท่ห์และจารุภาก็ต้องถอนหายใจอย่างโล่งอก ความเครียดพอจะจางหายไปบ้าง

          “ถ้าตอนเช็กเอาท์แล้วเราต้องจ่ายเงินจะเป็นยังไงนะ” จารุภาถามด้วยความระแวง สีหน้าเคร่งเครียดไม่แพ้กับชมจันทร์ที่ถึงกับยกนิ้วขึ้นมากัดแน่น

          “คงไม่หรอก เขาคงไม่แกล้งเราแบบนั้นหรอก” เธอหวังแบบนั้น แต่ไม่รู้ว่ามันจะจริงไหม

          “งั้นเราแอบหนีกันไหม ไปหาโรงแรมเล็กๆ พักกันเหอะ ฉันรู้สึกไม่ค่อยดีเลยอ่ะ”

          ชมจันทร์เห็นด้วยกับคำพูดของเพื่อน พากันพยักหน้าแล้วก็หยิบเป้เตรียมจะหนี ทว่า การ์ดสองคนที่บาสเตียนทิ้งไว้ให้คอยดูแลไม่ยอมให้ออกจากโรงแรมแห่งนี้ เช่นเดียวกับผู้จัดการโรงแรมที่ออกหน้าโน้มน้าวกึ่งบังคับอย่างนิ่มนวลให้กลับเข้าไปพักที่เดิม

          ดังนั้นทั้งสองสาวเลยไม่มีทางเลือก จำต้องพักที่เพนต์เฮาส์หรูอย่างไม่มีทางเลือก

        นอกจากนั้น พอจะออกไปเที่ยวตามโปรแกรมที่วางเอาไว้ ก็จะมีรถจากทางโรงแรมรวมถึงการ์ดสองคนนั้นติดตามไปด้วยทุกที่ ถึงจะดูอึดอัด แต่ชมจันทร์และจารุภาก็รู้สึกว่ามันปลอดภัยกว่าการตะลอนเที่ยวกันตามลำพังมาก สุดท้ายเลยเริ่มเข้าใจและไม่คิดหนีเที่ยวกันเองอีก

          บาสเตียนทิ้งโทรศัพท์เอาไว้ให้ เพื่อติดต่อพูดคุยกัน ชมจันทร์เองก็รายงานเขาทุกวันว่าไปไหนมาและทำอะไรบ้าง มันเป็นอย่างนี้ทุกวันราบรื่นและประทับใจทั้งสองสาวอย่างมาก จนกระทั่งวันที่จะเดินทางกลับ

        ชมจันทร์เจอปัญหาอย่างที่กลัวไว้ตอนแรก เพราะบาสเตียนบอกว่าเธอยังไม่ได้จ่ายค่าที่พักและค่าบริการอื่นๆ ทั้งหมด ซึ่งตีเป็นเงินไทยร่วมล้านกว่าบาท ทำเอาหญิงสาวแทบเป็นลม เธออาจล้มพับจริงๆ ถ้าหากเขาไม่บอกว่ายังมีข้อเสนอทางเลือกอื่นให้ กลัวว่าจารุภาจะไม่สบายใจเลยบอกไปว่าเอกสารการเดินทางมีปัญหาเล็กน้อย ให้เพื่อนเดินทางกลับเมืองไทยไปก่อน แล้วจะตามกลับไปทีหลัง

          จารุภาไม่ไว้ใจและไม่สบายใจเลย แต่ก็ไม่มีทางเลือกอื่น ดังนั้นเลยบินกลับเมืองไทยและติดต่อกันตลอดเพื่อความสบายใจ ส่วนชมจันทร์ก็เดินทางไปเจอและเผชิญหน้ากับบาสเตียน เพราะไม่เข้าใจว่าเขาจะมาแกล้งคนธรรมดาๆ อย่างเธอไปเพื่ออะไรกัน

          “ทำไมน่ะเหรอ” ร่างสูงแกร่งกำยำของบาสเตียนพิงโต๊ะทำงานไม้สักอย่างดี ปรายตามองร่างเล็กที่แต่งกายทะมัดทะแมงด้วยกางเกงยีนเข้ารูป เสื้อแจ็กเก็ตสำหรับผู้หญิงและรองเท้าบูทที่ไม่ได้เป็นรองเท้าส้นสูงหลายนิ้ว ที่เคยเห็นจากสาวๆ ที่เคยควงมาก่อน

          เพราะผมอยากจะยื่นข้อเสนออะไรบางอย่างกับคุณน่ะสิ” ชายหนุ่มทำเสียงเจ้าเล่ห์ และทำให้ชมจันทร์รู้สึกสิ้นหวังอย่างมาก

          “ทำไมคุณต้องทำอย่างนี้ด้วย ฉันไม่มีเงิน ไม่ได้ร่ำรวยเหมือนคุณนะ” เสียงหวานโอดครวญ

          “ฉันบอกแล้วว่าฉันไม่มีเงินจ่าย แต่คุณก็บังคับให้ฉันพักที่โรงแรมนั่น คุณจะแกล้งฉันไปทำไมกัน” เธอถามอย่างอัดอั้นตันใจ น้ำตาจวนจะไหลแต่จะไม่ยอมแสดงออกให้เห็นความอ่อนแอต่อหน้าคนร้ายกาจอย่างเขาเด็ดขาด

          “เรื่องโรงแรมนั่นผมจัดการให้คุณได้ง่ายๆ ถ้าคุณมาตกลงทำสัญญากับผม

          “สัญญา?ชมจันทร์สังหรณ์ใจขึ้นมาครามครัน ใจเต้นโครมคราม เนื้อตัวเย็นเฉียบชื้นไปด้วยเหงื่อทั้งตัว

          “อย่างที่รู้ เราสองคนก็มีเลือดพิเศษเหมือนกัน ดังนั้นผมเลยมีผู้ชายคนหนึ่งที่มีเลือดเดียวกับเราข้างๆ ตลอด ถ้าหากว่าผมมีอะไรเกิดอุบัติเหตุอะไรขึ้นมาจะมีเลือดสำรองเสมอ แต่ตอนนี้ผู้ชายคนนั้นแต่งงานมีครอบครัวไปแล้ว ดังนั้นเขาเลยลาออกจากการเป็นธนาคารเลือดสำรองของผมไปแล้ว และตอนนี้ผมยังหาคนที่จะมาทำหน้าที่เป็นธนาคารเลือดให้ผมได้

          “คุณเลยเลือกฉัน?” เธอชี้หน้าตัวเองด้วยความตกใจงุนงง ขณะที่บาสเตียนพยักหน้ารับให้

          “อยากได้อะไรตอบแทนก็ว่ามาเลย” ชายหนุ่มบอกอย่างใจป้ำ สายตาประหลาดกวาดมองเธอทั่วร่างด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก

          ชมจันทร์รู้สึกเหมือนถูกเปลื้องผ้าออกจากร่างกาย ร่างกายสลับร้อนสลับหนาวราวกับเป็นไข้สูง ยิ่งเขายิ้มร่างกายก็ยิ่งสั่นเทา

          “แต่ฉันก็ตัวเล็กเลือดคงไม่พอสำหรับผู้ชายตัวโตแบบคุณหรอก” ชมจันทร์ยอมรับว่าอึ้งอย่างมากกับข้อเสนอนั้น

        “ผมคงไม่ต้องการเลือดทั้งตัวหรอก อย่างมากก็ถุงสองถุง อีกอย่างผมก็มีบอดีการ์ดเป็นโขยงคอยดูแล และไม่เคยเกิดอุบัติเหตุแรงๆ สักครั้ง เว้นก็แค่ตอนที่เราเจอกันที่เมืองไทย นั่นแหละ ที่หนักที่สุดสำหรับผมแล้ว คุณก็เหมือนเครื่องรางของขลังเท่านั้นแหละ ผมคงไม่โชคร้ายขนาดนั้น” เขาหัวเราะ แน่ใจว่าชมจันทร์คงเลือกปฏิเสธมากกว่าจะรับข้อเสนอ

          “ถ้ารับข้อตกลงของคุณ ฉันก็ต้องอยู่ที่นี่ อย่างนั้นใช่ไหม” คิดว่าคงเดาไม่ผิด เพราะถ้าอยู่ไกลกันแล้วบาสเตียนบาดเจ็บต้องการเลือดขึ้นมาคงตายซะก่อน หากว่าเธออยู่เมืองไทยเหมือนตลอดชีวิตที่แล้วมา

          “ใช่อยู่กับผม ข้างๆ ผมตลอดเวลา” ชายหนุ่มเน้นหนักท้ายประโยค ทำเอาเลือดในกายของเธอกระเพื่อมไหวรุนแรง

        “แล้วถ้าฉันไม่ตกลง” เสียงหวานคราง และมองดูร่างของบาสเตียนที่เคลื่อนเข้ามาใกล้พลางปลดไทจากคอด้วยท่วงท่าคุกคาม คละคลุ้งด้วยกลิ่นอายกระหายอยากเอาชนะ

          “ผมก็จะทำให้คุณไม่มีทางจะปฏิเสธได้น่ะสิ” คนพูดยิ้มเหยียดที่มุมปาก และเข้าถึงตัวตอนที่ชมจันทร์ไม่ทันระวัง

        “คุณ!!ชมจันทร์อุทานได้คำเดียว ผ้าเช็ดหน้าที่บาสเตียนดึงออกมาจากอกเสื้อด้านในก็ถูกยัดเข้ามาในโพรงปาก ข้อมือก็ถูกพันธนาการแน่นหนาด้วยไทเนื้อดีที่เขาเพิ่งดึงออกจากคอ

          “ผมมั่นใจ เซ็กของผมน่าจะมัดคุณได้ไม่ยาก

        ชมจันทร์ยกแขนที่ถูกมัดฟาด หน้าบาสเตียนฉาดใหญ่กับคำพูดหยาบคายร้ายกาจของเขา ชายหนุ่มใช้ลิ้นดันกระพุ้งแก้ม สีหน้ายังเรียบเฉย แต่แววตานั้นเป็นประกายน่ากลัว

        เธอก็ออกจะชอบฉันไม่ใช่เหรอ” บาสเตียนเริ่มใช้คำพูดที่ไม่สุภาพเป็นทางการเหมือนเดิม แววตาของเขาดูหยามหยันอย่างเห็นได้ชัด

        ฉันไม่ได้ชอบคุณ!!” เธอถ่มผ้าเช็ดหน้าออกจากปากได้ ร้องแว้ดสุดเสียงจนใบหน้าแดงก่ำ

        เหรอ แต่เธอโทรหาฉันทุกวัน ส่งอีเมลติดต่อใช้อีโม[2]หัวใจรูปยิ้มตลอดเวลา แล้วไหนจะมีความสุขที่เพนต์เฮาส์สุดหรู ทุกอย่างก็สรุปได้แล้วว่าคุณก็เหมือนผู้หญิงคนอื่นทั่วๆ ไป ที่ชอบความสุขสบาย หรือไม่จริง” ชายหนุ่มถามเสียงเย็น ตอนแรกก็หวังเหมือนกันว่าเธอจะไม่ใช่คนอย่างนั้น แต่เมื่อดูไปแล้วเธอก็ดูชื่นชมกับความร่ำรวยที่เขามอบให้

        และเหนือสิ่งอื่นใด ผู้หญิงส่วนมากก็ดูลุ่มหลงตัวของเขา เงินทองของเขา ต่างเข้ามาใกล้เพื่อที่จะได้มากับชื่อเสียงและความสุขสบาย

        แต่ติดตรงที่ชมจันทร์ฉลาด มีลูกล่อลูกชนร้ายกาจ รวมถึงการที่มีเลือดพิเศษหมู่เดียวกันทำให้เธอคนนี้พิเศษกว่าผู้หญิงคนอื่นๆ ที่เคยเจอ

        ฉันแค่ทำตามมารยาท” หญิงสาวพูดเสียงแข็ง แต่ทำให้บาสเตียนหัวเราะร่วน

          “งั้นเหรอ แค่มารยาทแค่นั้นน่ะเหรอ” ชายหนุ่มว่า

        “มารยาทก่อนที่จะขึ้นเตียงด้วยกันเหรอ”

        “ชมจันทร์ทำท่าจะฟาดมือกับใบหน้าหล่อเหลาอีกครั้ง แต่บาสเตียนกดมือเธอลงกับโซฟา ชะโงกหน้าลงไปใกล้จนต้องแลกเปลี่ยนลมหายใจของกันและกัน

          “ปากร้ายๆ ของเธอเอาปากฉันปิดไว้ท่าจะดี

          หญิงสาวกรีดร้องได้ไม่นานเสียงร้องด้วยความหวาดกลัวนั้นก็เปลี่ยนเป็นเสียงร้องไห้สะอื้นด้วยความเจ็บปวด

        บาสเตียนเลยรู้อะไรเพิ่มขึ้นมาอีกอย่างหนึ่งเป็นอย่างต่อมา

        “เธอยังไม่เคยผ่านผู้ชายเหรอ” บาสเตียนถามเมื่อเห็นโซฟาตัวโปรดที่ใช้เป็นโซฟารับแขกเปื้อนเลือดที่เห็นได้ชัด ชมจันทร์นั่งแกะเนกไทออกจากข้อมือนั่งกับพื้น น้ำตาอาบแก้มใส เธอไม่ยอมปริปากพูดอะไรเลยแม้แต่คำเดียว และจ้องหน้าเขาอย่างอาฆาตมาดร้าย

        น่าแปลกนะ ดูเหมือนไม่เป็นอย่างนั้นเลย” เสียงทุ้มต่ำว่า เขาทิ้งสูทไว้ที่พื้น แล้วก็เลือกเสื้อตัวใหม่ขึ้นมาสวม

        “เพราะคุณมันเลวเกินกว่าจะเป็นคนยังไงล่ะ

        ร่างเล็กของเธอปวดร้าวเหมือนถูกฉีกออกเป็นสองส่วน ตามร่างกายมีแต่รอยช้ำหลายรอย ขาสั่นอย่างเห็นได้ชัด เคยเจ็บครั้งไหนท่าครั้งนี้มาก่อน

        “พูดได้แล้วเหรอ” ท่อนแขนแข็งแรงสอดเข้าไปในแขนเสื้อสูท กระชับเสื้อให้เข้าที่มองดูร่างเล็กที่กะปลกกะเปลี้ย เห็นแล้วเลยเดินเข้าไปใกล้หมายจะช่วยพยุงให้ลุกขึ้น แต่ชมจันทร์ปัดมือแข็งแรงนั่นออก สายตาแข็งกร้าวจ้องเขม็งจนบาสเตียนรู้สึกแปลกๆ

          “จะนั่งตรงนั้นอีกนานไหม” เขาถามเริ่มไม่สบอารมณ์แล้วเหมือนกัน

        ที่หลุดปากต่อว่าไปเมื่อครู่ทำให้ชมจันทร์กัดปากแน่น ยืนกรานกับตัวเองว่าจะไม่ยอมขอรับความช่วยเหลือจากผู้ชายตรงหน้า เขามันเลวที่ยัดเยียดตราบาปเอาไว้จนลบไม่ออก

        เขาขืนใจเธอ ทำเหมือนเป็นแค่วัตถุทางเพศอย่างเดียวเท่านั้น เพียงแค่จะผูกมัดไม่ให้ไปไหน ไม่มันไม่ได้เป็นเพราะความรักหรือเสน่หา แต่มันเป็นเพียงเพราะมีเลือดเหมือนกันเท่านั้นเลยเป็นอย่างนี้

        “ลุก เดี๋ยวจะพาไปส่ง ฉันจะให้เธอพักที่เพนต์เฮาส์นั่น”

        “คุณคิดว่าฉันยังอยากจะอยู่กับคุณเหรอ” เธอตะคอกถาม น้ำตาร้อนๆ กลิ้งผ่านแก้มใสไป มันร้อนจนแทบจะลวกผิวอยู่แล้ว

        แน่นอนสิ ถึงเธอไม่อยากอยู่ ฉันก็ทำให้เธออยู่ที่นี่ให้ได้” บาสเตียนทำเสียงกร้าว ทำให้ชมจันทร์หันไปมองอย่างโกรธเคือง

        ไม่มีวัน” หญิงสาวกัดปากตัวเองแน่น เมื่อจัดการกับเสื้อผ้าเสร็จก็ตั้งใจจะหนีให้ไกลจากเขาให้ได้

          แล้วทันใดนั้นก็เห็นรอยเลือดที่เปื้อนโซฟาตัวใหญ่ ทำให้น้ำตาของเธอไหลอีกครั้ง และพยายามพยุงร่างลุกขึ้นยืนอย่างระมัดระวัง

        บ้าชะมัด ใบหน้าหวานนิ่วหน้าอย่างเจ็บปวด เจ็บร้าวไปทั่วร่างกาย โดยเฉพาะเนินนางที่ปวดระบมมากที่สุด เรียวขาของเธอสั่นไหวเดินแทบไม่ไหว ไม่อยากจะมองหน้าของบาสเตียนไปมากกว่านี้แม้แต่นาทีเดียว

        หรือคิดว่าฉันจะยอมปล่อยเธอไปน่ะ” ชายหนุ่มบอกเสียงเข้ม เขาเดินเข้าไปใกล้เธอแล้วก็จับท่อนแขนรั้งให้ลุกขึ้นและเดินพร้อมกัน

        “ปล่อยฉัน คุณมันเลว!

          “ปล่อยได้ไง ไม่แน่ว่าตอนนี้เธออาจจะกำลังอุ้มท้องลูกของฉันอยู่ก็ได้” ได้ยินแบบนั้นชมจันทร์ก็ตัวชาไปหมด

        จริงด้วย เธอลืมเรื่องนี้ไปซะสนิทใจ เพราะบาสเตียนไม่ได้ป้องกันตัวเองเลย เขาจงใจทำเรื่องร้ายกาจนี้ก็เพื่อให้เธอท้องลูกของเขาและจะได้หนีไปไหนไม่ได้อีก

        “คุณทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร เลือดน่ะ คุณหาจากใครก็ได้”

        “ลืมแล้วเหรอว่าเลือดนี้มันหายากมากแค่ไหน ทำแบบนี้น่ะดีแล้ว” เขาหัวเราะด้วยเสียงชั่วร้าย ลากให้ชมจันทร์เดินเซออกมาจากห้องทำงาน และเจอกับออสการ์ที่นั่งทำงานอยู่หน้าห้องทำงาน

        “สั่งคนทำความสะอาดในห้องด้วย” บาสเตียนสั่งความโดยที่ไม่ได้มองหน้าคนสนิท

        “ครับ” ออสการ์ค้อมศีรษะรับ เห็นท่าทางของผู้หญิงที่เดินข้างกายของเจ้านาย รู้ทันทีว่าเกิดอะไรในห้องทำงานของเจ้านายที่หายเงียบไปอยู่พักใหญ่ อาการเดินโซเซของชมจันทร์นั้นดูน่าสงสารจริงๆ และรู้ด้วยว่าทำไมบาสเตียนถึงได้จำเพาะเจาะจงมายังผู้หญิงคนนี้

        เลือด อาจจะเป็นแค่ส่วนหนึ่งของเหตุผลนั้น

        แต่ก็ไม่แน่ใจว่าจะใช้เหตุผลทุกอย่างด้วยหรือเปล่า

        ออสการ์มองบาสเตียนที่ลากตัวชมจันทร์เดินไปจนลับสายตาก่อนจะเดินเข้าไปในห้องทำงานของเจ้านาย จัดการเก็บเสื้อผ้าที่เจ้านายทิ้งเอาไว้แล้วก็ต่อสายให้แม่บ้านเข้ามาทำควา สะอาดต่อ ระหว่างที่สั่งงานนั้นก็เหลือบไปเห็นรอยเลือดที่เปื้อนโซฟาเข้าพอดี

        “ยุ่งแล้วสิ” เขาพึมพำ

        เพราะเท่าที่เห็นนี้อาจจะเข้าข่ายการล่วงละเมิดทางเพศและกักขังหน่วงเหนี่ยวก็เป็นได้ โชคดีที่ชมจันทร์นั้นน่าจะบรรลุนิติภาวะแล้ว แต่ที่ไม่เข้าใจเลยนั่นคือทำไมบาสเตียนถึงใช้วิธีการนี้รั้งตัวหญิงสาวเอาไว้

        คนอย่างบาสเตียน โคลเซ น่ะเหรอจะขืนใจผู้หญิง คิดอะไรของเขาอยู่นะ ออสการ์ส่ายหน้าอย่างไม่เห็นด้วย รีบเก็บแฟ้มงานเอกสารสำคัญเอาไว้ ก่อนจะตามหลังบาสเตียนไปเงียบๆ

 

        บรรยากาศในรถคันหรูดูวังเวงและอันตรายไม่น้อย

        นั่นเป็นเพราะการทะเลาะเบาะแว้งระหว่างบาสเตียนและชมจันทร์ที่ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลง แต่ส่วนมากจะเป็นชายหนุ่มที่หัวเสีย ส่วนหญิงสาวก้มหน้านิ่งร้องไห้ไม่ยอมรับข้อเสนออะไรทั้งนั้น

        “ทำไมล่ะ ฉันให้เธอเดือนละห้าหมื่นยูโร พอไหม” บาสเตียนเสนอไป

        “อันนี้เป็นเงินเดือนที่เธอจะได้รับในแต่ละเดือนทุกวันที่หนึ่ง ค่าที่พักค่ากินแยกต่างหาก อยากเที่ยวที่ไหนก็ได้ แค่ให้คนของฉันตามไปก็พอแล้ว” นี่เป็นสิ่งที่บาสเตียนคิดว่าไม่ว่าใครก็พอใจกับข้อเสนอนี้แน่ เพราะเวลาปีสองปีหล่อนก็อาจจะกลายเป็นเศรษฐีนีย่อมๆ ไปเลยก็ได้

        ห้าหมื่นยูโรในความรู้สึกของชมจันทร์มันมากมายมหาศาลสำหรับคนที่ไม่มีอะไรเลยอย่างเธอ แต่ไม่มีวันและไม่มีทางที่จะรับข้อเสนอแสนอัปยศอย่างนี้แน่

        “หรือจะโก่งค่าตัวเป็นแสนนึงเลย”

        ถึงตรงนี้บาสเตียนอดคิดไม่ได้ว่าผู้หญิงคนนี้ฉลาด สามารถดึงราคาค่าตัวของหล่อนให้สูงขึ้นได้เป็นเท่าตัว

        “ชมจันทร์” ปลายนิ้วแกร่งดุจคีมเหล็กจับคางมนเอาไว้ และตรึงสายตาให้สบตากัน

        “เธอจะเอาเท่าไหร่ก็ว่ามาเลยน่า อย่ามาทำเล่นตัวได้ไหม มันน่ารำคาญ

        หญิงสาวดึงหน้าออกจากการเกาะกุมของเขา สายตาแสดงความชิงชังรังเกียจอย่างชัดเจน กระถดร่างหนีจนชิดประตูรถ แต่บาสเตียนก็ยังตามมารังควาญไม่หยุดหย่อน

        “เธอจะเล่นตัวไปไหน ยังไงก็หนีไม่ได้อยู่แล้ว”

        หญิงสาวรู้สึกเลือดขึ้นหน้า อยากจะตบหน้าเขาอีกสักฉาดสองฉาดเพื่อระบายแค้น แต่เหมือนว่าบาสเตียนจะรู้ทันเพราะเขาจับแขนเธอเอาไว้แน่นเป็นการตักเตือน

        “อย่าคิดว่าฉันจะปล่อยให้เธอตบหน้าฉันอีก อย่าหวังเลย!!” ชายหนุ่มบีบแก้มเนียนด้วยมือเดียว ไม่อยากเชื่อเลยว่าผู้หญิงที่ดูใสซื่อหัวอ่อนจะดื้อรั้นหัวแข็งถึงเพียงนี้ มีหรือที่เขาต้องใช้กำลังบังคับเอาจากใคร แค่ชายตามองผู้หญิงก็พร้อมจะเดินขึ้นเตียงแต่โดยดี

        แล้วผู้หญิงคนนี้เป็นใครกัน ถึงได้มาทำอวดดื้อถือดีใส่อย่างนี้

        “อยากได้อะไรก็บอกดีๆ อย่ามาทำเล่นตัว เพราะฉันไม่ชอบ”

        “เพราะฉันไม่อยากได้ไง ฉันอยากกลับบ้าน” เธอน้ำตาซึม ไม่ว่าจะเพียรบอกไปเท่าไหร่เขาก็ทำนิ่งไม่รับฟัง แล้วก็พูดพร่ำกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง

        “แล้วเธอจะจ่ายเงินที่ค้างโรงแรมนั่นยังไงล่ะ” บาสเตียนหัวเราะ ทำให้ชมจันทร์กำหมัดแน่นด้วยความโกรธ

        มันก็เป็นเพราะเขาไม่ใช่หรือที่ทำให้เธอต้องมาตกอยู่ในสภาพนี้ อันที่จริงเรื่องเลือดที่เขาต้องการก็พอจะรู้มาพักใหญ่แล้ว ระหว่างที่คุยติดต่อกันทางอีเมลบาสเตียนก็พูดทีเล่นทีจริงว่าอยากให้มาอยู่ที่นี่ เพราะเป็นห่วงและอยากจะตอบแทนที่เคยให้เลือดกับเขาตอนที่เกิดอุบัติเหตุ

        แต่ตอนนั้นเธอบอกปฏิเสธไป แต่ชายหนุ่มก็ยังคอยพูดแบบนี้ซ้ำๆ ไม่คิดว่าจะกลายเป็นชนวนทำให้เขาไม่พอใจจนมาทำร้ายย่ำยีเอาอย่างนี้

        “จะเอาเงินที่ไหนไปจ่ายเหรอชม” คนพูดยิ้มเยาะ เพราะยังไงซะชมจันทร์ก็ไม่มีทางปฏิเสธได้แน่

        “ฉันจะเอาเงินจากการฟ้องคุณมาจ่าย” เสียงหวานแหบพร่าสั่นเครือ ดวงตาก็แดงก่ำ สีหน้ามุ่งร้ายนั้นทำให้บาสเตียนอึ้งงันไปแวบหนึ่งแล้วก็หัวเราะร่วน

        “จะฟ้องฉันเหรอ ข้อหาอะไรล่ะ” เขาถามเสียงเรียบ แต่ก็พอจะเข้าใจว่าคนตัวเล็กหมายความถึงอะไร

        “ที่คุณข่มขืนฉันยังไงล่ะ!!” หญิงสาวพูดทั้งน้ำตา ชักแขนออกมาจากมือของเขาด้วยความโกรธเคือง

        “คิดเหรอว่าจะมีคนเชื่อ”

        “ยังไงร่องรอยบนตัวฉันมันก็บอกทุกอย่างอยู่แล้ว” ชมจันทร์พูดเสียงเจือสะอื้น เธออายที่ต้องพูดถึงความเลวร้ายที่เกิดขึ้นกับตัวเอง แต่จะอับอายมากกว่านี้ถ้าหากว่ารับข้อเสนอที่แสนอัปยศของผู้ชายสารเลวที่ชื่อว่าบาสเตียน โคลเซ

        “งั้นเหรอ หลักฐานชั้นยอดเลยว่าไหม” คนพูดยังยกยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปาก

        “ทำไมต้องทำแบบนี้ ทำไมต้องบังคับฉันด้วย คนอื่นในเยอรมนีก็มีตั้งมากมาย หรือว่าคุณเห็นฉันเป็นผู้หญิงตัวคนเดียวคนหนึ่งที่จะรังแกยังไงก็ได้”

        “จะว่างั้นก็ได้ ก็เธอดูไร้ที่พึ่งดีนี่นะ” บาสเตียนหัวเราะ ก่อนที่รถจะชะลอหยุดเพราะติดไฟแดง

        นาทีนั้นเองชมจันทร์ก็รีบเปิดประตูและวิ่งลงจากรถอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางความตกใจของทุกคนที่อยู่บนรถ บาสเตียนรีบวิ่งตามไปทันที

        “บ้าเอ๊ย! ไปทางไหนแล้ววะ” เขาสบถ เวลาเพียงแค่ไม่ถึงสองนาทีแต่ชมจันทร์หายตัวไปในพริบตา เพียงเพราะไม่ทันได้ตั้งตัว รีบสั่งให้คนค้นหาตัวก่อนจะเกิดเรื่องร้ายขึ้นจริงๆ

        “อย่าให้จับได้นะชม!” ชายหนุ่มบดกรามแน่น ไม่เคยคิดว่าจะมีผู้หญิงวิ่งหนีตัวเองจริงๆ

        ระหว่างที่หันรีหันขวางไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นหาตัวเธอตรงไหนดี ออสการ์ก็โทรมาหาพอดี เขารีบรับสายแล้วก็ตกใจกับสิ่งที่ตัวเองได้ยิน

        “โรงพัก!? ได้ ฉันจะรีบไป” หลังจากวางสายบาสเตียนก็เดินกลับขึ้นรถด้วยท่วงท่าสง่างามเหมือนเดิม หลังจากที่สติหลุดไปครู่หนึ่งด้วยความตกใจ สั่งให้คนขับรถมุ่งหน้าไปยังโรงพักซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่ยืนอยู่เท่าไหร่ หัวใจร้อนเหมือนมีไฟมาสุม คาดโทษคนตัวเล็กเอาไว้ในใจเป็นร้อยเป็นพันอย่าง

        เมื่อไปถึงก็ก้าวเท้าเดินลงจากรถหรู สีหน้าราบเรียบไม่บอกอารมณ์ แต่คนติดตามสังเกตได้จากเสียงฝีเท้าที่เดินไม่เป็นจังหวะ ตรงไปหาร่างเล็กของผู้หญิงคนหนึ่งที่ยืนเกาะขอบโต๊ะทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์อยู่ก้านหน้าสุด ตัวหอบโยนไปมา และเหมือนว่าขาจะสั่นน้อยๆ ด้วย

        “ฉัน ฉัน ฉันมาแจ้งความ” ชมจันทร์พูดเป็นเสียงละล่ำละลัก ไม่รู้ว่าตอนนี้อันตรายคืบคลานเข้ามาใกล้แล้ว

        “ฉันถูกข่มขืน ช่วยฉันด้วย ตอนนี้คงหวังพึ่งกฎหมายบ้านเมืองอย่างเดียวแล้วที่จะช่วยปกป้องคุ้มภัยได้ ชมจันทร์ไม่เคยกลัวแบบนี้มาก่อน เธอหวังแค่ว่าจะได้หลุดพ้นจากเขาแล้วก็กลับบ้านเสียที

          “คุณถูกขืนใจ” เจ้าหน้าที่ตำรวจถามด้วยความตกใจไม่น้อย กำลังจะลุกขึ้นยืนแต่พอเห็นบาสเตียนเจ้าพ่อธุรกิจการเงินหลายอย่างเดินเข้ามาซ้อนแผ่นหลังของสาวเอเชียคนนั้นก็เริ่มทำหน้างุนงง

        “ใครทำหรือคะ พอจะทราบชื่อไหม” ตำรวจหญิงถาม รู้สึกตาพร่าเล็กน้อยเมื่อเห็นบาสเตียนปรากฏตัวในสถานีตำรวจเล็กๆ แห่งนี้ และเหมือนว่าประกายความร่ำรวยจะเปล่งประกายจนทำให้ลืมไปหมดว่ามีคนมาขอความช่วยเหลือ

          “เขาชื่อ ชื่อบาสเตียน โคลเซ” คนถูกรังแกกลืนน้ำลายอย่างฝืดคอ บอกไปตามความจริงทุกอย่าง วินาทีต่อมาก็หน้าซีดเผือดเมื่อเห็นสายตาหยามหยันมองมา

          “จริงหรือคะ

          “คุณไม่เชื่อเหรอ” ชมจันทร์ถามเสียงสูง นี่มันเป็นเวรกรรมอะไรหรือ ทำไมทุกคนถึงได้ทำเหมือนว่าเธอเป็นคนร่านร้ายให้ท่าผู้ชายจนเกิดเรื่องขึ้น

          ตั้งแต่เริ่มแรกเลยอย่างนั้นหรือ ความผิดที่เธอเสียสละเลือดที่แสนมีค่านี้ให้กับเขา แล้วกลายเป็นว่าได้รับผลตอบแทนที่แสนสาหัสอย่างนี้

          “งั้นฉันคงต้องขอให้คุณบาสเตียนให้ปากคำแล้วล่ะค่ะว่าจริงไหม” คำพูดของตำรวจสาวสวยทำให้ชมจันทร์รู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆ พอเห็นว่าอีกฝ่ายมองไปทางด้านหลังเลยหันไปมอง พลันแข้งขาอ่อนแรงเมื่อเห็นซาตานร้ายมองมาด้วยสายตาเย็นชา

          “ผมไม่ได้ขืนใจเธอนะครับ” บาสเตียนพูดเสียงดังฟังชัดบอกกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่สายตามองที่หน้าหวานเหมือนจะทำให้เธอละลายให้ได้

          ชมจันทร์ทั้งกลัวทั้งตกใจ จวนจะเป็นลมให้ได้แต่ก็พยายามอย่างมากที่จะพยุงร่างกายไม่ให้ล้มลงต่อหน้าคนใจร้าย

          “เราสมยอมกันนี่นา กลับได้แล้ว ไม่อย่างนั้นฉันจะบอกให้ทุกคนเข้าใจว่าการที่เธอมาแจ้งความเพราะฉันไม่จ่ายค่าตัวเธอ” ท้ายประโยคบาสเตียนทิ้งคำพูดเอาไว้อย่างร้ายกาจ ทำให้ชมจันทร์เบิกตากว้างไม่คิดว่าเขาจะใช้ไม้นี้มาบีบบังคับ

          “ไงล่ะ คิดดูแล้วกันว่าคนอื่นๆ จะเชื่อใครระหว่างเธอกับฉัน” ชายหนุ่มเลิกคิ้วสูงอย่างท้าทาย

          ยิ่งชมจันทร์หน้าซีดเท่าไหร่บาสเตียนก็ยิ่งเพลิดเพลินเท่านั้น อย่างนี้สิมันถึงจะสนุก เขาเป็นคนที่สามารถควบคุมทุกอย่างรอบตัวอยู่แล้ว ยิ่งเธอพยศเท่าไหร่ก็เพิ่มรสชาติความสนุกของซาตานหนุ่มมากเท่านั้น

          “เรางอนกันนิดหน่อยครับ ตอนนี้เคลียร์กันแล้ว ถ้าอย่างนั้นผมขอโทษที่มารบกวนเวลาทำงานของคุณนะครับ” กล่าวจบบาสเตียนก็คว้าแขนเนียนนุ่มของชมจันทร์แล้วก็ลากตัวเธอออกมาอย่างรวดเร็ว โดยที่หญิงสาวไม่มีเวลาทันคิดเรื่องอะไรทั้งนั้น

        “คุณมันเลว” บนหน้าหวานชุ่มไปด้วยคราบน้ำตา ลมหายใจของเธอสั่นพร่า มองคนตรงหน้าอย่างไม่เชื่อสายตา

        “คุณขืนใจฉันแล้วบอกว่าฉันเป็นคนขายตัวให้คุณอย่างนั้นเหรอ” ชมจันทร์กรีดร้องสุดเสียงใส่หน้าบาสเตียนเมื่อเข้ามาอยู่ในรถแล้ว

          “อันที่จริงฉันพูดผิดไปหน่อยก็ได้ เอาเป็นว่าฉันขอซื้อตัวเธอแต่เธอโก่งราคาอย่างนี้ดีไหม”

          “คนเลว!!” ร่างกายของเธอสั่นเทิ้ม จ้องมองเขาเหมือนเป็นปีศาจร้าย

          “รักษาตัวเธอให้ดีแล้วกัน เพราะร่างกายของเธอเป็นของฉันแล้ว”

          ประโยคนี้ชมจันทร์รู้ดีว่ามันไม่ใช่การสารภาพรักอย่างที่คู่รักทั่วๆ ไปบอกกล่าวต่อกัน แต่นั่นเป็นเพราะเขาต้องการแค่เลือดที่อยู่ในกายของเธอเท่านั้น

 

ฮัมบูร์ก สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี

          ด้วยความเหนื่อยอ่อนทำให้ชมจันทร์เผลอหลับไปตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้ได้ ทั้งที่สถานการณ์มันล่อแหลมอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ แต่เธอก็หลับไป มารู้สึกตัวอีกทีก็เย็นมากแล้ว พบว่าตัวเองไม่ได้อยู่ในเพนต์เฮาส์ที่เคยพักอยู่ก่อนหน้านี้ รอบตัวมืดสลัว มีแสงไฟเบาบางที่ระเบียงและบนโต๊ะกลางห้องกว้างขวางหรูหรา รีบหันมองซ้ายขวาแต่ก็เดาไม่ออกว่าอยู่ที่ไหนกันแน่

          และแค่ขยับตัวเพียงเล็กน้อย ความปวดร้าวที่ขัดยอกไปทั้งตัวก็เข้ามาเล่นงานจนนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ พอเริ่มเจ็บ สมองก็เริ่มทำงาน ก่อนนึกออกว่าใครเป็นคนทำร้ายจนต้องเจ็บร้าวอย่างนี้

          “ไอ้คนเลว” เธอหายใจหอบติดขัด พยายามมองหาคนแต่ไม่เจอใครเลยแม้แต่คนที่ชื่อบาสเตียนเองก็ตาม

          “อืมปวดหัวจัง” เสียงหวานบ่นกับตัวเองอย่างทรมาน

          ไม่เพียงแค่ร่างกายที่เหมือนจะแตกร้าวเป็นผุยผงให้ได้ แต่หัวของเธอก็ปวดร้าวไปทั่วกะโหลก เส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบๆ จนสัมผัสได้

          ที่นี่มันที่ไหนกัน เธอคิดอย่างมึนงง ไม่รู้ว่าหลับไปนานไหมและมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร

          อันที่จริงเธอก็ครึ่งหลับครึ่งตื่นก่อนหน้านี้ รู้สึกเลือนๆ ว่าได้ขึ้นรถหรือยานพาหนะอะไรสักอย่าง แต่ก็จำไม่ได้ สภาพร่างกายและจิตใจที่อ่อนแอทำให้เธอแทบไม่รู้ตัวเลย

          พอลุกออกจากเตียงก็ตามหาห้องน้ำจนเจอ ก่อนจะพาตัวเองออกมาและสำรวจที่ที่ยืนอยู่นี้เป็นห้องที่กว้างขวางมากชนิดแทบจะเดินหลง ถนัดจากบริเวณห้องน้ำเป็นห้องแต่งตัวขนาดใหญ่แยกเป็นสัดส่วน ซึ่งยังไม่ได้สำรวจจริงจัง ตอนนี้เธออยากรู้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหนเท่านั้น

          ร่างเล็กเดินกะปลกกะเปลี้ยไปถึงผนังด้านตรงกันข้ามกับฝั่งประตู ซึ่งทำด้วยกระจกบานใหญ่ทั้งแถบ มองเห็นวิวทิวทัศน์ยามค่ำคืนที่สวยงามเป็นอย่างดี ชมจันทร์เดาว่าตัวเองน่าจะยังอยู่ที่เยอรมนี เพียงแต่ไม่แน่ใจว่าอยู่ที่ไหนกันแน่เท่านั้น

          เมื่อมองฝ่าความมืดสลัว ปรับสายตาที่พร่ามัวให้เป็นปกติ ก่อนจะมองเห็นแสงไฟที่ระยิบระยับจับตาเป็นอย่างแรก และท่าเรือที่ยิ่งใหญ่น่าเกรงขามเป็นอย่างต่อมา

        “ท่าเรือ ฮัมบูร์ก” ชมจันทร์ครางเมื่อแน่ใจแล้วว่าตัวเองอยู่ที่ไหน เธอกระชับเสื้อคลุมที่สวมทับบนร่างกายแล้วก็หมุนตัวมุ่งตรงไปยังประตูไม้บานใหญ่ จับลูกบิดและผลักมันออกไปอย่างรุนแรง

          แล้วเท้าเล็กๆ ก็จำต้องหยุดเดินอีกหน เป็นเพราะว่าคนที่นั่งทำงานอยู่ด้านนอกเป็นผู้ชายที่ไม่ปรารถนาจะหายใจร่วมกับเขาอีก อย่าว่าแต่คุยกันให้เข้าใจเลย แม้แต่ใบหน้าหล่อเหลาของเขาเห็นแล้วยังอยากจะอาเจียน

        “กลับเข้าไป! บาสเตียนบอกสั้นๆ แล้วก็ถอดแว่นตาออกจากใบหน้า

          ชมจันทร์เห็นบาสเตียนรวมถึงผู้ชายตัวใหญ่หลายคนบริเวณนั้น พวกเขาน่าจะคุยงานกันอยู่ และเธอทะเล่อทะล่าออกมาด้วยเสื้อคลุมเพียงตัวเดียวที่สวมอยู่บนตัว

          “ถ้าหิวมากเดี๋ยวจะเข้าไปหา”

          ประโยคนี้ของชายหนุ่มทำให้ชมจันทร์นิ่งไปเพราะไม่เข้าใจตอนแรก นาทีต่อมาใบหน้าหวานก็ร้อนเห่อเมื่อคิดออกว่าเขาตั้งใจหมายความว่ายังไง

          “ไอ้คน” สิงห์สาราสัตว์หลุดออกจากปากจิ้มลิ้มด้วยความโกรธเคือง บาสเตียนได้แต่เลิกคิ้วไม่เข้าใจ เพราะชมจันทร์พูดเป็นภาษาไทย

          นัยน์ตาสีม่วงโศกราวกับอัญมณีน้ำงามจ้องมองร่างเล็กเดินกลับเข้าห้องอีน้ำงาม้มด้วยความโกรธเคือง บาสเตียนได้แต่เลิกคิ้วเพราะไม่เข้าว

๊ะกลางห้องกว้องขึ้นนอนไปตามเดิม ก่อนจะใช้สายตาแข็งกร้าวปรามลูกน้องในควบคุมเมื่อทุกคนหันไปมองชมจันทร์เป็นตาเดียวมเดิม ก่อนจะใช้อัญมเ

          ผู้ชายตัวใหญ่หวาดกลัวกับสายตาของผู้เป็นเจ้านายไม่น้อย พากันก้มหน้าลงแล้วก็รับงานของใครของมันไปเงียบๆ เป็นเพราะก่อนหน้านี้บาสเตียนอยู่แค่ที่เบอร์ลินไม่ได้มาที่สำนักงานใหญ่ในฮัมบูร์กเลย ดังนั้นงานเลยคั่งค้างพอสมควร

          และเมื่อเขากลับมาก็พาผู้หญิงตัวเล็กตาขวางท่าทางเอาเรื่องคนหนึ่งกลับมาด้วยเลยพากันแปลกใจ เพราะนอกจากเธอจะเป็นผู้หญิงตัวเล็กเป็นสาวเอเชียหน้าหวานแล้ว เธอยังดูไม่ชอบหน้าเจ้านายรูปงามที่เป็นดั่งเทพบุตรเลยแม้แต่น้อย อย่าว่าแต่พะเน้าพะนอเอาใจเลย ดูเหมือนจะเข้ามากัดแล้ว ถ้าเป็นไปได้

        บาสเตียนนั้นใช่ว่าจะไม่รู้ทันความคิดของลูกน้อง ทั้งโกรธทั้งเจ็บใจ แต่ก็พยายามข่มใจทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น คงเป็นเพราะว่าปกติแล้วผู้หญิงที่เคยควง พวกหล่อนมักเข้ามาออดอ้อนเอาใจ แทบไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้นก็มีคนมาตามดูแล

          คงมีแค่แม่หน้าหวานที่พยศร้ายกาจไม่ต่างจากม้าป่าคนนี้ล่ะมั้ง ที่ทำให้หัวเสียทุกครั้งไปที่เข้าใกล้กัน

          น่าแปลกที่ก่อนหน้านี้เมื่อตอนที่อีเมลคุยกันชมจันทร์ดูอ่อนหวานน่ารักและร่าเริงแจ่มใส แต่หลังจากที่เขาใช้กำลังขืนใจเธอก็เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ

          ก็ไม่แปลก ไปขืนใจแบบนั้นเป็นใครก็คงเกลียดนั่นแหละ เขาบอกตัวเอง และบังคับให้สนใจงานตรงหน้ามากกว่าจะเป็นเรื่องของชมจันทร์

          กลัวว่าตัวเองจะหมดความอดทนกลับเข้าไปในห้องและสั่งสอนให้ชมจันทร์รู้ถึงฐานะของตัวเอง ไม่ให้มาทำท่าทางร้ายกาจเย่อหยิ่งเช่นนี้

          “บ้าจริง” เขาพยายามจะลงชื่อในเอกสารอนุมัติงาน แต่หมึกไม่ยอมออกจากหัวปากกาจนออสการ์ต้องกระแอมไอ

          “เจ้านายยังไม่ได้เปิดฝาปากกาครับ

          นั่นทำให้บาสเตียนรู้สึกเสียหน้าและหงุดหงิดอย่างมาก เขาดึงฝาปากกาอย่างกระแทกกระทั้น กดปลายปากกาลงชื่อด้วยน้ำหนักมือที่หนักแน่นเห็นชัดเจน

          “ฉันจะออกไปดื่มข้างนอก ให้แม่บ้านยกอาหารเข้าไปให้แม่นั่นด้วย” บาสเตียนสั่งแต่ไม่ได้จำเพาะเจาะจงว่าเอ่ยถึงใคร แต่ออสการ์ก็รู้ดีว่าตนต้องเป็นคนทำหน้าที่นี้

          เมื่อจัดการกับแฟ้มเอกสารทั้งหลายเรียบร้อยดีแล้ว ชายหนุ่มหลายคนก็ลุกออกจากโซฟาที่นั่งคุยงานกัน และแยกย้ายกันไป ออสการ์ติดตามข้างกายเจ้านายตลอดเวลา รวมถึงการไปนั่งคุยกับบาสเตียนที่บาร์ด้วย พร้อมกับลาร์สการ์ดมือดีที่อยู่ด้วยตลอดเช่นกัน

        “นายแน่ใจเหรอครับ ว่าจะทำอย่างนี้” เมื่อบรั่นดีหมดไปสองแก้วออสการ์ก็ทำใจกล้าถามผู้เป็นเจ้านาย

          “ทำอย่างนี้น่ะอย่างไหน” บาสเตียนถามกลับ แต่ความจริงเขารู้อยู่แล้วว่าคนสนิทหมายถึงเรื่องอะไร

          “เรื่องผู้หญิงเอเชียคนนั้น” ออสการ์พูดอย่างระมัดระวัง ทำงานด้วยกันมานานเลยพอรู้ว่าตอนนี้บาสเตียนอยู่ในอารมณ์แบบไหนกันแน่

          “ฉันพูดง่ายๆ เลยนะ” คนเป็นเจ้านายว่าเสียงเย็นพร้อมกับยกแก้วเหล้าแตะริมฝีปากเป็นรอบที่เท่าไหร่ไม่รู้ของคืนนี้

          “อย่ามายุ่งเรื่องของฉัน

          คำเตือนนั้นทำให้ออสการ์ไม่กล้าจะเอ่ยอะไรอีก พอเห็นเพื่อนถูกน็อกจนเดินเซ ลาร์สก็นั่งเงียบเป็นเพื่อนดื่มที่ดีให้เจ้านายอย่างเดียว ไม่เปิดปากพูดอะไรทั้งนั้น

         

          หลังจากถูกทิ้งให้อยู่คนเดียววันหนึ่งเต็มๆ ชมจันทร์ก็เจอหน้าบาสเตียนอีกครั้ง และดูเหมือนว่าเขาเพิ่งกลับมาจากการทำงานที่ท่าเรือ เสื้อสูทตัวสวยดูยับยุ่งไม่สมกับเป็นบาสเตียน โคลเซ เลย

          ชมจันทร์นั่งตัวเกร็งบนเตียง เธอยังสวมชุดคลุมอยู่ เพราะไม่อยากสวมเสื้อผ้าที่อยู่ในตู้พวกนั้น ถึงมันจะดูหรูหราราคาแพงและสวยน่าใส่มากแค่ไหนก็ตาม เพราะถ้ารับมาเมื่อไหร่นั่นแปลว่าจะกลายเป็นผู้หญิงขายตัวทันที

          นอกจากจะขายตัวแล้ว เธอยังต้องขายเลือดขายเนื้อให้นายทุนหน้าเลือดสูบกินจนไม่เหลืออะไรที่เป็นของตัวเองเลย

          เธอนั่งกอดตัวเองแน่นเมื่ออยู่บนเตียง มองบาสเตียนอย่างระมัดระวัง แล้วก็ถอนหายใจได้อย่างโล่งอกเมื่อเขาเดินเลยเข้าห้องน้ำไม่มองมาแม้แต่หางตา แต่ก็สบายใจได้ไม่นานเมื่อร่างสูงที่สวมเสื้อคลุมแบบลวกๆ เดินออกมาพร้อมกับหยดน้ำที่เกาะพราวทั่วทั้งตัว ราวกับประติมากรรมชิ้นเอกบนโลกนี้

          แต่ไม่ว่าเขาจะหล่อเหลารูปงามมากแค่ไหน สำหรับชมจันทร์แล้ว เขาก็ไม่ต่างจากโจรร้ายคนหนึ่ง ที่พร่าพลาญทุกอย่างของผู้หญิงตัวเล็กๆ ไปจนหมดสิ้น รวมถึงความฝันที่แสนงดงามด้วย มันไม่เหลืออะไรเลยนอกจากเถ้าถ่านที่มอดไหม้เหลือเพียงแค่ธุลีที่ปลิวหายไปกับสายลม

        “ทานมื้อเย็นแล้วใช่ไหม” บาสเตียนถามโดยไม่มองหน้า เขายกมือเสยผมระหว่างที่เดินเข้ามาใกล้เตียง

          ร่างเล็กกระเถิบตัวหนีจนติดกับหัวเตียงและไม่มีทางออกแล้ว ช่องท้องของเธอหดวูบและร้อนวาบ สายตาของซาตานร้ายเปิดเปลือยทุกอย่างว่าเขาต้องการอะไร

        “ถอดเสื้อออก” เขาสั่งสั้นๆ สีหน้าไม่ได้เปลี่ยนไปเลย ทำให้ชมจันทร์ใจเสีย เธอกำหมัดแน่น ความทรงจำที่แสนเลวร้ายหวนคืนอีกครั้ง

          “ฉันรู้ คราวก่อนมันไม่ค่อยดีเลยใช่ไหม ฉันจะแก้ตัว จะทำให้เธอมีความสุขจนสำลักเลย ตกลงไหม”

          “ไอ้เลว” ริมฝีปากอิ่มบริภาษเป็นภาษาไทยแผ่วเบา เพราะไม่อยากให้เขารู้ว่าด่าไปอย่างไรบ้าง

          “อย่าชักช้าเล่นตัวเลยน่า รับรองเธอจะสุขล้นสุขแน่”

          “ไม่ ฉันไม่ต้องการ” ชมจันทร์กอดตัวเองแน่น ยืนยันว่าจะไม่รับความสุขจากเขาไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งนั้น

          “แต่ฉันต้องการนี่ฉันเป็นไมเกรนเพราะทำงานหนักมาตลอด จนนอนไม่หลับ หมอแนะนำให้กินยานอนหลับ แต่เพื่อนฉันแนะนำยานอนหลับที่ดีกว่ายาที่หมอให้เซ็กไง

          ชมจันทร์แทบจะร้องกรี๊ดกับความร้ายกาจและเห็นแก่ตัวของเขา ถ้าเป็นไปได้ก็อยากฆ่าให้ตาย แต่จะทำยังไงเล่า ลำพังแค่เอาตัวเองให้รอดยังทำไม่ได้

          “เธอสนุก ฉันได้ยานอนหลับ ก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอ นักธุรกิจทำแบบนี้กันทั้งนั้น

          “ไม่!!” คนตัวเล็กยังยืนยันคำเดิม และเห็นสีหน้าของบาสเตียนเริ่มเย็นชาน่ากลัว

          “ที่ปฏิเสธเพราะเธอไม่อยาก หรือเพราะเธอไม่อยากทำกับฉัน” เสียงหนักถามพลางเอียงคอมอง ไม่ได้ขยับเข้าใกล้อีก แต่ก็ไม่ได้ถอยไปไหน

          “ฉันไม่อยากมีอะไรกับคุณ เพราะคุณมันน่าขยะแขยง ให้นอนกับคุณให้ฉันผูกคอตายง่ายกว่า” เธอว่า น้ำตาคลอขังขอบตาจนร้อนผ่าวไปทั้งกระบอกตา ไม่ได้มาจากความหวาดกลัว แต่มันมาจากความโกรธแค้นที่อัดแน่นเต็มอก

          “อ้อเหรอ” บาสเตียนทำเสียงยานคางก่อนจะเดินหยิบมือถือแล้วก็กดอะไรสองสามครั้ง ไม่นานการ์ดตัวโตสองสามคนก็เดินเข้ามาในห้อง

          ชมจันทร์หน้าเสียซีดเผือกแทบไร้สีเลือดเมื่อเห็นแบบนั้น

          “พวกแกถอดเสื้อแล้วขึ้นเตียงดูเหมือนว่าสุภาพสตรีท่านนี้อยากจะนอนกับพวกนายน่ะ

 



[1] เบอร์ลิน-เทเกล "ออตโต ลิเลียนธาล" (IATA: TXL, ICAO: EDDT) ชื่ออย่างเป็นทางการคือ ท่าอากาศยานนานาชาติเบอร์ลิน-เทเกล แต่มักเรียกสั้น ๆ เพียง เทเกล เป็นท่าอากาศยานนานาชาติหลักในเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี

[2] สัญรูปอารมณ์ (Emoticon) คือชุดของสัญลักษณ์ต่าง ๆ เช่น :), ^-^, หรือ :-) หรือภาพขนาดเล็ก ที่มีจุดประสงค์เพื่อแสดงสีหน้าของมนุษย์ และสื่อถึงอารมณ์ สัญรูปอารมณ์เป็นรูปแบบหนึ่งของลักษณะน้ำเสียงที่ใช้กันแพร่หลายในข้อความอีเมล, ในกระดานข่าวอิเล็กทรอนิกส์, และในแชทรูม

- คำว่า emoticon (อีโมติคอน) ในภาษาอังกฤษ มาจากการผสมคำว่า emotion (อารมณ์) และ icon (สัญรูป) เข้าด้วยกัน

 

http://41.media.tumblr.com/19771887390c30484ef99e3f490c7038/tumblr_njiylmIta61qbetfwo8_r1_1280.jpg

Talk 3...

ตอนแรกว่าอีคิลเลวร้ายแล้วนะ image

เจออีบาสตี้เข้าไปนี่แบบ #ร้องไห้หนักมากimage

มันเป็นเพื่อนกันเนอะ เพื่อนกัน เพื่อนกัน #ร้องเห้-หนักมากimage

ถ้าใครชอบแนวพระเอกร้ายบาดจิต นางเอกก็สู้ได้บ้างไม่ได้บ้างต้องเรื่องนี้ค่ะ

รับรอง เอาอีคิลกับอีบาสตี้มายืนตรงหน้า จะเอาไม้หน้าสามพาดมันทั้งคู่นั่นแหละimage

 

Talk 2...

ชมเอ๋ยชม นางเอกที่แจ้งความจับตัวโกง เอ๊ย พระเอกเนี่ยไม่รอดสักคนเลยนะ

อีบาสตี้นี่เพื่อนสุดเลิฟของอีคิลเลย ไม่อยากคิดสภาพหลังจากนี้เลยจริงๆ

อย่างบาสตี้นี่เข้ามาใกล้ควรจะเอาไม้ฟาดก่อนเลยimage

ผช อะไร นิสัยไม่ดีเลยจริงๆimageimage

 

Talk 1...

Song :: Dave Thomas Junior - I Can't Make You Love Me

เพื่อนกัน มันต้องเหมือนกันสิเนอะ ไล่มาเลย ตั้งแต่image

อันเดรส โรม เคิร์ก ลิโอเนล และสดๆ ร้อนๆ ก็อีคิลimageimage

ตอนนี้เลยเป็นของบาสตี้บ้าง เฮือกฮาก เป็นเค้า เค้าก็ไม่เอา

น่ากลัวเกิน บังคับแบบนี้เค้าเรียกมัดมือชกชัดๆ เลย

เอาใจช่วยชมด้วยนะคะ นางสะบักสะบอมไม่แพ้สิตาเลยimageimage


เฟซบุ๊คสำนักพิมพ์สมาร์ทบุ๊ค >>Click!!<<

แฟนเพจของมู่ mu_mu_jung >>Click!!<<

ทวิตเตอร์ของมู่ (ไม่ได้เล่น แต่แจ้งอัพนิยาย) >>Click!!<<

God blessed you

’m blessed you

I http://www0.dek-d.com/06pic/dot/heart.gif Readers

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 68 ครั้ง

118 ความคิดเห็น

  1. #442 28112539 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2558 / 16:55
    โหย!อีเลว
    #442
    0
  2. #418 kann (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2558 / 16:50
    อิป๋าใจร้ายย เอาใจช่วนชมน้ะ
    #418
    0
  3. วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2558 / 07:50
    มาส่งกำลังใจให้นะคะ
    #384
    0
  4. วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2558 / 21:48
    มาส่งกำลังใจให้นะคะ
    #383
    0
  5. วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2558 / 21:48
    มาส่งกำลังใจให้นะคะ
    #382
    0
  6. #381 Nong (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2558 / 13:38
    นี่ไม่ใช่พระเอกหรอก...นี่คือตัวโกงงงงงงงงงง
    #381
    0
  7. #380 sailovetula1 (@sailovetula1) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2558 / 11:26
    ตอนนีทำร้ายจิคสุดๆเหอ บ้าไปร๊าวว
    #380
    0
  8. #379 ^^ฟู่ฝ้าย^^ (@FuuFai) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2558 / 09:38
    โอ้ย!!! ตายๆๆๆๆ ตอนเริื่องอีคิลนี่บาสตี้ดูเป็นสุภาพบุรุษมากเลยน๊าาา แล้วนี่มันอารายยยยย
    #379
    0
  9. #377 Evillzoza (@demon-satansohot) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2558 / 00:31
    หาคำด้ามันไม่ได้เลวววววสุดๆ
    อิพระเอกเลววว
    รอตอนนางเอกเอาคืนนะๆ
    พี้มู่ขอเซตใหญ่เลยให้มันกระอักเลือดตายยน
    #377
    0
  10. #376 jeepcherokee (@jeepcherokee28) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2558 / 23:43
    อีเลววววววววว
    #376
    0
  11. #375 moeimei (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2558 / 23:07
    อีบาสตี้อีเลว
    #375
    0
  12. #374 Tncp (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2558 / 19:45
    บาส เลววววววว
    #374
    0
  13. #373 fj-fazzii (@fj-fazzii) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2558 / 19:19
    อีเลววววววววววววว เป็นญาติกับอีคิลหรอฮ่ะ
    #373
    0
  14. #372 Keropy-Keroon (@nightkiss) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2558 / 18:41
    อิบาสเตียนนางบ้าไปแล้วว เลวอย่างนี้นี่เอง เค้าถึงได้เกลียดแกขนาดนั้น เสียดายเลือดแทนชมจันทร์อะ ถ้ารู้ว่าให้เลือดไปแล้วจะเป็นอย่างนี้ รออ่านค่าา
    #372
    0
  15. #371 หมวย_67 (@muay_67) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2558 / 15:31
    บาสเตียน โหดร้าย เลวสุดๆ
    ทำกับชมจันทร์แบบนี้ได้ไง ขมขื่นยังไม่พอ
    ยังดูถูกชมอีก จะเอาการ์ดมารุมโทรม ชม รึไง ฮึ!
    อยากให้ชม เก่งเหมือนมิสามั้ง
    #371
    0
  16. วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2558 / 14:59
    หาคำบรรยายสำหรับอีบาสไม่ถูกเลย
    #370
    0
  17. #369 เพลีย (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2558 / 14:52
    เห็นแบบนี้แล้วซื้อไม่ลง ไม่ชอบพระเอกแบบนี้ เสียดาย
    #369
    0
  18. #368 namal (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2558 / 13:05
    อีบาสตี้ทำไมเลวอย่างงี้ พูดกันดีๆ ตั้งแต่แรกไม่ได้เหรอ ทำไมต้องบังคับชมจันทร์ด้วย
    #368
    0
  19. #367 MEW (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2558 / 11:46
    เลวจริงไรจริง ไม่มีไรจะพูด
    #367
    0
  20. #366 netakut (@tukaten) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2558 / 11:09
    สุดๆไปเลยป๋า
    #366
    0
  21. #365 เอเอ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2558 / 10:43
    อิป๋าแล้วได้อีก เอาไป10กะโหลกกก
    #365
    0
  22. #364 vin_111 (@vinnanz) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2558 / 10:18
    อยากตบกระโหลกบาสตี้จังเลย  #กำไม้แน่นมาก 
    #364
    0
  23. #363 BUABAKORNTS (@butsabakorn) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2558 / 10:18
    บาสตี้เลวกว่าอีคิลอีก ทำไมชมไม่เป็นแบบสิตาบ้าง งื้ออออ
    #363
    0
  24. #362 Eight (@eight8) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2558 / 10:14
    โหดร้ายจริง
    #362
    0
  25. #361 claire (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2558 / 10:06
    การ์ดรึจะกล้า แต่ที่สำคัญป๋าหรือจะหล้าให้การ์ดทำ หวงออกขนาดเน้ คริๆ
    #361
    0