จอมโจรเสี่ยงรัก [นิยายชุด จอมโจรสิเน่หา]

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 147,530 Views

  • 877 Comments

  • 483 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    44

    Overall
    147,530

ตอนที่ 3 : Thief Lot Love ♛ 02 Once In a Lifetime

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13309
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 44 ครั้ง
    15 ก.พ. 58

http://40.media.tumblr.com/5535a5d2ae1d96a63cfac15b204821be/tumblr_njd4h6qCN81qbetfwo1_1280.png

Thief Lot Love 02

Once In a Lifetime

         

          “ฝากบอกนังนั่นด้วยนะ ว่าฉันจะแย่งบาสเตียนมาให้ได้ คอยดูเถอะ!” คำประกาศกร้าวของผู้หญิงตรงหน้าทำให้ชมจันทร์หน้าซีด เล่นประกาศออกมาอย่างโจ่งแจ้งแบบนี้แล้วเธอจะไปสู้อะไรได้

          ว่ากันตามจริง เธอก็ไม่ได้สวยอะไรมากมาย แค่หน้าหวานหวานๆ ดูบริสุทธิ์หมดจดเหมือนเด็กไร้เดียงสาเท่านั้น คนตรงหน้าสวยสูงโปร่งดูเย้ายวนไปทั้งเนื้อทั้งตัว ผู้ชายส่วนมากน่าจะชอบผู้หญิงแบบนี้มากกว่า ได้แต่แปลกใจว่าทำไมบาสเตียนถึงได้มาชอบตนเข้าได้

        “อ๊าย ฉันล่ะหงุดหงิดจริงๆ บาสเตียนมีเมียแล้วเหรอเนี่ย!! จูดิธยกมือที่สวมไว้ด้วยถุงมือหนังสีดำอย่างดีกัดแน่นด้วยความไม่พอใจ ก่อนจะตวัดสายตามองคนที่คิดว่าเป็นสาวใช้ในบ้านอีกครั้ง

          หล่อนคนนี้เป็นสาวเอเชียหน้าหวาน หน้าตาดูหมดจดใสซื่อ และดูสวยเกินกว่าจะเป็นแม่บ้านธรรมดาๆ แอบแคลงใจว่าจะเป็นเมียเก็บของบาสเตียนด้วยอีกคนหรือเปล่า

          “นี่หล่อน!” ยิ่งคิดก็ยิ่งหงุดหงิด จูดิธเลยระบายอารมณ์กับสาวน้อยตรงหน้า

          “คะ” ชมจันทร์แทบสะดุ้ง เธอกลืนน้ำลายอย่างฝืดคอ ยอมรับว่าการถูกจ้องเอาแบบนี้ทำให้หัวใจระทึกจนแทบหลุดออกมานอกอกอยู่แล้ว

          “ไปเอาน้ำผลไม้มาหน่อย ผลไม้คั้นสดๆ ไม่ใส่น้ำตาล แล้วยกออกมาให้ฉันด้วย!” หล่อนออกคำสั่ง ขณะที่ชมจันทร์พยักหน้าแล้วก็หมุนตัวเดินเข้าคฤหาสน์หลังใหญ่ไปอย่างเงียบเชียบ จูดิธเลยอารมณ์ดีขึ้นเล็กน้อย เชิดหน้าขึ้น เดินส่ายสะโพกบนส้นสูงหลายนิ้ว ทำท่าเหมือนนางพญาตั้งใจจะเข้าไปข่มเมียของบาสเตียนเต็มที่ แต่ก็หยุดเดินแทบไม่ทัน เมื่อโทนี่พ่อบ้านคนเก่าแก่เดินออกมาต้อนรับด้วยสีหน้าราบเรียบนิ่งเฉย

          “ไม่ทราบว่าคุณมีธุระอะไร” โทนี่ถามเสียงเรียบ จริงจังหนักแน่นเช่นเดียวกับแววตา

          เห็นคนจริงจังจูดิธก็ไม่กล้าแผลงฤทธิ์ทำตามใจ ด้วยสืบรู้มาว่าพ่อบ้านเก่าแก่คนนี้บาสเตียนให้ความเคารพนับถือมากแค่ไหน

          “ฉันมาพบคุณบาสเตียน โคลเซ มาธุระเรื่องงานและต้องการคุยด้วยค่ะ” เพราะคนตรงหน้าเป็นคนเก่าแก่ของโคลเซ ดังนั้นจูดิธเลยพยายามยิ้มหวานเอาใจ

          “ฉันเป็นเลขาของคุณมอร์ริสันค่ะ ฉันมาคุยเรื่องปุ๋ย” หล่อนบอก และไม่ใช่คำโกหก เพราะทำงานที่บริษัทจำหน่ายปุ๋ยขนาดใหญ่จริงๆ ดังนั้นเลยรอบรู้เรื่ององุ่นและไวน์พอสมควร เป้าหมายของเธอก็ไม่พ้นเจ้าของไร่องุ่นเป็นพันๆ ไร่อย่างบาสเตียน โคลเซ ไม่อย่างนั้นคงไม่เดินหน้าเต็มกำลังอย่างนี้แน่

          มอร์ริสันเจ้าของบริษัทปุ๋ยและสารเคมีสำหรับการเพาะปลูกขนาดใหญ่ครบวงจรคือลุงของเธอเอง และสนับสนุนเต็มที่ให้จับบาสเตียนให้ได้

        “คุณผู้ชายยังไม่กลับ คุณออสการ์ก็ยังไม่กลับมาด้วย ยังไม่ทราบเวลาแน่ชัดว่าจะกลับตอนไหน มิทราบคุณผู้หญิงรอได้ไหมครับ” โทนี่เอ่ย พลางผายมือให้หล่อนไปนั่งที่ระเบียงหน้าบ้านติดกับสวนดอกไม้ใหญ่ที่มีต้นไม้และไม้ดอกให้ร่มเงาความสดชื่น

          “รอได้ค่ะ” จูดิธตอบเสียงหวาน

          ใครจะตอบล่ะว่ารอไม่ได้ ผู้หญิงเป็นพันๆ คนอยากเจอหน้าเขาสักครั้ง หล่อนคิดต่อในใจอย่างกระฟัดกระเฟียด แต่ก็ยอมนั่งลงที่โซฟารับแขก ฉีกยิ้มให้ดูเป็นคนนุ่มนวลอ่อนหวานให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

          “เดี๋ยวกระผมจะโทรถามคุณบาสเตียนให้อีกทีว่าจะกลับมาตอนไหน แล้วจะมาแจ้งให้คุณทราบนะครับ”

        พ่อบ้านเก่าแก่บอก สายตาเต็มไปด้วยการตำหนิ นั่นเป็นเพราะว่าจูดิธเข้ามาที่นี่โดยที่ไม่ยอมแจ้งล่วงหน้า ซ้ำเข้ามาแล้วยังวางอำนาจบาตรใหญ่ ซึ่งที่ไม่ใช่ครั้งแรกที่หล่อนทำ ใครต่อใครพากันเอือมระอาไปหมดไม่อยากเข้าหน้ารับแขก แต่เรื่องนี้บาสเตียนไม่เคยรู้ เนื่องจากสั่งเอาไว้ว่าเรื่องในบ้านเขาจะเป็นคนจัดการดูแลเอง

          หลังจากนี้คงต้องกำชับบอกกับพนักงานรักษาความปลอดภัย ไม่ว่าจะใครก็ห้ามเข้ามาในเขตบ้านไร่แห่งนี้จนกว่าเขาจะเป็นคนเอ่ยอนุญาตด้วยตัวเอง

          “ค่ะ ขอบคุณนะคะ แล้วก็ขอโทษด้วยที่ไม่ได้บอกล่วงหน้าก่อนว่าจะมา” จูดิธหน้าตึง ไม่สิ ต้องบอกว่าหน้าเสียไปเลยมากกว่าที่ถือวิสาสะเข้ามาแล้วถูกตำหนิทางสายตาอย่างนี้ แต่เรื่องอะไรใครจะสน เมื่อมาถึงขั้นนี้แล้วต้องเดินหน้าอย่างถึงที่สุด

          หล่อนชักสีหน้าเบ้ปากใส่พ่อบ้านคนเก่าแก่เมื่อโทนี่เดินกลับเข้าไปในบ้าน ก่อนจะพ่นลมหายใจอย่างฉุนเฉียว

          “ฮึ! รอให้ฉันได้เป็นคุณนายบ้านนี้ก่อนเถอะ ตาแก่นี่ต้องเป็นคนแรกที่ฉันจะไล่ออก!

          สาวสวยมีอันต้องหงุดหงิดอีกหน เมื่อเห็นสาวใช้หน้าหวานชาวเอเชียออกมาหาพร้อมกับน้ำผลไม้บนถาดในมือ จะไม่ให้หัวเสียได้อย่างไร ในเมื่อเนื้อตัวของอีกฝ่ายสกปรกเปื้อนดินเศษหญ้าเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน วางแก้วน้ำลงที่โต๊ะแล้วยิ้มให้

        “คนใช้บ้านนี้นี่ยังไงกัน ไม่ได้รับการอบรมสั่งสอนเลยสักคนรึไง ถึงจะเป็นบ้านไร่แต่ก็ไม่น่าไร้มารยาทเลยนะ!” จูดิธบ่นพึมพำ แต่ก็ไม่อยากใช้สาวน้อยตรงหน้าอีก โทนี่คงมองด้วยสายตาที่เหยียบจมลงไปในโคลนด้วย เลยคอแข็งเชิดไม่รับหรือดื่มอะไรทั้งนั้น

        ชมจันทร์มองจูดิธด้วยความสงสัย อยากถามว่าทำไมหล่อนถึงไม่ดื่นน้ำส้มที่อุตส่าห์ไปยกมาให้เล่า แต่ด้วยใบหน้าที่เลอโฉมกำลังชักสีหน้าไม่สบอารมณ์อยู่เลยไม่กล้าเซ้าซี้ ตั้งใจจะพาตัวเองกลับห้องนอน แต่ได้ยินเสียงใบพัดเฮลิคอปเตอร์แว่วขึ้นมาซะก่อน

          “บาสตี้!” เธออุทานอย่างดีใจ ขณะที่จูดิธขมวดคิ้วนิ่วหน้ากับเสียงดังนั้น

          “โอ๊ย ที่นี่มันยังไงกันนะ หาความสงบสุขไม่ได้เลย” หล่อนกระแทกเสียงอย่างไม่สบอารมณ์ เห็นชมจันทร์ทำหน้าตื่นเต้นก็ยิ่งสงสัยว่ามีอะไรนักหนา

          แต่ต่อมาเธอก็เปลี่ยนสีหน้า แววตาหวานเยิ้มเต็มไปด้วยความหลงใหล รีบลุกขึ้นอย่างระมัดระวัง จากนั้นก็ขยับเสื้อผ้าให้เข้าที่ เตรียมตัวจะเจอหน้าบาสเตียนเต็มที่

          ร่างสูงใหญ่ราวกับเทพบุตรกรีกรูปงามเดินเข้ามาใกล้อย่างสง่างาม ผมยุ่งๆ แว่นกันแดด เสื้อสูท เนกไทที่ยับน้อยๆ ทุกสิ่งทุกอย่างท่าอยู่บนตัวของบาสเตียนนั้นทำให้หล่อนแทบจะร้องกรี๊ดด้วยความตื่นเต้น กำลังจะขยับเข้าไปหา แต่ช้ากว่าชมจันทร์ไปเสี้ยววินาที

          จูดิธเบิกตากว้างตอนที่เห็นชมจันทร์โผเข้าสู่อ้อมแขนแข็งแรงที่ปรารถนามาตลอด ยิ่งเห็นบาสเตียนกอดตอบโดยไม่รังเกียจความมอมแมมของผู้หญิงคนนั้นก็ยิ่งใจสลาย หล่อนอ้าปากค้างน้อยๆ เมื่อชายหนุ่มกอดประคองร่างเล็กเดินเลยเข้าไปในบ้าน โดยที่ทิ้งหางตามองแวบเดียวและไม่มีแม้แต่คำทักทาย

          หัวใจของจูดิธเหมือนถูกน้ำร้อนลวก หล่อนทั้งเสียหน้าทั้งเจ็บใจจนพูดไม่ออก ยิ่งโทนี่กลับมาหาก็ยิ่งแค้น

          “คุณผู้ชายไม่สะดวกคุยงานตอนนี้ครับ แต่คุณออสการ์พร้อมจะคุยงานด้วย ต้องการอะไรเพิ่มเติมก็บอกได้นะครับ” โทนี่บอก เป็นจังหวะเดียวกับที่ออสการ์พาตัวเองมาหยุดต่อหน้าหล่อน

          “คุณจูดิธ ไม่ทราบว่ามีธุระอะไรรึครับ” ออสการ์ถามพลางยกยิ้มที่มุมปาก

          เห็นสายตาของจูดิธแล้วก็เข้าใจดีว่าหล่อนต้องการอะไร

        แต่ต้องเสียใจด้วยจริงๆ เพราะตอนนี้สายตาของบาสเตียนนั้นไม่เหลือไว้แลมองใครอีกแล้วนอกจากภรรยาที่แสนน่ารักอย่างชมจันทร์

 

          “งั้นเหรอ” บาสเตียนบอกเสียงสั้นๆ กับภรรยาเมื่อชมจันทร์เล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟังแล้ว

        เธอเล่าว่าจู่ๆ จูดิธก็มาที่นี่ บอกว่ามีเรื่องอยากคุยกับบาสเตียน และบอกว่าจะแย่งเขาไปด้วย สีหน้าของสาวเจ้าตอนพูดบอกนั้นน่าสงสารเหลือเกินจนทำให้ชายหนุ่มอดยิ้มอย่างเอ็นดูไม่ได้

          “คุณชอบแบบนั้นไหมคะ” ชมจันทร์ถามอย่างเกรงใจ มือม้วนชายเสื้อเล่นตอนที่นั่งที่ขอบเตียง ไม่อยากบอกว่าพอเทียบกับสาวสวยคนนั้นแล้วเหมือนเด็กมัธยมกับเด็กมหาวิทยาลัย ที่ไม่รู้ว่าชายหนุ่มจะหันเหเปลี่ยนใจไปชอบเนื้อนมไข่แทนผู้หญิงตัวบางๆ ที่ลมพัดทีแล้วเหมือนจะปลิวไปตามลมหรือเปล่า

          “แบบไหนอ้อ ไม่ล่ะ” ชายหนุ่มตอบแล้วก็หัวเราะ เพราชมจันทร์หรี่ตามองอย่างจับผิดทันที

          “ทำไมฉันต้องชอบแบบนั้นด้วยล่ะ ตอนนี้เธอเป็นภรรยาของฉันนะชม มีเมียแล้ว จะมองคนอื่นอีกทำไม” ร่างสูงเดินเข้าไปหาภรรยาผู้คิดมาก เขาถอดเสื้อออกไปจากตัวแล้วเหลือแค่กางเกงสเล็กเนื้อดี เผยให้เห็นร่างกายแข็งแรงกำยำที่บอกชัดว่าไม่ได้ละเลยการออกกำลังกาย ออกจะหุ่นงามยิ่งกว่านายแบบชื่อดังด้วยซ้ำไป

          เมื่อเขาเข้ามาใกล้ลมหายใจของชมจันทร์ก็เริ่มติดขัด เธอก้มหน้างุด หน้าแดงร้อนวูบวาบไปทั้งเนื้อทั้งตัว เริ่มฉุนเมื่อบาสเตียนเอาแต่หัวเราะเห็นเป็นเรื่องสนุกที่เธอประหม่าอย่างนี้

          “หัวเราะทำไม!” หน้าหวานเงยขึ้นแล้วก็ขึ้นเสียงอย่างฉุนเฉียว เป็นจังหวะเดียวที่หนุ่มรูปงามเบียดตัวเองเข้ามาหา ขอบกางเกงของเขาอยู่ระดับสายตาพอดี ทำให้รู้ว่าช่วงขาของเขานั้นสูงเพรียวมากแค่ไหน ผิวแก้มก็ร้อนจวนไหม้ติดไฟกับการแนบชิดที่ดูอีโรติกเอามากๆ อย่างนี้

          “ถอยไปนะ มายืนทำไมตรงนี้” ไม่รู้ว่าคิดไปเองไหมว่าไออุ่นจากร่างกายของเขาร้อนมากกว่าปกติ ทำให้เธอเหมือนจะเป็นไข้ให้ได้อย่างไรอย่างนั้น

          “ถอดเข็มขัดให้หน่อย” บาสเตียนพูดสั้นๆ แต่สั่นคลอนหัวใจคนฟังเหมือนถูกควักออกมาทั้งที่ยังเต้นอยู่

          “ฮะ” เสียงหวานครางแหบพร่า สายตาเริ่มมัว ใจเต้นแทบไม่เป็นจังหวะ

          “เร็ว ฉันจะไปอาบน้ำ” สั่งเสียงเข้ม สังเกตเห็นว่านอกจากใบหน้าแล้ว ใบหูเล็กรวมไปถึงต้นคอเนินอกขาวๆ ของสาวเจ้าแดงระเรื่อราวกับถูกย้อมด้วยความสิเน่หาร้อนแรง

          “ชมครับ

          ชมจันทร์กัดปากแน่นทำท่าจะลุกขึ้นแต่มือหนาของชายหนุ่มกดไหล่บางให้นั่งลงตามเดิม ปากก็ยั่วเย้าอย่างมันเขี้ยวอยากแกล้งให้ถึงที่สุด อยากเห็นว่าเธอจะน่ารักได้มากแค่ไหน

          “เร็ว ร้อนจะแย่อยู่แล้ว อยากจะอาบน้ำเต็มทีแล้ว” ตอนนี้เสียงของบาสเตียนก็แตกพร่าไม่แพ้กัน อยากจะกดเธอลงกับกับเตียงแล้วจัดการเสียให้สิ้นเรื่อง

          “คุณน่ะ” ชมจันทร์บ่นพึมพำคิดว่าตัวเองคงจะแย่ซะแล้ว ถ้าหากตัวร้อนมากไปกว่านี้คงจะเป็นลมตายแน่

          แต่เมื่อบาสเตียนไม่ยอมถอย เธอก็จำต้องยกมือที่สั่นเล็กน้อยของตนเองขึ้น และแตะมันกับเข็มขัดหนังของสามีตัวร้าย ที่เพิ่งรู้ว่าเขาชอบแกล้งซะจนไม่กล้าจะสบตาด้วย

          “เร็วเข้าคนสวย เดี๋ยวจะได้อาบน้ำกัน

          คำพูดของบาสเตียนทำให้ชมจันทร์เงยหน้าขึ้นสบตากับเขา ระหว่างที่มือปลดเข็มขัดให้เขาที่มันอยู่ตรงปลายคางนี้เอง ใจสั่นหวั่นหวามไม่กล้าจะหลุบตาต่ำลง กลัวว่าจะเห็นอะไรที่ไม่สมควรเห็นเข้า

          โอ๊ย! จะตายอยู่แล้ว ช่องท้องของคนตัวเล็กบิดมวนไปหมด เธอแทบร้องไห้ แต่เจ็บใจมากกว่าที่ชายหนุ่มกำลังขำ

          “เก่งมากคนสวย” ชายหนุ่มก้มหน้ามองสบตากับตนตัวเล็ก สอดปลายนิ้วแกร่งกับเส้นผมนุ่มสลวยลื่นมือของภรรยาด้วยความเพลิดเพลิน

        เริ่มคิดอย่างเลอะเทอะเมื่อใบหน้าหวานๆ อยู่ตรงหน้าท้อง ยามเธอกัดปากกัดฟันอยากจะแกล้งลองชวนเล่นไปสารพัดเรื่อง สมองคิดมือก็รูดซิปกางเกงลงด้วยรู้ว่าชมจันทร์ไม่ยอมทำให้แน่ ถึงจะบังคับมากแค่ไหนก็ตาม เสียงกรีดซิปเคล้ากับเสียงหายใจของคนตัวเล็กที่เริ่มรุนแรงขึ้น บาสเตียนก็เริ่มทนไม่ไหวอีกต่อไป

          เมื่อเขาไม่ยอมถอย ชมจันทร์ก็ไม่ยอมจะก้มหน้าลง หัวใจของชายหนุ่มเบิกบานอยากยั่วเย้าภรรยาให้ถึงขีดสุด ยิ่งเธอเขินอายก็ยิ่งมีความสุข

          “ไปอาบน้ำสิคะ” ชมจันทร์แทบจะหมดแรงเงยหน้าต่อไม่ไหวเพราะเมื่อยคอ ใจหายใจคว่ำเมื่อบาสเตียนขยับท่อนขาไปมา ไม่ถึงนาทีกางเกงสเล็กก็ไปกองที่พื้น

          คราวนี้ชมจันทร์ทนไม่ไหวอีกต่อไป เธอหลับตาแน่นหมุนและพลิกตัวซบลงกับเตียง และทำท่าจะคลานหนี เธอไม่ชินกับความเซ็กซี่หื่นห่ามของสามีอย่างนี้ แต่ยังไปไม่ถึงไหนวงแขนแข็งแรงก็ช้อนรอบเอวสอบก่อนถูกลากเข้าหาตัว

          “อ๊าย! ไม่ อย่านะ!!” หัวใจดวงน้อยเต้นโครมครามแทบจะพังคาอกข้างซ้าย เท้าลอยจากพื้น ร่างกายก็เหมือนลอยคว้างในอากาศ ยึดจับอะไรไม่ได้นอกจากร่างกายสูงใหญ่ของคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสามีของตัวเอง

          “ฉันหิวมานานแล้ว” ชายหนุ่มกระซิบชิดใบหูเล็ก ขณะที่ก้าวเท้ามุ่งหน้าตรงเข้าไปยังห้องน้ำอย่างไม่เร่งรีบ

          ไรขนอ่อนทั่วร่างกายของคนตัวเล็กลุกเกรียว เพราะบาสเตียนไม่พูดเปล่า ยังเม้มริมฝีปากที่ร้อนชื้นกับติ่งหู และงับตามต้นคอ ปลายคางอย่างมันเขี้ยว ส่งผลให้ชมจันทร์ร้องไห้ด้วยความกลัว

        แต่น้ำตาของชมจันทร์ไม่ได้ทำให้บาสเตียนเห็นใจเลยสักนิด ตรงกันข้ามยังเหิมเกริมแล้วก็ทวีความต้องการอยากจะขย้ำกลืนกินแม่กวางน้อยลงท้องเสียที หลังจากที่พยายามจะต้อนกวางสาวเดินเข้าลานประหารด้วยตัวเองมานานแล้ว ใช่ เขารอมานานเกินพอแล้ว

          สาวใช้เติมน้ำในอ่างไว้ให้เรียบร้อยแล้ว บาสเตียนไม่พอรอช้า อุ้มร่างภรรยาลงในอ่างโดยที่เธอยังสวมเสื้อผ้าครบชิ้น

          “บาสตี้! หยุดมือนะ” เธอร้องอย่างตื่นตระหนก มือไม้ของบาสเตียนเริ่มป้วนเปี้ยนยุ่มย่ามกับเสื้อผ้าบนตัว ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมน้ำตาของตนเองไม่ได้ผลกับเขา

          คนเป็นสามีน่าจะยอมหยุดเมื่อเห็นภรรยาร้องไห้ แต่นี่มันอะไรกัน หัวใจของชมจันทร์หล่นไปกองที่พื้น ตัวเย็นเยียบ ตะเกียกตะกายจะพาตัวเองขึ้นจากอ่างน้ำ  แต่ชายหนุ่มแทรกตัวลงมาในอ่างด้วย จากนั้นก็กอดร่างเล็กเอาไว้ในอ้อมแขนไม่ยอมปล่อย

          “หยุดนะ ไม่ว่าจะห้ามปรามยังไงก็ไม่เป็นผล ดังนั้นหญิงสาวเลยเปลี่ยนกลยุทธ์เป็นการขอร้องแทน

          “บาสตี้ หยุดนะ ฉันท้องอยู่” น้ำในอ่างพลันอุ่นร้อนขึ้น ราวกับว่าร่างกายของชายหนุ่มเป็นแหล่งผลิตกระแสไฟฟ้า

          คำว่า ท้อง บาสเตียนก็ชะงักไปเล็กน้อย เขาก็เกือบลืมไปแล้วว่าหลอกชมจันทร์ไว้อย่างไร แต่ก็รัดเอวเล็กไว้ไม่ยอมให้ห่างจากตัว

          “เรื่องนั้นฉันจะพยายามระมัดระวัง ฉันหิวนะเห็นใจสามีบ้างสิคนสวย” ชายหนุ่มกระซิบข้างหู ทำให้ชมจันทร์ไม่มีทางเลือกอื่น มันก็จริงอย่างที่เขาว่า เป็นสามีภรรยากันและจะให้หมางเมินเป็นคนแปลกหน้าคงไม่ดี ถึงจะจำอะไรไม่ได้ แต่ก็เชื่อว่าผู้ชายคนนี้เป็นสามีจริงๆ

          “ฉันกลัว ฉันจำไม่ได้ ไม่รู้ว่าต้องทำยังไง” ใจสาวเต้นแรง ยิ่งได้ยินคำหวานกระซิบข้างหูก็ยิ่งพาให้ใจสั่นนักหนา

          “ไม่เป็นไร กอดฉันไว้ก็พอ คนดี

 

          ชมจันทร์หน้าแดงอยู่บนเตียงในเช้าวันใหม่ เพราะเพลียมากทำให้เธอหลับสนิทซ้ำยังตื่นสายกว่าทุกวัน ส่วนตัวการที่ทำให้อ่อนเพลียตลอดทั้งคืนก็หายไปแล้ว คงจะไปทำงานแล้วตามเคย

          ร่างกายยังอุ่นระอุร้อนผ่าวโดยเฉพาะส่วนที่ลึกที่สุดในร่างกาย และพบว่าคุ้นเคยกับเขาจริงๆ เมื่อได้สื่อสารกับทางภาษากาย แต่ก็ขัดเขินเหลือเกินเมื่อนึกถึงมันขึ้นมา ฉากรักเร่าร้อนดุเดือนเริ่มต้นที่อ่างอาบน้ำและจบลงที่เตียงกว้าง บอกให้รู้ว่าก่อนหน้านี้เธอและบาสเตียนมีความสัมพันธ์ต่อกันจริงๆ

          เธอเข้าห้องน้ำ ตั้งใจจะลงไปกินข้าวและเข้าไปดูที่ไร่เหมือนเดิม แต่แล้วร่างกายก็เกิดความผิดปกติขึ้นอย่างหนึ่ง เมื่อเธอเห็นเลือดไหลเรื่อยตามเรียวขาของตนเอง ชมจันทร์เบิกตากว้างใจเต้นกลัวจนตัวเย็นเฉียบ

          “นี่เราแท้งเหรอ!

          หัวใจของชมจันทร์หล่นไปกองที่พื้น ตัวสั่นหวาดหวั่นกับสิ่งที่เกิดขึ้น เธอเริ่มปวดท้องหน่วงๆ จนรู้สึกแปลกใจว่าอาการแบบนี้คล้ายกับตอนที่มีประจำเดือน

        แต่จะเป็นอย่างนั้นได้ยังไง ในเมื่อมีเอกสารทางการแพทย์บอกไว้ว่าเธอกำลังท้องอยู่ ดังนั้นเลยค่อยๆ พาตัวเองออกจากห้องน้ำหลังจากทำความสะอาดเรียบร้อยแล้ว จากนั้นก็โทรบอกบาสเตียนซึ่งเขาทิ้งโทรศัพท์มือถือเอาไว้ให้ ร้องไห้สะอึกสะอื้นบอกกับสามีว่าตอนนี้กำลังจะเสียลูกไป

 

        บาสเตียนปาดเหงื่อหลายหน เขาออกตรวจไร่องุ่นก่อนไปทำงาน เลยยังไม่ได้ออกไปข้างนอกตอนที่ชมจันทร์โทรมาร้องห่มร้องไห้บอกว่ากำลังแท้ง จนต้องรีบรุดกลับบ้านเพื่อไปปลอบใจ

          “ลูกจะเป็นอะไรไหมคะบาสตี้” หญิงสาวเสียใจอย่างมาก ร้องไห้จนตาบวม พาให้ชายหนุ่มรู้สึกเสียใจที่โกหกเธอไว้

          “ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวฉันจะให้หมอมาตรวจอาการของเธอที่นี่นะ” บาสเตียนบอก พยายามปลอบให้เธอสงบลง

          “ไม่ไปโรงพยาบาลเหรอคะ” ชมจันทร์ถาม น้ำตายังไหล ตอนนี้ยืมผ้าอนามัยจากสาวใช้มาใช้ก่อน กลัวว่ามันจะเลอะเทอะไปมากกว่านี้

          “อยู่ที่นี่ดีกว่า ฉันอ่านเรื่องแบบนี้มา อาจจะเป็นเลือดที่มันอาจจะไหลแต่ไม่มีอะไรก็ได้ อย่างเลือดล้างหน้าเด็ก[1]ยังไงล่ะ” ชายหนุ่มอธิบาย ทำให้ชมจันทร์งุนงงสงสัย น้ำตาที่เปื้อนแก้มใสนั้นดูน่ารักนักในสายตาของเขา

          “เลือดล้างหน้าเด็กคืออะไรคะ” คนตัวเล็กทวนถามด้วยเสียงพึมพำ

          “นี่ไงล่ะ” บาสเตียนส่งโทรศัพท์มือถือให้กับภรรยา หลังจากที่ค้นหาบทความทางการแพทย์เรื่องเลือดล้างหน้าเด็กแล้ว เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันคืออะไร รู้แค่ว่ามันน่าจะเข้าใจได้ง่ายที่สุดแล้ว

          “ฉันอ่านไม่เข้าใจ” หญิงสาวร้องไห้ ส่ายหน้าไปมาอย่างหวาดกลัว

          ฉันก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน คนเป็นสามีอยากจะบอกแบบนี้ แต่ก็จำต้องปลอบใจให้เธอหายกลัว

          “เดี๋ยวหมอก็มาแล้ว ไม่ต้องกลัว สั่งให้หมอนั่งเฮลิคอปเตอร์มาแล้ว ฉันอยากให้เธอรออยู่ที่นี่มากกว่า กลัวว่าจะเป็นอะไรระหว่างเดินทาง ฉันกลัว” ชายหนุ่มพูด ชมจันทร์ไม่รู้จะทำยังไงก็ยอมนั่งนิ่งรอให้แพทย์เข้ามาดูแลที่นี่จะดีกว่า เริ่มเวียนหัวทำอะไรไม่ถูก

          “บาสตี้ฉันปวดท้อง ลูกจะเป็นอะไรไหม” หญิงสาวปวดท้องมาก เธอนิ่วหน้ากุมท้องไว้ใบหน้าซีดเซียวเหงื่อท่วมหน้าจนบาสเตียนไม่สบายใจ

          “ไม่เป็นไรหรอก ฉันสัญญาว่าเธอจะไม่เป็นไร”

        เมื่อสามียืนยันแบบนั้นชมจันทร์ก็พยายามจะเชื่อใจ เธอถูกอุ้มขึ้นไปนอนบนเตียงโดยที่บาสเตียนคอยมานั่งใกล้ๆ พลางห่มผ้าให้

        “เธอจะไม่เป็นอะไรทั้งนั้นคนดี” ชายหนุ่มไม่ได้ไปไหน เขานอนข้างๆ ภรรยาแล้วปลอบให้หายกลัว

          “อย่าทิ้งฉันไปนะ” ชมจันทร์สะอื้น ยึดมือของสามีไว้เป็นที่พึ่ง

          เห็นท่าทางน่าสงสารแบบนั้นบาสเตียนก็ไม่สบายใจ ส่วนหนึ่งที่ทำให้ชมจันทร์ต้องเป็นอย่างนี้คือตนเอง ไหนจะคดีก่อนหน้านี้อีก สารพัดเรื่องที่ทำไว้พาให้รู้สึกปั่นป่วนในอก บางครั้งก็อยากจะบอกความจริงทั้งหมดทุกอย่างให้เธอฟัง แต่ถ้าสุดท้ายเรื่องมันเลวร้ายลงเล่า

        สุดท้ายบาสเตียนก็ไม่มีความกล้าที่จะบอกเรื่องราวทั้งหมดให้ชมจันทร์ฟัง เขานอนตะแคงมองดูคนตัวเล็กที่หลับไปทั้งน้ำตา ทั้งสงสารทั้งเสียใจ ลูบหน้าหวานที่ซีดเซียวเนิ่นนานจนได้รับสายโทรศัพท์ที่ตั้งสั่นเตือนเอาไว้ เพราะไม่อยากจะให้มันรบกวนการนอนหลับของภรรยา

          “ว่าไง

          “คุณหมอเดินทางไปถึงแล้วครับ ผมเองตอนนี้ก็อยู่ที่มิวนิก[2]แล้วครับ กำลังจะเดินทางไปที่ธนาคารครับ”

          “ขอบใจ ช่วยดูแลงานทุกอย่างแทนด้วย” บาสเตียนบอก คนสนิทคนนี้ทำงานเรียบร้อยหมดจดเลยไม่ต้องห่วง

          “แล้วเจอกัน”

          บาสเตียนวางสายก่อนจะเดินลงจากเตียง ถอดไทออกจากคอเสื้อและเดินดุ่มลงไปชั้นล่างของบ้านเพื่อรอรับแพทย์เข้าของไข้ หรือความจริงต้องบอกว่าเป็นคนที่สมรู้ร่วมคิดในการหลอกภรรยาด้วยกัน

          “เธอมีประจำเดือน” เขาพูดทันทีที่เห็นหน้าโจ แพทย์มือฉมังหลุดหัวเราะแทนที่จะเป็นคำทักทายอย่างที่ควรจะเป็น

          “ไม่ตลกเลยนะโจฉันจะทำยังไงดี” ลืมนึกเรื่องนี้ไปได้ยังไง บาสเตียนก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน ตอนนี้แทบจะประสาทเสียให้ได้ ถ้าชมจันทร์รู้ว่าไม่ได้ท้อง ได้จมอยู่กับความเสียใจและรู้สึกผิดไปอีกนานแสนนานแน่

          “ผมเตรียมมาให้เรียบร้อยแล้ว” โจยิ้มกว้าง บาสเตียนก็เลิกคิ้วกว้างมองดูเอกสารและกล่องเครื่องมือทางการแพทย์ที่หมอหนุ่มถือติดมือมาด้วย

          “อะไร” บาสเตียนพึมพำ

          ต่อมาเขาก็ถอนหายใจเมื่อเห็นชมจันทร์ไม่ได้โมโหกรีดร้องหรือโวยวาย เพราะโจนั้นเป็นมืออาชีพมากพอและรับมือกับสาวน้อยที่กำลังสติเตลิดได้อย่างง่ายดาย

          โจไม่ได้โทรมาบอกว่าความจริงแล้วเธอไม่ได้ท้องแล้วส่งเอกสารแผ่นเดียวมาให้ แต่เดินทางมาจากโรงพยาบาลแล้วก็ทำการตรวจอะไรหลายอย่าง แล้วก็เอ่ยขอโทษว่าทุกอย่างเป็นความผิดพลาดของนางพยาบาลที่ส่งเอกสารผิดพลาด บอกว่าตอนนี้เรียบร้อยดีก่อนจะกลับไป

          “ฉันไม่ได้ท้องเหรอ” ชมจันทร์ถามอย่างเลื่อนลอยเมื่อโจเดินทางกลับไปแล้ว

          บาสเตียนแกล้งทำเป็นตกอกตกใจตามไปด้วย แสร้งบอกว่าตัวเองก็ไม่รู้ และมันเป็นข่าวร้ายที่ไม่น่ายินดีเลย

          “ฉันก็ตกใจเหมือนกัน แต่ไม่เป็นไรหรอกน่า เดี๋ยวลูกก็มาเองนะ ไม่เป็นไร” ชายหนุ่มพูดปลอบอย่างอ่อนโยน สองมือกอดประคองภรรยาตลอดเวลา ทำน้ำเสียงสีหน้าเสียใจที่ชมจันทร์ไม่รู้เลยว่าตอนนี้เขากำลังเสแสร้งแกล้งตอแหลอย่างร้ายกาจ

          “ฉันแข็งแรงจะตาย เธอเองก็แข็งแรงมากขึ้นแล้ว ยังไงเราก็ต้องมีลูกน่ารักๆ ด้วยกันแน่” เขาประคองหน้าหวานขึ้นสบตากับเธออย่างอ่อนหวาน ชมจันทร์ก็หลงกลเข้าอย่างจัง เผลอร้องไห้กับอกกว้างอยู่นานด้วยความเสียใจ และความรู้สึกแปลกๆ ที่อธิบายไม่ได้

          บางอย่างมันบอกว่าเธอโล่งใจไม่น้อยที่ไม่ได้ท้องตอนนี้ ทำให้ชมจันทร์นึกโกรธตัวเองที่คิดเรื่องร้ายกาจอย่างนั้น

          “นะ ไม่ต้องคิดมากหรอก เดี๋ยวเราก็มีลูกกัน โชคดีแล้วที่เธอไม่ได้ป่วยหรือตกเลือดจริงๆ” พูดจบบาสเตียนก็ถอนหายใจ  กลัวเหมือนกันว่าถ้าคนตัวเล็กจะแท้งลูกของตนเองและเธอ ใจหายแปลกๆ เลยกอดร่างเล็กไว้แน่นขึ้นจนชมจันทร์นิ่วหน้า

          “คุณเป็นอะไรไปคะ” แน่ใจว่าไม่ได้คิดมากไปเองแน่ ชมจันทร์เลยถามด้วยความเป็นห่วง

          บาสเตียนหัวเราะ จูบแก้มใสหนักหน่วงจนพอใจแล้วก็ดึงหน้าสบตากับเธอด้วยความอ่อนโยน

          “เปล่าหรอกไม่ได้เป็นอะไร ฉันแค่ห่วงว่าเธอจะเป็นอะไรมาก เห็นบ่นว่าปวดท้องอยู่ด้วยนี่” ชายหนุ่มไม่เคยรู้สึกสบายใจเท่านี้มาก่อน เขาไม่ต้องคิดเรื่องงานหรือเงิน ได้กอดเธอเอาไว้ในวงแขนก็สบายใจอบอุ่นใจมากแล้ว

          “ดีขึ้นแล้วค่ะ หมอให้ยามาแล้ว ดีขึ้นเยอะเลย” ชมจันทร์ถอนหายใจ เธออิงศีรษะกับอกกว้างปล่อยความเครียดและความกลัวพวกนั้นไปจนหมดเมื่อได้อยู่กับเขา

          “ปวดแบบนี้มาตลอดหรือเปล่า” พอหลุดปากถามไปบาสเตียนก็ก่นด่าตัวเองในใจยืดยาว

          ชมจันทร์อาจจะรู้ได้ว่าที่ผ่านมาเขาไม่เคยรู้เรื่องส่วนตัวของเธอเลย แค่เรื่องประจำเดือนก็ยังไม่รู้ โกหกว่าอยู่ด้วยกันมาเป็นปีแล้ว แต่การมีประจำเดือนที่เกิดขึ้นทุกเดือนก็น่าจะรู้ว่าอาการปวดประจำเดือนหรืออารมณ์เสียของผู้หญิงจะเป็นยังไง

          ฉิบหายแล้วกูถามบ้าอะไรออกไปวะ บาสเตียนด่าตัวเองในใจ ไม่รู้จะทำยังไงเลยกอดเอวเล็กแน่นขึ้นเพื่อไม่ให้เธอหนีไปไหนได้

          “ก็เป็นแบบนี้มาตลอดเลย บางเดือนปวดจนแทบจะเดินไม่ไหว หมอบอกว่า” ชมจันทร์หยุดพูดเมื่อคำพูดต่อไปมันจะเข้าเนื้อซะเอง

          “ไง เล่าต่อสิ” ชายหนุ่มเร่งแต่หญิงสาวอึกอักแก้มแดงขึ้นเรื่อยๆ จนบาสเตียนอยากรู้ขึ้นมาครามครัน

          “ชมไม่พูดเหรอ” เสียงของบาสเตียนฟังดูเจ้าเล่ห์นัก ไม่ใช่แค่คำพูดแต่เป็นสายตาของเขาด้วย

          ชมจันทร์ร้องวี้ดเมื่อถูกจี้เอวเข้า เธอดิ้นพล่านหัวเราะจนหอบโยนก่อนจะยกมือร้องห้ามเป็นพัลวัน

          “พอแล้ว พอ คิกๆ หยุด บาสตี้!

          “พูดมาสิ เล่าเร็วคนสวย” ชายหนุ่มหัวเราะบ้าง จำไม่ได้ว่าไม่เคยหัวเราะแบบนี้มานานแค่ไหนแล้ว อยู่ใกล้เธอคนนี้กลับมาเป็นตัวของตัวเองได้เสมอ ไม่ต้องวางท่าใส่หน้ากากกับใครทั้งนั้น

          “เล่าแล้ว ยอมแล้ว หยุดก่อนสิ” ชมจันทร์หอบจนร่างกายสั่นสะท้าน หน้าแดงก่ำเมื่อเขาโน้มหน้ามาชิด ล้อเลียนอย่างน่าหมั่นไส้

          “ว่ามา” ชายหนุ่มยิ้มเจ้าเล่ห์ ยิ่งเห็นเธอเขินก็อยากแกล้งให้หนักมือขึ้น

          “หมอบอกว่าอาการนี้จะหายหรือทุเลาลงตอนที่มีลูก” คนตัวเล็กบอกอ้อมแอ้ม แก้มแดงจัดเหมือนผลแอปเปิล เห็นแบบนั้นบาสเตียนก็หัวเราะ อยู่กับภรรยาตัวน้อยคนนี้เมื่อไหร่ก็เป็นตัวของตัวเองไม่ต้องปกปิดหรือปิดบังอะไรทั้งนั้น

          “งั้นก็ดีเลยสิ ไว้เราค่อยมีลูกด้วยกัน ดีไหม”

          คราวนี้ชมจันทร์ไม่ตอบ เธอแกล้งซบหน้าลงกับอกกว้างลืมความรู้สึกแปลกๆ ทุกอย่างไปหมดแล้ว ลืมแม้กระทั่งคำเตือนที่ตัวเองเขียนบอกเอาไว้ในคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค

          รู้แค่ว่าต่อให้มันจะเป็นกับดักที่แสนหวาน แต่ก็พร้อมและยินยอมที่จะแหวกว่ายในโถน้ำผึ้งพิษต่อไป

 

          เพราะมีประจำเดือนและปวดท้องทำให้ชมจันทร์อ่อนเพลียอย่างมาก และไม่ได้รับอนุญาตให้ออกไปเดินเตร่ที่ไร่อีกจนกว่าจะหายดี บาสเตียนหยุดมาดูแลเฝ้าคนตัวเล็กสองวันแล้วก็กลับไปทำงานตามปกติ นั่นทำให้หญิงสาวเหงามาก ถึงจะมีสาวใช้หลายคนเป็นเพื่อนคุยชวนแล้วก็ตาม แต่ไม่มีใครจะทำได้อบอุ่นและปลอดภัยเหมือนอยู่กับเขาเลยสักคน

          “งั้นฉันขอเข้าครัวด้วยได้ไหมคะ?” ชมจันทร์ถามกับมารีนเสียงหวาน สาวใช้มองหน้ากันอย่างชั่งใจว่าจะตกลงดีไหม คำสั่งของบาสเตียนสั่งเอาไว้ว่าห้ามไม่ให้คุณผู้หญิงออกแรงทำอะไรทั้งนั้น แต่ก็แค่ปวดประจำเดือน ไม่มีไข้ด้วย ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร

          “ตามมาเลยค่ะ

          ชมจันทร์ยิ้มหวานเดินตามเหล่าสาวใช้เข้าครัวไปอย่างร่าเริง ทำขนมหลายอย่าง ตั้งใจจะทำไว้เผื่อบาสเตียนตอนกลับมาด้วย เธอมีความสุขมาก ยิ้มหัวเราะตลอดเวลาทำให้บรรยากาศในบ้านไร่อบอุ่นนุ่มนวลขึ้น เพราะปกติแล้วทุกคนจะทำแต่งานตามหน้าที่ของใครของมันเท่านั้น

          “มันจะกินได้ไหมนะ” ชมจันทร์ทำเสียงตื่นเต้น ระหว่างที่รออบคุกกี้สุก

          “ต้องรอลุ้นค่ะ” มารีนยิ้มหวาน ชมจันทร์เองก็ยิ้มกว้างรออย่างมีความสุขพลางจินตนาการถึงใบหน้าของสามีตอนที่เขากลับมาถึงบ้าน

          แต่สุดท้ายคุกกี้ของชมจันทร์ก็ไหม้โดยไม่ได้ตั้งใจ หญิงสาวทำหน้ามุ่ยนั่งกินเศษที่มันไม่ไหม้ด้วยความเสียใจ และไม่รู้ว่าบาสเตียนกลับมาถึงตั้งแต่ตอนไหน เขาวางมือลงกับพนักโซฟาพลางโน้มหน้าลงมาช่วยกินเศษคุกกี้ที่ติดปากให้ และเดินผิวปากกลับขึ้นห้องไป และทิ้งท้ายไว้ด้วยคำพูดหวามหวาน

          “อร่อย แต่ไม่เท่าเธอ” ชมจันทร์กะพริบตาถี่หน้าแดงจัด ก้มหน้างุดส่งค้อนให้เหล่าสาวใช้ที่หัวเราะล้อเลียนกันสนุกสนาน นั่งนิ่งได้ไม่นานก็รีบตามสามีไป

          บาสเตียนกำลังถอดเสื้อผ้าออกจากตัว ทิ้งไว้บนพื้นเกลื่อนกลาดไปทั่ว ชมจันทร์ส่ายหน้าแล้วก็ก้มหน้าเก็บมันใส่ลงในตะกร้าตามหลัง เพราะมัวแต่ก้มหน้าก้มตาเลยเดินไปชนกับสามีที่เหลือแค่บอกเซอร์ตัวเดียวอย่างจัง

          “ไปอาบน้ำกันไหม” ชายหนุ่มช้อนภรรยาขึ้นแล้วมุ่งหน้าตรงไปยังห้องน้ำ ชมจันทร์ดิ้นเป็นการใหญ่แต่บาสเตียนไม่ฟัง เขาหัวเราะทำท่าจะโยนลงในอ่างน้ำเหมือนคราวก่อน แต่หญิงสาวคว้าต้นคอแกร่งแล้วก็กอดเอาไว้

          “บาสตี้ อย่านะ ฉันมีประจำเดือน!!” ชมจันทร์ร้องเสียงสูง ชายหนุ่มเลยนึกขึ้นได้ไม่โยนลงในอ่างที่เตรียมน้ำเอาไว้แล้ว

          “เมื่อไหร่จะหมดเนี่ย” ร่างสูงเดินถอยหลังไปนั่งที่อ่างล้างหน้า แล้วก็รวบเอวบางมานั่งทับตักกว้าง

          “วันนี้ไปซนที่ไหนมาบ้าง” เขาถาม และใช้ปลายนิ้วคีบรูดเศษคุกกี้ที่ติดเส้นผมของชมจันทร์ออกให้

          หญิงสาวยกมือลูบผมตัวเองไปมา เขินอายที่ทำตัวเหมือนเด็กกินขนมแล้วทำมันหกเรี่ยราดไปหมด

          “ไม่ได้ไปไหนเลย คุณสั่งไว้ไม่ใช่เหรอ ฉันก็เลยอยู่แต่ในห้องครัวอย่างเดียวเลย” หญิงสาวทำหน้ามุ่ย ขยับตัวอย่างอึดอัดเมื่อรู้ว่าตัวเองนั่งทับอะไรบางอย่างที่แข็งขืนรุ่มร้อน ก่อนจะพาตัวเองออกมาจากตักกว้างของเขาได้

          “ปล่อยสิ ฉันจะออกไปเตรียมเสื้อผ้าให้คุณ” เสียงใสเริ่มสั่น สายตาของสามีมองมาด้วยความร้อนแรงก็ไม่รู้จะแสร้งทำเป็นไม่เข้าใจได้ยังไง

          เธอเขินซะทรงตัวไม่อยู่ ซวนเซจะล้มแต่บาสเตียนคว้าท่อนแขนกลมกลึงเอาไว้ได้ก่อนที่เธอจะล้มหัวฟาดพื้น แต่ก็เสียหลักจนล้มลงนั่งกับพื้น พอเงยหน้าขึ้นก็ร้อนผ่าวไปทั้งตัวเมื่อเขายืนตรงหน้าตระหง่านดุจหินผาไม่ยอมขยับไปไหน

          “บาสตี้!” เธออุทานจะลุกขึ้น แต่ชายหนุ่มกดไหล่เอาไว้ตามเดิม

          “ชมช่วยฉันหน่อยได้ไหม” เสียงเซ็กซี่ที่ฟังดูหวามลึกเข้าไปถึงหัวใจนั้นพาให้ใจดวงน้อยเต้นเตลิดเปิดเปิงไปหมด ชมจันทร์ลุกไม่ขึ้น ชาไปทั้งตัวเหมือนถูกเหล็กในผึ้งต่อย ร้อนผ่าวเมื่อสัมผัสได้ถึงไอร้อนจากร่างกายสูงใหญ่ที่ส่งถ่ายมาให้อย่างจงใจ

          “ไม่เอานะบาสตี้ ลืมไปแล้วเหรอ ฉันมีประจำเดือน” บอกไปแล้วหลายครั้ง แต่ทำไมสามีคนนี้ถึงได้แสร้งทำเป็ยจำไม่ได้แล้วก็ดื้อดึงเหมือนเด็กสองสามขวบก็ไม่ปาน

          “ก็ถึงบอกนี่ไงว่าให้เธอช่วย” พอแกล้งจนภรรยาตัวแดงใกล้จะไหม้ทั้งตัวแล้วบาสเตียนก็หัวเราะ เขาทรุดกายลงนั่งกับเธอบนพื้น จับมือเล็กมาวางทับอกแล้วก็ลากไล้วนถูบนอกตัวเองอย่างนั้นเนิ่นนาน

          ชมจันทร์คันยิบที่กลางฝ่ามือ ลมหายใจร้อนรวยรินเหมือนคนใกล้จะหมดสติ กลิ่นอายความหอมหวานเร่าร้อนรุนแรงกำจายไปทั่วห้องน้ำแห่งนี้ ทำให้กระจกแทบจะเป็นฝ้ามัวให้ได้

          “คุณน่ะ

          “ถ้าไม่อยากให้ฉันฝ่าไฟแดงเธอก็ช่วยฉัน” คนพูดแลบลิ้นเลียมุมปาก ทำให้นัยน์ตาของชมจันทร์ไหวระริก ใจสั่นหวั่นหวาม ความร้อนแล่นกระจายไปทั่วร่าง โดยเฉพาะเมื่อตอนที่บาสเตียนรั้งให้เธอนั่งทับบนตักกว้าง พลางเลื่อนใบหน้าที่งดงามราวกับรูปสลักมาแนบชิด มอบจูบให้อย่างอ่อนหวานเย้ายวน

          “ช่วยฉัน เดี๋ยวนี้ชมจันทร์”

 

        กว่าจะออกจากห้องน้ำมาได้ ชมจันทร์ก็ทำหน้างอแล้วงออีก เพราะคนตัวโตเอาแต่ใจไม่ยอมปล่อย เดี๋ยวขออย่างนั้น เดี๋ยวขออย่างนี้จนเธอเปียกปอนตามไปด้วย ต้องอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า ใช้เวลาอยู่นานก่อนจะเป็นอิสระ

          แล้วคำขอของบาสเตียนก็ชวนให้ใจหายเหลือเกิน ไอ้ที่บอกว่าช่วยนะ เขาขอให้ช่วยอาบน้ำให้ เธอมีอันต้องด่าตัวเองเพราะเผลอคิดเรื่องทะลึ่งเข้าได้

          ว่าเขาหื่น แกนั่นแหละที่หื่นยัยชม เธอยกมือทาบแก้มใส มันยังร้อนผ่าวอยู่เช่นเดียวกับร่างกายทุกส่วน ราวกกับว่ามันมีเพื่อให้ผู้ชายคนนั้นได้กอดโอบแนบชิด

          ดวงตาของชมจันทร์อ่อนแสงลงทุกครั้งเมื่อนึกถึงผู้ชายที่ชื่อว่าบาสเตียน  เวลาผ่านไปได้ใช้ชีวิตกับเขาโดยที่เริ่มตันนับหนึ่งใหม่ ไม่ได้มีเรื่องอดีตซึ่งไม่รู้แน่ชัดว่ามันเป็นยังไงกันแน่ แต่ตอนนี้เธอเริ่มแน่ใจว่าที่ผ่านมาคงหลงรักผู้ชายคนนี้จริงๆ ไม่อย่างนั้นส่วนลึกในใจหรือสัญชาตญาณคงอยากจะหนีเขาแล้ว

          “หิวรึยัง” บาสเตียนถาม เขายังไม่ยอมแต่งตัว พันผ้าเช็ดตัวกับเอวสอบ เช็ดผมลวกๆ เดินวนไปเวียนมาในห้องนอน ไม่รู้ว่าทำไมไม่ไปหาเสื้อผ้ามามาใส่กันซะที

          “คุณไม่แต่งตัวเหรอคะ” เสียงหวานถามอย่างขุ่นเคือง แกล้งโมโหเพื่อข่มความตื่นเต้นเอาไว้

          “หาให้หน่อยสิ”

          “ปกติคุณก็ทำเองอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ”

          “เปล่าซะหน่อย” ชายหนุ่มประท้วง เดินเข้าไปกอดเมื่อชมจันทร์ยังไม่ทันตัว ระดมจูบแก้มใสจนหญิงสาวยกมือทุบเป็นพัลวัน

          “ก่อนหน้านี้เธอยังป่วยอยู่นี่ฉันเลยไม่อยากจะกวน ตอนนี้หายดีแล้วนี่นา กลับไปทำหน้าที่ของเธอเลย” เขาโกหกหน้าตาย ก่อนหน้านี้ชมจันทร์เคยเตรียมเสื้อผ้าให้ตอนไหนเสื้อผ้า้านี้เคยอยากจะกวน ตอนนี้หายดีแล้วน่าแน่ใจว่าที่ผ่านมาคงหลงรักผู้ชายคนนี้จริงๆห้องน้ำแห่งนี้ ทำทำใ อยากเห็นเธอทำให้ทุกอย่าง

          “จริงเหรอ” หญิงสาวหรี่ตามองอย่างไม่เชื่อถือ ชายหนุ่มก็เอียงคอไปมาทำตาใสเหมือนลูกแมวน้อย

          “หรือเธออยากให้คนอื่นมาเลือกเสื้อผ้าให้ฉันล่ะ” บาสเตียนถามยียวน ดังนั้นคนตัวเล็กเลยผลักอกกว้างทำหน้างอ ก่อนจะเดินตรงไปยังตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ของชายหนุ่ม ที่มีข้าวของของตนเองปะปนอยู่มากกว่าครึ่ง เธอทำหน้าจริงจังและเลือกชุดนอนให้สามีชุดหนึ่ง

          “ไม่ใส่ให้บ้างเหรอ” เสียงทุ้มอ้อนหวานหวาม ชมจันทร์ไม่ทนกับสถานการณ์ที่ชวนให้ใจเต้นแรงไปมากกว่านี้ เธอทิ้งเสื้อผ้าไว้ที่เตียงแล้วก็ทำเสียงดุเข้ม

          “รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วก็ตามมาด้วย ไม่งั้นฉันโกรธจริงๆ ด้วย!

          “เมียจ๋า ตอนนี้ผัวเจ็บมือ ช่วยเปลี่ยนเสื้อผ้าให้หน่อย” ชายหนุ่มหัวเราะร่วนเพราะชมจันทร์วิ่งหนีหายไปอย่างรวดเร็ว

          “อะไรจะขี้อายแบบนี้นะชม

          หลังจากแต่งตัวเสร็จบาสเตียนก็พาตัวเองลงไปที่ห้องอาหารซึ่งชมจันทร์นั่งรออยู่ก่อนแล้ว หญิงสาวทำหน้างอเพราะถูกแกล้งหลายต่อหลายครั้ง ไม่รู้ว่าเขาชอบแกล้งอะไรนักหนา เลยอยากรู้ว่าผู้ชายคนอื่นๆ จะชอบกลั่นแกล้งให้เมียร้องไห้แบบนี้บ้างไหม

          “วันนี้มีอะไรกินข้าง” บาสเตียนถามภรรยาที่เอาแต่นั่งก้มหน้าพลางส่งค้อนให้เป็นระยะ

        “งอนอะไรคนดี ฉันหิวแล้วล่ะ วันนี้เห็นบอกว่าอยู่ในห้องครัวตลอด ลงมือทำอะไรให้ฉันกินบ้างหรือเปล่าเนี่ย” เขาจูบแก้มใสก่อนจะนั่งลงข้างๆ คนตัวเล็ก ไม่สนใจสายตาล้อเลียนของโทนี่หรือสาวใช้คนอื่นในบ้าน

          บาสเตียนทราบดีว่าพฤติกรรมของตัวเองเปลี่ยนไปมากแค่ไหนเมื่อตอนที่ชมจันทร์มาอยู่ด้วยกันที่บ้านไร่แห่งนี้ แต่เขาไม่สนใจ ขอแค่มีความสุขแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ ก็ดีใจมากแล้ว

          “ฉันทำกับข้าวไม่เป็นหรอกค่ะ เพิ่งเคยเข้าครัวก็วันนี้นี่เอง” เธอตอบเสียงค่อย ก็พอรู้มาบ้างว่าผู้ชายทั่วไปน่าจะชอบผู้หญิงสาวที่เป็นกุลสตรีแม่บ้านแม่เรือน รู้สึกว่าอะไรก็ไม่สามารถเทียบเท่าผู้ชายคนนี้ได้เลย

          “งั้นพรุ่งนี้ก็ฝึกกับมารีน แอนดี้ก็แล้วกัน เห็นบ่นว่าอยากเข้าครัวมานานแล้วนี่” บาสเตียนเริ่มต้นตักอาหารใส่ลงในจานของชมจันทร์ก่อน ชักชวนเธอดูอาหารหลายอย่างแล้วก็ตักป้อนให้ลองชิม ตลอดมื้อค่ำหญิงสาวเลยกินอาหารได้หลายอย่างและชอบไปหมดซะทุกจาน

          นัยน์ตาของบาสเตียนมองตามด้วยความเอ็นดูอ่อนโยน เพราะนี่เป็นครั้งแรกเลยที่เจอผู้หญิงกินไม่ห่วงสวยไม่กลัวว่าจะน้ำหนักตัวขึ้น แบบนี้สิดี เพราะจะว่ากันแล้วชมจันทร์ดูน้ำหนักน้อยไปหน่อย ถ้านุ่มนิ่มมากกว่าอีกสักหน่อยก็คงดี

          “ไปนอนกันเถอะ”

          ชมจันทร์ยกแก้วน้ำดื่มด้วยความหวั่นๆ อยู่ในใจไม่น้อย เพราะช่วงเวลาที่เธอกลัวที่สุดคือการเข้านอนกับบาสเตียนนี่แหละ

          “วันนี้เธอดื้อมาทั้งวันแล้ว ไปนอนกันเถอะ”

          ร่างเล็กแข็งทื่อเป็นหิวตอนที่ถูกประคองให้เดินขึ้นบนชั้นบน บาสเตียนเข้าใจดีและไม่เร่งรัดมากเกินไป เขาใจเย็นและค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป ล้มตัวลงนอนก็กอดเธอไว้ในวงแขน ทำให้ชมจันทร์รู้สึกผ่อนคลายและค่อยๆ เปิดใจรับเขามากขึ้น

          “พรุ่งนี้คุณไปทำงานรึเปล่าคะ” เพราะรู้ว่าบาสเตียนยังไม่หลับ เธอเองก็ยังไม่หลับดังนั้นเลยชวนคุย

          อย่างน้อยก็อยากจะคุ้นเคยสนิทสนมกันมากกว่านี้ ไม่อยากจะเป็นฝ่ายรอดูว่าชายหนุ่มจะเข้ามาหายังไง แล้วก็ปิดบังตัวเองขังตัวอยู่ในโลกตัวเอง

          ในอดีตไม่แน่ใจว่ามันเป็นยังไง แต่ก็อยากจะให้การตัดสินใจในครั้งนี้เป็นทางเลือกที่มันถูกต้องและพร้อมจะรับมันไม่ว่าผลที่ออกมาจะเป็นยังไง

          “ทำไมเหรอ?” ชายหนุ่มถามกลับ สอดปลายนิ้วพันเส้นผมหนานุ่มเล่นอย่างเพลิดเพลิน

          “เปล่าค่ะ ฉันแค่แปลกใจว่าทำไมคุณถึงไม่มีเวลาว่างเลย ไม่พักแบบนี้ไม่ดีนะคะ” เห็นเขาทำงานหนักติดต่อกันตลอดทุกวันทำไมเธอจะไม่รู้ว่ามันทั้งเหนื่อยทั้งหนัก อยากให้เขาได้พักผ่อนบ้าง

          “อืม งานพรุ่งนี้ไม่หนักเท่าไหร่หรอก แป๊บเดียวก็กลับบ้านได้แล้ว” บาสเตียนตอบ ได้ยินเสียงถอนหายใจของภรรยาก็อดขำไม่ได้

          “อีกวันเดียวก็จะได้พักแล้ว ไม่เป็นไรหรอก ไม่ต้องห่วง” จุมพิตอุ่นๆ พรมหน้าหวาน กอดกระชับวงแขนแล้วก็หลับไป เท่านี้ก็เห็นชัดเจนแล้วว่าเขาเหนื่อยมากแค่ไหน

          ชมจันทร์ยื่นมือลูบไล้หน้าคมคร้ามแผ่วเบา อยากแบ่งเบาภาระของบาสเตียนบ้าง แต่ขนาดอาหารที่ชอบของเขาเธอไม่รู้จักเลยด้วยซ้ำไป แต่เมื่อมาถึงขั้นนี้แล้วเธอก็บอกตัวเองว่าจากนี้จะพยายามให้มากขึ้น และมากขึ้นกว่าเดิม ซุกหน้าเข้ากับอกกว้างแล้วก็หลับสนิทตามหลังสามีหลังจากนั้นไม่นาน

 

        บาสเตียนตื่นแต่เช้าเหมือนเดิม เขาอาบน้ำและเตรียมตัวแต่งตัวจะออกไปทำงานตามปกติ วันนี้เขาต้องไปมิวนิกตามหลังออสการ์ซึ่งเดินทางไปก่อนหน้านี้แล้ว ตั้งใจจะสะสางงานทุกอย่างแล้วก็กลับมาอยู่เป็นเพื่อนภรรยา ที่ดูเหมือนว่าหมู่นี้จะขี้อ้อนจนไม่อยากจะห่างไปไหน

          เมื่อเขาออกมาจากห้องน้ำก็เห็นว่าชมจันทร์ตื่นแล้วเช่นกัน

        “ชม หาเสื้อให้หน่อยนะ” ชายหนุ่มออกคำสั่งตามนิสัย คนถูกสั่งจึงหน้ามุ่ยเดินเข้าไปหาอย่างเลี่ยงไม่ได้

          “ต้องไปจริงๆ เหรอ ไปไหนคะวันนี้” เธอก้าวไปหาสามี แล้วก็หยิบผ้าเช็ดตัวเช็ดหน้าให้เขา เพราะร่างกายสูงใหญ่นั้นยังมีหยดน้ำเกาะพราวทั้งตัว

          “ขอโทษนะชม สัญญาว่าพรุ่งนี้เสร็จงานแล้วจะอยู่ด้วยทั้งวัน ฉันเองก็อยากจะพาเธอไปด้วยนะ แต่มันต้องเดินทางไกล แถมยังต้องนั่งเฮลิคอปเตอร์นานด้วยนี่สิ ฉันกลัวเธอจะเวียนหัวไม่สบายเอา ร่างกายใช่ว่าจะแข็งแรง” บาสเตียนบ่นยืดยาวจนชมจันทร์หัวเราะ

          เพิ่งรู้ว่าเขาก็มีมุมขี้บ่นและหัวรั้นดื้อเหมือนเด็กตัวน้อยๆ ไม่มีผิด

          “ฉันต้องไปมิวนิก ไกลมากเลย เสียใจด้วยจริงๆ คนสวยที่ฉันพาเธอไปด้วยไม่ได้” นิ้วแกร่งไล้แก้มใส หน้าหวานของคนตัวเล็กเริ่มงอง้ำ ซึ่งไม่ใช่ว่าจะเห็นแบบนี้ได้บ่อยๆ ก่อนหน้านี้ชมจันทร์ทั้งกลัวทั้งเกลียดเขา ใจหนึ่งก็อยากให้เธอจำความหลังได้

          แต่เมื่อเป็นแบบนี้เขาก็อยากจะได้ชมจันทร์คนนี้อยู่ด้วยกันไปตราบนานเท่านาน

          “เห็นไหม ออสการ์โทรมาตามแล้ว” ใบหน้าคมคายเอียงไปมา เมื่อเสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ดังขึ้น

          บาสเตียนตั้งใจจะเดินไปหยิบมันและรับสาย แค่ช้ากว่าชมจันทร์เมื่อเธอคว้ามันไปได้ก่อน

          “คนสวย อย่าดื้อสิคะ ส่งมาเร็ว ผัวต้องไปทำงานแล้วนะ” คำสรรพนามที่ชายหนุ่มเรียกแทนตัวเองทำให้ชมจันทร์หน้าแดง แต่ก็ไม่ยอมปล่อยโทรศัพท์มือถือเครื่องเล็กของสามี

          “ฉันจะคุยเอง” เธอว่าอย่างดื้อดึง แล้วก็รับสายตามที่พูดไว้ทันที

          “นายครับ” ออสการ์พูดขึ้นหลังจากที่ปลายสายรับแล้ว เพราะคิดว่าบาสเรียนเป็นคนรับสาย

          “ขอโทษนะคะ เอ่อ คุณออสการ์ ฉันจำชื่อคุณถูกใช่ไหมคะ” เสียงหวานถามด้วยความตื่นเต้น และทำให้ออสการ์หัวเราะน้อยๆ

          “ถูกครับ เอ่อ ไม่ทราบว่าเจ้านายไปไหนครับ หรือว่ายังไม่ตื่น”

          ชมจันทร์ยิ้มเพราะถูกสวมกอดจากทางด้านหลัง ไม่บอกก็รู้ว่าใครเป็นคนกอดเธออยู่ มุมปากเลยยกสูงด้วยความมีความสุข

          “เขาดื้อค่ะ ไม่ยอมลุกจากเตียงเลย ฉันเลยอยากถามว่า ถ้าอาทิตย์นี้บาสตี้ เอ๊บ บาสเตียนจะเกเรไม่ทำงานจะเป็นไรไหมคะ” ชมจันทร์สะดุ้ง เพราะทันทีที่จบคำถามสามีก็จูบแก้มเธอแรงๆ ทันที

          “อ้อ ไม่เป็นไรครับ ผมเองก็กำลังจะแจ้งให้ทราบว่าทุกอย่างราบรื่นดีครับ ถ้าเจ้านายจะแกล้งเกเรไม่ทำงานสักพักก็ไม่เป็นอะไรครับ อันที่จริงก่อนหน้านี้เจ้านายก็ทำงานหามรุ่งหามค่ำจนไม่มีงานสำคัญอะไรแล้วล่ะครับ”

          “แน่ใจเหรอออสการ์?” บาสเตียนถามแทรก และทำให้ชมจันทร์หัวเราะเสียงใส

          “อ่าผมคิดว่าเจ้านายยังไม่ตื่น” ออสการ์หัวเราะ ได้ยินเสียงของเจ้านายดูมีความสุขก็ดีใจด้วย

          เมื่อก่อนบาสเตียนเหมือนปีศาจร้ายก็ไม่ปาน ทั้งร้ายกาจทั้งเอาแต่ใจ หากอะไรไม่ได้ดั่งใจก็จะอาละวาดจนกว่าจะได้มาซึ่งความพอใจ แต่พักนี้ดูอ่อนโยนขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าเป็นเพราะคุณผู้หญิงชมจันทร์ที่เข้ามาเปลี่ยนทุกอย่างได้อย่างน่าอัศจรรย์

          “ฉันตื่นแล้ว แต่คุณผู้หญิงโคลเซตัวร้ายนี่น่สิ บอกว่าฉันยังนอนอยู่ ยังคับฉันให้เกเรไม่ไปทำงาน” บาสเตียนแสร้งบ่น ทำเหมือนเด็กและทำให้ชมจันทร์หัวเราะร่วน

          “ก็ฉันอยากอยู่กับคุณนี่นา” หญิงสาวสารภาพ ทำให้ชายหนุ่มสองคนที่ได้ยินรู้ว่าเธอนั้นน่ารักมากแค่ไหน

          เมื่อเป็นแบบนั้นออสการ์ก็ไม่อยากทำให้คุณผู้หญิงต้องเสียใจ รีบตอบกลับให้เธอสบายใจขึ้น

          “ผมอนุญาตให้เจ้านายพักผ่อนได้ครับ แล้วเจอกันต้นเดือนหน้า

          “อ้อ นี่ฉันกลายเป็นลูกน้องของนายไปแล้วใช่ไหมออสการ์” บาสเตียนถาม วินาทีต่อมาทุกคนก็หัวเราะพร้อมเพรียงกัน

          บาสเตียนมองดูคนในอ้อมกอดอย่างสงสัย ว่าเหตุใดผู้หญิงคนนี้ถึงได้ทำให้เขามีความสุข เรื่องที่ควรจะขุ่นเคืองหรือหงุดหงิดก็มีอันต้องมลายหายไปเสียอย่างนั้น

          “แล้วเจอกันครับเจ้านาย” ไม่อยากขัดความสุขของเจ้านายดังนั้นออสการ์เลยวางสายไปเงียบๆ และทำให้ชมจันทร์กระโดดโลดเต้นในอ้อมแขนของสามี

          “เบาๆ หน่อยคนสวย เธอปวดท้องประจำเดือนอยู่นะ” ชายหนุ่มเตือน ชมจันทร์เลยหยุดเคลื่อนไหวชะงักกึก

          อันที่จริงแล้วประจำเดือนของเธอหมดไปแล้วตั้งแต่เมื่อวาน ชมจันทร์ไม่กล้าบอก ขนาดว่าเธอยังมีรอบเดือนอยู่บาสเตียนก็ยังออกอาหารหื่นใส่ได้น่ากลัวอย่างนั้น ถ้าบอกไปแล้วเขาจะไม่ปล้ำหื่นเช้าหื่นเย็นเลยหรือ คิดแล้วหญิงสาวก็หน้าแดงพยักหน้ารับหงึกหงัก

          “ไปอาบน้ำเร็ว วันนี้อยากไปไหน ฉันจะพาไปเอง”

          “อยากขี่ม้า” เธออ้อน กลิ้งหน้ากับไหล่กว้างท่าทางน่ารักนี้บาสเตียนบอกตัวเองว่าจะไม่ยอมให้เธอทำกับใครอีกเด็ดขาด นอกจากเขาคนเดียว

          “แน่นอนคนสวย ไปอาบน้ำกินมื้อเช้า แล้วไปสนุกกัน

 

          ชมจันทร์สนุกมาทั้งวัน เธอหัวเราะ ยิ้มร่าเริง และกล้าที่จะดื้อดึงแสดงท่าทีแง่งอนใส่เขาตรงๆ โดยที่ไม่เกรงกลัวเลย นั่นทำให้บาสเตียนพอใจมาก เพราะคนที่จะมาเป็นเมีย เป็นแม่ของลูกต้องมีอำนาจพอๆ กับตัวเอง ไม่ใช่กลัวหรือหวาดระแวงไปทุกเรื่อง

          “ขอนอนพักก่อนนะคะ ฉันเหนื่อย” หลังจากสนุกในช่วงเช้าจนหนำใจแล้วตกบ่ายชมจันทร์ก็หมดแรง

          เธอล้มตัวลงนอนบนเตียงทำหน้าเพลีย บาสเตียนเลยไม่ว่าอะไร เขาจูบเธอเบาๆ ไม่ลืมห่มผ้าให้

          “ฉันจะขึ้นไปดูไร่ส้มข้างบนหน่อย พักสักหน่อยก็แล้วกันนะชม” ชายหนุ่มบอกเสียงหวาน ชมจันทร์เลยยิ้มกว้างแล้วก็หลับตาลงก่อนผล็อยหลับในนาทีต่อมา

          จนพลบค่ำชมจันทร์ก็รู้สึกตัวตื่นขึ้น เธอลุกจากเตียงอย่างระมัดระวังแล้วก็มองหาสามีไปด้วย

          “ยังไม่กลับอีกแน่เลย” เธอถอนหายใจ ขนาดสั่งหยุดงานบริษัทแล้ว แต่บาสเตียนก็ยังสามารถทำให้ตัวเองยุ่งได้ในไร่ ช่างดื้อจนน่าโมโหจริงๆ

        ชมจันทร์ตั้งใจจะลงไปข้างล่างเพื่อหาอะไรทานสักหน่อย แต่ก็เพิ่งนึกออกว่าตัวเองไม่ได้ใช้อินเทอร์เน็ตเลยหลายวันแล้ว อยากรู้ว่าใครจะติดต่อมาหาตนเองบ้างเลยมองหน้าคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค แต่หาไม่เจอ เจอแต่ของบาสเตียนที่วางบนโต๊ะทำงาน

          หญิงสาวไม่ได้ตั้งใจจะละลาบล้วงความเป็นส่วนตัวของบาสเตียน แต่เธอก็อยากดูอีเมลตอนนี้ เพราะแน่ใจว่าหลังจากทานมื้อค่ำกับสามีเสร็จต้องลืมเรื่องนี้ไปอีกแน่ๆ จึงเปิดมันและตั้งใจจะเช็กอีเมลแค่ครู่เดียว ทว่า

        เธอกลับเจอในสิ่งที่ไม่คิดว่าจะได้เจอ นั่นคือแฟ้มรูปภาพ ที่ข้างในเป็นรูปเปลือยของเธอเอง



[1] เลือดล้างหน้าเด็ก (Implantation Bleeding) เกิดจากการฝังตัวของตัวอ่อนเข้ากับเยื่อบุมดลูกแล้วมีเลือดออก ในระยะเวลาเริ่มประมาณวันที่ 5-6 หลังจากที่ไข่ถูกผสมแล้วที่ปีกมดลูก แล้วเดินทางมาใช้เวลาฝังตัวจนติดสมบูรณ์ประมาณ 1 อาทิตย์ เลือดล้างหน้าเด็กนี้ส่วนใหญ่จะมีน้อย เมื่อเลือดนี้ออกมามักไม่ค่อยรู้ตัว ไม่ค่อยมีอาการอื่นร่วมด้วย เมื่อมีมักไม่ปวดท้อง มาแล้วก็จะหายไปเลย

[2] มิวนิก (เยอรมัน: München, อังกฤษ: Munich) เป็นเมืองที่อยู่ทางใต้ของประเทศเยอรมนี เป็นหนึ่งในเมืองมั่งคั่งที่สุดของยุโรป มิวนิกเป็นเมืองที่มีเศรษฐกิจเข้มแข็งที่สุดในประเทศเยอรมนี

 

http://41.media.tumblr.com/c0dc7e393dcc37e3513335a478f1b75e/tumblr_njd4h6qCN81qbetfwo2_1280.jpg

Talk 3...

งือ เลิกหวานกันแล้วเหรอบาสตี้กับชม

หลังจากนี้แหละ เหอๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

บาสตี้น่ะ เป็นเพื่อนรักสุดเลิฟของอีคิลเลียนเลยล่ะค่ะ image

ชื่อมันก็คล้ายๆ กันอยู่แล้ว นิสัยก็แน่นอนว่าเหมือนกัน

ตอนหน้าจะเป็น Flashback ของเรื่องนี้นะคะ

บอกเลยว่ามันเจ็บปวดรวดร้าวมากเลยค่ะ ฮือออimageimage

 

Talk 2...

หง่ออออออออออ ไม่ไหวแล้ว เขินแทนชม

ช่วงนี้พระเอกเค้าหื่นทุกเรื่องเลย ไม่ไหวแล้วนะ image

ทำไมต้องมาประจวบเหมาะกันเกือบทุกเรื่องเลย

ไม่ไหวแล้วนะเออ ใจเต้นนนนนนนนนนนนน image

เหมือนว่าชมกับบาสตี้จะหื่นนะ แต่อย่าลืมเรื่องดราม่า

จัดไปอย่าให้เสีย หัวเราะ image

 

Talk 1...

Song :: Landon Austin - Once In A Lifetime

เอาละ บาสตี้ หลังจากนี้งานงอกแล้วค่ะ ชัวร์ๆ

แต่เค้าเขินอ่ะ ไม่ได้เขียนแบบนี้มานานแล้ว ใจเต้นนนนนน

บาสตี้เซะซี่บาดใจไปเลย ทั้งที่ไม่มีอะไรเลย ทำไมเขินimage

มู่นี่ไม่ไหวเลย นอกจากเลิฟซีนจะอ่อนด้อยแล้วยังเขินง่ายอีก

พอเขินก็เขียนไม่ไหว หัวเราะimageimage

ขอโทษที่ช้านะคะ ไข้ทับระดูค่ะ ปวดท้องรอบเดือนทรุดมาสองวันแล้ว

ปวดแบบเดินไม่ไหวเลยค่ะ ต้องขอโทษที่ทำให้รอจริงๆ ค่ะ image image

เฟซบุ๊คสำนักพิมพ์สมาร์ทบุ๊ค >>Click!!<<

แฟนเพจของมู่ mu_mu_jung >>Click!!<<

ทวิตเตอร์ของมู่ (ไม่ได้เล่น แต่แจ้งอัพนิยาย) >>Click!!<<

God blessed you

’m blessed you

I http://www0.dek-d.com/06pic/dot/heart.gif Readers


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 44 ครั้ง

100 ความคิดเห็น

  1. #378 sailovetula1 (@sailovetula1) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2558 / 08:47
    ปม อยากรู้มากๆๆ
    #378
    0
  2. #296 kannika (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2558 / 10:56
    หมดโปรหวานแล้ววว T^T
    #296
    0
  3. #265 NamfoN (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2558 / 21:45
    ไม่น่ะๆๆ เค้ากินน้ำตาลอยู่ดีๆ จะให้กินม่าม่าแล้วหลอ ไม่ไหวน่ะ ตอนนี้ร่างกายต้องการน้ำตาลมากกว่าน่ะตัวเธอ

    (ปล. เค้าขอถามหน่อยสิ เป็นความสงสัยส่วนตั๊ว ส่วนตัวอ่ะ ทำไมพระเอกของมู่ต้องเป็นต่างชาติ และนางเอกต้องเป็นคนไทยอ่ะ อันนี้สงสัยจริงจริ๊งน่ะ ไม่ว่าเค้าน่ะ จะไม่ตอบก็ได้ พอดีตอนอ่านนิยายของมู่ทุกเเรื่องที่ผ่านมา เป็นแว๊บเข้ามาในหัวอะไรถามคำแบบนี้ ว่าทำไมต้องเป็นต่างชาติกะคนไทย เป็นไทยกะไทยได้ไหม ต่างชาติกะต่างชาติ ได้ไหม อะไรแบบนี้อ่ะ

    ปล.อีกที ขอโทษที่เวิ่นเวอร์นานเลย สุดท้ายอยากบอกว่า เขารอตอนต่อไปอยู่น่ะ ตัวเธอ)
    #265
    0
  4. วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2558 / 17:41
    มาส่งกำลังใจให้นะคะ
    #263
    0
  5. วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2558 / 17:40
    มาส่งกำลังใจให้นะคะ
    #262
    0
  6. #261 fj-fazzii (@fj-fazzii) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2558 / 21:44
    อยากรู้ตอนสำคัญเลย มันเป็นยังไงระหว่างคู่นี้กันแน่
    #261
    0
  7. #260 28112539 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2558 / 18:59
    จะหักหลังกันอีกแร้วหรอเจ๊
    #260
    0
  8. #259 หมูอวกาศ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2558 / 11:00
    รอตอนสำคัญเลยคะ

    ข้องใจมานานละ ว่าอดีตของทั้งคู่เป็นยังงั้ย

    ปูเสื่อรอเหมือนเดิมค๊า
    #259
    0
  9. #258 Nong (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2558 / 09:42
    บาสตี้ทำอาไรไว้น้อออออ
    #258
    0
  10. วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2558 / 07:44
    มาส่งกำลังใจให้นะคะ
    #257
    0
  11. #256 ปูปู (@jamkajan) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2558 / 05:16
    อิอิถ้าเหมือนปี้คิลก้อชอบค่ะแบบนี้หวานเลี่ยนไปไม่อร่อยย
    #256
    0
  12. #255 Tncp (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2558 / 00:39
    ต้ม มาม่ารอเลยค๊า
    #255
    0
  13. #254 hheyy (@hheyy) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2558 / 21:07
    โอย มาม่าอีกแล้ววว
    #254
    0
  14. #253 claire (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2558 / 19:38
    อยากรู้อดีต แต่ไม่อยากมีดราม่าเพราะนางเอกมิราน่าสงสาร ดราม่าทีไรน้ำตาจะท่วมตามนางเอก &#128514;
    #253
    0
  15. #252 Joy (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2558 / 19:24
    อ้าวบาสตี้ทำไรอะ
    #252
    0
  16. #251 poo (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2558 / 19:06
    อยากรู้อดีตแล้วเนี่ย
    #251
    0
  17. #250 netakut (@tukaten) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2558 / 18:03
    ตื่นเต้นง่ะะะะ อยากอ่านตอนต่อไปแล้วค่าาาา
    #250
    0
  18. #249 Polaloy (@pp-polaloy) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2558 / 18:02
    โอโฮฮบอกว่าบาสตี้นิสัยเหมือนคิลลี่นี่ อยากจะกรี๊ดเป็นภาษาเอเลี่ยน ม่ายยยยยยยย 😰😩😭#ขอชิงร้องไห้ก่อนได้ไหมเนี่ย
    #249
    0
  19. วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2558 / 12:32
    ดราม่ามาแล้วววววววววววววว
    #248
    0
  20. #247 I'joy (@jirapron0116) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2558 / 11:55
    ห๊ะ อะไรน่ะ ความหวานน้ำตาลเชื่อมจะหมดแล้วหรอ แง้ เค้าไม่เอามาม่าาาาา
    #247
    0
  21. #246 meisang (@moeimei) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2558 / 11:42
    บาสตี้เก็บรูปไรไว้น่ะ
    #246
    0
  22. #245 karene (@nisajung) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2558 / 11:01
    เงิบบบ เจอรูปเปลือยย
    บาสเตียนเอาไปทำไรอ่ะ
    รูปตั้งแต่สมัยก่อนความจำเสื่อมใช่มั้ย *0*"
    #245
    0
  23. วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2558 / 10:05
    หวานได้แปบเดียวจริงๆ
    #244
    0
  24. #243 MEW (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2558 / 09:52
    ค้างงงงงงงงงงงงงงงงง
    #243
    0
  25. #242 linly (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2558 / 08:28
    บาสตี้ทำอะไรให้ชมเจ็บปวดจนจำอะไรไม่ได้เนี่ย อยากรู้จังเลย
    #242
    0