จอมโจรเสี่ยงรัก [นิยายชุด จอมโจรสิเน่หา]

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 147,535 Views

  • 877 Comments

  • 483 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    49

    Overall
    147,535

ตอนที่ 2 : Thief Lot Love ♛ 01 If I Forgot Who I Am

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14164
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 49 ครั้ง
    9 ก.พ. 58

http://41.media.tumblr.com/b1dc98c453a8ac3d03ecd8a201ba9dbe/tumblr_niq87wAK9I1qbetfwo1_1280.jpg

Thief Lot Love 01

If I Forgot Who I Am

 

        เพราะอยากให้ชมจันทร์ท้องมาตลอด บางครั้งบาสเตียนก็คิดจินตนาการภาพความน่ารักของเด็กๆ ที่หน้าเหมือนเขาครึ่งหนึ่ง และเหมือนเธออีกครึ่งหนึ่ง และเผลอพูดหลายครั้งว่าเธอท้องแล้ว ก่อนจะเสียใจเมื่อพบว่าทุกเดือนเธอมักจะมีประจำเดือน จนถึงตอนนี้ก็เริ่มสงสัยว่าตนผิดปกติอะไรหรือเปล่า ทำไมหญิงสาวถึงไม่ท้องเสียที

          อย่างไอ้สิงห์หื่นอย่าง ลิโอเนล ซานเชส[1] หลังจากแต่งงานได้ไม่ทันไรเมียหน้าหวานก็ท้องแล้ว หรือจะเป็นเพื่อนในกลุ่มคนอื่นๆ ที่ล้วนแต่งงานมีครอบครัวและมีทายาทสืบต่อสกุลกันหมดแล้ว คงเหลือแค่เขาคนเดียวในกลุ่มที่ยังโสด หรือแม้กระทั่งสตาร์แข่งรถเอฟวันชื่อดังที่วันๆ เอาแต่ขับรถอย่าง คิลเลียน บารอส[2] ก็ถึงกับขนาดมีลูกแฝดไปแล้ว เลยท้อแท้หดหู่ในอย่างบอกไม่ถูก

          ถ้าชมท้อง ทุกอย่างจะได้ราบรื่นขึ้น เขาบอกตัวเองแบบนั้น เพราะไม่ว่ายังไงชมจันทร์ก็จะไม่มีทางหนีไปไหนได้อย่างเด็ดขาด

          ต้องเป็นสมบัติของบาสเตียนคนนี้ตลอดไป

          หลังจากที่เธอรู้ว่าสูญเสียความทรงจำและมีลูกอยู่ในท้อง ชมจันทร์ก็เงียบไป แต่ท่าทางก็ยังดูดื้อดึงเข้มแข็งอยู่ไม่น้อย เหมือนครั้งแรกที่ได้เจอกัน

          เขาเดินทางไปเที่ยวเมืองไทย เพราะเพื่อนทุกคนล้วนแต่บอกว่าเมืองไทยที่แหล่งท่องเที่ยวสวยงามหลายแห่ง เมื่อถึงเวลาพักร้อนก็ชักชวนเพื่อนไปพักผ่อนที่นั่น

          แต่โชคร้ายที่เกิดอุบัติเหตุขึ้น ด้วยความไม่ชำนาญถนนหนทางประกอบกับมีฝนตกลงมาอย่างหนัก ทำให้เพื่อนที่มาด้วยกันขับชนกับเกาะกลางถนนอย่างรุนแรง เขาหมดสติในทันทีแล้วก็เสียเลือดอย่างมาก ที่โชคร้ายมากกว่านั้นเป็นเพราะกรุ๊ปเลือดพิเศษที่เป็นกรุ๊ปเลือดลบทำให้แทบจะเอาตัวไม่รอด

          ทว่าในความโชคร้ายนั้นก็มีความโชคดีแฝงอยู่บ้าง เมื่อมีคนบริจาคเลือดมาให้ ทำให้ผ่านความเป็นความตายไปได้ เมื่อได้รับบริจาคเลือดมาโดยที่ผู้บริจาคไม่ประสงค์จะออกนามก็ยิ่งทำให้บาสเตียนอยากรู้ เขาอยากเห็นผู้มีพระคุณของตัวเอง เลยสั่งให้ออสการ์ตามตัวคนคนนั้นมาให้จนได้

          ผ่านไปสองวันเขาก็ได้เจอกับเธอ

        เธอคนที่มาเปลี่ยนโลกทั้งใบในพริบตาเดียว เพียงแค่ได้สบตากับนัยน์ตาสีนิลที่ส่องสกาวราวกับดวงตาของลูกกวางน้อย

          ใช่คนคนนั้นชื่อชมจันทร์ ที่มาพร้อมกับรอยยิ้มที่ดูอ่อนหวาน บริสุทธิ์ และสดใสราวกับดอกไม้แรกแย้ม

          คุณเป็นยังไงบ้างคะ เธอถามเสียงแผ่วเบาเป็นภาษาอังกฤษ ดวงตาสุกใสนั้นทำให้เขาพร่าเบลอไปชั่วขณะ

          เอ่อ คุณเป็นยังไงบ้างคะ…’ จนเมื่อเสียงหวานๆ ถามซ้ำอีกครั้งนั่นแหละ เขาถึงได้สติแล้วก็ตอบคำถามไป

          ดีขึ้นมากแล้ว ต้องขอบคุณมากๆ เลยนะครับ ที่คุณบริจาคเลือดให้ผม ซึ่งเราก็รู้กันอยู่ว่าเลือดของเราหายากมากแค่ไหน เรื่องนี้เขารู้ดี และระมัดระวังตัวมาตลอด ไม่เคยเกิดอุบัติเหตุที่ทำให้เลือดตกยางออกเลยสักครั้ง แต่ไม่รู้ว่าพรหมลิขิตหรืออะไรทำให้ต้องมาเกิดเรื่องที่เมืองไทย ที่มันห่างไกลจากบ้านเกิดเมืองนอน รวมไปถึงประวัติคนไข้ที่เยอรมนีเอาอย่างนี้

          แต่ไม่ว่าจะด้วยอะไร บาสเตียนก็ดีใจที่มันเป็นอย่างนั้นที่ทำให้ได้มาเจอกับเธอ

          ไม่เป็นไรค่ะ ฉันดีใจซะอีกที่ได้ช่วยคุณ หายไวๆ และแข็งแรงไวๆ นะคะ เธอบอกอย่างจริงใจและยิ้มกว้างจนเหมือนทุกอย่างจะหยุดนิ่งเสียให้ได้

          ไม่ทราบว่าคุณชื่ออะไรครับ ผมจะได้ขอบคุณคุณได้ถูก…’ บาสเตียนถาม ชมจันทร์เลยหัวเราะอย่างเก้อเขินแล้วก็ยกมือเกาท้ายทอย

          ฉันชื่อชมจันทร์ค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ

        ผมบาสเตียน บาสเตียน โคลโซ เป็นคนเยอรมันครับ…’ เขาแนะนำตัวสั้นๆ และยิ้มให้ ทำเอาคนมองใจเต้นขัดเขินอย่างประหลาด

          คุณเป็นคนเยอรมันเหรอคะ…’ ชมจันทร์ถามอย่างตื่นเต้นเมื่อนึกคำพูดของเขาขึ้นมาได้ ชายหนุ่มหัวเราะและพยักหน้าเล็กน้อย ทำให้ยิ่งสาวแสดงความตื่นเต้นอย่างเห็นได้ชัด

          ครับ ผมเป็นคนเยอรมัน มีอะไรอย่างนั้นเหรอ เพราะอ่านสายตาของเธอออก เขาเลยถามอย่างอยากรู้

          ฉันเรียนภาษาเยอรมันน่ะค่ะ ถึงจะไม่ค่อยได้เรื่องก็เถอะ แต่ก็พอจะรู้ภาษาเยอรมันอยู่บ้างน่ะค่ะ เธอหัวเราะ

          นั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาได้รู้จักกับเธอ จากนั้นก็ให้อีเมลและไลน์ไว้ใช้ติดต่อกันหลังจากนั้น

          มันเป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนของบาสเตียน เขาตอบอีเมลของเธอทุกครั้งเมื่อชมจันทร์ส่งมันมาให้ และมักจะมีคำถามหลายอย่างถามกลับไปเสมอเมื่อให้เธอตอบติดต่อกันอีกเรื่อยๆ จนสุดท้ายก็มีอีเมลฉบับหนึ่งที่ทำให้ตื่นเต้นอย่างมาก เมื่อมันมีเนื้อความว่าจะมาเยอรมนีเร็วๆ นี้

          เขาเป็นคนไปรับเธอที่สนามบินด้วยตัวเอง ทำให้ชมจันทร์และเพื่อนที่มาด้วยกันทั้งตกใจและแปลกใจ ทว่าเรื่องทุกอย่างก็เป็นไปตามอย่างที่มันควรจะเป็น

        แต่ชมจันทร์ไม่ได้กลับเมืองไทยไปพร้อมกับเพื่อน เพราะว่ามีเหตุบางอย่างทำให้เธอต้องเดินทางล่าช้ากว่ากำหนด ทว่าเธอไม่ได้กลับเมืองไทยนับตั้งแต่เดินทางมาถึงเบอร์ลิน

          และตอนนี้ชมจันทร์ก็นอนหลับบนเตียงของเขาอยู่นี่เอง

        ตอนแรกที่ชมจันทร์รู้ว่ากำลังท้อง แน่นอนว่าเธอตกใจอย่างมาก ไม่ยอมเชื่อในเอกสารหรือคำบอกอะไรทั้งนั้น

          เธอเป็นภรรยาของฉันนะชม เขาบอกไป แต่ชมจันทร์ส่ายหน้าปฏิเสธจะเชื่อ ถึงแม้จะมีเอกสารยืนยันชัดเจนก็ตาม

        ฉันจะเป็นภรรยาของคุณได้ยังไง ฉันจำคุณไม่ได้ จำตัวเองไม่ได้ด้วยซ้ำไป ร่างเล็กพยายามกระถดตัวหนีเมื่อถูกกักไว้บนเตียงกว้างไร้ทางหนี

        เชื่อเถอะว่าเธอคือภรรยาของฉันจริงๆ นัยน์ตาของบาสเตียนเป็นประกาย บอกให้รู้ว่าทุกอย่างที่เขาพูดเป็นความจริง ห้ามขัดขืนหรือโต้แย้งอย่างเด็ดขาด

        มันจะเป็นไปได้ยังไง…’ หญิงสาวส่ายหน้า ยังไงก็เชื่อไม่ลง

        ฉันน่ะเหรอภรรยาของคุณ เธอถามอย่างเลื่อนลอย นึกคิดอะไรแทบไม่ออก ขณะที่บาสเตียนหัวเราะอย่างเอ็นดู แต่สายตาของเขากลับแฝงไว้ด้วยอะไรบางอย่างที่เธออ่านไม่ออก

        ถ้าไม่ใช่ แล้ว ‘ลูก’ ที่อยู่ในท้องของเธอคืออะไร ชม เขาบอกไปแบบนั้น นั่นทำให้ชมจันทร์เถียงต่อไม่ออก

          เชื่อเถอะ เธอเป็นภรรยาของฉันจริงๆ นอนพักเถอะนะชม ฉันจะดูแลเธอกับลูก และรักเธอให้มากๆมือของบาสเตียนเอื้อมมากุมมือเล็กไว้แน่น สายตานั้นบอกชัดว่าจะเป็นตามคำพูดที่เขาทุกอย่าง

          ทุกอย่างเรียบร้อยดีชม เขาบอก และช่วยให้ชมจันทร์สงบลงได้

          ฉันเชื่อคุณได้เหรอชมจันทร์ถามเสียงแผ่ว เธอคงกลัวมากในตอนที่จำอะไรไม่ได้เลยอย่างนี้

        เชื่อฉันได้เสมอ คำพูดนั้นดูเหมือนจะทำให้ชมจันทร์เชื่อสนิทใจ บาสเตียนเองก็โล่งใจเมื่อเธอยอมโอนอ่อนแต่โดยดี

        ตอนนี้ชมจันทร์กลับมาพักฟื้นต่อที่บ้านไร่ได้แล้ว หลังจากแพทย์บอกว่าอาการของหญิงสาวปกติดีไม่มีอะไรต้องห่วง บาสเตียนมองดูเมื่อเธอหลับตาพริ้มบนเตียง หลับสนิทบนเตียงอย่างน่าสงสาร ก้มหน้าจูบหน้าผากเนียนแล้วก็ผละออก จัดแจงดึงผ้าห่มคลุมร่างเล็กให้มิดชิดแล้วก็หยิบโทรศัพท์ต่อสายไปหาใครบางคน

 

          ชมจันทร์ตื่นขึ้นมาบนเตียงในเช้าอีกวัน เธอกลับจากโรงพยาบาลได้สองวันแล้ว แต่ยังไงก็ยังไม่ชินกับตัวเองและเรื่องที่เกิดขึ้นเลย แต่อย่างน้อยก็แน่ใจว่าตัวเองชื่อชมจันทร์แล้วก็คุ้นเคยกับใบหน้าที่สุด มือเล็กยกเช็ดฝ้าที่เกาะหน้ากระจกออกแล้วก็ยิ้มให้กับตัวเอง

          “อย่างน้อยมันก็ไม่เลวร้ายล่ะนะ” เธอพูด ก่อนวักน้ำล้างหน้า เดินเคลื่อนไหวในห้องน้ำอย่างระมัดระวัง

          ถึงจะยังไม่แน่ใจว่าท้องกับเขา แต่การดูแลประคับประคองของบาสเตียนก็ช่วยให้รู้สึกดีขึ้นและปลอดภัยมากขึ้น รวมถึงเอกสารต่างๆ ด้วยที่มันยืนยันชัดเจนว่าตัวเธอนั้นเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของบาสเตียน โคลเซ

          “เขารักเธอ เขารักลูก มันก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอ”

          แม้ว่าจะสบายใจเปลาะหนึ่งที่ท่าทีของสามีรักและดูแลตนเองเป็นอย่างดี แต่ชมจันทร์ก็รู้สึกถึงอะไรบางอย่าง ที่เหมือนกับว่าบาสเตียนมีบางอย่างที่ปิดบังอยู่

          “ชม อยู่ในห้องน้ำรึเปล่า?” เสียงทุ้มหนักเรียกจากหน้าห้องน้ำ ชมจันทร์ผละสายตาจากกระจกแล้วก็ตะโกนตอบ

          “อยู่ค่ะ”

          “เสร็จแล้วออกมากินข้าวนะ เดี๋ยวมันจะเย็นไปซะก่อน” เขาบอกแล้วก็เงียบไป ชมจันทร์ยิ้มและดีใจที่มีสามีที่คอยดูแลเอาใจใส่ ในช่วงที่กำลังตั้งครรภ์ซึ่งต้องการความรักความห่วงใยจากคนในครอบครัวมากที่สุด

          เมื่อทำธุระเสร็จชมจันทร์ก็เดินออกมาจากห้องน้ำ เห็นบาสเตียนยกถาดอาหารวางไว้ให้ที่โซฟาปลายเตียง ส่วนเขาก็เตรียมตัวเข้าห้องน้ำบ้าง ด้วยการถอดเสื้อนอนออกจากร่าง เผยให้เห็นรูปร่างสุดสมบูรณ์แบบของเขา หญิงสาวแก้มแดงร้อนไปทั้งตัว เบือนหน้าหนีแล้วก็เริ่มกินอาหารเงียบๆ ชายหนุ่มหันมองภรรยาตัวน้อยแล้วก็หัวเราะ เห็นแก้มใสมีสีระเรื่อแบบนั้นก็นึกอยากแกล้งจึงเดินเข้าไปหาแล้วก็แกล้งจูบหนักๆ ที่แก้มนวล

          “คุณน่ะ!” ชมจันทร์บ่นอุบ ยกมือทาบแก้ม ชายหนุ่มหัวเราะร่วนอย่างมีความสุขและเดินเข้าห้องน้ำอย่างสบายอารมณ์

          “ขี้แกล้งจริง” เธอว่าตามหลัง อยากรู้เหลือเกินว่าก่อนที่สูญเสียความทรงจำ ก่อนหน้านั้นบาสเตียนจะอ่อนหวานน่ารักเหมือนอย่างที่ทำอยู่อย่างนี้หรือเปล่า

          ไม่นานนักชายหนุ่มก็เดินออกมาจากห้องน้ำ ชมจันทร์ยังกินไม่อิ่มแอบชำเลืองมองดูสามีที่ทำตัวตามสบายเหลือเกินระหว่างที่ออกมาหาเสื้อผ้าสวม เสียงหัวเราะทุ้มต่ำในลำคอฟังดูแสนน่าหมั่นไส้ แต่ก็กลัวไม่กล้าพูดอะไร หลุบเปลือกตาลงเมื่อบาสเตียนปลดผ้าขนหนูออกจากเอวเสียอย่างนั้น

          คนบ้า! ต่อว่าอยู่ในใจ ก้มหน้าก้มตาไม่สบตามองด้วยอีก

          “เงยหน้าได้แล้วชม” เสียงทุ้มเรียก ชมจันทร์ก็ลืมตัวเงยหน้ามองตามคำพูดของเขาทันที

          แก้มใสทวีความร้อนและแดงจัดกับภาพที่เห็น ถึงแม้ว่าเขาจะสวมกางเกงสเล็กเนื้อดีแล้ว แต่ท่อนบนของร่างกายแข็งแรงนั้นอย่างเปล่าเปลือย ชมจันทร์อายแสนอายแล้วก็ก้มหน้าลงตามเดิม บาสเตียนหัวเราะอย่างเอ็นดู ก่อนจะเอ่ยอีกหน

          “ชม มานี่” เขาสั่งสั้นๆ น้ำเสียงเรียบนิ่งจนหญิงสาวกลืนน้ำลายฝืดๆ

          “มาตรงนี้” เสียงเขาเริ่มเข้มขึ้น ชมจันทร์ก็ไม่กล้าดื้อดึง ยอมลุกจากโซฟาเดินไปหาเขาอย่างเลี่ยงไม่ได้

          “มีอะไรเหรอคะ” คนตัวเล็กถาม ร่างกายร้อนอย่างไรชอบกล ทั้งที่อากาศกำลังดีไม่ร้อนหรือหนาวเลย

          “ช่วยฉันหาเชิ้ตกับเนกไทหน่อย” บาสเตียนพูด ชมจันทร์ก็เงยหน้ากะพริบตาถี่อย่างงุนงง

          “ฉันเหรอคะ”

          “ใช่ เลือกให้ฉันหน่อย ฉันต้องรีบไปทำงาน”

          “แต่ให้ฉันเลือกเสื้อผ้าให้คุณเนี่ยนะ” ชมจันทร์ยกนิ้วชี้หน้าตัวเองอย่างน่ารัก บาสเตียนหัวเราะพลางพยักหน้า

          “เริ่มเลย ก่อนที่ฉันจะไปทำงานสาย” เขาสั่งซ้ำ ชมจันทร์ก็จัดการทำตามที่เขาบอกทันที

          สายตาของเธอมองไล่ตามเสื้อเชิ้ตทีละตัว หันไปมองบาสเตียนก็เห็นว่าเขาสวมกางเกงสีดำ แล้วก็รีบเบือนหลบไม่อยากมองร่างกายสุดเซ็กซี่ของเขามากเกินไป ชายหนุ่มหัวเราะกับท่าทางนั้น และกอดอกรอเธออย่างใจเย็น

          สุดท้ายหลังจากผ่านไปหนึ่งนาทีกว่าๆ ชมจันทร์ก็หยิบเชิ้ตสีขาวเรียบๆ มาตัวหนึ่งส่งให้ ไม่รู้ว่าทำไม รู้แค่ว่าบาสเตียนมักพิถีพิถันกับการเลือกเสื้อผ้าเสมอ นั่นเป็นสิ่งเดียวที่เธอรู้สึกได้

          “แล้วไทกับสูทล่ะ” ชายหนุ่มรับเสื้อจากมือของหญิงสาวมาสวม ขณะที่ร่างเล็กหมุนตัวเลือกไทเนื้อดีกับสูทให้เป็นอย่างต่อไป คราวนี้สูทเลือกได้ง่ายขึ้นหน่อย เหลือแค่เนกไทที่ชมจันทร์ถึงกับกัดนิ้วและเลือกได้ช้ากว่าเสื้อเชิ้ตเสียอีก

          “นี่ค่ะ” ชมจันทร์ส่งสูทให้ไปก่อน ซึ่งบาสเตียนดึงมาพาดแขนไว้แล้วก็รอเนกไทเป็นอย่างต่อไป

          หญิงสาวรู้สึกเหมือนมีฆาตกรคอยตามจี้อยู่อย่างไรอย่างนั้น สุดท้ายก็เลือกไทมาได้เส้นหนึ่ง ยังสงสัยว่าเขาจะแต่งตัวดูดีไปไหน เพราะแถวนี้มีแต่ไร่องุ่นไกลสุดลูกหูลูกตา

          “ผูกให้ด้วยสิ” บาสเตียนยังพูดเอาแต่ใจไม่หยุด ชมจันทร์ทั้งเขินทั้งทำตัวไม่ถูกจับไทไว้ในมือก่อนจะเอียงคอ

          “ฉันเหรอ”

          “เร็วสิ บอกแล้วไงว่าฉันจะไปทำงานสาย นี่มันหน้าที่ง่ายๆ ของภรรยานะ”

          “ก็ได้ค่ะ” หญิงสาวรับคำเสียงแผ่ว ก่อนจะคลี่เนกไทให้เป็นเส้นสวยและเขย่งปลายเท้าเพื่อให้ตัวสูงใกล้เคียงกับคนตัวโต เพราะเธอสูงแค่ปลายคางของเขาเท่านั้น

          บาสเตียนหลุบตามองและยกยิ้มอย่างพอใจ แล้วก็เปลี่ยนเป็นความแปลกใจเมื่อชมจันทร์ทำหน้ายุ่ง

          “มีอะไร”

          “ฉันผูกไม่เป็น” ชมจันทร์พูด ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมผูกเนกไทไม่ได้ ในเมื่อเขาพูดเหมือนว่ามันเป็นสิ่งที่เธอทำให้มาโดยตลอด

          แวบหนึ่งที่ทันสังเกตเห็นว่าใบหน้าของเขาเปลี่ยนสี ก่อนที่มันจะกลับมาเหมือนเดิมราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

          “โธ่ชม เธอน่าสงสารจัง แค่เรื่องผูกไทยังลืมเลยเหรอ” เขาพูด เสียงเหมือนจะเจือความรู้สึกบางอย่างที่ชมจันทร์จับสังเกตมันไม่ได้

          “ฉันขอโทษ” หญิงสาวบอกและรู้สึกเสียใจจริงๆ ท่าทางน่าสงสารทำให้บาสเตียนประคองหน้าเล็กขึ้นแล้วยิ้มให้

          “ไม่เป็นไร เรื่องแค่นี้เอง เดี๋ยวฝึกใหม่ก็จำได้เลย ไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลย แต่ตอนนี้ฉันต้องรีบไปทำงานก่อน เฮลิคอปเตอร์รออยู่ แล้วจะรีบกลับนะ คงไม่เกินสามทุ่ม มีอะไรก็บอกโทนี่ได้เลย” บาสเตียนพูดอย่างรวดเร็ว ดึงเนกไทจากมือเล็กพร้อมกับคว้าเสื้อสูทติดมือไปด้วยและบอกลา

          “ไว้เจอกัน” ชายหนุ่มทิ้งจูบอบอุ่นอ่อนหวานไว้ที่ริมฝีปากของชมจันทร์และเดินออกไป ปล่อยให้หญิงสาวยืนนิ่งที่เดิมเปิกตากว้างอย่างเหลือเชื่อ

          “นั่งเฮลิคอปเตอร์ไปทำงาน เขารวยแค่ไหนกันเนี่ย” เสียงหวานพึมพำตามหลังก่อนจะกลับไปนั่งกินอาหารต่อ

          ช่วงบ่ายเมื่อไม่มีอะไรทำชมจันทร์ก็พยายามหาอะไรฆ่าเวลาด้วยการเปิดคอมพิวเตอร์ของบาสเตียนเล่น ซึ่งมันอยู่ที่โต๊ะทำงานขนาดใหญ่ที่มุมหนึ่งของห้องนอน แต่พบว่ามันเป็นคอมพิวเตอร์ของเธอ ที่แน่ใจเป็นเพราะแป้นพิมพ์เป็นภาษาไทยกำกับอยู่ และพื้นหลังคอมพิวเตอร์เป็นของพระนางละครจีนย้อนยุคที่จำได้รางๆ ว่าเคยดูเมื่อหลายปีก่อน

          “ของของเรา” เธอพูดกับตัวเอง แล้วก็เริ่มค้นหาทุกอย่างที่อยู่ในคอมพิวเตอร์ เพื่อจะเจอเบาะแสเกี่ยวกับความทรงจำที่หายไปของตัวเอง แต่หาอะไรไม่เจอเลย จึงเลือกที่จะค้นในถังขยะเป็นอย่างสุดท้าย ชมจันทร์ยิ้มเมื่อพอจะเห็นไฟล์บางอย่างที่ถูกลบทิ้ง มันเป็นไฟล์ไมโครซอฟต์เวิร์ดที่เขียนชื่อไฟล์กำกับไว้เป็นภาษาไทย เมื่อคลิก Restore ไฟล์ดังกล่าวก็ถูกกู้ไว้ที่หน้าจอหลัก

          ชมจันทร์ไม่รอช้าคลิกเปิดอ่านทันทีด้วยความอยากรู้ แต่สิ่งที่พบนั้นทำให้เธอต้องประหลาดใจและตกใจอย่างมาก

          อย่าได้เชื่อใจผู้ชายที่ชื่อว่า บาสเตียน โคลเซ เด็ดขาด เขาเป็นผู้ชายร้ายกาจสารเลวที่เห็นแก่ตัวยิ่งกว่าปีศาจทุกตนบนโลกนี้!!”

          ชมจันทร์ทำหน้างุนงงกับกับข้อความที่ดูชัดเจนและดูเหมือนว่ามันจะขัดแย้งกับความรู้สึกของตัวเองอย่างมาก ถึงจะจำอะไรไม่ได้เลย แต่อะไรบางอย่างก็บอกในใจว่าเธอดูชอบและอยากอยู่ใกล้บาสเตียน คนที่บอกว่าเป็นสามี

        แล้วข้อความตรงหน้าเล่าไม่ว่าจะพยายามครุ่นคิดเท่าไหร่เธอก็ไม่สามารถนึกอะไรออก ขมับปวดหนึบ และความเจ็บก็แล่นริ้วไปทั้งหัว ดังนั้นเลยปิดหน้าจอลงด้วยความว้าวุ่นใจ

          “เธอเป็นใครกันแล้วเป็นภรรยาของเขาจริงๆ น่ะเหรอชม” คนที่สูญเสียความทรงจำรู้สึกปวดหน่วงอย่างบอกไม่ถูก เธอลุกขึ้นนั่นและเดินกลับไปที่เตียงนอนพลางล้มตัวลง

          สายตากวาดมองไปทั่วห้องนอนกว้างขวางหรูหรา ตกแต่งด้วยข้าวของเครื่องใช้ที่หญิงสาวรู้สึกว่าไม่คุ้นเคยเอาเสียเลย อย่างเธอน่ะหรือจะได้อยู่ในห้องนอนกว้างขวางแล้วก็มีสาวใช้คอยตามดูแลทุกย่างก้าวน่ะ

          เท่าที่ยังจำเรื่องของตัวเองได้ เธออยู่เมืองไทย เป็นคนไทย ทำงานเป็นฟรีแลนซ์รับแปลข่าวและหนังสือของสำนักพิมพ์แห่งหนึ่ง แล้วทำไมเล่า ทำไมถึงได้มาอยู่ที่นี่

          หรือเพราะว่ามาเที่ยวเยอรมันแล้วก็ได้มาเจอกับเขา แต่เร็วแบบนี้เลยเหรอ เธอคิดถึงเรื่องแต่งงานที่อดจะแปลกใจไม่ได้ เพราะรู้ว่าตัวเองไม่ได้เป็นผู้หญิงด่วนได้แล้วก็ไว้ใจใครง่ายๆ ด้วย

          ภายในหนึ่งปี เธอจะตกหลุมรักผู้ชายคนหนึ่งจนยอมทิ้งบ้านเกิดเมืองนอนมาอยู่กับเขาที่ไร่องุ่นสุดลูกหูลูกตาเลยหรือ ที่สำคัญ การเดินทางไปทำงานของเขาต้องใช้ยานพาหนะเป็นเฮลิคอปเตอร์ ข้อนี้ทำให้ชมจันทร์ตกใจอย่างมาก เขาร่ำรวยมากแค่ไหนกัน ถึงได้จะกินจะนอนจะทำอะไรก็ล้วนเลิศหรูไปเสียทุกอย่าง

          จริงสิ หาข้อมูลเองก็ได้!! คิดแล้วชมจันทร์ก็เด้งตัวขึ้นมาจากเตียง เปิดโน้ตบุ๊คอีกครั้ง แล้วก็พิมพ์ชื่อของสามีลงไป

          “บาสเตียน โคลเซ” ริมฝีปากอิ่มขยับพูดแผ่วเบาระหว่างที่จรดปลายนิ้วลงกับคีย์บอร์ด

          ไม่นานข่าวทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับบาสเตียนก็ปรากฏขึ้น ดวงตากลมโตของชมจันทร์เบิกกว้าง เพิ่งรู้ว่าเขาเป็นที่รู้จักของคนทั่วไป ไม่สิ ต้องเรียกว่าคนดังมีชื่อเสียงอย่างมากเลยด้วยซ้ำไป

 

        ประวัติ บาสเตียน โคลเซ

          เกิดเมื่อ 13 ตุลาคม 19XX ที่ฮัมบูร์ก เยอรมนี เป็นบุตรชายเพียงคนเดียวของ เบรนต์ และ คลาร่า โคลเซ

          ปัจจุบันดำรงตำแหน่งบริษัทข้ามชาติชื่อดัง โคลเซเวิร์กกิ้ง ที่เป็นที่รู้จักของยุโรปและเอเชียอย่างกว้างขวาง และเป็นเจ้าของกิจการไร่องุ่นและไวน์ชื่อดังของเยอรมัน

          หนุ่มหล่อร่ำรวยคนนี้ยังโสดและขึ้นทำเนียบหนุ่มโสดที่มีสาวๆ หมายปองมากเป็นอันดับต้นๆ ของโลก

          ยังไม่มีรายงานว่าเขาจะสละโสดเมื่อไหร่ แต่สำหรับคู่ควงคนล่าสุดของบาสเตียน โคลเซ คือนางแบบสาวคนสวยอนาตาเซีย แต่ไม่ทราบว่าทั้งสองคนยังคบหาดูใจกันอยู่หรือเปล่า เพราะไม่มีการรายงานว่าทั้งสองคนใช้เวลาอยู่ด้วยกันนับตั้งแต่ซัมเมอร์ปีที่แล้ว

 

        ชมจันทร์ไม่ได้อ่านข้าวพวกนั้นจนจบ เธอเลือกที่จะค้นหานางแบบสาวที่เป็นคู่ควงของบาสเตียนแทน

          ภาพที่เห็นทำให้เธออ้าปากค้างน้อยๆ ด้วยนางแบบสาวที่เคยควงกับบาสเตียนนั้นทั้งสวยทั้งเซ็กซี่ มีเสน่ห์เย้ายวนใจซะจนทาบไม่ติด เธอยกมือลูบหน้าตัวเองแล้วก็ขมวดคิ้วน้อยๆ ไม่เข้าใจว่าทำไมคนที่เพียบพร้อมอย่างนั้นถึงได้มาสนใจคนอย่างตนเองได้

          “รสนิยมแย่พิกลนะ” เธอว่าอย่างนั้นแล้วก็อดจะยิ้มไม่ได้

          แต่ต่อมาชมจันทร์ก็พบว่าตัวเองยิ้มเร็วเกินไป เพราะว่าภาพสาวๆ ที่คอยตามคลอเคลียข้างกายบาสเตียนนั้นไม่ได้มีแค่นางแบบสาวสวยคนเดียวเท่านั้น แต่มีมากซะจนละลานตาไปหมด พวกหล่อนทั้งดูสวยทั้งแสนสง่า จนรู้สึกต่ำต้อยด้อยค่าขึ้นมา

          “ยังกับอ่านนิยายไม่มีผิด” เธอยกมือเคาะหน้าผากเพื่อเรียกสติ แล้วก็ปวดแปลบในอกจนต้องปิดหน้าจอลงตามเดิม

          เธอรู้สึกหน่วงหนักที่หัวใจ นอกจากจะจำอะไรไม่ได้ก็นับว่าแย่มากแล้ว แต่นี้คนเป็นสามียังเนื้อหอมมีคนหมายปองมากมายก็รู้สึกท้อแท้หดหู่ ไหนจะข้อความที่ทิ้งเอาไว้ในถังขยะฉบับเดียวนั่นเอง

          ไม่รู้ว่าควรจะเชื่ออะไรหรืออย่างไรดี ยิ่งคิดก็ยิ่งปวดหัวจนเริ่มหน้ามืด

          “ทำไมถึงเชื่อใจบาสเตียนไม่ได้ เขาเคยทำอะไรเธอไว้อย่างนั้นเหรอชม” ถามตัวเองด้วยความสงสัยแล้วก็นั่งนิ่งแบบนั้นเนิ่นนาน

          และในตอนนั้นเองที่สาวใช้คนหนึ่งก็เดินเข้ามาพร้อมกับถาดอาหาร ชมจันทร์เลยรู้ว่าถึงเวลามื้อเที่ยงแล้ว ซึ่งจดจ่อกับคอมพิวเตอร์อยู่นานหลายชั่วโมงโดยไม่รู้ตัว

          “คุณผู้ชายสั่งให้ยกอาหารกลางวันมาให้ค่ะ รวมถึงยาที่ต้องกินด้วยค่ะ” มารีนสาวใช้น่ารักบอกด้วยน้ำเสียงอบอุ่นอ่อนหวาน ตอนแรกชมจันทร์อยากปฏิเสธ แต่นึกได้ว่าไม่ได้ตัวคนเดียวอีกต่อไปแล้ว เธอมีเด็กตัวเล็กๆ ในท้องที่ต้องดูแลดังนั้นเลยเลิกอิดออด

          “ขอบคุณค่ะ”

          “ถ้าอันไหนกินไม่ได้ก็บอกนะคะ ฉันจะจำไว้แล้วก็บอกแม่ครัวค่ะ คุณผู้ชายบอกว่า เอ่อคุณผู้หญิงยังจำอะไรไม่ได้ก็อาจจะลืมอาหารที่เคยกินไปด้วยน่ะค่ะ บอกเลยนะคะ ถ้าไม่ชอบหรือแพ้อะไร” หล่อนบอกอย่างเป็นกังวล

          เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เจ้านายพาผู้หญิงมาพักที่บ้านไร่ ซึ่งปลูกสร้างเป็นคฤหาสน์หลังใหญ่กว่าสามชั้น ซึ่งสวยงามโอ่อ่าตระการตาไม่แพ้คฤหาสน์โคลเซที่ฮัมบูร์กเลย และเมื่อเห็นหน้าคุณผู้หญิงที่ดูแสนน่ารักอ่อนหวานคนนี้ ทุกคนที่บ้านไร่ก็รู้ว่าเธอเป็นคนสำคัญยิ่งสำหรับบาสเตียน

          “ค่ะ ขอบคุณอีกครั้งนะคะ” ชมจันทร์ตอบ มารีนช่วยวางถาดอาหารที่โต๊ะให้อย่างระมัดระวัง และคอยนั่งคุยเป็นเพื่อนจนกระทั่งชมจันทร์รู้สึกผ่อนคลายขึ้นอย่างมาก

          “อยากออกไปสูดอากาศข้างนอกหน่อยไหมคะ” สาวใช้ชวนสนทนา เนื่องจากชมจันทร์มาพักที่บ้านไร่หลายวันแล้ว แต่ยังไม่มีโอกาสได้ออกไปเที่ยวชมบรรยากาศในไร่เลย พอตื่นขึ้นก็ต้องรีบนำตัวส่งโรงพยาบาล และพบว่าคุณผู้หญิงของบ้านกำลังตั้งครรภ์อยู่ ข่าวนี้ทำให้คนงานทั้งบ้านต่างพากันตื่นเต้นและยินดีกับสมาชิกใหม่ที่กำลังจะถือกำเนิดขึ้นไม่ช้านี้ ยิ่งชมจันทร์ดูอ่อนหวานและเรียบร้อย ไม่เย่อหยิ่งร้ายกาจเหมือนผู้หญิงคนอื่นๆ ที่เคยแวะเวียนมาเที่ยวที่นี่ก็รู้สึกชอบและปลื้มใจกันอย่างมาก

          “ได้เหรอคะ” ชมจันทร์ถาม เพราะไม่รู้จริงๆ ว่าสภาพร่างกายพร้อมจะเดินออกไปข้างนอกหรือยัง

          เท่าที่รู้มา เธอเสียเลือดจนช็อกก่อนหมดสติไปหลายวัน ตื่นขึ้นมาก็จำอะไรไม่ได้เลย ตกใจจนพูดไม่ออกแต่ก็ยังคุมสติได้ เมื่อคนที่อยู่ข้างตัวคอยดูแลทุกอย่างด้วยความอ่อนโยนและมีน้ำใจ

          “ได้สิคะ ทานอิ่มแล้วใช่ไหมคะ เดี๋ยวฉันกับคนอื่นๆ จะพาเที่ยวนะคะ”

          ได้ยินแบบนั้นชมจันทร์ก็พยักหน้าอย่างตื่นเต้น เธอรีบเช็ดปากและลุกขึ้นอย่างรวดเร็วจนมารีนอดยิ้มไม่ได้

          “งั้นมาตามมาได้เลยค่ะ”

          ร่างเล็กของชมจันทร์ลุกขึ้นอย่างกระตือรือร้น ก่อนเดินตามหลังมารีนด้วยความตื่นเต้นดีใจ ว่ากันตามความจริงเธอยังไม่มีโอกาสได้มองอะไรให้เต็มตามา ตื่นขึ้นมาทีไรก็มืดแล้วทุกครั้ง และทันทีที่ก้าวเท้าลงมาจากชั้นสองของบ้านเธอก็ห่อปากค้างกับความหรูหราที่งดงามราวกับเป็นสถาปัตยกรรมอิตาลีแบบดั้งเดิมมาเนิ่นนานแล้ว มันสวยงามและน่าทึ่งอย่างมาก

          ว่าในบ้านดูงดงามตระการตาแล้ว เมื่อเดินออกมาข้างนอกชมจันทร์ก็แสนจะตื่นเต้น เธอคิดว่าที่นี่ก็อาจจะเหมือนบ้านไร่ทั่วๆ ไป แต่ที่เห็นตรงหน้ามันเหมือนกับรีสอร์ทระดับหลายดาวที่มองเห็นแถวไร่องุ่นที่ไกลสุดลูกหูลูกตา ตรงหน้าบ้านมีลานน้ำพุขนาดใหญ่รวมถึงสระว่ายน้ำที่ดูแสนสดชื่นเย็นสบายด้วย นอกจากนั้นยังมีสวนสวยข้างบ้านด้วย ไม่นึกว่ากลางเนินเขาที่ดูห่างไกลจากในเมืองจะมีสิ่งปลูกสร้างที่สวยและน่าอยู่มากขนาดนี้

          “อยากดูสวนองุ่นไหมคะ ที่นี่เราใช้ยาฆ่าแมลงไร้สารพิษค่ะ สามารถเก็บผลไม้มากินได้เลยค่ะ” ยิ่งมารีนพูดเท่าไหร่ ชมจันทร์ก็ตื่นเต้นมากเท่านั้น เธอพยักหน้าอย่างมีความสุขและเดินออกมาอย่างสดใส

          ชมจันทร์สูดหายใจเอาอากาศบริสุทธิ์เข้าเต็มปอดเพราะไม่เคยได้รับความสดชื่นแบบนี้มาก่อน ต่อมาพ่อบ้านโทนี่ก็สั่งให้คนงานในสวนขับรถกอล์ฟมารับนายหญิงของไร่ โคลเซฟาร์มให้ออกไปเปิดหูเปิดตาข้างนอก

        เมื่อได้ออกมาเที่ยวเล่นข้างนอก ชมจันทร์ก็ลืมไปหมดเรื่องข้อความที่ไม่แน่ใจว่าตัวเองหรือเปล่าเป็นคนทิ้งไว้ รวมถึงเรื่องการท้องเด็กคนหนึ่งโดยที่ไม่รู้เนื้อรู้ตัวมาก่อนด้วย

          “นี่คือไร่องุ่นของคุณผู้หญิงค่ะ” มารีนแนะนำ ชมจันทร์เลยหัวเราะอย่างขัดเขินพลางส่ายหน้า แต่ก็ไม่ได้เอ่ยอะไร นอกจากเดินลอดใต้ร่มเงาของเถาองุ่น สูดกลิ่นความหอมจากผลไม้ชั้นเลิศด้วยความพอใจ

          “คุณผู้หญิงพอจะรู้เรื่องไวน์ของเยอรมันไหมคะ”

          “ไม่ทราบเลยค่ะ ฉันไม่ชอบกินผักกินผลไม้เท่าไหร่ แล้วก็ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ด้วย” ชมจันทร์สารภาพอย่างเขินๆเธอรู้ว่าไม่ใช่เรื่องดีเลยที่ไม่ยอมกินผัก แต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไรกับนิสัยเสียๆ ของตัวเอง

          “ที่เยอรมันมีพันธุ์องุ่นมากกว่าร้อยพันธุ์เลยล่ะค่ะ ที่สำคัญที่เยอรมันมีชื่อเสียงเรื่องไวน์ขาวมากกว่าไวน์แดงด้วย นี่เป็นพันธุ์รีสลิ่ง[3] ที่แพงที่สุดในโลกค่ะ แต่ตอนนี้ยังไม่ถึงฤดูเก็บเกี่ยวค่ะ” สาวใช้มารีนนอกจากจะหน้าตาสะสวยดูอ่อนโยนแล้วก็ยังฉลาด สามารถอธิบายเรื่องไร่องุ่นได้ฟังเข้าใจง่ายทำให้ชมจันทร์นึกชื่นชมอยู่ในใจ

          “เดี๋ยวจะลองพาไปชิมองุ่นแดงนะคะ รสชาติดีมากทีเดียวค่ะ” ไกด์นำเที่ยวเอ่ยชวนเสียงใส ชมจันทร์เองก็เป็นผู้ตามที่ดี เดินตามอย่างไม่เร่งรีบ และมองดูคนงานที่กำลังขะมักเขม้นกับการเก็บผลองุ่นอย่างบรรจงระมัดระวัง

          “นี่เป็นพันธุ์ปอร์ตุกีเซอร์[4]ค่ะ ลองชิมดูได้เลย” มารีนลองเด็ดลูกองุ่นให้ชมจันทร์ลองชิม หญิงสาวรับมาแล้วก็ส่งเข้าปาก ยิ้มกว้างพยักหน้าเห็นด้วยว่าองุ่นที่นี่อร่อยมากอย่างที่อีกฝ่ายบอกเอาไว้

          “แล้วพันธุ์นี้ล่ะคะ คล้ายๆ กับที่ฉันกินไปก่อนหน้านี้เลย” ชมจันทร์ถามเมื่อเดินมาถึงแปลงองุ่นที่ไม่ไกลจากเดินเท่าไหร่นัก

          “องุ่นนี้คือพันธุ์ดอร์นเฟลเดอร์[5]ค่ะ เป็นองุ่นแดงที่ปลูกมากเหมือนกัน ไร่เราส่วนมากผลิตไวน์ขาวจากองุ่นรีสลิ่งที่รสชาติดีที่สุดในโลก เลยมีพันธุ์องุ่นแดงไม่มากนักค่ะ”

 

        ชมจันทร์ได้รู้เรื่องราวของไวน์และองุ่นหลายอย่างจากการแนะนำของของมารีน เธอกินองุ่นไปหลายพันธุ์ และกลับบ้านเมื่ออาทิตย์เริ่มบ่ายคล้อยแล้ว เพราะบาสเตียนสั่งให้ดูแลและคอยจับตามองคนป่วยที่ยังไม่แข็งแรงดีตลอดเวลา ดังนั้นสาวใช้ที่เก่งรอบด้านจึงพาผู้เป็นนายหญิงกลับไปพักผ่อน พยายามแข็งใจไม่ยอมให้เที่ยวเล่นในไร่องุ่นต่อ

          “ทานของว่างสักหน่อยนะคะ กลับมาก็คงหิวแล้ว” แอนดี้สาวใช้อีกคนที่บาสเตียนสั่งอย่างจำเพาะเจาะจงให้ดูแลชมจันทร์ให้ดียกของว่างเข้ามาให้ พร้อมทั้งผ้าเย็นสำหรับเช็ดหน้า

          “ขอบคุณค่ะ” ชมจันทร์รู้สึกเหนื่อยไม่น้อย เธอหยิบผ้ามาเช็ดเหงื่อบนหน้า ก่อนยกแก้วน้ำขึ้นจิบ

          “เป็นยังไงบ้างคะ ไปเที่ยวมาสนุกหรือเปล่า” สาวใช้ถาม ชมจันทร์ก็ยิ้มตอบแล้วก็กัดแซนด์วิชแสรอร่อยคำโต

          “สนุกมากเลยค่ะ องุ่นก็อร่อยด้วย”

          “ที่ไร่มีส้มรวมถึงแอปเปิลด้วยนะคะ ถ้าพรุ่งนี้ว่างๆ ก็ออกไปดูได้ค่ะ แต่วันนี้คงต้องพักแล้วนะคะ” สังเกตเห็นหน้าหวานของนายสาวซีดเซียวไร้สีเลือด แอนดี้ก็อดกังวลใจไม่ได้ กลัวว่าถ้าชมจันทร์เป็นอะไรขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้บาสเตียนคงเอาเรื่องทุกคนที่ทำให้เธอล้มป่วยเป็นแน่

          “ส้มเหรอคะ อันนี้แหละที่อยากกิน” ชมจันทร์ยิ้มกว้าง ใครว่าบ้านไร่น่าเบื่อไม่น่าอยู่

          ลองมาเดินเล่นที่ไร่องุ่นที่นี่ดูก่อน เธอรับประกันได้แลยไม่ว่าใครก็ต้องตกหลุมรักไม่อยากกลับบ้านแน่

          “พรุ่งนี้จะพาไปนะคะ วันนี้พักก่อนดีกว่าค่ะ”

          ชมจันทร์ไม่ดื้อ ด้วยรู้ว่าสภาพร่างกายของตัวเองยังไม่แข็งแรงพอที่จะทำอะไรต่างๆ ด้วยตัวเอง เมื่อหนังท้องตึงหนังตาก็เริ่มหย่อน เธออ้าปากหาวด้วยความง่วง แอนดี้เห็นแบบนั้นก็ทักด้วยความเป็นห่วง

          “ไปนอนพักก่อนไหมคะ” สาวใช้ถาม ชมจันทร์คนนี้สามารถทำให้คนอื่นเป็นกังวลได้อย่างง่ายดายเหลือเกิน ไม่แปลกที่บาสเตียนและสั่งคนงานในบ้าน ย้ำนักย้ำหนาให้ดูแลให้ดี

          แต่ยังไม่ทันชมจันทร์จะได้ตอบอะไรเสียงคนงานในบ้านก็ส่งเสียงกันว่าบาสเตียนเดินทางกลับมาถึงแล้ว คนที่ง่วงอยากจะนอนพักเลยเริ่มตื่นเต้น อยากเจอหน้าคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสามีเหมือนกับคนอื่นๆ

          สายตาของมารีนและแอนดี้บอกให้เธอลุกออกไปต้อนรับการกลับบ้านของบาสเตียน ชมจันทร์เลยเดินออกไปอย่างตกประหม่าเล็กน้อย ยังตื่นเต้นไม่หายที่ต้องเจอหน้ากับคนที่จู่ๆ ก็มาบอกว่าเป็นสามี เป็นพ่อของเด็กที่อยู่ในท้องของเธอเสียอย่างนั้น

          ชมจันทร์ยกมือตบแก้มเรียกความมั่นใจ แล้วก็เดินออกไปหน้าบ้าน เห็นเฮลิคอปเตอร์ร่อนลงมาจอดที่สนามหญ้าข้างลานน้ำพุ ก่อนที่เจ้าของร่างกายสูงใหญ่จะเดินลงมาอย่างสง่าผ่าเผย หัวใจของหญิงสาวเต้นแรงด้วยความตื่นเต้นและหวามวับในอก ด้วยไม่รู้ว่าความรู้สึกที่เกิดขึ้นอยู่ในใจตอนนี้มันเป็นความรู้สึกแบบไหนยังไงกันแน่ รู้แค่ว่า บางครั้งเธอก็รู้สึกอบอุ่นในใจ แต่บางครั้งก็รู้สึกเจ็บปวดอย่างไม่มีสาเหตุ

          บาสเตียนไม่ได้ทักทายตอบกลับเหล่าคนงานในบ้านเมื่อทุกคนส่งยิ้มเอ่ยทักทาย เขาสนใจแค่ชมจันทร์ที่ยืนรอหน้าบ้านคนเดียวเท่านั้น

          “ไงชม อยู่บ้านคนเดียวดื้อรึเปล่า” ชายหนุ่มยกมือเสยผมที่ปรกหน้า ส่งแฟ้มงานเอกและข้าวของให้กับสาวใช้ที่มารอต้อนรับขณะที่ก้าวเท้าเดินเข้าไปใกล้ภรรยาเรื่อยๆ ตอนนั้นเขาก็ยกมือขยับไทตรงคอเสื้อให้หลวมขึ้น แล้วก็มาหยุดต่อหน้าชมจันทร์

          ในตอนนั้นเอง ชมจันทร์รู้สึกสายตาพร่าเบลอ คล้ายว่าจำรูปมือของคนที่อยู่ตรงหน้าได้ ภาพในความทรงจำที่รางเลือนค่อยๆ ปรากฏคางได้รูปของใครคนหนึ่ง รวมถึงริมฝีปากหยักได้รูปนั้นด้วย แต่เธอเลื่อนสายตามองขึ้นไปมากกว่านั้นไม่ได้ และเนกไท

        ภาพที่ไทเส้นหนึ่งผูกรัดข้อมือของเธอไว้อย่างแน่นหนาและผลักให้ล้มลงกลางเตียง และมีร่างกายสูงใหญ่ของใครคนหนึ่งขึ้นมาซ้อนทับลอยทับซ้อน จำได้ถึงความโหดร้ายน่ากลัว ใบหน้าของชมจันทร์ก็ซีดเผือดลง ความมืดเข้ามากลืนกินสติความคิดจนหมดในพริบตาเดียว

        เขาทำร้ายเธอ!!

        ความรู้สึกนั้นทำให้ชมจันทร์ถอยหลังหนีโดยอัตโนมัติ เธอทำหน้าตื่นตกใจ ความหวาดกลัวสั่งให้หนี แต่บาสเตียนพาตัวเองเข้ามาถึงตัว พลางจับข้อมือไว้ไม่ยอมปล่อย

          “เป็นอะไรไป” ชายหนุ่มถามด้วยความเป็นห่วง เห็นเธอหน้าซีดก็ไม่สบายใจ

          “ชม” เสียงทุ้มเรียกเมื่อชมจันทร์ยังไม่ยอมตอบคำถาม

          “ปละ เปล่าค่ะ” หญิงสาวรีบตอบ กลัวว่าเขาจะมาเค้นคำพูดเอามากกว่าเดิม แล้วทุกอย่างมันจะไม่เหมือนเดิม

          อะไรบางอย่างบอกว่าตอนนี้เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดเมื่อบาสเตียนดูอ่อนโยนอย่างนี้ กลัวว่าจะได้เห็นอีกภาคหนึ่งของเขาแทน อีกอย่างก็ยังจำอะไรไม่ได้มากด้วย ดีไม่ดีภาพที่ลอยเข้ามาในหัวก่อนหน้านี้อาจจะเป็นภาพจากหนังหรือละครที่เคยดูผ่านตาแล้วเก็บมาคิดเป็นตุเป็นตะก็ได้

          คิดแบบนั้นชมจันทร์ก็รู้สึกสบายใจมากขึ้น เธอยกยิ้มแล้วก็ยอมอยู่ในอ้อมแขนของสามีอย่างเต็มใจ

          “วันนี้ซนหรือเปล่า”

          “เปล่าเลยค่ะ” ชมจันทร์ยิ้ม เมื่อตอนนี้บาสเตียนดูแลเธอดีถึงเพียงนี้ แล้วทำไมต้องแง่งอนทำมึนตึงกับเขาด้วย พอคิดได้อย่างนี้ก็เลยหายปวดหัว ความเครียดก็ค่อยๆ หายไปจากในหัว เดินตามการประคองเข้าบ้านอย่างมั่นคง

          “แค่ไปดูไร่องุ่นมา”

          “งั้นเหรอ เป็นไง ชอบหรือเปล่า เมื่อก่อนเราไม่ได้มาอยู่ด้วยกันที่นี่หรอก ส่วนมากจะอยู่ที่เบอร์ลินไม่ก็ฮัมบูร์ก เธอเคยบอกว่าอยากมาหลายครั้งแต่ฉันก็ยังทำงานไม่เสร็จซะที จนเกิดเรื่องขึ้น ต้องขอโทษด้วยนะชม” น้ำเสียงคนพูดนั้นฟังดูแล้วเสียใจอย่างที่บอกจริงๆ ชมจันทร์ไม่ได้คิดมากซ้ำยังพูดให้เขารู้สึกสบายใจขึ้นด้วย

          “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ คุณคงงานยุ่ง” เธอว่า

          หลังจากรู้ว่าเขาเป็นใครมาจากไหน นอกจากนั้นยังมีธุรกิจรัดตัวอยู่มากมายขนาดนี้ก็เป็นฝ่ายเห็นใจขึ้นมา ถึงเธอจะเป็นภรรยาเป็นคนในครอบครัว แต่คนในปกครองของบาสเตียนก็ต้องการเขาไม่ต่างกัน

          “แล้วเป็นไง ชอบไวน์บ้างหรือเปล่า”

          “ฉันไม่ดื่มไวน์นะคะ”

          “งั้นต้องลองแล้วล่ะ เป็นเมียเจ้าของไร่องุ่นแล้วทำไมดื่มไวน์ไม่เป็น” บาสเตียนแสร้งทำหน้าดุทำเสียงจริงจังจนชมจันทร์หัวเราะ

          “จะพยายามนะคะ แล้วคุณกลับมาจากที่ไหนเหรอ” ด้วยอยากรู้ว่าการเดินทางไปทำงานนั้นไกลมากแค่ไหน เธอจะได้ตัดสินใจถูกว่าควรจะเอาแต่ใจกับเขาดีหรือเปล่า

          เพราะเชื่อว่าการได้เอาแต่ใจให้สามีงอนง้อเป็นเรื่องที่ผู้หญิงส่วนมากอยากทำอยู่แล้ว แต่ถ้าเขาเหนื่อยมากก็จะไม่แง่งอนทำตัวว่าง่ายกับเขา เนื่องจากนิสัยของเธอนุ่มนิ่มอ่อนหวานเหมือนหน้าตาที่ไหน หลายคนได้รู้จักพากันบอกหลายเสียงทีหลังว่าทั้งร้ายกาจและเอาแต่ใจ

          “ก็แถวๆ นี้แหละ ไม่ได้ไกลนักหรอก” ชายหนุ่มตอบ เพราะไม่อยากให้เธอไม่สบายใจ ชมจันทร์เลยทำหน้ามุ่ย เพราะรู้ว่าเขาแกล้งเลี่ยงไม่ตอบไม่คำถาม

          “ไม่เป็นไร ปกติฉันก็ทำงานแบบนี้มาตลอด” บาสเตียนยกมือทาบแก้มใสแล้วบอกเสียงนุ่ม

          ชมจันทร์ไม่อยากดื้อจึงพยักหน้าให้ ก่อนที่ชายหนุ่มจะดึงมือเล็กให้เดินตามขึ้นไปชั้นบนของบ้านไร่หลังใหญ่

          “ช่วยหน่อยสิ เหนื่อยเหมือนกัน ช่วยหาเสื้อผ้าให้หน่อยนะ”

          “ก็ได้ค่ะ

 

          ห้องนอนของบาสเตียนไม่มีโต๊ะทำงานอยู่ในห้องด้วย ทั้งห้องมีเตียงกว้าง โทรทัศน์และเครื่องใช้ไฟฟ้ออำนวยความสะดวกหลายอย่าง ส่วนห้องแต่งตัวและแยกอยู่อีกทางหนึ่งเป็นสัดส่วน ดังนั้นห้องนอนเลยกว้างขวางอย่างมาก ตอนนี้ชมจันทร์อยู่ในห้องนอนบนเตียงคนเดียว เพราะชายหนุ่มบอกว่ามีเอกสารต้องจัดการเลยไปทำงานในห้องหนังสืออีกห้องหนึ่ง

          ชมจันทร์มองไปรอบห้องด้วยความรู้สึกแปลกๆ อยู่ไม่น้อย ไม่คุ้นกับที่นี่ และรู้ว่าเธอไม่เคยมาอยู่ที่นี่มาก่อนแน่ รายการโทรทัศน์ตรงหน้าไม่ได้ช่วยคลายความเหงาในความรู้สึกได้เลย

          เวลาผ่านไปไม่ถึงชั่วโมงเธอก็เริ่มง่วงจึงปิดโทรทัศน์แล้วก็ล้มตัวลงนอนหลับไป

          ไม่นานนักเสียงฝีเท้าหนักๆ ก็เดินเข้ามาในห้องนอน ร่างสูงใหญ่นั้นถอดเสื้อคลุมออกจากร่างกายวางพาดลงกับโซฟาปลายเตียง ทอดสายตามองดูร่างเล็กที่นอนหลับสนิทบนเตียงด้วยสายตาอ่อนแสง

          แน่นอนว่าเขาไม่เคยยอมให้ใครมานอนบนเตียงนี้มาก่อน นี่เป็นครั้งแรกที่หญิงสาวคนหนึ่งได้ครอบครองทุกอย่างที่เป็นของบาสเตียน โคลเซ อย่างเต็มใจ

          ร่างสูงเดินเข้าไปขอบเตียง ก่อนแทรกกายขึ้นเตียงอย่างระมัดระวังไม่อยากให้เธอสะดุ้งตื่น ชมจันทร์เพิ่งได้สติและแข็งแรงเมื่อไม่นานมานี้ เลยไม่อยากฝืนใจทำอะไรให้เธอตกใจ แต่ความรู้สึกบางอย่างทำให้เขาแทบระงับความต้องการไม่ได้

          “อืม” เสียงหวานครางออกมาจากลำคอ ยิ่งทำให้บาสเตียนแทบจะควบคุมอะไรไม่ได้

          “ฝันดี” เขาก้มหน้าจูบหนักๆ ที่หน้าหวาน สัมผัสนั้นปลุกให้ชมจันทร์รู้สึกตัวตื่นขึ้นในที่สุด

          “บาสตี้” เธอคราง เมื่อรู้ว่าว่าคนที่กอดอยู่คือใคร

          “บาสตี้?” ชายหนุ่มทวนถามแล้วก็หัวเราะ เป็นคนแรกที่คิดชื่อเล่นให้

          ซึ่งปกติชื่อนี้จะเป็นคนสนิทเท่านั้นที่สามารถเรียกได้ เขาจูบอีกหนทำให้ชมจันทร์ครางออกมาอย่างขุ่นเคืองเพราะถูกรบกวนการนอนหลับ

          “อื้อ

          “ไม่กวนแล้วก็ได้” บาสเตียนบอกแบบนั้น แต่เขาก็อดหมั่นไส้มันเขี้ยวกับความน่ารักของเธอ จึงขยี้ปลายจมูกลงกับแก้มใสแรงๆ จนปลุกให้ชมจันทร์ตื่นเต็มตา

          “บาสตี้” เธอยังเรียกเขาด้วยชื่อเล่นที่ไม่รู้ว่าเผลอเรียกบอกไปแบบนั้นได้ยังไง และเมื่อเห็นเขานอนกอดอยู่ใจก็เต้นแรง หวามเข้าไปถึงหัวใจ

          “คุณเอ่อ ทำงานเสร็จแล้วเหรอคะ” เสียงหวานถามตะกุกตะกัก ถึงยังไงเขาก็เป็นคนแปลกหน้าอยู่ดี

          “เสร็จแล้ว” ชายหนุ่มตอบ นัยน์ตาสีม่วงเป็นประกายระยิบระยับในความมืด มองคนตัวเล็กอย่างเอ็นดูเหมือนกำลังมองเด็กตัวเล็กๆ คนหนึ่ง

          “เอ่อ งั้นฝันดีนะคะ” ชมจันทร์แกล้งทำเป็นหลับทันทีไม่กระดุกกระดิกอีก บาสเตียนก็หัวเราะร่วนกอดเธอเอาไว้แน่น ราวกับว่าพลัดพรากจากกันมานานแสนนาน

          “ครับ คุณภรรยา”

          คำว่า ภรรยา ที่บาสเตียนพูดอย่างอ่อนหวาน ทำให้ชมจันทร์หวามหวั่นอย่างมาก เธอหลับตาลงแต่มุมปากยังไม่สามารถหุบยิ้มได้

          ตอนเช้าบาสเตียนก็ตื่นก่อนตามเคย เขาปลุกภรรยาอย่างอ่อนหวานด้วยจุมพิตที่ไม่ได้แฝงไว้ด้วยความเสน่หาร้อนแรง แต่เต็มไปด้วยความอบอุ่นและปกป้อง

          “ช่วยเตรียมเสื้อผ้าให้หน่อยชม ฉันต้องไปทำงานต่อ” เขาเรียก ชมจันทร์เลยยกมือขยี้ตาไล่ความง่วงงุนออกไป

          “คุณจะไปอีกแล้วเหรอคะ” ชมจันทร์รู้สึกแปลกๆ อย่างไรชอบกล

          เมื่อวานก็เขาก็ออกไปทำงานและกลับมาก็เย็นมากแล้ว ยังไม่ได้คุยกันมากมายก็ต้องห่างกันอีก แม้จะรู้อยู่เต็มอกว่าบาสเตียนมีงานยุ่งวุ่นวายตลอดเวลา แต่เธอก็ยังอยากได้เวลาจากเขาเพิ่มอีก

          “ขอโทษนะชม แต่หลังจากนี้พอหมดงานด่วนฉันจะกลับมาอยู่กับเธอตลอดเลย ไม่ว่าจะไปเดินเล่นที่ไร่หรือว่าขี่ม้าด้วย ขอโทษด้วยชม แต่ฉันสัญญาเลยว่าฉันจะรีบเร่งงานจนเสร็จแล้วกลับมาอยู่กับเธอนะ” มือหนาไล้แก้มใส จนเห็นสีเลือดระเรื่อบนหน้านวล บาสเตียนเองก็เข้าใจว่าตอนนี้ชมจันทร์กำลังต้องการเขามากแค่ไหน แต่ด้วยภาระหน้าที่หลายอย่างทำให้ทิ้งงานไม่ได้จริงๆ

          “ทนหน่อยนะคนดี อย่างอนนะ” เขาก้มหน้าชิด เห็นเธอหน้างอง้ำก็ยิ้มด้วยความสงสาร

          หลังจากเธอสูญเสียความทรงจำไป ชมจันทร์ก็เริ่มกลับมาเป็นของตัวเองอีกครั้งหลังจาก

        บาสเตียนเลิกคิดเรื่องในอดีต ตั้งใจว่าต่อจากนี้จะทำให้เธอมีความสุขมากที่สุด จนไม่ยอมทิ้งเขาไปอีก

          “ก็ได้ค่ะ” เธอตอบ แต่สีหน้าไม่ดีมากขึ้นเลยแม้แต่น้อย จนบาสเตียนขำด้วยความเอ็นดู

          “งั้นอยากได้อะไร ตอนกลับจะซื้อเข้ามาให้ อยากได้อะไร” เขายกมือประคองหน้าหวานขึ้น จ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีนิลคู่สวยของภรรยาตัวน้อย

          แต่ชมจันทร์ส่ายหน้า ไม่ได้พูดอะไร

          “ไม่อยากได้จริงๆ เหรอ” ชายหนุ่มเย้า แล้วก็กอดเธอแน่นขึ้น

          “ไม่รู้ว่าอยากได้อะไรค่ะ ไม่เป็นไร ปล่อยเถอะค่ะ เดี๋ยวคุณไปทำงานสาย” ยังไม่คุ้นชินกับการใกล้ชิดผู้ชาย ถึงเขาจะเป็นสามีแต่ใช่ว่าจำอะไรได้ที่ไหน

          “ฉันรู้หมดนั่นแหละว่าเธออยากได้อะไรรอก่อนเถอะ เดี๋ยวก็ได้กรี๊ดเองนั่นแหละ” บาสเตียนแน่ใจว่าของขวัญมาให้ยังไงคนตัวเล็กก็ชอบแน่นอน

          “เดี๋ยวไปอาบน้ำก่อนนะ แล้วจะรีบกลับมานะชม” เขาฉวยโอกาสตอนที่ชมจันทร์เผลอจูบหนักๆ ที่ริมฝีปากบางแล้วก็เดินเข้าห้องน้ำ ทิ้งให้หญิงสาวยกมือเช็ดรอยจูบอย่างเขินๆ รีบลุกจากเตียงเพื่อจัดเตรียมเสื้อผ้าให้สามีอย่างตั้งใจ    ตอนนี้เธอเริ่มผูกไทเป็นแล้ว ทำให้บาสเตียนยิ้มอย่างพอใจกับท่าทางน่ารักของเธอ

          “ขอบคุณมากนะชม ฉันอยู่กินข้าวเช้ากับเธอไม่ได้นะ ต้องรีบแล้วน่ะ ขอโทษนะชม” บาสเตียนจูบขมับบางไม่หยุด พอจะคลายใจขึ้นบ้างเมื่อเห็นชมจันทร์ยิ้มให้

          “ไม่เป็นไร เดินทางปลอดภัยนะคะ” ไม่รู้ว่าการเดินทางด้วยรถยนต์หรือเฮลิคอปเตอร์อันตรายมากกว่ากัน แต่ชมจันทร์ก็รู้สึกว่าทุกอย่างก็ดูอันตรายไปหมด หวังว่าเขาจะปลอดภัยกลับมา

          “กลัวเหรอ กลัวว่าฉันเป็นอะไรแล้วเธอต้องถ่ายเลือดให้” เขาหัวเราะ ชมจันทร์ขึงตาใส่อย่างไม่พอใจ ยกมือปิดปากสามีไว้แล้วก็พูดอย่างจริงจัง

          “อย่าพูดแบบนี้อีกนะคะ คนไทยเค้าถือกันค่ะ” คิ้วเรียวขมวดชิดสีหน้าเป็นกังวลไม่สบายใจ เห็นแบบนั้นบาสเตียนก็พยักหน้าพลางเอ่ยขอโทษ

          “ขอโทษที่ทำให้เธอกลัวนะ ฉันไม่เป็นไรหรอก วันนี้อย่าดื้อก็แล้วกัน แล้วจะรีบกลับ” พูดจบบาสเตียนก็จูบหนักหน่วงที่แก้มใสก่อนจะผละเดินออกไปอย่างเร่งรีบ แต่ไม่ทิ้งความสง่างามที่เห็นจนชินตาและคุ้นเคยมากขึ้นทุกขณะ

          “เฮ้อ” ชมจันทร์ถอนหายใจ ยกมือทาบอกก่อนล้มตัวลงนอนตามเดิม

 

          ไม่ว่าเหล่าสาวใช้จะเอ่ยปากร้องห้ามอย่างไรก็ตาม แต่ชมจันทร์ก็ยังไม่ยอมพาตัวเองออกมาจากแปลงองุ่น ซึ่งกำลังถอนหญ้าวัชพืชออกอย่างขยันขันแข็งเหมือนคนงานคนอื่นๆ ในไร่

          “เดี๋ยวก็ไม่สบายหรอกค่ะ” มารีนเดินตามทุกฝีก้าวถอนใจด้วยความอ่อนใจ แต่ไม่ได้ทำให้ชมจันทร์ยอมหยุดมือ

          “ฉันเบื่อนี่นา ให้ฉันได้ทำอะไรหน่อยเถอะค่ะ ไม่เป็นไรหรอก ออกกำลังกายจะได้แข็งแรงขึ้นยังไงล่ะคะ” ชมจันทร์บอกเสียงใสพลางยิ้มกว้าง

          มารีนและแอนดี้มองหน้ากันอย่างเหนื่อยใจ แต่ก็เดินตามหลังชมจันทร์เดินตามตลอดเวลา ภาวนาไม่ให้คุณผู้หญิงล้มลง ไม่อย่างนั้นได้เกิดเรื่องแน่

          “คุณผู้หญิงคะ กลับเข้าบ้านก่อนเถอะค่ะ แดดแรงแล้วนะคะ” มารีนว่าอย่างร้อนใจ แต่ชมจันทร์ยิ้มหวานแทนคำตอบ แอนดี้เลยพยักพเยิดเป็นเชิงบอกว่าคงต้องปล่อยไปก่อน แล้วก็เดินตามพูดคุยเพื่อให้คุณผู้หญิงสบายใจไม่รู้สึกแปลกแยกอยู่คนเดียว

          “ฉันไม่เคยมาที่นี่ใช่ไหมคะ” ชมจันทร์ถามระหว่างที่หยุดพักหลบแดด เลยชวนสาวใช้คุย

          “ไม่เคยเลยค่ะ คุณผู้ชายเพิ่งพาผู้หญิงมาที่นี่ค่ะ ตอนนั้นพวกเราตกใจกันมากเลยค่ะ เพราะคุณผู้หญิงหมดสติไม่รู้ตัวเลยค่ะ เพราะอย่างนั้นอย่าฝืนตัวเองมากเกินไปนะคะ คุณผู้ชายห่วงคุณผู้หญิงมาก เรากลัวว่าคุณผู้หญิงจะล้มป่วยไปอีกค่ะ” แอนดี้พูดเสริม ชมจันทร์จึงพยักหน้าพลางส่งยิ้มเพื่อให้เหล่าสาวใช้สบายใจขึ้น

          “ฉันเข้าใจค่ะ ฉันไม่ฝืนแน่นอน แค่อยากทำอะไรบ้างน่ะค่ะ ไม่อย่างนั้นคงจะเบื่อแน่ถ้าต้องอยู่ในบ้านอย่างเดียว”

          คำตอบของชมจันทร์ทำให้ทั้งมารีนและแอนดี้เข้าใจดี เลยไม่ขัดใจและนั่งคุยเป็นเพื่อน และปะเหลาะให้คุณผู้หญิงกลับเข้าบ้านได้ในตอนบ่ายคล้อย

          เมื่อสาวใช้กลับไปทำงานในบ้านตามปกติ ชมจันทร์ก็หางานใหม่ให้ตัวเองทำด้วยการรดน้ำต้นไม้หน้าบ้านอย่างขยันขันแข็ง ดูไม่เหมือนคนป่วยที่หมดสติและบาสเตียนประคับประคองเหมือนเจ้าหญิงนิทราก่อนหน้านี้ราวกับคนละคน

          เธอฮัมเพลงอย่างมีความสุขจนกระทั่งเห็นรถคันหนึ่งแล่นเข้ามาจอดเทียบหน้าบ้าน และมีร่างสูงโปร่งของสตรีคนหนึ่งก้าวลงมาจากรถด้วยท่วงท่าของนางพญาผู้สูงส่ง

          “นี่ เธอน่ะ!!” ทันที่ก้าวลงมาจากรถ ก็ส่งเสียงเรียกโบกมือเรียกให้ชมจันทร์เข้าไปหา

          ชมจันทร์หันซ้ายมองขวาไม่ทราบว่าอีกฝ่ายเอ่ยถึงใคร

          “เธอนั่นแหละ มานี่หน่อยสิยะ!” หล่อนเรียกเสียงขุ่น ดังนั้นชมจันทร์เลยทิ้งสายยางรดน้ำลงกับพื้นปิดก๊อกน้ำแล้วก็เดินเข้าไปหาผู้ที่มาใหม่อย่างเงียบๆ

          “พอๆ แค่นั้นแหละ อย่าเข้ามาใกล้ สกปรกจริง” คนที่เป็นแขกที่เพิ่งมาถึงคือ จูดิธ หล่อนเป็นอีกคนที่หมายปองในตัวของบาสเตียน มุ่งหน้ามาที่นี่หลังจากทราบข่าวว่าเขามีภรรยาแล้ว และพามาพักอาศัยยังบ้านไร่ของตระกูลโคลเซ

          “ถามอะไรหน่อยสิ” จูดิธยกสเปรย์ฆ่าเชื้อมาฉีดพ่นกลางอากาศโบกไปมา ชมจันทร์เลยถอยหลังไปสองสามก้าว

          “คะ” ชมจันทร์รับคำอย่างงุนงง อยากรู้ว่าผู้หญิงตรงหน้ามาที่นี่ทำไม และเรียกเธอไว้ทำไมกัน

          “คุณบาสเตียนน่ะ พาผู้หญิงมาอยู่ที่นี่จริงๆ เหรอ” จูดิธถาม ชมจันทร์เลยพยักหน้า เห็นแบบนั้นสาวสวยก็แทบกรี๊ด

          “จริงๆ เหรอเนี่ย อ๊าย ฉันพลาดไปได้ยังไงกัน” หล่อนพึมพำกับตัวเองอย่างร้อนใจ จากนั้นก็ถามอีกคำถาม

          “แล้วผู้หญิงคนนั้นเป็นยังไง หน้าตาสวยไหม แล้วมีอะไรดี

          “เอ่อ” ชมจันทร์ตอบคำถามไม่ได้ในทันที เธอเอียงคอน้อยๆ ไม่รู้จะอธิบายยังไงให้อีกฝ่ายเข้าใจ

          “ก็ไม่ได้สวย ไม่ได้สูง หน้าตาก็ธรรมดาเอ่อ แล้วก็เหมือนจะความจำไม่ดี” ยังแจกแจงคุณสมบัติขอองตัวเองไม่จบ จูดิธก็ร้องกรี๊ดออกมา

          “ผู้หญิงคนนั้นปัญญาอ่อนรึไง คนแบบนั้นเนี่ยนะ เป็นคนที่บาสเตียน โคลเซ พามาที่นี่!

          “เอ่อ อันที่จริง ผู้หญิงคนนั้น เป็นภรรยาของคุณบาสเตียนด้วยค่ะ

          “กรี๊ด ขอให้เจอหน้าเถอะ แม่จะฉีกหน้ามันเป็นชิ้นๆ เลย!!

          ชมจันทร์ถอยหลังกรูดด้วยความกลัว ทำไมทำไมผู้หญิงคนนี้ต้องอยากทำร้ายเธอด้วย ในเมื่อไม่ได้เจอหรือรู้จักกันมาก่อนเลย

          “ฝากบอกนังนั่นด้วยนะ ว่าฉันจะแย่งบาสเตียนมาให้ได้ คอยดูเถอะ!



[1] ลิโอเนล ซานเชส และ ดาหลา จากนิยายเรื่อง จอมโจรปล้นรัก เขียนโดย มิรา

[2] คิลเลียน บารอส และ ดุสิตา จากนิยายเรื่อง จอมโจรทวงรัก เขียนโดย มิรา

[3] รีสลิ่ง (Riesling) เป็นองุ่นขาวพันธุ์ยิ่งใหญ่ของเยอรมันและของโลก ราคาแพงที่สุดในโลก โดยปลูกประมาณ 22% ในเขตไรน์เกา, โมเซล เป็นองุ่นที่สุกช้า ให้ผลผลิตประมาณเดือนตุลาคมถึงปลายพฤศจิกายน

[4] ปอร์ตุกีเซอร์ (Portugieser) องุ่นแดงสายพันธุ์โบราณที่กำเนิดจากดานูบแวลีย์ ใช้ผลิตไวน์แดงรสชาติเบาๆ ดื่มง่าย

[5] ดอร์นเฟลเดอร์ (Dornfelder) องุ่นแดงที่เยอรมันพัฒนาเมื่อปี 1956 เพื่อผลิตไวน์แดงฟูลบอดี้ สีเข้มหวานนิดๆ เป็นองุ่นแดงที่ปลูกเป็นอันดับสองในเยอรมันรองจากสแปตเบอร์กุนเดอร์

 

http://41.media.tumblr.com/19561bc4a6b6c6e20df79978a6091d8e/tumblr_niq87wAK9I1qbetfwo2_1280.jpg

Talk 3...

ชมเอ๋ยชม น่าสงสารจริงๆ นะเออ

ถูกเกลียดตั้งแต่ไม่เห็นหน้าเลย หัวเราะimage

ส่วนบาสตี้ บอกเลยว่าหลังจากนี้มีหลอน

ฝากติดตามต่อด้วยนะเออimage

 

Talk 2...

มันจริงเหรอที่บาสเตียนจะทำอย่างนั้นกับชมจริงๆimage

เรื่องนี้ยังมีปมอีกนิดหน่อยค่ะ แต่ไม่เยอะท่าไหร่ค่ะimage

ไม่แน่ใจว่าบาสตี้จะเลวร้ายเท่าอีคิลไหม หัวเราะ

ยังไงก็ฝากตามต่อด้วยนะเออimage  image

 

Talk 1...

Song :: Rosi Golan - Hazy (Featuring William Fitzsimmons)

เพราะอะไร ทำไมชมถึงได้พิมพ์ไฟล์ไว้แบบนั้นกันนะ

มีความลับประเภทไหนที่บาสตี้ทำให้ผู้หญิงเสียใจกัน

แล้วการที่ชมจำอะไรไม่ได้ เป็นเพราะว่าบาสตี้ทำอะไรไว้หรือเปล่า

เค้ารู้นะว่าทุกคนคงคิดแบบนี้อยู่ image

อยากรู้ใช่ไหม ต้องรออ่านต่อ หัวเราะ

เซตโจรเนี่ย คนที่น่ารักสุดน่าจะเป็นลิโอเนล image

ฮืออ ทำไมเซตนี้เริ่มเลวมากขึ้นทีละคน ไม่เข้าใจตัวเองเลยimageimage


เฟซบุ๊คสำนักพิมพ์สมาร์ทบุ๊ค >>Click!!<<

แฟนเพจของมู่ mu_mu_jung >>Click!!<<

ทวิตเตอร์ของมู่ (ไม่ได้เล่น แต่แจ้งอัพนิยาย) >>Click!!<<

God blessed you

’m blessed you

I http://www0.dek-d.com/06pic/dot/heart.gif Readers

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 49 ครั้ง

98 ความคิดเห็น

  1. #333 บิลโบ้ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2558 / 21:53
    ฮ่าๆๆๆๆๆ ตลกมาก เวลานางเอกเรา เออ...อ่ะ! กรี๊ดดดดด 5555+ ขอบคุณสำหรับนิยายสนุกๆน่ะจร๊ะ
    #333
    0
  2. #214 ปูปู (@jamkajan) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2558 / 11:51
    เรื่องนี้หื่นไหมค่ะ555
    #214
    0
  3. #196 DriveMeCrazy (@greatmormon) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2558 / 16:55
    บาสตี้ต้องการหล่อนหรือ
    #196
    0
  4. วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2558 / 07:46
    มาส่งกำลังใจให้นะคะ
    #164
    0
  5. วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2558 / 07:41
    มาส่งกำลังใจให้นะคะ
    #163
    0
  6. #162 BoraNisa (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2558 / 21:58
    อู๊ววววววว อย่างนี้ก็มี ชมหนอชม โดนว่าฟรี ๆ เลย 5555+
    #162
    0
  7. #161 meisang (@moeimei) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2558 / 21:26
    จะคอยดูนะยะนังหมาจูดี้ 😆😆😆
    #161
    0
  8. #160 namal (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2558 / 13:56
    เข้าโหมดน้ำเน่าแล้วจ้า นังร้ายออกโรงแล้ว ชมอย่าไปยอมนะ สู้ๆ
    #160
    0
  9. วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2558 / 12:46
    มาส่งกำลังใจให้นะคะ
    #159
    0
  10. #158 Nong (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2558 / 22:21
    จูดิธน่ากลัวอ่าาาา
    #158
    0
  11. #157 kannika (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2558 / 19:20
    บาสตี้น่ารักกก
    #157
    0
  12. #156 Joy (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2558 / 19:06
    รอติดตามคะ♥
    #156
    0
  13. #155 nungning (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2558 / 17:38
    ชมน่าสงสาร

    มาส่งกำลังใจให้นะคะ
    #155
    0
  14. วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2558 / 12:49
    ชมเอ้ย น่าสงสารจิงๆ เล้ย
    จะโอนอะไรมั้ยเนี่ย
    #154
    0
  15. #153 Keropy-Keroon (@nightkiss) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2558 / 11:51
    บาสเตียน พี่แกโหดร้ายใส่ชมยังไงนะ ถ้าชมจำได้ คงจะเกลียดพระเอกน่าดู รออ่านค่าา
    #153
    0
  16. #152 hheyy (@hheyy) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2558 / 11:27
    ติดตามค่า
    #152
    0
  17. #151 Hanakomi (@warocha-hana) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2558 / 11:23
    นางเองชื่อ เหมื่อนเราเลย วโรชา ^^ รอต่อจ๊า
    #151
    0
  18. #150 claire (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2558 / 09:54
    ชอบบาสตี้กับชมมากมาย 😘
    #150
    0
  19. #149 p-pern (@p-pern) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2558 / 09:00
    น้องตี้คะ ทำไมไม่เคลียร์ตัวเองก่อนนนน เดี๋ยวชมจำได้ขึ้นมา เสร็จแน่ค่ะ หึหึ
    #149
    0
  20. #148 TIP (^O^) (@sky33) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2558 / 08:58
    หน่อย ๆ ยัยจูดิธ ยัยบ้า
    #148
    0
  21. วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2558 / 07:46
    เดี๋ยวได้เกิดเรื่องแน่ๆ
    #147
    0
  22. #146 Mayyo (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2558 / 01:09
    ขำนางร้ายกับนางเอง ฮาาา
    #146
    0
  23. #145 netakut (@tukaten) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2558 / 00:57
    รู้สึกว่าบาสตี้นี่แหละร้ายสุด เจ๊ที่เพิ่งมาไม่น่าจะร้ายเท่า555555
    #145
    0
  24. #144 pimmiessss (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2558 / 00:51
    รอติดตามค่า
    #144
    0
  25. #143 MULEE & MOEI ♚ (@mu_mu_jung) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2558 / 00:43
    บาสตี้ 🌙🌟 ชม
    มาอัพแล้วเหมือนกันค่ะ
    หลังจากนี้เรื่องจะก็มีรสชาติมากขึ้นแล้วค่ะ ❤
    อีบาสจี้ก็ต้อนเมียให้ได้แล้วกัน หลังจากนี้จะได้รู้กัน หึๆ
    คืนนี้หลับฝันดีราตรีสวัสดิ์ค่ะ 😘😘

    #143
    0