Angel Eyes

  • 95% Rating

  • 60 Vote(s)

  • 3,103,656 Views

  • 20,063 Comments

  • 10,660 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    17,876

    Overall
    3,103,656

ตอนที่ 96 : Please`s Eyes ❥ Ep.08 -Ending!!-

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 34370
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 72 ครั้ง
    4 ส.ค. 60

https://lh3.googleusercontent.com/-s3F255NUrfE/WONGS7bHtPI/AAAAAAABO_s/vmJ1lI1NxokCBhtxqtAnu-a723_pPCLPwCJoC/w1080-h700/pleasepost08.gif

Please`s Eyes 08

I’m Just Little Girl, Where U Are, I’ll Be a Fool Tonight

 

            ผมนี่กลายเป็นตัวประหลาดในสายตาของพนักงานร้านสะดวกซื้อไปเลย เพราะไอ้คลื่นนั่นแหละ มาพูดอะไรไม่รู้หงุดหงิด ถ้าแม่ตัวดีมาหยามาได้ยินเข้านะ แม่คุณเอ๊ย น่ากลัวจริงๆ เหมือนระเบิดปรมาณูหย่อนใส่หัวเลยล่ะ

            “มึงนี่กลายเป็นเสือสิ้นลายไปแล้วเหรอวะ” คลื่นเดินตามผมออกมาจากร้านสะดวกซื้อ คำถามนั่นทำผมขมวดคิ้วอย่างไม่ค่อยเข้าใจ

            “เสืออะไรของมึงวะ”

            “ก็เสือสิ้นลายไงมึง เมื่อก่อนร้ายซะ แต่เดี๋ยวนี้กลัวเมียถึงขนาดนี้” มันว่า ผมเลยส่ายหัวไม่เห็นด้วย

            “ไม่ได้สิ้นลายอะไรหรอก อยู่ด้วยกันมันก็ต้องดูแลกันสิวะ ไม่งั้นจะอยู่ด้วยกันทำไมล่ะ” ผมบอกไป มันเลยทำหน้าเหมือนประหลาดใจสุดๆ

            “ไม่ต้องทำหน้างั้นเลยมึง กูกับหยาไม่ได้เป็นแค่คู่นอนกันนี่หว่า นั่นแฟนนะ ไม่สิ เป็นคู่หมั้นเลย ถ้าไม่ดูแลแล้วจะให้ไปดูแลใครล่ะ” ผมไม่ได้พูดทำเท่ นับตั้งแต่เราอยู่ด้วยกันมา ผมยอมรับว่าแรกๆ ก็มีหลายอย่างที่เราไม่เข้าใจกัน เหมือนต่างคนต่างอยู่ ผมได้เพื่อนนอน มาหยาได้ห้องพักหรูหราที่เธอพอใจ

            แต่พอนานไป คนที่อยู่ด้วยกันนานๆ ความผูกพันมันก็ย่อมจะมีมากขึ้นเป็นธรรมดา

            ผมไม่รู้หรอกนะว่าคู่อื่นที่อยู่ด้วยกันแล้วความรู้สึกดีๆ มันจืดจางได้ยังไง แต่สำหรับผมแล้ว ยิ่งอยู่กับมาหยานานเท่าไหร่ก็รู้สึกดีมากขึ้นเท่านั้น ผมไม่ต้องทนเห็นห้องรกๆ ของตัวเอง กับข้าวเธอก็ทำเผื่อให้ ถึงจะเป็นแกงถุงหน้าปากซอย แต่มันก็บอกให้รู้ว่าเธอมีน้ำใจกับผมมาตลอด

            เพราะอย่างนั้น ยิ่งอยู่ด้วยกันนานเท่าไหร่ ผมก็ยิ่งผูกพันและรักเธอมากกว่าเดิม อาจจะเป็นเพราะอยู่ด้วยกันแล้วสบายใจ เธอไม่เคยถามเรื่องส่วนตัวไม่พูดมาก ไม่เคยชวนทะเลาะ ผมเลยรู้สึกดีล่ะมั้ง

            แต่หลังๆ มานี้ เธอเริ่มจะหึงเริ่มจะดื้อเป็นแล้ว แต่แบบนี้ก็สนุกดี ผมชอบเวลาที่เห็นเธอทำหน้างอๆ ใส่ เราไม่ได้เป็นคนแปลกหน้าต่อกันแล้ว ผมก็เลยชอบที่จะเห็นความเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้

            “ก็จริงนะ กูยังไม่มีแฟน มีแค่คู่นอน เพราะงั้นเลยไม่รู้ว่ามึงรู้สึกยังไงกันแน่ แต่ก็ดีใจนะที่มึงเจอคนดีๆ แล้ว”

            ผมหัวเราะ ก่อนจะโบกมือให้เพื่อนเพราะเดินมาถึงรถแล้ว ผมเคาะกระจกฝั่งที่มาหยานั่งอยู่ ก่อนที่กระจกจะเลื่อนลง เห็นเธอทำหน้างงๆ ง่วงๆ ก็ทั้งขำทั้งสงสาร

            “นี่น้ำเต้าหู้ มันช่วยไม่ใช่เหรอ ยังอุ่นอยู่ด้วย ดื่มซะหน่อย” ผมบอก มาหยาก็รับไปอย่างว่าง่าย ผมเลยเดินไปเปิดประตูเบาะหลังแล้ววางของไว้ตรงนั้น ไม่อยากให้มันเกะกะหน้ารถ ก่อนที่จะขับรถกลับกัน

            มาหยาเงียบมาก ครางในคอเป็นบางครั้ง คงเพราะปวดท้องนั่นแหละ เคยเจอมาหลายครั้งแล้ว แต่ไม่เคยชินเลยสักครั้ง

         พอกลับมาถึงผมเลยเตรียมแผ่นประคบร้อนไฟฟ้าเอาไว้ให้ ระหว่างที่มาหยาไปอาบน้ำ

            “เบื่อจังเลย” มาหยาเดินขึ้นเตียงมาแล้วก็อ้อนผมอย่างน่ารัก

            “งั้นท้องมั้ยล่ะ ไม่ต้องมีเมนส์ตั้งเก้าเดือนแน่ะ” ผมหยอก เธอเลยเขวี้ยงค้อนใส่ให้ซะทีหนึ่ง

            “ตลกละ

            “ก็ใช่สิ เธอไม่อยากท้องนี่นา” ผมว่า มาหยาเลยทำหน้าตึงก่อนจะพูดเสียงจริงจัง

            “มันไม่สนุกหรอกนะโปรด เรายังเด็กกันอยู่เลย ลองมีกันจริงๆ สิ นายจะหนีแทบไม่ทัน”

            “พูดงี้ดูถูกกันนี่หว่า” ก็ไม่เลวนะมีลูกกันตอนนี้ เพราะถ้ามีแล้วก็จบเลยไง ยิ่งเป็นเด็กผู้ชายนะ ขอคนเดียวก็พออ่ะ ต่อให้เป็นลูกก็เถอะ มาอยู่ในร่างของเมีย มากอดเกาะแกะเมียตัวเองก็ไม่ไหวเหมือนกันนะครับ

            “รีบมีลูกกัน แล้วให้คุณย่าเลี้ยง คุณย่าจะได้ไม่ต้องยึดตัวเธอไปบ่อยๆ แล้วเราก็บินไปเที่ยวทั่วโลกกันเลยเป็นไง แล้วมีคนเดียวก็พอละ”

            “พูดอะไรเพ้อเจ้อจัง” มาหยาพูดแล้วก็เหมือนจะหัวเราะไปด้วย ทีแรกเข้าใจว่าจะถูกโกรธแล้วซะอีก

            “เอาไว้เรียบจบค่อยว่ากันอีกทีแล้วกัน” เธอบอกแล้วดึงผ้าห่มปิดหน้าตัวเอง ด้วยความสงสัยผมเลยชะโงกหน้าเข้าไปมอง ก็เห็นว่าเธอหน้าแดงไปแล้ว

            “พูดงี้หมายความว่าไงเนี่ย” ผมถามอย่างสงสัย ไม่เคยเห็นเธอทำท่าทางแบบนี้มาก่อนเลย

            “ไม่มีอะไร แค่หลอกให้สงสัย” เธอหัวเราะคิกคัก เวลาเธอหัวเราะนะ หน้าหยิ่งๆ เชิดๆ ก็เปลี่ยนไปเป็นน่ารักทันทีเลย ใครบอกกันว่าผู้หญิงคนนี้หยิ่งเอาแต่ใจ คิดผิดคิดใหม่ได้นะ

            “กินยาแล้วใช่มั้ย ถ้ากินแล้วก็นอนเถอะ เดี๋ยวพรุ่งนี้นอนไม่พอก็หงุดหงิดใส่อีกอ่ะ”

            “ฉันไม่ได้หาเรื่องแบบนั้นซะหน่อย” มาหยาบอกเสียงอุบอิบผ่านผ้าห่มที่คลุมถึงปลายจมูก ผมเลยขำก่อนจะเอื้อมมือปิดไฟ แล้วก็ขยับตัวเข้าไปกอดเธอเอาไว้เหมือนทุกคืนที่เราอยู่ด้วยกัน

            “เอาเถอะ มาดูกันว่าพรุ่งนี้มนุษย์เมนส์จะเป็นยังไง

End Song-Prod talk…

 

            เพราะปวดท้องและมีประจำเดือนฉันเลยตื่นเช้ากว่าปกติ รีบลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัว แล้วก็ถือโอกาสทำความสะอาดห้องและทำข้าวต้มไปด้วย ทรงโปรดตื่นทีหลัง เขาทำหน้าแปลกใจมากที่เห็นว่าฉันกำลังถูพื้นห้องอยู่

            “ปวดท้องไม่ใช่เหรอ ทำไมไม่อยู่นิ่งๆ ล่ะ” ทรงโปรดส่ายหน้าไปมา ฉันเลยหัวเราะไม่รู้จะตอบยังไงดีเหมือนกัน

            “ไปนั่งเลย เดี๋ยวจะดูข้าวต้มต่อเอง” เขาโบกมือไล่ ฉันก็เลยทำหน้ามุ่ยแล้วเดินไปนั่งที่ห้องโถงรอแต่โดยดี

            ตอนอาบน้ำเสร็จใหม่ก็สดชื่นดีอยู่หรอก แต่ตอนนี้เริ่มจะปวดท้องมากขึ้นทุกทีแล้วล่ะ ฉันเลยไม่ดื้อ ทำตัวเป็นเด็กดีว่าง่าย ไม่ช้าทรงโปรดก็กลับมาพร้อมกับข้าวต้มหอมๆ แหม ฝีมือของฉันนี่ก็ดีเหมือนกันเนี่ย

            “วันนี้คงไม่ไปไหนกันใช่มั้ย” เขาถามแล้วก็เลื่อนถ้วยข้าวต้มมาให้

            “ไม่ไปไหนหรอก ปวดท้องแล้วล่ะ อยากนอนพักเฉยๆ” ฉันถอนหายใจ เป็นผู้หญิงเนี่ยน่าสงสารมากเลยนะ มีแต่เรื่องให้ต้องลำบากทุกอย่างเลย

            “ดีแล้วทำไมต้องลุกขึ้นมาทำโน่นทำนี่ด้วย เดี๋ยวก็ไข้ขึ้นหรอก ไม่อยากเช็ดตัวให้นะ บอกเลย”

            “ค่ะ” ฉันประชด เห็นพูดแบบนี้แต่ก็ช่วยฉันตลอด นี่ยังสงสัยว่าเขาจะปากดีใส่ทำไมแต่แรก หรือว่าแค่อยากรักษาภาพลักษณ์เพลย์บอยของตัวเอง

            “เออ ว่าจะเล่าเรื่องเมื่อคืน ตอนเข้าร้านสะดวกซื้อน่ะ เจอไอ้คลื่นด้วยนะ”

            “เหรอ” ฉันถาม แปลกใจที่ตัวเองเริ่มคุยกับเขาได้อย่างไม่อึดอัดแล้ว และยังมีหลายต่อหลายเรื่องที่เอามาพูดกันได้อีก

            ก่อนหน้านั้นเราสองคนก็เหมือนเงียบๆ ไม่สุงสิงกัน แต่ก็แปลกอีกนั่นแหละ เวลาอยู่บนเตียง ทำไมถึงได้นัวเนียกันจนร้อนฉ่าได้ขนาดนั้น

            เอ๊ะ เดี๋ยวก่อน นี่ฉันกำลังคิดเรื่องบ้าอะไรอยู่เนี่ย

            “แล้วไง” ฉันถามต่อ พยายามเลิกคิดเรื่องที่ตัวเองคิดก่อนหน้านี้ด้วย ผู้หญิงอะไรหน้าไม่อาย คิดถึงเรื่องบนเตียงหน้าตาเฉย นี่ฉันกลายเป็นคนหื่นไปแล้วเหรอเนี่ย

            “มันถามว่าฉันซื้อถุงยางกับผ้าอนามัยพร้อมกันทำไม มันหาว่าฉันจะเอาไปใช้กับคนอื่นด้วยล่ะ”

            “เดี๋ยวก่อน เมื่อกี้ว่าไงนะ” ฉันถามทรงโปรดเสียงแข็ง เมื่อได้ยินว่าเขาซื้อของอะไรอีกอย่างมาด้วย

            “อ้าวมันก็เรื่องปกติไม่ใช่เหรอ ต้องยืดอกพกถุงเอาไว้ไง หรือว่าไม่อยากให้ฉันใช้แล้ว เอาแบบนั้นก็ได้นะ”

            “เดี๋ยวเหอะ

            “ไอ้พวกเพื่อนๆ ของฉันเนี่ย ดูพวกมันจะห่วงเธอมากกว่าห่วงฉันอีกนะ ไปสนิทกันตอนไหน” ทรงโปรดหรี่ตามองฉันอย่างจับผิด

            เดี๋ยวก่อนสิคะ ตัวเองเล่าเองแล้วก็มาหาเรื่องคนอื่นเนี่ยนะ อะไรของเขานะ

         “รีบกินข้าว กินยาเหอะ เดี๋ยวจะไม่สบายขึ้นมาอีก” ทรงโปรดออกคำสั่งตามความเคยชินของเขา ฉันก็เลยหน้ามุ่ยแล้วก็รีบกินข้าวแต่โดยดี

            หลังจากกินข้าวเรียบร้อยแล้ว ฉันก็นั่งดูซีรีย์ไปเรื่อยเปื่อย ช่วงนี้ยังไม่มีหนังเรื่องไหนที่ถูกใจก็เลยต้องข้ามไปเรื่อยๆ สุดท้ายก็เผลอหลับไปไม่รู้ตัว

            “ไปนอนในห้องมั้ย จะได้นอนสบายๆ แล้วก็เอาประคบร้อนประคบด้วยนะ” ทรงโปรดเดินมาปลุกฉัน ฉันเลยเงยหน้าขยี้ตามองอย่างง่วงๆ แกมไม่พอใจ

            ความจริงไม่ใช่ความผิดของทรงโปรดหรอก เขามีน้ำใจด้วยซ้ำที่มาปลุกฉันแบบนี้ แต่เพราะอารมณ์ฉันมันแปรปรวนเหมือนคนบ้าเองนั่นแหละ ทุกอย่างมันเลยดูหงุดหงิดขวางหูขวางตาไปหมด

            “หยา

            “อืม ไปนอนข้างในก็ได้” สงสัยว่าเมื่อวันก่อนตัวเปียกที่ติดมาจากเขานั่นแหละ เลยเหมือนจะเป็นไข้ด้วย เอ๊ะ เรื่องเมื่อวันก่อน ฉันพลันนึกขึ้นได้ว่าทรงโปรดถูกซ้อมมาแต่กลับไม่ได้สนใจเขาเลย มัวแต่ห่วงเรื่องของตัวเองอยู่ได้

            “แผลเป็นไงบ้างเหรอ” ฉันมองหน้าทรงโปรด เพิ่งจะได้เห็นหน้าเขาชัดๆ เต็มตาก็ตอนนี้นี่เอง

            “ก็ไม่เป็นไรแล้วนะ ฉันออกกำลังกายบ่อย รอยช้ำพวกนี้เลยหายไวน่ะ” ทรงโปรดบอก แต่ฉันก็ยังไม่สบายใจอยู่ดี

            “หน้ายังมีรอยอยู่เลย เมื่อวานคลื่นไม่ได้ถามเหรอ” ถ้าถูกซักจริง แล้วเขาตอบคลื่นไปว่ายังไงล่ะนั่น แล้วจะไม่พานโกรธมาถึงฉันเหรอ ที่เป็นตัวการทำให้ทรงโปรดต้องถูกต่อยจนหน้ายับแบบนี้น่ะ

            “มันคงมืดไปหน่อยน่ะ ไอ้คลื่นเลยไม่ทันได้สังเกต” เขาหัวเราะ ในเวลาแบบนี้ยังหัวเราะได้อยู่เหรอ

            “เจ็บน่าดูเลย ทำแผลมั้ย” ฉันเอื้อมมือไปแตะหน้าของเขาอย่างเป็นห่วง ทรงโปรดยิ้มก่อนจะส่ายหน้าไปมาน้อยๆ

            “แผลแค่นี้ไม่ต้องติดปลาสเตอร์หรอก เดี๋ยวก็ดีขึ้นเองแหละ” เขาดึงมือฉันออก แล้วก็ดึงไปจุ๊บเบาๆ ทำเอาฉันสะดุ้งด้วยความตกใจ แล้วก็เขินด้วย

            “ทำอะไรน่ะ เดี๋ยวเถอะ”

            “อะไร จูบแค่นี้ก็ทำเขิน จูบมากกว่านี้เรายังเคยมาแล้วเลยนะ” ทรงโปรดหัวเราะ แต่ไม่ขำด้วยหรอก คนอะไรชอบแกล้งคนแฟนเขินด้วย

            “ทำแผลหน่อยไม่ดีกว่าเหรอ เห็นแล้วไม่สบายใจเลยอ่ะ” ฉันตอบไป คราวนี้เขาเลยยิ้มน้อยยิ้มใหญ่น่าหมั่นไส้

            “ห่วงกันด้วยเหรอ”

            “ไม่เอาล่ะ พูดกันไม่รู้เรื่องเลย” ฉันส่ายหน้า ยิ่งอยู่ด้วยกันนานเท่าไหร่ยิ่งเหมือนกับว่าเขาเด็กลงเรื่อยๆ เท่านั้น

            “ฉันจะไปนอนแล้ว ปวดท้องจัง ไม่สนุกเลย”

            “โถๆ เอาเป็นว่าถ้ารู้สึกดีขึ้น อยากไปไหน อยากกินอะไรบอกนะ เดี๋ยวพาไป ปะ ไปนอนเถอะ นอนที่โซฟาไม่สบายหรอก” ทรงโปรดฉุดฉันลุกจากโซฟาตัวใหญ่ที่นอนจนจมลงไปทั้งตัว

            “อืม” ฉันครางตอบเขา แล้วก็เดินเข้าห้องอย่างง่วงๆ โดยที่ทรงโปรดช่วยประคองพาเข้าไปในห้องนอนตลอดเวลา

            ฉันเข้าห้องน้ำเพื่อทำธุระส่วนตัว ก่อนจะกลับมาที่เตียง ขณะที่ทรงโปรดกำลังทำงานอยู่เงียบๆ ที่โต๊ะทำงาน

            “ทำไมทำหน้ายุ่งแบบนั้นล่ะ” ทรงโปรดหันมามองฉัน ฉันเองก็แทรกตัวขึ้นไปนอนใต้ผ้าห่ม ไม่กล้าจะตอบคำถาม แต่เขาคือทรงโปรดเชียวนะ ไม่ปล่อยให้ตัวเองสงสัยอะไรหรอก เดินเข้ามาถึงตัวแล้วก็ถามอย่างเป็นห่วง

            “ไหน เป็นอะไร บอกมาสิ” เสียงทุ้มๆ นั่นทำหัวใจฉันแทบละลาย

            ฮือเล่นแบบนี้ฉันก็แพ้หมดรูปเลยน่ะสิ

            “หยา” เขาเขม้นมอง ฉันเลยตอบไปแล้วก็หลบสายตาไม่กล้าจะสบตากับเขา

            “ก็ก็ผ้าอนามัยมันระคายเคืองนิดหน่อยน่ะ แต่ไม่เป็นไรนะ ฉันเปลี่ยนแล้ว ดีขึ้นแล้ว” ต้องมาพูดเรื่องส่วนตั๊วส่วนตัวให้ผู้ชายฟังแบบนี้ โอ๊ย ฉันอยากตาย แล้วผู้ชายคนนี้ฉลาดเป็นกรดด้วยนะ ต่อให้โกหกไปก็ถูกจับโกหกได้ง่ายดายอยู่ดี

            และพอตอบไปแล้ว ทรงโปรดก็ทำหน้าตกใจมาก เขายกมือทาบอก ทำท่าสะดิ้งจนฉันทั้งขำทั้งฉุน

            “มองแบบนี้หมายความว่าไงยะ”

            “อุ๊ย! ก็รู้อยู่นะว่าตัวน่ะผิวบอบบางแพ้ง่าย แต่ก็ไม่นึกจริงๆ ว่าจะแพ้ง่ายขนาดนี้ เค้าเป็นคนซื้อผ้าอนามัยให้ตัวเมื่อคืน เค้าต้องรับผิดชอบสิ” ทรงโปรดจีบปากจีบคอพูดอย่างน่าหมั่นไส้ ฉันทั้งเขินทั้งเคือง ไม่น่าบอกให้เขาฟังเลยจริงๆ

            “ไม่เป็นไร เปลี่ยนแล้ว ไม่เป็นไร” ฉันหน้าร้อนเหมือนเป็นไข้สักสี่สิบองศา ผู้หญิงนี่น่าสงสาร มีแต่เรื่องไม่น่าปวดหัวเกิดขึ้นตลอดเวลา

            “งั้นบอกมาว่าปกติใช้ยี่ห้ออะไร เดี๋ยวไปซื้อให้ใหม่” ทรงโปรดพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้น ฉันลืมตามองเขาอีกครั้งอย่างชั่งใจ ก่อนที่เขาจะพูดต่อ

            “หรือว่าอยากจะใช้อันที่แพ้ต่อไปเรื่อยๆ ล่ะ บอกแล้วไงว่าร่างกายเธอเป็นของฉัน เธอแค่ยืมร่างนี้ไปใช้นะ จะมาทนใช้ของพวกนี้ให้ตัวเองแพ้ได้ไง ของของฉันนะ” เขาพูดหน้าตาเฉย ฉันก็แทบจะเป็นลมเพราะความอายให้ได้

            แต่ก็นะมันไม่สบายตัวเลย แล้วฉันก็ไม่ชอบด้วย ก็เลยบอกไปว่าตัวเองต้องการแบบไหน ทรงโปรดเลยหยิบเสื้อมาสวมก่อนจะถือกุญแจรถออกจากห้องไป

         น่าแปลก ฉันรู้สึกไม่ค่อยสบายใจ สังหรณ์ใจยังไงก็ไม่รู้สิ

 

         ฉันหลับไปอีกครั้ง และรู้สึกตัวเลือนๆ เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าและเสียงอะไรบางอย่าง พอลืมตาได้ก็กวาดสายตามองไปทั่วห้อง เห็นทรงโปรดกำลังทำอะไรสักอย่างที่ตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ เขากำลังตั้งอกตั้งใจอ่านฉลากห่อผ้าอนามัยอยู่ สัตย์จริง เขาเหมือนตัวโกงโรคจิตเลยอ่ะ

            แล้วเขาก็ทำให้ฉันตกใจซ้ำสอง เมื่อเห็นว่าทรงโปรดแกะผ้าอนามัยออกมา แล้วก็ทำท่าจะหยิบชั้นในของเขาออกมาด้วย กรี๊ด นั่นเขาจะทำอะไรน่ะ

            “โปรด!” ฉันเรียกเขาสุดเสียง หน้าร้อนผ่าวไปหมด รู้สึกได้เลยว่าตัวเองกำลังจะเป็นลม

            “คิดจะทำอะไรน่ะ”

            “อย่างที่เห็น จะลองเทสให้ก่อนไง ว่าจะแพ้อีกมั้ย

            “จะบ้าเหรอ!” ฉันพูดเสียงสูง หน้าแดงก่ำไปหมด โอย ผู้ชายคนนี้มีเรื่องให้ต้องตกใจรึไง

            “ไม่เอานะ ห้ามทำแบบนั้นเด็ดขาดเลย”

            “ก็เธอแพ้” เขาย้อนกลับมาหน้าตาย ทำเอาฉันแทบจะเป็นลมเพราะความอายได้เลย

         “โอ๊ย เปลี่ยนแล้ว ดีขึ้นแล้ว” ฉันตอบไป ก่อนจะยกมือไหว้ทรงโปรดไปด้วย

            นั่นแหละทรงโปรดเลยยอมแพ้ เขาทำหน้าบึ้ง ส่วนฉันก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ทรงโปรด นะ ทรงโปรด

            “อย่าทำอีกนะ น่ากลัว”

            “ตรงไหน” ทรงโปรดย้อนถาม ดูไม่สะทกสะท้านอะไรเลย ฉันน่ะปวดหัวแทบบ้าตาย

            “ขอเข้าห้องน้ำล่ะ อย่าทำอะไรแผลงๆ นะ น่ากลัว

            “ฉันเหรอน่ากลัว ตรงไหน น่ารักออก”

            “จ้ะ จ้ะ” ฉันไม่เถียง เพราะสุดท้ายก็สู้ไม่ไหวอยู่ดี ลงจากเตียงแล้วก็เข้าห้องน้ำทำธุระส่วนตัว รีบออกมาจากห้องน้ำ กลัวว่าทรงโปรดจะแอบทำอะไรบ้าๆ พวกนั้นอีก แต่กลับเห็นเขาถือแก้วน้ำเต้าหู้มาให้ เลยรู้สึกผิดที่คิดอะไรก็ไม่รู้อยู่ในหัวตลอด

            “เอ้า ดื่มซะหน่อยสิ เธอเคยบอกว่ามันช่วยได้ไม่ใช่เหรอ” เขายื่นแก้วน้ำเต้าหู้มาให้ ฉันก็รับมาดื่มเงียบๆ เพราะจู่ๆ ก็สู้หน้าเขาไม่ได้ขึ้นมาซะอย่างนั้น

            “เป็นเด็กดีกว่าเดิมเยอะเลยนะ น่ารักจังนะเรา” ทรงโปรดบีบแก้มฉันแล้วหัวเราะ เชอะ พูดได้นี่เนาะ แล้วฉันก็ปฏิเสธอะไรไม่ได้ด้วย

            “ซื้อกับข้าวมาด้วยแล้ว เราไปกินด้วยกันเถอะ ป่ะ

            ทรงโปรดนี่รู้งานจริงๆ เพราะเวลาเป็นคุณเดือนแบบนี้ฉันจะหงุดหงิดอารมณ์เสียมาก เมื่อก่อนเขามักจะเลี่ยงฉันอยู่ตลอด กลับบ้านดึกบ้าง ไม่ก็ไปนอนค้างกับเพื่อนแล้วอ้างว่ามีรายงานต้องทำบ้าง แต่เดี๋ยวนี้เหรอ ชอบมาแกล้งก่อกวนให้เสียอารมณ์ตลอด

            “ขอจัดโต๊ะแป๊บนะ” เมื่อไปถึงห้องครัวแล้ว ทรงโปรดก็เป็นฝ่ายจัดจานอาหารให้ทุกอย่างด้วย

            ถ้าถูกผู้ชายคนนี้รักเอาใจใส่ ผู้หญิงคนนั้นคงจะเป็นคนที่โชคดีมากที่สุดในโลกแน่ และคนคนนั้นก็คือตัวฉันเอง

            “อ้าว วันนี้มาแปลก” ทรงโปรดหัวเราะ เมื่อฉันสวมกอดเขาจากทางด้านหลัง แนบแก้มกับแผ่นหลังที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามของเขา และรู้สึกหวงมากจริงๆ ถ้าหากว่าเขาจะหันไปสนใจผู้หญิงคนอื่นที่ไม่ใช่ฉัน

            “เป็นอะไร ทำไมอ้อน”

            “ถามหน่อยได้มั้ย?” ฉันถาม ซึ่งคำถามมันก็คงจะหาเรื่องอยู่หน่อยๆ ล่ะ แต่ฉันก็ยังอยากจะรู้คำตอบจริงๆ

            “ว่า

            “เคยมีแฟนมากี่คนแล้ว” ถามจบฉันก็เม้มปากแน่น ก็รู้นะว่ามันเป็นการชวนทะเลาะ แต่ว่ามันก็อยากรู้จริงๆ นี่นา

            ทรงโปรดหัวเราะ เขาส่ายหน้าไปมาแต่ไม่ยอมตอบคำถาม ฉันนี่แหละที่เป็นฝ่ายกระวนกระวาย ถามซ้ำอย่างไม่สบายใจ

            “โปรด นายมีแฟนมาเยอะแล้วใช่มั้ย”

            “ไหงถามงั้นล่ะ” เขาถามกลับแล้วก็จัดจานต่อไป ไม่ได้สนฉันที่ห้อยโหนบนตัวเขาเหมือนลูกลิงเลย

            “ก็นายดูคุ้นกับผู้หญิงมากนี่นา” อีกอย่างเขาหน้าตาดีออกขนาดนี้ ไม่มีเลยนั่นแหละแปลก

            “ไม่เคยมีจริงๆ จังๆ นะ มีสมัยเด็กๆ มั้ง แต่ก็แบบเด็กๆ ไม่มีอะไรมาก” ทรงโปรดตอบมาง่ายๆ แต่ทำฉันปรี๊ดแตก ยกมือฟาดหลังเขาทันที

            “โอ๊ย เจ็บนะเว้ย ก็ถามเองง่ะ แล้วก็บอกไปแล้วด้วยว่าไม่ได้มีจริงจัง ก็เพิ่งมาอยู่ด้วยกับผู้หญิงหน้าเหวี่ยงๆ นิสัยไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ชื่อมาหยา รู้จักมั้ย

            “ตลกแล้ว แล้วจะมีแฟนเก่ามาระรานมั้ย” ฉันขมวดคิ้วนิ่วหน้าอย่างไม่พอใจ

            เมื่อก่อนฉันคิดมาตลอดว่าไม่สนใจไม่แคร์อะไรทั้งนั้นถ้าทรงโปรดจะมีผู้หญิงคนอื่น ขอแค่ฉันยังได้อยู่ที่นี่ต่อไป ยังมีแฟนอุปโลกน์ชื่อว่าคุณพีทให้ดูโก้ๆ เข้าไว้ แต่ก็นั่นแหละ ตอนนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว ฉันต้องการแค่คนคนนี้คนเดียวเท่านั้น ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ไม่อยากเสียเขาไป

            “จะมีได้ไง เอ๊ะ แต่อาจจะมีก็ได้นะ”

            “พูดงี้หมายความว่าไง” ฉันถามเสียงเข้ม ทรงโปรดเอาแต่หัวเราะไม่ได้กลัวเลยสักนิด ประหลาดคน

            ความจริงเขาต้องหงุดหงิด โมโหกลับไม่ใช่เหรอ แต่กลับยังอารมณ์ดี ไม่อารมณ์เสียใส่เลยแม้แต่น้อย เพราะงี้ไงล่ะถึงได้บอกว่าเขาน่ะประหลาด

            “ฉันคิดว่าเธอคงทะเลาะกับตัวเองได้อ่ะ ใช่มั้ย

            “เดี๋ยวเถอะ” ผู้ชายคนนี้นี่ เดี๋ยวทำฉันโมโหจนขีดสุด แล้วก็ทำให้ฉันยิ้มกว้างได้ในนาทีต่อมา เป็นคนที่ฉันไม่เคยพบเจอมาก่อนเลย

            “เสร็จแล้ว มานั่งกินข้าวเถอะ เรื่องผู้หญิง ถ้าจะมี คงมีมานานแล้วล่ะ เราอยู่กันมาเป็นปีแล้วนะ เคยมีใครเข้ามาวุ่นวายกับเราบ้างมั้ย มากินข้าว” ทรงโปรดดึงฉันนั่งลงที่เก้าอี้ แล้วก็จูบที่หน้าผากอีกทีเบาๆ ด้วย

            “ฉันมีแค่เธอคนเดียวเท่านั้นแหละ ตัวเธอเถอะบอกเลย ถ้าคิดไม่ดีจะหนีออกจากบ้านเมื่อไหร่ อย่าหาว่าไม่เตือนนะเว้ย” แล้วทรงโปรดก็ลากเก้าอี้มานั่งใกล้ๆ กัน หัวใจของฉันพองโตด้วยความสุข แต่ไม่ยอมยิ้มให้เขาเห็นแล้วเก็บเอาไปล้อได้หรอก

            “ใครจะกล้าไปแหย่กวางน้อยล่ะครับ พ่อบ้านคนนี้ใจกล้าที่ไหน

            “เจ้าค่ะแต่ถ้ามีเมื่อไหร่ บอกเลย เรื่องจบไม่สวยแน่” ฉันไม่ได้ขู่นะ แต่พูดจริงทำจริง ทรงโปรดสะดุ้งหน่อยๆ แล้วยิ้มประจบ จูบแก้มฉันเหมือนแมวตัวน้อยช่างอ้อน จนเกิดเสียงจุ๊บเบาๆ ตามมา

            “ใครจะกล้าล่ะครับ มา มากินข้าวก่อน แล้วจะได้กินยา”

            “คิดจะมอมยาแก้ปวดให้ฉันง่วงแล้วจะได้ไม่แผลงฤทธิ์เหรอ อย่าคิดนะว่าไม่รู้ทัน” ฉันหรี่ตามองเขา เท่านั้นทรงโปรดก็หัวเราะลั่น เขายกมือกุมท้องแล้วหัวเราะจนไหล่โยน ไม่รู้ว่าชอบใจเรื่องอะไรนักหนา

            “เธอนี่มันนางร้ายตัวจริงเสียงจริงเลยนะมาหยา

 

            ฉันว่าอีตาทรงโปรดนี่คงไม่อยากให้ฉันท้องหรอก เพราะเขาดูยินดีปรีดามากกับการหยอกฉันเล่นตอนที่ฉันอารมณ์ขุ่นมัวสุดๆ แถมยังถามอีกว่าผ้าอนามัยยี่ห้อไหนที่ใช้แล้วดีที่สุดสำหรับฉันเอง มันน่าไหมล่ะ ผู้ชายคนนี้นี่มันร้าย

            “ไปไหน” ทรงโปรดถามเสียงงัวเงียเมื่อฉันลุกจากเตียงตอนเช้า เขาดึงฉันล้มลงกับเตียงอีกครั้ง

            “โอ๊ย” ฉันคราง ก่อนจะดึงแก้มเขาแรงๆ

            “จะอาบน้ำ”

            “ทำไมชอบตื่นเช้านักล่ะ ไม่อยากจมอยู่บนเตียงนานๆ เหมือนกันเหรอ”

            “หึ!” ฉันครางในคอ จมอยู่บนเตียงเหรอ เขาชอบจมอยู่ในร่างกายของฉันมากกว่า

            โอ๊ย แล้วทำไมฉันต้องคิดถึงเรื่องพวกนี้ด้วยเนี่ย

            “ฉันจะอาบน้ำแล้ว นี่ก็สายมากแล้วนะ ฉันหิวด้วยล่ะ” ฉันอ้อน พยายามจะยันตัวขึ้นมา แต่วงแขนหนาหนักของเขาก็กอดเอาไว้จนฉันลุกไม่ขึ้น แขนของเขาเนี่ย มันเป็นดัมเบลหรือไง ทำไมถึงได้หนักขนาดนี้ก็ไม่รู้

            “อาบด้วยกันได้มั้ย”

            “จะอาบจริงเหรอ ลืมไปแล้วเหรอคะว่าฉันมีคุณเดือนอยู่นะคะ” ฉันบอก ทรงโปรดเลยหัวเราะแก้เก้อ

            “มันควรจะหมดแล้วป่ะ นี่ไม่ได้กอดมากี่คืนแล้ว งอนแล้วนะ”

            “ตามสบาย ถ้าจะงอนก็เอาเลย ไม่ทะเลาะด้วยหรอก” ฉันขำ ทรงโปรดเลยยอมปล่อยตัวฉันในที่สุด

            “ขอบคุณเจ้าค่ะ” ฉันจูบแก้มของทรงโปรดเป็นการเอาใจ แล้วก็ลุกจากเตียงตรงเข้าห้องน้ำเงียบๆ

            พอรู้ว่าประจำเดือนหมดแล้วฉันเลยใช้นิสัยเดิมๆ อีกครั้ง นั่นคือการใช้ผ้าขนหนูผืนเดียวพันรอบตัวหลังเช็ดตัวหมาดๆ ออกมาจากห้องน้ำ ออกมาก็หยิบชั้นในมาสวมแล้วแต่งหน้าที่โต๊ะเครื่องแป้งเหมือนทุกที

            ทรงโปรดก็เหมือนเดิมแหละ เขามักจะตื่นขึ้นมาแบบนี้ตลอด เขาพลิกตัวนอนคว่ำบนเตียงแล้วส่งสายตามองมา

            “คุณเดือนไปแล้วสินะ แหม ดีจัง

            “เดี๋ยวเหอะ โปรด วันนี้อยากกินอะไรอร่อยๆ เราออกไปกินอะไรข้างนอกดีมั้ย ฉันอยากไปเที่ยวข้างนอกบ้าง” ฉันหันไปอ้อน ทรงโปรดทำท่าคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วก็ยอมพยักหน้าในที่สุด

            “ก็ได้ งั้นรอก่อน ขออาบน้ำแป๊บ เนี่ย เมื่อกี้ถ้าอาบด้วยกันก็เสร็จไปแล้ว ไม่ต้องเสียเวลาแบบนี้หรอก” เขาบ่นงึมงำจนฉันอดย่นจมูกตามหลังไม่ได้

         พอทรงโปรดเข้าห้องน้ำไป ฉันก็แต่งหน้าของตัวเองไปเงียบๆ เพิ่งจะลงรองพื้นเสร็จ อีตาทรงโปรดก็ออกมาจากห้องน้ำแล้ว นี่เขาวิ่งผ่านน้ำรึไงกัน แถมยังแต่งตัวเร็วอีกต่างหาก แป๊บเดียวก็สวมกางเกงยีนเสร็จ แล้วก็มากอดวอแวจากทางข้างหลังอีก

            “ใส่ต่างหูอันนี้สิ สวยดี ซื้อมาให้ตั้งนาน ไม่เห็นเธอจะเคยใส่มันเลย” ทรงโปรดหยิบเอาต่างหูคู่หนึ่งขึ้นมาให้ฉันดู ฉันจำไม่ได้เลยแฮะว่าเขาซื้อมาให้ตอนไหน

            “เคยใส่หลายทีแล้วนะ” ฉันบอกเขา เขาคงไม่ได้สังเกตเลยว่าแบบนี้ ผู้หญิงมีเครื่องประดับเยอะอยู่แล้ว ที่สำคัญก็ต้องเปลี่ยนบ่อยๆ ให้เข้ากับชุดที่สวมด้วย

            “ใส่คู่นี้แล้วไม่รู้จะใส่ชุดไหนอ่ะ” ฉันบอก พลางรับต่างหูมาจากมือของเขา

            “เดี๋ยวเลือกชุดให้ แต่ใส่ให้ดูหน่อยน่า ซื้อมาตั้งแพง ไม่เคยเห็นใส่มันให้เห็นเลย”

            “นายไม่สนใจเองมากกว่ามั้ย” ฉันว่า เพราะฉันใส่มันตั้งหลายครั้งแล้ว แต่เขานั่นแหละที่ไม่สังเกตเอง

            “อย่าเพิ่งทะเลาะกันเลย ใส่เถอะน่า เดี๋ยวเลือกเสื้อผ้าให้” ทรงโปรดบอกแล้วจูบที่บ่าของฉันเบาๆ จนทำให้รู้สึกจั๊กจี้ไปหมด

         “ก็ได้” บอกจบฉันก็แกะแป้นต่างหูออกแล้วสวมมันให้เขาดู

            “ต้องน่ารักงี้สิ” ทรงโปรดให้รางวัลฉันด้วยการจูบแก้มแรงๆ แล้วฉันก็ต้องหัวเราะเมื่อเขาเบ้หน้า

            แหงล่ะ รองพื้นยังไม่แห้งดีเลย เขาหงุดหงิด ก่อนจะเลื่อนมาจูบริมฝีปากของฉันแรงๆ แทน

            “ไม่แต่งหน้าได้มั้ย ไม่ชอบอ่ะ มันไม่เห็นเส้นเลือดบนหน้าเธอ”

            “โหย น่ากลัว ไม่หลอนเหรอนั่น” ฉันว่าอย่างเขินๆ แต่ทรงโปรดไม่เขินด้วย

            “ไม่ใช่จะเห็นเป็นเส้นเลือดดำเส้นเลือดแดงนี่นา เห็นแค่เส้นเลือดจางๆ กับแก้มแดงๆ น่ารักออก นี่อะไรไม่รู้ จูบก็ขมปากอ่ะ ไม่ชอบเลย”

            “ก็มันลงรองพื้นไปแล้ว นี่บางที่สุดเลยนะ แทบไม่ปกปิดอะไรด้วย” ฉันแย้ง แต่คนดื้อก็คือคนดื้ออยู่วันยังค่ำ

            “จ้ะ จะไปหาชุดมา รีบทาแป้งเติมลิป เขียนคิ้วซะ จะได้ไปข้างนอกกัน”

            “รีบอะไรขนาดนั้นคะ” ฉันเย้า ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงได้รู้ขั้นตอนการแต่งหน้าละเอียดยิบแบบนี้

            แต่ก็นั่นแหละ เขาดูฉันแต่งหน้ามาแล้วหลายต่อหลายครั้งนี่นา

            ทรงโปรดเดินกลับมาหาฉันช่วยชุดสวยชุดหนึ่ง เขาเลือกชุดได้น่ารักเสมอ อ้อ แล้วก็เป็นคนซื้อมาให้ด้วย

            วันนี้เขาเลือกเดรสสีอ่อนสดใสลายดอกไม้เล็กๆ เป็นแบบคอปกและต้องติดกระดุมทางด้านหลัง การใส่ก็ต้องสอดเท้าเข้าไปทางหัวแล้วดึงขึ้นมา ฉันเห็นแล้วก็พยักหน้าให้

            “ขอทาแป้งอีกนิดนะ จะเสร็จแล้ว วางไว้ก่อนก็ได้” ฉันบอกเขาแล้วก็หยิบพัฟขึ้นมาแตะกับแป้ง ซึ่งก็ทรงโปรดอีกนั่นแหละที่เป็นคนซื้อให้

            เอ๊ะ แล้วฉันเอาเงินไปทำอะไรหมด ในเมื่อข้าวของทุกอย่างทรงโปรดเป็นคนซื้อให้แบบนี้น่ะ

            “มันจะเสียเวลามั้ย”

            “แป๊บเดียว นี่ก็จะเสร็จแล้วไง” ทำไมถึงได้เร่งจังนะ นี่อุตส่าห์ตื่นก่อนแล้วไง เขานี่ไม่เข้าใจผู้หญิงเอาซะเลย

            “สอดขาลงมา” ทรงโปรดคุกเข่าลงต่อหน้าฉัน แล้วก็จัดเสื้อให้ด้วย

            ฉันมองหน้าเขาอย่างเหม่อๆ จะทำขนาดนี้เลยเหรอ ก็รู้นะว่าเขาเป็นคนยังไง ใส่ใจฉันมากแค่ไหน แต่นี่มันจะเกินไปหรือเปล่าเนี่ย

            ฉันมองเขานิ่งๆ ไม่กล้าพูดอะไร ทรงโปรดก็ครางเสียงจิ๊จ๊ะในคอ สุดท้ายฉันก็เลยต้องสอดเท้าเข้าไปในชุดเดรสจนได้

            มือของฉันเริ่มสั่น ร่างกายก็สั่นไปด้วยไม่รู้ว่าทำไม ชุดเดรสตัวสวยค่อยเลื่อนจากปลายเท้าขึ้นมาถึงเอว แต่มันกลับไม่สูงขึ้นไปมากกว่านั้น ฝ่ามือร้อนๆ ของทรงโปรดเริ่มลูบไปกับสะโพกและเอวคอดของฉัน ไม่มีทีท่าว่าจะดึงเดรสขึ้นมาสักที

            “โปรด” ฉันพูดเสียงเบา และมันสั่นอย่างห้ามไม่อยู่ เพราะชุดสวยเริ่มยับเพราะว่าทรงโปรดขยำมันอย่างรุนแรง

            ฝ่ามือร้อนๆ ลูบมาถึงหน้าท้องของฉัน จากนั้นก็แนบเรียวปากลงมา ทำให้ฉันต้องกลั้นหายใจ หน้าท้องหดเข้าอย่างรุนแรงเพราะความหวามหวั่นสาดซัดเข้ามาในพริบตาเดียว

            “โปรด ไหนบอกให้รีบแต่งตัวไง” ฉันถามเขาเสียงสั่น รู้สึกเหมือนว่าขาจะรับน้ำหนักไม่ไหวกะทันหันซะอย่างนั้น

            “อ้าว เหรอ” ทรงโปรดคราง และทำให้ฉันไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเขาถึงได้เปลี่ยนใจได้ง่ายดายแบบนี้กันเหรอ

            “ก็ลุกสิ ฉันจะได้แต่งตัว”

            ตอนนี้พัฟในมือร่วงไปอยู่ที่พื้น เช่นเดียวกับเดรสที่ไต่มาไม่ถึงบนตัวของฉัน ทรงโปรดจูบหน้าท้องของฉัน เม้มริมฝีปากไปตามผิวบางๆ นั่น และระเรื่อยไปตามขอบอันเดอร์แวร์ตัวน้อย

            “โปรด” ฉันครางเสียงแหบพร่ามากกว่าเดิม เขาจูบของเขาเริ่มร้อนขึ้น แรงขึ้นมากทุกที

           

            ทรงโปรดครางในคอออกมาคำหนึ่งแต่ฉันไม่เข้าใจว่าเขาพูดอะไร รู้เพียงแต่ว่าตอนนี้อันเดอร์แวร์ตัวจิ๋วนั่นถูกปลายนิ้วเกี่ยวแล้วรูดลงไปที่ปลายเท้า

            “โปรด” ฉันต้องกัดปากล่างเอาไว้แน่น เมื่อความหวามไหวแล่นวาบไปถึงสันหลัง ทำฉันสั่นสะท้านไปทั้งตัว

            ฉันสั่นไปทั้งตัวจนแทบจะทรงตัวไม่อยู่ ร่างเซเหมือนจะล้มจนต้องคว้าขอบโต๊ะเครื่องแป้งเอาไว้เพื่อพยุงตัว แต่มือก็กวาดเอาเครื่องสำอางบนโต๊ะร่วงไปหลายชิ้นเหมือนกัน

            ทรงโปรดลุกขึ้นยืน เขาช้อนตัวฉันนั่งลงบนโต๊ะเครื่องแป้ง ก่อนจะจูบฉันเหมือนเคยได้จูบกันมาก่อน

            “ไหนว่าจะ จะ ไปกินข้าวกันไง” ฉันถามเขาเสียงแหบพร่า เมื่อตอนที่ทรงโปรดปลดตะขอบราเซียออกได้อย่างง่ายดาย

            “ใช่ ฉันหิว” เขากระซิบบอก ทำเอาร่างชาวาบไปถึงสมองเหมือนกลืนน้ำตาลหลายกำมือลงคอ

            “แต่หิวเธอมากกว่า ไม่ได้กินของหวานมาตั้งหลายวัน ขอกินก่อนแล้วกันนะ

            ทรงโปรดจบคำพูดอีกครั้งด้วยการจูบที่แสนเร่าร้อนอ่อนหวานที่ชาไปถึงสมอง ฉันทำอะไรไม่ได้เลยนอกจากจูบตอบและกอดเขาแนบแน่นมากกว่าเดิม

            “โปรด” ฉันไม่สามารถทำอะไรได้เลยนอกจากครางเป็นชื่อของเขาอย่างยากลำบาก ร่างไหวโยกรุนแรง และทำเอาเครื่องสำอางหล่นลงไปที่พื้นหลายต่อหลายชิ้น แต่เขาไม่คิดสนใจมันเลยสักนิด

            “แป๊บเดียวเท่านั้นน่า แป๊บเดียว

 

            ไอ้คำว่าแป๊บเดียวของทรงโปรดนี่มันคงไม่เท่ากับแป๊บเดียวของฉัน เพราะตอนนี้จะบ่ายสี่โมงแล้ว แต่ฉันยังลุกจากเตียงไม่ไหวเลย ท้องก็ร้องตลอดด้วย

            ที่สำคัญ ชุดสวยของฉันนั่นตอนนี้มันฉีกยับไปหมด เพราะมันร่วงไปที่พื้น แล้วถูกทรงโปรดเหยียบเอาอยู่นานสองนาน ฮือ ไอ้คนหื่น!

            “ก็ขอโทษแล้วไง ไปกิน ไปกินข้าว”

            “เย็นป่านนี้แล้วจะให้ไปกินอะไร” ฉันถามอย่างโมโห แต่ทรงโปรดกลับหัวเราะร่วนอย่างน่าตี

            “แหม เมืองไทยมีของให้กินตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงแหละค่ะ” ทรงโปรดดึงกางเกงยีนสวม ไอ้ตัวที่สวมเมื่อหลายชั่วโมงก่อนนั่นแหละ แล้วไง ได้ออกไปไหนกันล่ะ ชุดสวยของฉันด้วย เขานี่มัน

            “แล้วชุดฉันล่ะ ดูชุดนั้นสิมันขาดไปหมดเลย” เขาเหยียบมันยังไงให้ขาดได้แบบนั้น น่ากลัวจัง

            ถ้าเขาไม่พอใจ เขาจะเหยียบฉันจนแบนแบบชุดตัวนั้นรึเปล่าเนี่ย

            “เดี๋ยวซื้อให้ใหม่ เอาสักสิบชุดเลยก็ได้ ทรงโปรดทำใจป๋า ใช่สิ ก่อนหน้านี้เขาทำใจดำกับฉันเอาไว้นี่

            “ลุกขึ้นมาเปลี่ยนเสื้อผ้าเร็วเข้าสิ อาบน้ำให้แล้วนะเนี่ย”

            แหม กล้าพูดนะว่าช่วยอาบน้ำให้แล้ว แล้วมันเพราะใครกันล่ะที่ทำให้ฉันล้มพับจนแทบลุกไม่ขึ้นแบบนี้เนี่ย ไอ้คนหื่น!

         “หยา” ทรงโปรดเริ่มทำเสียงแข็ง ฉันก็ได้แต่ฮึดฮัดอย่างขัดใจ ผู้ชายคนนี้นี่มัน

            “เร็วเข้า ท้องร้องอยู่ไม่ใช่เหรอ” เขาทำท่าเหมือนจะขำ ยิ่งทำให้ฉันหงุดหงิดเข้าไปใหญ่

            “ฉันเกลียดนายอ่ะ” จริงๆ นะ ตอนนี้ฉันเริ่มเกลียดเขามากขึ้นแล้วจริงๆ

         “อืม งั้นก็อยู่บนเตียงกันแบบนี้แหละ ไม่ต้องไปไหนหรอก” ทรงโปรดทำท่าจะกลับมาหาบนเตียง ฉันก็รีบยันตัวเองให้ลุกขึ้นทันที แต่ก็ช้าไป

            ทรงโปรดกดฉันลงนอนบนเตียงตามเดิม ตามด้วยจูบร้อนๆ ที่ทำให้หัวหมุนปั่นป่วนไปหมด กว่าเขาจะถอนจูบออก ปากของฉันก็ระบมไปหมดแล้ว

            “ลงโทษที่บอกว่าเกลียดฉัน เดี๋ยวเถอะมาหยา อย่าหาว่าไม่เตือนนะ”

            “ขอโทษ ก็ฉันทั้งหิวทั้งเหนื่อยนี่นา” ฉันจะร้องไห้จริงๆ แถมยังเวียนหัวมากด้วย

            ทรงโปรดเลยถอนหายใจแล้วก็ดึงฉันขึ้นมาจากเตียง สายตาที่มองมาดูเหมือนจะขำและหงุดหงิดไปด้วย

            “เอาเถอะ งั้นไปหาอร่อยๆ กินกันนะ แล้วชุดอ่ะ จะซื้อให้ใหม่ ตกลงมั้ย” เขาก้มหน้าจูบฉันเบาๆ ทีหนึ่ง ช่วยประคองกอดไม่ให้ล้มลงไปที่เตียงอีกรอบ

            “ป่ะ ไปกันเถอะ เตรียมชุดเอาไว้ให้แล้วด้วย”

            ทรงโปรดน่ากลัวจัง เดี๋ยวนี้เขาเริ่มหาเสื้อผ้าแม้แต่เครื่องประดับก็ยังหาเอาไว้ให้ บอกตามตรงเลยว่ากลัวเขาจะชอบเสื้อผ้าของใช้ผู้หญิงมากกว่าฉันที่เป็นผู้หญิงแล้วจริงๆ นะ

            “ไม่งอนนะ เอาไว้ค่อยบ่นตอนกินข้าว แต่ตอนนี้ไปข้างนอกกันก่อน ไม่ได้กินอะไรเดี๋ยวได้เป็นไข้ โรคกระเพาะถามหาแน่” ทรงโปรดเริ่มบ่น ฉันก็เลยไม่ว่าอะไร ก็จริงอย่างที่เขาว่านั่นแหละ ตอนนี้ฉันหิวมาก แล้วจะมาแกล้งเล่นตัวทำเป็นงอนไม่ยอมไปไหน เดี๋ยวก็ได้ถูกจับกดลงกับเตียงอีกรอบแน่

            “เวลางอนนี่น่ารักดีนะ แต่อย่าเพิ่งงอนตอนนี้เลย ไม่สบายขึ้นมา ทรงโปรดคนนี้นี่แหละที่ใจจะขาด” ทรงโปรดพูดว้านหวาน เล่นเอาหัวใจฉันอ่อนยวบเยียบทำอะไรแทบไม่ถูก

            “ก็ได้ แต่บอกก่อนนะว่าฉันงอน แล้วนายต้องซื้อชุดคืนให้สองชุดด้วย”

            “ให้ห้าชุดเลย” เขาชูนิ้วขึ้นมาทั้งห้านิ้ว ฉันเลยหัวเราะ

            “ก็ได้

            ในเมื่อเขามางอนง้อเอาใจขนาดนี้แล้ว ถ้าฉันยังดื้อทำตัวไม่น่ารัก วันหนึ่งถ้าเขาจะระอาใจแล้วทิ้งไปก็ไม่ใช่ความผิดของเขาเลย มันจะเป็นความผิดของฉันนี่แหละ ที่ทำตัวงี่เง่าเอาแต่ใจ เรื่องไหนพอจะยอมได้ฉันก็จะพยายาม

            ถ้าเอาเรื่องน่าหงุดหงิดของทรงโปรดมาเทียบกับความน่ารักของเขาแล้ว มันเทียบไม่ติดเลยสักนิด เพราะทรงโปรดก็ทรงโปรดสมชื่อ เขาดีต่อฉันมากจริงๆ

            แล้วถ้าวันหนึ่งเขาเบื่อฉันขึ้นมาแล้วไปดีกับผู้หญิงคนอื่น ใครกันล่ะที่จะเสียใจ

            “ฉันหิวจริงๆ นะ แล้วก็ลืมไปแล้วด้วยว่าอยากกินอะไร”

            กลายมาเป็นอาหารให้คนอื่นกินนี่ มันก็

            “เดี๋ยวลองเดินดูก่อนก็ได้ อยากจะกินสักสิบร้านเลยก็ไม่ว่ากัน” ทรงโปรดหัวเราะ ไม่รู้ว่าขำอะไรนักหนา

            บางทีก็อดคิดไม่ได้ว่าเขาแกล้งทำเป็นหัวเราะใจดีให้เพราะอยากเอาใจฉัน อย่าว่าอย่างนั้นอย่างนี้เลย จะไม่ให้คิดได้ยังไง ก็ไม่ว่าฉันจะพูดอะไรเขาก็หัวเราะเห็นเป็นเรื่องขันซะหมด

            “ไปกัน เดี๋ยวคุณแม่สุดที่รักจะบ่นอีก ว่าฉันเลี้ยงเธอไม่ดี นี่ยังสงสัยอยู่เลยว่าระหว่างฉันกับเธอ ใครกันแน่ที่เป็นลูกที่แท้จริงของบ้านน่ะ”

            คราวนี้ฉันเป็นฝ่ายหัวเราะขึ้นมาบ้าง ก่อนจะหยิบเอาเดรสมาสวมด้วยตัวเอง กลัวว่าประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยอีก คนอะไรก็ไม่รู้ บอกว่าจะแต่งตัวให้แล้วพาไปกินข้าว ที่ไหนได้ล่ะ กลายเป็นฉันซะเองที่ถูกแทะกินแทบจะไม่เหลือกระดูก

            “ทำไมหน้าแดง” ทรงโปรดยิ้มล้อเลียน ตอนที่ฉันดึงเดรสให้เข้าที่

            “ไม่ต้องมาถามเลย” คนอะไร ชอบแกล้งให้แฟนตัวเองเขินก็ได้ด้วย

            “มา เดี๋ยวรูดซิปให้” ทรงโปรดขยับมาด้านหลัง พลางแตะนิ้วลงกับซิปด้านหลังให้

            เขานี่ยังไง เลือกชุดแบบเดียวกับที่มันขาดแล้วกลายเป็นผ้าขี้ริ้วบนพื้นก่อนหน้านี้เลย นี่เขาคิดอะไรอยู่รึเปล่าเนี่ย ฉันกลัวแต่ก็ไม่กล้าถาม มองเขาอย่างระแวงจนกระทั่งทรงโปรดช่วยรูดซิปให้จนเรียบร้อยดี แล้วก็ยังแนบริมฝีปากอุ่นๆ ลงกับแผ่นหลังของฉันอีกด้วย

            ฮือแบบนี้มันทั้งน่าอายและทั้งน่าละลายไปพร้อมกันเลย

            “แต่งตัวน่ารักๆ แบบนี้แล้วน่ารักจัง ดีกว่าชุดแรดๆ พวกนั้นเยอะเลย”

            “โปรด!” โอ๊ย หมดกัน อุตส่าห์ซึ้งอยู่ดีๆ แท้ๆ พังหมดเพราะคำพูดเดียวของเขาเลย

            อีตาทรงโปรดว่าฉันแรด เอ๊ย ว่าเสื้อผ้าฉันแรด แต่เอ๊ะ มันก็เหมือนกันไม่ใช่เหรอ คนใจร้าย!

            “ก็จริงนี่ ใส่ได้ไง ทั้งสั้นทั้งรัด”

            “เมื่อก่อนไม่เห็นว่าอะไร” ฉันก้มลงเก็บตลับแป้งของตัวเอง แล้วก็ร้องกรี๊ด

            “กรี๊ด ชาแนล แตกหมดเลย กรี๊ด แล้วนี่ก็ลอร่า โปรด” ฉันจะเป็นลม เพราะเครื่องสำอางที่มันร่วงก่อนหน้านี้ มันหล่นแล้วตกแตกไปหมด ยิ่งแป้งพัฟนะ ไม่เหลือชิ้นดีเลย

            “ตกใจหมดนึกว่าอะไร” ทรงโปรดดึงแขนฉันขึ้นมา แล้วก็หัวเราะ ฉันเลยฟาดเขาไปทีหนึ่งด้วยความโกรธ

            “ยังหัวเราะอีก เครื่องสำอางฉัน หมดกัน มันแพงนะ” อีกอย่างฉันใช้มาอย่างถนอมด้วย

            “อุตส่าห์ใช้ทีละนิด ไม่เคยทำมันเป็นรอย แล้วนี่” แค่คิดน้ำตามันก็ไหลออกมาแล้ว ฮึก

            “เอาน่าเดี๋ยวซื้ออันใหม่ให้ ไม่เอาอย่าร้องไห้ ใช้แป้งฝุ่นนี่ทาหน้าไปก่อนนะ ทาลิปนิดหน่อย สวยแล้ว ไม่แรดด้วย”

            “ทรงโปรด!

            ฉันทั้งขำทั้งฉุน นี่เขายังว่าฉันเป็นแรดไม่หยุดเลยนะ นี่ตกลงว่าเขารักฉันจริงไหมเนี่ย

            “เมื่อก่อนดูงั้นจริงนี่ ไอ้เราก็ไม่กล้าพูดมากเท่าไหร่เพราะยังไม่ได้เป็นอะไรกัน ตอนนี้เธอเป็นเมีย เอ่อ เป็นคู่หมั้นฉันแล้วป่ะ ก็ต้องดูแลหน่อยสิ” ฉันเขม้นมองเขาอย่างงอนๆ เมื่อเขาพูดว่าฉันเป็นเมีย ถึงจะเป็นจริงก็เถอะ แต่มันก็

            “ไปกิน เดี๋ยวซื้อคืนให้ ทั้งเสื้อทั้งเครื่องสำอางเลย อยากได้รองเท้าก็จะแถมให้ด้วย”

            “ใจดีผิดปกติป่ะ นี่คิดอะไรรึเปล่า” ฉันมองเขาอย่างหลอนๆ เวลามาทำดีด้วยแบบนี้ อื้อหือ น่ากลัวมากอ่ะ

            “โอ๊ย ได้ทุกอย่างมาแล้วจะบอกว่าคิดอะไรอีกเหรอ ไฝฝีขี้แมงวันอยู่ตรงไหนบ้างฉันก็รู้หมดแหละ อย่ามาทำเขินทำงอนอยู่เลย”

            เกลียดเขาจัง

 

            หลังจากที่เสียเวลาอยู่หลายชั่วโมง ในที่สุดฉันก็ได้มากินข้าวที่ร้านอาหารไทยร้านโปรดจนได้ ฉันชอบอาหารไทยแบบดั้งเดิมจริงๆ แล้วทรงโปรดก็ชอบด้วย เมื่อก่อนตอนที่ไปกินข้าวด้วยกัน ฉันก็ไม่เคยได้ถามอะไรจริงจัง มาตอนนี้เลยได้รู้ว่าเราสองคนมีอะไรคล้ายกันหลายอย่างมาก แบบที่คิดไม่ถึงเลยจริงๆ

            “อิ่มจัง

            “งั้นไม่กินไอศกรีมแล้วใช่มั้ย เห็นว่ามีลอดช่องด้วยนะ” ทรงโปรดถามฉันอย่างขำๆ แต่ฉันรีบพูดออกไปทันที

            “ขอลอดช่องนะ

            “ไม่กลัวอ้วนเลยเหรอ”

            “ก็กลัวอ่ะนะ แต่เอาไว้ก่อน ก็ลอดช่องร้านนี้อร่อยนี่นา” ฉันพูดกับเขาอย่างอ้อนๆ ทรงโปรดเลยยิ้มให้ แล้วเรียกพนักงานเพื่อสั่งลอดช่องให้กับฉัน

            ทรงโปรดนี่ก็เหลือเกิน ตามใจกันทุกอย่างแบบนี้ก็แย่น่ะสิ ถ้าน้ำหนักเพิ่มขึ้น เขาก็หงุดหงิดอีก

            “อร่อยมั้ย” ทรงโปรดละสายตาจากโทรศัพท์แล้วถามฉันพร้อมกับยิ้มให้ด้วย

            ฮึกทำไมวันนี้ยิ้มของทรงโปรดหวานยิ่งกว่าลอดช่องที่กำลังกินอยู่ล่ะเนี่ย

            “อื้ม สักคำมั้ย” ฉันตักลอดช่องขึ้นมาแล้วทำท่าจะป้อนให้ ทรงโปรดนั่งกับฉันที่เบาะนั่งด้านเดียวกัน ไม่รู้จะตัวติดกันอะไรขนาดนั้น แต่ก็คร้านจะเถียงด้วยแล้วเลยไม่ว่าอะไร

            “ก็ได้” ทรงโปรดตอบ แล้วก็อ้าปากรับลอดช่องอย่างว่าง่าย

            และเพราะว่าเขาโดดเด่นสะดุดตาใครต่อใคร ฉันก็เลยถูกมองไปด้วย มันก็เขินนะ แต่ก็ภูมิใจมากกว่าที่ทรงโปรดน่ารักและแสนดีกับฉันมากจนหัวใจพองฟูคับอก

            “หวานมากเลย กินเข้าไปได้ไงเนี่ย” ทรงโปรดทำหน้าพิกล ฉันเลยหัวเราะ

            “หวานที่ไหน กลมกล่อมออก อร่อยจะตาย” ฉันพึมพำแล้วก็ตักลอดช่องเข้าปากตัวเองบ้าง

            แต่กินได้ไม่กี่คำฉันก็เริ่มอิ่ม ก็เลยตักให้ทรงโปรดอีกครั้ง

            “ช่วยกินหน่อย กินไม่ไหวแล้วล่ะ อิ่ม

            “ทุกทีเลย” ทรงโปรดโคลงศีรษะ แต่ก็ยอมอ้าปากกินลอดช่องต่อ แล้วไหนว่าหวานยังไงล่ะยะ

            และดูเหมือนว่าทรงโปรดจะอ่านสายตาของฉันออก เขาเลยอธิบาย

            “ก็เห็นว่ามันเหลืออยู่ แล้วกลัวเธอจะกินต่อด้วย เนี่ย เพราะเป็นห่วงว่าเธอจะอ้วนขึ้น ฉันเลยเสียสละกินเองเลยเนี่ย”

            “ค่ะ” ฉันประชดเสียงหวาน ทรงโปรดเลยเรียกให้พนักงานคิดเงินเพื่อที่เราจะได้เดินเล่นกันต่อ ก่อนจะกลับบ้าน

            ทรงโปรดก็ยังรักษาสัญญาที่ให้ไว้เป็นอย่างดี เขาพาฉันไปซื้อเสื้อผ้าชุดใหม่ที่เขาเหยียบจนขาดไป แต่ที่จริงควรจะเรียกว่าเขาเป็นคนเลือกซื้อเองจะดีกว่า

            ฉันก็ไม่อยากถูกด่าว่าแรดอีก ก็เลยยอมเป็นหุ่นให้เขาเลือกเสื้อผ้าตัวนั้นตัวนี้มาลองทาบ แล้วก็ได้เดรสน่ารักๆ มาหลายตัว ไม่เหลือคราบมาหยาคนเก่าเลยสักนิดเดียว

            แล้วก็ได้เครื่องสำอางมาอีกหลายชิ้นด้วย

            ตอนแรกก็มีความสุขหรอก แต่พอเห็นเขาเอาบัตรรูดแล้วมันก็เริ่มหงอยๆ รู้สึกไม่สบายใจยังไงชอบกล

            “ไม่ชอบเหรอ อยากได้อย่างอื่นรึเปล่า” หลังจ่ายเงินเสร็จแล้ว ทรงโปรดหันมามองฉันแล้วถามอย่างเป็นห่วง

            “เปล่า มันแพงไปมั้ย นายจ่ายไปตั้งเยอะแน่ะ” ฉันถามอย่างไม่สบายใจ ทรงโปรดนิ่งไปก่อนจะหัวเราะ

            “แล้วไงอ่ะ เงินฉัน ฉันหาเงินเองได้ไม่ได้ไปรบกวนเงินใครนี่”

            “แต่ฉันไม่เคยทำอะไรให้นายเลยนะ นายให้มาเยอะขนาดนี้ ฉันเกรงใจ” ถึงจะเป็นคู่หมั้นกันแล้ว แต่ยังไงเราก็เป็นคนละคนกันอยู่ดี ฉันไม่สบายใจ กลัวว่าวันหนึ่งเขาจะเปลี่ยนไป และฉันเองก็จะเปลี่ยนไปด้วย

            กลัวว่าทุกอย่างมันจะไม่เหมือนตอนนี้

            “เธอไม่เคยทำอะไรให้ฉันเหรอ คิดดูดีๆ เธอทำอะไรให้ฉันตั้งหลายอย่างนะ” ทรงโปรดถือถุงข้าวของพวกนั้น แล้วฉันฉันเดินออกมาจากเคาน์เตอร์เครื่องสำอางที่พนักงานยิ้มหน้าบานกันทุกคน ก็แน่ล่ะ ทรงโปรดจ่ายให้ไปตั้งเท่าไหร่

            “เธอเก็บกวาดห้องให้ ไม่ต้องจ้างแม่บ้านเดือนละเฉียดหมื่น ช่วยซักเสื้อผ้ารีดเสื้อผ้าให้ ไม่ต้องส่งร้านซักรีด คิดดูว่าเป็นเงินเท่าไหร่ล่ะ ไหนจะพวกแกงถุงอะไรอีก ถึงมันจะไม่ได้มีราคาอะไร แต่มันมีความหมายกับฉันมากนะ ฉันได้รับจากเธอ มากกว่าที่ให้เธอไม่รู้เท่าไหร่”

            ทรงโปรดบอกกับฉันเสียงทุ้มนุ่ม ระหว่างที่กอดคอฉันและพาเดินออกมาด้วยกัน

            “อีกอย่าง เป็นแฟนทรงโปรดก็ต้องสวยสิ ขืนโทรมเพิ้งเหมือนยัยแก่ที่ไหนก็อายเค้าตาย ต้องแต่งตัวสวยๆ และไม่แรดด้วย ถึงจะน่ารัก”

            “แหม ก็เกือบจะดีแล้วนะ ถ้าไม่มีคำว่าแรดน่ะ” ฉันถอนหายใจฮึดฮัด ทรงโปรดก็หัวเราะอย่างอารมณ์ดี ดูเหมือนว่าเก็บกดมาก อยากจะว่าฉันแบบนี้มานานแล้วอย่างนั้นแหละ

            “ไปซื้อของเข้าห้องหน่อยดีกว่า ในตู้เย็นมีอะไรหมดมั่ง จะได้ซื้อเข้าไปทีเดียวเลย”

            “ฉันเดินไม่ไหวแล้วอ่ะ” ฉันบอกเขาเสียงเบาหวิว ทั้งอายทั้งเขินที่ต้องบอกแบบนี้ ตอนนี้ขาเริ่มสั่นแล้วจริงๆ เพราะใครกันล่ะ ที่ทำฉันหมดแรงแบบนั้นน่ะ

            ทรงโปรดเลิกคิ้วแล้วหัวเราะ หัวเราะอีกละ ผู้ชายคนนี้ไปดมแก๊สหัวเราะมาหรือไง เอะอะขำเอะอะหัวเราะ น่าหมั่นไส้

            “ไม่ต้องห่วง ฉันจัดการได้

            และคำว่าจัดการของเขา นั่นคือการอุ้มฉันลงไปในรถเข็นขนาดใหญ่ ไม่อายสายตาของใครเลย ถึงใกล้เวลาห้างจะปิดแล้ว ไม่ค่อยมีคนเดินซื้อของแล้วก็เถอะ แต่ฉันก็อายเป็นเหมือนกันนะ

         แต่สุดท้ายก็เลยตามเลย ฉันนั่งในรถเข็น ปล่อยให้เขาเข็นไปมาแล้วหยิบขนมใส่ในรถเข็นโดยที่เขาไม่ทันได้สังเกต

            “อยากเป็นหมูตอนเหรอ ขนมเยอะไปมั้ย” แต่สุดท้ายทรงโปรดก็เห็นเข้าจนได้ เขาเขม้นมองดุๆ ส่วนฉันก็ได้แต่หัวเราะแห้งๆ

            “จะซื้อ จะกิน ห้ามเถียง ห้ามเก็บคืนด้วย โปรดจ๋า มาหยาอยากกิน อย่าเอาไปเก็บเลยนะคะ” ฉันอ้อนเขาเสียงหวาน เมื่อทรงโปรดทำท่าจะหยิบขนมไปวางในชั้นตามเดิม

            ทรงโปรดมองฉันอึดใจหนึ่ง ก่อนที่เขาจะยึดคางฉันไว้แล้วก้มหน้าจูบแรงๆ ทีหนึ่ง ฉันสิตกใจมาก กลัวว่าคนอื่นจะเห็นเข้า ถึงคนจะไม่เยอะก็เถอะ

            “โทษฐานพูดจาน่ารักเกินไป

            เขานั่นแหละที่น่ารักเกินไป ไม่รู้ตัวซะเลยนะ ทรงโปรด

            ตอนแรกทรงโปรดก็จะพาฉันกลับคอนโดไปนอนพักเลย แต่เพื่อนเขาบอกว่ามีปาร์ตี้กันเลยโทรมาชวนให้ไปสนุกด้วยกัน

            “ไปมั้ย?” เขาถาม ฉันเองก็ไม่รู้จะปฏิเสธยังไงด้วย

            “ไปก็ได้” ฉันตอบอย่างไม่ลังเล ก็แหมได้ของมาตั้งเยอะขนาดนี้แล้วจะใจดำไม่ให้เขาไปสนุกกับเพื่อนเลยมันก็ดูจะใจร้ายเกินไปสักหน่อยใช่ไหมล่ะ

         แต่เพราะว่าฉันทั้งเหนื่อยทั้งเพลียก็เลยมึนเบลอเหมือนดื่มเหล้าเข้าไปหลายแก้วจนไม่รู้ว่าใครเป็นใครบ้าง ทรงโปรดเลยโยนฉันเข้าห้องนอนของเพื่อนไป ส่วนเขาก็ยังคุยยังดื่มกับเพื่อนอยู่ ช่างเถอะ คงไม่มีอะไรเกิดขึ้นหรอก ฉันคิดแบบนั้นเมื่อเห็นผู้หญิงมองทรงโปรดตาเป็นมัน ถ้าเขาคิดจะนอกใจจริงๆ คงไม่ทิ้งเวลามาถึงตอนนี้หรอกล่ะมั้ง

            เพราะว่าเพลียมาทั้งวันแถมยังเพิ่งกินอิ่มมาหมาดๆ ด้วย ฉันเลยผล็อยหลับไปอย่างง่ายดาย

            แล้วก็ต้องสะดุ้งตื่นอย่างงัวเงีย เมื่อรู้สึกว่าเตียงนอนหลังใหญ่นี่มันไหวยวบลงเหมือนมีน้ำหนักจำนวนมากกดทับ แล้วก็ตามด้วยเสียงจูบเสียงถอดเสื้อผ้า

            อย่าว่าอย่างนั้นอย่างนี้เลยนะ ฉันชินกับเสียงพวกนี้มาตลอด ก็ทรงโปรด

         อ๊าย แล้วทำไมฉันต้องมาคิดเรื่องของทรงโปรดตอนนี้ด้วยเนี่ย

            ฉันส่ายหน้าพยายามไม่คิดเรื่องพวกนั้น ก่อนจะหันไปมองว่าใครมาทำอะไรบนเตียงที่กำลังนอนอยู่กันแน่

 

            “ไม่เอา อย่าทำฉันเลยนะ

            แง้เสียงผู้หญิงไม่เต็มใจด้วยอ่ะ แล้วทำไมฉันต้องมาเป็นพยานรู้เห็นเรื่องนี้ด้วยนี่ โอ๊ย

            “เธอก็รู้นี่ว่าฉันชอบเธอยอมฉันเถอะนะ”

            แง้เสียงผู้ชายโคตรเอาแต่ใจเลยอ่ะ สมแล้วที่เป็นเพื่อนทรงโปรด นิสัยเหมือนกันมาก

            “อย่านะ ฉันขอร้อง ฉันปวดหัว” ผู้หญิงเริ่มทำเสียงเหมือนร้องไห้ ฉันก็อยากจะร้องไห้เหมือนกันที่ต้องมาติดอยู่ในสถานการณ์แบบนี้เนี่ย

            “เดี๋ยวก็จะไปเจ็บที่อื่นแทน ไม่เอา ขอฉันจูบเธอหน่อยสิ” ผู้ชายคนนั้นมันร้าย พูดแบบนี้ผู้หญิงคนไหนได้ยินก็คงใจอ่อนกันหมดแหละ

            ฉันเองก็อยากจะร้องไห้ หรือว่าพวกเขาจะไม่ทันได้สังเกตว่าฉันนอนอยู่ด้วย ฉันเลยขยับตัวพลิกตัวแรงๆ จนเห็นหน้าผู้ชายคนนั้น

            เขามองมาพอดี แถมยังยิ้มให้ไม่สะทกสะท้านอะไรเลย ก่อนจะจูบผู้หญิงคนนั้นต่อหน้าต่อตาฉันอีกต่างหาก

            ผู้ชายพวกนี้เป็นบ้าอะไรกันไปหมดเนี่ย ต่อหน้าต่อตาคนอื่นเลยนะ

            “อย่า” เสียงร้องห้ามดังขึ้น ฉันก็อยากรู้เหมือนกันว่าผู้ชายบ้าคนนี้จะบ้าถึงขั้นไหน ถ้าฉันจะมองเขาปล้ำผู้หญิงอยู่อย่างนี้

            แต่ตาบ้านี่ดึงผ้าห่มคลุมเขากับผู้หญิงคนนั้นไว้ แล้วก็ปล้ำผู้หญิงต่อ โอ๊ย ผู้ชายคนนี้มัน

 

เรื่องนี้หมดโควตาอัพแล้วอ่ะค่ะ ทิ้งไว้ดื้อๆ แบบนี้แหละ หัวเราะ image   image  image

แล้วเดาไหมคะ ว่าไอ้ผู้ชายที่ปล้ำผู้หญิงให้มาหยาเห็นเนี่ย ใครกัน

ปล เพิ่งเห็นว่าหนุ่มๆ มีแต่ตัว K กันทั้งนั้นเลย ฮือออออ

บอกเลยว่าเรื่องถัดไปเนี่ย หนุ่มคนนี้หื่นหน้าตายมาก ยอมแล้วทูนหัว image

Kawee - Kluen - Kram - Anakin

 http://i.imgur.com/a4Zfwim.jpg

 

 


http://i.imgur.com/4WWtmfy.jpg
http://i.imgur.com/VbnY2Hs.jpg

Talk...

Song :: RIPELY(리플리) - fool to love (prod. by hasoi)

เค้าชอบเพลงนี้มากเลย อยากให้ฟังจังเลยค่ะ เพราะมากก

ชอบจริงๆ แบบว่า ถ้าอยู่ด้วยกันนะ ฉันจะเป็นเด็กตัวเล็กๆ ของเธอ

จะอยู่ด้วยกันตลอดเลย ไม่ไปไหนด้วย ฮือออ น่ารักมากเลยค่ะ

ปล พี่โปรดจะทำในสิ่งที่พี่เค้าทำไม่สำเร็จในตอนแรกแล้วค่ะ แอร๊ยยย  image   image 


ตอนนี้มู่ทำ E-Book เองแล้วค่ะ

ฝากติดตามด้วยนะคะ ตามลิงก์ข้างล่างเลยค่ะ

เล่ห์รักร้ายเจ้าชายมาเฟีย
มิรา
www.mebmarket.com

เล่ห์รักกลร้ายเจ้าชายอสูร
มิรา
www.mebmarket.com
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 72 ครั้ง

59 ความคิดเห็น

  1. #17898 jinny (@janiss) (จากตอนที่ 96)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2561 / 10:38
    อ๊ายยยยยยยยย
    #17898
    0
  2. #16124 mindsh94 (@mindwattanaporn) (จากตอนที่ 96)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2560 / 13:34
    อยากอ่านต่อ หาซื้อหรือรอหรือหาอ่านได้จาที่ไหนบ้างคะ สนึกมากเลย
    #16124
    0
  3. #15934 Jiew (จากตอนที่ 96)
    วันที่ 19 กันยายน 2560 / 21:24
    ฟินจุงงงงง
    #15934
    0
  4. #15574 ppanyee riin'z (@yeeninja1930) (จากตอนที่ 96)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2560 / 08:42
    ห้ะ...กวีเหรอ! ร้ายมาก 55555555555
    #15574
    0
  5. #15527 ไอจัง เองนะ (@babe-buzzbuzz) (จากตอนที่ 96)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2560 / 18:51
    ต่อไปเด็ดแน่ๆ5555ชอบหื่นๆ
    #15527
    0
  6. #15526 windazui2 (@windazui2) (จากตอนที่ 96)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2560 / 14:13
    คลื่นรึเปล่านิ เห็นมาแวบๆ 
    #15526
    0
  7. #15524 windazui2 (@windazui2) (จากตอนที่ 96)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2560 / 09:19
    คลื่นรึเปล่านิ เห็นมาแวบๆ 
    #15524
    0
  8. #15523 กรรดึก (@angel-dimond) (จากตอนที่ 96)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2560 / 02:19
    ใครฟระ แล้วโปรดไม่มาตามเรอะ
    #15523
    0
  9. #15522 Nuang Patcharaporn (@hanueng) (จากตอนที่ 96)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2560 / 00:52
    ครามมมมแน่เลย
    #15522
    0
  10. #15521 sayapechr (@sayapechr) (จากตอนที่ 96)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 23:09
    ไม่น่าจะใช่ครามกับคลื่น โอ๊ย ลงเลยค่าา
    #15521
    0
  11. #15520 Kkk (จากตอนที่ 96)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 21:53
    ใครรรรรรอะะะะ
    #15520
    0
  12. #15519 CTCB. (@w-i-r-a-k-a-n) (จากตอนที่ 96)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 21:18
    รอค่าาา ใครเอ่ยย
    #15519
    0
  13. #15518 Poppy Daowipa (@poppydaowipa) (จากตอนที่ 96)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 19:34
    เรื่องต่อไปต้องเด็ดดวงแน่นอนน อดใจไม่ไหวแล้นนนนนน รอออออ
    #15518
    0
  14. #15517 Am_Rat (@Am_Rat) (จากตอนที่ 96)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 18:20
    อยากอ่านเรื่องต่อไปแว้วว
    #15517
    0
  15. #15515 Teq_uila (@aeoline) (จากตอนที่ 96)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 16:30
    เรื่องต่อไปครามแน่นวลลลล
    #15515
    0
  16. #15514 Newwmoonn (จากตอนที่ 96)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 16:13
    ขอรูปเล่มด่วนเลยค่าาาา 5555
    #15514
    0
  17. #15513 Mikaririn (@Mikaririn) (จากตอนที่ 96)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 16:06
    หยาลูกแว๊บออกมาก่อนนน ใครมาฟีทเจอริ่งกันทั้งที่มาหยาอยู่ในห้องเนี่ยยย
    #15513
    0
  18. #15512 rabbitboo (@rabbitboo) (จากตอนที่ 96)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 15:58
    เรื่องต่อไปแซ่บบบบ จะอาวววๆ5555
    #15512
    0
  19. #15511 Sundy.p (@sundeeya) (จากตอนที่ 96)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 15:53
    อยากอ่านแหล่ววววว งือๆ
    #15511
    0
  20. วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 15:14
    เรื่องของใครต่อน๊าาาาาาาาาาาาาา
    #15510
    0
  21. #15509 Jiew (จากตอนที่ 96)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 15:11
    ดีงามพระรามแปด 😍😍😍
    #15509
    0
  22. #15508 Obeyxxxn (@nanmanchester) (จากตอนที่ 96)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 14:42
    เรื่องของใครน้อ น่าอ่านมาก
    #15508
    0
  23. #15507 Por Teesuda (@lpttk) (จากตอนที่ 96)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 14:39
    คลื่นรึป่าวนะ 555555 ไรมาอัพบ่อยๆหน่อยน้า อยากหายไปนานเลยได้โปรดดดTvT
    #15507
    0
  24. #15506 MULEE & MOEI ♚ (@mu_mu_jung) (จากตอนที่ 96)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 14:02
    #PleasesEyes💌 #ทรงโปรด👑 #มาหยา💄
    เอาพิโปรดกับมาหยามาอัพให้แล้วเหมือนกันค่ะ
    แต่ตอนนี้อัพได้เป็นตอนสุดท้ายแล้วค่ะ หมดโควตาแล้ว
    ลองมาทายกันดีกว่า ว่าหนุ่มคนต่อไปเป็นใครค่ะ
    ปล พ่อหนุ่มคนนี้ร้ายมากค่ะ โผล่มาตอนท้ายๆ ก็ฮอตแล้ว แงง 💓
    #15506
    1
    • #15506-1 phrnphak (@phrnphak) (จากตอนที่ 96)
      30 กรกฎาคม 2560 / 14:37
      ทิ้งค้างไว้ให้อยาก....รู้อีกแหล่ะ5555
      #15506-1
  25. #15505 MULEE & MOEI ♚ (@mu_mu_jung) (จากตอนที่ 96)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 14:02
    #PleasesEyes💌 #ทรงโปรด👑 #มาหยา💄
    เอาพิโปรดกับมาหยามาอัพให้แล้วเหมือนกันค่ะ
    แต่ตอนนี้อัพได้เป็นตอนสุดท้ายแล้วค่ะ หมดโควตาแล้ว
    ลองมาทายกันดีกว่า ว่าหนุ่มคนต่อไปเป็นใครค่ะ
    ปล พ่อหนุ่มคนนี้ร้ายมากค่ะ โผล่มาตอนท้ายๆ ก็ฮอตแล้ว แงง 💓
    #15505
    0