Angel Eyes

  • 95% Rating

  • 60 Vote(s)

  • 3,075,655 Views

  • 19,959 Comments

  • 10,632 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    25,539

    Overall
    3,075,655

ตอนที่ 94 : Please`s Eyes ❥ Ep.06

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 32898
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 64 ครั้ง
    5 ก.ค. 60

https://lh3.googleusercontent.com/-qaKgrY_7EHg/WONGPIs-JfI/AAAAAAABO_s/uLx3HB50KX0KO9sYo0Q__MFrcAGREhxQwCJoC/w1080-h700/pleasepost06.gif

Please`s Eyes 06

Travelled Like a Million Miles Just to Be Here

 

            ” ฉันยังนิ่งเป็นบ้าใบ้พูดอะไรไม่ออกอยู่นานสองนาน จนกระทั่งคนที่บอกตัวเองว่าเป็นคุณคู่หมั้น จูบแก้มอีกรอบนั่นแหละฉันถึงได้ผลักเขาออก เพราะเกือบลืมไปแล้วว่าตอนนี้เราอยู่ที่ไหนกัน

            “โปรด” ฉันครางออกมาอย่างไม่เชื่อสายตา

            ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าคนที่อยู่ต่อหน้าฉันตอนนี้คือ ทรงโปรด เดี๋ยวก่อนสิ นี่มันเรื่องบ้าอะไรเนี่ย

            “ไม่รู้เหรอว่าเราเป็นคู่หมั้นกัน” เขาถาม ฉันเลยส่ายหน้า ยังไม่ละสายตาไปจากใบหน้าของเขา

            “ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกัน” พูดจบทรงโปรดก็หัวเราะ จากนั้นเขาก็หยิบเอาดอกบัวที่ฉันทำร่วงก่อนหน้านี้ขึ้นมาแล้วส่งให้ฉันพับต่อ

            มือของฉันพับมันตามความเคยชิน แต่สายตาก็ยังจ้องหน้าเขาด้วยความสับสนงุนงง มันคืออะไร จนถึงตอนนี้ฉันก็ยังหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้เลย

            “ตลกดีอ่ะ ฉันมาเอะใจก็ตอนที่เธอบอกว่ามาเลี้ยงวันเกิดให้กับใครที่ไหนก็ไม่รู้ที่บ้านพักคนชรา แล้วมันบังเอิญตรงที่แม่ของฉันน่ะชอบทำบุญเลี้ยงบ้านพักคนชราแบบนี้มาตลอด ทีแรกก็เข้าใจว่าเป็นแค่เรื่องบังเอิญ แต่พอได้ยินเธอบอกอีกว่าญาติของคุณป้าจะบวชต้องมาช่วยงานมันก็เอ๊ะละ” ทรงโปรดดัดเสียงเล็กเสียงน้อย ล้อเลียนคำพูดของฉันที่บอกเขาไปก่อนหน้านี้ ดูความร้ายกาจของเขาซะก่อนเหอะ

            “มันสงสัยมากเพราะมันบังเอิญไปซะทุกอย่าง ก็เลยลองโทรถามแม่ดู คุยกันไปคุยกันมา เธอก็คือคู่หมั้นฉันไง” ทรงโปรดยิ้มกว้าง แล้วก็กอดฉันอีกครั้ง นี่เขากลายร่างเป็นปีศาจกอดไปแล้วหรือไง เกิดอะไรขึ้นกับคุณชายทรงโปรดกันเนี่ย

            “ฉันไม่เข้าใจ” ฉันยังพับดอกบัวต่อไป แต่ก็ยังถามเขาต่อด้วย

            “ก็อย่างที่บอก เธอรู้จักกับคุณป้ามานานแล้วใช่มั้ย” ทรงโปรดชี้ไปยังคุณป้า ซึ่งก็คือญาติห่างและเรารู้จักกันมานานแล้ว ท่านเองก็กำลังมองมาที่ฉันกับทรงโปรด และแน่นอนว่าคุณพ่อคุณแม่ของฉันก็อยู่ใกล้ๆ กันด้วย

            นี่มันเรื่องอะไรกัน

            “คุณป้าคนนั้นคือคุณแม่ของฉันเอง” เขาบอก ฉันก็พอเดาออกตั้งแต่แรกแล้ว แต่ได้ยินแบบนี้ก็อดรู้สึกแปลกๆ ไม่ได้ ทั้งประหลาดใจ ทั้งตกใจ และดีใจ

            “คุณแม่ฉันน่ะรักเอ็นดูเธอมาก อยากให้ฉันมาเจอ อยากให้เรารู้จักกัน แต่ฉันไม่ชอบอะไรพวกนี้เลยไม่ยอมมา เราก็เลยไม่ได้เจอกันซะที” ทรงโปรดพูดต่อเสียงเนิบแล้วก็ยกมือเกี่ยวเส้นผมที่ระหน้าฉันทัดข้างหูให้อย่างแผ่วเบา

            “ท่านอยากให้เราสองคนคบกันจริงๆ พอลากฉันมางานวันเกิดไม่ได้ก็เลยเข้าทางพ่อแม่ของเธอแทน แต่เธอก็หนีมา เราก็เลยไม่ได้เจอกัน” ทรงโปรดหัวเราะ แต่ฉันทำหน้านิ่วคิ้วขมวด มันจะมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นบนโลกนี้จริงๆ เหรอ

            “แต่เราก็มาเจอกันของเราเอง ก็อย่างว่า

            “ก็อย่างว่าอะไร” ฉันมองเขาอย่างไม่เข้าใจ แอบชำเลืองมองไปยังพ่อกับแม่และคุณป้าอีกครั้ง แบบว่านะ เมื่อกี้ทรงโปรดทั้งกอดทั้งจูบฉันเลยนะ พวกท่านจะว่ายังไงล่ะเนี่ย

            แล้วอีตาคนนี้ก็เหมือนกัน อะไรของเขา ฉันเพิ่งมานึกได้และอดโกรธไม่ไหว ยกมือตีเขาแรงๆ ทีหนึ่งทันที

            “โอ๊ย! ตีฉันทำไมเนี่ย” เขาลูบแขนตัวเองแล้วโอดโอยดูเจ็บเกินจริงอย่างน่าหมั่นไส้

            “ทำไมนายไม่คิดจะมางานวันเกิดตัวเองบ้าง ฉันมาทำบุญให้นายไม่รู้ตั้งกี่ปี อยากเห็นหน้ามานานแล้ว หน้าตางี้เองเหรอ” บอกตามตรงว่าฉันไม่ชอบเขาจริงๆ นะ หมายถึงตอนที่ยังไม่รู้ว่าใครกันที่เป็นเจ้าของวันเกิดน่ะ มาถึงตอนนี้ก็ยังไม่ชอบอยู่ดีนั่นแหละ

            “คนอะไร เขาอุตส่าห์จัดงานวันเกิดที่อิ่มบุญแบบนี้ให้ แต่ตัวเองเข้าผับเข้าบาร์เลี้ยงวันเกิดแบบสายบาปได้ตลอด” ฉันต่อว่าเขา แล้วก็ยกมือตีเขาอีกหลายที ทรงโปรดปัดป้องอย่างไม่จริงจังแล้วก็หัวเราะอย่างน่าตี

            “เธอนั่นแหละแปลก ทำบุญวันเกิดคนอื่นมาตั้งนาน ไม่รู้เหรอว่าเจ้าของวันเกิดหน้าตายังไง” เขาถาม คราวนี้ฉันก็เลยอึกอักแล้วก็หยิบโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมา

            “ก็หลายปีแล้วมั้ย หน้าตานายก็เปลี่ยนไปเยอะแล้วน่ะสิ ฉันมีรูปถ่ายที่คุณป้าให้ดูเมื่อหลายปีก่อน ตอนนั้นก็ยังเด็กกันอยู่เลย” ฉันโชว์รูปถ่ายของทรงโปรดตอนที่ยังเป็นเด็กให้ดู เขาถึงกับปิดมันในทันทีทันใดแล้วหัวเราะเขินๆ

            “ใครจะไปรู้ว่านายจะเปลี่ยนได้ขนาดนี้” ฉันขำ ความจริงคุณป้าก็เอารูปของเขาให้ดูอยู่เหมือนกัน แต่ว่าฉันคงไม่ได้เพ่งมองอะไรมาก หลังๆ มานี้ก็ไม่ได้ให้ดูรูปอีกก็เลยไม่ได้สนใจ

            “เรานี่ก็บ้าจัง แทนที่จะได้รู้จักกันตั้งแต่แรก เสียเวลาเป็นปีๆ แล้วทำไมเธอต้องหนีด้วยที่รู้ว่าจะมีคู่หมั้น ลูกชายคุณป้าสุดที่รักเชียวนะ ไม่คิดสนใจเลยเหรอ”

            “ตอนนั้นไม่รู้ว่าเป็นใคร จริงๆ นะ” ฉันอธิบายให้เขาฟังแล้วก็หัวเราะ ทำไมเพิ่งมารู้เอาตอนนี้ฉันก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน แปลกดี แล้วมันก็ทำให้วางตัวไม่ค่อยถูกด้วย

            “พอพ่อกับแม่บอกว่าอยากให้ฉันไปเจอหน้าคู่หมั้น ฉันก็หนีออกมาเลย ไม่ทันได้ฟังว่าลูกเต้าเหล่าใคร คุณป้าท่านก็ตกใจที่ฉันหนีออกมาแบบนั้น พอใครจะพูดถึงเรื่องนี้ฉันก็ไม่คุยแล้วบล็อกเบอร์โทรศัพท์ก็เลยไม่มีใครพูดอีก มันก็ไหลมาเรื่อยๆ จนถึงตอนนี้นี่แหละ” ฉันบอกเขา ก่อนจะหยิบดอกบัวอีกดอกมาพับต่อ

            “รู้มั้ย เมื่อคืนฉันอยากถามแทบบ้าตายแน่ะ แต่อยากเซอร์ไพรส์ก็เลยทนเก็บไว้ หน้าเธอจี้อย่างที่คิดไว้เลย” ทรงโปรดยิ้มกว้าง เขาทั้งยิ้มทั้งหัวเราะพร่ำเพรื่อเหมือนไม่ใช่ทรงโปรดตัวจริงคนก่อนเลย

            “ทำไมเราไม่รู้จักกันให้เร็วกว่านี้” ทรงโปรดพูดเหมือนเพ้อ แล้วก็ลูบแก้มฉันด้วยสายตาที่อ่อนโยน ซึ่งแทบไม่เคยเห็นมาก่อนเลย

            “แต่ถ้าเรารู้จักกันตั้งแต่แรก เราอาจจะไม่ได้เป็นเหมือนตอนนี้นะ” ฉันบอกเขาแล้วก็หลบสายตา

            ตอนนั้นทั้งฉันทั้งทรงโปรดอาจจะไม่พอใจกันก็ได้ อย่างฉันที่ถึงกับหนีมา และทรงโปรดเองก็ไม่เคยคิดจะเอ่ยถึงคำว่าคู่หมั้นออกมาเลย มันบอกให้รู้ว่าเขาเองก็ไม่ชอบใจกับเรื่องคู่หมั้นเลย

            “นั่นสิ

            “แล้วตอนที่เราไปค้างห้องของกวีน่ะ ตอนนั้นฉันได้ยินนายคุยโทรศัพท์แล้วมีคำว่าคู่หมั้นออกมาด้วย ตอนนั้นฉันโกรธมากเลยนะ เสียใจด้วย คิดว่านายจับปลาสองมือ แต่ก็ไม่กล้าถาม” ฉันตัดสินใจยอมเล่าเรื่องที่เก็บเอามาคิดมากอยู่ในใจหลายวัน และช้อนตามองเขาอย่างกล้าๆ กลัวๆ

            “โธ่ถ้ารู้ว่าคู่หมั้นตัวเองน่ารักขนาดนี้ไปเจอตั้งนานแล้ว” ทรงโปรดหัวเราะยิ้มกว้างแสนกว้าง หัวเราะลั่นเหมือนกำลังเมายาอะไรมาก็ไม่รู้ จากนั้นก็ดึงตัวฉันเข้าไปกอดอีกครั้งโดยที่ไม่สนใจเลยว่าใครจะมองมายังไง

            “แล้วยังอยากตบคู่หมั้นผมอยู่มั้ยครับ คุณมาหยา

 

            “สรุปแล้ว เราสองคนเป็นแฟนกัน

            หลังจากจบงานเลี้ยงมื้อเช้าและทำบุญเลี้ยงพระที่บ้านพักคนชรากันเรียบร้อยแล้วก็ถึงเวลาสอบปากคำผู้ต้องหาต่อ ทั้งคุณพ่อคุณแม่ของฉัน และคุณลุงคุณป้าพ่อแม่ของทรงโปรดต่างต้อนเราสองคนจนฉันตัวลีบแล้วลีบอีก

            ทรงโปรดเป็นที่พึ่งให้อย่างน่าประหลาด เขาออกหน้าและโอบไหล่ฉันเอาไว้ไม่ยอมห่าง ท่าทางปกป้องคุ้มครองตั้งแต่หัวจรดเท้า และทำให้ฉันรู้สึกปลอดภัยได้อย่างไม่น่าเชื่อ

            “ครับแต่เราสองคนไม่รู้เลยว่าถูกพ่อกับแม่จับคู่ให้” ทรงโปรดตอบ ฉันเองก็กลัว เพราะคำถามต่อจากนี้มันสุ่มเสี่ยงมากยังไงก็ไม่รู้ ก็มันสังหรณ์ใจมาแบบนั้นน่ะ

            “แล้วคบกันมานานเท่าไหร่แล้ว”

            “ปีกว่าครับ” ยังเป็นทรงโปรดที่ตอบเหมือนเดิม ส่วนฉันเองก็เงียบกริบไม่กล้าสู้หน้าใครด้วย

            ไม่รู้สิ แบบว่า แบบว่าความสัมพันธ์ของฉันกับทรงโปรดมันมากกว่าแค่แฟน ตอนแรกฉันก็อยากจะประชดพ่อแม่ด้วยถึงได้ยอมเป็นเพื่อนนอนกับผู้ชายที่ไม่รู้จักมาก่อน เอาตัวเข้าแลกความสบายแล้วเอาเงินไปฟุ้งเฟ้อทำตัวเป็นคุณหนูไฮโซ ฉันรู้ดีว่ามันผิดมันแย่แต่ก็ยังทำคิดว่าตัวเองบรรลุนิติภาวะแล้วไม่ ต้องมีใครเข้ามาวุ่นวายกับชีวิตของฉันเอง

            แต่ตอนนี้สิ พอได้มาอยู่ต่อหน้าพ่อแม่และต้องพูดถึงเรื่องที่ผ่านมา มันทำให้ฉันกลัว รู้สึกแย่กับเรื่องที่ผ่านมาจริงๆ และมันเครียดจนฉันแทบจะร้องไห้ออกมาอยู่แล้ว

            “แล้วพวกลูกไม่รู้เลยเหรอ ว่าใครเป็นใคร และพวกพ่อแม่อยากให้ลูกหมั้นกัน”

            “ไม่รู้จริงๆ ครับ เราไม่พูดถึงเรื่องนี้กันด้วย”

            “แล้วไปเจอกันได้ยังไง” คุณป้าถาม และเป็นคำถามที่ฉันกลัวมาก ฉันเงยหน้ามองทรงโปรด แต่เขาไม่ยอมมองตอบ ยังมองตรงเผชิญหน้ากับผู้ใหญ่อย่างไม่เกรงกลัวเลยแม้แต่น้อย

            “ก็วันที่มาหยาลากกระเป๋าหนีออกมาจากบ้านนั่นแหละครับ”

            “โปรด!” ฉันหน้าซีดเผือด อุทานออกมาเสียงดังลั่น

            “แล้วยังไง” คุณป้ายังถามต่อ ท่าทางของท่านสงสัยมาก และพ่อแม่ของฉันเองก็เหมือนกัน

            ฉันเองก็ออกอาการมากเกินไปแล้ว ท่านไม่ได้ถามซะหน่อยว่าฉันอยู่กับใคร นี่สินะ ที่เขาเรียกว่าร้อนตัวน่ะ

            “ก็เราเจอกันวันนั้นเป็นวันแรกครับ วันที่มาหยาหนีออกจากบ้านเพราะไม่อยากเจอคู่หมั้น” ท้ายเสียงทรงโปรดปรายตามองฉันอย่างงอนๆ อย่ามาทำท่าแบบนี้นะ เขาเองก็ไม่ยอมรับเหมือนกันไม่ใช่เหรอว่าตัวเองมีคู่หมั้นน่ะ

            “แล้วหนูก็เลยไปอยู่กับเพื่อน แล้วก็ทำความรู้จักกับโปรดสินะ เมื่อคืนตอนที่โปรดโทรมาซักเรื่องของหนู ป้าก็งงๆ พอคุยไปคุยมาก็ดีใจมากเลย ที่แท้เราสองคนก็คบกันอยู่” ท่าทางของคุณป้าดูปลาบปลื้มใจมาก เช่นเดียวกับพ่อแม่ของฉันนั่นแหละ พวกท่านคิดว่าทรงโปรดเป็นคนดีเหรอ มันไม่ใช่แบบนั้นเลยนะ

            ฉันก็โล่งใจนึกว่าทรงโปรดบอกไปหมดแล้วซะอีกว่าเราอยู่ด้วยกัน เห็นเขาดูเถื่อนๆ ไม่สนใจใคร ที่แท้ก็ใส่ใจความรู้สึกคนอื่นอยู่เหมือนกัน ฉันมองเขาอย่างซึ้งใจ เพราะฉันเพิ่งมารู้เรื่องทั้งหมดก็ไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้ ก็เลยไม่รู้จะบอกกับทรงโปรดยังไงให้เราคุยเรื่องของเราสองคนกับพวกผู้ใหญ่ โดยที่พวกท่านจะไม่ตกใจ

            “ป้าก็ห่วงว่าหนูจะเป็นยังไงจะอยู่ข้างนอกคนเดียวยังไง พ่อแม่ของเราก็ด้วยนะ ที่ไม่ซักไซ้ก้าวก่ายก็เพราะกลัวว่าหนูจะยิ่งเตลิด แต่มาได้ยินแบบนี้เราก็โล่งใจ”

            ฉันเองก็โล่งใจที่เรื่องจบลงเท่านี้ กำลังจะบอกขอบคุณทรงโปรด แต่ก็ต้องเปลี่ยนใจ

            “อ๋อ เรื่องที่มาหยาบอกว่าไปอยู่กับเพื่อนน่ะเหรอครับ” ทรงโปรดหัวเราะคิกคัก ฉันเองก็ใจหายวาบ หยิกแขนเขาแรงๆ เพื่อไม่ให้ทำท่ามีพิรุธออกไป แต่คิดเหรอว่าอีตาคนนี้จะยอมฟังน่ะ

            “ผมกับหยาเราอยู่ด้วยกันตั้งแต่วันแรกที่เจอกันเลยครับ”

            “โปรด!

            จบกัน!

            “อ้าวก็มันจริงนี่นา ตอนนั้นเราจองห้องซ้อนกันแล้วเธอก็ไม่ยอมย้ายออก เห็นแล้วก็น่าสงสาร เลยให้มาอยู่ด้วยกันซะเลย”

            พวกผู้ใหญ่มองเรายิ่งกว่าตกใจ ฉันเองก็เหลืออดตีเขาไปหลายทีจะเดินหนี แต่ก็ถูกกอดจนดิ้นหนีไปไหนไม่ได้

            “อายทำไมล่ะ ก็มันเรื่องจริงนี่นา ฉันไม่อยากโกหกนี่ แล้วก็ห้ามงอนด้วย” ทรงโปรดกระตุกแขนฉันเหมือนจะดุ ทีตอนนี้ล่ะมาทำท่าเหมือนเป็นสามีจอมเฮี้ยบเลยนะ อีตาบ้า

            “เอ่อ อยู่ด้วยกันนี่หมายความว่า” คุณแม่ของฉันชี้นิ้วไปมาระหว่างฉันกับทรงโปรด และนั่นทำฉันร้องไห้ทันที เขย่าแขนของเขาแรงๆ หวังว่าทรงโปรดจะพูดอะไรที่ดีกว่าเดิม

            “ถ้าบอกว่าเรานอนกุมมือกันเฉยๆ มันก็

            “โปรดคนเลว!

            “เราแค่กุมมือกันเฉยๆ ครับ ไม่มีอะไรเกินเลยแน่นอนครับ” ทรงโปรดหัวเราะร่า แล้วก็ก้มหน้าเช็ดน้ำตาให้ฉัน ส่วนพวกผู้ใหญ่ก็อึ้งไปตามๆ กัน ฉันเกลียดเขา ฉันเกลียดเขา ด้วยความสัตย์จริงเลย ฉันเกลียดเขา!

         “มาหยาครับ เรื่องนี้จะปิดผู้ใหญ่ได้ยังไง ถ้าใครสักคนไปถามประวัติการใช้ห้องของเราพวกท่านก็รู้แล้วว่าเราอยู่ด้วยกันมาตลอด บอกความจริงไปเลยไม่ดีกว่าเหรอคะ” เขาพูด ดูไม่เห็นสนใจใครเลยนอกจากหาเรื่องมาแกล้งฉันน่ะ

            “อีกอย่างจะให้เพื่อนคนไหนมาโกหกทุกคนว่าเธอไปอยู่ด้วย เธอไม่มีเพื่อนเลยไม่ใช่เหรอ ยัยคนนิสัยไม่ดี

 

Song-Prod`s talking…

            วันนี้เป็นวันเกิดที่พิเศษมากจริงๆ สำหรับผม ผมทั้งหัวเราะทิ้งยิ้มตลอดเวลาเหมือนคนบ้า ส่วนมาหยาก็ร้องไห้ตลอดเวลาเหมือนกัน ก็เพราะผมบอกความจริงกับทุกคนอย่างไม่ลังเลว่าเราอยู่ด้วยกันมาตั้งแต่แรก ถึงจะไม่รู้ก็เถอะว่าต่างฝ่ายต่างเป็นคู่หมั้นของกันและกัน

            และที่สำคัญ ผมไม่รู้ว่าพ่อกับแม่ของมาหยาจะคิดยังไง อาจจะโกรธผมก็ได้ที่เป็นต้นเหตุทำให้เธอหนีออกจากบ้าน เพราะอย่างนั้น ผมเลยไม่ลังเลจะบอกความสัมพันธ์ระหว่างตัวผมกับมาหยาออกไป ทำแบบนี้มาหยาก็จะได้หนีไปไหนไม่ได้แล้ว

            พวกผู้ใหญ่ดูตกใจ แน่ล่ะ พวกท่านไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผมกับมาหยาเรารู้จักกันและอยู่ด้วยกันมาเป็นปี และผมกลัวว่าพวกท่านตัดสินใจจะไม่ให้เราหมั้นกันอีกแล้ว ก็เลย

            “ก็หมั้นกันไว้ก่อน แล้วเรียนจบก็แต่งงานเลย” ผมบอกกับแม่ หลังจากที่ช่วยงานบวชพี่ชายช่วงเช้าเรียบร้อยแล้ว

            มาหยาไม่งอแงที่จะช่วยงานพี่ชายผมต่อเลย เพราะเธออายไม่กล้าสู้หน้าใคร แถมยังไม่มองหน้าผมสักแวบอีกต่างหาก แต่แล้วไง ใครแคร์ อีกอย่างวันนี้วันเกิดผมด้วย ทำไมต้องมาช่วยงานพี่ชายทั้งวันด้วยล่ะ แค่ช่วงเช้าก็มากพอแล้ว

            “แล้วนี่แม่จะมองหน้าพ่อแม่ของหนูหยายังไง” แม่มองผมเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อ ผมก็อมยิ้มน้อยๆ

            “ก็ทุกคนอยากให้ผมกับหยาหมั้นกันแต่แรกแล้วไม่ใช่เหรอ” ผมถามกลับ ท่านก็เลยค้อนให้ผม แต่อย่าคิดนะว่าไม่รู้ ท่านพอใจมากต่างหากที่รู้ว่าผมกับมาหยาเราอยู่ด้วยกันและรักกันมานานแล้ว

            ก็บอกแล้วว่ามาหยาน่ะนิสัยต่างจากภายนอกที่เห็นมาก ทั้งเป็นแม่บ้านแม่เรือนทั้งธรรมะธรรมโม ขนาดแม่ของผมที่ไม่ค่อยจะปลื้มใครง่ายๆ ยังรักเอ็นดูนักหนาเลย

            “ตอนนี้ขอไปง้อเมียก่อนล่ะ งอแงร้องไห้ไม่หยุดเลย เห็นแม่คุณหยิ่งๆ แบบนั้นนะ ขี้งอนอย่าบอกใครเลย”

            “เรานี่น้าเอาเป็นว่าจะเว้นไว้แค่ครั้งนี้ครั้งเดียวเท่านั้นนะ แล้วแม่จะไปคุยกับพ่อแม่ของหนูหยาให้ แต่บอกก่อนนะ คนนี้แม่รักมาก เป็นลูกสาวของแม่อีกคนจริงๆ”

            “ครับ ทราบครับ” รู้จักกันมาห้าหกปี ก็ไม่แปลกหรอกที่แม่จะรักมาหยาคนนี้มากกว่าลูกชายแท้ๆ อย่างผม

            “ว่าแต่” แม่ผมทำหน้าเครียดขึ้นมา ตอนที่ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูข้อความที่เพื่อนส่งมาถามเรื่องปาร์ตี้คืนนี้

            “ครับ” ผมตอบแม่ แต่นิ้วกดตอบเพื่อนไปว่านัดเจอกันที่เดิมตอนสองทุ่ม

            “หยาท้องรึเปล่า แม่เห็นน้องดูเพลียๆ แล้วอาเจียนด้วย” คำถามของแม่ทำให้โทรศัพท์ที่อยู่ในมือของผมร่วงไปอยู่ที่พื้นในทันที ผมหันไปมองท่าน ท่านก็ทำหน้าจริงจังไม่มีร่องรอยการล้อเล่นเลยแม้แต่น้อย

            “แม่ว่าหยากำลังท้องนะ

         “ครับ” ผมพูดไม่ออกอยู่นาน ยอมรับว่าตกใจมาก หันไปมองมาหยาหลายครั้งก็เห็นเธอทำท่าเหมือนจะร้องไห้ตลอด ตอนนี้ก็กำลังล่ำลาพ่อแม่จะได้กลับกัน เธอยกยาดมมาจ่อจมูก หน้าซีดเซียวเห็นแล้วก็ไม่ค่อยสบายใจเอาซะเลย

            “ก็ดูแลน้องดีๆ หน่อยแล้วกัน บอกเลยถ้ามีเรื่อง แม่เข้าข้างหยาเต็มที่” คุณแม่สุดที่รักของผมหัวเราะร่วนอย่างชอบใจ ส่วนผมก็ใจหายแวบตามระเบียบ

            ก็อย่างที่บอกไปนั่นแหละ มาหยาน่ะลูกจริงๆ ที่พลัดพรากจากกันหลายปี ส่วนผมก็เป็นเด็กที่เก็บมาเลี้ยง ไม่ได้มีความสำคัญอะไรเลย น่าน้อยใจเหมือนกันนะเออ

            “หยา กลับกัน” ผมเรียกมาหยา เมื่อตอนนี้เธอไปคุยกับพี่ชายของผมที่กำลังจะบวชตอนบ่ายนี้ ท่าทางสนิทสนมกันทำให้ผมไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่

            “แกนี่ยังไงวะโปรด งานบุญพี่แกนะเว้ย” ทินหรือเวทินทร์พี่ชายผมตะโกนใส่ แต่แล้วไง ใครแคร์

            “ไม่คิดจะมาช่วยงานฉันหน่อยเหรอวะ”

            “ก็ช่วยแล้วไง ตอนเช้าไง” ผมตอบพี่ชายแล้วดึงตัวมาหยาเข้ามาใกล้ตัวเอง

            “คนที่ช่วยน่ะหยาต่างหาก”

            “งั้นเอาไว้สึกตอนไหน จะเลี้ยงเหล้าให้ก็แล้วกัน” ผมตอบ แล้วก็ถูกมาหยาตีกลับทันที

            “นายนี่ นี่วันมงคลของพี่ทินนะ เอาความบาปตัวเองไปให้คนอื่น คงจะดีหรอก” เธอว่าผม แล้วหันไปขอโทษพี่ทิน อะไรวะ นี่แฟนนะ ทำไมไม่เข้าข้างกันมั่งเลยวะ

            “พี่ทิน หยาขอโทษนะคะ คงต้องกลับก่อนแล้วค่ะ”

            “ไม่เป็นไรหรอก เราบอกพี่ตั้งแต่แรกแล้วนี่ว่าว่างแค่ช่วงเช้า พี่เข้าใจ” ไอ้พี่ชายเวทินทร์ยิ้มหวาน นี่แฟนผมนะเว้ย

            “มีแฟนแล้วไม่ใช่เหรอ อย่ามายุ่งกับแฟนคนอื่นดิ” ผมต่อว่าพี่ชาย แล้วดึงมาหยาให้ออกห่าง

            “เออดิ มีแต่แกคนเดียวนั่นแหละที่ไม่ได้อยู่กับครอบครัว นี่ฉันเห็นหน้าหยามากกว่าเห็นหน้าแกอีก” เวทินทร์ส่ายหน้า แต่ผมไม่อยากสนใจ

            “ไม่รู้แหละ ไปแล้ว วันนี้วันเกิด นัดกับเพื่อนไว้แล้วน่ะ ก็อยากช่วยหรอกนะ โทษที”

            เพราะสายตาของมาหยามองมาอย่างไม่พอใจ และผมก็รู้อยู่แก่ใจว่าทำไมไม่ดี วันนี้เป็นวันเกิดของผมเอง แล้วยังเป็นวันสำคัญของพี่ชายก็เลยยอมขอโทษ

            “เออ เห็นว่าวันนี้เป็นวันเกิดของแกก็จะยอมให้สักครั้ง ไปเหอะ หยาก็หน้าซีดเชียว คงไม่ได้นอนใช่มั้ยล่ะ” พูดแล้วเวทินทร์ก็หัวเราะ ส่วนมาหยาหน้าแดงแปร๊ดทันที

            “พี่ทิน เดี๋ยวเหอะ หยุดล้อหยาได้แล้วนะ” มาหยาค้อนตาคว่ำ แล้วเธอก็หันมาตีผมอีกหลายที

            แหงล่ะที่จะถูกล้อ เพราะผมจงใจทิ้งรอยเอาไว้ตามตัวของมาหยาเอาไว้ขนาดนั้น ก็แหม พอรู้ว่าผู้หญิงที่นอนด้วยกันมาเป็นปี เป็นคนเดียวกับที่ทำบุญวันเกิดให้ตลอดหลายปี แล้วยังเป็นคู่หมั้นกันอีก อ้อ แล้วยังเป็นวันเกิดของผมด้วย ก็ไม่แปลกนี่นาที่ผมจะเรียกร้องเอาของขวัญให้กับตัวเองน่ะ

            “หยาไม่อยากคุยกับใครแล้ว” สุดท้ายพอถูกล้อหนักๆ เข้า มาหยาก็มาแอบหลบอยู่หลังผม น่ารักมากกว่าใครทั้งนั้น

            “กลับไปนอนพักเถอะ วันนี้คงจะเหนื่อยมากแล้ว คืนนี้ก็เฝ้าไอ้โปรดมันดีๆ ด้วยล่ะ หมอนี่มันร้าย”

            “อ้าว คุณพี่ชาย” ผมท้วง พูดแบบนี้หาเรื่องให้หยาทะเลาะกับผมน่ะสิ

            “ก็แค่หยอกขำๆ เท่านั้นน่ะ” เวทินทร์หัวเราะ แต่ผมไม่ขำด้วยหรอก ที่จริงก็แอบยิ้มอยู่เหมือนกันนั่นแหละ

            “เอาล่ะ ไปล่ะ แล้วเจอกัน” ตอนนี้ผมก็รู้สึกเหนื่อยแล้วเหมือนกัน กลับไปพักผ่อนหน่อยดีกว่า

            ระหว่างที่เรากลับบ้านด้วยกัน ผมก็เอาแต่มองมาหยาที่เพลียจนหลับสนิทอยู่ใกล้ๆ กันด้วยสายตาสับสนไม่ค่อยสบายใจ ถ้าหากว่าเธอท้องขึ้นมาจริงๆ ผมก็ดีใจมาก แต่ว่าในเวลาแบบนี้มันจะเหมาะเหรอ

            แต่ถ้าหากว่าเธอท้องจริงๆ ความผิดก็มาจากผมนี่แหละ ไม่ได้มาจากใครคนอื่นเลย

            “มีอะไรรึเปล่า” เหมือนว่ามาหยาจะไม่ได้หลับสนิท เธอเลยปรือตามองผมแล้วถามอย่างน่าสงสาร

            “เปล่า” ผมตอบ แล้วใช้เสื้อแจ็กเก็ตของตัวเองคลุมร่างของเธอเอาไว้

            “ทำไมขับรถช้าล่ะ ปกติคงถึงแล้ว” เธองัวเงียแล้วปรับเบาะให้ตั้งตรงตามเดิม

            นั่นสิ ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมจู่ๆ ถึงได้ขับรถช้าลงแบบนี้ แค่คิดว่าเธอท้องและต้องดูแลเธอให้ดีกว่าเดิม ทุกอย่างมันก็ช้าลงหมด

            “ง่วงเหรอ หรือว่าไม่สบาย” สายตาของมาหยาดูห่วงใยผมมาก ซึ่งผมไม่เคยได้รับจากใครมาก่อน

            ผู้หญิงที่เคยผ่านเข้ามาในชีวิตของผม ล้วนแต่มองผมจากภายนอกเท่านั้น ไม่เคยเห็นตัวตนที่แท้จริงของผมเลยสักคน

            “แค่เวียนหัวนิดหน่อย แต่เดี๋ยวก็ดีขึ้นเองแหละ” ผมตอบมาหยา แล้วก็ยกมือลูบหัวเธอเบาๆ

            “งั้นเดี๋ยวกินยานะ แล้วก็นอนพัก” มาหยาลูบหัวผมกลับบ้าง ผมเลยหัวเราะแล้วเอื้อมมือจับมือของเธอเอาไว้

            “จ้ะๆ”

            “วันนี้นายแปลกไปอ่ะ เป็นอะไรไปเหรอ” มาหยาดูเหมือนยังไม่ค่อยสบายใจ เธอพยายามจะมองหน้าผมแล้วก็ถามอย่างเป็นห่วง

            “ไม่เป็นไร เธอนั่นแหละ เป็นอะไรรึเปล่า

End Song-Prod talk…

 

         ฉันเหรอที่จะเป็นอะไร ก็ไม่เป็นไรนี่นา ฉันก้มมองตัวเอง และมั่นใจว่าตัวเองไม่ได้ปวดหัวตัวร้อนเลยด้วย ก็แค่เพลียๆ เท่านั้นเอง แล้วสายตาของทรงโปรดก็ดูเปลี่ยนไปมากด้วย ไม่เข้าใจเลยว่าเขามาซึ้งอะไรเอาตอนนี้

            เรากลับมาถึงบ้าน เอ่อ ฉันหมายถึงคอนโดที่เราอยู่ด้วยกันนั่นแหละ ทรงโปรดก็ยังดูวังกลเหมือนกำลังคิดเรื่องบางอย่างอยู่ และคงเกี่ยวกับฉันด้วย ล่ะมั้ง

            “แน่ใจนะว่าไม่เป็นไร” ฉันหยิบเอายาแก้ปวดกับน้ำมาให้ทรงโปรดที่นั่งเปิดคอมทำอะไรก๊อกแก๊กเงียบๆ คนเดียว

            “ไม่เป็นไรจริงๆ”

            “งั้นก็กินยาหน่อยนะ จะได้นอนพัก” ฉันยังพูดคำเดิม แล้วก็ยื่นแก้วน้ำกับยาให้เขา

            “ฉันไม่ได้เป็นอะไร” เขาบอกแบบนั้น แต่ฉันส่ายหน้า

            “กินเหอะ ก็กันเอาไว้ก่อนไง คืนนี้จะไปเที่ยวกับเพื่อนไม่ใช่เหรอ จะได้สบายไง จริงมั้ย” ฉันหลอกล่อเขาเหมือนคุยกับเด็กตัวเล็กๆ ซึ่งก็ทำให้ทรงโปรดขำออกมาได้เหมือนกัน

            “ก็ได้ งั้นเดี๋ยวเรากินข้าว กินยา แล้วก็นอนพัก คืนนี้เราไปเที่ยวด้วยกันนะ”

            “เที่ยวเหรอ” ฉันถามเขาอย่างแปลกใจ ทรงโปรดยังไม่รับยาไปจากมือของฉัน แต่เขาปิดคอมพิวเตอร์แล้วฉุดข้อมือฉันไปที่ห้องครัว

            “อ้าว วันนี้วันเกิดฉันนี่ ไหนบอกว่าเราจะไปด้วยกันไงล่ะ ไม่รักษาสัญญาเหรอ” เขาทำเสียงงอนๆ ฉันเลยยิ้มได้

            แบบนี้ค่อยยังชั่วหน่อย คิดว่าเขาจะไม่ยอมกลับมาเป็นทรงโปรดคนเดิมแล้วซะอีก ไม่บ่อยนักหรอกเวลาที่เขาเครียด แล้วก็น่ากลัวด้วย ถามก็ไม่ค่อยตอบ ไม่รู้เป็นอะไร

            “หรือว่าจะไม่ไปดี”

            ตอนเรานั่งลงที่โต๊ะอาหารทรงโปรดก็พูดมาแบบนั้น ฉันถึงกับงงเพราะไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงเปลี่ยนใจปุบปับเอาแบบนี้ อีกอย่าง เขาก็คงอยากไปฉลองกับเพื่อน ก็เพราะทุกปีก็ไปกับเพื่อนเสมอเป็นประจำ

            “ไปเถอะ ก็คุยกับคนอื่นไปแล้วไม่ใช่เหรอ ถ้าไม่อยากให้ฉันไปก็ไม่เป็นไรนะ” ฉันบอกอย่างเข้าใจ

            บางทีเขาก็คงอยากจะไปสังสรรค์กับเพื่อนผู้ชาย ต่อให้มีผู้หญิงมานั่งด้วยก็เถอะนะ ฉันก็พยายามจะเข้าใจว่านี่เป็นชีวิตของเขา ถ้าเขาคิดจะมีผู้หญิงคนใหม่ ต่อให้นั่งด้วยกันตัวติดกันตลอดเวลายังไงก็รั้งเขาไว้ไม่อยู่

            “ไม่กลัวว่าฉันจะไปเจอผู้หญิงคนใหม่เหรอ” เขาย้อนถาม เป็นสิ่งที่อยู่ในหัวของฉันพอดี

            “ก็ไม่รู้สิ ถ้านายอยากไปจะห้ามได้ยังไงล่ะจริงมั้ย อีกอย่าง ฉันก็เชื่อใจนายด้วย” ประโยคนี้ฉันไม่ได้พูดยกยอเขานะ แต่ว่าตั้งแต่รู้จักกันมาทรงโปรดไม่เคยมีเรื่องผู้หญิงให้ฉันเสียใจเลยสักครั้ง ต่อให้เขาจะกลับดึกแค่ไหนก็ไม่มีอะไรให้กังวล อาจจะมีบางทีมีผู้หญิงโทรมาหา แต่ฉันก็ไม่เคยเห็นเขาติดโทรศัพท์เหมือนจะแชทกับใครเลย

            และต่อให้เขามีผู้หญิงคนอื่นจริงๆ คิดเหรอว่าเขาจะไม่กล้าบอกความจริง

            “จริงเหรอ เชื่อจริงเหรอ” ทรงโปรดยื่นหน้าเข้ามาใกล้แล้วยิ้มล้อเลียน ฉันเลยผลักเขาออก

            “กินยาเถอะ ไม่ค่อยสบายนี่”

            “ฉันไม่ป่วยอะไรเลย” เขาส่ายหน้า สุดท้ายเราก็คุยเรื่องนี้กันไม่เข้าใจซะที

            “ก็เห็นนายดูเครียดๆ ตั้งแต่กลับมาจากงานแล้ว เป็นอะไรรึเปล่า ฉันพูดอะไรไม่ดี หรือว่าพ่อแม่ของฉันทำให้นายไม่สบายใจ” ฉันถามเขา กลายเป็นตัวเองที่เครียดซะเอง ก็ไม่ได้อยากจะคิดมากเลยนะ แต่ว่าท่าทางของทรงโปรดเปลี่ยนไปมากจริงๆ

            “มีเรื่องให้คิดนิดหน่อย เธอเองเถอะ เมื่อเช้าอาเจียนไม่ใช่เหรอ” ทรงโปรดหรี่ตามองฉัน เขาดึงเอายาจากมือฉันโยนลงที่ซิงก์น้ำ

            “รู้ด้วยเหรอ” ฉันอึกอัก แล้วไม่กล้าจะสบตากับเขา

            ก็ตอนนั้นเกิดเรื่องหลายอย่างและฉันไม่ทันตั้งตัว ทั้งพ่อแม่ของตัวเอง ทั้งพ่อแม่ของเขา มันเหมือนกับไม่ใช่ความจริง ฉันเครียด รู้สึกแย่กับทุกอย่างจนหน้ามืดเวียนหัว ตอนที่เข้าห้องน้ำเลยอาเจียน แล้วตอนนั้นคุณแม่ของทรงโปรดเข้ามาเห็นพอดี เลยช่วยลูบหลังให้

            ตอนนั้นฉันกลัวว่าคนอื่นจะไม่สบายใจตามไปด้วย เลยขอร้องคุณป้าไม่ให้บอกเรื่องนี้กับใคร

            มาคิดดูแล้ว ฉันถึงได้รู้ว่าตัวเองคาดหวังและจริงจังกับทรงโปรดมากกว่าที่คิดเอาไว้ พอได้เจอกับทุกคนก็เครียด กลัวว่าพ่อแม่จะรับไม่ได้ที่ฉันเป็นแบบนี้ ถึงทุกอย่างจะลงเอยได้ด้วยดีแล้วก็เถอะ แต่ตอนนี้ฉันก็ยังรู้สึกไม่ค่อยสบายใจเท่าไหร่นัก

            “รู้สิ ทำไมจะไม่รู้ล่ะ เป็นอะไรก็บอกฉันได้นะ” สายตาของทรงโปรดที่มองมาทำให้หัวใจฉันอบอุ่นขึ้น และแทบจะไม่เหลือความกังวลใจอีกเลย

            “อื้ม ตอนนี้ดีขึ้นแล้วล่ะ แต่นายล่ะ ไม่เป็นไรใช่มั้ย”

            ฉันคิดว่าทรงโปรดเองก็คงจะเหมือนกัน ถึงจะบอกว่าทุกอย่างเรียบร้อยดีไม่มีอะไรให้ต้องห่วง แต่ได้เจอกับครอบครัวในเวลาแบบนี้ เป็นใครก็ต้องรู้สึกประหม่าไม่สบายใจกันทุกคนนั่นแหละ

            “ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร” ทรงโปรดทำท่าเหมือนอยากจะถามอะไรสักอย่าง แต่เขาก็ไม่ถาม ฉันเองก็ไม่อยากเซ้าซี้ วันนี้เราเจออะไรมามากแล้ว ถ้าสบายใจขึ้น เดี๋ยวเขาก็คงจะบอกเอง คนอย่างทรงโปรดไม่มีทางที่จะเก็บอะไรเอาไว้คนเดียวเงียบๆ อยู่แล้ว

            “เธอนั่นแหละ เป็นอะไรก็บอกฉันนะ ห้ามปิดบังกัน เข้าใจมั้ย”

            “อะ อืม” ฉันตอบ เขาดูจริงจังอย่างประหลาดจนดูน่ากลัว ฉันก็เลยไม่กล้าจะพูดอะไร

            เขาเป็นอะไรไปนะ หรือมีใครพูดอะไร หรือว่าฉันคิดมากไปเอง ฉันได้แต่กังวลไปหลายเรื่อง ไม่รู้ตัวเลยว่ากินข้าวเสร็จตอนไหน มารู้ตัวอีกทีก็นอนกลางวันกับทรงโปรดในห้องนอนแล้ว

            ทรงโปรดหลับไปแล้ว คงจะเหนื่อยหรือไม่ก็เพลีย หรือไม่ก็แค่ไม่ชินที่ต้องตื่นเช้า ส่วนฉันก็ตาค้างอยู่คนเดียว

            ฉันมองเขาเหมือนไม่เคยเห็นมาก่อน แต่สุดท้ายก็ซุกตัวเข้าไปกับอกของเขาแล้วก็หลับไปเพราะความอ่อนเพลีย แต่ก่อนจะหลับ ฉันได้ยินเสียงพึมพำช้างหูเบาๆ คล้ายจะเป็นเสียงของทรงโปรดที่กระซิบบอกว่า ฉันพึ่งพาเขาได้ทุกอย่าง และเขาจะอยู่กับฉันตลอดไป

 

         และเรื่องมันน่าแปลกตรงที่ทรงโปรดตื่นก่อน แล้วเขาก็เลือกเสื้อผ้าให้กับฉันด้วยตัวเอง ซึ่งปกติแล้วมีแต่ฉันที่เลือกเสื้อผ้าของตัวเอง และยิ่งเวลาผ่านไปเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งหงุดหงิดหัวเสียขึ้นจนน่ากลัว

            “ทำไมเธอมีแต่เสื้อผ้าวับแวมโชว์เนื้อโชว์หนังวะ” ทรงโปรดเอาแต่ปาเสื้อผ้าฉันลงกับพื้น ไม่มีอะไรที่เขาเห็นว่าดีเลยสักอย่าง

            “กรี๊ด นั่นมันเวอร์ซาเชนะ” ฉันจะร้องไห้เมื่อเขาปาชุดสวยราคาแพงลิ่วของฉันลงกับพื้น

            ถึงแม้ว่าฉันจะพยายามลดละเลิกกิเลสและความหัวสูงของตัวเองลง แต่มันมันเสื้อเวอร์ซาเชเลยนะ

            “วันหลังเห็นใส่มันฉันจะฉีกมันทำผ้าขี้ริ้วให้ดู”

            คนใจร้ายมันแพงมากเลยนะ ตอนซื้อมาฉันก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงได้หน้ามืดรูดการ์ดซื้อมันเหมือนซื้อก๋วยเตี๋ยวหน้าปากซอย มาตอนนี้นึกเสียดายยังไงไม่รู้ น่าจะเก็บเงินออมไว้คงจะดีกว่า

            ถึงจะคิดได้แล้ว แต่มันก็ยังน่าเสียดายอยู่ดี ถ้ามันขาดขึ้นมานะ ฉันจะฟ้อนเล็บใส่หน้าเขาให้ดูชมเชียวล่ะ

            “ไอ้นี่ก็เหมือนกัน ทำไมมันถึงได้ดูคาบาร์เรต์แบบนี้

            ชุดสวยตัวแล้วตัวเล่าของฉันถูกโยนทิ้งลงกับพื้นอย่างไม่ไยดี พอกองรวมกันแบบนี้แล้วก็เหมือนกับกองผ้าขี้ริ้วจริงๆ

            “โว้ย ท่าทางจะได้โละตู้เสื้อผ้าใหม่ละ” ทรงโปรดโวยวาย ฉันก็ปล่อยเขาโวยวายไป จากตอนแรกที่ตกใจเสียดาย นานเข้าก็ได้แต่ปล่อยวางเพราะไม่รู้จะทำยังไงแล้ว

            “ถ้าเลือกเสร็จก็บอกฉันนะ ขอนอนต่อสักงีบก็แล้วกัน” อยู่ด้วยกันมานาน ฉันเลยรู้มาก่อนเลยว่าทรงโปรดจะเป็นคนแบบนี้ ปกติเขาก็ไม่ได้จู้จี้เรื่องนั้นเรื่องนี้กับฉันเลย แต่ตอนนี้สิ ทำตัวยิ่งกว่าแม่ตอนที่บ่นว่าฉันซะอีก

            ฉันเผลอหลับไปจริงๆ นะ จนกระทั่งทรงโปรดเขย่าแขนฉันเพื่อปลุกให้ตื่น

            “เลือกได้แล้วเหรอ” ฉันถามแล้วก็ยกมือขยี้ตาอย่างงัวเงียไปด้วย พอเห็นชุดที่เขาเลือกไว้ก็ตาสว่างทันทีทันใด

            “จริงดิ” ฉันมองหน้าทรงโปรดอย่างไม่เข้าใจ เมื่อเห็นกางเกงยีนแล้วก็เสื้อยืดวางพาดที่เตียงก็กรอกตาถาม

            “ก็ไหนบอกว่าจะไปข้างนอกกันไม่ใช่เหรอ แล้วก็

            “ไม่ชอบเหรอ” ทรงโปรดถาม ไอ้ชอบก็ชอบหรอกนะ แต่แต่งแบบนี้ไปกินข้างนอกกับเขา ไปเจอเพื่อนคนอื่นของเขาด้วยเนี่ยนะ

            ฉันเม้มปากไม่ได้ตอบ ทรงโปรดเลยถอนหายใจ

            “เดี๋ยวเลือกให้ใหม่ก็แล้วกัน ไปอาบน้ำก่อนนะแล้วออกมาเปลี่ยนเสื้อ” เขาบอก ฉันก็พยักหน้าหงึกหงักก่อนจะเข้าห้องน้ำเงียบๆ หวังว่าเสื้อผ้าที่เขาเตรียมให้คงจะดูดีกว่าก่อนหน้านี้ล่ะนะ

            จากนั้นก็ใช้ผ้าขนหนูพันรอบตัวแล้วออกมาดูเสื้อผ้าที่ทรงโปรดเลือกไว้ให้ คราวนี้ฉันพอยอมรับได้ เพราะเป็นเดรสสีฟ้าเข้มที่ดูน่ารัก กับเลกกิ้งสีดำ แล้วก็มีเสื้อแจ็กเก็ตบางๆ อีกตัวหนึ่ง ถึงจะดูแปลกที่ต้องออกไปข้างนอกชุดนี้ แต่อย่างน้อยก็ดีกว่าเสื้อยืดกางเกงล่ะนะ

            “เอ้า นี่ชั้นใน” ขนาดชุดชั้นในก็ยังเตรียมเอาไว้ให้ ฉันเขินแต่ก็ไม่รู้จะแย้งยังไงก็รับมาเงียบๆ พอจะเดินเข้าห้องน้ำ ทรงโปรดก็คว้าแขนฉันเอาไว้

            “เปลี่ยนตรงนี้ก็ได้นี่นา ปกติก็ทำแบบนี้ไม่ใช่เหรอ” เขาถาม ยิ้มเจ้าเล่ห์ ฉันเลยดึงแขนหนีเดินเข้าห้องน้ำไม่พูดอะไรกับเขาอีก แต่ฉันก็ออกมาสวมชุดเดรสข้างนอก ระหว่างนี้ทรงโปรดก็แต่งตัวของเขาด้วย

            ถามจริง แค่ยืนแต่งตัวนี้ต้องดูหล่อขนาดนี้เชียวเหรอ เห็นเขาเสยผมจัดทรงให้เข้าที่ ฉีดน้ำหอม เอียงหน้าไปมามองตัวเองในกระจกฉันก็ไม่อยากให้เขาออกไปข้างนอกแล้ว

            “อ้าว จะถือเสื้ออีกนานมั้ยเนี่ย” ทรงโปรดลูบแก้มตัวเองแล้วยิ้มให้กับฉัน พอเห็นแบบนั้นฉันก็พุ่งเข้าไปหาเขา สวมกอดเขาแน่นจนเราล้มลงกับเตียงด้วยกันทั้งคู่

            “จุกเลยนะเว้ย” ทรงโปรดหัวเราะลั่น กลับมาเป็นคนเดิมแล้วหลังจากที่ก่อนหน้านี้ที่ดูเครียดจนฉันไม่สบายใจตามไปด้วย

            “ไม่อยากไปแล้วอ่ะ” ฉันอ้อน จู่ๆ ก็หวงทั้งที่ก่อนหน้านี้ก็พูดเองว่าให้เขาออกไปเที่ยวข้างนอกคนเดียวได้เลย

            ดูตอนนี้สิ ฉันกอดรัดฟัดเหวี่ยงกับเขาบนเตียง ไม่อยากให้เขาออกไปเจอผู้คน ไม่อยากให้เจอใครทั้งนั้น โดยเฉพาะผู้หญิงที่สวยกว่าฉัน น่ารักกว่าฉัน นิสัยดีกว่าฉัน

            “งั้นก็ไม่ไป” ทรงโปรดดูไม่ลังเลสักนิดที่จะบอก แต่ฉันก็รู้สึกผิดขึ้นมา วันนี้วันเกิดเขานะ เขาก็คงอยากไปเจอกับเพื่อน เสียงจากข้างในตะโกนบอกมาแบบนั้น และแขนของฉันยังกอดร่างของทรงโปรดเอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย

            “ไปก็ได้ ก็นัดกับเพื่อนเอาไว้แล้วนี่นา” ฉันสูดหายใจเพื่อเรียกสติของตัวเองแล้วผละออกมาก่อน ก่อนที่จะทำตัวน่ารำคาญไปมากกว่านี้

            “อ้าว แปลก” ทรงโปรดพึมพำ ฉันเลยรีบสวมเลกกิ้งก่อนจะเปลี่ยนใจอีก

            ทรงโปรดเลยลุกขึ้นแต่งตัวต่อบ้าง แต่เขาสวมแค่เสื้อเชิ้ตติดกระดุมก็เลยเสร็จไวกว่าฉัน ฉันนี่สิ ไม่ได้เช็ดตัวให้แห้งดีก็เลยสวมเลกกิ้งอย่างยากลำบาก มันฝืดๆ ยังไงก็ไม่รู้ ทรงโปรดเหมือนจะเห็นเป็นเรื่องสนุก เขาคว้าเอาเดรสมาสวมให้ฉัน แถมยังช่วยติดกระดุมอีกต่างหาก มันก็เขินนะให้ผู้ชายมาแต่งตัวให้เหมือนเป็นเด็กแบบนี้ แต่มันก็รู้สึกดีจัง

            แต่ อืมถ้าทำแบบนี้ให้บ่อยๆ มีหวังฉันเคยตัวแน่

            “ขี้เกียจแต่งหน้าจัง” ฉันพึมพำ ส่วนหนึ่งเพราะอยากจะเปลี่ยนบรรยากาศด้วย

            ทรงโปรดเอาแต่ยิ้มเจ้าเล่ห์ดูหลอนๆ ร้อนๆ จ้องหน้าฉันไม่หยุด ฉันเองก็ไม่รู้จะพูดอะไร เลยนึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้แต่งหน้า

            “แต่งให้เอามะ” ทรงโปรดพูดขึ้นอย่างกระตือรือร้น สายตาของเขาดูเป็นประกายทันทีทันใด

            “แต่งเป็นเหรอ” ฉันไม่ไว้ใจอ่ะ น่ากลัวด้วย

            “เคยเห็นเธอแต่งมาตั้งหลายครั้งแล้ว น่า ก็แค่ตบแป้งเท่านั้นนี่” เขาว่า ฉันเลยขำ นั่นเรียกว่าแต่งหน้าแล้วเหรอ

            สุดท้ายฉันก็แค่ตบแป้งทาลิปสติกสีเข้มกว่าปกติที่ทานิดหน่อย แล้วก็ออกมาข้างนอกกับทรงโปรด นี่เป็นครั้งแรกเลยที่ฉันได้ออกไปข้างนอกกับเขา แล้วไปเจอเพื่อนเขาด้วย มันแปลกๆ แปลกจนอธิบายไม่ถูกเลย ความรู้สึกร้อนวูบวาบในช่องท้องคืออะไร บอกตามตรงฉันเองก็ไม่รู้จักมันเหมือนกัน

            เราไปถึงคลับแห่งหนึ่ง ซึ่งเพื่อนๆ ของทรงโปรดรออยู่แล้ว แถมยังสั่งอาหารเอาไว้รออีกแล้วด้วย ทรงโปรดดูดีใจอารมณ์ดีมาก ฉันเลยบอกตัวเองว่าดีแล้วที่ให้เขามา ไม่อย่างนั้นคงต้องรู้สึกผิดไปอีกนานแน่

            “แหม กว่าจะออกจากหอยสังข์มาเจอเพื่อนได้นะมึง” คลื่นแซวเจ้าของวันเกิด และทำให้ฮาครืนกันทั้งกลุ่มรวมถึงฉันด้วย เวลาอยู่กับเพื่อนๆ ของทรงโปรดฉันเองก็ผ่อนคลายเฮฮาไปกับพวกเขาด้วย ไม่ต้องคีพลุคคุณหนูไฮโซเมื่ออยู่กับคนอื่นๆ และมันทำให้ฉันเป็นตัวของตัวเองไม่ต้องปั้นหน้าหลอกใคร และไม่ต้องหลอกตัวเองอีกต่อไป

            “ถ้ากูหอยสังข์มึงก็หอยชักตีน[1] อ่ะไอ้คลื่น” ทรงโปรดว่ากลับ จากนั้นก็ได้ยินเสียงกรีดร้องโหยหวนของคลื่นตามมา ฉันเลยหัวเราะจนปวดท้อง อยู่กับพวกเขาแล้วดีจัง ฉันสนุกมากเลยด้วย

            การสังสรรค์ของเราก็ดำเนินต่อไปเรื่อยๆ ฉันไม่ได้รับอนุญาตให้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แม้แต่เบียร์หรือเหล้าปั่นสักหยด ได้แต่นั่งเล็มถั่วกับแกล้มคนเดียวเงียบๆ นี่ถ้าฉันแพ้ถั่วสักหน่อย จะเข้าใจว่าเขาคงอยากฆ่าฉันทางอ้อมเพื่อหาเมียใหม่อ่ะ และก่อนจะถึงเที่ยงคืนวันใหม่ เค้กวันเกิดก็ถูกยกออกมา

            ฉันถึงกับขำเมื่อเห็นหน้าเค้ก เพราะมันถูกแต่งเป็นขวดเหล้าแสงโสมกับแก้ว บ่งบอกไลฟ์สไตล์ของเขาเป็นอย่างดี ทรงโปรดบ่นงึมงำกับความสร้างสรรค์ของเพื่อนรัก เขารวบเอวฉันให้นั่งบนตักของเขาระหว่างที่ทุกคนร้องเพลง Happy Birthday ให้

            “เป่าเทียนสิ” ทรงโปรดบอกเมื่อเพลงจบลง ฉันถึงกับเหวอ แต่กลัวว่าครามที่ถือถาดเค้กอยู่จะหมดความอดทนปาเค้กใส่หน้าฉันไม่ก็ทรงโปรด ฉันก็เลยเป็นคนเป่าเทียนอย่างเขินๆ เชื่อว่าทุกคนคงจะงงเหมือนกันกับฉันนี่แหละ วันเกิดตัวเองหรือก็เปล่า แต่ต้องมาเป่าเทียนแทนแบบนี้มันก็นะ

            “ก่อนที่มึงจะเอาเค้กมาปาหน้ากู ขอกูพูดก่อน” ทรงโปรดยกมือเป็นปางห้ามญาติ เมื่อครามทำท่าจะปาเค้กใส่จริงๆ เสียงจริงจังของเขาทำให้ทุกคนเงียบไปรวมถึงฉันด้วย

            อะไรหว่า อย่าเหมือนพระเอกเลวๆ ที่ฉันเคยอ่านจากในนิยายมาบอกเลิกกันเวลาแบบนี้นะ ฉันร้องไห้จริงๆ ด้วย

            “คือว่า ตอนนี้กูกำลังจะเป็นพ่อคนแล้ว ดีใจกับกูหน่อยสิ หยากำลังท้อง

 

         “ฮะ! / ฮะ!!

            เสียงหวานเสียงประสานเสียงกันดังลั่น แน่นอนว่าฉันเองก็ด้วย

            เดี๋ยวสิ เดี๋ยว ท้องเหรอ ฉันไม่ได้ท้องเลยนะ จะบ้าไปแล้วเหรออีตาทรงโปรด

            “ไม่นะโปรด เดี๋ยว ใจเย็น” ฉันละล่ำละลักห้ามเขา ขณะที่คนอื่นมองฉันเหมือนเอเลี่ยนที่เพิ่งมาจุติบนโลกนี้

            “ก็เธอท้อง” ทรงโปรดยังพูดคำเดิม ส่วนก็แทบจะเป็นลม ท้องเหรอ ทำไมฉันไม่รู้ตัวเลยล่ะ

            “ฉันเปล่า” พอปฏิเสธก็ไม่มีใครได้ยิน เพราะเสียงเฮดังขึ้นอีกครั้งจนกลบเสียงของฉันไปหมด อ้อมกอดของทรงโปรดรัดฉันแน่นขึ้นจนฉันลงจากตักของเขาไม่ได้

            “ว่าไงนะ” ทรงโปรดถามฉัน ขณะที่เพื่อนคนอื่นของเขาพากันสั่งเหล้าปั่นมาเพิ่มเป็นการฉลองให้เราสองคน

            อะไรนะ เหล้าปั่นเอามาฉลองให้ฉันที่กำลังท้องเหรอ ถ้าฉันท้องจริงมันจะไม่บาปเหรอคะ โอ๊ย ฉันล่ะอยากจะบ้าตาย

            “ฉันไม่ได้ท้อง” ฉันกระซิบข้างหูเขา แต่ดูเหมือนว่าทรงโปรดจะยังไม่เชื่อ

            “ฉันไม่ได้ท้องนะ! ฉันยืนยันคำตอบเดิมของตัวเอง นี่มันร่างกายของฉัน ฉันย่อมรู้ดีมากกว่าใคร

            “อะไรนะ” ทรงโปรดถามกลับ แต่ฉันมั่นใจว่ายังไงเขาก็ได้ยินที่ฉันพยายามจะตะโกนใส่หูของเขา

            “โปรดอย่าโกรธฉันนะ ฉันไม่ได้ท้องหรอก” หัวใจฉันเต้นแรง ทำไมเขาถึงได้คิดว่าฉันท้องกันล่ะ

            อ้อคงเพราะฉันอาเจียนเมื่อเช้าใช่ไหม เขาถึงได้เข้าใจแบบนั้น แต่เรื่องนั้นฉันมั่นใจว่าตัวเองแค่เครียดและพักผ่อนไม่พอเท่านั้นเอง มีอย่างที่ไหน ได้นอนคืนละไม่กี่ชั่วโมง แล้วยังต้องไปเจอพ่อแม่ตัวเอง พ่อแม่ของทรงโปรดแบบพร้อมหน้าพร้อมตาตอนที่ยังไม่ทันได้ตั้งตัวอีก ความเครียดมันก็ลงกระเพาะจนอาเจียนก็เท่านั้น ซึ่งมันไม่ได้เกี่ยวกับการอาเจียนเพราะแพ้ท้องเลย

            “ก็เธออาเจียน”

            นั่นไง ทรงโปรดพูดเรื่องนี้จริงๆ ฉันก็ไม่รู้จะอธิบายให้เขาเข้าใจยังไง แถมตอนนี้กลุ่มเพื่อนของเขายังฉลองให้อีกต่างหาก เดี๋ยวก่อนนะ นี่มันเป็นเรื่องที่น่าฉลองเหรอ

            ฉันยอมรับว่าการมีลูกมีครอบครัวมันเป็นเรื่องดีและควรค่าแก่การฉลอง แต่ว่า ฉันกับทรงโปรดยังไม่ได้แต่งงานกันเลย แล้วเราสองคนก็ยังเด็กกันมากด้วย จะให้มีลูกตอนนี้ ไม่หรอก ไม่หรอก

            “โปรดจริงๆ นะ ฉันไม่ได้ท้อง บอกเพื่อนก่อนได้มั้ยว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิด” ฉันละล่ำละลักบอกกับเขา แต่ทรงโปรดไม่ฟังเลย

            ขณะที่คนอื่นๆ ก็ไม่ฟังเหมือนกัน ใครสักคนเดินไปขอเพลงกับดีเจ และมันเป็นเพลงที่หวานซึ้งมาก ถ้ามีใครร้องเพลงนี้ให้เพื่อขอแต่งงานฉันก็จะไม่ลังเลใจเลย เมื่อถึงท่อนฮุค ทุกคนก็พร้อมใจประสานเสียงร้องออกมาเสียงดังจนฉันน้ำตาซึม ก็ฉันไม่ได้ท้อง แล้วทุกคนจะไม่โกรธเหรอ ถ้ามารู้ทีหลังว่าฉันไม่ได้ท้องจริงๆ น่ะ

            It's a beautiful night, มันช่างเป็นค่ำคืนที่แสนงดงาม

We're looking for something dumb to do. เรากำลังหาเรื่องโง่ๆ ทำกันอยู่

Hey baby, I think I wanna marry you. เฮ้ ที่รัก, ฉันคิดว่าฉันอยากแต่งงานกับเธอ

Is it the look in your eyes, อาจจะเป็นแววตาของเธอ

Or is it this dancing juice? หรือไม่ก็เหล้าอะไรสักอย่าง?

Who cares baby, แต่ใครสนใจกันล่ะ

I think I wanna marry you. ก็ฉันอยากจะแต่งงานกับเธอ[2]

            ก็ไม่รู้ว่าฉันเข้าใจไปเองหรือเปล่า แววตาของทรงโปรดตอนที่มองมามันลึกซึ้งอ่อนหวานมากกว่าเดิม และมันทำให้ฉันรู้สึกแย่มากจริงๆ

            ไม่ได้แย่ที่เขามองแบบนี้ แต่รู้สึกแย่ที่ไม่สามารถอธิบายให้ทุกคนเชื่อได้ว่าฉันไม่ได้ท้อง

            “ฉันไม่ได้” ฉันพูดไม่ออก เพราะคลื่นตักเค้กใส่จานแล้วเอามันมาให้กับฉัน

            “กินให้เยอะๆ นะ เธอตัวเล็กนิดเดียว เดี๋ยวไม่แข็งแรง” เขาบอกและยกจานเค้กค้างไว้แบบนั้น

            ฉันรู้สึกเกรงใจทุกคนที่ดูดีใจและอวยพรให้ ก็รับเค้กมาถือเอาไว้ ตั้งแต่ร้องเพลง Happy Birthday แล้ว จนถึงตอนนี้ฉันยังไม่ได้ลงจากตักของทรงโปรดเลย ฮือ แล้วตอนนี้ก็ไม่มีที่นั่งแล้วด้วย ไม่รู้ว่ามีใครเข้ามาเพิ่มที่นั่นของฉันถึงได้หายไปอย่างไร้ร่องรอย

            และฉันเองก็ไม่มีโอกาสจะได้คุยได้บอกกับทรงโปรดหรือใครๆ อีกเลย เพราะทุกคนต่างก็ยกแก้วอวยพรกับทรงโปรด แล้วก็อวยพรให้กับฉันจนไม่มีช่องจะบอกอะไรใครได้เลย

            “ไม่กินเหรอ” ทรงโปรดถาม เพราะฉันยังถือจานเค้กวางไว้กับตักยังไม่ได้แตะต้องมันแม้แต่คำเดียว

            “นายแหละ อย่ากินเหล้าเลยนะ นี่ก็ดึกแล้ว ต้องขับรถอีก” ฉันบอกอย่างเป็นห่วง ถึงจะเป็นวันเกิดของเขาก็เถอะนะ แต่ว่ามันก็อันตรายมากอยู่ดี

            “ไม่ดื่มแล้วล่ะ ขอเค้กสักคำสิ ได้น้ำตาลมาเพิ่มเดี๋ยวก็หายเมาเอง” เขาบอก ฉันเลยขมวดคิ้วหัวเราะน้อยๆ แต่ก็ไม่ลืมจะตักเค้กเป็นคำเล็กๆ ส่งให้ถึงปากเขา

            “อย่าพูดมั่วสิ กินเค้กแล้วจะหายเมาได้ไง” ฉันขำ ทรงโปรดเองก็หัวเราะ อ้าปากกินเค้กอย่างว่าง่าย น่ารักมากเวลาที่เขาทำตัวเป็นเด็กดีแบบนี้ แต่ชักจะน่ารักเกินไปแล้วด้วย

            “ก็จริงนี่นา กินแล้วหายเมานะเออ ไม่รู้เหรอ” เขาถาม แล้วก้มหน้าลงมาจนใกล้ ใกล้จนได้กลิ่นแอลกอฮอล์จากลมหายใจของเขา ขนาดเป็นแฟนกันฉันยังรู้สึกไม่ชอบเลย ดื่มไปให้ได้อะไรขึ้นมาก็ไม่รู้

            “ไม่ชอบที่ฉันดื่มเหล้าเหรอ” ทรงโปรดถาม เพราะฉันเอียงหน้าหนีแล้วตักเค้กขึ้นมากินบ้าง และคงเป็นเพราะเราสองคนเริ่มคุยกันหงุงหงิงคนอื่นก็เลยไม่ได้เข้ามาแทรกพวกเรา

            “ก็ไม่ชอบ” ฉันบอกไปตามตรง แล้วก็แปลกใจนิดหน่อยที่เค้กเหล้าแสงโสมนี่รสชาติดีกว่าที่คิดเอาไว้

            “แล้วทำไมยอมให้ฉันมาดื่มแบบนี้ล่ะ” ทรงโปรดเอื้อมมือเช็ดมุมปากที่เปื้อนครีมออกให้ฉัน แล้วก็ส่งมันเข้าปากตัวเอง คิดว่าทำแบบนี้แล้วโรแมนติกเหรอ ถึงจะโรแมนติกจริงๆ ก็เหอะนะก็มันเขินนี่นา เมื่อก่อนทรงโปรดไม่ได้แสดงออกมากขนาดนี้ด้วย พอเขาเป็นแบบนี้ก็เขินจนมือไม้แทบจะพันกันให้ได้

            “ก็นายชอบนี่นา อีกอย่าง จะบอกว่าฉันไม่ชอบ ห้ามไปกินเหล้ากับเพื่อนนะ มันก็ฟังดูแปลกๆ ใช่มั้ยล่ะ” ถึงฉันจะนิสัยไม่ค่อยดี แต่ว่าฉันก็เข้าใจว่าคนเราก็ต้องมีความชอบ มีสังคมของตัวเองบ้าง ถ้าไปเจ้ากี้เจ้าการทำตัวจู้จี้มีแต่จะทำให้ความรู้สึกดีๆ มันจะหายไปเท่านั้น

            “แค่นี้เหรอ” เขาถามแล้วก็อ้าปากต่อ ฉันเลยตักเค้กเข้าปากของเขาอีกคำ

            “ก็ไม่รู้สิ ถ้าฉันชอบทำอะไร ชอบกินเค้กแบบนี้ แล้วนายมาห้าม บอกว่ามันไม่มีประโยชน์กินไปแล้วก็อ้วน ห้ามกินอีก ฉันก็ต้องเสียใจมากแน่ๆ” ฉันบอกกับเขา ทรงโปรดเลยเลิกคิ้วสูงแล้วก็หัวเราะ

            “ทำไมน่ารักจังวะ

            น่ารัก ฉันเหรอ? ฉันก็ไม่ค่อยแปลกใจเท่าไหร่ เพราะแต่ไหนแต่ไรมาแล้วฉันมักจะได้รับคำชมเสมอว่าสวย น่ารัก อะไรแบบนี้ แต่ก็ไม่เคยเลยสักครั้งที่จะมีคนชมแบบทรงโปรด เขายิ้มให้กับฉัน ไม่ว่าจะปากหรือตาก็ดูหวานหยาดเยิ้มไปหมด และฉันไม่เคยเห็นเขาทำท่าแบบนี้ให้กับฉันมาก่อนด้วย

            “ฉันไม่เคยเจอใครเหมือนเธอเลยนะ”

            “แหมคนเราจะไปเหมือนกันได้ยังไง”

            “ขี้เกียจอธิบาย เอาเถอะ ง่วงยัง เรากลับกันเลยมั้ย” ทรงโปรดถามฉันอย่างนุ่มนวล อย่าบอกนะคะ ว่าเพราะเขาเข้าใจว่าฉันท้องถึงได้อ่อนโยนใจดีด้วยน่ะ

            “แล้วเพื่อนๆ ล่ะ” ฉันก็เกรงใจคนอื่นเป็นเหมือนกันนะ เพื่อนของเขาก็ตั้งใจจะมาอวยพรวันเกิดให้ แล้วเราจะมากลับก่อนแบบนี้มันก็คงดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่

            “กลับเหอะ” คลื่นพูดแทรกขึ้นมา ฉันเลยยิ้มแห้งๆ ให้กับเขา ฉันไม่ได้ประชดนะ อยากให้ทรงโปรดนั่งต่อจริงๆ แต่คนที่งอแงคือทรงโปรดต่างหากไม่ใช่ฉัน

            “กลับไปนอนพักกันได้แล้ว คุณแม่ต้องดูแลตัวเองหน่อย”

            โอ๊ยฉันจะทำยังไงดีล่ะให้ทุกคนเข้าใจว่าฉันไม่ได้ท้อง เรื่องมันชักจะไปกันใหญ่แล้วเนี่ย ถ้าเรื่องถึงหูผู้ใหญ่คงจะแย่ยิ่งกว่านี้แน่ ถึงแม้ว่าผู้ใหญ่จะรับรู้ว่าฉันกับทรงโปรดเป็นคู่หมั้นกันแล้ว แต่ว่าเรื่องนี้มันก็

            “งั้นกูกลับก่อนนะ ดึกแล้ว หยาคงง่วงแล้วล่ะ” ทรงโปรดรวบเอวฉันและดันให้ฉันลุกขึ้น ฉันก็เลยลุกยืนเต็มความสูงของตัวเอง ใครสักคนส่งกระเป๋าถือมาให้ฉัน ฉันก็บอกขอบคุณอย่างมึนเบลอ ถึงจะไม่ได้ดื่มเหล้าสักหยด แต่กลิ่นพวกนี้ก็ทำให้เวียนหัวได้เลย

            “ไว้เจอกัน” ทรงโปรดล่ำลากับเพื่อนๆ ของเขา แล้วก็ดึงแขนฉันให้เดินออกมาด้วยกัน

            “เดี๋ยวขอแวะเข้าร้านขายยาก่อนนะ”

            “ร้านขายยาเหรอ ทำไมเป็นอะไร” ฉันถามทรงโปรดด้วยความตกใจ เมื่อกี้ก็เห็นดีๆ อยู่เลยนี่นา

            “มันมียาอมบางอย่างที่ช่วยให้สร่างเมาได้น่ะ อ้อ แล้วซื้อน้ำดื่มให้หน่อยนะ แล้วเดี๋ยวจะมารับหน้าเซเว่น” ทรงโปรดส่งเงินให้ฉันแล้วผลักฉันเข้าไปในร้านสะดวกซื้อ ฉันเลยมองเขาอย่างเคืองๆ อย่าบอกนะว่าเขาอยากซื้อถุงยางอนามัยน่ะ ไอ้คนมักมากเอ๊ย

            แต่ฉันก็เขินไม่กล้าจะว่าอะไร ฉันเลยเดินเข้าร้านสะดวกซื้อแล้วก็ซื้อน้ำเปล่า แล้วก็นมเปรี้ยวติดมือออกมา

            รอไม่นานทรงโปรดก็ขับรถมารอแล้ว ท่าทางเขามีลับลมคมนัยพิกล นอกจากถุงยางมัยแล้ว ยังมีอะไรที่เขาจะไปทำลับๆ ล่อๆ ที่นั่นได้อีก หรือว่าจะซื้อมาเยอะๆ แต่ไม่ได้ใช้กับฉันแค่คนเดียว

            โอ๊ย หยุดก่อนมาหยา เธอคิดเรื่องอะไรของเธอเนี่ย ฉันตบแก้มเรียกสติของตัวเองเป็นการใหญ่ แล้วก็ขึ้นรถ

            “อ่ะ” ฉันส่งนมเปรี้ยวที่เจาะหลอดแล้วส่งให้กับเขา จู่ๆ ก็โมโหขึ้นมา ฉันนี่ท่าจะบ้าไปกันใหญ่แล้ว

            คิดเองเออเองแล้วก็มาโกรธจริงใส่คนอื่น นี่มันเรื่องอะไรกัน เอ๊ะ หรือว่าฉันจะแพ้ท้องจนอารมณ์แปรปรวนกันเนี่ย

            “เป็นอะไร ทำหน้าตลกจัง” ทรงโปรดพูดกลั้วหัวเราะ ไม่รู้ว่าขำอะไรนักหนา

            “เปล่าซะหน่อย”

            “นี่งอนอะไร” เขาโน้มหน้าเข้ามาใกล้ ฉันเลยผลักเขาออกห่าง

            “ขับรถดูทางหน่อยสิ เดี๋ยวรถก็ชนหรอก” ฉันนี่เหมือนพวกไบโพลาร์[3] เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย ตามตัวเองไม่ทันแล้วเหมือนกัน บ้าจริง

         “หันหน้ามาให้จูบทีนึงก่อนสิ แล้วจะตั้งใจขับรถ” เขายิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ หาเรื่องเอาเปรียบกันได้ตลอด

            แล้วฉันก็อีกคน รู้ทั้งรู้ว่าเขากำลังรังแกก็ยังโน้มตัวกอดคอแล้วจูบเขาเหมือนไม่มียางอาย

            ใช่สิตั้งแต่เจอกันแล้ว ฉันก็ไม่เคยมีหรอก ยางอายน่ะ

            “น่ารักจังเลย แม่คนนี้

 

Song-Prod`s talking…

         เสียงนาฬิกาปลุกที่ดังขึ้นปลุกผมให้ตื่นขึ้น ผมรีบควานมือหาโทรศัพท์แล้วก็กดปิดมันทันทีก่อนที่มาหยาจะงอแงใส่อีก ผมยกมือขยี้ตามองดูรอบตัวก็เห็นว่ามาหยานอนใกล้ๆ คว่ำหน้าลงกับหมอนไม่มีทีท่าว่าจะตื่น นอกจากนั้นภายในห้องก็สว่างมากจากแสงที่ลอดผ่านผ้าม่านเข้ามา

            หลังจากงัวเงียอยู่ครู่หนึ่ง ผมก็เอื้อมมือไปเขย่าไหล่มาหยาเบาๆ เพื่อปลุกให้เธอตื่น

            “หยา

            “อื้ม” เธอลืมตาตื่น ครางในคอด้วยเสียงงัวเงีย ก่อนจะเข้ามาซุกหน้ากับอกของผมแล้วอ้อน

            “ฉันปวดหัว ขอนอนต่อได้มั้ย” เธออ้อนอย่างน่ารัก ผมก็อยากจะตามใจหรอกนะ แต่จะมัวตามใจตอนนี้ไม่ได้

            “เดี๋ยวค่อยนอนต่อ ลุกขึ้นก่อนนะ” ผมลุกขึ้นก่อน แล้วดึงตัวให้มาหยาลุกตาม

            “ทำไมล่ะ วันนี้วันหยุดนะ ขอนอนอีกหน่อยไม่ได้เหรอ” ภาพที่มาหยาพยายามทรงตัวไม่ล้มตัวลงนอนเป็นอะไรที่น่ารักมาก ผมยิ้มแล้วลงจากเตียง หยิบเอาที่ตรวจครรภ์ที่เพิ่งซื้อมาเมื่อคืนส่งให้กับเธอ

            เท่านั้นแหละ มาหยาหายง่วงเป็นปลิดทิ้ง เธอหน้าตาตื่นจนผมอดยิ้มไม่ได้

            “รู้ใช่มั้ยว่าใช่ยังไง” ผมถาม ยังยื่นมือค้างท่าเดิม มาหยาก็นิ่งไปพักหนึ่งก่อนจะรับมันไป

            “น่าตรวจให้ฉันสบายใจเถอะนะ เธอเองก็คงจะคิดเรื่องนี้อยู่ใช่มั้ยล่ะ” ไม่คิดเลยนั่นแหละที่น่าแปลก

            “ก็ได้” สีหน้าของมาหยาไม่แช่มชื่นเลย ผมช่วยประคองเธอลงจากเตียงแล้วก็หอมแก้มให้กำลังใจ

            “เอาน่า นะ เดี๋ยวพาไปกินของอร่อย แป๊บเดียวเอง” ผมช่วยปลอบ สีหน้าของมาหยาเลยดีขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย

            มาหยาเดินเข้าห้องน้ำไป ผมก็เดินไปที่โต๊ะทำงานแล้วมองหาปากกาเคมีสีชมพูมาเตรียมเอาไว้ อันที่จริงเมื่อคืนตั้งแต่ที่มาหยายืนยันกับผมว่าเธอไม่ท้อง ผมก็ไขว้เขวไปเหมือนกัน ก็อาจจะจริงอย่างที่เธอว่า ยังไงซะ เจ้าของร่างกายก็น่าจะรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงได้เร็วกว่าใครอยู่แล้ว

            และถ้าหากว่าเธอไม่ท้อง

            “ไง ว่าไง” ผมถามกับมาหยาเมื่อเธอหน้ามุ่นเดินกลับออกมาจากห้องน้ำ

            “ต้องรอผลอีกสักพักน่ะ” เธอตอบ ผมเลยแบมือต่อหน้า มาหยาดูลังเลใจแต่ก็ยอมส่งที่ตรวจครรภ์มาให้กับผม

            “งั้นเธอไปอาบน้ำก่อนนะ แล้วเราจะได้ไปกินข้าวข้างนอกกัน” ผมหลอกล่อเธออีกอย่าง มาหยาถึงกับถอนหายใจ เธอดูเพลียอยากจะนอนต่อ แต่คงไม่อยากขัดใจผมก็เลยกระแทกเท้าเข้าห้องน้ำอีกครั้งอย่างงอนๆ

            ผมเองก็รอ รอ แล้วก็รอแต่สุดท้ายผลการตรวจมันก็ขึ้นมาแค่ขีดเดียว อย่างที่คิดไว้เลย

            ผมมองประตูห้องน้ำหลายครั้งกลัวว่ามาหยาจะโผล่ออกมา แล้วรีบใช้ปากกาเคมีแต้มเป็นขีดสีชมพูอีกขีดทันที ถึงจะไม่ค่อยเนียนแต่ก็คงทำให้มาหยาเข้าใจผิดได้ไม่ยาก

            แน่นอนว่ามาหยาหน้าซีดเผือดไปเลยเมื่อผมส่งที่ตรวจครรภ์ให้กับเธอ มือเธอสั่นจนแทบจะทำร่วง ผมเลยถือโอกาสเอามาถือด้วยตัวเองแล้วก็หลอกล่อ

            “ก็อย่างที่เห็นนี่แหละก่อนหน้านี้เธอคุมเองมาตลอดใช่มั้ย ตอนนี้ผลมันออกมาแบบนี้แล้ว ห้ามกินยาอีกนะ เดี๋ยวจะกระทบถึงโปรดน้อย” ผมแอบหัวเราะเมื่อหน้าเธอซีดสลับแดง ทั้งขำทั้งสงสาร แต่ก็นะ

         “เอ่อ คือ

            “ไปฉลองกันนะคืนนี้ไปไหนกันดี



[1] หอยชักตีน (dog conch, wing shell) เป็นชื่อของหอยทะเลชนิดฝาเดียวเปลือกบางชนิดหนึ่ง โดยมีรูปร่างคล้ายหอยสังข์ขนาดเล็ก บางทีจึงเรียกว่า หอยสังข์ตีนเดียว

[2] เพลง Marry You ศิลปิน Bruno Mars

[3] โรคไบโพลาร์ (Bipolar) เป็นโรคที่จัดอยู่ในกลุ่มโรคทางด้านเรื่องอารมณ์ กลุ่มเดียวกับโรคซึมเศร้า คือ โรคอารมณ์ที่ชัดเจนที่มีอารมณ์เบื่อเศร้า แต่โรคไบโพลาร์ จะมีลักษณะที่มีอารมณ์ช่วงหนึ่งจะมีลักษณะรื่นเริง สนุกสนานสลับกับอารมณ์ซึมเศร้าอีกช่วงหนึ่ง มีการสูญเสียความสามารถในการทำงาน สังคม และครอบครัว

http://i.imgur.com/2ieeMfu.jpg
http://i.imgur.com/rBbBblV.jpg

Talk...

Song :: Brandon Beal, Olivia Holt – Paradise

เอ๊ะ เดี๋ยว จะเป็นแบบนั้นจริงๆ เหรอคะ

อร๊าย อุตส่าห์ลุ้นกันมาว่าสองคนนี้ใช่คู่หมั้นกันมั้ย

แหม จุดไต้ตำตอจริงๆ นะเออ โปรดน่ารักขึ้นแล้ว เย้image  image

ตอนนี้ “สำนักพิมพ์ Jai Luck เปิดพรีหนังสือเล่มแรกของเซต Angel Eyes แล้วค่ะ

เป็นเรื่อง Simmons’s Eyes ค่ะรายละเอียดคลิกที่รูปได้เลยนะคะ มู่ฝากด้วยนะคะ ขอบคุณมากๆ เลยค่ะ
นิยายเด็กอะไรไม่รู้ เลิฟซีนแรงกว่านิยายผู้ใหญ่อีก แงงงง  image



http://i.imgur.com/9y23cSP.jpgแล้วตอนนี้มู่ก็รีอัพเรื่องของซิมม์แล้วด้วยนะคะ คลิกตรงไอคอนนี้เลยค่ะ
อ่านจบตอนแล้ว คลิกอ่านตอนต่อไปได้เลยนะคะ
image              
                     
http://i.imgur.com/Eiwtvdu.jpg และอีกช่องทางการติดต่อที่ Line นี้เลยนะคะimage


                                                               
imageimage  imageimage  image

เฟซบุ๊คสำนักพิมพ์สมาร์ทบุ๊ค >>Click!!<<

แฟนเพจของมู่ mu_mu_jung >>Click!!<<
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 64 ครั้ง

97 ความคิดเห็น

  1. #19533 Tea cup (@Deeans) (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 10 มีนาคม 2562 / 13:16
    เกิดก่อนทรงโปรดวันนึง
    #19533
    0
  2. #17895 jinny (@janiss) (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2561 / 23:35
    ขำพี่โปรด555
    #17895
    0
  3. #15420 ผู้หญิงของรยู (@pimhell) (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 08:17
    อิโปรดเล่นอะไรของแก
    #15420
    0
  4. #15418 ppanyee riin'z (@yeeninja1930) (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2560 / 07:10
    ร้ายมากก 55555555555
    #15418
    0
  5. #15385 ywdguitar (@ywdguitar) (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2560 / 20:15
    นี่วางแผนให้เค้าท้องชัดๆ555
    #15385
    0
  6. #15381 feather25 (@feather25) (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2560 / 10:25
    แหม่ อิพี่โปรดคะ ร้ายนักนะ
    #15381
    0
  7. #15380 mod04327 (@mod04327) (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2560 / 09:57
    ร้ายยยน่ะ ทรงโปรด
    #15380
    0
  8. #15379 Foniiz Kanokwan (@foniiz-kt) (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2560 / 06:52
    นางมีแผนนนน
    #15379
    0
  9. #15378 alonemupfin (@alone-ii-pop) (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2560 / 20:57
    ร้ายยยย
    #15378
    0
  10. #15376 puphaa (@puphaa) (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2560 / 07:45
    โปรดน้อย เจ้าเล่ห์จริง
    #15376
    0
  11. #15375 EYEMI. (@parichatpopeye) (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2560 / 07:16
    ร้ายอ้ะ55
    #15375
    0
  12. วันที่ 2 กรกฎาคม 2560 / 21:32
    นี่ถึงกับล็อกอินมาคอมเม้นท์
    คุณทรงโปรดช่างร้ายกาจ ไม่ควรชื่อทรวโปรด5555555555
    #15374
    0
  13. #15373 iminvy (@milator) (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2560 / 20:36
    ร้ายกาจมาก!!!!!!!
    #15373
    0
  14. #15372 water4202 (@water4202) (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2560 / 20:20
    ร้ายนะพี่
    #15372
    0
  15. #15370 tjatupor2 (@tjatupor2) (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2560 / 18:33
    5555 เอางี้เลยเหรอ
    #15370
    0
  16. #15369 sk-8991 (@sk-8991) (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2560 / 17:00
    5555555แบบนี้ก็ได้เหรออ
    #15369
    0
  17. #15368 fern (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2560 / 14:01
    55555555 โอ้ยยย ทำไมน่ารักงี้เนี่ยยย
    #15368
    0
  18. #15367 TigerEungArng (@TigerEungArng) (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2560 / 13:37
    -พี่โปรดนี่มันร้ายจริงๆ อยากให้หยาท้องใช่ไหมถึงทำแบบนี่
    #15367
    0
  19. #15366 Mikaririn (@Mikaririn) (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2560 / 12:38
    อิพี่โปรดดดดดดดดดดแกล้งหยาอะหยาเครียดแย่เลย
    แต่แอบคิดไว้เหมือนกันว่าถ้าไม่ท้องนี่โปรดคงตัดให้ท้องอะที่ทำแบบนี้เพราะหยาคุมสินะ
    #15366
    0
  20. #15365 Exquisite Pain (@yaya-venus222) (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2560 / 12:20
    อิพี่โปรดร้ายง่ะ ????????????
    รักกกกกกกกที่สุดเลออออ
    #15365
    0
  21. #15364 ฤดูใบไม้ผลิ ^^ (@prino) (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2560 / 10:10
    โปรดนิมันร้ายนะ5555
    #15364
    0
  22. #15363 sophit28 (@sophit28) (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2560 / 08:57
    อิโปรดมันร้ายอ่ะ
    #15363
    0
  23. #15362 fahsai-0012 (@fahsai-0012) (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2560 / 08:27
    สงสารหยา โดนชายโปรดแกล้ง 5555
    #15362
    0
  24. #15360 ~~... แมวน้อย...~~ (@swithon) (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2560 / 08:13
    เฮียคะ หยายังเรียนไม่จบนะ
    #15360
    0
  25. #15358 Kkkk (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2560 / 07:34
    อยากมีเบบี๋จนต้องวางแผนหลอกล่อหยาเลยหรอ555555
    #15358
    0