Angel Eyes

  • 95% Rating

  • 60 Vote(s)

  • 3,080,152 Views

  • 19,964 Comments

  • 10,631 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    30,036

    Overall
    3,080,152

ตอนที่ 93 : Please`s Eyes ❥ Ep.05

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 37045
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 75 ครั้ง
    23 มิ.ย. 60

https://lh3.googleusercontent.com/-NS24jJ8jjiE/WONGPL2sRNI/AAAAAAABO_s/wI9ahE089jgrly_ZHIAwixcqL4urmP2ZgCJoC/w1080-h700/pleasepost05.gif

Please`s Eyes 05

We Were Lovers for The First Time

 

            “แม่” ผมครางอย่างอ่อนใจ อดจะหันไปมองมาหยาที่ยังไม่สบายอยู่ไม่ได้

            (งั้นมันหมายความว่ายังไงล่ะ…)

         “ผมกำลังยุ่งอยู่เลยครับแม่ เดี๋ยวผมจะโทรกลับนะครับ”

         (เรานี่ไม่เคยชัดเจนเลยนะ ไม่ว่าเรื่องอะไร…) แม่ว่ามาแบบนั้น และทำผมสะอึกไปไม่น้อย

            ก็จริงอย่างที่ท่านว่านั่นแหละ ผมเองก็ไม่ชัดเจนเท่าไหร่เลย ถึงจะบอกว่ามาหยาไม่อยากให้ใครรู้เรื่องของเรา แต่ความจริงแล้ว ผมเองก็ขี้เกียจจะพูดจะอธิบายกับคนอื่นจนเรื่องมันผ่านมาจนตอนนี้ ถ้าไม่มีใครเชื่อ คนที่ผิดก็คือตัวผมนี่เอง

         (แต่เรื่องนี้แม่ไม่ยอมนะขอบอก แล้วค่อยคุยกัน…)

            “ครับ” เถียงไปก็ไม่ชนะอยู่แล้วนี่ ผมก็เลยไม่ว่าอะไรวางสายไปเงียบๆ ก่อนจะเดินกลับไปดูอาการของมาหยาอีกครั้ง เธอยังหลับสนิทอยู่ เห็นแล้วก็ทั้งสงสารทั้งไม่สบายใจ

            ผมเองก็ยังไม่อยากเชื่อว่าจะมีคนที่ทำให้เป็นกังวลได้ขนาดนี้ มาหยานี่สุดยอดไปเลยนะ

            “นายไปทำงานเถอะโปรด เดี๋ยวฉันดูมาหยาให้เอง” ตัวเล็กบอกกับผมหลังจากที่ผมวนเข้าไปแตะหน้าผากคนป่วยรอบที่สาม

            ผมหัวเราะเขินๆ มองหน้าตัวเล็กก่อนจะกลับไปนั่งทำงานตามเดิม ไม่วายถูกเพื่อนคนอื่นเย้าแหย่เห็นแล้วชวนหงุดหงิดใจชะมัด

            “มึงนี่เป็นเอามากนะ ถ้าแฟนมึงอยู่ที่ห้องโน่นจะไม่ว่าอะไรเลย นี่ก็อยู่ด้วยกัน ทำเหมือนมาหยาจะแอบหนีกลับงั้นแหละ” กวีพูดแล้วส่ายหน้า

            “เออ ก็มึงไม่ได้มีแฟนเหมือนพวกกูนี่ ลองมีแฟนดูสิ เดี๋ยวรู้เอง ใช่มั้ยไอ้กาย” ผมหาพรรคหาพวก ไอ้กายก็ทำหน้างงๆ แต่พอมันหันไปมองตัวเล็กก็ยิ้มกว้างพูดเอาใจแฟนของมันทันที

            “จริงที่สุด

            “เออ ตอนนี้กูยังเข้าไม่ถึง เอาเป็นว่าจะไม่แซวอีกก็แล้วกัน” ไอ้กวีส่ายหน้าแล้วพวกเราก็ทำงานต่อ แต่ผมก็ไม่วายหันไปมองมาหยาเป็นระยะ ก็คนมันเป็นห่วงนี่นา จริงไหมเล่า

End Song-Prod talk…

 

Tou-Lek`s talking…

            ฉันอดยิ้มไม่ได้เมื่อเห็นทรงโปรดที่ดูนิ่งๆ หยิ่งๆ จะเป็นห่วงมาหยามากขนาดนี้ จริงอยู่ที่ทั้งสองคนเป็นแฟนกัน แต่ว่านะ คนมองอย่างฉันเห็นสายตาที่เขาใช้มองมาหยาก็อดเขินไม่ได้ ทั้งที่ฉันเองก็มีแฟนอยู่แล้วนะ แล้วแฟนของฉันก็น่าร้ากมากด้วย

            แต่แหม ดูผู้ชายหน้าตาร้ายๆ ดูไม่สนใจไยดีอะไรกับใครคนไหน ดูเป็นห่วงเป็นใยผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งแล้วใจมันก็เต้นตึกตักเหมือนกำลังดูหนังรักโรแมนติกอยู่อะไรแบบนั้นเลย

            แล้วตอนนี้ทรงโปรดก็แวะมาดูอาการมาหยาอีกแล้ว แวะมารอบที่สิบแล้วล่ะมั้ง

            คิดภาพผู้ชายตัวโตๆ ยกมือทาบหน้าผากผู้หญิงคนหนึ่งด้วยท่าทางเก้ๆ กังๆ กระซิบกระซาบอะไรก็ไม่รู้ แล้วก็จูบหน้าผากเธอไปด้วย โอ๊ย เขินตัวจะแตก

         แล้วนี่ก็รอบที่สิบห้าแล้วล่ะมั้ง ที่ทรงโปรดแวะเข้ามาดูมาหยา ทั้งที่อาการของเธอก็ดีขึ้นแล้วแท้ๆ

            และเพราะว่าถูกวอแวอยู่หลายครั้ง คนป่วยอย่างมาหยาก็เลยรู้สึกตัวตื่นขึ้นจนได้

            “มาหยา” ฉันพูดกับคนป่วย แล้วรีบรินน้ำให้ คิดว่าเธอคงหิวน้ำมากแน่ๆ หน้าก็แดง ปากก็แห้งกรังไปหมด ฉันเองก็เป็นห่วงอยู่เหมือนกันว่าทำยังไงถึงจะให้เธอดื่มน้ำได้บ้าง

            พอรินน้ำเสร็จปุ๊บ ทรงโปรดก็เดินมาถึงตรงนี้ปั๊บอย่างที่คิดเอาไว้เลย ฉันเลยส่งแก้วน้ำให้กับเขาไป

            “ขอบใจ” ทรงโปรดบอกกับฉันแล้วนั่งหมิ่นๆ ที่โซฟา จากนั้นก็ช่วยประคองให้มาหยาลุกขึ้นอย่างระมัดระวัง

            “โปรด” มาหยายกมือขยี้ตา ท่าทางดูอ่อนเพลียมากจนน่าสงสาร

            “ดื่มน้ำหน่อย เธอเป็นไข้สูงมาก จะได้ดีขึ้น” เขาพูดกับมาหยาด้วยเสียงอ่อนโยน แตกต่างกับบุคลิกภายนอกอย่างสิ้นเชิง ฉันชอบนะ คือแบบว่ามันน่ารักมากจริงๆ

            “มิน่าล่ะ ปวดหัวมากเลย” มาหยาพึมพำ

            ตอนนี้ฉันเข้าใจแล้วว่าเวลาผู้หญิงป่วยมันน่ามองแบบนี้นี่เอง แบบว่ามาหยาแดงระเรื่อไปทั้งเนื้อทั้งตัวเลย

            “ดื่มน้ำก่อน กินยาด้วย กลัวว่าไข้เธอจะสูงจนน็อกไป เดี๋ยวจะแย่เอา” ทรงโปรดพูดอ่อนหวานกับมาหยามาก แบบว่ากลายเป็นคนละคนกับผู้ชายที่เคยเจอก่อนหน้านี้เลยล่ะ

            ฉันนั่งยิ้มมองอย่างเพลินๆ ถึงไม่ได้คุยกับมาหยาแต่ได้มาดูอะไรแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน

            “อากาศข้างนอกชักจะเย็นแล้ว ให้มาหยาเข้าไปนอนในห้องเลยมั้ยโปรด” กวีตะโกนถามมา ตอนที่ทรงโปรดกำลังป้อนยา หรือจะเรียกว่ากำลังข่มขู่ให้มาหยากลืนยาลงคอ ก็อย่างว่าแหละ ไม่ว่าใครก็ไม่ชอบยาด้วยกันทั้งนั้นแหละ

            “ฮะ” ทรงโปรดตะโกนถามกลับมา กวีเลยอธิบายกลับไป

            “ก็คืนนี้มึงก็นอนกับกูเลยแล้วกัน คืนนี้เราต้องทำงานกันอีกนานเลย ให้มาหยานอนพักที่ห้องรับแขกเลยก็ได้”

            “เอางั้นเหรอวะ” ทรงโปรดยังดูลังเลใจ แต่ฉันก็ยืนยันด้วยอีกเสียง นอนโซฟาแบบนี้ไม่สบายหรอก นอกจากจะเสียงพูดคุยของหนุ่มๆ แล้วยังแสงไฟที่แยงเข้าตาอีก ได้นอนพักสักหลับสนิทก็น่าจะดีกว่า

            “ฉันมีเสื้อติดรถมาด้วย ให้หยายืมใส่ก็ได้ ตัวเราเท่ากันเลย จะได้ไม่ต้องพาไปไหนมาไหนไง ออกไปข้างนอกเจอลมเจอฝนเดี๋ยวก็ป่วยอีก นอนพักยาวๆ สักคืนก็น่าจะดีขึ้นนะ” ฉันช่วยพูด สงสารคนป่วยคงไม่อยากไปไหนมาไหนหรอก เป็นฉันก็อยากนอนบนเตียงนุ่มๆ มากกว่า

            “เดี๋ยวลงไปเอาเสื้อผ้ามาให้”

            ทรงโปรดไม่ตอบในทันที เขาหันไปมองหน้ากาย กายก็พยักหน้าให้ สุดท้ายก็เลยต้องบอกตกลง

            “เอางั้นก็ได้ งั้นไปนอนพักข้างในเถอะ จะได้อาบน้ำด้วย เดี๋ยวอาบให้” ทรงโปรดบอกกับมาหยาที่กะพริบตาถี่ไม่พูดไม่จาตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว

         “ให้ตัวเล็กอาบให้แทนได้มั้ยอ่ะ

            พอมาหยาพูดมาแบบนั้น ทั้งฉันและทรงโปรดก็สะดุ้งพร้อมกัน ฉันหัวเราะ แต่ไม่แน่ใจนะว่าทรงโปรดจะขำด้วยไหม พูดแบบนี้หาเรื่องให้ทรงโปรดเกลียดหน้ากันเลยนี่นา

            “ก็” มาหยาแก้มแดงแล้วก็ไม่พูดอะไรอีก

            “เออ ก็ได้ แต่รีบอาบหน่อยแล้วกัน อากาศมันเย็น ฝนตกด้วย เดี๋ยวจะอาการแย่กว่าเดิม” ทรงโปรดตอบ ท่าทางไม่ค่อยพอใจนักหรอก แต่ฉันเข้าใจนะว่าทำไมมาหยาถึงอยากให้ฉันช่วย

            ก็แหมลองให้ทรงโปรดช่วยอาบน้ำให้สิ คงจะได้ออกจากห้องน้ำง่ายๆ หรอก เอ๊ะ แล้วนี่ฉันคิดอะไรอยู่ กรี๊ด!

            “งั้นเดี๋ยวลงไปเอาเสื้อผ้าก่อนดีกว่า” ฉันพูดขึ้น แต่กายก็พูดขัดขึ้นมาอีกคน

            “ไม่ต้องหรอก รออยู่ตรงนี้แหละ เดี๋ยวลงไปเอามาให้เอง” กายทำหน้าเนือย อย่าบอกนะว่าก็หึงฉันเหมือนกัน โอ๊ย ผู้ชายคนนี้หวงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน

         “ขอบใจนะ” ฉันบอกกับกายจากใจจริง

            ตั้งแต่ที่เราได้เจอกัน กายก็ดูแลฉันเป็นอย่างดีไม่มีขาดอะไรเลย มีแต่จะมากเกินไปด้วยซ้ำ ถ้าหากไม่มีเขาสักคน ฉันก็เดาไม่ออกเลยว่าตัวเองจะเป็นยังไง ที่รู้ ฉันคงไม่มีความสุขแบบนี้แน่

 

            กายทำธุระที่ห้องชุดของกวีเสร็จแล้ว เราสองคนก็กลับมาที่คอนโดของเรา เอ๊ย คอนโดของกายนั่นแหละ มาหยาอาการยังไม่ดีขึ้นมาก แต่ไข้ก็ลดลงมากแล้ว ส่วนทรงโปรดน่ะเหรอ คิดแล้วก็ขำเหมือนกันเขาอาการหนักกว่าตอนที่ฉันอยู่ด้วยซะอีก

            ตอนที่ฉันอยู่น่ะ ฉันยังคอยดูมาหยาได้ แต่พอฉันไม่อยู่ทรงโปรดก็กลัวว่ามาหยาจะเป็นอะไรตอนที่เขานั่งทำงานอยู่ข้างนอก เขาทำอะไรต่อไปรู้ไหมก็ตามแบบเจ้าพ่อ Live นั่นแหละ

            เขาเลือกจะใช้โทรศัพท์ไลฟ์เฟซบุ๊กมาหยาทิ้งไว้แบบนั้น ส่วนตัวเองก็มาทำงานอยู่ข้างนอก แล้วดูคนป่วยห่างๆ ผ่านทางคอมพิวเตอร์ ดูซะว่าน่ากลัวมากแค่ไหน

            แต่ก็ยังดีที่ไฟในห้องมืดสลัวมาก แล้วกล้องก็จับแค่ปลายเตียงเท่านั้น ทรงโปรดบอกว่าเวลามาหยาลุกเข้าห้องน้ำ หรือว่าถ้าไอมีอาการไม่ค่อยดีเขาจะได้รู้ทันทีแล้วเข้าไปดูอาการทัน

            กายยังแซวอยู่เลยว่าแบบนี้เหมือนเลี้ยงลูกผ่านเบบี้มอนิเตอร์ไม่มีผิด

            “ดูอะไรอยู่น่ะ” กายถามฉัน ตอนที่เรากำลังตัดสินใจว่าจะไปร้านไหนดีเพื่อทานมื้อค่ำกัน

            “ก็ไลฟ์ของโปรดน่ะแหละ เขาห่วงหยามากเลยเนาะ แต่แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เวลาหยาไอหรือหายใจหอบๆ จะได้รู้” ฉันตอบกาย แต่สายตายังจ้องดูหน้าจอโทรศัพท์ไม่หยุด ก็ไม่ได้เห็นอะไรหรอกอย่างที่บอกว่าเห็นแค่ปลายเตียง แต่ไม่รู้ทำไมฉันถึงได้รู้สึกว่าผู้ชายหน้าตาดุๆ ดูโหดร้ายเอาแต่ใจคนนี้มีมุมอบอุ่นอ่อนโยนอย่างน่าประหลาด ทำฉันเขินทุกครั้งที่เจอหน้าเขา

            “เดี๋ยวเถอะ จะไปหลงผู้ชายคนอื่นไม่ได้นะคะ” กายทำหน้ามุ่ยเหมือนกำลังงอน ฉันเลยเอนตัวเข้าประจบ

            “ใครจะหลงล่ะ พี่กายน่ารักที่สุดแล้ว” ฉันฉีกยิ้มกว้าง กายก็งอนๆ แต่สุดท้ายก็ยอมส่งยิ้มมาให้

         “แต่จะว่าไป ไอ้โปรดนี่เหมือนเลี้ยงเด็กอยู่จริงๆ นะ แค่เปลี่ยนเฟซบุ๊กเป็นเบเบี้มอนิเตอร์ ถึงกับไลฟ์ปลายเตียงเมียตอนที่ตัวเองทำงานอยู่ข้างนอก” กายชะโงกหน้าเข้ามาดูหน้าจอโทรศัพท์ของฉันแล้วก็พึมพำ

            “ดูโรคจิตอ่ะ เหมือนสตอล์กเกอร์[1]เลย”

         “แหม ฉันว่าโรแมนติกดีออก” ฉันเพ้อฝัน มันก็ให้ความรู้สึกห่วงใยแบบคุกคามอยู่นิดหน่อยเท่านั้นเอง

            “โรแมนติกตายล่ะ นี่ถ้ามันคลั่งขึ้นมา วันดีคืนดีจะไม่ฝังไมโครชิพติดตามในตัวหยาเลยเหรอ” เขาส่ายหน้า ฉันเลยหันไปต่อว่าทันที

            “อย่าใส่ร้ายเพื่อนแบบนั้นสิ” กายนี่อะไรไม่รู้ ฉันว่าทรงโปรดไม่ได้ร้ายขนาดนั้นหรอกน่า

            “อ้าวเรื่องนี้ก็ไม่แน่นะ ดูมันเดินเข้าไปหาหยาสิ น่ากลัวอ่ะ เหมือนฆาตกรโรคจิตกำลังจะฆ่าเหยื่อที่นอนหลับอยู่เลย” คำพูดของกายทำให้ฉันมองดูไลฟ์อีกครั้ง ก็เห็นว่าทรงโปรดเดินเข้ามาในห้องอีกครั้งจริงๆ เขากระแทกตัวกับโต๊ะตัวเล็กไปด้วย โทรศัพท์เลยเลื่อนแล้วเห็นตัวคนป่วยที่นอนบนเตียงชัดขึ้น

            ฉันนั่งมองตาไม่กะพริบ ไม่ได้ยินว่าทั้งสองคนคุยอะไรกัน แต่บรรยากาศมันละมุนมาก แบบว่าสีฟุ้งๆ เหมือนสีพาสเทลเลยล่ะ

            ทรงโปรดนั่งลงที่ขอบเตียง ประคองให้มาหยาลุกขึ้นมาดื่มน้ำ เช็ดหน้าเช็ดตาให้แล้วก็ห่มผ้าให้ เขาลุกขึ้นแล้วก็ไม่ลืมโน้มหน้าลงไปจูบหน้าผากของมาหยาก่อนจะเดินออกมา โอ๊ย ฉันเหมือนน้ำตาลทะลักเข้ามาในเส้นเลือด แล้วมันก็พุ่งขึ้นหัวทันทีเลย

            กายว่าหวานแล้วนะ ฉันว่าทรงโปรดดูหวานกว่าเยอะเลย

            “ยิ้มอะไรอยู่ได้ เฮ้ย ชักจะหึงแล้วนา” กายดูหงุดหงิดที่ฉันไม่สนใจเขาเท่าไหร่ ฉันก็เลยส่งโทรศัพท์ให้เขาดูบ้าง

            “เนี่ย น่ารักออก”

            “นี่กลับไปคงต้องจูบให้เยอะกว่านี้แล้วสินะ พูดแบบนี้เหมือนว่าพี่กายไม่ได้จูบตัวเล็กเลยอย่างนั้นแหละ” เขาทำเสียงเง้างอดเหมือนเด็กสามสี่ขวบตามประสาคุณชายกายนั่นแหละ ตัวใหญ่แบบนี้แต่ใจน้อยอย่าบอกใครเลย

            “บ้า” ฉันบ่นอุบอิบหน้าแดงไปหมด

            “เดี๋ยวๆ ขอโทรไปบอกไอ้โปรดมันก่อน จะไลฟ์เมียนอนบนเตียงคนเดียวแบบนี้มันไม่งาม” กายพูดขึ้น เพราะเขาเดินไปชนโต๊ะ โทรศัพท์เลยเลื่อนไปจับภาพทั้งตัวของมาหยาอย่างบังเอิญพอดี ฉันเองก็ห่วงเรื่องนี้อยู่เหมือนกันก็เลยพยักหน้าให้กาย

            ฉันยิ้มกับตัวเอง เพราะตอนนี้ยิ่งทำให้มั่นใจว่าตัวเองเลือกคนไม่ผิด ที่ตัดสินใจจะอยู่กับเขา

End Tou-Lek talk…

 

         ฉันปรือตาขึ้นอย่างง่วงงุนเมื่อได้ยินเสียงพูดคุยพึมพำของทรงโปรดกับใครสักคน เมื่อปรับสายตาได้แล้วก็เห็นว่าทรงโปรดกำลังคุยโทรศัพท์กับใครบางคนอยู่

            “เออ ขอบใจ กูก็ไม่รู้ว่าเผลอไปชนเข้าตอนไหนเหมือนกันว่ะ ไม่รู้เลยว่ามันถ่ายอะไรไปบ้าง” ทรงโปรดพูดกับโทรศัพท์ก่อนที่เขาจะเดินไปขยับโทรศัพท์ของฉันที่วางบนโต๊ะเล็กข้างเตียง แล้วก็คุยต่อ ฉันไม่ได้ฟังว่าเขาคุยอะไรกันบ้าง ในหัวยังปวดหนึบๆ อยู่เหมือนเดิม เพิ่งเคยเป็นไข้แล้วอาการหนักแบบนี้เป็นครั้งแรกเลย มันแย่สุดจะบรรยายเลยล่ะ แถมยังต้องรบกวนคนอื่นไปทั่วอีกต่างหาก

            เสื้อผ้าที่ใส่ก็เป็นของตัวเล็ก แถมยังต้องมานอนค้างห้องของคนที่เพิ่งเจอหน้ากันไม่กี่ครั้งอีกต่างหาก ถึงกวีจะรู้จักกับทรงโปรดมาก่อนแล้วก็เถอะนะ แต่ฉันก็เป็นคนนอกอยู่ดี

            “หยาเหรอ ดีขึ้นเยอะแล้วล่ะ ไม่มีไข้ล่ะ หลับไปแล้ว พรุ่งนี้ถ้าไม่ดีขึ้นคงต้องไปโรงบาล”

            ฉันหลุดจากภวังค์ความคิดของตัวเองเมื่อได้ยินชื่อของฉันเองจากปากของทรงโปรด เลยอดไม่ได้ที่จะแอบมองเขาอีกครั้ง ฉันฟังแทบไม่ได้ยินเพราะเขาอยู่ไกลยืนหันหลังให้และพูดเสียงเบาหวิวแทบไม่ได้ยิน ทำท่าจะออกไปทำงานต่อ

            “นี่กูก็ยังเครียดอยู่ ถ้าหยารู้ความจริงว่ากูทำอะไรเอาไว้บ้างนี่คงแย่ว่ะ” ประโยคนี้ฉันหูผึ่งขึ้นมา ใจเต้นแรงขึ้น อยากรู้อยากเห็นว่ามีเรื่องอะไรกันแน่ ฉันเหรอ แล้วเขาทำอะไรฉันไว้ คืออะไร ยิ่งคิดก็ยิ่งไม่เข้าใจเข้าไปใหญ่

         “กูก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน ถ้าหยารู้แล้วจะเป็นไง แต่เชื่อเหอะ หยารักกู ยังไงก็เข้าใจกูแน่” เขาหัวเราะ แต่ฉันยิ่งสับสนเข้าไปใหญ่ เข้าใจเหรอ มันหมายความว่ายังไง ฉันอยากจะลุกขึ้นและถามให้รู้เรื่องตอนนี้เลย แต่ก็มึนจนลุกไม่ไหว

            “แล้วกูจะพูดได้ไงล่ะ ว่ากูมีคู่หมั้นแล้ว บ้านแตกกันพอดี!

            ฉันแทบจะสำลัก อยากจะลุกขึ้นถามเขาตอนนี้เลย แต่เรี่ยวแรงมันก็ไม่เป็นใจจนหงุดหงิดตัวเอง

            ทรงโปรดเขามีคู่หมั้นแล้วเหรอ อย่าบอกนะว่าเป็นผู้หญิงที่เคยโทรมาหาเขาตอนดึกๆ น่ะ ฉันพยายามจะเรียกเขา แต่เสียงก็แหบแห้งจนแทบไม่ได้ยิน

            “เออน่า” เขาพูดอะไรอีกก็ไม่รู้แล้วก็เดินออกจากห้องไป ส่วนฉันก็แทบจะดิ้นตายบนเตียง

            คอยดูนะ คอยดู ฉันไม่ยอมแน่ ถ้าไม่รู้เรื่องทั้งหมดว่าอะไรเป็นอะไร อย่าหวังว่าฉันจะยอมเลย ทรงโปรด!

            ทั้งที่ใจอยากจะอาละวาดแทบขาด แต่ฉันกลับขยับร่างกายตัวเองไม่ไหว เผลอหลับไปเพราะฤทธิ์ยาตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้ มันมึนงงสะลึมสะลือ รู้ตัวอีกทีก็เช้าแล้ว

            “ลุกมาล้างหน้าหน่อยนะ” ทรงโปรดประคองฉันเข้าห้องน้ำ เขาช่วยล้างหน้าบีบยาสีฟันให้ ดูแลเอาใจใส่อย่างดีทุกอย่าง แล้วอีกอย่าง อยู่ด้วยกันมาก็นาน ถ้าไม่นับเรื่องยัยฮันนาห์อะไรนั่น เขาก็ไม่เคยมีเรื่องผู้หญิงมากวนใจเลย มีแต่ฉันนี่แหละที่เอาแต่ใจ แถมยังงี่เง่าไม่เอาไหนอีกต่างหาก

            “มองหน้าอยู่ได้ เป็นอะไร มีอะไรรึเปล่า” ทรงโปรดก้มหน้าถามฉัน ฉันเลยกัดปาก อยากถามออกไปเหลือเกิน

            แต่เดี๋ยวก่อนตอนนี้เราอยู่ในห้องของคนอื่นไม่ใช่ที่บ้านของเรา ถ้าจะมีเรื่องทะเลาะกัน ฉันก็ไม่อยากจะทำตรงนี้และตอนนี้เลย

            “เปล่า” สุดท้ายฉันก็เลือกที่จะปฏิเสธออกไป ยอมว่าง่ายแต่โดยดี

            เรื่องนี้ยังไงก็ต้องคุยอยู่แล้ว ฉันบอกตัวเองแบบนั้น ตอนนี้ก็เลยเว้นไว้ก่อนก็ได้ ค่อยกลับไปคุยกันที่บ้าน

            แต่ตัวฉันก็คือตัวฉัน ฉันรู้ตัวดีว่าเหตุผลที่บอกตัวเองน่ะมันกลวงสิ้นดี ความจริงแล้วฉันก็แค่กลัวคำตอบเท่านั้น

            กลัวจะได้ยินทรงโปรดบอกว่าเขามีคนอื่นอยู่แล้ว และวันหนึ่งเขาก็ต้องกลับไปหาผู้หญิงคนนั้น มันเป็นเรื่องที่บีบหัวใจฉันมากจนอธิบายความกลัวออกมาเป็นคำพูดไม่ได้เลย

 

            ทรงโปรดมองฉันอย่างเป็นห่วงหลายต่อหลายครั้ง แต่เขาก็ไม่ได้ถามอะไร จนกระทั่งตอนกลางดึกที่เราจะเข้านอน ท่าทางจะทนสงสัยไม่ไหว เลยพูดขึ้นมาจนได้

            “หยา

            “หืม” ฉันครางตอบเขาในคอ นี่ก็ยังปวดหัวตัวร้อนอยู่ อยากจะนอนมันอย่างเดียวเลย

            “เป็นอะไรรึเปล่า เงียบๆ ไปนะ” เขามองมาอย่างกังวล ฉันเองก็ไม่กล้าพูดเรื่องคู่หมั้นของเขาจนแล้วจนรอด

            ทำไมนะ ทำไมกับแค่เรื่องง่ายๆ ทำไมถึงพูดไม่ออกสักที คิดแล้วมันน่าหงุดหงิดตัวเองที่สุดเลย

            “เปล่า ฉันไม่สบายนะ จะให้ฉันเหาะเหินเดินอากาศรึไง” ฉันแกล้งตอบรวนๆ ทรงโปรดเลยหัวเราะ ก่อนจะขึ้นเตียงเหมือนทุกคืน

            “งี้ค่อยสบายใจขึ้นมาหน่อย เธอเงียบแล้วมันแปลก” เขาส่ายหน้า ส่วนฉันก็ย่นจมูกใส่ คันปากยิบอยากจะถามออกไปจริงๆ แต่ฉันยังอยากเห็นรอยยิ้มที่สดใสแบบนี้ต่อไปก็เลยทำไม่รู้ไม่ชี้ต่อไป

            “เวลาฉันพูดมาก นายก็บ่นว่าฉันน่ารำคาญ” ฉันบอกเสียงอุบอิบ ทรงโปรดเลยทำหน้าเหลอหลาน่าตี

            “ฉันเหรอ? ฉันทำแบบนั้นเมื่อไหร่กัน” เขาตีหน้าตายแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้บ้าง

         “เออ มะรืนนี้วันที่ 18 นี้ว่างมั้ย” แล้วทรงโปรดก็เปลี่ยนคุย เขาทำหน้าจริงจังขึ้นจนฉันไม่กล้าจะพูดท้วงอะไร

            “มะรืนนี้เหรอ” ฉันขมวดคิ้ว คุ้นๆ ว่ามันเป็นวันสำคัญวันหนึ่งของฉัน

            “รอแป๊บนะ” ฉันบอกทรงโปรดแล้วหยิบเอาโทรศัพท์ขึ้นมาดูปฏิทิน

            “เอ่อทำไมเหรอ” หลังจากเห็นวันที่แล้วฉันก็ถามทรงโปรดเบาๆ

            “ท่าทางแบบนี้คงไม่ว่างสินะ” เขากอดอก ทำหน้าเหมือนจะงอนเหมือนจะเครียดยังไงชอบกล

            “จะไปไหน ไปทำอะไร”

            “คือว่า” แล้วทำไมทรงโปรดดูโกรธขนาดนี้ด้วยนะ นี่ฉันทำอะไรผิดไปรึเปล่า ฉันคิดในใจแล้วก็ตอบเขาไปตามความจริง

            “คือว่า ทุกวันที่ 18 ฉันน่ะต้องไปทำบุญทุกปี” ฉันตอบไป คิ้วเข้มของทรงโปรดก็ยิ่งชนกันหนักกว่าเดิมจนเห็นเป็นรอยย่นที่หน้าผาก

            “ทำบุญ ไหงงั้น?” ทรงโปรดเอาหมอนใบใหญ่ซ้อนหลังแล้วพิงกับหัวเตียง เขากอดอกมองมาอย่างเอาเรื่อง

            “คือว่าฉันสนิทกับญาติห่างๆ คนหนึ่งมาก มากๆ เลยล่ะ ท่านรักเอ็นดูฉันเหมือนลูกสาวจริงๆ แล้วเราก็ไปทำบุญด้วยกันบ่อย” ฉันตอบเสียงค่อย ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องกลัวเขามากขนาดนี้ด้วย

            “แล้วทุกวันที่ 18 กรกฎาคม ทุกเช้าเลยฉันต้องไปทำบุญกับท่านน่ะ แล้ว

            เอ๊ะ วันที่ 18 กรกฎาคม เป็นวันเกิดของทรงโปรดนี่นา ฉันลืมไปเลย ฉันเผลอมองเขาอย่างตกใจ ทรงโปรดก็เลิกคิ้วขึ้นเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่

            “พี่น้องสนิทกันก็ไม่ใช่ทำไมต้องไปทำบุญอะไรด้วยกันด้วยวะ” นั่นประไรล่ะ ทรงโปรดโกรธจริงๆ

            “ก็บอกแล้วไง ฉันรู้จักกับท่านมาหลายปีแล้ว ไปทำบุญด้วยกันบ่อยๆ แต่ฉันก็ไม่ลืมนะ ว่าวันที่ 18 เป็นวันเกิดนาย” พอตอบไปแล้ว สีหน้าเครียดๆ ของทรงโปรดก็ดีขึ้นมาเล็กน้อย แต่ก็แค่นิดหน่อยเท่านั้น

            ท่าทางของทรงโปรดดูทั้งตกใจทั้งแปลกใจที่รู้ว่าฉันจำวันเกิดของเขาได้ แต่มันแปลกตรงไหนล่ะ อยู่ด้วยกันตั้งนาน ทำไมฉันจะไม่รู้เล่า

            “เอาเป็นว่าวันที่ 17 เราจะอยู่ด้วยกันทั้งวัน แล้วพอเข้าวันที่ 18 ตอนเที่ยงคืนฉันจะอยู่กับนายตลอด จะบอกแฮปปี้เบิร์ธเดย์คนแรกด้วย ดีมั้ย?

         เดี๋ยวนะ นี่ฉันกำลังอ้อนเขาอยู่เหรอเนี่ย เสียท่าของสาวมั่นอย่างมาหยาชะมัดเลยแฮะ

            ถึงจะอาย แต่ฉันก็ดีใจที่ได้บอกเขาไปตามตรง แต่ก็นั่นแหละ ทรงโปรดก็คือทรงโปรด เขายังไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่

            “แล้วทำไมเช้าวันเกิดฉัน เธอต้องไปกับคนอื่นด้วย เธอต้องอยู่กับฉันสิ ถึงจะเป็นคนรู้จักอะไรก็ช่างเหอะ แต่เราเป็นแฟนกันไม่ใช่เหรอ” เขาถามเสียงสูง เป็นครั้งแรกที่ฉันได้ยินเขาบอกว่าเราเป็นอะไรกันชัดเจน

         ที่ผ่านมาฉันก็รู้สถานะของตัวเองดี ว่าเป็นแค่คนอาศัย ฉันก็คิดมาตลอดว่าเราสองคนมีความสัมพันธ์แบบ Friend with benefits ที่เป็นแค่เพื่อนกันแต่มีอะไรผูกพันกันทางร่างกาย แต่ไม่ใช่ผูกพันกันทางสถานะ แต่ตอนนี้มันไม่ใช่แบบนั้นแล้ว

            Friend with benefits ที่ฟังดูออกจะดี แต่ความหมายมันก็เหมือนกับคำว่า Sex Friend นั่นแหละ คำคำนี้มันจะได้หายไปจากในใจของฉันซะที

            “ฉันไม่อยากให้เธอไป” ทรงโปรดกอดอกทำหน้าเครียด ดูงอแงผิดวิสัยคนเดิมที่เคยรู้จัก

            “ฉันไปทำบุญกับคุณป้าท่านมาจะหกปีแล้วนะ” ฉันบอกเขาเสียงค่อย

            “หกปี?” เขาเลิกคิ้วสูง คงตกใจที่รู้ว่าตัวเองมาทีหลัง สีหน้าเขาตอนนี้ก็ขำดีเหมือนกัน

            “อืม รู้จักกันตอนที่ฉันไปไหว้พระข้ามปีมาน่ะ” พูดจบ ทรงโปรดก็หัวเราะ หัวเราะบ้าอะไรของเขากันเนี่ย

            “มันมีอะไรน่าหัวเราะเหรอยะ” ฉันประชด ทำเหมือนว่าฉันเป็นโจรฆ่าคนอย่างนั้นแหละ การไหว้พระข้ามปีมันน่าขำตรงไหนยะ

            “ไม่น่าเชื่อว่ามาหยาจะเข้าวัดทำบุญเป็นด้วยน่ะสิ ไม่น่าเชื่อ” สายตาของเขากวาดมองฉันขึ้นลง แล้วก็อ้อยอิ่งตรงหน้าอกกว่าที่อื่น ฉันเลยขึงตาใส่แล้วดึงผ้าห่มมาบังเอาไว้

            ก็นี่เราจะเข้านอนกันแล้วนี่ฉันไม่ชอบใส่บราเซียนอนแล้วมันแปลกตรงไหน ผู้หญิงคนอื่นก็ไม่ใส่บรานอนกันทั้งนั้นแหละ ชิมีแต่เขานั่นแหละที่ดูหื่น คนอะไรนิสัยไม่ดี

            “ก็นะ เดี๋ยวนี้ไม่มีเพื่อนไปด้วย เพื่อนสนิทตอนมอต้นก็แยกย้ายไปเรียนที่อื่นกันหมด อยากไปจะเหมือนกันแต่ไม่มีใครไปด้วย” ฉันบอกเสียงอุบอิบ ทรงโปรดเลยหัวเราะก่อนจะดึงฉันเข้าไปหา แล้วกอดฉันเอาไว้พอหลวมๆ

            “วันที่ 17 แค่นั้นไม่พอหรอก วันที่ 18 มันเป็นวันของฉันนะ เธอต้องยกมันให้กับฉันสิ”

            น่าแปลกจัง ทำไมวันนี้ทรงโปรดดูอ้อนผิดปกตินะ หรือว่าเขาจะป่วย พอคิดแบบนั้นฉันก็ตกใจ ผละห่างจากเขาเล็กน้อย แล้วยกมือทาบหน้าผากของเขา

            “นี่ ฉันไม่ได้ป่วยนะ ใครจะไปขี้โรคเหมือนใครบางคนแถวนี้ล่ะ สามวันดีสี่วันไข้ คนอื่นเป็นห่วงนะรู้มั้ย” ทรงโปรดดึงมือฉันออกแล้วรั้งให้ฉันนั่งลงตามเดิม

            “ว่าแต่วันที่ 18 ไม่ไปไหนไม่ได้เหรอ” เขาวกกลับมาเรื่องเดิมอีกครั้ง ฉันเลยหัวเราะแล้วก็อ้อนให้เขาเข้าใจ

            “วันขอแค่ช่วงเช้าจนถึงตอนเที่ยงได้มั้ย ตอนเช้าฉันไปจะที่บ้านพักคนชรา แล้วคุณป้าก็นิมนตร์พระท่านมาด้วย แล้วช่วงสายๆ ฉันจะไปวัดน่ะ”

            “ไปทำไม” คิ้วของทรงโปรดยังไม่เลิกขมวดจากกัน ไม่รู้จะเครียดอะไรขนาดนั้น

            “อ้อ หลานชายของคุณป้าเขาบวชน่ะ บวชเรียนประมาณสองหรือสามเดือนนี่แหละ พี่เขาเพิ่งเรียนจบเลยตั้งใจว่าจะบวชแล้วก็แต่งงานน่ะ” ฉันอธิบายไป ก็ไม่แน่ใจว่าทรงโปรดจะเข้าใจรึเปล่า เพราะไม่ใช่คนรู้จักด้วย

            และท่าทางว่าทรงโปรดจะไม่เข้าใจจริงๆ เพรายิ่งฉันพูดเท่าไหร่ ทรงโปรดก็ขมวดคิ้วมุ่นจนหน้าดำคร่ำเครียดยิ่งกว่าเดิม

            “ฉันจะไปช่วยงานพี่เขาช่วงเช้าถึงช่วงสายแล้วขอตัวกลับนะ แล้วเราจะไปไหนกันดีล่ะ” ฉันเอียงคอถามเขาเสียงหวาน ทรงโปรดเลยมองฉันด้วยสายตาแปลกๆ

            “แล้วตะลอนๆ หลายวันแบบนั้นจะไม่เหนื่อยเหรอ แล้วจะมีแรงมาอยู่กับฉันเหรอ”

            “เอ หมายความว่าไงคะ” ฉันขึงตาใส่ทรงโปรดเพราะเขาพูดจาไม่น่ารักเลย แต่มีหรือเขาจะกลับ หัวเราะเสียงสดใสเหมือนเมายาใส่หน้าฉันอีกต่างหาก

            “สรุปแล้ว เช้าวันที่ 18 เธอต้องไปทำบุญเลี้ยงอาหารที่บ้านพักชรา ตอนสายๆ ต้องไปงานบวชของคนที่รู้จัก”

            “อืม” ฉันพยักหน้าให้กับทรงโปรดที่ดูเหมือนจะเข้าใจเหตุการณ์ทั้งหมดแล้ว

            “แล้วทำไมถึงต้องทำบุญเลี้ยงพระวันที่ 18 ด้วย วันสำคัญอะไร” เขาถามเสียงนุ่ม จ้องหน้าฉันตาไม่กะพริบจนฉันหวามไหวเข้าเส้นเลือด กลัวจนไม่กล้าจะสบตาด้วย

            “คือว่าวันที่ 18 เป็นวันเกิดลูกชายของคุณป้าน่ะ ฉันเองก็เพิ่งมารู้เมื่อสักสองสามปีก่อนนี่เหมือนกัน คิดว่าเป็นการทำบุญเลี้ยงอาหารเหมือนทุกที แต่ว่าฉันก็ไม่ได้รู้จักกับลูกชายของคุณป้าเป็นการส่วนตัวหรอกนะ แค่ไปทำบุญกับคุณป้าท่านเฉยๆ” ฉันบอกเสียงอ้อมแอ้ม เลยได้ยินเสียงทรงโปรดถอนหายใจ แต่ไม่รู้ว่าเขาทำหน้ายังไงอยู่ ฉันไม่กล้าสู้หน้าด้วยเลยได้แต่หลุบตามองต่ำอย่างเดียวเท่านั้น

            “โกรธเหรอ” เห็นเขาเงียบไปฉันก็ถามอย่างไม่สบายใจ

            “เปล่า ไม่ได้โกรธหรอก จริงๆ” ทรงโปรดประคองหน้าฉันขึ้นด้วยมือข้างหนึ่ง สายตาของเขาสื่อความหมายมากมายจนฉันใจเต้นแรง ฉันกลั้นหายใจเมื่อใบหน้าหล่อหลาของเขาโน้มเข้ามาใกล้ แต่ก่อนที่เราจะจูบกัน เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น เราสองคนเลยต้องผละออกจากกัน

            ทรงโปรดบ่นงึมงำตามประสาคนเอาแต่ใจ ส่วนฉันโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก รีบรับโทรศัพท์ทันที

            “ค่ะคุณป้า” ฉันรับสาย ส่วนทรงโปรดก็ได้แต่ทำหน้างอนๆ

            “ค่ะงั้นเดี๋ยวหนูจะเลือกดอกบัวไปเองนะคะ หนูไปตลาดบ่อยค่ะ เอาสักเท่าไหร่ดีคะ” พอได้คุยกับคุณป้า ฉันก็อดคิดถึงพ่อแม่ขึ้นมาไม่ได้ เฮ้อ เอาเถอะ เอาไว้อะไรๆ ลงตัวกว่านี้ ฉันจะกลับไปขอโทษพวกท่านทีหลัง

            “ค่ะ

            หลังจากวางสายจากคุณป้าแล้ว ฉันก็กำลังจะไปอ้อนทรงโปรด แต่เขาก็กำลังคุยโทรศัพท์อยู่เหมือนกัน ฉันก็เลยไม่กวน ก็เลยหันไปตบหมอนเตรียมตัวจะนอน ฉันเผลอหลับไปอยู่พักหนึ่งกว่าที่ทรงโปรดจะกลับมา

            “ยังไม่นอนอีกเหรอ หลับได้แล้ว” เขาดุ ฉันเลยขยี้ตาแล้วขยับตัวให้เขาขึ้นมานอนด้วย เพราะว่าฉันลืมตัวนอนกินที่เขาไปกลางเตียงเลย ทรงโปรดหัวเราะอะไรคนเดียวก็ไม่รู้ เขาดึงหมอนวางแล้วล้มตัวลงไปนอน ไม่ลืมตบที่อกตัวเองเบาๆ เหมือนจะให้ฉันนอนซบกับอกของเขา เชอะเคยนอนแบบนี้อยู่เหมือนกัน แล้วเป็นไงล่ะ ฉันก็ถูกบ่นว่าหนัก ไม่ต้องมานอนอะไรแบบนั้นตลอด

            “วันเกิดนายเราไปทำบุญกันมั้ย” ฉันลองเลียบเคียงถาม ตอนที่เอนตัวลงนอนข้างเขา และถูกกอดเอาไว้แน่นจนฉันไม่อยากจะรื้อฟื้นเรื่องที่มันยังคาใจตอนนี้เลย

            และที่ต้องถามแบบนี้ เพราะรู้ดีว่าทรงโปรดน่ะสายบาปไม่ใช่สายบุญ

            ชวนไปทำบุญคงได้ถูกเขาตอกหน้ากลับมาเจ็บๆ แล้วล่ะ ก็เลยต้องถามอย่างระมัดระวังแบบนี้

            “อืมอย่าเพิ่งดีกว่า เอาเป็นว่าวันที่ 17 เราอยู่ด้วยกันที่ห้องทั้งวันเลยนะ ไม่อยากออกไปไหนอ่ะ แล้วพอเที่ยงคืนเข้าวันที่ 18 เธอก็ต้องบอกแฮปปี้เบิร์ธเดย์ฉันคนแรก แล้วพอถึงวันเกิดฉัน เธอก็ต้องยกทั้งวันให้ฉันด้วย” เขากอดฉันแน่นเหมือนจะบดขยี้ให้จมหายไปกับอกของเขา พูดไปหัวเราะไป ไม่รู้อารมณ์ดีอะไรนักหนา

            “วันที่ 18 ฉันต้องไปทำบุญกับคุณป้าไง บอกนายแล้วนะ” ฉันล่ะกลัวจริงๆ

            ไม่ใช่ว่ากลัวทรงโปรดนะ กลัวใจตัวเองนี่แหละที่จะยอมตามใจทรงโปรดทุกอย่างจนยกเลิกนัดกับคุณป้าที่ทำบุญด้วยกันมาตั้งหลายปี

            “แล้วไปยังไง ฉันไปส่งมั้ย” ทรงโปรดถาม น้ำเสียงดูน่ากลัวไงไม่รู้ เขาจะยอมปล่อยฉันไปง่ายๆ จริงเหรอเนี่ย

            “ไม่ต้องหรอก ฉันไปตั้งแต่เช้าเลย นายยังไม่ตื่นหรอก แล้วคุณป้าจะมารับเองน่ะ ไม่ต้องห่วงนะ แล้วพอช่วยงานบวชเสร็จฉันจะรีบกลับทันทีเลย นะ” ฉันอ้อนเขาบ้าง ไม่อยากจะผิดสัญญาที่ให้ไว้กับคุณป้า เพราะฉันรู้จักกับท่านมานานแล้ว และเราก็ไปทำบุญด้วยกันทุกปี จะมาบอกว่าแฟนหนูหวงห้ามไม่ให้ไปมันก็ยังไงก็ไม่รู้

            “งั้นเหรอ” ทรงโปรดลากเสียงยานคาง ฉันเองก็ไม่รู้จะพูดอะไรอีก เลยซุกหน้ากับอกของเขาแล้วบังคับตัวเองให้หลับ

            พออยู่ด้วยกันแบบนี้แล้วฉันก็ไม่มีความกล้าจะถามเรื่องที่ที่เขามีคู่หมั้นไปโดยปริยาย

            ไม่รู้สิตอนที่เขายิ้มหัวเราะให้แบบนี้มันทำให้หัวใจของฉันพองโต แล้วจู่ๆ จะเปลี่ยนบรรยากาศด้วยการถามเหมือนหาเรื่อง ฉันเองก็คงจะเกลียดตัวเองเหมือนกันที่งี่เง่าไร้เหตุผลได้ขนาดนั้น

            แต่ฉันก็บอกตัวเองว่าจะต้องคุยกับเขาให้เข้าใจในเร็วๆ นี้ เพราะไม่อย่างนั้น ฉันเองนี่แหละที่ต้องเจ็บปวดจนตัวเองกลายเป็นคนโง่ที่น่าสมเพช

 

            “จะไปไหนแต่เช้า

            เสียงทุ้มหนักที่ฟังดูเซ็กซี่ดังมาจากบนเตียง ตอนที่ฉันกำลังสวมชุดชั้นในหน้าโต๊ะเครื่องแป้งพอดี ทำไมอีตาคนนี้ชอบตื่นมาในจังหวะแบบนี้ตลอดเลยนะ แล้วสายตาของพ่อคุณนี่หื่นกามลามเลียมากด้วย ฉันเองไม่ได้ตั้งใจจะยั่วอะไรเลยนะ ก็ก่อนหน้านี้เขายังหลับสนิทอยู่เลย และฉันกำลังรีบด้วย

            “ไปตลาด” ฉันเลิกสนใจของทรงโปรดที่ทำให้ตัวร้อนระอุ เบือนสายตาจากเงาสะท้อนทางกระจกที่สบตากับทรงโปรดอยู่ก่อนหน้านี้ รีบหยิบเอาครีมกันแดดทาลวกๆ ที่ใบหน้าแล้วก็ตามด้วยแป้งฝุ่นบางๆ

            “ไปตลาด?” ทรงโปรดถามอย่างไม่เข้าใจ เขานั่งบนเตียงและกอดอกมองฉันอย่างไม่พอใจ

            นั่นไง น่ากลัวอีกแล้ว สายตาของทรงโปรดนี่บอกทุกอย่างเลยว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่น่ะ

            “อื้มจะไปซื้อดอกบัวกับดอกไม้มาร้อยพวงมาลัยน่ะ” ฉันบอกเสียงอ้อมแอ้ม กลัวว่าจะไม่ได้ออกจากห้องจริงๆ

            “เอาไปทำไม อ้อ” เขาถอนหายใจด้วยสีหน้าเนือยๆ ฉันเลยคว้าเสื้อยืดมาสวมทับตัวก่อนจะเดินไปอ้อนเขา

            “ขอออกไปซื้อของแป๊บเดียวนะ แล้วเดี๋ยวจะกลับมาอยู่ด้วยทั้งวันเลย” ฉันยกสองแขนโอบคอของเขา ทรงโปรดก็ช้อนเอวฉันไปคร่อมตักเขาเอาไว้ พอนั่งตักเขาแบบนี้ก็รู้เลยว่าทรงโปรดกำลังฮื้อ ไอ้คนหื่น!

            “โปรด” ฉันดิ้น หน้าแดงก่ำเพราะรู้ว่าตอนนี้เขาอยู่ในอารมณ์ไหน แถมฉันยังไม่ได้ใส่กางเกงด้วย

            “เธอเข้ามากอดเองอ่ะ” เขาขำ ฉันเลยจูบแก้มเขาเพื่ออ้อนอีกที

            “เดี๋ยวไปซื้อของแป๊บนึง แล้วจะซื้อมื้อเช้ามาให้ด้วยนะ”

            “ไม่ต้องเดี๋ยวออกไปด้วยกันนี่แหละ วันนี้เราต้องอยู่ด้วยกันทั้งวันไม่ใช่เหรอ ไปซื้อของมาตุนไว้ก็ไม่เลวนี่นา”

            ฮึกคำพูดของเขามันหมายความว่ายังไงกันล่ะเนี่ย

            เพราะอย่างนั้น ฉันก็เลยมีผู้ติดตามกิตติมศักดิ์อย่างทรงโปรดไปช่วยถือของถึงตลาดสด ทั้งที่ไม่เข้ากับเขาเลยแม้แต่นิดเดียว ถึงจะน่าขำแต่บอกเลยว่าฉันชื่นใจมากจริงๆ ที่เขาน่ารักและดีด้วยมากขนาดนี้

            เรากลับมาจากตลาดตอนสายๆ หลังกินข้าวเรียบร้อยแล้ว ฉันก็นั่งร้อยพวงมาลัยและมีลูกมืออย่างทรงโปรดมาคอยช่วย แต่เหมือนจะป่วนซะมากกว่า ไม่ได้ช่วยเหลืออะไรเลย

            “หยุดนะ นายทำมะลิช้ำหมดแล้วเนี่ย” ฉันส่ายหน้า ผู้ชายคนนี้ยิ่งอยู่ด้วยกันก็ยิ่งเหมือนเลี้ยงเด็กตัวเล็กๆ

            “ก็อุตส่าห์จะช่วย” เขาทำหน้ามุ่ย แล้วก็ทิ้งดอกมะลิลงตามเดิม

            แต่ก็ได้แค่เดี๋ยวเดียวเท่านั้น ทรงโปรดก็เริ่มซนอีก ยันกันไปยันกันมา กลีบดอกทั้งมะลิทั้งกุหลาบก็ร่วงจากก้านหมด หล่นตามตักฉันบ้าง หล่นเข้าไปที่ซอกคอของฉันบ้าง

            “ฮึ่ย นายนี่ดื้อจริงๆ เลย” ฉันเขย่าคอเสื้อ แต่มันก็ไปติดตรงบราเซียอีก ทรงโปรดเลยได้ทีเลยเอนตัวเข้ามาช่วยล้วงออกจากอกของฉันให้

            “ขอบคุณ” ฉันกัดฟันประชด ทรงโปรดเลยหัวเราะ รู้ตัวอีกทีฉันก็ถูกรวบตัวไปนั่งบนตักของเขาแล้ว

            “โปรด” มือไม้ของเขาเนี่ยมีสักสิบมือหรือไง ถึงได้หยุบหยับยั้วเยี้ยขนาดนี้เนี่ย

            “ก็กำลังจะเอากลีบดอกออกมาให้ไง มันหลุดเข้าไปที่บราเธอแน่ะ” ทรงโปรดหัวเราะ อย่าบอกนะว่าจงใจน่ะ

            “โปรด” ฉันได้แต่ครางชื่อเขาดุๆ แต่เจ้าของชื่อกลัวที่ไหน คิดอยู่หวามหวาม ถ้าถูกลวนลามจะทำไงดี ความคิดก็หยุดลง ปั๊บ อ๊ะหมุบหมับ หนุบหนับ เขาจับเขาจี้ มือซ้ายล้วงเข้าไปใต้ชายกางเกงขาสั้น มือขวาก็สอดเข้าจากชายเสื้อลูบตรงนั้น บี้กลีบดอกตรงนี้ เนื้อตัวของฉันเลยมีแต่กลิ่นดอกฟุ้งไปหมด

            “เนี่ย ฉันจำมาจากนิยายของมิราที่เธอชอบอ่านเลยนะ

         “หยุดนะโปรด ฉันจะร้อยมาลัย อ๊าย!” ฉันร้องวี้ดเมื่อไม่ฟังเสียง เขาอุ้มฉันจนตัวลอยขึ้นมาจากพื้นแล้วตรงเข้าไปยังห้องนอน

            ห้องนอน!

            เพิ่งตื่นขึ้นมาได้ไม่กี่ชั่วโมงเองนะ ต้องกลับเข้าไปอีกแล้วเหรอ กรี๊ด แม่อยากจะร้องกรี๊ด!

            “โปรด หยุดนะ อย่า!” แล้วนี่ฉันไม่ได้อยากจะเล่นตัวหรือทำตัวเป็นนางเอก เดี๋ยวหยุด เดี๋ยวอย่านะ แต่ว่าในเวลาแบบนี้ฉันคิดอะไรไม่ออกเลยจริงๆ

         “เอาน่า วันนี้เราอยู่ด้วยกันทั้งวันไม่ใช่เหรอ” เขายิ้มเจ้าเล่ห์ ทำฉันเงียบกริบ หัวใจเต้นแรงเหมือนจะระเบิดให้ได้

            ตอนแรกเขาไม่ได้เป็นคนแบบนี้ไม่ใช่เหรอ ผู้ชายคนนี้เป็นใครกัน ทำไมฉันถึงไม่รู้จักเขาเลย

            “นี่ ขอล่ะ” เสียงของฉันขาดหายไปอย่างไร้ร่องรอย เมื่อเรียวปากร้อนรุ่มของทรงโปรดแนบลงมาชิดจนไม่เหลือช่องว่าง เรียวลิ้นร้อนชื้นของเขาแทรกเข้ามาเหมือนทุกครั้ง รสจูบที่นับวันจะยิ่งอ่อนหวานบาดลึกทำให้สติของฉันถูกพัดหายได้อย่างง่ายดาย และหลงเคลิ้มไปกับสัมผัสของเขาอย่างช่วยเหลือตัวเองไม่ได้เลย

            พอแผ่นหลังแตะถูกเตียง ฉันก็ลืมตาขึ้นมาอย่างมึนงง สายตาก็เห็นทรงโปรดถอดเสื้อออกจากตัว สายตาของเขาดูน่ากลัวจนไม่กล้าจะสบตาด้วย จำต้องหลุบเปลือกตาลง แล้วก็ยังเห็นแผงอกกว้างและกล้ามท้องที่เรียงตัวสวยตรงหน้าอีก ทำไมมันถึงได้ร้อนแบบนี้ก็ไม่รู้

            “เอ่อ” ฉันยกมือดันอกของทรงโปรดเอาไว้ คิดว่าอาจจะยังพอคุยกับเขาได้

            “อย่าเพิ่งเลยไม่ได้เหรอ” กลางวันแสกๆ แถมฉันยังทำโน่นนี่ค้างทิ้งไว้อีกต่างหาก ฉันก็อายเป็นเหมือนกันนะ

            “ทำไม” ทรงโปรดถามอย่างเอาเรื่อง ก็ตามประสาทรงโปรดนั่นแหละ แล้วมองแบบนี้จะให้ฉันตอบไปว่ายังไงล่ะ

            “ก็” ฉันพูดไม่ออก ได้แต่อ้ำอึ้งอึกอักอยู่นานสองนาน

            “วันนี้วันเกิดฉันนะ” เขาไม้กลยุทธ์ใหม่ แน่ล่ะฉันสู้ไม่ไหว

            ยังกับคำว่า วันนี้วันเกิดฉัน มันเป็นคำสาปอย่างนั้นแหละ ขัดขืนอะไรไม่ได้เลย

            “หรืออยากให้ฉันออกไปฉลองกับเพื่อนคืนนี้เลย แล้วค่อยเจอกันพรุ่งนี้” สายตาของทรงโปรดแข็งกร้าว พร้อมเอาจริงไม่ใช่แค่ขู่เท่านั้น

            แบบนั้นฉันก็ไม่ยอมนะ นั่นหมายความว่าฉันจะไม่ได้เจอเขาเป็นวันเลยน่ะสิ แล้วถ้าเขาไปฉลองกับเพื่อนของเขา ก็ต้องมีทั้งดื่มทั้งเมา แล้วถ้าผู้หญิงคนอื่นไปเจอเขาตอนนั้น ได้บอกแฮปปี้เบิร์ธเดย์เขาก่อนใคร โอ๊ย แค่คิดก็ของขึ้นแล้ว

            “ตกลงจะให้จูบมั้ย?” ทรงโปรดเลิกคิ้วถามเหมือนผู้ชนะ

            ฉันได้แต่เม้มปากและมองเขาอย่างหวั่นใจ พอทรงโปรดทำท่าจะลุกฉันก็โผเข้าไปกอดเขาและกดลงให้นั่งลงที่เตียงตามเดิม

         “งั้นก็แสดงว่าได้ใช่มั้ยล่ะ” เขายิ้มเจ้าเล่ห์ ฉันก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากขึงตาใส่เขาเขินๆ เท่านั้น

            “งั้นก็ขอบคุณครับ” ทรงโปรดยิ้มหวาน จากนั้นก็โน้มหน้าเข้ามาจูบฉันอย่างรวดเร็ว

 

            ฉันลืมตาขึ้นอย่างอ่อนเพลียและยังง่วงอยู่มาก นั่นเป็นเพราะว่าทรงโปรดขยับตัว ฉันที่นอนใกล้ๆ กับเขาก็เลยรู้สึกตัวตื่น เพราะง่วงและเพลียมากฉันเลยไม่พูดหรือขยับตัวอะไร เห็นแวบๆ ว่าเขาหยิบอาโทรศัพท์ที่วางอยู่แถวนั้นไป แต่เอ๊ะ เคสโทรศัพท์สีชมพูแบบนั้น มันเป็นโทรศัพท์ของฉันเองไม่ใช่เหรอ

            ฉันไม่รู้มาก่อนว่าอีตาคนนี้มีรหัสผ่านโทรศัพท์ฉันด้วย นี่ถึงกับมีการแสกนลายนิ้วมือในเครื่องฉันด้วยเหรอ ฉันได้แต่แอบมองเขาอย่างทึ่งๆ ไม่รู้ว่าจะเอาโทรศัพท์ฉันไปทำไม หรือไม่ก็คงอยากจะเช็กโน่นเช็กนี่ว่าฉันแอบคุยกับผู้ชายหรือเปล่าล่ะมั้ง

            พอคิดแบบนั้นฉันก็แอบยิ้มคนเดียว เพราะมันแปลว่าเขาเองก็หึงฉันอยู่เหมือนกัน

            แต่เดี๋ยวก่อน แบบนี้มันแปลว่าเขาไม่ไว้ใจกับมากกว่าล่ะมั้งเนี่ย

            ด้วยความสงสัยฉันเลยแอบมองว่าทรงโปรดจะทำอะไรต่อไป เลยได้เห็นว่าเขาเอาเฟซบุ๊กของฉันไปโพสข้อความบอกแฮปปี้เบิร์ธเดย์ ซึ่งดูเหมือนจะเป็นคนแรกที่บอกเขา โอ๊ย พ่อคุณ อะไรจะขนาดนั้นกัน

            ถึงจะขำแต่มันก็ทำให้ฉันเขินมากจริงๆ ใครจะไปนึกว่าผู้ชายร้ายกาจเอาแต่ใจอย่างทรงโปรดจะมีมุมแบบนี้เหมือนคนอื่นด้วย

            พอทรงโปรดลุกเข้าห้องน้ำ ฉันเลยหยิบเอาโทรศัพท์ตัวเองที่เขาวางลงที่เตียงขึ้นมาดูอีกครั้งเพื่อให้มั่นใจว่าเมื่อกี้มองอะไรไม่ผิด ทรงโปรดต้องทำอะไรสักอย่างกับเฟซบุ๊กของฉันแน่ แล้วก็จริงอย่างที่คิด

 

Maya Pinyopol with Song-Prod Achithada

6 mins

Happy Birth Day นะคะที่รัก

ครั้งนี้ได้บอกคนแรกเลย รักนะคะ

 

            โอ๊ย! พ่อคุณ ทำไมเขาถึงได้เป็นคนแบบนี้กันนะ จริงอยู่หรอกที่ฉันบอกกับเขาคนแรก แต่เขาเองไม่ใช่เหรอที่บังคับให้ฉันพูดตอนที่เราวอแวนัวเนียกันนะ ตอนนั้นเหนื่อยแทบตาย จนต้องขอร้องบอกเขาให้หยุด แล้วอีตาคนนี้ก็เลยยื่นข้อเสนอให้ฉันบอกรักเขาแล้วก็บอกแฮปปี้เบิร์ธเดย์แล้วจะหยุดเกเร เชอะ ทำเหมือนฉันหลงเขามากอย่างนั้นแหละ

            เอ๊ะ! ตอนนี้เที่ยงคืนแล้วเหรอ

            กรี๊ด นี่ฉันอยู่กับเขาลืมวันลืมคืนขนาดนี้เชียวเหรอ ก็ตอนที่ร้อยพวงมาลัยกันอยู่มันเพิ่งจะบ่ายกว่าๆ เองนะ แล้วนี่

            พอเห็นแบบนี้ฉันก็รีบลงจากเตียง คว้าเสื้อผ้ามาสวมลวกๆ ก่อนจะเดินไปที่ห้องโถงรับแขกข้างนอก ข้าวของยังวางระเกะระกะอยู่เลย ฮือ

            ฉันเริ่มโกรธทรงโปรดเพราะนี่มันเป็นเรื่องสำคัญของฉันแท้ๆ แต่เขากลับทำเหมือนเป็นเรื่องสนุกของเขาอย่างนั้นแหละ

            “ออกมาตอนไหนเนี่ย” ทรงโปรดเดินออกมาหาฉัน แล้วเขาก็โน้มหน้าเข้ามาถามใกล้ๆ

            ทีแรกฉันก็อยากจะอารมณ์เสียใส่เขาอยู่หรอก แต่วันนี้เป็นวันเกิดของเขา อีกอย่างฉันเองก็เป็นฝ่ายยอมตามใจเขาด้วย ก็เลยไม่ทำนิสัยเสียกับเขาอีก

            “ออกมาเมื่อกี้ อย่าเพิ่งกวนนะ ฉันต้องร้อยพวงมาลัยจริงๆ” ฉันหันไปอ้อน ฉันไม่ได้จะเห็นใครสำคัญกว่าเขา แต่สำหรับคุณป้าแล้ว ท่านเองก็เป็นคนสำคัญคนหนึ่งเหมือนกัน เพราะท่านยอมพูดกับพ่อแม่ให้ ฉันก็เลยได้ออกมาอยู่ข้างนอกแบบนี้ ไม่อย่างนั้นก็คงถูกลากกลับบ้านตั้งแต่หิ้วกระเป๋าออกจากบ้านแล้ว ถึงจะไม่ได้บอกความจริงว่าออกมาอยู่กับผู้ชายก็เถอะ

            ฮึก!… พูดแล้วมันก็เจ็บปวดนะ หนีออกจากบ้านมาอยู่กับผู้ชาย ความจริงแล้วฉันโกหกคุณป้าแล้วก็พ่อกับแม่ว่ามาอยู่กับเพื่อนผู้หญิงน่ะ พวกท่านเลยยอม แล้วก็ไม่บังคับให้ฉันไปหมั้นกับใครคนไหนก็ไม่รู้อีก

            “ก็ได้ ยอมให้สักครั้งก็แล้วกัน” ทรงโปรดพูดแบบนั้นแล้วก็เดินไปที่ห้องครัว

            ฉันแอบถอนหายใจ แล้วตั้งใจร้อยพวงมาลัยต่อ กลัวก็กลัว กลัวว่าเขาจะเข้ามาวอแวกวนใจอีก แต่ไม่นานนักเขาก็กลับมาพร้อมกับข้าวผัดอะไรสักอย่างหอมๆ ที่ทำให้ท้องฉันร้องออกมาทันที

            “หิวล่ะสิ มากินได้แล้ว” ทรงโปรดวางจานข้าวผัดลงกับโต๊ะกลางกระจกตรงหน้า ฉันก็ได้แต่ช้อนตามองเขาตาละห้อย

            “ขอร้อยพวงมาลัยก่อนนะ ไม่อยากวางอ่ะ เดี๋ยวมันจะช้ำ นายกินก่อนเลย” ร้อยพวงมาลัยพวงสองพวงไม่เกินห้านาทีเดี๋ยวก็เรียบร้อย ถ้าไม่มีใครมากวนก่อนน่ะนะ

            “หยาอ้าปาก” จู่ๆ ทรงโปรดก็พูดขึ้นมา พอหันมองก็เห็นว่าเขาตักข้าวเข้ามาใกล้ๆ ฉันก็เลยอึ้งไป

            “อ้าปากสิ หิวไม่ใช่เหรอ” เขาพูดเสียงอ่อนโยน ทำเอาน้ำตาแทบไหล ก็ก่อนหน้านี้เขาทรมานฉันแทบตายนี่นา

            “อ้าม” ฉันยอมอ้าปาก แล้วทรงโปรดก็ป้อนข้าวให้ทำเหมือนฉันเป็นเด็กตัวเล็กๆ คนหนึ่ง

            ระหว่างที่ร้อยมาลัยฉันก็อ้าปากกินข้าวที่เขาป้อน ให้อารมณ์คุณพ่อคุณลูกมากค่ะ แล้วตอนนั้นเอง เขาก็รับโทรศัพท์เพราะมีคนโทรมาหากลางดึก นี่เที่ยงคืนแล้วนะ ยังจะโทรอะไรกันอีกเนี่ย

            ทรงโปรดหัวเราะตอนมองหน้าฉัน แล้วเขาก็รับโทรศัพท์ ซึ่งก็ดีที่เขาไม่หลบไปคุยที่อื่นให้ฉันไม่สบายใจ

            “เออ ว่าไง” เขารับสาย แล้วก็ป้อนข้าวฉันต่อ

            ไม่รู้ทำไมฉันถึงได้ดูอ่อนไหวขึ้นมากะทันหัน อยากจะร้องไห้โฮออกมาก็ไม่รู้ กับอีแค่เขาป้อนข้าวให้เนี่ยนะ

            “ไม่อ่ะ คืนนี้กูไม่ไปไหน ไว้พรุ่งนี้ก่อนแล้วกันค่อยไปฉลอง โทษที” ทรงโปรดคุยกับปลายสาย ท่าทางเพื่อนเขาจะโทรมาถามว่าจะไปปาร์ตี้วันเกิดหรือเปล่าแน่เลย

            “โหย พูดกับว่าพวกมึงว่างกันทุกคนงั้นแหละ ไอ้กายก็คงมาไม่ได้ พวกมึงก็อยู่ข้างนอกแล้ว กึ่มๆ กันแล้วล่ะสิ” พูดแล้วทรงโปรดก็หัวเราะ ไม่อยากจะอวดเลย ว่าเวลาเขายิ้มหัวเราะแบบนี้น่ารักที่สุดเลย

            “เออ พรุ่งนี้เย็นๆ เจอกัน เดี๋ยวเลี้ยงเอง ตอนนี้ขอกูอยู่กับหยาก่อน นางงอนบอกไม่มีเวลาให้”

            เอ๊ะ เดี๋ยวนะ ฉันไม่เคยทำท่างอนใส่เขาเลยนะ หรือว่าเคย

            ฉันมองค้อน ทรงโปรดเลยหัวเราะแล้วก็ป้อนข้าวฉันต่อ ไอ้ฉันมันก็หิวน่ะ เลยกินได้เรื่อยๆ

            ก็คิดดูสิ ไม่ได้กินข้าวตั้งแต่บ่ายๆ ตอนนี้มันเที่ยงคืนแล้วนะ แล้วมันแปลกเหรอที่ฉันจะหิว

            “ยังไม่ได้ว่าอะไรเลย ทำไมมองหน้าแบบนั้น” ทรงโปรดยิ้มเหมือนจะรู้ว่าฉันคิดอะไรอยู่ในใจ

            “เปล่าซะหน่อย ฉันก็ไม่ได้ว่านายเลยนะ”

            “นี่อุตส่าห์อยู่ด้วยกันทั้งวัน ยังจะมางอนอีก”

            ใครกันแน่นะที่งอน ขนาดว่ายอมอย่างนั้นอย่างนี้แล้วนะฉันมองเขาอย่างงอนๆ แล้วก็ถอนหายใจเมื่อร้อยพวงมาลัยสุดท้ายเรียบร้อยซะที ฉันเก็บเข็มและเศษดอกไม้ทุกอย่างมารวมกัน ก่อนจะเอาพวงมาลัยไปแช่ไว้ในตู้เย็น แล้วก็ทิ้งเศษดอกไม้ลงในถังขยะทำความสะอาดจนเรียบร้อย

            “ห้ามแอบเอาไปเล่นนะ” ฉันเตือนทรงโปรดไว้ กลัวว่าเขาจะเจ้าคิดเจ้าแค้นขโมยพวงมาลัยฉันไปทิ้งอีก

            “ไม่หรอกครับ งั้นเดี๋ยวไปนอนกัน ดึกแล้ว” ทรงโปรดบอกฉัน แล้วหันไปคุยโทรศัพท์อีกสองสามประโยค แล้วก็ยกจานข้าวมาวางไว้ที่ซิงก์น้ำในห้องครัว

            “พรุ่งนี้ต้องไปจริงเหรอ” เขายื่นหน้าเข้ามาถามใกล้ๆ ฉันเลยต้องถอนหายใจ ไม่คิดว่าจะเข้าใจอะไรยากขนาดนี้

            “จริงสิ แต่บอกแล้วไง เสร็จงานช่วงเช้าแล้วจะรีบกลับมาหา นะ” ฉันอ้อน ก่อนจะคิดอะไรบางอย่างออก

            “งั้นไปด้วยกันมั้ย”

            แบบนี้ก็ดีเหมือนกันนะ ถ้าทรงโปรดไปด้วยกันกับฉัน พ่อแม่ของฉันและพวกคุณป้าก็จะเข้าใจว่าฉันมีแฟนแล้ว จะได้เลิกพูดเรื่องคู่หมั้นปากเปล่าอะไรนั่นอีก มาถึงยุคนี้แล้ว มันไม่มีแล้วล่ะ เรื่องคลุมถุงชนเหมือนสมัยก่อนน่ะ

            “ไม่อาว” ทรงโปรดพูดเสียงยานคางแล้วก็ส่ายหน้า ไม่ลืมออกคำสั่งตามนิสัยที่เคยตัว

            “ล้างมือได้แล้ว แล้วไปนอนกัน”

            “ขออาบน้ำก่อนได้มั้ยอ่ะ” ฉันหัวเราะแห้งๆ ถึงจะต้องตื่นตีสี่ได้หลับแค่แป๊บเดียวก็เถอะ แต่ว่าตอนนี้มันก็แบบ

            “ทำไม?” ทรงโปรดเลิกคิ้วแล้วโน้มหน้ามาใกล้ฉันพลางทำจมูกฟุดฟิดไปมา ก่อนจะหัวเราะจนใบหน้าสว่างสดใส

            “อ๋อ เพราะเธอมีแต่กลิ่นฉันใช่มั้ยล่ะ”

            โอ๊ย! ฉันเกลียดเขา

            “ป่ะงั้นเดี๋ยวพี่โปรดอาบน้ำให้ก็แล้วกัน ท่าทางเหมือนคนไม่มีแรง” เขาโอบไหล่ฉัน แล้วพาฉันกลับห้อง

            แล้วมันเป็นเพราะใครกันล่ะยะที่ทำฉันหมดแรงจนแทบเดินไม่ไหวแบบนี้น่ะ

 

            ฉันได้นอนพักแค่ไม่นาน หลังจากอาบน้ำตบตีกับทรงโปรดเสร็จตอนราวๆ ตีหนึ่ง แล้วฉันก็ต้องตื่นตีสี่เพื่อจะเดินทางไปบ้านพักคนชราเพื่อไปทำบุญกับคุณป้าเหมือนที่ทำมาทุกปี

            อีตาทรงโปรดนี่อีก ทำไมเขาตื่นขึ้นมาตอนที่ฉันกำลังแต่งหน้าแต่งตัวทุกทีเลย

            “ว้า วันนี้ชุดชั้นในไม่เซ็กซี่เลย” เขายิ้มกวนๆ บนเตียงนอน ฉันก็อดที่จะถลึงตาใส่ไม่ได้

            “ไม่ต้องพูดเลย เอาเป็นว่าจะให้ไปรับไปส่งตอนไหน แล้วที่ไหน ทรงโปรดลุกขึ้น ทำท่าจะลงจากเตียงแต่ฉันห้ามเขาเอาไว้ก่อน

            “ไม่ต้องไปส่งหรอก เดี๋ยวคุณป้าจะมารับน่ะ แล้วเอาไว้เสร็จงานช่วงเช้าฉันจะบอกอีกทีนะ” พูดตามจริง ฉันเองก็อยากอยู่กับเขาตลอดเวลาเหมือนกัน ก็วันนี้วันเกิดของเขานี่นา ฉันเองก็กลัวว่าเขาจะแอบไปสนุกกับคนอื่นโดยไม่มีฉัน แล้วถ้ามีเรื่องผู้หญิงขึ้นมา ฉันเองคงจะเสียใจมาก

            “เอางั้นก็ได้ แต่มานี่หน่อย มาใกล้ๆ” ทรงโปรดกวักมือฉันเข้าไปหา ฉันก็ไม่ขัดเดินเข้าไปใกล้แต่โดยดี

            ฉันปล่อยให้เขากอดโดยไม่ขัดขืนไม่กลัวเสื้อผ้าจะยับด้วย ยอมให้เขากอดจูบหลายครั้ง แทบจะซ่อนยิ้มแทบไม่ไหว ก็ถ้ายิ้มให้เขา เดี๋ยวผู้ชายร้ายกาจคนนี้ก็จะได้ใจอีก

            “แล้วเจอกันค่ะ” เขาจูบหนักๆ ที่ริมฝีปากของฉันอีกทีก่อนจะปล่อยตัวฉันออก ฉันถึงกับตัวลอยใจลอย เกือบจะลืมพวงมาลัยที่ทำไว้ รวมถึงดอกบัวที่ซื้อเอาไว้เมื่อวานด้วย

            ฉันรอคุณป้าที่ถนนหน้าคอนโดไม่นานก็ได้เจอกับท่าน ไม่ได้เจอกันมานาน แต่บรรยากาศของเราก็ยังเหมือนเดิม

            “วันนี้พ่อแม่หนูก็มาด้วยนะ คราวนี้อย่างอนท่านอีกนะลูก ท่านเป็นห่วงหนูนะ ที่ท่านยอมให้หนูมาอยู่กับเพื่อนแบบนี้ก็เพราะท่านเสียใจที่บังคับหนูเมื่อครั้งนั้นนะลูก”

            “หนูทราบแล้วค่ะ” ฉันบอกคุณป้าเสียงเบาหวิว อันที่จริงฉันอยากจะเข้าไปขอโทษพ่อกับแม่หลายครั้ง แต่ก็ติดที่ทิฐิแล้วก็ไม่กล้าจะเอ่ยขอโทษเท่านั้นแหละ เวลาก็ผ่านไปเป็นปี ฉันถึงได้เรียนรู้อะไรหลายอย่างด้วยตัวเอง และตั้งใจว่าจะมีเหตุผลให้มากกว่าเดิม

            เราเดินทางมาถึงบ้านพักคนชราหลังจากนั้นไม่นานนัก ขณะที่คนอื่นกำลังเตรียมอาหารอยู่ ฉันก็เตรียมดอกไม้ที่จะถวายพระ หยิบเอาดอกบัวมาพับคนเดียวเงียบๆ เพราะไม่ได้พับมาจากที่ห้องเหมือนที่ร้อยพวงมาลัยมาแล้ว ตอนที่กำลังตั้งอกตั้งใจใช้สมาธิเพราะใกล้เวลาพระจะมาแล้ว ไหนจะต้องไปช่วยแจกอาหารกับคุณตาคุณยายอีกจึงต้องรีบทำเวลา ฉันเลยแทบไม่ได้สนใจรอบข้าง มาสะดุ้งสุดตัวเมื่อมีคนมานั่งใกล้ๆ แล้วกอดแน่นจนเกือบทำดอกบัวหล่นจากมือ

            …! ฉันหันไปมองก็ยิ่งตกใจ เพราะคนที่กำลังกอดฉันอยู่น่ะ

            “ไงครับ” เขายิ้มหวาน และตอกย้ำด้วยการก้มหน้ามาจูบแก้มฉันแรงๆ จนแก้มโย้ไปหมด

            “สวัสดีครับ คุณคู่หมั้น



[1] สตอล์กเกอร์ (Stalker) คือ ผู้คุกคามทางทั้งชีวิตและอินเทอร์เน็ต ถือเป็นโรคจิตประสาทและอาชญากรรมอย่างหนึ่ง


http://i.imgur.com/tfUhnIu.jpg
http://i.imgur.com/vtJNFYt.jpg

Talk...

Song :: Kygo & Ellie Goulding - First Time (Sash1m1 & Mike Watson Cover)

เป็นคัฟเวอร์เวอร์ชั่นที่มู่ชอบมากเลยค่ะ ชอบเพลงนี้มากอยู่แล้ว

ส่วนอิพิโปรดนั้น ตอนนี้มีเคลียร์ค่ะ มาหยาไม่ปล่อยหรอก

ตอนนี้ “สำนักพิมพ์ Jai Luck เปิดพรีหนังสือเล่มแรกของเซต Angel Eyes แล้วค่ะ

เป็นเรื่อง Simmons’s Eyes ค่ะรายละเอียดคลิกที่รูปได้เลยนะคะ มู่ฝากด้วยนะคะ ขอบคุณมากๆ เลยค่ะ
นิยายเด็กอะไรไม่รู้ เลิฟซีนแรงกว่านิยายผู้ใหญ่อีก แงงงง  image



http://i.imgur.com/9y23cSP.jpgแล้วตอนนี้มู่ก็รีอัพเรื่องของซิมม์แล้วด้วยนะคะ คลิกตรงไอคอนนี้เลยค่ะ image              
                     
http://i.imgur.com/Eiwtvdu.jpg และอีกช่องทางการติดต่อที่ Line นี้เลยนะคะimage


                                                               

imageimage  imageimage  image

เฟซบุ๊คสำนักพิมพ์สมาร์ทบุ๊ค >>Click!!<<

แฟนเพจของมู่ mu_mu_jung >>Click!!<<

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 75 ครั้ง

113 ความคิดเห็น

  1. #19531 Tea cup (@Deeans) (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 10 มีนาคม 2562 / 12:23
    ใช่จริงๆด้วยสินะ
    #19531
    0
  2. #17894 jinny (@janiss) (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2561 / 22:51
    ทรงโปรดแน่ๆ
    #17894
    0
  3. #15276 Wrak (@Wrak) (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2560 / 13:59
    แฮ่ๆๆทรงโปรดหรือเปล่าถ้าไม่มีเจ็บตัว
    #15276
    0
  4. #15275 ppanyee riin'z (@yeeninja1930) (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2560 / 22:35
    เย้ยยยย ทรงโปรดแน่ๆๆ 5555555 ถ้าไม่ใช่นี่เรื่องใหญ่เลยนะคะ
    #15275
    0
  5. #15274 bukbeta (@bukbeta) (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2560 / 23:38
    อยากได้อีบุคคคค
    #15274
    0
  6. #15273 sett2 (@sett) (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2560 / 20:39
    เย้ยยยยย เป็นคู่หมั้นการนนน
    #15273
    0
  7. #15272 Hong4767 (@Hong4767) (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2560 / 18:56
    ใครเป็นคู่หมั้นกันน้าาา
    #15272
    0
  8. #15270 Jeedjard DukDik (@jeedjard1993) (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2560 / 07:16
    พี่โปรดใช่ม่ะ หูยยย คนอ่านลุ้ยอีหแล้วอ่ะ อยากให้ใช่ ><
    #15270
    0
  9. #15269 Exquisite Pain (@yaya-venus222) (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2560 / 04:10
    หว้ายยยยยยยยย ลุ้นๆๆๆๆๆ
    #15269
    0
  10. #15268 paplu (@paplu) (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2560 / 23:29
    ตู่หมั้น ลุ้นๆๆๆ
    #15268
    0
  11. #15267 Kkkk (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2560 / 23:09
    ต้องใช่แน่ๆๆๆๆ
    #15267
    0
  12. #15266 Paifha14 (@Paifha14) (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2560 / 21:59
    แน่ ๆ คู่หมั้นกันแน่ งื้อออออ
    #15266
    0
  13. #15265 ~~... แมวน้อย...~~ (@swithon) (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2560 / 20:11
    เฮียโปรดดดดดด
    #15265
    0
  14. #15264 Beer Blasen (@bambam_bam) (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2560 / 19:10
    ทรงโปรดเป็นนายแน่ๆเลยยย
    #15264
    0
  15. #15263 sophit28 (@sophit28) (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2560 / 17:30
    คู่หมั้น5555
    #15263
    0
  16. #15262 ฤดูใบไม้ผลิ ^^ (@prino) (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2560 / 13:34
    โปรดดดด
    #15262
    0
  17. #15261 พาโบยูรา (@first_pannita) (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2560 / 13:04
    อร๊ายย เขินหนักมากก
    เมื่อไรเล่มนร้จะตีพิมพ์คะ อยากอ่านเต็มๆ
    #15261
    0
  18. #15260 Emma (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2560 / 13:03
    อร๊ายยยย...เจ๊มู่มาอัพต่อให้หน่อยยยยย

    เฮียโปรดใช่มั้ยยย &#128525;&#128525;&#128525;

    #15260
    0
  19. #15259 mod04327 (@mod04327) (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2560 / 12:15
    อร๊ายย ใคร??? สงสัยเบอร์10
    #15259
    0
  20. #15258 ผู้หญิงของรยู (@pimhell) (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2560 / 11:21
    เขาคือคู่หมั้นของกันใช่ม้ายยย
    #15258
    0
  21. #15257 Mikaririn (@Mikaririn) (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2560 / 09:18
    แสดงว่าโปรดรู้แต่แรกละสิ
    #15257
    0
  22. #15256 sayapechr (@sayapechr) (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2560 / 08:48
    อีตาโปรดนี่เนียนมากกก แล้วไม่มาพร้อมกันทีเดียวเลยล่ะ โอ๊ยยยย
    #15256
    0
  23. #15255 EYEMI. (@parichatpopeye) (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2560 / 08:25
    โอ้ยย งื้อออ
    #15255
    0
  24. #15254 411nidtop (@nongnunid) (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2560 / 08:01
    อะไรยังไง
    #15254
    0
  25. #15253 Mintring (@Mintring) (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2560 / 07:54
    ใคร ค้างๆๆๆมาต่อเร็วๆๆ
    #15253
    0