Angel Eyes

  • 95% Rating

  • 60 Vote(s)

  • 3,077,732 Views

  • 19,964 Comments

  • 10,631 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    27,616

    Overall
    3,077,732

ตอนที่ 89 : Please`s Eyes ❥ Ep.01

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 34299
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 116 ครั้ง
    23 เม.ย. 60

https://lh3.googleusercontent.com/-VHOnMqjfUvE/WONF9qnfiUI/AAAAAAABO_s/Lmet3GC7Cy8gzsa8Lkx_e2MUqeY1qI07gCJoC/w1080-h700/pleasepost01.gif

Please`s Eyes

(Story of Song-Prod & Maya)

 

Keep my secrets close, our hearts aligned

I see darkness where you see light

Emotions fold, our blood runs dry

I see a future inside your eyes

We're fading out again, We're fading out again oh

She said

เก็บความลับของผมเอาไว้, หัวใจของเราเป็นหนึ่งเดียวกัน

ในที่ที่ผมเห็นความมืดมิด คุณเห็นแสงสว่าง

ความรู้สึกมันแตกหัก, เลือดของเราไหลริน

เราค่อยๆ ห่างเหินกันไป

แล้วเธอก็บอกว่า

 

The world isn't big enough to live it on your own

I see fire in your eyes and I feel fire in my soul

You're gonna make it through this I just know

Keep it in your heart, it's buried deep within your bones

Don't you come home or I will never let you go

You're gonna make it through this I just know

“โลกนี้ไม่ได้ใหญ่เกินไปที่เราจะอยู่คนเดียวได้

ฉันเห็นไฟในดวงตาของคุณ ฉันรู้สึกถึงความร้อนในใจของคุณ

คุณผ่านมันไปได้อยู่แล้ว ฉันรู้ว่าคุณทำได้

เก็บมันเอาไว้ในหัวใจ มันจะฝังลึกลงไปในกระดูกของคุณ

กลับบ้านเถอะนะ แล้วฉันจะไม่ไปจากคุณ

คุณผ่านมันไปได้อยู่แน่นอน ฉันรู้ว่าคุณทำได้”

Song :: Jacob Lee - I Just Know

 

Please`s Eyes 01

Teach My Lungs to Breath Underwater, Teach My Heart to Beat Without Her

 

            “เธอแน่ใจนะ ว่าจะย้ายออก” เสียงทุ้มหนักของผู้ชายคนหนึ่งดังขึ้น และทำฉันชะงักมือที่กำลังจัดกระเป๋าใบใหญ่ไปเล็กน้อย

            ฉันหันไปมองเขาแวบหนึ่งแล้วก็ขยับมือต่อ เม้มปากเอาไว้แน่นเพื่อไม่ให้ตัวเองหลุดปากพูดอะไรออกไป

            “แล้วเธอจะไปอยู่กับใครล่ะ” ผู้ชายคนนั้นยังถามต่อ ฉันก็แกล้งทำเป็นหูทวนลมไม่สนใจคำพูดของเขา

            “มาหยา” เขาพูดขึ้น ฉันเลยถอนหายใจก่อนจะหันหน้าไปมองเขา

            ชื่อ มาหยา ที่ได้ยินเมื่อครู่นี้เป็นชื่อของฉันเอง ดังนั้นก็เลยไม่รู้จะแกล้งทำเป็นไม่เข้าใจว่าเขาพูดกับฉันได้ยังไง

            และเขาก็คือ ทรงโปรด และถ้าหากว่าเขาจะเมตตากรุณาฉันให้สมกับชื่อของเขา ฉันก็คงไม่อยู่ในสถานการณ์ที่เกลียดตัวเองและเกลียดเขาจับใจแบบนี้หรอก

            ตอนนี้แม้แต่ใบหน้าหล่อเหลาของเขาฉันเองก็ยังไม่อยากจะมองแม้แต่หางตา

            “อะไร” ฉันมองเขา และหันกลับมาจัดกระเป๋าต่อตามเดิม

            “ทำไมถึงได้หยิ่งนักวะ อย่ามาทำหวงตัวหน่อยเลย” สุดท้ายก็กลายเป็นทรงโปรดที่เดินเข้ามาหาฉัน เขานั่งที่ขอบเตียงพร้อมกับจับปลายคางของฉันให้หันไปสบตากับเขา

            “อย่ามาอวดดีกับฉัน ทั้งที่ตัวเธอเองไม่ไม่มีอะไรจะอวด” เขาบอกเสียงเครียด สายตาเป็นประกายจนฉันต้องเม้มปากและมองเขาอย่างไม่พอใจ

            “ฉันเป็นห่วงเธอนะ มาทำสัญญากับฉันอีกสักปีมั้ย ไม่สิ ปีนึงมันคงจะนานไป อีกสักเดือนสองเดือนจะเป็นไรไป” เขายิ้มหวานจนมุมปากและข้างแก้มเป็นรอยบุ๋มลงไป ใครต่อใครเรียกว่าลักยิ้มทรงเสน่ห์ แต่ฉันว่ามันเป็นรอยยิ้มของลูซิเฟอร์ซะมากกว่า เพราะถ้าเขาเป็นผู้ชายมีเลือดมีเนื้อเหมือนคนอื่นๆ เขาคงไม่ทำร้ายฉันมานานขนาดนี้หรอก

            ” ฉันเม้มปากเอาไว้แน่น กลั้นเสียงที่อยากตะคอกใส่หน้าของเขาแทบขาดใจว่า ไม่เอาไว้ให้ลึกสุดลึก

            “แน่ใจว่าเธอมีที่ไปแล้ว ฉันเป็นห่วงนะ”

            “ขอบใจ ไม่เป็นไร” ฉันบอกกับเขา หลังจากที่ฝันหวานล้มๆ แล้งๆ มาปีกว่าแล้ว

            ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่าความเพ้อฝันความรักที่หวานหอมเหมือนนิยายลูกกวาดมันอยู่ในแค่หนังสือเท่านั้น บนโลกแห่งความจริงนี้มันไม่มีทางจะเกิดขึ้นจริงอย่างเด็ดขาด

            ดังนั้น หนึ่งปีที่ผ่านไปมันก็เพียบพอแล้วที่ฉันจะโง่ได้เท่านั้น ตอนนี้ฉันควรจะฉลาดขึ้นบ้างได้แล้ว หลังจากที่แกล้งโง่อยู่นาน คิดว่าความผูกพันมันจะช่วยผูกมัดใครบางคนเอาไว้ได้ แต่มันน่าหัวเราะ สุดท้ายออกซิโทซิน[1]มันก็มีผลกับแค่ผู้หญิงเท่านั้น สำหรับผู้ชายแล้ว มันแทบจะไม่มีผลอะไรเลย

            ฮอร์โมนนั้นมันมีผลกับผู้หญิงอย่างมหาศาล ยิ่งรักยิ่งผูกพัน ยิ่งมีอะไรกันมากเท่าไหร่ มันจะยิ่งชัดเจนแน่นหนาเหมือนเชือกที่รัดเอาไว้แน่นจนดิ้นไม่หลุด ขณะที่ผู้ชายยังชาเฉยแทบไม่รู้สึกอะไรเหมือนผู้หญิงอย่างเราๆ เลยด้วยซ้ำ

            ก่อนที่มันจะทำลายชีวิตฉันมากไปกว่านี้ ฉันขอตัดใจเป็นฝ่ายเดินออกมาเองดีกว่า ไม่อย่างนั้นน้ำตาคงเช็ดหัวเข่าแล้วกินน้ำตาเค็มๆ นั่นไปตลอดชีวิตจนโรคไตถามหา ดังนั้นตัดสินจากมา ก่อนที่ฉันจะก้าวออกมาจากชีวิตของเขาไม่ได้อีกเลย

            จากนางฟ้า เอ่อ เอาเป็นว่าฉันเป็นนางฟ้าก็แล้วกันนะ

            จากนางฟ้า ฉันอาจจะกลายเป็นนางมารที่แสนน่ากลัวไปเลยก็ได้

            “หยาทรงโปรดเรียกฉัน เมื่อฉันปิดกระเป๋าใบใหญ่ หลังจากโยนของโครมๆ ลงใส่กระเป๋าหลายต่อหลายอย่างแล้ว ฉันมองเขา ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาต้องทำเหมือนว่าฉันหักอกเขาด้วย ในเมื่อเขาต่างหากที่เป็นฝ่ายหักอกฉันอย่างแรง

            “ไม่เอาน่า ฉันไม่อยากให้เธอไป” เขาพูดขึ้น ฉันเกือบจะทำตาโตแล้วเชียว แต่ไม่ได้ ที่ผ่านมาเสียเวลาไปเท่าไหร่แล้ว ไม่ว่ายังไงคนอย่างทรงโปรดก็ไม่มีทางที่จะเปลี่ยนตัวเองแน่นอน

            “ฉันต้องไปแล้วพีท ทรงโปรด ฉันต้องไปแล้วล่ะ” ฉันบอกเขาพลางเม้มปาก

            ชื่อ พีทน่ะฉันไม่ได้เรียกผิดหรอก มีเหตุการณ์หนึ่งที่ทำให้ฉันเรียกเขาว่า พลีสซึ่งมาจากคำว่า Please ในภาษาอังกฤษ ซึ่งมันก็เป็นความหมายเดียวกับชื่อของเขา แต่เพราะว่าพลีสกับพีทออกเสียงคล้ายๆ กัน คนอื่นๆ คงไม่คิดว่าจะมีคนที่ชื่อว่าพลีส ดังนั้นทุกคนเลยเข้าใจว่าผู้ชายที่เป็นแฟนของฉันชื่อพีท

            แต่อันที่จริงเราไม่ได้เป็นแฟนหรอก ไม่ได้เฉียดความหมายนั้นเลยด้วย

         และมันน่าสมเพชจนฉันไม่กล้าจะให้ใครเห็นว่าพีทของฉันเป็นคนบบไหน หน้าตาเป็นยังไง และสุดท้าย

            ฉันกับเขาลงชื่อจองคอนโดห้องเดียวกันอย่างไม่ได้ตั้งใจเพราะมันเป็นความผิดพลาดของระบบการจองคอนโด เราต้องมาคุยกันเรื่องคอนโดห้องนี้ และตอนนั้นมันเป็นเงินก้อนเดียวที่ฉันเหลืออยู่ด้วย เพราะมีปัญหากับที่บ้าน ฉันเลยไม่อยากจะยุ่งวุ่นวายกับที่นั่นเลยพยายามตัดขาดไม่พึ่งพาทุกคน

            และไอ้คนอย่างฉันน่ะมันนิสัยเสีย จมไม่ลงด้วย เรื่องนี้ฉันรู้ดีว่ามันแย่และต้องแก้ไขนิสัยเสียข้อนี้ของตัวเอง แต่จะทำยังไงได้เล่า ภูมิคุ้มกันของคนเรามันไม่เท่ากัน ฉันเลยไม่อยากเสียหน้าต่อหน้าเพื่อนๆ ไม่ว่ายังไงก็ต้องอยู่ที่คอนโดสุดหรูแห่งนี้ให้ได้ แล้วก็อยากได้กระเป๋าด้วย

            อย่าว่าอย่างนั้นอย่างนี้เลยนะ ในช่วงชีวิตของคนคนหนึ่ง ไม่ว่าใครก็ต้องเคยทำเรื่องผิดพลาดกันมาแล้วทั้งนั้น

            ฉันเองก็เป็นหนึ่งในนั้นแหละ

            เพราะไม่คิดว่าจะมีคนมาจองห้องเดียวกัน แถมเขายังหล่อเหลาจนใจสั่น ไม่รู้ว่าไปตกลงกันท่าไหน ฉันเลยหน้าด้านหน้าทนขออยู่กับเขาสักระยะไปก่อน เพื่อจะเอาเงินที่ควรจะซื้อคอนโดและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เป็นเงินเก็บตัวเองไปซื้อกระเป๋าแอร์เมส[2]รวมไปถึงเสื้อผ้า รองเท้า เครื่องสำอางราคาแพงๆ ทั้งหลายทั้งแหล่

            ตอนนี้ฉันเลยอยากพร่ำบ่นก่นด่าตัวเองในใจเป็นร้อยเป็นพันรอบกับความโง่ของตัวเอง

            เอาชีวิตความเป็นอยู่ของตัวเองมาและกับกระเป๋าและเสื้อผ้าที่มันตกยุคไวเหลือเกิน ฉันเสียดายจริงๆ ที่ไม่ได้ซื้อคอนโดเอาไว้ อย่างน้อยก็ไม่ต้องไปเช่าห้องพักอยู่ แล้วดูตอนนี้สิ เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้าพวกนั้นมันจะขายได้เท่าไหร่กันเชียว ยิ่งเวลาผ่านไปเป็นปีแบบนี้แล้ว ไม่ว่าใครก็ต้องสนใจของใหม่ของมือหนึ่ง มากกว่าจะเป็นของมือสองอยู่แล้วล่ะ

            “แล้วมีเงินเหรอ จะไปอยู่ไหน แล้วจะเอาอะไรกิน” ทรงโปรดเริ่มอารมณ์เสีย เขาถามเสียงแข็งแบบที่ฉันเองก็ต้องกลืนน้ำลายอย่างฝืดๆ

            “อย่าบอกนะ ว่าจะไปให้คนอื่นอุปการะแบบที่ฉันอุปการะเธอมาก่อน” เขาพูดเสียงเยาะ ฉันเลยหันไปมองเขาด้วยสายตาทั้งโกรธทั้งเกลียด

            “จะเอาตัวไปเร่ขายให้ใครล่ะมาหยา ใครอยากจะซื้อของมือสองอีกเหรอ”

            สิ้นเสียงที่แสนน่าเกลียดน่าชิงชังของทรงโปรด ฉันตวัดมือตบหน้าของเขาจนสะบัดไปตามแรง

            “ฉันจะขายใครก็ได้ ในเมื่อมันเป็นร่างกายของฉัน อย่ามายุ่งกับฉันอีก!

 

            หลังจากนั้นสิบนาทีต่อมา ฉันก็ร้องไห้สะอึกสะอื้นในห้องน้ำสาธารณะ ทั้งเจ็บมือ ทั้งเจ็บใจ ไม่คิดว่าคำพูดของทรงโปรดจะแรงเหมือนเอาน้ำกรดมาสาดอย่างไรอย่างนั้น

            ใช่ก็จริงอย่างที่เขาพูดนั่นแหละ

            ฉันไม่มีเงินจะจ่ายค่าคอนโดหรูหราแพงระยับแบบนั้นหรอก เพราะเอาเงินไปละลายกับของแต่งองค์ทรงเครื่องไปหมดแล้ว ฉันขอร้องกับทรงโปรดอย่างหน้าด้านๆ ว่าขออยู่ด้วยกันกับเขาจนกว่าตัวฉันจะหาที่อยู่ใหม่ได้ อาศัยว่าตัวฉันน่ะทั้งสวยทั้งเลิศออกจะเชิดๆ หยิ่งๆ ตามประสาลูกคนหนูที่ถูกเลี้ยงมาอย่างตามใจ ฉันเลยกลายเป็นคนเอาแต่ใจอยากได้อะไรต้องได้ และห้ามด้อยไปกว่าใครทั้งนั้น

            ทรงโปรดคงจะเห็นข้อนี้ล่ะ ก็แน่ล่ะ มันเป็นข้อดีข้อเดียวที่ฉันมีอยู่นี่

            สุดท้ายเขาก็ยื่นข้อเสนอแสนน่ารังเกียจออกมา ว่าให้ใช้ร่างกายของฉันแลกกับค่าเช่าห้องกับเขา

            และบอกตามตรงนะว่าฉันน่ะโง่ในโง่ คิดว่าตัวเองสวยแล้วทรงโปรดก็หล่อเหลาดูดีไม่น้อยหน้าไปกว่าใคร ก็เลย

            ใช่ฉันเอาร่างกายเข้าแลกกับเขา

         ทรงโปรดตกใจมากที่รู้ว่าเขาเป็นคนได้ครั้งแรกของฉันไป แต่หลังจากนั้นทุกอย่างก็ดำเนินไปเรื่อยๆ

            ฉันทึกทักเอาเองอย่างโง่ๆ ว่าวันหนึ่งความสวยของฉัน และความผูกพันของเราจะทำให้ทรงโปรดหันกลับมามองฉัน เขาจะรักฉัน และเราจะอยู่ด้วยกันไปตลอด

            แต่ก็อย่างที่บอกไปแล้วไง ว่าความคิดเพ้อฝันสีลูกกวาดพวกนั้นมันมีจริงอยู่แค่ในหนังสือนิยายที่มีไว้เพื่อชโลมหัวใจที่แห้งเหี่ยวเท่านั้น ในชีวิตจริงมันไม่มีทางจะเป็นแบบนั้นได้ง่ายๆ หรอก

            ทรงโปรดไม่เคยลืมที่จะเก็บค่าเช่าห้องจากฉัน และฉันเองก็เฝ้าหวังว่าเขาจะบอกว่ารัก หรืออย่างน้อยก็บอกว่าชอบ แต่ความฝันมันก็คือความฝัน

            คนอย่างทรงโปรดเขาหาผู้หญิงได้ที่สวยถูกใจง่ายๆ อยู่แล้ว ลองเปรียบเทียบผู้หญิงที่เขาเลือกด้วยตัวเองกับผู้หญิงหน้าด้านที่เอาตัวเข้าแลกกับความหรูหราสะดวกสบายอย่างฉันสิ ไม่ว่าผู้ชายคนไหนก็ต้องเลือกผู้หญิงที่เขาถูกใจและเป็นคนดีมากกว่าคนอย่างฉันอยู่แล้วล่ะ จริงไหม

            ดังนั้น พอเวลาผ่านไปได้ปีหนึ่ง ฉันก็เริ่มทนไม่ไหวกับสถานการณ์ที่มันเป็นอยู่ในตอนนี้อีกต่อไป ก็เลยต้องเป็นฝ่ายออกมาก่อน ตั้งใจจะขายกระเป๋ากับรองเท้าเพื่อจะไปหาห้องเช่าถูกๆ อยู่ แล้วก็อาจจะเริ่มมองหางานพิเศษทำด้วย

            ถ้าเพื่อนๆ ถาม ฉันก็จะบอกว่าอยากลองทำตอนปิดเทอมดู เพราะตอนนี้เรากำลังจะขึ้นปีสี่กันแล้ว วิชาเรียนก็เหลือไม่มาก นอกจากนั้นยังเป็นการเตรียมตัวเตรียมความพร้อมเพื่อที่จะเข้าสู่สังคมการทำงานอย่างเต็มรูปแบบแล้ว มันเป็นเหตุผลสวยหรูอยู่แล้ว ใช่ไหมล่ะ

            และตอนนี้ฉันเองก็กำลังจะขายกระเป๋ากับรองเท้าให้กับเพื่อนร่วมคณะ บอกด้วยเหตุผลว่าฉันเบื่อและอยากซื้อกระเป๋าใบใหม่แล้ว มันก็เท่านั้นแหละ คนโง่อย่างฉันจะไปหาวิธีอื่นได้ดีกว่านี้แล้วได้ยังไงล่ะ จริงไหม

 

            “เดี๋ยวฉันไปกดเงินมาให้นะ”

            คำพูดของคนที่เรียนคณะเดียวกันทำให้ฉันต้องนั่งร้องไห้อีกครั้ง เพราะคิดว่ารู้จักกันอยู่แล้ว เคยเห็นหน้าเห็นตากันมาก่อน ฉันเลยไม่คิดว่าตัวเองจะถูกขโมยของชิ่งหนีไปง่ายๆ แบบนั้น

            ตอนนี้ฉันไม่เหลือสมบัติอะไรที่จะพอขายได้แล้วได้เงินเป็นก้อนเลย ฉันนี่มันโง่และโง่จริงๆ ไม่อยากจะว่าตัวเองเลยนะ แต่ว่ามันก็

            ฉันนั่งร้องไห้อยู่ในร้านกาแฟอย่างไม่อายใคร ทำไมเรื่องบ้าๆ แบบนี้มันต้องเกิดขึ้นกับฉันครั้งแล้วครั้งเล่าด้วยก็ไม่รู้ ฉันไม่เคยทำร้ายใคร ไม่เคยไปวุ่นวายอะไรกับใครด้วย แต่ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมชีวิตถึงได้มีแต่เรื่องซวยๆ แบบนี้เกิดขึ้นกับตัวเองตลอด

            ฉันเช็ดน้ำตาออกจากหน้าเพราะรู้สึกปวดหัวปวดกระบอกตาแทบจะทนไม่ไหว ลากกระเป๋าเดินออกมาจากร้านกาแฟแล้วต้องชะงักเมื่อเห็นร่างสูงโปร่ง ใบหน้าเย็นชาเรียบเฉยที่คุ้นเคยยืนรออยู่แล้ว เขาพ่นควันสีขาวขุ่นออกมาทางปากและจมูก ดวงตาคมกริบเหมือนเหยี่ยวหรี่มองมาเหมือนอยากจะชกหน้าสักเปรี้ยง นอกจากนั้นบนแก้มซ้ายของเขายังมีรอยนิ้วสีแดงจางๆ พาดผ่านอยู่ด้วย

            “กระเป๋ากับรองเท้าหายไปไหน” เขาถาม คงจะเห็นฉันหิ้วของพะรุงพะรังตอนออกมาจากห้อง แล้วฉันก็ยังเอาพวกมันมาเช็ดมาทำความสะอาดอยู่นานด้วย เรื่องนี้บ้าที่สุดเลย

            “ถูกเชิดไปแล้วสิท่า” คิ้วเข้มเลิกสูง มุมปากยังยิ้มเยาะๆ มาให้อีกด้วย

            “เอาไงต่อ”

            ” ฉันไม่อยากตอบคำถามของเขา ไม่อยากจะทะเลาะกันด้วย อีกอย่างที่สำคัญที่สุด

            ฉันอายดังนั้นก็เลยเชิดหน้าขึ้นทำเหมือนไม่รู้สึกอะไรทั้งนั้น ก่อนจะลากกระเป๋าออกมา

            แต่ผู้ชายร้ายกาจคนนั้นก็ยังเลวไม่เปลี่ยน เขายกเท้าเตะกระเป๋าของฉันแรงๆ มือไม้ที่มันอ่อนแรงอยู่แล้วก็หมดแรงทันที ฉันทำมันหลุดมือและกระแทกกับพื้นหล่นตุบไปกองอย่างน่าอนาถ ฉันก็หันไปมองเขาอย่างเอาเรื่อง

            “เธอทิ้งเสื้อในกับกางเกงในไว้ในห้องน่ะ ไปเก็บหน่อยเหอะ อุจาดตาว่ะ”

            ฉันกำหมัดแน่นนึกอยากจะร้องกรี๊ดๆ เหมือนคนเสียสติออกมา แต่ก็ทำได้แต่เม้มปากเอาไว้แน่น มองเขาด้วยสายตาที่ไม่คิดจะเชื่อเลยแม้แต่น้อย

            “จะทิ้งไว้งั้นจริงเหรอ จะให้ผู้หญิงคนใหม่ของฉันเข้าใจว่าฉันมีผู้หญิงมาอยู่ด้วยกันแล้ว งั้นเหรอ?

            เส้นเลือดที่ขมับฉันเต้นตุบๆ อย่างน่ากลัว นี่ไม่ทันไรเขาก็คิดจะหาผู้หญิงคนใหม่มาแทนแล้วอย่างนั้นน่ะเหรอ

            ผู้ชายคนนี้มันช่าง

            สุดท้ายเพราะไม่อยากให้มีอะไรคั่งค้างคาใจ ฉันก็ลากกระเป๋าอย่างเหนื่อยอ่อน เหมือนจะเป็นลมได้ตลอดเวลา

            และเมื่อกลับไปถึงห้องชุด ฉันโยนกระเป๋าไปทาง สะบัดรองเท้าไปคนละที่ กระแทกเท้าเดินเข้าห้องน้ำเพื่ออาบน้ำอย่างไม่คิดจะสนใจอะไรทั้งนั้น ทรงโปรดยิ้มมองหน้าฉันด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก แต่ฉันไม่คิดจะใส่ใจ

            แล้วก็ยังเอาเสื้อเชิ้ตของเขามาสวมแล้วล้มตัวลงนอนคว่ำบนเตียงกว้างอย่างหงุดหงิด

            เอาสิ ลองหาผู้หญิงเข้ามาแทนที่มาหยาคนนี้ดูสิ แม่จะทึ้งหัวขึ้นมาตบให้หน้าแหกเลย คอยดู!

            ฉันเหนื่อยแต่กลับตาค้างเหมือนจะนอนไม่หลับ ทั้งที่ก็เตียงเดิม หมอนใบเดิม ผ้าห่มผืนเดิมทุกอย่างแท้ๆ แต่ไม่รู้ทำไมใจมันถึงได้เต้นไม่ค่อยจะดียังไงชอบกล

            แล้วฉันก็ต้องแกล้งทำเป็นหลับตาลงเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าเดินเข้ามาใกล้ ฉันแทบจะกลั้นหายใจเมื่อทรงโปรดเอื้อมมือมาแตะหน้าผากของฉันเบาๆ ก่อนที่เขาจะดึงผ้าห่มมาคลุมให้ถึงปลายคางแล้วเดินออกจากห้องไปอย่างเงียบกริบ

            เขาต้องการอะไรกัน จนถึงตอนนี้ฉันยังไม่เข้าใจเลย

            แต่เพราะเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว ทำให้ฉันทั้งเพลียทั้งง่วง ไม่รู้ว่าเผลอหลับไปตอนไหน ตื่นขึ้นมาอีกที รอบตัวก็มีแต่ความมืดโรยตัวเข้ามาปกคลุมแล้ว

            ท้องมันร้องทันทีที่ลืมตา ฉันก็อดที่จะหงุดหงิดกับตัวเองไม่ได้ ในเวลาแบบนี้เนี่ยนะ บ้าที่สุดเลย

            แต่เพราะทำอะไรไปมากกว่านี้ไม่ได้ ฉันก็ลงจากเตียงเพื่อออกไปดูว่าในตู้เย็นยังพอจะมีอะไรให้กินอยู่บ้างไหม

 

            ฉันซื้อข้าวหน้าเป็ดมาให้แล้ว อุ่นก่อนกินจะได้อร่อย

            คืนนี้คงกลับดึก ไว้เจอกัน

            โปรด

 

            กระดาษโพสอิทสีสันสดใสที่ติดเอาไว้ที่หน้าตู้เย็นมันดึงดูดสายตาของฉันมาก ฉันเลยเอื้อมมือไปหยิบมันขึ้นมาดู ใจหนึ่งอยากจะยิ้ม แต่ฉันเลือกที่จะย่นจมูกใส่มันแทน มองไปรอบๆ ก็เห็นว่ามีกล่องข้าวพลาสติกที่มาจากร้านดังวางเอาไว้บนโต๊ะอาหารแล้ว ฉันเดินเข้าไปใกล้ก่อนจะแตะมันก็พบว่ามันยังอุ่นๆ อยู่ ทรงโปรดคงเพิ่งจะออกไปไม่นานนี้ล่ะมั้ง

            และด้วยความขี้เกียจบวกกับอาการปวดหัวที่ขมับมันยังเต้นตุบๆ อยู่ ทำให้ฉันเลือกที่จะไม่อุ่นมันอย่างที่ทรงโปรดบอก แล้วก็นั่งกินเงียบๆ ในใจก็คิดไปด้วยว่าหลังจากนี้ฉันจะทำยังไงต่อไปดี

         ตอนนี้ฉันนี่มันไร้ศักดิ์ศรีที่สุด ต้องกลับมานอนพักในห้องนี้ทั้งที่ตั้งใจเอาไว้ว่าจะจากไปแบบไม่เหลียวหลังแท้ๆ แต่นี่กลับแต่เอาเถอะ เรื่องนี้เอาไว้ก่อนก็ได้ เรื่องกระเป๋ากับรองเท้าฉันใหญ่กว่านะ

            ถึงจะเป็นของมือสองที่ฉันใช้มันนับครั้งไม่ถ้วน แต่ของดีมันก็คือของดี ราคาพวกนั้นเฉียดๆ สองแสนเชียวนะ ฉันก็ใช้มันอย่างถนอมดูแลดีทุกอย่าง ยังไงราคาก็ไม่ตกลงไปจนน่าเกลียดแน่นอน

            ยัยเพื่อนทรยศนั่น อย่าให้เจอนะ แม่จะเอารองเท้านั้นเฉาะหน้าผากให้เป็นรูเชียวคอยดูเถอะ ฉันคิดอย่างแค้นๆ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาตั้งใจจะหาเบอร์หาเฟซของยัยทุเรศนั่น แล้วจะไปตามจิกเอาของของฉันกลับมา แล้วดูเวลาสิ นี่มันก็ดึกแล้วด้วย มันเป็นเวลาของ

            ซีรีย์

            สิ่งต่อมาที่ฉันทำคือการดูซีรีย์ที่ห้องดูหนังแล้วก็ถือกล่องข้าวไปนั่งกินด้วย

            เรื่องหาเฟซโทรจิกแล้วโพสประจานน่ะฉันทำแน่ แต่ตอนนี้ขอกินข้าวก่อนเหอะ แล้วซีรีย์ที่ฉันติดก็ฉายเวลานี้พอดีด้วย คนเราต่อให้มันหดหู่สิ้นหวังแต่ยังไงก็ต้องหาอะไรจรรโลงจิตใจมั่งสิ ใช่ไหมล่ะ

            หลังจากซีรีย์ที่ทำฉันหัวเราะร่าน้ำตาไหลจบไปแล้วฉันก็หาเฟซบุ๊กของยัยหน้าด้านคนนั้นต่อ

            แต่ก็นั่นแหละ ขโมยที่ไหนจะยอมเป็นเพื่อนกับเจ้าของกระเป๋าแบบฉัน ยัยหมิวอะไรนั่นบล็อกฉันไปเรียบร้อยแล้ว ฉันล่ะหน่าย โมโหก็โมโห ง่วงก็ง่วง แถมยังปวดหัวจนร้าวไปทั้งกะโหลกแล้วด้วย

            “ยัยบ้า อย่าให้ฉันเจอนะ” ฉันได้แค่ร่ายมนตร์สาปแช่งให้ยัยนั่นไม่เจอโชคร้ายใดๆ อีกตลอดชีวิต และตั้งใจจะโทรไปหาเพื่อนสนิทของยัยนั่นด้วย

            แต่เจ้ากรรม ซีรีย์เรื่องที่ฉันติดตามอีกเรื่องก็ฉายพอดี ฉันเลยค่อยๆ วางโทรศัพท์แล้วหยิบป๊อบคอร์นที่เพิ่งโยนมันเข้าไมโครเวฟเมื่อกี้มานั่งกินแล้วดูหนังต่อ เรื่องยัยหมิวฉันจัดการแน่ แต่ตอนนี้ขอดูซีรีย์ก่อนแล้วกัน

            ฉันไม่รู้ว่าตัวเองเผลอหลับไปตั้งแต่ตอนไหน มางัวเงียตื่นตอนที่รู้สึกว่ามีคนเดินผ่าน พอปรือตาขึ้นก็เห็นว่าเป็นทรงโปรดที่เดินมาเก็บกล่องข้าวกับถุงป๊อบคอร์นที่ฉันกินก่อนหน้านี้กลับไปเงียบๆ ฉันไม่แน่ใจว่าตอนนี้ควรทำตัวยังไงดี จะลุกขึ้นและทักทายเขา หรือจะแกล้งทำเป็นหลับต่อดี

            เพราะอะไรหลายๆ อย่างที่ฉันยังโกรธเขาอยู่ ทำให้ตัดสินใจที่จะแกล้งทำเป็นหลับต่อไปเหมือนเดิม แต่ไม่วายแอบเปิดเปลือกตาขึ้นนิดหน่อยเพื่อดูว่าตอนนี้ซีรีย์เรื่องไหนกำลังฉายอยู่

            เอ๊ะ มันเป็นเรื่องโปรดของฉันอีกเรื่องแล้วนี่ งั้นทำเป็นตื่นดีกว่า

            เรื่องนั้นฉันได้แค่คิดในใจ เพราะทรงโปรดกลับมาอีกครั้งอย่างรวดเร็ว เขาคว้ารีโมตขึ้นมากดปิดทีวีและเคเบิลทีวีที่กำลังฉายซีรีย์อยู่หน้าตาเฉย ไอ้ฉันก็ไม่กล้าโวยวายเพราะแกล้งทำเป็นหลับอยู่

            โอ๊ย แล้วอีตาทรงโปรดก็ยังมาอุ้มฉันจากโซฟาที่นอนอยู่ด้วย หัวใจฉันก็เต้นแรงขึ้นมาทันที ทั้งที่บอกที่เตือนตัวเองเอาไว้แล้วแท้ๆ ว่าห้ามใจอ่อนอีก แล้วนี่มาหยา แกกำลังทำอะไรอยู่กันแน่ยะ

            “ยัยคนนิสัยเสีย” ทรงโปรดวางฉันลงกับเตียงแล้วก็พูดกับฉัน จนฉันอดสะดุ้งไม่ได้

            “อย่ามาแกล้งทำเป็นหลับเลย รู้หรอกว่าตื่นแล้ว” พอเขาบอกแบบนั้นฉันเลยลืมตามองเขาอย่างงอนๆ

            “ตัวร้อนนี่ แล้วทำไมไม่รีบนอน ดูอยู่ได้ซีรีย์พวกนี้น่ะ ไม่เบื่อบ้างรึไง”

            ฉันคันปากยิบ อยากจะเถียงกลับไปเหลือเกินว่าแล้วทำไมเขาถึงได้ชอบออกไปลั้ลลากับเพื่อนของเขาตอนกลางคืนตลอดๆ เนี่ย ไม่เบื่อบ้างรึไงกัน

            “กินข้าวก็ไม่ยอมเก็บ จานชามน่ะจะปล่อยทิ้งไว้แบบนั้นไม่ได้นะ จำไม่ได้เหรอ คราวก่อนเจอมดกัดไปยังไม่เข็ดใช่มั้ยน่ะ แล้วไหนจะแมลงสาบอีก อย่าทำตัวโสโครกได้มั้ย หน้าตาก็ออกจะดี ไม่กลัวเพื่อนมาเที่ยวห้องแล้วสยองรึไง” เขาบ่นไม่เลิก ฉันต่างหากที่สมควรจะบ่นเขา นี่มันตีสองแล้ว ทำไมเพิ่งกลับมาตอนนี้ล่ะ

            แต่เราสองคนเลิกกันแล้วนี่ เรื่องอะไรฉันจะคอยว่าตักเตือนเขาเหมือนทุกๆ ครั้งอีกล่ะ

            “กินยายัง” ทรงโปรดถามเสียงเหี้ยม ฉันเลยทำเสียงฟุดฟิดขึ้นจมูกเพราะไม่พอใจ

            “ขอภาษาคน ไม่เอาภาษาที่มีแต่เธอเท่านั้นที่เข้าใจ”

            เจ็บอ่ะผู้ชายคนนี้นี่มัน

            “กินแล้ว” แน่นอนว่าฉันโกหก จะทำไมล่ะ ฉันไม่อยากจะฟังอะไรจากเขาอีกแล้วนี่ ทรงโปรดคนนี้มีสิทธิ์อะไรจะมาสั่งคนอื่นฉอดๆ ทีตัวเขาเองยังไม่เคยจะฟังอะไรที่ฉันพยายามจะบอกจะขอเลยสักครั้ง

         “นอนไปเลย นี่มันดึกแล้ว ทำไมไม่นอน ถ้าจะดูทีวีแล้วหลับคาทีวีน้ำลายยืดก็เข้ามาดูในห้องนอนก็ได้ไม่ใช่เหรอวะ” ทรงโปรดยังไม่หยุด ฉันเลยดึงหมอนอีกใบมาปิดหน้าเอาไว้เพราะไม่อยากจะได้ยินเสียงที่แสนน่ารำคาญของเขาอีกแล้ว

            ทรงโปรดยังบ่นๆ อยู่ ก่อนที่เขาจะเดินหายเข้าห้องน้ำไป พอประตูห้องน้ำปิดลง ฉันก็ลุกไปเปิดโทรทัศน์ทันทีเพื่อดูซีรีย์ต่อ อยากจะลุกไปเอาป๊อบคอร์นมากินแต่ก็ขี้เกียจ เดี๋ยวอีตาทรงโปรดก็จะบ่นอีก ฉันเลยกอดหมอนแล้วก็นั่งดูซีรีย์ต่อ

            ไม่นานนักทรงโปรดก็หน้าตึงๆ กลับออกมาจากห้องน้ำด้วยกางเกงนอนตัวเดียว

            “นี่จะมีเรื่องกันใช่มะ” เขาถามเหมือนจะหาเรื่อง

            เดี๋ยวก่อน เขาเป็นคนบอกฉันเองไม่ใช่เหรอว่าถ้าจะดูซีรีย์ให้เข้ามาดูในห้องนี้น่ะ ฉันไม่เถียง และทรงโปรดก็ดึงปลั๊กทีวีกับกล่องเคเบิลออกทันที

            “มาร” ฉันพึมพำอย่างหัวเสีย ทรงโปรดก็เถียงกลับมาทันควัน

            “เออ มารแล้วไง นี่ดึกแล้ว ทำไมไม่นอนวะ หรือว่าอยากให้กล่อมเหมือนทุกคืน” เขาขู่เสียงน่ากลัว ฉันเลยพลิกตัวนอนตะแคงหันหลังให้แล้วก็ดึงผ้าห่มมาคลุมตัวทันที

            ทรงโปรดยังบ่นพึมพำไม่เลิก ฉันก็บอกตัวเองให้หลับ แต่คนเราจะหลับปุบปับมันก็ไม่ใช่ไง ฉันก็เลยถูกอีตาทรงโปรดดึงตัวเข้าไปกอด แถมยังแกล้งบีบแก้มจับหน้าอกจับสะโพกอีกต่างหาก ไอ้ลามกโรคจิตเอ๊ย!

            “น่าสงสารจัง กระเป๋าก็ไม่มีแล้ว รองเท้าก็ไม่มีแล้ว อยากได้ใหม่มั้ย”

            ฉันเม้มปากไม่อยากจะคุยกับเขาอีก แม้-แต่-คำ-เดียว!

         “อยากได้ก็ทำตัวให้น่ารักหน่อย แล้วพรุ่งนี้จะยกบัตรเครดิตให้ใบนึง ตกลงมั้ย”

 

            แน่นอนว่าฉันอยากจะได้บัตรเครดิตของเขาแทบขาดใจ แต่ก็ต้องหยิ่งในศักดิ์ศรีของตัวเองด้วย

            “จะไปหาหอพักเหรอ” ทรงโปรดถามในเช้าวันใหม่ เขายังนอนอย่างสบายอารมณ์บนเตียง สอดแขนรองท้ายทอยและมองมาทางฉันอย่างอารมณ์ดี

            “ใช่” ฉันตอบเขา แล้วก็แต่งหน้าที่โต๊ะเครื่องแป้งตัวใหญ่ ที่ฉันเพิ่งเห็นว่าตัวเองไม่ได้เก็บเครื่องสำอางไปด้วย

            สายตาของทรงโปรดเป็นประกายตอนที่มองมายังฉัน แน่ล่ะ เขามันมักมากแล้วก็บ้ากามนี่ คืนนึงได้ไม่รู้กี่ยก แล้วเมื่อคืนเขาก็แค่ฮึ้ย นี่ฉันคิดบ้าบอคอแตกอะไรอยู่เนี่ย

            เอาเป็นว่าตอนนี้ที่ทรงโปรดมองก็เพราะฉันสวมแค่ชุดชั้นในสีชมพูหวานๆ ปนเซ็กซี่ แล้วก็ยืนแต่งหน้าโต๊ะเครื่องแป้งในเช้าวันใหม่ก็แล้วกัน ก็แบบนี้มันสะดวกดีนี่นา ถ้าตอนแต่งหน้าแล้วไม่ทันระวังมันก็ชอบเปื้อนชุดก่อนทุกทีนี่นา

            สาบานได้ ฉันไม่ได้คิดจะยั่วทรงโปรดเลยนะ อีกเดี๋ยวฉันก็จะไปแล้วด้วย

            “เอาไว้ได้หอพักก่อนสิ แล้วค่อยหิ้วกระเป๋าไป” ทรงโปรดยิ้มๆ สบตากับฉันผ่านทางเงาสะท้อนทางกระจก

            ฉันเองก็มองเขาอย่างไม่ค่อยไว้วางใจ ก็ผู้ชายคนนี้เหมือนคนอื่นที่ไหนกัน

            “เอาบัตรเครดิตมั้ย มีของอยากให้รึเปล่า” เขาบอกอย่างใจป๋า แต่เชอะ ฉันไม่คิดอยากได้ของของเขาอีกแล้วล่ะ

            “ไม่จำเป็น” ฉันสะบัดหน้าหนีจากสายตาของเขา ก่อนจะเดินไปหยิบเอาชุดเดรสตัวสวยมาสวม

            ทรงโปรดลุกออกจากเตียงแล้วมาหยุดยืนซ้อนหลังฉัน เขาจูบที่ท้ายทอยกับบ่าฉันเบาๆ เราสบตากันผ่านทางกระจกอีกครั้งหนึ่ง ก่อนที่เขาจะพูดบางอย่างที่ฉันอยากจะหันไปฟ้อนเล็บใส่หน้าของเขาเหลือเกิน

            “ถ้าเธอรีบจะไปจากที่นี่ ฉันก็จะรีบหาเพื่อนนอนทันทีเลย ก็รู้นี่ว่าฉันมันบ้ากาม” ทรงโปรดหัวเราะอย่างชั่วร้าย

            ฉันหันไปมองเขาอย่างหัวเสีย ทรงโปรดยังช่วยรูดซิปให้กับฉัน พร้อมกับโน้มหน้ามาจูบที่ริมฝีปากของฉันบางเบาทีหนึ่งและผละออก

            “ถ้าเย็นนี้รีบกลับมาก่อนสี่โมงเย็น เดี๋ยวจะซื้อชุดชั้นในน่ารักๆ แบบนี้ให้อีกสองสามชุดเลย” พูดจบทรงโปรดก็จูบฉันอีกทีหนึ่งเบาๆ

            “กระเป๋าค่อยมายกไปทีหลัง หลังจากได้หอพักแล้วก็ได้ ถือไปก็หนักแล้วก็เกะกะเปล่าๆ แล้วเจอกันครับ หยา

            ฉันหัวเสีย แน่ล่ะ ถูกทำแบบนั้นเป็นใครจะไม่หัวเสียล่ะจริงไหม

            ฉันออกจากคอนโดด้วยความมั่นใจเหมือนทุกครั้ง ไม่ลืมโทรไปหาเพื่อนของยัยหมิวแล้วด้วย ฉันบอกไปแล้วว่าแจ้งความไว้พร้อมกับภาพจากกล้องวงจรปิด ซึ่งจริงๆ สิ่งที่ฉันทำหลังจากกลับมาถึงห้องคือการกิน นอน และดูซีรีย์เท่านั้น

            เรานัดเจอกันที่ร้านกาแฟที่เจอกันเมื่อวาน เมื่อวานฉันร้องไห้เหมือนคนบ้า แต่ตอนนี้ฉันกำลังเป็นนางมาร เรื่องอะไรจะทำให้เสียภาพลักษณ์เป็นผู้หญิงอ่อนแอน่าสงสารล่ะ ไม่เอาด้วยหรอก

            “ฉันคืนเธอไปแล้วนี่” หมิวยอมมาเจอกับฉันพร้อมกับบอกเสียงแผ่วๆ สีหน้าดูลนลานยังไงชอบกล

            เธอมากับเพื่อนอีกหลายคน คงคิดว่าจะเป็นเกราะป้องกันอะไรสักอย่างได้ล่ะมั้ง แต่คนอย่างมาหยาคนนี้ไม่ยอมหรอก เรื่องนี้ถึงไหนถึงกันแน่

            “คืนบ้าบออะไรล่ะ นี่อยากจะมีเรื่องจริงๆ ใช่มั้ย” สาบานได้ว่านี่ไม่ได้โกรธนะ แต่โคตรโกรธเลยต่างหาก

            ฉันกำลังย่ำแย่มากถึงขีดสุด เงินก็ไม่มี กระเป๋ารองเท้าก็ถูกเชิดไป แล้วจะยิ้มร่าเข้าใจเรื่องง่ายๆ ได้ยังไง

            อีกอย่าง พูดออกมาได้ว่าคืนฉันมาแล้ว ก็ฉันยังไม่เห็นของของฉันเองเลย แล้วจะให้ยอมรับได้ยังไงกันล่ะ โอ๊ย ยิ่งพูดยิ่งโมโห

            “หมิวมันคืนไปแล้วนี่นา” เพื่อนของยัยหมิวบอกมาแบบนั้น ฉันก็ทำตาโตแทบจะถลนออกมานอกเบ้า

            พูดงี้ได้ไงเนี่ย ฉันอยากจะโวยวายแต่ยังอึ้งอยู่ ไม่คิดว่าทุกคนจะรวมหัวกันโกหกหน้าตายแบบนี้

            “หมิวคืนไปแล้วจริงๆ นะ”

            ทุกคนยืนยันแบบนั้น ฉันก็งงยิ่งกว่าอะไร มองหน้าคนนั้นทีคนนี้ทีเหมือนตัวเองเป็นคนบ้า หรือไม่ก็คนโง่ที่ถูกสะกดจิต

            “ฉันไม่เข้าใจ” ฉันส่ายหน้า ไม่ได้แกล้งโง่ แต่ตอนนี้รู้สึกว่าตัวเองมันโคตรจะโง่เลย

            “นั่นไงโปรดเธอลองถาม

            ได้ยินชื่อของทรงโปรดฉันก็หันขวับทันที

            เขามากับเพื่อนของเขาและผู้หญิงอีกหลายคน ท่าทางสุขสดชื่นนั่นน่าโมโหจริงๆ

         “เรื่องนี้ยังไม่จบนะหมิว” ฉันบอกกับหมิวเสียงแข็ง ก่อนจะถือกระเป๋าชาแนลออกมาด้วยท่าทางของนางพญา

            แน่นอนว่าฉันตรงไปหาทรงโปรดที่กำลังมีผู้หญิงกระแซะเข้าไปใกล้ๆ ทันที

            “โปรด” ฉันเรียกเขา เริ่มไม่เรียกว่าพีทเหมือนเมื่อก่อนแล้ว อีกอย่างหนึ่ง

            ตลอดระยะเวลาเป็นปีที่อยู่ด้วยกันมา ฉันกับเขาเหมือนเป็นสถานะคนแปลกหน้าเวลาอยู่ด้วยกันข้างนอก ด้วยเหตุผลอะไรฉันก็ลืมๆ ไปแล้วเหมือนกัน

            อยู่ด้วยกันไปสักพัก มันมีเรื่องมากมายหลายอย่างเกิดขึ้นเหลือเกิน เดี๋ยวเรื่องนั้นเดี๋ยวเรื่องนี้ ก็กลายเป็นว่าฉันไม่อยากไปเจอเพื่อนๆ ของเขาแทน

            ก็มันน่ากลัวนี่นา เวลาผู้ชายอยู่ด้วยกันแล้วนินทาผู้หญิงนะ ฮื้อขนลุก

            แต่ตอนนี้ฉันไม่สนใจใครทั้งนั้นแหละ ถ้าทรงโปรดจะหาเรื่องฉัน ฉันก็จะหาเรื่องคืนกลับไปให้แสบสันเลย

            “โปรด” ฉันเรียกเขาอีกครั้ง เพราะทรงโปรดหันไปคุยกระซิบกระซาบอะไรกับผู้หญิงข้างๆ เขาก็ไม่รู้ แบบนี้นี่มันหาเรื่องกันชัดๆ เมื่อวานเขายังป่วนฉันได้เลย แล้วทำไมวันนี้ฉันจะป่วนเขากลับไม่ได้ล่ะ

            “อ้าว” เขาหันมายิ้มหวานให้ ขณะที่คนอื่นๆ ทำหน้างง ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนของเขาหรือแม่สาวสวยที่มานั่งด้วย

            “ฉันจะกลับแล้ว นายขับรถมาใช่มั้ย” ฉันเชิดหน้าไม่สนใจคนอื่น สายตาจ้องเขม็งไปที่ทรงโปรดคนเดียวเท่านั้น

            “อืม” ทรงโปรดครางตอบคำหนึ่งในคอแล้วก็ยิ้มอีก

            “เอากุญแจมา ฉันจะขับรถกลับ มันร้อน” ฉันไม่พูดเปล่า แต่ยังแบมือไปตรงหน้าเขาด้วย

            ทรงโปรดหัวเราะ ไม่รู้ว่าขำอะไรของเขากัน แต่ก็ยอมล้วงกระเป๋าส่งกุญแจรถมาให้ฉันง่ายๆ ท่ามกลางสายตาที่อยากรู้อยากเห็นของคนอื่นๆ

            “ขอกระเป๋าตังค์ด้วย ฉันจะไปซื้อของ” เห็นเขายิ้มกรุ้มกริ่มฉันก็เริ่มโมโห ผู้ชายคนนี้มันเป็นอะไรของเขากัน

            “อ่ะ” ทรงโปรดส่งกระเป๋าตังค์ให้ฉันมาอีก รอยยิ้มเจ้าเล่ห์นั้นทำฉันโกรธจัดขึ้นมาจริงๆ

            “ฉันจะไปซื้อของ ไม่มีคนถือของให้ ไปช่วยฉันถือของเดี๋ยวนี้เลย” ฉันร้อนรนโมโหอยากจะกระทืบเท้าแรงๆ แต่ก็ทำได้เพียงแค่มองหน้าเขานิ่งๆ เท่านั้น

            ทรงโปรดหันไปคุยกับเพื่อนเขาเบาๆ แล้วก็ยอมลุกขึ้นออกมาหาฉัน

            “ก็ไม่ยอมเอาบัตรเครดิตไปแต่แรก แล้วจะงอนอะไรเนี่ย” ทรงโปรดยิ้มล้อเลียน ฉันเลยทำหน้าตึงไม่พูดไม่จา

            “มา เดี๋ยวขับรถให้เอง อย่างอนเลยนะ” เขาทำท่าเหมือนจะง้อ ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงได้เป็นแบบนี้ไปแล้ว

            “อ้าว แล้วจะร้องไห้ทำไม เดี๋ยวมาสคาร่าเลอะนะ อุตส่าห์บรรจงทาตั้งนาน”

            โอ๊ย เขานี่มัน

            “ไป เดี๋ยวไปส่ง อยากซื้ออะไรเหรอ กระเป๋า รองเท้า หรืออะไร” ทรงโปรดเข้ามาดึงกระเป๋าของฉันไปสะพายให้ แล้วก็จับแขนฉันพาเดินออกมา

            จู่ๆ น้ำตามันก็จะไหลจนต้องใช้หลังมือเช็ด แต่สุดท้ายฉันก็ดึงเอาเสื้อของทรงโปรดนั่นและมาเช็ด ทีแรกก็กะยั่วโมโหเขาเล่น กลับไม่ถูกเขาว่าอะไรสักอย่าง น่าก็แปลกดีเหมือนกัน ส่วนฉันกลายเป็นเด็กงอแงไร้เหตุผลไปเลยทันที ฉันก็ไม่ชอบหรอกนะที่ตัวเองเป็นแบบนี้ แต่ว่าช่วงนี้มันอ่อนไหวแปลกๆ อธิบายไม่ถูกเหมือนกันว่าทำไม

            “ว่าไง อยากได้อะไร”

            “ของกิน ป๊อบคอร์นเมื่อวานอร่อยดี” ฉันบอกกับเขาเสียงเครือ ทรงโปรดเลยหัวเราะ ก่อนจะเลื่อนมือมาโอบเอวฉันไว้ก่อนจะพากันเดินออกมา

            ฉันไม่สนใจว่าใครจะมองยังไง แล้วเพื่อนของเขาจะรู้สึกสงสัยว่ายัยนี่เป็นใคร ทำไมถึงได้มาออกคำสั่งกับฉอดๆ หน้าเหวี่ยงวีนแล้วยังนิสัยไม่ดีอีกต่างหาก ฉันรู้ว่าภายนอกฉันเป็นแบบนั้น แต่จะมีสักกี่คนกันที่รู้ว่าข้างในของฉันเป็นยังไง

            ถึงจะดูเย็นชานิสัยเสีย แต่ความจริงแล้วฉัน

            “ป๊อบคอร์นนั่นอร่อยเหรอ งั้นไปซื้อกัน แล้วอยากได้อะไรอีกมั้ย” เขาถาม ฉันเลยซบหน้ากับแขนของเขาโดยไม่รู้ตัวก่อนจะเม้มปากแล้วส่ายหน้าไปมา

            “ช่วงนี้เหวี่ยงจัง นี่เมนส์มาเหรอ ไปซื้อผ้าอนามัยที่มันเย็นๆ นั่นกันดีมั้ยล่ะ จะได้อารมณ์ดีขึ้น”

            “โปรด!” ผู้ชายคนนี้นี่เหลือเกินจริงๆ เลย

 

            แล้วสุดท้ายมันก็เป็นจริงอย่างที่ทรงโปรดสันนิษฐานเอาไว้

            ประจำเดือนฉันมา ฉันเลยเข้าใจว่าทำไมฉันถึงได้ทำตัวบ้าบอนิสัยร้ายกาจเหมือนนางมารร้ายแบบนั้น แถมทรงโปรดยังหัวเราะอีกต่างหาก บอกว่าตัวเองจำรอบเดือนฉันได้แม่น ฮึกแบบนี้มันน่ากลัวไม่ใช่เหรอ

            พอมีประจำเดือนฉันก็ทั้งง่วงทั้งเพลีย แถมยังหงุดหงิดอารมณ์เสียง่ายอีกต่างหาก ที่ร้ายมากที่สุดเห็นจะเป็นเรื่องปวดท้องที่แทบจะทำให้ร้องไห้คร่ำครวญได้เป็นวันๆ

            ฉันมานึกขึ้นได้ว่าตัวเองลืมซักอันเดอร์แวร์ที่เปื้อน แล้วก็เผลอลืมทิ้งเอาไว้ในห้องน้ำอีกต่างหาก แล้วตอนนี้ทรงโปรดก็กำลังอาบน้ำด้วย

            “โอ๊ย” ฉันเคาะหัวตัวเอง ไม่รู้ว่าทรงโปรดจะโกรธไหมที่ฉันทำอะไรไม่เรียบร้อยแล้วก็ไม่ยอมดูดีๆ แล้วเรื่องแบบนี้มันก็ละเอียดอ่อนมากด้วย ถึงจะเป็นเรื่องธรรมชาติแต่มันก็เป็นเรื่องส่วนตัวที่ไม่ควรจะคนอื่นมาเจอเสื้อผ้าที่มันเปื้อนแบบนั้น

            ฉันอยากเรียกให้ทรงโปรดออกมาก่อนจะได้ไปซักซับในพวกนั้น แต่ก็เกรงใจ วันนี้ทรงโปรดตามใจฉันมาตลอด ไม่ว่าจะขับรถให้ ซื้อของให้ แถมยังถือของให้อีกต่างหาก ฉันสิที่เอาแต่ใจ งี่เง่า พูดจาไม่รู้เรื่องมาตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ใจฉันนี่มันร้อนรุ่มเหมือนไฟมาสุมในอก ฉันเริ่มไม่เข้าใจตัวเองว่าต้องการอะไรกันแน่

            ระหว่างที่รอให้ทรงโปรดออกมาจากห้องน้ำ ฉันก็นอนรออยู่บนเตียง แต่ก็เผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว พอรู้สึกตัวอีกทีก็เห็นทรงโปรดเดินผ่านไปเลยรีบลุกขึ้น กำลังจะวิ่งเข้าห้องน้ำก็ต้องเบรกแทบไม่ทัน เพราะเห็นอะไรแวบๆ เข้า

            อะไรที่ว่านั่นคือชุดชั้นในของฉัน และมันอยู่ในมือของทรงโปรด!

            “โปรด” ฉันร้องเสียงหลงแล้วรีบตามเข้าไป

            แต่สุดท้ายฉันก็ได้แต่ทำหน้าอึ้งๆ ตอนที่เห็นทรงโปรดตากชุดชั้นในของตัวเองที่ราวตากผ้าเล็กๆ ซึ่งมีไว้ตากผ้าเล็กๆ น้อยๆ เสื้อผ้าส่วนมากจะใช้เครื่องอบผ้าหลังจากที่ซักผ้าเสร็จแล้วซะมากกว่า

            “โปรด” ฉันพูดอย่างยากลำบาก

         “ทีหลังไม่ต้องนะ ฉันซักของฉันเองได้” พูดไปก็รู้สึกว่าหน้าตัวเองมันร้อนมาก ฉันไม่เข้าใจว่าตัวเองลืมทิ้งไว้ในห้องน้ำได้ยังไง และยิ่งไม่เข้าใจว่าทำไมทรงโปรดถึงได้ซักมันให้เหมือนไม่คิดอะไรเลย

            “พูดอะไรแบบนั้น ไม่เห็นเป็นไรเลย” เขาปิดบานเลื่อนแล้วมองหน้าฉัน เหมือนจะยิ้มแต่ก็ไม่ยิ้ม เหมือนจะหัวเราะแต่ก็ไม่ได้หัวเราะ

            “จะไม่เป็นไรได้ไง” ฉันท้วงเสียงสูง ไม่เข้าใจเขาเลย อีกอย่างเรื่องแบบนี้ผู้ชายเขาถือกันไม่ใช่เหรอ

            “ปกติฉันก็ซักให้อยู่แล้วนี่แล้วเธอยังจะทิ้งฉันไปอีกเหรอ จะมีผู้ชายที่ไหนที่จะทำให้เธอได้ขนาดซักชุดชั้นในให้แบบฉันหรือเปล่าล่ะ หยา” เขาถามและทำฉันอึ้งจนพูดไม่ออก

            “อีกอย่าง เธอก็เคยซักผ้าให้ฉันมาตลอดไม่ใช่รึไง ไม่ว่าจะชุดนักศึกษาเสื้อผ้าทั่วไป หรือแม้แต่ถุงเท้า กางเกงใน แล้วทำไมฉันจะทำให้บ้างไม่ได้”

            “มันไม่เหมือนกัน” ฉันท้วงเสียงสูง หน้าร้อนวาบๆ ไปหมด

            ฉันมีนิสัยชอบความเรียบร้อยเพราะที่บ้านเป็นประเภทมีความเป๊ะเป็นระเบียบเท่านั้น ฉันเลยได้นิสัยนี้มา แต่บางทีมันก็มีเหนื่อยๆ เพลียๆ แบบเมื่อคืน กินข้าวดูทีวีไปก็หลับมันตรงหน้าทีวีนั่นแหละ แล้วมีอยู่ช่วงหนึ่งไม่รู้ว่ามดแมลงมาจากไหน ทรงโปรดก็เลยย้ายคอนโดมาอยู่ที่นี่

            “มันไม่เหมือนกันยังไง ปวดท้องไม่ใช่เหรอ ไปนอนสิ”

            “แต่” ฉันครางอย่างไม่สบายใจ แต่สุดท้ายชุดชั้นในก็ถูกตากเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

            โอ๊ยฉันล่ะอยากจะบ้าตาย

            “เข้าไปในห้อง ลมแรง เดี๋ยวไม่สบายอีก” เขาบ่นไม่เลิก ฉันก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เถียงกันทีไรไม่เคยชนะเขาได้เลยสักครั้ง

            “ไปนอนได้แล้ว ฉันไม่อยากให้เธออารมณ์เสียแล้วหอบข้าวของออกจากห้องหรอกนะ ทำตัวเป็นเด็กๆ ไปได้” เขาว่า ฉันเลยทำปากยื่นแล้วก็กระแทกเท้ากลับไปที่เตียงอย่างอารมณ์เสีย

            อาการปวดท้องนี่มันทรมานมากจริงๆ แล้วตอนนี้ฉันก็อยากจะหาอะไรกินด้วย

            “โปรด” ฉันเรียกเขา พาให้คิดไปถึงวันเก่าๆ ที่ฉันเอาแต่เรียกเขาว่าพีท

            “อะไร อยากได้อะไร” เขาถามและยิ้มไปด้วย ลักยิ้มที่แก้มของเขา พาให้หัวใจฉันเต้นแรงทุกครั้ง ผู้ชายคนนี้มันน่าโมโหจริงๆ ชอบยิ้มพร่ำเพรื่อไม่สนใจว่าคนมองจะรู้สึกยังไงเลย

            “หิวน้ำจัง

            “รออยู่ตรงนี้แหละ วันนี้เห็นว่าเป็นเด็กดี ดูซีรีย์ไปก็แล้วกัน” ทรงโปรดเปิดโทรทัศน์ให้ แล้วก็โยนรีโมตมาด้วย

            ฉันเลือกดูหนังอย่างสบายอารมณ์ มีผะเอ๊ะ แฟนดีก็ดีแบบนี้แหละ กินอิ่มนอนอุ่นไม่ต้องทำอะไรเขาก็ทำให้หมดทุกอย่าง แต่คิดไปคิดมาแล้วก็น่าละอายใจยังไงไม่รู้ มาอยู่กับเขาก็นาน ค่ากินค่าอยู่ทรงโปรดเป็นคนให้หมดทุกอย่าง

            เขาเสนอเอาบัตรเครดิตให้ตั้งแต่ตอนแรกๆ ที่อยู่ด้วยกันแล้ว แต่ฉันก็ไม่กล้ารับ บัตรนั่นเป็นแบบแบล็กการ์ดเลยนะ ไม่ต้องถามถึงวงเงินหรอก ถามว่าค่าธรรมเนียมรายปีที่ต้องเสียให้กับการ์ดใบนี้มันเท่าไหร่กันน่าจะเข้าท่ากว่า ค่าธรรมเนียมนั่นแทบจะซื้อรถได้คันหนึ่งเลยล่ะ

            ฉันได้ยินมาว่าครอบครัวของเขาทำกิจการเกี่ยวกับธุรกิจยาและเวชภัณฑ์ที่อยู่ต่างประเทศ เพราะอย่างนั้นเขาเลยเลือกเรียนวิศวกรรมเคมี ซึ่งฉันก็แค่ได้ยินนะ เพราะไม่กล้าถามไปตรงๆ แต่พอพิจารณาจากการใช้ชีวิตของทรงโปรดแล้ว มันดูไม่เหมือนว่าเขาจะรวยอะไรเลย แต่พอมาลองดูดีๆ อย่างละเอียดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นที่พักอาศัย รถ เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า รวมถึงอย่างอื่นที่มันเล็กๆ น้อยๆ เชื่อเถอะว่าเขาคงรวยไม่ใช่เล่นเลย

            ทรงโปรดเอายากับน้ำมาให้ ฉันก็รับมาดื่มอย่างกระหาย ฉันว่า แค่น้ำที่ดื่มอยู่คงจะรู้แล้วว่าผู้ชายคนนี้รวยแค่ไหน เอาเป็นว่ามันไม่ได้ขายดื่นดาษตามห้างค้าทั่วไปอ่ะ ขวดก็น่ารักมากด้วย จะมีแม่บ้านคนที่เขาสนิทรู้จักและไว้ใจได้เป็นคนคอยดูแลอาหารเครื่องดื่มให้ตลอด

            อย่างช่วงนี้เป็นขวดสีชมพูน่ารักมาก ฉันเคยร้องไห้ขอร้องไม่ให้เขาขวดเอาไปทิ้งอยู่ครั้งหนึ่ง เพราะมันน่ารักมาก แล้วฉันก็เป็นประจำเดือนอารมณ์เลยน่ากลัวมากเหมือนคนเมาเลยล่ะ และทรงโปรดก็ถ่ายวิดีโอเก็บไว้ด้วย เขาบอกว่าจะเก็บเอาไว้ดูเวลาที่เขารู้สึกท้อแท้ใจถึงขีดสุด

            พอเขาเอามาให้ฉันก็มองอย่างระแวง ไม่ทันไรทรงโปรดก็หัวเราะก๊ากออกมาทันที ฉันทนไม่ไหวทุบหลังเขาแรงๆ ทีหนึ่ง

            “ตลกว่ะ ยังจำได้อยู่นะ เธอกอดขวดน้ำพวกนี้ร้องไห้แล้วบอกว่าห้ามทิ้ง คนเป็นเมนส์นี่น่ากลัวแบบนี้ทุกคนรึเปล่าวะ” เขาเอื้อมมือมาบีบแก้มฉันเล่น ฉันเลยขึงตาใส่อย่างโมโห

            “เอารีโมตมา ฉันจะตั้งเวลาปิดโทรทัศน์”

            “กลัวค่าไฟแพงรึไง” ฉันประชด เขาก็ยังหัวเราะ ฉันเลยปิดโทรทัศน์เลยจะได้ไม่ต้องทะเลาะกัน

            “อ้าว งอนเลย” ทรงโปรดทำหน้าพิกลเมื่อฉันทำแบบนั้น

            “ดูย้อนหลังเอาก็ได้ ตอนนี้ฉันปวดท้องน่ะ อยากนอนแล้ว” ฉันลุกไปปิดสวิตช์โทรทัศน์ด้วยตัวเองก่อนจะกลับมานอน ทรงโปรดก็ดึงผ้าห่มมาคลุมให้อีก ฉันมองหน้าเขาแล้วก็เขินขึ้นมาเลยพูดแก้เก้อไปเบาๆ

            “ราตรีสวัสดิ์ โปรด

            “ฝันดี ยัยตัวแสบหยา” ใบหน้าหล่อเหลาของทรงโปรดโน้มเข้ามาใกล้ก่อนจะจูบฉันแผ่วเบา

            แต่จูบนี่มันสร้างแรงสั่นสะเทือนให้ฉันอย่างมหาศาล ผู้หญิงนี่น่าสงสารจัง ใจอ่อนง่ายดายตามเคย

            พอไฟในห้องมืดลง ในหัวฉันก็มีแต่เรื่องวุ่นวายสารพัดจนตัวเองก็ยังไม่เข้าใจ ทรงโปรดเหมือนจะหลับไปแล้ว แล้วฉันก็โมโหโดยที่ไม่เข้าใจว่าทำไม สุดท้ายฉันก็ฟาดแขนเขาอีกทีหนึ่ง

            “อ้าว ชวนทะเลาะเหรอเนี่ย” ทรงโปรดหัวเราะ ก่อนจะก่ายขาขึ้นมาเกยบนตัวของฉัน

            “นอนได้แล้ว ก่อนจะไม่ได้นอนทั้งคืน

            ฮึอย่างเขาจะทำอะไรได้ล่ะ ในเมื่อตอนนี้ฉันกำลังมีประจำเดือนอยู่ ฉันไม่กลัวหรอก

            เพราะคนอย่างทรงโปรดคงไม่คิดจะฝ่าไฟแดงอะไรกันตอนนี้หรอก หรือเปล่านะ

 

            “ทำอะไรน่ะ

            ทรงโปรดถามฉันตอนที่ฉันกำลังเอารองพื้นที่เขาเปย์ให้เมื่อวานมาวางเรียงกันที่โต๊ะเครื่องแป้งขนาดใหญ่

            ตอนแรกในห้องก็มีโต๊ะเครื่องแป้งแค่โต๊ะเดียวอยู่หรอก แต่พอฉันมาอยู่ด้วย เขาก็แยกซื้อเป็นของใครของมันกันเลย ด้วยเหตุผลที่ว่า ของใช้ของเขาก็มีเยอะเหมือนกัน ก็นั่นแหละ ตามนั้น

            “จะลองเทสกับผิวตัวเองเหรอ” ทรงโปรดนั่งลงที่เก้าอี้โต๊ะเครื่องแป้งที่ฉันกำลังจัดของอยู่นั่นแหละ แล้วเอียงคอถามด้วยสรหน้ายิ้มๆ

            “เป็นเมนส์ผิวแพ้ง่ายนะ”

            ผู้ชายคนนี้นี่ยังไง ทำไมถึงได้รู้เรื่องส่วนตัวของผู้หญิงได้ลึกซึ้งขนาดนี้ ก็นอนด้วยกันทุกคืน ท่าทางของเขาก็ยังคุกคามเถื่อนๆ เหมือนผู้ชายอยู่ แต่ทำไมถึงได้

            “เอามาลองกับผิวฉันก่อนสิ” ทรงโปรดตบแก้มตัวเองเบาๆ แล้วเอียงหน้าให้กับฉัน

            “เดี๋ยวต้องลงแลป[3]พอดี เดี๋ยวเอาหน้าลองให้ ก็เหมือนทุกทีไง วันนี้เข้าแลปตั้งหลายชั่วโมงแน่ะ”

         “แล้วยังไง” ฉันถามกลับ เขาก็หัวเราะอย่างอารมณ์ดี

            “ก็บอกแล้วไงว่าจะทดลองรองพื้นให้ หน้าตัวเองแพ้ง่ายไม่ใช่เหรอ อย่าลืมสิ ว่าผิวฉันขาวกว่าเธอนะ เดี๋ยวจะลองดูให้ว่าสีมันจะดรอประหว่างวันรึเปล่า” เขาพูดไปสารพัด ฉันเลยเอื้อมมือไปบีบคางเขาแรงๆ อย่างหมั่นไส้

            “จ้าจ้ะ” ใช่สิ ใครจะไปหน้าใสผิวดีเหมือนเขาล่ะ ขนาดว่าช่วงนี้เขาลุยงานแลปหนักๆ ก็ยังดูไม่โทรมเท่ากับฉันที่ไม่ได้ออกไปไหนมาไหนเลย

            “งั้นเอาเลย” เขายิ้มกว้างจนลักยิ้มตรงแก้มบุ๋มลงไปอย่างชัดเจน ถึงจะน่าหงุดหงิดมากแค่ไหนแต่ก็ต้องยอมรับเลยว่าผู้ชายคนนี้ทั้งน่ารักและน่าหงุดหงิดสุดๆ

            “อยากหล่อไปเข้าแลปรึเปล่าเหอะ” ฉันถามงอนๆ ก่อนจะเปิดขวดรองพื้นแล้วกดมันออกมาเล็กน้อย

            สายตาของฉันเหลือบมองไปที่โต๊ะเครื่องแป้งของเขาซึ่งมีขวดรองพื้นมากมายหลายขวดเรียงรายบนนั้น ส่วนหนึ่ง ไม่สิ เกือบทั้งหมดเป็นของที่เขาซื้อมาให้ฉัน แต่ว่าพอลองใช้ไปแล้วมันไม่เหมาะกับผิวฉันบ้าง ฉันไม่ชอบบ้าง ก็เลยทิ้งไว้แบบนั้นไม่ใช้ไม่ซื้อใหม่ซะทีแล้วก็จะเปลือยหน้าไปเรียนบ้าง ทาแค่ลิปสติกกับแป้งฝุ่นบ้าง เขาคงสงสาร คิดว่าฉันไม่กล้าขอเงินจากเขา เขาก็เลยแกล้งบอกว่าจะเอาไปใช้เองแล้วซื้อขวดใหม่มาให้ฉัน

            มันก็วนแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายก็เป็นอย่างที่เห็นนี่แหละ

            “ทาแป้งรึเปล่า” ฉันกำลังจะหยิบแป้งฝุ่นมา แต่ทรงโปรดคว้ามือฉันเอาไว้แล้วส่ายหน้า

            “ไม่เอาอ่ะ เธอบอกเองว่าเวลาจะลองก็ควรจะลองแบบนี้ไปเลย แล้วเสร็จรึยัง ต้องไปแล้วล่ะ” เขายิ้มให้ ฉันเลยตบแก้มเขาด้วยปลายนิ้วอีกทีเพื่อให้มันเนียนไปกับผิวของเขา

            “วันนี้ก็นอนพักอยู่ที่ห้องแล้วกัน แล้วตอนเย็นจะซื้อของโปรดมาให้กิน”

            เขาเน้นเสียงตรงคำว่า โปรด อย่าคิดนะว่าฉันไม่เข้าใจว่าเขาหมายความว่ายังไง

            “ถ้าจะไปไหนก็บอกด้วย เดี๋ยวจะขับรถไปส่ง ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวเป็นลมไปเหมือนคราวก่อนไม่รู้ด้วย” เขาขู่ จากนั้นก็ลากตัวฉันไปส่งหน้าประตู ทำเหมือนเด็กที่ให้แม่ไปสั่งขึ้นรถโรงเรียนอย่างนั้นแหละ

            ฉันทั้งขำทั้งเขิน แต่อารมณ์ก็ดีขึ้นทันตาเห็น เมื่อวานงอนๆ ที่จะประชดชีวิตขอเลิกกับเขาก็ไม่เหลือความคิดพวกนั้นอีกเลย

            เอาเป็นว่าถ้าเลิกปวดท้องแล้วก็หางานทำพิเศษได้เมื่อไหร่ค่อยออกไปก็แล้วกันนะ มาหยาเอ๊ย

 

Song-Prod`s talking…

            ผมไปเรียนแลปที่มหาวิทยาลัยด้วยใบหน้าที่ดูดีกว่าที่เคยล่ะมั้ง ก็แน่ล่ะ ยัยตัวแสบหยาเป็นคนทารองพื้นให้เองนี่นา ผิวยัยนั่นน่ะทั้งบางทั้งแพ้ง่าย ใช้อะไรมั่วซั่วก็ไม่ได้ ผมเลยไม่ไว้ใจให้เธอใช้มันทันทีที่ซื้อมาเลย ตั้งใจว่าจะลองด้วยตัวเองดูก่อน ถ้าผิวผมไม่เป็นไร ผิวของมาหยาก็น่าจะรอดล่ะ

            “หน้าใสเชียวนะมึง” เพื่อนร่วมเมเจอร์ของผมเดินเข้ามาทักแล้วกระแทกไหล่ ก่อนที่มันจะโยนเสื้อกาวน์สำหรับเรียนแลปให้กับผม

            “เออ” ผมรับมาแล้วก็เดินไปหยิบแว่นกันสารเคมีมาจากล็อกเกอร์

            “นี่เมียซื้อรองพื้นมาอีกแล้วสิท่า ถามจริง นี่มึงได้มรดกรองพื้นมาจากเมียกี่ขวดแล้ววะ”

            ผมหัวเราะกับคำถามของเพื่อน ก่อนจะโคลงศีรษะไปมา

            “ก็น่าสงสาร พอใช้ไม่ได้นางก็ไม่ยอมใช้เลย ไม่ยอมซื้อใหม่ด้วย เอาแต่นั่งดูขวดมันอย่างนั้น เห็นแล้วโคตรสงสาร รู้สึกเหมือนตัวเองเลี้ยงดูเมียไม่ดี ก็เลยอยากซื้อใหม่ให้” ผมบอก แล้วน่ารักด้วยนะแม่คนนั้น เวลาทำหน้าตาน่าเอ็นดูนี่แบบโหย รู้สึกผิดกับตัวเองเลยอ่ะ

            “มึงเลยเป็นหนูลองยาให้เมียว่างั้น” เพื่อนผมมันถาม ผมก็เลยหัวเราะก๊ากอีกรอบ

            “ไม่ใช่แค่รองพื้นอย่างเดียวเท่านั้นนะมึง แป้งฝุ่น ลิปสติกก็เคยมาแล้ว” ผมส่ายหน้าไปมา

            “เอาให้ครบเพื่อน ว่าแต่ลิปสีแดงรึเปล่าวะ” มันถาม ผมก็ได้แต่หัวเราะ เวลาแม่นั่นอ้อนนะ ผมยอมทุกอย่างเลย แบบว่ามีสิบให้ร้อย มีร้อยให้ล้านอะไรทำนองนั้นอ่ะ สู้สายตาแป๋วๆ ไม่ไหวเลย น่ารักเกินไป น่ารักจนหัวใจมันทรมานเลยล่ะ

            “เออสิ โดนมาทุกอย่างละ ตอนนี้กำลังเครียดอยู่เรื่องนึง”

            “เรื่องไรวะ” คุณเพื่อนเอียงคอถามอย่างสงสัย ผมก็ลังเลใจนิดหน่อยก่อนจะตอบกลับไป

            “นางซื้อผ้าอนามัยแบบใหม่มาใช้ว่ะ นี่ก็กลัวว่าจะแพ้อยู่ กูควรลองใช้ให้นางก่อนดีมั้ยวะ



[1] ออกซิโทซิน (Oxytocin) ฮอร์โมนแห่งความรัก-ผูกพัน เป็นสารเคมีหรือฮอร์โมนที่หลั่งมาจากต่อมใต้สมองส่วนหลัง ซึ่งมีประโยชน์ต่อความเป็นแม่และการเลี้ยงดูลูก และยังเป็นสารสื่อประสาทชนิดหนึ่งที่มีอิทธิพลต่อการทำงานของสมองและสุขภาพ ทำให้จิตใจสงบ คลายเครียด กระตุ้นอารมณ์ทางเพศ ช่วยให้นอนหลับ ช่วยให้แผลหายเร็ว

[2] แอร์เมส (Hermès) เป็นยี่ห้อผลิตภัณฑ์เครื่องหนัง น้ำหอมและแฟชั่นชื่อดังของฝรั่งเศส โดยบริษัทแม่อยู่ที่ปารีส และมีร้านค้าในเมืองใหญ่ต่างๆ ทั่วโลก

[3] ห้องทดลอง , ห้องแลป (Laboratory) คือ ห้องที่ใช้ทำการวิจัย หรือทดลองทางวิทยาศาสตร์ ในที่นี้อธิบายถึงวิชาเรียนที่ต้องทำปฏิบัติการในห้องทดลอง


http://i.imgur.com/q77P8FM.jpg
http://i.imgur.com/K8LPgsI.jpg

Talk...

Song :: Jacob Lee - I Just Know

เค้าชอบเพลงนี้มากเลยค่ะ อยากให้ฟัง

เป็นความเสียใจและสูญเสียของคนคนหนึ่งที่ไม่เหลืออะไรแล้ว

ปล เรื่องของพิคล้าวหมดโควตาอัพแล้วน่ะค่ะ

แต่ว่ายังมีต่ออีกหลายตออนอยู่ ขอโทษที่ทำให้ค้างนะคะ

ไม่ได้ตั้งใจ ไม่ได้ตั้งใจเลยจริงๆ ค่ะ ร้องไห้ imageimageimageimage

 

ตอนนี้เอาพิโปรดมาให้อ่านต่อแล้ว ยังคิดว่าจะทำยังไงกับพิคล้าวดี

เดี๋ยวยังไงเค้าขอดูอีกทีนะคะ ถ้าเรียกร้องมากันเยอะๆ เค้าอาจจะต่อให้อีกนิดค่ะ

ส่วนเรื่องของโปรดหยา รับรองฉะกันตายไปข้างหนึ่งแน่นอนค่ะ หัวเราะimageimageimage

ตอนนี้บุษบาเสี่ยงเทียนออกครบทุกเล่มแล้วนะคะ

ยังไงมู่ฝากเอาไว้ด้วยเลยนะคะ คลิกที่ปกเพื่อดูรายละเอียดได้เลยนะคะ

ขอบคุณมากๆ เลยค่ะ imageimage




เฟซบุ๊คสำนักพิมพ์สมาร์ทบุ๊ค >>Click!!<<

แฟนเพจของมู่ mu_mu_jung >>Click!!<<

ทวิตเตอร์ของมู่ (ไม่ได้เล่น แต่แจ้งอัพนิยาย) >>Click!!<<
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 116 ครั้ง

179 ความคิดเห็น

  1. #17890 jinny (@janiss) (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2561 / 19:57
    ทรงโปรดจริงๆ โปรดมากๆ
    #17890
    0
  2. #17865 เบลล์ (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2561 / 23:19

    คิดถึงพี่โปรด รอเมื่อไรจะถึงคิว

    #17865
    0
  3. #17611 ลายหมึก (@sunonwater) (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 30 เมษายน 2561 / 23:36
    <p>ขอพี่โปรดที่หนึ่ง ผู้ชายอะไรเนี้ย เลิศซะ</p>
    #17611
    0
  4. #16930 แว่นพลาสติก (@pimpabb) (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2561 / 17:17
    โปรดคะลูกกกกก
    #16930
    0
  5. #16929 แว่นพลาสติก (@pimpabb) (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2561 / 17:17
    โปรดคะลูกกกกก
    #16929
    0
  6. #16075 Husega Momoe (@momo-jang) (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2560 / 17:13
    เรื่องนี้ซื้อได้ที่ไหนเหรอค่ะ
    #16075
    0
  7. #15118 Please-love (@Please-love) (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2560 / 02:21
    เอิ่มม..ผ้าอนามัย อยากได้ผู้แบบนี้บ้างงงง
    #15118
    0
  8. #14972 gaia05 (@giai05) (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2560 / 07:41
    อยากได้แบบพี่โปรดต้องหาซื้อที่ไหน ความเปย์เมียนั้น ความตามใจเมีย พี่โปรดกร๊าวใจน้องเหลือเกินนนน
    #14972
    0
  9. #14971 UsEp (@pepper201) (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2560 / 02:29
    เรารักพี่โปรดซ้ำแล้วซ้ำอีกตั้งแต่วันนั้นยันวันนี้ แงงรักกก
    #14971
    0
  10. #14935 aomillion (@aomillion) (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 28 เมษายน 2560 / 07:45
    พิคล้าว กับพี่โปรดนี่ตรงข้ามกันเลยจ้าาาาาา โอ้ยๆตกหลุมผชแบบนี้ #พี่โปรดคนหลงเมีย ที่แท้ทรู
    #14935
    0
  11. #14931 CresCenTia (@smile1999) (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 28 เมษายน 2560 / 01:57
    ตอนเปิดเรื่องมานึกว่าจะเจอดราม่าซะแล้ว แต่นี่อะไรเนี่ย พิโปรดกร้าวใจมากแงงงงง
    #14931
    0
  12. #14892 sophit28 (@sophit28) (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 24 เมษายน 2560 / 16:43
    น่ารักค่ะ ไรท์ชวยลงพี่คล้าวต่อดวยน้าาาา
    #14892
    0
  13. #14883 COMANNAN (@imthanan) (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 24 เมษายน 2560 / 02:20
    มาลงมาลองอะไร 55555555 โอ้ยชอบ
    #14883
    0
  14. #14870 Praw >< (@only-one-in-life) (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 23 เมษายน 2560 / 10:32
    ชอบจัง
    #14870
    0
  15. #14869 พาโบยูรา (@first_pannita) (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 23 เมษายน 2560 / 01:17
    โง้ย แพ้ความน่ารักๆ

    ไม่เอาดราม่า เอาแต่น่าร้ากกกก 
    #14869
    0
  16. #14868 iminvy (@milator) (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 22 เมษายน 2560 / 21:07
    เด๋วววววววว ผ้าอนามัยยยยยยยยย 555555
    #14868
    0
  17. #14867 Springday (@chanunchita_narm) (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 22 เมษายน 2560 / 20:35
    น่ารักง่าาา
    #14867
    0
  18. #14866 Nara1980 (@air1980) (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 22 เมษายน 2560 / 20:00
    โปรดน่ารักเกิ๊น
    #14866
    0
  19. #14863 Mondson (@mindson) (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 22 เมษายน 2560 / 09:51
    ขอพี่โปรดที่นึงค่ะะะ
    #14863
    0
  20. #14862 Spock Hockey (@oay166) (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 22 เมษายน 2560 / 04:20
    โอ้ย โปรดน่ารักเกินไปแล้ววว มาหยาก็น่ารักอ่ะ
    #14862
    0
  21. #14861 Benettaaiiria (@peanuttobutteri9) (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 22 เมษายน 2560 / 02:29
    ฮืออ น่ารักมาก น่ารักจนอยากจะร้องไห้้้้้้้้โอ้ยย
    #14861
    0
  22. #14860 jamme22 (@jamme22) (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 22 เมษายน 2560 / 00:04
    ฮื่ออออ น่ารัก
    #14860
    0
  23. #14859 mookymoozoo (@mookymoozoo) (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 21 เมษายน 2560 / 23:02
    โอ้ยยย นิยายไม่เเจ้งเตือนอ่ะ เฉพาะเรื่องนี้ด้วยลองอันเฟบละกดเฟบใหม่ก้อไม่เเจ้งเหมือนเดิม อยากร้องไห้
    #เรื่องนี้ขอไม่ดราม่าได้มั้ยหลงอิพี่โปรดแรง
    #14859
    0
  24. #14858 tien-tien (@konbaniyay) (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 21 เมษายน 2560 / 20:54
    ทรงโปรดนี่แม่งโคตรหลงเมียเลย
    #14858
    0
  25. #14857 ppanyee riin'z (@yeeninja1930) (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 21 เมษายน 2560 / 19:33
    ไม่ได้นะพิโปรดดดด พิโปรดนี่จะน่ารักแบบพิกายมั้ย งื้อ น่ารักกกก
    #14857
    0