Angel Eyes

  • 95% Rating

  • 60 Vote(s)

  • 3,080,917 Views

  • 19,965 Comments

  • 10,631 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    30,801

    Overall
    3,080,917

ตอนที่ 87 : Cloud`s Eyes ☁️ Ep.07

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 25499
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 79 ครั้ง
    2 เม.ย. 60

https://lh3.googleusercontent.com/-R1-5Aj_NEEY/WGvtx1dnZDI/AAAAAAABO6M/vN_142QuC9IjQU9zawd3sgId2Vo2ozJpACJoC/w1080-h700/Cloudpost07.gif
http://i.imgur.com/DNGs9Ux.png

Cloud`s Eyes 07

Everything Around Me Makes Me Miss You

 

            “หมอนั่นเข้าใจผิดง่ายขนาดนี้เลยเหรอ” พี่โปถามกับฉันเมื่อเรากลับมาถึงบ้านหลังเดิมของเราแล้ว

            ฉันดีใจแปลกๆ ที่ได้กลับมาที่นี่ ไม่ใช่ว่าไม่อยากกลับมานะ แต่มันดีใจตรงที่ตอนที่พี่โปมีเรื่อง เราไม่ได้อยู่ในบ้านหลังนี้ ไม่งั้นล่ะก็ เฮ้อ บ้านหลังนี้ก็คงถูกขายเหมือนกันนั่นแหละ อาจจะขายยากไปหน่อยเพราะหลังใหญ่และราคาสูง แต่ฉันก็ยังเชื่อสุดใจว่าไม่ว่ายังไงพี่โปก็ต้องหาหนทางที่จะขายมันให้ได้

            “เมื่อกี้พี่โปว่าไงนะ” ฉันถามพี่ชาย เพราะมัวแต่มองไปรอบบ้านด้วยความคิดถึง

            “พี่ถามว่าไอ้คลาวด์มันช่างเหอะ ไม่มีอะไร” พี่ชายของฉันส่ายหน้าแล้วเปลี่ยนเรื่องคุย ฉันเองได้ยินชื่อของคลาวด์แต่ไม่ค่อยถนัดเท่าไหร่

            ตอนนี้ฉันเก็บข้าวของออกมาจากห้องพักของคลาวด์แล้ว น่าตลกสิ้นดี เรื่องแบบนี้เคยคิดว่ามันอาจจะเกิดขึ้นในละครหรือนิยาย เจอเข้าไปในชีวิตจริงก็ไปต่อไม่เป็นเลยล่ะ

            คลาวด์ไม่ว่าอะไรด้วย ฉันก็พยายามไม่คิดมาก เอาเงินคืนเขาไปแล้วก็ออกมาจากชีวิตของเขา โดยที่ขวัญร้องห่มร้องไห้บอกขอโทษอย่างน่ารักแกมน่าสงสาร ซึ่งก็ไม่เข้าใจว่าเธอจะร้องไห้ทำไม เรื่องแบบนี้ยังไงมันก็ต้องเกิดขึ้นสักวันหนึ่งล่ะ จริงไหม

            ความสัมพันธ์ที่ไม่ได้เริ่มต้นด้วยความรักหรือความประทับใจยังไงก็ต้องมาถึงจุดนี้เข้าสักวัน โดยเฉพาะสำหรับฉันกับคลาวด์ด้วยแล้ว มันก็พังง่ายซะจนใจหาย

            ถ้าหากไม่มีเรื่องพี่โป เราก็อาจจะไม่เลิกราจากกันด้วยความรู้สึกพังๆ แบบนี้

            แต่ก็เอาเถอะ เพราะจุดเชื่อมของเราตั้งแต่แรกเริ่มก็คือพี่โปอยู่ดี

            “คิดถึงบ้านนี้เนาะ”

            “อืม” ฉันครางตอบพี่ชาย แล้วก็หมดแรงนั่งลงกับโซฟา กวาดสายตามองไปรอบๆ ด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก

            “ว่าแต่ตอนนี้บ้านโล่งมากเลย แถมยังไม่มีทีวีตู้เย็นอะไรด้วย เราออกไปช็อปปิ้งกันมั้ย” พี่โปยิ้มแล้วชวนฉัน ท่าทางกระตือรือร้นคึกคักนั้นทำให้ฉันมองพี่ชายอย่างชั่งใจ

            ก็รู้อยู่หรอกว่าพี่โปอยากจะชวนออกไปเปลี่ยนบรรยากาศข้างนอก แต่ตอนนี้ใจฉันมันห่อเหี่ยวไปหมดจนไม่มีเรี่ยวแรงจะไปที่ไหน แล้วพอหันไปดูพี่ชายที่อยากจะขอโทษอยากจะทำดีเพื่อชดเชยกับเรื่องที่ผ่านมาฉันก็ยอมตามใจ

            ตอนนี้ไอ้อาการแพ้ท้องอะไรพวกนั้นยังไม่ออก ฉันก็เลยตั้งใจว่าจะทำตัวให้เป็นปกติมากที่สุด ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะทนไปได้อีกนานแค่ไหน แล้วคนอื่นๆ จะรู้ความจริงเมื่อไหร่ คิดแล้วมันก็กลัวจนไม่กล้าออกไปข้างนอกเลยจริงๆ

            “เออ รู้ใช่มั้ยว่าตอนนี้พี่ต้องไปอเมริกา”

            “ฮะ!?” ฉันหันไปมองพี่ชายแล้วก็ตกใจมากอย่างที่ไม่ได้แกล้งทำ

            “ก็พ่อกับแม่บอกว่าพี่ทำเสียเงินไปไม่รู้เท่าไหร่ พี่ก็ต้องไปทำงานหาทางมาใช้หนี้คืนพ่อกับแม่ไง”

            “ไปอเมริกาเหรอ” หัวใจฉันโหวงหวิวไปหมด เพราะจู่ๆ คนในครอบครัวที่อยู่ด้วยกันที่เมืองไทยแค่สองคนจะไม่อยู่ด้วยกันแล้ว

            “ใช่ขอโทษด้วยนะหอม แต่ว่าพี่จะฝากเพื่อนพี่ช่วยดูแลเรา” พี่โปหัวเราะเมื่อฉันจ้องหน้าอย่างไม่ไว้ใจแล้วส่ายหน้า เพื่อนพี่โปเหรอ น่ากลัวไม่ต่างจากกลุ่มของคลาวด์เท่าไหร่หรอก

            “แล้วจะอยู่คนเดียวไหวเหรอ” พี่โปมองหน้าฉันด้วยสายตาชนิดหนึ่ง ฉันเลยถอนหายใจ

            “ก็เหมือนอยู่คนเดียวมาตั้งนานแล้วอ่ะ อีกอย่างพอเกิดเรื่องหลายๆ เรื่องแบบนี้ก็ไม่ไว้ใจใครอีกแล้วล่ะ พี่โปสบายใจเหอะ หอมจะไม่โง่อีกแล้วล่ะ” ฉันบอก และมั่นใจว่าหลังจากนี้ฉันจะมีสติกับทุกอย่างมากขึ้น รอบคอบมากขึ้น และคงไม่โง่เหมือนที่แล้วมาอีก

            “ถ้าพ่อกับแม่รู้ว่าพี่ทำอะไรกับหอมไว้บ้าง เราก็คงถูกบังคับให้ย้ายไปเรียนที่อเมริกาเลยด้วย” พี่โปพึมพำ ระหว่างที่เราออกจากบ้านด้วยกันและขึ้นรถ

            “นี่พี่ยังมีรถอยู่เหรอ” ฉันถาม พี่โปเลยหัวเราะออกมาทันที

            “ก็ต้องเหลืออะไรไว้มั่งสิ ไม่งั้นจะเดินทางไปไหนมาไหนได้ยังไงล่ะ” พี่โปหัวเราะ แล้วช่วยเปิดประตูรถให้ฉันด้วย

            ตั้งแต่เกิดเรื่อง พี่โปเปลี่ยนไปเป็นคนละคนเลยอ่ะ จะว่าหลอนไหมก็หลอนนะ แต่แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เราสองคนจะได้ปรับความเข้าใจกัน เข้าใจกันมากขึ้น มีอะไรก็เปิดอกคุยกันเลย แล้วจะได้ไม่ต้องมาคิดเอาเอาเองกันอีก

            “แล้วเดี๋ยวแวะหาอะไรกินกันเลยนะ อยากกินอะไรล่ะเดี๋ยวพี่เลี้ยง”

            “รวยจัง เอาเงินมาจากไหนอ่ะ เมื่อคืนบอลคู่ไหนแข่ง” ฉันแกล้งแหย่ พี่โปก็ตอบกลับมาอย่างร้อนรนทันที

            “เฮ้ย! เปล่า มีแบบนั้นที่ไหนล่ะ ก็เงินที่พ่อกับแม่ให้มานั่นแหละ ให้มาล่วงหน้าไม่รู้กี่ล้าน ไม่รู้ว่าชาตินี้จะใช้หนี้หมดรึเปล่า” พี่โปพูดติดตลก ฉันเลยขำ หันไปมองพี่ชายที่คิดว่าตัวเองไม่ได้มองหน้าพี่ชายมาสักชาตินึงแล้ว

            “พี่เลิกได้แล้วจริงๆ เหรอ” เรื่องนี้ฉันอยากจะรู้จริงๆ อย่าหาว่าอย่างนั้นอย่างนี้เลย ของแบบนี้ถ้ามันเลิกกันได้ง่ายๆ บนโลกนี้คงไม่มีใครติดการพนันงอมแงมจนชีวิตล่มจมหรอก

            “บอกตามตรงมันก็ดีอยากลองเล่น อยากเอาเงินที่เสียไปคืนมานะ แต่พอเห็นหน้าเรา พี่รู้สึกแย่มากอ่ะ” พี่โปบอกกับฉัน สายตาของเขาทั้งเจ็บปวดทั้งเสียใจ แบบที่คิดว่าคงไม่ใช่เรื่องโกหก

            “คนอื่นอาจจะเสียแค่เงินเสียแค่ของนอกกาย แต่พี่เกือบจะเสียน้องสาวไปเลยนะ พี่ขอโทษ” พี่โปยกมือมาจับหัวฉันและโยกไปมา ฉันเองเกือบน้ำตาไหลออกมาแล้วสิ

            ดีจัง

            ความรักของคนอื่นมันอาจจะหายไป อาจจะด้วยเหตุผลอะไรบางอย่าง

            แต่ความรักของครอบครัว มันไม่มีทางจะสั่นคลอนง่ายๆ หรอก เพราะไม่อย่างนั้นจะเรียกว่าครอบครัวได้ยังไงล่ะ จริงไหม

 

            “ก็นานมากเหมือนกันนะ ที่เราไม่ได้ออกมาข้างนอกด้วยกัน” พี่โปชวนคุย ตอนที่เราเลือกจะหาร้านอาหารในห้างกันก่อนที่จะเลือกซื้อของเข้าบ้าน

            อย่างที่บอกไปนั่นแหละ ว่าคอนโดของเราที่อยู่ด้วยกันพี่โปก็ขายไปแล้ว บ้านเองของในบ้านก็ไม่เหลือแล้วยกเว้นแค่เฟอร์นิเจอร์ ที่ได้บ้านคืนมาอย่างง่ายดายก็เป็นเพราะว่ายังขายไม่ได้นั่นเอง บ้านของเราราคาสูงมากจนไม่มีใครซื้อ ยังเป็นของโครงการอยู่เหมือนเดิม พอคุณลุงรู้ข่าวก็เลยซื้อกลับมาได้ง่าย

            นี่ฉันยังไม่รู้เลยนะ ว่าถ้าคุณลุงไม่ได้เป็นเพื่อนสนิทกับเจ้าของโครงการบ้านที่เราอยู่ และไม่ได้เป็นเพื่อนกับนายธนาคารใหญ่ จะได้บ้านหลังนี้กลับมาได้ง่ายแบบนี้หรือเปล่า

            “อืมบอกตามตรง หอมกลัวเวลาที่พี่โปเมามากเลยนะ กลัวจริงๆ”

            “พี่ขอโทษ” พี่โปไม่ลังเลใจเลยสักนิดที่จะบอกขอโทษ และนี่ก็เป็นอีกอย่างที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน

            “เวลาคนที่หมดหนทาง ไม่รู้จะหันหน้าไปทางไหน ความคิดมันก็มีแต่แง่ลบในหัวตลอด พอเดินออกมาจากจุดนั้นได้ ทุกอย่างก็ดูมีความหวังมีทางแก้ขึ้นมาทันทีเลย อันนี้ไม่ได้สอนนะ พูดเรื่องจริง และอีกอย่าง ถ้าเรามีปัญหา บอกพี่กับพ่อแม่ทันทีเลยนะ อย่าเก็บเรื่องเอาไว้คนเดียว อย่าคิดมากและร้องไห้คนเดียว เราเป็นครอบครัวเดียวกันนะหอม”

            ฉันยิ้มให้พี่ชาย ไม่คิดเลยว่าพี่โปจะมีมุมแบบนี้ด้วย และมันทำให้ฉันทั้งดีใจและตื้นตันใจจนแทบจะร้องไห้

            อย่างในตอนนี้ ปัญหามันก็เกิดขึ้นกับฉันเหมือนกัน และวันใดวันหนึ่งฉันก็คงต้องเอาปัญหานี้บอกกับทุกคนให้ได้รู้ เพราะไม่มีทางที่จะเก็บมันเป็นความลับเอาไว้ตลอดไปไม่ได้

            “พี่รู้ว่าตอนนี้เรามีปัญหาอยู่ แต่ไม่ยอมบอกพี่ พี่เองก็รู้ว่าตัวเองก็ไม่ได้ดีพอที่จะเป็นที่ปรึกษาให้เราได้ อีกอย่าง พี่ก็ทำร้ายหอมเอาไว้มากเหลือเกิน พี่จะรอจนกว่าหอมจะไว้ใจพี่นะ” พี่โปยิ้มให้กับฉัน เราสองคนก็เหมือนว่าได้กลับไปเป็นพี่น้องคู่เดิมที่ตัวติดกันตลอดอีกครั้ง

            “เอาเถอะ อย่าเพิ่งพูดเรื่องซีเรียสเลย ตอนนี้หิวแล้ว ไปหาอะไรกินก่อนดีกว่า กินร้านนี้มั้ย”

            “จำร้านโปรดของหอมได้ด้วยเหรอ” ฉันถามพี่ชายอย่างตกใจ พี่โปก็มองฉันเหมือนจะถามว่าพูดอะไรแปลกๆ ออกมา

            “ถึงพี่จะเลวอย่างนี้ ก็เป็นพี่ชายเรานะเว้ย ไปเถอะ พี่หิวแล้ว” พี่โปดึงแขนฉันเข้าไปในร้าน

            “พี่โปไม่ได้ชอบร้านนี้นี่นา” ฉันเอียงคอถาม พี่ชายคนดีที่เพิ่งได้กลับคืนมาก็ส่ายหน้าแล้วกอดคอลากฉันเข้าไปในร้านทันที ตอนนี้โต๊ะว่างเราก็เลยเลือกที่นั่งที่เป็นมุมส่วนตัวสบายๆ ได้

            “หิวแล้ว ไปกินกันก่อนเถอะ ไว้ค่อยว่ากัน ว่าแต่เราต้องซื้ออะไรบ้างเนี่ย”

            “โห เยอะอยู่เหมือนกันนะพี่โป ทั้งทีวี ตู้เย็น เครื่องซักผ้า เอ๊ะ ก็ไม่เยอะเท่าไหร่นี่นา” ฉันบอกกับพี่ชายแล้วนั่งลง

            “ก็จริงนะ ดีนะที่เฟอร์นิเจอร์ไม่ได้ขายด้วย พวกเตียงโซฟาอะไรก็ยังอยู่ ทีวีก็ซื้อสักเครื่องสองเครื่องเอาไว้ในห้องนอนเราด้วย อ้อ เครื่องดูดฝุ่นด้วย”

            “ไหนบอกว่าจะกินข้าวก่อนไง” ฉันขำ พี่โปก็เลยพลิกเมนูอาหารแล้วส่งให้ฉันด้วย

            “เออ ช่วงนี้พี่อารมณ์ดีนี่หว่า

 

Jay`s talking…

            ผมสงสัยตัวเองอยู่เหมือนกัน ว่าผมเป็นคนโกรธขวัญแท้ๆ แต่ไปๆ มาๆ ผมกลายเป็นคนง้อขวัญซะอย่างนั้นวะ

            ฉลองขวัญคนนี้ทั้งดื้อทั้งเอาแต่ใจ สมแล้วที่เป็นน้องสาวของไอ้คลาวด์มัน

            และเรื่องที่เราทะเลาะกันก็คือเรื่องที่ตรวจการตั้งครรภ์นั่นแหละ ไม่รู้แม่คนนี้จะอยากรู้ว่าผมจะมีปฏิกิริยายังไงถ้ารู้ว่าเธอท้อง จะว่าตลกมันก็ไม่ตลกนะ มันปวดหัวอยู่หน่อยๆ ล่ะ

            ผมไม่กล้าบอกด้วยว่าระยะหลังมาเนี่ยผมป้องกันตัวเองไม่ให้มีคำว่าพลาด ก็ในเมื่อเธอยังเรียนไม่จบ นอกจากนั้นจะให้ท้องตั้งแต่คบกันแรกๆ มันไม่เกินไปหน่อยเหรอ ใช่ไหมล่ะ แต่ขี้เกียจทะเลาะกับขวัญก็เลยไม่ได้บอกไป มันก็เลยกลายเป็นเรื่องขึ้นมา

            ก็ไม่รู้หรอกนะว่าคำพูดและเรื่องบ้าๆ ที่ขวัญทำมันไปสะกิดอะไรให้ไอ้คลาวด์มันโมโหหรือเปล่า มันเลยทะเลาะกับปูนหอมจนเลิกกันไป

            ถึงไอ้คลาวด์มันจะบอกว่าไม่ได้เป็นเพราะเรื่องที่ขวัญพูดล้อเล่นให้ปูนหอมปล่อยตัวเองให้ท้อง แต่มันมีปัญหาหลายๆ อย่างก็เลยตัดสินใจเลิกกันไป แต่ผมก็อดสงสัยไม่ได้ แล้วก็ไม่ค่อยพอใจขวัญ จากนั้นเราก็ทะเลาะกัน

            แหงล่ะ แล้วคนอย่างผมจะเอาอะไรไปชนะเจ้าแม่ฉลองขวัญล่ะครับ สุดท้ายผมก็ต้องกลายมาเป็นคนง้อเธอซะอย่างนั้น ความยุติธรรมมันอยู่ไหนวะเนี่ย

            “โหยไม่อยากเดินผ่านบูธเสริมความงามเลยอ่ะ” ขวัญดูดชาไข่นมมุกแล้วพูดพึมพำไปด้วย เรื่องของเรื่องคือผมพาเธอมากินข้าว ดูหนัง แล้วก็พาเดินดูของไปเรื่อยๆ

            แล้วข้างหน้าเราเป็นบูธเสริมความงามอะไรนี่แหละ ที่มีพนักงานมาคอยดักหน้าดักหลังเหยื่อ เอ๊ย ผู้หญิง แล้วลากเข้าไปกรอกข้อมูลอะไรแบบนี้ แล้วก็จะมอมเมาด้วยคำพูดอะไรบลาๆ หว่านล้อมให้ซื้อคอร์สเสริมความงามน่ะ ผมเคยเข้าไปแล้วครั้งหนึ่งกับขวัญ เพราะอยากจะรู้ว่าจะเป็นยังไง บอกเลยว่าจะสลัดออกมาได้นี่เหนื่อยมาก ต้องเล่นบทโหดเรียกให้ยามมานั่นแหละ ยัยพวกนั้นถึงปล่อยตัวผมกับขวัญออกมา ขอเวลาสองนาทีบ้าอะไรก็ไม่รู้ แต่ผมกับขวัญก็ไม่ได้หลงกลหรอกนะ ตลกดีเหมือนกันที่ยัยพนักงานพวกนั้นหาข้อติอะไรขวัญไม่ได้ตอนที่ไปสแกนหน้าอะไรแบบนี้

            “เข้าไปอีกรอบมั้ยล่ะ ขอเวลากรอกข้อมูลสองนาทีได้มั้ยคะ” ผมแกล้งดัดเสียงเล็กเสียงน้อย ขวัญเลยหัวเราะ

            “โหย ดูสิเจย์ขนาดผู้หญิงคนนั้นหุ่นดีหน้าเป๊ะขนาดนั้นยังถูกดึงแขนเลยอ่ะ น่าสยอง”

            “เราเดินไปทางอื่นกันดีกว่า” ผมบอกกับขวัญ และจะลากแขนเธอไปอีกทาง แต่ว่าขวัญหยุดเดินและเดินเข้าไปหาผู้หญิงคนที่ถูกพนักงานรุมอยู่ทันที

            เอ๊ะ! นั่นมันปูนหอมกับไอ้โปนี่หว่า

            เมื่อเห็นแบบนั้นผมเลยเดินตามหลังขวัญไปทันที และคิดว่าไอ้คลาวด์มันปากแข็ง ใจจริงอยากจะเจอปูนหอมอยู่เหมือนกันแหละ แต่วางท่าว่าไม่อยากเจอหน้าอีก หึ เรื่องแบบนี้เพื่อนในกลุ่มของพวกเราผ่านกันมาทุกคนแล้ว และไม่จริงเลยสักนิด ไอ้คลาวด์ยังไม่มีประสบการณ์น่ะสิ ถึงได้ไม่รู้ว่ายิ่งทำแบบนี้เท่าไหร่ ก็ยิ่งจะได้ตัวผู้หญิงคืนกลับมายากเท่านั้น

            “ไม่ทำค่ะ ไม่เอาค่ะ!” ข้างหน้านั้น ผมได้ยินเสียงปูนหอมพยายามปฏิเสธพนักงานบูธเสริมความงามอยู่อย่างไม่พอใจเท่าไหร่ ไอ้โปเองก็ชักสีหน้าอยู่เหมือนกัน ท่าทางจะระเบิดลงด้วย

            “ขอโทษค่ะ ฉันท้องค่ะ ทำอะไรพวกนี้ไม่ได้หรอกค่ะ! พูดจบปูนหอมก็สะบัดหน้าเดินหนีไป ไอ้โปก็ตามไปด้วย

            และเช่นกัน น้องขวัญตัวป่วนของเราก็ดึงแขนผมเดินตามหลังสองคนนั้นไปติดๆ แต่ยังไม่มีโอกาสได้เรียก

            “แกท้องเหรอหอม” ไอ้โปถามปูนหอม ระหว่างที่ผมกับขวัญเดินเข้าไปหา แล้วเราก็หยุดเดินอยู่ห่างๆ ทั้งคู่เองก็หยุดเดินและหลบมุมคุยกันสองคน

            “เฮ้ย! เรื่องใหญ่แบบนี้ทำไมไม่บอกพี่” โปดูตกใจมาก แต่คนที่หน้าซีดที่สุดก็คือปูนหอม

            “คือไม่ คือว่า หอมแค่ล้อเล่นบอกไปแบบนั้นเฉยๆ” ปูนหอมดูอึกอักท่าทางดูลนลานมีพิรุธอย่างชัดเจน

            ขวัญก็รู้ด้วยว่าต้องหยุดยืนอยู่ห่างๆ แล้วแอบฟัง แฟนผมคนนี้นี่มัน

            “พี่ก็ว่ามันแปลกๆ พี่เห็นแกปริ๊นท์แบบฟอร์มขอดร็อปเรียนมาด้วย ปกติแกเรียนมันทุกเทอม ซัมเมอร์ก็ลงซะเยอะ แล้วมาตอนนี้แกจะขอดร็อปเรียน” โปพูดเสียงเครียดดูไม่เชื่อที่ปูนหอมพูดแก้ตัวเลยสักนิด ผมกับขวัญเองก็มองหน้ากันด้วยความสับสน

            ขวัญหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วต่อสายไปหาไอ้คลาวด์ แล้วก็หยิบโทรศัพท์ผมถ่ายวิดีโอของสองพี่น้องคู่นั้นไปด้วย

            “พี่คลาวด์ มาหาขวัญที่ห้างหน่อยอย่าเพิ่งถาม มาตอนนี้เลยนะไอ้พี่คล้าว!!” ขวัญกระซิบกระซาบ ผมเองก็มองไปทางปูนหอมอย่างเป็นห่วง

            “พี่โป ที่อเมริกามีมหาลัยในเครือมหาลัยเราด้วยใช่มั้ย หอมว่าหอมจะโอนหน่วยกิตไปเรียนที่นั่น พี่โปว่าดีมั้ย”

            “นี่หมายความว่าแกท้องเหรอ กับไอ้คลาวด์ใช่มั้ย

            “พี่โปก็รู้ว่าเขาคิดว่าหอมจะท้องเพื่อจับเขา แล้วเราจะได้เรียกร้องเงินทองจากเขา ถ้าคลาวด์รู้ว่าหอมท้อง เขาคงบังคับให้หอมทำแท้งแน่ หอมไม่มีวันบอกเขาแน่” สีหน้าของปูนหอมดูเครียดและซีดมาก มากซะจนผมกลัวว่าเธอจะเป็นลมเป็นแล้งเข้า

            “แต่ว่าเรื่องแบบนี้แกควรบอกเขานะ”

            “บอกเพื่ออะไรพี่โป เดี๋ยววันนึงก็ต้องทะเลาะเรื่องเดิมกันอีก หอมไม่เอาแล้ว”

            “แต่ว่า” ไอ้โปพยายามจะกล่อมปูนหอม แต่ปูนหอมเดินเลี่ยงไปอีกทางหนึ่งแล้วไม่พูดอะไรอีกเลย

            ขวัญลดโทรศัพท์ลง แล้วก็เงยหน้าสบตากับผมด้วยแววตาน่าสงสาร

            “ขวัญทำเรื่องอีกแล้วใช่มั้ย?

End Jay talk…

 

Cloud`s talking…

            ผมไม่เข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้นตอนนี้เลยจริงๆ ขวัญร้องห่มร้องไห้พูดอะไรไม่รู้เรื่องเลยสักนิด ขณะที่ไอ้เจย์กำลังพยายามจะปลอบให้สงบลง

            ผมตามมาถึงห้างที่ขวัญบอกให้มาเพราะคิดว่าเกิดเรื่องใหญ่ขึ้น พอมาถึงร้านอาหารที่เงียบๆ เป็นส่วนตัวก็เห็นน้องสาวตัวเองร้องห่มร้องไห้เหมือนจะเป็นลมอยู่แล้ว

            “อะไรวะเนี่ย มึงทำอะไรน้องกูวะ” ผมตะคอกใส่ไอ้เจย์อย่างหัวเสีย ช่วงนี้มีแต่เรื่องไม่สบอารมณ์ ผมก็เลยหัวเสีย ขนาดจะทำงานยังทำไม่ได้เลย ทุกอย่างมันดูขวางหูขวางตาไปซะทุกอย่าง

         “กูไม่ได้ทำ ยัยนี่แหละทำตัวเอง” เจย์บ่นแล้วส่ายหน้า

            “แล้วมันเรื่องอะไรกันวะ” ผมถามอย่างไม่เข้าใจ ตอนนี้ยังไม่มีใครอธิบายเรื่องให้ผมเข้าใจเลยสักนิดเดียว

            ไอ้เจย์มองหน้าผมด้วยความหนักใจ มันถอนหายใจเฮือกหนึ่งก่อนจะส่งมือถือของมันมาให้

            “กดวิดีโอล่าสุดดูเอาเองแล้วกัน” เจย์บอกแล้วก็ถอนหายใจอีกหน แล้วก็หันไปปลอบขวัญด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

            “ไม่เอา ไม่ต้องร้องไห้ มันไม่ใช่ความผิดเธอหรอกน่า เรื่องนี้ถ้าจะมีคนผิดก็คือไอ้คลาวด์นั่นแหละ”

            “อ้าว ไหงมาลงกับกูวะเนี่ย” ผมชักสีหน้าใส่เพื่อนอย่างขุ่นๆ เรื่องเป็นมายังไงผมยังไม่รู้เลยสักนิด

            แต่เมื่อทั้งเจย์ทั้งขวัญไม่ยอมบอกว่าอะไรเป็นอะไร ผมก็เลยพ่นลมหายใจอย่างหงุดหงิด แล้วก็กดเล่นวิดีโอตามที่ไอ้เจย์บอกเอาไว้

            ตอนแรกผมต้องเพ่งดูอยู่นานว่าใครเป็นใครในคลิปวิดีโอนั้น แล้วก็ต้องตกใจเมื่อรู้เรื่องทั้งหมดแล้ว

            ปูนหอมท้องเหรอวะ บ้าน่า ก็ไหนเธอบอกว่า

            “กูว่าเรื่องจริงนะ”

            ทันทีที่ผมเงยหน้าขึ้น ไอ้เจย์ก็บอกกับผมด้วยน้ำเสียงจริงจัง มันดูเครียดเอามากๆ จนผมพูดอะไรไม่ออก

            “ขวัญก็ใจเสียสิ นี่ก็เอาแต่ร้องไห้เพราะคิดว่ามึงกับปูนหอมเลิกกันเพราะมันเล่นพิเรนทร์ไม่เข้าท่า กูกับขวัญน่ะบังเอิญเจอสองพี่น้องพอดีแล้วก็แอบถ่ายมานี่แหละ แล้วขวัญมันคงตกใจด้วย เลยเข้าไปทัก แต่ว่าปูนหอมก็หนีหายไปเลย ตอนนี้ปูนหอมเองก็น่าจะรู้แล้วล่ะ ว่าแกรู้เรื่องที่เค้าท้อง เจย์บอกกับผมด้วยสีหน้าหนักใจ

            ผมเองก็รู้สึกไม่ต่างไปจากมันหรอก ทั้งหนักใจทั้งไม่สบายใจ ทุกอย่างมันอัดแน่นในอกจนอธิบายเป็นคำพูดออกมาไม่ได้เลย

            ปูนหอมท้องเหรอ

            คำคำนี้มันลอยวนในหัวของผมซ้ำแล้วซ้ำเล่า ตอนนี้เราก็เหมือนตัดขาดกันไปแล้วด้วย ขนาดจะโทรหาผมยังไม่กล้า บอกตามตรงว่าผมเองก็เป็นคนผิดคนเลว ไม่คิดจะฟังปูนหอมเลยสักครั้ง

            “ขวัญ ขวัญ จะเข้าไปเรียกไว้ รอให้พี่คลาวด์มาหา แต่ว่าแต่ว่ารั้งไว้ไม่ทัน ขวัญขอโทษ” ขวัญเงยหน้าขึ้น เสียงพูดขาดๆ หายๆ เพราะสะอื้นไปด้วย ดวงตากลมๆ นั่นแดงช้ำไปหมด เห็นแล้วทั้งขำทั้งสงสาร แต่ก็ต้องขอบคุณน้องสาวคนนี้ เพราะมันทำให้ผมสบายใจขึ้นมาได้นิดหน่อย

            “มันไม่ใช่ความผิดของขวัญหรอก พี่ต่างหากที่ผิด” ผมบอกกับน้องสาวที่ร้องไห้จนหน้าแดงไปหมด ไม่รู้จะเครียดทำไมเรื่องตัวเองก็ไม่ใช่

            ไอ้เจย์มองหน้าผมอย่างจนปัญญาแวบหนึ่งแล้วก็ปลอบขวัญต่อ

            “ไม่เอาน่า บอกแล้วไงว่าไอ้คลาวด์ต่างหากที่เป็นคนผิด เราผิดเมื่อไหร่กันล่ะ” ไอ้เจย์พูดกระทบผมทุกดอก แต่ก็เอาเถอะ ผมผิดจริงๆ นี่นา

            “ขวัญมันอ่อนไหวกับเรื่องพวกนี้อยู่ ตั้งแต่เรื่องของไอ้เบศกับป่านแล้วล่ะ พอมาลองถามปูนหอมคงสะกิดใจอะไรเข้าล่ะ เพราะปูนหอมท้องขึ้นมาจริงๆ ซะได้” เจย์มองหน้าผม และผมไม่เคยเห็นว่ามันจะทำหน้าเครียดและไม่พอใจผมขนาดนี้มาก่อนเลย

            “มึงทำอะไรแต่ละอย่างกูชักจะเสื่อมศรัทธากับมึงไปทุกทีแล้ว ทำไมมึงยังไม่เปลี่ยนนิสัยอีกวะ โตขนาดนี้แล้ว ผู้หญิงที่มึงควรจะรับผิดชอบเขา มึงกลับทิ้งเขาเหมือนทิ้งขยะ ถึงแม้ว่าเขาจะท้องหรือไม่ท้องก็เหอะ ถ้ามึงเป็นปูนหอมบ้างมึงจะทำยังไงวะคลาวด์”

            เจย์หันมาพูดกับผมตรงๆ และมันทำผมสะอึกไปเล็กน้อย ใช่มันเป็นเรื่องจริงที่ผมไม่อยากจะรับฟังเลยสักนิด

            “มึงคิดดู ผู้หญิงตัวเล็กๆ แบบนั้น ถูกพี่ชายขายไม่รู้กี่ครั้งกี่หน ต้องทนให้มึงรังแกกี่ครั้ง โอเค มึงอาจจะระแวงสงสัยก็ได้ว่าปูนหอมอาจจะคิดมากเรื่องเงินและอยากได้เงินเพราะไอ้โปมันแต่เท่าที่จำได้ ปูนหอมเอาเงินเก็บเกือบทั้งหมดที่มีให้มึงไปก้อนนึงแล้วไม่ใช่เหรอ แล้วตอนที่เขาอยู่มึงเนี่ย ปูนหอมเคยรบกวนเงินมึงสักบาทมั้ย ยังทำงาน ยังมาช่วยงานมึง ผู้หญิงคนก่อนๆ ของมึงเนี่ย ทำอะไรบ้างนอกจากนอนกับมึงแล้วขอเงินมึง เอาล่ะ ยิ่งกูพูดกูก็ยิ่งขึ้น เอาเป็นว่าแค่นี้นะ กูไม่อยากคุยกับมึงแล้ว” เจย์พูดยืดยาว แต่ทุกคำพูดกระแทกเข้าหัวผมอย่างจัง แล้วมันก็หันไปหาขวัญ

            “ไปกลับเลิกร้องไห้ด้วย”

            “แต่ว่า” ขวัญเองก็ตกใจกับคำพูดของไอ้เจย์ ทำท่าละล้าละลังอยากจะคุยกับผมต่อ แต่ว่าถูกลากออกไปซะก่อน

            ผมเองก็นั่งมึนงงกับโต๊ะ รู้สึกเครียดจนเหมือนว่าไมเกรนจะขึ้นยังไงก็ไม่รู้

            หลังจากที่นั่งนิ่งที่โต๊ะอยู่นาน ผมก็ตัดสินใจจะกลับ แต่ว่าจะกลับไปที่ไหนล่ะ ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตอนนี้ไอ้โปพาปูนหอมไปอยู่ที่ไหนกันแน่

            อาการปวดหัวของผมเริ่มรุนแรงมากขึ้นทุกที และมันก็ทำให้ผมต้องเดินไปซื้อบุหรี่ขึ้นมาสูบเพื่อจะได้ผ่อนคลาย ถึงจะรู้ก็เถอะว่ามันไม่ใช่การแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ แต่มันก็นะ

            ผมอัดบุหรี่เข้าปอดระหว่างที่ขับรถกลับคอนโด ระหว่างนั้นก็พยายามจะโทรไปหาปูนหอมตลอดด้วย แต่ว่าเธอไม่ยอมรับสาย ซึ่งก็ดีมากเหลือเกินที่เธอไม่ได้บล็อกเบอร์ผม

            และสุดท้ายผมก็เลือกที่จะโทรไปหาไอ้โปซึ่งได้เบอร์มันมาจากเพื่อนของเพื่อนอีกทีหนึ่ง ซึ่งตอนนี้ผมเข้าใจแล้วว่าทำไมถึงยังมีเบอร์โทรของมันอยู่ในโทรศัพท์ ทั้งที่ได้เงินคืนมาครบแล้ว

            นอกจากนั้นจากที่ไอ้เจย์ตะคอกใส่หน้าผม ผมถึงเพิ่งนึกออกว่าก่อนหน้านี้ปูนหอมเอาเงินให้ผมมาก้อนหนึ่งจริงๆ และนั่นแปลว่า เงินที่ได้มามันเกินกว่าที่ผมให้ไอ้โปไปเกือบล้านอยู่เหมือนกัน

            เพราะว่าปูนหอมเอาเช็คเงินสดมาให้ผมเกินมา พอผมบอกว่ามันเกินมา แต่เธอก็ไม่ฟัง เก็บข้าวของหน้าตาเฉย แล้วจะไม่ให้หงุดหงิดได้ยังไง คิดว่าคนอย่างผมจะง้อเหรอ

            ผู้หญิงคนก่อนของผม พวกเธอจะร้องห่มร้องไห้แล้วเข้ามาอ้อนวอนขอให้เรากลับมาเป็นเหมือนเดิมไม่อยากจะเลิกกัน นั่นขนาดว่าไม่ใช่เป็นแฟนกันจริงๆ นะ แบบคู่ขากันอะไรแบบนี้เพราะผมไม่ชอบอะไรยุ่งยากวุ่นวายและยังเป็นห่วงขวัญอยู่เลยไม่มีเวลาไปใส่ใจคนอื่น

            ก็นั่นแหละ พอมาถึงปูนหอม ผมไม่ง้อ เธอเองก็ไม่ร้องไห้เข้ามากอดผมบอกว่าไม่อยากเลิกกัน เราก็เลยได้เลิกกันจริงๆ

            นี่เท่ากับว่าผมไม่อาจจะเอามาตรฐานของผู้หญิงคนอื่นๆ มาเทียบกับปูนหอมคนนี้ได้เลยสินะ

            ตอนที่กำลังคิดอะไรอยู่คนเดียว ผมก็สะดุ้งเล็กน้อยเมื่อไอ้โปรับสายโดยไม่ทันได้ตั้งตัว

            (ฮัลโหล…) พอไอ้โปรับสายผมก็ตกใจเพราะมัวแต่คิดเรื่องของปูนหอม

            “เอ่อ” ผมยกมือขึ้นมานวดดั้งตัวเอง ยังคิดไม่ออกว่าตอนนี้ต้องพูดอะไรกับไอ้โป

         (มีอะไรงั้นเหรอ เรื่องเงินยังไม่ได้เอาไปขึ้นเหรอ) มันถาม และทำผมอยากจะหัวเราะ

            ทีแบบนี้ล่ะมาทำปากเก่ง ก่อนหน้านี้ไอ้หน้าหม-คนไหนวะที่เอาน้องสาวตัวเองไปเร่ขายน่ะ

         (กูอยากคุยกับหอม) ผมไม่อ้อมค้อมเพราะอยากจะคุยกับปูนหอมจริงๆ ถ้ามัวแต่พูดอ้อมไปอ้อมมาคงไม่เข้าเรื่องกันสักที

         (จะคุยอะไรกันอีก เงินก็ได้ไปแล้วไม่ใช่เหรอ)

         คราวนี้ผมเลื่อนมือมาคลึงขมับตัวเอง เพราะไอ้คำพูดที่มันบอกก่อนหน้านี้น่ะ มันสมควรจะบอกตัวเองไม่ใช่เหรอวะ คนที่เอาน้องสาวไปขายคือมันไม่ใช่เหรอวะ คนที่อยากได้เงินจนตัวสั่นก็มันนั่นแหละ

         “กูอยากคุยกับหอม ก่อนหน้านั้นหอมเอาเงินให้กู กูแค่อยากลองใจเท่านั้น ตอนนี้กูอยากคืนเงินให้หอม” ผมบอก เส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบๆ จนน่ากลัว

            (เอาไปเหอะ)

            “มันไม่ใช่เงินของมึงนี่ มันเป็นเงินเก็บของหอม” ผมยังจำได้ดี และเห็นสายตาเธอที่แสดงความเสียใจเสียดายที่ต้องเอาเงินเก็บของตัวเองมาให้กับผม

         (ถือซะว่าทำทาน…) ไอ้โปบอก และผมก็หลับตาขมกรามแน่นด้วยความโกรธ

            “กูอยากคุยกับหอม” ผมพยายามจะไม่สนใจคำพูดหม-ๆ ของไอ้โป เพราะอยากจะคุยกับปูนหอมจริงๆ

         (ไม่ เรื่องมันจบแล้วรึเปล่าวะ) โปพูดอย่างเห็นแก่ตัว แน่สิ มันมีเงิน คืนเงินผมแล้วนี่ ตอนนี้จะทำอะไรก็ไม่ผิด

            “ตลกว่ะ ไม่อยากเชื่อเลยว่ากูจะได้ยินคำพูดนี้จากปากของคนอย่างมึง อย่าหาว่าอย่างนั้นอย่างนี้เลย มันควรเตือนตัวมันเองก่อน ว่าถ้าเดือดร้อนเรื่องเงินขึ้นมาก็อย่าเอาปูนหอมไปเร่ขายอีกก็แล้วกัน

         “กูอยากคุยกับหอม เรื่องของผัวเมีย คนอื่นอย่าเสือก” ผมบอกไปอย่างหงุดหงิด และได้ยินไอ้โปหัวเราะเสียงน่ารังเกียจ

         (งั้นก็ถือว่าทำทานอีกอย่างก็แล้วกัน)

            “หมายความว่าไงวะ ที่พูดออกมาเนี่ยกลั่นจากสมองแล้วรึยังวะ พูดแบบนี้มันก็หมายความว่าหอมน่ะนอนกับใครก็ได้ง่ายๆ เพราะทำทานให้พี่ชายที่ติดพนันงอมแงมจนต้องเอาน้องสาวมาเร่ขายเหรอวะ” ผมแค่นหัวเราะบ้าง และได้ยินไอ้โปพูดบางอย่างออกมา แต่ผมได้ยินไม่ค่อยถนัดว่ามันพูดว่ายังไงกันแน่

            (เลิกแล้วต่อกันเหอะว่ะ ตอนนี้หอมไม่อยากเจอมึง) สุดท้ายไอ้โปก็พูดเสียงอ่อนลงและถอนหายใจออกมาด้วย

            ผมไม่รู้หรอกนะว่าตอนนี้มันคิดอะไรอยู่ และพยายามจะตัดอคติของตัวเองทิ้งไป ไอ้โปมันก็คงเป็นห่วงปูนหอมเรื่องที่เธอท้องอยู่นั่นแหละ และไม่อยากให้ผมเข้าไปวุ่นวายด้วย เลยพูดอะไรแย่ๆ แบบนั้นออกมา แต่ว่าผมก็อยากจะคุยกับปูนหอม ผมคิดว่าที่ผมทำน่ะ มันไม่ถูกต้องเลยสักนิดเดียว

            “กูรู้แล้วนะว่าหอมท้อง กูอยากคุยกับหอม

         (…เฮ้อ) ไอ้โปถอนหายใจหลังจากที่เงียบไปอึดใจหนึ่ง

         “กูอยากเจอหอม” ผมบอกกับไอ้โป ตอนนี้มันไม่ใช่เรื่องเล็กๆ เลยนะ การที่ปูนหอมท้อง มันทำให้ผมไม่สบายใจมาก

            “ตอนนี้หอมท้องนะ กูเป็นห่วงนะ กูอยากคุยกับหอม มึงก็น่าจะรู้ว่าการไม่คุยกันแล้วมันเป็นยังไง มึงก็พลาดมาแล้วไม่ใช่เหรอ”

         (กูไม่ได้ทำใครท้องนะ!) ไอ้โปโวยวาย ผมเลยหลุดหัวเราะออกมาได้นิดหน่อย

            “กูไม่ได้หมายความว่ามึงทำผู้หญิงท้อง เป็นเรื่องของหอมนั่นแหละ ก่อนหน้านี้ไม่ได้คุยกันแล้วเป็นไงล่ะ มึงก็รู้ว่าเรื่องแบบนี้ยังไงก็ต้องคุยกัน” ผมพยายามอย่างมากที่จะปรับอารมณ์ให้เย็นลง ยังไงก็ต้องพูดอ่อนไว้ก่อนแหละ ก็อยากเจอหน้าไอ้ปูนหอมนี่หว่า ตอนนี้ผมก็เลยอ่อนลงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

            “กูอยากเจอหอม” ผมยังย้ำคำเดิม และได้ยินเสียงไอ้โปถอนหายใจ

            (จะลองพูดให้ก็แล้วกัน กูก็อยากให้หอมมันคุยกับมึงอยู่เหมือนกัน แต่ไม่รู้นะว่ามันจะว่าไง)

            เท่าที่เป็นผู้ชายเหมือนกัน ผมเลยพอจะรู้ว่ามันน่าจะพูดเรื่องจริง เพราะในคลิปที่ขวัญแอบถ่ายมามันก็ยังบอกให้ปูนหอมมาคุยกับผมอยู่เลย

            “กูอยากคุยกับหอมจริงๆ เรื่องแบบนี้มัน

End Cloud talk…

 

         ฉันไม่เข้าใจเลยว่าทำไมผู้ชายถึงได้เอาแน่เอานอนได้เลย ก่อนหน้านี้พี่โปยังโกรธเรื่องของคลาวด์อยู่เลย มาตอนนี้กลับมาบอกให้ฉันไปคุยกับคลาวด์เรื่องที่ท้องนั่นแหละ มันใช่เหรอ

            โอเค คลาวด์เป็นพ่อของเด็กในท้อง แต่ว่าเราก็จบกันไปแล้วนี่ จะไปฟื้นฝอยหาตะเข็บกันทำไมอีกล่ะ

            “เอาไว้หอมพร้อมเมื่อไหร่ เดี๋ยวหอมจะคุยกับเขาเอง หอมก็ไม่ได้บล็อกเบอร์ของคลาวด์ด้วย” ฉันบอกกับพี่ชาย เพราะอย่างนั้นพี่โปก็เลยไม่เซ้าซี้อะไรอีก คงจะรู้ว่าฉันไม่อยากคุยเรื่องนี้อีก

            และเพราะฉันขอร้องอย่างจริงจังว่าอย่าบอกคลาวด์เรื่องที่อยู่ใน

            วันนี้พี่โปไปทำเอกสารวีซ่าต่างๆ เพราะต้องเดินทางไปอเมริกาแล้ว ซึ่งก็ทำให้ฉันโล่งใจมากที่ไม่ต้องตอบคำถามซ้ำๆ เดิมๆ ของพี่ชายอีก

            พอเริ่มเครียดฉันก็เริ่มเวียนหัวปวดเมื่อยเนื้อตัว ไม่รู้ว่าคิดไปเองรึเปล่าที่รู้สึกว่าไอ้อาการที่มันเกิดขึ้นเนี่ยคืออาการแพ้ท้อง

            แต่ว่านะ จะว่าไปแล้วฉันยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตอนนี้ตัวเองท้องได้กี่สัปดาห์แล้ว จะมีอาการแบบนี้ตั้งแต่แรกเลยเหรอ ฉันได้แต่คิดอย่างมึนงง และเพราะอาการพวกนั้นฉันเลยพาตัวเองออกมาที่ร้านขายยา เพื่อซื้อยาแก้แพ้ไว้กิน ก็ฉันไม่กล้าไปตรวจร่างกายตอนนี้เลยนี่นา มันน่าอายยังไงก็ไม่รู้ แล้วก็ได้ยินมาว่ายาแก้แพ้ยาแก้เมาทั่วๆ ไปมันก็ช่วยเรื่องอาการแพ้ท้องได้อยู่ไม่น้อย อันนี้ก็น่าจะช่วยบรรเทาอาการพวกนั้นลงไปได้บ้าง

            “ขอบคุณค่ะ” ฉันบอกกับเภสัชกรแล้วก็เดินเหม่อๆ ออกมาจากร้านขายยา ก่อนจะเข้าร้านสะดวกซื้อเพื่อซื้อน้ำมากินยา เพราะกลัวว่าจะอาเจียน เพราะตอนนี้ทั้งเวียนหัวอยากจะอาเจียน ดีไม่ดีก็อาจจะปล่อยออกมาตอนนี้ก็เลยต้องรีบกินยา แล้วก็ต้องตกใจเมื่อเจอคนที่ไม่คิดว่าจะได้เจอเอาดื้อๆ แบบนี้

            ใช่ฉันหมายถึงคลาวด์

            “ไปหาที่คุยกันหน่อยมั้ย?” คลาวด์พยักพเยิดให้ฉันมองไปที่รถของเขา

            แต่ว่า

            “จะไปหรือไม่ไป” เขาถาม แต่เหมือนจะขู่ซะมากกว่า พอเป็นแบบนั้นฉันก็เริ่มหงุดหงิดขึ้นมาบ้าง

            คนที่เป็นขอเลิกก่อนน่ะ คือเขาไม่ใช่เหรอ เอ๊ะหรือว่าเป็นฉันกันแน่นะ

            “ตอนนี้ฉันยังไม่ว่าง ไว้คุยกันวันหลังได้มั้ย” ตอนนี้คลาวด์คงรู้หมดแล้วล่ะว่าอะไรเป็นอะไร ฉันเองก็กลัวสายตาเขามากด้วย ถ้าหากว่าทิ้งช่วงเอาไว้เขาเองก็คงจะอารมณ์เย็นลงมากกว่านี้

            “นี่อยากจะเก็บลูกเอาไว้ทำร้ายกันน่ะ ถึงจะไม่ยอมคุยกันอย่างนี้”

            “ฉันเปล่า แต่ว่าฉันแค่ไม่ค่อยสบาย ไว้ค่อยคุยกันก็ได้นี่” ฉันบอกเสียงอุบอิบ หน้าร้อนไปหมดเพราะสายตาของคลาวด์ที่มองมา เขาจ้องเอาๆ เหมือนอยากจะเข้ามาต่อยหน้าอย่างนั้นแหละ

            “แล้วทำไมไม่ยอมรับสายฉัน” เขาเค้นถามอีก ฉันล่ะอยากจะร้องไห้ มาถึงตอนนี้แล้วยังจะมาวุ่นวายด้วยทำไม

            “อย่าบอกว่าไม่เห็น หลับไปแล้ว ไม่ว่างนะ อยู่ด้วยกันมาตลอด ฉันรู้ว่าเธอว่างซะยิ่งกว่าอะไร

            ฉันพูดปฏิเสธไม่ได้ และเริ่มจะไม่ค่อยพอใจเขาเท่าไหร่ด้วย

            “แล้วถ้าเป็นเรื่องงานล่ะ” คลาวด์พูดเรื่องงานขึ้นมา และฉันไม่เข้าใจว่าเขาต้องการอะไรจากฉันกันแน่

            “งาน?

            “บัญชีที่เธอทำค้างไว้ที่อู่ไง” เขาบอก ฉันก็นึกออกว่าบัญชีที่ทำให้เขายังไม่เรียบร้อยเท่าไหร่จริงๆ

         “เดี๋ยวไว้ก่อนนะ แล้วฉันจะไปดูให้”

            “ทำไมไปวันนี้ไม่ได้ หรือว่าความจริงแล้วเธอไม่ได้ท้อง แค่แกล้งหลอกเรียกร้องความสนใจ” คลาวด์ถามหน้าเฉย ส่วนฉันก็อารมณ์ขึ้นสิ มากล่าวหากันแบบนี้ได้ยังไง แล้วฉันเป็นคนเรียกร้องอะไรเหรอ

         “งั้นก็ไปคุยกันหน่อยสิ ถ้าไม่เคลียร์ฉันจะตะโกนมันตรงนี้แหละ เจ้าข้าเอ๊ย มาดู ผู้หญิงหน้าตาดีแต่กลับ…!!

         “คลาวด์!! ฉันตะคอกใส่เขาอย่างหัวเสีย ก็เพราะเขาตะโกนออกมาจริงๆ เลยนี่สิ ผู้ชายคนนี้นี่มัน แล้วมีแต่คนมองมาด้วย ก็ใช่สิ เขามันหน้าตาดีนี่ แล้วก็เป็นจุดสนใจของผู้หญิงตลอดด้วย

            “ฉันจะประจานเธอในเฟซด้วย เอามั้ยล่ะ ก็รู้ว่าคนติดตามฉันเยอะ ผู้ร้ายหน้าหล่ออย่างคลาวด์ยิ้มหวานให้กับฉัน และฉันก็เหมือนถูกทุบจนจมดิน

            แล้วหลายนาทีต่อมา ฉันก็ต้องพร่ำบ่นก่นด่าตัวเองในใจที่ยอมนั่งรถมากับเขาจนได้ ฉันนี่โง่หรือโง่กันแน่ก็ไม่รู้

 

            แล้วฉันก็เผลอหลับไปตอนไหนไม่รู้ สะลึมสะลือไปหมด มารู้สึกตัวอีกทีก็รู้สึกว่าตัวเองหนักๆ ยังไงชอบกล ลืมตาขึ้นมาก็เห็นบรรยากาศในห้องที่มันคุ้นตาแปลกๆ ที่อธิบายไม่ถูกเหมือนกัน ผ่านไปครู่หนึ่งก็ได้ยินเสียงบางอย่างดังหงุงหงิงมาจากหน้าท้องของตัวเอง

            ด้วยความตกใจฉันก็รีบมอง แล้วก็ได้เห็นว่าคลาวด์กำลังเอาหน้ามาแนบท้องฉันอยู่ ด้วยท่าทางน่าขนลุก

            “อยู่ข้างในนั้นน่ะ อึดอัดมั้ย แล้วอยู่ในนั้นจริงๆ เหรอ ตอบหน่อยสิ เข้าไปอยู่ในนั้นได้ยังไงฮึ! เขาทำเสียงเล็กเสียงน้อย และแน่นอนว่ามันน่ากลัว

            ฉันล่ะอยากจะเอาเท้าถีบเขาให้ร่วงไปเลย แต่ก็เอาเถอะ ขืนทำแบบนั้นคนที่จะแย่จริงๆ ก็เป็นฉันนี่แหละ

            ด้วยความรู้สึกแปลกๆ ที่อธิบายไม่ถูกทำให้ฉันนอนนิ่งไม่ขยับตัวจนคลาวด์ผละออกไป ฉันถึงได้ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก มันอึดอัดจนฉันเหมือนจะหายใจไม่ออกเท่าไหร่

            พอฉันลุกขึ้นนั่ง คลาวด์ก็กลับเข้ามาในห้องนอนอีกครั้ง ฉันยกมือเสยผมที่ระหน้าตัวเอง ไม่รู้ว่าจะวางตัวยังไงดี

            “ตื่นแล้วเหรอ เธอหลับไปน่ากลัวมากเลยนะ” เขาพูดเหมือนบ่น ฉันเลยไม่รู้จะตอบยังไง

            “ไม่สบายเหรอ” เขาถามอีก ฉันเลยส่ายหน้าแล้วตอบเขาไป

            “เปล่า แค่เพลียๆ น่ะ” ตอบไปแล้วฉันก็ไม่แน่ใจว่ามันเป็นการเรียกร้องความสนใจหรือเปล่า ยิ่งคิดก็ยิ่งไม่สบายใจจนไม่กล้าจะสบตากับเขาเลย

            “แพ้ท้องเหรอ

            “เปล่า” ฉันอยากร้องไห้ ทำไมต้องมาคุยเรื่องที่ฉันยังอึดอัดใจแบบนี้ด้วยก็ไม่รู้

            “ทำไมถึงไม่แพ้” คลาวด์ก็เอาแต่ซักจนฉันต้องเบี่ยงประเด็น ได้ยินเขาพูดแบบนี้แล้วรู้สึกว่าตัวเองโง่ที่ปล่อยตัวเองให้ท้องยังไงก็ไม่รู้

            นั่นสิ ฉันนี่มันง่าวจริงๆ เลย

            “ขอใช้คอมหน่อยสิ” ฉันบอกกับคลาวด์ ไม่อยากให้เขาถามเรื่องของตัวเองมากไปกว่านี้แล้ว

            คลาวด์ดูไม่พอใจเท่าไหร่ แต่เขาก็ยอมยกโน้ตบุ๊กมาให้ตัวหนึ่ง ฉันก็ไม่รอช้า เปิดไฟล์งานที่ทำเอาไว้และฝากไว้ที่ไดร์ฟออนไลน์แล้วทำต่ออย่างรวดเร็ว คลาวด์ก็ไม่พอใจอีกนั่นแหละ เขามองฉันอยู่อึดใจหนึ่งแล้วก็พูดขึ้น

            “นั่งทำบนเตียงจะดีเหรอ ไม่ปวดหลังบ้างรึไง” เขาถามเหมือนจะเป็นห่วง

            ก็ใช่คลาวด์คงห่วงอยู่เหมือนกัน เพราะนิสัยของเขาก็เป็นคนพวกปากร้ายแต่ใจดี แต่สำหรับเวลานี้ เขาห่วงก็เพราะว่าฉันท้องอยู่นั่นแหละ

            “กลัวว่าจะไม่ได้กลับไปหาไอ้โปเหรอ ถึงได้รีบร้อนทำงานต่อแบบนี้”

            “ฉันแค่อยากทำงานให้เสร็จ เดี๋ยวจะลืมไปซะก่อน” ฉันตอบ เขาจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ตามใจเขาเถอะ

            “ถ้างั้นขอไปนั่งทำที่โต๊ะได้มั้ยล่ะ” ฉันมองหน้าเขาแล้วก็ถาม คลาวด์ทำท่าลังเลใจนิดหน่อย แล้วก็พยักหน้าให้แกนๆ ฉันเลยหอบคอมจะลงจากเตียง แต่ผ้าห่มที่พันข้อเท้าฉันเอาไว้ทำให้ฉันหน้าคะมำ ใจฉันหายวูบคิดว่าคงร่วงไปกองที่พื้นแน่แล้ว แต่คลาวด์ก็เข้ามารับฉันเอาไว้ทันท่วงที

            “เธอนี่” เขาดุฉัน ฉันเองก็ตกใจจนพูดไม่ออก ใช้เวลานานกว่าที่จะสงบสติอารมณ์ได้

            “ส่งคอมมา” เสียงดุๆ ของคลาวด์ทำฉันกลัวเลยยอมส่งโน้ตบุ๊กให้เขาไป คลาวด์เอาไปวางที่โต๊ะ ฉันก็ขยับตัวลงจากเตียงอย่างระมัดระวัง

            ฉันเดินไปนั่งที่โต๊ะแล้วทำงานต่อทันที แต่คลาวด์เข้ามาบีบข้อมือฉันเอาไว้แน่นจนเจ็บ ฉันได้แต่หันไปมองเขาอย่างไม่เข้าใจ

            “นายอยากให้ฉันทำบัญชีให้ไม่ใช่เหรอ” ฉันถาม แล้วก็ต้องนิ่วหน้าเมื่อถูกบีบข้อมือแน่นขึ้นกว่าเดิม

            “เธอไม่รู้หรือว่าแค่แกล้งทำเป็นไม่รู้” เขาทำสายตาเจ็บปวด

            ” ฉันพูดไม่ออก ได้แต่มองหน้าเขาและเหมือนว่าจะหายใจไม่ออกขึ้นมาดื้อๆ

            “ฉันไม่รู้

            หลังจากพูดจบ คลาวด์ก็เดินออกไปแล้วก็ไม่ได้พูดอะไรอีกเลย

 

Cloud`s talking…

            ผมออกมาระงับสติอารมณ์ข้างนอก เพราะถ้าเจอหน้ายัยปูนหอมต่อมีหวังได้ระเบิดลงแน่ ก็เลยโทรหาเพื่อนมาที่อู่เพื่อจัดการงานให้เสร็จด้วย

            ผู้หญิงบ้าบออะไรวะ งี่เง่าน่ารำคาญ แต่ละอย่างที่ทำดูน่าหงุดหงิดที่สุด และผมก็ไม่เก็บเอาความหงุดหงิดพวกนี้ไว้คนเดียว เอามาเล่าให้เพื่อนฟังแน่นอน เพื่อทำให้พวกมันรู้ว่ายัยนั่นน่ะไม่ใช่ผู้หญิงใสซื่อไร้เดียงสา แต่ร้ายกาจสุดๆ

            “กูว่ามึงต่างหากที่ร้าย” ไอ้คินว่าใส่ผม ผมเลยหันไปมองมันอย่างไม่พอใจ

            “มึงทำเค้าท้องแล้วสินะ” มันปรายตามองผม ผมเลยกรอกตาไปมาแล้วหันไปมองไอ้เจย์ด้วยสายตาเหนื่อยหน่ายใจ

            “เรื่องนี้มึงรู้ก่อนกูไม่ใช่เหรอวะ” แล้วคนที่เรียกให้ผมไปเจอปูนหอมแต่ไม่ทันน่ะ ก็คือมันกับขวัญไม่ใช่รึไง

            “ก็เผื่อบางทีมันอาจจะมีอะไรผิดพลาดก็ได้นี่หว่า” เจย์บอกแบบนั้น ผมก็ถอนหายใจอีกหน

            “ก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ก็แน่ล่ะว่าคงเป็นแบบนั้น” ผมบอกกับไอ้เจย์ แล้วปรายตาไปมองไอ้คิน

            “มองหน้ากูงี้ หมายความว่าไงวะ” ไอ้คินถาม ผมเลยยิ้มหวานให้กับมัน

            “ก็ไม่มีอะไรมาก แค่อยากให้รู้ไว้ว่าผู้หญิงเขาท้องแล้ว มึงก็อย่ามายุ่งแล้วกัน”

            “กูยังไม่ทันได้ทำอะไรเลย มึงเป็นไรมากป่ะเนี่ย”

            “อย่าคิดว่ากูไม่รู้นะ มึงชอบหอมใช่มั้ยล่ะ”

            “โอยกูไม่อยากคุยกับมึงล่ะ”ไอ้คินส่ายหน้า ก่อนที่มันจะเดินไปทางอื่นด้วยท่าทางระอาใจ ผมต่างหากที่สมควรจะทำแบบนั้น เฮอะ

            “มึงนี่พาลได้ทุกคนเลย มึงเป็นบ้าไรวะ” แล้วไอ้เจย์ก็หันมาด่าผม อะไรวะ นี่ผมโดนอีกแล้วเหรอ คนที่มายุ่งกับปูนหอมก่อนไม่ใช่ไอ้คินรึไง อย่านึกนะว่าไม่รู้ทัน

            “กูเหรอที่พาล”

            “เออสิ!” เจย์ตะคอกใส่ผม แล้วก็มองผมด้วยสายตาที่ทั้งสมเพชทั้งสงสารและไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่นัก

            “มึงทะเลาะกับปูนหอมใช่มะ แต่มึงไม่ควรจะไปพาลกับเพื่อนนะเว้ย”

            “กูเหรอพาลก็บอกแล้วไงว่ากูรู้ว่ามันคิดอะไรอยู่”

            “มึงอ่ะพาลสุดๆ เลยไอ้คลาวด์นี่มึงทะเลาะกับปูนหอมสินะ เขาคงไม่อยากกลับมาคืนดีกับมึง มึงก็เลยอาการหนักแบบนี้ กลัวเขาจะมองคนอื่นแทนมึงล่ะสิ” แต่ละอย่างที่ไอ้เจย์พูดมันกระแทกใจผมอย่างจังจนผมต้องหลบสายตา

            “เปล่าซะหน่อย ตอนนี้ไอ้หอมอยู่ห้องกูหรอก” ผมบอกปัด มันหงุดหงิดงุ่นง่านไปซะทุกอย่างจนอธิบายไม่ถูก

            “มึงไปบังคับเขาให้ไปอยู่ที่นั่นล่ะสิ ก่อนที่มึงจะแยกเขี้ยวใส่เพื่อน มึงควรจะปรับความเข้าใจกับปูนหอมเขาก่อนดีมั้ย กูว่ามันง่ายกว่าการมาแง่งๆ ใส่เพื่อนเยอะเลย” พูดแล้วไอ้เจย์ก็ถอนหายใจ ผมล่ะคันปากยิบอยากจะบอกเหลือเกิน ว่าไอ้ปูนหอมมันอยากคุยกับผมที่ไหน หน้าผมยังไม่อยากจะมองเลย ขนาดหล่อปานนี้แล้วนะ คิดแล้วน่าโมโห

            “กูว่ากลับไปคุยกับปูนหอมเหอะ แบบนั้นดีกว่าเยอะ ปูนหอมก็คงอยากจะคุยกับมึงด้วยล่ะ ทำไมไม่คุยกันให้เข้าใจวะ” เจย์ถามเหมือนจะสงสัย

            อย่าว่าแต่มันจะสงสัยเลย ผมเองก็ยังสงสัยตัวเองอยู่เหมือนกันว่าเป็นบ้าเป็นบออะไรทำไมถึงได้หนีมาดื้อๆ แบบนี้ แค่ปูนหอมพูดอะไรไม่เข้าหูหน่อยก็หันหลังให้ซะอย่างนั้น

            ทั้งที่ความจริงแล้ว ผมไม่เคยจะพูดดีๆ กับเธอเลยสักครั้ง ปากก็หมา ใจก็ยังหมาอีก

            “มึงจะกลับไปก่อนเลยก็ได้นะ ทางนี้เดี๋ยวพวกกูดูแลกันเองได้” ไอ้เจย์บอกอย่างใจป้ำ ผมเลยหันไปมองมันอีกที

            “ทำไมมึงถึงใจดีกับกูจัง รึว่ามึงทำอะไรขวัญ” วันนี้ไอ้เจย์มันดูแปลกๆ ผมเลยมองด้วยสายตาจับผิด

            ไอ้เจย์หัวเราะออกมาทันที แล้วมันก็ทำท่าทำทางเหมือนอยากจะเมาท์ แต่ผมยกมือห้ามมันเอาไว้ซะก่อน

            จะมีใครคนไหนที่อยากจะฟังผู้ชายเมาท์เรื่องของน้องสาวล่ะวะ คงจะบอกว่าขวัญมันน่ารักอย่างนั้นอย่างนี้ล่ะสิ ไม่เอา ไม่อยากฟัง

            “ขวัญน่ารักมากนะเว้ย เมื่อคืน

            ก่อนที่มันจะพูดจบ ผมลุกจากโซฟาไม่อยากจะได้ยินให้ต้องหงุดหงิดใจ ไม่วายได้ยินเสียงไอ้เจย์หัวเราะไล่หลังมาอีก ไอ้บ้าเอ๊ย

 

            และไม่ว่าผมจะอยากกินนอนอยู่ในอู่มากแค่ไหน แต่สุดท้ายผมก็ต้องปิดอู่แล้วกลับบ้านอยู่ดี

            ไอ้พวกเพื่อนๆ ที่แสนน่ารักก็พากินยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ กระซิบกระซาบแล้วมองผม อีแบบนี้พวกมันต้องนินทาผมอยู่อย่างไม่ต้องสงสัยเลย แต่เอาเถอะ ผมไม่อยากจะทะเลาะกับพวกมันตอนนี้ก็เลยกลับบ้าน แล้วจู่ๆ ก็รู้สึกหิวตอนที่ขับรถอยู่ เพราะงั้นเลยแวะซื้อกับข้าวจากร้านดังที่ผมชอบกินเป็นประจำกลับไป

            แล้วก็นะคนเราก็ต้องมีน้ำใจให้คนรอบข้างด้วย ยิ่งโดยเฉพาะคนคนนั้นเป็นแม่ของลูก

            และเพราะเป็นห่วงสุขภาพของคนที่ท้องอยู่ เพราะงั้นผมก็เลยซื้อของกินอย่างอื่นไปให้ด้วย อย่างเช่นนม ผลไม้อะไรแบบนี้ ก็เดินผ่านห้างพอดี ก็เลย

            เฮ้อ นี่มึงทำอะไรอยู่วะคลาวด์

            ผมถามตัวเองแต่ไม่ได้คำตอบ แล้วก็ขับรถกลับบ้านด้วยความรู้สึกที่มันแปลกๆ ไปจากทุกทียังไงก็ไม่รู้บอกไม่ถูก ผมปั้นหน้าให้เป็นปกติแล้วเปิดประตูเข้าไปด้วยท่าทางที่นิ่งที่สุดเท่าที่จะทำได้

            แล้วผมก็ได้เห็นปูนหอมปิดโทรทัศน์พอดี แล้วก็ก้มลงเก็บเอกสารต่างๆ ที่วางไว้บนโต๊ะรับแขก

            “ฉันทำให้เสร็จแล้วนะ” เธอบอกผมแบบนั้น นั่นเป็นคำทักทายอย่างนั้นเหรอ และมันทำผมหงุดหงิดไม่น้อยเลย

            “ช่วยมาดูหน่อยได้มั้ย” เสียงของเธอสั่นๆ ผมเลยเดินเข้าไปหาหลังจากวางของที่ซื้อมาไว้ที่โต๊ะกินข้าวแล้ว

            ปูนหอมดูกลัวๆ หน้าตาตื่นไปหมด คงเพราะผมทิ้งเธอไว้ที่นี่คนเดียวตั้งหลายชั่วโมง ตอนนี้ก็ดึกมากแล้วจะสี่ทุ่มแล้วมั้ง ผมเริ่มโมโหตัวเองที่ไม่ได้สนใจเลยว่าเธอได้กินข้าวหรือเปล่า กำลังหิวอยู่ไหม ผมนี่มันโง่ของโง่จริงๆ เลย

            “เธอบอกว่ามันเรียบร้อยดีใช่มั้ย” ผมถาม ปูนหอมก็พยักหน้าให้ แต่เธอไม่ยอมมองหน้าผมเลย

            “งั้นก็คงเรียบร้อยแล้วล่ะ ขอบใจนะ ขอฉันไปอาบน้ำก่อน เพิ่งกลับมาจากอู่ เหนียวตัวมาก”

            “อืม” ปูนหอมครางตอบในคอเบาๆ คำหนึ่ง แล้วก็เก็บเอกสารกับคอมเงียบๆ ผมก็เลยเดินเข้าห้องนอนเงียบๆ

            ตอนที่อาบน้ำผมก็พยายามคิดในใจไปด้วยว่าต้องใจเย็น ต้องมีเหตุผล และต้องไม่หงุดหงิดใส่เธอ ถ้าจะมีคนผิด ผมเองก็คือคนคนนั้นอย่างไม่ต้องสงสัย

            ผมรีบอาบน้ำเพราะอยากจะออกมาคุยกับปูนหอมแล้วก็หิวด้วย ปูนหอมก็คงหิวมากเหมือนกัน ผมนี่โง่ที่สุดเลย ปล่อยเธอเอาไว้คนเดียวแบบนี้ได้ยังไง รู้ทั้งรู้ว่าเธอนิสัยยังไง แล้วก็ขี้กังวลมากแค่ไหน

            “เฮ้อมึงนี่โง่แท้ๆ คลาวด์”

            แต่หลังจากที่ผมอาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็รีบออกไปหาปูนหอม ผมกลับไม่เจอเธอแล้ว

            ผมเจอโน้ตแผ่นหนึ่งทิ้งเอาไว้ที่โต๊ะรับแขก จึงรีบดึงมันออกมาอ่านดูทันที

 

            ฉันกลับแล้วนะ ถ้าบัญชีมีปัญหาก็ส่งมาที่เมล์นี้นะ แล้วฉันจะแก้ให้

            Praiya.P@xxxx.com

 

         ผมต้องขยำโน้ตนั่นทิ้งด้วยความหัวเสีย ยัยบ้านั่นคิดจะทำอะไรวะ ดึกป่านนี้แล้ว ใครมารับกลับกัน

            ผมต้องกลับเข้าไปในห้องนอนแล้วหยิบเสื้อแจ็กเก็ตแล้วออกไปตามหายัยบ้านั่น แล้วแม่นี่ไม่ยอมรับสายด้วยนะ ผมเลยต้องโทรไปถามไอ้โปก่อน

            (หอมเหรอ เปล่านะ กูมาหาเพื่อน แล้วหอมไม่ได้โทรมาบอกให้กูไปรับนะ) ไอ้โปบอกแบบนั้น ผมก็กลัวว่าเรื่องมันจะวุ่นวายไปกันใหญ่ ก็เลยไม่ได้บอกอะไร

            “แน่ใจนะว่ามึงไม่ได้โกหกกู”

            (แล้วกูจะโกหกทำไมวะ ตอนนี้กูไม่ได้อยู่กับหอมจริงๆ แล้วนี่ยังไง น้องกูอยู่ไหน ไม่ได้อยู่กับมึงเหรอ)

            ผมไม่อยากเล่าอะไรให้ไอ้โปฟังตอนนี้ก็เลยกดตัดสายทิ้ง แล้วโทรหาปูนหอมต่อ ยัยบ้าเอ๊ย รับสายสิ ดึกป่านนี้แล้วออกไปคนเดียวได้ไงวะ มันน่าจริงๆ เลย

            “เธออยู่ไหน!” ผมตะคอกใส่ปูนหอมทันทีที่เธอรับสาย หัวใจเหมือนหล่นไปอยู่ที่พื้นแล้วก็เผลอเหยียบเข้าอย่างแรง ตอนนี้ผมอยู่ที่ลานจอดรถ แต่ยังไม่ได้ขับรถออกมา เพราะไม่แน่ว่าปูนหอมอาจจะยังไม่ได้ไปไหน

            (ฉันทิ้งโน้ตไว้แล้วนะ ไม่เห็นเหรอ)

            “ไม่เห็นโว้ย อยู่ไหนวะ! ผมขึ้นวะขึ้นโว้ยอย่างมีอารมณ์ ยัยนี่มันคิดเรื่องบ้าบออะไรในหัวกันแน่วะเนี่ย

            (ฉันจะกลับบ้านน่ะ ไม่เป็นไร ตอนนี้อยู่ข้างนอกแล้ว) เธอบอกผม ทำเอาผมทึ้งหัวตัวเองอย่างเดือดดาล

            “กลับมาเดี๋ยวนี้!” ยัยนี่ทำผมเครียดจนผมจะร่วงอยู่แล้ว บ้าเอ๊ย

            (เอ่อ คือว่ากลับไม่ได้ ไม่ต้องห่วงหรอกนะ นายเหนื่อยๆ ก็พักผ่อนเถอะ ฉันกลับบ้านเองได้…) เสียงของปูนหอมแทรกด้วยเสียงของใครอีกคนที่ทำให้ผมเกลียดตัวเองจับใจ

            [เส้นเล็กน้ำใสได้แล้วค่ะ]

            (ขอบคุณค่ะ…) ปูนหอมตอบ แล้วเธอก็คุยกับผมต่อ

            (ฉันต้องวางสายแล้วนะ นายก็พักเถอะ ไม่ต้องห่วงนะฉันกลับบ้านเองได้)

            บ้าบอ! เอาแต่พูดคำเดิมๆ อยู่ได้ ไม่รู้รึไงวะว่าคนอื่นเป็นห่วงแทบจะบ้าตายอยู่แล้วน่ะ

            “ถ้าเธอไม่กลับมาหาฉันเดี๋ยวนี้ ฉันจะเชือดข้อมือตัวเองให้ดู

End Cloud talk…


http://i.imgur.com/JPmgOfO.jpg
http://i.imgur.com/DLLXmsS.jpg

Talk...

Song :: อาจเป็นเพราะ (Because of you) - Ploychompoo (Jannine W)

นานๆ จะเอาเพลงไทยมาลง ชอบเสียงน้องเค้าค่ะ หัวเราะ

สงสารก็หอมนี่แหละ เพลงนี่ตรงกับความรู้สึกมากเลย

อิพิคล้าวมันจะเป็นยังไงหนอ มันจะรู้สึกยังไงกับหอม

เดี๋ยวมาลุ้นกันต่อนะเออ imageimage

ตอนนี้ "บุษบาเสี่ยงเทียน" ออกครบทุกเล่มแล้วนะคะ

ยังไงมู่ฝากเอาไว้ด้วยเลยนะคะ คลิกที่ปกเพื่อดูรายละเอียดได้เลยนะคะ

ขอบคุณมากๆ เลยค่ะ imageimage


ช่วงนี้มีงานหนังสือค่ะ ใครว่างๆ ก็ฝากนิยายมู่ไว้ด้วยนะคะ

รายละเอียดต่างๆ คลิกที่รูปข้างล่างนี้ได้เลยค่ะ ขอบคุณนะคะ imageimageimageimage

http://i.imgur.com/Q7hbytA.png



เฟซบุ๊คสำนักพิมพ์สมาร์ทบุ๊ค >>Click!!<<

แฟนเพจของมู่ mu_mu_jung >>Click!!<<

ทวิตเตอร์ของมู่ (ไม่ได้เล่น แต่แจ้งอัพนิยาย) >>Click!!<<
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 79 ครั้ง

165 ความคิดเห็น

  1. #17888 jinny (@janiss) (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2561 / 16:57
    555 ขำพี่คล้าวอ่า เป็นข้อต่อรองที่ พูดไม่ออกเลย
    #17888
    0
  2. #14811 kung_thaluang (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 19 เมษายน 2560 / 23:13
    อิคราวด์บ้าไปแล้ว
    #14811
    0
  3. #14397 UsEp (@pepper201) (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 1 เมษายน 2560 / 23:14
    โอแ้เยยย มีความสลับบทบาท555555555 น่ารักอะไรอย่างเน้655555555
    #14397
    0
  4. #14396 aomillion (@aomillion) (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 1 เมษายน 2560 / 13:43
    แพ้ท้องแทนหอมงี้ป่ะ หงุดหงิดแทนเมีย
    #14396
    0
  5. #14395 ppanyee riin'z (@yeeninja1930) (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 1 เมษายน 2560 / 08:30
    เอาแต่ใจจีงๆเลยย
    #14395
    0
  6. #14394 Muse1995 (@theeightapril) (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 31 มีนาคม 2560 / 23:35
    ว้ายๆ เมียทิ้ง
    #14394
    0
  7. #14393 EYEMI. (@parichatpopeye) (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 31 มีนาคม 2560 / 21:54
    ขอให้เมียไม่สนใจ
    #14393
    0
  8. #14392 Parnward (@parnward-vip) (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 31 มีนาคม 2560 / 20:48
    คนเอาแต่ใจ เรียกร้องความสนใจ
    #14392
    0
  9. #14391 M@ybe28 (@heroesofolympus) (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 31 มีนาคม 2560 / 15:53
    นี่มันกลัวเมียนี่หว่า
    #14391
    0
  10. #14390 Larwan (@Larwan) (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 31 มีนาคม 2560 / 12:43
    เฮอะ.... เล่นงี้เลยเหรออีคล้าว  กรีดให้เลือดไหลหมดตัวไปเลย 
    #14390
    0
  11. #14389 Tokyo_banana (@tokyosld98) (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 31 มีนาคม 2560 / 11:45
    เหนือความคาดหมายอีกแล้วพิคล้าวว
    #14389
    0
  12. #14388 นักอ่านทั่วไป (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 31 มีนาคม 2560 / 08:53
    อิพระเอกขี้พาล
    #14388
    0
  13. #14387 ケーキ (@cupcakedekd) (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 31 มีนาคม 2560 / 08:24
    เอาเเต่ใจอีกเเล้ววว
    #14387
    0
  14. #14386 rabbitboo (@rabbitboo) (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 31 มีนาคม 2560 / 06:07
    มีความหัวร้อน55
    #14386
    0
  15. #14385 LOST STAR (@mizu2_cub) (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 31 มีนาคม 2560 / 05:01
    อีคลาววววววด์
    อีสาวน้อยคลั่งรัก

    #14385
    0
  16. #14384 JKeawwanich (@JKeawwanich) (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 31 มีนาคม 2560 / 03:51
    เดี๋ยววววว
    ช้าาาาาก่อน... อิพี่คลาวด์ สติค่ะสติ~
    #14384
    0
  17. #14383 Foniiz Kanokwan (@foniiz-kt) (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 31 มีนาคม 2560 / 03:36
    ทำแม่ของลูกไม่ได้เลยขู่กรีดข้อมือตัวเองนี่นะ พิคล้าวรีบตั้งสติเก็บหมาที่ปากแล้วคุยกับ-หอมด่วน
    #14383
    0
  18. #14382 ploydara (@ydaranee) (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 31 มีนาคม 2560 / 03:00
    อ่านตอนนี้แล้วรู้สึกอยากบีบคอพี่คล้าวมากอ่ะ สติค่ะพี่คล้าว ด่วน คุณพี่
    #14382
    0
  19. #14381 ผู้หญิงของรยู (@pimhell) (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 31 มีนาคม 2560 / 01:31
    อิคล้าวอาการหนักนะ อย่าอ้อมโลก มีไรก็บอกเขาไปเส้
    #14381
    0
  20. #14380 muumon90 (@muumon90) (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 31 มีนาคม 2560 / 01:15
    ถึงขนาดต้องขู่ว่าจะกรีดข้อมือตัวเอง โถอิพี่คล้าวเรื่องอื่นล่ะเห็นฉลาดนักเชียว
    #14380
    0
  21. #14379 SopapornPogpoon (@SopapornPogpoon) (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 31 มีนาคม 2560 / 01:05
    กล้าขู่หอมเหรอหราคล้าว เดี๋ยวก็แช่งให้ง้อเมียไม่สำเร็จหรอก555
    #14379
    0
  22. #14378 MindSon (@mindson) (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 31 มีนาคม 2560 / 01:02
    นี่ว่าถ้าหอมไม่มาหาอิพิคล้าวกรีดจริงแน่ๆ5555555555
    #14378
    0
  23. #14377 Mikaririn (@Mikaririn) (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 31 มีนาคม 2560 / 00:30
    หมั่นไส้คล้าวคือเพื่อนทั้งด่าทั้งเตือนสติมันก็ยังหาสติไม่เจอมีหน้ามาขู่อีก
    หอมบอกไปเลยลูกฉันหิวรอไปก่อน โง่นักก็ตายไปซะ
    #14377
    0
  24. #14376 ตัวป่วน*-* (@noo_yew) (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 31 มีนาคม 2560 / 00:18
    อิพี่คล้าวจะกรีดข้อมือตัวเองงงง 555 หอมเอาไงลูก
    #14376
    0
  25. #14375 ยืนฉี่ริมแม่น้ำ (@windsea) (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 31 มีนาคม 2560 / 00:09
    เกลียดอาการนางมากกก ง่าวสุดดด
    #14375
    0