Angel Eyes

  • 95% Rating

  • 60 Vote(s)

  • 3,077,079 Views

  • 19,964 Comments

  • 10,629 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    26,963

    Overall
    3,077,079

ตอนที่ 36 : Damon`s Eyes 😈 | Re-write Ver. Ep.03

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 28530
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 217 ครั้ง
    14 ก.พ. 62

http://36.media.tumblr.com/98f9ebf65cbb8b4ae6548dc42cc2dcff/tumblr_nqno6i2FpW1qbetfwo4_r1_1280.jpg



Damon’s Eyes 03

And Everybody Hurts Sometimes

           

            “ไม่เป็นไรซัน เรื่องแค่นี้ไม่เป็นไรหรอก ส่วนนายชื่อเดมอนใช่มั้ย ผู้หญิงที่ว่าน่าจะเป็นชะเอมล่ะสิ ขอโทษนะ ฉันว่า ผู้หญิงคนนั้น น่าจะชอบฉันเข้าแล้วล่ะ” ไอ้คนที่ชื่อริชพูดแล้วก็แสยะยิ้ม แต่มันไม่ได้ทำให้ผมอารมณ์ดีขึ้นเลย

            ตรงกันข้าม อารมณ์ผมพุ่งดิ่งลงเหวเมื่อได้ยินคำพูดของมันก่อนหน้านี้

            “กูบอกเลยนะ ว่ากู” ผมยังพูดไม่จบ แต่เพื่อนคนอื่นๆ ทั้งดึงทั้งลากให้ออกห่างจากไอ้หน้าหล่อนั่น

         “อย่ายุ่งกับยัยนั่น!

            ตอนนี้ผมไม่มีอารมณ์จะมานั่งดูบอลอีกแล้ว คาร์ลเป็นคนลากผมออกมาก่อนจะเกิดเรื่อง แน่นอนว่ามันเกิดแน่ ถ้าคนอื่นๆ ไม่กันตัวผมออกมาอย่างนี้

            “บาย~ เดมอน” ไอ้ริชนั่นดูไม่รู้ร้อนรู้หนาว เห็นแล้วอยากจะเอาอะไรไปกระทืบหลังมันแรงๆ สักที

            “ใจเย็นเว้ย ใจเย็น” คาร์ลพยายามกล่อมให้ผมเย็นลง แต่ในสถานการณ์อย่างนี้ยังจะรู้สึกแบบนั้นได้อีกรึไงวะ

            “นี่มันอะไรกัน รู้จักไอ้ริชด้วยเหรอ”

            “กูไม่รู้จัก แต่ยัยโง่นั่นคงรู้จัก!!” ผมตะคอกอย่างแค้นๆ ไม่ได้อยากจะพาลใส่เพื่อนหรอกนะ แต่เวลานี้ไม่ว่าใครก็ต้องถูกผมพ่นไฟใส่หน้ากันหมอนั่นแหละ

            “แล้วมึงรู้จักเหรอ” เพิ่งนึกออกว่าคำพูดของคาร์ลมันแปลกๆ ผมเลยถามกลับ

            “ก็ไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัวหรอก หมอนั่นเป็นเพื่อนของเพื่อนอีกทีน่ะ หมอนั่นเป็นลูกคนรวย มีพี่น้องอีกสองคน ไอ้ริชน่ะคนโต ธุรกิจเยอะ ทำงานตั้งแต่เด็กๆ แล้ว แต่ประวัติดี ไม่เคยมีเรื่องเสื่อมเสีย ไม่ใช่เพลย์บอย[1] แต่เป็นแบบเจนเทิลแมน[2]น่ะ”

            “แล้วทำไมล่ะ แค่นั้นมันจะดีกว่ากูไปได้ไงวะ” ผมถามเสียงสูง ทั้งหงุดหงิดทั้งไม่พอใจ

            “กูไม่ได้หมายความแบบนั้น แต่แบบ เข้าใจมั้ยวะ ว่าหมอนั่นแทบไม่มีผู้หญิงคุยเลย ทั้งที่มีผู้หญิงวุ่นกับมันเป็นสิบ แล้วทำไมถึงไปยุ่งกับแฟนมึง” คาร์ลบอก แต่ผมขมวดคิ้วทันที

            “กูจะรู้เหรอ แต่ไอ้บ้านั่นมันยุ่งกับให้ตาย ยัยนั่นไม่ใช่แฟนฉัน แต่ยัยนั่นเป็นแค่เด็กในสต็อกคนหนึ่งของฉัน!” ผมบอกเพื่อนเสียงแข็ง ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องมาอธิบายเรื่องนี้ด้วย แต่ก็ไม่แปลกนี่ ผมกับยัยตัวโง่งมไม่ได้เป็นแฟนกัน เธอเป็นแค่ผู้หญิงคนหนึ่งที่อีกไม่นานก็จะหายไปเท่านั้น

            แต่โธ่เว้ย! ทำไมผมต้องมาคิดวุ่นวายกับเรื่องไม่เป็นเรื่องแบบนี้ด้วย

            “นั่นแหละ! กูแน่ใจว่ามันมายุ่งกับผู้หญิงของกูไงที่กูยอมไม่ได้”

            “เรื่องนี้มึงแน่ใจเหรอ” คาร์ลถาม สีหน้าบอกว่าไม่เชื่อ ยิ่งทำให้ผมเดือดแทบทำปรอทแตก

            “มึงไปถามไอ้เคลย์มันดูสิ อีกอย่างยัยโง่นั่นใส่เสื้อของไอ้ริชมันด้วย” ผมกำหมัดแน่น รู้สึกโมโหแทบจะทนไม่ได้

            “มึงว่าไงนะ” คาร์ลถาม แต่ตอนนี้ผมไม่มีอารมณ์จะมาตอบอะไรอีกแล้ว รีบเดินหนีมาก่อนที่ทุกอย่างจะระเบิดเละตรงนี้

            “เดมอน มึงจะไปไหน!

            ผมไม่สนใจเสียงของคาร์ลอีกแล้ว รีบเดินหนีออกมาอย่างรวดเร็ว

End Damon talk…

 

Puu-Rit`s talking...

         ฟุตบอลคู่สำคัญเริ่มขึ้นแล้ว ตาผมดู ปากผมพูดกับเพื่อน แต่ในใจของผมคิดถึงแต่เรื่องของไอ้ผู้ชายที่ชื่อเดมอน กับผู้หญิงที่ชื่อชะเอมคนนั้น สีหน้าแววตาของผมคงแสดงออกชัดเจนไป จนทำให้ซันหันมามอง

            “มึงไม่ได้รู้จักกับชะเอมมาก่อนใช่มะ” ซันถามผมอย่างตรงไปตรงมา ไม่สนใจว่าคนที่นั่งอยู่ข้างหลังจะฟังเราหรือเปล่า ใช่ คนที่นั่งอยู่ด้านหลังเราก็เป็นเพื่อนของไอ้ผู้ชายที่ชื่อเดมอนนั่นแหละ

            “กูจะรู้จักได้ไงวะ” ผมบอก เราอาจจะเคยเห็นกับแวบๆ ก็นะ เรียนคณะเดียวกันแต่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อนแน่ๆ

            “กูก็แน่ใจอย่างนั้น เพราะชะเอมไม่มีเพื่อนเลยนอกจากซายะ แล้วก็เป็นเด็กดีมากด้วย”

            ผมพยักหน้าหงึกหงักไปตามเรื่องราว จะว่าไป ผู้หญิงคนนั้นก็ดูจะใสซื่อไร้เดียงสาจริงๆ นั่นแหละ แล้วไปรู้จักกับปีศาจอย่างไอ้เดมอนได้ยังไงกันนะ

            “เฮ้ ชะเอมน่ะ เป็นแฟนเพื่อนของพวกนายจริงๆ เหรอ” ซันหันไปถามกลุ่มผู้ชายกลุ่มใหญ่ทางด้านหลัง ผมเลยเอี้ยวตัวหันไปมองด้วยเล็กน้อย

            “ก็งั้นมั้ง เห็นถ่ายรูปคู่กันอยู่” คนที่ตอบคือเคลย์ เจ้าของร้านอาหารกึ่งผับที่เรานั่งอยู่ด้วยกันนี่แหละ ผมก็เลยลอบถอนหายใจ ไม่โกหกว่าไม่สบายใจที่ได้ยินคำตอบแบบนั้น

            “แล้วนาย พูดจริงรึเปล่า” เคลย์ถามกลับ และจงใจถามกับผมตรงๆ

            “เรื่อง” ผมแกล้งทวนถาม ทั้งที่ก็พอจะรู้ว่าหมอนี่ต้องการถามถึงเรื่องอะไร

            “นายมีอะไรกับเด็กของไอ้เดมอนมันมั้ย บอกก่อนนะ ฉันรู้จักหมอนั่นมานาน ไม่เคยเห็นมันสติแตกขนาดนี้”

            ผมไหวไหล่แล้วก็ยิ้มๆ ไม่ได้ตอบคำถาม แต่ซันคงกลัวว่าจะมีเรื่องเลยชิงตอบแทน

            “เปล่า ไม่ได้มีอะไรหรอก ชะเอมน่ะเป็นเพื่อน เป็นพาร์ทเนอร์ทำงานกับฉัน แล้วก็เป็นเพื่อนสนิทแฟนของฉัน เพิ่งได้รู้จักกับไอ้ริชก็เมื่อวานนี้เอง”

            “ชิบหาย” เคลย์แค่นหัวเราะ แล้วก็มองหน้าคนอื่นๆ ในกลุ่ม ผมเลยเป็นฝ่ายถามกลับไปบ้าง

            “อะไร หมายความว่ายังไง” ท่าทางไม่ชอบมาพากลของหมอนี่ ทำให้ผมหันไปทั้งตัวด้วยความสงสัย

            “ก็หมายความว่า ชะเอมคงรับเละจากไอ้เดมอนน่ะสิ หายไปนานขนาดนี้ เชื่อเถอะ เพื่อนของนายตายแน่

            ผมกับซันหันไปมองหน้ากัน แล้วผมก็นึกเป็นห่วงชะเอมขึ้นมาหน่อยๆ ด้วย มันรู้สึกไม่ดีเลย สังหรณ์ใจยังไงก็ไม่รู้

            “ขอบใจที่ทำให้รู้สึกดีขึ้นเยอะเลย” ไอ้ซันประชด ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา คงจะโทรไปหาชะเอม

            “รับสิ รับสายฉันสิ” ซันพึมพำอย่างร้อนใจ ขณะที่ไอ้หนุ่มรูปหล่อกลุ่มที่นั่งอยู่ด้านหลังเอาแต่หัวเราะพูดคุยกันกระซิบกระซาบ

            “เชื่อเหอะ เพื่อนนายไม่รับสายหรอก คงพรุ่งนี้เช้านั่นแหละ” เคลย์เป็นคนตอบ ซันเลยลดโทรศัพท์ลงแล้วก็หันมาสบตากับผม

            “มึงรู้จักที่พักเพื่อนมึงมั้ย?” ผมถามซัน ถ้าหากว่าชะเอมจะมาเดือดร้อนเพราะคำพูดพล่อยๆ ของผม มันก็ไม่น่าสนุกเลย ผมเป็นห่วง และอยากจะคุยกับไอ้คนที่ชื่อเดมอน บอกว่าเมื่อกี้ที่พูดไปน่ะ แค่เรื่องล้อเล่น

         “กูไม่รู้ว่ะ รู้แค่ว่าอยู่ใกล้ๆ มหาลัย” คำตอบของซันมีประโยชน์มาก ผมเลยทำหน้าเนือยๆ ให้กับมันไป

            “แต่คิดว่าซายะน่าจะรู้นะ”

            “งั้นมึงก็รีบโทรหาเมียมึงเลย” ผมสั่งอย่างระอาใจ ไอ้ซันก็ต่อสายไปหาเมียมันต่อ

            เกมครึ่งหลังใกล้จะจบแล้ว ผ่านไปเกือบชั่วโมงแล้ว แต่ไอ้เดมอนนั่นยังไม่กลับมา ชวนให้รู้สึกไม่สบายใจยังไงบอกไม่ถูก

            “ไม่รับว่า คงหลับไปแล้ว” ซันบอกอย่างสิ้นหวัง ผมเลยส่ายหน้า รู้งี้ขอเบอร์เธอเอาไว้ก่อนก็ดี

            “ช่างเหอะ คงไม่เป็นไรมาก ไว้รอให้เมียมึงรับสายแล้วค่อยขอเบอร์คุยก็ได้” ผมตัดบท ส่วนหนึ่งเพราะไม่อยากให้ไอ้ซันมันเครียดด้วย หมอนี่สนิทกับชะเอมมาก คงเป็นห่วงเธอมากกว่าผมแน่นอน

            ผมพยายามให้ความสนใจกับผลฟุตบอลจากหน้าจอโปรเจคเตอร์ขนาดใหญ่ตรงหน้า แต่ความสนใจทุกอย่างมันพุ่งตรงไปแค่ที่ชะเอมเท่านั้น ผมเริ่มห่วง ผู้หญิงตัวเล็กๆ แบบนั้น แถมยังดูขี้อายขี้กลัว ไม่น่าจะเป็นแฟนกับคนอย่างเดมอนเลย คิดไปมันก็เท่านั้น ผมทำอะไรไม่ได้เลยนอกจากคิดและก็คิดเท่านั้น

 

            ฟุตบอลเริ่มจบเกมแล้ว ท่ามกลางเสียงโห่ร้องเป็นระยะจากแฟนบอลที่นั่งลุ้นผลการแข่งขันกันอยู่ ผมไม่รู้เลยว่าทีมโปรดขึ้นนำตั้งแต่ตอนไหน กำลังจะคุยกับซันเรื่องนี้ แต่กลับมีเสื้อแจ็กเก็ตโยนลงมาที่ตัก ผมก้มลงมอง แล้วก็เห็นว่ามันคือเสื้อของผม ที่ให้ชะเอมคลุมตัวก่อนหน้านี้ แล้วก็ลืมเอาคืนกลับมา

            คนที่โยนมาให้ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เดมอนนั่นแหละ

            “เอาเสื้อคืนไป แล้วก็อย่ามายุ่งกับผู้หญิงของคนอื่นอีก” เดมอนบอกแล้วก็หาที่นั่ง ผมถือโอกาสนี้สำรวจตัวของหมอนี่ไปด้วย

            “ผลเป็นไงวะ ขึ้นนำพอดี ให้ตายเถอะ นี่แข่งจะจบแล้วเหรอ”

            “มึงมาช้าเอง หายไปเป็นชั่วโมงมันก็ใกล้จบแล้วสิวะ แล้วนี่มึงเพิ่งอาบน้ำมาเหรอ?

            “เออ!” เดมอนตอบสั้นๆ แต่คำเดียวนั้นบอกอะไรได้หลายอย่าง

            ผมอารมณ์เสียอย่างฉับพลัน ด้วยเหตุผลบางอย่างที่ไม่เข้าใจ สายตามองเห็นรอยเล็บจนเลือดซิบตรงต้นคอของเดมอน แน่ละ ผู้ชายอย่างเราๆ เข้าใจว่ามันได้มาจากอะไร

            “กูเพลียว่ะ บอลชนะก็ดีแล้ว กูว่าคืนนี้กูคงจะกลับห้องเร็วหน่อย”

            “แสดงว่ามีคนรออยู่ที่ห้องใช่มั้ย?

            ผมเบือนหน้าจากพวกนั้น สองมือขยำกับเสื้อแจ็กเก็ตของตัวเองตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ใจก็เต้นแรงผิดจังหวะ ทั้งโกรธ ทั้งผิดหวังกับเรื่องบางเรื่องที่จนถึงตอนนี้ก็ให้คำตอบตัวเองไม่ได้

            “มึงโอเคมั้ย” ซันถามผมอย่างเป็นห่วง ผมเลยพยักหน้าให้ พอนึกอะไรออก ผมก็จ้องหน้าของเพื่อนทันที

            “กูไม่ได้เป็นอะไร”

            ให้ตาย ผมเป็นอะไรไป ทำไมถึงได้ทำเหมือนว่า พอที!

         “โอเค บอลจบแล้ว กลับกันเลยมั้ย” ซันชวนเมื่อฟุตบอลจบแล้วพอดี ผมรีบลุกออกมาเหมือนกับว่านั่งทับเตาอบร้อนๆ อยู่ ม่อยากได้ยินเสียงพูดคุยของคนที่นั่งข้างหลังอีก แม้จะแค่ประโยคเดียว หรือ คำเดียวก็ตาม

            ผมไม่รู้ว่าตัวเองทำหน้ายังไงอยู่ แต่คงดูไม่ค่อยได้เท่าไหร่ เดินออกมาจากร้านอาหารที่คนเยอะมากพอสมควร ไม่มองหน้าใครทั้งนั้น แต่ก็ไม่วายได้ยินเสียงเรียกชื่อ เลยต้องหันไปมองอย่างเสียไม่ได้

            “ภูริช!!” เจ้าของเสียงทุ้มหนักนั่นไม่ใช่ใคร ก็ไอ้ปีศาจรูปหล่อชื่อเดมอนนั่นแหละ

            ไร” ผมมองหน้าอีกฝ่ายอย่างไม่กลัว ในเมื่อผมไม่ได้มีอะไรกับชะเอม ทำไมต้องหงุดหงิดขนาดนี้ ทางที่ดีควรจะบอกเดมอนไปไม่ใช่เหรอ ว่าที่พูดไปก่อนหน้านี้ก็แค่ล้อเล่น แต่ผมก็พูดไม่ได้ เห็นแววตาของหมอนี่ ผมก็เกิดความรู้สึกว่าไม่อยากจะแพ้ขึ้นมา

            “จะบอกอะไรไว้อย่างนะ อย่ามาเสือกเรื่องผู้หญิงของคนอื่นอีก” เดมอนพูดเสียงเรียบ แต่มุมปากแสยะยิ้มน่ารังเกียจ

            “เฮ้ย พูดดีๆ หน่อย ผู้หญิงคนที่พูดถึงอยู่น่ะ เพื่อนกู!” ซันเป็นฝ่ายพูด และจ้องหน้าเดมอนเขม็ง

            “เหรอ เพิ่งรู้ ก็นะ กูก็เพิ่งได้นอนกับเพื่อนมึงไม่กี่คืน เลยยังไม่รู้ว่าใครเป็นเพื่อนของเมียกูบ้าง” เดมอนยิ้มเจ้าเล่ห์ นอกจากจะทำให้ไอ้ซันโกรธแล้ว แต่ก็ทำให้ผมเดือดได้เช่นกัน

            “มึงว่าไงนะ!” ซันทำท่าจะพุ่งเข้าไป แต่ผมกันตัวมันไว้ เช่นเดียวกับเคลย์ที่ขยับตัวขวางตรงกลางระหว่างพวกเรา

            “ร้านนี้มีกฎ ห้ามทะเลาะหรือตีกันในนี้ ถ้าจะมีเรื่อง เชิญข้างนอก มึงด้วย ไอ้เดมอน พูดจาให้มันดีๆ หน่อย” ท้ายประโยคเคลย์หันไปตะคอกใส่เดมอน

            ไอ้ซันก็ฮึดฮัดไม่พอใจ ผมต้องเป็นฝ่ายลากมันออกมาสงบสติอารมณ์ด้านนอก ส่วนเดมอนถูกกลุ่มเพื่อนของมันรั้งไว้ให้นั่งตามเดิม

            “ซัน กูขอโทษ กูปากไวไปหน่อย ทำให้ชะเอมแย่เลย” ผมขอโทษเพื่อนจากใจจริงเมื่อเรามาถึงลานจอดรถแล้ว

            “เออ รู้ตัวก็ดี กูเคืองมึงอยู่ แต่น้อยกว่าไอ้เห้-เดมอนนั่น เชี่ยมันสิ!” ซันดูหัวฟัดหัวเหวี่ยงอย่างที่ไม่ค่อยได้เห็นเท่าไหร่ มันหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาไม่มองหน้าผมเลยสักแวบเดียว ผมเลยถอนหายใจแล้วเสยผมอย่างทำอะไรไม่ถูก

            ตอนนี้ไม่ว่าจะคุยกับใครก็คงไม่รู้เรื่องแล้ว ผมเลยเดินเลี่ยงออกมา ตั้งใจจะกลับไปสงบสติอารมณ์ที่ห้อง แต่พอหันไปทางไอ้ซัน เท้าผมกลับเดินไปหามันซะอย่างนั้น

            “ซัน!

            “อะไร!” ไอ้ซันหันมามองผม และตะคอกใส่อย่างหงุดหงิด

            “กู

End Puu-Rit talk…

 

         หลังจากเก็บกวาดห้องเสร็จหลังจากที่ปีศาจร้าย(หัวใจ)น่าเกลียดน่ากลัวอย่างเดมอนกลับไปแล้ว ฉันก็หมดแรงอยู่บนเตียง ทั้งที่เขาไลน์มาบอกเองแท้ๆ ว่าไม่ต้องไปหาเขาคืนนี้ แต่เขากลับพาตัวมาหาซะที

            เขาค้นห้องฉันโดยไม่บอกอะไร อันที่จริงต้องบอกว่ามาพังห้องของฉันมากกว่า เขารื้อนั่น ค้นนี่ จนข้าวของเกลื่อนกลาดกระจัดกระจาย สุดท้ายก็เจอเสื้อของริชที่ตากเอาไว้ตรงระเบียงหลังห้อง

            เดมอนกระชากมันออกมาอย่างหัวเสีย จ้องหน้าฉันดุๆ เหมือนว่าฉันเป็นโจรที่มาปล้นของของเขา

            ยังไม่ทันไรก็มีชู้แล้วเหรอ!?’ จำได้ว่าเขาถามแบบนั้น และเป็นคำพูดแรกที่พูดกับฉัน หลังจากที่บุกเข้ามาดื้อๆ

            ชู้นายพูดอะไร ฉันไม่เข้าใจเลยว่าเขาอยากจะมาหาเรื่องอะไรกันแน่

            ก็เสื้อตัวนี้ไง อยากนักเหรอ ถึงได้ไปคุยกับผู้ชายคนอื่น หิวนักเหรอ เงินไม่พอใช้รึไง คำพูดร้ายกาจพวกนั้นแหละ ฉันเลยตวัดมือฟาดหน้าเขาไปแรงๆ จนเล็บเกี่ยวกับสร้อยคอของเขาจนเป็นแผล

            เออ ฉันหงุดหงิดพอดี รู้มั้ย พอหงุดหงิดแล้วมันต้องออกกำลังออกแรงถึงจะได้หายหงุดหงิด!!’ เดมอนคำราม และต่อมามันก็จบด้วยการฉันถูกโยนขึ้นเตียงและถูกฟัดจนเหมือนร่างกายถูกฉีกออกเป็นสองส่วน เขาโยนเงินทิ้งอีกปึกหนึ่ง ก่อนจะจากไปทำเหมือนไม่เคยเกิดอะไรขึ้นเลย

            ฉันไม่มีน้ำตาจะเสีย ได้แต่กะปลกกะเปลี้ยเก็บของทุกอย่างจนเข้าที่ แล้วมองหาปลาสเตอร์ปิดแผลที่นิ้ว แต่ก็ถูกรบกวนจากเสียงเคาะประตูตอนกลางดึก

            “นายจะทำให้ฉันคลั่งตายไปเลยรึไง” ฉันคิดอย่างแค้นๆ ยกมือเช็ดน้ำตาที่มันซึมน้อยๆ ก่อนจะเดินไปเปิดประตูอย่างหงุดหงิด

            “นายจะเอาอะไรกับฉันอีก!” ฉันตะคอกใส่เขาสุดเสียง แต่แล้วก็ต้องหยุดชะงัก เพราะคนตรงหน้าไม่ใช่ปีศาจเดมอนอย่างที่เขาใจ

            “ริชนายมาทำอะไรที่นี่” ฉันถามเหมือนละเมอ คิดว่าคงไม่ได้ตาฝาดไปที่เห็นเขาอยู่หน้าห้องกลางดึกแบบนี้

            “ฉันมีเรื่องอยากคุยกับเธอ” เขาเป็นริชจริงๆ และเขาเองก็คุยกับฉันด้วย

            “นายมาได้ยังไง แล้ว

            เสียงรถที่พุ่งมาทางนี้ด้วยความเร็วสูง บวกกับเสียงเบรก เสียงล้อบดเบียดกับถนนจนเกิดเสียงดังตามมา ทำให้ทั้งฉันและริชหันไปมองด้านหลัง รถสปอร์ตคันหนึ่งแล่นมาจอด รถยังไม่ทันหยุดดีคนที่ขับก็เปิดประตูรถออกมาอย่างเอาเรื่อง

            “ไอ้เห้- มึงจะเอากับกูจริงๆ ใช่มั้ย ภูริช!

            คนที่เพิ่งขับรถมาถึงก็คือเดมอนปีศาจร้าย ฉันเริ่มใจไม่ดีเมื่อเห็นเขามุ่งมาอย่างมาดร้าย แล้วก็ไม่รู้ด้วยว่ารู้จักกับริชยังไงด้วย

            “มึงอยากเอาก็มาสิ!” ริชหันไปมองเดมอนอย่างเอาเรื่อง และพร้อมรบเต็มที่ ฉันเดินออกมาอย่างไม่รู้ตัว ไม่รู้ว่าทำยังไงกับสถานการณ์นี้ดี แค่พริบตาเดียวทั้งสองคนก็เข้าถึงตัวกันแล้ว เพราะความมืดทำให้มองเห็นชัดว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง

            “เดมอน!” ฉันตะโกนเรียกเดมอนก่อน ซึ่งฉันเองก็ไม่รู้ว่าทำไมต้องเรียกเขาก่อนด้วย

            แต่มันน่าจะปลอดภัยกว่าการเรียกชื่อของริชก่อน ฉันคิดแบบนั้นแล้วก็ต้องยกมือปิดปากกลั้นเสียงร้องเอาไว้ เมื่อได้ยินเสียงหมัดซัดเนื้อชัดเจน แต่ไม่รู้ว่าใครทำอะไรใครกันแน่

            แต่เมื่อเสียงตะลุมบอนนั่นไม่หยุดซะที ฉันก็เริ่มได้สติ พยายามร้องบอกให้พวกเขาหยุดการทำเรื่องบ้าๆ นี่ซะที

            “หยุดนะ พวกนาย บอกให้หยุดไง!” ฉันพยายามเรียก แต่สองคนนั้นก็ไม่ยอมหยุด จนล้มลุกคลุกคลานด้วยกันทั้งคู่

            “เดมอน ริช! พวกนายเป็นบ้าอะไรกัน” ทะเลาะกันเพราะเรื่องของฉันเหรอ ให้ตายเถอะ มันไม่ได้ทำให้ฉันรู้สึกดีเลยที่มีหนุ่มหล่อสองคนผิดใจกันเพราะตัวเอง เชื่อสิ คนที่จะซวยตลอดปีตลอดชาติน่ะคือฉันคนนี้ ไม่ใช่ใครที่ไหนเลย

            “นี่! หยุด ฉันบอกให้หยุด” เรียกก็แล้ว ตะโกนก็แล้ว แต่ทั้งสองคนก็ไม่ยอมหยุด ฉันก็เริ่มบ้าบิ่นถลาเข้าไปห้ามจนถูกเหวี่ยงออกมา ล้มกระแทกลงกับพื้นอย่างจัง

            “อ๊ะ!” ฉันครางเพราะเจ็บไม่น้อย หัวก็เริ่มหมุน แต่สองคนนั่นยังไม่หยุด ผ่านไปพักใหญ่นั่นแหละ ถึงได้มีคนช่วยประคองให้ลุกขึ้นจากพื้น

            ฉันเงยหน้าขึ้น ยังตกใจอยู่ ไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธก็ถูกฉุดให้ลุกขึ้นจากพื้นแล้ว คนที่พยุงเอาไว้ตอนนี้คือริช

         ส่วนเดมอนก็กำลังยันตัวเองขึ้นมาจากพื้นไม่ไกล หยดเลือดสีแดงที่เริ่มส่งกลิ่นคาวคลุ้งในอากาศ ยิ่งทำให้เวียนหัว ฉันมองหน้าทั้งสองคนที่มีสภาพยับเยิบไม่ต่างกัน แผลบนหน้ามีหลายจุด แตกยับและเลือดไหลซึม ทำให้ไม่สบายใจ

            “พวกนายทำอะไรกัน” ฉันครางถาม ถ้ามันเกี่ยวกับตัวฉันเองก็คงยิ่งอึดอัด ไม่รู้ว่าปีศาจร้ายจะมองมายังไง และคงหาเรื่องชวนทะเลาะได้อีกเป็นวันๆ

            “นี่มันเรื่องอะไรกัน บอกฉันหน่อยได้มั้ย” ก่อนที่จะถูกด่าว่าจากเดมอน ฉันก็อยากจะรู้สาเหตุบ้าง จะได้ตั้งรับได้จากคนที่ชื่อว่าปีศาจร้าย

            “เธอแอบคบกับผู้ชายลับหลังฉันไม่ใช่รึไง” เป็นเดมอนที่พูด เขายังร้ายไม่เปลี่ยน ถ่มน้ำลายที่มีแต่เลือดกบปากได้ก็จ้องฉันอย่างยิ้มเยาะ สายตาที่เขามองมาทำให้ฉันร้อนไปทั้งตัว ทั้งโกรธทั้งไม่พอใจและอายที่ริชต้องเข้ามาเกี่ยวด้วย ทั้งที่เรื่องมันไม่ใช่แบบนั้นเลยสักนิด

            “ฉันไม่ได้คบกับริช!” ฉันตอบ และไม่ได้มองใครเลยสักแวบเดียว น้ำตามันก็ทำท่าจะไหล จนต้องกะพริบตาถี่ๆ เพื่อกั้นมันเอาไว้ ไม่ให้เดมอนได้พูดอีกว่าฉันใช้น้ำตามารยาผู้หญิงอ่อยริช

            “อ้อ งั้นก็แสดงว่าให้ไอริชมันกินฟรี!!

            “เดมอน / ไอ้เดมอน” ทั้งฉันทั้งริชต่างตะโกนออกมาเป็นสียงเดียวกัน ตอนนี้ฉันห้ามน้ำตาไม่ได้แล้ว จ้องมองไปทางปีศาจร้ายด้วยความแค้นใจ

            “เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับคนอื่นเลย และฉันก็ไม่เคยยุ่งกับใครเลย!” ฉันตะคอกทั้งน้ำตา จ้องหน้าปีศาจร้ายด้วยความแค้น เห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์น่ากลัวของเดมอนแล้ว ฉันรู้ว่าไม่ใช่คนชนะในเกมนี้ เลยหันไปมองริชด้วยความเสียใจ

            ริชกำหมัดแน่นจนเห็นเส้นเลือดเริ่มปูดตามข้อมือและหลังมือ ฉันไม่กล้ามองหน้าเขาตรงๆ เราไม่ได้รู้จักกันเลยด้วยซ้ำ แต่เดมอนก็ทำร้ายเขา กล่าวหาเขาอีก จนฉันรู้สึกไม่ดี

            “นายกลับไปก่อนได้มั้ยริช” ฉันบอกกับริช ไม่อยากให้เขาอยู่ที่นี่ ไม่อย่างนั้นคงได้มีเรื่องกับเดมอนอีก

            “ถ้าฉันไปเธอก็แย่น่ะสิ” ริชพูดเสียงแข็งๆ เหมือนกับรู้ว่าฉันจะเป็นยังไงถ้าเขาไปแล้ว และต้องอยู่ตามลำพังกับเดมอน

            “ฉันไม่รู้หรอกนะว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่ฉันเสียใจจริงๆ ที่มันเป็นแบบนี้ ตอนนี้นายกลับไปก่อนได้มั้ย ฉันขอร้อง” ฉันบอกเสียงเครือ เพราะไม่อยากให้เรื่องวุ่นวายไปมากกว่านี้ ถ้าริชเจ็บตัวยิ่งกว่านี้ ฉันคงอยากจะผูกคอตายแน่ๆ

            Damn!” ริชสบถเบาๆ กำหมัดแน่นเสียยิ่งกว่าเดิม ฉันเลยช้อนสายตาขึ้นมองเขา

            ใบหน้าของริชบิดเบี้ยวไม่น่ามอง และเห็นชัดว่าเขาโกรธไม่พอใจมากแค่ไหน เดมอนฉันไม่กล้าหันไปมอง แต่ก็รู้ดีโดยไม่ต้องชำเลืองมองเลยว่าตอนนี้ปีศาจร้ายทำหน้ายังไงอยู่

            “ฉันขอล่ะ” ฉันบอกไปอีกครั้ง น้ำตาก็หล่นเอาๆ หลายเม็ดเพราะห้ามไม่อยู่

            ริชนิ่งอยู่อึดใจหนึ่ง ก่อนจะเดินออกห่างไป เขาเดินไปขึ้นรถที่จอดอยู่ก่อนจะขับหายไปในความมืด เหลือเพียงแค่ฉันกับปีศาจร้าย ที่ร้ายกาจไม่มีใครเกิน

            “ทีนี้ก็เป็นตาของเราบ้างแล้ว ใช่มั้ยชะเอม”

 

            แน่นอนว่าเดมอนไม่ได้อาละวาดใส่แค่ริชคนเดียวเท่านั้น แต่ฉันเองก็ถูกทำร้ายไปด้วย

            คราบเลือดที่แห้งกรังยังติดตามร่างกายของฉันในตอนเช้าที่เข้าห้องน้ำ มันไม่ใช่เลือดของฉันหรอก แต่มันมาจากแผลของเดมอนตอนที่เรา นั่นแหละ พอเห็นแบบนี้แล้วก็รู้สึกไม่ค่อยสบายใจ ฉันรีบล้างมันออกจากตัวก่อนจะเดินออกไปข้างนอก

            เดมอนตื่นแล้ว เขานั่งที่ปลายเตียง ยกมือขยี้ผมจนยุ่งไปหมด สีหน้าแววตาบอกถึงความหงุดหงิดขุ่นเคืองที่ไม่หายไปเลยตั้งแต่เมื่อคืน

            “เวรเอ๊ย มีแต่แผล” ทันทีที่ฉันโผล่หน้าให้เขาเห็น เดมอนก็สบถออกมาทันที

            “เฮ้ช่วยทำแผลฉันหน่อยซิ” เขาออกคำสั่ง ฉันเลยมองซ้ายขวาเพื่อหาอุปกรณ์ทำแผลที่ไม่แน่ใจว่ามีหรือเปล่า

            ฉันอยู่คนเดียวมาตลอด แผลก็ไม่มี นอกจากกลับจากมหาวิทยาลัยแล้วฉันก็กลับมานอน รับทำฟรีแลนซ์ด้วยการรับแปลงานผ่านทางอินเทอร์เน็ต ไม่ได้ออกไปไหนเลย นั่นแหละ ชีวิตของฉัน

            “หูหนวกรึไงวะ ให้ทำแผลให้ ไม่ได้ยินรึไง” เดมอนตะคอกใส่ เมื่อฉันยังไม่ได้เข้าไปหา หรือหาของเจอ

            ฉันเองก็แทบจะเดินไม่เป็นอยู่แล้ว ร่างกายมันเคล็ดขัดยอกไปหมด ฉันก็ไม่เคยเรียกร้องอะไรจากเขาเลย แล้วทำไมฉันต้องไปปรนนิบัติเขาด้วย

            เพราะเงินที่เขาทิ้งไว้ให้เหรอคิดแล้วก็เจ็บใจจริงๆ

            “ชะเอม” เขาพูดเรียบๆ ฉันเลยถอนหายใจ

            “รอเดี๋ยว” ฉันบอก ก่อนจะขยับตัวอีกครั้ง

         “นายไปอาบน้ำก่อนดีมั้ย จะได้ทำแผลทีหลัง” ฉันคุยกับเขา พยายามไม่ใส่อารมณ์ เพราะคนที่จะเดือดร้อนน่ะคือตัวฉันเอง

            เดมอนมีท่าทีฉุนเฉียว แต่ก็ยอมลุกออกจากเตียง เดินเข้าห้องน้ำปึงปังไป เลยรู้สึกสบายใจได้นิดหน่อย

            ตอนเช้ามีแสงสว่างฉันเลยได้เห็นว่าสภาพของเดมอนย่ำแย่แค่ไหน เมื่อคืนฉันคงกลัวมากไปเลยไม่ได้มองอะไร ตอนนี้เลยเห็นแผล รอยฟกช้ำตามเนื้อตัวเขาหลายที่ พวกเขาทะเลาะกันเรื่องอะไร จนถึงตอนนี้ฉันก็ยังไม่กล้าถามให้แน่ใจ

            ฉันเดินเข้าไปหาเขาอีกครั้งเมื่อหาอุปกรณ์ทำแผลได้แล้ว ไม่สบตากับเขามากเกินไป เพราะสายตาของเดมอนมองมาเหมือนเป็นรังสีที่อาจทำให้คนมองตายได้

            “ไปรู้จักกับไอ้ริชได้ยังไง” เขาเริ่มต้นถามอย่างเอาเรื่อง เมื่อฉันทำแผลให้

            “บอกมาตามตรง ถ้าโกหกล่ะ ได้เรื่องแน่” เดมอนขู่ ฉันล่ะสงสัย นี่ยังไม่มีเรื่องอีกเหรอ

            “ว่าไง” เขาเร่งเพราะฉันยังไม่ได้ตอบคำถาม

            “เจอกันเมื่อวานนั่นแหละ เขาเป็นเพื่อนของเพื่อน เขาแวะไปหาเพื่อนของฉันแล้วเราเลยกินข้าวด้วยกัน”

            “สามคน?” เขาเลิกคิ้วถาม ฉันก็พยักหน้า ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่า ฉันรู้สึกว่าเดมอนดูจะผ่อนคลายได้นิดหน่อย

            “อือ สามคน” ฉันตอบ เพราะไม่กล้าหรอกจะไปกินข้าวกับคนที่เพิ่งรู้จักได้แค่วันเดียว ขนาดกับซันฉันก็ยังไม่ค่อยกล้าเลย

            “แล้วคุยอะไรกับหมอนั่น ทำไมถึงได้เสื้อมันมา” แล้วน้ำเสียงเขาก็เข้มขึ้น อารมณ์แปรปรวนน่ากลัว

            “ฉันไม่ค่อยสบาย เขาเลยให้ยืมเสื้อ”

            “อ้อ” เดมอนครางในคอ ฉันก็เริ่มหายใจไม่ทั่วท้อง

            “แล้วทำไมเอามันกลับมาด้วย” เขาถามและจ้องฉันไม่ละสายตา แต่ฉันไม่มองตาด้วยเพราะกลัว

            “ฉันลืมคืนเขา” ฉันตอบสั้นๆ และตั้งใจว่าจะไม่ตอบอะไรอีกแล้ว ไม่ว่าเขาจะถามอะไรอีก

            “หันหลังสิ” ฉันบอกกับเขา แผลตรงหน้าอกฉันทำแผลให้เขาเรียบร้อยแล้ว คิดว่าแผ่นหลังน่ะน่าจะมีแผลหลายที่ด้วยเหมือนกัน

            “ไม่!” เดมอนปฏิเสธทันที แต่พอฉันจะลุกเขาก็คว้าให้ฉันนั่งลงตามเดิม

            “ทำแผลให้ฉัน” เขาสั่ง ฉันเลยกัดปากอย่างขัดใจ

            “นายไม่หันหลังแล้วฉันจะทำได้ยังไง” ฉันพูดแล้วก้มหน้านิ่ง ลุกหนีไม่ได้เพราะถูกจับข้อมือเอาไว้แน่น

            “เอายานวดทาทั่วหลังฉันก็พอ” เดมอนยัดยานวดบรรเทาปวดลงในมือของฉันแล้วบอกเสียงเรียบ

            ในเมื่อเขาไม่ยอมหันหลังแล้วจะให้ทำยังไงเล่า ฉันได้แต่คิดด้วยความเดือดดาล วินาทีต่อมาก็ลืมหายใจเมื่อเขาดึงให้แขนฉันโอบรอบตัวของเขา

            “ก็ทำแบบนี้ไง” เขาบอก ฉันเลยเข้าใจแล้วว่าทำไมเขาถึงไม่ยอมหันหลังให้ ไม่ว่าจะยังไง

            และเมื่อเป็นแบบนี้ หัวใจมันก็เต้นรัว พยายามคิดถึงเรื่องร้ายๆ ของเขา แต่หัวใจมันก็เอาแต่เต้นรัวอย่างบ้าคลั่ง ทั้งที่รู้ว่าเขาร้ายมากแค่ไหน แต่ทำไม

            “ถ้าเธอช้า ฉันอาจจะต้องขยับตัวเองแล้วนะ” เสียงทุ้มของเดมอนเริ่มขู่ ฉันเลยรีบพยักหน้ารัวอย่างรวดเร็ว

            ได้ยินเสียงเดมอนหัวเราะ ฉันเลยสบายใจขึ้น เปิดฝาหลอดยานวดแล้วก็บีบมันลงกลางฝ่ามือ ถูไปมาบนฝ่ามือ ก่อนจะโอบแขนรอบร่างของเขา วางทาบฝ่ามือกับแผ่นหลังของเขา

            นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันได้สัมผัสกับแผ่นหลังของเขา มันเรียบ ลื่น และตึงมือมาก ฉันไม่ได้ลูบแบบนี้มาก่อน ถึงแม้ว่าเราจะมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งต่อกัน แต่ฉันก็ไม่เคยกอดเขาเลยสักครั้ง

            “ถูให้มันทั่วๆ หน่อยได้มั้ย” เดมอนออกคำสั่ง ฉันเลยขยับตัวอีกเล็กน้อย โอบแขนรอบตัวของเขา จนใบหน้าของฉันชิดกับแผงอกกว้าง กลั้นลมหายใจไม่ให้มันเป่ารดตัวของเดมอน เกร็งไปทั้งตัวจนเริ่มสั่นไปหมด

         เสียงหัวเราะทุ้มต่ำในคอของเดมอน มันยิ่งทำให้ฉันสั่นย่างกว่าเดิม ฝ่ามือของฉันเลื่อนไปทั่วแผ่นหลังของเขา มันร้อนไปหมด แต่ไม่รู้ว่าร้อนเพราะยานวดหรือไออุ่นจากร่างกายของเดมอนกันแน่

            “อาแย่แล้วสิ” เดมอนพูด ทำให้ฉันสะดุ้ง ขยับตัวออกห่างแต่ช้าไปก้าวหนึ่งเมื่อเขาคว้าตัวฉันเอาไว้ทัน

            “ช้าไปยัยตัวโง่งม และฉันก็ยังไม่หายโกรธเธอด้วย”

            แค่พริบตาเดียว ฉันก็ถูกเหวี่ยงให้นอนอยู่ใต้ร่างของปีศาจร้ายราคะซะแล้ว

            “เดมอน!” ใบหน้าของฉันร้อนผ่าว หยดน้ำจากปลายคางและเส้นผมที่ยังเปียกชื้นอยู่ของเดมอน หล่นกระทบกับแก้มของฉัน

            เดมอนไม่สนใจสีหน้าท่าทางตื่นกลัวของฉันเลยสักนิด เขาโน้มตัวลงมาหา ใช้ลิ้นกวาดแก้มเรื่อยไปถึงริมฝีปาก ไม่ว่าจะพยายามเม้มแน่นเท่าไหร่ แต่สุดท้ายก็ถูกจูบที่เหมือนจะฉวยเอาลมหายใจไปอย่างอุกอาจ

            “จำเอาไว้ ห้ามใกล้ไอ้ริชอีก ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าไม่เตือน!!

 

            เดมอนอารมณ์ดี แลกมากับน้ำตาและความยับเยินของฉัน ผู้ชายพวกนี้มันอะไรกันนะ ถึงได้ชอบแกล้งผู้หญิงอย่างฉันกันนัก

            “เธอจะไปทำงานต่อล่ะสิ ไอ้รายงานอะไรนั่น” เขาพูดแล้วก็สวมเสื้อยืดไปด้วย

            “งั้นก็ดี ฉันจะไปด้วย”

            “นายจะไปด้วย ไปทำไม” ฉันถามอย่างหวั่นๆ แต่เดมอนไหวไหล่ไม่ได้ฟังที่ฉันพูดเลยสักนิด

            “ไปคุมประพฤติเธอน่ะสิ!

            คำพูดของเขาไม่ได้ทำให้ฉันเข้าใจอะไรเลยสักนิด แต่ฉันก็ห้ามอะไรไม่ได้เหมือนเคย ฉันรู้สึกไม่ค่อยสบายใจ ได้แต่ภาวนาไม่ให้ริชมาวันนี้ ไม่อย่างนั้นได้มีสงครามอีกแน่

            “โธ่เว้ย หน้ากู อย่าให้เจอมึงอีกนะไอ้ภูริช!” เขาเอียงหน้าไปมาในกระจก สบถไม่ซ้ำคำเมื่อเห็นบาดแผล

            “เอม หาปลาสเตอร์ยามาสองสามแผ่นซิ!!” ท่าทางเขาคงชินกับการออกคำสั่ง ฉันเองก็ไม่อยากมีปัญหา เดินไปเปิดลิ้นชักแล้วก็หาให้เขา

            “แปะให้ด้วยดิวะ ไม่รู้เหรอว่าฉันมีปัญหาเพราะใคร”

            กลายเป็นว่าเรื่องนี้ฉันเป็นผิดอย่างนั้นเหรอ และสุดท้ายปีศาจจอมดื้ออย่างเดมอนก็ตามมาจนถึงมหาวิทยาลัยจริงๆ อย่างที่ได้บอกเอาไว้ตอนแรก

            ซันหน้าหงุดหงิดมาก เขาดูไม่ชอบใจที่เห็นเดมอนอยู่ที่นี่ ฉันเองก็ทำอะไรมากไม่ได้ด้วย ตั้งใจรีบทำงานต่อให้เสร็จเพื่อจะได้ไม่ต้องอึดอัดใจไม่ว่าจะกับใคร

            ทำไมถึงเหลือกหมอนี่เป็นแฟน หาที่ดีกว่าไม่ได้เหรอ ซันเขียนโน้ตส่งมาให้ ฉันทำหน้าไม่ถูก ได้แต่สบตากับเขาอย่างไม่ค่อยสบายใจ

            มันอธิบายไม่ได้นี่ ว่าทำไมฉันต้องอยู่กับเดมอน  ฉันได้แต่นั่งอึดอัดใจพยายามจะเพ่งสมาธิกับงานให้มากที่สุด แต่เดมอนก็นั่งเบียดใกล้ๆ ทำให้นึกคิดอะไรไม่ออก

            “เมื่อไหร่จะเสร็จ ฉันหิวแล้ว” เดมอนจงใจบอกกับฉัน ฉันเริ่มตัวเกร็งแข็งทื่อเหมือนเป็นหินไปแล้ว แต่เขาก็ไม่ยอมหยุด เหมือนจงใจปั่นหัวใครสักคน ที่ฉันเริ่มแต่ในว่าไม่ใช่แค่ฉันคนเดียว แต่คงเป็นซันด้วย

            “รีบหน่อยนะ ก็รู้นี่ว่าเวลาฉันหิวแล้วฉันโมโหน่ากลัวแค่ไหน” เขาหัวเราะเบาๆ ที่มุมปาก

            ฉันรู้สึกได้เลยว่าซันโกรธมากแค่ไหน พวกเขานั่งขนาบข้างฉันทั้งสองคน คนหนึ่งหัวเราะอารมณ์ดี ขณะที่อีกคนกำลังข่มความโกรธเอาไว้

            “เฮ้ ฉันหิวแล้วนะ” เดมอนเริ่มกระซิบ เขาสอดมือเข้ามาที่กระเป๋ากางเกงของฉัน จนทำให้ฉันสะดุ้งหันไปมองด้วยความตกใจ บอกทางสายตาให้เขาหยุด แต่ปีศาจร้ายแสยะยิ้มน่ากลัวให้เห็น

            “หิวชิบหายวายวอดเลยล่ะ” ปลายนิ้วที่สอดเข้าไปในกระเป๋ากางเกงของฉันเริ่มซุกซน เขาล้วงลึกเข้ามา ฉันต้องส่ายหน้าน้ำตาจวนจะหยดอยู่รอมร่อ

            “งั้นมึงกินตีนกูก่อนมั้ย!?

            ฉันสะดุ้งเฮือกเมื่อเดมอนถูกกระแทกจากทางด้านหลัง พอหันไปมองก็เห็นว่าเป็นริช! เขาเตะหลังของปีศาจร้ายเข้าอย่างจัง

            เดมอนครางออกมา ยกมือกุมหน้าผาก ส่วนริชเดินถอยหลังด้วยสีหน้ายิ้มๆ น่ากลัว ฉันได้แต่กลืนน้ำลายไม่รู้ว่าจะทำยังไงต่อไปดี ซันไม่ปล่อยให้ฉันคิดนาน เขาลุกจากที่นั่งอยู่แล้วก็ดึงให้ฉันไปหลบอยู่ข้างหลังเขา

            “ซัน” ฉันเรียกชื่อเพื่อนด้วยความกลัว แต่ซันกลับแค่ยิ้มให้

            “ไอ้ริช มึงนี่วอนจังนะ” เดมอนขยับตัวลุกขึ้น แสยะยิ้มให้กับริชที่เพิ่งถีบหลังเขามาหยกๆ

            “เมื่อคืนมึงยังไม่หยุดเหรอ”

            “กูว่า อย่างมึงมากกว่าที่เจ็บแล้วเสือกไม่จำ” ริชยิ้มๆ เขาหันมามองฉันแวบหนึ่งแล้วก็เบือนหน้าไปทางอื่น ฉันเม้มปากแน่นด้วยความกลัว ไม่รู้ว่าจะหลบไปอยู่ตรงไหนดี

            “มึงอย่ามายุ่งกับเรื่องของกูได้มั้ย กูบอกมึงแล้วใช่มั้ยว่าอย่ามายุ่งกับผู้หญิงของกูน่ะ!

            “ก็นะ ผู้หญิงเค้าไม่เห็นอยากจะเล่นด้วยเลย” ริชพูด ก่อนที่ทุกคนจะหันมามองฉันพร้อมกัน

            หัวใจของฉันสั่นไหว กลัวที่สุดคือสายตาของเดมอน เขาจ้องมองมา แล้วไม่ละสายตาไปไหน

            “ลองถามชะเอมดูสิ ว่าเธออยากอยู่กับมึงมั้ย ดูสายตาของเธอที่มองมึงสิ

            ฉันไม่รู้ว่าตัวเองทำหน้ายังไงอยู่ ไม่รู้ด้วยว่ามองเดมอนด้วยสายตาแบบไหน ร่างกายร้อนสลับหนาว อยากถอยหนี แต่ตรงนี้ก็ไม่มีที่ที่จะให้หลบซ่อนอีกต่อไปแล้ว

            “บอกตามตรงนะ ว่าตอนแรกก็ไม่อยากยุ่งกับมึงนักหรอกเดมอน แต่หน้ากูก็พังซะขนาดนี้ แถมมึงก็ดูไม่ค่อยสนใจไยดีชะเอมเท่าไหร่เลยนี่ ต่อหน้าเธอ มึงทำอะไรไว้บ้าง จำได้มั้ยเดมอน”

            คำพูดของริช มันสะกิดใจฉันเหมือนกัน

            นั่นสินะ ฉันทำอะไรผิด ทำไมมันถึงเป็นอย่างนี้ไปได้ แต่เมื่อเรื่องมาถึงตอนนี้แล้ว หลายอย่างที่ได้รับมาจากเขา มันก็ช่วยฉันเอาไว้ ดังนั้นมันเลยค้ำคออยู่ในตอนนี้

            “ลองถามผู้หญิงคนนั้นดูสิ ว่าคิดยังไงกับมึง”

            เดมอนเริ่มขยับตัว เขาหันมาทางฉันทั้งตัว แต่ก็ไม่ได้เข้ามาคุกคามนอกจากยืนมองนิ่งๆ

            “เธอคิดยังไงกับฉัน” เขาถาม เป็นคำถามที่ไม่เคยคิดว่าจะหาคำตอบให้กับเขาได้

            ฉันโกรธเขา เกลียดเขา แต่ก็ไม่สามารถผลักไสเขาไปได้ เหตุผลที่มันมีหลายอย่าง ทำให้ฉันตัดขาดจากเขาไม่ได้

            “ต้องการแค่เงินจากฉันใช่มั้ย?” เดมอนพูด ฉันหน้าชาเหมือนถูกตบหน้าด้วยมือล่องหลายสิบฉาด อับอายจนอยากจะแทรกตัวหนี ถึงแม้ที่ตรงนี้จะมีแค่ริชกับซันเท่านั้น

            และถึงแม้ว่าทั้งสองคนก็น่าจะรู้อยู่แล้วว่าฉันคบกับเดมอนด้วยความสัมพันธ์ทางกายรูปแบบหนึ่ง แต่ฉันก็ยังกลัว ยังอับอาย และไม่อยากให้ใครมองมาในตอนนี้

            “ว้าว เกิดมาเพิ่งเคยเจอ จริงอยู่ที่ผู้หญิงที่เคยเจอ พวกนั้นก็หวังเงินจากฉัน แต่พวกนั้นก็ชอบฉันด้วย แต่เธอนี่ชอบแค่เงินอย่างเดียวเลยนะ” เดมอนพูดมาอย่างไม่ไว้หน้า ฉันก็อ้าปากค้างพูดอะไรไม่ออก

            มันก็จริงอย่างที่เขาพูดนะ ตั้งแต่แรกเริ่มเลย ฉันไม่ได้ชอบเขาและใช้เงินของเขาไปแล้ว

            “ไม่ได้ชอบฉันสินะ” เดมอนสบถออกมาไม่ซ้ำคำ เมื่อฉันไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธ

            “เฮ้ อยากรู้อะไรดีๆ มั้ย ซัน ริช” เขาพูด แต่ฉันเริ่มสังหรณ์ใจไม่ดีเลย

            “ที่กูอยู่กับผู้หญิงคนนี้ก็ไม่ใช่อะไรหรอกนะแต่เผอิญว่ากูจ่ายเงินไปแล้วไง ไม่อยากเสียเงินเปล่าๆ เข้าใจมั้ย”

            ฉันยิ่งกว่าหน้าชา ขยับปากทำท่าจะพูดบางอย่าง แต่ก็คิดอะไรไม่ออก นอกจากจ้องหน้าเขาด้วยความเสียใจ

            “เท่าไหร่ล่ะ” ริชขยับตัวก้าวเข้ามา ฉันเลยยิ่งตกใจ เพราะเรื่องมันทำท่าจะไปกันใหญ่แล้ว

            “ก็ราวๆ สี่หมื่นล่ะมั้ง เยอะใช่มั้ยล่ะ” เดมอนยิ้มกว้าง ฉันเลยเป็นฝ่ายน้ำตาตก

            มันก็จริงอย่างที่เดมอนบอก ฉันใช้เงินของเขาไปแล้ว แต่ก็มีเงินจำนวนหนึ่งที่ยังไม่ได้ใช้ รอเงินจ้างค่าทำฟรีแลนซ์แต่มันก็ไม่เข้าจนแล้วจนรอด เพราะอย่างนั้นฉันก็เลยกระอักกระอ่วนตอนนี้

            “มันก็เป็นเงินก้อนใหญ่ ให้ตาย สี่หมื่นเลยนะ”

            ใช่มันเงินที่เยอะมาก มากชนิดว่าต่อให้ทำงานอีกหลายเดือนก็ยังหาเงินมาคืนเขาในคราวเดียวไม่ได้

            “เหรอซัน เฝ้าชะเอมไว้ที เดี๋ยวฉันมา” ริชบอกกับซัน ซึ่งฉันไม่เข้าใจว่าพวกเขากำลังจะทำอะไรกันแน่

            ริชเดินจากไป ฉันเองก็เผลอมองตามเขาจนได้ยินเสียงหัวเราะหยันๆ จากปีศาจร้าย

            “มองตามตาละห้อยเชียว ไหนบอกว่าไม่มีอะไรกันไงวะ!!” เดมอนตะคอก ทำท่าจะโผเข้ามาหาฉันเหมือนทุกที แต่ครั้งนี้ซันเข้ามาขวางไว้ พร้อมกับผลักอกให้เดมอนถอยห่างออกไป

            “อย่ายุ่งกับเพื่อนกูเดมอน”

            “เพื่อนมึงแต่ผู้หญิงของกูว่ะ”

            “มึงก็ลองเข้ามาสิเดมอน” ท่าทางเอาจริงของซัน ทำให้เดมอนไม่เข้ามาใกล้

            “เลิกยุ่งกับเพื่อนกูซะเดมอน ให้มันจบเถอะ!

            “กูคงเลิกไม่ได้หรอกนะซัน ก็บังเอิญกูจ่ายเงินแล้ว” เดมอนพูด ทำน้ำตาฉันร่วงทั้งเจ็บทั้งแค้นใจ

            “อ้อเหรอ คนอย่างมึงเนี่ยนะ ที่กูจะปล่อยให้เพื่อนกูไปคบกับมึง” ซันพูดอย่างแค้นๆ เดมอนเลยหัวเราะบ้าง

            “คบเหรอ กูไม่ได้พูดแบบนั้นสักคำเลย กูกับเพื่อนมึง ไม่เคยคบกันมาก่อนนะ ขอแก้ข่าวหน่อย” เดมอนส่ายนิ้วไปมา ฉันเลยรู้ ว่าใจจริงของเขาคิดแบบนี้มาตลอดนี่เอง

            เขาคิดเหรอ ว่าฉันต้องการแค่เงินของเขาเท่านั้น แล้วฉันก็มอบทุกอย่างให้เขาไปหมด ถ้าไม่รู้สึกบางอย่างกับเขา ฉันจะทำเรื่องแบบนี้ได้เหรอ ฉันอยากจะถามออกไป แต่สิ่งที่ทำได้ก็คือซ่อนตัวใต้แผ่นหลังของซันเงียบๆ อย่างน่าสมเพช

            “งั้นก็ดี นี่ ห้าหมื่นบาทสำหรับการที่ให้มึงไสหัวเลิกยุ่งกับเพื่อนของกูซะ

            ริชกลับมาอีกครั้ง กับคำพูดที่ฉันสาดน้ำกรดใส่ฉันแล้วก็ขุดหลุมฝังให้ฉันตายทั้งเป็น

         เดมอนหันไปมองคนที่เดินกลับมาอีกครั้งกับซองบางอย่างในมือ ไม่ต้องเดาเลยว่าในนั้นคืออะไร

            “กูไม่อยากได้เงินที่เกินมาว่ะ” เดมอนพูดเสียงเย็น และฉันเองก็ไม่รู้ว่าเขาทำหน้ายังไงอยู่

            รู้แค่ว่าตอนนี้ ฉันไม่มีหน้าจะไปสู้หน้าใครได้อีกแล้ว

            “ไม่เป็นไร ก็ตามใจนะ”

            ทั้งสองคนพูดอะไรกันอยู่นาน สุดท้ายก็ได้ยินเสียงฝีเท้าหนักๆ ก้าวออกห่างไป ฉันค่อยๆ ขยับตัวออกจากแผ่นหลังของซันเพื่อดูสถานการณ์ แล้วก็ได้ก็เห็นว่าเดมอนเดินไปไกลแล้ว ขนาดดูจากแผ่นหลังก็ยังรู้ว่าเขาหัวเสียมากแค่ไหน

            “เลิกยุ่งกับหมอนั่นซะ เอามือถือเธอมา” ซันเดินเข้ามาใกล้ ออกคำสั่งที่ดูแล้วก็ไม่ต่างกับเดมอนเท่าไหร่เลย

            “ฟังฉันนะชะเอม เธอไม่รู้หรอกว่าหมอนั่นมันร้ายกาจขนาดไหน ได้ยินที่มันพูดแล้วใช่มั้ย เพราะอย่างนั้น ลืมมันซะ ผู้ชายแบบนั้นไม่มีทางทำให้เธอมีความสุขได้”

            ใช่ มันจริงอย่างที่ซันบอก คนอย่างเดมอนน่ะ มีแต่จะทำให้ฉันต้องเสียใจเสียน้ำตา ไม่มีวันที่จะมีความสุขอย่างที่ทุกคนพยายามบอกแน่

            “ไม่ต้องห่วงเรื่องฉันหรอกนะ เงินแค่นั้นน่ะไม่เท่าไหร่หรอก ห่วงตัวเองเถอะ จะเดินไม่ไหวอยู่แล้ว” ริชเป็นคนพูด ทำไหล่ฉันสะท้านขึ้นลงเพราะแรงสะอื้น สุดท้ายก็ร้องไห้โฮออกมาด้วยความกลัว

            ซันเดินเข้ามากอดและปลอบใจด้วยการลูบหัว

            “ไม่เป็นไรแล้ว ไม่ต้องร้อง ยัยโง่เอ๊ย มีเรื่องอะไรทำไมไม่บอกแต่แรก เกือบแย่แล้วมั้ยล่ะ!

 

            ฉันจำไม่ได้เลยว่าร้องไห้นานแค่ไหน รู้แค่ว่าตลอดเวลามีซันกับริชคอยปลอบใจอยู่ข้างๆ ไม่นานซายะก็รู้เรื่องและตามมาด่าฉันด้วย เธอโวยวาย ร้องไห้และตีฉัน แต่สุดท้ายก็เข้ามากอดเอาไว้แน่น แล้วก็บอกขอโทษทั้งที่มันไม่ใช่ความผิดของเธอเลยสักนิด

            “เกี่ยวสิ ทำไมจะไม่เกี่ยว!” ซายะบอก ฉันเลยยิ้มให้ ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมามัวเอาแต่ร้องไห้แล้ว อีกอย่างฉันก็เสียน้ำตาไปมากแล้วด้วย หมดเวลาที่จะมาเสียใจอีกแล้ว

            “เธอต้องบอกฉันสิ เธอเดือดร้อนมาตลอดแต่ฉันกลับไม่รู้เลย” เธอว่า

            ฉันไม่กล้ายืมเงินของซายะหรอก เพราะตอนนี้เธอย้ายเข้าไปอยู่คอนโดเดียวกับซันแล้ว และช่วยกันผ่อนซื้อคอนโด มีรายจ่ายมากมายกว่าฉันที่ยังมีที่อยู่เป็นของตัวเอง อีกอย่างหนึ่ง ที่ผ่านๆ มาทั้งสองคนก็มีน้ำใจ ช่วยเลี้ยงข้าว ชวนให้ออกไปไหนมาไหนด้วย สำหรับคนที่ไม่มีเพื่อนฝูงเลยแค่นี้มันทำให้ฉันดีใจที่สุดแล้ว

            แต่ถ้าเมื่อไหร่ฉันไปทำความลำบากใจให้กับซันและซายะ มิตรภาพที่ฉันต้องการมาตลอดมันก็คงจะหายไปแน่

            “มันก็

            “ทีนี้ก็หยุดเลยที่จะไปรับข้อเสนอของใครง่ายๆ ไม่รู้หรอกนะว่าเธอไปรู้จักกับหมอนั่นยังไง แต่เดาเอาเลย นิสัยแบบเดมอนน่ะมันต้องบังคับเอาจากเธอ ไม่ก็จี้ใจถูกจุด ไม่อย่างนั้นคงไม่เป็นอย่างนี้” ซันกอดอกจ้องหน้าฉันเขม็ง

            และใช่ เขาเดาถูกหลายเรื่องเลย

            “จำเอาไว้นะ เธอยังมีพวกฉันอยู่ อย่าเก็บเรื่องเอาไว้คนเดียว”

            “เข้าใจแล้ว” ฉันบอกเสียงค่อย ก่อนจะหันไปมองริชเป็นคนสุดท้าย

            เขากำลังเขียนอะไรอยู่ พอมองดูให้ดีๆ ก็เห็นว่ามันเป็นรายงานที่ฉันกับซันต้องทำส่งนั่นเอง

            “งั้นเอาเป็นว่าพวกเราไปก่อนนะ เธอคงมีเรื่องอยากคุยกับริชตามลำพัง” ซันดึงตัวซายะให้ออกห่าง ทิ้งฉันไว้ในสถานการณ์ที่อึดอัดอีกครั้ง

            “เฮ้ย ฝากชะเอมด้วยนะ” ซันบอกกับริชที่กำลังปิดหน้าหนังสือลงพอดี

            “อ้อ ได้ ไม่มีปัญหา” ริชพึมพำ แล้วหันมามองฉันทั้งตัว

            “หรือเธอไม่อยากคุยกับฉันตอนนี้”

            “อือฉันอยากคุยกับนาย” ฉันบอกกับเขา อย่างน้อยตอนนี้ก็อยากคุยให้เข้าใจ จะได้สบายใจขึ้นกว่านี้

            ซันกับซายะเก็บของไปทุกอย่าง รวมถึงข้าวของของฉันที่ตั้งใจจะเอามาทำรายงานอย่างหนังสือและโน้ตบุ๊กด้วย

            “คุยกันไปเถอะ แล้วนายก็อย่าทำให้เพื่อนฉันกลัวด้วยนะ” ซันย้ำ ริชก็หัวเราะ ส่วนฉันก็ได้แต่ยิ้มแห้งๆ เท่านั้น

            “เอาล่ะ อยากคุยกันก็จริง แต่ว่าตอนนี้ฉันหิวแล้ว ออกไปหาอะไรกินด้วยกันมั้ย” ริชถามอย่างใส่ใจ

            แตกต่างกับผู้ชายคนนั้นลิบลับ

         “ไม่ต้องห่วงน่า ฉันไม่ได้มีนิสัยเหมือนกับหมอนั่นหรอก ฉันเสียใจ ที่อาจจะเป็นต้นเหตุให้เธอต้องเจ็บ” น้ำเสียงของริชทุ้มต่ำ ช่วยประคองฉันให้เดินมาพร้อมกับเขา

            เดมอนร้ายกับฉันซะจนแทบจะเดินไม่ไหว แต่ทำไมริชถึงได้รู้ว่าตอนนี้ฉันกำลังลำบากอยู่ ถึงอยากรู้มากแค่ไหนก็ไม่ได้ถามมันออกไป ดูเหมือนว่าฉันกลัวคำตอบอยู่

         “ไม่รู้ว่าเดมอนเห็นเรากินข้าวด้วยกันตอนไหน มันมายั่วโมโหฉันน่ะ ฉันก็เลยปากไวไปหน่อย ทำนองว่าเธอชอบฉันอะไรอย่างนี้ หมอนั่นเลยเม้งแตก แล้วก็มาถึงตอนนี้” ริชอธิบายให้ฟัง ซึ่งฉันก็รู้รางๆ ก่อนหน้านี้แล้ว

            “โทษทีนะ ไม่ได้อยากให้มันเป็นแบบนี้ ฉันเลยอยากมาขอโทษน่ะ”

            “อือ ขอบใจนะ

 

            หลังจากนั้นก็ไม่มีเรื่องของเดมอนเข้ามายุ่งเกี่ยวกับฉันอีก ทุกอย่างราบรื่นดี และเมื่อได้เงินจากการทำงานฟรีแลนซ์ก็ค่อยๆ ทยอยจ่ายคืนให้กับริชไป เขาบอกว่าไม่รีบร้อนและไม่อยากให้ฉันลำบาก ให้คืนเท่าที่พอจะคืนได้

            ฉันมารู้ตอนหลังจากซายะ ว่าครอบครัวของริชรวยมาก และกิจการมากมาย ชนิดที่ว่าไม่ต้องทำอะไรเลยก็มีเงินกินไปทั้งชาติ ฉันก็เลยสบายใจขึ้นมาได้นิดหน่อย แต่ยังไงก็ตั้งใจจะคืนเงินทุกบาททุกสตางค์ให้เขาแน่นอน

            ผ่านมากว่าหนึ่งอาทิตย์ เดมอนก็ไม่ได้ติดต่อมาเลยไม่ว่าจะทางไหน แต่ฉันยังเก็บเบอร์และบัญชีไลน์ของเขาไว้ เพื่ออะไรฉันเองก็ไม่แน่ใจ รู้แค่ว่า ในหัวใจมันยังกังวลอยู่ ไม่รู้ว่ามันจะจางหายไปตอนไหนด้วย

            วันนี้เป็นวันที่เรานัดกันออกไปเที่ยวข้างนอกด้วยกัน ก็มีซัน ซายะ ไปขึ้นเรือของริชกัน ทั้งสองคนบอกว่าไม่อยากให้ซึมเศร้าหดหู่อยู่คนเดียว ทั้งบังคับทั้งตัดพ้อต่อว่า จนฉันยอมตกลงด้วยในที่สุด

            ทริปนี้เป็นการล่องเรือยอร์ชที่พัทยากัน เป็นปาร์ตี้แบบส่วนตัวมากๆ ซึ่งซายะบอกว่าอาจจะมีน้องชายของริชไปด้วย ซึ่งแต่ละคนนั้นหน้าตาหล่อเหลาสาวกรี๊ดมาก แต่เชื่อไหม ว่านับตั้งแต่ที่ได้เจอกับเดมอนฉันไม่ตื่นเต้นกับผู้ชายหน้าตาดีอีกเลย ตรงกันข้ามฉันกลัวมากอีกต่างหาก

            “นี่ บิกินี่สุดสวย!” ทันทีที่มาถึงโรงแรมสุดหรู ซายะก็ยัดเยียดชุดว่ายน้ำมาให้

            “แต่ว่ามัน” ฉันอึกอัก เพราะคิดว่าจะไม่ต้องสวมชุดว่ายน้ำ แค่มากินข้าวหย่อนขาลงน้ำพอเป็นพิธีอะไรแบบนี้

            “ไม่ต้องมาแต่เลยนะ ถ้าเธอใส่กางเกงยีนเสื้อยืดแบบนี้บรรยากาศก็กร่อยพอดี น่า เห็นใจฉันหน่อยนะ จะให้ฉันใส่บิกินี่แค่คนเดียวมันก็อายเหมือนกันนะ”

            “คนอย่างซายะอายเป็นด้วยเหรอ” ฉันแกล้งแซว ซายะเลยขึงตาใส่อย่างไม่พอใจ

            “อ่ะ ไม่ล้อเล่นแล้วก็ได้ แต่ว่าขอใส่เสื้อแจ็กเก็ตทับไว้ก่อนได้มั้ย” ฉันยังหวั่นๆ อยู่ไม่อยากใส่ชุดที่มันเปิดเผยเนื้อตัวมากเกินไป เชื่อไหม ว่าตามเนื้อตัวของฉันยังมีรอยจูบรอยช้ำนับไม่ถ้วนบนตัว ซึ่งก็ไม่รู้ว่ามันจะหายไปอย่างหมดจดได้เมื่อไหร่

            “โอเคเลย ฉันอยากให้ซันเห็นฉันใส่ชุดว่ายน้ำ แต่ก็เขินที่ต้องใส่คนเดียว มาเถอะ รีบเปลี่ยนชุด จะได้ไปเล่นน้ำกัน” ซายะพูดอย่างมีความสุข

            “โอเคเลยค่ะ

            ต่อมาเราสองคนเลยสวมชุดคลุมหลังจากที่เปลี่ยนเป็นชุดว่ายน้ำเรียบร้อยแล้ว เห็นหนุ่มๆ บอกว่าเตรียมอาหารเช้าไว้รอแล้วด้วย ท้องฉันเริ่มหิว แต่ก็รู้สึกกระอักกระอ่วนแปลกๆ

            ฉันกับซายะลงเรือยอร์ชลำหรู ที่ก็เพิ่งรู้ว่าริชซื้อเป็นสมบัติส่วนตัวของตัวเองแล้วด้วย เล่นเอาตกใจไม่น้อยเลยที่เขารวยสมชื่อริชได้ขนาดนี้

            “บาร์บีคิวสุกพอดีเลยสาวๆ มาเร็ว” ซันกวักมือเรียก ซายะก็กระตุกมือของฉันให้เดินเข้าไปใกล้หนุ่มๆ

            ริชยังไม่ออกเรือ บอกว่าต้องรอน้องชายอีกสองคนตามมาก่อน น่าจะประมาณอีกหนึ่งชั่วโมงหลังจากนี้

            “อ่ะ นี่ของซายะ และนี่ก็ของเอม” ซันยื่นไม้บาร์คิวส่งมาให้ ฉันเองก็รับมาแล้วส่งมันเข้าปาก

            นาทีต่อมาฉันก็ต้องขมวดคิ้วนิ่วหน้า เพราะมัน มันเหม็นเอียนในโพรงปากและลามไปถึงในคอจนต้องวางไม้บาร์บีคิวลง

            “ฉันขอเข้าห้องน้ำหน่อยได้มั้ย” ฉันพูดขึ้น ริชก็ชี้นิ้วให้ ฉันเลยรีบเดินตรงไปอย่างรวดเร็ว

            ฉันหน้าซีดเผือดในห้องน้ำ ยกมือทาบลำคอเมื่อรู้สึกอยากจะอาเจียนออกมาซะให้ได้

            “ไม่ ได้โปรด ไม่



[1] เพลย์บอย (Playboy) เป็นรูปแบบสมัยใหม่ของความเป็นคาสโนวาอย่างเปิดเผย คือ การเป็นคนเจ้าสำราญและเจ้าชู้

[2] เจนเทิลแมน (Gentleman) สุภาพบุรุษ ชายชาติตระกูลดี ผู้มีกิริยาสุภาพ




Damon's Eyes ปีศาจร้ายร่ายรักร้อน

วางขายตามร้านหนังสือทั่วไปแล้วค่ะ

หรือสอบถามสั่งซื้อผ่านทาง สนพ ได้โดยตรงเลยค่ะ

 ➡  https://m.me/meejairakpublishing

 

E-Book ซื้อได้ที่นี่เลยค่ะ กดที่รูปได้เลยนะคะ




http://40.media.tumblr.com/85d206b3270d8aeb443afa1da3a45124/tumblr_nqno6i2FpW1qbetfwo1_1280.jpg
http://41.media.tumblr.com/67a52e11db46b16c725b1e465e197d19/tumblr_nqno6i2FpW1qbetfwo3_1280.jpg
http://41.media.tumblr.com/312346f6984ca5ea6b9142a08a57f660/tumblr_nqno6i2FpW1qbetfwo2_1280.jpg


 

Talk 1...

Song :: Middle School – How To Say Sorry.

ท่าทางจะมีเรื่องกันหมดทุกคนนั่นแหละ

เดมอนน่ากลัว ริชก็น่ากลัว ส่วนเอมน่าสงสาร

อีเดมอนมันไม่รู้ตัวเลยสินะ ว่าที่เป็นอยู่น่ะคืออาการอะไร

หลังจากนี้ล่ะก็ หึๆ บอกได้เลยค่ะ ว่าน่ากลัวมาก

เอมเอ๊ย หนูจะรอดไหมลูก

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 217 ครั้ง

218 ความคิดเห็น

  1. #19193 BabiiMild (@BabiiMild) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 18 มกราคม 2562 / 12:31
    พี่มู่คะ ebook จะออกตอนไหนคะอยู่ ตปท ไม่สะดวกซื้อรูปเล่ม
    #19193
    0
  2. #18985 Erng_Erng (@Erng_Erng) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2561 / 14:26

    เฮ้ออออ ชะเอมมม สงสารรร ริชก็ดีสุดฉุดไม่อยู่
    #18985
    0
  3. #18982 MULEE & MOEI ♚ (@mu_mu_jung) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2561 / 12:55

    เว็ปไม่แจ้งเตือนค่ะ ไม่รู้ทำไม

    แต่อัพตอนใหม่แล้วนะคะ กดอ่านต่อได้เลยค่ะ

    #18982
    0
  4. #18981 ★BeEsie Smith★ (@bngpy) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2561 / 23:44
    rob ที่ว่าร้ายทเจอเดมอนเข้าไป rob คือคนดีไปเลย 😨
    #18981
    0
  5. #18961 Erng_Erng (@Erng_Erng) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2561 / 15:11

    พี่ภูๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #18961
    0
  6. #18959 MULEE & MOEI ♚ (@mu_mu_jung) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2561 / 12:44

    #DamonsEyes???? #เดมอน #ชะเอม

    ใกล้จะหมดเวลาพรีแล้วนะคะ รอบนี้ไวค่ะ

    หมดเขตวันที่ 25 นี้แล้วค่ะ หนังสือจัดส่ง 10 มค ค่ะ

    มู่ฝากไว้ด้วยนะคะ แต่ตอนนี้ก็นะเออ

    พิริชนี่ตัวปัญหารึเปล่า เอมเอ๊ยยยย ???“

    #18959
    0
  7. #9596 หนูบัว (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2558 / 08:22
    นางหนูชะเอมจะท้องไม???

    มู่เขียนให้ริชเป็นพี่น้องฝาแผดที่ถูกพราไปหน่อยจิ5555
    #9596
    0
  8. #8066 Claire (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2558 / 08:55
    ปากเดมอนนี่น่าจูบแถมน่าตบด้วยนะเออ.
    #8066
    0
  9. #7851 ` วังเวอเวย์ [?] (@zosoindy) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2558 / 15:01
    แง สงสารชะเอมอ่า TT เดมอนร้ายยยย
    #7851
    0
  10. #7768 looknam_nr (@looknam_nr) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2558 / 23:09
    รอพี่มู่มาอัพนะคะ หวังว่าคืนนี้เจอกัน
    #7768
    0
  11. วันที่ 6 กรกฎาคม 2558 / 22:15
    อัพเด้ออ
    #7767
    0
  12. วันที่ 6 กรกฎาคม 2558 / 22:15
    รอเด้อๆ
    #7766
    0
  13. วันที่ 6 กรกฎาคม 2558 / 22:14
    รอคร้าาาาา
    #7765
    0
  14. #7764 parestory (@duckugly) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2558 / 18:04
    เฮ้ยๆๆๆๆๆ   ไม่ทันไรท้องแระอ่าาาาา
    #7764
    0
  15. #7763 parestory (@duckugly) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2558 / 18:04
    เฮ้ยๆๆๆๆๆ   ไม่ทันไรท้องแระอ่าาาาา
    #7763
    0
  16. #7762 Nong (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2558 / 17:18
    ชะเอมต้องไม่ท้องน้าาาาาาาา
    #7762
    0
  17. #7761 กรรดึก (@angel-dimond) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2558 / 10:47
    อินางเอ้ย สาวๆ เซตนี้จะท้องกันหมดเลยไหม
    #7761
    0
  18. #7760 Meatavee Bungbrakearti (@meapang) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2558 / 03:33
    สนุกมากตามมาอ่านเพราะไรท์ สั้นๆแต่เนื้อๆ นางเอกไรท์สะบักสะบอมทุกตอน 555
    #7760
    0
  19. #7759 kannks (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2558 / 01:18
    เอาใจช่วยเอม
    #7759
    0
  20. #7758 Noey Berry (@1-1398-0003-417) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2558 / 23:36
    ท้องอ่ะป่าวค่ะ ต่อไวๆนะค่ะรออยู่
    #7758
    0
  21. #7757 omega_2 (@mintomega) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2558 / 23:28
    นี่มันเซตท้องสินะ5555
    #7757
    0
  22. #7756 iamjanee (@myjanenee) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2558 / 22:49
    เห้ยย อย่าบอกนะว่าเอมท้อง โห้ยๆๆๆ
    #7756
    0
  23. #7755 iamjanee (@myjanenee) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2558 / 22:48
    เห้ยยย อย่บอกนะว่าเอมท้อง งานงอกเลยนะ
    #7755
    0
  24. #7754 Dipsypo (@za-zha) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2558 / 22:30
    ไม่อยากให้ท้องเลย อยากให้เปลี่ยนแนวบ้าง
    #7754
    0
  25. #7753 Tncp (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2558 / 22:23
    สงสารเอมชิป
    #7753
    0