Angel Eyes

  • 95% Rating

  • 60 Vote(s)

  • 3,080,152 Views

  • 19,964 Comments

  • 10,631 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    30,036

    Overall
    3,080,152

ตอนที่ 34 : Damon`s Eyes 😈 | Re-write Ver. Ep.01

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 33650
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 225 ครั้ง
    14 ก.พ. 62

http://40.media.tumblr.com/be7f923574f7b63a624fcab53b1f0987/tumblr_npdgu8vqVa1qbetfwo4_r1_500.jpg


Damon’s Eyes

(Story of Damon & Cha-Em)

 

But we're gonna start by

Drinking old cheap bottles of wine,

Sit talking up all night,

Doing things we haven't for a while,A while yeah,

We're smiling but we're close to tears,

Even after all these years,

We just now got the feeling that we're meeting for the first time.

เราเริ่มต้นด้วยการ

ดื่มไวน์เก่าๆ ด้วยกันสองสามขวด

นั่งคุยกันทั้งคืน

คุยกันในเรื่องที่ไม่ได้คุยกันมาพักใหญ่แล้ว

เรายิ้มให้กันและเกือบจะร้องไห้ออกมา

แม้ว่าจะผ่านไปนานเป็นปีแล้ว

แต่ความรู้สึกยังเหมือนว่าเราเพิ่งจะพบกันในครั้งแรกอยู่เลย

Song :: The Script - For The First Time

 

Damon’s Eyes 01

Don’t Give Up On Me Baby

 

         ค่าตัวฉันน่ะแพงนะ

            เรื่องของฉันเริ่มต้นด้วยประโยคก่อนหน้านี้ ที่มันทำให้ชีวิตของฉันพลิกจากหน้ามือเป็นหลังในได้ภายในหนึ่งชั่วโมง

         ฉัน ชะเอมแค่ชื่อก็เฉยเฉิ่มมากแล้วใช่ไหม ตัวจริงของฉันก็เหมือนกับชื่อนั่นแหละ

         หลังจากผ่านมาเกือบสี่ปีที่เฝ้ามองผู้ชายคนหนึ่งมาตลอด ทำให้ฉันรวบรวมความกล้าไปหา คีย์ เพราะเรียนจบแล้ว ดังนั้นเราเลยจะไม่ได้เจอกันอีกแล้ว ฉันเลยไปหาคีย์ตั้งใจจะบอกความรู้สึกที่มองแค่เขาคนเดียวมาตลอดหลายปี แต่ก็นะ เชยเฉิ่มที่แทบจะไม่มีตัวตนเมื่อเพื่อนๆ คนอื่นรวมตัวกัน

            คีย์หัวเราะ มองหน้าฉันเมื่อเขามาตามนัด และพูดในสิ่งที่อยู่ในใจของฉันออกมา

            จะมาสารภาพรักเหรอ จริงดิเอม…’ เขาหัวเราะ ยกมือปิดปากมองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาแกมสมเพช

            ฉันรู้ว่ามันผิดตั้งแต่ที่คิดชอบหนุ่มหล่อสุดฮอตของคณะแล้ว แต่มันช่วยไม่ได้นี่ เราเรียนเมเจอร์เดียวกันมาตลอด ทำงานกลุ่มด้วยกันก็หลายครั้ง เขาเป็นจุดศูนย์กลางของเพื่อนๆ ไม่ว่าจะชายหรือหญิง แตกต่างกับฉันจากหน้ามือเป็นหลังมือ เพราะอย่างนั้นล่ะมั้ง ฉันเลยเอาแต่มองเขาโดยที่ไม่ได้มองดูตัวเองบ้างเลย

            หรือไม่ใช่…’ เขาช่วยหาทางออกให้ ตอนที่ฉันกำลังจะร้องไห้อยู่รอมร่อ

            เมื่อเปิดทางให้มาแบบนั้น ฉันก็ไม่อยากจะเสียหน้าและถูกหัวเราะไปตลอดด้วยการพยักหน้าแล้วก็เปิดกระเป๋าหยิบปากกาแท่งหนึ่งจากในนั้นออกมาแล้วส่งมันให้กับเขาไป

            นายทำตกไว้น่ะ คิดแล้วมันก็น่าหัวเราะนะ ฉันยังเก็บปากกาแท่งนี้เอาไว้ เมื่อเห็นเขาทำตกเมื่อไม่กี่วันก่อน

            หือ?’ คีย์เลิกคิ้วสูง และยิ่งมองฉันด้วยความหวาดกลัว ฉันเลยยิ่งรู้สึกแย่เข้าไปใหญ่หนักกว่าเดิมไม่รู้กี่เท่า

            นายทำมันตกน่ะ ฉันจำได้ว่าเป็นของนาย…’ สาบานได้ ฉันไม่เคยดูโง่ขนาดนี้มาก่อนเลยจริงๆ

         อ้อเหรอ งั้นก็ขอบใจนะ…’ คีย์ทำหน้าพิกลตอบที่รับปากกาจากมือของฉันไป

         และในตอนนั้นเอง ก็มีผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามา แน่นอนว่าเธอแตกต่างจากฉันแบบสุดขั้ว ทั้งสวย ทั้งเซ็กซี่ ผิดกับยัยเฉิ่มที่ไม่มีอะไรน่ามองอย่างฉันเลย เธอคือ เดซี่ สาวสวยของคณะที่เหมาะสมกับคีย์ทุกประการ

            ช้าจัง คุยอะไรกันอยู่น่ะ เธอชักสีหน้าอย่างน่ารักใส่คีย์ แล้วหันมาขึงตาใส่ฉันเหมือนไม่พอใจ

            ไม่มีอะไรหรอก ชะเอมเธอเก็บปากกาให้ฉันน่ะ เพิ่งจะเอามาให้…’ คีย์พูดแล้วก็หัวเราะ ช่วยให้เรื่องของฉันยิ่งน่าสมเพชเข้าไปอีก

         ตายจริง เหมือนพวกสตอล์กเกอร์[1]ไม่มีผิดเลย เดซี่หัวเราะ แล้วมองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้า ส่วนฉันเหรอ หน้าชาเหมือนถูกตบหน้าไม่กี่กี่สิบฉาดเข้าไปแล้ว

            ช่างเถอะ ปากกาแท่งโปรดของคีย์ด้วยนี่นา ขอบใจเธอด้วยนะชะเอม งั้นเอางี้ คืนนี้ฉันมีปาร์ตี้วันเกิดของฉันเอง ไปสนุกด้วยกันสิ…’ เธอยิ้มพราย แต่ฉันส่ายหน้าปฏิเสธแบบไม่ต้องคิดให้มากความเลยแม้แต่น้อย

            งั้นหรือว่าเธอตั้งใจเรียกคีย์มาสารภาพรักเหมือนในการ์ตูนญี่ปุ่นกันล่ะ คงไม่ได้แค่เอาปากกามาคืนอย่างเดียวมั้ง เธอหัวเราะ ฉันเลยไม่รู้จะทำยังไง แค่นี้ก็เหมือนถูกตบหน้ากลางสี่แยกอย่างไรอย่างนั้น ไม่อยากกลายเป็นตัวตลกในกลุ่มเพื่อนของเดซี่หรือว่าคีย์อีกต่อไปแล้ว เพราะฉะนั้นเลยพยักหน้ารับไปอย่างโง่แสนโง่

            งั้นเจอกันคืนนี้ แต่งตัวสวยๆ ด้วยล่ะ ที่นี่นะ ยื่นบัตรให้กับพนักงานรักษาความปลอดภัยได้เลย…’ เดซี่ทิ้งนามบัตรเอาไว้ให้ บอกให้รู้ว่าเธอเจ๋งและเริ่ดมากแค่ไหน ถึงได้มีนามบัตรที่เข้าออกผับหรูได้ง่ายๆ แน่ล่ะ เธอเป็นลูกนักการเมืองที่มีชื่อเสียงนี่นา ผิดกับฉันที่เป็นเด็กกำพร้าที่อยู่ตัวคนเดียว ไม่มีทุนการศึกษาคงเรียนจบไม่ได้อย่างเป็นอยู่

            เจอกันคืนนี้นะ บาย~’ เธอส่งจูบให้ฉันหลายครั้งแล้วก็ควงแขนคีย์จากไป ทิ้งให้คนโง่อย่างฉันยืนหนักใจอยู่คนเดียว ฉันนี่โง่ทำอะไรโง่ๆ จนอยากจะเอาหัวไปโขกเสาไฟฟ้าแถวนี้นัก ที่ไม่รู้ว่าไปเอาความกล้าผิดๆ มาจากไหน ถึงได้คิดจะมาสารภาพรักกับหนุ่มหล่อที่รู้ว่ายังไงก็ถูกปฏิเสธ ฉันคงโลกสวยเกินไปที่คิดว่าแค่ได้บอกไปก็ดีมากแล้ว

            ฉันนี่มันโง่มากจริงๆ ให้ตายเถอะ และนั่นคือจุดเริ่มต้นของเรื่องทั้งหมด

 

         หลังจากที่พยายามเลือกหาชุดที่ดูดีที่สุดเท่าที่จะมีอยู่ในตู้ออกมาได้แล้ว ฉันก็พาตัวเองมาหยุดที่ผับหรูแห่งหนึ่งตอนสามทุ่มครึ่ง ซึ่งปกติ ถ้าไม่ได้อ่านหนังสือมันคือเวลานอนที่แสนมีค่าของฉัน แต่ในเมื่อเรียนจบแล้ว ไม่มีอะไรต้องทำแล้ว มันคงไม่เป็นไร ฉันก็ได้แต่ปลอบใจตัวเองไปตามเรื่องราวเท่าที่จะทำเป็นคนโลกสวยได้นั่นแหละ

            ฉันเดินวนหน้าผับประมาณสามนาที แต่ก็ไม่กล้าเดินเข้าไปจนแล้วจนรอด เชื่อสิ ว่าต่อให้ไปร่วมปาร์ตี้ของเดซี่หรือไม่ไป พวกนั้นก็จะนินทาฉันอย่างสนุกปากแน่ แล้วฉันจะทนกดดันอยู่ในสถานการณ์แบบนั้นได้เหรอ ยิ่งคิดก็ยิ่งห่อเหี่ยวจนหมดเรี่ยวแรง

            ทางเดียวที่จะไม่มีใครสนใจ คือการเข้าไปร่วมในปาร์ตี้และต้องควงคนอื่นไปด้วย แต่ฉันมีแฟนที่ไหนล่ะ

            เพราะเป็นเด็กกำพร้าได้ทุนมาเรียนหนังสือ ฉันเลยตั้งใจเรียนให้ได้เกรดดีๆ เพื่อจะได้งานทำดีๆ เพื่ออนาคตด้วย สุดท้ายก็โง่ใสซื่อจนตามใครไม่ทัน แล้วก็มาติดแหง็กกับเรื่องไม่เป็นเรื่องอย่างนี้

            “เอาไงดีนะเรา” ฉันได้แต่พูดกับตัวเองไปมาเหมือนละครหลังข่าว มันช่วยไม่ได้นี่ ที่ตอนนี้หัวฉันทึบไปหมดแล้ว

            พอสอดส่ายสายตามองไปรอบๆ ฉันก็เจอกับผู้ชายคนหนึ่งที่เพิ่งเดินออกมาจากผับ เขาหยุดตรงหน้าฉันไม่ถึงสามก้าว แล้วก็จุดบุหรี่ขึ้นสูบ ฉันมองหน้าตาเขาไม่ชัด แต่คิดว่าเขาน่าจะมาคนเดียวเหมือนกับฉัน

            “เอาวะ อายครั้งเดียว ดีกว่าอายไปทั้งชีวิตให้กลายเป็นเรื่องสนุกที่ล้อได้สนุกปากของคนพวกนั้น”

            ฉันให้กำลังใจตัวเอง(แบบโง่ๆ) ก่อนจะพุ่งตรงดิ่งเข้าไปหาเขาอย่างด้านได้อายอด

            “คุณคะ” ฉันเริ่มต้นเรียกเขา และเขาก็เงยหน้าขึ้น แสงไฟที่สลัวส่องกระทบใบหน้าได้รูปและเห็นเสี้ยวหน้าหนึ่งของเขา ซึ่งคงหน้าตาดีไม่น้อย เพราะขนาดว่ามีฮู้ดปิดครึ่งหน้าก็ยังดูโดดเด่นดึงดูดสายตาได้อย่างน่าตกใจ

            “ไง” เขาทักทายกลับด้วยการพ่นควันบุหรี่สีขาวขุ่นออกมา มันกระทบกับหน้าฉัน และเย็นๆ ขื่นๆ บอกไม่ถูก

            ในความรู้สึกกระอักกระอ่วนนั่น ฉันพบความเซ็กซี่ที่น่ากลัวอย่างรุนแรงจากคนตรงหน้า แต่มาถึงตอนนี้คงถอยไม่ได้แล้ว

            “ช่วยอะไรฉันหน่อยได้มั้ยคะ ฉันจ้างคุณก็ได้” ฉันกัดปากแน่น กระวนกระวายใจจนกลายความกระสับกระส่าย

            ป่านนี้ไม่แน่ว่าเดซี่อาจจะเริ่มเล่าเรื่องที่ฉันเป็นโรคจิตเก็บของของคีย์เอาไว้ แถมยังตั้งใจจะสารภาพรักกับเขาให้กลุ่มเพื่อนของเธอฟังจนสนุกปากไปแล้วก็ได้ เชื่อสิ ว่ามันต้องแพร่ไปทางเฟซบุ๊ค ไลน์ หรืออะไรต่อมิอะไรแน่นอน ถึงจะบอกว่าไม่เป็นไร แต่ความเป็นจริงมันไม่ได้ทำได้ง่ายๆ อย่างนั้นเลย

            “จ้าง จ้างไปทำอะไรล่ะ?” คนตรงหน้าย่อตัวลงมาเล็กน้อย เหมือนจะมองหน้าฉันให้ชัดขึ้น

            “คือ คือ ฉัน” ฉันพูดต่อไม่ออก ทุกอย่างมันจุกอยู่ที่คอ แล้วก็หายใจได้ยากลำบากเหลือเกิน

            “ไง ถ้าไม่พูดอะไร ฉันจะไปแล้วนะ” เขาว่า ทำท่าจะเดินออกไป แต่ฉันรีบคว้าแขนเสื้อแจ๊กเก็ตของเขาเอาไว้ทัน

            “ไม่ๆ อย่าเพิ่งไป ขอร้องล่ะ” เสียงของฉันสั่นเครือ ฉันไม่ชอบแบบนี้เลยจริงๆ

         “ตกลงว่าไง

            “ฉัน อยากจ้างคุณมาควงด้วย คืนเดียว” หลังจากรวบรวมความกล้าพูดออกไปได้ ฉันก็อายจนหน้าชา นี่มันเป็นเรื่องบ้าบออะไรกันแน่ ฉันเองก็ยังไม่เข้าใจตัวเองเลย

            “ควง” เขาถาม แล้วก็อัดควันบุหรี่นั้นเข้าปอดอีกครั้ง

            “เพื่อนฉันมีปาร์ตี้วันเกิดที่นี่ ฉันเผลอทำเรื่องผิดพลาดเอาไว้ ถ้าฉันไม่ไป คงได้กลายเป็นตัวตลก และคงมีชีวิตเหมือนหนอนผีเสื้อตลอดไป” ฉันบอกเสียงเศร้า และที่พูดไปนั้นไม่ใช่พูดเกินจริงเลยแม้แต่น้อย

            “หนอนผีเสื้อ” คนตรงหน้าทวนคำพูดฉันแล้วก็หัวเราะลั่นออกมา ฉันเงยหน้ามองเขาอย่างไม่เข้าใจ เขาก็เอาแต่หัวเราะไม่เลิก แถมยังเช็ดน้ำตาที่มันไหลออกมาเพราะหัวเราะมากเกินไปอีกด้วย

            “ให้ตาย ฉันไม่เคยได้ยินอะไรที่มันน่าหัวเราะขนาดนี้มานานแล้ว ก็ดี ฉันถูกใจเธอ” เขาหยุดหัวเราะได้ และมองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนที่ฉันจะทันได้พูดอะไร เขาก็จับตัวฉันหมุนไปมาและหยุดลงตรงหน้าของเขา

            “ใช้ได้ไม่เลวเท่าไหร่” เขาพูดกับตัวเอง ส่วนฉันก็งงเพราะไม่เข้าใจ

            “แต่ว่านะ” เสียงทุ้มหนักฟังดูเซ็กซี่ เคล้ากับกลิ่นบุหรี่เย็นๆ ทำให้ฉันหายใจหายคอได้อย่างยากลำบาก

            ค่าตัวฉันน่ะแพงนะ” เขาบอก แต่ฉันไม่เข้าใจความหมาย

            “เอาล่ะ เธอชื่ออะไรล่ะ ถ้าเราจะเล่นบทเป็นคู่รักที่หวานดูดดื่ม เราก็ต้องรู้จักชื่อกันก่อนเป็นอย่างแรก

            “เอม ชะเอม” ฉันบอกเสียงสั่น รู้สึกว่าสู้หน้าเขาไม่ค่อยได้ ไม่รู้ว่าทำไม แต่มีบางอย่างที่ลอยคลุ้งออกมาจากตัวของเขา สั่งให้ฉันถอยหลังหนี

            แต่ในสถานการณ์นี้ ฉันจะถอยได้ยังไงกัน

         “ฉันชื่อเดมอน

 

            ทุกคนดูอึ้งมากเมื่อฉันควงหนุ่มตัวสูงหน้าตาเอ่อ ฉันไม่แน่ใจว่าหน้าตาเขาหล่อระดับไหนเพราะในผับมันมืดพอสมควรเลยมองเห็นไม่ชัด แต่ดูจากปฏิกิริยาของทุกคนแล้ว ก็คิดได้ไม่ยากว่าผู้ชายที่ชื่อเหมือนปีศาจเดมอนคนนี้คงดูดีจนน่าตกใจมากทีเดียวล่ะ

            “ขอโทษนะ ที่นั่งไม่พอ เพราะเราไม่คิดว่ายัยชะเอมจะพาผู้ชายมา” เดซี่พูด เอาแต่มองเดมอนจนคีย์เริ่มไม่พอใจ

            “เรื่องนั้นไม่มีปัญหา เดมอนพูด ก่อนที่เขาจะนั่งลงที่โซฟาตัวใหญ่ และกระตุกแขนฉันจนล้มลงกับตักกว้างโดยไม่ทันได้ตั้งตัว

            หัวใจฉันเต้นกระหน่ำในอกข้างซ้าย เมื่อวงแขนของเขากอดรัดรอบเอว ก็เหมือนว่าโลกทั้งใบมันหยุดหมุน ให้ตายเถอะ ฉันไม่รู้เลยว่านี่มันเรื่องอะไรกันแน่ มีสายตาและเสียงซุบซิบจ้องมายังตัวฉัน จนฉันเองแทบจะขุดพื้นแล้วมุดหนีหายไปซะ

            “นี่เพื่อนเธอใช่ไหม เอาของขวัญวันเกิดมาให้รึเปล่าล่ะ” เดมอนถาม ฉันส่ายหน้าและลืมเรื่องนี้ไปสนิทใจ

            “โถ ยัยเป๋อ ช่วงนี้เอ๋อมากเลยนะ เป็นอะไรมากรึเปล่า ฉันก็บอกแล้วไงว่าฉันขอโทษ ฉันมีใครคนอื่นนอกจากเธอที่ไหนกันล่ะ” แล้วเดมอนก็เล่นละครอะไรไม่รู้ที่ฉันตามไม่ทัน แต่ฉันสิ ยิ่งอับอายมากกว่าที่เผลอเลอะเลือนไปหมดทุกอย่าง ลืมแม้กระทั่งของขวัญวันเกิดของคนที่ชวนมาร่วมปาร์ตี้

            “เอาเป็นว่าเราออกไปซื้อของขวัญให้เพื่อนเธอดีมั้ย?” เขาไม่ชวนเปล่า แต่ดันสะโพกให้ฉันลุกออกจากตักของเขา ฝ่ามือร้อนที่ยกสะโพกฉันขึ้นนั้นร้อนผ่าว แถมเดมอนยังตบมันเบาๆ ทีหนึ่งด้วย

            ฉันแทบจะละลายเป็นเนยเหลว ทั้งเขินทั้งอาย รีบเดินออกมาอย่างไม่เหลียวหลัง โดยมีเดมอนเดินออกมาอย่างสบายอารมณ์

            พอออกมาจากผับได้ เดมอนก็รั้งแขนฉันขึ้นรถไปด้วยกัน ฉันเอากระเป๋ามาบังหน้าตัวเองเอาไว้ด้วยความอับอายที่เกิดเรื่องติดๆ กันหลายครั้ง ฉันมารู้สึกตัวก็ตอนที่คนขับรถหัวเราะหึๆ ในคอนั่นแหละ

            “เอ่อ ฉัน ช่วยจอดรถแถวนี้ก็ได้ค่ะ เดี๋ยวฉันกลับเอง แล้วค่าจ้าง เท่าไหร่คะ” เขาบอกไว้ตั้งแต่ตอนแรกแล้วว่ามันแพง ฉันเลยเดาราคาไม่ออก ไม่รู้ว่าเงินในกระเป๋าจะพอไหม แล้วเขาจะให้ผ่อนจ่ายได้ด้วยหรือเปล่า

            “ฉันหิว แวะหาอะไรกินแล้วคุยกันดีกว่า” เดมอนบอกแบบนั้นฉันเลยพยักหน้า แบบนี้พนันได้เลยว่ามันแพงระยับแน่นอน ฉันเครียด แต่ก็ใจดีสู้เสือ เพราะอย่างน้อยเขาก็ยังใจดียอมคุยด้วยง่ายๆ ลองไปคุยกับคนอื่นสิ จะถูกตราหน้าว่าเป็นสตลอ์กเกอร์ซ้ำสตอล์กเกอร์ซ้อนแน่

            ด้วยความเกรงใจ หรือโง่งมไม่รู้ ฉันตามเขามาถึงห้องชุดสุดหรูหรา ที่มันแตกต่างกับห้องพักของตัวเองโดยสิ้นเชิง เดมอนแวะร้านอาหารที่ดูหรูหราอบอุ่น ซื้ออาหารกลับมานั่งกินด้วยกันที่ห้อง ภายในห้องที่มีแสงสว่างมากทำให้มองเห็นหน้าเขาชัดยิ่งกว่าชัด

            พระเจ้าช่วย ทำไมฉันถึงไม่ได้สังเกตเห็นตั้งแต่แรกนะ ว่าเดมอนน่ะ หล่อเหมือนกับปีศาจเลยล่ะ

            พอมองเขามากเกินไป ฉันก็พยายามก้มหน้าก้มตากินอาหารต่อจนกระทั่งกินอิ่ม มานั่งพักที่โซฟาแล้วรอฟังคำตอบว่าราคาค่าตัวของเขาน่ะ จะแพงจนฉันเป็นลมได้หรือเปล่า

            “มาสิ มาจ่ายค่าตัวฉันซะ” เดมอนเดินเข้าห้องไปก่อน ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมเขาต้องเล่นตัวไม่ยอมรับมันไปง่ายๆ เปิดกระเป๋า ตั้งใจจะให้เขาไปสองพันเลย ค่าเสียเวลาประมาณห้านาที จะได้จบเรื่องซะ

            แต่เดมอนกลายเป็นปีศาจเต็มตัวเมื่อเขาถอดเสื้ออกจากตัว ปลดกระดุมและซิปกางเกงยีนลง พร้อมกับแกะเอาอุปกรณ์ป้องกันตัวตอนมีเพศสัมพันธ์หรือจะพูดง่ายๆ ว่าถุงยางอนามัยออกมาให้ฉันใจสั่นหน้ามืดเล่น

            “ขึ้นเตียงสิชะเอม จ่ายๆ มาซะ เธอค้างฉันอยู่”

            เห็นแบบนั้นฉันก็หมุนตัววิ่งหนีออกมาทันทีด้วยความตกใจหวาดกลัว แต่ยังไม่พ้นประตูก็ถูกรวบไว้จากทางด้านหลัง และโยนขึ้นเตียงอย่างรุนแรงในนาทีต่อมา

            “ไม่ ไม่นะ ไม่ ไม่เอาแบบนี้” ฉันสะบัดหน้าไปมาจนเส้นผมระหน้า วอนขอเขาด้วยความกลัว

            แต่สีหน้าแววตาของเดมอนเย็นชาและว่างเปล่าซะจนแข้งขาอ่อนไปหมด

 

            “ฉันไม่อยากได้น้ำตาของเธอ ฉันอยากได้แค่เวอร์จิ้นของเธอ คำพูดของเขาทำให้ฉันเหมือนถูกสาดด้วยน้ำร้อน เดี๋ยวนะ เดมอนพูดเหมือนว่ารู้ว่าฉันยังบริสุทธิ์ไม่เคยผ่านผู้ชายมาก่อน แล้วทำไม ทำไม

         ฉันหวีดร้องสุดเสียงด้วยความกลัว แต่นาทีต่อมาก็กระอักกระไอเพราะสำลักน้ำลายตัวเองแทบจะขาดใจตาย แทนที่เดมอนจะตกใจหรือเข้ามาช่วย แต่ไม่... เขาหัวเราะ ฉวยโอกาสตอนที่ฉันกำลังย่ำแย่ถอดชุดสวยที่ฉันเคยใส่แค่ไม่กี่ครั้งออกจากตัวของฉันได้อย่างรวดเร็วและง่ายดายเหมือนไม่ได้ออกแรงเลยแม้แต่น้อย

            “แค่ก ฮึก” ฉันทั้งคราง ทั้งร้องไห้ ร้องขอความเห็นใจ แต่คนที่มีชื่อเหมือนปีศาจเอาแต่หัวเราะจนฉันใจเสีย

            “ได้โปรด อย่าทำแบบนี้เลย” ฉันหมดเรี่ยวแรงจะขยับตัวเพราะมันหายไปเพราะการร้องไห้และความหวาดกลัว

            พอจะขยับริมฝีปากขอร้องเขาอีกครั้ง เรียวปากร้อนระอุก็แนบชิดลงมาจนฉันเบิกตากว้างเพราะความตกใจ ฉันยกมือทุบอกกว้างของเขาเพื่อให้เขาปล่อย แต่ทุกอย่างก็ไร้ความหมายอย่างสิ้นเชิงเมื่อทำอะไรไม่ได้เลย เรียวลิ้นร้อนชื้นของเขาเกี่ยวกระหวัดกับลิ้นของฉัน ราวกับว่าฉันกำลังถูกขืนใจอยู่อย่างไรอย่างนั้น

            ไม่รู้ว่าเสื้อผ้ามันหายออกไปตอนไหน ร่างกายของฉันเปล่าเปลือยใต้ร่างสูงใหญ่ของปีศาจร้ายที่คอยทาบทับจนผิวกายของเราแนบสนิทกันเป็นเนื้อเดียว

            “อึก ฮึก” ริมฝีปากของฉันถูกยึดครองด้วยเรียวปากร้อนระอุที่ไม่ยอมปล่อยให้ฉันเป็นอิสระ

            จูบของเขาเดี๋ยวนุ่มนวล เดี๋ยวอ่อนหวาน แต่บางครั้งก็ดุดันคุกคาม ต่อมาก็จาบจ้วงรุนแรงจนริมฝีปากของฉันเริ่มระบมบวมเห่อเพราะถูกตระโบมจูบอย่างหนักหน่วงจนหายใจหายคอไม่ทัน

            ร่างกายของฉันเริ่มอ่อนระทวยลงเรื่อยๆ มือไม้ไม่รู้จะวางไว้ตรงไหน สุดท้ายก็จิกเล็บทั้งสิบลงกับท่อนแขนแข็งแรงของเขาเอาไว้แน่นเพื่อระบายความโกรธที่ไม่สามารถเอาชนะเขาได้เลย เมื่อใกล้จะเป็นลมเพราะหายใจไม่ออก เดมอนก็ถอนจูบออกให้หายใจได้บ้าง

            ฉันสูดหายใจเข้าปอดเหมือนคนจมน้ำแล้วลอยขึ้นมาบนผิวน้ำได้ ร่างกายสั่นระริกเมื่อใบหน้าและริมฝีปากร้อนผ่าวของเขาเคลื่อนไปตามต้นคอและเนินอกเป็นอย่างต่อไป ฉันร้องไห้ด้วยความกลัวและรังเกียจ รู้สึกเหมือนจะขาดใจตายที่มีคนมาลูบไล้ร่างกายโดยที่ไม่สามารถปกป้องช่วยเหลือตัวเองได้เลย

            “ไม่ อย่า ฮึก” ไม่ว่าจะร้องไห้อ้อนวอนมากแค่ไหน แค่ปีศาจร้ายก็ไม่ยอมปล่อยให้ฉันเป็นอิสระ ยิ่งทำให้ปลายนิ้วของเขาลูบไล้จาบจ้วงร่างกายของฉันมากขึ้นเท่านั้น

            เขาสัมผัสในส่วนที่ฉันยังไม่เคยแตะต้องมาก่อน ความเจ็บปวดชำแรกเข้ามาในร่างกายเมื่อปลายนิ้วแทรกเข้ามาในส่วนที่อ่อนไหวที่สุดในร่างกายของฉัน

            “ไม่ ได้โปรด ฉันกลัว ฉันร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด พยายามจะดิ้นรนหลบหนี แต่ก็อย่างที่ได้บอกออกไป ร่างกายของเราแตกต่างกันมากเหลือเกิน ทำให้ฉันไม่สามารถหลุดพ้นออกจากใต้ร่างของเขาได้

            “ไม่ต้องห่วง” เสียงทุ้มหนักที่ฟังแล้วน่าขนลุกเท่าที่เคยได้ยินกระซิบข้างหู พาให้ฉันเหมือนจะขาดใจตายให้ได้

            “เรื่องนี้ฉันรับประกันมั่นใจว่าฉันเก่งพอ เธอจะเจ็บแค่นิดเดียว หลังจากนี้ เชื่อสิว่ามันต้องสนุก” เขากระซิบบอก แต่ทำให้ฉันร้องไห้ด้วยความกลัวและเจ็บ ไม่มีความรู้สึกหวามไหวใดๆ เลยแม้แต่น้อย

            “ไม่ ไม่ ไม่!!” ฉันร้องไห้ กัดปากจนแทบห้อเลือดเมื่อเขาไม่หยุดเมื่อฉันพยายามขอร้อง และเร่งมือหนักหน่วงขึ้น

            “ก็บอกแล้วว่าค่าตัวฉันแพง อีกอย่าง เธอเองก็คงอยากเก่งขึ้นไม่ใช่เหรอ ต่อจากนี้ไป ไม่ว่าผู้ชายคนไหนก็ต้องหลง” เดมอนพูดอย่างร้ายกาจ ฉันสะบัดหน้าไปมาไม่อยากได้ยิน แต่เสียงเซ็กซี่นั้นก็ตามติดตลอดเวลา ลมหายใจร้อนผ่าวของเขาเป่ารดข้างแก้มทำให้เลือดในร่างกายของฉันแทบจะเดือดตามไปด้วย

            “ฉันจะสอนเธอทั้งคืน ให้เธอจำเอาไว้ หลังจากนี้ ทุกคนจะต้องชอบเธอแน่” เขากระซิบบอก ฉันร้องไห้ด้วยความกลัว แต่ในความรู้สึกหวาดกลัวและเจ็บปวดนั้น มันมีความรู้สึกบางอย่างที่ไม่เคยรู้จักมาก่อนซุกซ่อนอยู่ด้วย

            “เธอชอบหมอนั่นใช่มั้ยล่ะ แต่หมอนั่นไม่ชอบเธอ เพราะเธอไม่สวย ไม่เซ็ก แต่เอาเถอะ ฉันจะสอนเธอเอง ให้เธอเรียนรู้ทุกอย่างของผู้ชายและผู้หญิง” ฉันหลับตา ช่วงล่างร้อนผ่าวเหมือนมันกำลังจะละลายจากข้างใน เหงื่อผุดซึมทั่วตัวจนร่างกายร้อนลื่น และไม่รู้กระทั่งว่าตัวเองทำหน้าแบบไหนอยู่กันแน่

            “ใบหน้าแบบนี้แหละ ที่ผู้ชายทุกคนอยากเห็น” เดมอนตอบ ดึงเอาปลายนิ้วร้ายกาจออกจากตัวของฉัน ทำให้ตัวฉันแทบจะเป็นลมจนหมดสติไป ฉันเหมือนลูกโป่งสวรรค์ที่มันไต่ระดับความสูงขึ้นไปบนท้องฟ้าอย่างรวดเร็วและหยุดไม่ได้ รู้ตัวอีกทีมันก็แตกระเบิด และฉันก็หมดเรี่ยวแรง ร่างกายชายิบด้วยความรู้สึกที่ไม่รู้จัก

            “ทำแบบนี้ฉันก็มีอารมณ์เหมือนกันนะ” เสียงกระซิบยังตามมาหลอกหลอนไม่หยุด ฉันฟังรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้างเพราะหูเหมือนจะดับไปหมด ร่างกายก็อ่อนเปลี้ยอย่างมาก รู้สึกตัวเลือนๆ เมื่อร่างสูงของปีศาจร้ายคร่อมเอาเอาไว้ กดไม่ให้หนีไปที่ไหนได้

            “ใช่ ต้องตาหวานๆ หน้าแดงระเรื่อ ปากนุ่มน่ากัด แบบนี้แหละ ผู้ชายถึงจะหลง” เดมอนหัวเราะ จัดการกับเสื้อผ้าที่ยังเกะกะร่างกายอยู่ แล้วก็ตามทาบทับลงมาอย่างคุกคาม

            “คราวนี้ เธอคงได้ร้องไห้จริงๆ แล้วล่ะนะ

 

            ฉันโผเผกลับมาถึงห้องได้ด้วยการช่วยเหลือของปีศาจร้ายที่ชื่อว่าเดมอน

         หลังจากที่เรากันแล้ว ฉันไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ร่างกายร้าวระบมเหมือนถูกฉีกออกเป็นสองซีกอย่างไรอย่างนั้น สุดท้ายก็หมดแรงและเขาเป็นพามาส่งที่ห้องเช่าหลังเล็ก ซึ่งมันมันถูกแยกออกมาจากบ้านเช่าหลังอื่น เพราะว่าเจ้าของบ้านเช่าเป็นญาติห่างๆ ของฉันเอง สงสารเห็นใจที่ฉันลำบากอยู่ตัวคนเดียวเลยยกห้องนี้ให้เลย

            มันเป็นเหมือนบ้านหลังเล็กๆ ที่พอจะมีเตียงให้ โต๊ะหนังสือ และมุมห้องครัวเล็กๆ ที่แยกเป็นสัดส่วนได้

            ฉันรู้ว่าฉันโง่งมซ้ำซากที่ยอมปล่อยให้ปีศาจร้ายอย่างเดมอนมาส่งถึงที่พักให้เขารู้ว่าตัวเองพักที่ไหน แต่ว่าฉันก็หมดแรงจะกลับมาเอง แถมเขาก็ยังขู่ว่าตัวเล็กๆ ผอมบางไม่มีแรงอย่างฉันอาจจะตกเป็นเหยื่อของคนร้ายได้ถ้าเดินทางกลับคนเดียว เพราะอย่างนั้น

         “อยากให้สอนเรื่องเซ็กอีกเมื่อไหร่ก็บอกนะ บอกตามตรงว่าเธอหวานดี” เดมอนทิ้งคำพูดน่าชิงชังเอาไว้ ฉันเลยกัดฟันพยุงตัวกลับเข้าห้องพักแล้วก็ร้องไห้ด้วยความหวาดกลัว

            “นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน

            ฉันถูกรังแก และฉันไม่กล้าบอกใคร ไม่กล้าจะทำอะไรด้วย ผู้ชายคนนั้นเป็นใครมาจากไหนก็ไม่รู้ด้วยซ้ำ ไม่แน่ใจแม้กระทั่งว่าชื่อเดมอนที่เขาบอกเป็นชื่อของเขาจริงๆ หรือเปล่า

            จากเรื่องของคีย์ กลายเป็นว่าฉันเสียตัวให้ผู้ชายคนหนึ่งโดยที่เราพบเจอกันไม่ถึงสามชั่วโมง ร่างกายของฉันมันไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว

            กว่าจะอาบน้ำล้างเนื้อล้างตัวเสร็จ ฉันก็ร้องไห้บนเตียงอย่างเสียใจและหวาดกลัว ค่าตัวบ้าบอที่ฉันคิดว่ามันจะเป็นเงิน แต่มันกลับเป็นร่างกายของฉันเอง

            “นี่มันเรื่องอะไรกัน

            ฉันนอนซมเพราะพิษไข้สองวันเต็มๆ โดยที่ไม่ได้ออกไปไหนเลย แต่ก็จำต้องลุกออกจากเตียงด้วยความอ่อนเพลียเพราะมีคนโทรมาตามจากมหาวิทยาลัย ซึ่งมีงานคู่ที่ต้องทำ เป็นโปรเจ็กต์เล็กๆ ที่ทางคณะอยากให้เด็กรุ่นที่จบทำเพื่อคณะโดยตรง ซึ่งก็คือรุ่นของฉันนี่แหละ

            ดังนั้นฉันเลยต้องพาร่างกายที่สะบักสะบอมออกจากห้องพักไปยังมหาวิทยาลัยอย่างเลี่ยงไม่ได้ แล้วสรุป ฉันไปสาย ทุกคนจับสลากเพื่อนที่จะได้ร่วมทำงานกันแล้ว ฉันเองก็เลยได้คู่ไปโดยปริยาย แล้วก็โล่งใจมากด้วยที่เพื่อนคนนั้นไม่ใช่คีย์ หรือ เดซี่

         แต่เขาคนนั้นคือ ซัน และเขาเป็นแฟนของเพื่อนสนิทของฉัน เป็นสาวลูกครึ่งญี่ปุ่นชื่อ ซายะ

         ซึ่งขอบอกอย่างตรงไปตรงมาเลยนะ ว่าฉันมีเพื่อนแค่คนเดียวเท่านั้นที่ห่วงใยจากใจจริงไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยๆ และคนคนนั้นก็คือซายะ พอเธอมีแฟน ซึ่งก็คือซัน ฉันเลยรู้จักกับซันไปด้วย

            ซายะเรียนอีกคณะหนึ่ง ดังนั้น ครั้งนี้จะเป็นครั้งแรก ที่ฉันจะได้คุยกับซันโดยที่ไม่มีซายะอยู่ด้วย เขาเป็นฝ่ายโทรมา ฉันก็เลยรู้ว่าเราเป็นพาร์ทเนอร์รายงานนี้ด้วยกัน และนัดให้มาเจอกันที่หลังคณะ ซึ่งเป็นจุดส่วนรวมของเด็กคณะเราซึ่งคือคณะอักษรศาสตร์ ฉันเรียนเอกวรรณกรรม เพราะสนใจทางด้านนี้ ตั้งใจว่าจะเลือกอาชีพเกี่ยวกับหนังสือหลังจากเรียนจบด้วย

            “ซัน” ฉันทักทายเขา และไม่โกหกว่าซันเป็นหนุ่มหล่อนิสัยดีและมีอัธยาศัยดีคนหนึ่งในคณะ เขาเป็นคนเดียวล่ะมั้ง ที่เข้ามาคุยกับฉันโดยที่ไม่ได้มองเป็นตัวตลกเหมือนคนอื่นๆ

            “ไงเอม หน้าเซียวๆ นะ ไม่สบายเหรอ” ซันส่งยิ้มให้ตอนที่ฉันหอบหนังสือที่ต้องใช้ไปหาเขา

            หลังคณะของเราจะมีห้องสมุดขนาดกลาง ซึ่งมีวรรณกรรมและนวนิยายชื่อดังของต่างประเทศรวบรวมไว้มากมายเพื่อให้พวกเราได้ศึกษาทำรายงาน ซึ่งตอนเรียนก็จะมาที่นี่กันเป็นประจำ นอกจากนั้นยังมีซุ้มขายเครื่องดื่มและของว่างเล็กๆ น้อยๆ รวมไปถึงจุดที่มีสัญญาณไวไฟแรงมากที่สุดจุดหนึ่งด้วย

            “รายงานที่เราต้องทำ คงทำเสร็จในสองสามวันนี่แหละ อาจารย์ให้เลือกวรรณกรรมที่ชอบ พร้อมกับชำแหละมันให้ละเอียด ก็นะ เคยทำมาบ่อยแล้ว ไม่รู้ว่าจะให้ทำอีกเล่มไปเพื่ออะไร” ซันยิ้มกว้างอย่างสดใส เหมือนกับพระอาทิตย์สมกับชื่อของเขามาก

            “ขอโทษที่มาสายนะ พอดีว่าฉันไม่ค่อยสบายน่ะ” ฉันเสยผมที่ลุ่ยปรกหน้าแล้วบอกกับเขาอย่างเสียใจ

            “เห็นหน้าก็รู้ละ นี่ถ้าซายะมาเห็นนะ ได้กรี๊ดแตกลากเธอไปหาหมอแน่” เขาหัวเราะ ยังร่าเริงไม่เปลี่ยนจนฉันยิ้มตามได้ หลังจากที่นอนน้ำตานองหน้ามาหลายวัน

            “งั้นก็อย่าบอกเรื่องนี้กับซายะเชียว” ฉันบอกกับซัน แน่นอนว่าเขายังหัวเราะไม่เลิก

            “ได้ จะว่าไรมั้ย ถ้าบอกว่าช่วงนี้สมองฉันตื้อมากอ่ะ วิเคราะห์อะไรไม่ค่อยได้ แบบว่านะ เราเรียนจบแล้วใช่มั้ย ไอ้ฉันก็ฉลองหนักไปหน่อย สุดท้ายก็เลยกลายเป็นแอลกอฮอล์ลิซึ่มไปซะงั้น” ผู้ชายคนนี้ก็ยังคงมีอารมณ์ขันแสนแจ่มใสไม่เปลี่ยน

            “เพราะงั้น เธอช่วยเขียนมาแล้วกัน ฉันจะพิมพ์แล้วรวมเล่มให้เอง แฮะๆ บอกเลย ช่วงนี้ฉันแฮงก์บ่อย สมองไม่ทำงานแล้ว” ซันเริ่มอ้อน ฉันเลยยิ้มแล้วพยักหน้าให้ พอนั่งลงฉันก็ใจหายวูบ เมื่อเห็นโต๊ะที่ถัดไปสองโต๊ะนั้น มีผู้ชายคนหนึ่งนั่งมองและจ้องมาด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก

            เฮือก…! นั่นมันคือเดมอน ปีศาจร้ายนี่

            “ตกลงตามนั้นนะเอม เสียงเรียกของซันทำให้ฉันได้สติ ฉันเลยพยักหน้าแล้วรีบนั่งลง ไม่มองไปทางผู้ชายคนนั้นอีก ไม่อยากให้ใครรู้ด้วยว่าคืนนั้น

         แล้วเดซี่กับคีย์ล่ะ ฉันคิดถึงคู่รักสุดฮอตคู่นั้นขึ้นมา ถ้าสองคนมาอยู่ที่นี่ พนันได้เลย ว่าเรื่องโกหกของฉันมันจะถูกเปิดโปงแน่ เพราะอย่างนั้นฉันเลยมองซ้ายขวาเพื่อมองหาทั้งคู่

            “มองหาใครอยู่เหรอ” ซันถาม ฉันเลยสะดุ้งอีกครั้ง

            “เอ่อ เดซี่” ฉันพูดเสียงแผ่ว ยังทำใจรับกับเรื่องนั้นไม่ได้จริงๆ

            “เดซี่เหรอ ขอเปลี่ยนกับใครสักคนนี่แหละเพื่อจะได้คู่กับคีย์ คงไปทำงานด้วยกันที่ไหนสักที่ แต่บอกก่อนนะ สองคนนั้นไม่ได้มานั่งทำงานกับเราฉันแทบจะโห่ร้องเลยล่ะ” ซันหัวเราะดูอารมณ์ดีกับทุกเรื่องฉันเลยพลอยจะสบายใจไปด้วย

            “งั้นเรามาทำงานกันเถอะ” แค่รู้ว่าสองคนนั่นไม่ได้อยู่ที่นี่ฉันก็ไม่คิดอะไรมากแล้ว งานที่ต้องทำก็ไม่ได้มีมากด้วย ฉันสามารถเอามันกลับไปทำที่บ้านได้ แล้วช่วยซันพิมพ์แล้วรวมเล่ม แค่สองสามวันก็เสร็จแล้ว หลังจากนั้นฉันก็จะไม่ได้พบเจอทั้งเดซี่หรือเดมอนอีกแล้ว

            ใช่ ไม่นานหรอก ฉันพยายามปลอบตัวเองให้หายจากการตื่นตระหนกที่เกิดขึ้น

            ใจเย็นเอาไว้ ชะเอม ไม่เป็นอะไรแล้ว ฉันบอก จดจ่อกับเรื่องงานตรงหน้า ทำเป็นไม่เห็น ว่าตอนนี้เดมอนยังมองมาไม่ละสายตา

 

            หลังจากที่ตัดสินใจเลือกวรรณกรรมมาเล่มหนึ่งที่ตั้งใจจะทำรายงานได้แล้ว ซันก็ขอตัวกลับ เพราะมีธุระด่วน ฉันเองก็ไม่อยากอยู่ที่นี่นานเกินไปด้วย ตั้งใจจะเร่งวิเคราะห์เขียนรายงานให้เสร็จ จะได้ไม่ต้องเข้ามหาวิทยาลัยอีก ฉันเลยหอบหนังสือและข้าวของออกมาอย่างรีบเร่ง

            แล้วฉันก็นึกขึ้นมาได้ ว่าคืนนั้นนอกจากฉันจะเสียตัวแล้ว ฉันยังเสียเงินทิ้งไปสองพันในห้องของเดมอนด้วย แล้วเงินฉันก็

         ฉันยืนอยู่หน้าตู้เอทีเอ็มและสอดบัตรเข้าไป มองดูยอดเงินที่ได้จากการทำงานฟรีแลนซ์[2]ที่ควรจะเข้าวันนี้แล้วก็ถอนหายใจ ถึงจะโทรไปถามก็คงได้คำตอบว่าขอเป็นอาทิตย์หน้าเหมือนเดิม ตอนนี้ยอดเงินเหลืออยู่ประมาณห้าร้อยกว่าบาท ซึ่งมันคงอยู่ไม่ได้นานแน่ ฉันเริ่มสิ้นหวังไม่รู้ว่าคืนนี้จะต้มมาม่ารสอะไรกินดี แต่เมื่อทำอะไรไม่ได้ก็กดบัตรออกมา

            พอหมุนตัวตั้งใจจะเดินกลับห้องพักที่ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยเท่าไหร่ ฉันก็หลังชนกับตู้เอทีเอ็มอย่างจัง เพราะไม่รู้ว่ามีคนมาซ้อนหลังอยู่ใกล้ๆ ตอนไหน และใกล้ชนิดที่ว่าร่างกายของเราเบียดกันจนแนบชิด

            และใช่เขาคือเดมอน

            “โหห้าร้อยเนี่ย ฉันซื้อกาแฟได้แค่สามแก้วเองนะ” เดมอนหัวเราะ แต่ฉันไม่ขำด้วยเลยสักนิด หน้าร้อนวาบทั้งอายและตกใจที่เขามาเจอเวลาตอนที่ฉันกำลังย่ำแย่ถึงขีดสุด

            “ห้าร้อยเนี่ย ต้องใช้ให้ถึงสิ้นเดือนเหรอ” ใบหน้าหล่อเหลา ที่ตอนนี้ฉันเพิ่งเห็นว่ามันสว่างไสวมากแค่ไหนลอยอยู่ตรงหน้า เขาคงจะเป็นซาตานซึ่งเคยเป็นเทพบุตรมาก่อน แล้วร่วงหล่นลงจากสวรรค์กลายเป็นปีศาจร้ายในเวลาต่อมา

            “เฮ้ฉันมีงานมาเสนอ” ปลายนิ้วของเขาไล้ข้างแก้มของฉันแผ่วเบาเหมือนกับการคุกคามที่แสนน่ากลัว

            “เอางี้ไหม” เสียงกระซิบของเดมอน ไม่ต่างจากตอนที่เขาเพียรพูดบอกกับฉันเมื่อครั้งที่เราอยู่บนเตียงด้วยกัน และแนบชิดไม่มีอะไรขวางกั้น

            ใจฉันเต้นรัว รู้สึกถึงกลิ่นบุหรี่ที่มาจากลมหายใจของเขา และใกล้ซะจนเห็นทุกรายละเอียดบนหน้าเขาชัดเจน

            “ฉันจะให้เธอเดือนละสองหมื่นเลย แค่มานอนกับฉัน ครั้งคราว” คำพูดของเดมอนไม่ต่างจากเอาน้ำกรดสาดใส่หน้าของฉันจนร้อนผ่าวจนมอดไหม้ ฉันปากสั่นไปหมดจนต้องขบมันเอาไว้แน่น แล้วออกแรงผลักให้เขาออกห่างสุดกำลังที่เหลืออยู่

            “ฉันพูดเรื่องจริงนะ เธอก็ได้ประโยชน์หลายอย่างด้วย นอกจากเรื่องนั้นจะเก่ง ฉันจะให้เงินใช้

            ฉันไม่สามารถทนฟังคำพูดร้ายกาจของเดมอนได้อีกแล้ว คว้ากระเป๋าแล้วเหวี่ยงฟาดมันเข้าใส่สุดแรงจนร่างสูงนั้นเดินเซถอยหลังไป น้ำตาร้อนๆ ก็ไหลรินได้อย่างถูกที่ถูกเวลา ทำให้สภาพของฉันยิ่งทุเรศเข้าไปใหญ่

            “อย่าเข้ามาใกล้ ไปให้พ้น” ฉันกัดฟันบอกเสียงสั่น จากนั้นก็เดินออกมาโดยไม่เหลียวหลังหันกลับไปมองอีก

            เรื่องคืนนั้นก็จะคิดซะว่าทำทานให้ปีศาจร้ายไป ใช้หลังมือเช็ดน้ำตาไม่อยากให้ซาตานร้ายได้เห็นน้ำตาของฉันอีก

            ไม่มีวันไม่มีวันอีกต่อไปแล้ว

 

Damon`s talking…

            ผมเดินโต๋เต๋แถวๆ ร้านอาหารของเคลย์ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะพาตัวเองไปที่ไหนแล้ว

            หลังจากที่เกิดลัทธิสนับสนุนให้หมีมีเมีย สุดท้าย เท็ด[3] ก็อยู่กินกับเมียไม่ยอมโผล่หน้ามาเจอเพื่อนๆ คนอื่นในกลุ่ม เคยค่อนคอดคนอื่นไว้ว่ายังไง สุดท้ายไอ้หมีหื่นก็ลงเอยด้วยจุดจบที่ไม่ต่างจากทุกคนเท่าไหร่ นั่นคือหลงเมีย รักเมีย กันจนโงหัวไม่ขึ้น

            ผมเป็นคนสุดท้ายในกลุ่ม The Moxie คนเดียวที่ยังไม่มีคู่เป็นตัวเป็นตน และบอกก่อนนะ ผมจะไม่มีวันพะเน้าพะนอเอาใจเมียเหมือน ซิมม์[4] ร็อบ[5] คาร์ล[6] หรือไอ้หมีเท็ดเด็ดขาดนั่นคือคำปฏิญาณของตัวผมเอง

            ตอนนี้ผมหิวมาก เลยพาตัวเองมาที่ร้านอาหารของเคลย์ คิดว่าคงมีอะไรให้กินบ้าง ไม่คิดว่าจะเจอซิมม์กับร็อบเข้าพอดี

            “ไงมาทำอะไรกันที่นี่” ผมทักทายเพื่อนสนิทที่สุดทั้งสองคน แล้วก็นั่งลงที่โต๊ะเดียวกัน

            “กูกลับมาจากทำธุระ ส่วนไอ้นี่แวะมาซื้อข้าวให้เมียกิน” ซิมม์เป็นคนตอบ ผมเลยยิ้มน้อยๆ เพราะตอนนี้พวกเราต่างรู้กันดีว่าอิงเอื้อง เมียของไอ้ร็อบน่ะกำลังท้องอยู่ น่าตกใจใช่ไหมล่ะ ที่เพิ่งอายุกันไม่เท่าไหร่แต่กลับมีลูกแล้วอย่างนี้น่ะ

            ตอนแรกมีคนแซวว่าผู้หญิงอาจจะเป็นฝ่ายปล่อยให้ตัวเองท้องและจับผู้ชาย แต่บอกก่อน สำหรับไอ้ร็อบน่ะ มันตั้งใจจะจับผู้หญิงเลยทำให้แฟนท้องมากกว่า

            “แล้วมึงล่ะ มาทำอะไรที่นี่” ซิมม์ทำท่าจะจุดบุหรี่ แต่ถูกร็อบปัดทิ้งแรงๆ

            “ไอ้เชี่ย บุหรี่กู” ซิมม์สบถ แต่ถูกไอ้ร็อบด่ากราดในนาทีต่อมา

            “มึงสิเชี่ย มึงลืมไปแล้วเหรอ เมียกูท้องอยู่นะเว้ย อย่าเอากลิ่นบุหรี่มาติดเสื้อกู เดี๋ยวม่อนไข่กับใบมนของกูไม่สบาย” ร็อบว่าตาเขียวปั๊ด ผมเลยหัวเราะ จะว่าไปก็เพลินเหมือนกันที่เห็นพวกมันทะเลาะกันอย่างนี้

            “ไง มาตอนไหนวะเนี่ยเดมอน” เคลย์เข้ามาทักทายผม ผมเลยพยักหน้าให้

            “อยากกินอะไรก็สั่งแล้วกัน เดี๋ยวให้เด็กมารับออเดอร์”

            “เชี่ยมันแพงนะเว้ย กูเพิ่งได้มา บอกกันดีๆ ก็ได้นี่หว่า” ซิมม์ยังบ่นงึมงำไม่เลิก ท่าทางจะเสียดายบุหรี่มวนนั้นเอามากๆ

            “เออ” ผมพึมพำ เพิ่งนึกอะไรบางอย่างออก ทั้งซิมม์และร็อบต่างหันมามองผมในตาเดียว

            “ห้าร้อยบาทของพวกแกเนี่ย ใช้ได้นานสุดกี่วัน” ผมถามด้วยความสงสัย ยังจำจำนวนเงินที่เหลือในบัญชีของชะเอมได้ติดตา แล้วมันทำให้รู้สึกไม่สบายใจยังไงก็ไม่รู้ แถมเธอยังเอาเงินให้ผมตั้งสองพันด้วย ทั้งที่ผมพรากเวอร์จิ้นของเธอมาแท้ๆ

            “ห้าร้อยบาทน่ะเหรอ ยังไม่ได้ค่าบุหรี่กูเลย”ซิมม์ตอบ

            “ของกูก็ไม่ได้ครึ่งของวันด้วยซ้ำ เมียกูกินเก่งมากครับ สงสัยเจ้าม่อนกับมนชอบกิน กินทีนี่มื้อนึงไม่ต่ำกว่าพันบาทอ่ะ” ร็อบบอก ยิ่งได้ยินผมก็เลยยิ่งเครียดเข้าไปใหญ่ ก็ไม่รู้หรอกนะว่าเงินห้าร้อยบาทนั้นชะเอมจะต้องใช้ไปถึงตอนไหน ไม่แน่ว่าอาจจะถึงสิ้นเดือน แถมตอนนี้ก็เพิ่งครึ่งเดือนด้วย

            “มารับออเดอร์ครับ” พอมีบริกรมารับออเดอร์ผมก็ถอนหายใจ แล้วก็เอ่ยปากสั่งอาหารสองสามอย่าง

            “ห่อกลับนะ”

            “ห่อกลับเหรอ ไม่นั่งกินด้วยกันที่นี่วะ” ร็อบถามอย่างแปลกใจ

            “นานๆ จะมาเจอกันที อีกอย่างมึงจะไปกินกับใครวะ”

            “ยุ่งกับกูน่า” ผมบอก ในหัวคิดถึงแต่หน้าของชะเอม เธอไม่ได้สวยมาก ใบหน้าเรียบเฉยติดจะจืดชืดเลยด้วยซ้ำไป แต่แปลกนะ ที่หน้าของเธออยู่ในหัวของผมนานกว่าผู้หญิงคนไหนที่เคยผ่านมาทั้งชีวิตซะอีก

            ดวงตากลมโตของเธอนั้นเศร้ามาก คิ้ว คาง ปากนิด จมูกหน่อย พอมาแยกดูเป็นส่วนแล้วก็ต้องยอมรับเลยว่าทุกอย่างนั้นสวยและลงตัวมากๆ อีกอย่างหนึ่งที่ผมประทับใจกับชะเอมคนนี้ ต่อให้ล้างหน้า แต่ใบหน้าของเธอก็ไม่เปลี่ยนเลยแม้แต่น้อย แล้วตอนนี้ผมก็สลัดคราบน้ำตาที่คลอดวงตากลมโตนั้นออกไปจากหัวไม่ได้เลย

            “อย่าบอกว่าปีศาจอย่างมึงเจอผู้หญิงที่ชอบแล้ว” ซิมม์ถามได้ถูกจุดจนผมสะดุ้ง แต่ก็ยังเก็บมันเอาไว้ได้ดีเงียบๆ

            “ชักอยากเห็นหน้าว่ะ” ร็อบเอียงคอมองผมอย่างจับผิด แต่ผมผลักหน้ามันออกไปไกลๆ และเป็นจังหวะเดียวกับที่อาหารมาส่งพอดี

            “อย่าเดาซี้ซั้วน่า ฉันแค่อยากจะกลับไปกินข้าวที่บ้านเท่านั้นแหละ ไปล่ะ” ผมไม่คุยกับเพื่อนนานไปกว่านี้ คบกันมานาน ไม่กี่นาทีพวกมันต้องจับผิดผมได้แน่

            ไม่นานผมก็ขับรถมาถึงบ้านเช่าหลังเล็กของชะเอมจนได้ให้ตายเถอะ ตอนนี้ผมมาหยุดที่นี่ได้ยังไงกัน

            แล้วสุดท้าย เพราะอะไรก็ไม่รู้ ผมก็ถือถุงอาหารหยุดยืนหน้าประตูห้องของเธอ คราวก่อนที่มาส่งผมไม่ได้เข้าไปในห้องด้วย แต่อย่าให้พูดเลย ข้างนอกมันดูทรุดโทรมสุดๆ ไปเลยล่ะ

            Dammit!” ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน ว่าทำไมต้องมาอยู่ที่นี่ด้วย

            มันเป็นเรื่องที่คนอย่างเดมอน ไม่เข้าใจจริงๆ

End Damon talk…

 

         ฉันพลิกตัวอย่างยากลำบาก เพราะร่างกายอ่อนเปลี้ยปวดระบมไปทั้งตัว เป็นผลมาจากวันนั้นนั่นแหละ ที่ถูกทำร้ายเอาอย่างเลวร้าย มันเป็นความฝันที่ยังตามมาหลอกหลอนจนถึงตอนนี้ และไม่มีคืนไหนที่จะไม่ฝันร้าย เป็นสิ่งที่ฉันไม่อยากจะลืมตาตื่นขึ้นมาเจอความจริงเลย

            แต่ที่ต้องตื่นขึ้นตอนนี้เพราะต้องการอยากเข้าห้องน้ำ ร่างกายของมนุษย์เนี่ย บางทีก็สร้างความรำคาญใจให้เจ้าของไม่น้อย สั่งอย่างแต่มันกลับทำอีกอย่าง เยี่ยมไปเลยว่าไหม

         พอจะลุก ฉันกลับลุกขึ้นอย่างใจคิดไม่ได้ ตอนแรกคิดว่าเพราะร่างกายที่ปวดระบมจนลุกไม่ขึ้น แต่กลายเป็นว่ามีวงแขนแข็งแรงพาดเอวเอาไว้จนแทบขยับไม่ได้ เพราะมันหนักอย่างน่าเหลือเชื่อ

            ฉันเบิกตากว้างด้วยความตกใจ อ้าปากกว้างจนกรามแทบค้างลืมวิธีการหายใจไปโดยปริยาย

            เดมอน เดมอนเหรอ หรือว่ากำลังฝันอยู่ หัวใจของฉันเต้นแรงอย่างบ้าคลั่งในอก เหมือนว่ามันจะหลุดออกมาให้ได้อย่างไรอย่างนั้น ฝันอยู่รึเปล่า ฉันไม่รู้ว่านี่เป็นความฝันหรือความจริง ทุกอย่างมันน่ากลัวไปหมด กวาดตามองไปรอบห้องแล้ว ก็แน่ใจว่าที่นี่คือห้องพักของฉัน แล้วปีศาจร้ายคนนี้มาได้ยังไงกัน

            ฉันกลั้นหายใจอีกครั้ง ผลักแขนหนาหนักที่วางพาดเอวออกอย่างระมัดระวังไม่อยากให้เขาตื่นตอนนี้ ถึงจะไม่รู้ก็ตามว่านี่เป็นความฝันหรือความจริงกันแน่ พอพ้นจากเตียงได้ก็รีบเข้าห้องน้ำ มองตัวเองผ่านทางกระจกแล้วหอบหายใจอย่างน่ากลัว

            “นี่มันอะไร ใช่เขาจริงเหรอ” ฉันยกมือปิดปาก กลัวจนแทบจะร้องไห้ออกมาอยู่รอมร่อ แต่ก็กลั้นน้ำตาเอาไว้ได้

            ไม่สิ ตอนนี้ฉันต้องไม่ร้องไห้ ไม่เสียใจให้กับผู้ชายสารเลวคนนั้นอีก เดมอนคนนั้นไม่มีค่ามากพอที่จะให้เสียน้ำตา เขาเป็นปีศาจที่คอยแต่จะสูบเลือดสูบเนื้อ รวมถึงหัวใจและจิตวิญญาณด้วย เพราะฉะนั้นอย่าไปกลัว ไล่เขาไปให้ได้ ฉันบอกตัวเองแบบนั้น แต่ก็ไม่รู้ว่าจะทำได้จริงๆ ไหม

            เพราะเท่าที่เจอมา เดมอนคนนั้นน่ากลัว ร้ายกาจ อย่างที่ฉันสู้ไม่ได้เลย

            “ความฝันล่ะมั้ง” สุดท้ายฉันก็ปลอบใจตัวเองไปแบบนั้น เพราะอย่างเดมอนน่ะเหรอ จะเป็นคนเดินมาหาฉันถึงที่นี่น่ะ หน้าตาตัวเองเป็นยังไงเรื่องนั้นก็รู้ดีอยู่แก่ใจแล้ว เทียบกับเดมอนที่หล่อเหมือนกับเทพบุตร แล้วเขาจะมายุ่งวุ่นวายกับผู้หญิงหน้าจืดแบบฉันไปทำไม ฉันคงคิดถึงแต่เรื่องของเขาจนฟุ้งซ่านจิตหลอนไปเอง

            ดังนั้น หลังจากล้างหน้าล้างตาจนรู้สึกดีและสดชื่นขึ้น ก่อนจะเดินออกไปข้างนอก เพื่อดูว่าผู้ชายคนนั้นเป็นภาพหลอนอย่างที่คิดหรือเปล่า

         “เฮ้อ” ฉันถอนหายใจ เมื่อบนเตียงนอนขนาดสามฟุตครึ่งของฉันนั้นไม่มีปีศาจร้ายนอนอยู่อย่างที่กลัว

            “ฝันบ้าๆ” ฉันอดสบถด่าตัวเองไม่ได้ ที่หวั่นไหวกับผู้ชายคนนั้นจนกระทั่งเก็บเอามาคิดจินตนาการเป็นตุเป็นตะ

            แต่แล้ว ฉันก็แข้งขาอ่อน เมื่อเห็นร่างสูงโปร่งกำยำยึดครองห้องครัวอยู่

            “มากินข้าวเอม” เขาสั่ง โดยที่ฉันไม่เข้าใจเลย ว่านี่มันเรื่องบ้าบออะไรกันแน่

            “รึจะกินบนเตียง เอางั้นมั้ย?” เสียงหนักขู่ด้วยคำพูดที่ไม่น่าฟังเลย ฉันเลยเดินเข้าไปใกล้แล้วก็จ้องเขม็ง

            “นายเข้ามาได้ยังไง ออกไปเลยนะ” เสียงของฉันเองนั้นสั่นพร่าจนน่าหัวเราะ แต่ตัวฉันกำลังจะร้องไห้อยู่รอมร่อ

            “คุยกันก่อนมั้ยชะเอม มากินข้าวตอนที่ฉันกำลังอารมณ์ดีๆ อยู่ อย่าให้ฉันโมโหนะ ขอเตือน

            ฉันน้ำตาซึม รับมือกับสถานการณ์นี้ไม่ได้ และไม่เข้าใจเลย ว่าคนอย่างเดมอนได้ทุกอย่างที่ต้องการไปหมดแล้ว แล้วเขายังมาต้องการอะไรจากตัวฉันอีก

            “นายต้องการอะไร” ฉันถามอย่างไม่อ้อมค้อม จิกนิ้วลงกับโต๊ะอาหารเล็กๆ และมองเขาด้วยความหวาดกลัว

            “เห็นเธอมีเงินใช้แค่ห้าร้อยบาทแบบนี้ใครมันจะไปสบายใจวะ เลยอยากมาคุยด้วย วันนั้นเธอก็ดันจ่ายให้ฉันตั้งเยอะ”

            หน้าฉันร้อน จะร้องไห้ อยากให้เขาไปให้พ้นๆ จากห้องของฉัน ไม่อยากให้เขาวุ่นวายอยู่ใกล้ๆ เลย

            “ความจริงน่ะ ฉันเป็นคนที่ชอบ One night stand[7] มาตลอด” เดมอนเริ่มพูด เหมือนกำลังแนะนำตัวเองให้ฉันรู้จัก แต่คำพูดของเขาที่บอกว่าชอบความสัมพันธ์แบบคืนเดียวจบ มันหมายความว่ายังไง ทำไมเขาถึงเอามาเล่าให้ฟังแบบนี้ ไม่ว่ายังไงก็ไม่เข้าใจเลยจริงๆ

            “ก็อย่างที่บอกว่าฉันชอบแบบนี้ ไม่ชอบการผูกมัด เธอไม่ต้องกังวลอะไรกับฉันเลย” เขาไหวไหล่ วางอาหารลงตรงหน้า กลิ่นและหน้าตาของมันน่ากินจนท้องเริ่มประท้วง แต่ฉันก็ไม่อยากจะคว้าช้อนส้อมตอนนี้ คงจะกินลงหรอกนะ เขาเล่นมาพูดเรื่องอะไรก็ไม่รู้ให้ฟังก่อนหน้านี้น่ะ

            “แต่ช่วงนี้งานฉันเยอะ ไม่ค่อยได้เจอสาวๆ หรือผู้หญิงที่ถูกใจเท่าไหร่ เธอเองก็” เสียงของเดมอนเงียบหายไป ฉันเองก็เงยหน้าขึ้น ก่อนจะชาไปทั้งตัวเมื่อเห็นสายตาของเขามองมาตั้งแต่หัวจรดเท้า เหมือนกำลังพิจารณาสินค้าอยู่

            มันไม่ดีเลย ในสายตาของฉัน

         “เธอเองก็นอนกับฉันมาแล้ว จบเรื่องนี้ฉันเชื่อว่าเธอคงเก่งพอตัว จะช่วยเรื่องเสื้อผ้าหน้าผมเฉิ่มๆ ของเธอด้วย เธอจะได้ดูดีขึ้น ชอบผู้ชายคนไหน เชื่อเถอะ ผู้ชายคนนั้นต้องมองเธอเหลียวหลัง เธอจะได้ทั้งเงิน ทั้ง

            ฉันไม่สามารถทนฟังคำพูดของเขาได้อีกต่อไป ยกนิ้วที่สั่นเทาชี้ไปทางประตูแล้วไล่เขาออกไป

            “ไปซะ” ฉันบอก ไม่แม้แต่จะมองเขาด้วยหางตา

            “ไม่” เดมอนปฏิเสธ น้ำเสียงแข็งกร้าวเอาเรื่อง บอกให้รู้ว่านิสัยของเขาร้ายกาจมากแค่ไหน

            “แล้วเธอจะทำยังไงกับชีวิตเหรอ เงินห้าร้อย บอกแล้วไง วันนึงมันก็หมด” เสียงของเดมอนเข้มขึ้นอย่างไม่พอใจ

            “นั่นมันนาย ไม่ใช่ฉัน” ฉันบอกเสียงสั่นพร่า น้ำตาร่วงลงมาทั้งเจ็บทั้งอายกับสิ่งที่เขาตั้งใจจะมอบให้เป็นเหมือนของขวัญ ที่ฉันจะเตะมันให้พ้นทันทีที่เขาถือเข้ามาใกล้

            “เออ พยศแบบนี้ก็ชอบเหมือนกัน ให้มันรู้กันไปสิ ว่าคนอย่างเดมอน อยากได้อะไรแล้วจะไม่ได้!!

 

            เดมอนจากไปแล้ว หลังจากที่ทิ้งความร้ายกาจเอาไว้ ทำให้ฉันนอนร้องไห้บนเตียงที่ยับเยินคนเดียวด้วยความเจ็บปวด อยากฉีกเนื้อของปีศาจร้านคนนั้นเป็นชิ้นๆ ให้สาสมกับความเลวที่เขาฝากเอาไว้ และฉันไม่สามารถหลบหนีได้

            ก่อนไป เขาก็ยังพูดด้วยน้ำเสียงติดจะหงุดหงิดรำคาญใจเอาไว้ให้หัวใจของฉันเป็นแผลถูกน้ำกรดสาดหลายแผล

            เตียงบ้านั่นเล็กและเก่าเป็นบ้า แต่ให้ตาย ฉันชอบเวลาที่มันดังเป็นเสียงเอี้ยดอ้าดจัง ไว้เจอกัน แล้วจะติดต่อมา ดูซะ ความเลวร้ายที่เขาฝากเอาไว้กับฉัน เหมือนรอยแผลที่มันไม่มีวันจางหายไปไหน

            “ฉันเกลียดนายเดมอน!” สาบานจากใจ นั่นไม่ใช่เรื่องโกหกเลย ฉันเกลียดเขา และฉันก็เกลียดเขาตามที่ได้พูดไปจริงๆ

            เพราะมีงานต้องทำ เพราะอย่างนั้นฉันเลยไม่สามารถอยู่ในห้องอย่างที่หวังได้ ต้องพาร่างกายที่แสนกะปลกกะเปลี้ยไปที่คณะเพื่อทำงานต่อ

            ฉันต้องขอโทษซันหลายครั้ง เพราะงานไม่คืบหน้าเท่าไหร่ ถ้าจะถามถึงเหตุผล คงบอกได้แค่ว่าฉันไม่สบายมากจนไม่มีแรงจะทำอะไร แต่ความจริงแล้ว เป็นเพราะปีศาจร้ายคนนั้นคนเดียว ฉันเพลียมาก เหมือนผีตายซากที่มีแค่ร่างกายที่ขยับเคลื่อนไหวเหมือนหุ่นเชิด แต่หัวใจมันถูกกระชากออกไปนานแล้ว

            แต่ซันก็แสนจะใจดี ช่วยเหลือเอาไว้หลายอย่างจนฉันแสนจะซึ้งใจจนน้ำตาจะไหลอยู่รอมร่อ

            เราทำงานกันได้อย่างราบรื่น ระหว่างที่ฉันกำลังแปลวรรณกรรมเป็นภาษาไทยไว้ในสมุดโน้ต และส่งต่อให้ซันเกลาภาษาพิมพ์กับคอมพิวเตอร์แล้วก็รวมเล่มต่อ แล้วก็มาถึงตอนที่เราใกล้จะทำจบบทที่สามฉันก็ลองพูดทำลายความเงียบขึ้นมา

            “ซัน ฉันถามอะไรหน่อยสิ”

            “ว่า” เขาครางรับแต่ไม่ได้ละสายตาจากหน้าจอแม็กบุ๊กที่กำลังพิมพ์งานอยู่

            “คือ ฉันอ่านกระทู้ในอินเทอร์เน็ตน่ะ แล้วก็สงสัย คือว่า ฉันไม่ค่อยมีเพื่อนผู้ชาย ฉันเลยอยากรู้ความคิดเห็นของผู้ชาย” ฉันเลียบเคียงถามเสียงแผ่ว ซันหันมามองฉันแวบหนึ่งแล้วก็พยักหน้า

            “คือว่าผู้ชายน่ะ ไม่ต้องมีความรักความผูกพันก็ได้ใช่ไหม ในการ เอ่อ มีอะไรกับผู้หญิง” หน้าฉันร้อน ทั้งอายทั้งกลัวที่ต้องถามซันเอาแบบนี้ และคำตอบที่ได้มันก็ทำให้ฉันแน่ใจมากกว่าเดิม

            “ก็ประมาณนั้น

            “แล้ว ต่อให้มีอะไรกันหลายครั้ง ถ้าไม่ชอบเลย ผู้ชายก็ไม่ผูกพันเหมือนผู้หญิงใช่มั้ย?” ถามแล้วก็สะท้อนใจนัก ยิ่งได้ยินคำตอบของซัน ฉันก็รู้แน่ชัด ว่าเป็นอะไรสำหรับปีศาจร้ายคนนั้น

            “ก็ใช่อีกนั่นแหละ ผู้ชายคิดอย่างเดียวแหละ ได้มาง่ายๆ ก็ยิ่งได้ใจ คิดว่าเป็นของตายเท่านั้นแหละ

            “งั้นเหรอ แล้วผู้ชายจะเบื่อตอนไหนเหรอ” สายตาของฉันเลื่อนลอย ไม่อยากเชื่อเลย ว่าฉันต้องใช้เงินของเดมอนที่ทิ้งเอาไว้ เพราะต้องจ่ายค่าไฟที่ลืมเรื่องนี้ไปซะสนิทใจ ถึงจะไม่ต้องจ่ายค่าเช่าห้องเพราะญาติยกให้ฉันเลย แต่ฉันก็ต้องรับผิดชอบเรื่องค่าน้ำค่าไฟอยู่ดี

            เพราะอย่างนั้นกลายเป็นว่าฉันกลืนน้ำลายตัวเอง ใช้เงินที่เดมอนทิ้งไว้ให้ ไปเสียแล้ว

         “อืม ผู้ชายจะเบื่อตอนไหนน่ะเหรอ ถ้าผู้ชายแบบที่เธอถามมาก่อนหน้านี้ ถ้ามาเพื่อเรื่องอย่างว่าอย่างเดียวไม่คิดเรื่องอื่น คงไม่ชอบการที่ถูกแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของล่ะมั้ง ละลาบละล้วง ทำตัวเป็นแฟนคอยตามตลอดเวลา แบบนั้นน่าจะไม่โอเค”

            “เหรอ” ฉันครางรับ และเหมือนจะเห็นทางออกของตัวเองอยู่รางๆ

            ดังนั้นเมื่อแยกจากซันแล้ว ฉันก็หยุดอยู่หน้าห้องชุดของเดมอน ตั้งใจว่าจะทำเรื่องที่จะทำให้เดมอนเบื่อระอา แล้วก็เลิกสนใจฉัน แล้วทิ้งฉันไป

            ฉันกลั้นหายใจเมื่อเดมอนเปิดประตูให้ ด้วยแววตาสีหน้าที่แสดงความประหลาดใจอย่างถึงที่สุด

            “มาทำไมเหรอ” เขาเอียงคอถาม ยังไม่ให้ฉันเข้าห้องในทันที

            แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นเจ้าเล่ห์ อย่างที่เดาได้ไม่ยากเลยว่าเขากำลังคิดเรื่องอะไรอยู่ในใจ

            “ฉัน” มันยากมากจริงๆ ที่ต้องพูดบอกออกไป แต่ถ้าไม่ทำอะไรสักอย่าง ฉันก็จะเหมือนกับของตายของเขา ที่อยากจะทำอะไรเมื่อไหร่ก็แวะมาหาได้ง่ายๆ โดยที่ตัวฉันปกป้องตัวเองไม่ได้เลย

            “คืนนี้ฉันก็ตั้งใจจะไปหาเธอพอดี มาหาแบบนี้ล่ะเหมาะเหม็งเลย” เดมอนประคองฉันเข้าไปในห้อง ประตูปิดลง ตามด้วยคำพูดที่แสนจะน่ากลัว

            “ฉันไม่อยากใช้ถุงยางแล้วอ่ะขอได้มั้ย?



[1] สตอล์กเกอร์ (Stalker) คือ ผู้คุกคามทางอินเทอร์เน็ตและติดตามมาถึงชีวิตจริง ถือเป็นโรคจิตประสาทและอาชญากรรมอย่างหนึ่ง

[2] ฟรีแลนซ์ (Freelance) หรือ ฟรีแลนซ์เซอร์ (Feelancer) คือ ผู้ที่มีอาชีพรับจ้างอิสระ ที่ไม่ขึ้นตรงต่อหน่วยงาน หรือองค์กร หรือบริษัทใดๆ พนักงานฟรีแลนซ์จะต้องจัดตารางเวลาการทำงานของตนเอง การรับเงินจากนายจ้าง ก็จะเป็นลักษณะใดก็แล้วแต่ตกลงกัน ซึ่งอยู่บนพื้นฐานความพึงพอใจของทั้งฝ่ายนายจ้าง และฝ่ายลูกจ้าง

[3] เท็ด และคำหวาน จากนิยายเรื่อง Teddy`s Eyes คนเดียวในใจ จะร้ายแค่ไหนก็รักคุณ เขียนโดย Miracle

[4] ซิมมอนส์ และ ปันหยี จากนิยายเรื่อง Simmons`s Eyes รักปิดตาย วายร้ายที่รัก เขียนโดย Miracle

[5] ร็อบ และ อิงเอื้อง จากนิยายเรื่อง Rob`s Eyes จะเจ็บแค่ไหน หัวใจก็ให้เธอ เขียนโดย Miracle

[6] คาร์โล และ แก้วใส จากนิยายเรื่อง Carlo`s Eyes ให้หมดใจ นายตัวร้ายที่รัก เขียนโดย Miracle

[7] คู่นอนคืนเดียว หรือ วันไนต์สแตนด์ (one-night stand) แต่เดิมใช้หมายถึง การแสดงที่เล่นเพียงคืนเดียว โดยมากใช้กับกลุ่มรับเชิญในการออกทัวร์ แต่อย่างไรก็ตามคำนี้ มีความหมายที่เข้าใจกันว่า เป็น คู่นอนคืนเดียว ระหว่างคนสองคน ไม่ว่าจะเป็นเกิดความสัมพันธ์ในฉับพลัน หรือคาดว่าอาจเกิดความสัมพันธ์ทางเพศหรือด้านความรักในระยะยาวในภายภาคหน้า






Damon's Eyes ปีศาจร้ายร่ายรักร้อน

วางขายตามร้านหนังสือทั่วไปแล้วค่ะ

หรือสอบถามสั่งซื้อผ่านทาง สนพ ได้โดยตรงเลยค่ะ

 ➡  https://m.me/meejairakpublishing

 

E-Book ซื้อได้ที่นี่เลยค่ะ กดที่รูปได้เลยนะคะ






http://40.media.tumblr.com/49fa70d34e88627a55a53cf452cd58fd/tumblr_npdgu8vqVa1qbetfwo5_r1_1280.jpg
http://36.media.tumblr.com/13919b77d06dc31693c702c8b1dba37b/tumblr_npdgu8vqVa1qbetfwo6_r1_1280.jpg



 

Talk 1...

Song :: The Script - For The First Time

For The First Time สำหรับครั้งแรกของชะเอมเลยค่ะ

อี ผช เซตนี้นี่มันยังไง ทำไมถึงได้กันอย่างนี้

แต่ละคนแบบ คุณพระคุณเจ้าฮอตฮาร์ดบาดลึกมาก

เรื่องนี้คอนเซ็ป #หื่นห่ามกามกายค่ะ

รับรอง เอาทั้งซิมม์ ร็อบ คาร์ล กับเท็ดมารวมกันได้เลย

เดมอนชนะเลิศเรื่องความหื่นค่ะ แงงงงงง 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 225 ครั้ง

238 ความคิดเห็น

  1. #18917 MAZ (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2561 / 20:26

    พี่แกนิน๋าาาาาาา

    #18917
    0
  2. #18892 Erng_Erng (@Erng_Erng) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2561 / 16:03
    เดม่อนคือแบบบบบ ของี้เลยยยย ชะเอมลูกจะทาทำให้เค้ารำคาญ หรือจะมาทำให้เค้าติดใจนานๆเนี่ยยย
    #18892
    0
  3. #18875 Ppp (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2561 / 16:37

    อ่านกี่รอบก็สงสารชะเอม ;-;

    #18875
    0
  4. #18874 Erng_Erng (@Erng_Erng) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2561 / 12:36
    เดม่อนนนร้ายไปแระนะ ตบๆ แง้
    #18874
    0
  5. #18873 Erng_Erng (@Erng_Erng) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2561 / 12:36
    เดม่อนนนร้ายไปแระนะ ตบๆ
    #18873
    0
  6. #18872 Ann Ann (@ann252627) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2561 / 09:00
    อัพแก้ตอนเดียวเองหรอคะ
    #18872
    1
    • #18872-1 MULEE & MOEI ♚ (@mu_mu_jung) (จากตอนที่ 34)
      10 ธันวาคม 2561 / 12:14
      มาอัพต่อแล้วนะคะ
      ยังอัพต่ออยู่ค่ะ รอได้เลยนะคะ ขอบคุณค่ะ 🙏😘
      #18872-1
  7. #18871 patty-thanaporn (@patty-thanaporn) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2561 / 15:22
    เย่!!มาอัพเดมอนแล้ว ดีใจรอตั้งนาน
    #18871
    0
  8. #18870 MAZ (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2561 / 14:13

    พี่เดคนโหดดดดด

    #18870
    0
  9. #18869 Erng_Erng (@Erng_Erng) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2561 / 12:44
    บทแรกพี่ก็จะเอาจิ้นน้องเลยหรอออ รอนะค๊าาา
    #18869
    0
  10. #18867 MULEE & MOEI ♚ (@mu_mu_jung) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2561 / 12:14

    #DamonsEyes???? #เดมอน #ชะเอม

    มาแล้วค่ะ ใครยังไม่เคยเจอความร้ายกาจของเดมอน

    มาเลยค่ะ ฮือออ ชะเอมนี่แบบสะบักสะบอมมากเน้อ

    แล้วก็ขอฝากพรีอิปีศาจตัวนี้ไว้ด้วยนะคะ

    ขอบคุณมากๆ เลยนะคะ ??????’“

    #18867
    1
    • #18867-1 Erng_Erng (@Erng_Erng) (จากตอนที่ 34)
      8 ธันวาคม 2561 / 12:45

      รอน๊าาา
      #18867-1
  11. #13847 fatsugar-louve (@fatsugar-louve) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:40
    กรี้ดดดดดๆๆๆ ชอบมากก ทำไมเราเพิ่งเจอ ต้องบอกไรท์ก่อนเลยว่าเราเปนสาววาย ไม่ได้อ่าน ชญ นี่เรื่องแรก 5555 เพราะมีคนไปแชร์ความเลวของพี่เดมอนในทวิต เลยต้องตามหากัน มาอ่านให้ได้ 5555


    ปล. อยากอ่านเอ็นซีอ่ะไรท์มีลงไว้ในธันวลัยหรือที่อื่นไหมคะ หรือไม่มีอยู่แล้ว ?
    #13847
    0
  12. #11999 YiEn_626 (@YiEn_626) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2559 / 22:07
    เราจะซื้อ เซตนี้ได้ยังไงอะ
    #11999
    0
  13. #10448 aggddragon (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 2 มกราคม 2559 / 10:05
    จะเป็นกำลังใจให้นะคะ
    #10448
    0
  14. #9051 Ying_yoiiz (@ying_yoiiz) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 12 กันยายน 2558 / 09:31
    อะไรอ่าาา ทำไมโดนแบนนนนนนนน >๐< กรีสร้องงงงงงงง
    #9051
    0
  15. #9046 naanaa2532 (@naanaa2532) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 12 กันยายน 2558 / 08:47
    เค้าอ่านมิทัน...โฮกกกกกกก ร้องไห้แปป
    #9046
    0
  16. #8845 aommyzp (@aommiizp) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2558 / 14:13
    พออ่านเพลงท่อนแรก รู้สึกเลยว่าต้องอ่านตอนนี้!!!! จินตการถึงหน้าแดนนี่ the script ไรท์ รสนิยมดีมากกก 5555555
    #8845
    0
  17. #7447 CND (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2558 / 22:49
    เอิ่มมม เดมอนรีบไปนะเค้ายังได้พูดไรเลย
    #7447
    0
  18. #7395 claire (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2558 / 20:43
    กรี๊ดๆๆๆ เดมอนของพี่ ชอบจริงร้ายๆแบบนี้เนี่ย ฮ่าๆๆ
    #7395
    0
  19. #7394 Nong (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2558 / 18:54
    เลวจิงๆๆๆเล๊ยยยยยยยย
    #7394
    0
  20. #7393 Sopi_ (@so_pida) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2558 / 18:12
    แค่นี้ยังสนุกมากเลย ติดตามๆ
    #7393
    0
  21. #7391 sailovetula1 (@sailovetula1) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2558 / 12:24
    ชอบโหดๆๆ คึคึ
    #7391
    0
  22. #7390 เรนโบว์ พาเฟ่ (@ranbow-pafa) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2558 / 23:57
    จะเอาเดม่อนนน ยอมแล้วทูนหัว อยากมีผัวเป้นเดม่อน
    #7390
    0
  23. #7389 เรนโบว์ พาเฟ่ (@ranbow-pafa) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2558 / 23:54
    รออัพกัป
    #7389
    0
  24. #7387 ลุ้นฟ (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2558 / 10:51
    เด นายทำเกินไปแล้วนะ สงสาร เอมเทอจะรอดไหมเนี่ยะ
    #7387
    0
  25. #7386 Devil girl (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2558 / 09:43
    ลุ้นอะ เอมไปแล้วอิมอนมันจะกระวนกระวายมั้ยน้อ กรี๊ดดดดดดดดดดดดดด
    #7386
    0