Angel Eyes

  • 95% Rating

  • 60 Vote(s)

  • 3,073,557 Views

  • 19,931 Comments

  • 10,628 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    23,441

    Overall
    3,073,557

ตอนที่ 19 : Rob`s Eyes 💋 | Re-write Ver. Ep02

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 35611
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 282 ครั้ง
    6 พ.ค. 61

http://36.media.tumblr.com/62feeaa9eecb21a6d1460af31ea61d3e/tumblr_ni4bqf3hqw1qbetfwo3_1280.png

Rob’s Eyes 02

~Nothing’s turned out How You Wanted~

 

         “เจอแม่นั่นที่ไหน” ผมหันถามเพื่อน ก็เห็นว่าเท็ดไหวไหล่ยกขวดน้ำขึ้นดื่มอึกใหญ่ ท่าทางพิรี้พิไรนั่นทำให้ผมหงุดหงิดอยากจะยกขาถีบมันแรงๆ สักทีหนึ่ง

            “บอกแล้วไงเจอทางเข้าคอนโดไง ผู้หญิงคนหนึ่ง หรือว่าเค้าส่งผ้าอนามัยใช้แล้วมาให้วะ” เท็ดบอก ผมล่ะขนลุกซู่ขึ้นมาทันที เพราะครั้งหนึ่งเพื่อนผมเคยได้ช็อกโกแลตแบบโฮมเมดทำเอง แล้วไงรู้ไหม เราเจอเศษเล็บ เศษเส้นผมในช็อกโกแลตด้วย ที่สำคัญไอ้เศษเล็บน่ะ มันใหญ่เกินกว่าจะเป็นเล็บมือ

         “ไอ้เห้-พูดซะกูขนลุก” ผมสบถ เท็ดมันก็หัวเราะหึๆ แล้วก็ล้มตัวลงนอนบนโซฟา ซึ่งก็ไม่รู้ว่ามันไปเมาค้างมาจากที่ไหนมาก่อน

            “ก็เพื่อนกูเคยบอกว่ามีผู้หญิงส่งแก้วค็อกเทลมาให้ ไอ้เราก็คิดว่ามันคือสตรอว์เบอร์รี่มาร์กาเร็ตต้า แต่โชคยังดีที่มีแฟนมันมาห้ามไว้ทัน บอกว่านั่นคือเมนส์เห็นว่าเป็นยาทำเสน่ห์ไรสักอย่าง”

            “อ้วกเหอะ! พอๆ อย่าทำให้กูคายของเก่าออกมาตอนนี้ กูอยากรู้ว่าผู้หญิงคนนั้นหน้าตายังไง” ผมถามเท็ด ก็เห็นหมอนั่นอ้าปากหาวพลางทำหน้าครุ่นคิด ส่วนผมก็ลุ้นอย่างใจจดจ่อ ทั้งที่ก็รู้อยู่แล้วว่าคนที่ส่งรองเท้ามาให้ต่างหน้านี้ คืออิงเอื้อง ผู้หญิงที่กระชากเอาด้านมืดผมออกมาได้อย่างง่ายดายและน่ากลัว

         “ก็ไม่รู้สิ เธอเอาแต่ก้มหน้าก้มตา ผมเผ้ายุ่งรุงรังไปหมด” เท็ดถอนหายใจ จากนั้นมันก็หลับไปโดยไม่เปิดโอกาสให้ผมได้เอ่ยถามอะไรต่อ ให้ตายเถอะ ผมล่ะเบื่อผู้ชายคนนี้จริงๆ

            แต่เท่าที่ได้ยินจากปากของเท็ดเท่าที่พูดมามันก็น่าจะให้แม่ดอกเอื้องผู้บอบบางคนนั้นนั่นแหละ

            ผมค้นหาดอกไม้ชนิดนี้ในอินเทอร์เน็ตและผมก็รู้ว่าดอกไม้ชนิดนี้อ่อนแอเปราะบางมากแค่ไหน ถ้าทำอะไรไม่ถูกต้อง ลืมรดน้ำใส่ปุ๋ย มันก็จะเฉาตายมลายหายไป

            แต่เชื่อเถอะ ไม่ว่ายังไงผมก็จะพยายามย้ายกระถางดอกไม้ออกมาจากบ้านของไอ้ตินแล้วก็เอามาปลูกเอง ให้มันรู้กันไปสิ ว่าผมจะไม่ได้เป็นเจ้าของครอบครองเธอน่ะ

            เมื่ออิงเอื้องไม่ยอมมาหา ผมเลยทำการข่มขู่เธออีกครั้งด้วยการหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา และส่งข้อความไลน์ไปอีกครั้ง ตอนแรกยังได้ผลทำให้เธอมาหาถึงที่นี่ได้ แล้วทำไมผมจะทำให้เธอขยับเดินเข้ามาถึงในห้องอีกครั้งไม่ได้ ถ้าไอ้เท็ดไม่โผล่มา ไม่แน่ว่าตอนนี้เราอาจะได้สานสัมพันธ์อะไรต่อมิอะไรด้วยกันแล้ว

 

            Rob R Nash :: เธออยู่ไหน เอาแค่รองเท้ามาให้ทำไม

            Rob R Nash :: มาเจอกันเดี๋ยวนี้

            Rob R Nash :: ไม่อย่างนั้น

 

            ผมไม่ใจร้อนไม่ผลีผลาม ทิ้งช่วงให้อิงเอื้องตอบข้อความกลับมาให้ เห็นสัญลักษณ์คำว่า Read ตัวเล็กๆ ขึ้นที่ข้อความบอกให้รู้ว่าเธออ่านแล้ว แต่ทำไมไม่ยอมพิมพ์อะไรกลับมาซะที

            พอเวลาผ่านไปนานเข้า ผมก็เริ่มอารมณ์เสียหงุดหงิด เพราะไม่เคยมีใครเมินผมแบบนี้มาก่อน ที่ผ่านมาแค่ชายตามองผู้หญิงทุกคนก็ถลาเข้ามาแล้ว

            “เธอคิดว่าเธอเป็นใครกัน อิงเอื้อง” ผมกัดฟันกรอด ก่อนยกโทรศัพท์ขึ้นต่อสายหาผู้หญิงหัวดื้ออวดดีคนนั้นทันที

            แล้วก็อย่างที่คิดเอาไว้ ยัยบ้านั่นไม่ยอมรับสาย ผมแทบจะโยนโทรศัพท์ทิ้งด้วยความหัวเสีย กดโทรซ้ำอีกครั้งแต่แม่นี่ก็ไม่ยอมรับสายตามเดิม สุดท้ายผมก็โยนโทรศัพท์ทิ้งอย่างหงุดหงิด

            “เป็นไร หน้าหมา เอ๊ย หมาง เชียว” ไอ้เดมอนเดินเข้ามาในห้องผมแล้วก็ถามอย่างปาก()มา() ยิ่งทำผมหัวเสีย อยากจะเจอหน้าตัวการที่ทำให้ต้องหัวหมุนอย่างนี้ ผมไม่ตอบ เดมอนเองก็ไม่เซ้าซี้ เดินไปหยิบกีตาร์ขึ้นมานั่งเกาเล่น ผมเองก็นั่งนับหนึ่งถึงร้อยในใจเพื่อสงบสติอารมณ์ของตัวเอง

            “อย่าคิดว่าฉันจะยอมแพ้นะ อิงเอื้อง

End Rob talk…

 

         ฉันร้อนๆ หนาวๆ กลัวไปหมดทุกอย่างตอนนี้

            เหมือนเป็นฆาตกรฆ่าคนตายเลย ทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรแบบนั้นเลยแม้แต่น้อย มีแต่คนอื่นนั่นแหละ ที่ทำฉันต้องอยู่อย่างหวาดผวาไม่กล้าจะออกไปไหนทั้งนั้น

            แต่พอมีเรียน แล้วจะให้ฉันทำยังไงล่ะ ถ้าไม่ไปเรียนเดี๋ยวก็จะไม่มีสิทธิ์สอบ อนาคตของฉันก็จะต้องดับวูบจริงๆ ดังนั้นแม้จะกลัวและไม่อยากจะออกไปไหนมากแค่ไหน แต่สุดท้ายฉันก็มานั่งเรียนในคลาสจนได้

            ยอมรับเลยว่าฉันไม่เข้าใจอะไรที่อาจารย์สอนเลย แต่โชคดีที่จดเลกเชอร์ตามอาจารย์ทันทุกอย่าง และฉันตั้งใจว่าจะกลับไปอ่านอีกครั้งอย่างละเอียด มันคงช่วยให้ฉันเข้าใจมากขึ้น

            พอถึงตอนเย็นฉันก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก จะรีบกลับบ้านแล้วกลับไปทำงานและอ่านหนังสือ จิตใจจะได้ไม่ฟุ้งซ่านคิดเรื่องไม่เป็นเรื่องพวกนั้นอีก

            แต่ไม่ว่าจะพยายามมากแค่ไหน ส่วนลึกในใจของฉันมันก็ยังจดจำแต่เรื่องราวแสนเลวร้ายที่เกิดขึ้นทุกอย่างได้อยู่ดี

            คนเรานี่ก็แปลก บางครั้งสิ่งที่ไม่อยากให้จำ มันกลับลบเลือนได้อย่างง่ายดาย

            บางเรื่องที่อยากให้ลืม แต่มันกลับจดจำขึ้นใจจนลบไม่ออก

            ฉันได้แต่ถอนหายใจกับความโง่งมของตัวเอง ที่ประมาทจนทำให้ตัวเองถูกล่วงเกินอย่างนั้น ทั้งที่แฟนก็อยู่ด้วยแท้ๆ ร้านอาหารก็มีผู้คนพลุกพล่าน แต่ทำไมฉันถึงปกป้องตัวเองไม่ได้เลย ยิ่งคิดฉันก็ยิ่งละอายแก่ใจ และไม่อยากจะสู้หน้าตินในเวลานี้เลย

            ฉันเดินออกมาจากห้องเรียนและเกือบชนคนหนึ่งเข้า ฉันเบี่ยงตัวหลบทัน แล้วก็พึมพำขอโทษออกไป แม้จะไม่ได้ชนกันแต่ฉันก็พูดไปตามมารยาท

            “ขอโทษด้วยค่ะ” ฉันบอกแล้วก็ตั้งใจจะเดินเลี่ยงไปอีกทางหนึ่ง แต่ว่าร่างสูงของคนคนนั้นก็ก้าวเท้าตามมาทางเดียวกันด้วย

            ฉันสะดุ้งเล็กน้อยแล้วก็ตัดสินใจเดินไปทางตรงกันข้าม แต่มันก็เหมือนเดิม เพราะเขาคนนั้นก็เดินมาขวางอีก

            แต่เหตุการณ์ประหลาดนี่มักจะเคยเกิดขึ้นอยู่ครั้งสองครั้งในชีวิตของฉัน ดังนั้นฉันเลยเดินเลี่ยงไปอีกทางเงียบๆ ไม่พูดอะไรทั้งนั้น

            พอจะก้าวเท้าเดินหนี ฉันก็สะดุ้งจนตัวโยนเมื่อถูกจับข้อมือแน่น และกระชากให้ฉันเซเข้าไปหาทั้งตัว

            “อุ๊ย คุณ!” ฉันอุทานก่อนจะเงยหน้าขึ้น หัวใจตกไปกองที่พื้นเพราะคนที่เข้ามากระชากตัวอย่างอุกอาจ

            “ร็อบ” ฉันอุทานเป็นเสียงกระซิบ ตัวชาวาบทั้งกลัวทั้งอาย พอได้สติก็พยายามบิดข้อมือออกจากมือของเขา

            “ปล่อยฉันนะ!” ฉันพยายามไม่พูดเสียงดัง เพราะไม่อยากเป็นเป้าสายตา

            แต่ดูเหมือนจะสายไป เพราะตอนนี้เริ่มมีคนอื่นๆ มองมาตาไม่กะพริบ คงจะมองร็อบแล้วก็เผื่อสายตามามองฉันด้วย พอเห็นใครต่อใครเริ่มพากันกระซิบซุบซิบกันฉันก็ไม่สบายใจเป็นเท่าตัว

            ทุกคนรู้กันดีว่าฉันคือแฟนของติน แต่ตอนนี้ฉันกลับมาอยู่กับร็อบ มองยังไงๆ มันก็ไม่ใช่เรื่องปกติที่คนรู้จักเขาทำกัน

            “ถ้าไม่ปล่อยจะว่าไง” ร็อบเลิกคิ้วถามยียวน ฉันได้แต่กวาดสายตามองไปรอบตัวอย่างหวาดๆ แทบลืมหายใจเพราะความกลัวและอับอาย

            “อย่านะ ไม่งั้นฉันจะร้องให้คนช่วย” ฉันขู่ แต่คนอย่างร็อบคงจะกลัวหรอก เขาไม่สะทกสะท้านซ้ำยังยิ้มเย้ยอีกต่างหาก

            “ช่วย ช่วยเรื่องอะไรล่ะ ฉันทำร้ายเธอเหรอ คนอื่นถึงจะเข้ามาช่วยเธอน่ะ”

            “ที่นายกำลังทำอยู่ที่นี่แหละ ที่ฉันจะขอให้คนช่วย” เสียงของฉันสั่นเครือ ทั้งเจ็บทั้งกลัวกับสายตาของร็อบ

            “ถ้าฉันป่าวประกาศบอกว่าเธอเป็นเมียฉัน นี่มันคือเรื่องของผัวเมีย ใครหน้าไหนจะกล้าเข้ามาสอด” เขาแสยะยิ้มอย่างน่ากลัว ฉันแทบน้ำตาร่วงด้วยความอับอาย

            “มันไม่ใช่เรื่องจริง” ฉันบอกเสียงสั่น พยายามพูดเสียงให้เบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ และทำตัวให้เป็นปกติด้วยการไม่ดึงมือออกมาจากการเกาะกุมของเขา ยิ่งดิ้นเท่าไหร่ก็จะยิ่งเป็นเป้าสายตามากเท่านั้น ดังนั้นเลยนิ่งเฉยปล่อยให้ร็อบจับมือและทำอะไรได้ตามใจชอบ

            “หรือจะให้พิสูจน์อีกรอบ” เสียงเย็นๆ ของร็อบทำให้ร่างกายของฉันชาวาบ ไรขนอ่อนทั่วร่างกายลุกชัน อยากเดินหนีแต่มือหนาก็จับเอาไว้แน่น

         “ถ้าไม่อยากอายก็ตามใจ เธอรู้อยู่แล้วว่าฉันไม่ใช่แค่ขู่เฉยๆ แน่ อยากให้ตินรู้เรื่องนี้รึเปล่าล่ะ” เขายิ้มเย็น ราวกับมีอะไรบางอย่างเสียดแทงหัวใจฉันจนเลือดไหลริน

            น้ำตาฉันแทบไหลเมื่อปลายนิ้วของเราเริ่มสอดประสานกัน ฉันส่ายหน้าน้อยๆ และมองหน้าเขาอย่างวิงวอนขอร้อง

            “ฉันเป็นแฟนเพื่อนนายนะ อย่าทำแบบนี้เลย” ฉันพยายามอ้อนวอน

            ถ้าหากว่าร็อบยอมหยุด ฉันก็จะให้อภัยเขา จากนั้นเราจะเดินกันคนละเส้นทางไม่ข้องเกี่ยวกันอีก

            พอเห็นร็อบยิ้ม แวบหนึ่งฉันก็ดีใจ เข้าใจว่าเขาจะยอมปล่อยฉันไป แต่ที่ไหนได้ เขากลับถอดเสื้อแจ็กเก็ตแขนกุดที่มีฮู้ดให้ฉัน

            “นาย” ฉันพูดอย่างเหลือทน เสียงสั่นจนร็อบหัวเราะ

            ฉันเกลียดเขา เกลียดจนน้ำตาร่วง อยากบอกเหลือเกินว่าเขาจะเป็นคนที่ฉันจะเกลียดไปตลอดกาล

            “ใส่เสื้อซะสิดึงฮู้ดปิดหน้าเหมือนคราวก่อน ถ้าไม่อยากให้ใครเห็นหน้า” ร็อบพูดเหมือนกับเป็นเรื่องปกติที่เราจูงมือกันแบบนี้

            ทั้งที่ฉันเป็นแฟนเพื่อนของเขา เรื่องแบบนี้มันไม่ใช่เรื่องผิดสำหรับเขาเลยเหรอ

         “หรือถ้าหากอยากโชว์หน้าของเธอให้คนอื่นเห็นก็ตามใจ” เขายิ้มเย็น ระหว่างที่เรายังยืนจับมือกันอยู่ที่ระเบียง

            จากที่ผ่านมามันบอกฉันว่า ไม่ว่าจะยังไงร็อบก็ไม่ยอมปล่อยอยู่แล้ว ฉันน้ำตาร่วงประสานสายตากับเขาด้วยความเจ็บแค้น แต่สุดท้ายก็จำต้องดึงแจ็กเก็ตฮู้ดของเขามาสวม เพราะไม่อยากให้ใครเห็นหน้า

         “เป็นเด็กดีก็เป็นเหมือนกันนี่” ร็อบหัวเราะ ขณะที่ฉันร้องไห้อย่างร้าวราน

            “ไปกันเถอะ ตอนนี้ฉันหิวแล้ว” เขาพูดเหมือนเราเป็นแฟนกัน เหมือนเราคบกัน

         ทั้งๆ ที่เขาเป็นคนทำร้ายฉันแล้วก็ข่มเหงฉัน ฉันไม่มีอะไรจะพูดออกมาเลยจริงๆ อยากจะหนีแต่ก็กลัว เพราะร็อบไม่ได้มาแค่คนเดียว แต่ยังมีผู้ชายตัวใหญ่หน้าดุอีกสองคนตามมาด้วย

            คนหนึ่งฉันจำได้ว่าเคยฝากเอาถุงใส่รองเท้าให้เขาเอาไปคืนร็อบ ฉันนี่โง่จริงๆ ที่ยิ่งทำให้พวกเขาจำหน้าได้เข้าไปใหญ่

            “จะไปไหนกันดีอ่ะ” เสียงทุ้มหนักของใครคนหนึ่งเอ่ยขึ้น ระหว่างที่เราเดินออกจากตึกคณะเรียนไปด้วยกัน

            มือของฉันยังจับมือของร็อบไว้แนบแน่น ฉันไม่ได้เต็มใจอยากจะจับมันเลย ฝ่ามือก็ร้อนชุ่มไปด้วยเหงื่อ แต่ผู้ชายร้ายกาจคนนั้นก็ดูไม่อนาทรร้อนใจอะไรเลยสักนิด

            “หิวว่ะ ไปหาไรกินกันดีมั้ย

            เสียงนี้ ฉันจำได้แม่นว่ามันคือเสียงของร็อบ เขาตอบไป ทำให้ฉันหวนคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในร้านอาหารอย่างช่วยไม่ได้ น้ำตาไหลแต่คงไม่มีใครสนใจ ฉันเลยได้แต่เช็ดน้ำตาให้ตัวเองอย่างเจ็บปวด

            “กินอะไรดีวะ ร้านไอ้เคลย์?” เพื่อนคนหนึ่งของร็อบถามขึ้น จากนั้นก็ได้ยินเสียงถกเถียงตามมาอีกหลายประโยค

            ฉันไม่ได้มีส่วนร่วมในการคิดเห็นพวกนั้นเพราะมัวแต่ยกมือเช็ดน้ำตาออกจากหน้า จนไม่รู้ว่าสุดท้ายแล้วพวกเขาพากันไปที่ไหนกันแน่

            “ขึ้นรถ

            เพราะมัวแต่คิดวุ่นวายกับเรื่องอะไรต่อมิอะไร ไม่ทันได้รู้ตัวฉันก็มาถึงรถสปอร์ตคันหรูเสียแล้ว

            “ฉันไม่อยากไปกับนาย” เหมือนว่าฉันเพิ่งคิดได้ว่าตัวเองมีปาก ฉันรีบบอกไป แต่ร็อบก็ไม่สนใจเหมือนเดิม

            เขาเปิดประตูรถแล้วก็พยักพเยิดหน้าให้ฉันขึ้นไป ฉันพยายามส่ายหน้าปฏิเสธ แต่สุดท้ายก็ถูกผลักเข้าไปในรถอย่างเลี่ยงไม่ได้ พอร็อบวกกลับมาจะนั่งอีกด้านหนึ่งซึ่งเป็นที่นั่งคนขับ ฉันคิดหนีด้วยการเปิดประตูและจะวิ่งไป แต่เพื่อนของร็อบสักคนเอนตัวพิงกับประตูรถจนฉันผลักออกไปไม่ได้

            ฉันขบฟันแน่นด้วยความโกรธและเสียใจ นั่งตัวแข็งเหมือนหุ่นยนต์ถ่านหมดอยู่บนรถ ขณะที่ร็อบขับรถไปที่ไหนสักที่หนึ่ง

            ที่ที่ร็อบพาฉันมาก็คือร้านอาหารอัปยศนั่น ฉันดื้อแพ่งไม่ยอมลงจากรถ เขาถอนหายใจทำหน้าหงุดหงิด แล้วก็กระชากฉันลงรถอย่างรุนแรง

            “อย่าให้ต้องโมโห!” ร็อบทำเสียงเข้มตอนที่ลากฉันออกจากรถ ฉันน้ำตาซึมพยายามเว้าวอนทางสายตา แต่มีเหรอเขาจะสนใจ

            “กินอะไรดี คราวก่อนเธอก็กินไม่เยอะ” เขาดูไม่รู้ร้อนรู้หนาว ทำให้ฉันอยากจะข่วนหน้าเขานัก

            ร็อบพาฉันไปนั่งกับกลุ่มเพื่อนของเขา ซึ่งแต่ละคนก็มองมาเหมือนจะรู้อยู่ในทีว่าฉันเป็นอะไรกับผู้ชายคนนี้ ยิ่งทำให้ฉันทั้งเจ็บทั้งอาย พอจะหนีเขาก็กำข้อมือแน่นเหมือนจะบีบให้แหลก

            “อย่าดื้อ ไม่ดี” เขาขู่เหมือนขู่เด็กตัวเล็กๆ ตอนนี้ฉันเริ่มรู้แล้วว่าเขาโกรธเลยไม่อยากยั่วอารมณ์เขาไปมากกว่านี้ ตั้งใจจะหาทางหนีหลังจากนี้

            ร็อบอวดฉันเหมือนว่าฉันเป็นสิ่งของอย่างหนึ่งที่เขาจะทำอะไรก็ได้ ฉันได้แต่นั่งนิ่งรอคอยว่าจะหาทางหนีทีไล่ยังไงดี พอเขาอารมณ์ดีมากขึ้นก็โน้มหน้าเข้ามาเหมือนจะจูบฉันต่อหน้าเพื่อน ในตอนนั้นเองฉันก็คิดอะไรบางอย่างออก

            ทันทีที่ริมฝีปากของเราสัมผัสกัน ฉันก็ยอมปล่อยให้เขาจูบนิ่งๆ อยู่นานเกือบนาทีจนเมื่อร็อบทำท่าจะผละปากออก ฉันก็กัดปากเขาอย่างรุนแรงจนเขาสะดุ้งผงะออกไป

         “อ๊ะ! ให้ตาย”

            ฉันหัวเราะลั่นเมื่อมีเลือดข้นเหนอะๆ ติดริมฝีปากและปลายคางมา จ้องหน้าเขาด้วยความแค้น ขณะที่เพื่อนคนอื่นๆ ของร็อบพากันหัวเราะ ไม่ได้ตกใจอะไรมากนักกับการกระทำของฉัน

            “อยากมีเรื่องเหรอ” ร็อบถามขณะที่ใช้หลังมือเช็ดเลือดออก และใช้ปลายนิ้วโป้งปาดเลือดตรงริมฝีปากตรงแผลออกแรงๆ

         “เคลย์!!” เขาหันไปคุยกับคนอื่น ส่วนฉันกำหมัดแน่น บอกตัวเองว่าจะไม่ยอมให้เขาย่ำยีอย่างเด็ดขาด

            “เปิดห้องหน่อยซิ! ขอฉันฟัดกับยัยนี่หน่อย เอาให้ฟ้าเหลือง เอาให้ตายคาเตียงกันไปข้าง

 

         KRITTIN :: ฉันมีซ้อมบอล โทษทีนะ ช่วงนี้ไม่ค่อยว่างเลย แล้วเจอกันเอื้อง

 

         ข้อความไลน์จากตินทำให้ฉันไม่มีเรี่ยวแรงจะพูดอะไรอีก ฉันเก็บมือถือไว้ตามเดิม เหลียวมองไปที่นาฬิกาแขวนผนัง ตอนนี้ค่ำแล้ว กี่วันแล้วก็ไม่รู้ที่ไม่ได้เจอติน ฉันเองก็รู้อยู่แก่ใจว่าเขายุ่งๆ มีซ้อมและมีหน้าที่อีกหลายอย่างที่ต้องจัดการดูแล แต่ฉันก็ยังอยากเจอเขา อยากคุยด้วย และขอคำปรึกษา

         แต่เมื่อมันเป็นแบบนี้นานเข้า ความเชื่อใจและความเชื่อมั่นในตัวของเขามันก็ค่อยๆ จางหายไป เหลือทิ้งไว้แค่ความหวาดกลัวลึกๆ ในใจเท่านั้น

            ฉันกลัวฉันอายและไม่กล้าขอความช่วยเหลือจากใครเลย

            คิดดูสิ ว่าผู้หญิงธรรมดาๆ คนหนึ่งอย่างฉันไปบอกใครต่อใครว่าถูกร็อบขืนใจ คนอื่นจะยอมเชื่อเหรอ เพราะอยากรู้ว่าผู้ชายร้ายกาจหยาบช้าคนนั้นเป็นใครมาจากไหนฉันเลยค้นหาชื่อของเขาจากอินเทอร์เน็ต เชื่อไหมว่ามีชื่อของเขามากมายบนนั้น และก็ไม่ใช่แค่คนธรรมดาทั่วไปด้วย

            เขาเป็นวงดนตรีมีชื่อเสียง ร่ำรวย แล้วก็มีหน้ามีตาในสังคม

            ฉันรู้ว่าเรื่องนี้พิสูจน์กันได้ แต่จะทำยังไงล่ะ เพราะในสายตาของคนอื่นๆ ที่มองมา เขาดูเป็นผู้ชายที่ไม่ขาดแคลนผู้หญิง มีเสน่ห์เป็นที่รู้จักของใครต่อใคร ส่วนฉันเป็นแค่คนธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น ถ้าข่าวนี้แพร่ออกไปคงกลายเป็นว่าฉันน่ะยั่วร็อบซะมากกว่า

            มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะที่จะพาตัวเองขึ้นสถานีตำรวจ แล้วแจ้งความบอกว่ามีคนข่มขืน

         มันไม่ง่ายเลยจริงๆ

            ฉันนั่งเหม่อดูข้อความของตินซ้ำไปมา ส่วนมากเราไม่ค่อยมีข้อความหวานๆ กันหรอก ส่วนมากจะบอกว่าเขายุ่ง อยู่ไหน ทำอะไร แล้วก็แค่บอกฝันดีเท่านั้น

            บางทีฉันก็คิดว่าเราสองคนเป็นแฟนกันจริงไหม เราสนิทกันจริงหรือเปล่า

            และสุดท้ายฉันก็อดคิดไม่ได้ว่า ฉันจะรักเขาและแต่งงานกับเขาได้ในสักวันหนึ่งหรือเปล่า

            มันอาจจะเป็นแค่ความวูบวาบของผู้หญิงคนหนึ่งเท่านั้น มันอาจจะเป็นเพราะว่าเราไม่ค่อยว่างเพราะมีเรียนและมีกิจกรรมต่างๆ แต่ถ้าหากเราจบมหาวิทยาลัยแล้ว ต้องทำงานมีภาระหน้าที่ที่หนักมากขึ้น ตอนนั้นเราจะไม่ห่างเหินกันมากกว่านี้เลยเหรอ

            ฉันคิดไปสารพัด สุดท้ายก็เลือกที่จะหยิบมือถือขึ้นมาจากนั้นก็ส่งข้อความไปหาติน

 

         Ing-Ueang :: ติน เราเลิกกันเถอะ ไม่ใช่ว่านายไม่ดี แต่ว่าเราดูเหมือนจะเข้ากันไม่ได้เลย ขอโทษนะ

 

            มันเป็นความคิดที่แย่มาก แต่คนหัวทึบหัวช้าและตามใครไม่ทันอย่างฉันก็เลือกที่จะใช้มัน ฉันไม่อยากให้เขาทะเลาะกับเพื่อนในตอนหลัง แม้ว่าฉันจะไม่ได้เป็นคนเริ่ม

            แต่เชื่อสิ พวกผู้ชายน่ะต้องคิดว่าผู้หญิงน่ะเป็นฝ่ายเริ่มก่อนอยู่แล้ว ยิ่งพวกเขารู้จักกันด้วย มันยิ่งทำให้ฉันตัวหดเล็กลงๆ เรื่อยๆ ฉันไม่อยากถูกตราหน้าว่าเป็นคนเลวทำร้ายติน ถึงแม้ว่าควรคุยกัน แต่ฉันก็กลัวจริงๆ

         ตินคงกำลังยุ่งอยู่กับการซ้อมฟุตบอล เลยไม่มีข้อความใดๆ ตอบกลับมา ฉันเลยล้มตัวลงนอนบนเตียง ยกแขนก่ายหน้าผาก แล้วก็เห็นรอยช้ำบนท่อนแขน ที่มันมาจากการกระทำที่เลวทรามต่ำช้าของผู้ชายที่ชื่อว่าร็อบ

         เรื่องที่เกดขึ้นในร้านอาหารของเคลย์ทำฉันเหมือนจะขาดใจตาย พวกเพื่อนๆ ของเขาไม่ห้ามและดูไม่แปลกใจเลยสักนิดที่ร็อบลากฉันขึ้นไปบนชั้นสองโดยที่ขัดขืนอะไรไม่ได้

            ถามว่าฉันสู้หรือเปล่า บอกเลยว่าฉันทั้งดิ้นทั้งทุบตีร็อบ แต่ไม่ว่ายังไงก็สู้แรงของผู้ชายที่มีมากกว่าไม่ได้ ฉันถูกข่มเหงซ้ำแล้วซ้ำเล่าที่นั่นโดยที่ไม่มีใครยื่นมือมาช่วยเลย มีเพียงคนเดียวเท่านั้นคือ รินรินแฟนของเคลย์

            นี่เสื้อฉัน ใส่เถอะนะ…’ เธอบอกหลังจากที่ร็อบจากไปแล้ว

            เธอเป็นใครเหรอ…’ ฉันเช็ดน้ำตามถาม เพราะไม่แน่ใจว่าเคยรู้จักคนนี้หรือเปล่า

            โทษทีจ้ะ ลืมแนะนำตัวไป ฉันชื่อรินริน เอ่อ เป็นแฟนของอีตาเคลย์ เจ้าของร้านอาหารน่ะเธอยิ้มก่อนวางเสื้อผ้าเอาไว้ที่ปลายเตียง

            ไม่รู้ว่าเสื้อผ้าฉันมันหายไปไหนแล้ว และมันฉีกขาดเพราะถูกร็อบกระชากเอาแรงๆ แล้วก็บาดผิวฉันจนแดงเป็นปื้นด้วย

         แฟนร็อบเหรอ…’ รินรินถาม ฉันได้แต่มองหน้าสบตากับเธอก่อนจะเป็นฝ่ายเลือกจะส่ายหน้าแทนคำตอบ

            ฉันน่ะเหรอจะกล้าบอกว่าตัวเองเป็นแฟนของร็อบ ฉันน่ะเป็นแฟนของตินนะ มันเป็นเรื่องที่ทำให้ฉันแทบขาดใจตายจริงๆ

            โอเค ฉันแวะมาดูน่ะ ร็อบออกไปข้างนอกแล้ว เขาบอกว่าต้องไปทำอะไรสักอย่างนี่แหละ แล้วก็บอกให้ฉันหาเสื้อผ้าให้เธอด้วย คำอธิบายของรินรินทำให้ฉันเข้าใจว่าเธอมาหาทำไม ฉันพยักหน้ารับและยิ้มอย่างเสียไม่ได้

            อาบน้ำก่อนก็ได้นะ รินรินบอกอย่างเป็นมิตร ฉันเลยได้แต่สงสัยว่าเธอไม่ตกใจเลยเหรอ ที่มีคน เอ่อ มาทำอะไรกันแบบนี้ในร้านอาหารของแฟนเธอ เพราะชั้นบนดูเหมือนจะเป็นห้องพักด้วย

            อย่าคิดมากเลยนะ ผู้ชายก็แบบนี้แหละ ฉันก็เคยเจอ เอ่อ เอาล่ะ อาบน้ำดีกว่าเนอะ เดี๋ยวหาผ้าเช็ดตัวให้จ้ะ รินรินหน้าแดงซะเอง เธอเปลี่ยนเรื่องคุยแล้วก็ขยับตัวหายไปทางอื่น ฉันกำลังจะเอ่ยปากห้ามเอาไว้แต่ไม่ทัน ร่างเล็กนั้นเดินหายไปเสียแล้ว ฉันเลยนั่งซึมกับที่ไม่กล้าขยับตัวไปไหน จนกระทั่งรินรินกลับมาพร้อมกับเสื้อคลุมอาบน้ำแล้วก็ผ้าเช็ดตัว

            คงไม่ต้องบอกหรอกว่าสภาพของฉันมันทุเรศมากแค่ไหน ฉันต้องอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วก็พาตัวเองออกมาจากห้องน้ำอย่างระโหยโรยแรง รินรินหัวเราะหน้าแดงเวลามองฉัน ฉันเลยเป็นฝ่ายอายบ้าง

            เดี๋ยวเคลย์จะไปส่งเธอที่คอนโดนะ ร็อบฝากมาน่ะ คำพูดของรินรินทำให้ฉันตกใจมาก ฉันรีบยกมือห้ามเป็นพัลวัน

            ไม่เป็นไร ฉันกลับเองได้…’ ฉันบอก อายที่ต้องเป็นภาระให้คนอื่น และไม่อยากจะยุ่งเกี่ยวกับร็อบอีกแล้ว รวมไปถึงเพื่อนๆ ของเขาด้วย

            ร็อบนิสัยยังไง เพื่อนของพวกเขาก็คงนิสัยไม่ได้แตกต่างกันมากนักหรอกเชื่อฉันเถอะ

            ไม่ได้หรอก ร็อบโหดจะตายไป ลองไม่ไปส่งเธอตามที่สั่งไว้สิ ฉันกับเคลย์เละแน่…’ รินรินหัวเราะ ซึ่งฉันไม่เข้าใจว่ามันน่าขำตรงไหน และเพราะไม่อยากทำให้คนอื่นต้องมาวุ่นวายด้วย ฉันเลยจำใจพยักหน้าไปอย่างเลี่ยงไม่ได้

            เคลย์เป็นคนไปส่งฉันถึงหน้าคอนโด ไม่รู้ว่าเขาทราบได้ยังไงว่าฉันพักที่นี่ ลงจากรถก็ได้อาหารจากร้านของเขาถุงใหญ่ และปล่อยฉันกลับ

 

            KRITTIN :: อย่าทำน้อยใจตอนนี้สิเอื้อง ตอนนี้ฉันยุ่งมากจริงๆ ฉันรู้นะว่าเธองอนเพราะฉันไม่มีเวลาให้ แต่รออีกหน่อยนะเอื้อง ฉันจะไม่มีวันทำให้เธอเสียใจเด็ดขาด

         KRITTIN :: เธอรู้ใช่มั้ยว่าฉันจริงจังกับเธอมากแค่ไหน อย่างอนเลยนะ เดี๋ยวจะไปง้อแล้วกัน คิดถึง

 

            ตินส่งข้อความกลับมา หลังจากที่ฉันเหม่อลอยคิดถึงแต่เรื่องของร็อบที่ผ่านมาอยู่นาน ตอนนี้ฉันไม่มั่นใจอะไรเลย และเลือกที่จะเงียบไม่ได้ตอบคำถามอะไรกลับไปทั้งนั้น ก่อนจะทิ้งตัวนอนบนเตียงเพื่อพักสมองเรื่องทุกอย่างเอาไว้เท่านี้ แต่เรื่องของตินก็ยังทำให้ฉันว้าวุ่นใจตลอดเวลา จนสุดท้ายก็ทนไม่ไหว ยกโทรศัพท์มาตอบข้อความของเขา

 

         Ing-Ueang :: ฉันไม่กล้าจะบอกนายต่อหน้า ขอฉันบอกนายตรงนี้เลยก็แล้วกันนะ

            Ing-Ueang :: ติน ฉันถูกข่มขืน ผู้ชายคนนั้นคือเพื่อนของนาย ฉันไม่รู้จะทำยังไง ไม่กล้าจะไปเจอหน้านาย

            Ing-Ueang :: เขาทำร้ายฉัน และฉันกลัว

 

            ฉันแทบร้องไห้เมื่อเห็นว่าตินอ่านข้อความแล้ว กลัวจนมือสั่น แต่ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ฉันก็พร้อมจะยอมรับทุกอย่าง

            ตินเงียบไปอึดใจหนึ่ง และฉันไม่กล้าจินตนาการว่าเขากำลังทำหน้ายังไงอยู่ จะหัวเราะ ตกใจ หรือโกรธแค้น และเหนือสิ่งอื่นใด ฉันแค่อยากรู้ว่าเขาจะเชื่อคำพูดของฉันบ้างหรือเปล่าเท่านั้น

            หลังจากที่เงียบหายไปนาน ตินก็ถามกลับมาสั้นๆ และฉันก็ตอบเขาไปสั้นๆ เช่นเดียวกัน

 

            KRITTIN :: ใคร

            Ing-Ueang :: ร็อบ

 

Rob`s talking

         หลังจากคุยงานเพลงกันเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้ก็ถึงเวลาพักผ่อนของพวกเรา ผมและเท็ดนั่งดื่มกันที่สวนน้ำ ซึ่งด้านหลังมีสนามบาสเกตบอล และสนามเทนนิสให้ออกกำลังกาย รวมถึงสนามสควอชด้วย  ผมไม่ได้เล่นน้ำหรือเล่นกีฬาอะไรเพราะเหนื่อยแล้วก็อยากพัก ส่วนไอ้คนที่มีแฟนแล้วอย่างสิตางศุ์ ซิมมอนส์ คาร์ล หลังจากประชุมคุยงานเสร็จแล้วก็ตรงดิ่งกลับไปหาแฟนกันหมด เลยเหลือแต่พวกโสดๆ อย่างผม เท็ด แล้วก็เดมอน แต่ตอนนี้ไอ้เดมอนไปบ้าที่ไหนก็ไม่รู้

         “เฮ้ ถามไรหน่อย” เท็ดวางขวดเบียร์ลงแล้วก็ถามผมด้วยสีหน้าจริงจัง หลังจากที่ผมมองไปเรื่อยเปื่อยรอบตัว

            “ว่า

            “มึงจริงจังกับผู้หญิงคนนั้นเหรอ แฟนไอ้ตินมันน่ะ” มันถาม ผมเลยหัวเราะ

            “ก็ไม่รู้สิ ไม่เคยมีใครทำฉันรู้สึกแบบนี้มาก่อน ตอนที่ยัยนั่นยังดื้อๆ มันก็น่าสนุกดีไม่ใช่เหรอที่จะเอาชนะน่ะ” ผมบอกก่อนจุดบุหรี่สูบเงียบๆ ขณะที่เท็ดส่ายหน้า ซึ่งผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าท่าทางนั้นมันแปลว่าอะไร

            “ปกติ ฉันเรียกผู้หญิงสักคน ไม่ถึงสิบนาทีก็วิ่งมาหาละ แต่คนนี้ไม่ใช่เลย” ต้องยอมรับเลยว่าอิงเอื้องเป็นอะไรแปลกใหม่ที่ไม่เคยเจอมาก่อน ผมเลยสนุกและอยากจะเล่นกับเธอต่อสักระยะ

            “ทักไปแบบไหนล่ะ” เท็ดหรี่ตามองผมอย่างจับผิด ผมก็ไหวไหล่แล้วตอบ

            “ก็บอกให้มาหา แต่แม่นั่นไม่แม้แต่จะตอบกลับมา” ผมส่งโทรศัพท์ให้ไป ซึ่งเท็ดก็รับไปดู

            “แบบนี้ไม่ได้ผลหรอกเว้ย ต้องแบบนี้” เท็ดพูดพึมพำบางอย่างแล้วก็กดโทรศัพท์ผมอย่างรวดเร็ว

            “มึงทำอะไรวะเท็ด” ผมถามอย่างระแวง ต่อมาก็ได้คำตอบเมื่อมันส่งโทรศัพท์คืนมา ทำเอาผมสบถด้วยความตกใจ

            “เชี่ยเท็ด” จะไม่ให้ผมสบถด่ามันได้ยังไงล่ะ ก็ไอ้เพื่อนเวรมันส่งข้อความกับรูปของผมไปให้อิงเอื้องน่ะสิ

 

            Rob R Nash :: I’ll turn you on, Come on eat me!! (ฉันจะทำให้เธอมีอารมณ์ มากินฉันสิ!!)

 

            ผมมองหน้าเพื่อนอย่างเคืองๆ แต่เท็ดมันหัวเราะร่วนชอบอกชอบใจเหลือเกิน ผมมองดูหน้าจอและเห็นว่าอิงเอื้องไม่แม้แต่จะอ่าน ผมไม่ได้คิดในแง่ร้ายหรอก แต่เชื่อเถอะว่าเธอไม่ยอมอ่านเมื่อเห็นชื่อของผมว่าเป็นคนส่งไป

            “มึงดูหุ่นดีมากเวลาใส่แค่กางเกงแบบนี้น่ะ”

            “ขอบคุณเพื่อน” ผมประชดแล้วก็เก็บโทรศัพท์ไว้ คิดถึงแต่ใบหน้าหวานๆ ของอิงเอื้องก่อนหน้านี้ ให้ตายเถอะ ยัยนั่นเป็นแม่มดรึไงนะ ผมคิดถึงแต่หน้าของเธอในหัวตลอดเวลาแบบนี้น่ะ

            “เฮ้ย ตินมาว่ะ” เท็ดพยักพเยิดหน้าให้ผมหันไปมองด้านหลัง ทำให้ผมเลยหันไปมองก็เห็นว่าเป็นตินจริงๆ ซึ่งผมแน่ใจว่าหมอนี่มาเพราะเรื่องของอิงเอื้อง

         “ไงติน” ผมยิ้มวางท่าสบายอารมณ์ ขณะที่ตินหน้าเคร่งเครียดจริงจัง

            “มีอะไรเหรอ ท่าทางเหมือนนายมาหาฉัน” ผมแน่ใจว่าเป็นแบบนั้น และเขาก็เดินเข้ามาใกล้ เท็ดพยักหน้าให้เขานั่งลงที่เก้าอี้ว่างอีกตัว

            “ขอคุยกับนายเป็นการส่วนตัวหน่อยได้มั้ย?” ตินมองหน้าผมไม่ยอมนั่ง เท็ดเลยคว้าขวดเบียร์แล้วลุกออกไปปล่อยให้เราอยู่ด้วยกันตามลำพังสองคน

            “นั่งสิ” ผมบอก ยังไว้ท่าทางเหมือนเดิม อยากรู้เหมือนกันว่าตินจะมาไม้ไหนกันแน่

            “ฉันจะไม่อ้อมค้อมนะร็อบ ขอให้นายตอบคำถามอย่างตรงไปตรงมาด้วย” น้ำเสียงของตินราบเรียบจริงจังจนรู้สึกได้

            “ว่า” ผมเลิกคิ้ว มองหน้าสบตาด้วยเหมือนจะท้าทายอยู่ในที

            “นาย” แล้วก็เป็นตินที่เงียบไปเฉยๆ ซะเอง ผมแค่นหัวเราะอยู่ในคอ ก็นึกว่าจะแน่สักแค่ไหน

            “ว่าไงล่ะ นายมาหาฉัน มีเรื่องอะไรจะคุย เพราะฉันมีธุระที่ต้องทำต่อจากนี้” ผมบอก และมันไม่ใช่เรื่องโกหก ผมต้องไปกำราบอิงเอื้องให้หลาบจำว่าอย่าได้เมินเฉยผมอย่างเด็ดขาด

            “นายทำอะไรเอื้องรึเปล่า

            ผมกระตุกยิ้มที่มุมปากเดาถูกว่าเป็นเรื่องของอิงเอื้องจริงๆ ก่อนจะเอ่ยถามออกไป

            “ทำไมมาถามแบบนี้ แล้วที่นายถามว่าทำอะไรน่ะ มันหมายถึงเรื่องอะไรล่ะ” ผมแกล้งทำเป็นไม่เข้าใจคำถามของติน ย้อนถามกลับไปก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าจะได้คำตอบแบบไหนกลับมา

            ” ตินเงียบไม่ตอบคำถามในทันที ผมก็ไม่เร่งรัดยกแก้วขึ้นดื่ม รอคอยอย่างใจเย็น

            “นายขืนใจเอื้องรึเปล่า

            ผมชะงักแก้วที่จ่อริมฝีปาก แล้วก็ประสายสายตามองหน้าตินอย่างท้าทาย ก่อนขยับปากเล็กน้อย

            “ฉัน ไงดีนะ ผมควรจะตอบกลับไปว่ายังไงดี ผมยิ้มมองหน้าติน แน่นอนว่าลึกๆ ผมภูมิใจและสะใจที่เห็นหน้าของหมอนี่ดูซีดเซียวเหมือนจะร้องไห้ได้ตลอดเวลา

            “นายทำ” เสียงแข็งๆ ของตินบอก ผมเลยไหวไหล่แล้วก็จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของคนพูด

            “นายคิดแบบนั้นเหรอ” ผมเอียงคอถาม แล้วก็ยกแก้วขึ้นดื่มเหมือนเดิม

            “ฉันถามว่านายทำอิงเอื้องรึเปล่า” ตินถามเสียงเข้ม ดังนั้นผมเลยขยับตัวเล็กน้อยจากนั้นก็พูดขึ้นอย่างตรงไปตรงมา

            “นายมีหลักฐานอะไรว่าอิงเอื้องพูดความจริง” ผมถามกลับไป

            ที่ทำอยู่ตอนนี้ผมไม่ได้โกหกนะ ผมยังไม่ได้ตอบซะหน่อยว่าสรุปแล้วผมทำจริงหรือเปล่า ดังนั้นผมยังไม่ผิด

         ” ตินดูอึกอัก ผมเลยได้ทีรุกเข้าไปอีกคืบ

            “ว่ายังไงล่ะ ทำไมอิงเอื้องถึงบอกนายแบบนั้น” ผมถามด้วยความอยากรู้ เราเป็นเพื่อนคบกันมาก่อน และผมแน่ใจว่าอิงเอื้องมาทีหลัง เลยใช้เหตุผลนี้ยั่วให้ตินมันไขว้เขว

            บอกก่อนนี้ผมไม่ได้เลว แต่มันเป็นเพราะตินไม่มั่นคงเองต่างหาก ถ้าอิงเอื้องถูกแย่งแล้วจะมาโทษกันได้ยังไง

         “เธอบอกเลิกฉัน” ตินตอบเสียงแผ่ว ผมเลยยิ้มที่มุมปาก

            อะฮะ เป็นอย่างนี้นี่เอง ผมพยักหน้ากับตัวเอง แล้วก็พูดอะไรอีกนิดหน่อย

            “ฉันก็ไม่รู้หรอกนะว่านายกับอิงเอื้องมีปัญหาอะไรกัน แต่ถ้าเอื้องใช้ชื่อของฉันบอกนายแบบนั้น ฉันก็อยากจะถามอะไรหน่อย” และฉันไม่ได้โกหกอะไรเลย ผมพูดต่อในใจ ขณะที่ตินมองหน้าผม

            “อะไรล่ะ

            “เราไปเจออิงเอื้องกันเลยมั้ย ถ้าอย่างนั้นน่ะ ฉันว่าเราควรจะถามอิงเอื้องตรงๆ เลย ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ทำไมเธอถึงบอกว่าฉันขืนใจเธอ แล้วทำไมเธอถึงบอกเลิกกับนาย” ผมยิ้มอย่างมีความสุข

            ท่าทางมั่นใจของผมว่าไม่ได้ทำอะไรผิด ดังนั้นตินเลยเป็นฝ่ายอึกอัก

            “ไปหาอิงเอื้องกันเถอะ ผมกลั้นหัวเราะแทบไม่อยู่ คิดถึงใบหน้าหวานๆ ของอิงเอื้องขึ้นมา และอยากจะเจอหน้าของเธอขึ้นมา แล้วก็จะเอาเรื่องเต็มที่เหมือนกัน

            อยากมีเรื่องใช่มั้ยแม่ดอกเอื้อง ผมคิดในใจ

            และอยากจะเจอหน้าเธอเหลือเกิน แล้วคงสนุกเหมือนกันแหละ อยากรู้เหมือนกันว่าเธอจะทำยังไงต่อ

End Rob talk…

 

            ฉันรู้สึกไม่ค่อยดีเลยเมื่อตินเงียบหายไปนานหลังจากที่ฉันบอกชื่อคนที่ทำร้ายฉันไป เขาไม่ยอบตอบอะไรกลับมาทั้งนั้น ไม่โทรมาหรือตอบไลน์ด้วย ฉันเลยหัวเราะกับตัวเองอย่างขื่นๆ คิดว่าทุกอย่างคงจะเป็นไปอย่างที่ฉันคิดเอาไว้ นั่นก็คือ เราเลิกกัน จบกัน แล้วก็ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวอะไรกันอีก

            ร็อบเองก็คงเลิกยุ่งกับฉันแล้วเหมือนกัน เพราะฉันจะไม่ยอมทำให้เขาทำแบบนั้นอีกแล้ว

            ฉันเริ่มทยอยบล็อกไลน์และเบอร์โทรของร็อบที่ถูกบันทึกเอาไว้ตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้ มันคงจบแล้วล่ะ

            ดังนั้นฉันเลยรู้สึกสบายใจมากขึ้น หลังจากนี้คงต้องปรับตัวอีกนิดหน่อย ก่อนจะใช้ชีวิตปกติตามเดิม ซึ่งก็ไม่ได้ใกล้ชิดกันตินมากอยู่แล้ว เพราะเขาแทบไม่ได้มีเวลาว่างอยู่กับฉันบ่อยๆ อยู่แล้ว

         อย่าคิดมากเลย ฉันพยายามปลอบใจตัวเอง แล้วก็ลุกออกจากเตียงหลังจากที่นั่งจมอยู่กับความเศร้าเสียใจของตัวเองอยู่นาน

            ตอนที่นั่งกินซีเรียลง่ายๆ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น ฉันเองก็มึนเบลอเกินกว่าจะเดาได้ว่าใคร อาจจะเป็นเพื่อนข้างห้อง หรือไม่ก็เพื่อนคนอื่นที่อยู่คอนโดเดียวกัน เพราะอย่างนั้นฉันเลยเปิดประตูในนาทีต่อมา

            แล้วก็เหมือนฟ้าถล่มลงมาต่อหน้า เมื่อฉันเห็นตินและร็อบยืนอยู่ด้วยกันตรงหน้าห้อง

         ฉันเซเหมือนจะล้ม แต่มือของตินเข้ามาจับท่อนแขนฉันเอาไว้แน่นเพื่อไม่ให้ฉันล้ม แต่สายตาของฉันถูกตรึงเอาไว้ด้วยสายตาของร็อบคนเดียวเท่านั้น

            ” ฉันแทบสะอึก ขอบตาร้อนผ่าวก่อนจะถูกผลักให้เดินถอยหลังเข้าห้องอย่างละมุนละม่อม

            “เข้าไปคุยกันข้างในเหอะ เดี๋ยวมีคนเดินผ่านไปผ่านมา”

            ร็อบเป็นคนพูด เมื่อเขาแทรกผ่านประตูเข้ามาดังนั้นตินเลยต้องปล่อยมือจากฉัน และเป็นร็อบอีกหนที่ฉวยท่อนแขนก่อนจะลากฉันเข้าห้อง

            หลังจากตั้งสติได้ฉันก็ชักแขนออกจากมือของเขาอย่างรุนแรง ผิวกายตรงนั้นมันร้อนผ่าวเหมือนกำลังจะไหม้ ฉันมองหน้าตินอย่างไม่เข้าใจ ว่าเขาพาผู้ชายร้ายกาจสารเลวอย่างร็อบเข้ามาถึงห้องของฉันทำไม

            “ฉันมีเรื่องอยากจะคุยด้วย” เป็นร็อบที่พูดอีก ก่อนที่เขาจะเดินตรงเข้ามาก่อนจะกดไหล่ให้ฉันนั่งลง

            ฉันอยากดิ้นหนี แต่สายตาของตินที่จ้องมองมาทำให้ฉันแทบน้ำตาร่วง

            “เริ่มสิติน” ไม่รู้ว่าทำไมร็อบถึงพูดแบบนี้ แล้วเขาก็ยังเบียดมานั่งลงใกล้ๆ แล้วก็ยึดข้อมือฉันเอาไว้แน่นด้วย

            ฉันพยายามจะดึงข้อมือออกจากการเกาะกุมของร็อบแต่สู้แรงไม่ไหว ยิ่งดิ้นก็ยิ่งเจ็บ สุดท้ายฉันก็นั่งน้ำตาคลอมองหน้าตินอย่างเสียใจตัดพ้อ

            “มันอะไรกัน” ฉันถาม และหลุดสะอื้นออกมาอย่างห้ามไม่ได้

            “นี่มันเรื่องอะไรกัน” น้ำตาของฉันไหล ทั้งอายทั้งเจ็บใจกับสายตาของตินที่มองมา เขาดูสับสนแล้วก็ตัดพ้อ ทั้งที่ฉันต่างหากที่ควรจะทำท่าแบบนั้น

            “เราอยากคุยกับเธอ” ร็อบบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน จนฉันหันไปมองอย่างแค้นเคือง

            เขาพูดแบบนั้นก็จริง แต่สายตาของเขาน่ากลัวและเต็มไปด้วยความโกรธ

            เขาโกรธเหรอ หลังจากที่ทำเรื่องแบบนั้นกับฉันแล้ว ฉันต่างหากที่สมควรจะโกรธเขา ฉันเม้มปากก่อนจะเบือนสายตาหนี

            “พูดมาสิ พูดมาเลย” ฉันใช้หลังมือเช็ดน้ำตา ไม่มองหน้าใครทั้งนั้นไม่ว่าจะเป็นตินหรือร็อบ

            “เอ่อ” ตินพูดไม่ออก เขาทำเสียงอึกอัก ร็อบคงรำคาญเขาเลยเป็นฝ่ายพูดโพล่งขึ้นมาแทน

            “เธออยากเลิกกับตินจริงๆ ใช่มั้ย?” เขาถาม ดูเหมือนว่าคำถามนี้จะไม่เกี่ยวกับเขาเลยสักนิด ฉันเลยช้อนสายตามองด้วยความไม่พอใจ

            “ไงล่ะเอื้อง เธออยากเลิกกับฉันจริงๆ เหรอ” ตินพูดขึ้นมาบ้าง

            ฉันก็หัวเราะออกมาทั้งน้ำตา ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าตินก็ยังคล้อยตามคำพูดของร็อบ ซึ่งความจริงแล้วเขาควรจะพูดกับฉันด้วยตัวเองมากกว่า

            “แล้วมันเกี่ยวกับเขาตรงไหนเหรอ” ฉันพยายามทำเหมือนว่าร็อบไม่ได้อยู่ด้วย

            “เพราะเธออยากเลิกกับฉันน่ะเหรอ เธอเลยบอกว่าถูกร็อบข่มขืน” เขาถาม ฉันก็อุทานเสียงหลงออกไปทันทีด้วยความตกใจ

            “อะไรนะ นายถามฉันว่าไงนะ” ฉันปล่อยน้ำตารินไหลโดยไม่อาย ตอนนี้เริ่มดีใจแล้วที่ขอเลิกกับคนอย่างติน

            เพราะเขาห่วงแค่เรื่องของเขา ไม่ได้แคร์เรื่องที่ฉันถูกขืนใจเลย                              

            ถ้าหากฉันพูดแบบนั้นเพื่อใช้เป็นข้ออ้างบอกเลิกกับตินฉันจะไม่รู้สึกอะไรเลย แต่นี่ฉันถูกเพื่อนของเขาข่มขืนจริงๆ เขากลับถามเรื่องของเขาก่อนเรื่องของฉัน นั่นทำให้ฉันฉันเสียใจจริงๆ

            “นายคิดว่าฉันเอาเรื่องนี้มาพูดล้อเล่นเหรอ” เสียงของฉันสั่นเครือ น้ำตาหยดร่างกายก็สั่นเทาตามไปด้วย

            “ไม่เอาน่า เรื่องนี้มันซีเรียสนะเอื้อง”

            “ที่ซีเรียสคือนายกลัวเสียหน้าที่ฉันขอเลิกนาย หรือว่าที่ฉันถูกเพื่อนนายข่มขืน” ฉันถามทั้งน้ำตา กลั้นเสียงสะอื้นเอาไว้สุดความสามารถ

            “เอื้อง เรื่องนี้มันซีเรียสนะ”

            “แล้วถ้าฉันยืนยันอีกครั้งล่ะว่าเพื่อนนายข่มขืนฉัน นายจะว่ายังไง” ฉันร้องไห้อย่างทนไม่ไหว  ยกมือข้างที่ไม่ได้ถูกร็อบจับเช็ดน้ำตาด้วยความเสียใจและหวาดกลัว

            เกิดความเงียบปกคลุมอยู่นาน ฉันไม่สนใจแล้วว่าทั้งตินและร็อบจะว่ายังไง ตั้งใจว่าหลังจากนี้จะไม่เจอหน้าใครทั้งนั้น และจะลืมเรื่องราวเลวร้ายพวกนี้ด้วย ต่อให้ใช้เวลานานแค่ไหน ฉันก็จะพยายามผ่านมันไปให้ได้

            “เอื้อง” ตินเรียกฉัน แต่ฉันไม่รู้ว่าเขาต้องการจะบอกอะไรอีก

            “ใช่ ฉันทำเอื้อง”

            เป็นร็อบที่พูดขึ้น แต่ตอนนี้ฉันไม่สะทกสะท้านอะไรอีกแล้ว ตินเงียบไปอีก จนฉันเดาใจอะไรไม่ออก

            “ฉันทำเอื้องเองติน

            ฉันอยากดีใจที่ร็อบรับสารภาพ แต่ทำไมฟังแล้วดูเหมือนว่าเขาสงสารเห็นใจฉันเลยพูดเพื่อให้ฉันดูดีขึ้น

         ทั้งที่ความจริงแล้วเขาทำร้ายฉัน เขาข่มขืนฉัน แต่ทำไม สุดท้ายเหมือนฉันเป็นคนเลวอยากเลิกกับแฟน เลยกุเรื่องร้ายกาจเพื่อจะได้หลุดพ้น

            และอาจจะได้ร็อบเป็นแฟนใหม่? ทำไมเรื่องมันถึงได้น่าสมเพชอย่างนี้ สะบัดมือออกจากการเกาะกุมของร็อบ และเดินหนีเข้าห้องนอนไม่สนใจใครทั้งนั้น เรื่องนี้ฉันเป็นคนผิดอย่างนั้นเหรอ ฉันถามตัวเองอย่างเจ็บช้ำ หัวใจเหมือนช้ำเลือดช้ำหนอง คล้ายกับถูกควักหัวใจออกจากอก แล้วถูกเขาทั้งสองคนเหยียบเล่น ให้ตายเถอะ

         ฉันปิดประตูในส่วนของห้องนอนแล้วก็หมดแรงทรุดตัวลงนั่งกับพื้น พิงหลังกับประตูและร้องไห้กับความโชคร้ายและน่าสงสารของตัวเองอย่างเจ็บปวดใจ และไม่รู้เลยว่าจะผ่านเรื่องนี้ไปได้ยังไง

 

Rob`s talking…

         ผมกับตินมองตามแผ่นหลังเล็กๆ ของอิงเอื้องที่เดินหายเข้าห้องนอนไป จากนั้นก็สบตากันเอง ผมรู้ว่าตอนนี้ตินกำลังสับสนมากแค่ไหน และผมก็ไม่ได้โกหกด้วย เพราะบอกออกไปอย่างชัดเจนแล้ว ว่าผมเป็นคนทำอิงเอื้องเอง

         “ฉัน

            “นายอย่าเพิ่งพูดเลย” ยังไม่ทันที่ผมจะพูดจบ ตินก็พูดแทรกขึ้นมา ผมไม่ได้รู้สึกผิดแต่อย่างใด

            แล้วไงล่ะ ผมก็พูดบอกความจริงออกไปแล้ว แต่ตินจะเชื่อหรือไม่เชื่อมันก็เป็นเรื่องของหมอนี่ เพราะคงไม่บังคับกันไม่ได้

            “ฉันไม่รู้เลยว่าอิงเอื้องพูดแบบนั้นทำไม” ตินพูด ผมเองก็ไม่แน่ใจว่าเขาเข้าใจเรื่องยังไงกันแน่

            “เธอคงอยากเลิกกับฉันจริงๆ นั่นแหละ” พูดจบตินก็ถอนหายใจ ผมไม่ได้อยากจะว่าหรอกนะว่าหมอนี่โง่แล้วก็ไม่ยอมเชื่อใจแฟน แต่ก็อย่างว่าแหละ เราสองคนคบกันมานาน อีกอย่างผมก็ไม่เคยขาดแคลนเรื่องผู้หญิงด้วย ไม่เคยแย่งแฟนหรือมีประเด็นยุ่งกับแฟนของเพื่อน ดังนั้นตินก็อาจจะเข้าใจว่าอิงเอื้องอยากเลิกแล้วใช้ชื่อผมเป็นข้ออ้าง

            อันนี้มันก็ช่วยไม่ได้นะบอกแล้วไงว่าผมก็ไม่ได้โกหก ตินเลือกที่จะไม่เชื่อเอง

            “งั้นเรากลับกันเถอะ” ตินพูดแล้วก็ลุกขึ้นยืน

            “ฉันมีซ้อมบอลต่อ” เขาบอก ผมก็ซ่อนรอยยิ้มเอาไว้อย่างมิดชิด

            “ฉันยังอยากคุยกับอิงเอื้องอยู่น่ะ มีเรื่องต้องคุยกันหน่อย” ผมบอก ตินก็ทำหน้าเป็นกังวล คงไม่อยากให้ผมอยู่ที่นี่ ผมเข้าใจว่าหมอนี่กลัวเรื่องอะไรอยู่ แต่ก็แกล้งทำเป็นไม่เข้าใจสายตานั้น แล้วก็พูดไปเรื่องอื่น

         “ฉันไม่ทำอะไรอิงเอื้องหรอก จะไม่โกรธด้วย แค่อยากรู้เรื่องทั้งหมดเท่านั้น” ผมบอกอย่างแยบยล แต่ตินยังทำหน้าไม่สบายใจ

            “แต่” เขาทำท่าจะพูดบางอย่าง แต่เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นจัดจังหวะ ตินเลยจำต้องรับสายก่อน

            ” ตินคงคุยกับเพื่อนในทีมหรือไม่ก็ผู้จัดการทีมแน่ หลังจากวางสายเลยทีท่าทางละล้าละลังอย่างเห็นได้ชัด

            “ฉันแค่อยากคุยกับเอื้องเท่านั้น เธอปิดประตูล็อกกลอนอยู่ ถ้าไม่อยากคุยเดี๋ยวฉันกลับเอง” ผมบอก ดังนั้นตินเลยเดินออกจากห้องไปอย่างเงียบเชียบ

            “นายนี่ซื่อจริงๆ เลย ติน” ผมพึมพำเสียงเบาตามหลัง จากนั้นก็ล็อกประตูห้องของอิงเอื้องก่อนจะเดินผิวปากอย่างสบายอารมณ์ตรงไปยังห้องนอนของเจ้าของห้อง

            ตอนแรกผมตั้งใจจะยกมือเคาะประตู แต่คิดว่าอิงเอื้องคงกลัวไม่อยากเปิดแน่ ดังนั้นผมเลยเปลี่ยนเป็นจับลูกบิดประตูเบาๆ ก่อน แล้วก็หมุนมันอย่างค่อยๆ ไม่อยากให้คนที่อยู่ในห้องรู้

            ผมยิ้มกว้างเมื่อประตูไม่ได้ล็อก อิงเอื้องนี่ประมาทจริงๆ หลายครั้งแล้วนะที่ทำแบบนี้ ตอนแรกผมตั้งใจจะผลักเข้าไปเลย แต่ยังมีอะไรที่อยากสำรวจดูซะก่อน ดังนั้นผมเลยเดินเตร่ออกไปที่โซฟาที่นั่งก่อนหน้านี้ และเห็นอะไรบางอย่างที่หมายตาวางอยู่ตรงนั้น

            ผมไม่รอช้าเดินเข้าไปหยิบเอากุญแจและคีย์การ์ดออกมา ก่อนจะเดินอกมาอย่างสบายอารมณ์ ตรงไปยังฟรอนต์คอนโดแล้วก็จัดการเรื่องบางอย่างนิดๆ หน่อยๆ ไม่นานทุกอย่างก็เรียบร้อย

End Rob talks…

 

         ฉันหลับไปทั้งน้ำตา และไม่ยอมออกจากห้องนอนเลย ไม่รู้สึกหิวข้าวหรือหิวน้ำเลยสักนิด ทุกอย่างที่เกิดขึ้น มันเหมือนว่าฉันเป็นคนผิด ทุกเรื่องเลย

         ฉันเสียใจ และเสียใจเหลือเกิน

            ตอนนี้เช้าวันใหม่แล้ว และฉันก็บอกตัวเองว่าทุกอย่างควรจะเริ่มต้นใหม่ แต่พอขยับตัวฉันก็ใจหายวูบเมื่อเห็นท่อนแขนแข็งแรงพาดอยู่ที่เอว ทำให้ต้องหันขวับไปมองด้วยความตกใจกลัว

            และความรู้สึกนั้นก็แปรเปลี่ยนเป็นความโกรธแค้นและเกลียดชังเมื่อเห็นว่าร็อบนอนอยู่ข้างๆ ฉัน ฉันรีบผลักแขนเขาออกและจะวิ่งหนี แต่ช้าไปก้าวหนึ่งเมื่อถูกยึดข้อมือและกระชากให้ล้มทับบนตัวเขา

            ร็อบค่อยๆ เปิดเปลือกตาขึ้นและสบตามองกับฉัน แววตาของฉันเต็มไปด้วยความหวาดกลัว แต่สายตาของเขาดูเรียบเฉยอ่านไม่ออก

            “ตอนแรกฉันก็กะว่าจะทิ้งช่วงไปสักระยะนะ แต่เธอดูใจร้อนมากเลยนะ ก็ดีตอนนี้เรามาเริ่มความสัมพันธ์ใหม่กันเลยดีมั้ย?


   ตอนนี้ร็อบกับเอื้องเปิดพรีแล้วค่ะ

รายละเอียดคลิกที่รูปข้างล่างเลยนะเออ

มู่ฝากเอาไว้แล้วค่ะ จะได้รับหนังสือไปอ่านไวๆ ฮิๆ

http://41.media.tumblr.com/fe88b515c1c35ec35feda33151abd765/tumblr_ni4bqf3hqw1qbetfwo4_1280.jpg
http://40.media.tumblr.com/85866d558019045d557135d8a92eaaa1/tumblr_ni4bqf3hqw1qbetfwo6_r1_1280.jpg



 

Talk 1...

Song :: One Republic - Say (All I Need)

ร็อบเลวได้เซะซี่เร้าใจ หัวเราะ

อย่างที่บอกเลยค่ะ ว่าเซตนี้พระเอกเหมือนกันทุกคน

ตั้งแต่ซิมม์ คาร์ล ร็อบ เหมือนลอก DNA กันออกมาเลย

เดมอนกับเท็ด สองคนนี้จะเป็นยังไง มาลุ้นกันต่อด้วยเนอะimage

ขอโทษที่มาช้าด้วยค่ะimageimage

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 282 ครั้ง

145 ความคิดเห็น

  1. #18027 sunple (@PLEASURE1) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2561 / 11:37
    มู่น่าจะทำ E-book ด้วยยย
    #18027
    0
  2. #17670 jinny (@janiss) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2561 / 16:19
    ร็อบร้ายกาจมากๆ
    #17670
    0
  3. #17634 ^^ฟู่ฝ้าย^^ (@FuuFai) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2561 / 21:47
    อิร็อบโรคจิต ชอบเห็นน้ำตาเอื้องหรือไงนะ
    #17634
    0
  4. #17633 เปิ้ล (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2561 / 18:34
    ร้ายกาจ อย่างได้คนนี้อะ มู่

    ห่อกลับบ้านได้ไหม5555555
    #17633
    0
  5. #17632 Meboom-Rx (@meboom-rx) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2561 / 11:11
    เราชอบนิยายพี่มู่ทุกเรื่องนะ แต่มีเรื่องนี้เราไม่ค่อยโอเคกับความคิดนางเอกอ่ะ มันดูขัดใจขัดใจ ปล. รักเทดดี้พี่หมีของน้อง555 รอพี่หมีออกเล่มนะคะ
    #17632
    0
  6. #17631 Chaeeunny (@jemapraew) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2561 / 00:58
    แล้วเอื้องไม่กินยาคุมเลยหรอ พี่มู่ไม่เห็นพูดถึงเรื่องยาคุมเลยอ่า
    #17631
    0
  7. #17615 XGnbDX (@XXXGnbD) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2561 / 20:23
    ทำไมนี่คิดว่าเพื่อนยุฝั่งร็อบหมดเลย เหมือนตินไม่ใช่เพื่อนสนิทอ่ะ ตินนี่ก็มีเพื่อนเลวแต่ตามเพื่อนไม่ทันอ่ะ ไม่ใช่เลวคบเลวไรงี้อ่ะ รึนี่คิดไปเองหว่า 55
    #17615
    0
  8. #17614 Chaeeunny (@jemapraew) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2561 / 17:14
    ทำไมเอื้องไม่กินยาคุม
    #17614
    0
  9. #17609 `#.Princess-CZ!* (@luktonmakmay) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 30 เมษายน 2561 / 13:21
    ร็อบโคตรกร้าวใจเลยจ้าา 55555
    #17609
    0
  10. #17605 MULEE & MOEI ♚ (@mu_mu_jung) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 29 เมษายน 2561 / 12:07
    มู่ฝากเอาไว้ด้วยนะเออ 😘
    #17605
    0
  11. #17604 MULEE & MOEI ♚ (@mu_mu_jung) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 29 เมษายน 2561 / 12:07
    มู่ฝากเอาไว้ด้วยนะเออ 😘
    #17604
    0
  12. #13155 YulSica (@0mygirl0) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2559 / 14:17
    สงสารเอื้องงง
    #13155
    0
  13. #13094 tigersweet (@tigersweet) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2559 / 17:43
    อยากอ่านเรื่องของรินๆกับเคล หาอ่านได้ที่ไหนเหรอคะ
    #13094
    0
  14. #13028 OHOPPA (@ohoppa) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2559 / 21:04
    ร็อบนี่สุดๆไปเลย ทำแบบนี้ใครจะรัก 
    #13028
    0
  15. #9583 หนูกช (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2558 / 11:06
    ตินนี่โง่ไปหน่อยมะ

    อิร๊อบก็แหลเกิ้น

    เป็นกำลังใจให้หนูเอื้องนะ
    #9583
    0
  16. #7002 ว๊ากกกกก (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2558 / 15:11
    โอเค. ร็อบ ชีวิตนายจะโดนกรรมตามสนอง
    #7002
    0
  17. #6299 meisminjen (@meisminjen) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 27 เมษายน 2558 / 19:03
    คือว่าอยากถามอ่าค่ะ อ่านแล้วงงนิดหน่อย ที่ว่าคาร์โลเป็นแฟนกับแก้วใสแล้วแต่ทำไมมันยังไม่ท้องซึ่งก่อนหน้าที่มันจะเป็นแฟนกันแก้วใสท้องแล้วอิงเอื้องก้ท้องเหมือนกัน แต่พอเริ่มบทใหม่เป็นแฟนกันแล้วอิ้งเอื้องยังไม่รู้เรื่องร๊อบเลยด้วยซ้ำไป ช่วยตอบหน่อยนะคะ //อ่านต่อไปอยู่ค่ะกำลังทำความเข้าใจ ถ้าว่างwriter or reader(ที่ใจดี)รบกวนตอบหน่อยนะคะ แล้วก้รบกวนบอกด้วยนะคะว่าจะตอบในบทไหนหรือจะตอบในบทนี้ ขอบคุณค่ะเป็นกำลังใจให้
    #6299
    0
  18. #5920 ByChu (@numilike) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 13 เมษายน 2558 / 01:35
    สงสารอิงเอื้อง
    #5920
    0
  19. #5833 Pavin Nonphiphak (Pam) (@pampampamela) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 9 เมษายน 2558 / 13:21
    นางโง่อ่ะ แบบว่าเบื่อนางมากกกก
    #5833
    0
  20. #4969 อัน (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 3 มีนาคม 2558 / 15:26
    ชอบมากเรื่องนี้
    #4969
    0
  21. #4623 Shadow dream (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2558 / 22:32
    ชั่ววะ ใจนี่ด้านมาก

    ติน โง่ ได้โล่เลย
    #4623
    0
  22. #4454 jenjira jj jen (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2558 / 13:30
    แกนี่ที่สุดของที่สุดเลยใช่มั้ย? อีร็อบ
    #4454
    0
  23. #4409 N'ws (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2558 / 16:02
    อิงเอื้องน่าสงสารร
    #4409
    0
  24. #4292 Narmtip (@narm_tip) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 31 มกราคม 2558 / 13:25
    อีร็อบ แกเลวววววววววววววววววมาก
    #4292
    0
  25. #4145 cyn (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 22 มกราคม 2558 / 21:45
    สงสารเอื้องมากๆ ร็อบเลวมากกกกกกกกก
    #4145
    0