Angel Eyes

  • 95% Rating

  • 60 Vote(s)

  • 3,080,157 Views

  • 19,964 Comments

  • 10,631 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    30,041

    Overall
    3,080,157

ตอนที่ 138 : Cole Kim`s Eyes 💕 ep.01

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 21686
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 825 ครั้ง
    9 ม.ค. 62


Cole Kim`s Eyes

(Story of Cole Kim & Teerak)

 

Or maybe we can float on top my water bed?

You close your eyes as I improve between your legs

We work our way from kitchen stoves, and tables

Girl you know I’m more than able to please, yeah

Say you wanted flowers on the bed

But you got me and hours on the bed

 

หรือเราจะนอนเล่นบนเตียงน้ำดี?

หลับตาลงสิ ตอนที่ฉันบรรเลงเพลงใต้หว่างขาของเธอ

หรือจะไปสนุกที่บนเตาอบ หรือโต๊ะอาหาร

รู้ใช่มั้ย ว่าฉันทำให้ได้มากกว่าที่ขออีก

เธอบอกว่าต้องการดอกไม้บนเตียง

แต่เธอก็ได้ฉันบนเตียงหลายชั่วโมงแล้วนี่นา

Song :: Jeremih – Birthday Sex

 

Cole Kim`s Eyes 01

Just Need Your Body to Make You Birthday Sex

 

            “ช่วยด้วย! ช่วยฉันด้วยนะคะ”

            ฉันวิ่งเข้าไปกอดแขนผู้ชายคนหนึ่งเอาไว้แน่น เมื่อเห็นว่าเขาสวมเสื้อโค้ทของคณะวิศวกรรมศาสตร์ เป็นเสื้อจากคณะในมหาวิทยาลัยที่ฉันเรียนอยู่ ฉันรู้ดีว่าไม่ควรจะเชื่อใจใครง่ายๆ แต่ในสถานการณ์แบบนี้ควรต้องสี่ยงชีวิตขอร้องใครสักคน ไม่อย่างนั้น ฉันอาจจะเหมือนตายทั้งเป็นเลยก็ได้

            ตอนนี้ดึกมากแล้ว ฉันก็อยากจะขอความช่วยเหลือจากคนอื่นอยู่หรอก แต่แถวนี้ก็ไม่มีใครเลยนอกจากผู้ชายคนนี้ อย่างน้อยก็พอรู้ว่าเขาเรียนอยู่ที่เดียวกัน และอาจจะยอมฟังที่ฉันขอร้องได้บ้าง

            “ช่วยฉันด้วย

            ฉันรู้ดีว่าตัวเองเหมือนคนบ้าหน้าด้านขอความช่วยเหลือจากคนแปลกหน้า แต่ตอนนี้มันไม่มีทางเลือกแล้วจริงๆ

            “อย่ามาจับเสื้อฉัน” เขาคนนั้นหันมา และทำให้ฉันต้องชะงักไปเล็กน้อย

            ผู้ชายตรงหน้าหล่อเหลาเย็นชาอย่างประหลาด แม้ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ความเป็นความตายยังไง ฉันก็ยังเผลอใจสั่นกับใบหน้าของเขา โดยเฉพาะดวงตาคมกริบที่มองมาเหมือนทะลุ มันทำให้ฉันสั่นไปทั้งตัวแล้วก็ยอมปล่อยมือจากเสื้อของเขาในที่สุด

            “ยัยรัก!

            แต่แล้ว ฉันก็ต้องสะดุ้งเฮือกอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงเรียกที่เหมือนฟ้าผ่าดังมาจากทางด้านหลัง หันไปมองก็ผวาจนตัวสั่น เพราะใครคนนั้นคือแม่เลี้ยงของฉันเอง

            “น้าณี” หัวใจของฉันเต้นแรง ไม่อยากเชื่อเลยว่าแม่เลี้ยงที่ดูใจดีเอ็นดูฉันมาตลอดจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงหลังจากที่พ่อของฉันตายไป

            ฉันไม่เหลืออะไรเลยนอกจากตัว แต่ผู้หญิงคนนี้ก็ยังไม่พอใจ จะลากตัวฉันไปขายให้ได้ ไม่สมกับชื่อ ปราณี เลยแม้แต่น้อย

            “น้าณีก็ได้ทุกอย่างไปแล้ว บ้านน่ะ รักก็ไม่อยากได้ ปล่อยรักไปเถอะนะ รักมีแฟนแล้ว”

            แฟนเหรอ ใช่ฉันหมายถึงผู้ชายที่เพิ่งเจอหน้าเมื่อกี้นั่นแหละ ฉันรีบหลบมาอยู่หลังเขาแล้วร้องไห้อย่างหวาดกลัว ฉันหนีหัวซุกหัวซุนออกมาขนาดนี้แล้ว ก็หวังว่าเขาจะยอมเออออตามน้ำไปก่อนนะ มือของฉันขยุ้มเสื้อของเขาแน่น สาบานกับตัวเองในใจยังไงก็จะไม่ยอมปล่อยมือจากเขาเด็ดขาด

            “ขอร้องล่ะ ช่วยฉันด้วย” ฉันกระซิบบอกเขา กลัวเหลือเกินว่าเขาจะสะบัดมือแล้วเดินหนีไป

         “แฟน!” แม่เลี้ยงใจร้ายของฉันตะคอกเสียงดัง ฉันก็พยักหน้าอยู่ด้านหลังผู้ชายที่เพิ่งเจอหน้าครั้งแรก รู้ทั้งรู้ว่าควรจะพูดแต่มันก็พูดไม่ออกจริงๆ

            “นังบ้า แกมัน!

            ฉันไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ได้ยินเสียงขยับตัวเสียงครางฟึดฟัด คิดว่าอาจจะถูกตบเหมือนกันก่อนหน้านี้ แต่กลายเป็นว่าได้ยินเสียงแปลกๆ ที่ไม่คุ้นเคยดังขึ้นมาแทน เพราะอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ฉันเลยทำใจกล้าเงยหน้าขึ้น แล้วก็เห็นว่าแม่เลี้ยงถูกจับแขนไว้แน่น ด้วยฝีมือของคนแปลกหน้า ก่อนจะถูกผลักออกห่างไปแรงๆ

            แม่เลี้ยงของฉันจ้องหน้าเขาเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อแล้วเงื้อมือขึ้นเหมือนจะตบ แต่เขาก็กำหมัดชูขึ้นทำท่าจะตอบโต้กลับเหมือนกัน

            “หนูไม่ต้องการอะไรแล้ว บ้านน่ะน้าณีก็เอาไปแล้วนี่ อย่ามายุ่งกับหนูอีก หนูอัดคลิปทั้งหมดไว้แล้ว ถ้าน้าณียังไม่เลิกยุ่งกับหนูอีก หนูจะแจ้งความ” เรื่องนี้ฉันไม่ได้โกหก ฉันอัดคลิปวิดีโอไว้หมดแล้ว แต่ยังไม่ทันได้ทำอะไรทั้งนั้น เพราะจู่ๆ แม่เลี้ยงคนนี้ก็พาเสี่ยแปลกหน้ามาถึงบ้าน โชคดีที่จัดกระเป๋าไว้แล้วฉันเลยวิ่งหนีออกมาสุดชีวิต แล้วก็เจอคนแปลกหน้าคนนี้นี่แหละ

            “แกว่าไงนะ!

            “หนูถ่ายคลิปของน้าไว้หมดทุกอย่างแล้ว ถ้าน้าเลิกยุ่งกับหนู หนูก็สัญญาว่าจะไม่ปล่อยคลิปนี้ แต่ถ้าน้ายังทำแบบนี้อีก หนูจะแจ้งความ

            ฉันทำใจกล้าขยับตัวออกไปมอง และได้เห็นว่าแม่เลี้ยงหน้าเขียวหน้าเหลือง คงไม่เชื่อหรอกแต่ก็ไม่กล้าเสี่ยง แต่ฉันก็ถ่ายคลิปเอาไว้ทั้งหมดแล้วจริงๆ จะไม่ยอมให้ใครมารังแกเอาเปรียบตัวเองด้วย

            “ต่างคนต่างอยู่เถอะน้าณี” ฉันพึมพำอย่างหวาดกลัว ภาวนาขอให้แม่เลี้ยงใจร้ายจากไปซะที

            แม่เลี้ยงของฉันมองฉันด้วยสายตาแค้นจัด แต่สุดท้ายก็กระแทกเท้าเดินหนีไปด้วยท่าทางหัวฟัดหัวเหวี่ยง เห็นแบบนั้นฉันก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก ยอมปล่อยมือจากเสื้อโค้ทคณะวิศวกรรศาสตร์ของคนที่เพิ่งเจอหน้าเป็นครั้งแรกอย่างหวั่นๆ

            “ขอโทษค่ะ

            “ฉันเป็นแฟนเธอตั้งแต่เมื่อไหร่” เขาถามด้วยสีหน้าเย็นชา ฉันก็เลยต้องยกมือไหว้เขาอีกครั้งอย่างรู้สึกผิด

            “ขอโทษค่ะ ฉันจะอธิบายให้ฟัง ถ้าคุณยอมฟัง

 

            “ทั้งหมดเป็นแบบนี้เองเหรอ

            ผู้ชายแปลกหน้าที่ช่วยฉันเอาไว้ หรือไม่ ฉันก็ลากเขาเข้ามาเกี่ยวเองพึมพำระหว่างที่วางแก้วกาแฟลงเงียบๆ ด้วยท่าทางการเคลื่อนไหวที่สวยมาก สวยยิ่งกว่าผู้หญิงอย่างฉันอีก

            เขามีชื่อว่า โคล คิม ดูเหมือนว่าจะเป็นลูกเสี้ยวอเมริกัน-เกาหลี-ไทย ถึงว่า เขาเลยกลายเป็นส่วนผสมที่งดงามมากจนใจสั่น

            “แล้วเธอชื่ออะไรแล้วนะ” เขาถาม ส่งสายตาคมกริบมองมาจนแทบหายใจไม่ออก

            “เอ่อ ที่รักค่ะ

            “ฉันถามชื่อเธอ ไม่ได้ให้เธอมาเรียกฉันว่าที่รัก ละครปลอมๆ นั่นจบแล้วไม่ใช่รึไง” โคลขมวดคิ้วใส่ฉัน ฉันก็เลยยิ้มแหยๆ ก่อนจะอธิบายให้เขาฟัง

            “ฉันชื่อที่รักค่ะ

            ใช่ฉันมีชื่อว่า ที่รัก จริงๆ ไม่ว่าจะทั้งชื่อจริงหรือชื่อเล่นก็ตาม

            พอบอกไปแบบนี้โคลก็กระแอมไอแล้วส่ายหน้าน้อยๆ ฉันก็อยากขำอยู่หรอก แต่สถานการณ์แบบนี้ไม่ไหวแน่ อีกอย่างก็เคยเห็นทุกคนทำท่าทางแบบนี้ให้ตลอด เวลาที่บอกไปว่าฉันชื่ออะไร แต่ไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อนเลย หัวใจมันเต้นแรงมาก มากจนฉันต้องกลัวตัวเองเลย

            “เออ จะชื่อไงก็ช่าง แต่เอาเป็นว่า แม่เลี้ยงใจร้ายตั้งใจจะขายเธอให้กับเสี่ยจริงเรอะ โม้เปล่า” เขาทำท่าไม่เชื่อ ฉันก็เลยไม่รู้จะทำยังไงดี รู้สึกว่าเก้าอี้ที่นั่งอยู่มันร้อนๆ ยังไงชอบกล

            “แล้วที่บอกว่าถ่ายคลิปไว้ล่ะ พูดจริงพูดเล่น” โคลหรี่ตามองฉัน ฉันเองก็เพิ่งนึกออกเลยหยิบโทรศัพท์มือถือกดๆ จิ้มๆ ที่ไฟล์วิดีโอ แล้วส่งให้เขาไป

            ตอนแรกโคลก็ทำท่าเหมือนไม่อยากรับ แต่ในที่สุดเขาก็ยอมรับไปแล้วกดวิดีโอเล่น ตอนที่ได้ยินเสียงพวกนั้นมันทำให้ฉันว้าวุ่นใจ กลัวไปสารพัดอย่าง โชคดีเหลือเกินที่รอดมาได้ ไม่อย่างนั้นก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองจะเป็นยังไงบ้าง

            “เอ่อโทษทีแล้วกัน ที่คิดว่าเธอเป็นพวกต้มตุ๋น” หลังจากนั้นโคลส่งโทรศัพท์คืนให้ฉัน สีหน้าดูเจื่อนลงเล็กน้อย แต่ก็แค่แวบเดียวเท่านั้น แล้วสีหน้าของเขาก็กลับไปตึงๆ ต่อ

            “แล้วคิดไงมาเลือกฉัน

            “คือ คือฉันเห็นคุณใส่เสื้อโค้ทของคณะวิศวะก็เลย เอ่อ ฉันเรียนมหาลัยเดียวกับคุณน่ะค่ะ”

         “อ้อ พอเห็นเด็กมหาลัยเดียวกันก็เลยมาขอให้ฉันช่วยว่างั้น” เขาถาม สายตาดูน่ากลัวแปลกๆ อธิบายไม่ถูก

            “ค่ะ ฉันต้องขอโทษอีกครั้งนะคะ” ฉันรู้สึกเสียใจจริงๆ ที่ทำแบบนั้น ถึงแม้ว่าโคลจะไม่ได้เสียหายอะไรก็เถอะ แต่เราก็ไม่ได้รู้จักกันมาก่อน ดีไม่ดี ถ้าเขามีแฟนแล้ว เขาก็อาจจะลำบากใจก็ได้

            “ถ้าฉันทำคุณลำบากใจก็ต้องขอโทษด้วยอีกทีนะคะ แล้ว แล้วถ้าแฟนคุณเข้าใจผิด ฉันจะอธิบายให้ฟังเองค่ะ”

            “ฉันไม่มีแฟน” โคลบอกเสียงเข้ม เท่านั้นฉันก็โล่งใจมาก

            “ไม่ต้องยิ้มเลย คิดว่าฉันไม่มีแฟนแล้วฉันจะสนใจเธองั้นเหรอ”

            คำพูดของโคลทำฉันตกใจมาก นี่ฉันกำลังยิ้มเหรอ โอ๊ย ที่รัก แกทำอะไรของแกเนี่ย

            “นี่ก็จะตีหนึ่งแล้วนะ แล้วจะเอาไงต่อ ลากกระเป๋ามาด้วยแบบนี้จะไปพักที่ไหน”

            ฉันเหลียวหลังไปมองกระเป๋าเดินทางของตัวเองอีกครั้งหลังจากที่โคลถามจบ นั่นสินะ ยังไม่มีแผนสองต่อจากนี้เลย

            “มีเพื่อนมั้ย” โคลถามอีก สีหน้าของเขาดูเวทนาฉันมาก และฉันเองก็รู้สึกเวทนาตัวเองขึ้นมาแล้วจริงๆ เหมือนกัน

            “แต่ดึกขนาดนี้ก็ไม่ควรจะไปรบกวนใครใช่มั้ย?” เขาดูดกาแฟอีกสองสามอึก จากนั้นก็วางแก้วกาแฟลงสีหน้าดูหน่ายใจกับฉันมาก

            “เออ เอาเหอะ เห็นแก่เธอที่เป็นผู้หญิงแล้วก็ลำบากจริงๆ ไปพักห้องฉันก่อนก็แล้วกัน”

         โคลบอกมาแบบนั้น ฉันจึงมองเขาด้วยความซาบซึ้งใจ

         “แต่มันจะดีเหรอคะ” ฉันเกือบเคลิ้มไปกับหน้าตาและความใจดีของเขา แต่อีกใจหนึ่งก็คิดว่ามันคงไม่ดีเท่าไหร่มั้ง ที่จู่ๆ จะไปพักที่ห้องของคนที่ไม่รู้จักกันมาก่อนแบบนี้

            แล้วถ้าเกิดอะไรขึ้นล่ะมันก็เท่ากับว่าฉันเปิดโอกาสให้ตัวเองถูกทำร้ายเอง จะโทษว่าเป็นความผิดของโคลก็ไม่ได้ด้วย

         “ก็ตามใจแล้วกันนะ” พูดจบโคลก็ลุกขึ้น ทำท่าจะเดินออกจากร้านสะดวกซื้อไป ฉันก็รีบลุกตาม แล้วเดินตามหลังเขาเหมือนลูกหมาจรจัดที่พยายามจะหาเจ้าของด้วยตัวเอง

            “ไปด้วยค่ะ ขอฉันไปด้วยนะคะ!

 

            ฉันรู้ ฉันรู้

            การกระทำแบบนี้มันแย่มาก แต่ตอนนี้ฉันก็ไม่เหลือทางเลือกแล้วไง ใครไม่มาเจอแบบฉันไม่รู้หรอกว่ามันน่ากลัวแค่ไหน การถูกขืนใจมันไม่ใช่เรื่องสนุกเลยนะ มันเหมือนตกนรกทั้งเป็นมากกว่า

         แต่ถ้าเป็นผู้ชายที่ชอบล่ะ

            โอ๊ย ฉันรู้ ฉันรู้

            การทำแบบนี้ไม่ดีเลย แต่จะทำยังไงได้ล่ะ เหมือนฉันตกหลุมรักผู้ชายคนนี้เข้าอย่างจังเลย

            “กำลังจะขึ้นปีสี่ งั้นก็แปลว่าอยู่ปีสามน่ะสิ” โคลถามฉัน ตอนที่เรามาถึงห้องของเขาแล้ว

            ห้องพักของเขาหรูหราสุดยอดเลย หน้าตาดีแถมรวยอีก ฉันควรจับเขาเป็นสามีไหม ฮือ ฉันรู้ ฉันรู้ทำแบบนี้ไม่ดีหรอก ฉันไม่อยากเป็นคนใจกล้าหน้าด้านนิสัยเสียหรอกนะ แต่ให้ตายเถอะ ทำไมเขาถึงได้หล่อขนาดนี้

            “ฉันอยู่ปีสี่ เป็นพี่เธอปีนึง เพราะงั้นเธอควรเรียกฉันว่าพี่” เขาทำหน้าจริงจังมาก ฉันก็เลยพยักหน้าให้ทันที

            “ค่ะพี่โคล หนูขอบคุณนะคะที่พี่ให้หนูมาอยู่ด้วย

            โคลเหมือนจะช็อกๆ ไปนิดหน่อย ที่ฉันเรียกเขาว่าพี่แล้วแทนตัวเองว่าหนู แต่สุดท้ายเขาก็พยักหน้าให้ฉัน

            “งั้นก็อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าซะ คืนนี้ก็ทำตัวตามสบายเลย ฉันต้องไปที่อู่ ก็ตามสบายนะ”

            “อ้อ อู่ที่พี่โคลบอกก่อนหน้านี้ใช่มั้ยคะ” ฉันยิ้มหวานให้เขา ก่อนหน้านี้โคล เอ๊ย พี่โคลเล่าเรื่องนี้ให้ฟังแล้วเหมือนกัน ฉันเป็นปลื้มนะ เพราะนั่นเท่ากับว่าพี่เขาก็ไม่ได้รำคาญฉันเท่าไหร่

            “อืมก็ไปสิ จะมาจ้องหน้าทำไมอีก

            “ค่ะ! ค่ะ

 

Cole Kim`s talking…

            ยัยที่รักอะไรเนี่ย จะเข้าใจไหม ว่าสิ่งที่ตัวเองกำลังอยู่มันหายนะขนาดไหนน่ะ

         มีอย่างที่ไหนมาอยู่ในห้องผู้ชายแบบโง่ๆ เซ่อๆ แบบนี้น่ะ ก็รู้นะว่าผมเสนอตัวช่วยเอง และเธอเองก็ลำบาก แต่มันไม่ใช่อะ ไม่ใช่จริงๆ

            แล้วตอนนี้ยัยที่รักก็กำลังหลับสนิทบนเตียงของผม คิดว่าก่อนหน้านี้คงจะนอนไม่สนิทมาหลายคืนแล้ว แถมยังดูใจอ่อนใสซื่อมากอีกต่างหาก ผมตั้งใจจะกลับอู่แต่เสียงข้อความดังขึ้นซะก่อน ผมก็เลยมองหาต้นเสียงนั่น แล้วก็พบว่ามันมาจากโทรศัพท์ของที่รัก

            ที่รักขี้เซามาก เธอหลับสนิทไม่รู้เรื่องอะไรเลย ขนาดว่าผมแอบเอานิ้วเธอมากดเพื่อปลดล็อกโทรศัพท์แล้วก็ยังไม่รู้สึกตัว ผมล่ะอยากเฮ้ออออ ยาวๆ มากเลยล่ะ

 

            น้าณี :: น้าขอโทษสำหรับทุกอย่างนะรัก ช่วงนี้น้าเครียดก็เลยทำอะไรแย่ๆ ลงไป น้าหวังว่าแกคงไม่แจ้งความนะ อะไรที่ผ่านมาก็ให้มันแล้วไปเถอะนะรัก กลับบ้านได้เสมอนะ

 

            ผมเบ้ปากทันทีที่อ่านจบ ก่อนจะเลื่อนอ่านข้อความก่อนหน้านี้ต่อ เออ รู้ว่าเสียมารยาท แต่มันอยากรู้นี่หว่า

            แล้วก็อย่างที่คิดไว้ ยัยน้าณีอะไรเนี่ย เอาแต่ส่งข้อความมาขอโทษที่รักเสมอๆ เหมือนทะเลาะกันหลายครั้ง แล้วที่รักก็ยอมใจอ่อนตลอด ยัย

            ด้วยความเป็นห่วงเป็นใยเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ทำให้ผมเลือกที่จะบล็อกเบอร์ของแม่เลี้ยงมหาภัยนี่ซะ ก่อนจะหันไปมองที่รักอย่างหนักใจ

            เอาวะ ช่วยเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน!

            ผมบอกตัวเองก่อนจะดึงผ้าห่มคลุมร่างของเธอเอาไว้อย่างมิดชิด จากนั้นก็สอดมือไปใต้ผ้าห่ม ขยับมือนิดๆ หน่อยๆ ก็ถอดเสื้อผ้าของเธออกอย่างง่ายดาย ด้วยการใช้ความชำนาญนิดหน่อย ผมถอดออกหมดแหละ ถ้าจะถามว่าถอดอะไรบ้าง จากนั้นก็ดันร่างออกห่างนิดหน่อย มองซ้ายมองขวาก่อนจะเดินไปห้องทำงาน เห็นสีน้ำมันก็เอามาละลายน้ำแล้วกลับไปเทบนเตียง

            เสร็จ!

            หนูที่รักคะ ดีใจด้วยค่ะ หนูได้ผัวแล้ว

            จากที่ตั้งใจว่าจะกลับไปดูงานที่อู่ เห็นแบบนี้แล้วผมก็ตั้งใจว่าจะเล่นละครจนถึงที่สุด คืนนี้ก็คงจะต้องอยู่ค้างกับที่รักที่นี่ล่ะนะ

            เมื่อคิดแบบนั้นผมก็เดินยังไปห้องน้ำ อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ไม่ค่อยเต็มใจนัก หลังจากเปลี่ยนชุดนอนเรียบร้อยแล้ว ผมก็ต้องถอนหายใจกับตัวเองอีกครั้ง ก็ในเมื่อตัวเองตั้งใจจะเล่นละครเป็นผัว เอ๊ย เป็นสามีของที่รักแล้ว ก็ควรจะต้องจัดฉากให้มันสมจริงมากกว่านี้หน่อย

            ดังนั้นผมก็เลยต้องกลับไปเก็บเอาเสื้อผ้าที่ถอดทิ้งไว้ในตะกร้าในห้องน้ำก่อนหน้านี้ ออกมาโยนให้มันหล่นเกลื่อนกลาดที่พื้นห้อง สวมแค่กางเกงบอกเซอร์ตัวเดียวแล้วก็ขึ้นไปนอนบนเตียงกับที่รัก ความจริงผมก็มีอารมณ์อยู่เหมือนกันแหละ แต่ตอนนี้รู้สึกเหนื่อยมาก แล้วก็รู้สึกเหนื่อยใจกับยัยผู้หญิงที่เพิ่งเก็บมาจากข้างทางมาก ก็เลยตัดสินใจว่าจะไม่ทำอะไรไปมากกว่านี้

            ลองทำมากกว่านี้ดูสิ เดี๋ยวก็ได้เมียสติไม่สมประกอบเอาหรอก

            ผมหันไปมองที่รักที่หลับสนิทอยู่ข้างๆ ตัวอีกครั้ง คิ้วเรียวของเธอขมวดคิ้วติดกัน ดูเหมือนว่าเธอกำลังฝันร้าย

            “อือ ไม่ อย่าทำรักเลย อย่า” ที่รักละเมอ ท่าทางของเธอเริ่มกระสับกระส่าย มันทำให้ผมรู้สึกใจอ่อนได้อย่างง่ายดาย และเริ่มเข้าใจความรู้สึกของน็อกซ์ขึ้นมาบ้างแล้ว

            เวลาที่น็อกซ์มองเมียของมัน ก็คงจะให้ความรู้สึกประมาณนี้ล่ะมั้ง แต่ผมไม่ได้รักที่รัก ผมแค่เป็นห่วงสงสารเธอ ถ้าไม่ได้เห็นกับตาตัวเองว่าแม่เลี้ยงของเธอร้ายกาจขนาดไหน ผมก็คงไม่เอาตัวเองเข้ามายุ่งกับเรื่องแบบนี้

            “ที่รัก” ผมตบแก้มเธอเบาๆ รู้สึกสงสารที่เห็นเธอร้องไห้ทั้งที่ยังหลับอยู่ ที่ผ่านมาเกิดอะไรขึ้นกับเธอบ้างก็ไม่รู้ เมื่อคิดแบบนี้ อารมณ์ร้อนๆ ที่อยู่ในร่างกายลดต่ำลง แทนที่ด้วยความสงสารเห็นใจ

            “ฉันอยู่นี่” ผมปลอบ ที่รักเองก็ดูเหมือนจะสงบลงได้นิดหน่อย เธอจับมือผมที่ยังวางอยู่บนแก้มของเธอ แล้วก็บีบเอาไว้แน่น

            “หลับเถอะ ไม่มีอะไรแล้ว”

            “อืม” ที่รักครางเบาๆ อีกครั้งแล้วเงียบไป ผมเลยค่อยๆ ดึงมือออกมาจากการเกาะกุมของเธอ แต่ที่รักจับมือผมเอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย

            เมื่อเป็นแบบนั้นผมก็เลยตัดใจ ปล่อยให้เธอจับมือของผมเอาไว้ต่อ มันเป็นความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูกเลยแฮะ

            “ฝันดีนะ ที่รัก

End Cole Kim talk…

 

            เกิดอะไรขึ้น! มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ตอนนี้ฉันทำอะไรไม่ถูก เมื่อตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าตัวเองนอนอยู่ข้างกายผู้ชายแปลกหน้า สถานการณ์แบบนี้เคยเห็นแต่ในหนังสือนิยาย ใครจะไปนึกว่ามันจะเกิดขึ้นกับตัวเองจริงๆ

         ยิ่งเห็นผ้าปูที่นอนเปื้อนแบบนี้แล้วฉันก็แทบสติแตก ถ้าหากว่าคนที่นอนอยู่ข้างๆ ไม่ใช่คนที่หล่อเหมือนเทพบุตร ฉันจะฆ่าเขาให้ตายไปเลยก็ได้

            ฉันรู้ ฉันรู้ ไม่มีผู้หญิงสติดีๆ ที่ไหนหรอกที่คิดแบบฉัน แต่ฉันก็คิดไปแล้ว

            โคลเป็นคนที่ฉันขอความช่วยเหลือ และเขาก็เป็นคนที่ให้ความช่วยเหลือกับฉัน ในขณะที่คนรู้จักคนอื่นๆ ต่างพยายามที่จะทำเป็นไม่รู้จักฉัน มันเลยเป็นความสับสนย้อนแย้งที่เกิดขึ้นในใจ ว่าฉันควรดีใจหรือเปล่าที่ได้มาพบกับผู้ชายคนนี้

            ฉันทำอะไรไม่ถูก มองดูผ้าปูที่นอนที่เปื้อนแล้วก็ใจสั่น ถึงฉันจะเป็นคนโง่ตามใครไม่ค่อยทัน แต่ก็พอจะรู้ว่าในสถานการณ์แบบนี้ มันแปลว่า ฉันปล้ำโคลเข้าแล้วล่ะ

            ตอนนี้ฉันไม่ได้สวมเสื้อผ้าเลยแม้แต่ชิ้นเดียว โคลเองก็คงจะเหมือนกัน เสื้อผ้าของเราสองคนก็กองอยู่บนพื้นนั่นไง ฉันก็เลยรู้ ว่าตัวเองทำเรื่องที่ไม่สมควรลงไปซะแล้ว

            ตอนที่ฉันกำลังลังเลใจควรจะทำอะไรต่อไป คนที่นอนอยู่ข้างๆ ตัวลืมตาตื่นขึ้นมาพอดี

            ฉันเผลอกลืนน้ำลายลงคอใหญ่ เมื่อเห็นสายตาคมกริบของโคลจ้องมอง ดวงตาของเขาเป็นเหมือนกับหลุมดำขนาดใหญ่ที่เหมือนจะดูดฉันเข้าไปได้อย่างไรอย่างนั้น

            “เอ่อ” คิ้วเข้มของโคลขมวดเข้าหากัน เขาคงลำบากใจกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

            ฉันเองก็จำอะไรไม่ได้เลย เมื่อคืนก็ไม่ได้ดื่มเลยสักหยดเดียว ทำไมฉันถึงได้รู้สึกปวดหัว แล้วก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างเราสองคนด้วย

            “ขอโทษเรื่องเมื่อคืนด้วย” โคลพูดทำลายความอึดอัด แต่มันทำให้ฉันรู้สึกกระอักกระอ่วนใจมากกว่าเดิม

         “ฉันผิดเอง”

            ฉันแทบไม่เชื่อหูตัวเองว่าโคลจะเป็นฝ่ายเอ่ยขอโทษ เพราะท่าทางของเขาดูไม่เหมือนคนที่ใจยอมให้คนอื่นเลย อีกอย่างเรื่องนี้ฉันเป็นคนผิดด้วย ถ้าไม่ตามเขามากคงไม่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ทั้งหมดนี้มันเป็นความผิดของฉันคนเดียว เพราะรู้อยู่แล้วว่าผู้ชายยังไงก็เป็นหมาป่ากันทั้งนั้น ในเมื่อมีเหยื่อมารอถึงที่ ทำไมเขาจะไม่กินล่ะ จริงไหม

            “แต่เธอไม่ต้องห่วงนะ ฉันจะรับผิดชอบเรื่องทั้งหมดเอง”

            “คะ

            นี่เป็นอีกครั้งที่ฉันรู้สึกตกใจกับคำพูดของโคล คนอย่างเขาคงหาผู้หญิงที่ดีกว่าฉันได้ถมเถ ดูจากห้องที่นอนอยู่ตอนนี้บอกได้เป็นอย่างดีว่าเขารวยมากแค่ไหน เขาคงมีตัวเลือกอีกมากมาย ต่างกับฉัน

            “เอาเป็นว่า ฉันจะรับผิดชอบเอง ไม่ต้องเป็นห่วง” โคลพูดซ้ำอีกครั้งอย่างชัดเจน ฉันเองก็ไม่รู้จะแกล้งทำเป็นไม่เข้าใจได้ยังไง

            “วันนี้มีเรียนหรือเปล่าล่ะ” เขาขยับตัวลุกขึ้น ทำฉันตาลายไปหมดเมากล้ามท้องขาวๆ ของเขา

            โอ๊ย ที่รัก ตั้งสติหน่อยเถอะ

            ถ้าหากว่าเรื่องนี้ไม่ใช่โคล เป็นผู้ชายที่น่าเกลียดน่ากลัว ฉันก็อาจจะฆ่าเขาให้ตายไปเลยก็ได้ ไม่ใช่ระริกระรี้เหมือนดีใจอยู่อย่างนี้

            ฉันรู้ ฉันรู้ การกระทำแบบนี้มันไม่ดีเลย และฉันก็เริ่มเกลียดตัวเองแล้วด้วย

            “ได้ยินที่ถามรึเปล่า วันนี้มีเรียนมั้ย ถ้ามีก็อาบน้ำแต่งตัวเดี๋ยวจะไปส่งที่มหาลัย”

            “เอ่อ ค่ะ” ฉันตอบคำถามของโคลได้ในที่สุด หลังจากที่มัวแต่คิดอะไรฟุ้งซ่านอยู่ในหัวก็ไม่รู้

            “ถ้างั้นเธอก็อาบน้ำในห้องนี้นะ ฉันจะออกไปอาบข้างนอก” โคลลงจากเตียงด้วยสภาพสุดเซ็กซี่ ฉันอยากจะพุ่งเข้าใส่เขาอยู่เหมือนกัน แต่เมื่อคืนก็คงทำมากกว่าพุ่งไปแล้ว เท่านี้ก็รู้สึกอับอายขายหน้าจนไม่รู้จะมองหน้าเขาได้ยังไงแล้ว

            ฉันก้มหน้าก้มตาไม่มองอะไร ระหว่างที่โคลเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวพันรอบเอวสอบไว้หลวมๆ แล้วเดินออกจากห้องไปเหมือนกำลังเดินแฟชั่นโชว์ เขาจะรู้บ้างหรือเปล่าว่าทำให้หัวใจดวงน้อยของผู้หญิงคนหนึ่งแทบจะวายตายได้อยู่แล้วน่ะ

            หลังจากที่ประตูห้องปิดลง โคลออกไปข้างนอกเรียบร้อยแล้ว ฉันก็พาตัวเองลงจากเตียงระมัดระวังเพราะกลัวเจ็บ แต่แล้วก็ต้องขมวดคิ้วงงๆ ทำไมไม่รู้สึกปวดเมื่อยตามร่างกายที่ควรจะเป็นเลย ก็ไม่รู้สึกเจ็บอะไรเท่าไหร่ด้วย จากการที่อ่านนิยายมา ผู้หญิงจะเจ็บมากไม่ใช่เหรอ

            ฉันรู้สึกสับสนอยู่เหมือนกัน แต่ในเวลาแบบนี้จะเสียเวลาไม่ได้แล้ว นี่ก็ใกล้เวลาเรียนเข้าไปทุกทีแล้วด้วย ฉันก็เลยต้องเก็บความสงสัยเอาไว้แล้วเดินเข้าห้องน้ำเพื่ออาบน้ำแต่งตัว เพราะเพิ่งจะเอาชุดนักศึกษาออกมาจากกระเป๋า มันก็เลยยับมาก ฉันก็เลยเลือกที่จะหยิบเสื้อคลุมมาสวมทับเอาไว้แทน ไม่รู้จะเอามันไปรีดที่ไหนดี

            ฉันตรวจดูความเรียบร้อยของตัวเองอีกครั้งก่อนจะเดินออกจากห้องนอนของโคลเงียบๆ และเห็นว่าเขาก็นั่งรออยู่แล้ว

            “เสร็จแล้วใช่มั้ย” เขาวางชีทเรียนในมือลงกับโต๊ะกลางรับแขก ฉันก็เลยพยักหน้าให้

            “ถ้าอย่างนั้นก็ไปกันเลย เดี๋ยวจะให้ทางคอนโดทำกุญแจให้เธออีกชุดด้วย”

            โคลจัดการเรื่องนั้นเรื่องนี้ให้ฉันเสร็จสรรพ รู้ตัวอีกทีฉันก็ได้คีย์การ์ดกับกุญแจห้องชุดของเขาอยู่ในมือแล้ว นี่ยังรู้สึกเหมือนฝันไปอยู่เลย

            การรับผิดชอบของโคล มันจะครอบคลุมไปถึงเรื่องอะไรบ้างหนอ

            “ขอบคุณมากนะคะ” ฉันยกมือไหว้โคล หลังจากที่เขาขับรถพามาส่งถึงคณะเรียนแล้ว เป็นครั้งแรกที่มีผู้ชายขับรถมาส่งถึงคณะ เคยคิดเอาไว้ว่าคงจะตื่นเต้นดีใจมาก แต่เอาเข้าจริงแล้วกลับไม่ใช่แบบนั้นเลย มันรู้สึกแปลกๆ ยังไงบอกไม่ถูก

            “แล้วเจอกัน” โคลบอกฉันก่อนที่เขาจะขับรถออกไปเงียบๆ โดยที่ไม่พูดอะไรเลย

            ท่าทางของโคลบอกให้รู้ว่าฉันเป็นตัวปัญหาสำหรับเขาอย่างมาก ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเรื่องมันจบลงอย่างนี้ได้ยังไง แล้วก็ไม่รู้ว่าอนาคตต่อจากนี้จะเป็นยังไงบ้าง

            แต่มันจะดีเหรอ มาอยู่กับเขาแบบนี้ มันคงสร้างความอึดอัดลำบากใจให้กับโคลมากเหมือนกัน

            ฉันคิดมากไปสารพัดเรื่อง ก็ตัดสินใจเดินขึ้นตึกเรียนก่อนที่จะฟุ้งซ่านไปมากกว่านี้

            ไม่รู้ว่าโชคดีหรือโชคร้ายที่วันนี้มีเรียนแค่วิชาเดียว ฉันเรียนบริหารเอกบัญชี ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมาก็พยายามอยู่ลงเรียนซัมเมอร์ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ จนถึงตอนนี้ก็เลยแล้ววิชาเรียนไม่มากแล้ว อีกแค่เทอมเดียวก็คงจะเก็บหน่วยกิตทั้งหมดเรียบร้อย หลังจากนั้นฉันก็คงต้องเริ่มต้นใช้ชีวิตใหม่คนเดียว

            เพราะมีเรียนแค่วิชาเดียว ฉันเลยรู้สึกฟุ้งซ่านเป็นรอบที่สอง เอาแต่คิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนอยู่ตลอดเวลา ไม่สามารถสลัดมันออกไปจากหัวได้เลย

            เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น มันเป็นความผิดของฉันเอง

            หลังจากที่แยกย้ายกับเพื่อนคนอื่นๆ แล้ว ฉันก็ตรงเข้าไปในร้านขายยาทันที ไม่บอกก็คงรู้ว่าฉันมาหาอะไร ใช่ ฉันมาหายาคุมฉุกเฉินน่ะ ฉันเองก็ไม่อยากทำตัวเหลวแหลกแบบนี้หรอก แต่มันก็เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้นี่นา ฉันไม่อยากจะทองตอนนี้ทำให้เกิดปัญหาตามมาอีกหรอกนะ

            จากนั้นฉันก็ไปที่คอนโดของโคลอีกครั้ง ตอนแรกก็จำไม่ได้เลยว่าคอนโดของเขามันคือที่ไหน ถ้าไม่เห็นชื่อคอนโดจากกุญแจห้องที่ถืออยู่ก็คงไปไม่ถูกแล้ว ฉันไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงกับกุญแจและคีย์การ์ดที่ได้มา เลยตัดสินใจว่าจะเก็บเอาไว้ก่อน ถ้ามีโอกาสได้เจอโคลอีกครั้งก็จะคืนให้กับเขา

 

            เวลาบ่ายสี่โมง ฉันก็มาถึงห้องเช่าที่ได้ติดต่อสอบถามเอาไว้ตั้งแต่แรกแล้ว ก่อนที่จะได้เจอกับโคลนั่นแหละ

            ฉันรู้สึกว่าแม่เลี้ยงเริ่มมีอะไรที่ไม่ชอบมาพากลหลังจากที่คุณพ่อเสียไป จนระยะหลังมานี้ถึงได้รู้ว่าน้าณีไม่ได้หวังดีกับฉันเลย ฉันเองก็ไม่ได้วางใจ พยายามมองหาทางหนีทีไล่ให้ตัวเองเรียบร้อย แต่ก็ไม่ทัน ดีที่เมื่อคืนได้โคลมาช่วยเอาไว้ ไม่อย่างนั้นฉันก็อาจจะป่นปี้ยับเยินจากฝีมือของแม่เลี้ยงแล้วก็ได้

            ด้วยความช่วยเหลือของโคล และความโง่ของฉันเรื่องมันก็เลยลงเอยแบบนั้น ฉันไม่ใช่โทษว่าเป็นความผิดของโคลเลย จริงๆ นะ

            ฉันเพิ่งมารู้ตอนนี้ว่าไม่มีเบอร์โทรติดต่อกับโคล ก็เลยไม่รู้จะบอกขอบคุณและขอโทษที่รบกวนเขาเอาไว้ตั้งมากมายยังไงดี ไหนจะกุญแจห้องของเขาอีก

            เรื่องมันเกิดขึ้นได้ยังไง จนถึงตอนนี้ฉันไม่แน่ใจเลย ฉันหมดแรงซะจนต้องลงตัวลงนอนบนเตียง ลืมตามองเพดานอยู่อย่างนั้น อนาคตหลังจากนี้ก็ดูเหมือนจะมืดมนเหลือเกิน ถึงแม้อยากจะอยู่กับโคล เอ่อ ก็นะ ฉันเสียตัวให้เขาไปแล้ว ความรู้สึกของผู้หญิงเกือบทุกคนก็น่าจะเหมือนกับฉัน ที่อยากอยู่กับผู้ชายที่เป็นคนแรก เป็นรักแรกของตัวเอง แต่ชีวิตจริงมันไม่เหมือนในนิยายน่ะสิ

            แล้วเขาจะตามมาง้อหรือเปล่านะ

            ฉันคิดอะไรไม่เข้าท่า จนต้องยกมือขึ้นมาเขกหน้าผากตัวเองแรงๆ โคลรู้ซะที่ไหนว่าฉันอยู่ที่นี่ แล้วเราก็ไม่มีเบอร์โทรติดต่อกันเลยด้วย

            ฉันหมดเรี่ยวแรงจะจัดข้าวของ ได้แต่ปล่อยให้มันวางอยู่อย่างนั้น เกือบสองสามเดือนที่ผ่านมาฉันรู้สึกเหนื่อยเหลือเกิน ตอนนี้ก็เลยอยากจะนอนพักให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่หลับตาลงได้แค่ไม่นานก็ต้องลืมตาขึ้นอีกครั้ง เพราะได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นมา

            “ฟ้า มีอะไรรึเปล่า” เพื่อนสนิทของฉันเป็นคนที่โทรเข้ามา เพื่อนคนนี้ก็พอจะรู้เรื่องที่บ้านของฉันบ้าง แต่ฉันไม่อาจเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง เพราะกลัวว่าจะทำให้เพื่อนต้องไม่สบายใจตามไปด้วย ฉันไม่อยากจะเอาเรื่องลบของตัวเองไปทำให้คนอื่นรู้สึกติดลบตามไปด้วย

            (ที่รัก แกอยู่ไหนเนี่ย หายไปไม่บอกกันเลยนะ ฉันมีเรื่องจะคุยด้วยแกก็รีบออกจากห้องเรียนซะงั้น) พิมพ์ฟ้าพึมพำเสียงงอนๆ ฉันเลยยิ้มได้ในที่สุด

            “ฉันเอามาหาห้องเช่าน่ะ ก็ที่บอกไปว่าฉันมีเรื่องกับน้าณี ฉันไม่กล้าอยู่บ้านหรอก” ยังไงก็ไม่ขอเจอแม่เลี้ยงใจร้ายคนนั้นอีก ฉันจะไม่ยอมโง่อีกแล้ว ถึงแม้ว่าทุกอย่างมันเกิดขึ้นเพราะการตัดสินใจของฉันเอง แต่ส่วนนึงมันมาจากความร้ายกาจของน้าณีเหมือนกัน ฉันก็เลยตั้งปฏิญาณกับตัวเองในใจว่าจะไม่ไปพบหน้าคนใจร้ายคนนั้นอีก หลังจากนี้ก็ขอให้เป็นคนแปลกหน้ากันไปเลย

            (แล้วแกอยู่ไหนเนี่ย ฉันเป็นห่วง อยากแวะเข้าไปหา)

         คำพูดของพิมพ์ฟ้าทำให้ฉันแทบจะร้องไห้ ไม่ว่ายังไง กำลังใจจากคนอื่นมันก็ทำให้เรารู้สึกดีขึ้นได้อย่างน่าเหลือเชื่อ นั่นแหละ ต่อให้ไม่อยากรับ เมื่อได้ยินคำพูดแบบนี้ฉันก็อยากจะร้องไห้จริงๆ

            (ว่าไงยัยรัก ส่งโลเคชั่นหอพักพี่แกอยู่มาให้ฉันเลย เดี๋ยวฉันไปหา)

            “มันจะดีเหรอ” ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมมันถึงไม่ดี แต่ช่วงนี้ฉันไม่อยากรบกวนใครจริงๆ

            (ถ้าแกไม่เห็นว่าฉันเป็นเพื่อน แกก็ไม่ต้องบอกฉันก็ได้)

            “แกพูดแบบนี้แล้วฉันจะทำอะไรได้ล่ะ” ฉันพึมพำ ได้ยินเสียงพิมพ์ฟ้าหัวเราะก็ทำให้รู้สึกสบายใจขึ้นได้เล็กน้อย

            “ฉันส่งโลเคชั่นไปให้แล้วนะ”

            (จ้ะ เดี๋ยวซื้อข้าวเข้าไปฝาก)

            “อืม” ฉันยิ้มให้กับตัวเองก่อนจะวางสายจากพิมพ์ฟ้า ไม่รู้เหมือนกันว่าเพื่อนจะมาถึงตอนไหน ก็เลยตัดสินใจเดินเข้าห้องน้ำอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้ารอ

            ก็เพราะว่าไม่ได้จัดข้าวของตั้งแต่แรกนั้นแหละ ฉันก็เลยต้องนุ่งแค่ผ้าขนหนูออกมาจากห้องน้ำตัวเดียว

            …!” ฉันตกใจหัวใจแทบจะหยุดเต้น เพราะตอนที่ออกมาจากห้องน้ำได้เห็นใครบางคนกึ่งนอนกึ่งนั่งอยู่บนเตียงหลังเล็กขนาดสามฟุตครึ่งแล้ว

            ใช่ พี่โคลนั่นแหละ

            “ยัยตัวแสบ กว่าจะหาที่อยู่ได้นะ” เขาเงยหน้าจากโทรศัพท์มือถือในมือจองฉันด้วยสายตาไม่พอใจ ฉันก็รู้สึกสั่นไปทั้งตัว เห็นสายตาของเขามันน่ากลัวมากก็เลยคิดจะหนี

            แต่เพราะห้องเช่าห้องนี่มันเล็กมาก พริบตาเดียวโคลก็เข้ามาถึงตัวฉันแล้ว ไม่ทันได้หนีอย่างที่อยาก

            “อย่านะคะ!” หัวใจของฉันมันจะหยุดเต้นให้ได้จริงๆ ยังไม่ทันได้ตั้งตัวฉันก็ถูกรวบเข้าไปกอดแล้วถูกโยนขึ้นไปบนเตียงแล้ว

            สภาพตอนนี้มันล่อแหลมน่าหวาดเสียวมาก ทั้งตัวของฉันมีแค่ผ้าเช็ดตัวผืนเล็กๆ ติดตัวไว้แค่ชิ้นเดียว พอมาอยู่บนเตียงมันก็เปิดอ้าไปหมด ฉันได้แต่จับปมผ้าขนหนูไว้แน่น พยายามอย่างมากที่จะไม่ปล่อยให้มันหลุดมือ แต่รอยแหวกจากด้านล่างก็แหวกสูงขึ้นมาถึงไหนต่อไหน ฉันก็เลยต้องเสียสละมือข้างหนึ่งจับชายผ้าเช็ดตัวเอาไว้ ถึงแม้ว่ามันจะไม่ช่วยอะไรเลยก็ตาม

            “พี่โคล

            “หนูจะว่ายังไงจ๊ะ ทำไมถึงไม่อยู่ที่ห้อง ออกมาเช่าห้องทำไม มีปัญหาอะไรกับพี่เหรอคะ” ถึงแม้ว่าโคลจะพูดเสียงหวานจ๊ะจ๋าคะขา แต่สายตาของเขาดูน่ากลัวมาก

            ร่างกายของฉันเหมือนถูกโยนเข้าใส่เตาอบ หัวใจมันเต้นแรงมากจนเลือดไหลใครก็ตามด้วยความเร็วสุดๆ เหมือนว่าร่างกายมันจะระเบิด แล้วเลือดกระจายไปทั่วเลย และมันน่ากลัวมากสำหรับฉัน

            “อ้อ เรื่องว่ารู้ความจริงแล้ว ฉันอุตส่าห์พยายามจะใจดีไม่ทำอะไรเป็นสุภาพบุรุษ หรือว่าอยากให้ฉันเป็นหมาหื่นแบบได้น็อกซ์มันงั้นสิ”

            ฉันไม่เข้าใจว่าโคลกำลังพูดอะไรอยู่ จนกระทั่งประโยคต่อมา

            “เมื่อคืนเราไม่ได้มีอะไรกันก็จริง แต่ถ้าตอนนี้เรามีอะไรกันแล้ว เธอจะยอมฟังฉันมั้ย ที่รัก

            ฮะ!? นี่หมายความว่า

            ฉันไม่สามารถคิดอะไรได้มากกว่านี้ เมื่อเรียวปากร้อนระอุของโคลแนบลงมาอย่างอุกอาจกะทันหันไม่ทันได้ตั้งตัว เรียวลิ้นร้อนชื้นของเขาแทรกเข้ามาในโพรงปาก เกี่ยวกระหวัดลิ้นเล็กของฉันอย่างรวดเร็ว นี่เป็นจูบแรกของฉัน แต่ฉันก็ไม่เข้าใจเลยว่าตอบสนองเขาได้ยังไง

            ร่างกายมันร้อนขึ้น ร้อนขึ้น ร้อนขึ้น หัวใจก็เต้นแรงขึ้น แรงขึ้น แรงขึ้น จนกลัวว่าหัวใจกับร่างกายมันจะทนรับไม่ไหวเอา

            ฝ่าร้อนร้อนผ่าวของเขาลากไปทั่วร่างกายของฉัน รั้งให้ไรขนอ่อนลุกชันทั่วตัวจนเหมือนเกิดผดเม็ดเล็กละเอียดกระจายทั่วร่าง ฉันสับสนไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เหงื่อซึมทั้งตัวทั้งที่เพิ่งอาบน้ำมาแท้ๆ ลมหายใจก็เริ่มถี่กระชั้นขึ้น เหมือนว่าอากาศมันถูกช่วงชิงไปจนหมดไม่เหลือเลย

            โคลถอดเสื้อผ้าของเขาออกจากตัวอย่างรวดเร็ว ผิวของเขาร้อนลื่นไปหมด ฉันไม่ทันตั้งตัวรู้ว่าอะไรเป็นอะไร รู้ตัวอีกทีก็ยกแขนโอบรอบต้นคอของเขาเอาไว้แล้ว และจูบตอบอย่างลืมตัว

            “ขอนะ

            สิ้นเสียงกระซิบของโคล ฉันก็รู้สึกเหมือนร่างถูกฉีกทึ้งออกเป็นสองส่วน มันเจ็บจนหูอื้อตาลาย ฟังอะไรไม่ชัดเลยว่าโคลพูดอะไรบ้าง เสียงของเขา ลมหายใจของเขาร้อนผ่าว มันระข้างแก้มและข้างหูจนเหมือนว่าแก้วหูจะละลายให้ได้ ฉันเกร็งไปทั้งตัว จิกเล็บทั้งสิบลงกับแผ่นหลังของเขาเพื่อระบายความเจ็บปวด แต่มันก็ไม่ยอมจางหายไปง่ายๆ

            “อ๊ะ” ฉันหลับตาแน่นด้วยความหวาดกลัว รับมือกับความรู้สึกที่ถาโถมเข้ามาไม่ได้ ทุกสัมผัสที่สอดแทรกเข้ามาในร่างมันนำพาความเจ็บและความเสียดซ่านที่แทบจะละลายจากส่วนลึกในร่างกาย ความเร่าร้อนแข็งขืนของเขาอยู่ในส่วนที่ลึกที่สุดในร่างกาย ยิ่งเขาเคลื่อนไหวร่างกายหนักหน่วงรุนแรงเท่าไหร่ ร่างกายของฉันก็หมดเรี่ยวแรงลงไปเท่านั้น

            ฉันหมดแรงไม่สามารถกอดเกี่ยวเขาไว้ได้อีกต่อไป เพิ่งรู้ว่าตอนนี้บนตัวยังมีผ้าเช็ดตัวอยู่ แต่มันก็ไม่ช่วยอะไรเลย

            “ที่รัก” เสียงทุ้มหนักสุดเซ็กซี่กระซิบข้างหูเขา ก่อนที่ฝ่ามือหนาจะช้อนเข้าไปใต้ท้ายทอยที่เปียกชื้นไปด้วยเหงื่อของฉันขึ้นมา

            ฉันสบตากับเขาได้แวบเดียวแล้วก็ต้องหลับตาอีกครั้ง รู้สึกอึกอัดทรมานกับความร้อนที่แทรกอยู่กลางกาย มันเป็นสัมผัสที่เหมือนจะฉุดให้ลอยสูงขึ้น สูงขึ้นอย่างน่ากลัว ต้องกอดเขาเอาไว้เพราะกลัวจะร่วงหล่นลงมา

            “เห็นแล้วใช่มั้ยว่าฉันอยู่ในร่างกายของเธอ รู้แล้วใช่มั้ยว่าเธอเป็นของฉัน” เสียงกระซิบแผ่วเบาแต่เหมือนจะหลอมละลายร่างกายให้ได้ดังชิดใบหูของฉันพร้อมกับลมหายใจร้อนผ่าว มันทำให้ฉันสั่นไปทั้งร่าง

            ความรู้สึกหวามหวั่นเหมือนคลื่นลูกใหญ่ที่ม้วนตลบให้จมหายไปใต้ผิวน้ำครั้งแล้วครั้งเล่า ทำให้ฉันแทบสำลักความรู้สึกหวานซ่านที่ฉุดรั้งให้จมดิ่งจนเหมือนขาดใจตาย แต่อะไรก็ไม่ร้ายเท่ากับคำพูดน่ากลัวของโคลที่กระซิบบอกตลอดเวลาเลย

            “ที่รักคะ ดีใจด้วยค่ะ หนูได้ผัวจริงๆ แล้วค่ะ”

 

            ฉันร้องไห้เหมือนคนบ้า อย่าหาว่าสำออยหรือเล่นตัวอะไรเลย แต่ตอนนี้ฉันเจ็บมากจริงๆ ไม่ใช่เจ็บแค่ที่ตัว แต่ที่หัวใจของฉันก็เจ็บมาก คิดดูสิว่าถูกหลอกว่ามีอะไรกับเขาแล้ว ทั้งที่ความจริง

            ฉันเกลียดเขามาก ตอนนี้โคลกำลังยืนสูบบุหรี่อยู่ มันเหมือนกับภาพในหนังสมัยก่อนๆ ที่คนร้ายข่มเหงเห็นผู้หญิงสูบบุหรี่สบายใจเฉิบ ใช่ โคลเป็นตัวร้าย ที่สุดของตัวร้ายเลยละ

            “ไปอาบน้ำสิ หรือจะให้อาบให้” น้ำเสียงของโคลฟังดูร้ายกาจ ฉันเริ่มสงสัยตัวเอง ว่าทำไมถึงได้ขอความช่วยเหลือเขาตั้งแต่แรก นี่มันหนีเสือปะจระเข้ชัดๆ

            “เดี๋ยวฉันจะพาเธอกลับ ถ้าไม่ยอมลุกเข้าห้องน้ำดีๆ ได้มีเรื่องกันแน่”

            นี่ยังไงล่ะฉันถึงบอกว่าเขาเป็นตัวร้ายน่ะ พระเอกที่ไหนคงไม่ข่มเหงผู้หญิงแบบนี้หรอก

         “ที่รักครับ” เสียงของโคลฟังดูน่ากลัวมาก ฉันก็ไม่กล้าจะหือด้วยอีก

            พอลงจากเตียงฉันก็ทรุดฮวบ คราวนี้รู้แล้วว่าความเจ็บจากการเสียสาวมันเป็นยังไง ฉันเจ็บจนน้ำตาร่วง ไม่เคยคิดมาก่อนว่าความเจ็บระดับนี้มันจะมีอยู่จริง

            ฉันได้ยินเสียงหัวเราะสาแก่ใจของผู้ชายใจร้ายอย่างโคล น้ำตาก็ไหลทั้งเจ็บตัวทั้งเจ็บใจ ไม่รู้ทำไมต้องมาพบคนใจร้ายเขาด้วย

            “อวดดีทั้งที่ไม่มีอะไรให้อวด

            แล้วดูคำพูดที่เขาใช้พูดกับผู้หญิงสิ ช่างเป็นสุภาพบุรุษเหลือเกิน

            ฉันพยายามจะลุกออกจากที่นั่งอยู่กับพื้น แต่ก็ช้ากว่าโคลที่ก้าวเข้ามาใกล้ ยังไม่ทันได้ตั้งตัว ฉันก็ถูกอุ้มขึ้นมาจากพื้นแล้ว หัวใจของฉันเต้นแรงน่ากลัว เหมือนว่าหัวใจมันจะระเบิดแล้วเลือดกระจายเลย

            “ห้องน้ำนี่แคบชะมัดเลย” โคลเอาแต่บ่นพึมพำอยู่อย่างนั้น ฉันเองก็ไม่รู้จะทำหน้ายังไงเลย สุดท้ายฉันก็เข้ามาอยู่ในห้องน้ำด้วยการช่วยเหลือของเขา ถึงแม้จะไม่อยากรับความช่วยเหลือจากเขาเถอะ

            “อาบน้ำซะ ฉันจะกลับห้องแล้ว” โคลพูดด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้าง ฉันเองก็อยากเถียงกลับไปใจจะขาด ว่าเขาอยากกลับแล้วทำไมต้องลากฉันไปเกี่ยวด้วย แต่ก็พูดอะไรไม่ออก เห็นสายตาของเขาแล้วน่ากลัว ถ้าพูดออกไปคงได้มีเรื่องกันอีกแน่

            ประตูห้องน้ำปิดลง พร้อมกับฉันที่นั่งลงกับพื้นอย่างหมดแรง ร่างกายของฉันเหมือนไม่ใช่ร่างกายเดิมอีกต่อไป ฉันปวดเมื่อยไปทั้งเนื้อทั้งตัว ตามตัวมีแต่รอยช้ำเป็นจ้ำ ลองแตะดูก็รู้สึกเจ็บมากด้วย นี่สินะ อาการเสียสาวที่แท้จริงน่ะ

            ฉันนั่งทบทวนชีวิตที่แสนเลวร้ายของตัวเอง และก็พบว่าทุกอย่างฉันเป็นคนเปิดโอกาสให้เรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นเอง ถ้าหากว่าตอนนั้นฉันแยกย้ายจากโคล หลังจากที่แม่เลี้ยงใจร้ายกลับไปแล้ว เรื่องแบบนี้มันก็คงไม่เกิดขึ้นหรอก

            ส่วนตัวการที่ทำให้ฉันต้องเป็นแบบนี้ จะเป็นใครได้อีกนอกจากโคล

            แล้วฉันจะทำตัวเป็นนางเอกหนีต่อเหรอ ไม่มีทางซะหรอก เรื่องนี้ ต้องเป็นคนรับผิดชอบ คิดแบบนั้นฉันเลยแข็งใจลุกขึ้นอาบน้ำอย่างระมันระวัง

            เมื่อออกมาจากห้องน้ำ ฉันเห็นโคลรออยู่เขาแต่งตัวเรียบร้อยแล้ว แล้วก็ยังมีเสื้อผ้าของฉันที่วางอยู่บนเตียงให้ด้วย แน่นอนวันนี้ทั้งบราเซียร์แล้วก็อันเดอร์แวร์ มันทำให้ฉันต้องรู้สึกหน้าร้อนอีกครั้ง ฉันไม่รู้ว่าคู่รักคนอื่นเขาเตรียมเสื้อผ้าให้กันและกันแบบนี้ไหม แต่การกระทำของโคลมันทำให้ฉันรู้สึกเขินมากจริงๆ

            แล้วห้องเช่าห้องนี้ก็แคบมากด้วย ไม่รู้ว่าจะน้ำไปทางไหนได้ สุดท้ายก็เลยต้องเดินไปเสื้อผ้าชุดนั้นนั่นแหละ

            “เฮ้ย จะไปไหนน่ะ” โคลทักตอนที่ฉันกำลังจะเดินเข้าห้องน้ำอีกครั้ง ฉันเลยหันไปมองเขาอย่างไม่ค่อยเข้าใจ

            “ก็ ก็จะเปลี่ยนเสื้อผ้าไง” ฉันก็ไม่ได้ทำอะไรผิดไม่ใช่เหรอ อีกอย่างเขาก็เป็นคนเตรียมเสื้อผ้าเอาไว้ให้เองด้วย

            “เดี๋ยวจะเข้าไปเปลี่ยนในห้องน้ำอีกทำไม ห้องน้ำแคบแบบนั้น เดี๋ยวเสื้อก็เปียกหรอก”

            “แต่” แต่จะให้ฉันเปลี่ยนเสื้อผ้าต่อหน้าเขาเนี่ยนะ ใครจะไปทำได้

            เหมือนว่าโคลจะรู้ว่าตอนนี้ฉันกำลังคิดอะไรอยู่เขาก็เลยถอนหายใจเนือยๆ ใส่

            “ฉันจะหันหลังให้ ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าได้แล้ว” พูดจบโคลก็หันหลังให้ที่เขาบอกจริงๆ ฉันยังลังเลใจว่าควรจะทำยังไงต่อไปดี ก็ได้ยินเขานับเลข

            “สิบเก้า

            เฮ้ย! นี่มันหมายความว่ายังไงเนี่ย ฉันก็เลยต้องรีบหยิบเสื้อผ้ามาสวมใส่ทันที

            “เจ็ด สาม สอง

            “เดี๋ยวสิ! แล้ว หก ห้า มันหายไปไหน” ฉันร้องอย่างตกใจ ก่อนจะได้ยินเสียงหัวเราะจากโคล

            “อย่าเพิ่งหันมานะ” ตอนนี้ฉันเพิ่งสวมชุดชั้นในเสร็จเอง แต่ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ โคลหันมามองจนได้

            ฉันชักสีหน้าใส่เขาหงุดหงิดตอนที่หยิบกางเกงมาสวม เพราะสายตาของเขานั่นแหละที่ทำให้ฉันรู้สึกประหม่ามาก ก็เลยซวนเซเหมือนจะล้ม โคลเข้ามาช่วยฉันเอาไว้ทันก่อนที่ฉันจะล้มลง ไม่อย่างนั้นก็คงต้องเจ็บตัวไปแล้ว

            “ไม่เห็นต้องอายเลย” เขาพูด

            พูดมาได้น่ะสิ เขาไม่ได้เป็นฉันที่ถูกทำอย่างนั้นอย่างนี้จนไม่เหลืออะไรเลย ฉันหน้าแดงจนรู้สึกว่ามันร้อนมาก รู้สึกเพลียก็เลยเหมือนจะยืนไม่ไหว โคลเลยช่วยจัดเสื้อผ้าบนตัวให้ด้วยการดึงขอบกางเกงมาถึงเอว แล้วก็หันไปหยิบเสื้อมาสวมให้เป็นอย่างต่อไป

            ฉันรู้สึกเหมือนว่าร่างกายมันชาๆ ทำอะไรไม่ได้เลยนอกจากสบตาเขาด้วยความหวาดกลัว แต่เหมือนว่าโคลจะเข้าใจว่าฉันกำลังรู้สึกอะไรอยู่ก็เลยไม่ได้พูดอะไร เขาเอาแต่ยิ้มและมองมาด้วยสายตาชนิดหนึ่งที่อ่านไม่ออก การนั่งสมาธิพอที่จะทำให้ฉันชาไปทั้งตัว

            ผู้หญิงคนอื่นเป็นยังไงหลังจากที่ผ่านครั้งแรกมาแล้ว ฉันอยากจะรู้เหลือเกิน

            “เรียบร้อยแล้ว ไปกันเถอะ”

            โคลไม่รอให้ฉันได้ปฏิเสธ เขาลากฉันออกมาจากห้องเช่าเล็กๆ ด้วยกัน ฉันเองก็ทั้งล้าทั้งเหนื่อยเกินกว่าขัดขืนได้ รู้ตัวอีกทีก็อยู่ในรถของเขาแล้ว

            “อย่าทำให้ฉันรู้สึกผิดมากไปกว่านี้ ฉันก็ไม่ได้อยากจะให้มันเป็นแบบนี้หรอก แต่เธอเป็นคนเข้ามาหาฉันก่อน จำได้ใช่มั้ยที่รัก”

            นั่นสิ ฉันมันโง่เองคิดแต่ขอไปจนถึงห้องพักของเขา แต่ตอนนั้นก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับเรานี่นา แล้วทำไมเขาถึงต้องตามมาตอแยถึงที่นี่ด้วย มันเป็นคำถามที่ฉันไม่กล้าจะถามเขาเลย

            “เธอเลือกที่จะเข้ามาหาฉันเอง เธอเป็นคนเลือกว่าจะทำให้มันเป็นแบบนี้”

            โคลบอก ซึ่งแน่นอนว่ามันเป็นความจริงทุกอย่าง ฉันเปิดโอกาสให้เขาเข้ามาทำร้ายตัวเอง ฉันรักต้องเป็นคนรับผิดชอบการกระทำนี้เอง

            แต่ในเมื่อฉันเสียสาวให้เขาไปแล้ว แล้วเขาก็ตามมายุ่งด้วยแบบนี้ ฉันก็จะเกาะหนึบเขาไม่ยอมปล่อยเลย คอยดูสิ

 

Cole Kim`s talking…

         ผมลืมของไว้ในห้องของที่รัก ถ้าอย่างนั้นก็ต้องลงไปอีกครั้งจนได้ มันเป็นอะไรที่ส่งให้ต้องหงุดหงิดใจนิดหน่อย เพราะกำลังจะขับรถออกไปแล้วเชียว ก่อนจะลงจากรถผมก็ไม่ลืมที่จะขู่ที่รักไว้ ว่าห้ามหนีอีกไปไหนอีก ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเธอจะเชื่อหรือเปล่า แต่ดูจากท่าทางแล้ว เธอก็คงจะเหนื่อยพอสมควรแหละ

            หึ

            ตอนที่ลงจากรถ ผมก็เห็นเพื่อนคนหนึ่งของที่รัก จำได้เพราะเห็นตอนที่ไปส่งที่รักที่คณะเรียน

            ผมนึกขึ้นมาได้ว่าตัวเองยังไม่ได้แลกเบอร์โทรกับที่รักเลย พอจะไปรับที่รักก็ไม่รู้จะติดต่อเธอยังไง โชคดีที่ตอนนั้นแวะไปที่คณะบริหาร แล้วได้ยินผู้หญิงคนหนึ่งคุยโทรศัพท์ แล้วก็ได้ยินชื่อ ที่รักด้วย

         ซึ่งผู้หญิงคนนั้นก็คือผู้หญิงคนที่ผมกำลังจ้องเธออยู่นี่แหละ เธออยู่ตรงหน้าผมพอดี

            ก่อนหน้านี้ที่คณะบริหาร ผมได้ยินเธอพูดโทรศัพท์กับที่รัก พอเธอวางสายแล้วก็ยังได้ยินเธอคุยกับเพื่อนคนอื่นว่าจะมาหาที่รัก ได้ยินที่อยู่แว่วๆ ผมก็เลยขับรถออกมาก่อน ร้องถามเจ้าของห้องเช่าดู ไม่รู้ว่าทำไมเจ้าของห้องเช่าถึงได้ยอมบอกห้องของเธอให้กับผม

            เหมือนจะได้ยินว่ากลัวที่รักจะไปทำอะไรไม่ดีมาก่อน ก็เลยให้ผมเคลียร์กับเธอเองเลย

            เพราะอย่างนั้นผมถึงได้ไปนอนรอเธออยู่บนเตียงยังไงล่ะ

            แต่ผมก็ลืมนึกไปจริงๆ นั่นแหละ ว่าเพื่อนของที่รักก็คงจะมาหาเธอที่นี่ด้วย

            ไม่รู้ว่าเพื่อนของที่รักได้ยินเสียงตอนที่ผมกับที่รักกำลังจู๋จี๋กันหรือเปล่า แต่ผมก็ไม่มีอะไรให้ต้องกังวลทั้งนั้นหละ

            ที่ห่วงก็คือที่รักคนเดียวเท่านั้น อะไรบางอย่างทำให้ผมตามเธอมาจนถึงที่นี่ ทั้งที่ควรจะดีใจมากกว่าที่สลัดตัวน่ารำคาญทิ้งไปได้

            แต่ทำไม ทำไมผมถึงตามมาตอแยเธอถึงที่นี่ มันเป็นสิ่งที่ผมเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน

            ผมสบตากับเพื่อนของที่รักซึ่งก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเธอชื่ออะไร จากนั้นก็เดินไปเปิดประตูห้องพักของที่รักเพื่อไปหยิบของที่ลืมทิ้งเอาไว้ มันเป็นหูฟังที่เพิ่งซื้อมาน่ะ เกือบไปแล้วเหมือนกัน

            พอออกมาจากห้องพักของที่รัก ผมก็ต้องขมวดคิ้วนิ่วหน้าไม่พอใจ เมื่อเห็นว่าเพื่อนของที่รักคนนั้นกำลังเปิดประตูรถของผม และกำลังคุยอะไรบางอย่างอยู่กับที่รัก

            “ไปกันเถอะรัก เดี๋ยวฉันจะพาแกไปอยู่กับฉันก่อน”

            “พิมพ์ฟ้า”

            ผมได้ยินเสียงทั้งสองคนคุยกัน เพื่อนของที่รักคนนั้นก็น่าจะชื่อว่าพิมพ์ฟ้าล่ะนะ

            แล้วมันอะไรกัน จะพาที่รักไปอยู่ด้วยเหรอ คิดว่าเรื่องมันสำคัญขนาดนั้นเลยรึไง

            “เกิดอะไรขึ้นกับแกเนี่ยที่รัก ทำไมแกไม่ยอมบอกฉันสักคำ”

            “เอ่อ

            “ลงมาเลย ฉันจะพาแกไปพักกับฉันก่อน แล้วค่อยตกลงว่าจะทำยังไงต่อไป” แล้วพิมพ์ฟ้าคนนั้นก็พยายามจะดึงตัวที่รักลงมาจากรถ แต่ผมเดินเข้าไปถึงตัวพวกเธอซะก่อน

            “เดี๋ยว” ผมพูดเบาๆ ถ้าทำให้ผู้หญิงทั้งสองคนถึงกับสะดุ้งตัวโยน

            ทั้งที่รักและพิมพ์ฟ้าหันมามองผมด้วยสายตาตกใจ แต่ผมไม่สนใจใครทั้งนั้นแหละ

            “มีอะไรกัน มายุ่งกับแฟนฉันทำไม” ผมพูดเสียงเข้ม พิมพ์ฟ้าก็เลยหันมามองผมกับที่รักสลับกันไปมาอยู่อย่างนั้น

            “แฟน…?” พิมพ์ฟ้าดูตกใจมาก และมองผมด้วยสายตาไม่พอใจ

            “เธอจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ตามใจนะ แต่ที่รักเป็นแฟนของฉันจริงๆ ฉันจะเป็นคนดูแลที่รักต่อจากนี้เอง ไม่ต้องลำบากเธอหรอก” มีผู้หญิงคนอื่นมาวุ่นวายด้วย มันจะกลายเป็นเรื่องปวดหัวเปล่าๆ ตอนนี้ผมไม่อยากยุ่งอะไรกับใครทั้งนั้นแหละ

            “ที่รัก” พิมพ์ฟ้าไม่สนใจผม เธอหันไปมองที่รักด้วยสายตาเป็นห่วง

            อยู่กับผมมันชวนให้เป็นห่วงขนาดนั้นเลยเหรอ เห็นแบบนี้แล้วยิ่งหงุดหงิดแฮะ

            “ฉันบอกแล้วไหนว่าไม่ต้องมายุ่ง” ถึงจะเป็นผู้หญิงก็เถอะ แต่ถ้ายังมาวุ่นวายไม่เลิกแบบนี้มันก็ทำให้รู้สึกหงุดหงิดชวนให้ทะเลาะด้วยจริงๆ นั่นแหละ

            “ที่รัก ขึ้นรถไปซะ” ผมบอกที่รักเสียงเครียด บอกตามตรงว่ารู้สึกหัวเสียมาก

            ยิ่งเห็นที่รักทำท่าลังเลผมก็ยิ่งรู้สึกไม่ชอบใจ ระหว่างเพื่อนกับแฟนเธอควรเลือกใครล่ะ

            เออ ผมรู้ว่าคนมันเลวที่ฉวยโอกาสรังแกเธอตอนที่เธอช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ แต่ตอนนี้ผมก็กำลังจะรับผิดชอบการกระทำของตัวเองแล้วไง ก็เลยไม่อยากให้ใครมาวุ่นวายกับเธอทั้งนั้น

            “ที่รักครับ” ผมเรียกที่รักอีกครั้ง เธอก็เลยหันไปสบตากับเพื่อนของเธออย่างหวาดๆ

            “ขอโทษนะฟ้า เดี๋ยวเราจะมาอธิบายทุกอย่างอีกที”

            แน่นอนว่าพิมพ์ฟ้าดูไม่พอใจมาก แต่เธอก็กระแทกเท้าเดินออกไปอารมณ์เสีย ผมก็เลยหันไปมองที่รักอีกครั้ง

            “อะไรล่ะ” เธอว่า ผมก็เลยถอนหายใจพยายามจะไม่หงุดหงิดมากไปกว่านี้

            “ขึ้นรถสิ อย่าทำให้ฉันต้องหงุดหงิด”

            “พี่ก็กำลังหงุดหงิดอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ” ที่รักทำท่างอนๆ แต่ไม่น่าเชื่อว่าคำพูดของเธอจะทำให้ผมชะงักได้เลยน้อย

            พี่ งั้นเหรอ นั่นสินะ ก่อนหน้านี้ผมเป็นคนบอกให้เธอเรียกผมว่าพี่เอง มาตอนนี้กลับชะงักไปซะอย่างนั้น

            พอได้ยินที่รักเรียกตัวเองว่าพี่ มันทำให้ผมรู้สึกดีขึ้นเฉย ผมรู้สึกหนักใจมากจริงๆ นะ เหมือนว่าตัวเองกำลังป่วยเป็นไบโพลาร์[1]อย่างนั้นแหละ

         “เออ ขึ้นไปได้ละ ไม่ต้องมาทำหน้างอ” ผมบอก ที่รักก็ขึ้นรถไปด้วยท่าทางงอนๆ แต่ไม่รู้ทำไมสิน่า ผมถึงได้รู้สึกว่ามันน่ารักจังแฮะ หรือผมจะป่วย

            ผมขึ้นรถบ้าง ตอนที่กำลังจะขยับรถก็เห็นว่าเธอทำหน้าเพลียๆ ก็สงสาร แต่ก็สมน้ำหน้าแหละ อยากดื้อดีนัก

            “ง่วงก็นอน” ผมเอื้อมไปหยิบเสื้อแจ็กเก็ตจากเบาะหลังโยนใส่ตักของเธอไว้

            ที่รักก็มองผมด้วยท่าทางไม่ค่อยไว้ใจ แต่ก็รีบดึงเสื้อไปคลุมร่างไว้แหละ เพราะเห็นสายตาของผมแกล้งมองล่ะมั้ง หึๆ ต้องเล่นแบบนี้สินะ ถึงจะกลัวน่ะ

            “ง่วงก็นอนเถอะ เดี๋ยวถึงแล้วจะบอก” ผมบอกเธอ ที่รักก็ทำท่าไม่ค่อยไว้ใจ

            “หรืออยากให้ฉันกล่อม”

            พอบอกแบบนั้นที่รักก็หลับตาแน่นทันที ผมเลยหัวเราะน้อยๆ เพิ่มความเย็นของแอร์ให้เธอ แล้วก็ค่อยๆ ขับรถออกมาอย่างระมัดระวัง

            อาจเป็นเพราะว่าคืนนั้น ผมได้นอนกอดเธอไว้ทั้งคืน แถมยังทำไม่ดีกับเธอแบบนั้นด้วย มันก็เลยเกิดความรู้สึกสงสารและรู้สึกผิดขึ้นมา ก็เลยตัดสินใจว่าจะอยู่ดูแลเธอเอง แล้วพอไปรับที่คณะไม่เจอก็ยิ่งไม่สบายใจ

            แล้วพอตามไปถึงห้องเช่าเล็กๆ ผมเห็นรอยแดงที่คอของเธอ มันทำให้ผมโกรธมากจริงๆ เพราะคิดว่าเธออาจไปเจอผู้ชายอื่นที่อาจจะเจอกันเหมือนตอนที่ที่รักเจอผม ยัยคนนี้ชอบคว้าคนอื่นเพื่อขอความช่วยเหลืออยู่แล้ว พอไม่พอใจผมก็เลยหาคนใหม่ ผมคิดแบบนั้นวนเวียนในหัวเหมือนคนบ้า

            ที่รักอาจคิดว่าคืนนั้นเธอไม่รู้สึกอะไร คิดว่าผมไม่เก่งพอก็เลยไปหาคนอื่นต่อ เพราะเห็นรอยแดงบนตัวเธอนั่นแหละ ผมก็เลยโกรธของขึ้นหน่อยๆ

            แต่สุดท้ายผมเลยได้รู้ว่าตัวเองนี่แหละ ที่เป็นผู้ชายคนแรกของเธอ

            เพราะงั้นไงล่ะ ผมก็เลยทิ้งเธอไว้ไม่ได้ ต้องพามาด้วยกันแบบนี้

            เมื่อมาถึงคอนโด ผมก็ช่วยประคองที่รักลงมา สงสัยว่าจะรุนแรงไปหน่อยเธอเลยไข้ขึ้นสูงเลย

            ผมพาเธอขึ้นไปนอน จัดการหายาให้นอนพัก เห็นเธอทำหน้างอนๆ ก็อดยิ้มไม่ได้

            “วันนี้ก็นอนพักซะ คืนนี้ฉันจะกลับดึกหน่อย ในตู้เย็นมีพวกอาหารสำเร็จรูปอยู่หรือไม่ก็สั่งรูมเซอร์วิสได้ นอนพักซะ”

            “อืม” ที่รักมองผมด้วยสายตาแปลกๆ ผมเห็นก็ไม่สบายใจเลยถามกลับเบาๆ

            “มีอะไรรึเปล่า”

            “จูบเข้านอนให้หน่อยได้รึเปล่า” คำถามของที่รักทำให้ผมชะงักไปเล็กน้อย เพราะเธอเล่าให้ฟังว่าก่อนหน้านี้เธอเพิ่งเสียพ่อไป คงคิดว่าผมเป็นพ่อเหรอ

            เอาเถอะ เห็นแก่ช่วงนี้เธอเจอเรื่องแย่ๆ มาหลายเรื่อง ผมก็เลยจูบหน้าผากเธอเบาๆ แล้วห่มผ้าให้ ที่รักก็ดูผ่อนคลายได้เล็กน้อย เห็นแบบนี้เลยบอกตัวเองว่าทำถูกแล้ว

 

         หลังจากส่งที่รักเข้านอนแล้ว ผมก็ตั้งใจจะไปดูที่อู่หน่อย ไม่ได้เข้ามาวันนึงแล้ว ไม่รู้ว่าลูกจ้างจะทำงานเรียบร้อยรึเปล่า ทั้งหมดก็เพราะยัยตัวแสบที่รักคนเดียวเลย

            ก่อนจะขับรถไปที่อู่ ผมก็แวะเติมน้ำมัน ซื้อกาแฟ แล้วก็ซื้อบุหรี่สูบ ไม่คิดว่าจะได้เจอกับพิมพ์ฟ้าเข้า ดูเหมือนว่าเธอก็มาเติมน้ำมันพอดี

            ผมสบตากับเธอแวบหนึ่งแล้วก็ไม่สนใจอะไรอีก ก่อนจะขับรถผมก็เช็กโทรศัพท์เผื่อว่าจะมีใครส่งข้อความมาบอกอะไรไม่อยากขับรถไปแล้วเช็กโทรศัพท์ไป รู้ตัวอีกทีก็เห็นพิมพ์ฟ้าอยู่ตรงหน้าแล้ว

            “มีอะไร” ผมถามเธอ ก่อนที่พิมพ์ฟ้าจะปัดมือถือออกจากหน้าของผม แล้วเธอก็เอาตัวของเธอมาบดเบียดกับตัวผมเฉย หน้าอกบึ้มๆ ของเธอเกยอยู่หน้าอกของผมแล้ว

            “นายชอบที่รักเหรอ” พิมพ์ฟ้าจ้องตาผมแล้วถาม ผมเลยกระตุกยิ้มที่มุมปากบางๆ

            “แล้วเธอคิดว่าไง” ผมไม่ตอบ แต่เลือกที่จะถามกลับ

         “ชอบฉันดีกว่ามั้ย ฉันน่ะ มีดีกว่าที่รักทุกอย่างเลยนะ สนใจมั้ยล่ะ



[1] โรคไบโพลาร์ (Bipolar) เป็นโรคที่จัดอยู่ในกลุ่มโรคทางด้านเรื่องอารมณ์ กลุ่มเดียวกับโรคซึมเศร้า คือ โรคอารมณ์ที่ชัดเจนที่มีอารมณ์เบื่อเศร้า แต่โรคไบโพลาร์ จะมีลักษณะที่มีอารมณ์ช่วงหนึ่งจะมีลักษณะรื่นเริง สนุกสนานสลับกับอารมณ์ซึมเศร้าอีกช่วงหนึ่ง มีการสูญเสียความสามารถในการทำงาน สังคม และครอบครัว





Talk...

Song :: Hobbie Stuart - Birthday Sex / Love Song / Say My Name

เย้ ดีใจด้วยค่ะ มีหลายคนเดาถูกว่าเป็นพิโคล หัวเราะ

ส่วนพิดอมคงจะงอนแล้วแน่ๆ เลย แงงงง

แต่จะไม่ลืมพิดอมแน่นอนค่ะ

ส่วนหนูที่รักตอนนี้ ลูกเอ๊ยยยย ทำยังไงดี มีผัวแล้วนะหนู imageimage


มู่ขอฝาก ebook ไว้ด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ
ซื้อช่วงนี้สามารถใช้ลดหย่อนภาษีได้ด้วยนะเออ imageimage


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 825 ครั้ง

132 ความคิดเห็น

  1. #19432 97line (@mysocute) (จากตอนที่ 138)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:16
    มีใครจริงใจกับที่รักบ้างไหมเนี่ย
    #19432
    0
  2. #19400 colinamoursmell (@colinamoursmell) (จากตอนที่ 138)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:06
    นังตัวร้ายยยยย
    #19400
    0
  3. #19152 Amghdd (@jiyeon-13) (จากตอนที่ 138)
    วันที่ 10 มกราคม 2562 / 03:01
    ทำไมนางเอกของไรท์ชอบเจอแต่เพื่อนแบบนี้
    #19152
    0
  4. #19140 Name' (@name14) (จากตอนที่ 138)
    วันที่ 9 มกราคม 2562 / 04:00
    นังฟ้าาาาา!!!
    #19140
    0
  5. #19139 MAZ (จากตอนที่ 138)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 00:13

    เฮ้ยยยยยยย ของเพื่อนนะย่ะ!!

    #19139
    0
  6. #19138 ✨•P•u•y•z•Z•i•i•✨ (@PuyzZMeekaeW) (จากตอนที่ 138)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 23:52
    ยังไงคะยังไง
    #19138
    0
  7. #19137 ไอจัง เองนะ (@babe-buzzbuzz) (จากตอนที่ 138)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 23:26
    อรงได้ใจทุกคนเพื่อนนางเอกเนี่ย55555
    #19137
    0
  8. #19136 kunp (@zerer) (จากตอนที่ 138)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 18:07
    คิดได้3แบบ ลองใจสแกนให้ อ่อยเพราะชอบ และกำจัด
    #19136
    0
  9. #19135 ไอยดา (จากตอนที่ 138)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 15:08

    เจอเพื่อนแบบนี้อีกแล้ว

    #19135
    0
  10. #19134 takira* (@gwangfrimm) (จากตอนที่ 138)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 14:29

    นางเอกของคุณมู่ทำไมมีแต่เพื่อนสนิทแบบนี้เนี่ย โอ๊ยย

    #19134
    0
  11. #19133 Paifha14 (@Paifha14) (จากตอนที่ 138)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 14:25
    เพื่อนชั่วจริงๆ
    #19133
    0
  12. #19132 AmNattapat (@AmNattapat) (จากตอนที่ 138)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 12:47
    พิมพ์ฟ้า คือ พิมพ์มี่ Ver.2
    #19132
    0
  13. #19131 SOKABAZO (@SOKABAZO) (จากตอนที่ 138)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 12:19
    พิมพ์ฟ้าหรือพิมพ์มี่เนี่ยยย
    #19131
    0
  14. #19130 NHDtrai (@NHDtrai) (จากตอนที่ 138)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 11:45
    อ้าว พีคเฉย
    #19130
    0
  15. #19129 Tiane (@tianjaa) (จากตอนที่ 138)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 10:07

    อ่านตอนแรกนี่เข้าใจว่าพิมพ์ฟ้าแอบชอบที่รักซะอีก

    #19129
    0
  16. #19128 Plengg pleng (@ttppss) (จากตอนที่ 138)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 08:39
    อ่าววว ยังไงๆหรือพิมพ์ฟ้าจะช่วยที่รักโดยการเสนอตัวเองแทนหรือพิมพ์จะชอบโคลจริงๆ ไปได้หลายทางเลยนะ
    #19128
    0
  17. #19127 Fang_ju (@reesa_jongkook) (จากตอนที่ 138)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 08:29
    พิมฟ้าก้เหมือนเพื่อนของนางเอกทุกๆเรื่องที่ชอบเสนอตัวเองให้พระเอง
    #19127
    0
  18. #19126 Fondow Intasone (@fondow) (จากตอนที่ 138)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 05:56
    เหนือความคาดหมาย5555555
    #19126
    0
  19. #19124 Srlh (จากตอนที่ 138)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 01:41

    พิมพ์ฟ้าคงไม่ได้ชอบที่รักใช่มั้ย

    #19124
    0
  20. #19123 Foniiz Kanokwan (@foniiz-kt) (จากตอนที่ 138)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 01:32
    คดีพลิกจ้า คนชื่อพิมพ์เซตนี้แรงทุกคน
    #19123
    0
  21. #19122 WULRA (@02100380) (จากตอนที่ 138)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 01:18
    เราว่าพิมพ์ฟ้าน่าจะเป็นนางเอกเรื่องต่อไปนะ (เดาล้วนๆ) แค่ชื่อก็ดูดีแล้วอ่ะ มันไม่เหมือนชื่อพวกตัวประกอบ เช่น พิมมี่ ทีน่า ฯลฯ ส่วนเรื่องพล็อตเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดน่าจะไม่มีแล้วนะ เราว่านักเขียนน่าจะมีความคิดกว่านั้นอ่ะ
    #19122
    0
  22. #19121 Santa (จากตอนที่ 138)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 01:17

    นางเอกจำต้องโง่ ต้องงง ต้องอ๊องทุกเรื่องมั้ยเนี่ยยT_T

    #19121
    0
  23. #19120 feather25 (@feather25) (จากตอนที่ 138)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 01:03
    เอ๊า นี่พิมพ์ไหน เหมือนกันเลย ว่าแต่ตอนนี้ทำไมมันมีคำผิด คำเกิน อะไรไม่รู้ สงสัยไรท์จะง่วงนอน
    #19120
    0
  24. #19119 orraphanpoon (@orraphanpoon) (จากตอนที่ 138)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 00:17
    พิมพ์ฟ้าเป็นพิมมี่สองช่ะม่ะ
    #19119
    0
  25. #19118 Miang Jinnaphat (@miang1058) (จากตอนที่ 138)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 00:10
    เหมือนเดิมเลย ที่รักทำไมโง่จัง ดูสับสนในตัวเองตลอด ทั้งเขินทั้งเกลียด ดูงงๆกับชีวิตมากเลย
    #19118
    0