Angel Eyes

  • 95% Rating

  • 60 Vote(s)

  • 3,105,772 Views

  • 20,070 Comments

  • 10,659 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    19,992

    Overall
    3,105,772

ตอนที่ 132 : Knox`s Eyes 🚬 ep.03

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 24603
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 814 ครั้ง
    5 พ.ย. 61



Knox`s Eyes 03

‘Cause When You’re with Me, I don’t Feel Blue

 

            สาบานได้ว่าฉันไม่เคยรู้สึกอับอายครั้งไหนเท่าครั้งนี้มาก่อนเลยจริงๆ

            ตอนนี้ในสายตาของเพื่อนน็อกซ์ ฉันคงกลายเป็นโรคจิตที่ชอบลวนลามคนอื่นได้แล้ว ถึงแม้ว่าคนที่ลวนลามจะเป็นแฟน(ปลอมๆ)ของตัวเองก็ตามเถอะ แต่คนอื่นไม่รู้ด้วยนี่นาว่าฉันเป็นแฟนปลอมๆ กับน็อกซ์น่ะ

            แล้วน็อกซ์เองไม่เคยทำตัวเป็นแฟนปลอมๆ กับฉันเลยสักครั้ง เขาจริงจังมันทุกอย่างนั่นแหละ โดยเฉพาะการรีดไถเงินจากฉัน

            จนถึงตอนนี้น็อกซ์ก็ยังเอาแต่หัวเราะคิกคัก เขาคงมีความสุขมากที่ได้เห็นว่าฉันอับอายขนาดนี้ โอ๊ย คิดแล้วอยากจะร้องไห้เหลือเกิน เพราะตอนที่เกิดเรื่องน่ะ พวกเราอยู่กันที่ร้านอาหารซึ่งเหมือนกึ่งๆ กับผับ คงไม่ใช่แค่กลุ่มเพื่อนของน็อกซ์เท่านั้นที่เห็นว่าฉันทำอะไรลงไปบ้าง

            ฉันอยากตาย

            ถ้าหากว่าเมาก็ว่าไปอย่าง แต่นี้ฉันไม่ได้เลยแม้แต่จิบเดียว จะไปเมาอะไรได้ยังไง

            แล้วการลวนลามของฉันมันก็นะ ถ้าซุกๆ ซบๆ กับซอกคอของน็อกซ์ หรือไม่ก็อาจจะจูบนั่นจูบนี่คงไม่เป็นไร

            แต่นี่ ฉันเอามือล้วงเข้าไปใน โอ๊ย ฉันอยากจะบ้าตายจริงๆ นะ

            แล้วก็อย่างที่ได้บอกไป จนถึงตอนนี้น็อกซ์ก็เอาแต่หัวเราะหึๆ ไหล่ของเขาสะท้านขึ้นลงเป็นพักๆ ระหว่างที่เรากำลังกลับบ้านกัน ซึ่งน็อกซ์กำลังขับรถอยู่ ใจจริงฉันอยากจะหันไปซัดเขาสักทีให้หายแค้น แต่ถ้าทำแบบนั้นคงได้เกิดอุบัติเหตุขึ้นแน่

            “จะหัวเราะก็หัวเราะออกมาเถอะ” ฉันพูดอย่างหงุดหงิด เห็นเขากลั้นหัวเราะแบบนี้มันอารมณ์เสียเหลือเกิน

            แล้วเกิดอะไรขึ้นรู้ไหม อีตาน็อกซ์หัวเราะลั่นเลยจ้า ส่วนฉันหน้าแดงไปสิ นี่เป็นครั้งแรกเลยที่ฉันอยากฆ่าใครบางคนให้ตาย เพื่อที่ตัวเองจะได้เก็บความลับน่าอายเอาไว้คนเดียว แต่ถ้าทำอย่างนั้นจริงๆ คงต้องฆ่าใครหลายคนเลยล่ะ เพราะกลุ่มเพื่อนของน็อกซ์เห็นเหตุการณ์กันทุกคนเลย ฮือ ฉันจะบ้าตาย

            “ทำไมถึงเป็นแบบนี้” ฉันตะคอกใส่น็อกซ์ เขาหัวเราะจนน้ำตาไหลเลยล่ะ

            “ก็บอกว่าตอนนั้นมันหนาว”

            ฉันไม่ได้โกหกนะ ก็เพราะร้านอาหารที่ว่านั่นอยู่กลางแจ้ง ตอนดึกอากาศมันก็เย็นมาก ฉันก็ยังใส่เสื้อแขนสั้นอีกต่างหาก มันก็เลย

            “เธอก็เลยต้องหาที่อุ่นๆ” พูดแล้วน็อกซ์หัวเราะอีก

            ฮือ ฉันอยากฆ่าเขาให้ตายจริงๆ นะ

            ไม่รู้ว่าทำไมเพียงแค่คำพูดคำเดียวว่า อุ่นๆ ของน็อกซ์ถึงได้ฟังลามกจังก็ไม่รู้ ฉันเองก็หน้าแดงไปหมด ตอนนี้ไม่เหลือความหนาวเลยแม้แต่น้อย รู้สึกอายจนหน้าร้อนเหมือนจะไหม้ให้ได้เลยล่ะ

            “เลยต้องหาที่อุ่นๆ เอาไว้ซุกมือสินะ แสดงว่าของฉันมันคง

            “พอเถอะ!” ฉันกรีดร้องออกมาก่อนที่น็อกซ์จะทันได้พูดจบประโยค ไม่ต้องฟังคำพูดน่าอายพวกนั้นหรอก ได้ยินแล้วฉันแทบจะฆ่าตัวตายให้ได้เลย

            “เดี๋ยวกลับไปจะทำให้อุ่นกว่าเดิมนะ” น็อกซ์พูดยิ้มๆ ได้ยินแบบนั้นฉันตกใจ ต้องหันไปมองเขาด้วยสีหน้าตื่นๆ

            “ไม่ต้องเกรงใจ อยู่ด้วยกันสองต่อสองเธอจะทำอะไรฉันก็ได้ตามสบายเลย” รอยยิ้มของน็อกซ์เป็นรอยยิ้มที่เจ้าเล่ห์น่ากลัวมาก

            แต่อะไรก็ไม่เท่ากับสายตาที่ดูซุกซนของเขาหรอก เพียงแค่เขามองมา ร่างกายของฉันร้อนผ่าวเหมือนเป็นไข้หลายสิบองศาในพริบตาเดียว ฉันอยากพูดอะไรบางอย่างแต่ก็คิดคำพูดอะไรไม่ออก ก็เลยแกล้งทำเป็นฮึดฮัดก่อนจะมองออกไปนอกหน้าต่างแทน

            จนถึงตอนนี้เสียงหัวใจของฉันก็ยังเต้นไม่เป็นจังหวะ ตรงกลางอกมันร้อนผะผ่าว เพราะหัวใจกำลังเต้นอย่างรุนแรง พาให้ทั้งร่างกายร้อนตามไปด้วย

            “อุ้ย!” ฉันต้องอุทานออกมาด้วยความตกใจ เพราะจู่ๆ ตอนที่ยังไม่ทันได้ตั้งตัว น็อกซ์ก็คว้ามือของฉันไปบีบเบาๆ ทำคนอื่นตกใจเก่งจังนะ ผู้ชายคนนี้เนี่ย

            “หายหนาวรึยัง” น็อกซ์ยังเอาแต่ยิ้มกรุ้มกริ่ม มันทำให้ฉันรู้สึกโกรธมาก อย่าคิดว่าคนอื่นจะเดาไม่ออกนะว่าตอนนี้เขากำลังคิดอะไรอยู่ในหัว คนอย่างน็อกซ์จะมีเรื่องอะไรอีกล่ะ นอกจากเรื่องอย่างว่า

            “ถ้าอยู่ในห้อง ถ้าอยู่กันสองต่อสองเธอจะจับจะขยำขยี้ตรงไหนยังไงก็ได้ แต่ถ้าอยู่ข้างนอก ถ้าหนาวก็เอามือมาซุกหน้าอกฉันเราแล้วกัน ไม่ก็ซอกคอ หรือไม่ก็แก้ม” เขาดึงมือฉันไปทาบที่แก้มของเขาเอาไว้ ให้ตายเถอะ ผิวของเขาลื่นมาก เนียนละเอียดสุดๆ ขนาดว่าฉันเป็นผู้หญิงยังต้องรู้สึกอิจฉาเลย

            “ตอนนี้ เราก็อยู่กันตามลำพังแล้วใช่มั้ย” สายตาของน็อกซ์เจ้าเล่ห์ขึ้นมากะทันหัน ฉันยังไม่ทันได้ตั้งตัวก็ต้องร้องวี้ดอีกครั้ง เมื่อผู้ชายที่เป็นสุภาพบุรุษแสนดีอย่างน็อกซ์ดึงมือฉันเข้าไปที่ขอบกางเกงของเขา

            “นี่! หยุดนะ” เสียงพูดของฉันกลายเป็นเสียงกรีดร้อง พยายามสะบัดมือออกแต่ก็ไม่หลุด เพิ่งรู้ว่าเรี่ยวแรงของผู้ชายกับผู้หญิงมันแตกต่างกันมากจนน่ากลัว ฉันจะร้องไห้จริงๆ ถ้าหากว่าน็อกซ์ไม่ได้ดึงมือของฉันเอาไปซุกไว้ในกระเป๋ากางเกงของเขาแทน

            “เอามาซุกไว้ในกระเป๋ากางเกงของฉันแทนก็แล้วกัน

            แล้วน็อกซ์ก็ยอมปล่อยมือฉันให้เป็นอิสระ เขาหัวเราะด้วยความชอบใจ คงมีความสุขมากที่ได้แกล้งฉันให้ตกใจขวัญหายเล่นอย่างนี้

 

            ฉันกลับมาถึงห้องที่สุดของตัวเองด้วยอาการอ่อนระโหยโรยแรง ภายในหนึ่งวันมานี้มีเรื่องราวหลายอย่างเกิดขึ้นเหลือเกิน ถ้าหากว่าไม่ได้มาพบได้มารู้จักกับน็อกซ์มาก่อน ชีวิตฉันก็คงเรียบง่ายไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นเหมือนที่ผ่านมา แต่ดูตอนนี้สิ มันเกิดอะไรขึ้นฉันก็ยังตั้งตัวไม่ทันเลย

            “ทำอะไรน่ะ” น็อกซ์หันมามองฉันด้วยสายตาสงสัย เพราะใครกันล่ะที่ทำให้ฉันเป็นแบบนี้

            ระหว่างที่เขากำลังถามอยู่นี้ ฉันก็นั่งแหมะอยู่กับพื้นเพราะต้องถอดรองเท้าผ้าใบออก ความจริงก็ก้มลงเก็บรองเท้าของเขาให้เข้าที่ด้วย

            ตอนที่เข้ามาในห้อง น็อกซ์สะบัดรองเท้าทิ้งจนมันเหวี่ยงไปคนละที่ ฉันก็นั่งลงเพื่อถอดรองเท้าของตัวเอง พอเก็บรองเท้าของเขาให้เป็นระเบียบเรียบร้อยมันก็หมดแรงไปซะเฉยๆ ไม่ทันแล้วรู้ตัวก็นั่งแปะกับพื้นแล้ว เหมือนว่าตอนนี้ใช้พลังงานล่วงหน้าไปมากกว่าอาทิตย์เลยละ

            “เป็นอะไรไป ไม่สบายหรือเปล่า”

            คำถามของน็อกซ์ทำให้ฉันต้องช้อนสายตามองเขาอย่างไม่ไว้ใจ ผู้ชายคนนี้ไว้ใจได้ที่ไหนล่ะ เจอกันคืนแรกฉันไม่เหลืออะไรเลย เสียทั้งตัวเสียทั้งเงิน โอ๊ย คิดแล้วก็หงุดหงิดตัวเองจัง ทำไมถึงได้โง่ขนาดนี้ไม่รู้ ไม่แปลกหรอกที่เพื่อนในกลุ่มจะรู้สึกเป็นห่วงน่ะ

            “ไหนดูหน่อยซิ” น็อกซ์เดินเข้ามาใกล้ฉัน ฉันก็สงสัยว่าเขาคิดจะทำอะไรกันแน่ แล้วนาทีต่อมาก็ได้รู้

            ไอ้ผู้ชาย!@#$%^&* ฉันควรเซ็นเซอร์คำพูดของตัวเองเอาไว้ มันเป็นคำที่หยาบคายมากซึ่งแม้แต่ฉันก็ยังตกใจ แล้วทำไมฉันถึงได้อยากพูดหยาบคายกับเขาน่ะเหรอ

            ก็เพราะว่าน็อกซ์เดินเข้ามาใกล้มาก ลืมไปแล้วเหรอว่าฉันนั่งแหมะกับพื้นน่ะ พอเขาเดินเข้ามาใกล้ ตัวเขาก็หยุดอยู่ตรงหน้าฉันห่างออกไปไม่ถึงสิบเซนติเมตร

            แล้วสภาพมันเป็นยังไงเหรอ ก็ โอ๊ย หัวของฉันก็อยู่พอดีกับเอวของเขาน่ะสิ

            ท่าทางแบบนี้นี่มัน

            แล้วยิ่งตอนที่น็อกซ์ใช้มือมาประคองหัวของฉันเอาไว้ เท่านั้นแหละ ฉันกัดมือเขาทันทีเต็มแรงเลย

            “โอ๊ย! เป็นหมาบ้าหรือไง” น็อกซ์หัวเราะด้วยท่าทางที่หยาบคายมาก ฉันอยากกรี๊ดแต่ก็หมดแรงแล้วจริงๆ

            “ไอ้หื่น ทะลึ่ง ลามก!” คนบ้าอะไร วันๆ คิดถึงแต่เรื่องแบบนี้อยู่ได้

            “ไปอาบน้ำกันเถอะ ตัวเธอร้อนรุมๆ อยู่เหมือนกันนะ” คำพูดของน็อกซ์ฟังเหมือนจะเป็นห่วงเป็นใย แต่ถ้าขึ้นชื่อว่าเป็นผู้ชายคนนี้แล้ว ลืมไปได้เลยว่าเขาจะเป็นห่วงจากใจจริง ไม่ว่าเขาจะทำอะไรก็คงหวังผลตอบแทนเอาไว้อยู่แล้ว และมันคงไม่ไกลจากเรื่องที่เขาเดินมาจนชิดหน้าฉันแบบนี้หรอก

            “ฉันปวดหัว ไปเล่นได้มั้ย” ตอนนี้ฉันจะร้องไห้อยู่แล้วนะ อีตาบ้าคนนี้ก็เอาแต่หัวเราะอยู่ได้

            “ใครบอกว่าฉันเล่น เอาจริงต่างหาก”

            “น็อกซ์!” ฉันกรีดร้องเป็นชื่อของเขาอีกครั้ง สาบานว่าเหนื่อยจนแทบจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว

            น็อกซ์ยังหัวเราะไม่เลิก ฉันคิดว่าเขาจะแกล้งมากกว่านี้ แต่กลายเป็นว่าถูกช้อนตัวอุ้มขึ้นจากพื้นแทน แล้วมือของน็อกซ์ก็ไวมาก ฉันไม่รู้ตัวเลยว่าเขาดึงกระโปรงของฉันออกจากเรียวขาแล้วโยนทิ้งไปตั้งแต่ตอนไหน แล้วสภาพตอนนี้ก็ทุเรศมาก นั่นก็คือฉันถูกอุ้มด้วยฝีมือของคนหื่น ต้องยกแขนโอบรอบต้นคอของเขาเอาไว้ ส่วนขาก็ต้องตวัดรัดเอวสอบของเขาด้วย เพราะไม่อย่างนั้นได้ร่วงไปกองอยู่กับพื้นแน่

            “เธอนี่มันน่าหมั่นไส้มันเขี้ยวจัง” น็อกซ์กระซิบ ระหว่างที่อุ้มฉันเดินเข้าไปในห้องนอน

            เขาใช้ปลายจมูกของตัวเองชนกับจมูกของฉันเบาๆ จากนั้นก็เบี่ยงองศาใบหน้าเล็กน้อย ให้ตายเถอะ ได้มาเห็นใบหน้าที่หล่อเหลาราวกับเทพบุตรของเขาในระยะประชิดแบบนี้ ฉันแทบจะละลายให้ได้เลย

            วินาทีต่อมา เรียวปากบางเฉียบของน็อกซ์ก่อนลงกับริมฝีปากของฉันอย่างนุ่มนวล ก่อนจะร้อนแรงขึ้นทีละน้อย เรียวลิ้นร้อนชื้นสอดเข้ามาในโพรงปากอย่างช่ำชอง จนฉันไม่สามารถปกป้องตัวเองได้เลย ก็ไม่รู้ตัวไหนสักนิดว่าจูบตอบเขาได้ยังไง รู้สึกตัวเลือนๆ ก็ตอนที่ถูกวางให้นั่งห้องเท้าที่อ่างล้างหน้าแล้ว

            ริมฝีปากของเราสองคนยังจูบกันไม่หยุดราวกับว่ามันเคลือบเอาไว้ด้วยคาราเมลที่หอมหวาน น็อกซ์ผละจูบออกเล็กน้อย ภายในเสี้ยววินาทีเขาก็ถอดเสื้อและบราเซียร์ของฉันออกไปได้อย่างง่ายดายราวกับว่าไม่ได้ออกแรงอะไรเลย ก่อนจะกลับมาจูบอีกครั้ง จนฉันรู้สึกปวดระบมที่ริมฝีปากไปหมด

            “ยังหนาวอยู่มั้ย เดี๋ยวจะทำให้อุ่นขึ้นเองนะ

 

            ฉันไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจตัวเองเลยสักนิด

            ฉันตอบสนองน็อกซ์อย่างนั้นอย่างนี้ในห้องน้ำได้ยังไง ฉันพยายามจะลืมมันไป แต่น็อกซ์ไม่ยอมให้ฉันลืมนี่สิ

            ตอนนี้เราสองคนกลับมานอนบนเตียงแล้ว แต่น็อกซ์ก็ยังพร่ำเพ้อพรรณนาถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในห้องน้ำไม่หยุด ฉันเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมคนดีๆที่ถึงได้เกิดอารมณ์ชั่ววูบเพื่อฆ่าคนตายขึ้นมาได้ มันคงเป็นความรู้สึกเดียวกับที่ฉันรู้สึกอยู่นี่แหละ

            “น่ารักจังเลย วันหลังทำอีกได้ป่ะ”

            ฉันอยากฆ่าเขา ฉันไม่ได้โกหกนะ ฮือ ฉันเกลียดน็อกซ์ แล้วก็เกลียดตัวเองด้วย

            “เวลาคะนิ้งน่ารักเนี่ย น่ารักแทบขาดใจเลยนะครับ” อีตาน็อกซ์ไม่ได้พูดเปล่า เขาทั้งกอดทั้งซุกไซ้เต็มที่เลย ฉันทั้งเหนื่อยทั้งเพลียแทบแย่ แต่ก็หลับตาลงไม่ได้สักที ก็เพราะว่ามีคนมาคลอเคลียอยู่นี่แหละ

            ขนาดว่าฉันพลิกตัวหันหลังหนีให้เขาแล้วนะ แต่น็อกซ์ก็ยังเข้ามากอดฉันเอาไว้จากทางด้านหลัง เดี๋ยวจูบตรงต้นคอ เดี๋ยวกัดตรงไหล่ตรงแขน เขาเป็นหมาบ้าต่างหากล่ะ ไม่ใช่ฉันอย่างที่ถูกใส่ความเอาไว้เลย

            ตอนแรกฉันก็เกือบจะกรี๊ดเหมือนกันที่ถูกกัด แต่น็อกซ์แค่กัดๆ ย้ำๆ เท่านั้น ถ้าถูกกัดฝังจนจมเขี้ยวเมื่อไหร่ฉันได้เป็นโรคพิษสุนัขบ้าแน่ เชื่อเถอะ

            “ฉันก็น่ารักกับเธอตั้งเยอะนะ ไม่ต้องอายหรอกน่า ถ้าฉันไม่ได้เรื่องอันนั้นเรื่องใหญ่เลยนา

            ฉันพยายามไม่ทำความเข้าใจคำพูดที่น็อกซ์เพิ่งพูดออกมาเมื่อกี้ ฉันหลับแล้ว ฉันไม่ได้ยิน ฉันไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น!

            “ฉันไม่กวนแล้วก็ได้ นอนพักเถอะนะ”

            สิ่งที่น็อกซ์บอกมามันไม่จริงเลยสักนิด สักนิดก็ไม่ เพราะน็อกซ์พลิกร่างฉันให้หันไปหา ก่อนจะดึงฉันเข้าไปกอดเอาไว้แนบแน่น เขาสอดขาของเข้าเข้ามาพันกับขาของฉัน แล้วก็ใช้ปลายเท้าถูเท้าฉันไปมา จนฉันหลุดเสียงหัวเราะเบาๆ ออกไปเพราะความจั๊กจี้ แล้วฝ่ามืออุ่นจัดของเขาก็ยังลูบไล้เรียวแขนของฉันไปมาอีกด้วย

            พอเถอะ ถ้าทำแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ ฉันคงได้ละลายก่อนจะระเหยหายไปกับอากาศจริงๆ แน่

            “ฉันเพิ่งรู้ตัวว่านะเนี่ย ว่าเป็นพวกที่ชอบนอนกอดจู๋จี๋กันหลังจบเซ็กส์แล้ว นี่เป็นครั้งแรกเลยนะที่ฉันทำแบบนี้”

            ฉันเหนื่อยมาก ฉันอยากร้องไห้ ฉันอยากนอนแล้ว ทำไมผู้ชายคนนี้ถึงได้ทรมานคนอื่นเก่งจังเลยนะคะ ยอมแล้วค่ะ ไม่ว่าจะการกระทำหรือคำพูด มันทำให้ฉันแทบจะขาดใจตายด้วยความเขินได้เลย ฮือ

            “อ้าว ร้องไห้ทำไม ดีใจมากเลยเหรอ ถ้าอย่างนั้นฉันจะกอดเธอให้มากขึ้นกว่าเดิมนะ จุ๊บกันหน่อยสิ

 

            ฉันจำไม่ได้ว่าตัวเองหลับได้กี่ชั่วโมง รู้เพียงแค่ว่าตื่นขึ้นมาตามเวลาที่ตัวเองตื่นมาตลอดเท่านั้น ร่างกายร้าวระบมไปหมด เหมือนกับว่าข้อต่อของฉันมันกำลังจะหลุดออกจากกันอย่างนั้นแหละ รู้สึกเหมือนเส้นประสาทมันจะฉีกไปหมดทุกเส้นด้วย ทรมานจังเลย

            ฉันลุกจากเตียงไม่ไหว แล้วเกิดอะไรขึ้นต่อจากนั้นล่ะ ใช่แล้วล่ะ น็อกซ์อุ้มฉันเข้าห้องน้ำ

            “อาบน้ำพร้อมกันประหยัดเวลาดีออก เนาะ

            ดีกับผีน่ะสิ ไม่เห็นว่ามันจะประหยัดเวลาตรงไหนเลย ก็เพราะว่าเขาเอาแต่ใจนั่นแหละ ร่างกายของฉันกระปลกกระเปลี้ยไปหมด ราวกับว่าร่างกายนี้ไม่ใช่ร่างกายเดิมที่ฉันรู้จักมาก่อน กว่าจะออกจากห้องได้ ไม่อยากจะพูดเลยจริงๆ

            แต่ถ้าน็อกซ์ไม่ช่วยอาบน้ำแต่งตัวให้ แล้วจะขับรถมาส่งถึงมหาวิทยาลัย ฉันก็คงไม่มีปัญญาพาตัวเองมาถึงห้องเรียนได้แน่ แต่ฉันจะไม่ขอบคุณเขาให้ได้ยินหรอก ไม่มีทาง

            แต่ก่อนที่น็อกซ์จะปล่อยฉันลงจากรถ เขาก็ดึงแขนฉันไว้เอาแต่พูดงอแงเป็นเด็กๆ ที่พูดจาไม่รู้เรื่องเลย

            “เป็นเด็กดี ตั้งใจเรียน มีอะไรก็โทรมาหาได้ตลอดเลย แล้วก็อย่าแรดไปคุยกับผู้ชายคนอื่นนะ ฉันเอาตาย”

            โอ๊ย ไอ้หมาบ้า คอยดูเถอะ ฉันจะแรดไปคุยกับผู้ชายคนอื่นให้ดู อยากจะรู้เหมือนกันว่าเขาจะทำยังไงได้ ไอ้หื่นบ้าประสาทเสียเอ๊ย!

         กว่าจะหลุดจากน็อกซ์มาได้ฉันแทบจะหมดเรี่ยวแรง ผู้ชายอะไรก็ไม่รู้ทั้งทั้งเอาแต่ใจ ฉันรู้สึกสงสัยว่าผู้หญิงของเขาก่อนหน้านี้จะเป็นยังไง แต่เดาว่าคงจะไม่เหมือนฉันเลยสักนิดเดียว

            แล้วกัน นี่ฉันจะไปคิดเรื่องพรรค์นั้นให้มันได้อะไรขึ้นมา

            ฉันโกหกไม่ได้ว่าตัวเองรู้สึกไม่พอใจเมื่อคิดถึงเรื่องนั้น รู้สึกไม่พอใจขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล ว่าน็อกซ์อาจจะมีผู้หญิงอื่นมาก่อนฉันหลายสิบคน และเขาก็ปฏิบัติต่อพวกเธอเหล่านั้นเหมือนที่ปฏิบัติกับฉัน ผู้หญิงนี่งี่เง่าไม่เข้าท่าจริงๆ นะ ฉันพยายามเลิกคิดถึงเรื่องนั้น ก่อนจะพาตัวเองเข้าตึกเรียนเงียบๆ

            นี่ก็เป็นอีกวันที่ฉันมาถึงคลาสเรียนก่อนเพื่อนคนอื่น รู้สึกว่าบรรยากาศในห้องเรียนเย็นกว่าปกติอย่างบอกไม่ถูก

            โชคดีที่น็อกซ์ให้เสื้อแจ็กเก็ตของเขามา ไม่อย่างนั้นฉันก็คงต้องหนาวสั่นไปแล้ว

            เสื้อแจ็กเก็ตนี่ ความจริงแล้วฉันไม่ได้ตั้งใจที่จะสวมใส่มัน เป็นน็อกซ์จอมเอาแต่ใจนั่นแหละที่บังคับให้ฉันสวมให้ได้ โดยบอกว่าเสื้อนักศึกษาของฉันมันบางเกินไป ฉันก็ไม่เห็นว่ามันจะบางตรงไหนเลย บราเซียร์ที่สวนอยู่ก็เป็นสีเนื้อ ยังไงก็มองไม่เห็นแน่ เถียงกันอยู่อย่างนั้นจนฉันต้องยอมแพ้

            แต่ก็เอาเถอะ อย่างน้อยตอนนี้มันใช้ประโยชน์ได้เหมือนกัน

            ฉันเองก็ไม่รู้ว่าจะคิดถึงเรื่องของน็อกซ์ไปถึงตอนไหน ทำตัวเหมือนเด็กอายุสิบกว่าๆ ตอนที่อยู่ในวัยปั้บปี้เลิฟยังไงยังงั้น และมันไม่ใช่เรื่องน่าสนุกเลยด้วย

            ต่อมาเพื่อนทุกคนมากันครบ ฉันส่งยิ้มให้ทุกคนแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร มั่นใจว่าไม่ได้คิดไปเองที่รู้สึกว่าพิมมี่กับเอวาดูหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก ส่วนทีน่าดูอารมณ์ดีมาก อาจเป็นเพราะว่าเธอกำลังมีความสุขอยู่กับแฟนล่ะมั้ง

            “หน้าแกซีดๆ ไปนะคะนิ้ง เป็นอะไรไปรึเปล่า” ทีน่าถามฉัน

            ฉันเองก็ไม่รู้ว่าตัวเองทำสีหน้ายังไงอยู่ รู้แค่ว่าคงเป็นซอมบี้ไปแล้วล่ะ เมื่อคืนก็แทบไม่ได้นอน แถมตอนเช้าก็ยัง

            “เมื่อคืนอ่านหนังสือดึกไปหน่อยน่ะ” ฉันตอบ แต่ทีน่าเอาแต่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่อย่างนั้น สีหน้าเจ้าเล่ห์จนฉันไม่กล้าจะสบตาด้วย

            “ท่าทางอ่านหนังสือคราวนี้จะหนักหน่วงมากเลยนะ”

            “อยากไปแซวเพื่อนสิ” คราวนี้กลายเป็นพิมมี่ที่ออกหน้าช่วยฉันเอาไว้ ฉันก็เลยต้องมองหน้าพิมมี่อย่างแปลกใจ ก็คิดว่าเธอกำลังโกรธฉันอยู่ซะอีก

            แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าพิมมี่โกรธฉันด้วยเรื่องอะไร ฉันเองก็ไม่มั่นใจว่าเผลอทำอะไรไม่ดีไปหรือเปล่า แต่ก็จำได้ว่าไม่เคยพูดอะไรเลยนะ

            อ้อ ก็เรื่องนั้นไง เรื่องที่ทุกคนเข้าใจว่าฉันจ่ายเงินให้น็อกซ์น่ะ จนถึงตอนนี้พวกเธอก็ยังเข้าใจอยู่เหมือนเดิมล่ะมั้ง ว่าน็อกซ์รีดไถเงินไปจากฉันจริงๆ

            ถ้าเพื่อนคนอื่นจะโกรธฉันด้วยเรื่องแบบนี้ฉันก็ดีใจนะ เพราะนั่นเท่ากับว่าทุกคนเป็นห่วงฉันจริงๆ

            “อีกไม่กี่วันก็จะจบคลาสแล้ว คิดกันเอาไว้หรือยังว่าจะไปเที่ยวที่ไหนกันดี” เอวาถาม ฉันเลยหันไปมองพิมมี่โดยไม่รู้ตัว

            “ปกติแล้วเราก็จะไปเที่ยวด้วยกันเสมอนี่นา ครั้งนี้คงไม่มีใครเบี้ยวนะ”

            ไม่รู้ทำไม ทุกสายตาถึงได้จองหน้าฉันเป็นตาเดียว ฉันไม่รู้จะตอบยังไงก็เลยพยักหน้าให้ไป

            “คราวนี้ฉันต้องเป็นคนเลือกที่เที่ยวใช่มั้ย” พิมมี่หวาน เป็นรอยยิ้มที่ทำให้ฉันไม่สบายใจเล็กน้อย

            “ถ้าอย่างนั้น คืนนี้ฉันจะบอกพวกแกว่าเราจะไปเที่ยวที่ไหนกัน แล้วก็ต้องเตรียมตัวให้พร้อมด้วยนะ พวกเราไม่ได้ไปไหนมาไหนด้วยกันนานแล้ว ตั้งแต่ที่ใครบางคนมีแฟน

            ประโยคนี้ของพิมมี่ทำให้ฉันต้องกลืนน้ำลายเบาๆ มันเป็นความผิดของฉันไปตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย

            “หมายถึงฉันเหรอ” และก็เป็นทีน่าอีกเหมือนกันที่ออกหน้าช่วยฉันเอาไว้ทุกครั้ง ทำให้ฉันต้องมองหน้าเธออย่างซาบซึ้งใจ

            “แทนที่จะมาว่าฉันกับคะนิ้ง ทำไมพวกแกสองคนถึงไม่คิดจะหาแฟนกันบ้างล่ะ”

            พอทีน่าพูดไปแบบนี้ พิมมี่กับเอวาหันไปสบตากันทันที ทั้งสองคนทำแปลกๆ แบบที่ฉันไม่เข้าใจ

            “นั่นน่ะสิ” พิมมี่หัวเราะอย่างสดใส ก่อนจะส่ายหน้าไปมาเล็กน้อย

            “เรื่องง่ายๆ แบบนี้ทำไมฉันคิดไม่ออกตั้งแต่แรก ถ้าฉันหาแฟนได้สักคน มันก็คงเป็นเรื่องที่ดีมากเลยล่ะ ว่ามั้ย?

 

            อาจเป็นเพราะสภาพของฉันเหมือนผีดิบเข้าไปทุกที น็อกซ์ก็เลยใจดีไม่ทำอะไรฉัน ซึ่งมาถึงตอนนี้ฉันก็รู้สึกไม่สบายใจมาก นี่มันร่างกายของตัวเองแท้ๆ แต่ทำไมทุกอย่างมันต้องขึ้นอยู่กับเขาด้วยไม่รู้ และมันไม่ยุติธรรมเอาซะเลย

            น็อกซ์มารับฉันที่คณะแล้วเราก็กลับมาพร้อมกัน ก่อนจะกลับเข้าห้อง เขาก็พาฉันไปกินข้าวข้างนอก ด้วยเหตุผลที่ว่าขี้เกียจเสียเวลา ร้านที่เขาพาฉันไปกินข้าวก็เป็นร้านที่หรูมาก มันทำให้ฉันประหม่าจนแทบจะกินอะไรไม่ลง

            ฉันรู้ดีว่าไม่ควรพูดเรื่องเงินของน็อกซ์ เพราะนี่มันเป็นเรื่องส่วนตัวของเขา เงินของเขาเขาจะใช้ทำอะไรก็ได้ แต่ดูค่าอาหารที่ต้องจ่ายนั่นสิ ฉันแทบจะร้องไห้เลยล่ะ

            ถึงแม้ว่าบัตรเอทีเอ็มของน็อกซ์จะอยู่กับฉันแล้ว แต่เขายังมีบัตรเครดิตอีกหลายใบในกระเป๋าสตางค์

            ฉันรู้สึกปวดหัวยังไงก็ไม่รู้สิ

            ค่าอาหารที่น็อกซ์จ่ายไปมันเกือบจะเป็นหมื่น ทั้งที่เรากินข้าวกันแค่มื้อเดียวเท่านั้น ฉันสยองขวัญมาก รู้สึกไม่ค่อยดีเลย และน็อกซ์มองฉันเหมือนจะเข้าใจความรู้สึกของฉันด้วย

            “ยังไงมันก็เป็นของกินนะ มันไม่ใช่ของอะไรที่ไร้สาระสักหน่อย” น็อกซ์บอกฉันมาแบบนั้น ฉันเองก็ไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะบ่นอะไรได้ด้วย ก็เลยไม่ได้ว่าอะไรทั้งนั้น

            เมื่อเรากลับมาถึงห้อง ฉันขอตัวเข้าห้องน้ำก่อนทันที แต่อันที่จริง ก็ไม่เห็นจำเป็นต้องขออนุญาตจากใครเลยสักนิด นี่มันเป็นชีวิตของฉัน เป็นตัวของฉันเอง ส่วนน็อกซ์ก็เป็นเพียงแค่แฟนปลอมๆ เท่านั้น

            ฉันก็ได้แต่เก่งอยู่ในใจเงียบๆ นั่นแหละ เอาเข้าจริงก็สู้น็อกซ์ไม่ได้สักอย่าง ไม่กล้าจะพูดอะไรเลยด้วย

            ฉันพยายามไม่มองไม่พูดอะไรทั้งนั้นหลังจากที่อาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อยแล้ว น็อกซ์เองก็ไปหัวเราะคิกคักอารมณ์ดี ดูความสุขเหลือเกินที่ต้อนฉันอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ได้

            แน่ล่ะ เขาเป็นผู้ชายไม่ต้องเสียเปรียบอะไรเลยนี่นา ผิดกับผู้หญิงอย่างฉัน

         “ยังงอนเรื่องอาหารอยู่เหรอ ปกติราคาอาหารมันก็ประมาณนี้อยู่แล้ว” น็อกซ์เดินเข้ามากอดฉันเอาไว้ โดยที่ฉันไม่ทันได้ตั้งตัว พอถูกกอดฉันก็สะดุ้ง ไม่ว่ายังไงก็ไม่ชินสักที

            “เวลาเธอลนๆ น่ารักดีนะ” น็อกซ์ดูมีความสุขมากที่ทำให้ฉันเขินได้ ซึ่งฉันรู้จักนิสัยของเขาข้อนี้มาระยะหนึ่งแล้วล่ะ เวลาที่ฉันทำอะไรไม่ถูก มันคงทำให้เขามีความสุขมาก น่าหมั่นไส้ที่สุดเลย

            “เอาเป็นว่าหลังจากนี้ฉันจะใช้จ่ายอย่างระมัดระวังกว่าเดิมนะ”

            ฉันรู้สึกโกรธตัวเองที่เข้าไปยุ่งย่ามกับชีวิตส่วนตัวของเขา อีกไม่นานเราสองคนก็คงต้องเลิกกัน มันเป็นข้อตกลงของเราตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ฉันเองก็คงไม่มีสิทธิ์จะไปเรียกร้องอะไรด้วย ไม่ว่าเขาจะใช้จ่ายอะไรยังไงมันก็ไม่ใช่เรื่องของฉันเลยสักนิด

            แต่มันก็น่าตกใจอยู่เหมือนกัน กินข้าวแค่มื้อเดียวแต่ต้องจ่ายเป็นหมื่นแบบนี้มันไม่ตลกเลยนะ ฉันเองก็คิดตื้นๆ ว่ามีบัตรเอทีเอ็มของน็อกซ์อยู่ในมือแล้วเขาจะไม่ใช้จ่ายอะไรมากเกินไป น่าจะรู้ว่าคนเขาคงไม่มีเงินเก็บเท่าที่เห็นในบัตรเอทีเอ็มหรอก แต่เห็นเขารูดบัตรเครดิตน่ากลัวอยู่เหมือนกัน

            “เดี๋ยวฉันจะให้บัตรทุกอย่างกับเธอไปหมดเลย แต่อย่างอนกันเลยนะ” พูดจบน็อกซ์ก็จูบแก้มฉันแรงๆ จนแทบละลาย

            ผู้ชายคนนี้น่ากลัวเกินไปแล้ว เวลาเข้าถึงตัวทีไรฉันอ่อนระทวยทุกทีเลย

            “คืนนี้เธอคงเหนื่อยแล้ว ฉันจะไม่ทำอะไรก็ได้ ไปนอนเถอะ” แล้วน็อกซ์ก็ลากตัวฉันขึ้นเตียง ฉันก็ภาวนาขอให้เขาอย่าทำอะไรอย่างที่พูดเลยแล้วกัน

            ฉันนอนไม่หลับถึงแม้ว่าจะเหนื่อยมากแค่ไหนก็ตาม ไม่เคยคิดมาก่อนว่าในชีวิตนี้จะได้นอนร่วมเตียงกับผู้ชายสุดฮอตที่หล่อลากเลือดอย่างน็อกซ์คนนี้ ไม่ว่ายังไงมันก็เหมือนไม่ใช่เรื่องจริงเลยสักนิด

            ถึงแม้ว่าจะไม่ทำอะไรแต่น็อกซ์เอาแต่ใจอยู่ดี เขาทั้งกอดทั้งจูบวอแวเหมือนสุนัขตัวใหญ่ๆ ที่คลอเคลียเจ้าของไม่ไปไหน ฉันมั่นใจว่าตัวเองไม่ได้สวยเซ็กซี่ขนาดที่ผู้ชายจะมาหลงได้ขนาดนี้ เลยไม่เข้าใจรสนิยมคนหน้าตาดีแบบน็อกซ์เลย

            ตอนที่กำลังจะเคลิ้มหลับเสียงข้อความก็ดังขึ้น ฉันหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู กำลังจะอ่านข้อความว่าใครส่งเข้ามา แต่น็อกซ์ก็เร็วกว่าฉัน เขาคว้าโทรศัพท์จากมือของฉันไปดูก่อนที่ฉันจะทำได้พูดอะไร

            “ภูเก็ต เตรียมบิกินี่เอาไว้ให้พร้อมนะสาวๆ ฉันโทรจองโรงแรมเรียบร้อยแล้ว ห้ามเบี้ยวเด็ดขาด” น็อกซ์อ่านข้อความเสียงดังฟังชัด ก่อนที่เขาจะรัดอ้อมแขนของเขาแน่นขึ้น แล้วเป็นยังไงล่ะ ฉันถูกรัดจนแทบหายใจไม่ออกน่ะสิ

            “ฉันเจ็บนะ” ฉันประท้วง แต่น็อกซ์หัวเราะด้วยน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังเอาซะเลย

            “คิดจะไปไหนกัน” น็อกซ์ถามด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งจนอ่านอารมณ์ไม่ออก เห็นแบบนี้แล้วน่ากลัว

            “เราจะไปเที่ยวกันน่ะ” ยังไงก็โกหกไม่ได้ ฉันก็เลยบอกไปตามความจริงทุกอย่าง

            “ทำไมถึงไม่บอกฉัน”

            นั่นสิ แล้วทำไมฉันต้องบอกเขาด้วยเหรอ แต่สถานการณ์ตอนนี้มันน่ากลัว ฉันก็เลยบอกเขาด้วยน้ำเสียงอ้อมแอ้ม

            “ปกติแล้ว ฉันก็ไปเที่ยวกับเพื่อนทุกทีตอนที่ปิดเทอม” นี่มันชีวิตส่วนตัวของฉันไม่ใช่เหรอ ทำไมมันถึงได้กลายเป็นแบบนี้ไปได้

            “ก็ตอนนั้นเรายังไม่ได้เจอกัน” ฉันรีบบอกอีกประโยคเมื่อเห็นว่าน็อกซ์เริ่มชักสีหน้าใส่แล้ว

            “ฉันจะไปด้วย” น็อกซ์พูดเสียงแข็ง แล้วเขาก็ทำอะไรบางอย่างที่ฉันไม่สามารถจะทักท้วงอะไรได้เลย ด้วยการพิมพ์ข้อความด้วยตัวเองเลย

 

         Ka-Ning :: ขอน็อกซ์ไปด้วยได้มั้ย

            PimmyPimmy :: ได้สิ ไม่มีปัญหา

 

         ฉันประหลาดใจมากพิมมี่อนุญาตให้น็อกซ์ไปด้วยกันง่ายๆ แบบนี้ เพราะปกติเธอไม่ชอบให้คนนอกไปด้วย เรามักจะไปกันสี่คนเสมอ แต่ตอนนี้กลับยอมให้น็อกซ์ไปด้วย ฉันไม่อยากจะคิดมากหรอกนะ แต่มันก็

            “ฉันคงต้องเคลียร์งานก่อน พรุ่งนี้จะกลับดึกหน่อยนะ จะได้ไปเที่ยวด้วยกันยังไงล่ะ”

            ฉันแปลกใจมากที่น็อกซ์ดูเอาจริงเอาจังขนาดนี้ เขาตั้งใจจะกลับไปคุมฉันจริงๆ ใช่ไหมเนี่ย แบบนี้ก็น่ากลัวเกินไปนะ

            “แล้วฉันจะยกบัตรเครดิตทั้งหมดให้เธอด้วย หลังจากนี้จะใช้เงินแค่วันละห้าพันดีมั้ย…?

            วันละห้าพันเลยเหรอ ยังไงมันก็เยอะมากอยู่ดี แต่ฉันก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะไปก้าวก่ายชีวิตส่วนตัวของเขา ได้ยินน็อกซ์พูดอะไรบางอย่างเที่ยวแต่ฟังไม่ค่อยรู้เรื่องเพราะฉันเริ่มง่วงแล้ว สุดท้ายก็หลับสนิทไปโดยที่ไม่รู้เลยว่าน็อกซ์พูดอะไรบ้าง

            น่าแปลกจัง ทั้งที่ผู้ชายคนนี้ใจร้ายมาก แต่พออยู่ด้วยกันฉันกลับรู้สึกสบายใจจนหลับสนิท โดยที่ไม่ฝันอะไรเลย

 

            ฉันตื่นขึ้นมาในเช้าวันใหม่ก็ไม่เห็นน็อกซ์แล้ว

            เขาส่งข้อความมาบอกว่าต้องไปทำงาน ซึ่งก็ไม่รู้เหมือนกันว่างานที่ว่านั้นคืองานอะไร นอกจากนั้นก็ยังมีบัตรเครดิตอีกหลายใบที่วางเอาไว้บนโต๊ะ เขาเอาจริงใช่ไหมเนี่ย

            ยังไม่ทันได้ทำอะไรก็มีข้อความถูกส่งเข้ามาหลายข้อความ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเรื่องของน็อกซ์

            เพราะในกรุ๊ปแชทของพวกเราสี่คนน่ะ มันมีข้อความของฉันที่บอกไปว่าน็อกซ์จะไปร่วมทริปสนุกด้วยกันที่ภูเก็ต ทุกคนก็เลยตื่นเต้นกันใหญ่ เพราะนี่จะเป็นครั้งแรกเลยที่มีคนอื่นไปกับเราด้วย แถมยังเป็นหนุ่มฮอตอีกต่างหาก

            ทีน่าก็เลยบอกว่าอยากพาแฟนไปด้วย ซึ่งพิมมี่กับเอวาก็ตอบตกลงง่ายๆ ฉันรู้สึกว่ามีบางอย่างที่ผิดปกติ แต่การที่ทีน่าจะพาแฟนไปด้วยถือว่าเป็นเรื่องดีเหมือนกัน เพราะน็อกซ์คงไม่อยากเป็นผู้ชายคนเดียวในกลุ่มผู้หญิงหรอกมั้ง

            ฉันพยายามไม่คิดมากคงไม่มีอะไรอย่างที่กลัว แต่ก็สังหรณ์ใจอย่างบอกไม่ถูก

            เวลาผ่านไปเร็วมากในความรู้สึกของฉัน ในพริบตาเดียวเราก็มาถึงภูเก็ตแล้ว

            ปกติแล้วจะมีพวกเราสี่สาวมาเที่ยวด้วยกันเท่านั้น แต่ครั้งนี้มีผู้ชายมาด้วยถึงสองคน ซึ่งแฟนของทีน่าเองก็เป็นหนุ่มหล่อหน้าตาดีและมีอัธยาศัยดีมาก ต่างกับใครบางคนหน้ามือเป็นหลังมือ

            ใช่ ฉันหมายถึงน็อกซ์นั่นแหละ

            น็อกซ์ดูไม่สบอารมณ์อย่างมาก ซึ่งที่เขาไม่พอใจเป็นเรื่องห้องพักน่ะ เพราะพิมมี่จองไว้แค่สองห้องเท่านั้น ห้องหนึ่งสำหรับผู้ชาย ซึ่งก็คือน็อกซ์กับแจ็ค

            ซึ่งอีกห้องหนึ่งก็คือห้องของของผู้หญิง

            น็อกซ์ไม่พอใจที่ไม่ได้นอนกับฉัน เอ่อ เขาไม่พอใจที่ต้องไปอยู่กับคนที่ไม่รู้จักอย่างแจ็ค เขาก็เลยตัดสินใจเปิดห้องใหม่ แล้วก็ลากฉันไปอยู่ด้วย

            ตอนนี้ฉันไม่มีปากไม่มีเสียงอะไร ก็อยากจะพูดอะไรอยู่หรอกแต่สถานการณ์มันเริ่มกร่อยลงตั้งแต่ตอนที่น็อกซ์อารมณ์เสียทันทีที่มาถึงโรงแรมแล้ว ฉันก็เลยไม่กล้าพูดอะไรให้เขาหงุดหงิดไปมากกว่านี้

            “งั้นเดี๋ยวเจอกันนะ ฉันจะแต่รอที่สระว่ายน้ำ ไปเล่นสนุกด้วยกันนะ” พิมมี่พูดอย่างน่ารัก ดูร่าเริงสดใสสมกับเป็นสาวสวยประจำกลุ่มของเรา บรรยากาศก็เลยผ่อนคลายลง

            “จ้ะ” ฉันยิ้มให้พิมมี่ ก่อนจะถูกบีบแขนเบาๆ จากฝีมือของน็อกซ์นั่นแหละ

            “ก็ตอนนี้เราอยู่ภูเก็ต” ฉันบอกเสียงค่อย ไม่เข้าใจน็อกซ์จริงๆ เลย เขาก็น่าจะรู้อยู่แล้วว่าจุดประสงค์ของการมาเที่ยวทะเลก็คือเล่นน้ำ แล้วสิ่งที่พิมมี่พูดแล้วมันผิดตรงไหนกันล่ะ

            “ก็ไม่ได้ว่าอะไรนี่

            ปากเขาไม่ได้ว่าอะไรจริง แต่สายตานี่สิที่น่ากลัว

            “ถ้างั้น อีกครึ่งชั่วโมงค่อยมาเจอกันนะ” น็อกซ์ถอนหายใจอย่างหงุดหงิด ก่อนจะดึงตัวฉันให้ไปด้วยกันเงียบๆ

            ฉันส่งสายตาขอโทษกับเพื่อนคนอื่นที่เขาทำเสียมารยาทด้วยอย่างนี้ แต่มันก็ดีกว่าการที่น็อกซ์จะอาละวาดล่ะนะ

            “เรามีเรื่องที่ต้องคุยกันนะครับ ที่รัก

 

Pimmy`s talking…

            ตอนนี้ก็เหลือฉันกับเอวาอยู่ด้วยกันสองคนเท่านั้น ปกติแล้ว เราสี่คนมักจะมาเที่ยวด้วยกันเสมอ แล้วจะเปิดห้องพักเพียงแค่ห้องเดียวเท่านั้น แต่มาครั้งนี้ มีคนอื่นมาเที่ยวด้วย บรรยากาศมันก็เลยเปลี่ยนไปจากทุกที แต่ฉันไม่มีเวลาสนใจอะไร รีบแต่งหน้าใหม่ด้วยเครื่องสำอางกันน้ำ ก็เลือกชุดบิกินี่ที่เซ็กซี่ที่สุดมาสวม

            เอวาเองก็ไม่น้อยหน้า เธอกำลังแต่งหน้าและแต่งตัวเหมือนกันกับฉันนี่แหละ เราสองคนไม่ได้พูดอะไรกันเลยระหว่างที่กำลังแต่งหน้าอยู่

            หลังจากที่สำรวจความเรียบร้อยจนพอใจแล้ว ฉันก็หยิบเสื้อคลุมมาสวมทับเอาไว้ก่อนจะเดินนวยนาดออกจากห้องพัก เอวาเองก็ออกมาด้วยกันเพราะแต่งตัวเสร็จพร้อมกันเลย

            เราสองคนไปถึงสระว่ายน้ำก่อนที่คะนิ้งจะมาถึง แต่กลายเป็นว่าไม่ใช่อย่างนั้นเลย

            “คะนิ้งอยู่ในห้องแต่งตัวแน่ะ” ทีน่าบอกฉันแบบนั้น ฉันก็เลยพยักหน้าให้ก่อนจะเดินตรงไปยังห้องแต่งตัวเงียบๆ

         ฉันเดินเข้าไปในห้องแต่งตัวคิดว่าจะเห็นคะนิ้งอยู่ตรงนั้น แต่กลับกลายเป็นว่าเธออยู่ไหนห้องอาบน้ำ เพราะได้ยินเสียงหยดน้ำกระทบพื้นแว่วมา ฉันอยากจะคุยอะไรด้วย ก็เลยเดินตรงเข้าไปหาเธอทันที

            ฉันผลักประตูที่ไม่ได้ลงกลอนเอาไว้ แต่ก็ไม่ได้ผลักจนเปิดกว้าง เพราะได้ยินเสียงแปลกๆ บางอย่างขึ้นมาซะก่อน

            มันเป็นเสียงถอนหายใจ เสียงจูบที่ดุเดือนรุนแรง แล้วก็เสียงครางแผ่วๆ ที่ทำให้ร่างกายของฉันชาในพริบตาเดียว ใบหน้าของมันร้อนวูบวาบ สอดสายตามองเข้าไปก็ใจสั่น เมื่อเห็นน็อกซ์กับคะนิ้งกำลังจูบกันอยู่อย่างดูดดื่ม

            หัวใจของฉันเต้นแรงน่ากลัว รู้สึกเหมือนเป็นตัวเองที่ถูกน็อกซ์กอดจูบอยู่ ร่างมันร้อนไปหมดโดยไม่มีสาเหตุ

            ฉันรู้ว่าควรจะถอยออกไป แต่ก็ไม่สามารถจะขยับเท้าเดินออกมาได้เลย สายตาจับจ้องอยู่แค่ผู้ชายคนนั้นที่หันหน้ามาทางฉันพอดี

            วงแขนแข็งแรงของน็อกซ์โอบกอดร่างเล็กของคะนิ้งเอาไว้แนบสนิท ใบหน้าหล่อเหลาของเขาแนบชิดกับใบหน้าของคะนิ้ง เขาเซ็กซี่เหลือเกินตอนที่กำลังกอดจูบคะนิ้งอยู่อย่างนั้น

            และวินาทีนั้นเอง ที่น็อกซ์เลื่อนสายตามาสบตากับฉันเข้าพอดี

            หัวใจของฉันเต้นแรงกว่าเดิมเป็นเท่าตัว น็อกซ์ถอนจูบออกจากริมฝีปากของคะนิ้ง จากนั้นก็ยิ้มที่มุมปากให้ฉัน

            ก่อนที่เขาจะเลื่อนมือไปบิกินี่ชิ้นล่างของคะนิ้ง แล้วรูดมันลงอย่างจงใจ

            “น็อกซ์!” เสียงอุทานของคะนิ้งทำให้ฉันได้สติอีกครั้ง และตัดสินใจว่าควรจะถอยออกไปจากสถานการณ์ตอนนี้น่าจะดีกว่า

            ฉันมองหน้าน็อกซ์อย่างอาลัยอาวรณ์ รู้สึกโกรธตัวเองอยู่เหมือนกันที่เป็นได้ถึงขนาดนี้ ชอบใครไม่ชอบ ไปชอบแฟนของเพื่อน แล้วเพื่อนคนนั้นก็ไม่มีอะไรที่สู้ฉันได้เลยสักอย่าง มันก็เลยเป็นความรู้สึกหงุดหงิดใจจนถึงตอนนี้

            ถ้าหากว่าน็อกซ์ไม่ได้เซ็กซี่เร่าร้อนถูกใจ ฉันก็อาจจะไม่เป็นบ้าขนาดนี้

            “นายนี่มัน

            ก่อนจะออกมาจากห้องอาบน้ำ ฉันก็ยังได้ยินเสียงของคะนิ้งคุยกับน็อกซ์เบาๆ แล้วได้ยินเสียงหัวเราะของน็อกซ์แว่วมาด้วย

            “ก็เธอมันน่าแกล้งนี่หว่า รู้ตัวมั้ย ฉันชอบแกล้งเธอขนาดไหนน่ะ

            บ้าจริง ได้ยินแบบนี้แล้วฉันรู้สึกเหมือนว่าตัวเองกำลังอิจฉา

            ที่ผ่านมาคนอย่างพิมมี่จะกินจะนอนล้วนเลิศหรูทุกอย่าง ไม่เคยต้องอิจฉาใคร มีแต่คนอื่นที่ต้องมาอิจฉาฉัน แต่ตอนนี้ฉันรู้สึกแบบนั้นเลย รู้สึกกำลังริษยาเพื่อนคะนิ้งจับหัวใจ มันทำให้ฉันรู้สึกกลัวตัวเองอย่างบอกไม่ถูก

            เพราะฉันไม่เคยมีความรู้สึกแบบนี้มาก่อน ก็เลยกลัวว่าตัวเองจะคุมมันไม่อยู่ แล้วถ้าหากว่าควบคุมความรู้สึกนี้เอาไว้ไม่ได้ ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้หรือเปล่า

            ฉันเกลียดตัวเองจัง แต่ก็ไม่เท่ากับความรู้สึกเกลียดที่มีต่อคะนิ้งเลย นี่ฉันกลายเป็นคนแบบนี้ไปตั้งแต่เมื่อไหร่ มันเป็นคำถามที่ฉันเองก็ยังหาคำตอบไม่ได้จริงๆ

End Pimmy talk…

 

            “ตกลงจะเอายังไง”

            เสียงพูดยียวนกวนประสาทของน็อกซ์ทำให้ฉันต้องชักสีหน้าใส่เขาหงุดหงิด ฉันไม่เข้าใจเลยว่าเรื่องมันเป็นแบบนี้ได้ยังไง ก็อย่างที่เคยได้บอกไป ที่ผ่านมาไม่ว่าจะทำอะไรยังไงฉันไม่เคยต้องขอความคิดเห็นจากใครทั้งนั้น

            น็อกซ์คนนี้เป็นใครกัน ทำไมเขาถึงได้มาบังคับบงการฉันทุกเรื่องอย่างนี้ด้วยก็ไม่รู้

            “ตกลงจะใส่ดีๆ มั้ย” แววตาของน็อกซ์เป็นประกาย เห็นแล้วก็รู้สึกกลัว ฉันพยายามจับบิกินี่ชิ้นล่างเอาไว้ เพราะว่ามันจะหลุดติดมือเขาไปอีกครั้ง

            “ไม่ใส่ก็ไม่เป็นไรนะ ฉันอยู่ในห้องนี้ได้เป็นวันๆ เลยล่ะ” น็อกซ์ยิ้ม เป็นรอยยิ้มที่น่ากลัวมากจากใจเลย

            “ใส่ก็ได้” ฉันถอนหายใจ ก่อนจะยอมคว้าเสื้อยืดจับมือเขามาสวมทับร่างกายของตัวเองเอาไว้ในที่สุด

            เรื่องของเรื่อง คงเดากันได้อยู่แล้วว่ามันมีเหตุผลจากอะไร จะมีอะไรได้อีกล่ะ ถ้าไม่ใช่เรื่องชุดว่ายน้ำที่ฉันกำลังสวมอยู่น่ะ

            “ก็แค่เนี้ย ทำไมต้องให้จ้ำจี้จ้ำไชด้วย”

            บอกตามตรงว่าได้ยินคำพูดของน็อกซ์แล้ว ฉันอยากท้าตีท้าต่อยกับเขามาก ถ้าไม่ติดว่าตัวเองจะกลายเป็นคนถูกเล่นงานซะเองน่ะนะ

            ใส่เสื้อยืดออกไปแบบนี้ คงจะว่ายน้ำในสระได้หรอก แต่งตัวแบบนี้คงได้เล่นน้ำแค่ที่ทะเลจริงๆ อย่างเดียวเท่านั้น พนักงานโรงแรมคงไม่อนุญาตให้ฉันลงสระว่ายน้ำทั้งอย่างนี้หรอก นี่คงเป็นแผนการที่น็อกซ์ที่คิดไว้ตั้งแต่แรกน่ะสิ

            “เห็นมั้ย แต่งแบบนี้น่ารักออก” พูดจบ น็อกซ์ก้มหน้ามาจูบฉันอีกครั้งอย่างหนักหน่วง ทำให้ฉันรู้สึกระบมไปทั้งปาก ไม่อยากจะนับหรอกนะว่าได้จูบกันมากี่ครั้งแล้ว

            แต่ถ้านับรวมตั้งแต่ครั้งแรกจนถึงตอนนี้ เชื่อสิ ว่ามันมากกว่าหนึ่งชั่วโมงแน่

            ผู้ชายคนนี้เป็นปีศาจจูบหรือยังไงก็ไม่รู้ ฉันเองก็เหมือนกัน ถูกจูบทีไรใจลอยทุกทีเลย

         “ออกไปกันได้หรือยัง” ฉันรู้สึกไม่สบายใจที่อยู่ตรงนี้ เมื่อกี้ถูกถอดบิกินี่ด้วย ผู้ชายอะไรมือไวชะมัด

            ดีนะที่ฉันขอร้องได้ ไม่อย่างนั้น ไม่อยากจะนึกภาพเลยว่าทำอะไรกับน็อกซ์อยู่กันแน่ ผู้ชายคนนี้ก็หื่นกามเหลือเกิน เขาไม่เคยเจอผู้หญิงมาก่อนหรือไง ถึงได้พุ่งเข้าใส่ฉันแทบจะตลอดเวลาแบบนี้ โอ๊ย คิดแล้วมันเครียดจริงๆ

            “ก็ออกไปสิ ถ้าเธอยอมใส่เสื้อยืดตั้งแต่แรก เราก็คงไม่ต้องเสียเวลากันอย่างนี้หรอก” น็อกซ์บ่นพึมพำ ก่อนจะพาตัวฉันออกจากห้องอาบน้ำในที่สุด

            ทุกอย่างมันก็เป็นความผิดของคะนิ้งคนนี้ทั้งนั้นแหละ แล้วแบบนี้จะไม่ให้ฉันโมโหได้ยังไง ยิ่งคิดก็ยิ่งแค้น อยากจะตะกุยหน้าที่กำลังยิ้มๆ นั่น ให้เป็นรอยเล็บเหลือเกิน

            แต่ตอนนี้น็อกซ์ดูอารมณ์ดีแล้ว ไม่ได้หงุดหงิดเหมือนตอนที่เราเพิ่งมาถึงภูเก็ต ฉันก็ไม่กล้าเสี่ยงทำให้เขาต้องหงุดหงิดใจไปมากกว่านี้ เพราะไม่อย่างนั้นได้กลายเป็นเรื่องใหญ่ขึ้นมาแน่

            แล้วการจูงมือนี่ก็เหมือนกัน เป็นแฟนกันต้องจับมือกันตลอดเวลาแบบนี้ด้วยเหรอ แต่ก็เอาเถอะ ทำแบบนี้มันก็ทำให้ฉันรู้สึกดีใจแปลกๆ เหมือนกัน

            “ว่าจะออกจากห้องอาบน้ำกันมาได้นะ” ทีน่ายิ้มๆ ให้ฉัน ก่อนจะหัวเราะเมื่อเห็นว่าฉันสวมเสื้อยืดออกมาด้วย

            “ไม่ว่ายน้ำเหรอ”

            “เอาขาหย่อนน้ำก็พอ” คนที่ตอบคำถามของทีน่าคือน็อกซ์

            ใช่ เขาเป็นคนจัดการทุกสิ่งทุกอย่างนั่นแหละ ฉันเริ่มหัวเสียแล้วส่ายหน้าไปมาช้าๆ เอาเป็นว่า ถ้าพรุ่งนี้เราไปเล่นน้ำทะเลกันจริงๆ ก็หวังว่าเขาคงจะไม่บังคับให้ฉันสวมกางเกงยีน เสื้อแจ็กเก็ตยีนเล่นน้ำก็แล้วกัน

            “แล้วพิมมี่ไปไหนล่ะ”

            “พิมมี่” ฉันทวนคำอย่างงุนงง เพราะไม่เข้าใจว่าทีน่ากำลังพูดถึงอะไรอยู่

            “ก็ตอนแรกพิมมี่มันหาแกไม่เจอ มันก็เลยตามแกไปที่ห้องอาบน้ำน่ะ ไม่เจอกันเหรอ” คำถามของทีน่าทำให้ฉันต้องส่ายหน้าแทนคำตอบ เพราะฉันไม่เห็นจริงๆ ว่าพิมมี่ไปหาตอนไหน

            เอ๊ะ หรือจะเป็นตอนที่

            ฉันช้อนสายตามองน็อกซ์ ก่อนจะเห็นว่าเขายิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไม่น่ามองเลยจริงๆ

            “ไม่เจอนี่” น็อกซ์ช่วยตอบ ก่อนที่เขาจะไหวไหล่

         ฉันชักเริ่มสงสัยไม่แน่ใจว่าระหว่างน็อกซ์กับพิมมี่ทั้งสองคนนี้มีอะไรกันหรือเปล่า อย่าหาว่าฉันคิดมากเลย ท่าทีของทั้งสองคนดูแปลกไปจนฉันไม่สบายใจ ฉันก็ไม่ได้อยากได้แฟนขี้หึงหรอกนะ แต่พอเป็นแบบนี้แล้วฉันก็รู้สึกไม่ดีเลย หงุดหงิดไปหมดเลยด้วย

            “อ้าว แล้วทำไมถึงได้หน้างอขนาดนี้ล่ะ” น็อกซ์ดึงแก้มฉันจนโย้ไปหมด ฉันปัดมือเขาออกไม่อยากสบตาด้วย

            “เป็นอะไรไปคะนิ้ง

            “เปล่า” ฉันปฏิเสธ ไม่ได้สบตากับน็อกซ์เลยแม้แต่วินาทีเดียว

            น็อกซ์พึมพำบางอย่างที่ฉันฟังไม่เข้าใจ ก่อนจะฉุดมือฉันให้ไปนั่งที่ขอบสระว่ายน้ำ ฉันเปียกที่สุดเท่าก็ที่เท้านั่นแหละ

            น็อกซ์ตามมาด้วย เขานั่งข้างของฉันพร้อมกับหย่อนเท้าลงไปในสระว่ายน้ำ แล้วก็ไม่ลืมเอาเท้ามาถูกับเท้าของฉันไปด้วย ใจจริงฉันก็อยากจะโกรธอยู่หรอกนะ แต่พอถูกน็อกซ์ทำแบบนี้แล้วมันก็จั๊กจี้จนหลุดเสียงหัวเราะออกมาได้ยังไงก็ไม่รู้

         “แหม หวานกันจัง” ทีน่ายิ้มให้ฉัน ฉันก็ไม่รู้ว่าการกระทำของฉันกับที่เป็นอยู่ตอนนี้มันหวานตรงไหน

            ฉันไม่ได้พูดอะไรเลย แล้วพิมมี่ก็เดินออกมาพอดี ฉันไม่ทันสังเกตว่าพิมมี่เดินมาจากตรงไหน และอ่านอารมณ์ของเธอไม่ออกเลยด้วย

            เมื่อมาถึงสระว่ายน้ำ พิมมี่ก็ถอดเสื้อคลุมออกจากร่าง เผยให้เห็นร่างกายสุดเซ็กซี่ของเธอที่อยู่ในบิกินี่ทูพีชที่ชิ้นเล็กมากจนน่ากลัว ถ้าว่ายน้ำแรงๆ กลัวว่ามันจะหลุดจากตัวเอารึเปล่าก็ไม่รู้

            “ไม่ว่ายน้ำเหรอคะนิ้ง” พิมมี่ถามฉัน

            และคนที่ตอบคำถามก็คือน็อกซ์เหมือนเคย บางทีเขาอาจเข้าใจว่าตัวเองชื่อคะนิ้งไปแล้วก็ได้

            “ไม่ล่ะ แค่นี้ก็พอแล้ว”

            ฉันอยากจะตอบคำถามของน็อกซ์เหลือเกินว่ามันไม่พอหรอก แต่ตอนนี้รู้สึกเหนื่อยยังไงก็ไม่รู้ จะว่าเพิ่งเดินทางมาถึงก็ไม่น่าใช่ หรือไม่ฉันเองไม่มีความกล้าพอที่จะเอาตัวเองไปเทียบกับพิมมี่ก็ได้

            “ตามใจนะ” พิมมี่พูด แต่สายตาเธอไม่ได้มองฉันเลยสักนิด

            ฉันไม่ได้คิดไปเองแน่ๆ ว่าพิมนี่กับน็อกซ์เหมือนมีอะไรกันอยู่ ตั้งแต่แรกแล้วที่ฉันรู้สึกแบบนี้ มันทำให้ฉันรู้สึกไม่พอใจเอาซะเลย

            พิมมี่กระโดดลงสระว่ายน้ำ ทำให้น้ำส่วนหนึ่งกระเด็นโดนฉันกับน็อกซ์ด้วย

            “ตายแล้ว ขอโทษนะ” พิมมี่หันมาทำหน้าตกใจ หลังจากที่เธอลงมาอยู่ในสระว่ายน้ำเรียบร้อยแล้ว

            “เป็นอะไรมากรึเปล่า” แล้วพิมมี่ก็ว่ายน้ำตรงเข้ามาหาเราสองคนอย่างรวดเร็ว แน่นอนว่าเธอไม่ได้สนใจฉันเท่าไหร่หรอก เธอสนใจน็อกซ์มากกว่า

            “ไม่เป็นไร”

            “ฉันไม่ได้ตั้งใจ” พิมมี่ยิ้มอ่อนหวาน ส่งยิ้มให้กับน็อกซ์อย่างจงใจ ทำเหมือนว่าฉันไม่มีตัวตนตรงนี้ด้วย

            น็อกซ์สบตากับพิมมี่ก่อนจะหันมามองฉัน เขาเองทำเหมือนว่าพิมมี่ไม่มีตัวตนเลย ยิ่งทั้งสองคนมีท่าทีต่อกันมากเท่าไหร่ มันก็จะทำให้ฉันรู้สึกว่า ทั้งคู่อาจจะเคย

            “ฉันหิวแล้ว เราไปหาอะไรกินกันดีมั้ย เธอยังไม่ได้กินอะไรเลยนี่” พูดแล้วน็อกซ์ก็ทำหน้าตกใจ แล้วเขาก็หันมามองฉันด้วยสายตาไม่พอใจ ในหนึ่งนาทีนี่ มีหลายอารมณ์เหลือเกินนะน็อกซ์

            “อืม” ฉันรับคำแกนๆ รู้สึกไม่อยากจะอยู่ตรงนี้แล้วเหมือนกัน

            “ไปกันเถอะ น้ำน่ะ ไม่ว่าจะที่ไหนมันก็เปียกเหมือนกัน เอาไว้เราไปเล่นน้ำกันในห้องน้ำน่าจะดีกว่า” น็อกซ์ยิ้มหวานให้ฉัน ก่อนจะจูบแก้มฉันแรงๆ ทีหนึ่ง

            เขาลุกจากขอบสระว่ายน้ำ ก่อนจะฉุดฉันขึ้นมาเงียบ ฉันเลยหันไปบอกทีน่ากับเอวาที่นั่งอยู่กับเตียงผ้าใบทำหน้างงๆ กันอยู่

            “ขอตัวนะ ฉันไม่ค่อยสบายน่ะ เวียนหัวยังไงไม่รู้”

            “ไม่เล่นน้ำแล้วเหรอ” เอวาถาม ก่อนจะเลื่อนสายตาไปน็อกซ์ที่อยู่ข้างๆ ฉันบ้าง

            “เอาไว้ไปเล่นในห้องน้ำสนุกกว่า ฉันชอบอยู่กับแฟนสองคนมากกว่า” เป็นน็อกซ์ที่ตอบคำถามแทนฉันทุกครั้ง ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้

            ความรู้สึกตอนนี้มันเหมือนคลื่นที่กำลังซัดไปทั่วร่างของฉัน ซึ่งฉันเองอธิบายความรู้สึกตอนนี้ไม่ได้เลย มันเจ็บปวดอย่างบอกไม่ถูก เพียงแค่นึกว่าเพื่อนกับแฟน ถึงจะเป็นแฟนปลอมๆ ก็เถอะ เคยมีอะไรกันมาก่อน

            วัวเคยค้าม้าเคยขี่ แถมพิมมี่ดูเซ็กซี่เร่าร้อนขนาดนั้น ไม่ว่ายังไงฉันทาบไม่ติดหรอก

 

            “ร้องไห้ทำไม

         จู่ๆ น็อกซ์ก็พูดขึ้นมาระหว่างเรากำลังขึ้นลิฟต์กลับห้องพัก ฉันเลยเงยหน้าสบตากับเขาอย่างไม่เข้าใจ

            “นี่ไง” น็อกซ์ใช้ข้อนิ้วไล้คราบน้ำตาให้ฉัน ก่อนจะดึงนิ้วนั้นมาให้ฉันดูชัดๆ ฉันตกใจมาก รีบยกมือทาบแก้มตัวเอง ก็สัมผัสได้ถึงคราบน้ำตาเย็นๆ เข้า

            “คิดมากไม่เข้าท่า คิดว่าฉันชอบเพื่อนเธอรึไง” คำถามของน็อกซ์จี้ใจดำฉันมาก ฉันไม่รู้เลยว่าตัวเองทำหน้ายังไงอยู่ แต่มันคงดูไม่ได้ล่ะนะ

            ฉันน้ำตาซึมอีกครั้งตอนที่น็อกซ์ฉันเข้าไปกอด เพิ่งสังเกตว่าเขาตัวสูงมากตอนนี้แหละ เพราะคางของเขาวางอยู่บนกระหม่อมของฉันพอดีเลย

            “มีอะไรก็บอกมาสิ ถ้าเธอไม่พูด ฉันก็ไม่รู้” ฉันหลับตาลงในอ้อมกอดของน็อกซ์ มันก็จริงอย่างที่เขาว่าล่ะนะ ถ้าฉันไม่พูด น็อกซ์คงไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น แล้วใครจะเป็นคนผิดล่ะ แต่ที่แน่ๆ คนผิดไม่ใช่น็อกซ์แน่นอน

            “ก็เห็นนายกับพิมมี่มองกันตลอดเลย ถ้านายชอบพิมมี่ ก็แค่บอกมาตามตรง ฉันจะได้บอกคนอื่นว่าเราไม่ได้เป็นอะไรกัน ยังไงเราก็แค่คบกันปลอมๆ อยู่แล้ว”

            พูดจบฉันก็ต้องนิ่วหน้า เพราะถูกอ้อมแขนแข็งแรงของน็อกซ์รัดแน่นจนแทบหายใจไม่ออก เหมือนว่าเขากำลังลงโทษที่ฉันพูดอะไรไม่เข้าท่าออกไป

            “ถามจริง การคบกันปลอมๆ มันมีด้วยเหรอ แล้วที่เรามีอะไรกันทุกคืน มันปลอมด้วยหรือเปล่า”

            โอ๊ย ผู้ชายคนนี้ พูดอะไรแต่ละอย่างไม่เคยคิดเลยว่าคนฟังจะทำหน้ายังไง

            “ฉันพูดตามตรงเลยนะ เพื่อนของเธอเข้ามาหาฉัน ผู้หญิงคนนั้นคงเข้าใจว่าฉันขายตัวให้เธอมั้ง”

            ฉันตกใจมากที่ได้ยินแบบนี้ เลยเงยหน้าขึ้นมองคนที่กอดอยู่อย่างตกใจ แต่น็อกซ์ไม่ยอมปล่อยฉันเป็นอิสระ เขาใช้สายตาชนิดหนึ่งมองมา ซึ่งฉันอ่านไม่ออกว่ามันหมายความว่ายังไงกันแน่

            “ก็ฉันเล่นไปของเงินเธอต่อหน้าเพื่อนคนอื่นนี่นา ผู้หญิงคนนั้นเข้ามาบอกว่า เธอไม่มีเงิน เธอน่าสงสาร แล้วบอกว่าจะจ่ายฉันครั้งล่ะห้าพันไม่ก็เจ็ดพันนี่แหละ” น็อกซ์จะพูดจริงหรือโกหกก็ไม่มีใครรู้นอกจากตัวเขา แต่คนอย่างน็อกซ์ ต่อให้เขาทำผิดมาจริงๆ ก็คงไม่สะทกสะท้านที่จะบอกความจริงหรอก หน้าหนาซะขนาดนี้

            “เอาจริงๆ เลยนะ ตั้งแต่เราสองคนอยู่ด้วยกันมา มีคืนไหนมั้ยที่ฉันไม่ได้ค้างกับเธอ ถ้าฉันไม่ได้ค้างกับเธอสักคืน เอาไว้ตอนนั้นค่อยไม่สบายใจแล้วกัน แล้วก็ไม่ต้องคิดว่าฉันกับเพื่อนสุดเซ็กซี่นมโตของเธอเคยมีอะไรกันมาก่อน ถ้ามีอะไรกันจริงๆ เธอคงรู้จักฉันไปนานแล้ว และยัยนมโตนั้นคงจะเอารูปของฉันอวดไปทั่วแล้ว จริงมั้ย…?” น็อกซ์บีบแก้มฉัน ระหว่างที่ลากฉันออกมาจากลิฟต์ด้วยกัน

            ฉันเกือบสำลักอากาศแน่ะ ตอนที่น็อกซ์เรียกพิมมี่ว่ายัยนมโต ฉันเกลียดเขาจัง

            “ทำไมทำหน้างออีกแล้ว” น็อกซ์ใช้เท้าปิดประตูตามหลัง หลังจากที่เราเข้ามาในห้องพักกันเรียบร้อยแล้ว

            “หน้างอที่นมโตไม่เท่ายัยนั่นเหรอ”

            “นี่!” คนอื่นกำลังซีเรียสอยู่แท้ๆ ได้ยินแบบนี้มันทั้งหงุดหงิดทั้งขำเลย โอ๊ย จะบ้าตาย

            พอฉันหันไปมองเขาอย่างเอาเรื่อง หน้าก็ชนกับอกของเขาเข้าพอดี หน้าอกมันก็ชนกับอกของเขาด้วย เอ่อ อาจจะกับหน้าท้องของเขา ก็ฉันมันเตี้ยนี่

            “งั้นเดี๋ยวช่วย” พูดจบมือหนาของน็อกซ์ก็จับหน้าของฉันอย่างจงใจ

            ฉันช็อกจนพูดไม่ออก มองมือของเขาที่วางบนหน้าอกของตัวเอง เกิดมามีแฟน(ปลอมๆ)เป็นครั้งแรก ต้องเจอเรื่องแอดวานซ์ขนาดนี้เลยเหรอ

            “สักพัก เดี๋ยวก็ขยายขึ้นอักสักคัพมั้ง” น็อกซ์ไม่พูดเปล่า แต่ยังบีบมันซะแรงด้วย กรี๊ด ไอ้หื่น

            ฉันปัดมือเขาออก แต่คิดเหรอว่าน็อกซ์จะสลด เขาเอาแต่หัวเราะแล้วก็ถอดเสื้อยืดออกจากตัวฉัน จนเหลือแค่บิกินี่ตัวเล็กๆ สองชิ้นบนร่างกาย แล้วเขาก็อุ้มฉันพาดบ่าเข้าห้องน้ำทันที

            “เล่นน้ำกันดีกว่า

            “กรี๊ด น็อกซ์ หยุดนะ!” ฉันถูกห้อยหัวจนมึนไปหมด แล้วก็สะดุ้งสุดตัวเมื่อน็อกซ์ฟาดสะโพกเจ็บๆ

            กรี๊ด ไอ้หมาหื่น ทำแบบนี้ได้ยังไง

            “เล่นน้ำอย่างเดียวมันจะสนุกเหรอ เล่นกันดีกว่านะ ถึงน้ำถึงเนื้อเลยล่ะ






Talk...

Song :: HONNE - Day 1

โอ๊ยยยย หมาน็อกซ์นี่หื่นมากเลยค่ะ

เขินมากด้วย แงงง ทำไมมันน่ารัก

ใจจริงอยากจะเขียนให้เลวกว่านี้นะคะ แต่ไม่ไหว

ทำไมถึงได้น่ารักขนาดนี้ หวังว่าทุกคนคงจะรักน็อกซ์นะคะ แงงง


มู่ฝาก ebook ของสนพ Meejairak เอาไว้ด้วยนะคะ

หนุ่มๆ เซต Angel Eyes จะตีพิมพ์กับทาง สนพ นี้นะคะ

ส่วนรูปเล่มนั้น แวะเข้าสอบถามทางแฟนเพจของ สนพ ได้เลยค่ะ



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 814 ครั้ง

93 ความคิดเห็น

  1. #19993 colinamoursmell (@colinamoursmell) (จากตอนที่ 132)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2562 / 21:51
    สนุกกกก
    #19993
    0
  2. #18896 97line (@mysocute) (จากตอนที่ 132)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2561 / 15:21
    น็อกซ์แซ่บว่ะ
    #18896
    0
  3. #18676 Ple0813098576 (@Ple0813098576) (จากตอนที่ 132)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2561 / 19:30

    โอ๊ย โอ๊ย หมาน็อกซ์ เหลือดกำเดาจะไหล

    อิจ คะนิ้งจริงจัง บอกเล่อ ?????????????’

    #18676
    0
  4. #18662 มาต่อ (จากตอนที่ 132)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 20:35

    อ๊ายยยยชอบๆๆๆหมาน็อกซ์หื่น เขิลลล

    #18662
    0
  5. #18661 jinny (@janiss) (จากตอนที่ 132)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 01:17
    อิจฉาคะนิ้ง น็อกซ์หื่นตลอดดดดด
    #18661
    0
  6. #18660 SSHK (@lanhzer) (จากตอนที่ 132)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 23:13
    เขิลลลแรงงง ชอบเธออะผู้ชายรักเมียยยย
    #18660
    0
  7. #18659 นาอานาเอ (@nongjariya) (จากตอนที่ 132)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 13:43
    พิมมี่เอร้ายนักนะอ่อยผู้ของนิ้งทำไม
    #18659
    0
  8. #18658 feather25 (@feather25) (จากตอนที่ 132)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 12:05
    น็อกซ์ หมาหื่น ทุกที่ทุกเวลาจริงๆ
    #18658
    0
  9. #18657 wipabenzpcy (@wipabenzpcy) (จากตอนที่ 132)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 10:48
    อิน็อกซ์แกไปอดอยากที่ไหนมาาา
    #18657
    0
  10. วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 09:53
    อิน็อกซ์คืออดอยากมากเว่อร์
    #18656
    0
  11. #18655 waewtaphuthamma (@waewtaphuthamma) (จากตอนที่ 132)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 08:45

    เอาแบบนี่ละคะน่ารักอบอุ่นพระเอก
    #18655
    0
  12. #18654 patty-thanaporn (@patty-thanaporn) (จากตอนที่ 132)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 07:56
    เขินแทน><
    #18654
    0
  13. #18653 Foniiz Kanokwan (@foniiz-kt) (จากตอนที่ 132)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 06:43
    อดอยากมาจากไหน หมาน็อกซ์หื่นจนคะนิ้งช้ำหมดแล้วววว
    #18653
    0
  14. #18652 AmNattapat (@AmNattapat) (จากตอนที่ 132)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 04:17

    เขินนนน
    #18652
    0
  15. #18651 jamme22 (@jamme22) (จากตอนที่ 132)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 03:53
    เขินนน
    #18651
    0
  16. #18650 (@babe-buzzbuzz) (จากตอนที่ 132)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 02:44

    ชอบที่น็อกซ์หื่นเนี่ยแหละค่ะ หื่นแบบไม่อ้อมค้อมดี555555

    #18650
    0
  17. #18649 Name' (@name14) (จากตอนที่ 132)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 02:29
    น๊อกซ์ขยันเกินไปป่ะ 5555555
    #18649
    0
  18. #18648 JTOB (@janehusky122) (จากตอนที่ 132)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 01:34
    เอ้าแล้วๆ ตาหื่นนี่นะ
    #18648
    0
  19. #18647 Be Yah (@xvalya_8) (จากตอนที่ 132)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 01:14

    อิหื่นน็อกซ์
    #18647
    0
  20. #18646 Fang_ju (@reesa_jongkook) (จากตอนที่ 132)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 00:50

    น่ารัากกกกกก
    #18646
    0
  21. #18645 Fang_ju (@reesa_jongkook) (จากตอนที่ 132)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 00:50

    น่ารัากกกกกก
    #18645
    0
  22. #18644 ยืนฉี่ริมแม่น้ำ (@windsea) (จากตอนที่ 132)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 00:50
    อีน็อกซ์ก็เอาแต่ใจเหลือเกิน ให้เขาอยู่กับเพื่อนบ้างก็ได้แหม
    #18644
    0
  23. #18643 Fang_ju (@reesa_jongkook) (จากตอนที่ 132)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 00:50
    เชื่อหื่นเยอะ55555
    #18643
    0
  24. #18642 Erng_Erng (@Erng_Erng) (จากตอนที่ 132)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2561 / 23:54
    ยิ่งอ่านยิ่งรักกก
    #18642
    0
  25. #18641 fahsai-0012 (@fahsai-0012) (จากตอนที่ 132)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2561 / 23:53
    สงสารคะนิ้ง มีแฟนคนแรกก็เจอแบบอิน็อกเลย 5555555
    #18641
    0