Angel Eyes

  • 95% Rating

  • 60 Vote(s)

  • 3,077,242 Views

  • 19,964 Comments

  • 10,629 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    27,126

    Overall
    3,077,242

ตอนที่ 131 : Knox`s Eyes 🚬 ep.02

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 27047
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 798 ครั้ง
    26 ต.ค. 61

Knox`s Eyes 02

Every Inch of Your Skin Is a Holy Gray I’ve Got to Find

 

            ” น็อกซ์มองฉันด้วยสายตาชนิดหนึ่งจากนั้นเขาก็ไม่ได้สนใจอะไรอีก

            เมื่อเพื่อนของเขาเข้ามาหา เขาก็ยกมือโบกเรียกจากนั้นก็เดินจากไปโดยที่ไม่สนใจฉันเลย

            “เดี๋ยว น็อกซ์!” ฉันด้วยนะเขาเอาไว้ก่อนที่เขาจะเดินหนีไปได้

            น็อกซ์หันมามองฉันนิ่งๆ ซึ่งฉันเองก็รู้สึกประหม่าอยู่ไม่น้อย สายตาของเขาดูน่ากลัวมาก แต่ก็มีเสน่ห์มากในเวลาเดียวกัน

            “อะไร” สายตาของน็อกซ์เรียบเฉยจนอ่านไม่ออก ฉันเองก็เผลอมองตาเขาอยู่นาน

            “อะไร ถ้าไม่มีอะไรฉันจะไปแล้วนะ” เขาทำท่ารำคาญ ฉันก็เลยเปิดกระเป๋าสตางค์พร้อมกับหยิบบัตรเครดิตออกมาให้เขาหนึ่งใบ

            “ฉันสนใจนาย” เรื่องแบบนี้ไม่ควรทำเหนียมอายอะไรทั้งนั้นนี่นา ถ้าหากฉันไม่ได้ยุให้คะนิ้งเล่นเกมบ้าบอนั้นแต่แรก ก็อาจจะเป็นฉันเองที่ได้อยู่กับเขา

            “เอาจริงดิ” น็อกซ์หัวเราะ ก่อนจะหันไปกระซิบพูดอะไรบางอย่างกับเพื่อนของเขาเบาๆ นั่นทำให้ฉันรู้สึกชาไปทั้งหน้า

         ก็ไหนเขาเป็นคนพูดเองว่า

            “ฉันไม่ได้เป็นผู้ชายขายตัวหรอกนะ นี่เธอจะเชื่อทุกอย่างว่าเป็นเรื่องจริงไปหมดเลยเหรอ” เขาส่ายหน้าไปมา ก่อนจะเดินจากไปอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ฉันไม่ยอมหรอก เรื่องอะไรที่คนอย่างฉันจะต้องมาเสียหน้า ไม่มีทาง

            “หยุดก่อน!

            ฉันก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมจะต้องสนใจน็อกซ์ขนาดนี้ด้วย ทั้งครั้งที่ผ่านมามีแต่ผู้ชายสนใจฉัน กับแค่เขาคนเดียวฉันไม่จำเป็นจะต้องใส่ใจอะไรเลย แต่อาจเป็นเพราะความรู้สึกยากจะเอาชนะ อยากเห็นสีหน้าที่หยิ่งยโสของเขาตอนที่สยบอยู่แทบเท้าของตัวเอง นั่นแหละฉันถึงจะหายหงุดหงิด

            “แล้วที่นายทำกับคะนิ้งล่ะ”

            “คะนิ้งทำไม” น็อกซ์หยิบบุหรี่ขึ้นมาสูบ แน่นอนว่าเขาดูหงุดหงิดใจอย่างมาก ฉันเองก็รู้สึกหงุดหงิดใจเหมือนกันนั่นแหละ

            “นายเอาเงินของคะนิ้งมาใช้จ่าย แถมยังยกให้คนอื่นฟรีๆ อีก ไม่คิดเหรอว่าคะนิ้งก็ต้องเก็บเงิน ทำงานหนักเพื่อจะได้เงินมาสักบาท แล้วทำไมนายถึงกระทำกับคะนิ้งแบบนี้”

            “เลยอยากมีเมตตาช่วยเหลือเพื่อนว่างั้น” พูดจบน็อกซ์ก็หัวเราะ ซึ่งเพื่อนของเขาเองด้วย มันทำให้ฉันรู้สึกอับอายเป็นเท่าทวี รู้สึกโกรธผู้ชายตรงหน้ามากจริงๆ

            “ไม่ต้องมีเมตตากับคะนิ้งขนาดนั้นหรอก ฉันรู้ดีว่าทำอะไรอยู่” สายตาของน็อกซ์เริ่มเย็นชา มันทำให้ฉันโกรธมากจริงๆ ซึ่งไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าตัวเองจะหงุดหงิดได้ถึงขนาดนี้

            “คนอย่างนายจะดูแลใครได้ ขนาดเงินยังต้องขอผู้หญิงเลย” ด้วยความโกรธทำให้ฉันพูดไปแบบนั้นอย่างหัวเสีย

            แต่น็อกซ์ก็แค่สบตากับเพื่อนแล้วพาหัวเราะกันทำเหมือนมันเป็นเรื่องน่าขำเหลือเกิน และฉันไม่เข้าใจว่าทำไมพวกเขาถึงหัวเราะกันแบบนี้

            “มันก็เรื่องของฉันป่ะ ฉันพอใจจะขายตัวให้คะนิ้ง เข้าใจยัง”

            “แล้วถ้าฉัน

            “โอ๊ย! หยุดเหอะ น่ารำคาญว่ะ ไม่ต้องมาทำเป็นคนดีเลย อยากชวนฉันขึ้นเตียงด้วยว่างั้น แต่บอกเลยว่าคนอย่างฉันก็เลือกคนเลี้ยงเหมือนกัน ฉันดูแลร่างกายตัวเองมาเป็นอย่างดี กินอาหารดีๆ หมั่นออกกำลังกาย นอนหลับพักผ่อนอย่างดี ดูแลใส่ใจตัวเองมาตลอด เรื่องอะไรจะให้เธอมายุ่งกับร่างกายของฉันวะ”

            บ้าจริง คำพูดของทำให้ฉันหน้าชาไปในพริบตาเดียว เหมือนมีใครตบหน้าหลายสิบฉาดอย่างนั้นแหละ

            “มึงไม่ต้องพูดเลยน็อกซ์ มึงกินอาหารดีๆ ที่ไหนวะ กินแต่อาหารขยะทั้งนั้น” เพื่อนน็อกซ์ของหัวเราะ ดูพวกเขามีความสุขกันเหลือเกิน ส่วนฉันก็หัวร้อนขึ้นๆ แทบจะระเบิดอยู่แล้ว

            สิ่งที่เขาพูดไปเมื่อกี้ มันเหมือนกับว่าฉันไม่คู่ควรที่จะได้แตะต้องร่างกายของเขาอย่างนั้นแหละ

            “เออน่า อาหารพวกนั้นกูเสียตังค์ซื้อไปเยอะนะเว้ยกว่าที่กูจะตัวสูงใหญ่ได้ขนาดนี้ ร่างกายของกู กูไม่ให้ใครมายุ่งทั้งนั้นแหละ ซอร์รี่ด้วยนะครับคนสวย เธอไม่ผ่านมาตรฐานฉันอะ” น็อกซ์หัวเราะก่อนจะกอดคอกับเพื่อนเดินหนีไป โดยที่ไม่สนใจเลยว่าฉันจะทำหน้ายังไงอยู่

            “น็อกซ์!” ฉันโกรธจนร่างกายสั่นเทิ้มไปหมด

            มันหมายความว่าคะนิ้งมีมาตรฐานกว่าฉันอย่างงั้นสิ ยัยนั่นเนี่ยนะ!

            ฉันได้แต่ฮึดฮัดอารมณ์เสีย มองจนกระทั่งเขากับเพื่อนจนลับหายจากสายตาไป ความรู้สึกแรกที่มันแทรกเข้ามาในหัวของฉัน นั่นก็คืออยากจะร้องกรี๊ดออกมาดังๆ เหลือเกิน

End Pimmy talk…

 

            ตอนนี้ในสายตาของเพื่อนๆ ในกลุ่มของฉัน ทุกคนก็เลยเข้าใจกันว่าน็อกซ์เป็นผู้ชายที่รีดไถเงิน ซึ่งความจริงแล้วฉันน่าจะอธิบายให้ทุกคนได้เข้าใจ แต่ทำไมฉันถึงไม่อธิบายก็ไม่รู้

            หรือเป็นเพราะว่าฉันเห็นทุกคนมองเขาด้วยสายตาหลงใหล ก็เลยรู้สึกแปลกๆ ไม่อยากให้ใครรู้ความจริงก็เลยเงียบไว้แบบนี้ ฉันนี่มันแย่จริงๆ

            หลังจากที่ฉันเอาแต่วุ่นวายกับบัญชีธนาคารของน็อกซ์ ก็ต้องสะดุ้งเมื่อมีคนโทรเข้ามาพอดี

            “พิมมี่” ฉันพึมพำก่อนจะรีบรับสายโทรศัพท์เพื่อน เพราะไม่อยากให้พิมมี่ต้องรอนาน

            “ไงพิมมี่” ฉันรับสายด้วยน้ำเสียงสดใส ซึ่งหวังว่าตอนนี้เพื่อนสาวคนสวยน่าจะอารมณ์ดีอยู่ ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่า ฉันรู้สึกว่าช่วงนี้เพื่อนแต่ละคนดูหงุดหงิดอารมณ์เสียกันจังเลย จะว่าเป็นเพราะที่ธีสิสมันก็ไม่น่าจะใช่ เพราะพวกเราก็จัดการวิทยานิพนธ์กันเรียบร้อยหมดแล้ว อาจจะต้องมีการแก้ไขนิดๆ หน่อยๆ แต่ก็มั่นใจว่าของผ่านไปได้ด้วยดี แถมยังไม่มีวิชาอื่นที่ต้อโรงเรียนเพิ่มอีกแล้ว แค่เก็บหน่วยกิตให้ครบสอบทุกอย่างก็จะเรียบร้อย

            หรืออาจเป็นเพราะว่าทุกคนคิดว่าอีกไม่นานก็จะพ้นจากรั้วมหาวิทยาลัยแล้ว จากนี้เป็นต้นไปก็ต้องเข้าสู่สังคมการทำงานเต็มตัว พวกเราก็เลยเครียดกันไปหมด

            ตอนนี้ฉันก็ยังลังเลใจอยู่เหมือนกัน ว่าจะเรียนต่อเลยหรือจะทำงานเก็บเงินสักพักแล้วค่อยเรียนต่อ เรื่องนั้นเอาไว้ค่อยคิดอีกทีแล้วกัน ตอนนี้ก็คงต้องคุยกับพิมมี่ก่อนล่ะ

            (มาเจอกันหน่อยสิ ฉันรออยู่หน้าคอนโดของแกนะ)

            คำพูดของพิมมี่ทำให้ฉันแปลกใจมาก เพราะไม่รู้ว่าพิมมี่มีธุระอะไรถึงมาหาฉันถึงที่นี่ ถ้าคุยกันเอาไว้ตั้งแต่แรกไม่สงสัยหรอก แต่นี่มาแบบปุปปับไม่ทันตั้งตัวซึ่งพิมมี่ไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อนเลยสักครั้ง

            (หรือว่าแกไม่ว่าง)

            “อืม ก็ว่างนะ รออยู่ที่ล็อบบี้ก่อนแล้วกันเดี๋ยวฉันจะรีบลงไป” ฉันสงสัยมากว่าพิมมี่มีธุระอะไรถึงได้มาหาถึงที่นี่ แต่คนที่น่าจะตอบคำถามได้ดีที่สุดก็คือพิมมี่นั่นแหละ

            หลังจากที่วางสายจากพิมมี่แล้วฉันก็รีเปลี่ยนเสื้อผ้า ทำหน้าทำผมให้ดูดีกว่าเดิมเล็กน้อย ถ้าไม่รู้ว่าจะต้องออกไปข้างนอกหรือเปล่า

            เมื่อไปพบกับพิมมี่ที่ล็อบบี้คอนโด ฉันเห็นว่าเธอนั่งหน้าหงิกรออยู่แล้ว บอกเลยว่าแบบนี้ไม่ดีแน่

            “รอนานรึเปล่าพิมมี่ แล้วมีธุระอะไรถึงได้มาหาที่นี่เลย” ฉันเดาไม่ออกจริงๆ ว่าทำไมพิมมี่ถึงได้มาที่นี่ ปกติแล้วเราจะนัดเจอกันก่อนมากกว่า เพราะคอนโดของฉันอยู่ไกลจากคอนโดของเพื่อนคนอื่นมากน่ะ

            “ฉันไม่เรื่องจะคุยด้วย ไม่สิ ฉันจะไปซื้อของน่ะแต่คนอื่นไม่ว่างเลย ไปเป็นเพื่อนฉันหน่อยได้มั้ย”

            “ได้สิ” ฉันยิ้มให้กับพิมมี่ ก่อนที่เราจะเดินออกจากคอนโดเพื่อไปยังห้างสรรพสินค้าที่อยู่ใกล้ๆ กันนี้ ซึ่งคอนโดของฉันมีทางเชื่อมที่ไปถึงห้างได้เลยไม่ต้องขับรถไป เดินแค่ไม่กี่ก้าวก็เข้าไปอยู่ในห้างได้แล้ว ซึ่งแม่ของฉันกับสามีใหม่ของท่านเป็นคนเลือกให้ บอกว่าที่นี่สะดวกสบายหลายอย่าง มีคนอยู่เยอะ นอกจากนั้นถ้าหากว่าหิวตอนกลางคืนขึ้นมาก็สามารถหาของกินได้ตลอดเวลาไม่ต้องออกไปที่ไหนไกลๆ หรือเปลี่ยวๆ แบบว่าปลอดภัยไว้ก่อน อะไรทำนองนั้น

            “คอนโดของแกนี่คงแพงน่าดูเลยนะ อยู่ใกล้กับโรงแรมแล้วห้างแบบนี้ด้วย”

            “อืม พ่อเลี้ยงของฉันเป็นคนซื้อให้น่ะ ฉันก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าราคาเท่าไหร่” ฉันตอบไปเสียงค่อยๆ พูดถึงเรื่องนี้ทีไรมันทำให้ฉันรู้สึกอึดอัดใจนิดหน่อย ถึงแม้ว่าค่าเงินของอเมริกาจะมากกว่าค่าเงินบาทของไทยหลายเท่า แต่ยังไงการซื้อคอนโดแบบซื้อขาดเลยมันต้องใช้เงินมากอยู่ดี ฉันก็เลยรู้สึกขอบคุณและเกรงใจพวกท่านมาก เลยตั้งใจทำตัวเป็นเด็กดีไม่ให้พวกท่านต้องเป็นห่วง

            “แกมีเงินเยอะไม่ใช่เหรอ”

            “เอ่อ ไม่เยอะหรอก” ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมจู่ๆ พิมมี่ถึงได้พูดเรื่องพวกนี้ขึ้นมา

            นั่นสินะ เป็นเพราะเรื่องของน็อกซ์แน่ๆ เลย

            “แล้วทำไมแกถึงได้ให้เงินผู้ชายไปไหนง่ายๆ แบบนั้น มันไม่ถูกต้องเลยนะคะนิ้ง” พิมมี่พูดเสียงแข็ง ก่อนที่เธอจะทำน้ำเสียงนุ่มลงกว่าเดิมเล็กน้อย

            “ฉันเป็นห่วงนะถึงได้พูดแบบนี้กับแกตรงๆ ทำไมผู้หญิงจะต้องเป็นฝ่ายเสียเงินให้ผู้ชายด้วย มันไม่ถูกต้องนะ”

            “อืม ฉันเข้าใจ” ฉันเข้าใจความหมายที่พิมมี่ต้องการจะบอกอย่างสุดซึ้งเลย และไม่ได้ประชดอะไรทั้งนั้นด้วย

            “แกคงได้กับเขาแล้วใช่มั้ย”

            คราวนี้ฉัน แทบสำลักลมหายใจของตัวเองกับคำถามของพิมมี่ มันจี้ใจดำฉันสุดๆ ไปเลย

            “แกนี่มันเซ่อซ่าจริงๆ เลยนะคะนิ้ง ถูกผู้ชายปอกลอกเข้าแล้วยังไม่รู้ตัวอีก”

            ฉันเองก็อยากจะคิดแบบนั้นอยู่เหมือนกัน ถ้าหากว่าน็อกซ์เอาเงินฉันไปจริงๆ และบัตรเอทีเอ็มของเขาไม่ได้อยู่กับฉัน จะว่ายังไงดีล่ะ ฉันก็เริ่มอึกอักไม่รู้จะอธิบายเรื่องทั้งหมดให้พิมมี่ฟังยังไงดี แล้วถ้าเกิดว่าเพื่อนคนอื่นไม่เชื่อ ขอดูบัตรเอทีเอ็มของน็อกซ์ขึ้นมาอีก มันก็ยิ่งจะแย่เข้าไปใหญ่จริงไหม ฉันก็เลยทำตัวเป็นผู้หญิงโง่ในสายตาของเพื่อนต่อไป

            แต่แบบนี้มันจะดีเหรอ ความคิดของฉันสับสนวุ่นวายตีกันในหัวไม่รู้จบ รู้ตัวอีกทีก็เข้ามาอยู่ในห้างเรียบร้อยแล้ว

            “แล้วแกจะมาซื้ออะไรเหรอ” ฉันพยายามเปลี่ยนเรื่องคุย ไม่อยากพูดถึงเรื่องของน็อกซ์ไปมากกว่านี้

            “มาซื้อของใช้ หมายถึงมาซื้อเสื้อผ้าน่ะ”

            “อืม” ฉันพยักหน้าให้กับพิมมี่ ตามแล้วเกิดเจอกับเหตุการณ์โลกกลมขึ้นมาอย่างกะทันหัน

            เพราะเราดันมาเจอกับน็อกซ์และเพื่อนของเขาเข้าพอดีน่ะสิ

            ฉันชะงักไปในทันที ร่างกายเหมือนจะเกร็งไปในพริบตาเดียว พยายามทำเป็นมองไม่เห็นน็อกซ์ แต่ก็ช้าไป และเขาก็ไม่คิดจะทำตัวเป็นคนแปลกหน้าด้วย

            ในเสี้ยววินาทีฉันก็ถูกน็อกซ์ล็อกคอเอาไว้เรียบร้อยแล้ว ในสายตาของคนอื่นอาจจะมองว่าเขากำลังกอดรัดฟัดเหวี่ยงฉันล่ะมั้ง สีหน้าของพิมมี่ก็ดูไม่ดีขึ้นมาทันตาเห็น ฉันมั่นใจว่าตัวเองไม่ได้คิดมากไปเองแน่

            พิมมี่เป็นแบบนี้หลายครั้งแล้ว แต่ที่ไม่เคยรู้มาก่อนเลย นั่นก็คือสายตาของน็อกซ์ที่มองไปที่พิมมี่น่ะสิ ซึ่งฉันก็ไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อนเลยด้วย

            หรือพวกเขาจะรู้จักกันมาก่อน ซึ่งมันก็น่าจะเป็นไปได้มากที่สุดแล้ว เพราะน็อกซ์ก็หล่อเหลาโดดเด่น ส่วนพิมมี่ก็ทั้งสวยและเซ็กซี่ ไม่ว่าจะไปทางไหนก็มีแต่สายตาของคนอื่นมองตามตลอดเวลา ไม่รู้ว่าทำไมพอคิดแบบนี้แล้วมันรู้สึกเจ็บๆ ที่หัวใจยังไงไม่รู้

            ฉันก็มั่นใจว่าตัวเองไม่ได้ขี้เหร่อะไรเลย แต่พอมาเทียบกับพิมมี่แล้วมันก็

            “เป็นอะไรไป” คำพูดของน็อกซ์ทำให้ฉันหลุดออกจากภวังค์ความคิด แล้วก็เรียวปากรุ่มร้อนที่แนบลงกับแก้มของฉันด้วย ฉันสะดุ้งก่อนจะขึงตาใส่เขาเป็นการใหญ่ มาทำรุ่มร่ามแถวนี้ได้ยังไงเนี่ย

            “แล้วมาทำอะไรที่นี่เหรอ” เขาถามด้วยความสงสัย ฉันก็เลยหันไปมองพิมมี่แวบหนึ่งก่อนจะตอบคำถาม

            “เราแวะมาซื้อของกันนิดหน่อยน่ะ” พูดจบแล้วฉันก็หลบสายตาของน็อกซ์ ยังไงก็ไม่ชินเลยกับการที่ต้องเป็นแฟนกับเขาออกนอกหน้านอกตาแบบนี้ และก็ต้องย้ำเตือนกับตัวเองด้วยว่าทั้งหมดมันเป็นแค่เรื่อง ปลอมๆ เท่านั้น ไม่ได้มีความหมายอะไรไปมากกว่านี้เลย

            คิดแล้วเจ็บดีเหมือนกันแฮะ แต่ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเพราะความโง่ของฉันเอง จะโทษว่าเป็นความผิดของน็อกซ์ฝ่ายเดียวไม่ได้ด้วย

            “นี่เพื่อนชื่อโคล” น็อกซ์แนะนำให้ฉันรู้จักกับเพื่อนของเขาที่มาด้วยกัน ฉันก็และแนะนำตัวกับโคลสั้นๆ

            “สวัสดีค่ะ คะนิ้งค่ะ”

            “ขอยืมตัวแฟนเธอหน่อยนะ อาจจะกลับดึกนิดหน่อย รับประกันได้ไม่มีอะไรบุบสลายแน่นอน”

            ฉันหัวเราะกับคำพูดติดตลกของโคล ส่งยิ้มฝืนๆ ให้กลับไปจนกระทั่งเขาสองคนเดินหายไป ก็เลยหันไปมองพิมมี่อีกครั้ง ซึ่งก็เป็นอย่างที่คิดเอาไว้เลย พิมมี่ดูไม่พอใจเอามากๆ แล้วไหนจะสายตาของน็อกซ์ที่มองเธอก่อนหน้านั้นอีก อย่าหาว่าฉันคิดมากเลยนะ เป็นใครก็ต้องรู้สึกแบบเดียวกับที่ฉันรู้สึกตอนนี้ทุกคนนั่นแหละ

            “พิมมี่” ฉันเรียกเพื่อน ซึ่งเธอหันมามองฉันพร้อมกับทำหน้าตกใจนิดหน่อย

            “มีอะไร” พิมมี่ถามกลับมา ฉันก็เลยตัดสินใจที่จะถามไปตามตรง เพราะไม่อย่างนั้นฉันต้องคิดมากไปเองคนเดียวอีก และไม่ชอบความรู้สึกแบบนั้นเลยด้วย

            “แกรู้จักกับน็อกซ์มาก่อนเหรอ คือ

            “ทำไมแกคิดแบบนั้น” ดูพิมมี่จะตกใจนิดหน่อย แต่ก็แค่เล็กน้อยเท่านั้น

            “ก็เห็นว่าแกกับเขามอง เอ่อขอโทษที่ฉันพูดอะไรไร้สาระนะ” ถามแบบนี้มันเหมือนหาเรื่องเลย แต่ฉันก็ถามไปแล้วล่ะ แย่จัง

         สายตาของพิมมี่เป็นประกายขึ้นมาเล็กน้อย ก่อนที่เธอจะส่งยิ้มให้ฉันเศร้าๆ

            “แล้วถ้าฉันบอกว่าใช่ล่ะ ถ้าฉันบอกแล้วว่าเราสองคนเคยวันไนต์[1]กันมาก่อน แกจะทำยังไงล่ะคะนิ้ง

            ฉันนิ่งไปกับคำพูดนั้น วันไนต์ที่ได้ยินนี่คือ วันไนต์สแตนด์คู่นอนคืนเดียวจบน่ะเหรอ ฉันถามตัวเองในใจแล้วก็ไม่กล้าจะถามมันกับพิมมี่ตามตรง

            แต่สุดท้ายพิมมี่ก็หัวเราะ ก่อนจะตบบ่าฉันเบาๆ

            “เปล่าหรอก” เธอบอกมาแบบนั้น ฉันก็เลยเผลอถอนหายใจไม่รู้ตัว

            “ไม่ใช่กับฉันน่ะ กับคนอื่นมั้ง แกไม่ได้เที่ยวบ่อยแบบพวกเราคงไม่รู้จักเขา แต่เขาดังจะตายไป” พิมมี่ไหวไหล่ จากที่โล่งใจก่อนหน้านี้ฉันก็เลยไม่กล้าจะโล่งอีกแล้ว

            “จริงเหรอ” ฉันถามอย่างกล้าๆ กลัวๆ พิมมี่ก็เลยยิ้มให้

            “จะว่าไป แกคงไม่ได้ป้องกันสินะ” สายตาของพิมมี่ดูน่ากลัวไม่น่าไว้ใจ ฉันก็เลยเงียบกริบไปอีกครั้ง

            “แกนี่ไม่เคยระวังตัวเองเลยนะ” ว่าแล้วพิมมี่ก็ส่ายหน้า จากนั้นก็ฉุดแขนฉันให้เดินออกมาด้วยกันทันที ซึ่งไม่ใช่ทางที่จะไปร้านเสื้อผ้าที่พิมมี่อยากจะมาตั้งแต่แรกด้วย

            “เราจะไปไหนกันเหรอ” ฉันถามพิมมี่ด้วยความสงสัย เดาใจไม่ถูกเลยว่าตอนนี้เพื่อนกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่

            “ไปร้านขายยา

            “ร้านขายยา…?” ถามไปแล้วฉันก็รู้สึกขนลุก เดาเอาว่าคงจะเป็นเรื่องของฉันนั่นแหละ

            “แกไม่คิดจะดูแลตัวเองบ้างเหรอ ปล่อยเนื้อปล่อยตัวแบบนี้มันดีที่ไหน รู้จักเขาหรือเปล่าก็เปล่า แถมยังให้เขาเข้าถึงเนื้อถึงตัวอีก ความสาวมันไม่ใช่ของที่จะจับต้องกันง่ายๆ เหมือนหน้าแข้งหัวเข่านะเว้ย”

            ฉันรู้สึกเจ็บมากกับคำพูดของพิมมี่ ถ้าหากว่าเราไม่ได้เป็นเพื่อนกัน ฉันคิดว่านี่อาจจะเป็นคำด่าที่เจ็บปวดที่สุดเท่าที่เคยได้ยินมาจากพิมมี่เลยล่ะ

            “ให้เขาทำอะไรง่ายๆ แกนี่ แต่จะว่าไปแล้ว แกไม่เคยเป็นแบบนี้ หรือว่า ผู้ชายคนนั้นบังคับแก ใช่มั้ยเพราะเกมบ้าๆ นั่นใช่มั้ย” พิมมี่หันมาหาฉันทั้งตัว แล้วมองฉันด้วยสายตาเป็นประกาย

            นี่ฉันลืมไปได้ยังไงนะ ว่าพิมมี่กับฉันเรารู้จักกันมาหลายปีแล้ว ไม่ว่าจะเรื่องอะไรเราก็รู้จักกันและกันเกือบทุกเรื่อง แล้วฉันก็เพิ่งจะรู้จักน็อกซ์เองด้วย ความเลยแตกเร็วแบบนี้ อีกอย่าง พิมมี่ก็เป็นคนที่ทั้งเก่งทั้งฉลาด เป็นคนที่ฉันรู้สึกอิจฉาชื่นชมมาตลอดด้วย

            แล้ว แล้ว พอมันเป็นเรื่องแบบนี้ มันก็เลยทำให้ฉันไม่สบายใจเข้าไปใหญ่

            และสุดท้ายฉันก็ต้องตามที่ไปถึงร้านขายยาโดยที่ไม่สามารถขัดขืนต่อรองเข้าไปได้เลย แต่มันก็จริงอย่างที่พิมมี่พูดเอาไว้ทุกอย่างนั่นแหละ ทำไมฉันถึงไม่คิดจะปกป้องตัวเองให้มากกว่านี้ ทำไมฉันถึงปล่อยให้น็อกซ์

            คิดแค่นั้นฉันก็รีบส่ายหน้าไล่ความคิดจะไม่เข้าท่าออกจากหัว เรื่องมันเกิดขึ้นแล้ว หลังจากนี้ มันก็ขึ้นอยู่กับฉันว่าจะปกป้องตัวเองได้ดีกว่าเดิมหรือเปล่า

            “พิมมี่” ฉันเรียกเพื่อน หลังจากที่เราออกมาจากร้านขายยากันเรียบร้อยแล้ว

            “หืม” พิมมี่มองฉันแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรอีก ฉันก็เลยพูดขอบคุณเธอจากใจจริง

            “ขอบคุณมากนะ ที่แกช่วยเตือนสติฉันอะไรๆ หลายอย่าง” ฉันเองก็มัวแต่คิดอะไรไม่รู้ ทั้งที่ความจริงแล้วฉันก็น่าจะคิดถึงความปลอดภัยของร่างกายตัวเองตั้งแต่แรก

            ถึงแม้ว่าน็อกซ์จะดูหล่อเหลาหุ่นดี ตาก็อาจเป็นไปได้ที่เขาจะมีโรคติดต่อ โอ๊ย ฉันนี่มันโง่ที่สุดเลย

            “ไม่เป็นไรหรอก เอาเป็นว่า ถ้าเธออยากไปตรวจร่างกายภายในแล้วไม่กล้าไปคนเดียว ก็บอกฉันมาได้เลยนะ ฉันจะไปเป็นเพื่อนแกเอง” พิมมี่ยิ้มให้ฉัน

 

Pimmy`s talking…

         แล้วจะไม่ให้ฉันยิ้มได้ยังไง ในเมื่อทุกอย่างมันเป็นไปตามแผนการที่วางเอาไว้ทุกอย่างเลย

            ความจริงฉันอยากจะบอกกับคะนิ้งไปเหมือนกัน ว่าฉันเคยมีความสัมพันธ์น็อกซ์กับมาก่อน แต่คนอย่างน็อกซ์คงไม่หลงกลใครง่ายๆ หรอก เขาฉลาดเป็นกรดขนาดนั้น ทางที่ดีควรจะมาเล่นงานคนขวัญอ่อนซื่อๆ คะนิ้งมันจะง่ายกว่า

         ซึ่งมันก็ได้ผลล่ะนะ ความจริงมันก็ไม่ใช่เป็นเพราะว่าคะนิ้งโง่อะไรหรอก แต่มันเป็นเพราะว่าคะนิ้งแทบไม่เคยคุยกับผู้ชายมาก่อนเลยต่างหาก และผู้ชายอย่างน็อกซ์ถือว่าเป็นคนแปลกหน้าสำหรับเธอ เชื่อเถอะว่า ระหว่างคนแปลกหน้าและเพื่อนที่รู้จักกันมานาน ยังไงคะนิ้งก็ต้องเชื่อเพื่อนมากกว่าอยู่แล้ว จริงไหม

            ฉันทำดีกับเธอด้วยการพาเธอไปที่ร้านขายยา ซื้อยาคุมฉุกเฉินให้ แล้วก็ไม่ลืมบอกวิธีกินให้กับคะนิ้งด้วย คงไม่ถามหรอกนะว่าฉันรู้เรื่องพวกนี้มาได้ยังไง

         แหม เรื่องแบบนี้เราควรจะเรียนมาตั้งแต่วิชาสุขศึกษาสมัยมัธยมแล้วไม่ใช่เหรอ

            “ขอบคุณนะ” คะนิ้งมองฉันด้วยสายตาขอบคุณ และแวบหนึ่งที่ทำให้ฉันรู้สึกผิดที่หลอกใช้ความใสซื่อของเธอ แต่ก็นั่นแหละนะ ส่วนหนึ่งที่ก็เพราะหวังดีกับคะนิ้งจริงๆ

            คะนิ้งไม่มีวันที่จะรู้ทันผู้ชายคนนั้นหรอก เขาเองเป็นผู้ชายที่โดดเด่นมีเสน่ห์มาก ผู้หญิงเป็นร้อยที่อยากจะควงเขาสักคืนหนึ่ง และเขาก็มีตัวเลือกมากมาย ไม่มีทางที่คนนั้นจะไม่หยุดที่คะนิ้งง่ายๆ ถึงนี่จะเป็นการที่ฉันโกหกคะนิ้งเพื่อหาผลประโยชน์ให้ตัวเอง แต่อย่างน้อย ถ้ามันจบเร็ว คะนิ้งก็คงจะไม่รู้สึกเจ็บปวดเท่าไหร่

            ล่ะมั้งนะ

            “อย่าลืมไปตรวจภายในด้วยล่ะ” ฉันบอกคะนิ้ง ซึ่งเธอก็อ้อมแอ้มตอบอยู่ในลำคอ

            “อืม

            “ฉันว่าจะกลับแล้วล่ะ” ตอนนี้ไม่มีอะไรให้หงุดหงิดใจแล้ว แล้วก็ยังไม่ได้อยากได้อะไรเป็นพิเศษด้วย เมื่อวานไปดื่มมาทั้งคืน ตอนนี้เลยยังรู้สึกมึนๆ อยู่ กลับไปนอนพักดีกว่า

            “ไม่ไปซื้อของแล้วเหรอ” คะนิ้งเก็บยาเอาไว้ในกระเป๋า นอกจากจะมียาคุมกำเนิดแบบฉุกเฉินแล้ว ฉันก็ยังแนะนำให้ซื้อยาคุมกำเนิดแบบปกติไปด้วยเลย

            ถ้าคะนิ้งท้องขึ้นมาตอนนี้ก็ยุ่งเอาน่ะสิ ฉันไม่ยอมให้เป็นแบบนั้นนะ ใจนึงฉันก็เป็นห่วงไม่อยากให้คะนิ้งพลาดท่าเสียทีเร็วแบบนี้ แต่อีกใจนึง ฉันก็ไม่อยากให้คะนิ้งมีพันธะผูกพันอะไรกับน็อกซ์คนนั้น ถึงจะดูเป็นนางมารร้ายไปสักหน่อย แต่ไม่ว่ายังไง สิ่งที่ฉันทำทุกอย่างมันเป็นผลประโยชน์ของคะนิ้งทั้งนั้น

            “ไม่ล่ะ ฉันรู้สึกเพลียๆ นิดหน่อย อยากจะกลับไปนอนพักแล้ว เธอเองก็อย่าลืมพักผ่อนด้วยนะ” เห็นท่าทางอิดโรยแบบนี้แล้วเดาไม่ยากเลยว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอบ้าง

            พอคิดแบบนั้นฉันรู้สึกขึ้นมาอีก แวะเข้าสปาหน่อยน่าจะดีกว่า จะได้อารมณ์ดีกว่านี้ด้วย

            “เอางั้นเหรอ”

            “อืม แกก็กลับไปนอนพักซะ แล้วเจอกัน” ฉันบอกกับคะนิ้ง เพราะไม่มีธุระอะไรที่ต้องคุยกับคะนิ้งอีกแล้ว

            หลังจากที่แยกกับน็อกซ์ฉันก็ขับรถกลับอย่างสบายอารมณ์ ถึงแม้จะเล่นงานน็อกซ์ไม่ได้โดยตรง แต่ก็เล่นงานเขาผ่านคะนิ้งได้ก็แล้วกัน

            ฉันเปิดเพลงฟังในรถสบายอารมณ์ ก่อนจะกลับห้องว่าร้านอาหารเจ้าประจำเพื่อซื้อกลับไปกินที่ห้อง และฉันก็ไม่ได้เข้าข้างตัวเองนะ ฉันรู้สึกว่ามันเหมือนเป็นพรหมลิขิตเลยล่ะ ฉันมักจะเจอน็อกซ์เสมอ ไม่ว่าจะไปที่ไหนก็ตาม อย่างเช่นตอนนี้ยังไง

            ขนาดว่าอยู่ในร้านอาหารแล้วฉันก็ยังมาเจอกับน็อกซ์ มันทำให้ฉันรู้สึกหงุดหงิดใจ ที่ทำอะไรมากไปกว่านนี้ไม่ได้เลย

         “อ้าว เจอกันอีกแล้วนะ

            และคราวนี้น็อกซ์เป็นคนเข้ามาทักฉันก่อน มันจะไม่ทำให้ฉันรู้สึกเข้าข้างตัวเองได้ยังไง ในเมื่อเขาทำแบบนี้กับฉันทุกครั้งเลยน่ะ

            “มีธุระอะไรกับแฟนของฉันเหรอ ทำไมเธอถึงวุ่นวายกับแฟนฉันจัง” เขาถามด้วยสีหน้าไม่พอใจ ส่วนฉันเชิดหน้าขึ้น ไม่คิดกลัวใครอยู่แล้ว

            “นายสิ ที่เป็นคนมายุ่งกับเพื่อนฉันก่อน พวกเราก็อยู่ของเราดีๆ นายนั่นแหละที่เข้ามาแทรก”

            “แทรกเหรอ จะว่าอย่างนั้นก็ได้นะ ก็เพราะว่าฉันปิ๊งคะนิ้งทันทีที่ได้เจอเลย” น็อกซ์ส่งยิ้มให้ฉัน มันเป็นยิ้มที่ฉันไม่สามารถจะห้ามไม่ให้หัวใจเต้นได้เลย

            บ้าจริง ถ้าหากเขาหน้าตาดีน้อยกว่าอีกสักหน่อยฉันคงไม่รู้สึกแบบนี้แน่

            “อยู่ห่างจากแฟนฉันหน่อยก็ดีนะ ไม่ว่าจะผู้ชายหรือผู้หญิง ใครมายุ่งกับแฟนฉัน ฉันก็ไม่ชอบทั้งนั้นแหละ” สีหน้าของน็อกซ์จริงจังน่ากลัว แต่แน่นอนว่าฉันก็ยังทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้น ขืนทำท่ากลัวเขา มันก็จะไม่เป็นอย่างที่วางแผนเอาไว้น่ะสิ

            “ถือว่าขอร้องนะครับ ไม่ต้องมาวุ่นวายกับแฟนฉันเลย”

            “นายรู้เหรอว่าฉันทำอะไร” ผู้ชายคนนี้ไม่ยังไงนะ ปากบอกว่าฉันไม่ใช่สเปกของเขา ไม่คู่ควรกับเขา แต่พอลับหลังคะนิ้งกลับมีท่าทีสนใจฉันตลอด ทำแบบนี้มันหมายความว่าเขากำลังให้ท่าฉันอยู่ไม่ใช่เหรอ

            “คิดว่าฉันโง่จนตามไม่ทันเหรอ ผู้หญิงแบบเธอฉันเจอมานักต่อนักแล้ว มากกว่านี้ก็เคยเจอมาด้วยซ้ำ ก็เลยอยากจะมาเตือน ว่าอย่ายุ่งกับฉันกับแฟนของฉันเลย ไม่อย่างนั้นจะหาว่าฉันเป็นคนเลวล่ะ” พูดจบน็อกซ์ก็ยกแก้วกาแฟขึ้นมาดื่ม มองฉันด้วยสายตาชนิดหนึ่งที่อ่านไม่ออก แล้วก็เดินกลับไปหาเพื่อนของเขา เหมือนกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย

            ฮึ! แล้วทำไมฉันจะต้องทำตามคำสั่งของเขาด้วยล่ะ ถ้าทำแบบนั้นก็เหมือนว่าฉันกลัวน่ะสิ แล้วคนอย่างพิมมี่กลัวที่ไหน

            ระหว่างที่กำลังรออาหารกลับบ้าน ฉันชำเลืองมองน็อกซ์เป็นระยะ ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมคนเขาถึงได้สนใจคะนิ้งเหลือเกิน คะนิ้งน่ารักอยู่หรอกแต่เธอก็ดูเป็นคนจืดจางเหลือเกิน แทบจะไม่มีตัวตนเลยด้วยซ้ำเวลายูในกลุ่มของพวกเรา แล้วทำไม

            เอาเถอะ น็อกซ์คงกำลังเห่อของใหม่ เขาคงไม่ค่อยเจอคนแบบคะนิ้งมาก่อนก็เลยสนใจ ดูจากท่าทางแล้วน็อกซ์กับคะนิ้งไม่มีอะไรสักอย่างที่เหมือนกัน แบบนี้อยู่กันไม่ยืดหรอก เฮอะ

End Pimmy talk…

 

Knox`s talking…

            “มึงนี่เสน่ห์แรงจริงๆ เลยนะน็อกซ์”

            คำพูดของโคลทำให้ผมหลุดออกจากของความคิดของตัวเอง เพราะก่อนหน้านี้กำลังคิดถึงแต่เรื่องของคะนิ้งอยู่ในใจเงียบๆ ไม่รู้เลยว่าเธอชอบหรือไม่ชอบกินอะไร ก็เลยไม่แน่ใจว่าอาหารที่ซื้อกลับไปให้มันจะถูกปากคะนิ้งรึเปล่า

            “อะไรนะ” ผมถามโคลกลับ ไม่ได้ตั้งใจจะกวนโมโหอะไร แต่เมื่อกี้ไม่ทันได้ฟังจริงๆ

            “กูบอกว่า มึงนี่มันเสน่ห์แรงจริงๆ มีแต่ผู้หญิงเข้ามาวุ่นวาย ขนาดว่ามีแฟนเป็นตัวเป็นตนแล้วนะ” โคลเลิกคิ้วใส่ผม ผมเลยส่ายหัวแทนคำตอบ

            “เป็นตัวเป็นคนที่ไหน สาวๆ หลายคนเลยที่ไม่รู้” กวินบอกผม ผมเลยหัวเราะเบาๆ

            “งั้นฉันก็ต้องแสดงตัวเลยสินะ” ผมคิดตามแล้วก็พยักหน้ากับตัวเอง

            นั่นสินะ นอกจากเพื่อนในกลุ่มแล้วยังไม่มีใครเลยที่รู้ว่าผมมีแฟนแล้ว

            แต่อันที่จริง มันก็เป็นเรื่องที่น่าแปลกใจอยู่เหมือนกัน ถึงแม้ว่าผมจะตกลงพูดกับคะนิ้งตั้งแต่ครั้งแรกว่าเราสองคนจะคบกันนั้นเป็นการเพียงแค่การคบ หลอกๆเท่านั้น ซึ่งความจริงแล้ว คนที่น่าจะรู้ความจริงเรื่องนี้น่าจะเป็นเพื่อนสนิท พวกมันต่างก็รู้กันทุกคนว่าผมไม่ชอบให้ผู้หญิงมาวุ่นวายกับตัวเอง ถ้าหากว่าผมมีแฟนสักคนบอกกับทุกคนว่าเป็นไม้กันหมา พวกมันคงจะเข้าใจ

            แต่ตอนนี้ เพื่อนของผมทุกคนเข้าใจว่าคะนิ้งเป็นแฟน จริงๆ ของผมกันหมด มันก็เลยทำให้ผมเป็นฝ่ายแปลกใจแทน

            “พวกมึงไม่คิดว่ามันแปลกบ้างเหรอวะ” ผมถาม เพื่อนๆ สุดที่รักของผมก็เลยมองมาด้วยสายตาสงสัย

            “อะไรแปลกล่ะ”

            “กูมีแฟนแล้วไง แถมแฟนกูก็หน้าเด็กมาก ดูไม่ประสีประสาอะไรเลยสักนิด” ผมไม่ได้พูดเกินจริงนะ ที่ผ่านมา ผู้หญิงที่ผมเคยควงก็มีแต่เปรี้ยวจี๊ดเซ็กซี่ตั้งแต่หัวจรดเท้า ซึ่งแตกต่างกับคะนิ้งคนนี้หน้ามือเป็นหลังมือเลยล่ะ

            อาจเป็นเพราะว่า คะนิ้งสารภาพกับผมอย่างตรงไปตรงมา ว่าการที่เธอเข้ามาหาผมเป็นเพราะเกมที่เธอไม่สามารถปฏิเสธเพื่อนได้ ท่าทางใสซื่อบริสุทธิ์ ดูเหมือนจะหลอกง่ายเหลือเกินไม่ว่าจะเป็นผู้ชายเลวๆ แบบผม แม้แต่กลุ่มเพื่อนของเธอ มันทำให้ผมรู้สึกเป็นห่วง

            ก็คิดดูสิ ขนาดเพื่อนในกลุ่มของเธอแกล้งแรงขนาดนี้เธอยังไม่กล้าปฏิเสธ แล้วถ้าเป็นผู้ชายอื่นที่เลวกว่าผมล่ะ เพราะอย่างนั้นล่ะมั้ง ผมก็เลยรู้สึกว่าปล่อยเธอทิ้งไว้แบบนั้นไม่ได้ ส่วนเรื่องที่อะไรๆ มันเกินเลยไปถึงไหนตอนไหนน่ะ อันนั้นผมก็ยอมรับว่าเป็นความเลวของผมเองที่คิดเอาเปรียบเธอ ก็ไม่นึกว่าเธอจะเวอร์จิ้นอยู่ และที่สำคัญ ตอนนั้นผมก็เมาอยู่พอสมควรเลยล่ะ

            “ไม่แปลกใจเลย” โคลบอกกับผม ผมเลยต้องจ้องหน้าเพื่อนด้วยความสงสัย

            ไม่แปลกใจเลยนั้นเหรอ มันหมายความว่ายังไงกันวะ

            “ก็ผู้หญิงที่มึงเคยแกเคยคบ ก็มีแบบทั้งสวยทั้งเซ็กซี่ หุ่นดีบึ้บบั้บ แต่มึงก็คบได้ไม่นานอะ นานสุดก็แค่เดือนเดียวอะไรแบบนี้ กูก็เลยนึกในใจมานานแล้วว่ามึงคงไม่ชอบผู้หญิงแบบนั้น แต่เพราะที่มึงไปเที่ยวมีแต่ผู้หญิงแบบนั้นมาเที่ยวไง มึงก็เลยคว้ามาแก้ขัดไปก่อน กูเดาอยู่แล้วล่ะว่าแฟนมึงต้องประมาณแบบคะนิ้งคนนี้”

            คำพูดของโคลกระแทกหัวใจของผมมาก นี่หมายความว่า สเปกของผมก็คือคะนิ้งอย่างนั้นสินะ ไอ้โคลนี่มันน่ากลัวจังเลยว่ะ มันอ่านผมทะลุทุกอย่าง ทั้งที่ผมก็ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าชอบอะไรแบบนี้

            “พอเจอแฟนคนนี้เจอปุ๊บ มึงก็คว้าปั๊บ กูไม่แปลกใจเลยที่มึงมีแฟนเป็นตัวเป็นตนเร็วขนาดนี้”

            ผมเถียงไม่ออกสักคำ ขณะที่กวินถึงกับหัวเราะที่เห็นผมพูดตอบโต้ไม่ได้

            “ดูมันทำหน้า สงสัยจะจี้ใจดำว่ะ”

            ก็เออน่ะเซ่ะ ผมไม่รู้ตัวเองด้วยซ้ำว่าสเปกของตัวเองคือผู้หญิงอย่างคะนิ้ง พอได้ยินแบบนี้มันน่าจะใช่แหละ ต่อให้จะบอกว่าเป็นแฟนกันแค่ ปลอมๆ แต่ผมก็ไม่ใช่ผู้ชายที่จะนอนกับผู้หญิงไปทั่วง่ายๆ อยู่แล้ว อย่างน้อยก็ต้องให้แน่ใจก่อนว่าผู้หญิงคนนั้นไม่มีอะไรทำให้ผมต้องเสี่ยงถึงจะนอนด้วย

            แต่สำหรับคะนิ้งแล้ว มันเป็นเรื่องที่ผมไม่เคยคิดมาก่อนเลย ว่าตัวเองจะเป็นได้ถึงขนาดนี้

 

            เมื่อกลับมาถึงบ้าน เอ๊ยห้องชุดของคะนิ้ง ผมก็ไม่รอช้าที่จะกดออดเรียกเธอให้มาเปิดประตูให้

            นานอยู่เหมือนกันก่อนที่คะนิ้งจะยอมมาเปิดประตูให้ เธอทำหน้างอนๆ สงสัยจะถูกเพื่อนที่แสนดีของเธอปั่นหัวอะไรมาล่ะสิ ไม่อย่างนั้นคงไม่ทำหน้าอย่างนี้ให้ผมหรอก

            “ทำไมทำหน้างั้น เพื่อนเธอคงจะพูดอะไรดีๆ ให้ฟังตั้งเยอะตั้งแยะเลยล่ะสิ” ผมประชด ก่อนจะเดินเข้าห้องโดยไม่สนใจอะไร แอบเห็นด้วยว่าคะนิ้งสะดุ้ง ไม่เนียนเลยแบบนี้ คนอื่นรู้หมดสิว่ากำลังคิดอะไรอยู่ในใจ

            “ฉันซื้อข้าวเข้ามาให้ กินอะไรหรือยัง”

            “กินแล้ว แล้วนายมาทำไม” คะนิ้งทำหน้างอนๆ ใส่ผม

         “อ้าว” พูดแบบนี้ท่าจะมีเรื่องกันซะแล้ว และผมชอบด้วยสิ

            ผมรีบวางกับข้าวไว้ที่โต๊ะอาหาร จากนั้นก็ถูมือไปมาเดินไปหาคะนิ้งมันเขี้ยวหมั่นไส้ ส่วนคะนิ้งหน้าซีดไปเลยสิ

            “ตอนแรกก็ว่าจะใจดีทิ้งช่วงให้สักพัก แต่ดันมากวนโมโหฉันก่อนเองนะ” ผมยิ้มให้กับคะนิ้ง ก่อนจะตรงเข้าไปกอดเธอเอาไว้ทันที จนเท้าของเธอลอยขึ้นจากพื้น จากนั้นผมก็เดินตรงเข้าไปในห้องนอนต่อทันที

            “หยุดเดี๋ยวนี้เลยนะ หยุดเดี๋ยวนี้!” คะนิ้งดิ้นรนโวยวาย แต่เรื่องอะไรผมจะเชื่อคำพูดของเธอล่ะ เชื่อก็โง่แล้วสิ

            “เราคบกันแค่ปลอมๆ ไม่ใช่เหรอ นายบอกแบบนั้น ทำไมนายต้องทำแบบนี้ด้วย” แล้วคะนิ้งก็ร้องไห้ ผมก็อยากจะเห็นใจอยู่หรอกนะ แต่ไม่เอาอะ ผมมีวิธีการของผมอยู่แล้ว หลังจากที่ผ่านประตูห้องนอนเข้ามาแล้ว ผมก็ใช้เท้าปิดประตูตามหลังทันที

            หลังจากที่วางคะนิ้งลงกับเตียง เธอทำหน้าตกใจเหลอหลามาก น้ำตาใสๆ คลอหน่วยอย่างน่ารัก เห็นแล้วน่าแกล้งชะมัดเลย

            “ปลอมเหรอ ไม่เห็นจะจำได้เลยว่าเคยพูดแบบนั้น” ผมหัวเราะ ก่อนจะปิดเสียงร้องโวยวายของคะนิ้งได้อย่างชะงักงันด้วยการจูบจนเธอตัวอ่อนระทวย

            แหม ไอ้น็อกซ์เอ๊ย แมนจริงๆ เลยมึง

            ผมอยู่กับคะนิ้งตั้งแต่ค่ำจนถึงเช้า ไม่คิดจะไปไหนทั้งนั้นแหละ พอตื่นก็เห็นว่าน็อกซ์กำลังทำหน้างอ ตอนนี้แต่งตัวเตรียมพร้อมที่จะไปเรียนแล้ว น่ารักชะมัดเลย แฟนใครก็ไม่รู้ แต่ยกเว้นแค่กระโปรงที่มันสั้นแค่เข่าเธอเท่านั้นแหละ

            “คะนิ้งคะ” ผมเรียกเธอเบาๆ แต่ทำให้คะนิ้งสะดุ้งสุดตัวจนตัวโยนเลย ผมคิดว่าผมหลับอยู่ล่ะมั้ง

            “กระโปรงสั้นไปค่ะ กรุณาเปลี่ยนด้วยนะคะ” ผมบอกเธอเสียงเรียบ แต่ลองไม่ทำตามดูสิ ได้มีเรื่องกันมั่งอะ

            “อะไรนะ” คะนิ้งวางแปรงผมลงที่โต๊ะเครื่องแป้ง ก่อนจะมองหน้าผมไม่พอใจ เธอทำหน้าแบบนี้มาตลอดทั้งคืนแล้ว ผมก็เลยไม่รู้สึกอะไรทั้งนั้นแหละ แหม ที่ตอนเข้าไปถึงเนื้อถึงตัวไม่เห็นจะทำหน้าน่ากลัวแบบนี้เลย ตอนนั้นเธอทำหน้าอ้อนมาก ผมก็เลยจัดให้จนแทบไม่มีเรี่ยวแรงด้วยกันทั้งคู่นั่นแหละ

            “ไม่ต้องมายุ่งเรื่องของฉัน” เพราะคำพูดของคะนิ้งมันน่าหมั่นไส้มาก ผมก็เลยลุกจากเตียงแล้วเดินเข้าไปหาเธอทันที

            “คนบ้า! ไม่อายผีสางนางไม้บ้างรึไง” คะนิ้งยกมือปิดตาแล้วด่าผม ผมก็เลยเพิ่งรู้ว่าตัวเองยังไม่ได้สวมอะไรทั้งนั้น แต่เอาเถอะ ผมไม่แคร์

            ผมเดินเข้าไปอุ้มตัวคะนิ้งโยนขึ้นไปบนเตียงอีกครั้ง คะนิ้งทำหน้าเหมือนจะร้องไห้เลยล่ะ

            “ฉันจะทำให้เธอฝังใจเลย ว่าจะไม่กล้าใส่กระโปรงตัวนี้อีกเด็ดขาด” พูดจบ ผมก็ตามไปคร่อมร่างของเธออย่างคุกคาม ก่อนจะจูบเรียวขาของเธอก่อนจะมุดเข้าไปใต้กระโปรงอย่างตั้งใจ

End Knox talk…

 

            ฉันออกจากห้องด้วยอาการชาไปทั้งร่าง ไม่ว่าจะร่างกายถึงหัวใจของฉันก็ยังร้อนผะผ่าวไม่หยุด โดยเฉพาะส่วนที่อ่อนไหวที่สุดของความเป็นหญิง มัน

            โอ๊ย! เลิกพูดถึงมันเถอะ เอาเป็นว่า ฉันจะไม่คิดถึงเรื่องนี้อีกแล้ว ไม่อีกเด็ดขาด

            ฉันก็ไม่รู้ด้วยว่าผู้ชายคนนั้นจะไปเรียนหรือเปล่า ผู้ชายคนนั้นก็แปลก มีผู้หญิงอีกมากมายที่จะได้อยู่กับเขาสักคืนหนึ่ง แต่เขากลับมาวุ่นวายกับคนที่ไม่เต็มใจเลยอย่างฉันทำไมไม่รู้

            แต่มาถึงเวลานี้แล้ว ถ้าหากว่าเขาเปลี่ยนใจจากฉันไปหาคนอื่นขึ้นมาจริงๆ ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองจะรู้สึกเสียใจมากขนาดไหน

            แล้วกัน นี่ฉันกลายเป็นคนคิดมาก เอาแต่คิดถึงเรื่องผู้ชายตั้งแต่ลืมตาตื่นแบบนี้ได้ยังไง ถ้าคนอื่นรู้เข้าคงได้ถูกหัวเราะเยาะแน่ โดยเฉพาะเพื่อนในกลุ่ม ถ้าหากไม่ถูกว่าเป็นผู้หญิงใจง่าย ทุกคนก็อาจจะดีใจที่ฉันโตเป็นสาวสักที เพราะจนถึงตอนนี้ก็เพิ่งจะมีผู้ชายมาชอบจริงจังนี่แหละ

            ถึงแม้ว่าคนอื่นจะไม่รู้ ว่าเรื่องราวระหว่างฉันกับน็อกซ์เป็นเพียงแค่การเล่นละคร ปลอมๆ ก็ตาม

            ฉันมาถึงคลาสเรียนก่อนคนอื่น นั่งที่ประจำที่เคยนั่งเรียนตลอด ไม่นานทุกคนก็มาพร้อมหน้า ซึ่งแน่นอนว่าฉันก็ยังตกเป็นเป้าสายตาของทุกคนอยู่เหมือนเดิม ตอนแรกคิดว่าเรื่องที่ฉันเป็นแฟนของน็อกซ์คงจะไม่เป็นที่สนใจอีกแล้ว แต่ฉันคิดผิด

            “กับน็อกซ์น่ะ เป็นยังไงบ้าง” ทีน่าถามฉันด้วยสีหน้าตื่นเต้นกระตือรือร้น เรื่องมันก็ผ่านมาตั้งหลายวัน ฉันก็เลยไม่คิดว่าตัวเองจะยังเป็นหัวข้อการสนทนาของเพื่อนอยู่

            “เอ่อ” ฉันไม่รู้จะตอบคำถามของเพื่อนอย่างไรจริงๆ แล้วก็ไม่อยากจะคิดถึงน็อกซ์ด้วย คิดถึงผู้ชายคนนั้นขึ้นมาทีไร หัวใจมันเต้นไม่เป็นจังหวะทุกครั้งเลย

            “ไม่น่าเชื่อว่าแกจะมีแฟนที่ฮอตขนาดนี้ ฉันเองก็หมดห่วงแล้วล่ะ” ทีน่ายิ้มหวานให้กับฉัน ส่วนฉันได้ยินคำพูดก่อนหน้านี้แล้วต้องทำหน้างงๆ ปนเขิน

            หมดห่วงเหรอ ลองมาเห็นสภาพร่างกายของฉันก่อนสิ แล้วจะรู้ว่ามันไม่ได้ใกล้เคียงกับคำว่าหมดห่วงเลยสักนิด จนถึงตอนนี้ร่างกายของฉันมันก็ยังชาๆ อยู่ เหมือนกับว่าน็อกซ์เพิ่งจะพรมจูบไปเมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้

            อีกแล้วนะ โอ๊ย เลิกคิดถึงผู้ชายคนนั้นสักที

            “เห็นแกยังยิ้มได้ฉันก็สบายใจ ผู้ชายคนนั้นก็คงจะไม่เลวใช่มั้ย

            “อืม” ฉันฝืนยิ้มให้กับเพื่อนอีกครั้ง ก็ได้เห็นว่าพิมมี่ทำหน้าไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ ส่วนเอวาไม่ได้พูดอะไรเลยตั้งแต่ที่มาถึงห้องเรียน สถานการณ์มันแปลกๆ ยังไงชอบกล แต่ฉันก็พยายามไม่คิดมาก แค่นี้ก็เหนื่อยจนไม่รู้จะเหนื่อยยังไงแล้ว เฮ้อ

            โชคดีที่อาจารย์เข้ามาในห้องเรียนพอดี ฉันก็เลยไม่ต้องสนใจหรือตอบคำถามอะไรอีก แต่ก็ต้องยอมรับเลยว่าแทบจะไม่มีสมาธิเรียน แค่มือจดเลกเชอร์ตามที่อาจารย์อธิบายได้ก็เหลือเชื่อแล้ว อธิบายความรู้สึกของตัวเองในเวลาแบบนี้ไม่ไหวเลยแฮะ

            ฉันพยายามทำตัวให้เป็นปกติที่สุดตอนที่เลิกเรียนแล้ว และกำลังนั่งกินมื้อเที่ยงกับเพื่อนๆ ที่ร้านอาหารประจำของพวกเรา ซึ่งแน่นอนว่าพวกเรามักจะแชร์ค่าอาหารกันเสมอ แต่ตอนนี้ ฉันกำลังจะเปิดกระเป๋าสตางค์เพื่อเงินมาจ่ายเหมือนทุกที มันก็อดคิดถึงน็อกซ์ขึ้นมาไม่ได้

            ยังไงฉันก็ลืมเรื่องที่น็อกซ์เอาเงินฉันไปหมดกระเป๋าไม่ได้ นอกจากนั้นเขาก็ยังทิ้งบัตรเอทีเอ็มเอาไว้ให้ฉันอีก ผู้ชายคนนั้นขยันสร้างเรื่องทำให้ฉันไม่สบายใจได้ตลอดเลย

            แล้วฉันรู้สึกไม่ค่อยดีกับเรื่องทั้งหมด ฉันหมายถึงเรื่องที่ฉันถือวิสาสะกดเอาเงินออกมาจากบัญชีของเขานั่นแหละ ถึงแม้ว่าน็อกซ์จะเป็นคนให้บัตรเอทีเอ็มรหัสมาให้เองก็ตามเถอะ แต่มันก็ยังรู้สึกแปลกๆ อยู่ดี

            จำได้ว่าเราสองคนมีเบอร์โทรของกันและกันแล้ว ฉันก็เลยตัดสินใจส่งข้อความไปบอกน็อกซ์ ว่าฉันกดเงินออกมาจากบัญชีเขาเท่าไหร่ แล้วเขาเอามันไปเท่าไหร่ ซึ่งความจริงก็คือไม่เหลือเลยสักบาทนั่นแหละ

            โอ๊ย อธิบายความรู้สึกตอนนี้ไม่ออกเลยแฮะ แล้วรู้ไหมว่าน็อกซ์ตอบกลับมาว่ายังไง

 

Knox J. McColley

            งั้นช่วยทำบัญชีรายรับรายจ่ายเอาให้ด้วยนะ ส่วนนี่เป็นรายละเอียดทั้งหมดของบัตรนั่น เอาไปใส่ในแอพมือถือของธนาคารด้วย เดี๋ยวจะส่งบัตรอื่นๆ ให้อีก

 

            ผู้ชายคนนี้ เป็นบ้าไปแล้วเหรอ! ถึงได้คนนอกอย่างฉันช่วยดูแลบัญชีทางการเงินของเขาให้ เงินมันไม่ใช่จำนวนน้อยๆ เลยนะ และฉันก็ไม่ได้เป็นอะไรกับเขาด้วย

            แต่ดูจากการขูดรีดไถเงินของเขาแล้ว ก็พอรู้เลยว่าวินัยทางการเงินของน็อกซ์เป็นยังไง แค่คิดก็เครียดแล้ว

            สำหรับฉัน ฉันอยู่คนเดียวมาตลอด เพราะหลังจากที่พ่อได้เสียชีวิตจากไปตั้งแต่ตอนที่ยังเป็นเด็กๆ แม่ของฉันก็ได้แต่งงานใหม่กับคนต่างชาติคนหนึ่งแล้วย้ายไปอยู่ต่างประเทศตั้งแต่ฉันเรียนอยู่ชั้นมัธยมปลาย พ่อเลี้ยงคนนั้นเป็นคนดี แต่ฉันก็ไม่อยากจากเพื่อนไป และไม่อยากเริ่มต้นใช้ชีวิตใหม่ในที่ที่ไม่คุ้นเคย เลยขอร้องแม้ว่าอยากจะอยู่เมืองไทยต่อ และจะพยายามช่วยเหลือดูแลตัวเองเท่าที่จะทำได้

            ไม่ว่าแม่จะหว่านล้อมหรือบังคับแค่ไหนก็ไม่สามารถทำให้ฉันย้ายตามท่านไปอยู่ต่างประเทศได้ ดังนั้นแม่ก็เลยส่งเงินมาให้ฉันใช้ทุกเดือน รวมถึงเงินเป็นก้อนเพื่อสำหรับจ่ายค่าเทอม พร้อมกับบอกว่าให้ฉันต้องบริหารจัดการเงินก้อนนี้ด้วยตัวเอง ท่านจะไม่ส่งเงินมาเพิ่มนอกเสียจากว่ามีกิจกรรมพิเศษที่ต้องใช้เงินอีก

            นับตั้งแต่นั้นมาฉันก็เลยพูดจากเรียนรู้ที่จะใช้เงิน มีบัญชีหนึ่งเอาไว้สำหรับเก็บเงินไว้โดยเฉพาะ และอีกบัญชีหนึ่งสำหรับเอาไว้ใช้จ่ายประจำวัน

            สำหรับน็อกซ์แล้ว เดาเอาว่าเขาก็คงมีบัญชีเดียวที่ร่วมทุกอย่างเอาไว้ในนั้นเลย ถึงแม้ว่ามันจะเป็นจำนวนเงินที่สูงมาก แต่ถ้าหากว่าใช้แบบนี้ฉันว่ามันคงไม่ดีหรอก ถ้าเกิดอะไรขึ้นมามันคงหมดได้ในเวลาพริบตาเดียว

            เพราะอย่างนั้นฉันก็เลยยอมที่จะทำบัญชีรายรับรายจ่ายให้เขาตั้งแต่ที่เขาเอาเงินฉันไปนั่นแหละ แล้วบันทึกทุกอย่างเอาไว้ในแอพมือถือ ซึ่งสามารถใช้แอคเคานท์ได้หลายเครื่องแชร์กันได้ เมื่อฉันบันทึกอะไรเอาไว้ รายละเอียดทั้งหมดนี้มันจะไปอยู่ในมือถือของเขาด้วย

            หลังจากส่งอะไรต่างๆ ให้เขาแล้ว น็อกซ์ส่งอิโนติคอนรูปยิ้มมาให้ ขอบคุณค่ะ

            แฟนกันจริงๆไม่ใช่ ทำไมต้องมาทำอะไรแบบนี้ด้วยไม่รู้ ฉันก็ไม่รู้ตัวและสักนิดว่าทำสีหน้ายังไงอยู่ จนกระทั่งได้ยินเสียงของเอวา

            “ยิ้มอะไรน่ะ คุยกับใครอยู่เหรอ น็อกซ์…?” เอวาถาม ฉันก็เลยหลุดออกจากความคิดของตัวเอง เงยหน้าขึ้นจากจอโทรศัพท์มือถือแล้วก็ได้เห็นว่าทุกคนมองมาตามไม่กะพริบ

            การที่ตกเป็นจุดสนใจของคนอื่นนี่มันเป็นเรื่องหนักใจจริงๆ นะ

            “พวกแกจะเอาอะไรกับคะนิ้งมันวะ มันเพิ่งจะมีแฟนเป็นคนแรก แล้วแฟนมันไม่ใช่คนเลวร้ายอะไรด้วย อย่าแซวมันเลยน่า” เป็นทีน่าที่ช่วยฉันเอาไว้เหมือนทุกครั้ง สงสัยว่าฉันคงดูเซ่อซ่าไม่เอาไหน ทุกคนก็เลยดูกังวลมากกับการที่ฉันเพิ่งจะมีแฟนเป็นคนแรก

            อย่าว่าแต่ทุกคนเลย ฉันเองก็เหมือนกันนั่นแหละ

            และการที่ต้องเป็นแฟนกับน็อกซ์แบบ ปลอมๆ นี่อีก มันทำให้ฉันหงุดหงิดใจทุกครั้งที่คิดถึงเขา ปลอมๆ บ้าอะไรกัน ไม่เห็นว่าเขาจะทำตัวเป็นแฟนปลอมๆ เลยสักครั้ง แบบนี้มันก็เท่ากับว่าฉันเป็นฝ่ายเสียเปรียบอยู่คนเดียวเลย ผู้ชายนี่ดีจัง นอกจากจะไม่เสียเปรียบอะไรแล้ว ยังดูไม่เดือดร้อนใจกับสิ่งที่เขาทำได้แม้แต่น้อย คิดแล้วก็หงุดหงิดจริงๆ นั่นแหละ

            “ฉันก็ไม่ได้ว่าอะไรนี่นา” เอวายิ้มให้กับฉัน ก่อนจะคุยแต่เรื่องอื่นแทน

            ฉันเองก็พอจะโล่งใจได้ที่ไม่ต้องเป็นหัวข้อการสนทนาของเพื่อนในกลุ่มอีก ได้แต่เออออไปตามเรื่องเวลาที่คนอื่นพูดเรื่องอะไรบางอย่าง

            “ฉันไม่ได้กดเงินเผื่อเอาไว้น่ะ เดี๋ยวฉันโอนให้แกนะ” ฉันบอกกับทีน่าเมื่อถึงเวลาที่ต้องจ่ายเงินค่าอาหารแล้ว

            จนถึงตอนนี้ฉันก็ยังคิดไม่ตกว่าควรจะกดเงินจากบัตรเอทีเอ็มของน็อกซ์เท่าไหร่ดี ควรจะกดเงินเท่ากับจำนวนเงินที่เขาเอาของฉันไปดีหรือเปล่า แต่มันก็ควรจะเป็นแบบนั้นล่ะ

            “แกมีเงินใช่มั้ย” ทีน่าถามด้วยสีหน้าเป็นกังวล ฉันก็เลยหัวเราะก่อนที่จะอธิบายให้ทุกคนฟัง หลังจากที่คิดอยู่นานว่าควรจะบอกเรื่องนี้กับทุกคนยังไงดี

            “ไม่ต้องกังวลหรอก ที่พวกแกเห็นน็อกซ์เอาเงินไปจากฉันเมื่อคราวก่อน เขาคืนให้หมดแล้ว” ฉันพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง แต่ทุกคนก็ดูเหมือนจะเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งอยู่ดี

            “ฉันพูดจริงๆ นะ น็อกซ์คืนเงินให้ฉันแล้ว” ฉันยืนยันคำพูดของตัวเองอีกครั้ง แต่ทำไมทุกคนก็ยังมองฉันเหมือนว่าฉันกำลังแก้ตัวแทนน็อกซ์นั้นแหละ

            “แกนี่โง่จัง น่าจะเลือกผู้ชายที่ดีกว่านี้หน่อยนะ” พิมมี่พูดกับฉัน ก่อนจะถอนหายใจ

            นี่ฉันพูดความจริงแล้วนะ แต่ทำไมทุกคนถึงไม่ยอมเชื่อ ฉันก็จนปัญญาจะเข้าใจจริงๆ

            “ฉัน

            ฉันกลัวถ้ายิ่งทู่ซี้พูดมันก็อาจจะยิ่งแย่กว่านี้ ก็เลยปล่อยให้มันเลยตามเลย หลังจากที่โอนเงินค่าอาหารให้กับทีน่าเรียบร้อยแล้ว เราก็แยกกันเหมือนทุกที ฉันกดเงินสดออกมาจากบัตรเอทีเอ็มของตัวเอง หลังจากที่โอนเงินมาจากบัญชีของน็อกซ์เรียบร้อยแล้ว

            หลังจากที่ถูกน็อกซ์ข่มขู่รีดไถเอาเงินไปแล้ว ฉันก็ไม่อยากเชื่อเลยว่าตัวเองจะกลายเป็นคนที่คำนวณรายจ่ายรายจ่ายละเอียดยิบขนาดนี้ พยายามอย่างมากที่จะให้แน่ใจไม่ได้คำนวณเงินอะไรผิดพลาดไป แม้แต่บาทเดียวฉันไม่อยากจะได้จากน็อกซ์ ไม่รู้สิ ฉันกลัวว่าถ้าวันนึงเราสองคนตัดขาดจากกันจริงๆ ก็ไม่อยากให้มีประเด็นเรื่องเงินเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ทำแบบนี้ก็คงจะเป็นผลดีไม่ว่าจะทั้งฉันหรือน็อกซ์เองก็ตาม

            และเมื่อกดเงินออกมาจากตู้เอทีเอ็มสดๆ ร้อนๆ แล้วฉันก็ต้องสะดุ้ง ไม่เห็นน็อกซ์ยิ้มแฉ่งอยู่ตรงหน้า ไม่รู้ว่าเขามาอยู่ตรงนี้ตั้งแต่ตอนไหน

            “ขอเงินหน่อยสิ จะไปกินข้าวกับเพื่อน”

            ฉันกำลังจะถามว่าแล้วทำไมเขาไม่กดเงินเอง แต่ก็พยายามกล้ำกลืนฝืนทนมันเอาไว้ เพราะเพิ่งนึกได้ว่าบัตรเอทีเอ็มของเขาอยู่กับฉัน ก็เลยจำใจส่งเงินให้กับเขาไป คิดว่าคงไม่มีปัญหาอะไรหรอก ถ้าไม่มีสายตาของเพื่อนๆ มองอยู่นี่สิ

            ฉันเพิ่งสังเกตว่าทุกคนยังไม่ได้ไปไหน ดูเหมือนว่าพิมมี่จะเป็นคนไปส่งเพื่อนคนอื่นที่คอนโดเหมือนทุกที ส่วนฉันก็จะสั่งรถไฟฟ้ากลับ เพราะสถานีรถไฟฟ้าอยู่ตรงข้ามกับมหาวิทยาลัยพอดี และมันก็เชื่อมถึงคอนโดของฉันที่อยู่ตรงกันข้ามสถานีรถไฟฟ้าพอดีด้วย ส่วนคอนโดของคนอื่นอยู่คนละทางกับสถานีรถไฟฟ้า เวลาเลิกเรียนแล้วพิมมี่ก็เลยจะเป็นคนไปส่งทุกคน

            “คืนนี้เจอกันนะ เห็นมั้ย ใส่กระโปรงยาวแล้วน่ารักออก” หลังจากที่ได้เงินไปแล้วน็อกซ์ก็ยิ้มหวานให้ฉัน ฉันก็แทบแทรกจะแผ่นดินหนี

            อย่านึกนะ ว่าฉันไม่รู้ ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ในใจ สายตาแพรวพราวระยิบระยับขนาดนี้ คงจะคิดถึงตอนที่ยอมปล่อยตัวฉันจากเตียงเมื่อเช้าน่ะสิ เพียงแค่คิดถึงเรื่องนั้นขึ้นมา ร่างกายของฉันก็ชาวาบขึ้นมาทันที

            “ไปก่อนนะ กลับบ้านดีๆ ล่ะ” น็อกซ์เข้ามากอดฉันเอาไว้โดยไม่สนใจว่าจะมีใครมองมาหรือเปล่า ก่อนจะจูบฉันอย่างอุกอาจ จูบของเขาร้อนมากและทำฉันแทบละลาย

            “คืนนี้อาจกลับดึกหน่อยนะครับ ไม่ต้องรอล่ะ” หลังจากถอนจูบออกอ้อยอิ่ง น็อกซ์ก็กระซิบบอกฉันด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์ซุกซน ฉันแทบไม่กล้าสบตากับเขาเลยด้วยซ้ำ ไม่แน่ใจว่าเพื่อนคนอื่นเห็นเหตุการณ์ด้วยหรือเปล่า พอหันไปมองไม่เห็นรถยนต์ของพิมมี่แล้ว ก็เลยถอนหายใจได้อย่างโล่งอก

            “เอ๊ะ ไม่เอาดีกว่า” น็อกซ์ปล่อยฉันออกจากอ้อมแขนของเขา แต่แล้วเขากลับฉันเข้าไปกอดเอาไว้อีกครั้ง

            “ไปด้วยกันดีกว่า

            ฉันไม่ทันได้ถามว่าไปไหนก็ถูกน็อกซ์ลากตัวขึ้นรถโดยไม่ทันตั้งตัวอีกครั้ง

            ความจริงฉันก็กลัวว่าน็อกซ์จะลากฉันไปทำอะไร เรายิ่งเป็นแฟน(ปลอมๆ)กันอยู่ด้วย

            แต่ก็กลายเป็นว่าเขาลากฉันไปนั่งดื่มด้วย ฉันไม่ได้ดื่มหรอก แต่นั่งเติมน้ำแข็งกับเหล้าให้เขากับเพื่อน ฉันฝืนยิ้มให้คนอื่นด้วยความอ่อนเพลีย

            เพราะอะไรๆ มันเปลี่ยนไปอย่างกะทันหันปุบปับฉันก็เลยตั้งตัวไม่ทัน ร่างกายก็ยังหนักๆ ยังเจ็บระบมไม่หายเลยด้วย ฉันไม่ได้หนังหม- เอ๊ย หนังหนาเหมือนน็อกซ์นี่จะได้ไม่สะดุ้งสะเทือนอะไร นั่งชงเหล้าได้แป๊บนึงภาพตรงหน้าก็ดับวูบไปเลย

 

            “นิ้งคะนิ้ง คะนิ้ง

            เสียงทุ้มๆ ของใครบางคนเรียกฉันจากที่ไกลๆ พอลืมตาขึ้นก็เห็นน็อกซ์

            เขาหน้าแดงๆ ก่อนจะกระแอมไอเมื่อฉันลืมตาขึ้นแล้ว

            ฉันตกใจมาก จะไม่ให้ตกใจได้ยังไงในเมื่อตอนนี้นั่งบนตักของน็อกซ์โดยไม่รู้สักนิดว่ามาอยู่ตรงนี้ได้ยังไง ทั้งซุกทั้งซบหน้ากับซอกคอของเขาเต็มที่เลย แล้วยังจะเสียงผิวปากโห่แซวจากเพื่อนๆ ของเขาอีก

            “ใจร้อนไม่เบาเลยนะ เห็นหน้าหวานๆ แบบนี้ฮอตไม่ใช่เล่น”

            “ใจเย็นคะนิ้ง ไอ้น็อกซ์มันไม่หายไปไหนหรอก”

            ฉันไม่เข้าใจว่าอะไรเป็นอะไร จนกระทั่งได้ยินเสียงกระซิบของน็อกซ์นี่แหละ

            “เอาไว้ไปต่อกันที่ห้องก็ได้ ตอนนี้เอามือออกมาจากกางเกงฉันก่อนได้มั้ยอะนิ้ง ทำแบบนี้ฉันก็จะไม่ไหวเอาเหมือนกันนา

            คำพูดของน็อกซ์ทำให้ฉันกรี๊ด จะไม่ให้กรี๊ดได้ยังไง ตอนนี้ฉัน ฉัน กำลัง กำลังล้วงมือเข้าไปในขอบกางเกงยีนของน็อกซ์

            กรี๊ด! ฉันอยากตาย

            “งั้นเราแวะห้องน้ำแถวนี้ก่อนมั้ย ถ้าเธอจะใจร้อนขนาดนี้



[1] คู่นอนคืนเดียว หรือ วันไนต์สแตนด์ (one-night stand) แต่เดิมใช้หมายถึง การแสดงที่เล่นเพียงคืนเดียว โดยมากใช้กับกลุ่มรับเชิญในการออกทัวร์ แต่อย่างไรก็ตามคำนี้ มีความหมายที่เข้าใจกันว่า เป็น คู่นอนคืนเดียว ระหว่างคนสองคน ไม่ว่าจะเป็นเกิดความสัมพันธ์ในฉับพลัน หรือคาดว่าอาจเกิดความสัมพันธ์ทางเพศหรือด้านความรักในระยะยาวในภายภาคหน้า





Talk...

Song :: Escape The Day - Love Me Like You Do - Cover (Ellie Goulding)

ขอโทษที่หายไปนานนะคะ เฟซมู่พังค่ะช่วงนี้

มันโพสอะไรไม่ได้เลย ถ้าแบบโพสรูปอะไรพวกนี้ได้อยู่

แต่ถ้าแจ้งอัพนิยายมันยุ่งยากมากเลยค่ะ หลายขั้นตอนมาก

ก็เลยหายไปหลายวันเลย ไม่รู้อาการนี้จะหายตอนไหน

แต่จะพยายามมาให้เร็วกว่านี้นะคะ ขอโทษจริงๆ ค่ะ


มู่ฝาก ebook ของสนพ Meejairak เอาไว้ด้วยนะคะ

หนุ่มๆ เซต Angel Eyes จะตีพิมพ์กับทาง สนพ นี้นะคะ

ส่วนรูปเล่มนั้น แวะเข้าสอบถามทางแฟนเพจของ สนพ ได้เลยค่ะ



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 798 ครั้ง

104 ความคิดเห็น

  1. #18894 97line (@mysocute) (จากตอนที่ 131)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2561 / 21:13
    คะนิ้งกินไรเข้าไป?น้าาา
    #18894
    0
  2. #18569 062448kai (@062448kai) (จากตอนที่ 131)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2561 / 15:24

    รอออออออน๊า
    #18569
    0
  3. #18568 Ponypie (จากตอนที่ 131)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2561 / 03:39

    โอ๊ยย อยากได้e-book เรื่องนี้แล้ววว

    #18568
    0
  4. #18567 Foniiz Kanokwan (@foniiz-kt) (จากตอนที่ 131)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2561 / 06:48
    มือลั่นเลย 5555
    #18567
    0
  5. #18566 ฮึ่มๆ (จากตอนที่ 131)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 21:46

    รำคาญเพื่อนนางเอกกกก

    #18566
    0
  6. #18565 ปาปีรันย่า:) (@garfiws) (จากตอนที่ 131)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 21:41
    เป็นผู้ชายเจ้าเล่ห์มาก งงแทนคะนิ้งจริงๆ
    #18565
    0
  7. #18564 ผักกาดเปื่อย (จากตอนที่ 131)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 15:06

    วี๊ดดดดดด น่าร๊ากกกกก

    #18564
    0
  8. #18563 Fang_ju (@reesa_jongkook) (จากตอนที่ 131)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 11:49

    หายไปหลายวันเนะ
    #18563
    0
  9. #18562 Guitaryumiss (@Guitaryumiss) (จากตอนที่ 131)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 11:41
    555555น่ารักกกก
    #18562
    0
  10. #18561 eyt188876 (@eyt188876) (จากตอนที่ 131)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 09:54
    น๊อกซ์น่ารักกกก
    #18561
    0
  11. #18560 Ss'parn Olo (@chutikarn568) (จากตอนที่ 131)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 08:12

    สู้ๆนะคะ จะรอออ

    #18560
    0
  12. #18559 ยืนฉี่ริมแม่น้ำ (@windsea) (จากตอนที่ 131)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 07:09
    เอ้ยยย เขินอ่ะ คู่นี้น่ารัก
    #18559
    0
  13. #18558 iminvy (@milator) (จากตอนที่ 131)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 06:27
    เริ่มสงสารคะนิ้งอ่า!
    #18558
    0
  14. #18557 AmNattapat (@AmNattapat) (จากตอนที่ 131)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 03:27

    เขินแทนเลยยยอ่าาาาา
    #18557
    0
  15. #18556 Tananya pasabuth (@re1jan) (จากตอนที่ 131)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 01:58

    เขินนนนนนนนนนนนนน
    #18556
    0
  16. #18555 Srlh (จากตอนที่ 131)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 01:34

    มอมเหล้าคะนิ้งป่าวเนี่ย

    คะนิ้งเอ้ยยยย น่าสงสารจริงๆ

    #18555
    0
  17. #18554 JTOB (@janehusky122) (จากตอนที่ 131)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 01:20
    คะนิ้ง เธอร้ายเงียบๆนะ
    #18554
    0
  18. #18553 fahsai-0012 (@fahsai-0012) (จากตอนที่ 131)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 01:16
    คะนิ้งทำไมน่าสงสารจังงง อิน็อกมันเจ้าเล่ห์อ่ะ
    #18553
    0
  19. #18552 firstzy93 (@firstzy93) (จากตอนที่ 131)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 01:15

    เขินไปหมดดด
    #18552
    0
  20. #18551 Escape_capillary (@panatthada) (จากตอนที่ 131)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 00:58
    พิมมี่ร้านอ่ะ​ รอโมเมนต์​สวีทอยู่ชอบๆ
    #18551
    0
  21. #18550 Eyeprs (@Eyeprs) (จากตอนที่ 131)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 00:57
    น็อกซ์แอบมอมเหล้าคะนิ้งป้ะเนี่ย!?!
    #18550
    0
  22. #18549 HZTTMEK (@mek0958168103) (จากตอนที่ 131)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 00:53
    เเง๊งงงอิเพ้น็อกซ์ TT
    #18549
    0
  23. #18548 MULEE & MOEI ♚ (@mu_mu_jung) (จากตอนที่ 131)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 00:40

    #KnoxsEyes ???? #น็อกซ์ #คะนิ้ง

    มาแล้วค่าาาา เหนื่อยมาก อัพทีเดียว 3 เรื่องเลย

    น็อกซ์ก็น่ารักน่าตี ผู้ชายอะไรสบายเกิน

    สงสารคะนิ้งมาก เจอแบบนี้คงมึน

    ปล ชอบใจชื่อพระนางเรื่องนี้มาค่ะ

    #น็อกซ์นิ้ง คะนิ้งน็อกไปแล้ว แงง เขิน ??????’“


    #18548
    0
  24. #18547 patty-thanaporn (@patty-thanaporn) (จากตอนที่ 131)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2561 / 21:05
    รออออออออ
    #18547
    0
  25. #18546 patty-thanaporn (@patty-thanaporn) (จากตอนที่ 131)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2561 / 21:04
    รออออออออ
    #18546
    0