Angel Eyes

  • 95% Rating

  • 60 Vote(s)

  • 3,080,157 Views

  • 19,964 Comments

  • 10,631 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    30,041

    Overall
    3,080,157

ตอนที่ 130 : Knox`s Eyes 🚬 ep.01

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 27252
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 669 ครั้ง
    11 ต.ค. 61


Knox`s Eyes

(Story of Knox & Ka-Ning)

 

I knew that I was foolish

I'm scared that I was stupid

never chance, never take

there’s no compromise

The floor is raising, the sky is falling

The tides are turning, my eyes are burning

 

ผมรู้ว่าผมมันเป็นคนโง่

ผมเองก็กลัวที่เป็นคนงี่เง่าแบบนี้

ไม่เคยมีโอกาส ไม่เคยได้ให้อะไร

ไม่มีการพูดคุยอะไรกันอีกแล้ว

เหมือนกับว่าพื้นมันลอยสูงขึ้น, ท้องฟ้าลอยต่ำลงมา

กระแสน้ำมันปั่นป่วน, และสายตาของผมถูกแผดเผา

Song :: Joji - Head In The Clouds

 

 

Knox`s Eyes 01

Out of Drugs, Out of Love

 

            “ไอ้นิ้งเว้ย

            เสียงของทุกคนที่เรียกชื่อฉันกันอย่างพร้อมเพรียง รวมถึงโห่ร้องด้วยความตื่นเต้นกันด้วย มีเพียงแค่ฉันคนเดียวที่ทำหน้าเจื่อนๆ อธิบายความรู้สึกนี้ไม่ได้เลย

            คะนิ้ง คือชื่อของฉันเอง และตอนนี้ก็กลายเป็นเรื่องสนุกของเพื่อนๆ ไปเรียบร้อยแล้ว

            เคยรู้จักเกมจริงหรือกล้า[1]ไหมล่ะ ตอนนี้ฉันก็กำลังเล่น(ไม่)สนุกกับเพื่อนๆ ในกลุ่มอยู่เหมือนกัน

         วันนี้เป็นวันเกิดของเพื่อนคนหนึ่งในกลุ่ม ซึ่งก็เลยได้มาปาร์ตี้กันที่ผับแห่งหนึ่ง ซึ่งฉันเองก็มาเที่ยวด้วยเหมือนกัน เคยมาที่นี่สองสามครั้งเพราะอยากเปิดหูเปิดตา แต่สุดท้ายแล้วก็ไม่ได้ชอบอะไรแบบนี้เลย ทุกทีก็มากับเพื่อน มาเป็นคนห้ามเพื่อนไม่ให้เมามากหรือทำอะไรห่ามๆ

            แต่ตอนนี้ ฉันกลับมาทำเรื่องอะไรห่ามๆ แบบนั้นซะเอง

            เมื่อปากขวดไวน์มันหมุนมาหยุดชี้หน้าฉัน ฉันก็ไม่สามารถจะทำอะไรได้เลย ทั้งที่พยายามกันตัวเองเป็นคนนอกมาตลอดแล้วเชียว

            “ไม่เอาแบบนี้สิ” ฉันพยายามบ่ายเบี่ยง ไม่กล้าเล่นเกมอะไรบ้าๆ นี่หรอก

            ถึงแม้จะรู้ก็เถอะว่าถ้าเลือก จริง แล้วจะโกหกอะไรก็ได้ แต่ลึกลงไปแล้วเราก็รู้กันอยู่แก่ใจว่ามันไม่จริง มันก็เลยรู้สึกแปลกๆ ที่บอกไม่ถูกเหมือนกันว่าทำไม

            “ไม่อยากเล่นก็เลือกจริงมาดิ ไม่ต้องเลือกท้าหรอก” พิมมี่เจ้าของวันเกิดยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ทำให้รู้สึกสยองขวัญมาก บอกเลยว่าไม่น่าไว้ใจรอยยิ้มแบบนี้เลย

            “เอาหน่อยดิวะนิ้ง พวกเราอยากรู้ความลับของแกชะมัด”

            พอได้ยินเพื่อนคนอื่นพูดแบบนั้นฉันก็ท้องไส้ปั่นป่วนไปหมด เหมือนว่าทุกคนกำลังมองมาเป็นตาเดียว และอยากจะรู้ว่าฉันจะตัดสินใจยังไง

            “ห้ามบ่ายเบี่ยงนะไอ้นิ้ง คนอื่นๆ เล่นกันมาบ่อยแล้ว มีแต่แกนี่แหละที่ไม่ยอมเล่นอะไรเลย ไม่รู้ล่ะ วันนี้ฉันไม่ยอมแน่ ยังไงแกจะต้องเล่นเกมนี้ให้ได้ เลือกมาสิ ว่าจะจริงหรือท้า!

         ไม่เอา ไม่เลือกสักอย่างเลยได้ไหมอะ แบบนี้มันไม่แฟร์กับฉันเลยนะ ที่ฉันออกมาเที่ยวกับเพื่อนๆ ก็เพื่อเอาบรรยากาศ ถ่ายรูปไปลง IG บ้างอะไรแบบนั้น ก็ตามประสาวัยรุ่นทั่วไป แต่จะมาดื่มจะนัวเนียกับหนุ่มๆ ในผับบอกเลยว่าฉันไม่อยากทำแบบนั้น และจะเป็นภารโรงคอยเก็บกวาดหายนะที่เพื่อนๆ ทำเอาไว้มาตลอด แบบนี้ยังไม่พอใจกันอีกเหรอ ถ้าไม่มีฉันสักคน คงกลับไม่ถึงห้องกันหรอก

            “แก ฉันไม่อยากทำแบบนั้นนี่นา เดี๋ยวก็ไม่ไปส่งที่คอนโดเลยนี่” ฉันเอาเรื่องนี้ขึ้นมาขู่ คิดว่าทุกคนจะกลัว

            แต่เปล่าเลย พวกเธอหัวเราะกันซะงั้นน่ะ

            “ไม่กลัวย่ะ ฉันมีแฟนแล้วนะยะยัยนิ้ง กริ๊งเดียวเขาก็มารับพวกเราแล้ว แต่ถ้าแกไม่เล่นเกมนี้ บอกได้เลยว่าพวกเราเอาคืนหนักแน่” ทีน่าหัวเราะ ทำให้คนอื่นหัวเราะตามไปด้วย บอกเลยว่าบรรยากาศมันน่ากลัวมาก

            คือ บรรยากาศในผับมันก็มืดๆ มัวๆ อยู่แล้ว เจอแบบนี้เข้าไปยิ่งหลอนเข้าไปใหญ่เลย เวลาพวกเธอหัวเราะพร้อมกันงี้ ฉันขนลุกไปหมด

         “ไงจ๊ะคะนิ้งคนนี้ เอาไงดี” พิมมี่ยกขวดไวน์ดื่มแล้วจ้องหน้าฉันนิ่งๆ เห็นแบบนั้นแล้วจะว่าอะไรได้อีกล่ะ ก็เลยต้องเลยตามเลยนั่นแหละ

            “ก็ได้” ฉันตอบไป เพื่อนก็เฮกันใหญ่ ส่วนฉันก็ห่อเหี่ยวไปตามระเบียบ

            เอาไงดีล่ะคะนิ้งฉันถามตัวเองอยู่ในใจ เพราะไม่รู้ว่าจะทำยังไงต่อไปแล้วจริงๆ

            ถ้าเลือกให้พูดเรื่องจริง ฉันเดาว่าต้องเป็นคำถามที่มันทำให้ฉันต้องแทบจะกระอักเลือดตายแน่ๆ แต่ถ้าเลือกว่าท้าก็ไม่รู้จะถูกแกล้งยังไงบ้าง

            “เร็วสิคะคะนิ้งคนสวย” เอวา เพื่อนในกลุ่มอีกคนเร่งฉันใหญ่ แบบนี้มันรวมหัวกลั่นแกล้งกันชัดๆ นี่นา

            เอาวะ โดนแกล้งก็น่าจะดีกว่าถูกถามคำถามที่มันจี๊ดใจล่ะนะ

            “ฉันเลือกท้า

            “งั้นก็ไปจูบผู้ชายคนนึง บอกเขาว่าคืนนี้แกอยากนอนค้างกับเขาด้วย

 

            …!” ฉันคิดว่าตัวเองอาจจะหูฝาดไปที่ได้ยินแบบนั้น แต่พอมองคนพูดอย่างพิมมี่ก็เห็นว่าจ้องฉันจริงจังจนน่ากลัว

            “วันนี้วันเกิดฉัน ฉันจะทำอะไรก็ได้” พิมมี่หัวเราะ ไม่ได้สงสารเพื่อนที่ตัวเล็กๆ อย่างฉันคนนี้เลย

            “แบบนี้มันเกินไปนะ” ฉันโอดครวญ ไม่เข้าใจว่าเรื่องแบบนี้มันสนุกตรงไหนเลย ถ้าเมาล่ะว่าไปอย่าง แต่ฉันไม่เมาไง เลยรู้ว่าเรื่องแบบนี้คนอื่นเขาไม่ทำกันหรอก ไม่มีหรอก

            “แกนี่มันเห่ยจริงๆ ว่ะ เหล้าไม่ดื่ม บุหรี่ไม่สูบ แล้วมาเที่ยวทำไม” ทีน่าส่ายหน้า ฉันเองก็ไม่รู้จะตอบไปว่ายังไงเลยเหมือนกัน จะบอกว่าเป็นห่วงเลยตามมาดูเหรอ มันก็ตลกอะ ยังไงคนอื่นก็ดูแลตัวเองได้อยู่แล้ว และดูแลตัวเองได้มากกว่าฉันอีกมั้ง

            “นี่แก เราบรรลุนิติภาวะกันแล้วนะ ไม่ใช่เด็กมัธยมที่ต้องรีบกินนมนอนซะหน่อย แม่นักเรียนดีเด่น” เอวาประชดฉัน จนตอนนี้ฉันเริ่มสงสัยแล้วว่าทำไมทุกคนถึงได้แกล้งฉันแบบนี้

            เพราะฉันไม่สวยเท่าทั้งสามคนเหรอ หรือว่าฉันทำตัวจู้จี้จุกจิกเกินไป ไม่เฮฮาหัวเราะเหมือนคนอื่น ก็อย่างที่ทีน่าว่ามาก่อนหน้านี้นั่นแหละ ฉันไม่ดื่มไม่กินอะไรเลย อย่างมากก็แค่จิบไวน์คูลเลอร์นิดหน่อย เพราะตั้งใจจะคอยดูแลตอนที่พวกเธอเมามากกว่า ไม่คิดเลยว่าจะถูกมองแบบนี้

            บางทีฉันอาจจะดูแปลกแยกในสายตาของพวกเธอล่ะมั้ง ก็เลยถูกมองมาอย่างนี้น่ะ

            “ตกลงไม่กล้าใช่ป่ะ งั้น ฉันจะได้อาสาเอง” เอวาขยับตัวแล้วยิ้มพราย ซึ่งฉันไม่แน่ใจว่านี่เป็นยิ้มเยาะรึเปล่า แต่เห็นแล้วมันก็ไม่สบายใจ

            ฉันก็ยังอยากมีเพื่อนนะ อีกอย่าง ฉันก็ไม่อยากดูแปลกแยกแตกต่างไปมากกว่านี้แล้ว แค่แกล้งทำเป็นกระซิบกระซาบก็น่าจะได้มั้ง

         “ขอบอกว่าชอบเขาแค่นี้ได้มั้ยอะ” ฉันถามเพื่อนๆ ขณะที่เอวากำลังจัดเสื้อผ้าหน้าผมอยู่

            “ได้สิ เอาเลย” ทีน่ายิ้มกว้าง แล้วก็ผลักฉันออกจากโต๊ะทันที

            ฉันเซไปตามแรงผลักนั้นจนเกือบจะล้ม ก่อนจะเห็นทีน่าชี้มือชี้ไม้ให้ฉันมองไปที่ใครคนหนึ่ง

            “คนนั้นแหละ ไปเดี๋ยวนี้เลย

            ฉันครางกับตัวเองอย่างหงุดหงิดทำไมถึงได้ตัดสินใจทำอะไรแบบนี้ด้วยก็ไม่รู้ ก็เลยจะเดินไปหาผู้ชายคนนั้น ซึ่งก็ไม่รู้ว่าคนไหนอีกเหมือนกัน แล้วบอกเขาว่าขอโทษ เพื่อนท้าให้มา แต่จะไม่ได้บอกว่าชอบอะไรหรอกนะ แค่กระซิบบอกขอโทษเขาที่เสนอหน้ามาเอ๋อๆ เท่านั้น

            อยู่ไกลกันซะขนาดนี้ ทุกคนคงไม่รู้หรอกว่าฉันคุยอะไรกับเขา

            และสุดท้ายฉันก็มาถึงโต๊ะของหนุ่มคนนั้น คงจะหล่อแหละ และผิวขาวจ้าจนน่าแสบตา ขนาดว่าในผับมืดๆ แบบนี้ก็ยังเห็นว่าผิวเขาดีมาก

            เอ๊ะ แล้วเวลาแบบนี้ฉันต้องมาคิดเรื่องพวกนี้ด้วยเหรอ ตั้งสติหน่อยเถอะคะนิ้ง!

            “เอ่อ” ฉันตรงเข้าไปอย่างหน้าด้านๆ ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมต้องมาเจออะไรแบบนี้ด้วย

            และที่ไม่เข้าใจมากกว่าอะไรทั้งนั้น ก็เห็นจะเป็นการที่ฉันรู้ว่าผู้ชายที่ทุกคนต้องการให้ฉันมาสารภาพรักหลอกๆ นี่แหละ ฉันรู้ได้ยังไงว่าเป็นผู้ชายคนนี้

            ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่รู้แค่ว่าเขาดูโดดเด่นสะดุดตามากกว่าใคร ดูสูงโปร่งหน้าดุ ถึงจะมองเห็นไม่ค่อยชัดเพราะในผับมันมืดมาก แต่ก็มั่นใจว่าผู้ชายคนนี้หน้าตาดีมากจริงๆ

            “มาหาน็อกซ์เหรอ

            น็อกซ์ คนที่พูดอีกคนน่าจะหมายถึงผู้ชายที่ฉันมองอยู่นี่แหละ เขาดูโดดเด่นมากกว่าใครจริงๆ ไม่เหมาะสมคู่ควรกับฉันเลยแม้แต่นิดเดียว

            ถ้าจำไม่ผิด น็อกซ์คนนี้ก็เป็นคนดังในมหาวิทยาลัยคนหนึ่งเลยล่ะ กลุ่มของเขาจะเงียบๆ ไม่ได้สุงสิงกับใคร ดูเหมือนว่าจะเรียนคณะวิศวกรรมศาสตร์ภาคอินเตอร์นี่แหละ ฉันเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน ก็สังคมของเราแตกต่างกันเกินไป ก็เลยไม่กล้า

            โอย ท้องไส้มันปั่นป่วนไปหมดแล้ว ถ้าฉันบอกเขาว่าฉันชอบเขาจะเกิดอะไรตามมาบ้างก็ไม่รู้

         “มาหาฉันเหรอ”

            น็อกซ์คนนั้นเดินเข้ามาหาฉันพร้อมกับดึงบุหรี่ออกจากปาก ฉันถึงกับมึนไปเลยเมื่อได้กลิ่นมัน คือ ความจริงก็น่าจะชินแล้วกับกลิ่นพวกนี้ เพราะมาที่นี่หลายครั้ง ทุกครั้งก็มีแต่กลิ่นบุหรี่พวกนี้ แต่ทำไมกลิ่นที่มาจากเขาคนนี้ถึงได้รู้สึกว่ามันฉุนได้ขนาดนี้ก็ไม่รู้

            “มีอะไร” น็อกซ์เอียงคอมองฉัน ด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก และฉันก็ไม่แน่ใจด้วยว่าต้องพูดอะไรบ้าง

            ก่อนหน้านี้ฉันบอกกับเพื่อนคนอื่นไปว่าไงนะ โอ๊ย สติจะมาเลอะเลือนตอนที่กำลังหน้าสิ่วหน้าขวานไม่ได้นะ

            “ฉัน คือ

            จะให้บอกเขาไปว่า เพื่อนท้าฉันมาสารภาพรักกับคุณค่ะแบบนี้มันไม่น่าจะไหวมั้ง ขนาดตัวเองยังงงๆ คิดว่าไม่ดีเลย เอาไงดีเนี่ยคะนิ้ง

            แล้วทันใดนั้นฉันก็ปิ๊งขึ้นมาทันที แล้วทำไมฉันไม่บอกไปเลยล่ะว่าชอบเขา ไม่ได้บอกว่ามันเป็นเกมอะไรทั้งนั้น แค่บอกว่าชอบเขา และดีใจแล้วที่ได้มาสารภาพรักเพราะไม่คิดว่าจะได้รับรักตอบ ทุกอย่างก็น่าจะแฮปปี้กันทุกฝ่ายแล้วล่ะมั้ง

            เพื่อนๆ ก็คงเข้าใจว่าฉันเล่นเกม ส่วนน็อกซ์คงเข้าใจว่าฉันมาสารภาพรักกับเขาจริงๆ

            เฮ้อ ก็ถึงได้บอกไงว่าการเล่นแบบนี้มันไม่สนุกเลย ฉันก็ไม่เข้าใจด้วยว่าทำไมคนอื่นๆ ถึงได้ชอบล้อเล่นแบบนี้ ฉันว่ามันไม่เป็นผลดีกับใครทั้งนั้นแหละ

            “ฉันไม่มีเวลาว่างจะรอเธอทั้งคืนหรอกนะ” น็อกซ์มองฉันด้วยสายตาชนิดหนึ่งที่อ่านไม่ออก ก่อนที่เขาจะคว้าเสื้อแจ็กเก็ตจากโซฟาขึ้นพาดบ่าก่อนจะเดินหนีฉันไปหน้าตาเฉย

            ฉันเองก็ตกใจไม่คิดว่าจะเป็นแบบนี้ หันไปมองที่โต๊ะของเพื่อน ทุกคนก็ยุให้ฉันตามเขาไปใหญ่ โอ๊ย ทำไมเกมบ้าๆ นี่ถึงได้เหมือนกับตรามารเลยก็ไม่รู้ รู้ทั้งรู้ว่าจะเลิกเล่นก็ได้ แต่กลับทำไม่ได้อย่างใจคิดเลย

            น็อกซ์เดินห่างไปแล้ว ฉันเองก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากตามออกไป

            เดี๋ยวสิ จะตามเขาออกไปทำไมล่ะ ฉันก็แค่แกล้งทำเป็นเดินตามหลังน็อกซ์ออกไป แล้วก็กลับเข้ามาอีกครั้งบอกทุกคนว่าฉันบอกชอบเขาไปแล้ว ใครจะรู้ความจริงล่ะ จริงไหม

            เมื่อคิดแบบนั้นฉันก็ตามน็อกซ์ออกไปทันที จริงๆ ก็แค่แกล้งเดินออกไปเท่านั้นแหละ แป๊บนึงค่อยกลับมา

            แต่เพราะว่าในหัวกำลังคิดเรื่องไม่ดีอยู่รึเปล่า กรรมมันก็เลยสนองซะรุนแรงตอนที่เดินออกไปถึงหน้าผับแล้ว

            ไอ้ส้นสูงไม่รักดีมันพลิก และฉันก็ล้มไม่เป็นท่าอยู่ตรงขั้นบันไดเตี้ยๆ ทันที โอ๊ย จะบ้าตาย

            “อ๊า” ฉันครางเพราะความแสบ นอกจากข้อเท้าจะพลิกแล้ว รองเท้าก็ยังกัดอีกต่างหาก เจ็บชะมัดเลย

            “เป็นไรมั้ย” ใครคนหนึ่งมาหยุดต่อหน้าฉัน และทำให้ฉันต้องแปลกใจเมื่อเงยหน้าแล้วเห็นว่าเป็นเขา

            น็อกซ์

            “ยื่นมือมาสิ เดี๋ยวช่วย” เขาส่งมือมาต่อหน้าฉัน ฉันเองก็ลังเลใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจส่งมือของตัวเองให้เขาไป

 

            “เรื่องมันเป็นแบบนี้เองเหรอ” น็อกซ์พึมพำกับฉันตอนที่เราออกจากผับมาด้วยกันแค่สองคน และมาทำแผลอยู่หน้าร้านสะดวกซื้อใกล้ๆ กับคอนโดที่เขาพักอยู่ และมันบังเอิญตรงที่เราสองคนพักคอนโดเดียวกันเลยล่ะ

            เพราะความรู้สึกผิดฉันเลยตัดสินใจเล่าความจริงทุกอย่างให้เขาฟัง ว่าฉันถูกเพื่อนท้าให้มาสารภาพรักกับเขา รู้สึกดีใจจังที่ไม่ได้บอกว่าชอบเขาไปน่ะ ไม่งั้นคงไม่รู้จะทำหน้ายังไงเหมือนกัน

            “ขอโทษนะ ฉันไม่ได้ตั้งใจ สงสัยจะเมาเพราะถูกเพื่อนยุมาน่ะ แล้วก็ขอบคุณมากที่ช่วยฉันไว้” ตอนนี้ข้อเท้ามันเต้นตุบๆ เลยล่ะ เจ็บมากจนน้ำตาร่วงเลย ฉันส่งข้อความไปบอกพิมมี่แล้วว่าข้อเท้าพลิกและเจ็บมากก็เลยขอตัวกลับก่อน พิมมี่ตอบกลับมาว่ารับรู้แล้วและไม่ได้พูดอะไรอีก

            ตอนนี้คงกำลังสนุกกับเพื่อนๆ คนอื่นอยู่มั้ง เห็นว่าเพื่อนๆ ของแฟนทีน่าจะแวะไปสนุกด้วยอะไรนี่แหละ ฉันก็เป็นพวกที่ไม่ค่อยสุงสิงกับคนที่ไม่ค่อยสนิทด้วย ไม่ต้องอยู่ตรงนั้นก็น่าจะดีสำหรับทุกคนแหละ

            “อืม ไม่ว่ากัน ฉันก็เคยเจอเรื่องแบบนี้มาก่อน แล้วจะกลับยังไงล่ะ” น็อกซ์ถาม ฉันก็เลยมองซ้ายขวาก่อนจะยิ้มแหยให้เขาไป

            “คงแท็กซี่มั้ง ขอบคุณนะ เอาเป็นว่าขอบคุณและขอโทษอีกครั้งนะคะ” จู่ๆ ก็รู้สึกสู้หน้าไม่ได้ขึ้นมาซะเฉยๆ ฉันก็เลยตั้งใจว่าจะกลับเลยดีกว่า แต่พอลุกมันก็เซจะล้มอีก ดีที่น็อกซ์ช่วยประคองเอาไว้ทัน

            “ให้ฉันไปส่งดีกว่า ฉันมีเรื่องอยากคุยด้วย”

            เรื่องอยากคุยด้วย เรื่องอะไรกันหนอ ฟังแล้วไม่ค่อยสบายใจเลยแฮะ

 

            “เธอบอกว่าเพื่อท้าให้มาสารภาพรักกับฉันเหรอ ฉันเองก็เบื่อๆ กับผู้หญิงที่เข้ามาวุ่นวายเหมือนกัน เอางี้มั้ย เรามาแกล้งทำเป็นคบกัน เธอได้ ฉันได้ วินวินกันทั้งคู่เลย” น็อกซ์บอกกับฉันตอนที่เขามาส่งฉันถึงห้องแล้ว

            เพราะรู้สึกผิดที่ตั้งใจจะหลอกเขา และขอบคุณที่เขามาส่งฉันก็เลยพูดปฏิเสธไม่ออก

            “เอาเป็นว่าตามนั้นนะ แกล้งคบกันสักระยะแล้วกัน” เขายิ้มหวานให้ เป็นรอยยิ้มพิฆาตที่ทำให้ใจสั่นหวั่นไหวไปหมดเลย

         “อืม ฉันก็มีน้ำใจให้เธอ มาส่งเธอ ไม่โกรธเรื่องที่เธอจะมาหลอก แล้วเราก็คบกันหลอกๆ เพราะงั้น” น็อกซ์ผลักฉันไปติดกับผนัง ขณะที่เขาหยิบอะไรบางอย่างออกมาจากกระเป๋าเสื้อเชิ้ต ซึ่งนั่นคือ ถุงยาง!

            ฉันเอ๋อใบ้กินไปทันที ยังไม่ทันได้พูดอะไรเข่าข้างหนึ่งของเขาก็สอดเข้ามาระหว่างขาของฉันแล้วลากขึ้นมาจนเข่าของเขาสัมผัสกับส่วนที่อ่อนไหวที่สุดของฉัน ไรขนอ่อนทั่วร่างกายมันลุกชันในพริบตาเดียว และทำให้ฉันมือไม้อ่อนแรงไปหมดเพราะความตกใจ

            “เธอก็น่าจะคุ้นกับเรื่องแบบนี้มามั่งนะ วินวินกันทั้งคู่ไง คะนิ้ง

           

            ฉันพยายามจะดิ้นรนสุดกำลังที่ตัวเองมีอยู่ แต่ก็ไม่สามารถต้านทานแรงของน็อกซ์ได้เลย

            เขารั้งฉันก่อนเพื่อให้เข้าไปในห้องนอนด้วยกัน แต่สุดท้ายเขาก็เปลี่ยนเป็นอุ้มฉันพลาดบ่าจนเวียนหัว พอกำลังจะดิ้นก็ถูกตบสะโพกแรงๆ จนเจ็บไปหมด

            “ไม่เอานะ ขอ ขอร้องล่ะ ฉันทำอะไรบ้าๆ ก็จริง แต่ฉันไม่ได้ตั้งใจให้มันเป็นแบบนี้” ฉันมันเป็นคนโลกสวยคิดเอาเองทั้งนั้น คิดว่าคงไม่มีอะไรถ้าหากว่าเราพูดกันอย่างตรงไปตรงมา

            แต่เรื่องแบบนี้ใครจะเชื่อว่าฉันไม่ได้เชิญชวนเขา มองยังไงก็เหมือนว่าทำให้ตัวเองขาแพลงจนเจ็บ แล้วอ้อนให้เขามาส่งถึงคอนโด ในใจยังให้เขามาส่งถึงหน้าประตูห้องอีกต่างหาก ไม่ว่าใครคนไหนก็เข้าใจว่าฉันต้องการเรื่องแบบนั้น

            ฉันทั้งโง่ทั้งเซ่อ คิดเอาเองว่าคนอย่างน็อกซ์คงจะมีผู้หญิงสวยๆ มารุมล้อมเอาใจมากมาย เขาคงไม่สนใจผู้หญิงหน้าตาธรรมดาฉัน รอคนอย่างเขาเพียงแค่กระดิกนิ้วครั้งเดียว ก็คงมีผู้หญิงหลายคนพร้อมที่จะขึ้นเตียงด้วยแต่โดยดี

            แต่ทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันเป็นเพราะความโง่ของฉันเท่านั้น

            “ฉันรู้ว่าเธอเองต้องการเหมือนกัน ไม่ต้องอ่านหรอก ฉันเองก็รู้สึกแบบเดียวกันกับเธอ”

            แบบเดียวกันมันคืออะไร มันเป็นคำถามชื่อฉันไม่กล้าจะถามน็อกซ์ออกไปตามตรง

            “อึก” ฉันอุทานด้วยความเจ็บเบาๆ เมื่อถูกโยนลงบนเตียงอย่างไม่ถนอมนัก

            น็อกซ์ถอดเสื้อออกจากตัวด้วยท่วงท่าสง่างาม มันทำให้ฉันใจสั่นระรัวด้วยความรู้สึกตื่นเต้นแกมกลัว หัวใจเต้นแรงจนแทบจับจังหวะไม่ได้

            ยิ่งตอนที่เขาปลดกระดุมกางเกงยีน หัวใจเต้นแรงจนเจ็บหน้าอกไปหมด ฉันไม่เคยเห็นใครที่จะเซ็กซี่เย้ายวนเขาผู้ชายคนนี้มาก่อนเลยจริงๆ

            เมื่อได้เห็นร่างกายกำยำเซ็กซี่ของน็อกซ์ ฉันก็ขยับตัวไม่ได้ ราวกับถูกสายตาของอสรพิษจ้องมอง ทำให้เรือฉันไม่สามารถขยับได้ได้เลยแม้แต่น้อย

            น็อกซ์ไม่ได้ถอดเสื้อผ้าออกจับตัวจนหมด เหลือเพียงแค่ช่วงหลังเท่านั้นที่ยังอยู่ครบถ้วน ตอนที่เขาขยับตัวทำท่าจะขึ้นมาบนเตียง ฉันถึงได้รู้ตัวว่าควรจะหนีได้แล้ว

            ฉันพยามฉันพยายามคลานหนีบนเตียง แต่ก็ไปได้ไม่ไกล เมื่อถูกจับข้อเท้าเอาไว้แล้วถูกลากให้นอนหงายอยู่ใต้ร่างของเขา

            “มะ ไม่นะ” เสียงของฉันสั่นพร่า ร่างกายก็สั่นเทาลนลานไปหมด สาบานได้ว่าฉันไม่เคยคิดแม้แต่เสี้ยวเดียวว่าอยากให้เรื่องนี้เกิดขึ้น

            “ขอร้องล่ะ นายมีผู้หญิงอีกตั้งมากมายที่เต็มใจจะอยู่ด้วย”

            “เธอเองก็เหมือนกันไม่ใช่เหรอ” เขายิ้มกริ่ม ก่อนจะรวบมือทั้งสองข้างของฉันตรึงเอาไว้เหนือหัวจนไม่สามารถดิ้นหนีได้อีกแล้ว

            มืออีกข้างของเขาลูบไล้ไปทั่วร่าง วันนี้ฉันแต่งตัวได้ล่อแหลมสุดๆ เพราะเป็นงานฉลองวันเกิดของพิมมี่ เวลาที่ไปเที่ยวกับทุกคนมักจะแต่งตัวแบบนี้เสมอ ทุกครั้งมันไม่เป็นอะไร แต่ครั้งนี้นี่สิ

            ชุดที่ฉันสวมอยู่เป็นชุดเดรสสั้นเหนือเข่า เมื่อฝ่ามือของน็อกซ์ลูบจากเรียวขาขึ้นมา มันก็ทำให้ฉันรู้สึกเหมือนกับว่าปลายนิ้วของเขาร้อนเหมือนเปลวเพลิง ไม่ว่าจะลากไล้ไปตรงไหน ผิวตรงนั้นก็เหมือนจะมอดไหม้ให้ได้

            “ผิวนุ่มจริง” น็อกซ์พูดเหมือนจะชม แต่ฉันไม่อยากได้คำชมแบบนี้เลยจริงๆ

            ไรขนอ่อนทั่วร่างกายของฉันบุกเกรียว มันอึดอัดทรมานแทบหายใจไม่ออก ผิวกายเหมือนหดรัดเข้าหากันอย่างรุนแรง ก่อนจะขยายวาบเหมือนคลื่นร้อนๆ ที่กระจายไปทั่วร่างกาย

            แบบนี้ก็เร้าใจดีนะ

            น็อกซ์ขยับมือของเขาและร่างกายของฉันแค่เล็กน้อย ชุดเดรสตัวสวยที่สวมอยู่ก็ถูกโยนทิ้งไปกองที่พื้นอย่างไม่ไยดี จนตัวของฉันมีเพียงแค่ชุดชั้นในตัวน้อยปกปิดร่างกายเอาไว้เท่านั้น

            “บราเซีย์กับกางเกงในน่ารักกว่าตั้งเยอะ กระจุ๋มกระจิ๋มดีจัง” น็อกซ์หัวเราะน้อยๆ อารมณ์ดี แต่มันทำให้ฉันรู้สึกอายมาก ใบหน้าร้อนวาบ ก่อนที่คลื่นความร้อนจะกระจายไปทั่วร่างกายในพริบตาเดียว ฉันรู้สึกว่าอุณหภูมิร่างกายสูงขึ้นหลายสิบองศา ราวกับว่าร่างกายนี่มันไม่ใช่ร่างกายของฉันเลย

            ยิ่งตอนที่ปลายนิ้วของนอกลูบไล้ไปตามขอบบราเซียร์ ฉันก็ต้องสะท้านครั้งแล้วครั้งเล่าได้ความหวามหวั่นสุดหัวใจ ชีพจรเริ่มต้นเราไม่เป็นจังหวะ จนกว่าตัวเองอาจจะหัวใจวายตายเอาได้

            สองมือของฉันรวบรวบตรึงไว้เหนือศีรษะอีกครั้งตั้งแต่ตอนไหนไม่รู้ ตอนนี้สิ่งที่ทำได้อย่างเดียวนั่นก็คือบิดกายไปมาใต้ร่างสูงของเขาอย่างทรมาน

            เขาลากนิ้วจากขอบบราเซียร์ เรื่อยลงไปจากกลางอก ไปถึงหน้าท้องและสะดืออย่างหยอกเย้า พลันก็รู้สึกว่าในช่องท้องมีผีเสื้อนับร้อยนับพันตัวโผบินอยู่ในนั้น

            คราวนี้ปลายนิ้วร้อนผ่าวนั้นลูบไล้ไปกับขอบกางเกงในบางๆ ฉันก็รู้สึกว่าร่างกายร้อนระอุเหมือนถ่านในเตา มันร้อนซะจนฉันแทบหายใจไม่ออก

            ความร้อนที่มาจากร่างกายของน็อกซ์ดูเหมือนว่ามันแทบจะละลายชุดชั้นในของฉันได้เลย

            ยิ่งตอนที่ร่างของฉันชุ่มไปด้วยเหงื่อที่ไม่รู้ว่ามาจากไหน ถึงแม้ว่าจะมีชุดชั้นในชิ้นเล็กปกปิดร่างกายอยู่ แต่มันก็เปียกชื้นมองทะลุไปถึงไหนตอนไหน จนร่างกายนี้ไม่เป็นความลับต่อสายตาของเขาอีกต่อไป

 

            “สวย

            คำชมคำเดียวสั้นๆ แต่มันกลับสร้างแรงสั่นสะเทือนมหาศาลให้กับฉัน ร่างกายของฉันเหมือนจะไปปริร้าวด้วยความร้อน

            ยิ่งตอนที่เขาพรมจูบตรงหน้าท้อง ฉันก็ไม่สามารถกลั้นเสียงร้องครางเอาไว้ได้อีกต่อไป

            เรียวปากร้อนลวกนั้นจูบต่ำลงไปเรื่อยๆ เหมือนจงใจจะแกล้งให้ฉันหัวใจวายตาย แล้วก็จูบตรงขอบอันเดอร์แวร์อย่างจงใจ

            “หยุด หยุดเถอะ” ฉันรู้สึกหูอื้อตาลาย ทุกอย่างที่เกิดขึ้นตอนนี้เหมือนมันไม่ใช่ความจริงเลย มันเป็นความรู้สึกบางอย่างที่ฉันไม่เคยพบมาก่อน เราไม่สามารถรับมันได้ ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อไป ไม่ว่าจะออกแรงดิ้นสักแค่ไหนก็ไม่สามารถหลุดออกจากการควบคุมของน็อกซ์ได้เลย

            เขาจูบผ่านผ้าบางๆ ทำให้ร่างกายของฉันกระตุกสุดตัวด้วยความรู้สึกที่ไม่สามารถอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้ พันล้านของฉันร้อนเหมือนมันจะละลาย หัวใจกำลังจะหยุดเต้นเช่นกัน

            “แค่นี้ก็สั่นแล้วเหรอ ถ้าไปไกลกว่านี้เธอจะไม่ร้องไห้เอาเหรอเนี่ย”

            ฉันได้ยินเสียงน็อกซ์หัวเราะเบาๆ อย่างชอบใจ แต่ไม่สามารถตอบโต้อะไรกลับไปได้เลย

            แล้วก็ต้องใจสั่น เมื่อเขาเลื่อนใบหน้าขึ้นมาเพื่อสบตากันอีกครั้ง ฉันสบตากับเขาได้แค่สองวินาทีเท่านั้นล่ะมั้ง เขาเลยจูบฉันอย่างรุนแรงหนักหน่วง

            ฉันพยายามที่จะปิดปากเอาไว้แน่น แต่ฝ่ามือของน็อกซ์ก็ร้ายกาจเหลือเกิน เขาลูบไล้ไปทั่วไม่ได้ห่างจากเรียวขาและส่วนที่อ่อนไหวที่สุดในร่างกายผู้หญิง แค่ไม่นานฉันก็ต้องส่งเสียงครวญครางทรมานแทบขาดใจให้เขาได้ยินอีกครั้ง และทำให้ผู้ชายใจร้ายคนนี้ฉวยโอกาสด้วยการสอดเรียวลิ้นร้อนชื้นขึ้นมาในโพรงปากของฉัน

            ความช่ำชองของเขาน่ากลัวมาก ฉันไม่สามารถทำอะไรได้เลยนอกจากตอบสนองเขาโดยไม่รู้ตัว บราเซียร์ตัวน้อยที่ไร้ความผิดถูกถอดออกจากตัวของฉัน แล้วถูกโยนทิ้งตามชุดเดรสตัวสวยตามหลังไป

            ฉันไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่าสองมือเป็นอิสระได้ตั้งแต่ตอนไหน ฉันพยายามจะผลักเขาให้พ้นจากร่างกาย แต่ก็ทำได้เพียงแค่จับๆ แตะๆ บนร่างกายแข็งแรงที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อของเขาเบาๆ เท่านั้น ไม่สามารถทำอะไรได้มากไปกว่านี้เลย

            “เธอน่าจะพร้อมแล้วนะ” น็อกซ์ถอนจูบอย่างอ้อยอิ่ง ริมฝีปากบางเฉียบของเขาแดงจัดและชุ่มชื้นอย่างมาก ริมฝีปากของฉันเองก็คงไม่ต่างกัน

            “ขอนะครับ

            ฉันไม่ทันได้คิดว่า ขอ ของเขาคืออะไร

            และวินาทีต่อมาก็ต้องสะดุ้งสุดตัวด้วยความเจ็บปวด รู้สึกเหมือนว่าร่างกายกำลังฉีกออกเป็นสองส่วน หัวใจเต้นแรงจนได้ยินเพียงแค่เสียงชีพจรของตัวเองเป็นกลบทุกสิ่งทุกอย่างเท่านั้น

            “ขอโทษที!” น็อกซ์พูดกับฉันด้วยความตกใจ ฝ่ามือหนาของเขาประคองแก้มของฉันเอาไว้ ก่อนจะจูบอีกครั้งอย่างนุ่มนวลลึกซึ้ง

            ไม่ใช่เพียงแค่ส่วนที่อ่อนไหวที่สุดเท่านั้นที่เจ็บร้าวเหมือนถูกฉีกถึงออกเป็นชิ้นๆ แต่ก็ยังเจ็บไปทั่วหน้าขาเพราะกางเกงยีนแข็งๆ ที่เขาสวมอยู่มันครูดตามเรียวขาจนรู้สึกระบมไปหมด

            มือทั้งสองข้างที่เป็นอิสระของฉันได้แต่กอดเกี่ยวร่างสูงใหญ่เอาไว้เหมือนยึดเป็นที่พึ่ง ทั้งจิกทั้งข่วนด้วยความทรมาน

            “ออกไปเถอะ ฉันไม่ไหวแล้ว!~” เสียงของฉันสร้างตะกุกตะกัก ร่างกายเปียกชื้นไปด้วยเหงื่อ รู้สึกว่าตัวเองกำลังจะตายอย่างไรอย่างนั้น

            ตอนนี้ความรู้สึกเจ็บร้าวค่อยๆ จางหายไปแล้ว เมื่อความรู้สึกเสียดซ่านมันแทรกเข้ามาในทุกจังหวะที่เขาขยับตัวเข้ามาลึกในร่างกายของฉัน ความรู้สึกบางอย่างที่ทำให้ฉันลอยละลิ่วสูงขึ้นๆ ก่อนจะหล่นฮวบลงมาโดยไม่ทันได้ตั้งตัว มันเป็นแบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนฉันแทบจะขาดใจตาย

            หูของฉันเหมือนจะละลาย เมื่อได้ยินเสียงกระซิบชื่อของตัวเองซ้ำๆ จากปากและลมหายใจที่ร้อนผ่าวของน็อกซ์

            ช่วงล่างก็รู้สึกเหมือนจะละลายเช่นกัน จากความร้อนจากตัวตนของน็อกซ์ ที่แทรกเข้ามาในส่วนที่ลึกที่สุดในร่างกายของฉันเอง

            “ฉันไม่ไหวแล้ว

            “อะไรกัน เพิ่งจะครึ่งชั่วโมงเอง คืนนี้ยังอีกยาวไกลครับ คะนิ้ง

 

Pimmy`s talking…

         หลังจากที่อ่านข้อความของคะนิ้งแล้วฉันก็ต้องขมวดคิ้ว

            เพราะคะนิ้งบอกว่าตอนนี้กำลังจะกลับไปแล้ว และก็ไม่รู้ด้วยว่าคะนิ้งกลับไปกับใคร ความจริงตั้งใจจะถามอะไรมากกว่านี้สักหน่อย แต่วันนี้มันเป็นวันเกิดของฉันเองก็เลยทำแบบนั้นไม่ได้

            ตอนนี้เค้กวันเกิดเอามาอยู่ตรงหน้าแล้วด้วย

            ฉันจำไม่ได้ว่าใครเป็นคนสั่งให้ฉัน แต่มันน่าตลกตรงที่บนหน้าเค้กมีตุ๊กตาบาร์บี้ประดับอยู่ ทุกคนเอาแต่ถ่ายรูปแล้วหัวเราะ บอกว่าตุ๊กตาบาร์นี้นี้เป็นสัญลักษณ์ของฉันเลยล่ะ

            “คะนิ้งไปไหนแล้วล่ะ ทีน่าหันมาถามฉันด้วยท่าทางสงสัย

            “เห็นบอกว่าจะกลับแล้ว ได้ยินบอกว่าเจ็บขาอะไรสักอย่างนี่แหละ” ฉันตอบไปตามความจริง เพราะคะนิ้งไม่ได้บอกรายละเอียดอะไรมามากกว่านี้

            “มันบอกแกแล้วเหรอ”

            “อืม มันส่งข้อความมาบอกฉัน แล้วก็น่าจะส่งข้อความไปบอกพวกแกด้วยเหมือนกัน”

            “อ้อ” ทีน่ายิ้ม ก่อนจะหัวเราะเบาๆ

            “เมื่อกี้ฉันเห็นว่ามันเดินตามน็อกซ์ไปจริงๆ นั่นแหละ ไม่อยากเชื่อว่าคนอย่างคะนิ้งจะกล้าทำอะไรแบบนี้”

            “หรือไม่บางที คะนิ้งก็อาจจะชอบน็อกซ์จริงๆ ก็ได้นะ” ส้มเปรี้ยว เพื่อนอีกคนที่ตามมาสมทบทีหลังหัวเราะคิกคัก มันทำให้ฉันรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย

            “ผู้ชายคนนั้นหล่ออย่าบอกใครเลย ไม่แปลกใช่มั้ยที่ผู้หญิงจะหลงเขา” ทีน่าหัวเราะ แต่ฉันไม่อยากหัวเราะด้วยอีก

            “เอาน่า เป่าเค้กกันเถอะ ได้เวลาแล้วนี่นา” เอวาเปลี่ยนเรื่องคุย ก่อนที่ทุกคนจะเริ่มปรบมือให้ฉัน พร้อมกับเริ่มต้นร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ธเดย์ให้

            ฉันรู้สึกแปลกๆ อธิบายเป็นคำพูดไม่ค่อยถูก แต่วันนี้วันเป็นวันเกิดของฉัน ทุกคนต้องอิจฉาฉันคนนี้ ดังนั้นฉันจึงยิ้มแย้มพร้อมกับร้องเพลงคลอตามจังหวะไปด้วย

            Happy birthday to you~

            เมื่อจบประโยคสุดท้ายของเพลงแฮปปี้เบิร์ดเดย์ ฉันก็ใช้มือรวบผมตัวเองเอาไว้อย่างระมัดระวัง จากนั้นก็เป่าเทียนจนมันดับพร้อมกันในครั้งเดียว เพราะจำได้ว่าครั้งหนึ่งมีวันเกิดของเพื่อน ตอนที่มันก้มหน้าเป่าเทียนแล้วไฟก็ไหม้ผมของมัน มันก็เลยกลายเป็นเรื่องโจ๊กในกลุ่มของพวกเรามาตลอดเลย

            “ยินดีด้วย! ผมแกไม่ไหม้ว่ะ

            พวกเราหัวเราะกันทันทีเมื่อได้ยินแบบนั้น รวมถึงฉันด้วย

            “น่าเสียดายที่คะนิ้งมันไม่ได้มาอยู่ด้วยกันนะ เป็นอะไรไปก็ไม่รู้ จะถึงตอนที่เป่าเทียนแล้วแท้ๆ” เอวาพึมพำ ฉันก็พยักหน้าเออออตามไปด้วย

            “ฉันตัดเค้กไม่สวย แกช่วยหน่อยสิ” ฉันส่งมีดพลาสติกให้กับทีน่า เพื่อขอให้ช่วยตัดเค้กให้หน่อย แต่อันที่จริงฉันขี้เกียจล่ะ กลัวว่าเล็บที่เพิ่งทำมาจะเปื้อนด้วย

            แต่ทีน่าไม่ได้ว่าอะไร แล้วก็ช่วยตัดเค้กให้อย่างตั้งใจ ก่อนที่แฟนของเธอจะเข้ามาช่วย

            “เดี๋ยวฉันตัดให้”

            แฟนของทีน่าหน้าตาดีมากทีเดียวล่ะ เห็นแล้วมันก็รู้สึกอดที่จะอิจฉาไม่ได้ ฉันเองก็มีพร้อมทุกอย่าง ขาดแต่ผู้ชายที่จะมาอยู่ข้างๆ นี่แหละ

            “เฮ้อ” ไม่รู้ว่าทำไมฉันถึงได้แล้วถอนหายใจออกมา ก่อนที่เอวาจะมองฉันจับผิด

            “ความจริงแกอยากเป็นคนแพ้ในเกมใช่มั้ย” จู่ๆ เอวาก็ถามอะไรบางอย่างออกมาที่ฉันไม่เข้าใจ

            “คือ…?” ฉันไม่ได้แกล้งโง่นะ แต่ไม่เข้าใจจริงๆ ว่าว่าต้องการจะทำอะไร

            “ความจริงแกชอบน็อกซ์ อยากจะเป็นคนแพทย์เคลื่อนที่แกจัดการไปสารภาพรักกับเขาซะเอง ใช่มั้ย?

            ฉันมองหน้าเอวานิ่งๆ ก่อนจะยิ้มให้กับเพื่อนในที่สุด

            “ความจริงแล้ว แค่อยากจะเป็นคนไปสารภาพรักกับน็อกซ์เหมือนกันใช่มั้ยล่ะ เพราะแกเป็นคนพูดกับทีน่าเอง ว่าการลงโทษจะต้องเป็นการสารภาพรักกับผู้ชายโต๊ะนั้น” ตอนที่ฉันพูด ฉันก็ชำเลืองมองไปที่ทีน่าด้วย แต่ทีน่ากำลังวุ่นวายกับการตัดเค้กอยู่ ก็เลยไม่ได้ฟังว่าพวกเราพูดอะไรกัน

            “แกก็เหมือนกันสินะ” สายตาเอวาของเป็นประกาย ขณะที่มองฉันไม่ยอมแพ้

            “แต่ตอนนี้ก็น่าเสียดาย ไม่รู้ว่าคะนิ้งได้เขาไปรึยัง”

            คำพูดของอวาทำให้ฉันรู้สึกกังวลมาก ได้แต่หวังว่าปีนี้คงไม่กล้าทำอะไรแบบนั้น รู้จักกับคะนิ้งมานาน ฉันมั่นใจว่าเพื่อนคนนี้คงไม่กล้าที่จะไปสารภาพรักกับผู้ชายก่อนหรอก..

            เอาไว้พรุ่งนี้ค่อยถามให้แน่ใจก่อนแล้วกัน

            แต่ถ้าหากว่าน็อกซ์กับคะนิ้งคบกันแล้วจริงๆ ล่ะ มันทำให้ฉันไม่สบายใจ และไม่ชอบใจเลยแฮะ

            ทำไมมันเป็นแบบนี้ซะได้ก็ไม่รู้ ความจริงแล้วฉันน่าจะออกปากช่วยคะนิ้งตั้งแต่แรกที่ปากขวดมันหมุนไปที่เธอแล้ว แต่ตอนนั้นคิดบ้าอะไรอยู่ก็ไม่รู้ คิดว่าคะนิ้งมันคงไม่กล้าหรอก แต่สุดท้ายเรื่องก็ไม่ใช่อย่างที่คิดเลย

            เอาเถอะ คนอย่างน็อกซ์คงไม่สนใจอะไรคะนิ้งหรอก คงไม่ไช่แบบนั้นหรอก

End Pimmy talk…

 

         อย่าถามเลยนะว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง

            ไม่รู้ว่าฉันเมาหรือเขาบ้า อะไรๆ มันก็เลยเกิดขึ้นเร็วมาก รู้ตัวอีกทีฉันก็นอนหอยหายใจอย่างรุนแรงใต้ร่างสูงใหญ่ของผู้ชายที่ชื่อน็อกซ์แล้ว และเราเพิ่งจะได้รู้จักกันเพียงแค่ไม่ถึงสามชั่วโมง ซึ่งนี่เป็นเรื่องที่ฉันตกใจจนพูดไม่ออกเลย

            ฉันไม่สามารถต้านทานนัยน์ตาสีสวยของเขาได้ เมื่อเขามองมา แข้งขามันก็อ่อนแรงไปในพริบตาเดียว

         รู้ตัวอีกทีฉันก็

            ตอนนี้สายมากแล้ว และก็เห็นว่าน็อกซ์เพิ่งจะออกมาจากห้องน้ำและแต่งตัวเรียบร้อยแล้ว

            ฉันมันโง่ที่ยอมให้คนแปลกหน้าพยุงมาส่งถึงห้องตัวเอง ถึงแม้ว่าจะขาเจ็บก็เถอะ แต่เรื่องแบบนี้มันก็

            “เวรล่ะ เงินหมด” เขาพึมพำกับตัวเองแต่เสียงดังมาก แล้วฉันก็สะดุ้งเมื่อเขาหันขวับมามองอย่างตั้งใจ บอกเลยว่าสายตาของน็อกซ์น่ากลัวมาก

            “เอาเงินมาหน่อยซิ” แล้วเขาก็บอกมาแบบนั้น ฉันก็ถึงกับกะพริบตาปริบๆ อย่างตกใจ

            “ก็บอกว่าเอาเงินมาไงล่ะ”

            เขากำลังขู่เอาเงินจากฉันใช่ไหม ใช่ไหม

            เพราะฉันยังตกใจจนทำอะไรไม่ถูก น็อกซ์ก็เลยชักสีหน้าใส่อย่างหัวเสีย แล้วเขาก็หันไปมองรอบๆ ห้อง ก่อนจะเจอกระเป๋าของฉัน

            แน่นอนว่าเขาเปิดกระเป๋าของฉันอย่างรวดเร็วจนฉันตกใจ กว่าจะตั้งสติได้ก็ตอนที่เขาหยิบเอากระเป๋าสตางค์ของฉันออกมาแล้ว

            “หยุดนะ!” ฉันมันโง่ คิดว่าตัวเองอาจจะเป็นนางเอกในนิยายที่มีผู้ชายดีๆ มารักชอบพอ แต่ความจริงไม่ใช่แบบนั้นเลย ผู้ชายที่เจออยู่ตอนนี้เป็นตัวโกงชัดๆ

         “เงินนี่ ฉันขอนะ แล้วเจอกัน” เขาบอกหลังจากที่หยิบเอาเงินฉันทั้งหมดออกมาจากกระเป๋าแล้ว

            อะ อะไรนะ!

            พระเอกที่ไหนจะมาขโมยเงินนางเอกแบบนี้ เอ่อ ถึงแม้ว่าฉันจะไม่ได้นางเอก แต่ฉันก็เป็นผู้หญิงนะ

            และฉันก็ทำอะไรไม่ได้เลยนอกจากนั่งเอ๋อๆ อยู่บนเตียง มองดูน็อกซ์หยิบเอาเงินทั้งหมดในกระเป๋าของฉันไปหน้าตาเฉย แล้วเขาก็โยนกระเป๋าเปล่าๆ นั่นลงกับเตียง หลังจากที่เอาเงินทั้งหมดไปแล้ว

            ฉันได้แต่อึ้งเพราะนึกไม่ถึงว่ามันจะเป็นแบบนี้ ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ใช่พระเอก แต่อย่างน้อยเขาก็เป็นผู้ชายนะ ทำไมถึงได้ขโมยเงินของผู้หญิง ไม่สิ ต้องบอกว่าเอาเงินของผู้หญิงไปหน้าตาเฉยแบบนี้

            น็อกซ์ก็คงรู้ว่าตอนนี้ฉันกำลังมองเขาด้วยสายตาแบบไหน ก็เลยชักสีหน้าใส่ฉัน แล้วเขาก็เปิดกระเป๋าสตางค์ของตัวเองบ้าง วินาทีต่อมาเขาก็โยนบัตรเอทีเอ็มใบหนึ่งมาให้ฉัน

            “รหัสคือ 0 หกตัว ไปกดเงินคืนเอาเองแล้วกัน ฉันขี้เกียจกด” เขาบอกเท่านั้น ทำท่าจะเดินออกจากห้องนอนไป แต่เดินได้ไม่กี่ก้าวเขาก็ต้องหันมามองฉัน ฉันสะดุ้งครั้งแล้วครั้งเล่าด้วยความตกใจ เดาไม่ออกเลยว่าตอนนี้น็อกซ์กำลังคิดอะไรอยู่ในใจกันแน่

            “เบอร์มือถือเธอคืออะไร” เขาทำเสียงเข้ม ไม่รู้จริงๆ ว่าตอนนี้น็อกซ์ต้องการอะไรจากฉันกันแน่

            “บอกมาสิ” น็อกซ์ไม่ได้พูดเปล่า แต่โยนโทรศัพท์มือถือของฉันที่อยู่แถวนั้นมาให้ พร้อมกับทำหน้าจริงจังจนน่ากลัว

            “กดเบอร์ของฉันแล้วโทรเข้ามา” เขาสั่ง แต่ฉันก็ยังนิ่งเฉยอยู่

            “เอ๊ะ หรือว่ายากให้ฉันขึ้นเตียงไปด้วย” น็อกซ์ยิ้มหวาน เป็นรอยยิ้มที่น่าชิงชังเหลือเกิน

            ตอนที่เขาทำท่าจะขึ้นเตียงมาอีกครั้งจริงๆ ฉันรีบกดเบอร์โทรของเขาตามที่สั่งทันที เพราะความกลัว

            “กดแล้ว” ทำแบบนี้มันไม่สนุกเลย ไอ้ข้อตกลงการเป็นแฟนปลอมๆ ของเราคงจะดำเนินต่อไปอย่างนั้นสินะ นึกแล้วก็โกรธตัวเองที่ไม่ยอมกลับบ้านไปตั้งแต่แรก มาเล่นเกมบ้าๆ แบบนี้ทำไมก็ไม่รู้ แล้วเป็นยังไงล่ะ ต้องเจ็บซะเองเลย

            “โทรออกสิ” น็อกซ์ยังชักสีหน้าใส่ฉันไม่หยุด ถึงแม้ว่าเราจะคบกันแค่หลอกๆ แต่เขาไม่คิดจะพูดกับฉันด้วยน้ำเสียงดีๆ กว่านี้เหรอ

            แต่สุดท้ายฉันก็ต้องกดโทรออกตามที่เขาสั่งจนได้ ดังนั้นฉันก็เลยมีเบอร์โทรของน็อกซ์ และน็อกซ์ก็มีเบอร์โทรของฉันเช่นกัน

            “เดี๋ยวจะโทรมาหา ถ้ามีอะไรก็โทรไปหาฉันแล้วกัน”

            เรื่องอะไรฉันจะโทรไปหาเขาล่ะ ไม่มีทางซะหรอก

            ฉันอดทนรอจนกระทั่งน็อกซ์ออกไปจากห้อง แล้วก็ตามไปลงกลอนที่หน้าประตูอีกครั้งอย่างแน่นหนา ถึงแม้ว่ามันจะไม่ช่วยอะไรแล้วก็ตาม

            ฉันเกลียดตัวเองจัง เรื่องทั้งหมดมันไม่ใช่ความผิดของน็อกซ์หรอก แต่ทุกอย่างมันเป็นความผิดของฉันเอง ที่ทั้งโง่ทั้งเซอร์ รู้อยู่ว่าเรื่องแบบนี้มันไม่ใช่เรื่องที่แต่ก็ยังทำ ไม่แปลกหรอกที่จะถูกคนอื่นเอาเปรียบแบบนี้

            น้ำตามันร่วงลงมาตอนไหนก็ไม่รู้ ฉันพยายามเช็ดน้ำตาที่เอ่อซึมออกมา บอกตัวเองให้เข้มแข็งแต่ก็ไม่รู้ว่าจะทำได้หรือเปล่า

            ฉันนั่งนิ่งอยู่หน้าประตูอยู่นานจนรู้สึกหิว จึงสั่งตัวเองให้เดินกลับไปที่ห้องน้ำ ร่างกายเหมือนร้าวระบมไปหมด แม้แต่การก้าวเท้าเดินก็ยังยาก ทำไมน็อกซ์ถึงไม่ได้มีท่าทางเหนื่อยล้าอย่างที่ฉันเป็นเลยก็ไม่รู้ น่าสมเพชตัวเองจริงๆ

 

         ฉันพยายามไม่มองสภาพตัวเองในเวลานี้ เพราะรู้ดีว่ามันน่าสมเพชมากแค่ไหน ไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองโง่ขนาดนี้มาก่อนเลย แต่ฉันก็ไม่มีเวลาที่จะมาร้องไห้ฟูมฟาย ต้องแต่งตัวไปเรียนเหมือนทุกวัน แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้แล้วว่าร่างกายมันอ่อนเพลียมากแทบจะเดินไม่ไหวเลยด้วยซ้ำ แล้วเรื่องแบบนี้ฉันจะไปโทษใครได้ ต้องโทษว่าเป็นความผิดของตัวเองนี่แหละ

            ฉันไปเรียนด้วยความกระวนกระวายใจ รู้สึกสับสนไม่สบายใจเลย มันเหมือนกับว่าทุกคนรู้ว่าเมื่อคืนฉันกับน็อกซ์ไปทำอะไรกันมาบ้าง รู้แล้วว่ามันเป็นแค่ความคิดของตัวเอง แต่มันก็มันกลัวไม่ได้จริงๆ

            ตอนนี้ในกระเป๋าสตางค์ของฉันไม่มีเงินติดตัวเลยสักบาท อ้อ ความจริงแล้วมีแต่เงินเหรียญน่ะ แต่รวมกันแล้วก็มีไม่ถึงห้าสิบบาทด้วยซ้ำ

            คนเลว นอกจากจะขโมยความสาวของคนอื่นไปแล้ว เขาก็ยังขโมยกระเป๋าเงินของผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งได้ลงคอ

            เดี๋ยวก่อนนะ ฉันเก็บเอาบัตรเอทีเอ็มที่น็อกซ์โยนมาให้เอาไว้อยู่นี่นา จำได้ว่า เขาบอกว่ารหัสของมันคือ 0 หกตัว คนบ้าอะไรตั้งรหัสผ่านบัตรเอทีเอ็มของตัวเองแบบนี้ แล้วฉันคิดเข้าข้างตัวเองอยู่ได้ว่าบัตรเอทีเอ็มนี้คงจะมีเงินอยู่จริงๆ

            แต่มันก็ไม่มีอะไรจะเสียแล้วนี่นา ตอนนี้ฉันไม่มีเงินติดตัวเลยก็เลยลองเสี่ยงเอาบัตรเอทีเอ็มนี้ไปกดดู ตัวเองเหมือนคนโง่เลย ตอนที่สอดเอาบัตรเอทีเอ็มเข้าไปในเครื่อง ปลายนิ้วของฉันสั่นเล็กน้อยตอนที่กดรหัส ถ้าหากว่าเรื่องทั้งหมดน็อกซ์โกหกตั้งแต่แรกล่ะ

            แล้วฉันต้องตกใจ เพราะจำนวนเงินที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอเพราะมันสูงมาก บอกได้คำเดียวสั้นๆ เลยว่าครึ่งล้าน

            เดี๋ยวนะ แล้วทำไมน็อกซ์จะต้องขโมยเอาเงินของฉันไปแค่ไม่กี่พันด้วย

            ฉันก็จำไม่ค่อยได้ด้วยสิว่าตอนแรกเงินในกระเป๋ามันมีอยู่เท่าไหร่ แต่เดาว่าน่าจะไม่เกินห้าพันล่ะมั้ง ใจจริงฉันก็ไม่ได้อยากจะได้เงินของน็อกซ์หรอก แต่เขาไม่เหลือเงินไว้ให้ฉันเลย แบงค์ยี่สิบก็ยังถูกริบเอาไปจนหมด ฉันก็ทำอะไรได้เลยต้องกดเอาเงินของเขาออกมาใช้ก่อนอย่างช่วยไม่ได้

            รู้สึกไม่ดีเลย ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมต้องรู้สึกแบบนี้

            ฉันเก็บรักษาบัตรเอทีเอ็มของน็อกซ์เอาไว้อย่างดี คนบ้าอะไรก็ไม่รู้ตั้งรหัสผ่านเอาไว้แบบนี้ ถ้าคนอื่นเก็บได้แล้วลองเอาไปกดดูล่ะ เงินทั้งหมดที่มีอยู่ในบัญชีอาจจะไม่เหลือเลยสักบาทก็ได้นะ

            ฉันมองแล้วมองอีก ให้แน่ใจว่าตัวเองเก็บบัตรเอทีเอ็มของเอาไว้เป็นอย่างดี แล้วก็เดินเข้ามหาวิทยาลัยด้วยความรู้สึกสับสนปวดหัว มันเกิดอะไรขึ้นบ้างฉันก็ยังตั้งตัวไม่ติดเลยจริงๆ

            เมื่อไปถึงห้องเรียนก็พบว่าเพื่อนๆ อยู่กันครบพร้อมหน้าพร้อมตา ถึงแม้ว่าทุกคนจะดูเหมือนเพลย์เกิร์ลไปสักหน่อย ตามเพื่อนกลุ่มนี้ไม่เคยขาดเรียนเลยสักครั้ง แต่ละคนก็เรียนเก่งกันมากด้วย ฉันยังสงสัยอยู่ว่าทำไมคนที่ดูเที่ยวเก่งเอาแต่เฮฮาปาร์ตี้ถึงได้เรียนไม่ตก มันเป็นปริศนาธรรมที่ฉันไม่ค่อยเข้าใจเหมือนกัน

            “ไง คะนิ้ง ไหงวันนี้มาสายล่ะ” ทีน่าทัก ฉันก็เลยยิ้มแห้งๆ ให้เพื่อนไป

            “ปกติแกมาเรียนตอนพวกเราทุกคนเลยนี่นา”

            “ตื่นสายนิดหน่อยน่ะ” ฉันตอบไปก่อนจะนั่งลง แล้วก็เลือกที่จะไม่สบตากับคนอื่นด้วย

            “สรุปว่าเมื่อคืนแกได้ไปบอกว่าชอบกับผู้ชายคนนั้นหรือเปล่า ชื่ออะไรนะ น็อกซ์ใช่มั้ย? พิมมี่ถามฉัน ฉันก็เลยหัวเราะให้เพื่อนไป

            “อืม” ฉันไม่รู้จะตอบยังไงก็เลยบอกไปแบบนั้น

            ถึงตอนนี้ก็ยังไม่แน่ใจ ว่าความสัมพันธ์ระหว่างฉันกับน็อกซ์เป็นยังไงกันแน่ ถึงแม้ว่าเขาจะบอกว่าเราควรจะคบกันปลอมๆ แต่แฟนปลอมๆ เขามีอะไรกันด้วยเหรอ ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกไม่สบายใจต้นต้องเรียกตบแก้มเตือนสติของตัวเองกลับมา

            “ท่าทางจะไปได้สวยนี่” พิมมี่ถามฉันด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ฉันก็ยิ่งร้อนตัวอึดอัดใจอยากอธิบายไม่ถูก

            แต่ก็โชคดีที่อาจารย์ประจำวิชาเดินเข้าห้องเรียนมาพอดี ฉันก็เลยแกล้งทำเป็นเปิดกระเป๋าหยิบสมุดเลกเชอร์กับปากกาขึ้นมาแทน

            สาวๆ มองฉันด้วยสายตาสงสัย แต่ทุกคนก็ไม่ได้ถามอะไร และแน่นอนว่ามันเป็นความโชคดีของฉันอย่างมาก ฉันเรียนด้วยอาการใจลอยไม่รู้เรื่อง ร่างกายยังร้าวระบมตัวร้อนรุมๆ ตลอดเวลา เป็นความรู้สึกที่แย่เกินจะทนจริงๆ

            ฉันพยายามเตรียมคำพูดเอาไว้ตอบคำถามเพื่อนหลังจากคลาสเรียนเลิกแล้ว เชื่อเถอะว่าทุกคนคงว่าเมื่อคืนมันเกิดอะไรขึ้นบ้าง

            ตอนนี้พวกเรามาอยู่ที่โรงอาหารหลังจากที่เลิกคลาสแล้ว หัวใจฉันเต้นไม่ค่อยเป็นจังหวะ เดินๆ อยู่ก็เหมือนจะล้มลงได้ทุกเวลา แข้งขามันสั่นไปหมด ไม่ใช่เพราะว่าสายตาของเพื่อนหรอก แต่มันมาจากเมื่อคืนต่างหาก ทำไมฉันถึงรู้สึกเจ็บปวดจะเป็นจะตายแบบนี้ แต่น็อกซ์กลับไม่มีท่าทางอ่อนเพลียอะไรเลยสักนิด

            “เอาล่ะ เล่ามาเลย เดี๋ยวนี้!” พิมมี่สั่ง ตอนที่ฉันวางจานอาหารลงกับโต๊ะ

            “ผู้ชายที่แกไปบอกชอบเกมจริงหรือท้าเมื่อคืน ใครกัน?” ไม่ใช่สายตาของพิมมี่เท่านั้นที่น่ากลัว แต่เป็นสายตาของเพื่อนทุกคนเลย

            “ได้ยินว่าเขาคือน็อกซ์” พิมมี่ถาม สายตาดูเป็นประกายขึ้นมาเล็กน้อย

            แน่ล่ะ ฉันเดาว่าทุกคนน่าจะรู้จักน็อกซ์ดี ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นคนเงียบๆ แต่ก็โดดเด่นมากเหมือนกัน มีแต่คนรู้จักเขา ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้ลงประกวดเดือนมหาวิทยาลัย แทบไม่ได้ทำกิจกรรมอะไรของมหาวิทยาลัยเลยด้วยซ้ำ แต่กลุ่มของพวกเขาก็ดังมากจนน่าประหลาดใจ

            “แกไปกับเขาจริงๆ เหรอ เพื่อนของน็อกซ์บอกเอาไว้แบบนั้น” สายตาของพิมมี่เป็นประกาย รวมถึงทุกคนที่ทำถ้าอยากรู้อยากเห็นกันมาก

            “เอ่อ” ฉันรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง กำลังคิดหาคำตอบในหัว

            แต่แล้วคนที่เป็นหัวข้อการสนทนาก็ปรากฏตัวขึ้นเหมือนกับรู้ว่าทุกคนกำลังพูดถึงเขาอยู่

            ใช่ ฉันหมายถึงน็อกซ์น่ะ

            ในกลุ่มของพวกเราเงียบสนิทกันไปทุกคน โดยเฉพาะฉันที่แทบจะลืมวิธีการหายใจเลยด้วยซ้ำ

            น็อกซ์กวาดสายตามองดูเพื่อนของฉันทุกคน ก่อนจะมองหน้าฉันเป็นคนสุดท้าย

            “เอาเงินมาหน่อยสิ ไม่มีเงินแล้ว

            อะไรนะ! ฉันมองเขาไม่เชื่อสายตา ถึงแม้ว่าเงินของฉันในกระเป๋าสตางค์ที่เขาขู่กรรโชกเอาไปจะไม่ได้มีมากเท่ากับเงินในบัญชีของเขา แต่เงินพวกนั้นมันก็หลายพันอยู่ไม่ใช่เหรอ ไม่กี่ชั่วโมงเองเขาใช้มันจนหมดได้ยังไง

            “พอดีต้องจ่ายค่ารายงานน่ะ กับค่ากาแฟ ก็เลยใช้ไปหมดแล้ว” น็อกซ์พูดเหมือนจะรู้ว่าฉันกำลังมองเขาด้วยสายตาแบบไหน

            ค่ากาแฟอะไรเป็นพัน เขากำลังล้อเล่นใช่ไหมเนี่ย

            ขณะเดียวกันในกลุ่มของฉันก็ดูตกใจกันทุกคน จะไม่ตกใจได้ยังไง เมื่อได้เห็นหนุ่มหล่อสุดฮอตของมหาวิทยาลัยกำลังไถเงินผู้หญิง

            “คะนิ้งครับ” คราวนี้น็อกซ์พูดเสียงหวาน ฉันก็เริ่มกลัว เพราะเสียงของเขาฟังดูน่ากลัวมาก ไหนจะสายตาเจ้าเล่ห์นั่นอีก

            สุดท้ายฉันก็ไม่ต้องเปิดกระเป๋าสตางค์ของตัวเองหยิบเอาเงินทั้งหมดออกมาคืนให้กับเขา มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย

            “ขอบคุณครับ แล้วเจอกัน” พูดจบน็อกซ์ก็ดึงฉันเข้าไปใกล้ก่อนจะหอมหัวฉันเบาๆ ทีหนึ่ง แล้วผิวปากเดินหนีไปอย่างอารมณ์ดี

            ฉันพูดอะไรไม่ออกเมื่อเพื่อนในกลุ่มมองฉันด้วยสายตาแปลกประหลาด ทุกคนคงจะสมเพชฉันในใจที่ต้องควักเงินให้ผู้ชาย ฉันเองก็รู้สึกอย่างนั้นเหมือนกัน และคงจะรู้สึกสมเพชมากวันนี้ถ้าหากว่าเงินในกระเป๋าสตางค์เป็นของฉันจริงๆ

            ฉันแกล้งทำเป็นตักอาหารเข้าปากเพื่อที่จะไม่ได้พูดถึงเรื่องของน็อกซ์อีก ไม่รู้ว่าทุกคนรู้สึกสมเพชหรือเห็นใจก็เลยไม่ได้ถามอะไรทั้งนั้น ทุกคนต่างกินอาหารของตัวเองหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นพลางพูดคุยกันเบาๆ ส่วนฉันรู้สึกเหมือนเป็นคนนอกที่ไม่เข้าใจเลยว่าพวกเธอกำลังพูดอะไรกันอยู่

            แบบนี้มันดีแล้วหรือเปล่านะ ฉันเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน

 

Pimmy`s talking…

            พวกเราช็อกมากเมื่อรู้ว่าคะนิ้งต้องให้เงินผู้ชายด้วย

            ถึงแม้ว่าผู้ชายคนนั้นจะเป็นหนุ่มหล่อสุดฮอตลากเลือดแบบนั้นก็เหอะ แต่มันเกินไปหน่อยไหม ปล่อยให้ผู้ชายไถเงินตัวเองเนี่ยนะ

            คะนิ้งเหมือนจะสบตากับพวกเราไม่ได้ เธอก็เลยขอตัวกลับไปหลังจากที่เราเรียนช่วงบ่ายกันเสร็จแล้ว พวกเราก็เลยยิ้มๆ มองหน้ากันไปมา

            แหม พวกเราก็เป็นผู้หญิงใช่ไหมล่ะ เรื่องอะไรจะต้องมาเสียเงินให้ผู้ชายด้วย ตลกอะ

            อีกอย่าง ท่าทางของคะนิ้งก็บอกชัดเจนเลยว่าเมื่อคืนเธอเสียตัวให้น็อกซ์แล้ว มันก็เลยรู้สึกแปลกๆ ทั้งขำทั้งสงสาร

            มีอย่างที่ไหน เสียตัวให้ผู้ชายแล้ว ยังจะต้องเสียเงินให้เขาอีก โธ่ๆๆๆ ยัยคะนิ้งเอ๊ย

            “ตลกอะ ไม่ไหวเลยแกว่ามะ” ฉันหัวเราะคิกคักกับเอวาหลังจากที่แยกกับทีน่าแล้ว

            ทีน่าเป็นเพื่อนสนิทที่สุดในกลุ่มของคะนิ้งน่ะ ฉันเลยไม่อยากพูดอะไรมาก เลยแอบมาเมาท์กับเอวากันสองคน

            “เออ สงสัยคะนิ้งมันหน้าซื่อๆ มั้งเลยถูกเอาเปรียบแบบนั้น ฉันไม่โอเคว่ะ แต่ช่างเหอะ มันทำตัวมันเองล่ะนะ” เอวาไหวไหล่ ฉันก็เลยพยักหน้าให้ไปพลาง

            หลังจากนั้นเราก็แยกย้ายกัน ฉันเองก็ตั้งใจกลับไปพักผ่อนที่ห้องแต่ไม่คิดว่าจะเจอน็อกซ์เข้าพอดี เขาอยู่กับเพื่อนที่ร้านอาหารข้างมหาวิทยาลัย ฉันจำเขาได้ทันทีก็เลยทำทีไปซื้อกับข้าวจากร้านนี้ด้วย

            “อ้าว” ฉันทักเขาด้วยการยิ้มให้หลังจากที่สั่งอาหารแล้ว แต่น็อกซ์ทำหน้างงๆ คงจำไม่ได้ว่ารู้จักกับฉันตอนไหน

            “ฉันเป็นเพื่อนคะนิ้ง นั่งอยู่ด้วยนะตอนที่นายไปหาคะนิ้งน่ะ” ฉันบอก เขาก็เลยพยักหน้าให้แต่ไม่ได้พูดอะไร ยังเอาแต่กดมือถือต่อเงียบๆ

            “น็อกซ์! ยืมเงินสักพันดิ เงินหมดแล้วว่ะ”

            แล้วเพื่อนคนหนึ่งของเขาก็เข้ามาหา พร้อมกับเอ่ยปากขอยืมเงิน ฉันมองอย่างสนใจว่าเขาจะยอมให้เงินเพื่อนไหม แต่สุดท้ายเขาก็ยอมให้นะ

            อะไรเนี่ย เอาเงินผู้หญิงมาให้เพื่อนงั้นเหรอ ฉันถึงกับอึ้งไปเมื่อเห็นแบบนั้น แต่แบบนี้ก็เท่านี้ว่า เขาไม่ได้จริงใจกับคะนิ้งเลยล่ะสิ

            “มองอะไรเหรอ” น็อกซ์พ่นควันบุหรี่ขาวขุ่นออกมาจากปากแล้วเอียงคอมองฉัน ฉันเลยเพิ่งรู้ตัวว่าเอาแต่จ้องเขาอยู่นานแล้วจนเขารู้สึกตัว

            “อ้อ เปล่าหรอก” ฉันบอกเขาไปแบบนั้น แต่ก็ลังเลใจเหลือเกินว่าควรจะพูดต่อดีหรือเปล่า

            “แล้วมองทำไม มีอะไรก็พูดมาเถอะ” น็อกซ์ทำหน้าหงุดหงิดเล็กน้อย ไม่รู้ทำไมถึงได้รู้สึกว่าเขาเซ็กซี่จังก็ไม่รู้

            “นายเอาเงินจากนิ้งไปให้เพื่อนจริงๆ เหรอ” ฉันตกใจมากที่พูดไปแบบนั้น ไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่าพูดออกไปได้ยังไง

            น็อกซ์มองฉันแล้วทำท่าเหมือนไม่เชื่อสายตา ก่อนที่เขาจะหัวเราะออกมาน้อยๆ

            “มองแบบนี้คือสนใจฉันเหรอ จ่ายฉันมั้ยล่ะ วันละเจ็ดพัน ถ้าจ่ายไหวก็โอเคนะ” เขายิ้มให้ฉัน ด้วยรอยยิ้มที่เจ้าเล่ห์เหลือเกิน



[1] จริงหรือกล้า (Truth or Dare) เป็นเกมการเล่นที่มักนิยมเล่นกันในปาร์ตี้ จะร่วมเล่นกับเพื่อนเป็นกลุ่ม ผู้ที่ถูกเลือกสามารถเลือกได้ว่าจะ "จริง" หรือ "ท้า" หากเลือกพูด ต้องพูดแค่ความจริงเท่านั้น ส่วนมากจะเป็นคำถามที่ล้วงลึกและลับสุดยอด แต่ถ้าหากเลือกท้า จะต้องทำตามคำสั่งทุกอย่างโดยไม่มีเงื่อนไข และจะเป็นการท้าที่น่าเกลียดหรือน่าอายมากๆ นั่นเอง




Talk...

Song :: Joji - Head In The Clouds

เปิดเรื่องมาก็ฮอตแดมเลยเหรอคะ แงงงง

อิพิน็อกซ์น่ากลัวมากเลย รุกไวแบบนี้ ตามไม่ทันค่ะ แงง

หลายคนอาจจำไม่ได้ว่าพิพิน็อกซ์คนนี้เป็นใครมาจากไหน

นางเป็นเพื่อนของดอม โดมินิก ซึ่งเป็นเพื่อนของปันหยีจาก

Simmons's Eyes รักปิดตายวายร้ายที่รัก

ยังไงก็ฝากเรื่องนี้ไว้ด้วยนะเออ แงงง ตอนต่อไปก็จะร้อนๆ ไปเรื่อยๆ ค่ะ แงงง




มู่ฝาก ebook ของร็อบเอาไว้ด้วยนะคะ
ทั้งหื่นทั้งเศร้าเลยค่ะ image

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 669 ครั้ง

79 ความคิดเห็น

  1. #18893 97line (@mysocute) (จากตอนที่ 130)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2561 / 19:02
    น็อกซ์คิดจะทำอะไรกันแน่
    #18893
    0
  2. #18496 Lookwa Ii (@rrread) (จากตอนที่ 130)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2561 / 18:52
    รอค่า พี่มู่ สนุกมัก
    #18496
    0
  3. #18454 patty-thanaporn (@patty-thanaporn) (จากตอนที่ 130)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2561 / 06:04
    รอออออเมื่อไหร่จะมา
    #18454
    0
  4. #18453 OHOPPA (@ohoppa) (จากตอนที่ 130)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2561 / 01:16
    รอผู้ชายร้ายๆที่ชื่อน็อกซ์ค่าาา
    #18453
    0
  5. #18451 bhazz (@beamps21) (จากตอนที่ 130)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2561 / 22:21

    อยากอ่านพิน้อคแล้วว ติดตามมาก เข้าส่องทุกวันเลยย♥️♥️

    #18451
    0
  6. #18450 P.khun (@ppluem) (จากตอนที่ 130)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2561 / 19:28
    อิพี่ร้ายมาก
    #18450
    0
  7. #18449 Be Yah (@xvalya_8) (จากตอนที่ 130)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2561 / 16:45
    สกิลปาก สุดๆอ่ะ
    #18449
    0
  8. #18448 Name' (@name14) (จากตอนที่ 130)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2561 / 02:52
    อู้ววววววววว น่าสนใจนะเนี่ยยย ผู้ชายคนนี้ อิอิ
    #18448
    0
  9. #18446 dodo (จากตอนที่ 130)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2561 / 19:31

    ร้าย! มาก

    #18446
    0
  10. #18445 Exquisite Pain (@yaya-venus222) (จากตอนที่ 130)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2561 / 16:21
    อิพระเอกมันร้ายยยยย
    #18445
    0
  11. วันที่ 6 ตุลาคม 2561 / 15:57

    อีน๊ออกกก

    #18444
    0
  12. #18443 feather25 (@feather25) (จากตอนที่ 130)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2561 / 09:54
    เออ ไถนังพิมมี่มาเลย เอาใส่บัญชีไว้ ให้คะนิ้งใช้แทน 555 เลวดี สะใจ
    #18443
    0
  13. #18442 orraphanpoon (@orraphanpoon) (จากตอนที่ 130)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2561 / 02:40
    พระเอกร้ายร้ายๆอ่ะค่ะ
    #18442
    0
  14. #18441 kaekae2526 (@kaekae2526) (จากตอนที่ 130)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2561 / 22:05

    รอน้าาาา
    #18441
    0
  15. #18440 เกม (จากตอนที่ 130)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2561 / 17:19

    หวังว่าทีน่า จะเป็นเพื่อนคนดีที่คะนิ้งมีนะ

    ดูจากพิมมี่และเอวา น่าจะคบไม่ได้

    จะคาบของเพื่อนตลอดดด

    #18440
    0
  16. #18438 SSHK (@lanhzer) (จากตอนที่ 130)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2561 / 10:30
    แกแรดแรงมากกก
    #18438
    0
  17. #18437 ฤดูใบไม้ผลิ ^^ (@prino) (จากตอนที่ 130)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2561 / 09:42
    อิพี่น็อกซ์ร้ายอ่ะ
    #18437
    0
  18. #18436 ฮันนีฮุนนี (@sunnee77) (จากตอนที่ 130)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2561 / 08:21
    ผู้ชายร้ายร้าย55555555555
    #18436
    0
  19. #18435 iminvy (@milator) (จากตอนที่ 130)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2561 / 06:29
    ผู้ชายเช่าไปอีกกกกกกกกกก
    #18435
    0
  20. #18433 Wizzs (@Wizzs) (จากตอนที่ 130)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2561 / 03:41
    ก็คือพี่แกจะไม่เสียเวลาเดินไปที่ตู้เอทีเอ็มเลยถูกมั้ย 55555555555 เอาบัตรให้ขนาดนั้นก็คือ เธอกดมาเลยนะ ถ้าเราอยากได้เดี๋ยวเราไปหาเธอเองงี้หรอ 55555555 ผู้ชายร้ายๆง่าาา
    #18433
    0
  21. #18432 Paifha14 (@Paifha14) (จากตอนที่ 130)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2561 / 03:23
    โอ้ว พระเอกเรื่องนี้ร้ายนน
    #18432
    0
  22. #18431 BabiiMild (@BabiiMild) (จากตอนที่ 130)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2561 / 01:39
    น็อกซ์แค่วานนิ้งไปกดตังค์ใช่ไหมเนี่ย เพราะขี้เกียจไปเอง 5555
    #18431
    0
  23. #18430 ee_ss (@nanan_raran) (จากตอนที่ 130)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2561 / 00:46

    โอ๊ยย แพ้คำว่า ครับ

    #18430
    0
  24. #18429 ✨•P•u•y•z•Zii•✨ (@PuyzZMeekaeW) (จากตอนที่ 130)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2561 / 00:44
    คือไถ่ตังค์ตัวเองจากเมียว่างั้น กร๊ากก
    #18429
    0
  25. #18428 เงา แสงอาทิตย์ (@loya) (จากตอนที่ 130)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2561 / 00:04
    อะไรคือเจ็ดพัน

    เค้าไม่ได้สนใจมรึ้งงงง

    นอกซ์ เค้าเป็นห่วงเพื่อน555
    #18428
    0