Angel Eyes

  • 95% Rating

  • 60 Vote(s)

  • 3,076,168 Views

  • 19,960 Comments

  • 10,630 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    26,052

    Overall
    3,076,168

ตอนที่ 127 : Thara-Kram`s Eyes 🌂 ep.07

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 20343
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 524 ครั้ง
    2 ก.ย. 61


Thara-Kram`s Eyes 07

How I Fell in Deep When You Touched My Skin

 

            “ฉันจะแจ้งความไง ไอ้เลว

            คำพูดของโซ่ทำเอาผมเกือบจะหัวเราะแล้วเชียว เอาสิ จะแจ้งความยังไงก็ว่าไป คิดว่าคนอื่นจะกลัวรึไง

            “พวกนายนี่เป็นเหมือนกันทั้งบ้านรึเปล่า เมื่อก่อนไม่เห็นจะสนใจไยดีมินมินเลย มาตอนนี้กลับทำเหมือนเป็นห่วงเป็นใยเหลือเกิน บอกตามตรงว่ามันตลกว่ะ

            คนพวกนี้เป็นยังไง ตอนที่มีเวลาอยู่ด้วยกันแต่กลับมาคิดรักษาน้ำใจหรือเห็นใจมินมินเลย แล้วมาตอนนี้ทำเหมือนเป็นครอบครัวที่รักใคร่ผูกพันกันนักหนา

            และพอพูดไปแบบนั้น ใบหน้าของโซ่ก็เข้มขึ้นทันที คงจะอายละมั้งที่ถูกตอกหน้าไปแบบนี้

            “แต่เอาเหอะ ฉันจะบอกให้มินมินโทรกลับไปแล้วกัน ถ้ามินมินมีเบอร์โทรของพวกนายน่ะนะ” ผมบอก เท่านั้นโซ่ก็จากไปอย่างโกรธๆ โดยไม่พูดอะไรเลยสักคำ

            ฮึ คิดว่าผมจะสนใจเหรอ มันเรื่องจริงนี่ มินมินไม่มีเบอร์โทรของคนบ้านนี้ด้วยซ้ำ ทำมาเป็นน้องชายผู้แสนดี เฮอะ อยากจะอ้วก

            แต่ก็น่าแปลกใจอยู่เหมือนกัน ก็ตรงที่ครอบครัวของมินมินเหมือนจะรู้ว่าเธออยู่กับผม แต่ก็นั่นแหละ มันคงไม่แปลกอะไรหรอกที่ทุกคนจะคิดแบบนี้

            แต่ไม่ว่ายังไง ผมจะไม่ปล่อยให้มินมินไปเจอกับครอบครัวของเธออีกแล้ว เพราะตอนนี้ ผมเป็นครอบครัวเพียงคนเดียวของเธอ และจะไม่ทำให้เธอต้องเสียใจอีก

            ผมเคยด่าเคยว่าเพื่อนอยู่หลายครั้ง ว่าทำไมพวกมันน่ะโง่ หัวร้อนง่าย กับอีแค่ผู้หญิงคนเดียวจะไปเสียดายทำไม บนโลกนี้ยังมีผู้หญิงสวยๆ อีกเป็นร้อย จะเลือกให้สวยให้เซ็กซี่ขนาดนั้นก็ได้ ทำไมต้องจมอยู่กับแค่ผู้หญิงคนเดียวด้วย พอได้เจอกับตัวเอง มันเลวร้ายยิ่งกว่าที่เคยได้เคยว่าทุกคนเอาไว้ซะอีก

            มีที่ไหนถึงกับปลุกปล้ำผู้หญิง แถมเธอก็ยังไม่เคยผ่านเรื่องอย่างว่ามาก่อนเลยด้วย แล้วยังไม่พอ ยังปล้ำแล้วปล้ำอีก ตอนนี้มินมินก็เลยช้ำไปทั้งตัว เห็นแล้วน่าสงสารชะมัด

            ตอนนี้ผมก็เลยได้รู้ ว่าความรักความรู้สึกมันไม่ใช่เรื่องที่จะล้อเล่นได้ง่ายๆ ผมอาจจะเลวร้ายมากกว่าเพื่อนทุกคนด้วยซ้ำ ใครมาได้ยินเข้าคงถูกด่าเปิดเปิงแน่

            เฮ้อ แต่ทั้งหมดก็ต้องโทษว่าเป็นความผิดของมินมินนั่นแหละ ก็ใครใช้ให้เธอน่ารักแบบนั้นล่ะ แล้วใครจะอดใจไหวล่ะ

            ผมมัวแต่คิดเรื่องไม่เป็นเรื่องอยู่ในหัว แล้วรีบเข้าคณะเรียนก่อนที่จะสายไปกว่านี้

 

            “มองอะไรวะ

            ผมมองหน้าเพื่อนระแวงสงสัย ตอนที่มานั่งกินข้าวเที่ยงกับไอ้คลื่น ไอ้กาย แล้วก็คนอื่นๆ พวกมันทำเหมือนไม่เคยเห็นผมมาก่อนนั้นแหละ เห็นแล้วมันหงุดหงิดยังไงก็ไม่รู้

            “ก็มินมินไม่มาเรียน แล้วมึงบอกอาจารย์ว่ามินมินไม่สบาย มึงรู้ได้ยังไงวะ ว่ามินมินไม่สบาย ถ้าไม่ใช่เป็นเพราะว่าแกกับมินมิน” คลื่นเอานิ้วมาจิ้มเข้าหากัน แล้วทำหน้าล้อเลียนไปด้วย

            “คบกันตอนไหนวะ ไม่เห็นรู้เรื่องเลย” เดือนคณะรูปหล่ออย่างไอ้กายตักข้าวเข้าปาก ก่อนจะมองผมยิ้มๆ

            “เรื่องของกูน่า” ผมตักข้าวเข้าปากบ้าง เพื่อจะได้ไม่ต้องคุยอะไรกับพวกมันต่อ แต่อย่าคิดว่าจะหลุดไปได้ง่ายๆ ไอ้พวกนี้เหมือนแร้งตายยากอะ บอกเลยว่าถ้าพวกมันมีเรื่องที่อยากจะรู้ล่ะก็ มันจิกไม่ปล่อยแน่

            “ไม่น่าเชื่อเลย แต่จะว่าไปมินมินก็น่ารักนะ ตัวเล็กนิดเดียว หน้าตากระจุ๋มกระจิ๋ม

            “เก็บปากไว้แดกข้าวเหอะ พูดมากเดี๋ยวจะถูกแก้วฟาดหน้าเอา”

            ไอ้พวกนี้พูดอะไรวะ ฟังแล้วระคายหูชะมัดเลย

            แต่แทนที่พวกมันจะกลัว แต่พวกมันกลับหัวเราะร่า ท่าทางสนุกมากที่ต้อนผมจนจนมุมได้

            “มึงนี่ขี้หึงชะมัดเลยว่ะ แค่พูดถึงหน่อยเดียวไม่ได้” ไอ้คลื่นส่ายหน้า ผมเลยยิ้มหวาน จะพูดกับมันตรงๆ บ้าง

            “จะว่าไป เจ้าเอยน่ารักเหมือนกันนะ ตัวเล็กนิดเดียว ผิวขาว แก้มใสๆ

            “ถ้ามึงยังพูดต่อ กูได้ฟาดปากมึงแน่” ไอ้คลื่นขัดก่อนที่ผมจะพูดจบ ทีนี้ผมกับคนอื่นเลยได้หัวเราะบ้าง

            “ทีอย่างนี้ล่ะไม่หัวเราะมั่งอะ

            “เออๆ ช่างกูเหอะ ว่าแต่มึงเถอะ ไปคบกับมินมินตั้งแต่ตอนไหนวะ” ท่าทางไอ้คลื่นมันจะคาใจมาก แต่เรื่องแบบนี้มันใช่เรื่องที่จะเอามาเที่ยวโฆษณาบอกคนอื่นยังไง มันต้องเป็นความทรงจำที่งดงามระหว่างผมกับมินมินสิ ถึงแม้ว่ามันจะค่อนข้างพิศาลซาดิสม์ไปหน่อยก็เถอะนะ

            “แล้ว แบบว่า” สายตาของไอ้คลื่นดูกรุ้มกริ่มมาก มันทำให้ผมต้องขยับตัวอย่างอึดอัด บอกเลยว่ามันไม่ค่อยปลอดภัยยังไงก็ไม่รู้

            “อะไรวะ” ผมคนสายตาของมันไม่ไหว ก็เลยถามออกไปเพราะความอยากรู้

            “มึงก็ไม่ได้เลี้ยงแมวไว้นี่หว่า และทำไมคอมึงถึงมีแต่รอยเล็บวะ”

            หลังจากที่ไอ้คลื่นพูดแบบนั้น ทุกคนก็พากันหัวเราะทันที ผมก็ยกมือทาบคอตัวเองโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะขึงตาใส่พี่ชายฝาแฝดอย่างเคืองๆ

            “หลังมือ แก้ม แขน โหย แดงไปหมด ปากแตกด้วย มินมินโหดร้ายขนาดนี้เลยเหรอวะ” ไอ้คลื่นหัวเราะไม่หยุด ผมก็ไม่รู้ตัวเลยว่าตามตัวจะมีรอยมากขนาดนี้

            “พวกมึงห้ามจินตนาการเลย” ผมดักคอเอาไว้เมื่อทุกคนเอาแต่หัวเราะทำตาลอยๆ

            “นั่นเมียกูนะเว้ยเฮ้ย! มาจินตนากงจิตนาการแบบนี้ กูถีบตกเก้าอี้เลยเดี๋ยว” อย่านึกนะว่าไม่รู้ว่าตอนนี้พวกมันกำลังคิดอะไรอยู่

            เราเป็นผู้ชายเหมือนกัน แถมยังคบกันมานาน เรื่องแค่นี้ทำไมจะเดาไม่ออกล่ะ ไอ้พวกเวรเอ๊ย

            “ฮั่นแน่ สรุปแล้วเป็นมินมินจริงๆ ด้วย”

            “เออ แล้วไง!” ผมขอถามกลับหัวเสีย อย่าบอกนะว่ามีคนเล็งมินเอาไว้เหมือนกันน่ะ แต่อย่าหวังว่าผมจะยอมนะ ไม่มีทางซะหรอก

            “แล้วพวกมึงยิ้มๆ กันเนี่ย มันอะไรกันวะ” ผมมองพวกมันสงสัย ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมต้องเอาแต่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่แบบนี้ด้วย เห็นแล้วมันน่าหงุดหงิดใจนะเว้ย

            “ก็แค่แปลกใจ ไม่น่าเชื่อว่ามึงกับมินมินจะลงเอยกันได้ นิสัยไม่เหมือนกันเลยสักอย่าง”

            “เอ้า เมียพวกมึงนิสัยเหมือนพวกมึงรึเปล่าล่ะ” ผมส่ายหัว ไม่ค่อยเข้าใจว่าพวกมันกำลังคิดอะไรอยู่

            “ตอนแรกกูก็อยากจะมีเหมือนกันนะ แบบว่า ช่วยแชร์ค่าห้อง ทำความสะอาดห้องให้ ช่วยซักเสื้อซักผ้าให้ แต่พอได้ลองอยู่ด้วยกันแล้วมันไม่เวิร์กว่ะ มันรู้สึกรำคาญยังไงไม่รู้”

            “มึงนี่โคตรเห็นแก่ตัวเลย” ผมพึมพำ แต่ก็พูดได้ไม่เต็มปาก เมื่อก่อนก็มีนิสัยความคิดแบบนี้อยู่เหมือนกัน จนกระทั่งได้มาเจอมินมินนี่แหละ

            ไม่ใช่อะไรหรอกนะ แต่มันเป็นเพราะว่าผมชอบเธอจริงๆ ไม่ใช่แค่เพียงความรู้สึกฉาบฉวยอย่างเดียวเท่านั้น ต่อให้เธอไม่ทำงานบ้านอะไรเลย ผมก็ไม่ว่าอะไรทั้งนั้น ขอแค่ตอนกลางคืนได้นอนกอดก็พอ หึๆ

            “พวกมึงต้องเจอคนที่พวกมึงชอบจริงๆ ก่อน แล้วเดี๋ยวพวกมึงจะเข้าใจเอง” กายว่า น้ำเสียงจริงจังมาก

            ก็อย่างว่าแหละนะ ไอ้กายมีแฟนก่อนทุกคนในกลุ่มล่ะ ชื่อตัวเล็ก น่ารักตัวเล็กสมชื่อนั่นแหละ ผมกับไอ้คลื่นเคยแหย่เล่นอยู่เลย

            “เอาไว้เจอก่อนแล้วค่อยว่ากันอีกที ตอนนี้อยู่รกๆ ไปก่อนแล้วกัน

            ผมไม่ได้ฟังสิ่งที่พวกมันพูดกันเท่าไหร่ เพราะกำลังนั่งไปถึงยัยตัวเล็กแสนดื้อของตัวเองอยู่ ไม่รู้ว่าป่านนี้มินมินจะเป็นยังไงบ้าง จะตื่นแล้วหรือยังก็ไม่รู้ จะโทรไปหาก็ไม่ได้ด้วยนะ โทรศัพท์ของเธออยู่ที่ตัวผมนี่แหละ ก็มันน่ากลัวนี่นา กลัวว่าเธอจะหนีไปอีก ผมก็เลยต้องริบโทรศัพท์มือถือเอาไว้ก่อนเพื่อความปลอดภัย

            แต่ว่า ที่ห้องอย่างนี้โทรศัพท์พื้นฐานอยู่นี่หว่า ลืมเรื่องง่ายๆ แบบนี้ไปได้ยังไงวะ

            หลังจากที่ทานข้าวเที่ยงเสร็จแล้ว ผมกับเพื่อนคนอื่นยกเว้นคลื่นกับไอ้กายไปสูบบุหรี่กันที่โซนสูบบุหรี่

            ตอนแรกผมก็ไม่นึกมาก่อนว่าทั้งสองคนมันจะเลิกบุหรี่ เพิ่งจะมารู้ทีหลังเนี่ยแหละ น่ากลัวใช่ไหมล่ะ พวกมันบอกว่าแฟนมันไม่ชอบกลิ่นบุหรี่เลยพยายามเลิก สุดยอดเลยจริงๆ

            แต่ตอนที่ผมพ่นควันบุหรี่สีขาวขุ่นออกมา มันก็คิดไปถึงมินมินอยู่เหมือนกัน ผมคิดว่าเธอก็คงไม่อยากให้ผมสูบเหมือนกัน เอาเป็นว่า หลังจากนี้ผมก็คงต้องเข้าคอร์สบำบัดการเลิกบุหรี่ด้วยอีกคนล่ะมั้ง

            ผมโทรศัพท์เข้าเบอร์ห้อง ก่อนจะหัวเราะเมื่อมินมินรับสายอย่างรวดเร็ว เธอร้องไห้ด้วยล่ะ

            (คนเลว…) และนี่การเป็นคำทักทายแรกของมินมิน น่ารักซะไม่มี

         (นายทำแบบนี้ทำไม)

            “อยากกินอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่า เรียนอีกวิชานึงก็จะกลับแล้ว เดี๋ยวซื้อเข้าไปให้” ผมไม่สนใจคำต่อว่าของมินมิน แต่เป็นห่วงกลัวว่าเธอจะไม่ยอมกินอะไรเลยมากกว่า

         (ทำไมถึงทำแบบนี้)

            “เธอก็น่าจะรู้นะ ว่าที่ฉันทำแบบนี้เป็นเพราะอะไร เดี๋ยวเจอกันก็แล้วกัน”

         (คราม เดี๋ยว คนเลว!)

         ให้ตายเถอะน่า ผู้หญิงคนนี้เป็นเหตุผลที่ทำให้ผมยิ้มได้จริงๆ นะ ยัยตัวน่ารักเอ๊ย

 

         ผมคิดว่าจะถูกตบแล้วซะอีกกลับมาถึงห้อง เพราะคิดว่ามินมินคงเตรียมที่จะอาละวาดใส่เต็มที่แล้ว แต่กลายเป็นว่าเธอเอาแต่ทำหน้าเลิ่กลั่กน่าสงสารน่าเอ็นดูมาก เธอใส่เสื้อผ้ามิดชิดแต่ถึงอย่างนั้นก็ยังเห็นรอยช้ำบนตัวอยู่ดี เห็นแล้วผมก็อดโกรธตัวเองไม่ได้ ไม่คิดว่าตัวเองจะอาการหนักขนาดนี้เลย แค่ไม่กี่ครั้งแต่ทำมินมินช้ำไปทั้งตัว ผมต้องโรคจิตขนาดไหนกันนะ ถึงทำผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งจนเป็นแบบนี้น่ะ

            “ไม่นอนเหรอ” ผมถามมินนี่หลังจากที่ล้างจานเรียบร้อยแล้ว

            ใครว่ามีแฟนแล้วจะให้ผู้หญิงเป็นคนทำงานบ้านทุกอย่าง ดูตัวอย่างผมนี่สิ ผมทำเองทุกอย่างเลยนะ แบบนี้ควรจะให้รางวัลสักนิดสักหน่อยรึเปล่านะ แต่เชื่อเถอะพูดไปก็เท่านั้น มินมินไม่ยอมให้ผมได้รางวัลง่ายๆ หรอก ผมถึงต้องพยายามปล้นเอาเองยังไงล่ะ หึๆ

            “นี่ก็ดึกมากแล้วนะ” ผมบอก แต่มินมินก็ไม่ยอมขยับตัวจากโซฟาเลย

            ที่จริงผมก็รู้แล้วว่ามินมินไม่กล้าเข้าห้องนอน ความจริงผมก็ไม่ได้คิดจะทำอะไรตอนนี้เลยนะ แต่พอเห็นมินมินทำท่ากลัวซะเหลือเกิน มันก็อยากแกล้งอะ หึๆ

            “ขอโทรศัพท์คืนได้มั้ย” คำถามนี้ มินมินทำผมไม่รู้อีกครั้งแล้ว จนผมขี้เกียจจะตอบแล้วอะ

            “ไปนอนเถอะ นี่ก็ดึกมากแล้วนะ” นี่ก็เหมือนกัน ผมบอกเธอไม่รู้กี่ครั้งแล้ว แต่มินมินก็ดื้อจนเหลือเชื่อเลย

            “ฉันจะนอนตรงนี้” ดวงตากลมโตของมินมินแดงมากเหมือนกำลังร้องไห้อยู่

            เฮ้ย นี่ผมไม่ได้ข่มขู่อะไรเลยนะ ไม่เข้าใจว่าทำไมมินมินถึงได้กลัวผมขนาดนี้ นี่ผมกลายเป็นคนบ้าหื่นกามไปแล้วเหรอ ยิ่งคิดยิ่งหงุดหงิดแฮะ

            “เอาจริงอะ” ผมให้เวลามินมินได้ตัดสินใจ แต่เธอก็ยังยืนยันคำเดิม

            “จ้ะ งั้นตามสบายนะจ๊ะ” ผมบอกมินมิน ก่อนจะเดินเข้าห้องนอนเพื่ออาบน้ำ ไม่กลัวหรอกว่ามินมินจะหนีได้ แน่จริงก็ลองกดรหัสประตูให้ได้ก่อนเถอะนะ

            หลังจากอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้ว ผมกลับไปที่ห้องรับแขกอีกครั้ง ก็เห็นว่ามินมินนอนคุดคู้อยู่บนโซฟานั่นแหละ สงสัยจะเป็นการประท้วงอย่างหนึ่ง ช่างน่ารักอะไรอย่างนี้

            เธอผุดลุกขึ้นนั่งทันทีเมื่อผมนั่งลงที่โซฟาตัวเดียวกัน มองผมด้วยสายตาหวาดระแวง แต่ผมแคร์เหรอ ก็ไม่

            “ไปนอนในห้องเถอะ” ผมทำใจเย็นตอบกลับมินมินอีกครั้ง จะมานอนทำไมตรงนี้ล่ะ นอนบนโซฟานี่มันสบายที่ไหน แต่แน่นอนว่ามินก็ไม่ยอมตอบอะไรเลย

            “เอางี้ใช่มะ” ผมเม้มปากอย่างมันเขี้ยว บอกตามตรงว่าตอนนี้อยากขย้ำขยี้แม่หัวดื้อใจแทบขาดแล้ว

            “ฉันจะนอนที่นี่” มินมินก็ยังพูดคำเดิม จะพูดให้ถูกก็คือทะเลาะกันเหมือนเดิมไม่หยุด ผมก็เริ่มขี้เกียจจะเถียงด้วยจริงๆ แล้ว

            มินมินขยับตัวไปซุกที่มุมโซฟา ผมก็เลยหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดคลิปโป๊ จากนั้นก็ส่งมันขึ้นไปที่โทรทัศน์จอใหญ่ ที่มินมินกำลังดูการ์ตูนอยู่ เพราะมันลิงค์กันได้อยู่แล้ว

            “อ๊า อ่ะ อ๊า” เสียงบรรเลงแห่งความสุขดังลั่นทันที มินมินทำตาโตด้วยความตกใจ ก่อนจะหันมองผมด้วยสายตาที่เหมือนจะช็อก

            “อ๊า อ่ะ อ๊า อืม

            “หยุดเดี๋ยวนี้นะ!” ในที่สุดเธอก็พูดคำอื่นซะที และทำให้ผมหัวเราะร่วนมีความสุข แกล้งใครก็ไม่สนุกเท่าแกล้งผู้หญิงคนนี้เลยจริงๆ

            “คราม!” เธออุทาน เพราะบนจอน่ะกำลังถึงพริกถึงขิงกันเลยล่ะ

            “อ่า ชักจะมีอารมณ์ซะแล้วแฮะ เราอย่าให้น้อยหน้าพระเอกนางเอกเลยนะ มาทำการบ้านกันบ้างดีกว่า” ผมแลบลิ้นเลียปากอย่างกระหาย ก่อนจะจับข้อเท้าของมินมินแล้วลากให้เธอนอนอยู่บนโซฟาข้างตัวทันที

            “เราอย่าให้น้อยหน้าพระเอกนางเอกนะ แต่จะว่าไปแล้ว” ผมก้มหน้าไปชิดกับหน้าหวานๆ ของมินมิน เธอเบิกตากว้างเหมือนจะกลั้นหายใจด้วย น่ารักน่าแกล้งชะมัดเลย

            “เราถ่ายคลิปไว้ แล้วเอามาดูกันทีหลังดีมั้ยครับ มินมิน

End Thara-Kram talk…

 

            ตอนที่เข้าห้องน้ำฉันก็แทบจะร้องกรี๊ดกับตัวเองให้ได้

            มีอย่างที่ไหน วันนึงต้องอาบน้ำไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งน่ะ แล้วครั้งนี้เขาก็ยังตามมาวุ่นวายในห้องน้ำด้วย มันเป็นเรื่องที่ชวนให้หงุดหงิดที่สุดเลยล่ะ

            ตอนที่ฉันอยู่ใต้ฝักบัว ครามอาบน้ำอยู่ในอ่างอาบน้ำอย่างสบายอารมณ์ แถมยังผิวปากเปิดเพลงอารมณ์ดีอีกต่างหาก

            ฉันต้องรูดผ้าม่านมากั้นเอาไว้ ไม่ให้สายตาซอกแซกของเขามองตัวเองได้ แต่ก็ไม่แน่ใจว่าจะได้ผลไหม

            แล้วตอนนี้ฉันก็ต้องอาบน้ำไม่รู้รอบที่เท่าไหร่ของวัน อยากจะร้องกรี๊ดออกมาดังๆ ตอนที่อะไรบางอย่างที่มันไหลเรื่อยไปตามเรียวขาของตัวเองนี่แหละ

            ล้างเท่าไหร่ก็ไม่รู้จักหมด ส่วนตัวการของเรื่องหัวเราะอารมณ์ดี ไม่มีท่าทีสำนึกผิดอะไรเลยสักนิด

            อันที่จริง สิ่งที่ครามทำอยู่มันไม่ใช่เรื่องผิดอะไรนักหรอก(?) แต่ทำแบบนี้มันเหมือนเป็นการใช้เซ็กส์แก้ปัญหาเลย และฉันก็ไม่ชอบด้วย

         ฉันไม่ได้ชอบ จริงๆนะ ถึงจะปล่อยให้เขาทำตามใจได้หลายครั้งก็เถอะ

            “นี่!” ฉันต้องอุทานออกมาเสียงหลง เมื่อจู่ๆ ครามก็เลื่อนบานเลื่อนกระจกออกแล้วแทรกตัวเข้ามาหน้าตาเฉย

            หัวใจของฉันเต้นแรงแทบจะทะลุหน้าอกออกมาได้อยู่แล้ว พอมีคนสองคนเข้ามาอยู่ด้วยกันในนี้แล้ว ห้องอาบน้ำก็เหมือนจะแคบไปในทันทีเลย

            “จะล้างอะไรขนาดนั้น ตัวหอมแล้วนะ” ครามจูบแก้มฉันเบาๆ ทำให้ฉันขนลุกซู่ อากาศรอบตัวเหมือนจะร้อนวาบขึ้นมาในทันที

            “ไปให้พ้นเลยนะ” ตอนนี้ฉันแทบจะเป็นลมจริงๆ เกิดมาไม่เคยเจอใครแบบนี้มาก่อน ทั้งดื้อทั้งหัวรั้น ไม่รู้ว่าเป็นโชคร้ายหรือโชคร้ายมากที่ได้มาเจอคนอย่างเขา แต่ก็นั่นแหละ ถ้าหากไม่มีครามคนนี้สักคน ฉันเองก็คง

         “ก็เป็นห่วง เห็นเข้ามานานแล้วยังไม่ออกมาสักที ก็กลัวว่าจะเป็นลมไม่สบายเอาน่ะสิ” น้ำเสียงของเขาฟังดูเป็นห่วงอยู่หรอก แต่สายตานี่สิ

            “ออกไปก่อนสิ ฉันจะอาบน้ำ” บอกไปแบบนี้ก็ไม่รู้ว่าผู้ชายตัวโตเอาแต่ใจอย่างเขาจะฟังรึเปล่า อยู่กับครามอย่างใกล้ชิดมาระยะหนึ่งก็พอจะรู้ว่าเขามีนิสัยยังไง ถ้าอยากจะให้เขาเข้าใจก็ต้องพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานนุ่มนวล ซึ่งคนอย่างครามก็นะ

            “แน่ใจนะ ว่าไม่อยากให้ช่วยอาบให้น่ะ” สายตาของครามเป็นประกาย เห็นแล้วหมั่นไส้อยากจะตะกุยให้เป็นรอยเหลือเกิน

            “ขอร้องล่ะ” ฉันทำน้ำเสียงสั่นๆ หวังจะทำให้ครามใจ ซึ่งก็ดูเหมือนว่าจะได้ผลอยู่หน่อยๆ ล่ะมั้ง

            “รีบออกมาเลยนะครับ เดี๋ยวจะไม่สบายนะ” ครามขยับตัวออกห่างจากฉัน ฉันพยายามจะถอยหนีจากเขาด้วยเหมือนกัน

            แต่พอขยับตัว เท้าเจ้ากรรมมันก็ลื่นแทบจะล้ม ถ้าไม่ได้ครามช่วยประคองเอาไว้

            “อุ๊ย ลื่น ลื่นอะไรน่ะ” รอยยิ้มของครามมันแบบ

            เขาก้มมองลงที่พื้น แล้วก็มองตามเรียวขาของฉัน โอ๊ย ฉันอยากจะบ้าตาย

            “แหมฉันว่า

            ก่อนที่ครามจะทันได้พูดอะไร ฉันก็รีบผลักเขาออกไปจากห้องอาบน้ำทันที ฉันกลั้นเสียงกรี๊ดเอาไว้สุดกำลัง เพราะได้ยินเสียงหัวเราะหน้าหมั่นไส้ของครามแว่วมาให้ได้ยิน ก็เป็นเพราะเขาไม่ใช่รึไง ฉันถึงได้เป็นแบบนี้น่ะ

            แต่ครามก็เหมือนจะเข้าใจความรู้สึกของฉัน เพราะตอนที่อาบน้ำเรียบร้อยแล้ว เขาก็เตรียมชุดนอนเอาไว้ให้เห็นข้างอ่างล้างหน้า แต่แต่ไม่มีชุดชั้นใน

            ผู้ชายคนนี้มัน

 

            เพราะครามขู่เอาไว้ว่าถ้าไม่ออกจากห้องน้ำเขาจะตามเข้ามาด้วย ฉันก็เลยต้องจำใจออกจากห้องน้ำไม่เต็มใจเลย มีความรู้สึกว่านอนในห้องน้ำยังจะปลอดภัยกว่านอนบนเตียงยังไงก็ไม่รู้

            “ขัดสีฉวีวรรณอะไรขนาดนั้น แค่นี้ก็สวยจนผัวรักผัวหลงแล้ว” ครามที่นอนอยู่บนเตียงยกชีทเขาถืออยู่ในมือขึ้นเพื่อที่เราจะได้มองหน้ากันชัดๆ จากนั้นเขาก็หัวเราะ พลางตบมือบนเตียงนอนแรงๆ

            “มามะ มานอนได้แล้ว นี่ก็ดึกมากแล้วนะครับ”

            เขาเพิ่งรู้เหรอว่าตอนนี้ดึกมากแล้วน่ะ ฉันง่วงอยากจะนอนแทบแย่ แต่ก็ไม่กล้าจะพาตัวเองไปนอนบนเขียง เอ๊ย เตียงเลยจริงๆ

            “มินมิน ถ้ายังชักช้าอยู่ฉันไม่รับประกันนะว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง”

            เขาก็ดีแต่เก่งข่มขู่คนอื่นเท่านั้นแหละ แล้วฉันทำอะไรมากไปกว่าการเดินขึ้นเตียงไม่ได้เลย

            “ทำไมจะต้องเขินด้วย เราก็อยู่ด้วยกันมาตั้งนานแล้ว” ครามยิ้มให้ฉัน หลังจากที่ฉันยอมแพ้ยอมขึ้นเตียงแต่โดยดี

            บอกตามตรงเลยว่าตอนนี้ฉันแทบจะไม่เหลือเรี่ยวแรงอีกแล้ว ครามนี่เหมือนตัวดูดพลังเลยล่ะ เล่นเอาร่างกายของฉันอ่อนเปลี้ยไปหมด

            “วันนี้ฉันไม่แกล้งแล้ว นอนเถอะ” ถึงครามจะบอกมาแบบนั้น แต่ฉันก็ยังไม่ไว้ใจอยู่ดี

            ฉันทำอะไรไม่ได้เลยตอนที่ครามเอื้อมมือมาใกล้ หัวใจมันเต้นตีลังกาพลิกคว่ำพลิกหงายอยู่ในอกข้างซ้าย แต่เขาแค่ผ้าห่มมาคลุมร่างของเอาไว้เท่านั้น

            “ก็บอกว่าจะไม่ทำอะไร นอนพักเถอะมินมิน” พูดจบครามโน้มหน้าเข้ามาใกล้ฉันอีกครั้ง ก่อนจะจูบที่แก้มฉันเบาๆ การกระทำที่แสนอ่อนโยนซึ่งไม่ได้เห็นบ่อยๆ ทำให้ฉันนั้นพูดไม่ออกเลย แต่ก็ต้องยอมรับว่ามันทำให้ฉันสบายใจขึ้นมาก หลังจากที่เรากลับมาเจอกันอีกครั้ง

            ฉันไม่เข้าใจว่าเราอยู่ในรูปแบบนี้กันได้ยังไง ฉันไม่ได้ทำตัวหยิ่งน่าหมั่นไส้ด้วยการหนีเขาไปเหมือนนางเอกนิยายอะไรหรอกนะ แต่ฉันรู้ว่าผู้ชายอย่างครามคงไม่จริงจังกับคนฉันนักหรอก ในเมื่อมีโอกาสที่จะอยู่ห่างจากกันแล้ว จากกันไปเลยแบบวันก่อนน่าจะดีกว่าไม่ใช่เหรอ

            “บอกให้หลับ ยังจะมามองตาแป๋วอีก ไม่ง่วงหรือไง หรืออยากได้อีกรอบ”

            “หลับแล้ว” ฉันรีบหลับตาปี๋ หัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะไม่ได้ยินเสียงเลย ผู้ชายคนนี้นี่ร้ายจริงๆ เลยนะ เอาจุดอ่อนมาขู่คนอื่นแบบนี้ก็แย่สิ

            “นอนพักให้สบายนะครับ เพราะเรายังมีเรื่องให้คุยกันอีกยาว

            เสียงหัวเราะหึๆ อยู่ในคอของครามมันน่ากลัวมาก จนฉันไม่กล้าจะลืมตาขึ้นอีกเลย ฉันตั้งใจว่าจะรอให้เขาหลับ แล้วจะได้แอบตามหาโทรศัพท์มือถือของตัวเอง จากนั้นก็จะกลับไปที่ห้องเช่าที่เพิ่งหาได้ เพราะจะได้ไม่มีอะไรต้องข้องเกี่ยวกันอีก

            ฉันคิดว่าจะพักสายตาสักสองสามนาที

            แต่พอลืมตาขึ้นมาอีกทีก็สายมากแล้ว ฉันหลับไปเกือบหกชั่วโมงเห็นจะได้ และยังเห็นครามแต่งตัวอยู่ปลายเตียงเหมือนเดิมทุกครั้งเลย

            โอ๊ย ยัยโง่มินมิน

            “วันนี้เธอไม่มีเรียนนะ อาจารย์ยกเลิกคลาสแล้ว” ครามบอกกับฉัน ไม่ลืมส่งยิ้มเซ็กซี่มาให้ด้วย

            ยิ่งเห็นแบบนี้ฉันก็ยิ่งสับสนมึนงง จนไม่รู้ว่าจะเริ่มอะไรก่อนหลังเลย แต่เดี๋ยวก่อนนะ เมื่อกี้เขาบอกว่ายังไงแล้วนะ

            “นายรู้ได้ยังไงว่าวันนี้ฉันไม่มีเรียน” ฉันลุกขึ้นนั่งจ้องหน้าเขาอย่างโกรธๆ

            “ก็ไลน์กรุ๊ปวิชาที่เธอเรียนไง” ครามบอกมาแบบนั้น ฉันเลยเข้าใจว่าเขาคงจะใช้โทรศัพท์เปิดดูอะไรหมดแล้วล่ะ

            “วันนี้อยู่พักที่ห้องไปแล้วกันนะครับ แต่จะว่าไปแล้วก็เดินแทบไม่ไหวอยู่แล้วนี่” พูดแล้วครามหัวเราะคิกคัก จนฉันอยากจะเอาอะไรปาหัวเขาให้แตกไปเลย

            “ฉันฉันอยากไปเก็บของ

            พอเห็นว่าครามอารมณ์ดี ฉันก็ลองคุยกับเขาด้วยเหตุผลดู เขาก็คงจะมีเหตุผลอยู่เหมือนกันล่ะนะ ตามมาหึงหวงผู้หญิงธรรมดาๆ คนหนึ่งไปเพื่ออะไร ขนาดจะออกจากห้องไปเรียนทำไม่ได้ คิดแล้วมันก็เครียดอยู่เหมือนกันนะ

            “เก็บของที่ไหน” แต่น้ำเสียงของครามเริ่มเย็นลง ผู้ชายคนนี้เป็นโรคไบโพลาร์[1]หรือยังไง ฉันเอาใจไม่ถูกแล้วนะ

            “ก็

            “นั่นสิ ฉันก็ยังไม่รู้เลยว่าตอนที่เธอออกจากบ้านไปเธอไปอยู่ที่ไหน” คราวนี้ครามเริ่มหันมามองฉันทั้งตัว และแน่นอนว่าสายตาน่ากลัวมากด้วย ฉันเริ่มขยับตัวอึดอัดบนเตียง หัวใจเต้นแรงเอาๆ จนเจ็บไปหมดแล้ว

            “ตอนที่เธอหนีออกจากบ้านไปอยู่ไหนมาเหรอ”

            คำพูดของครามมันฟังดูแหม่งๆ ยังไงชอบกล แต่ฉันก็ไม่กล้าจะเถียงอะไรกลับไป

            “งั้นก็แต่งตัว เดี๋ยวจะพาไป”

            ทำไมเขาดูใจดีจัง แต่ฉันก็ไม่คิดอะไรมากรีบลงจากเตียงทันที แต่พอจะเข้าห้องน้ำก็ถูกครามเรียกไว้อีกครั้ง

            “เดี๋ยว! มินมิน”

         “คะ” หัวใจฉันเต้นแรงไม่อยู่กับร่องกับรอยเลย บอกตามตรงว่าเอาใจผู้ชายคนนี้ไม่ถูกจริงๆ

            “ไม่ต้องอาบน้ำนะ ไปตัวหอมๆ แบบนี้แหละ ถ้าจะได้ไม่กล้าหนีไปไหนอีก”

            ฮะ ผู้ชายคนนี้นี่มัน

 

            สุดท้ายฉันก็ออกมาจากห้องด้วยตัวหอมๆ อย่างที่ครามขู่ เอ๊ย บอกเอาไว้นั่นแหละ ฉันกลัวว่าจะเสียเวลาและกลัวว่าเขาจะเปลี่ยนใจ ก็เลยทำใจออกมาทั้งอย่างนี้ ก่อนจะไม่ได้ออกมาอีกเลย คิดแล้วก็สงสารตัวเองอยู่เหมือนกัน

            “อยู่ใกล้กันมากเลยนี่นา เอาตังค์ที่ไหนมาเช่า” ครามนั่งลงที่เตียงแรงๆ ก่อนจะจ้องฉันด้วยสายตาไม่พอใจ

            “มินมิน

            พอฉันไม่ตอบ ครามก็เริ่มขึ้นเสียงใส่ แล้วฉันจะทำอะไรได้ล่ะ นอกจากบอกทุกอย่างไปตามความจริง

            “พ่อให้มาน่ะ” ความจริงฉันไม่ได้ตั้งใจจะมาเก็บของอย่างที่บอกกับครามไว้ตอนแรกหรอก แต่เพราะว่าตอนนั้นอยากจะออกมาจากห้องของเขาเลยพูดไปแบบนั้น มาตอนนี้ฉันก็เลยทำอะไรไม่ได้นอกจากแกล้งทำเป็นหยิบของ ซึ่งก็มีเพียงไม่กี่ชิ้นเท่านั้น ข้าวของของฉันไม่ได้มีมากมายตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ส่วนหนึ่งมันก็ยังอยู่ในห้องของครามด้วย

            “ญาติดีกับทางนั้นแล้วเหรอ” ครามยังดูอารมณ์เสีย ฉันเองก็บอกความจริงไปทุกอย่าง เพราะไม่อยากให้เขาหงุดหงิดไปมากกว่านี้

            “ฉันแค่โทรไปขอยืมเงินน่ะ”

            “อวดดีทั้งที่ไม่มีอะไรให้อวด”

            อึก คำพูดของเขาวันมันทำให้ฉันสะอึกไปเลย นั่นสินะ ทำไมฉันถึงได้โง่ อวดดีทั้งที่ไม่มีอะไรให้อวด แล้วยังต้องสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นอีก

            “เอาเถอะ ฉันเองก็พูดแรงเกินไป ขอโทษแล้วกัน”

            ไม่รู้ว่าฉันทำหน้ายังไงอยู่ ครามเลยบอกขอโทษง่ายๆ ฉันเองก็รู้ตัวที่ว่าทำตัวเป็นภาระให้คนอื่นมาตลอด ไม่เคยคิดโกรธเขาหรอก เพราะสิ่งที่เขาพูดมามันเป็นความจริงทั้งหมด

            “ตอนนี้ขาของฉันก็ดีขึ้นมากแล้ว ฉันว่า ฉันอยากจะทำงานพิเศษดูน่ะ” ฉันพูดกับครามอย่างระมัดระวัง หวังว่าเขาจะมีเหตุผลยอมฟังสิ่งที่ฉันอยากจะบอกสักครั้ง

            “ขาก็ใช่ว่าจะหายดี ทำไมถึงอยากทำงานพิเศษล่ะ” ครามดูขุ่นๆ อยู่ แต่เขาก็ยังพูดคุยกับฉันด้วยน้ำเสียงนิ่มๆ

            แต่แบบนี้แหละที่น่ากลัว เพราะไม่รู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ในใจกันแน่

            “เอ่อ” จะพูดยังไงให้เขาหงุดหงิดน้อยที่สุดดีนะ ทั้งที่มันเป็นเรื่องของตัวเองแท้ๆ แต่ฉันกลับต้องฟังความคิดเห็นจากคนอื่น มันยังไงๆ อยู่เหมือนกันนะ

            “หรือมีของที่อยากได้” เขาถาม ฉันก็เลยพยักหน้าให้ทันที

            ความจริงไม่ได้มีของอะไรที่อยากได้เป็นพิเศษหรอก แต่ฉันอยากทำงานเก็บเงินเอาไว้บ้าง ไม่อยากจะพึ่งพาเขาไปเสียทุกเรื่อง

            ดูก่อนหน้านี้สิ จู่ๆ ฉันต้องออกจากห้องของเขากลางดึก ไม่มีเงินติดตัวเลยสักนิด รู้ซึ้งเลยว่ามันลำบากมากแค่ไหน ถ้าหากว่าเกิดฉันท้องขึ้นมาแล้วถูกไล่ออกมาอีกครั้ง ใครจะมาช่วยฉันได้ ถึงตอนนั้นมันคงแย่กว่าตอนนี้ไม่รู้กี่เท่า

            เดี๋ยวนะ ท้องอย่างนั้นเหรอ

            ฉันตกใจมากที่เรื่องสำคัญแบบนี้ได้อย่างสนิทใจ จะว่ามีเรื่องวุ่นวายจนลืมคิดเรื่องนี้เลยก็ไม่ถูกซะทั้งหมด แต่มันเป็นเพราะความประมาทของฉันเอง

            “แล้วกัน ถามแค่นี้ก็ซึมไปเลย อยากได้อะไรเหรอ”

            ฉันรู้ตัวอีกครั้งก็ตอนที่ได้ยินคำถามของคราม ก่อนที่เขาจะดึงฉันไปกุมเอาไว้แน่น

         “มันแพงเหรอ ฉันมีเงินซื้อให้ได้น่า อย่าดูถูกคนที่ทำงานมาตั้งแต่เด็กๆ สิ”

            คำพูดของครามทำให้ฉันยิ้มได้ เขาเองก็ลืมไปแล้วหรือเปล่า ว่าฉันเองทำงานส่งเสียตัวเองมาตั้งแต่เด็กๆ แล้วเหมือนกัน

            “ฉันไม่ค่อยสบายใจที่ ที่ต้องขอเงินจากนาย จากพ่อแบบนี้น่ะ” ฉันเลือกที่จะบอกไปตามความจริง และหวังว่าครามจะเข้าใจ

            “อีกอย่าง ฉันก็ทำงานหาเงินเองมาตลอดด้วย พอต้องขอเงินจากคนอื่นมันก็

            ขอบตาของฉันร้อนผ่าว บอกตามตรงว่ามันเป็นอะไรที่อธิบายยากมาก และฉันก็ไม่รู้ว่าครามจะเข้าใจไหม

            “อายเหรอ”

            “ก็ส่วนนึง แต่ฉันไม่สบายใจจริงๆ ที่ต้องขอเงินจากคนอื่น เท่านี้ฉันก็เป็นหนี้บุญคุณพ่อมากอยู่แล้ว ฉัน

            ครามปิดปากฉันไว้ก่อนที่ฉันจะทันได้พูดจบ เขามองฉันด้วยสายตาที่อ่านไม่ออกแล้วส่ายหน้าไปมาน้อยๆ

            “การที่เธอเกิดมาไม่ใช่ความผิดของเธอนะ พวกเขาต้องรับผิดชอบสิที่ทำเธอเกิดมา ไม่ใช่ว่าเธอร่ำร้องอยากจะเกิดมาซะหน่อย ฉันไม่รู้ว่าพ่อแม่ของเธอมีปัญหาอะไรกัน แต่ที่พวกเขาทำมันไม่ถูก”

            “ไม่เห็นเป็นไรนี่” ฉันรีบเถียง แต่น้ำเสียงก็สั่นจนน่ากลัว

            “อย่างเมืองนอก ใครๆ ก็แยกบ้านตั้งแต่เรียนจบมอปลายกันทั้งนั้น ฉันเองก็จะเรียนจบอยู่แล้ว ฉันต้องรับผิดชอบตัวเองนะ”

            “มันก็ใช่แต่เธอไม่ควรแบกรับทุกอย่างเอาไว้แบบนี้ ฉันควรรับผิดชอบเธอ”

            “ไม่ต้องหรอก คือ

            ฉันพูดไม่จบเหมือนเคยเพราะถูกครามพูดแทรกอีกครั้ง เขาดูไม่พอใจมากแต่ก็มองมาด้วยสายตาเป็นห่วง

            “เธอเหนื่อยมามากแล้วนะมินมิน พักบ้างก็ได้ กลัวอะไร กลัวว่าเธอจะเป็นเหมือนแม่เหรอ”

            คำถามของครามทำฉันน้ำตาไหล เพราะมันจี้ใจและเป็นเรื่องที่ฉันอ่อนไหวมาตลอดทั้งชีวิต

            “กลัวว่าฉันจะทิ้งเธอไป ทิ้งเธอไว้คนเดียวใช่มั้ย

            ฉันเม้มปากไม่ได้พูดอะไร แล้วก็รีบเช็ดน้ำตาทันที

            “กลับกันเถอะ ครามไม่ได้พูดอะไรอีก เขาฉวยข้าวของของฉันที่ยังอยู่ในกระเป๋าใบเดิมออกมาจากห้องเงียบๆ ไม่ได้สนใจอะไรอีก ตอนที่มาถึงคอนโดเขาก็ลากฉันไปที่ตู้เอทีเอ็มจากนั้นก็กดเงินออกมาสี่ครั้ง ซึ่งแต่ละครั้งเขาถอนเงินออกมาสองหมื่น แล้วทั้งหมดนั่นก็มาอยู่ในมือของฉัน

            “อยากซื้ออะไรก็ซื้อเลย อยากได้อะไรก็ซื้อ ไม่พอก็บอกแล้วจะให้การ์ดไปรูดเองเลย”

            คำพูดของครามทำฉันช็อก มองเขาเหมือนไม่เคยเห็น แล้วเขาก็ใจดีด้วยนะ เอาเงินทั้งหมดนั่นยัดใส่กระเป๋าเป้ให้ฉันอย่างใจเย็น

            “ให้การ์ดไปคงไม่ใช้ล่ะสิ เอาไปทั้งอย่างนี้เลย” เขาหัวเราะ แต่ฉันไม่ขำด้วยนะ

            “ฉันมีเรียน ต้องรีบไปละเดี๋ยวจะสาย” ครามจูบแก้มฉันเบาๆ ก่อนจะเดินหนีอย่างอารมณ์ดี ส่วนฉันผมจะร่วงหมดหัวอยู่แล้ว นี่เงินเฉียดแสนเลยนะ เขาทำแบบนี้ได้ยังไง

            ฉันตกใจมากจนไม่รู้จะทำยังไงกับเงินจำนวนนี้ดี เก็บไว้แบบนี้ไม่ปลอดภัยแน่ก็เลยตั้งใจจะเอาไปฝากธนาคารแล้วค่อยโอนคืนเขาทีหลัง แต่ว่า

            “แม่!” ฉันอุทานอย่างตกใจ เมื่อจู่ๆ กระเป๋าเป้ที่ถืออยู่ในมือถูกกระชากออกไปตอนที่ไม่ทันได้ตั้งตัว และไม่รู้เลยว่าแม่มาอยู่ตรงนี้ได้ยังไง

            แม่ไม่พูดอะไรทั้งนั้น นอกจากโยนของในกระเป๋าเป้ของฉันทิ้งกับพื้นส่งๆ ในขณะที่ฉันยังจับต้นชนปลายไม่ได้

            “ถือเป็นค่าสินสอดที่ผัวแกจะให้ฉันแล้วกัน” ท่านบอกแล้วก็ยิ้มเย็นให้ฉัน ขณะที่ฉันตกใจผวาจะเอากระเป๋าคืน

            แต่เกิดอะไรขึ้นรู้ไหม แม่ผลักฉันล้มลงกับพื้นจนฉันจุก ก่อนที่จะถูกกระทืบข้อเท้าที่มันเจ็บอยู่แรงๆ จนฉันน้ำตาร่วง

            “ขอบใจนะ มินมิน

            ฉันนั่งนิ่งกับพื้นอยู่อย่างนั้นเป็นนาน สาบานได้ว่าไม่เคยนึกมาก่อนว่าคนที่ฉันเรียกว่า แม่ มาตลอดจะทำกันขนาดนี้

            นั่นไม่ใช่เงินของฉันด้วยซ้ำ และฉันก็มั่นใจด้วยว่าแม่รู้ว่านั่นคือเงินของคนอื่น ไม่ใช่เงินของฉันเลย

            ฉันช็อกมากจนขยับตัวไม่ไหว ใช้เวลาอยู่นานกว่าจะยันตัวเองขึ้นมาจากพื้นได้ มือของฉันสั่นไปหมด ไม่สิ ต้องบอกว่าทั้งร่างของฉันมันสั่นไปหมดแล้ว

            เงินที่แม่เอาไปนั้นมันไม่ใช่เรื่องของฉัน และมันเป็นเงินไม่ใช่จำนวนน้อยๆ ด้วย

            นั่นมันเงินเฉียดแสน ซึ่งฉันคงไม่มีปัญญาจะหามาชดใช้ครามได้แน่นอน แล้วถ้าเขาถามถึงเงินก้อนนี้ ฉันจะทำยังไงต่อไปดีล่ะ

            ฉันพยายามจะเดินแต่ก็รู้สึกเจ็บเท้ามาก ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าสิ่งที่เกิดขึ้น มาจากคนที่ฉันเรียกว่าแม่มาตลอด แม่ถึงกับทำร้ายฉันเพื่อเงินก้อนนั้น แม่ถึงกับหลอกฉันไปหาผู้ชายที่แก่ยิ่งกว่าพ่อ ฉันไม่เข้าใจเลยว่าอะไรทำให้แม่เป็นได้ถึงขนาดนี้

            และฉันเองก็ไม่รู้เลยว่าตัวเองร้องไห้ตั้งแต่ตอนไหน เจ็บทั้งตัวเจ็บทั้งใจ แต่ที่เจ็บที่สุดก็คงจะเป็นหัวใจนั่นแหละ ไหนใครบอกว่าแม่ทุกคนรักลูก แต่สำหรับแม่ของฉันคงไม่ใช่ ไม่ใช่จริงๆ

            ฉันอยากจะโทรไปบอกคราม เพื่อบอกความจริงทุกอย่าง แต่มันก็ไม่กล้าพอ ถ้าหากเขาถามกลับมาว่าแม่เอาเงินไปทำอะไร ฉันก็ไม่มีคำตอบที่จะบอกเขาได้

            สุดท้ายฉันก็ยืนอึ้งอยู่ที่เดิมเป็นเวลานานกว่าจะขยับตัวได้ เท้าของฉันรู้สึกว่ามันเหมือนจะหักได้เลย มันเจ็บแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ถ้าไม่ได้รู้สึกไปเองเห็นว่ามันบวมขึ้นกว่าเดิมด้วย

            แม่ ฉันควรผู้หญิงคนนั้นว่าแม่ได้ไหม

            น้ำตาร้อนๆ ยังไหลไม่หยุด จนฉันรู้สึกแสบไปทั้งหน้า มันร้อนลวกจนชายิบ พาให้ทั้งหน้ามันร้อนตามไปด้วย

            ฉันพยายามจะโทรหาคราม แต่คิดว่าตอนนี้เขาคงกำลังเรียนอยู่ และฉันก็ไม่มีความกล้าเหลืออยู่อีกแล้วด้วย สุดท้ายก็เลยได้แต่ร้องไห้กลับไปที่ห้องของครามอย่างเลี่ยงไม่ได้

            จะทำยังไงดี จะทำยังไงดี

            ในหัวของฉันคิดแต่ประโยคนี้ซ้ำไปซ้ำมาอยู่อย่างนั้น ทั้งกลัวทั้งไม่สบายใจ เงินจำนวนนั้นมันเป็นเงินที่มากมหาศาล ไม่ใช่แค่แปดสิบหรือแปดพันบาท ซึ่งถ้ามันเป็นเงินจำนวนเท่านี้จริงๆ ฉันก็ยังไม่แน่ใจว่าจะหามาคืนเขาได้หรือเปล่า ทำไมถึงได้น่าสมเพชขนาดนี้นะมินมิน

            เมื่อกลับมาถึงห้องชุดแล้ว ฉันก็ลงตัวลงนอนบนเตียงอย่างหมดแรง น้ำตารินไหลไม่ขาดสาย จนมองไม่เห็นอะไรเลยนอกจากม่านน้ำตาของตัวเอง

            แม่ทำแบบนี้กับฉันได้ยังไง ทำกับลูกของตัวเองได้ยังไง คิดไปคิดมาฉันก็ต้องสะอื้น บางทีแม่อาจจะไม่ได้คิดว่าฉันเป็นลูกของท่านตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ไม่อย่างนั้นฉันก็คงได้อยู่กับแม่ตั้งแต่แรก ไม่ใช่ว่าต้องระหกระเหินอยู่ตัวคนเดียวแบบนี้มาตลอด

            “คราม” ฉันร้องไห้ด้วยความหวาดกลัว ถึงแม้ว่าครั้งจะเป็นมหาเศรษฐีที่มีเงินเหลือกินที่เหลือใช้ ต่อให้ไม่ต้องทำงานอะไรก็มีกินไปตลอดชาติ แต่นี่มันเป็นเงินของเขา ซึ่งที่ได้ยินมาตั้งแต่แรก ครามเป็นคนบอกเองว่าเขาเป็นคนหาเงินมาด้วยตัวเอง พ่อแม่ของเขาก็คงจะรับรู้ด้วย พวกเขาก็คงจะภูมิใจกับลูกชายคนนี้มาก แล้วจะรู้สึกอย่างไรถ้าไม่รู้ว่ามีพูด คนหนึ่งมาปอกลอกลูกชายของพวกท่าน

            เพิ่งจะได้มาเจอกันแค่ไม่นาน แต่ครามกลับต้องเสียเงินกับฉันเป็นแสน อย่าว่าแต่พ่อแม่ของเขาจะไม่ชอบใจเลย แม้แต่ฉันเองตอนนี้ก็ยังรู้สึกสมเพชตัวเองเลย

 

            “มินมิน

            ฉันรู้สึกตัวอีกครั้งตอนที่มีคนมาเรียกชื่อตัวเอง ลืมตาขึ้นเห็นว่าเป็นครามนั่นเอง ไม่รู้ว่าเผลอหลับไปตั้งแต่ตอนไหน ตอนนี้ตอนนี้เป็นเวลากี่โมงแล้ว เหมือนว่าครามจะรู้ว่าฉันกำลังคิดอะไรอยู่ เขาก็เลยบอกให้ฟัง

            “นี่จะบ่ายสี่โมงแล้ว เธอไม่สบายเหรอ” ครามยกมือมาทาบต้นคอของฉันเพื่อวัดดูอุณหภูมิ แล้วทำหน้าไม่ค่อยชอบใจ

            “ตัวเธอร้อนมากเลย ตาก็บวมไปหมด หน้าด้วย” เขาบ่นไม่หยุดปาก ช่วยประคองฉันลุกขึ้นจากเตียงอย่างระมัดระวัง

            “ไม่สบายหรือร้องไห้”

            ครามสมกับเป็นครามนั่นแหละ เขาฉลาดเป็นกรด ไม่มีอะไรรอดหูรอดตาเขาไปได้เลย จนฉันเริ่มกลัวว่าความลับ ไม่สิ มันไม่ควรเรียกว่าความลับ ไม่ควรบอกว่าการกระทำที่น่าละอายของแม่จะถูกเปิดเผยตอนไหน ครามจะรู้สึกยังไง ถ้าเขารู้ว่าแม่ของฉันเพิ่งจะเอาเงินทั้งหมดที่เขากดให้ไปแล้ว

            “มินมิน” สายตาของครามเริ่มน่ากลัว ฉันก็เลยพยักหน้าให้เขาไป

            “ฉันไม่สบาย แล้วก็ร้องไห้ด้วย” ฉันบอกไปตามความเป็นจริง ขอถามก็เลยมองฉันด้วยสายตาแปลกๆ

            “ทำไมถึงร้องไห้ล่ะ”

            “ฉัน ฉันเศร้าน่ะ” ฉันรู้สึกแสบร้อนไปข้างหน้า โดยเฉพาะปลายจมูกกับหัวคิ้ว กระบอกตามันก็ปวดหนึบไปหมดแล้วด้วย

         “เศร้าเรื่องอะไร” ครามเริ่มมีอาการร้อนใจ สายตาของเขาบอกว่าเป็นห่วงฉันมาก มันทำให้ฉันรู้สึกผิดที่เหมือนว่าตัวเองไม่ซื่อตรงกับผู้ชายคนนี้ครั้งแล้วครั้งเล่า เขาให้ฉันทุกอย่าง แต่ฉันกลับไม่มีอะไรจะตอบแทนให้เขาคนนี้เลย

            “ก็

            “งอนที่ฉันไม่ยอมให้ไปไหนเหรอ” เสียงของครามดูเศร้าลง และมองฉันด้วยความเป็นห่วง

            “ก็นิดหน่อย คือว่าฉัน

            ฉันควรจะบอกเขาไปตามตรงสินะ ถึงแม้ว่าจะถูกเกลียดแต่มันก็ดีกว่าเก็บเอาไว้ แล้วเขามารู้ทีหลัง ซึ่งเรื่องมันอาจจะยิ่งเลวร้ายยิ่งนี้กว่าก็ได้

            “ถ้าอย่างนั้นไปอาบน้ำก่อนจะได้มากินข้าว”

            “ฉัน ฉันอยากคุยด้วย” ก่อนที่ความกล้าจะไม่เหลืออีกแล้ว ฉันก็อยากจะคุยกับเขาให้เข้าใจ แต่ครามไม่ฟังฉันเลย เขาดึงแขนฉันให้ลุกจากเตียง แล้วพาเดินไปห้องน้ำทันที

            “คราม ฉันอยากคุยด้วยจริงๆ นะ” ฉันจะร้องไห้อยู่แล้ว เรื่องนี้มันเหมือนน้ำท่วมปากที่ไม่รู้จะอธิบายยังไงเลย ถ้ามันไม่เกี่ยวข้องกับเงิน ถ้ามันไม่เกี่ยวข้องกับแม่ ฉันก็คงจะกล้าพูดกับเขามากกว่านี้

            แล้วไหนจะตอนที่เราทะเลาะกันครั้งก่อนอีกล่ะ ครามเข้าใจผิดว่าฉันไปขายตัวที่โรงแรม และเขาคงจะรู้ว่าตอนนั้นแม่ก็อยู่กับฉันด้วย ถ้าฉันบอกไปว่า แม่เอาเงินทั้งหมดไปแล้ว เขาจะรู้สึกกับฉันยังไง จะคิดหรือเปล่าว่าฉันตั้งใจมาหลอกลวงเอาเงินเพื่อเอาไปให้แม่ ซึ่งมันก็ไม่ต่างจากการขายตัวที่เขาเคยตราหน้าว่าฉันเอาไว้เลยสักนิด

            “เดี๋ยวค่อยคุยกันตอนกินข้าว จะด่าก็ด่าตอนกินข้าวแล้วกัน ตอนนี้อาบน้ำก่อนนะ” ครามหัวเราะอย่างอารมณ์ดี ผิดกับฉันที่รู้สึกทรมานเหมือนจะหายใจไม่ออกอยู่แล้ว

            ถ้าเขาได้รู้เรื่องทั้งหมด เขาคงไม่หัวเราะอย่างที่เป็นอยู่ตอนนี้แน่

            “อ้าว ร้องไห้เลย เอาล่ะ ฉันรู้ว่าฉันทำผิดที่ขังเธอเอาไว้อยู่แต่ในห้องแบบนี้ เดี๋ยวพรุ่งนี้จะพาไปเที่ยวนะ อยากได้อะไรก็ซื้อเลย”

            เมื่อครามพูดมาแบบนี้ฉันพูดอะไรไม่ออกอีกครั้ง สิ่งที่ตั้งใจจะบอกตั้งแต่แรกมันถูกกลืนหายไปอย่างไร้ร่องรอย

            ฉันไม่กล้า ไม่กล้าจริงๆ

            “ทำไมมองหน้าแบบนี้ล่ะ หรือว่าอยากให้ช่วยอาบน้ำให้” ครามทำหน้ากรุ้มกริ่ม ฉันก็เลยได้สติหลังจากที่เผลอเหม่อมองเขาอยู่นาน

            “งั้นขออาบน้ำก่อนนะ” ฉันไม่กล้าจะสบตากับครามอีกแล้วจึงต้องรีบก้มหน้าลง ก็เดินเข้าห้องน้ำด้วยหัวใจที่สับสนว้าวุ่น ฉันกลัว กลัวที่จะต้องพูดความจริง

            และกลัวว่าจะถูกเขาเกลียด

 

            “เธอเอาเงินไปไว้ไหนแล้ว

            คำถามที่ฉันหวาดกลัวที่สุดมันมาแล้ว จากที่ตอนแรกตั้งใจจะบอกทุกอย่างไปตามตรง มาถึงตอนนี้ฉันไม่เหลือความกล้าอะไรอีกแล้ว

            “เอ่อ” ฉันมองหน้าเขาอย่างหวาดๆ รู้สึกเหมือนว่าตัวเองจะร้องไห้อีกแล้ว

            “คงเอาเข้าบัญชีเธอแล้วใช่มั้ย แบบนั้นก็ดีเหมือนกัน เดี๋ยวหลังจากนี้ ทุกสิ้นเดือนฉันจะเอาเงินเดือนมาให้เธอนะ เราจะได้เก็บไว้สร้างเนื้อสร้างตัวกัน”

            คำพูดของครามทำให้ฉันแทบจะร้องไห้ ฉันไม่คิดฝันมาก่อนว่าครามจะจริงจังกับฉันถึงขนาดนี้ เพราะคิดว่าตลอดว่าวันหนึ่งก็คงจะต้องเลิกกับเขา แต่ตอนนี้ ครามแสดงออกอย่างชัดเจนว่าเขารักและแคร์ฉันมากแค่ไหน เงินเป็นแสนแต่ก็กดให้ฉันเหมือนว่ามันเป็นเงินแค่ไม่กี่บาทเท่านั้น

            “แต่ถ้าเธอมีอะไรอยากซื้อ ก็ซื้อได้เลยนะไม่ต้องเกรงใจ ฉันตั้งใจให้เธอเก็บไว้อยู่แล้ว แต่ก็ยังให้เก็บเงินเอาไว้บ้าง เผื่อมีเหตุฉุกเฉินอะไรน่ะ เราจะได้ไม่ต้องลำบากกันเท่าไหร่ แต่ความจริงแล้ว คงไม่มีอะไรหรอกมั้ง เก็บไว้ให้ลูกแล้วกัน

            คำว่าลูก มันกระแทกเข้าหัวใจของฉันจัง ฉันสบตากับเขาอย่างหวาดกลัว รู้สึกเหมือนว่าร่างกายมันสั่นไปหมด และเหมือนว่าครามก็คงสังเกตเห็น เขาเลยรีบถามด้วยความตกใจ

            “เป็นอะไรไป ทำไมเธอตัวสั่นขนาดนี้” เขารีบลุกจากเก้าอี้ตรงเข้ามากอดไหล่ฉันเอาไว้ทันที

            “เป็นอะไรไปมินมิน บอกมาเถอะ” ฝ่ามือที่อุ่นจัดจนร้อนของครามลูบเรียวแขนของฉันไปมา ทำให้ฉันรู้สึกสงบจิตใจได้เล็กน้อย แต่ถึงอย่างนั้นความกลัวมันก็ยังมีมากกว่าอยู่ดี

            “มินมิน เธอทำฉันกลัวแล้วนะ”

            ฉันเองก็กลัวมากเหมือนกัน และทุกอย่างมันอาจจะพังทลายลงไปได้ถ้าหากว่าฉันบอกความจริงกับเขาไป

            แต่บอกกันตอนนี้เลยความคมชัดดีกว่าเก็บไว้เป็นความลับ ยิ่งนานไปเท่าไรสถานการณ์มันอาจจะยิ่งเลวร้ายไปยิ่งกว่าเดิม

            “ฉันอยากคุยกับนาย”

            “เราก็คุยกันอยู่ไม่ใช่เหรอ” ว่าแล้วครามก็ลากเก้าอี้มานั่งใกล้ๆ กัน สีหน้าของเขาจริงจังมาก และฉันก็ได้รู้ทันทีว่าจะไม่สามารถเลี่ยงอะไรไปมากกว่านี้ได้อีกแล้ว

            “คือว่า คือ” เสียงของฉันสั่นพร่าอย่างน่ากลัว สบตากับครามได้แค่แวบเดียวเท่านั้นก็ต้องรีบหลบสายตาเขาทันที จนครามต้องบีบแก้มของฉันให้สบตากัน

            “บอกมาเถอะ” ครามเร่ง ท่าทางของเขาร้อนใจมาก ฉันก็เลยยิ่งสั่นไปทั้งตัว

            “เอ๊ะ หรือว่าประจำเดือนไม่มา” แล้วครามก็ทำสายตาเป็นประกาย ส่วนฉันก็ตัวชาไปในทันที

            ทำไมฉันถึงลืมเรื่องสำคัญแบบนี้ไปได้กันนะ

            “เพิ่งจะพูดถึงเรื่องลูกไปเมื่อกี้ นี่เรากำลังจะมีลูกด้วยกันจริงๆ เหรอ” ครามหัวเราะ และดูมีความสุขมากจนฉันรู้สึกผิด

            “ว่ายังไง สรุปแล้วใช่เรื่องนี้หรือเปล่าที่เธออยากจะถาม” มือหนาที่อุ่นจนร้อนของเขาเลื่อนมาจับมือของฉันไว้ สายตามองมาอย่างคาดหวัง ฉันก็เลยต้องรีบส่ายหน้าก่อนที่เขาจะเข้าใจผิดไปมากกว่านี้

            “อ้าว ซะงั้นน่ะ แล้วมันเรื่องอะไรล่ะ เธอเป็นแบบนี้ทำให้ฉันไม่สบายใจนะ” ครามดูห่วงฉันมาก จากที่รู้จักกันมาฉันมั่นใจว่าเขาไม่ได้โกหกแน่นอน

            “คราม” ลำคอของฉันแห้งผาก รู้สึกกลัวจนตัวสั่นไปหมด

            “เงินที่นายให้ฉันมา แม่ เอ่อ ฉันให้แม่ไปหมดแล้ว คราม ฉันขอโทษ

 

            ครามไม่คุยกับฉันเลยหลังจากนั้น ซึ่งฉันก็เข้าใจ และไม่โกรธเขาเลยสักนิดที่เป็นแบบนี้

            เป็นฉันเองที่เรารู้สึกว่าตัวมันชาไปทั้งตัว รู้สึกเจ็บปวดยิ่งกว่าตอนที่ถูกเขาหาว่าขายตัวซะอีก สิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้มันไม่ต่างจากสิ่งที่เขาว่าไว้เลยสักนิด

            ฉันรู้ว่าครามคงจะผิดหวังและเสียใจกับสิ่งที่ฉันทำลงไปมาก ฉันเองก็เหมือนกัน

            หลังจากที่คิดไตร่ตรองทุกอย่างแล้ว ฉันก็เขียนข้อความทิ้งเอาไว้ให้ครามก่อนที่จะเก็บกระเป๋า ตอนนี้ก็ผ่านไปเป็นครึ่งเดือนแล้วที่ครามไม่ยอมคุยอะไรกับฉันเลย ฉันคงไม่ได้คิดไปเองที่รู้สึกว่าเขาอยากไล่ฉันออกจากห้องชุดของเขาน่ะ

            เฮ้อ มินมิน ชีวิตของแกมันยิ่งกว่าละครน้ำเน่าอีกนานเนี่ย

 

            ฉันขอโทษสำหรับทุกอย่าง รู้ว่าฉันคงทำให้นายผิดหวังมาก

            ฉันขอบคุณที่มาช่วยเหลือฉันเอาไว้หลายต่อหลายครั้ง และขอโทษด้วยจริงๆ

            สำหรับเรื่องเงินทั้งหมดนั่น อาจจะใช้เวลาสักหน่อย แต่ฉันจะพยายามหามาคืนนายทุกบาททุกสตางค์นะ

            ขอโทษด้วยจริงๆ ฉันเสียใจ

            มินมิน

 

 

            สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรีฯ บ้านพักฉุกเฉิน

 

            ฉันไม่รู้เลยว่าตัวเองมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าสถานที่แห่งนี้ได้ยังไง แต่นี่มันเป็นทางเลือกสุดท้ายสำหรับฉันแล้ว

            บ้านพักฉุกเฉินสำหรับสตรี มันเป็นสถานที่ที่พึ่งทั้งทางกายและทางใจสำหรับคนที่ไม่มีที่ไปอย่างฉัน

            ครามก็เหมือนกัน เขาเป็นหมอดูหรือยังไงนะ ทุกอย่างที่เขาเคยพูดมามันเป็นความจริงทุกอย่างเลย

            ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ฉันต้องขายตัว

            หรือแม้แต่การที่ประจำเดือนฉันขาดหายไป

            และสุดท้าย ฉันก็ท้องจริงๆ



[1] โรคไบโพลาร์ (Bipolar) เป็นโรคที่จัดอยู่ในกลุ่มโรคทางด้านเรื่องอารมณ์ กลุ่มเดียวกับโรคซึมเศร้า คือ โรคอารมณ์ที่ชัดเจนที่มีอารมณ์เบื่อเศร้า แต่โรคไบโพลาร์ จะมีลักษณะที่มีอารมณ์ช่วงหนึ่งจะมีลักษณะรื่นเริง สนุกสนานสลับกับอารมณ์ซึมเศร้าอีกช่วงหนึ่ง มีการสูญเสียความสามารถในการทำงาน สังคม และครอบครัว





Talk...

Song :: SHY Martin - Lose You Too

หายไปหลายวันเลยค่ะ มู่ไม่สบาย ต้องขอโทษด้วยนะคะ

นี่ก็ดีขึ้นแล้ว แต่ไปวิ่งมาค่ะ แล้วฝนก็ตก แล้วก็เปียกทั้งตัว

คงไม่ต้องบอกนะเออ ว่าเกิดอะไรขึ้นอีกน่ะค่ะ แงงง

ปลล พิครามนี่มันร้ายจังเลย มินมิน ตบมันเลยค่ะ  image  image


มู่ฝาก ebook เอาไว้ด้วยนะคะ คลิกที่รูปได้เลยค่ะ
ขอบคุณนะคะ image

 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 524 ครั้ง

66 ความคิดเห็น

  1. #18727 แคะขี้มูก (จากตอนที่ 127)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2561 / 20:37

    ครามไม่สังเกตข้อเท้าหน่อยหยอออ

    #18727
    0
  2. #18237 kwan252106 (จากตอนที่ 127)
    วันที่ 8 กันยายน 2561 / 17:10

    ชีวิต...นางน่าสงสารนะ มินมิน แต่เราต้องสู้ (บอกใครแว้) 555

    #18237
    0
  3. #18179 Churnim (@31461) (จากตอนที่ 127)
    วันที่ 2 กันยายน 2561 / 21:43
    อยากให้ลองแต่งนางเอกแซ้บๆมากอะค่ะ
    #18179
    0
  4. #18176 โอดิระ (จากตอนที่ 127)
    วันที่ 1 กันยายน 2561 / 21:38

    นางเอกน่ารำคาญอะ ทำไมต้องอ้ำอึ้ง แล้วแทนที่จะบอกว่าแม่เอาเงินไป กลับพูดให้ร้ายตัวเองอย่างนั้น สมควรรรร

    #18176
    0
  5. #18175 kiki180118 (@kiki180118) (จากตอนที่ 127)
    วันที่ 1 กันยายน 2561 / 13:24
    นางเอกน่าลำคานไปนะคะ
    #18175
    0
  6. #18174 meowzii30 (@meowzii30) (จากตอนที่ 127)
    วันที่ 1 กันยายน 2561 / 09:05
    คือตั้งใจจะบอกความจริงก็ควรจะพูดว่าแม่เอาเงินไป ไม่ใช่เอาเงินไปให้แม่
    #18174
    0
  7. #18173 onpapa_na (@onpapa) (จากตอนที่ 127)
    วันที่ 1 กันยายน 2561 / 00:33
    จะพูดก็ไม่พูดสักที อ้ำๆ อึ้งๆ
    #18173
    0
  8. #18172 sway (จากตอนที่ 127)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2561 / 16:11

    รำคาญตอนอำ้ๆอึ้งๆของมินๆ...

    กลัวถูกเกลียด แต่ไม่พุดความจริง

    ถ้าตอบว่าแม่เอาเงินไป แล้วออกมาแล้วท้อง ตามพล๊อตเดิม เรายังไม่รำคาญเท่านางบอกเอาเงินให้แม่...


    #18172
    0
  9. #18171 ^^ฟู่ฝ้าย^^ (@FuuFai) (จากตอนที่ 127)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2561 / 10:36
    ดราม่าเกินทน
    #18171
    0
  10. #18170 กรรดึก (@angel-dimond) (จากตอนที่ 127)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2561 / 22:54

    แบบฉบับนางเอกในตำนาน ฉลาดหลายเรื่องในการทำให้ตัวเองทรมาน

    #18170
    1
    • #18170-1 มาส (จากตอนที่ 127)
      6 ตุลาคม 2561 / 20:08
      ฮ่าๆๆ ประโยคเดียว รู้เรื่องเลย นี่ก็นึกว่าคิดอยู่คนเดียว
      #18170-1
  11. #18169 หยางซวงเยี่ยน (@31082534) (จากตอนที่ 127)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2561 / 22:28

    ุุรอติดตามเสมอค่ะ รักษาสุขภาพเยอะๆนะค่ะ

    #18169
    0
  12. #18168 Saimai Teksuwan (@0869470873) (จากตอนที่ 127)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2561 / 21:53
    นางเอกน่ารำคาญมาก
    #18168
    0
  13. #18166 aaairr (@zokoman) (จากตอนที่ 127)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2561 / 16:13
    เป็นนางเอกที่น่ารำคาญที่สุด
    #18166
    0
  14. #18165 hunmijuncq. (@ctokk) (จากตอนที่ 127)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2561 / 15:29
    รำคาญมินมินเวีอ อ้ำๆอึ้งๆอยู่ไดเ
    #18165
    0
  15. #18164 Chaeeunny (@jemapraew) (จากตอนที่ 127)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2561 / 15:18
    ทำไมไม่อธิบายไปอะว่าแม่กระชากกระเป๋าไปเอง ทำไมนางเอกโง่งี้ ซื่อบื้อมาก
    #18164
    0
  16. #18163 ไอยดา (จากตอนที่ 127)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2561 / 09:35

    มืนมินน่ารำคาญจัง กลัวที่จะพูดความจริง แล้วก้อวนไปออกจากห้อง เฮอ ชีวืตนาง

    #18163
    0
  17. #18162 Exquisite Pain (@yaya-venus222) (จากตอนที่ 127)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2561 / 09:31
    ไม่เข้าใจคนเป็นเเม่อะบอกเลยยยย งงใจหนักมาก
    #18162
    0
  18. #18161 tien-tien (@konbaniyay) (จากตอนที่ 127)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2561 / 09:05
    สงสารมินมิน ครามแกอย่ามาง้อนะ
    #18161
    0
  19. #18160 MaNaSizz (@kung0824845335) (จากตอนที่ 127)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2561 / 08:34

    เห้อออ ดราม่าวนไป อิแม่ก้อทำกับลูกได้

    แย่ๆ
    #18160
    0
  20. #18159 พิว พิว (@sunsun135357) (จากตอนที่ 127)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2561 / 08:21

    เจ็บปวดที่สุดอะ
    #18159
    0
  21. #18158 02everytime (@02everytime) (จากตอนที่ 127)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2561 / 07:47

    เศร้าจัง....ชีวิตมินมิน

    #18158
    0
  22. #18157 gamkhun (@gamkhun0528) (จากตอนที่ 127)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2561 / 07:43
    สู้คนมั่งเหอะมินมิน
    #18157
    0
  23. #18155 สมหญิงเอง (@halloweenjung) (จากตอนที่ 127)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2561 / 06:59
    ร้ายสุดไม่ใช่พี่ครามค่ะ แต่เป็นมนุษย์แม่ (。ŏ_ŏ)
    #18155
    0
  24. #18154 viskik (@viskik) (จากตอนที่ 127)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2561 / 06:51
    มินมินนางน่าสงสารนะคะ เก็บกดจริงๆ
    #18154
    0
  25. #18153 E-PERJER (@EYELY-69432) (จากตอนที่ 127)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2561 / 06:35

    เเดาใจครามไม่ออกเลย ไม่รู้ว่าอิพี่มันคิดอะไรอยู่

    #18153
    0