Angel Eyes

  • 95% Rating

  • 60 Vote(s)

  • 3,079,246 Views

  • 19,964 Comments

  • 10,633 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    29,130

    Overall
    3,079,246

ตอนที่ 126 : Thara-Kram`s Eyes 🌂 ep.06

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 21670
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 602 ครั้ง
    19 ส.ค. 61


Thara-Kram`s Eyes 06

I Don’t Understand Why You’re So Cold to Me

 

            ครามดูแปลกไป ฉันรู้สึกได้เลย และไม่ได้คิดไปเองด้วย

            ฉันก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น พอเรากลับมาถึงคอนโดครามก็มีท่าทางตึงๆ ใส่ฉันทันที ฉันอยากถามแต่ก็ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นยังไง กลัวว่าถ้าพูดมากไปก็อาจจะทำให้เขาหงุดหงิดเข้าไปใหญ่ มันเป็นความรู้สึกที่แย่เกินจะทนจริงๆ

            เพราะฉันไม่เคยมีแฟนมาก่อน เลยไม่รู้ว่าถ้าเราทะเลาะกันแล้วจะต้องคุยกันยังไง

            “เอ่อ คราม” ฉันพยายามจะคุยกับครามให้เข้าใจ ตอนที่เราเข้ามาอยู่ในห้องเรียบร้อยแล้ว

            “อะไร” น้ำเสียงของครามแข็งกระด้าง จนฉันไม่รู้จะไปต่อยังไงเลย

            “เอ่อ” เมื่อท่าทางของครามน่ากลัวขนาดนี้ ฉันก็ไม่กล้าจะไปเซ้าซี้อะไรเขาอีก

            “ฉันขออาบน้ำก่อนล่ะ” ครามปรายตามองฉันมองฉันอย่างเย็นชา มันทำให้ฉันรู้สึกหนาวไปถึงกระดูกเลยล่ะ

            “อืม” ฉันประสานมือตัวเองเอาไว้นิ่งๆ เพราะไม่รู้ว่าต้องทำตัวยังไงในสถานการณ์นี้เลยจริงๆ

            ครามเดินเข้าห้องน้ำไปแล้ว ฉันก็ไม่รู้ว่าจะต้องพาตัวไปที่ไหนดี ก็เลยนั่งลงที่โซฟาปลายเตียง แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู

            แบตเตอรี่โทรศัพท์ก็ดันใกล้จะหมดแล้ว ฉันก็เลยตัดสินใจชาร์จแบตก็วางทิ้งเอาไว้ตรงนั้น แล้วเช็กอีเมลผ่านทางคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คแทน

            เวลาผ่านไปได้ครู่หนึ่ง ครามก็เดินออกมาจากห้องน้ำ เขายังดูหัวเสียเหมือนเดิม ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเขาไปหงุดหงิดเรื่องอะไรมา และฉันก็รู้ว่าไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะถามอะไรเขาได้ด้วย

           

         ฉันนึกว่าครามจะพูดอะไรบางอย่างซะอีก แต่เขากลับเพียงแค่เดินเลยออกจากห้องนอนไปข้างนอก คงจะไปหาน้ำดื่มอะไรทำนองนั้น ฉันก็เลยเดินเข้าห้องน้ำบ้าง

            นับตั้งแต่ที่ได้รู้จักกันมา นี่เป็นครั้งแรกเลยที่ครามมีท่าทีแปลกๆ ให้เห็นแบบนี้ ฉันรู้สึกกังวลใจเล็กน้อยแต่ก็พยายามคิดในแง่ดีว่าคงไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ก็ยังทำตัวไม่ถูกจริงๆ ว่าต้องพูดคุยอะไรกับเขาหรือเปล่า

            เมื่อออกมาจากห้องน้ำก็เห็นว่าครามกำลังดื่มเบียร์กระป๋องอยู่ นี่เราก็กำลังจะเข้านอนแล้วไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมเขาถึงเบียร์อยู่ล่ะ แต่ก็นั่นแหละ ฉันรู้ว่าตอนนี้ไม่ควรจะพูดอะไรทั้งนั้น ก็เลยรีบเช็ดผมให้แห้งก่อนจะขึ้นเตียงเงียบๆ

            “มินมิน

            ก่อนที่ฉันจะขึ้นเตียง ครามพูดชื่อฉันขึ้นมา ทำเอาฉันสะดุ้งจนตัวโยนด้วยความตกใจ แต่ฉันก็รอที่จะได้คุยกับเขาอยู่นานแล้ว ก็เลยหันไปสบตากับเขาอย่างดีใจ

            “อืม อะไรเหรอ”

            “วันนี้เธอไปไหนมาบ้าง” เขาเริ่มต้นถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบจนเดาอารมณ์ไม่อออก

            “วันนี้…?

            ฉันไม่ค่อยมั่นใจว่าครามตั้งใจจะพูดถึงเรื่องอะไร แต่ก็ไม่อยากโกหกเขาว่าไปไหนมา ก็เลยพูดออกไปตามตรง

            “วันนี้ เอ่อ” ใจจริงฉันก็อยากบอกไปตรงๆ อยู่เหมือนกันนะ แต่พอถูกจ้องด้วยสายตาน่ากลัวมันเริ่มอึกอักขึ้นมาหน้าตาเฉย คำพูดก็เลยติดขัดตะกุกตะกักไปหมด

            “แล้วเธอไปอยู่ที่โรงแรมนั่นได้ยังไง”

            พูดถึงโรงแรมที่ว่านั้นฉันสะดุ้งอีกรอบ ท่าทางของฉันคงดูมีพิรุธมาก แต่เรื่องที่เกิดขึ้นมันทำให้ฉันไม่รู้ว่าจะต้องเรียบเรียงเรื่องอธิบายให้เขาฟังยังไงดี

            “ทำไมเธอตอบไม่ได้”

            “นายโกรธเหรอ” ฉันไม่ได้ตอบคำถามที่ครามถาม ไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้ถามเขากลับไปแบบนั้นด้วย

            “เปล่า แค่อยากรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทำไมเธอถึงไปอยู่ที่นั่น”

            “เอ่อ

            ยิ่งเห็นเขาหัวเสียเท่าไหร่ ฉันก็ยิ่งไม่ค่อยสบายใจมากขึ้นเท่านั้น สุดท้ายก็ยอมตอบไปตามความจริง ซึ่งครามก็คงจะยิ่งเป็นห่วงอีกแน่ นอกจากเรื่องของพ่อแล้ว ฉันยังต้องมาดราม่ากับเรื่องของแม่ด้วยอีก เฮ้อ

            “ฉันไปหาแม่มาน่ะ

            “แม่…?” ครามดูมีท่าทีแปลกใจเล็กน้อยหลังจากที่ได้ยินคำตอบของฉัน ซึ่งฉันก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงได้ดูตกใจแบบนั้น

            “เธอก็กล้าพูดมาตรงๆ เนาะ” แล้วเขาก็ส่ายหน้า บอกตามตรงว่าฉันก็ไม่ค่อยเข้าใจอะไรมากหรอก

            “แล้วทำแบบนี้อีกครั้งแล้ว

            ทำแบบนี้ หมายความว่าไปเจอแม่มากี่ครั้งแล้วรึเปล่านะ ก็คงจะหมายความว่าอย่างนั้นล่ะมั้ง เขาคงไม่อยากเจอแม่ฉันหรอก หลังจากที่ต้องเจอกับพ่อมาแล้วครั้งหนึ่ง บางทีเขาอาจจะเริ่มทนไม่ไหวกับครอบครัวของฉันก็ได้ ถึงแม้ว่าฉันจะไม่ได้อยู่กับพ่อและแม่มานานแล้วก็ตามเถอะ

            “ก็ไม่บ่อย” ฉันพูดเสียงแผ่ว แล้วก็ได้เห็นว่าสายตาของครามเป็นประกายคมกริบขึ้นมาในพริบตาเดียว

            “แสดงว่าเคยเจอกันจริงๆ สินะ”

            “ก็เคย” ยิ่งพูดเท่าไหร่เสียงของฉันก็ยิ่งแผ่วเบาลงมากเท่านั้น

            นี่ฉันพูดอะไรผิดไปหรือเปล่า ทำไมครามถึงได้มองมาด้วยสายตาไม่พอใจแบบนั้น ถึงแม้ว่าฉันจะไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ แต่ฉันก็ได้เจอพวกท่านอยู่ครั้งสองครั้งเหมือนกันนี่นา แล้วทำไมเขาต้องโกรธด้วยล่ะ

            “เธอนี่มัน ฉันเข้าใจล่ะ ว่าทำไมตอนแรกเธอถึงได้เสนอตัวที่จะขายตัวให้กับฉัน”

            คำพูดของครามเหมือนกับหมัดที่เข้ามาชกหน้าฉันหนักๆ จนมึนไปหมด ใบหน้าของฉันชายิบ บอกไม่ถูกว่าโกรธหรืออายมากกว่ากัน หัวใจของฉันเต้นแรงจนเจ็บหน้าอกไปหมด ตรงกลางอกมันร้อนผ่าวเหมือนมีใครเอาอะไรมาตอกเข้าสุดแรง ฉันได้แต่มองหน้าครามอยู่นานก่อนจะหลบสายตาเขา

 

            “ขอโทษสำหรับทุกอย่างนะ”

            หลังจากตั้งสติได้ฉันก็รีบหลบสายตาของครามอย่างรวดเร็ว พยายามกระพริบตาถี่ๆ เพื่อกลั้นไม่ให้น้ำตามันไหลลงมาต่อหน้าคนใจร้าย ฉันไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับคราม เขาถึงได้พูดกับฉันแบบนี้ แต่ถ้ายังอยู่ที่นี่ต่อไป เราสองคนก็รั้งแต่จะทะเลาะกันมากขึ้นเท่านั้น ตอนนี้ออกไปจากที่นี่ก่อนน่าจะดีที่สุดแล้ว

            “ขอโทษที่ต้องรบกวนนายตลอดเลยนะ” เสียงของฉันแหบพร่า น้ำตาแทบจะไหลลงมาให้ได้อยู่แล้ว ฉันรู้สึกเหมือนว่าหัวมันร้อนแทบจะระเบิด ไม่เคยรู้สึกอับอายอะไรเท่าครั้งนี้มาก่อนเลยจริงๆ

            ขายตัว ฟังแล้วเจ็บดีจังเลย ครามช่างเก่งที่หาคำพูดสั้นๆ แต่มีอานุภาพรุนแรงจนน่ากลัว

            ฉันเดินหนีตั้งใจว่าจะไปพักกับเพื่อนสักคืนก่อนแล้วค่อยกลับมาคุยกับครามให้เข้าใจ การเดินยังไม่ถึงสามก้าวก็ถูกกระชากจากทางด้านหลังอย่างรุนแรง จนตัวฉันปลิวไปล้มกับเตียงอย่างแรง

         พอจะลุกขึ้นฉันก็ต้องครางเบาๆ เพราะความเจ็บ เมื่อถูกผลักให้ล้มลงซ้ำอีกครั้ง ตามด้วยร่างสูงของครามที่คร่อมฉันเอาไว้ทั้งตัว

            “คราม!” ฉันจะอุทานด้วยความตกใจ หัวใจเหมือนจะหยุดเต้นไปวูบหนึ่ง ก่อนที่มันจะเต้นกระหน่ำในอกข้างซ้ายหนักหน่วงรุนแรง

            “ฉันควรจะซื้อเธอตั้งแต่แรกใช่มั้ย”

            “อะไรนะ” ฉันไม่สามารถห้ามน้ำตาไว้ได้อีกต่อไป เมื่อได้ยินคำพูดร้ายกาจของคราม

            เขาพูดแบบนี้ได้ยังไง เขาคิดว่าฉันเป็นผู้หญิงใจง่ายที่สามารถจะนอนกับใครได้เพียงแค่แลกกับเงินอย่างนั้นเหรอ

            “นายกำลังเข้าใจผิด” ฉันพยายามอธิบาย แต่ก็ไม่รู้ว่าจะต้องเริ่มต้นตรงไหน ไม่เข้าใจเลยสักนิด เขาคิดว่าฉันเข้าโรงแรมนั่นเพื่อไปขายตัวงั้นเหรอ

            “ฉันไม่ได้ทำอะไรทุเรศๆ อย่างที่นายเข้าใจ” น้ำเสียงของฉันแหบพร่า ร่างกายก็สั่นเทาด้วยความโกรธ ฉันพยายามจะลุกออกจากเตียง แต่ก็ถูกผลักให้ล้มลงไปครั้งแล้วครั้งเล่า

            “ไม่ต้องมาแก้ตัวหรอก คนเราจะพูดให้ดูดียังไงก็ได้ ท่าทางเธอก็ยังไม่บอบช้ำเท่าไหร่นี่ ฉันเองก็จ่ายให้เธอไปทั้งเยอะ ไม่คิดจะให้อะไรตอบแทนฉันบ้างเหรอ”

            คำถามของครามทำให้ฉันต้องกัดริมฝีปากตัวเองเอาไว้แน่น ฉันไม่เคยนึกมาก่อนเลยว่าผู้ชายที่อยู่เคียงข้างฉัน คอยช่วยเหลือฉันมาตลอดทั้งร้ายกาจได้ถึงขนาดนี้ ฉันไม่รู้ว่าเขาไปฟังคำพูดใครมา แต่มันก็ทำให้ฉันได้รู้ความจริงข้อหนึ่ง

            ไม่ว่าใคร ก็ไม่คิดจะเชื่อใจฉันเลยสักคน

            ฉันมันไร้ค่า ไร้ความหมาย ไม่อยู่ในสายตาของใครทั้งนั้น

            มันก็จริงอย่างที่คำตอบเอาไว้นั่นแหละ เขาหมดเงินกับฉันไปไม่รู้ตั้งเท่าไหร่ เขาก็ควรจะได้ในสิ่งที่เขาสมควรจะได้ตั้งแต่แรกแล้ว

            เมื่อคิดแบบนั้นฉันก็หยุดดิ้นรนทันที และยอมให้ครามถอดเสื้อนอนฉันออกไปจากร่างเงียบๆ โดยมีเพียงแค่น้ำตาไหลลงมาไม่หยุด

            “ฉันคิดว่าฉันน่าดูดีที่สุดในกลุ่มลูกค้าของเธอแล้วล่ะนะ เธอคงจะมีอารมณ์

            “ขอร้อง นายจะทำอะไรกับฉันก็ได้ แต่อย่าพูดแบบนี้อีกเลยนะ” ฉันหลับตาลงเพราะไม่อยากจะมองหน้าสบตากับครามอีกแม้แต่วินาทีเดียว

            Damn…” ฉันได้ยินครามสบถออกมาเบาๆ คำหนึ่ง แต่ฉันก็ไม่คิดจะลืมตาเธอมองสบตากับเขาอีกแล้ว

 

            ฉันสัมผัสได้ถึงปลายนิ้วที่อุ่นระอุของครามที่ลูบไล้ตามร่างกายของตัวเอง

            เพราะไม่เคยได้ถูกสัมผัสแบบนี้มาก่อน ฉันเลยไม่รู้ว่าต้องทำยังไง ได้แต่กลั้นหายใจกัดริมฝีปากเอาไว้แน่นเมื่อปลายนิ้วของเขาแทรกซอนเข้าไปใต้ขอบกางเกงนอน ร่างกายของฉันมีปฏิกิริยาตอบรับอย่างรุนแรง แต่ก็พยายามทำตัวให้เป็นปกติเหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น

            ใช่ ฉันอยากให้ตามเข้าใจว่าฉันเองผ่านมาเยอะแล้ว เขาจะได้ไม่ต้องรู้สึกผิดอะไรอีกต่อไป

            สัมผัสของเขารุนแรงจาบจ้วง แตกต่างจากความอบอุ่นอ่อนโยนอย่างที่แล้วมาอย่างชัดเจน เขาไม่คิดแม้แต่จะจูบฉันด้วยซ้ำ

            ก็แน่ล่ะนะ คนอย่างครามน่ะเหรอ จะจูบผู้หญิงขายบริการอย่างฉัน

            แม้ว่าจะหลับตาแน่นสักแค่ไหน แต่น้ำตาของฉันมันก็ไหลรินลงมาจนได้ ฉันไม่เคยเจ็บและเสียใจอะไรเท่าครั้งนี้มาก่อนเลย

            ปลายนิ้วของเขาลากพรมไปทั่วร่างของฉัน มันทำให้เจ็บจนตัวแทบกระตุก ไม่มีแล้วครามคนที่อ่อนโยนแสนดี มีแต่ครามที่โหดร้ายเย็นชา

            …!” ฉันกลั้นเสียงสะอื้นเอาไว้แทบไม่อยู่ เมื่อครามจับเรียวขาของฉันให้แยกออกจากกันอย่างรุนแรง ก่อนที่เขาจะพาร่างกายของเขาแทรกเข้ามา

            ฉันกลัวจนตัวสั่นไปหมด ได้แต่หลับตาแน่นรอรับความเจ็บปวดที่จะเกิดขึ้น ได้ยินเสียงครามกระซิบอะไรบางอย่างที่ฉันไม่อยากจะฟัง ก็เลยซุกหน้าลงไปใต้หมอนเพื่อไม่ให้ได้ยินเสียงอะไร และไม่ต้องการให้เขาเห็นหน้าของฉันอีก

            แล้วทันใดนั้นฉันก็ต้องสะท้านขึ้นมาสุดตัว เมื่อถูกตัวตนที่แข็งขืนร้อนผ่าวของครามแทรกเข้ามาในส่วนที่อ่อนไหวที่สุดของฉัน

            ฉันกัดปากแทบห้อเลือด ร่างกายเกร็งกระตุกไปทั้งตัวเพราะความเจ็บที่ยากจะอธิบายได้ มันเหมือนกับว่ามีมีดคมๆ กรีดเนื้อหนังของฉันอย่างไรอย่างนั้น

            “มินมิน!” ครามกระชากหมอนที่ฉันใช้ปิดหน้าตัวเองออก ก่อนจะมองฉันด้วยความตกใจ

            “มินมิน ฉันขอโทษ” ครามหยุดเคลื่อนไหวร่างกาย ก่อนจะประคองใบหน้าของฉันด้วยท่าทางนุ่มนวลอ่อนหวาน กลับมาเป็นครามที่แสนน่ารักคนเดิมของฉันอีกครั้ง

            “ฉันไม่รู้ ฉันมันโง่เองที่เข้าใจเธอผิด” แล้วริมฝีปากอุ่นจัดของครามก็แนบลงมากับริมฝีปากของฉัน เขาจูบฉันอย่างอ่อนหวานนุ่มนวล แต่ไม่ได้ทำให้ความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้มันจางหายไปได้เลย

            “มินมิน” ครามถอนจูบออกอย่างอ้อยอิ่ง แล้วไล้ปลายนิ้วเช็ดน้ำตาให้ฉันอย่างอ่อนโยน

            “ขอโทษครับ ขอโทษ

            ครามเอาแต่ขอโทษและจูบฉันครั้งแล้วครั้งเล่า แล้วขยับกายอีกครั้งอย่างนุ่มนวลอ่อนโยน

            “มินมิน ฉันขอโทษ ฉันเสียใจ อย่าร้องไห้เลยนะ

 

            ทันทีที่ครามลุกออกจากเตียงเข้าห้องน้ำ ฉันเองก็ลุกออกจากเตียงอย่างรวดเร็วด้วยเช่นกัน

            ฉันเก็บของบางอย่างที่สำคัญๆ ลงกระเป๋าอย่างรวดเร็ว ก่อนจะรีบเดินออกมาจากคอนโดของคราม และไม่คิดจะเหลียวหลังหันกลับไปมองอีกเป็นครั้งที่สอง

            “ลาก่อนคราม เราคงไม่ได้เจอกันอีกแล้ว

         ไม่ว่ายังไง ฉันไม่สามารถจะสู้หน้าครามได้ ที่ผ่านมาลึกๆ ลงไปแล้ว เขาคงรู้สึกไม่ค่อยพอใจ ฉันเอาแต่สร้างความเดือดร้อนรำคาญใจให้เขามาโดยตลอด

            แต่ไม่ว่ายังไง เงินที่เขาเสียไปฉันก็จะพยายามใช้คืนให้ทั้งหมด ต่อให้มันต้องใช้เวลาอีกนานกว่าจะใช้คืนทั้งหมดได้ตาม

            ฉันรีบออกจากห้องก่อนที่ครามจะออกมาเจอ ฉันรู้ดีว่าเขาคงจะรั้งฉันเอาไว้ ถ้าเห็นว่าฉันหิ้วกระเป๋าออกจากห้องกลางดึกแบบนี้ ถึงแม้ว่าครามจะดูใจร้าย แต่ลึกลงไปแล้ว เนื้อแท้ของเขาเป็นคนดีมีน้ำใจ คงจะไม่ปล่อยให้ผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ออกจากห้องไปตอนกลางดึกแบบนี้แน่

            ฟังแล้วมันย้อนแย้งดีจัง แต่เชื่อฉันเถอะว่า ครามยังคงไม่ยอมให้ฉันไปในเวลาแบบนี้แน่ แต่ฉันก็ไม่สามารถสู้หน้าเขาในเวลานี้ได้จริงๆ

            และฉันก็รู้ดีว่าไม่ควรทำให้ใครต้องลำบากใจ แต่ในเวลานี้ฉันก็ไม่รู้จะทำยังไงดีแล้ว ตอนที่เดินเข้าลิฟต์ฉันก็กดโทรศัพท์โทรไปหาภาทันที

            “ภา” ฉันพยายามห้ามน้ำตาเอาไว้ตอนที่ได้ยินเสียงเพื่อนผ่านโทรศัพท์ให้ได้ยิน

            (มินมิน) ภาพูดกับฉัน ดูเหมือนว่าเธอเองก็ดูตกใจมากเหมือนกัน

         (มีอะไรรึเปล่า…)

            ตอนนี้มันดึกมากแล้ว ฉันคิดว่าตัวเองไม่ควรจะทำให้คนอื่นต้องลำบากใจ ถึงแม้ว่าภาจะเป็นคนดีมีน้ำใจ แต่ฉันก็ไม่ควรไปขอความช่วยเหลือจากเธอกลางดึกแบบนี้

            “เอ่อ เราจะโทรมาถามว่าเราลืมของอะไรไว้ที่ห้องของภาบ้างรึเปล่า”

            ตอนแรกฉันตั้งใจว่าจากเข้าไปขอความช่วยเหลือจากภา ว่าจะไปนอนค้างที่ห้องสักคืน แต่จะทำแบบนั้นได้ยังไงกันล่ะ ในเมื่อฉันเป็นคนสร้างปัญหาเอง ก็ควรจะแก้ไขปัญหาด้วยตัวเอง

         (มินมินลืมของไว้ที่ห้องของเราเหรอ…)

            “อ๊ะ เราเจอแล้วล่ะ ขอโทษที่โทรมารบกวนดึกดื่นแบบนี้นะ” ฉันหาข้ออ้างได้ในที่สุด เพิ่งมาสำนึกเอาตอนนี้เองว่าไม่ควรทำอะไรแบบนี้เลย

         (อ้าว เจอแล้วเหรอ)

            “จ้ะ นี่ก็ดึกมากแล้ว เราวางสายก่อนแล้วกันนะ ขอโทษที่โทรมาตอนดึกนะ” ฉันรู้สึกร้อนรนจนแทบไม่เป็นอันทำอะไรเลย ทั้งเหนื่อยทั้งเพลียเหมือนตามันจะปิดซะให้ได้

         (จ้ะ ราตรีสวัสดิ์นะ…) ภาบอกฉันมาแบบนั้น ไม่ได้สงสัยอะไร ซึ่งฉันก็ดีใจที่เป็นแบบนั้น

            “ราตรีสวัสดิ์จ้ะ แล้วเจอกันนะ” ฉันบอกแล้ววางสายจากภาตอนที่รีบมาถึงชั้นล่างสุดพอดี

            ร่างกายของฉันเหมือนว่ามันกำลังจะหลุดเป็นชิ้นๆ ได้อยู่แล้ว อยากจะล้มตัวนอนพักที่ไหนสักที่ แต่ไม่รู้เลยว่าควรจะเริ่มต้นตรงไหนยังไงดี

            ฉันต้องสะดุ้งอีกครั้งตอนที่เดินออกมาจากคอนโดหรูหราได้แล้ว โทรศัพท์มันสั่นและส่งเสียงดังขึ้นมาอย่างกะทันหัน เมื่อมองดูชื่อที่บันทึกเอาไว้ก็พบว่าเป็นครามนั่นเองที่โทรเข้ามา

            แต่เพราะยังรับมือกับเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้ ทำให้ฉันตัดสินใจตัดสายเขาทิ้ง จากนั้นก็ปิดโทรศัพท์ตาม ฉันรู้ดีว่าการหนีมันไม่ช่วยอะไร ตอนนี้มีแต่จะทำให้เรื่องมันแย่ลง และฉันก็ไม่อยากทำให้เขาต้องเดือดร้อนลำบากใจอีก การถอยห่างน่าจะดีที่สุดแล้วในเวลานี้

            สุดท้ายฉันก็ยังไม่รู้อยู่ดีว่าต้องทำยังไงต่อไป ฉันไม่กล้าจะไปรบกวนคนอื่นด้วย แต่กลางดึกแบบนี้มันก็อันตรายเหลือเกิน จนกระทั่งเห็นร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ที่เปิดยี่สิบสี่ชั่วโมง ก็ดีกว่าจะตะลอนไปไหนมาไหนกลางดึกล่ะนะ

            ไม่มีใครสนใจฉันตอนที่เดินเข้าไปในร้านอินเทอร์เน็ต ซึ่งมันก็ดีแล้วเหมือนกัน

            “ชั่วโมงละยี่สิบบาทค่ะ” คนที่เฝ้าร้านอินเทอร์เน็ตอยู่ตอนนี้เป็นผู้หญิง ยิ่งทำให้ฉันรู้สึกสบายใจขึ้นได้เล็กน้อย

            “ขอใช้สักหกชั่วโมงค่ะ” ฉันตอบ

            เพราะถ้าอยู่ที่นี่สักหกชั่วโมง ถึงตอนนั้นคงเช้าพอดี ถึงตอนนั้นคนคงเยอะแล้วและน่าจะปลอดภัยกว่าตอนนี้

            “จ่ายเงินเลยนะคะ” พูดจบแล้วฉันก็จ่ายเงินตามจำนวนที่ต้องจ่าย แล้วก็พยายามเลือกที่นั่งที่อยู่ใกล้กับประตูมากที่สุด อย่างน้อยถ้าเกิดเรื่องอะไรขึ้นก็จะหาทางหนีทีไล่ได้ทัน

            “ขอบคุณค่ะ

            หลังจากที่จ่ายเงินแล้วฉันก็เดินไปนั่งที่โต๊ะคอมพิวเตอร์ ใจจริงอยากจะฟุบหลับตรงนี้เลยแต่ก็กลัวว่าจะมีคนมายุ่งวุ่นวายด้วย ดังนั้นฉันก็เลยทำทีเป็นเล่นอินเทอร์เน็ตไปเรื่อยเปื่อย ทั้งที่ร่างกายก็เหนื่อยแล้วแทบจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว

            จนถึงตอนนี้ฉันยังปวดระบมไปทุกส่วนของร่างกาย โดยเฉพาะส่วนที่อ่อนไหวที่สุดของความเป็นหญิง มันเจ็บจนฉันแทบจะน้ำตาร่วงเลยล่ะ พูดแล้วก็รู้สึกรังเกียจตัวเองอยู่เหมือนกัน ฉันยังไม่ได้อาบน้ำเลยด้วยซ้ำ บ้าจังเลย

            ตอนนี้ฉันรู้สึกเครียดมากเพราะไม่มีเงินติดตัวเลย และถ้าหากว่าฉันมีเงิน ฉันก็คงไม่ได้ไปพบกับครามตั้งแต่แรกหรอก

            ตอนนั้น เขาเป็นคนเดียวที่ยื่นมือเข้ามาช่วยฉัน ทั้งที่เราสองคนก็ไม่ได้สนิทกันเลยสักนิดเดียว ฉันมองเขาเหมือนเทพบุตร แต่ตอนนี้เขายิ่งกว่าซาตานร้ายซะอีก

            แล้วฉันควรจะทำยังไงต่อไปดี ฉันคิดอะไรไม่ออกแล้วจริงๆ

 

            ฉันเอาแต่จมอยู่กับความคิดสับสนปวดหัวของตัวเองอยู่นาน จนไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหนแล้ว ฉันไม่กล้าเข้าไปรบกวนเพื่อนคนอื่น เพราะรู้ดีว่าเพื่อนแต่ละคนก็มีภาระหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ อีกอย่าง ทุกคนก็ยังไม่ได้ทำงานกันเลย จะไปรบกวนเรื่องเงินทองก็คงไม่ดี ฉันไม่มีทางเลือกอื่นเลยนอกจากครอบครัว ซึ่งก็ไม่รู้ว่าสามารถเรียกคำนี้ได้เต็มปากเต็มคำหรือเปล่า

            แต่จะทำยังไงต่อไปได้ล่ะ ฉันไม่มีอะไรเลยจริงๆ

            ใครยังเข็ดกับเรื่องที่แม่หลอกให้ไปที่โรงแรม ฉันก็ตัดสินใจว่าจะใหม่โทรหาแม่เด็ดขาด ทางเลือกเดียวที่เหลืออยู่นั้นก็คือพ่อ

            แล้วพ่อจะเข้าใจฉันหรือเปล่า มันเป็นเรื่องที่ทำให้ฉันไม่สบายใจเลย

            “หรือแกอยากจะถูกหลอกไปขายตัวอีกล่ะมินมิน” ฉันถามตัวเองเบาๆ พูดถึงเรื่องนี้แล้วอยากจะหัวเราะ ฉันไม่เข้าใจเลยว่าทำไมถึงได้ยอมให้ครามรังแกเอาง่ายๆ แบบนั้น

            ไม่สิ ความจริงฉันรู้อยู่แก่ใจแล้วว่าทำไมถึงปล่อยตัวปล่อยใจไปง่ายดายแบบนั้น ก็เพราะว่าฉันรักเขายังไงล่ะ ถึงได้ยอมทำเรื่องเสื่อมเสียน่าอายแบบนั้น

            อย่างน้อย ฉันก็ได้รู้สึกว่า ได้ชดเชยอะไรให้เขาไปบ้างแล้ว ถึงแม้ว่ามันจะเทียบไม่ได้เลยกับสิ่งที่เขาให้ฉันมาก่อนหน้านี้ตาม ฉันรู้ว่าครามต้องเสียเงินไปมากเท่าไหร่ที่เขาช่วยฉันเอาไว้ การนอนด้วยกันแค่ครั้งเดียวมันคงไม่คุ้มหรอก แต่ไม่ว่ายังไงฉันก็จะพยายามหาเงินไปใช้คืนให้ได้ ต่อให้จะต้องใช้เวลาอีกนานหลายปีก็ตาม

            ฉันเอาแต่คิดเรื่องนั้นเรื่องนี้จนเวลาผ่านไปเกือบสองชั่วโมง สุดท้ายก็ทนความเหนื่อยล้าอ่อนเพลียไม่ไหว ก็เลยซุกตัวกับเก้าอี้ตัวใหญ่และงีบหลับเพื่อพักผ่อน แต่เพราะไม่ได้อยู่ในห้องที่คุ้นเคย ฉันก็เลยรู้สึกตัวเลือนๆ อยู่ตลอดเวลา เหมือนครึ่งหลับครึ่งตื่นไม่ได้หลับสนิทซะทีเดียว

            ฉันรู้สึกทรมานมากกว่าจะถึงรุ่งเช้า นี่คงใกล้จะหมดเวลาที่จ่ายเงินค่าอินเทอร์เน็ตคาเฟ่เอาไว้แล้ว ฉันเก็บของลุกออกมาจากโต๊ะคอมพิวเตอร์ ก่อนจะเดินออกจากร้านเงียบๆ เพราะตอนนี้ไม่มีเงินเหลืออยู่เลย จึงต้องตัดสินใจที่จะขอความช่วยเหลือจากพ่อ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าท่านจะยอมช่วยรึเปล่า

            หัวใจของฉันเต้นแรงจนน่ากลัว ตอนที่มองโทรศัพท์มือถือในมือของตัวเอง มันคือโทรศัพท์มือถือที่ครามเป็นคนซื้อให้ ถ้าเอาไปขายก็คงจะได้เงินมาก้อนหนึ่ง แต่ฉันไม่กล้าจะทำแบบนั้น และคงไม่มีใครกล้าซื้อของพวกนี้โดยที่ไม่มีกล่องหรือเอกสารอะไรแน่

            ที่สำคัญ ฉันไม่อยากจะรับสายมันจริงๆ

            หลังจากรวบรวมความกล้าอยู่นาน ฉันก็ตัดสินใจเปิดโทรศัพท์เพื่อจะโทรไปหาพ่อ น้ำตาของฉันมันเอ่อขึ้นมาอย่างรวดเร็ว เพราะทันทีที่เปิดโทรศัพท์แล้ว ก็มีข้อความถูกส่งเข้าหลายสิบข้อความ

         และใช่ คนที่โทรเข้ามาก็คือ ธาราครามคนเดียวเลย

            โทรศัพท์ของฉันสั่นไม่หยุดหรอกข้อความจำนวนมากส่งเข้ามาไม่ขาดสาย ฉันต้องรอให้ข้อความหยุดส่งเข้ามาซะก่อน ถึงจะเลื่อนหาเบอร์โทรของพ่อได้

            แต่ยังไม่ทันที่ฉันจะโทรออก ครามก็โทรเข้ามาซะแล้ว ฉันตกใจมากเพราะไม่คิดว่าเขาจะโทรมาเร็วขนาดนี้ แต่ก็ไม่กล้ารับสายเขาจนแล้วจนรอด ฉันตัดสินใจกดตัดสายทิ้ง ก็รีบโทรออกไปหาพ่อทันที

            คงต้องขอบคุณครามด้วยที่ทำให้ฉันตัดสินใจได้อย่างชัดเจน ไม่อย่างนั้นฉันก็คงมัวแต่ลังเลใจว่าควรจะโทรไปหาพ่อดีหรือเปล่า เวลาแบบนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาหยิ่งในศักดิ์ศรีที่มันกินไม่ได้ ฉันไม่ได้กลัวว่าตัวเองจะอด แต่ไม่อยากเป็นภาระให้ใครไปมากกว่านี้อีกแล้ว

            ถ้าหากว่าพ่อเข้าใจและยอมให้เงินมา ฉันก็คงมีทางเลือกอื่นที่ดีกว่าเดิม

            (มินมิน…) คุณพ่อรับสายอย่างรวดเร็ว จนฉันรู้สึกแปลกใจไม่ได้ที่ท่านรับสายฉันตั้งแต่เช้าแบบนี้

            (เมื่อวานเป็นยังไงบ้าง แม่ไม่ได้ทำอะไรเราแล้วใช่มั้ย?) น้ำเสียงของคุณพ่อดูเป็นห่วงฉันมาก ทำให้ฉันรู้สึกผิดที่เคยคิดกับท่านไม่ดีมาตลอด ฉันไม่รู้หรอกว่าพ่อกับแม่มีเหตุผลอะไรถึงได้ทำแบบนั้นกับฉันมาตลอด แต่ฉันจะพยายามปล่อยวางไม่เก็บเอามาคิดมากอีกแล้ว

            “ค่ะ หนูไม่เป็นไร” พูดจบฉันก็เงียบไปอึดใจหนึ่ง เพราะไม่รู้จะเริ่มต้นคุยกับท่านยังไงดี

            (แล้วมีอะไรหรือเปล่าถึงได้โทรมาหาพ่อแต่เช้าแบบนี้ มีอะไรเกิดขึ้นใช่มั้ย)

            ฉันเกือบจะร้องไห้ออกไปแล้วเชียวกับคำถามของพ่อ แต่ก็กลั้นน้ำตาเอาไว้ได้

            และตอนนี้นี่เอง ที่ครามโทรเป็นสายเรียกซ้อนเข้ามา ฉันไม่ได้เล่นตัวเรียกร้องความสนใจอะไรหรอกนะ แต่ฉันยังไม่อยากจะคุยกับเขาตอนนี้จริงๆ

            “พ่อคะ หนู

 

            ฉันมองเงินจำนวนหนึ่งที่เพิ่งกดออกมาจากตู้เอทีเอ็ม คุณพ่อเป็นคนโอนเงินเข้ามาให้ไม่ลังเลใจเลยสักนิด หลังจากที่ฉันบอกว่ามีเรื่องเดือดร้อนต้องใช้เงินจำนวนหนึ่ง

            ท่านไม่ได้ถามถึงครามเลยสักคำ ยิ่งทำให้ฉันรู้สึกไม่สบายใจและเกรงใจท่านเหลือเกิน ถ้าย้อนเวลาได้ ฉันอยากย้อนกลับไปวันที่ถูกพ่อตบหน้า อยากจะขอให้ท่านตบฉันอีกหลายๆ ครั้ง จะได้ไม่ต้องมาเสียใจทีหลังอย่างนี้

            ฉันบอกพ่อไปว่ากำลังจะหาที่พักใหม่ ท่านไม่ได้บังคับให้ฉันใหญ่กลับไปอยู่กับซอและโซ่อีก ได้แต่บอกว่าให้ฉันดูแลตัวเองให้ดีๆ และเลือกหอพักที่ดูปลอดภัยสักหน่อย หากมีอะไรขาดเหลือก็โทรไปหาท่านได้ มันทำให้ฉันรู้สึกผิดมากที่ไม่ยอมเชื่อท่านตั้งแต่แรก มาตอนนี้เลยต้องเสียใจกับการกระทำที่โง่เง่าของตัวเอง

            คิดว่าจะได้อยู่กับผู้ชายอย่างครามจนกระทั่งวันสุดท้ายของชีวิตน่ะเหรอ ไม่มีทาง

            หลังจากที่คิดอะไรไร้สาระอยู่นานแล้ว ฉันเช็ดน้ำตาของตัวเอง ก่อนจะเดินหาหอพักถูกๆ ที่ใกล้กับมหาวิทยาลัยสักหน่อย เพราะจะได้ไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง และมั่นใจว่าคงจะมีหอพักที่ราคาไม่แพงมากให้เลือกหลายที เพราะหอพักใกล้กับมหาวิทยาลัยส่วนมากจากราคาไม่สูงนัก อีกอย่าง อีกไม่นานฉันก็จะเรียนจบแล้ว อะไรๆ ก็คงจะดีขึ้นบ้าง ถ้าหากว่าฉันไม่ได้โชคร้ายเกินไปน่ะนะ

            ในที่สุดฉันก็หาหอพักที่ราคาไม่แพงจนได้ หลังจากจ่ายค่ามัดจำอะไรก็ขนของเข้าไปอยู่ทันที ซึ่งข้าวของของฉันก็ไม่มีอะไรมากอยู่แล้ว และข้าวของกว่าอีกครึ่งอยู่ในห้องของครามด้วย

            ฉันล้มตัวลงนอนบนเตียงเก่าๆ อย่างหมดแรง อยากจะลุกเข้าห้องน้ำแต่เรี่ยวแรงไม่เป็นใจเลย ได้แต่นอนอยู่บนเตียงอย่างน่าสมเพช

            เพราะความอ่อนเพลียทำให้ฉันหลับสนิทไปโดยไม่รู้ตัว มาตื่นขึ้นอีกครั้งก็ตอนที่ได้ยินเสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ดังมาแว่วๆ ฉันพลิกหน้าจอมันขึ้นมาดู และพบว่าเป็นครามนั่นแหละที่โทรเข้ามา ซึ่งตอนนี้แบตเตอรี่โทรศัพท์กำลังจะหมดแล้วด้วย

            ฉันไม่ได้เอาที่ชาร์จแบตโทรศัพท์มา มันอยู่ที่ห้องชุดของคราม ร่วมกับข้าวของอื่นๆ ที่ฉันไม่ได้เอาติดตัวมาด้วย

            ฉันรู้สึกตกใจเล็กน้อยที่เห็นว่าครามโทรเข้ามาหลายร้อยสายเลย ฉันไม่ได้โกหกนะ แต่เขาโทรมาร่วมร้อยกว่าสายจริงๆ สุดท้ายฉันก็ปล่อยให้โทรศัพท์มันดับไปเพราะแบตเตอรี่หมด ยังไงก็ทำอะไรมากกว่านี้ไม่ได้แล้วนี่นะ จากนั้นก็กลั้นใจลุกไปอาบน้ำ ดีที่ซื้อสบู่เหลวขวดเล็กๆ จากการสะดวกซื้อมาด้วย ไม่อย่างนั้นคงได้อาบน้ำเปล่าแน่ คิดแล้วก่อนหน้าหัวเราะตัวเองเหมือนกันนะ

            หลังจากที่อาบน้ำเสร็จแล้ว ฉันรวบรวมเรี่ยวแรงที่เหลืออยู่อันน้อยนิดออกจากห้องพักไปซื้ออะไรกิน ซึ่งโชคดีที่แถวนี้มีร้านขายอาหารอยู่ใกล้ๆ อะไรไม่ต้องไปไหนไกลให้เหนื่อย แล้วซื้อยาแก้ไข้กับยาแก้อักเสบมาด้วย

            ฤทธิ์ยาทำให้ฉันหมดสติ หลับลึกไม่รู้ตัวเลย มาตื่นอีกทีก็เช้าวันใหม่แล้ว ฉันตกใจมากไม่คิดว่าตัวเองจะนอนยาวได้ขนาดนี้ โชคดีที่เป็นวันหยุด ไม่อย่างนั้นคงได้เป็นเรื่องวุ่นวายแน่

            ฉันนั่งครุ่นคิดกับตัวเองเงียบๆ ในห้องพักแคบๆ เพราะไม่รู้ว่าจะทำยังไงต่อไปดี

            ฉันไม่ได้เอาโน้ตบุ๊คของตัวเองมา ที่ชาร์จแบตโทรศัพท์ก็ไม่มี ซึ่งมันเป็นของที่จำเป็นมากด้วย ฉันนี่มันโง่สุดๆ ไปเลย ให้ตายเถอะ

            ระหว่างที่กำลังคิดหนักอยู่ ฉันก็เอาแต่มองคีย์การ์ดและกุญแจห้องชุดของครามไม่หยุด ก็ไม่รู้ว่าหยิบสองอย่างนี้ติดมือมาด้วยทำไมอีก

            แต่ก็นั่นแหละ ยังไงฉันต้องกลับไปเอาของที่ห้องชุดของครามอยู่ดี ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเมื่อไรจะกล้าไปเผชิญหน้ากับเขาอีกครั้ง

            “เอาวะ” ฉันบอกกับตัวเอง หยิบเสื้อคลุมตัวหนึ่งมาสวมทับร่างกายเอาไว้

            จนถึงตอนนี้ร่างกายของฉันก็ยังร้าวระบมไม่หาย เพิ่งรู้ว่ามันเจ็บถึงขนาดนี้ ไม่ยอมหายเจ็บง่ายๆ ด้วยสิ

            ฉันตัดสินใจกลับไปยังห้องชุดของครามอีกครั้ง แต่ก็ไม่มั่นใจว่าเขาอยู่ที่นั่นหรือเปล่า ถ้าเขาอยู่ ฉันจะทักเขาว่ายังไงดี ฉันได้แต่คิดมากไปสารพัดจนรู้สึกปวดหัว ก่อนจะรีบหลบไปนั่งที่โซฟารับแขกตรงล็อบบี้ เมื่อเห็นว่าครามเดินออกมาจากลิฟต์พอดี

            โชคดีชะมัดเลยแฮะ ฉันรอจนกระทั่งมั่นใจว่าครามออกไปจริงๆ ก็เลยเดินเข้าลิฟต์บ้าง หัวใจมันเต้นแรงไม่หยุด รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นขโมยยังไงก็ไม่รู้สิ

            ฉันตั้งใจเอาไว้ว่าหลังจากเก็บของส่วนตัวของตัวเองได้แล้ว จะฝากกุญแจและคีย์การ์ดเอาไว้ที่ฟรอนต์คอนโด เพื่อที่จะได้ไม่ต้องเอาคืนครามต่อหน้าเขา ฉันรู้แหละว่านี่มันเป็นการกระทำที่ขี้ขลาดมาก แต่จะให้ทำไงได้ล่ะ ฉันไม่มีหน้าจะไปพร้อมกับครามอีกแล้ว

            ทุกอย่างในห้องชุดแห่งนี้ยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน ถ้าฉันไม่ได้รู้สึกไปเอง ข้าวของของฉันแทบจะไม่เคลื่อนไปจากจุดเดิมเลยแม้แต่เซนต์เดียว ฉันก็หลงคิดว่าครามอาจจะโยนมันทิ้งไปซะอีก

            แล้วก็ไม่รู้ว่าทำไม พอเห็นเตียงนอนมันก็รู้สึกง่วงขึ้นมาทันทีเลย ฉันนี่ก็บ้า สถานการณ์แบบนี้รู้สึกง่วงได้อีก เหลือเชื่อจริงๆ เลยมินมิน

            ตอนที่กำลังเก็บเสื้อผ้าจากตู้ลงกระเป๋า ฉันก็รู้สึกเหมือนได้ยินเสียงฝีเท้าหนักๆ ก้าวเข้ามาใกล้จากทางด้านหลัง เมื่อหันไปมองก็ต้องสะดุ้งเฮือกจนตัวโยน

            ใช่ ครามน่ะ

            “ฉันตั้งใจมาเก็บของ เดี๋ยว เดี๋ยวก็จะไปแล้วล่ะ” ฉันหลบสายตาคมกริบของครามที่มองมาอย่างน่ากลัว ฉันรู้ว่าเขาคงไม่พอใจนักหรอกที่ ถือวิสาสะแอบเข้าห้องเขาแบบนี้ หัวใจมันเหมือนจะหยุดเต้นให้ได้ มือไม้ก็สั่นเทาไปหมด ไม่คิดว่าเขาจะกลับมาเร็วขนาดนี้เลย

            “จะไปไหน ฉันโทรไปทำไมไม่รับสาย” น้ำเสียงของครามแข็งกระด้าง มันทำให้ฉันรู้สึกหายใจไม่คล่องคอเลย

            หัวใจเต้นแรงมากจนกลัวว่าเขาจะได้ยิน และกลัวจนทำอะไรไม่ถูกเลย

            “คือ

            “หายหน้าไปเป็นวันๆ รู้มั้ยว่าคนอื่นเขาเป็นห่วงน่ะ”

            ฉันรู้สึกอยากจะร้องไห้จนต้องรีบหลบสายตาของเขาด้วยการหันหลังหนี รีบร้อนเก็บของอย่างรวดเร็วไม่ให้เสียเวลาไปมากกว่านี้

            แต่ของในมือที่ถืออยู่ก็ถูกกระชากอย่างรุนแรง ก่อนที่มันจะปลิวหายไปทางหนึ่ง ฉันไม่สบายใจเลยสักนิดกับสายตาของคราม หัวใจมันไม่ยอมสงบเอาซะเลย มันเต็มแรงจนเจ็บหน้าอกไปหมด ร่างกายก็ร้อนผ่าวจนน่ากลัว

            “เธอคงชอบใจล่ะสิที่ทำให้ฉันเป็นบ้าได้ขนาดนี้

            “ฉันไม่” ฉันไม่รู้ว่าจะตอบคำถามของครามยังไง รู้ตัวอีกทีก็ถูกรวบเข้าไปกอดในอ้อมแขนของเขาแล้ว

            “คราม!” ฉันอุทานด้วยความตกใจ ขณะที่เขาแค่นหัวเราะอย่างน่ากลัวให้ได้ยิน

            “ฉันก็อยากรู้เหมือนกัน ถ้าฉันปล้ำเธอสักสามวันสามคืน เธอจะมีแรงลุกไปไหนได้อีกมั้ย” สายตาของครามเป็นประกายน่ากลัว มันทำให้หัวใจของฉันแทบจะหยุดเต้นให้ได้

            “ปละ ปล่อย” หลังจากตั้งสติได้ฉันพยายามดิ้นรนสุดแรง ร่างกายของฉันโซมไปด้วยเหงื่อ แข้งขามันอ่อนไปหมดเมื่อเห็นสายตาของเขาที่มองมา

            “อย่าหวังเลยว่าจะใจลุกจากเตียงอีก มินมิน

 

            ฉันหลับไปทั้งน้ำตา และก็ตื่นขึ้นมาทั้งน้ำตา

            ไม่คิดมาก่อนเลยว่าครามจะทำร้ายกันถึงขนาดนี้

            ร่างกายของฉันไม่มีส่วนไหนที่ไม่บอบช้ำ เขาก็น่าจะรู้ว่าฉันไม่เคยผ่านเรื่องอย่างว่ามาก่อน ประสบการณ์ครั้งแรกครั้งเดียวก็มีกับเขานั่นแหละ และมันก็เจ็บเหมือนถูกกรีดตามเนื้อตัวซ้ำๆ ไม่หยุด ตอนนี้ฉันก็ยิ่งระบมจนแทบลุกไม่ขึ้น

            “วันนี้ก็นอนพักที่นี่ไปก่อนนะ” ครามก้มหน้ามาชิดกับหน้าของฉันแล้วบอกด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

            “เธอคงลุกไม่ขึ้นหรอก

            ยิ่งได้ยินแบบนั้นฉันก็ยิ่งโกรธ อยากจะผลักเขาออกห่างแต่ก็ไม่มีเรี่ยวแรงพอ สุดท้ายก็เลยพลิกตัวหนีจากสายตาของเขาแทน

            “เดี๋ยวฉันจะบอกอาจารย์ให้ว่าเธอไม่สบาย ขอยึดโทรศัพท์ไว้ก่อนแล้วกัน”

            แต่เมื่อได้ยินแบบนั้นฉันตกใจมาก ฉันต้องพลิกตัวหันไปสบตากับครามอีกครั้ง พยายามจะพูดอะไรบางอย่าง แต่มันก็เจ็บคอจนเสียงแหบเสียงแห้งไปหมด

            “โทษฐานที่เธอหนีไปไม่บอกสักคำ ฉันจะไม่ให้เธอใช้โทรศัพท์ อ้อ ความจริงมันก็เป็นโทรศัพท์ของฉันนี่นา”

            คำพูดของครามฟังดูเห็นแก่ตัวและร้ายกาจมาก ฉันรู้ดีอยู่แก่ใจว่ามันเป็นเงินของเขาที่ซื้อโทรศัพท์มือถือเครื่องนั้นให้ แต่มันเป็นของสำคัญไม่ใช่เหรอที่จะเอาไว้ติดต่อคนอื่นนะ และฉันก็ตั้งใจว่าจะคืนเงินทั้งหมดให้กับเขาด้วย

            “ขอโทรศัพท์ฉันคืนเถอะนะ แล้วฉันจะจ่ายให้ นายจะนอนกับฉัน” ฉันไม่สามารถพูดจบประโยคได้ เพราะฝ่ามือร้อนจัดของครามปิดปากของฉันเอาไว้ซะก่อน และออกแรงกดจนฉันต้องนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ

            “ถ้าพูดอะไรไม่ถูกหู ไม่รับประกันว่าจะเกิดอะไรขึ้น” สายตาของครามดูน่ากลัวมาก แต่ที่ทุกอย่างมันเป็นแบบนี้ก็เพราะเขาไม่ใช่เหรอ

            “เธอนี่มัน” ครามกัดกรามกรอด ก่อนที่จะก้มหน้าลงมาชิดกับหน้าของฉัน และจูบหนักๆ ที่ต้นคอของฉัน

            ฉันพยายามกลั้นเสียงร้องเอาไว้ ไม่อยากให้คนใจร้ายได้ยิน แต่ริมฝีปากของครามก็รุนแรงมาก สุดท้าย ฉันก็ร้องครางออกมาด้วยความเจ็บปวด

            “ฉันเจ็บ” ฉันไม่อยากทำท่าทางน่าหมั่นไส้ให้เขาเห็นเลย แต่สัมผัสของครามที่รุกรานอยู่ในตอนนี้ มันทำให้ฉันเจ็บมากจริงๆ

            “เจ็บเป็นด้วยเหรอ” ครามเงยหน้าขึ้นมาจากซอกคอของฉัน ถามด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน

            ฝ่ามือของเขาตรึงข้อมือของฉันเอาไว้แน่น จนรู้สึกเหมือนว่าเลือดมันจะไม่เดินแล้ว เขาทำฉันเจ็บมาก ไม่ใช่แค่ร่างกายเท่านั้น แต่ที่หัวใจของฉันก็ด้วย

            “อย่าพูดอะไรที่มันไม่เข้าหูอีก ไม่อย่างนั้นฉันก็จะไม่รับประกันว่าจะทำให้เธอเจ็บมั้ย” คำพูดของครามเย็นชาน่ากลัว แต่ฉันก็ได้เจอกับความโหดร้ายนี้มาหลายครั้งแล้ว จะเจ็บกว่านี้คงไม่มีอีกแล้วล่ะ

            “เรื่องเรียนไม่ต้องเป็นห่วง ฉันจะคุยกับอาจารย์ให้เอง บอกว่าเธอไม่สบายเลยมาเรียนไม่ได้” เมื่อครามผละออกห่างไป ไออุ่นที่รายล้อมก่อนหน้านี้ก็หายไปด้วย ฉันพลันรู้สึกอ้างว้าง ทั้งที่ควรจะดีใจแท้ๆ ว่าเขาไปซะได้ก็ดี

            “แต่นายจะทำแบบนี้ไม่ได้นะ”

            ฉันต้องเรียบเรียงสติความคิดของตัวเองอยู่นานกว่าที่จะพูดออกไปได้ เรื่องนี้มันไม่ถูกต้องอย่างแรง เขาคิดว่าจะเอาขังฉันเอาไว้ในห้องได้ตลอดไปเหรอ

            “ฉันไม่ขังเธอตลอดปีตลอดชาติหรอกน่า” ครามพึมพำเหมือนรู้ว่าฉันกำลังคิดอะไรอยู่ ก่อนที่เขาจะเคลื่อนตัวไปยังตู้เสื้อผ้า แล้วหยิบชุดนักศึกษาออกมาจากตู้

            ไม่รู้อะไรทำให้ฉันเผลอเหม่อมองเขาอยู่อย่างนั้นเป็นนาน จนตอนที่เขาปลดผ้าขนหนูออกจากเอวสอบนั่นแหละ ถึงได้รู้ว่าไม่ควรจะมองแบบนี้อีกต่อไปแล้ว

            บ้าจัง ภาพนี้มันเป็นภาพที่ฉันคุ้นเคย มันก็เลยเผลอมองอยู่ตั้งนานสองนาน

            “ให้ฉันไปด้วยกับนายก็ได้นี่ ฉันไม่หนีหรอก” ไม่รู้ความกล้าอะไรทำให้ฉันพูดไปแบบนั้น แต่ฉันก็ไม่อยากถูกครั้งเอาไว้เหมือนสัตว์เลี้ยงอยู่ในห้องแบบนี้ มันน่าสมเพชเกินไป

            ” ไม่มีเสียงตอบรับจากคราม แต่ฉันก็ไม่คิดจะยอมแพ้ พยายามจะลงจากเตียงด้วยร่างกายที่ร้าวระบมนี่แหละ

            โอ๊ย เจ็บจะตายอยู่แล้ว ไม่เคยนึกมาก่อนเลยว่าเรื่องแบบนี้มันจะเจ็บจนน้ำตาร่วงทุกครั้งที่ขยับตัว

            ยังไม่ทันที่จะเหวี่ยงเท้าลงกับพื้น ฉันโซเซเหมือนจะล้มให้ได้ ตอนที่กำลังจะล้มลงจริงๆ ครามก็เข้ามาประคองฉันเอาไว้ทัน

            “ก็เป็นซะอย่างนี้ แล้วเธอจะไปเรียนไหวได้ยังไง” ครามบอกด้วยน้ำเสียงเย็นชา ฉันก็เลยได้แต่เม้มปาก ไม่อยากพูดกับเขาให้ต้องหงุดหงิดใจอีก

            “ฉันจะทำกับข้าวเอาไว้เผื่อมือเที่ยงด้วย ตอนบ่ายๆ คงจะกลับมา นอนพักซะ”

            ฉันไม่เข้าใจว่าครามบอกด้วยน้ำเสียงเย็นชาขนาดนี้ได้ยังไง แล้วคำสั่งแปลกๆ ที่เขาพูดมานั่นอีก มันทำให้ฉันทั้งโกรธทั้งไม่พอใจ กว่าจะรู้ตัว ฉันก็เผลอยกมือตบหน้าเขาสุดแรงไปแล้ว

            ใบหน้าขาวๆ ของครามแดงก่ำ มีริ้วแดงๆ ครบห้านิ้วบนแก้มของเขาชัดเจน เมื่อเขาค่อยๆ หันมาสบตาด้วย ฉันก็ตกใจที่โกรธจนลืมตัว ไม่รู้ว่าจะถูกเล่นงานคืนยังไงบ้าง

            “จะไม่พูดอะไรหน่อยเหรอ” ฉันถามเสียงสั่นพร่า เพราะรู้ว่าครามโกรธมาก แต่เขากลับไม่พูดอะไรเลยสักคำเดียว

            “แล้วจะให้พูดอะไรล่ะ”

            “อะไรก็ได้!” ฉันตะโกน รับมือไม่ไหวกับครามที่เป็นแบบนี้ เขาไม่เหมือนคนเดิมที่เคยรู้จักเลย

            “นายโกรธนายพูดออกมาสิ”

            “ไม่อยากพูด อยากทำมากกว่า

            น้ำตาของฉันมันหยุดไหลชะงักงันเมื่อหน้าของครามโน้มเข้ามาใกล้กว่าเดิม ใกล้จนปลายจมูกของเราชนกันเบาๆ และต้องแลกเปลี่ยนลมหายใจของกันและกันไปโดยปริยาย แต่ที่น่ากลัวที่สุด ก็เห็นจะเป็นคำพูดของเขาก่อนหน้านี้นั่นแหละ

            ทำเหรอ? หมายความว่ายังไงกัน

            “เวลาฉันโกรธ เธอก็รู้นี่ว่าฉันชอบทำอะไร” ระหว่างที่พูด ครามปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตออกที่ละเม็ดใจเย็น คราวนี้หัวใจของฉันจะทะลุออกมาทางปากได้อยู่แล้ว

            ฉันอยากจะเอื้อมมือไปกลัดกระดุมให้ครามตามเดิมใจแทบขาด ร่างกายมันสั่นไปหมดเมื่อเห็นแววตาของเขาที่มองมายังไม่คิดปิดบังอารมณ์เลยสักนิด

            ทำยังไงดี ทำยังไงดี ฉันได้แต่ถามตัวเองในใจด้วยความสับสนใจสั่นหวั่นหวาม เหมือนมีกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ แล่นไหลไปทั่วร่างกายในพริบตาเดียว

            “เธอคงจะชอบเวลาฉันโกรธมากสินะ”

            “ฉัน ฉัน” ฉันยกมือขึ้นพยายามจะผลักร่างสูงของเขาให้ออกห่าง แต่สุดท้ายก็แพ้เหมือนทุกที

            ครามโยนเสื้อนักศึกษาทิ้งไปกับพื้นอย่างไม่ไยดี ไม่สนใจเลยว่ามันจะยับหรือเปล่า รวมถึงกางเกงด้วย

            “ฉัน ฉัน” ฉันพยายามจะพูดบางอย่างแต่ก็ไม่มีประโยคไหนหลุดออกไปได้เลย

            วินาทีต่อมาฉันถูกผลักไหล่แรงๆ จนหงายหลังล้มลงนอนตามเดิม ทั้งที่เพิ่งจะลืมตาตื่นได้แค่ไม่กี่นาทีเท่านั้น

            “เธอนี่คงชอบเวลาถูกทำโทษใช่มั้ย” ครามยิ้มหวาน ก่อนจะก้มหน้าจูบฉันอย่างรุนแรง

 

            เรียวชิ้นร้อนชื้นที่แทรกเข้ามาในโพรงปาก เป็นเหมือนน้ำผึ้งร้อนๆ ที่ทั้งหอมทั้งหวานจนชาวาบขึ้นสมอง ร่างกายของฉันพลันร้อนผ่าวในพริบตาเดียวเหมือนไฟไหม้ฟาง ชาตั้งแต่เส้นผมไปถึงปลายนิ้ว ยิ่งดิ้นเท่าไหร่ครามก็ยิ่งรุนแรงด้วยเท่านั้น

            “อื้อ…!” ฉันพยายามจะผลักเขาออกแรงๆ แต่กลายเป็นตัวเองที่หัวสั่นหัวคลอนแทน และจูบที่เหมือนจะลงโทษของครามก็แรงขึ้นเป็นเท่าตัวด้วย

            เขากัดริมฝีปากล่างของฉันแรงๆ จนฉันเจ็บ และรู้สึกได้ถึงกลิ่นคาวเลือดติดปลายลิ้น ฉันตกใจมากจนออกแรงผลักเขาสุดกำลัง เห็นว่าปากของเขามีเลือดติดมา

            ฉันเองก็รีบยกมือปากตัวเองทันที ซึ่งมันก็มีเลือดเหนอะๆ ติดมาด้วย แต่กลับไม่พบแผลอย่างที่ควรจะเป็น แล้วเลือดนี่มาจากไหนล่ะ ฉันหันไปมองครามอีกครั้งด้วยความตกใจ และเห็นว่าริมฝีปากของเขานั่นแหละ ที่เป็นแผล

            แต่สาบานได้ ฉันไม่ได้กับปากเขาเลยจริงๆ แล้ววินาทีต่อมาฉันก็ได้คำตอบ ว่าทำไมปากของครามถึงเป็นแผล เพราะว่าเขากัดริมฝีปากของตัวเองน่ะสิ

            “ทำอะไรน่ะ” ฉันไม่รู้จะห้ามเขายังไง ได้แต่ถามไม่เข้าใจ

            “ฉันอยากกัดเธอให้เลือดสาดใจแทบขาดแน่ะ มินมิน” ครามพูดพลางเลียเลือดที่ริมฝีปากของเขาไปด้วย มันทำให้ฉันกลัวจนขนลุก ผู้ชายคนนี้เป็นบ้าอะไรไปเนี่ย

            เขาทำร้ายตัวเองทำไม อ้อ ใจจริงแล้วเขาคงอยากทำร้ายฉันมากกว่า แต่กลับเลือกที่จะทำตัวเอง

            แล้วฉันนี่ก็บ้า เพราะใจสั่นไม่หยุดกับท่าทางเซ็กซี่ของคราม ตอนที่เขาเลียริมฝีปาก มันทำให้หัวใจของฉันกระตุกไปวูบนึงเลย

            “เธอนี่มัน” ครามพูดมันเขี้ยว ก่อนที่เขาจะโถมตัวเข้าหาฉันอีกครั้ง

            “คราม” ฉันครางด้วยความเจ็บปวดและเหนื่อยล้า สายตาของครามบอกได้คำเดียวว่าเขาไม่ยอมหยุดแน่ๆ

            มือหนาของครามจับเอวฉันเอาไว้ และลากให้ฉันอยู่ใต้ร่างของเขาอีกครั้ง สายตาของเราประสานกัน ฉันมีแต่ความหวาดกลัว ส่วนครามมีแต่ความมุ่งมั่น

            “ไม่ ไม่” ฉันส่ายหน้าแต่ไม่สามารถหยุดใบหน้าของครามที่โน้มลงมาอีกครั้งได้เลย

            เรียวปากที่แตกเป็นแผลของเขาแนบลงกับริมฝีปากของฉันอีกครั้ง และได้กลิ่นคาวเลือดจางๆ ที่ปลายลิ้น ฉันหัวหมุนไม่หยุดก่อนจะสะท้านทั้งตัวเมื่อปลายนิ้วซุกซนของเขาแทรกเข้ามาอีกครั้ง และอีกครั้ง

            ฉันรู้สึกสับสน ทั้งเจ็บปวด ทั้งหวามเข้าเส้นเลือด ได้แต่ส่ายหน้าไปมาด้วยความทรมาน แต่ไม่ทำให้ครามหยุดสิ่งที่เขากำลังบรรจงร่ายบนร่างกายของฉันได้เลย

            “ฉันเจ็บ

            ทุกครั้งที่เขาแทรกเข้ามามันจะนำเอาความเจ็บปวดมาด้วย มันเจ็บจนไม่รู้จะอธิบายยังไงจริงๆ ครามจูบฉันอีกครั้งก่อนจะกระซิบเบาๆ ที่ข้างหู ซึ่งเหมือนลมหายใจร้อนๆ ของเขาจะละลายเยื่อหูของฉันให้ได้ และปลายนิ้วของเขาก็ร้อนจนช่วงล่างของฉันจะละลายให้ได้เหมือนกัน

            “อดทนหน่อย ขอครั้งเดียวนะ เธอจะได้ชินกับฉันไวๆ ยังไงล่ะ” เสียงเซ็กซี่ของครามกระซิบไม่หยุด พาให้ไรขนอ่อนทั่วร่างกายของฉันลุกชัน ทั้งกลัวทั้งหวาม ร่างกายนี้เหมือนไม่ใช่ร่างกายเดิมที่ฉันรู้จักเลย ทุกสัมผัสที่ครามแตะแต้มก็เหมือนกับว่าสิ่งที่แสดงออกไปนั่นแหละ คือตัวตนที่แท้จริงของฉัน

            “คราม ไม่” ฉันส่ายหน้า เมื่อเขาแทรกเรียวขาของฉันเข้ามาแนบชิดอีกครั้ง

            ตัวตนที่ร้อนผ่าวแข็งขืนของเขาแนบลงกับหน้าท้องของฉัน มันร้อนจนฉันเหมือนจะไหม้ เหมือนถูกตีตราด้วยเหล็กร้อนๆ ที่บอกว่า ร่างกายนี้ หัวใจนี้ จะเป็นของเขาแต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น

            “อดทนหน่อยนะ ฉันเองก็ต้องอดทนเหมือนกัน” ครามกระซิบบอกฉัน ใบหน้าหล่อเหลาของเขาบิดเบี้ยวตอนที่แทรกเข้ามาในร่างกายของฉัน

            มันบอกให้ฉันรู้ว่า ครามเองมีความรู้สึก และเขารู้สึกแบบเดียวกันกับที่ฉันเป็นในตอนนี้

            “เธอนี่มัน” ในที่สุดฉันก็ได้เห็นรอยยิ้มของเขา แต่เป็นรอยยิ้มที่น่าชังเหลือเกิน

            ครามยิ้มหวานด้วยความพึงพอใจ เขาครางแหบห้าวในคอทุกครั้งที่แทรกเข้ามาในร่างกายของฉัน จากนั้นก็ถอดถอนออกไป ก่อนจะตอกย้ำลงมาซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนร่างกายของฉันสั่นคลอนหอบโยนตามแรงส่งจากเอวสอบของคนใจร้าย

            ฉันสะดุ้งเฮือกทุกครั้งที่หยดเหงื่อร้อนระอุจากคนที่ขยับตัวอยู่เหนือร่างหล่นพรมลงมา ร่างกายของฉันมันปั่นป่วนไปหมด ช่วงล่างมันร้อนฉ่าเหมือนจะละลายให้ได้ กลางอกก็ร้อนจัดเหมือนมีกองไฟสุมอยู่ข้างใน หัวก็หนักหูอื้อแทบไม่ได้ยินเสียงอะไรนอกจากเสียงกระซิบชื่อของตัวเองจากริมฝีปากแดงจัดที่แตกเป็นแผลของ ธาราคราม

            “มินมิน” เขากระซิบชื่อของฉันไม่หยุด ตอนที่จูบตามใบหน้า ซอกคอ และหน้าอก จนฉันจนปัญญาที่จะช่วยเหลือตัวเองได้ ทุกสัมผัสที่รุมเร้าเข้ามามันทำให้ฉันแทบจะบ้าตาย อยากหยุดจังหวะรักที่ร้อนขึ้นแรงขึ้นแต่ก็ไม่รู้จะทำยังไง

            ตัวตนของเขาที่แทรกลึกเข้าไปในส่วนที่อ่อนไหวที่สุดในร่างของฉันมันร้อนซะจนเหมือนร่างกายจะละลายตามไปด้วยให้ได้ จนรู้สึกได้ถึงชีพจรของเขาที่เต้นเร่าในส่วนลึกของร่างกาย ไม่คิดมาก่อนเลยว่าชีวิตนี้จะได้ใกล้ชิดกับใครคนไหนถึงเพียงนี้ ฉันอยากหยุดสิ่งที่เกิดขึ้นแต่ก็ทำได้เพียงแค่หนีบเรียวขาของตัวเองกับเอวของเขา แต่ดูเหมือนจะทำให้ครามชอบใจกว่าเดิม เพราะเขาหัวเราะเบาๆ ข้างหูฉัน จูบฉัน และเร่งจังหวะจนฉันหัวสั่นหัวคลอน

            สุดท้ายก็ได้แต่จิกข่วนแผ่นหลังของเขาเท่าที่เรี่ยวแรงจะเหลืออยู่

            “คราม

            “ได้อยู่แล้วที่รัก ได้เสมอ

 

Thara-Kram`s talking…

            บ้าชิบ จะสายแล้วไหมเนี่ย

            เพราะความน่ารักของมินมินแท้ๆ เชียว ที่ทำให้ผมลืมตัวจนเกือบจะต้องเข้าเรียนสายแบบนี้น่ะ

            แน่นอนว่าตอนนี้มินมินหมดสติสลบเหมือดอยู่บนเตียงอย่างที่ควรจะเป็นนั่นแหละ คิดถึงความน่ารักของเธอ มันก็ทำให้ผมยิ้มอย่างมีความสุขได้แล้ว ผมยิ้มหวานตาลอยจนกระทั่งไปถึงคณะเรียน แต่ยังไม่ได้ทำขึ้นตึกก็เห็นใครบางคนมาดักรออยู่ก่อนแล้ว

            ซอ ไม่สิ น่าจะเป็นโซ่ น้องชายของมินมินนั่นแหละ

            “นายเห็นพี่สาวของฉันมั้ย” โซ่ถามผมทันที ด้วยท่าทางน่าหมั่นไส้เหมือนไอ้ซอนั่นแหละ

            “ถามทำไม” ผมยียวนถามกลับไป เรื่องอะไรจะบอกล่ะว่าตอนนี้มินมินอยู่ไหน คืนบอกไปเดี๋ยวก็ได้เป็นเรื่องยุ่งขึ้นมาอีก น่ารำคาญ

            “พี่สาวของฉันหายตัวไป และคนสุดท้ายที่อยู่กับมินมินก็คงจะเป็นนาย ฉันเป็นห่วงพี่ รู้มั้ย ว่าตอนนี้มินมินอยู่ไหน” โซ่ทำหน้าจริงจัง และดูกวนตี-น้อยกว่าไอ้ซอนิดนึงล่ะมั้ง

            “ถ้าฉันบอกว่าไม่รู้ นายจะว่ายังไง”

            ความจริงผมรู้ดีกว่าใครว่าตอนนี้มินมินอยู่ไหน ผมเป็นคนล็อกแม่กุญแจที่ประตูห้องด้วยตัวเอง มินมินต้องเป็นแม่มดเท่านั้นแหละถึงจะออกมาจากห้องชุดได้

            “ฉันจะแจ้งความไง ไอ้เลว




Talk...

Song :: Maroon 5 - Cold ft. Future

เพลงนี้โคตรเข้ากับมินมินเลยค่ะ แงงง

เพลงเศร้ามาก ถึงจะดนตรีตึ๊ดๆ หน่อยก็เถอะค่ะ

 

Cold enough to chill my bones

มันหนาวไปถึงกระดูก

It feels like I don't know you anymore

เหมือนกับว่าฉันไม่รู้จักคุณอีกต่อไปแล้ว

I don't understand why you're so cold to me

ฉันไม่เข้าใจเลยว่าทำไมคุณถึงได้เย็นชาแบบนี้กับฉัน

With every breath you breathe

ทุกลมหายใจของคุณ

I see there's something going on

และฉันเห็นว่ามีบางอย่างเกิดขึ้น

I don't understand why you're so cold

ฉันไม่เข้าใจจริงๆ ว่าทำไมคุณถึงได้เย็นชาเหลือเกิน


มู่ฝาก ebook เอาไว้ด้วยนะคะ คลิกที่รูปได้เลยค่ะ
ขอบคุณนะคะ image

 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 602 ครั้ง

51 ความคิดเห็น

  1. #18109 7_kloy_m (@7_kloy_m) (จากตอนที่ 126)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2561 / 19:22

    รอเลยย
    #18109
    0
  2. #18104 aomillion (@aomillion) (จากตอนที่ 126)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2561 / 22:16
    พิครามคนเถื่อนนนนนนนน
    #18104
    0
  3. #18103 ฤดูใบไม้ผลิ ^^ (@prino) (จากตอนที่ 126)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2561 / 17:12
    หมั่นไส้อิครามอ่ะ สงสารมินมินจังเลย
    #18103
    0
  4. #18101 youtube2550 (@youtube2550) (จากตอนที่ 126)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2561 / 22:14
    จัดหนักจัดเต็มมากอิครามม
    #18101
    0
  5. #18100 หมีน้อย สีน้ำตาล (@tarn799lh) (จากตอนที่ 126)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2561 / 16:26
    ส่งต่อนิยาย มือ2ของเราเองค่ะ อ่าน1รอบ สภาพใหม่กริบๆ 245บาท มีเรื่อง ซิมม่อน คาร์โล ร็อบ line:tarntarn12lh
    #18100
    0
  6. #18099 หมีน้อย สีน้ำตาล (@tarn799lh) (จากตอนที่ 126)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2561 / 16:24
    ส่งต่อนิยาย มือ2ของเราเองค่ะอ่าน1รอบค่ะ ใหม่ๆ245 บาท มีเรื่องของ ซิมม่อน คาร์โล ร็อบ line:tarntarn12lh
    #18099
    0
  7. #18098 E-PERJER (@EYELY-69432) (จากตอนที่ 126)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2561 / 15:47

    โกรธอิครามอ่ะ ไม่อินกับวิธีการง้อแบบนี้ สงสารมินมิน

    #18098
    0
  8. #18097 เงา แสงอาทิตย์ (@loya) (จากตอนที่ 126)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2561 / 13:26
    งื้อออ อยากอ่านต่ออ่าา ชอบคาแรกเตอร์ครามมาก ใจดี สายเปย์ รักเมีย หวงแรงงงง. รีบมาต่อนะไรท์ จะกระอักเลือดตายล่ะ ภาษานี่เข้าถึงความรู้สึกมาก ไม่รู้คิดไปเองรึเปล่า แต่เท่าที่เคยอ่านมา ไรท์นี่ที่สุดล่ะ แบบเราอ่านเรายังกลัวครามแทนมินมินเลย
    #18097
    0
  9. #18096 MonMonMean (@MonMonMean) (จากตอนที่ 126)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2561 / 09:34
    นี่ง้อใช่ไหมครามม
    #18096
    0
  10. #18095 ^^ฟู่ฝ้าย^^ (@FuuFai) (จากตอนที่ 126)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2561 / 07:06
    นี่คือวิธีการง้อเมียของพิคราม ใช่ใช่ไหมเนี้ย
    #18095
    0
  11. #18094 iminvy (@milator) (จากตอนที่ 126)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2561 / 07:05
    สงสารมินมินแล้วเนี่ยยยยยยยยย
    #18094
    0
  12. #18093 ppanyee riin'z (@yeeninja1930) (จากตอนที่ 126)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2561 / 06:22
    โอ้ยย ครามมมม
    #18093
    0
  13. #18092 youtube2550 (@youtube2550) (จากตอนที่ 126)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2561 / 23:21
    ง้อดีๆสิ จับลงเตียงตลอดเลยครามโว้ยย
    #18092
    0
  14. #18091 pepud (@pepud) (จากตอนที่ 126)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2561 / 22:56
    มันต้องอย่างนี้สิ 55555 หัวเราะสะใจ ทำไม่เปนช้านนนน
    #18091
    0
  15. #18090 CTCB. (@w-i-r-a-k-a-n) (จากตอนที่ 126)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2561 / 21:14
    เอางี้เลยนะ555
    #18090
    0
  16. #18088 MonMonMean (@MonMonMean) (จากตอนที่ 126)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2561 / 20:46
    ง้อมินมินจิโว้ยย
    #18088
    0
  17. #18087 E-PERJER (@EYELY-69432) (จากตอนที่ 126)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2561 / 19:49

    ง้อดีๆสิโว้ยยยยยยย ไม่ใช่จะจะบปล้ำแบบนี้ โอ้ยๆ

    #18087
    0
  18. #18086 Aimmy_ka (@Aimmy_ka) (จากตอนที่ 126)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2561 / 19:48
    สงสารมินมิน
    #18086
    0
  19. #18085 P.khun (@ppluem) (จากตอนที่ 126)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2561 / 19:25
    แก้ปัญหาด้วยวิธีแบบนี้อะนะคราม สงสารมินมินนน
    #18085
    0
  20. #18084 กรรดึก (@angel-dimond) (จากตอนที่ 126)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2561 / 16:52
    รีบใช่ไหม คำผิดเยอะเลย
    #18084
    0
  21. #18083 kisssy (@boobare) (จากตอนที่ 126)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2561 / 16:08
    เอ่อครามนายลืมไปหรือป่าวว่านายทำร้ายมินมินไปคืนก่อนนี่กะจะทำร้ายกันอีกหรอ มินมินเอาใจช่วยอยู่นะ
    #18083
    0
  22. #18082 ปอน (จากตอนที่ 126)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2561 / 13:42

    อยากอาานต่อแล้วววว พี่ครามมมม

    #18082
    0
  23. #18081 ฺB'chriszy (@bookie884) (จากตอนที่ 126)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2561 / 07:42
    รักไรท์
    #18081
    0
  24. #18080 iminvy (@milator) (จากตอนที่ 126)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2561 / 06:18
    อย่าทำมินมิน!!!!!!
    #18080
    0
  25. #18079 Eyeprs (@Eyeprs) (จากตอนที่ 126)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2561 / 02:21
    รู้สึกไปเองไหมว่ามันสั้น ฮือออออ
    อยากอ่านต่อเร็วๆ
    #18079
    0