Angel Eyes

  • 95% Rating

  • 60 Vote(s)

  • 3,080,152 Views

  • 19,964 Comments

  • 10,631 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    30,036

    Overall
    3,080,152

ตอนที่ 107 : Anakin`s Eyes ▶︎ Ep.03

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 28163
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 82 ครั้ง
    4 ม.ค. 61

Anakin`s Eyes 03

If It Isn’t Love, Tell Me Why Do We Hurt So Good?

 

         ฉันไข้ขึ้น แต่ก็ยังพาตัวเองไปร้านขายยาได้อย่างทุลักทุเล ใช้โอกาสตอนที่คนเลวหลับอยู่ลุกออกมาจากเตียง

            ไม่รู้โชคดีหรือโชคร้ายที่เตรียมกระเป๋าเอาไว้แล้ว ฉันก็เลยทำท่าจะหนีอีกครั้ง แต่พอออกมาจากร้านขายยาก็ต้องตกใจ เพราะเห็นอนาคินยืนรออยู่แล้ว

            เขาอาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อย ผิดกับฉันที่ยัง

            “นี่ไม่อายคนอื่นบ้างเหรอ น้ำก็ไม่อาบ” เขาจงใจพูดเสียงดังฉันฉันหน้าแดง

            และฉันเองก็ไม่รู้ว่าโกรธหรืออายมากกว่ากัน รู้อย่างเดียวว่าอยากถอดรองเท้าปาใส่หน้านิ่งๆ ของเขาเหลือเกิน

            “ถ้าเธอเดินหนีได้มีเรื่องแน่” คำขู่ของเขาพาให้ฉันชะงักที่กำลังจะเดินหนี

            ฉันมองเขาอย่างหวาดๆ เกลียดเขาจับใจจนอยากจะกรีดหน้าหล่อๆ นั่นให้เป็นริ้วๆ แต่ก็ต้องเกลียดตัวเองด้วยเหมือนกัน ที่เมื่อคืนเผลอไปกับเขาจนได้

            ไม่อยากจะยอมรับเลย แต่สุดท้ายแล้วสัมผัสที่เร่าร้อนของเขา ก็ทำให้ฉันรู้สึกดีจริงๆ นั่นแหละ

            แต่เอ๊ะ ทำไมฉันถึงต้องมาคิดเรื่องบ้าๆ อะไรด้วย มันใช่เวลาที่จะมาคิดแบบนี้เหรอ ร่มเกล้า เธอนี่มันแย่ที่สุดเลย

            “ตอนนี้โปอยู่ที่ห้อง ร้องไห้หาแต่เธอแล้วนะ” อนาคินบอก แต่ฉันก็ยังไม่อยากจะเชื่อเขาอยู่ดี

            และเหมือนว่าอนาคินเองก็รู้ว่าฉันคิดอะไรอยู่ เขายกโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วให้ฉันดู นั่นเป็น Live สดผ่านทางเฟซบุ๊กจากเพื่อนของเขา ซึ่งกำลังถ่ายอาโปที่กำลังร้องไห้โวยวายให้ได้ยิน

            อาคินกับอาเกล้าอยู่ไหน ฮึก…’ เสียงร้องไห้สั่นๆ ของแม่หนูน้อยทำให้ฉันน้ำตาซึมขึ้นมาในทันที

            ไม่รู้สิ ฉันไม่เคยคิดว่าตัวเองเป็นที่ต้องการของใครเท่านี้มาก่อนเลย

         เดี๋ยวก็มาแล้วค่ะ โปกินข้าวก่อนนะลูก…’ ผู้ชายที่คิดว่าน่าจะเป็นเพื่อนของอนาคินพยายามปลอบ แต่ถูกกรี๊ดใส่

            ฉันตกใจ เพราะไม่เคยเห็นอาโปจะหงุดหงิดอาละวาดใส่ใครมาก่อน เป็นอันรู้กันว่าแม่หนูน้อยเอาใจเหมือนอย่างที่พี่วินกับพี่ปลาบอกเอาไว้ แต่สงสัยว่าฉันกับอาโปจะเข้ากันได้ดี แกเลยไม่เคยอารมณ์เสียใส่ฉันเลยสักครั้ง

         ไม่เอา ฮือ โปจะเอาอาเกล้า จะหาอาเกล้า ฮึก…’

         อาโปร้องไห้สะอึกสะอื้นซะจนฉันอดสงสารไม่ได้ ฉันไม่อยากกลับไปที่นั่นเลย แต่จะให้ทิ้งเด็กตัวเล็กๆ คนหนึ่งเอาไว้คนเดียวแบบนี้ก็ทำไม่ได้ เพราะอีกเดี๋ยวอนาคินก็คงต้องไปโน่นมานี่

         เดี๋ยวอาคินก็มาจ้ะ แต่ตอนนี้กินข้าวก่อนดีมั้ย

            หลังจากจบประโยคนี้ ก็ตามด้วยเสียงจานหล่นตกพื้นเสียงดังแทนคำตอบที่อาโปให้เขา

            เพล้ง ฉันถอนหายใจ นี่มันด้านมืดแล้วนะ แม่หนูน้อยที่แสนน่ารักของฉันทำไมถึงได้ร้ายกาจขนาดนี้ สมแล้วที่เป็นหลานของเจ้าแห่งด้านมืด อนาคิน สกายวอร์คเกอร์ ไม่ใช่สิ ต้องเป็น อนาคิน คราฟท์ ต่างหาก

         โปจะหาอาเกล้า ฮือ อาเกล้าอยู่ไหน โปจะเอาอาเกล้า…’

         อนาคินเก็บโทรศัพท์เอาไว้ตามเดิม จากนั้นก็เอียงคอมองฉันด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก ตอนที่เขากวาดสายตามองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้านั่น บอกตามตรงว่าฉันอยากตรงเข้าไปกระชากผมเขาให้หลุดออกเป็นกระจุกเลย

            “ไม่ไปก็ตามใจ ฉันจะได้บอกโปไปว่าเธอตายจากเราไปแล้ว”

            “ไงนะ!” ฉันถามเสียงสูง ช่องท้องร้อนวูบไปหมด ทั้งเกลียดทั้งเจ็บคำพูดง่ายๆ ไม่รับผิดชอบอะไรเลยของเขา

            “ก็ตามใจเธอ ไปได้เลยไม่ว่ากัน เงินห้าแสนก็เอาไปได้เลย ตามสบาย”

            และพอเขาพูดถึงเงินครึ่งล้านที่แลกกับกับจะอะไรก็ช่างเถอะ มันทำให้ฉันอยากถลันเข้าไปตบหน้าเขามาก ฉันไม่ได้คิดเปล่า พุ่งตัวไปเกือบถึงเขาแล้ว แต่ขาฉันดันอ่อนแรงขึ้นมาเฉยๆ เลยเซเหมือนจะล้ม อนาคินเลยเข้ามาประคองเอาไว้ทัน ไม่อย่างนั้นได้เจ็บตัวกว่าเดิมแน่

            “อวดดี ทั้งที่ไม่มีอะไรจะอวด”

            ฉันอยากร้องกรี๊ดๆ เหมือนกับที่อาโปทำ แต่เพราะฉันบรรลุนิติภาวะแล้ว เป็นผู้ใหญ่แล้ว การจะร้องโวยวายแบบนั้นมันก็

            “ฉันจะไป แล้วก็ไม่เจอนายกับอาโปอีก” ฉันพูดอย่างตัดสินใจได้ในที่สุด กระบอกตามันร้อนผ่าว อยากร้องไห้แต่ไม่อยากเสียน้ำตาให้กับคนเลวอย่างเขา

            “หมายความว่า…?” เขาหรี่ตาถาม ท่าทางชวนให้หมั่นไส้หงุดหงิดได้ง่ายๆ

            “ฉันจะไปบอกกับอาโป ว่าฉันไม่ได้เป็นพี่เลี้ยงของแกอีกแล้ว ส่วนเงินน่ะฉันจะโอนคืนให้ แล้วเราก็ไม่ต้องเจอกันอีก ไม่ว่าจะชาตินี้หรือชาติไหน”

            ฉันดีใจที่พูดออกไปได้อย่างเฉียบขาด ติดอย่างเดียว ตรงที่เสียงมันสั่นจนน่าหัวเราะน่ะสิ

            “เธอไม่เอะใจอะไรหน่อยเหรอ” อนาคินถาม สายตาของเขาดูว่างเปล่าจนอ่านไม่ออก ฉันพาตัวเองถอยห่างจากเขาก้าวหนึ่ง ก่อนมองเขาอย่างไม่เข้าใจ

            “พี่ชายกับพี่สะใภ้ฉันทำงานอะไรที่บาหลีเป็นเดือน กับอีแค่บาหลีทำไมถึงพาโปไปด้วยไม่ได้” เขาถาม ฉันจึงเม้มปาก ก่อนจะตอบเขาไปในที่สุด

            “ก็ที่นั่นอาจจะมีโรคเขตร้อนที่ไม่เหมือนกับบ้านเรา อาโปเป็นแค่เด็กตัวเล็กๆ จะให้ไปด้วยได้ไง แล้วตอนที่พี่วินไปทำงาน แกจะอยู่กับใครล่ะ” ฉันให้เหตุผล และมันก็เป็นเหตุผลเดียวกับที่พี่วินบอกฉันไว้ตั้งแต่แรกด้วย

            “งั้นเหรองั้นฉันถามอีกที งานอะไร ทำไมเป็นเดือน”

            “ฉันจะรู้ด้วยเหรอ” คำถามของอนาคินพาให้ฉันถอนหายใจ ทำไมเราถึงได้มาทะเลาะกันด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่องแบบนี้

            “งั้น ทำไมวินกับพี่ปลาถึงไม่ให้เธอไปดูแลโปที่บ้านของทั้งคู่ล่ะ” เขาถาม และเป็นคำถามที่ฉันเองก็ไม่ค่อยแน่ใจ

            “ก็ก็พี่ปลาบอกว่าจะย้ายไปทำงานที่อเมริกา ก็เลยต้องขายบ้านที่เมืองไทย ก็ขายบ้านเสร็จแล้วไม่ใช่เหรอ เลยให้อาโปมาอยู่ที่ห้องชุดของนายก่อน” ยิ่งพูดเท่าไหร่เสียงของฉันก็เบาลงเรื่อยๆ

            ความจริงก็เป็นแบบนั้นไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมสายตาของอนาคินถึงได้มองแบบนั้นล่ะ ฉันเกลียดเขาจริงๆ ให้ตาย

            “อ่า แล้วทำไมฉันอยากให้เธอท้องกับฉัน ได้คำตอบรึยัง”

            คำถามนี้ ถ้าฉันไม่ได้ตาฝาดไป ฉันเห็นว่าอีตาอนาคินยิ้มด้วย เป็นยิ้มที่น่ารังเกียจมาก!

         “ก็เพราะนายมันคนวิตถารฉวยโอกาสน่ะสิ” ฉันอยากจะร้องไห้ ทำไม ทำไม ทำไม

         “งั้นฉันจะบอกเหตุผลให้ก็ได้ ที่ฉันอยากมีลูกกับเธอน่ะ ก็เป็นเพราะว่า

           

 

         ไม่จริง ไม่จริง ไม่จริงหรอก ไม่จริงแน่ๆ

            ระหว่างที่พาตัวเองขึ้นรถยนต์ส่วนตัวของอนาคินเพื่อกลับไปยังห้องชุดของเขา ฉันน่าจะคิดได้สิ ว่าการที่อนาคินบอกมาแบบนั้น มันแปลว่าเขาแค่อยากล่อ ไม่สิ อยากทำให้ฉันไขว้เขวแล้วกลับมาหาอาโปเพราะไม่มีใครคอยดูแลแก แต่ทำไม

            น้ำเสียงและแววตาของเขาถึงได้จริงจังขนาดนั้น

            ฉันคิดอะไรไม่ค่อยออก มันมึนงงสับสนไปหมด อีกอย่างร่างกายก็หนักอึ้งร้อนผ่าวเหมือนจะเป็นไข้ด้วย

            พอรถจอดที่ลานจอดรถแล้ว ฉันก็ใช้แรงทั้งหมดเปิดประตูรถ แต่พาตัวเองลงจากรถไม่ได้ น่าสมเพชอะไรแบบนี้

            “ไม่ลงมาเหรอ?” อนาคินถาม หลังจากที่เขาปิดประตูหลังคว้ากระเป๋าของฉันออกมาแล้ว

            ฉันเม้มปากแน่น ไม่อยากบอกให้เขารู้เลย พนันได้ว่าอีตาอนาคินต้องหัวเราะแน่ถ้าฉันบอกไปแล้วน่ะ

            “เกล้า

            “ฉันลงไปไม่ได้ ช่วยหน่อยสิ” สุดท้ายฉันก็ต้องบอกความจริงไป แล้วอยากกัดลิ้นตัวเองให้ขาดเมื่อได้ยินเสียงหัวเราะน่ารังเกียจของอนาคิน

            “ให้ฉันจับตัวได้แล้วงั้นสิ เมื่อคืนเธอเอาแต่บอกว่าอย่าจับๆ ตลอดเลย”

            “อนาคิน นายกำลังสนุกใช่มั้ย” ฉันมองเขาตาคว่ำ เขาเลยหัวเราะก่อนจะช่วยดึงตัวฉันขึ้นมาจากเบาะรถ

            “ต้องอุ้มมั้ย”

            “ไม่ต้อง” ฉันบอกเขาเสียงขุ่น พอยืนได้แล้วก็ผลักเขาออกห่าง แต่กลายเป็นว่าให้ทุกข์แก่ท่านทุกข์นั้นถึงตัวซะเอง เพราะฉันทรงตัวไม่ไหวซวนเซเหมือนจะล้ม ถ้าไม่ได้อนาคินช่วยประคองไว้ฉันก็คงล้มไปแล้ว

            “เธอนี่มันอวดดีสุดๆ เลยไปนะ” อนาคินเหมือนจะโกรธแต่ก็ไม่โกรธ เหมือนจะหัวเราะแต่ก็ไม่หัวเราะ คนคนนี้อ่านยากยังไงก็ไม่รู้แฮะ

            “มาเถอะน่า เมื่อคืนฉันได้จากเธอเยอะแล้ว ตอนนี้ให้เธอบ้างก็ได้”

            เกลียดเขาจังเลยแฮะ

            เมื่อกลับมาถึงห้อง เพื่อนของอนาคินก็ทำท่าโล่งใจสุดๆ ส่วนอาโปก็วิ่งเข้ามากอดขาฉันเอาไว้แน่น ไม่สนใจคุณอาคินของแกเลยสักนิด

            ฉันก็เกือบจะล้มถ้าอนาคินไม่ช่วยประคองไว้ ตอนนี้ฉันเริ่มเกลียดตัวเองบ้างแล้วล่ะ ทำไมถึงได้อ่อนแอขนาดนี้

            “อาเกล้าหายไปไหนมา อาโปคิดถึง กลัวมากด้วย”

            “ขอโทษนะคะ เรื่องนี้ต้องถามอาคินค่ะ ว่าทำไมอาเกล้าถึงไม่ได้อยู่กับอาโป” ฉันมองอนาคินอย่างโกรธๆ แต่เขาหัวเราะไม่พูดอะไรอีก

            “ขอบใจ เน็ท” อนาคินหันไปคุยกับเพื่อนของเขาแทน และฝ่ายนั้นก็ทำท่าเหมือนจะร้องไห้อยู่รอมร่อ คงรับศึกหนักดูแลอาโปมาตั้งแต่เมื่อคืนแล้วล่ะ

            “ไม่เอาแล้วนะ หลานแกเหมือนแกมากๆ อะ” เน็ทบอกอนาคิน ฉันเองก็ไม่อดหัวเราะไม่ได้

            แต่เมื่ออนาคินหันมามองฉันก็เลยเงียบ แกล้งทำไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งนั้น

            “เกล้าเธอก็อาบน้ำซะ ฝากดูแลโปต่อด้วย เดี๋ยวฉันจะเตรียมมื้อเช้าไว้ให้ ตอนเย็นๆ จะกลับมาคุยด้วย” เขาบอกเท่านั้นก่อนจะเดินจากไปโดยที่ฉันไม่ทันได้พูดอะไรอีก

            เอาเถอะ ตอนนี้ขออาบน้ำก่อนแล้วกัน ไม่รู้ว่าคิดไปเองไหม ตั้งแต่ที่เจอหน้าอนาคินเช้านี้ เขาเอาแต่หัวเราะคิกคักอยู่คนเดียว ใส่สิ สภาพของฉันมันทุเรศมากเลยนี่ ก็ถูกมาทั้งคืนแล้วไม่ได้อาบน้ำ โอ๊ย ฉันอยากซ่อนตัวไม่ให้ใครต้องหาเจอเลยจริงๆ

            “อาเกล้าขา อาเกล้าไปไหนมา”

            เสียงเล็กๆ ที่สะอื้นอย่างน่าสงสารทำให้ฉันต้องก้มหน้าไปมองแล้วเช็ดน้ำตาให้อย่างแผ่วเบา

            “อาขอโทษค่ะ ขออาอาบน้ำก่อนเนาะ แล้วเรามากินข้าวกัน ขอโทษนะคะ” ฉันปลอบจนอาโปสงบลง ฉันเลยพาตัวเองที่กะปลกกะเปลี้ยเข้าห้องน้ำ จัดการตัวเองบ้าง

            ฉันทั้งง่วงทั้งหิว กัดฟันอาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อยแล้วก็พาอาโปไปที่ห้องครัว ได้ยินว่าอนาคินเตรียมมือเช้าไว้ให้

            ใช่ เขาเตรียมไว้ให้แล้ว

            อนาคินคนเลว เขาจัดแฮมเบอร์เกอร์แฮปปี้มีลเอาไว้ให้หลานอายุไม่ถึงห้าขวบเป็นมื้อเช้าได้ยังไง โอ๊ย ฉันจะบ้าตาย!

 

            เพราะมัวแต่วุ่นๆ เรื่องของอาโปฉันก็เลยเกือบจะลืมเรื่องยาคุมของตัวเองไปซะสนิทใจ

            ฉันกล่อมอาโปหลับได้ ก็ตั้งใจจะหยิบยาคุมมากิน แต่กลายเป็นว่ารู้สึกแปลกๆ กับร่างกายของตัวเอง พอเข้าห้องน้ำถึงได้โล่งใจ ประจำเดือนมาพอดี ช่างบังเอิญอะไรขนาดนี้ และมันเป็นเรื่องดีสำหรับฉันมากที่สุด

            แต่ปัญหามันอยู่ตรงที่ฉันจำไม่ได้ว่าเอาผ้าอนามัยมาด้วยหรือเปล่า หาในกระเป๋าแล้วแต่ไม่เจอ ก็เลยต้องแอบย่องจากห้องไปซื้อของ กลัวอยู่เหมือนกันว่าถ้าอาโปตื่นขึ้นมาแล้วไม่เจอฉันจะเป็นเรื่องอีกรึเปล่า แต่ฉันก็ไม่อยากปลุกแกตอนนี้ด้วย คงเพราะเมื่อวานแกต้องอยู่กับเน็ทตลอดก็เลยดูกลัวๆ ขวัญเสียไปหมด

            สุดท้ายฉันก็เลยแอบย่องออกจากห้องชุดเงียบๆ ความจริงก็อยากจะหนีไปเลย แต่ก็อดสงสารอาโปไม่ได้

            แล้วไหนจะคำพูดของอนาคินที่ทิ้งไว้ให้ฉันไม่สบายใจนั่นอีก เพราะสังหรณ์ใจบางอย่างทำให้ฉันไม่กล้าจะหนีไปตอนนี้เลย

            หลังจากที่ซื้อผ้าอนามัยและของใช้ส่วนตัวอย่างอื่นเล็กๆ น้อยๆ เรียบร้อยแล้ว ฉันก็เดินออกจากร้านสะดวกซื้อด้วยความอ่อนแรง ทั้งเหนื่อย ทั้งเพลีย ทั้งเครียด ทรมานจนรู้สึกเหมือนจะอาเจียน แต่แล้วฉันก็ต้องชะงัก ตัวแข็งทื่อเมื่อเห็นสาวสวยคนหนึ่งเดินผ่านหน้าฉันไปในระยะประชิด ซึ่งฉันไม่มีทางจะจำผิดคนแน่นอน

            พี่ปลา

            ก็ตอนนี้พี่วินกับพี่ปลาน่าจะอยู่ที่บาหลีไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมพี่ปลาถึงมาอยู่ตรงนี้ ที่สำคัญมากับผู้ชายคนหนึ่งด้วย

            ฉันแต่งตัวง่ายๆ ด้วยเสื้อยืดกับกางเกงวอร์ม ไหนจะผมเผ้าที่ยุ่งเหยิงรุงรังพี่ปลาเลยไม่ทันได้สังเกต แต่ฉันสังเกตพี่ปลาได้อย่างชัดเจนและง่ายดายเพราะเคยคุยกันผ่านวิดีโอหลายครั้ง ทั้งใบหน้าน้ำเสียง มั่นใจว่าไม่มีทางจะจำผิดคนอย่างแน่นอน

            ฉันสะอึกและพูดไม่ออก เมื่อเห็นพี่ปลากอดแขนผู้ชายคนหนึ่งที่ไม่รู้ว่าคือใคร หัวเราะต่อกระซิกด้วยท่าทางอ่อนหวานมีความสุข แล้วยังผลัดกันจูบแก้มคนละครั้ง มันไม่ใช่ความสัมพันธ์แบบเพื่อนแน่นอน

            นี่มันหมายความว่ายังไงกัน

            ฉันมัวแต่มองเหม่ออยู่นาน อยากจะเดินเข้าไปถามให้หายคาใจ แต่ที่ทำได้ก็คือยืนนิ่งมองทั้งสองคนจนลับสายตาไป จึงกลับขึ้นห้องอย่างสับสนอ่อนเพลีย

            โชคดีที่อาโปยังหลับสนิทอยู่ ท่าทางแกจะเหนื่อยและเครียดมาทั้งคืน ตอนนี้ก็เลยหลับสนิทไม่รู้เรื่องอะไรทั้งนั้น

            กลายเป็นฉันซะเองที่เครียดอย่างบอกไม่ถูก มองหน้าอาโปแล้วอยากจะร้องไห้ ไม่อยากอยู่กับคนเลวที่เอาแต่ใจ รังแกฉันจนสะบักสะบอมแล้วแต่กลับไม่เดินออกไปไม่ได้ เพราะติดบ่วงที่มีชื่อว่าอาโปอยู่แบบนี้

            ฉันถอนหายใจ นั่งลงที่พื้นข้างเตียง มองวงหน้าเล็กๆ ที่แสนน่ารักน่าเอ็นดูของอาโปแล้วก็สงสาร มองแกอยู่นานจนไม่รู้ว่าเผลอหลับไปตอนไหน มารู้สึกตัวก็ตอนที่มีผ้าห่มมาคลุมตัวให้

            “คิน” ฉันพึมพำเสียงเบา เมื่อเห็นคนที่เอาผ้ามาคลุมให้เงียบๆ

         อนาคินนั่นแหละ ไม่รู้ว่ากลับมาตอนไหน แถมยังทำหน้าเป็นห่วงเป็นใยกันอีก อย่าทำแบบนี้เลย เห็นแล้วหัวใจมันเต้นไม่ค่อยจะดียังไงไม่รู้

            “ทำไมไม่ไปนอนดีๆ ล่ะ” เขาถามเหมือนจะไม่พอใจอยู่หน่อยๆ เห็นแล้วฉันก็ได้แต่สงสัย ทำไมเขาต้องมาหงุดหงิดใส่ด้วย แต่ฉันไม่ตอบ และพยายามจะลุกขึ้น กลัวว่าถ้านั่งตรงนี้นานเข้า จะทำให้อาโปตื่นเอาได้ แกยิ่งดูเพลียๆ อยู่ด้วย

            เพราะนั่งอยู่ท่าเดิมนานแล้ว พอลุกขึ้นฉันก็เหมือนจะเซ ก็เป็นอนาคินเหมือนเดิมที่ช่วยประคองเอาไว้

            “นี่ตัวร้อนมากเลยนะ ไม่สบายรึเปล่า” อนาคินทำหน้ายุ่ง ฉันก็ตอบไม่ถูก ไม่เคยเห็นสายตาที่มองมาเหมือนจะห่วงใยแบบนี้มาก่อนเลยด้วย

            แต่คนอย่างอนาคินน่ะเหรอ จะเป็นห่วงกัน ฉันคิดแต่ไม่กล้าหาคำตอบจริงจัง

            “ไปนอนเถอะ” เขาเป็นคนพูดอยู่ฝ่ายเดียว ฉันเองก็เจ็บคอจนพูดไม่ออก ไม่ดื้อปล่อยให้เขาจูงมือออกจากห้องนอนของอาโปเงียบๆ

         จนมาถึงหน้าห้องนอนของเขา ฉันก็เป็นฝ่ายสะดุ้ง หยุดเดินดื้อๆ จนได้ยินเสียงเขาดุอีกครั้ง

            “ไปนอน เดินจะไม่ไหวแล้วไม่ใช่เหรอ”

            “ไม่เอา ฉันไม่ง่วง” ฉันดึงแขนออกมาจากมือของเขา แต่อนาคินยอมที่ไหน เขาดึงตัวฉันเข้าไปในห้องนอนได้ในที่สุด

            “จะร้องไห้ทำไมวะ!

         แล้วอนาคินก็ต่อว่าฉัน ฉันก็เลยงงหนักยิ่งกว่าเดิม อะไรของเขากันอีกเนี่ย

            “ฉันเปล่า

         “แล้วนี่อะไร” พูดจบอนาคินก็ใช้ปลายนิ้วลูบแก้มฉันเบาๆ ก่อนจะยื่นมือให้ฉันดู ถึงได้เห็นว่าปลายนิ้วเขาเปียกจริงๆ ด้วย ฉันก็เลยยกมือลูบหน้าตัวเองบ้าง

            ก็คนมันกลัวนี่ ก็เลยเผลอร้องไห้ออกมาน่ะ

            “ฉันไม่คิดจะทำอะไรเธอตอนนี้หรอกน่า ตัวร้อนขนาดนี้ ไปนอนไปๆ” อนาคินคงรำคาญ เขาเลยลากตัวฉันไปที่เตียง ผลักลงอย่างไม่แรงนัก แถมจัดแจงห่มผ้าให้เสร็จสรรพ ฉันมองเขาอย่างหวาดๆ แต่ก็โล่งใจได้ที่เขาไม่ทำอะไรอย่างที่กลัว

            “นอนพักไปเหอะ คืนนี้จะได้เป็นเด็กดีให้ฉันกอดอีกรอบไง” เขาลุกขึ้น แล้วยิ้มอย่างน่ารังเกียจ ฉันเลยดึงผ้าห่มมาคลุมถึงคาง ก่อนพึมพำเบาๆ

            “ฝันไปเหอะ” แต่ฉันไม่บอกตอนนี้หรอกว่ามีประจำเดือน เอาไว้เป็นไม้ตายอีกทีก็แล้วกัน

            “เดี๋ยวจะทำมื้อเย็นให้ นอนพักแล้วกัน” อนาคินก็ยิ้มๆ ฉันเลยไม่สบายใจขึ้นมาอีก

            “มื้อเย็น” อย่างเขาเนี่ยนะ จะทำอาหารเป็นน่ะ น่าเชื่อเหลือเกิน

            “ก็เห็นซื้อของสดมาตั้งเยอะแยะ น่า นอนพักเถอะ” เขายิ้มแล้วเดินออกจากห้องด้วยท่าทางชวนให้หงุดหงิดใจ

            ฉันเองก็ทั้งเหนื่อยทั้งเพลีย ไม่อยากทะเลาะกับเขาตอนนี้ด้วย ก็เลยพลิกตัวไปอีกด้านแล้วก็หลับตาลง

            แต่พอหลับตา ก็มีภาพของพี่ปลาที่คลอเคลียหัวเราะกับชายอื่นที่ไม่ใช่พี่วินลอยเข้ามาในหัวตลอดเวลา

            นั่นใช่พี่ปลาจริงๆ นั่นแหละ และคงไม่มีเรื่องบังเอิญเช่นว่าพี่ปลามีฝาแฝดอะไรแบบนี้หรอกใช่ไหม ฉันคิดไปเรื่อยเปื่อย อยากลุกไปคุยกับอนาคินให้เข้าใจ แต่ร่างกายก็ไม่เป็นใจเลย มันปวดระบมไปทั้งตัวเหมือนตกจากบันไดหลายสิบชั้นอย่างนั้นแหละ

            แถมยังเจ็บสุดๆ เลยด้วย

            บ้าจริง ฉันไม่น่าจะคิดถึงเรื่องเมื่อคืนขึ้นมาเลย ภาพมันลองเข้าหัวเป็นฉากๆ โดยเฉพาะภาพตอนที่อนาคินทาบทับลงมาทั้งตัว ผิวของเขาเรียบตึงร้อนลื่นเพราะเหงื่อ ลมหายใจที่มีกลิ่นบุหรี่จางๆ รวมถึงร่างกายที่แข็งแกร่งไปซะทุกส่วน ตอนที่เขาบดเบียดเข้ามาแนบชิดฉันก็เจ็บไปหมด

            ยิ่งตอนที่เหงื่อร้อนๆ ของเขาหล่นพรมลงมาบนร่างกาย ฉันก็

            ไม่นะ ยัยเกล้า เธอกำลังคิดถึงเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย คิดเองก็ร้อนเอง ฉันตบแก้มตัวเองเพื่อเรียกสติกลับคืนมา แล้วพยายามข่มตาให้หลับ

            แค่ไม่นานทำไมถึงได้เกิดเรื่องขึ้นมากมายขนาดนี้ โดยเฉพาะเรื่องความสัมพันธ์กับอนาคิน

            การที่ฉันไม่ได้หนีจากเขาในทันที ส่วนหนึ่งไม่ใช่เพราะห่วงอาโป แต่คำพูดของเขาที่กระซิบบอกเมื่อคืนให้ได้ยินมันทำให้ยังลังเลชั่งใจอยู่จนถึงตอนนี้

            ขอโทษที่คิดว่าเธอเป็นผู้หญิงอย่างว่า ก็เคยเจอมาหลายคน เอาเป็นว่าขอโทษ ให้โอกาสฉันหน่อยได้มั้ย เขากระซิบบอกแบบนั้น ถึงตอนนี้ฉันก็ยังไม่แน่ใจว่าตัวเองคิดไปเองหรือเปล่า ฉันอาจจะสับสนระหว่างความจริงกับความฝันอยู่ก็ได้

         อยู่ด้วยกันเถอะนะ ฉันมีเรื่องที่อยากบอกเธออีกหลายอย่างเลย…’

         ฉันไม่ค่อยแน่ใจอะไรนัก แต่ไหนจะคำพูดของเขาตอนที่พาฉันกลับมาที่นี่เมื่อตอนเช้าอีกล่ะ

            ทำไมเรื่องมันถึงได้วุ่นวายขนาดนี้กันนะ ฉันเหนื่อยเหลือเกิน

 

Anakin`s talking…

            ผมเดินไปที่ตู้เย็นก่อนจะกวาดสายตามองของที่ยัดแน่นอยู่ในตู้ ส่วนมากเป็นของสดๆ ที่ดูไม่น่าอภิรมย์เลยอะ

            นี่ตู้เย็นสุดหรูของผมต้องกลายเป็นตู้แช่แข็งไปแล้วเรอะ เห็นแล้วชวนให้หงุดหงิดใจยังไงก็ไม่รู้ นี่คงเป็นคำสั่งของวินกับพี่ปลาล่ะมั้ง ที่บอกให้ทำอาหารปรุงสุกใหม่ๆ ให้กับโปน่ะ

            ผมเองก็เข้าใจว่าเด็กๆ ควรได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนและควรเป็นอาหารที่สดสะอาด แต่มันก็ยังไงๆ อยู่สำหรับผม เด็กที่ไหนจะกินของที่งอกออกมาจากต้นไม้ได้อย่างเดียวล่ะวะ จริงไหม

            ตอนที่ผมกำลังคิดอยู่ว่าจะทำอะไรให้หลานสาวตัวน้อยกับคนป่วยกินดี โปก็เดินงัวเงียออกมาจากห้องนอน แกยิ้มกว้างก่อนจะโผเข้ามากอดผมอย่างดีใจ

            “แหม คิดว่าจะไม่มากอดอาซะแล้ว” ผมหัวเราะ ก่อนจะอุ้มหลานสาวตัวน้อยขึ้นมากอดเอาไว้ แล้วยังจูบแก้มใสๆ แดงๆ นั่นอีกหลายทีด้วย

            “อาเกล้าล่ะคะ” ดวงตากลมโตของแกกลอกมองไปทั่วเหมือนกำลังหาบางอย่าง เห็นแล้วผมก็อดน้อยใจไม่ได้ นี่ผมเป็นอาแท้ๆ ของแกนะ แล้วทำไมแกถึงได้ไปติดคนอื่นมากกว่าผมได้ล่ะ

            แต่ต่อให้งอนยังไง ผมก็ตอบไปตามความจริง ไม่อย่างนั้นได้ทำให้โปร้องไห้อีกคนแน่

            “อาเกล้าหลับอยู่ค่ะ อาเกล้าไม่ค่อยสบาย แล้วเราล่ะ ตื่นแล้วเหรอ” ผมถาม มองวงหน้าเล็กๆ น่ารักนี่ด้วยความรักเอ็นดู ทำไมแกถึงได้เหมือนผมแบบนี้ก็ไม่รู้

            “อาโปหิวน้ำค่า

            “เอาเลยค่ะ เปิดตู้เย็นดูซิ มีอะไรอร่อยๆ ดื่มมั่ง” ผมบอก ปล่อยให้แกเปิดตู้เย็นด้วยตัวเอง

            “แหงะ มีแต่น้ำเปล่ากับกระป๋องอะไรไม่รู้” โปส่ายหน้าอย่างน่ารัก ผมเลยหัวเราะ

            “ไอ้กระป๋องนั่นเป็นของอาค่ะ โปคงดื่มไม่ได้ ดื่นน้ำเปล่าก่อนก็แล้วกันเนาะ” ผมวางแกลงกับพื้น แล้วก็หยิบขวดน้ำมารินน้ำให้

            “โปอยากกินโคล่าจัง” แกบอกเสียงละห้อย เห็นแบบนี้แล้วทำไมผมจะไม่ใจอ่อนล่ะ จริงไหม

            “งั้นเราออกไปซื้อโคล่ากันดีกว่า โปอยากกินอะไรอาให้หมดเลย ชดเชยที่เมื่อคืนอากับอาเกล้าทิ้งโปไว้คนเดียว” ผมยิ้มให้ แกเลยกระโดดโลดเต้นอย่างน่ารัก

            “แล้วอาเกล้าล่ะคะ”

            “อาเกล้าหลับอยู่ค่ะ ไม่เป็นไรหรอก เราไปแป๊บเดียว เดี๋ยวก็กลับมาแล้วค่ะ” ผมบอกหลานสาวตัวแสบ ก่อนจะจูงมือแกเดินออกจากห้องเงียบๆ

            ผมไม่กลัวว่าเกล้าจะหนีเลย ผมเชื่อว่าเธอมีอีกหลายอย่างที่อยากจะคุยด้วยหลายอย่าง อีกอย่าง ตัวร้อนดูเพลียๆ แบบนั้นคงไม่ตื่นเร็วๆ นี้หรอก หึๆ

         เพราะอย่างนั้นผมกับโปก็เลยไปเดินที่ซูเปอร์มาเก็ตในห้างที่อยู่ใกล้ๆ นี้ เพราะขี้เกียจไปไหนไกล อีกอย่าง ที่นี่ก็มีของที่ทุกอย่างพร้อมอยู่แล้ว

            ไม่ว่าอะไรที่อาโปอยากได้ ผมก็ซื้อให้ทุกอย่าง แต่ก็พยายามจะปรามแกบ้าง เพราะมาคนเดียวเลยถือของไม่ไหว แต่โปก็ไม่ได้อยากได้อะไรนอกจากของหวานอย่างเช่นไอศกรีมกับน้ำอัดลมเท่านั้น

            “ซื้ออันนี้ไปฝากอาเกล้าด้วยดีม้ายคะ” แกถามไปถึงคนที่นอนหลับอยู่ ผมเลยยิ้มให้แล้วก็อนุญาตอย่างไม่ลังเล

            “อันนี้อร่อยมากเลย อาคินอยากกินอันไหนคะ”

            “ไม่เป็นไรจ้ะ โปอยากกินกินเลย อาไม่ค่อยอยากกินน่ะ” ผมบอกกับหลานสาว ตอนที่แกตักจ้วงเจลลี่ในถาดใส่ถุงอย่างเมามัน

            บอกตามตรงว่าผมไม่เข้าใจว่าทำไมสาวๆ ถึงชอบกินของหวานแบบนี้กัน สำหรับผมแล้วมันหวานมากจนเข็ดฟันเลยล่ะ ผมได้แต่ปล่อยให้โปตักเจลลี่จนแกพอใจ จากนั้นก็เดินไปเลือกซื้อของอย่างอื่นต่อ

            หลังจากที่ได้ของทุกอย่างที่ต้องการแล้ว ผมก็พาทั้งหลานทั้งของเดินออกมาจากซูเปอร์มาเก็ตอย่างไม่เร่งรีบ แล้วก็ยังแวะซื้อของที่โปอยากกินนั่นนิดนี่หน่อยด้วย

            ผมหยิบเงินมาจ่าย ขณะที่อาโปกระตุกแขนของผมอย่างรุนแรง จนผมต้องหันไปมอง

            “มีอะไรเหรอโป”

            ผมรับเงินทอนจากพนักงานแคชเชียร์จากนั้นก็ถามหลานสาว ก่อนจะมองตามปลายนิ้วชี้เล็กๆ ที่ชี้ไปทางหนึ่ง

            สิ่งที่เห็นตรงหน้า ทำให้ผมคิ้วกระตุก พูดอะไรไม่ออกนอกจากเม้มปากแน่นกับภาพที่กำลังมองดูอยู่

            “นั่นมาม้า” โปพูดด้วยความดีใจ แต่ผมรีบปฏิเสธออกไปในทันที

            “ไม่ใช่ค่ะ

            “แต่นั่นมาม้านะคะ” แกยังพูดเสียงดังชัดเจน ทำท่าจะวิ่งออกไปด้วย แต่ผมคว้าแขนเล็กๆ ของโปเอาไว้ทัน

            “อาคิน” ดวงตากลมโตเริ่มมีน้ำตาคลอหน่วย จนผมต้องรีบปลอบใจ

            “นั่นไม่ใช่นะคะ ตอนนี้มาม้าปลาอยู่กับปาป้าที่บาหลี ลืมไปแล้วเหรอ” ผมย่อตัวลงแล้วปลอบแกอย่างระมัดระวัง

            “แต่ว่า” โปดูไม่เชื่อ แกมองหน้าผมสลับมองไปยังผู้หญิงคนนั้นด้วยสายตาเศร้าสร้อยน่าสงสาร

            “ถ้ามาม้าอยู่ที่นี่จริงๆ มาม้าก็ต้องโทรมาบอกเราแล้ว จริงมั้ย”

            “ก็จริงค่า” แกจำนนด้วยเหตุผล ถึงจะเป็นแค่เด็กตัวเล็ก แต่โปก็ยังพูดคุยรู้เรื่องเข้าใจดี

            “งั้นเดี๋ยวเรากลับไปถึงห้อง ค่อยโทรหามาม้ากันนะคะ” ผมบอก สงสารหลานสาวจับใจ

            “ค่า ก็ได้” โปทำหน้าเศร้าๆ ไม่ยอมละสายตาไปจากผู้หญิงคนนั้นเลย จนผมต้องรีบบอกกับแก

            “เรากลับกันดีกว่านะโป ป่านนี้อาเกล้าตกใจแย่แล้วที่เราออกมาซื้อของแล้วไม่บอก”

            พอได้ยินชื่อของเกล้า โปก็ทำตาเป็นประกายขึ้นมาในทันที ต้องอย่างนี้สิ แม่หนูน้อยน่ารัก

            ผมยื่นมือข้างที่ไม่ได้ถือของจับมือกับโปเอาไว้ จากนั้นก็เดินออกมาจากห้างเงียบๆ และรวดเร็ว แต่ยังชำเลืองมองผู้หญิงคนนั้นอีกครั้ง เพื่อดูให้แน่ใจว่าไม่ได้มองคนผิดไป

            ผู้หญิงคนนั้นหันมาเจอผม แน่นอนว่าเธอดูตกใจเล็กน้อยและมองมาที่ผมตาไม่กะพริบ ผมเลือกที่จะไม่มองแล้วรีบพาโปกลับห้องชุดทันที

            เมื่อมาถึง ผมยังอารมณ์ขุ่นๆ อยู่ บอกให้โปไปปลุกเกล้าเพื่อลุกมากินมื้อเย็นด้วยกัน ก่อนที่ข่มอารมณ์ให้เย็นไม่ไหว

 

            “อาตกใจหมดเลย คิดว่าโปหายไปไหน”

            เสียงใสของเกล้าที่ดังมาทำให้ผมรู้สึกใจเย็นลงได้นิดหน่อย และเมื่อเห็นว่าเด็กตัวเล็กๆ จูงมือผู้หญิงน่าหน้าตาน่ารักหุ่นสุดเซ็กซี่คนหนึ่งออกมา ผมก็เริ่มยิ้มได้

            “อาคินพาอาโปไปซื้อของมาค่ะ ซื้อของมาฝากอาเกล้าด้วยนะคะ”

            “เหรอคะ ซื้ออะไรมามั่งเอ่ย” เกล้าถามโป แต่เธอแทบไม่มองมาที่ผมเลย

            “ซื้อมื้อเย็นมากินค่า อาคินบอกว่าจะจัดโต๊ะ แล้วก็ให้โปไปปลุกอาเกล้ามายังไงล่ะคะ” โปพูดเสียงเจื้อยแจ้ว ตามด้วยเสียงหัวเราะของเกล้า

            แต่แล้วเสียงหัวเราะสดใสนั่นก็หายไป เมื่อเกล้ามาถึงที่โต๊ะแล้ว

            “พิซซ่า” เกล้าหันมองผมอย่างเอาเรื่อง ผมเลยไหวไหล่ทำไม่รู้ไม่ชี้

            “ก็โปอยากกิน” ผมไม่ได้โกหกนะ ก็โปอยากกินจริงๆ นี่

            “เอาเถอะ ซื้อมาแล้วก็แล้วไป แต่ครั้งหน้าไม่เอาแล้วนะ” เกล้าทำหน้ายุ่งๆ ก่อนจะนั่งลงที่เก้าอี้ แล้วช่วยจับโปที่ขึ้นนั่งเก้าอี้เด็กอย่างระมัดระวังด้วย

            “ก็ว่ากันไป” ผมบอกก่อนจะนั่งลงบ้าง เกล้าทำหน้าเครียดกว่าเดิมที่ผมเลือกจะนั่งลงข้างๆ เธอ

            “ยังไม่หายดีนี่ กินข้าวเสร็จแล้วค่อยนอนพักต่อนะ” ผมยื่นมือแตะหน้าผากของเกล้า และเห็นว่าแก้มใสของเธอแดงขึ้นในทันที

            “ฉันไปทำอะไรอย่างอื่นให้กินดีกว่ามั้ย ในตู้เย็นก็ยังมีของสดนะ” เกล้าทำท่าจะลุกขึ้น แต่ผมดึงมือเธอไว้ซะก่อน

            “ทำไมล่ะ พิซซ่านี้มาจากร้านดังเลยนะ ไม่ได้มีแป้งเป็นเมือกๆ แผ่นหนาๆ ซะหน่อย อร่อยจะตายไป” ผมบอก ก่อนจะตัดพิซซ่าวางใส่ในจานของทั้งโปและเกล้า

            “ไม่เอาล่ะ ฉันไม่ชอบกิน” เธอบอก ไม่เหมือนโปเลยสักนิดที่กัดพิซซ่ากินอย่างเอร็ดอร่อย

            “ทำไมล่ะ อร่อยนะ” ผมไม่สน พยายามจะส่งพิซซ่าป้อนให้ถึงปาก แต่เกล้าส่ายหน้าหนี แล้วทำหน้าโกรธๆ ให้

            “ฉันไม่สบายอยู่นะ” เธอพูดเสียงแข็ง นั่นแหละ ผมเลยรู้ว่าอะไรเป็นอะไร ก็เลยหัวเราะแล้วลุกขึ้น

            “งั้นเดี๋ยวไปต้มโจ๊กให้” ผมบอกเธอ ก่อนจะหันไปมองหลานสาวตัวแสบ

            “อาคินดื่มอะไรอยู่คะ ขออาโปดื่มหน่อยได้รึเปล่า” แกมองกระป๋องเบียร์ในมือผมตาแป๋ว ผมเลยตอบไป เป็นจังหวะเดียวกับที่โปพูดขึ้นเสียงดังด้วย

            “ได้สิ / ไม่ได้นะ!” ผมหัวเราะ เมื่อเราพูดออกไปพร้อมกัน

            “เดี๋ยวเถอะ อนาคิน!” เกล้าเริ่มโกรธ เมื่อผมประคองกระป๋องเบียร์ให้โปลองจิบ แต่แตะที่ลิ้นก็ทำหน้าเบ้ หยิบแก้วโคล่ามาดื่มล้างปากแล้ว

            “เห็นมั้ยว่ามันไม่อร่อย คราวหน้าจะดื่มอีกมั้ย” ผมถามหลานสาว แต่สายตามองเกล้าที่มองมาอย่างโมโห

            “ไม่เอาแล้วค่ะ โปดื่มโคล่าดีกว่า ไม่เอาแล้ว

            ผมหัวเราะชอบใจที่เกล้ามองผมเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อ ก่อนจะผิวปากไปต้มโจ๊กให้คนป่วยอย่างสบายอารมณ์ดี

End Anakin talk…

 

            ฉันไม่เข้าใจเลยว่าอนาคินตั้งใจจะเลี้ยงอาโปให้โตขึ้นมาแบบไหนกันแน่ ดูสิ เขาให้กินแต่อาหารขยะ แฮมเบอร์เกอร์ พิซซ่า โคล่า ไหนจะเบียร์อีก!

         ไม่ใช่ว่าฉันไม่เข้าใจว่าเด็กๆ ก็อยากกินอะไรอร่อยๆ บ้าง และฉันก็พอจะหยวนๆ เรื่องอาหารพวกนี้บ้างอยู่เหมือนกัน แต่นี่ไม่กี่วันที่ได้อยู่กับอนาคิน อาโปก็กินแต่อาหารพวกนี้ แล้วจะไม่ให้ปรี๊ดได้ยังไงกันล่ะ

            อนาคินออกไปหาเพื่อนของเขาแล้ว หลังจากที่ต้มโจ๊กให้ฉัน และกินพิซซ่าไปมากกว่าครึ่งถาด เห็นแล้วก็อดเป็นห่วงสุขภาพของเขาไม่ได้ เขากินอะไรก็ไม่รู้ แล้วนี่ฉันจะเป็นห่วงเขาไปทำไมกันเนี่ย เฮ้อ

            “อาเกล้าขา” เสียงใสของอาโปเอ่ยขึ้นอย่างไม่มั่นใจ ตอนที่ฉันกำลังล้างจานอยู่

            “จ้ะว่าไงเอ่ย”

            “อาโปอยากกินไอติมจังค่ะ อาเกล้าพาโปไปซื้อที่ห้างที่เราเคยกินกันได้มั้ยคะ” สายตาของแม่หนูน้อยมองมาอย่างเว้าวอน ฉันมองเวลาตอนนี้ก็เกือบจะหกโมงเย็นแล้ว อีกอย่างแกก็กินโคล่าไปตั้งเยอะ ฉันเลยตั้งใจว่าจะบอกปฏิเสธ แต่พอเห็นแกทำน้ำตาคลอก็ใจอ่อน

            “แต่มันค่ำแล้วนะ อาโปก็กินไปตั้งเยอะ ยังไม่อิ่มเหรอคะ”

            “ไม่ค่ะ อาโปอยากกินไอติม” แกส่ายหน้าไปมา ท่าทางดูหงอยๆ ไม่สดใสเหมือนเดิม ฉันก็เลยใจอ่อน

            “งั้นก็ได้ค่ะ แต่ซื้อไอติมเสร็จแล้วเราต้องกลับกันเลยนะ” ฉันยื่นข้อแลกเปลี่ยน แน่นอนว่าอาโปก็ยิ้มกว้างทันที

            หลังจากนั้นเราสองคนก็เลยมาอยู่ที่ห้างอีกครั้ง ฉันเข้าใจแล้วล่ะว่าทำไมอนาคินถึงยอมตามใจอาโปทุกอย่าง ก็แกน่ารักขี้อ้อนขนาดนี้ ใครจะไปใจแข็งได้ล่ะ จริงไหม

            เรารอไอศกรีมจากพนักงานกันอยู่ แต่พอฉันถามอะไรไปโปก็เหมือนไม่ฟัง แกไม่ตอบอะไร แล้วก็ยังมองไปรอบๆ เหมือนกำลังหาอะไรอยู่ จนกระทั่งได้ไอศกรีมมา ฉันก็จะส่งให้แก

            “อาโป ไอติมค่ะ” ฉันบอก แล้วก็ต้องตกใจเมื่ออาโปวิ่งฉิวออกไปในทันที ฉันรีบตามไป แต่เพราะร่างกายยังร้าวระบมจนวิ่งตามไปไม่ทัน ต้องเดินตามไปช้าๆ จนกระทั่งเห็นว่าแกเดินไปกอดใครเอาไว้

            “พี่ปลา” ฉันพูดเป็นเสียงกระซิบ เมื่อเห็นอาโปกอดขาพี่ปลาแน่นแล้วร้องไห้อย่างน่าสงสาร

         “มาม้า มาม้าขา อาโปคิดถึงมาม้าจังเลยค่ะ”

            ฉันรีบเดินเข้าไปใกล้ แต่ก็ยังตกใจสับสนจนทำอะไรไม่ถูก

            “ปลา นี่อะไรน่ะ คุณมีลูกแล้วเหรอ” เสียงผู้ชายอีกคนดังขึ้น เขาอยู่ใกล้ๆ พี่ปลา แต่ฉันไม่ทันสังเกตเลย เพิ่งมาเห็นก็ตอนนี้

            “เปล่านะ ปลาจะไปมีลูกได้ไง จะบ้าเหรอ เด็กคนนี้คงเข้าใจผิดน่ะ” ว่าแล้วพี่ปลาก็แกะมือของอาโปออกจากขา ก่อนจะผลักแกให้เข้ามาหาฉันค่อนข้างแรง

            “นี่ไม่ใช่ลูกสาวฉัน!” พี่ปลาผลักอาโป ทำให้แกยิ่งร้องไห้หนักกว่าเดิม

            “ดูลูกตัวเองดีๆ หน่อยสิ แกทำแฟนฉันเข้าใจผิดแล้วนะ ไปกันค่ะ กลับกันเถอะ” ว่าแล้วพี่ปลาก็เดินหนีไป ทิ้งให้ฉันกะพริบตาถี่อย่างไม่เข้าใจ

            ฉันเริ่มเห็นสายตาของผู้คนที่มองมาที่ฉันกับอาโป และเห็นว่าอาโปกำลังสะอึกสะอื้นอย่างน่าสงสารก็เลยรีบปลอบใจแก

            “อาโปขา นี่ไอติมค่ะ เรากลับบ้านกันดีกว่านะคะ” ฉันบอกแก รู้สึกใจหายอย่างบอกไม่ถูก สายตามองตามหลังพี่ปลากับผู้ชายคนนั้นไปด้วยความไม่เข้าใจ

            อาโปเงยหน้ามองฉันด้วยน้ำตาที่เปื้อนไปทั้งหน้า ฉันเลยพยายามยิ้มให้ ดูเหมือนแกจะเข้าใจว่าฉันกำลังเป็นห่วง ก็เลยเงียบเสียง ยกมือเช็ดน้ำตาอย่างน่าสงสาร แล้วก็ลุกขึ้นจากพื้นอย่างระมัดระวัง

            “กลับบ้านกันดีกว่าค่ะ”

            “ค่า” อาโปบอกฉันเสียงแหบเครือ ฟังแล้วมันเจ็บหัวใจอย่างบอกไม่ถูก

            ฉันส่งไอศกรีมให้กับแก อาโปก็ยังอุตส่าห์รับไปกินเงียบๆ เห็นแบบนี้ก็พอจะโล่งใจได้บ้าง ฉันยิ้มให้กับแม่หนูน้อย ก่อนจะพาแกกลับมาถึงห้องได้อย่างปลอดภัย

            เพราะอาการปวดระบมตามเนื้อตัวที่ยังไม่หายไป ฉันก็เลยใช้เวลานานกว่าปกติที่พาตัวเองกับอาโปไปอาบน้ำ ก่อนจะพาแกเข้านอน

            อาโปยังนอนไม่หลับ แกเบิกตาโพลงมองฉันเหมือนมีคำถามหลายอย่างอยู่ในนั้น ฉันเองก็รู้ดีว่าตอนนี้แกเครียดมากแค่ไหน และคงไม่สบายใจมากแน่นอนกับเรื่องที่เกิดขึ้น

            “อาเกล้า” แกเรียกฉัน ฉันก็มองจากนั้นก็ถอนหายใจเบาๆ

            “ทำไมมาม้าทำกับอาโปแบบนี้คะ

            “นั่นคงไม่ใช่มาม้าปลาหรอกค่ะ” ฉันบอกแก แต่อาโปส่ายหน้าไปมา

            ก็นั่นสินะ จะโกหกได้ยังไง ต่อให้อีกฝ่ายจะเป็นเด็กที่อายุไม่ถึงห้าขวบก็เถอะ แต่แกคือลูกสาวของพี่ปลาที่อยู่ด้วยกันมาตลอด แล้วทำไมแกจะไม่รู้ว่านั่นคือแม่ล่ะ

            “ทำไมมาม้าทำแบบนี้กับอาโปคะ” เสียงของอาโปเริ่มกลายเป็นเสียงสะอื้น ฉันรู้สึกเจ็บแปลบกลางอก ทั้งเจ็บปวดทั้งเสียใจไปด้วย

            “ไม่เป็นไรนะคะ บางทีอาจจะเป็นเรื่องเข้าใจผิดก็ได้ มาม้าของอาโปอยู่บาหลีนี่นา จำได้ไหมเอ่ย” ฉันถาม แกเลยทำหน้าสงสัย คิ้วเล็กๆ นั่นแทบจะชนกันได้อยู่แล้ว

            “อาเกล้าโทรหามาม้าให้อาโปหน่อยได้มั้ยคะ” แกกะพริบตาถามอย่างน่าสงสาร

            ใจจริงฉันไม่อยากโทรไปหาพี่ปลาเลย เพราะรู้ดีว่าอะไรเป็นอะไรอยู่แก่ใจ แต่ก็สงสารเด็กตัวเล็กๆ ที่มองมาน้ำตาคลอจนปฏิเสธไม่ลง

            “ก็ได้ค่ะ” ฉันถอนหายใจ จากนั้นก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาพี่ปลา

            ฉันเองก็ไม่ได้แกล้ง แต่พี่ปลาไม่ยอมรับสาย โทรไปสองสามครั้งก็ไม่มีใครรับสายเลย อาโปก็มองมาด้วยความหวัง แกทำหน้าเศร้าๆ เมื่อฉันต้องบอกว่าพี่ปลาไม่รับสาย

            “มาม้าไม่รับสายค่ะ สงสัยว่ามาม้าจะหลับไปแล้ว” ฉันต้องโกหกอีกครั้ง และถอนหายใจเฮือก อาโปทำน้ำตาคลอแต่แกไม่ได้พูดอะไรอีก

            “งั้นลองโทรหาปาป๊าดูก่อนนะคะ เผื่อว่าปาป๊าจะยังไม่หลับ”

            “ค่ะ!” อาโปรับคำอย่างพอใจ ฉันก็เลยโทรไปหาพี่วินแทน

            คราวนี้พี่วินรับ ฉันก็เลยโล่งใจได้เล็กน้อย

            “พี่วินเหรอคะ นี่เกล้าเองนะคะ คือว่า อาโปแกอยากคุยด้วยน่ะค่ะ พอจะว่างรึเปล่าคะ” ฉันถามอย่างเกรงใจแกมไม่สบายใจ เพราะรู้เลยว่าอาโปจะถามอะไรบ้าง

            (ว่างครับ ให้คุยกับโปได้เลยครับ) พี่วินบอกมาตามสาย ฉันก็เลยส่งโทรศัพท์ของตัวเองให้กับอาโปไป

            “ปาป๊า!” อาโปดูดีใจมาก แต่เป็นฉันที่ไม่สบายใจเลย ฉันนั่งลงที่ขอบเตียง มองหน้าแกอย่างเป็นกังวล

            “ปาป๊าขา วันนี้ วันนี้อาโปเจอมาม้า” พูดไปอาโปก็สะอื้นไป ฉันหน้าเสียไม่รู้ว่าคิดผิดหรือเปล่าที่โทรหาพี่วินในเวลาแบบนี้ รู้ทั้งรู้ว่าอาโปจะถามอะไร

            “มาม้าบอกว่าอาโปไม่ได้เป็นลูกของมาม้า มาม้าผลักอาโปด้วย”

            ฉันกลืนน้ำลายอย่างฝืดคอ ไม่อยากให้แกคุยกับพี่วินแล้ว ฉันเองก็ไม่น่าเลย

            “ทำไมมาม้าทำแบบนั้นคะ” อาโปสะอื้น ฉันเองก็ไม่รู้หรอกว่าพี่วินตอบอะไรกลับมาบ้าง ก็เลยค่อยๆ เข้าไปปลอบ

         “ขออาเกล้าคุยกับปาป๊าก่อนนะคะอาโป นะคะ” ฉันพยายามพูด สุดท้ายอาโปก็ยอมส่งโทรศัพท์ให้กับฉันอย่างว่าง่าย ฉันส่งยิ้มให้แกก่อนจะเดินเลี่ยงออกมาคุยข้างนอกห้องนอน

            “พี่วิน เกล้าองนะคะ ขอโทษค่ะ พูดไปแล้วฉันเองก็จะร้องไห้ ฉันไม่น่าเลยจริงๆ

            (วันนี้เกล้าเจอปลาเหรอ) พี่วินถามมาตามสาย ถึงตอนนี้แล้วจะโกหกก็คงไม่ได้ ฉันเลยต้องตอบไปตามความจริง

            “ค่ะ เกล้าพาอาโปไปห้างใกล้ๆ แล้วเจอพี่ปลามากับ ผู้ชายน่ะค่ะ อาโปแกรีบวิ่งเข้าไปหา แต่ถูก เอ่อ บอกว่าอาโปไม่ใช่ลูกของพี่ปลา” ตอบแล้วฉันก็ถอนหายใจ รู้สึกผิดมากที่ยอมตามใจอาโปทุกอย่างจนเกิดเรื่องขึ้น

         (งั้นเหรอ)

            “เกล้าขอโทษค่ะ เกล้าขอโทษจริงๆ ไม่คิดว่าจะเจอพี่ปลาเลยค่ะ” พูดจบฉันก็เม้มปากเอาไว้แน่น รู้สึกไม่สบายใจจนเริ่มจะร้องไห้ จนพี่วินต้องเป็นฝ่ายปลอบใจแทน

         (ไม่เป็นไร ไม่ต้องคิดมากหรอกนะเกล้า)

            “เกล้าขอโทษค่ะ แต่ทำไม ทำไมพี่ปลาถึงอยู่เมืองไทยล่ะคะ ก็ไหนบอกว่าอยู่ที่บาหลีกับพี่วิน” ฉันถามออกไปในที่สุด หลังจากที่มันคาใจอยู่นาน แต่ความจริงแล้ว อนาคินก็บอกฉันแล้วเหมือนกัน แต่ฉันเลือกที่จะไม่เชื่อ คิดว่าเขาแค่พูดให้ฉันไม่สบายใจจนต้องอยู่กับอาโปต่อ

         (งั้นเกล้าก็คงรู้ว่าปลามีผู้ชายคนอื่นแล้ว) คำถามของพี่วิน ทำให้ฉันตัวเย็นวูบทันที

         (ความจริงปลาไม่ได้มาบาหลีกับพี่หรอก พี่เองก็เพิ่งมาถึงบาหลีนี่เอง)

            “มันหมายความว่ายังไงคะ เกล้าไม่เข้าใจ” ฉันแสบปลายจมูกยิบเหมือนจะร้องไห้ให้ได้

            (ความจริงแล้วพี่กับปลาเพิ่งจะทำเรื่องหย่ากันเรียบร้อยน่ะ แต่ไม่อยากให้อาโปมารับรู้เรื่องนี้ ก็เลยบอกว่าต้องมาทำงานที่บาหลี แต่จริงๆ แล้วพี่มาทำงานที่บาหลีนะ)

            “นี่หมายความว่า พี่วินกับพี่ปลาเลิกกันจริงๆ เหรอคะ” ฉันถึงกับสะอื้น คิดแล้วก็น่าหัวเราะที่ฟูมฟายเป็นเรื่องใหญ่เหมือนเป็นเรื่องของตัวเองอย่างนั้นแหละ แต่พอคิดถึงสายตาที่เจ็บปวดของอาโปขึ้นมา ฉันอดเจ็บแทนไม่ได้

         (ก็คงอย่างนั้นแหละ อย่างที่เห็น พี่กับปลามีลูกกันเร็วมาก จะว่าไปแล้ว น่าจะคาบเกี่ยวตอนปีสุดท้ายเลยด้วยซ้ำ แรกๆ อะไรก็ดีไปหมด เราเป็นพ่อแม่ทั้งแต่ยังวัยรุ่น มีแต่คนอิจฉาที่ครอบครัวพร้อมหน้า แต่นานไปมันไม่ใช่แบบนั้นเลย) พี่วินพูดเสียงเศร้าๆ ฉันเองก็นิ่งไป

         (ปลาไม่ได้รักพี่ ไม่ได้ต้องการอาโป ปลาอยากได้ชีวิตใหม่ที่ไม่มีลูกติดน่ะ)

            ฉันไม่เข้าใจ ทำไมล่ะ อาโปน่ารักขนาดนั้น ทำไมพี่ปลาถึงทิ้งแกลง แล้วภาพความอบอุ่นของพ่อแม่ลูกที่ฉันเห็นมาตลอดมันคืออะไร นั่นคือการเล่นละครเพื่อให้อาโปมีความสุขเหรอ

            แบบนี้มันโหดร้ายเกินไปหรือเปล่า

         (ยังไงก็ช่วยปลอบอาโปก่อนนะ ว่าปลายังอยู่ แล้วพี่จะรีบเคลียร์งานกลับไปคุยกับอาโปเอง…)

            “ค่ะ” ฉันรับคำพี่วินอย่างมึนงง ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพูดอะไรออกไปบ้าง

            และไม่รู้เลยว่าอนาคินกลับมาแล้ว เขาเดินมาดึงโทรศัพท์ออกไปจากมือของฉันแล้วเป็นฝ่ายคุยเอง

            “เออวิน ช่วยบอกเมียเก่านายหน่อย ว่าเลิกมาป้วนเปี้ยนแถวนี้ได้แล้ว บ้ารึเปล่าวะ ก็รู้ว่าโปอยู่ที่นี่แล้วจะควงผู้ชายมาเดินแถวนี้ทำไม บอกเลยนะ ถ้ามีอีก กูไม่เย็นแน่

 

            ฉันนั่งนิ่งกุมมือตัวเองที่มันเย็นชืดระหว่างที่ฟังอนาคินเล่าเรื่องทุกอย่างให้ฟัง

            ความจริงแล้วพี่วินกับพี่ปลามีเรื่องระหองระแหงกันมาตลอด เหตุผลก็อย่างที่พี่วินเล่าให้ฟังก่อนหน้านี้ เพราะมีลูกกันตั้งแต่ยังหนุ่มสาว พอเวลาผ่านไปอะไรๆ มันก็เริ่มไม่เหมือนเดิม โดยเฉพาะพี่ปลา

            พี่ปลาต้องอุ้มท้องอาโป และต้องทุ่มเทเวลาอยู่หลายปีเพื่อดูแลอาโปโดยที่ไม่ได้ออกไปไหนเลย ขณะที่เพื่อนร่วมรุ่นคนอื่นบ้างก็ทำงาน บ้างก็เรียนต่อ ยังมีชีวิตโสดหรือไม่ก็อิสระ จะไปไหนก็ได้ไป จะทำอะไรก็ได้ทำ ไม่ต้องมีภาระต้องดูแลลูกอยู่คนเดียว

            ความเครียดที่สะสมมาหลายปีทำให้พี่ปลาเริ่มหงุดหงิดไม่พอใจ แต่ก็ยังรักอาโปอยู่จึงไม่ยอมหักตั้งแต่แรกๆ

            พอเริ่มทนเหงาไม่ไหว พี่ปลาก็เล่นอินเทอร์เน็ตก่อนจะเจอผู้ชายคนหนึ่งเข้า และตัดสินใจขอเลิกกับพี่วิน

            ตอนแรกพี่วินก็ไม่ยอมเพราะรักพี่ปลากับอาโปมาก แต่คนที่หมดใจแล้ว ต่อให้พยายามรั้งไว้แค่ไหนก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี สุดท้ายพี่วินก็เลยยอมหย่าและตั้งใจว่าจะย้ายไปอยู่ที่อเมริกา

            และการหย่านั้นก็ต้องใช้เวลาอยู่เล็กน้อย ไม่รู้ว่าเป็นโชคดีหรือเปล่า ที่พี่วินกับพี่ปลายังไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน พี่ปลาก็เลยยังเป็นสาวโสดที่ยังสวยและเพียบพร้อมไปทุกอย่าง

            “ต่อหน้าโป สองคนนั่นก็รักกันดีแหละ” อนาคินพูดก่อนจะดื่มเบียร์ด้วยสีหน้าเครียดๆ

            “แต่ความจริง พี่ปลาขอเลิกกับวินมานานแล้ว แต่วินมันรักลูกสงสารลูกเลยยื้อไว้”

            “แต่พี่ปลาก็ดูรักอาโปมากนะ ตอนที่ฉันคุยหรืออยู่ด้วย พี่ปลาก็

            “เฮอะ!” อนาคินครางในคอขัดก่อนที่ฉันจะทันพูดจบ ฉันก็เลยเป็นฝ่ายเงียบไปเอง

            “เงินทั้งนั้นแหละ ไอ้วินมันต้องจ้างเป็นพิเศษเลยนะ”

            ฉันกะพริบตาถี่ไม่อยากจะเชื่อว่าที่อนาคินพูดมาเป็นความจริง แต่เขาจะโกหกฉันไปเพื่ออะไรกันล่ะ

            “นอกจากจะมีเงินรายเดือนแล้ว ยังมีค่าจ้างทำตัวหวานๆ ต่อหน้าลูกอีก คิดว่าไงล่ะ” เขาพูด ฉันก็ได้แต่สะอึก เรื่องแบบนี้มันเล่นละครกันได้ด้วยเหรอ นั่นลูกทั้งคนเลยนะ อาโปก็แสนจะน่ารักมาก ทำไมกันล่ะ

            “แล้วถ้าพี่วินกลับมาจากบาหลี แล้วพาอาโปไปอเมริกา ตอนนั้นจะบอกอาโปว่ายังไงล่ะ” ฉันถามอย่างไม่เข้าใจ ก่อนจะสะอึกซ้ำเมื่อได้ยินคำตอบเลือดเย็นจากอนาคิน

            “ก็บอกว่ามาม้าของแกตายจากไปแล้วไง”

            “คิน!” ฉันอุทาน ไม่อยากฟังเรื่องแบบนี้เลย

            “ฉันไม่ได้โกหกนะ พี่ปลาพูดเองว่าให้บอกแบบนี้กับโป แล้วจะให้ทำยังไง เธอเห็นแล้วไม่ใช่เหรอ ว่าพี่ปลาไปกับผู้ชายคนอื่น ทำเป็นไม่รู้จักอาโปด้วย คนมันหมดใจแล้วจะให้ทำยังไง คงจะกลัวว่าแฟนใหม่จะรู้ล่ะมั้งว่ามีลูกแล้ว”

            “แต่เรื่องแบบนี้มันปิดกันไม่ได้นะ” ฉันเถียง ความจริงก็คือความจริงอยู่วันยังค่ำ จะเปลี่ยนแปลงบิดเบือนได้ยังไง

            “ไม่รู้สิ ขอให้ได้แต่งงานกับหนุ่มหล่อตระกูลดีมีงานแต่งใหญ่โตก่อนล่ะมั้งถึงจะบอกความจริง ความจริงแล้ว พี่ปลาก็ไม่ได้อยากให้อาโปเกิดมาหรอก จะทำแท้งเลยด้วยซ้ำ แต่วินมันขอไว้

            ฉันพูดไม่ออก ยิ่งได้ยินเรื่องราวมากเท่าไหร่ก็ไม่อยากรับรู้อะไรอีกแล้ว

            “ฉันรู้นะว่านี่ไม่ใช่เรื่องของฉัน แต่ฉันไม่อยากให้เป็นแบบนี้เลย แล้วอาโปจะอยู่ยังไงล่ะ” ฉันยกมือเช็ดน้ำตา ไม่อยากเห็นใบหน้าเจ็บปวดเศร้าสร้อยของอาโปเลย

            “นี่มันไม่ใช่เรื่องของเราที่จะไปตัดสินได้ วินมันก็พยายามยื้อนานแล้ว แยกกันไปน่ะดีแล้ว จะได้หมดเวรหมดกรรมต่อกันซะที” อนาคินพูดอย่างใจร้าย แต่ถ้าเป็นฉัน ฉันเองก็คงจะคิดแบบเดียวกับเขาเหมือนกัน

            “ฉันก็เลยอยากทำอะไรเพื่ออาโปบ้าง และหวังว่าเธอจะคิดเหมือนกันกับฉัน” อนาคินนั่งลงใกล้ๆ กับฉัน แล้วลูบหลังเบาๆ

            “คิดอะไร” ฉันถามอย่างไม่เข้าใจ แล้วก็ต้องตกใจ เมื่อรู้สึกว่าบราเซียถูกปลดออกได้อย่างง่ายดาย

            “นี่!” ฉันหันหน้าไปมองเขาอย่างโมโห ในเวลาแบบนี้ยังคิดถึงแต่เรื่องแบบนี้อยู่เหรอ

            แต่ยังไม่ทันที่ฉันจะทำอะไรเขา ก็ถูกผลักให้ตัวจมลงกับโซฟาตัวใหญ่ พร้อมๆ กับที่เสื้อถูกเลิกขึ้นไปกองอยู่เหนืออกในพริบตาเดียว

            ฉันเย็นวูบทั้งตัว ก่อนจะร้อนผ่าวเหมือนอยู่ในเตาอบขนาดยักษ์เมื่อหน้าอกถูกครอบครองจากเรียวปากร้อนโดยไม่ทันตั้งตัว

            สัมผัสที่ได้รับจากอนาคินทำให้ฉันเลอะเลือนสะลืมสะลือ ร่างกายไร้เรี่ยวแรงไปหมด แต่เมื่อปลายนิ้วอุ่นระอุของคนใจร้ายไล้จากใต้อกไปถึงขอบกางเกง ฉันก็ยึดมือเขาเอาไว้แน่นไม่ยอมให้เขาไปไกลมากกว่านี้

            “ทำไม…?” อนาคินเงยหน้าถามอย่างฉุนๆ เดี๋ยวสิ ฉันต่างหากที่ควรจะทำท่าแบบนั้นน่ะ

            จะทำแบบนั้นได้ยังไงกันล่ะ ก็ในเมื่อ ในเมื่อฉันน่ะ




Talk...

Song :: SHY Martin - Good Together

ฮืออออ หักมุมอีกแล้วค่ะ แต่ไม่ได้หักกับเกล้าหรือคิน

ไปหักใส่อาโปเฉยเลย ทำไมนิสัยแย่แบบนี้มิรา

เพลงก็เศร้าๆ ซึ้งๆ เค้าชอบเพลงนี้มากเลยค่ะ

ฮืออออ แล้วหลังจากนี้จะเป็นยังไงต่อไปล่ะ ทุกคนเลย  image image


ตอนนี้เปิดพรี ปักรักภักดี (ภักดี &ภัครดา) แล้วนะคะ มู่อยากฝากไว้ด้วย

เป็น สนพ ใหม่ค่ะ อุดหนุนมู่หน่อยนะเออ มู่จะได้ออกหนังสืออีกหลายๆ เรื่องค่ะ

กดรายละเอียดที่รูปได้เลยนะคะ ขอบคุณมากๆ ค่ะ image




และมู่ฝาก E-Book เอาไว้ด้วยนะคะ คลิกที่รูปด้านล่างได้เลยค่ะ image  


เรื่องใหม่คือ อ้อนรักมาเฟีย & อัญมณีเสี่ยงรัก ค่ะ

ตอนนี้สนพ ขายนิยายใน Meb แล้ว มู่ฝากอุดหนุนด้วยนะเออ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 82 ครั้ง

76 ความคิดเห็น

  1. #17908 jinny (@janiss) (จากตอนที่ 107)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2561 / 16:18
    สงสารอาโป
    #17908
    0
  2. #17799 IBTBMEDSTD (@WanttobeMedst) (จากตอนที่ 107)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2561 / 09:11
    อ้าวววว ววว วว ว
    #17799
    0
  3. #16613 bcdhuwef (จากตอนที่ 107)
    วันที่ 5 มกราคม 2561 / 01:08
    สงสารอาโป และสงสารอาคิน



    #16613
    0
  4. #16552 IzabellaZ-izzi (ศรีนรา) (@isuru) (จากตอนที่ 107)
    วันที่ 2 มกราคม 2561 / 02:06
    ฉันว่าอาคินแห้วแน่อ่ะ 🌚🌚🌚
    #16552
    0
  5. #16551 IzabellaZ-izzi (ศรีนรา) (@isuru) (จากตอนที่ 107)
    วันที่ 2 มกราคม 2561 / 02:06
    ฉันว่าอาคินแห้วแน่อ่ะ 🌚🌚🌚
    #16551
    0
  6. #16550 ผู้หญิงของรยู (@pimhell) (จากตอนที่ 107)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2560 / 08:10
    ฉันน่ะ เป็นคุณเดือน5555
    #16550
    0
  7. #16549 iminvy (@milator) (จากตอนที่ 107)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2560 / 22:25
    มีคนหงุดหงิด+อึดอัด 1 อัตรา
    #16549
    0
  8. #16548 iminvy (@milator) (จากตอนที่ 107)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2560 / 22:24
    555555555555+
    #16548
    0
  9. #16547 E-PERJER (@EYELY-69432) (จากตอนที่ 107)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2560 / 10:22
    อดไปตามระเบียบค่ะอาคิน เพราะอาเกล้าของเราเป็นเมนส์ 55555
    #16547
    0
  10. #16546 SSHK (@lanhzer) (จากตอนที่ 107)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2560 / 08:36
    แอร๊ยยยยยยยย
    #16546
    0
  11. #16545 Spock Hockey (@oay166) (จากตอนที่ 107)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2560 / 08:00
    สงสารอาโป แต่พี่คินเปลี่ยนโหมดเร็วจัง 55555
    #16545
    0
  12. #16544 BoraNisa (จากตอนที่ 107)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2560 / 07:05
    น้องเก้าเมนส์มาค่ะพี่คิน 555555 อด!!! คืนนี้พี่คินอด 😄😄
    #16544
    0
  13. #16543 Foniiz Kanokwan (@foniiz-kt) (จากตอนที่ 107)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2560 / 06:05
    คินเมื่อกี้ยังโหมดจริงจังอยู่เลย เปลี่ยนไวไปไหม
    #16543
    0
  14. #16542 baifang555 (@baifang555) (จากตอนที่ 107)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2560 / 03:25
    ทำไมม ก้อเพราะไฟแดงไงละคินน55555
    #16542
    0
  15. #16541 KamMuPing (@KamMuPing) (จากตอนที่ 107)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2560 / 03:24
    เรื่องจริงหรอเนียยยย
    #16541
    0
  16. #16540 KamMuPing (@KamMuPing) (จากตอนที่ 107)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2560 / 03:24
    เรื่องจริงหรอเนียยยย
    #16540
    0
  17. #16539 muumon90 (@muumon90) (จากตอนที่ 107)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2560 / 02:46
    ติดไฟแดงจ้า55555
    #16539
    0
  18. #16538 กฤษณาร่ำแป้ง (@nichacr) (จากตอนที่ 107)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2560 / 01:40
    เป็นศึกวันแดงเดือดด
    #16538
    0
  19. #16537 ~~... แมวน้อย...~~ (@swithon) (จากตอนที่ 107)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2560 / 00:47
    ยังจะมาอีก
    #16537
    0
  20. #16536 rabbitboo (@rabbitboo) (จากตอนที่ 107)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2560 / 00:01
    ฮืออออ โธ่อาโปน้อยยย
    #16536
    0
  21. #16535 Paifha14 (@Paifha14) (จากตอนที่ 107)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 23:54
    5555พี่คินค้างแน่ ๆ
    #16535
    0
  22. #16534 Dreamson (@Dreamson) (จากตอนที่ 107)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 23:42
    สงสารอาโป
    #16534
    0
  23. #16533 แมงจิซอน (@daowie) (จากตอนที่ 107)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 23:18
    ก็ชั้นน่ะ เป็นเมนนนนนส์
    อาเกล้ายังอยู่ในวันแดงเดือดคร่าาา
    #16533
    0
  24. #16532 AI_time (@pak-supak) (จากตอนที่ 107)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 23:10
    ในเมื่ออะไรเกล้า ในเมื่ออารายยยย
    #16532
    0
  25. #16530 lala-h (@lala-h) (จากตอนที่ 107)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 22:56
    โอ้ยยย ค้างงะ
    สงสารอาโป
    #16530
    0