ปราการรักมาเฟีย [นิยายชุด มาเฟีย]

  • 96% Rating

  • 77 Vote(s)

  • 340,557 Views

  • 2,177 Comments

  • 685 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    61

    Overall
    340,557

ตอนที่ 8 : Wall of Love 🏰 04 Determination and Love ...100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 26440
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 159 ครั้ง
    3 ต.ค. 61

4

Determination and Love

(...100%)


 

            คนป่วยที่เจ็บทั้งกายทั้งใจหัวใจแหลกเหลวเหมือนมันแตกออกเป็นเสี่ยงๆ หายใจติดขัดลำบากเหลือเกิน ถึงตอนนี้ยังไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเองกันแน่ นึกอยากจะหนีไปให้ไกลแสนไกลกับเรื่องที่เผชิญอยู่ แต่ไม่ทันไร หวันยิหวาก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นร่างสูงของอัลเล็นกลับเข้าห้องมาอีกครั้ง เขาออกไปแค่แวบเดียวเท่านั้น และกลับมาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

            หวันยิหวาคิดว่าเขาจะออกไปกับผู้หญิงคนนั้นเสียอีก แปลกใจไม่น้อยที่เวลานี้เขาซื่อสัตย์กับเธอจนน่าเหลือเชื่อ

            ขนาดว่าไม่ได้รักกัน อัลเล็นก็ยังทำดีกับเธอถึงเพียงนี้ แล้วถ้าหากว่าวันหนึ่งเขาเจอคนที่รักจริงๆ ผู้หญิงคนนั้นจะได้รับความรักจากเขามากแค่ไหนกันนะ หวันยิหวาคิดในใจคนเดียวด้วยความรู้สึกสับสนหวั่นไหว

         อัลเล็นเห็นแผงขนตาของหญิงสาวชุ่มไปด้วยหยดน้ำตาก็ยื่นมือเกลี่ยไล้ให้อย่างเบามือ ไม่รู้ว่าหวันยิหวาเห็นเหตุการณ์ก่อนหน้านี้และคิดว่าเธออาจจะกำลังฝันร้ายอยู่ หรือไม่ก็ตกใจกลัวกับเรื่องที่เกิดขึ้น ก็อดขุ่นเคืองตัวเองไม่ได้

            ตอนนี้ในใจของอัลเล็นหงุดหงิดไม่ใช่น้อย ที่จู่ๆ ก็มีผู้หญิงหน้าไม่อายเข้ามาบอกว่ามีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย เห็นว่าเคยรู้จักกับคนสนิทมาก่อน บอกว่าเคยได้พบกันมาก่อนครั้งหนึ่ง แล้วเอ็ดก็หลงเชื่อว่าฝ่ายนั้นเคยได้นอนกับเขามาก่อน รีบพาผู้หญิงคนนั้นเข้ามาพบ แล้วเป็นยังไงล่ะ สุดท้ายก็เป็นเรื่องโกหกทุกอย่าง คิดหรือ ว่าแค่ความสวยจะทำให้ทุกอย่างราบรื่นได้

            อัลเล็น วิกเกอร์ ไม่ใช่เด็กอมมือที่จะตะกละตะกลามกินไม่เลือก เมื่อมีอาหารมาวางตรงหน้าหรอกนะ

            เขาไม่ได้อดอยากทั้งยังเป็นคนช่างเลือกอีกต่างหาก ผู้หญิงพวกนั้นเป็นเพียงเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ชิ้นหนึ่งเท่านั้น ไม่ได้มีความหมายใดๆ มากกว่านั้นเลยแม้แต่น้อย

            “เอ่อ นายครับ”

            สติของอัลเล็นกลับมาหลังจากที่กระจัดกระจายเพราะความโกรธจากผู้หญิงคนนั้น เขาหันไปมองคนสนิทที่เดินเข้ามาหน้าตาไม่ค่อยสู้ดี

            เอ็ดก้มหน้าไม่กล้าสบตากับเจ้านาย เพราะรู้ว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งก้าวล้ำเส้นที่เจ้านายขีดไว้ และตอนนี้อัลเล็นก็หงุดหงิดเอาเรื่องมากด้วย ซึ่งตัวเองนี่แหละ ที่พาผู้หญิงคนนั้นเข้ามาพาพบ ช่วงนี้เขาเองก็แทบไม่ได้พักผ่อน อะไรๆ ถาโถมเข้ามาในคราวเดียวเลยตั้งรับแทบไม่ทันเหมือนกัน จนเกิดข้อผิดพลาดขึ้นมาจนได้

            “ร่างสัญญาใหม่ ฉันต้องการสัญญาที่รัดกุมมากกว่านี้” อัลเล็นบอกกับคนสนิท นึกอยากจะอาละวาดแต่สถานที่ก็ไม่อำนวย ถ้าเสียงดังไปก็จะทำให้คนป่วยตื่นขึ้นมางอแงอีก

            “ครับ ผมขอโทษด้วย ที่ไม่ทันคิดว่าผู้หญิงคนนั้นโกหกว่าเป็นคนรู้จักของนาย”

            ตอนนี้เอ็ดเชื่อแล้วจริงๆ ว่ามารยาหญิงน่ะ น่ากลัวเป็นที่สุด

            “ฉันไม่ต้องการการนัดพบพูดคุยนอกจากที่ฉันเป็นคนกำหนดเอง แล้วก็ต้องการความเป็นส่วนตัวที่สุด เลือดของพวกเธอต้องกรุ๊ปเดียวกับยิหวาด้วย” อัลเล็นสั่งการลูกน้อง โดยที่ไม่ทราบว่าหวันยิหวานั้นได้ยินหมดทุกอย่าง

            หวันยิหวาอดแปลกใจไม่น้อย ที่อัลเล็นเปลี่ยนไปจากคนเดิมที่เคยได้เจอ เดาไม่ออกว่าบุคลิกใดกันแน่ที่เป็นตัวตนที่แท้จริงของเขา

            คนที่ป่วยอยู่พยายามจะแอบฟังทั้งสองคนคุยกันให้มากที่สุด แต่ด้วยความง่วงและความอ่อนเพลียก็รุมเร้าจนหมดเรี่ยวแรง

            ท้ายที่สุดหวันยิหวาก็หลับไปโดยที่รู้สึกสบายใจมากกว่าเดิม ที่ได้รู้ว่าอัลเล็นไม่ได้ทรยศต่อตัวเอง แม้จะเป็นแค่การรับผิดชอบ แต่เขาก็ให้เกียรติเธอมากจนเธอเริ่มจะไว้ในใจตัวเขามากขึ้น แม้มือคู่นั้นจะไม่อบอุ่นนัก แต่ก็ช่วยคลายความเหน็บหนาวในหัวใจได้อย่างน่าอัศจรรย์

 

 

            “ฉันไม่ต้องการแม่อุ้มบุญ

            หวันยิหวาตัดสินใจพูดกับอัลเล็นอีกครั้ง หลังจากที่กินยาเตรียมตัวจะนอนเหมือนเช่นคืนผ่านๆ มาในโรงพยาบาลสุดหรู ซึ่งเธอเริ่มจะชินกับมันมากขึ้นทุกทีแล้ว

            “ว่าไงนะ” อัลเล็นทวนเสียงอย่างไม่เข้าใจ เริ่มหงุดหงิดขึ้นมาเล็กน้อย เขาพยายามทำทุกอย่างเพื่อเธอ แต่ดูเหมือนหวันยิหวาจะไม่ชอบอะไรเลยสักอย่าง

            “ฉันบอกว่า ฉันไม่ต้องการแม่อุ้มบุญ ขอร้องล่ะนะคะ ฉันอยากมีลูกก็จริง แต่ในเมื่อฉันมีไม่ได้ ฉันก็ไม่อยากจะฝืนธรรมชาติ” เธอบอกเสียงแหบพร่า และสบตากับเขาตรงๆ เพื่อบ่งบอกความแน่วแน่

            “ผมเป็นคนทำให้คุณเป็นแบบนี้นะ ผมต้องรับผิดชอบ” อัลเล็นพูดเสียงแข็ง ปิดแฟ้มงานในมือลงเต็มแรง ชักจะหัวเสียขึ้นอีกแล้ว

            “ถ้าการรับผิดชอบของคุณคือวิธีการนี้ ฉันก็ไม่ต้องการ”

            “ยิหวา” ชายหนุ่มเรียกชื่อเธอเสียงเข้ม

            นัยน์ตาสีเหล็กกล้ามองสบตาดวงตากลมโตอย่างไม่เข้าใจ ก็ในเมื่อเธอพร่ำบอกเขาทุกวันว่ายากจะมีลูก และเขาก็กำลังพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้เธอสมปรารถนา แล้วเหตุใดหวันยิหวาถึงคัดค้านกับสิ่งที่เขากำลังจะมอบให้เล่า ไม่เข้าใจเลยจริงๆ

            “ฉันอยากได้ลูกก็จริง แต่ถ้าเด็กคนนั้นไม่ใช่เด็กที่ฉันอุ้มท้องเอง ฉันก็ไม่ต้องการ” หวันยิหวาอยากร้องไห้ ทำไมเรื่องง่ายๆ แค่นี้อัลเล็นถึงไม่ยอมเข้าใจเลย

            มันไม่ใช่เรื่องที่จะเข้าใจยากเลยจริงๆ

            “แต่ก็ใช้ไข่ของคุณได้นี่ เด็กคนนั้นจะเป็นลูกคุณร้อยเปอร์เซ็นต์ เชื่อผม” เขาเถียงอย่างไม่ลดละ ไม่เคยมีใครเอาชนะได้มาก่อน และคนที่ชนะต้องเป็นอัลเล็น วิกเกอร์ คนนี้คนเดียวเท่านั้น

            หญิงสาวถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยล้า เธอเบือนสายตาหนีจากใบหน้าหล่อเหลาของสามีตามพฤตินัยอีกหน ไม่รู้จะอธิบายให้เขาเข้าใจยังไงดี

            “ทางวิทยาศาสตร์น่ะใช่ เขาอาจจะเป็นลูกของฉันจริงๆ แต่ความรู้สึกมันไม่เหมือนกัน ฉันไม่ได้อุ้มท้องแก และบางทีแม่อุ้มบุญอาจจะมาทวงลูกคืนไป แล้วถ้าเป็นอย่างนั้นฉันจะไม่เสียใจมากกว่าที่เป็นอยู่เหรอคะ” หวันยิหวาถามเสียงแหบเครือ และเห็นเขาโบกมือไม่รับฟัง

            “ผมจัดการเตรียมพร้อมเรื่องนี้แล้ว คุณไม่ต้องห่วง ไม่มีทางที่เรื่องนั้นจะเกิดขึ้น ผมสัญญาด้วยชื่ออัลเล็น วิกเกอร์ เลย

            หวันยิหวาโกรธจนพูดไม่ออก ได้แต่มองใบหน้าหล่อเหลานั้นพลางคิดในใจว่าเขาช่างไร้หัวจิตหัวใจเหลือเกิน ถ้าบอกว่าเธอต้องการหุ้นส่วนบริษัทของเขา แน่นอนว่าอัลเล็นต้องเซ็นยกให้อย่างไม่ลังเล แต่ทั้งหมดนั่นก็เป็นเพราะว่าต้องการจะรับผิดชอบเท่านั้น

            มันไม่ใช่ความรักเลย

            “คุณนอนพักเถอะ พรุ่งนี้คุณต้องได้รับการตรวจร่างกายว่าเซลล์ไข่ของคุณยังแข็งแรงดีอยู่ไหม นอนพักให้มากๆ อย่าคิดมากเลย” มาเฟียหนุ่มไม่อยากให้เธอต้องคิดมากจนล้มป่วยอีก ดังนั้นจึงตัดบทการสนทนาและประคองให้คนป่วยนอนลงกับเตียง

            หวันยิหวาร้องไห้ออกมาอย่างสุดทน เมื่อเขาไม่เข้าใจความรู้สึกและความต้องการที่แท้จริงของเธอเลย

            “นอนพักซะ จะได้หายไวๆ” อัลเล็นเองก็สงสารนัก แต่สิ่งที่เขาทำอยู่ก็เพื่อเธอทั้งนั้น

            “คุณมันใจร้ายใจดำ คุณมันไม่มีหัวใจเอาซะเลย ฮึก” เสียงหวานใสสั่นสะอื้น และเสียงนั้นก็บาดหัวใจที่แข็งกระด้างของอัลเล็นไม่น้อย

            “ฉันไม่ต้องการแบบนี้คุณเข้าใจไหม”

            “แล้วคุณต้องการอะไร ในเมื่อคุณบอกผมปาวๆ ว่าคุณอยากมีลูก ให้ตายเถอะ เห็นว่าผมยอมลงให้คุณใช่ไหม ถึงได้ทำท่าแบบนี้ใส่ผมน่ะ หวันยิหวา”

            “เอาล่ะ ฉันจะนอนแล้ว จบเรื่องเมื่อไหร่ฉันจะได้ไปให้พ้นหน้าคุณเสียที” หวันยิหวายอมแพ้จากนั้นก็นอนหันหลังให้อัลเล็นทันที

         เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้ากระแทกเดินออกไปจากห้องพัก คนเจ็บทั้งกายทั้งใจอย่างหวันยิหวาก็สะอื้นขึ้นมาสุดเสียง อัลเล็น วิกเกอร์ ใจร้ายเหลือเกิน ทำไมเขาถึงได้เป็นถึงขนาดนี้กัน ไม่รู้เลยหรือว่าเธอเสียใจเจียนจะขาดใจตายอยู่แล้ว

            ถึงจะมีลูกจริงๆ แต่เด็กคนนั้นก็ไม่ได้มาจากการอุ้มท้องของตัวเอง จึงกลัว กลัวว่าแม่ที่อุ้มท้องมาอีกคนจะพรากทุกสิ่งทุกอย่างไป แล้วมันผิดหรือที่เธอจะกลัวน่ะ

 

 

         ทางด้านอัลเล็นก็โกรธจนหัวฟัดหัวเหวี่ยง เขากลับมาที่บ้านใหญ่อย่างฉุนเฉียวเ อยากให้ลิลี่หลานสาวสุดที่รักมากอดคลอเคลียให้หายหงุดหงิดใจ แต่ลิลี่เข้านอนไปแล้ว มีเพียงแอนเดรียนพร้อมกับลูกชายและภรรยากำลังนั่งอยู่ในห้องโถงของบ้าน ส่วนคนอื่นๆ นอนพักผ่อนกันหมดแล้ว

            “กลับบ้านเป็นด้วยนะอัลเล็น” แอนเดรียนเอ่ยเย้าผู้เป็นพี่ชาย

            หลังจากที่ออมขวัญผู้เป็นภรรยาคลอดลูกแล้ว เขาพาเธอย้ายมาอยู่ที่ฮ่องกง เพราะไม่มีใครมีประสบการณ์เลี้ยงเด็กมาก่อน ดังนั้นจึงพาลูกและภรรยากลับมาที่ฮ่องกง ซึ่งปกฉัตรเองก็ยินดีอย่างมากที่จะได้ช่วยเลี้ยงหลาน และจะได้ช่วยลดภาระของออมขวัญด้วย

            “ว่าจะมาหาลิลี่น่ะ แล้วนี่ยังไม่นอนกันเหรอ” อัลเล็นทรุดตัวลงนั่งบนโซฟา มองไปยังเด็กตัวเล็กในอ้อมกอดของออมขวัญตาไม่กะพริบ

            เรื่องที่เขารับเลี้ยงหวันยิหวายังไม่มีใครรู้ และเขายังไม่ต้องการให้ทางบ้านทราบเรื่องในตอนนี้ด้วย

            “อืม เอเดลมักจะตื่นช่วงนี้น่ะ ออกมาเปลี่ยนบรรยากาศจะได้เลิกโยเย อาการโคลิค[1] น่ะ แต่ไม่เป็นอะไรมากแล้ว” แอนเดรียนอธิบาย

            หนุ่มน้อยเอเดลนั้นเป็นโคลิคแต่ไม่รุนแรง แต่ช่วงนี้ก็เริ่มจะกลับมาเป็นปกติแล้ว ทั้งเขาและภรรยาต้องเอาใจใส่อย่างใกล้ชิด อย่างตอนนี้ก็ต้องพามาเดินเล่นจนสงบก่อนจะพากลับเข้านอน

            “เป็นโคลิคเหรอ อันตรายไหม” อัลเล็นถามอย่างเป็นห่วง เขาไม่ทราบเรื่องนี้มาก่อนเลยจริงๆ

            “เพิ่งมาเป็นน่ะ หมอบอกว่าส่วนมากจะหายไปเองหลังจากอายุสามเดือนแล้ว นี่เอเดลจะสามเดือนกลับมาเป็นเอาตอนนี้ ก็แปลกใจอยู่เหมือนกัน” แอนเดรียนบอกกับพี่ชาย

            ในตอนแรกก็กลัวมาก เกรงว่าลูกชายจะป่วยหนัก เพราะทราบดีว่าตัวเองทำให้แม่และลูกห่างกันอยู่เกือบสองสัปดาห์ตอนที่มาจัดงานแต่งงานที่นี่ และเขาก็สัญญาว่าจะดูแลลูกชายและภรรยาให้มากกว่าเดิม

            “ตอนนี้แกไม่เป็นไรแล้วค่ะ อาการโยเยหายไปมากแล้วล่ะค่ะ” ออมขวัญส่งยิ้มให้อัลเล็นที่ทำหน้าตกใจเป็นห่วงมาก

            เมื่ออัลเล็นเห็นท่าทางของออมขวัญที่โอบประคองเด็กน้อยไว้ในอ้อมแขนและส่งยิ้มอย่างอ่อนโยน ก็อดที่จะคิดถึงหวันยิหวาไม่ได้

            “ขอถามอะไรหน่อยได้ไหม” อัลเล็นเอ่ยถามกับออมขวัญที่กำลังพูดหยอกเล่นกับลูกน้อยอย่างเพลิดเพลิน

            “ได้ค่ะ” ออมขวัญเงยหน้าและส่งยิ้มให้พี่ชายสามี

            “ตอนท้องน่ะ เครียดไหม รู้สึกแย่หรือลำบากอะไรไหม”

            เมื่อมีคุณแม่มือใหม่อยู่ในบ้าน อัลเล็นก็คิดว่าคงจะช่วยให้คำตอบเรื่องของการตั้งท้องได้ดีมากกว่าใคร

            “เครียดก็มีเหมือนกันค่ะ” ออมขวัญเงยหน้าและส่งยิ้มให้สามี ที่กำลังมองเธอด้วยความห่วงใย

            “แต่ผู้หญิงทุกคนมีสัญชาตญาณความเป็นแม่อยู่ในตัวทุกคน ดังนั้น ไม่ว่าจะรู้สึกลำบากกายไปบ้าง เหนื่อย หรือเครียดๆ แต่ว่าฉันยินดีมากค่ะที่มีแกอยู่ในท้อง” เธอพูดพลางมองหน้าอัลเล็น พี่เขยคนนี้คงมีเรื่องกลุ้มใจอยู่ เพราะเห็นจากแววตาและน้ำเสียงที่ดูกลัดกลุ้มกังวลเหลือเกิน

            คำตอบของออมขวัญช่วยให้อัลเล็นกระจ่างในหลายๆ เรื่อง เขามองหลานชายตัวเล็กจากนั้นก็ถอนหายใจ

            “ทำท่าเหมือนไปทำใครท้องมาเลยนะอัลเล็น

            แอนเดรียนจับสังเกตได้ว่าพี่ชายมีอาการแปลกๆ จึงได้พูดออกไป และทำให้อัลเล็นสะดุ้งโหยงทันที รีบปรับสีหน้าและแววตาเสียใหม่

            “จะบ้าเหรอ งั้นไปล่ะ ไม่กวนแล้ว” พูดจบอัลเล็นก็ลุกขึ้นยืนและเดินออกมา ก่อนจะถูกซักไซ้จนความแตกเอา

            “แต่นี่มันจะห้าทุ่มแล้วนะ มาถึงนี่แล้วจะไม่ค้างที่บ้านเหรอ ดึกมากแล้วนะ จะไปนอนที่ไหนล่ะ” แอนเดรียนตะโกนไล่หลังพี่ชายไป แต่อัลเล็นแค่โบกมือให้น้องชายเท่านั้น

            “ต้องมีอะไรแน่ๆ ชักอยากจะรู้แล้วสิ” แอนเดรียนลูบปลายคางอย่างใช้ความคิด จากนั้นก็หัวเราะออกมาเบาๆ เพราะท่าทางของพี่ชายมีพิรุธอย่างชัดเจน

            ออมขวัญมองสามีแล้วก็คิดว่าเขากำลังวางแผนอะไรไว้ในใจเป็นแน่ ถ้าสามีทำตาแบบนี้เมื่อไหร่ รับรองได้ว่าต้องมีบางอย่างเกิดขึ้นแน่

            “คุณแอนเดรียนจะทำอะไรคะ อย่าทำอะไรไม่ดีนะคะ” เธอเตือน ไม่อยากให้สามีไปใจร้ายกับใครอีก

            “ผมไม่ทำหรอก แต่จะให้แอชเชอร์ทำต่างหาก ฮึๆ” ได้ยินเสียงหัวเราะที่แสนเจ้าเล่ห์ของสามีแล้วออมขวัญก็ส่ายหน้าอย่างระอาใจ ขนาดพี่ชายยังไม่เว้น แล้วภรรยาที่ไม่มีทางสู้อย่างเธอเลยจะชนะเขาได้ยังไงกัน

 

 

            อัลเล็นตื่นขึ้นมาอีกครั้งหลังจากที่กลับมาถึงห้องพักเพนต์เฮาส์ที่โรงแรมกลางดึก เพราะไม่อยากไปรบกวนหวันยิหวาที่โรงพยาบาลเลยแอบหลบมาพักคนเดียวเงียบๆ มองเวลาที่นาฬิกาแขวนผนังแล้วก็ตกใจเมื่อเวลาล่วงเลยเกือบเที่ยงวันแล้ว

            “ให้ตายเถอะ” เขาสบถออกมา จากนั้นก็วิ่งเข้าห้องน้ำ อาบน้ำชำระร่างกายก่อนจะใส่เสื้อผ้าลวกๆ ก่อนจะเดินออกมาอย่างหัวเสีย

            “แจ็ค ทำไมไม่ปลุกฉัน” เขาหาเรื่องคนสนิทก่อนเป็นอันดับแรก

            แจ็คเองก็มึนงงไม่น้อย เพราะปกติแล้ววันอาทิตย์เจ้านายมักจะตื่นสาย ไม่อนุญาตให้ใครรบกวน แต่พอเห็นดวงตาวาวเรืองของเจ้านายแล้ว เขาก็หุบปากไม่กล้าจะเอ่ยอะไรออกไป

            “ไปโรงพยาบาล บ้าเอ๊ย วันนี้ยิหวาตรวจร่างกาย” เขาบ่นอย่างหัวเสีย และแจ็คก็คิดขึ้นมาได้เช่นกัน

            ปกติตารางงานต่างๆ มักจะเป็นเอ็ดที่รู้กำหนดการทุกเรื่องเป็นอย่างดี เขาก็ไม่ค่อยได้รู้อะไรเท่าไหร่เสียด้วย เพราะมีหน้าที่คุ้มกันเจ้านายข้างกายตลอดเวลาเท่านั้น

            “ขอล่ะ อย่าเพิ่งทำอะไรหวันยิหวาเลยนะ” อัลเล็นคิดอย่างร้อนใจ ขณะที่ก้าวเท้าเดินไปที่ลิฟต์อย่างเร่งรีบ แจ็คเองพอจะรู้ว่าตอนนี้เจ้านายกำลังร้อนรน จึงเงียบเพื่อไม่ให้อัลเล็นได้หัวเสียมากไปกว่านี้

            เมื่อมาถึงโรงพยาบาลอัลเล็นมุ่งไปห้องพักของหวันยิหวาก่อนเป็นอันดับแรก เมื่อไม่พบเธอยู่ในห้อง เขาจึงเดินไปห้องตรวจแผนกสูตินารีเวชทันที

            “บ้าเอ๊ย” เขาสบถอย่างหัวเสียไม่เลิก ได้เจอเอ็นกังวลยืนรออยู่นอกห้องตรวจพอดี อีกฝ่ายคงจะมาคอยตามดูแลหวันยิหวา

            “เอ็ด” ไม่รอช้า เขาเรียกที่ปรึกษาของตัวเองทันที

            “ครับนาย

            “ยิหวาเข้าไปนานหรือยัง” อัลเล็นถามอย่างร้อนใจ และแทบจะผลักประตูเข้าไปเลยด้วยซ้ำ

            “ราวๆ สองชั่วโมงแล้วครับ

            “บ้าเอ๊ย” ร่างสูงของอัลเล็นวนเวียนอยู่ด้านนอกอย่างร้อนใจ กลัวว่าหวันยิหวาจะเป็นอะไรไป มากกว่าเรื่องอื่นใด ก่อนหน้านี้เขาได้คุยกับนายแพทย์หยางเรื่องจะทำการอุ้มบุญเอาไว้ด้วย กลัวว่าตอนนี้

            อัลเล็นคิดได้เท่านี้ก็กลัวอย่างบอกไม่ถูก ตัดสินใจเดินเข้าไปในห้องตรวจทันทีอย่างร้อนใจ

            ขณะนั้นในห้องตรวจก็กำลังยืนยันผลการตรวจร่างกายของคนไข้สาวที่กำลังสะลึมสะลือตื่นอยู่ เธอยังไม่ทันจะได้ลืมตาเต็มตา อัลเล็นก็โผล่พรวดเข้ามาอย่างเสียมารยาท และไม่มีใครห้ามเขาทัน

            “ลุงหมอ! ผมไม่เอาแล้ว ไม่ทำแล้ว ไม่ต้องทำแล้ว” อัลเล็นร้อนใจจนพูดจาไม่เป็นประโยค เขาหันไปเจอหวันยิหวากำลังลืมตาอย่างอ่อนล้า ก็รีบถลาเข้าไปประคองไหล่เธอไว้ทันที

            “ลุงหมอ พอแล้ว อย่าทำเลย ผมไม่อยากให้เธอทำแล้ว” อัลเล็นยังโวยวายไม่เลิก ในเวลาเดียวกัน นางพยาบาลทั้งหลายก็ตกใจ เมื่อเห็นเจ้าของหุ้นส่วนเกือบทั้งหมดของโรงพยาบาลเข้ามาในห้องตรวจอย่างกะทันหัน ร้องโวยวายเรื่องอะไรก็ไม่ทราบได้

            “ใจเย็นๆ คุณอัลเล็น เราแค่ตรวจร่างกายของคนไข้เท่านั้น ไม่ได้คิดจะเอาไข่ของเธอมาตอนนี้” นายแพทย์หยางดึงหน้ากากอนามัยที่ปิดหน้าออก ส่งยิ้มให้อัลเล็นที่รีบร้อนเข้ามาหน้าตาตื่น

            ผมเผ้าก็ยับยุ่งไม่เป็นทรง เสื้อก็กลัดกระดุมไม่ถูก อาการรีบร้อนแบบนี้คงเข้าใจว่าว่าจัดการทำอะไรเสร็จหมดแล้วกระมัง มันไม่ง่ายขนาดนั้นหรอกนะ คิดแล้วก็อดขำไม่ได้ เมื่อเห็นอัลเล็น วิกเกอร์ ผู้สง่างามทุกอย่างกลายเป็นคนใจร้อนไร้เหตุผลไม่ฟังอะไรทั้งสิ้น

            ดูท่าแล้ว หวันยิหวาคนนี้ต้องเป็นคนที่แสนสำคัญอย่างไม่ต้องสงสัยเลย

         “พรุ่งนี้ก็ทราบผลร่างกายของคนไข้แล้ว จะพาภรรยากลับไปนอนพักก่อนไหม คุณอัลเล็น”

 

 

            “ขอโทษนะ ที่ผมไม่ได้เข้าใจจิตใจของคุณเลย ขอโทษจริงๆ”

            อัลเล็นบอกกับหวันยิหวาอย่างลุแก่โทษ เมื่อกลับมาถึงห้องพักฟื้นของเธอเรียบร้อยแล้ว

            เมื่อคืนหลังจากที่กลับมาจากบ้านใหญ่ เขาก็คิดมาตลอดว่าจะไม่ทำเรื่องแม่อุ้มบุญอีกแล้ว และไม่อยากจะให้หวันยิหวาต้องมาทำอะไรแบบนี้แล้วด้วย ตั้งใจว่าจะมาหาเธอแต่เช้า ตั้งใจจะบอกกับแพทย์เจ้าของไข้ว่าขอล้มเลิกเรื่องการอุ้มบุญลูกของเขา

            แต่เพราะว่าต้องดูแลคนป่วยติดๆ กันหลายวัน ทำให้ร่างกายพักผ่อนไม่เพียงพอ เมื่อคืนเลยหลับนานกว่าปกติ ตื่นอีกทีก็เกือบเที่ยงแล้ว

            “ผมไม่ทำแล้วล่ะเรื่องแม่อุ้มบุญ มันคงทำให้คุณรู้สึกแย่

            ขนาดว่ายังไม่ได้อุ้มท้องลูกของเขา บรรดาคนที่จะมาคัดตัวเพื่ออุ้มบุญลูกก็ยังสร้างเรื่องให้ปวดหัวได้มากขนาดนี้ ถ้าได้อุ้มท้องทายาทวิกเกอร์จนคลอด รับรองได้ว่าชีวิตของเขายุ่งเหยิงมากแน่นอน

            “ฉันอยากจะมีลูกเอง” หวันยิหวาบอกเสียงเครือ หวังว่าเขาจะเข้าใจความรู้สึกของตัวเอง ที่ไม่ต้องให้ใครคนอื่นมาเป็นแม่อุ้มบุญให้ เชื่อว่าผู้หญิงส่วนมากก็ไม่ต้องการแบบนี้ด้วยกันทั้งนั้น

            ตอนที่ต้องไปตรวจภายในนั้น ก็ร้องไห้จนนางพยาบาลหลายคนต้องช่วยกันปลอบ ตอนนั้นก็คิดเหมือนกันว่าแพทย์อาจจะเอาไข่ของเธอไปเลย และรอที่จะผสมกับเชื้อของอัลเล็น จากนั้นก็เอาไปฝากให้ผู้หญิงคนอื่นมาอุ้มท้องแทนตัวเองที่ไม่สามารถมีลูกได้

            แค่คิดหวันยิหวาก็ร้องไห้สะอื้นเจียนจะขาดใจ ไม่ใช่ว่าเธอไม่ต้องการ ไม่ใช่ว่าเธอจะไม่รักเด็กคนนั้น ถ้าหากว่าเด็กคนนั้นได้ถือกำเนิดแล้วจริงๆ แต่ไม่ว่าอย่างไรก็อยากจะอุ้มท้องลูกด้วยตัวเองเท่านั้น

            เพราะไม่แน่ บางทีผู้หญิงคนที่เป็นฝ่ายอุ้มท้องลูกจะมาทวงลูกคืนไป ซึ่งกว่าจะตัดสินคดีความอะไรเรียบร้อย หัวใจคงเจ็บปวดเจียนจะขาดใจตายแน่

            “ผมขอโทษ อย่าร้องไห้เลย ไม่เอาๆ” ชายหนุ่มจับมือเธอไว้ ไม่รู้จะปลอบโยนเธอเช่นไรดี

            อัลเล็นใจเสีย ไม่คิดมาก่อนเลยว่าตัวเองจะเป็นคนที่ทำร้ายหวันยิหวามากกว่าใคร ยอมรับว่าคิดไม่ทัน ไม่ได้เข้าใจความรู้สึกของเธอเลย

            แค่คิดว่าถ้ามีลูก ความเจ็บปวดในใจของหวันยิหวาจะจางหายไป แต่กลับกลายเป็นว่าเขาฝากแผลใหญ่ไว้ในใจของเธอเสียนี่ เขานี่ช่างไม่เอาไหนเลยจริงๆ

            “ว่าแล้วเชียว พี่รองแอบมีผู้หญิงจริงๆ ด้วย มิน่าไม่ยอมกลับบ้านกลับช่อง” เสียงปริศนาดังขึ้นหลังจากแอบมองอยู่นานสองนาน ทั้งอัลเล็นและหวันยิหวาสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงนั้น

            อัลเล็นหันไปมองแล้วก็อ้าปากค้างเมื่อเห็นน้องชายคนที่สี่รองสุดท้ายของวิกเกอร์ทั้งห้า กำลังยืนยิ้มอยู่หน้าห้องพักฟื้นของหวันยิหวานั่นเอง

            “แอชเชอร์!

            “ไงพี่รอง แอบมีเมียตอนไหนอ่ะ ร้ายกาจจริงๆ พี่เรา ไหนบอกจะอยู่เป็นโสดจนตายไง”

            “เงียบซะ ก่อนที่ฉันจะฆ่านายแอชเชอร์!

 

 

            หลังจากที่ได้รู้เรื่องทั้งหมดแล้ว แอชเชอร์ก็หน้าเสียไปไม่น้อย เขาเห็นพี่สะใภ้นั่งหน้าซีดอยู่นานและตอนนี้หลับไปแล้ว อัลเล็นเล่าเรื่องว่าหวันยิหวาท้องและเพิ่งจะแท้งลูกไป แต่ไม่ได้บอกว่ามีเหตุการณ์อะไรที่ทำให้เกิดเรื่องแสนเศร้าเหล่านั้น แอชเชอร์ก็เข้าใจว่าหญิงสาวหน้าหวานคนนี้เป็นคนรักของพี่ชายและตอนนี้ไม่สามารถมีลูกได้ เนื่องจากว่าร่างกายของเธออ่อนแอมากนั่นเอง

            “แย่เลย พี่ก็บ้านะ จะให้คนอื่นมาอุ้มบุญแทนเมียตัวเอง ไม่สงสารพี่สะใภ้บ้างเลย

            คำพูดของแอชเชอร์ตรงกับความคิดของใครหลายคนทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นแจ็คหรือเอ็ดเอง อัลเล็นเห็นลูกน้องพยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของน้องชายตัวแสบ ก็ส่งสายตาพิฆาตให้ไปทันที

            “แล้วจะทำไงเล่า เธออยากมีลูกแต่มีไม่ได้” อัลเล็นถอนหายใจ มองดูร่างเล็กที่หลับสนิทบนเตียงอย่างเสียใจ

            เพราะตัวเองแท้ๆ เธอถึงได้มาเป็นแบบนี้ อัลเล็นได้แต่คิดหนักไม่รู้จะทำอย่างไรดีแล้วจริงๆ

            “เอ เหมือนว่าเรื่องแบบนี้เพื่อนผมจะเคยเล่าให้ฟังนะ เพื่อนผมคนนี้เป็นหมา เอ๊ย หมอสูติฯ ที่เมืองไทยน่ะ” แอชเชอร์คิดถึงเพื่อนรักที่เป็นคนไทย ตอนนี้เป็นแพทย์สูตินรีแพทย์ชื่อดัง และเป็นเพื่อนสนิทกันมาตั้งแต่เรียนอยู่ไฮสคูลที่อเมริกา

            ไม่รู้ว่าคบกันมาได้อย่างไร แต่คงเป็นเพราะนิสัยที่เฮ้วๆ เหมือนกัน จนทำให้ถึงทุกวันนี้เขาและเพื่อนก็ยังติดต่อกัน สนิทสนมกันเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน

            “หมอสูติฯ เหรอ” อัลเล็นถามด้วยความสงสัยอยากรู้

            “อื้อ มีอยู่เคสหนึ่ง ภรรยาก็แบบพี่สะใภ้นี่ล่ะ มดลูกบางมาก แต่บังเอิญว่าเธอท้องได้น่ะ มันก็บอกผมว่าโอกาสที่เซลล์ไข่จะหลุดออกมาตามผนังมดลูกที่กลายเป็นประจำเดือนมีเยอะมาก แต่สามีกับเธอสู้น่ะ เธออยู่ในโรงพยาบาลตลอดเลย ตั้งแต่เดือนแรกที่รู้ว่าท้อง แล้วเพื่อนผมก็ดูแลตลอด แบบว่านอนนิ่งๆ บนเตียงแบบนั้นเก้าเดือนเลย” แอชเชอร์เล่าให้พี่ชายฟัง

            ตอนแรกเขาก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากสำหรับเรื่องนี้ แต่เพราะว่าเพื่อนรักบอกว่าเรื่องนี้ประทับใจมาก เลยได้รับรู้มาด้วย และอดทึ่งกับความรักและความอดทนของสองสามีภรรยาคู่นั้นมาก

            “เก้าเดือน อยู่บนเตียงตลอดเลยน่ะนะ” อัลเล็นถามเสียงสูงอย่างตกใจ

            “ก็ใช่น่ะสิ ทั้งสองคนรักกันมากเลยนะ แล้วลูกก็สมบูรณ์ปลอดภัยด้วย” ผู้เป็นน้องชายบอก พลางยกแก้วกาแฟขึ้นดื่ม

            “พี่ไม่ลองเหรอ พี่รักพี่สะใภ้มากป่ะล่ะ ถ้ารักทำให้เธอท้องให้ได้ก่อน หลังจากนั้นก็พยายามดูแลเธอ อย่าให้ลุกเดินไปไหนเชียว พี่ทำได้ไหม”

            “ก็บอกว่ามดลูกเธอบาง แล้วเธอยังจะท้องได้เหรอ” อัลเล็นบอกอย่างเหนื่อยอ่อน เขาว่าตัวเองพูดทุกอย่างให้แอชเชอร์เข้าใจหมดแล้วนะ แต่ทำไมน้องชายของเขาถึงได้พูดไม่รู้เรื่องแบบนี้

            “พี่ ตอนแรกพี่บอกว่าพี่สะใภ้น่ะร่างกายไม่แข็งแรงอยู่ก่อนแล้วใช่ไหม มดลูกเธอผิดปกติตั้งแต่จะมาเจอพี่แล้วนี่ แต่เธอท้องไปแล้วรอบหนึ่งไม่ใช่เหรอ” แอชเชอร์บอกกับพี่ชายด้วยสีหน้าเซ็งๆ ไม่น้อย

            “แสดงว่าไข่เธอสมบูรณ์แข็งมาก อีกอย่างพวกเราก็ติดง่ายด้วยไม่ใช่เหรอ ดูอย่างพ่อกับแม่สิ มีลูกชายตั้งห้าคน พี่ใหญ่ก็มีฝาแฝดตั้งสองคู่ พี่สามไปเมืองไทยแป๊บเดียวกลับมาก็มีหลานมาฝากแล้ว พี่ก็เหมือนกัน ทำเค้าท้องไปรอบหนึ่งแล้ว ทำเค้าท้องอีกทีไม่เห็นจะยากอะไรเลย”

            คำพูดของแอชเชอร์ ทำให้อัลเล็นรู้สึกเหมือนมีความหวังอีกครั้ง นัยน์ตาของเขาวาววับเป็นประกายขึ้นมาทันที

            “แต่ว่าถ้าพี่สะใภ้ท้องอีกที พี่และเธอจะเหนื่อยมากเลยนะ พี่พร้อมจะดูแลเธอไหมล่ะ

            อัลเล็นหันไปมองหญิงสาวอีกครั้ง ไม่มีใครรู้ว่าตอนนี้เขากำลังคิดอะไรอยู่ในใจ แต่ดวงตาของอัลเล็นนั้นมีบางอย่างกำลังลุกโชน

 

 

         หวันยิหวาถูกพาตัวกลับไปยังโรงแรมของอัลเล็นในเวลาต่อมา ก่อนที่จะกลับมาที่นี่นั้น เธอถูกจีบฉีดยาหลายเข็มจนแขนปวดแทบจะยกไม่ขึ้น ผลตรวจร่างกายของเธอก็ออกมาแล้วด้วย สุขภาพเธอปกติดีทุกอย่าง เว้นก็แค่ผนังมดลูกที่บางกว่าปกติเท่านั้น ตอนแรกแพทย์คิดว่าถ้าขูดมดลูกของเธอออกอาจจะทำให้ติดเชื้อได้ง่ายกว่าปกติ แต่ตอนนี้ปกติดีทุกอย่าง ซึ่งก็ได้ยามาหลายอย่างเพื่อให้สุขภาพแข็งแรงยิ่งกว่าเดิม

            พักหลังที่ผ่านมานี้หวันยิหวามักจะสังเกตว่าสามีที่ไม่ได้เต็มใจจะมี เอาแต่มองปฏิทิน กากบาทวันที่เอาไว้ และวันนี้ก็มาถึงวันที่เขาทำเครื่องหมายไว้แล้วด้วย แม้อยากจะรู้ว่าทำไม แต่ก็กลัวจนไม่กล้าถาม

            น่าแปลกใจอีกอย่าง เมื่อได้มาอยู่ด้วยกันตามลำพัง อัลเล็นเปลี่ยนไปเป็นคนละคน เขาดีด้วยทุกอย่าง ไม่เหลือความหยาบคายร้ายกาจที่เคยมี ซ้ำยังรู้ด้วยว่าเธอชอบหรือไม่ชอบอะไร แม้กระทั่งเครื่องดื่มหรือของว่างเล็กๆ น้อยๆ ก็ไม่ขาดตกบกพร่อง

            โดยเฉพาะขนมมาการองที่แสนอร่อย เผลอแค่แป๊บเดียวน้ำหนักก็เพิ่มขึ้น เหมือนว่าสุขภาพเองก็แข็งแรงมากกว่าเดิมอีกด้วย

            ค่ำวันนี้ก็เหมือนกับทุกวัน นอกจากอาหารแสนอร่อย ของหวานหลังของคาว และยาที่ต้องกินประจำ ก็มีแก้วยาบางอย่างที่ดูไม่น่าไว้ใจเอาซะเลย

            “ไม่อยากหายไวๆ เหรอ นี่เห็นไหม ว่าผมก็กิน” อัลเล็นปลอบ แต่ขึ้นชื่อว่ายาหวันยิหวาก็จำต้องรับมาอย่างไม่เต็มใจ

            “ดื่มหน่อยนะ” สายตาของอัลเล็นเข้มขึ้น เพื่อบอกว่าต้องดื่มมันให้หมด ทำให้หวันยิหวาหน้างอง้ำไม่พอใจ แต่เธอดื่มมันลงคอด้วยความทรมานและเห็นว่าอัลเล็นเองก็ดื่มด้วยเช่นกัน

            “ขมมากเลยค่ะ” ใบหน้าหวานเบ้หลังจากที่ดื่มลงคอได้ไม่กี่อึก หวันยิหวาวางแก้วยาลงแล้วคว้ามาการองเข้าปากเพื่อดับรสชาติขมเฝื่อนในปาก อัลเล็นยิ้มน้อยยิ้มใหญ่พอใจที่เธอยอมว่าง่ายเป็นเด็กดี

            แค่ไม่นาน หวันยิหวาพบว่าร่างกายร้อนรุ่มผิดปกติ เธอมองหน้าสามีตามพฤตินัยด้วยความตกใจ เมื่อชายหนุ่มเข้ามาโอบกอดลูบไล้ร่างกายตัวเอง ไม่บอกก็รู้ว่าตอนนี้อัลเล็นอยู่ในอารมณ์ไหน สติเหมือนจะเตลิดไปกับสัมผัสเหล่านั้นด้วย พาให้ตกใจกลัวอย่างบอกไม่ถูก

            “อย่าคิดมาก ไม่ใช่ยาเลิฟหรอก เป็นยากระตุ้นจากสมุนไพรจีนน่ะ” เขาปลอบให้หายกังวล เมื่อรู้ว่าหวันยิหวากำลังกลัวอยู่ พาภรรยานอนบนเตียง ตั้งใจจะทำให้เธอตั้งท้องได้อีกครั้งหนึ่ง

            “เดี๋ยวนะคะ ฉันเพิ่ง เพิ่งจะ” หวันยิหวาสั่นไปหมด เมื่อเห็นความต้องการจากแววตาของสามีอย่างชัดเจน

            “คุณพักฟื้นได้เกือบเดือนแล้ว วันนี้เป็นวันไข่ตกของคุณด้วย เชื่อเถอะว่ารอบนี้คุณต้องท้องแน่ๆ”

            “ฮะ!?” หวันยิหวาอุทานออกมาอย่างตกใจ เพราะไม่คิดมาก่อนว่าสามีกำลังนับวันรอจะมีอะไรกับตัวเอง มันน่ากลัวเกินไปแล้วนะ

            “ไม่เอา ฉันไม่เอาแบบนี้” เธอกลัวที่จะต้องสูญเสียอีกครั้ง รีบดิ้นหนีเป็นการใหญ่ คิดหรือว่าจะมีลูกด้วยกันได้ง่ายๆ แบบนั้น แล้วยังกลัวความรู้สึกของตัวเองมากด้วย ดังนั้นเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีจึงออกแรงผลักร่างสูงใหญ่ แล้วก็รีบวิ่งหนีจากอัลเล็นทันที

            “ยิหวา หยุดนะ ยาจะทำงานแล้วนะ คุณออกไปแบบนั้นไม่ได้นะ ข้างนอกกำลังมีงานเลี้ยง” อัลเล็นสบถอย่างหัวเสียแต่ก็ไม่ทัน ร่างเล็กของหวันยิหวาวิ่งหนีออกไปแล้ว ขณะที่ร่างกายของเขาก็เริ่มจะร้อนรุ่มมากขึ้นแล้วเช่นกัน

            “บ้าเอ๊ย ถ้าเกิดเจอพวกบ้ากามเข้าล่ะ ยัยเด็กโง่นี่!

 



[1] โคลิค (Colic หรือ Baby colic) หมายถึง การที่เด็กร้องกวนเป็นเวลาเย็นๆ หรือดึก โดยส่วนใหญ่เด็กมักร้องในช่วงเวลา 6 โมงเย็นถึง 4 ทุ่ม อาการโคลิคมักเกิดขึ้นในเด็กอายุ 2-4 สัปดาห์ และหายไปเมื่ออายุได้ 3 เดือน เด็กแต่ละคนอาจมีอาการมากน้อยแตกต่างกัน พบได้ร้อยละ 20 ของเด็กทั้งชายและหญิง




นิยายเรื่องนี้หมดสัญญากับทางสำนักพิมพ์สมาร์ทบุ๊คแล้วค่ะ

มู่เลยเอามาทำ E-Book เองค่ะ มู่ขอฝากเอาไว้ด้วยนะคะ


ซื้อ E-Book ได้โดยการกดที่รูปปกใหม่ด้านบนได้เลย

หรือจะตรงนี้ก็ได้ค่ะ

หรือ >>Click!!<<




 


Song :: In The Moonlight - Jeon Su Yeon

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 159 ครั้ง

156 ความคิดเห็น

  1. #2176 princess-Fah (@princess-fah) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2561 / 21:16
    ผู้ชายบ้านนี้เขาขาดๆเกินๆจริงๆนะคะ 5555555
    #2176
    0
  2. #2175 princess-Fah (@princess-fah) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2561 / 21:15
    ผู้ชายบ้านนี้เขาขาดๆเกินๆจริงๆนะคะ 5555555
    #2175
    0
  3. #1517 ฤดูใบไม้ผลิ ^^ (@prino) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 มีนาคม 2555 / 16:38
    คู่นี้น่าสงสารจัง เจอแต่เรื่องร้ายๆ สู้ๆ น้า ^^
    #1517
    0
  4. #1516 มริสรา (@time15) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2555 / 14:07
    จาเศร้าไปไหนยะ
    #1516
    0
  5. #1515 Doll_lucky (@luckypuzz) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2555 / 21:30
    แง  อย่าให้ยิหวาแท้งนะเจ๊
    #1515
    0
  6. #1514 Doll_lucky (@luckypuzz) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2555 / 21:29
    แง  อย่าให้ยิหวาแท้งนะเจ๊
    #1514
    0
  7. #1513 NUT_MINJUN (@nutcha77) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2555 / 21:10
    พี่มู่เรามาร่วมกลุ่มกันเถอะ
    เราไม่ไหวเหมือนกันไอจนปวดท้องแล้วอ่ะ
    แถมกินยาเปลี่ยนมาสามชนิดแล้วยังไม่หาย
    อาทิตย์หน้าจะสอบแล้ว ตายแน่ๆๆฉัน
    อัลเล็นอย่าเป็นอะไรไปนะ
    ต้องกลับมาหายิหวาให้ได้นะอันเล็น
    #1513
    0
  8. #1512 Wang# BOOM <naikul> (@punwang) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2555 / 00:59
    อ่า...
    เป็นเรื่องหนุ่มเกาะชาวฟาร์มจริงๆ ด้วย 
    555555555555555555
    #1512
    0
  9. #1511 koong-Gyu Hyun (@koong-kimbom) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2555 / 15:55
    หายไปไหนอีกแล้ว
    #1511
    0
  10. #1510 saochu (@walak462) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2555 / 21:47
    มูมู่จัง.....หายไปไหนเนี่ย
    #1510
    0
  11. #1509 GeniE (._. )CookiE ( ._.) (@neyon555) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2555 / 21:09
    เร่ืองราวมีมาให้ตลอดๆ อ๊ากกก<br />
    <br />
    สงสารยิหวาแล้วเด้อ
    #1509
    0
  12. #1508 Jeedjard Duk Dik (@jeedjard1993) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2555 / 18:21
    อดทน อดทน อดทน ฮ่าๆ ไม่ว่าจะเป็น...
    พระเอก นางเอก หรือ คนอ่านของพี่มู่ก็ต้องอดต้องทนด้วยกันทั้งนั้นค่ะ
    ฮ่าๆ บ่งบอกว่าพี่มู่ชอบทำร้ายจิตใจ พระเอก นางเอก และ คนอ่านของตนเอง
    แต่คนอ่านก็ยังยอมทรมานนั่งอ่านน้ำตาหยดแหมะๆ ฮา เรื่องนี้ทรมานจริงจังกะนางเอกเนี่ย
    คนอ่าน อ่านไปก็ทรมานไป บีบหัวใจเข้าไป แต่สนุกค่ะ พี่มู่สู้ๆนะคะ รักษาสุขภาพด้วยค่ะ ^ ^+ กอดแน่นๆ
    #1508
    0
  13. #1507 meemijung (@meemi_kr) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2555 / 00:20

    อร้ายยยย คุณอัลเล็นสู้เค้านะคะ ดูแลยิหวา กับหนูน้อยให้ดีนะ  อย่าให้ผู้หญิงหน้าไหนมาทำร้ายได้อีก  ไม่งั้น รีดเดอร์จะงอน ฮ่าๆๆๆ

    #1507
    0
  14. #1506 noi2min2 (@noi2min2) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2555 / 21:52
    หายไปทั้งที่พูดไม่ได้ หยิหวาและอัลเล็นจะเป็นไรมั้ยเนี่ย
    #1506
    0
  15. #1505 liew (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2555 / 21:46
    เรื่องนี้เศร้าอย่างโหดด

    TT

    ้ัน่าสงสารทั้งพระเอกนางเอกเลย

    แง้ๆ

    สู้สู้คัฟฟ

    P'Mu
    #1505
    0
  16. #1504 sasa (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2555 / 19:40
    ขออย่าให้ผู้หญิงในคืนนั้น กลับมาทำร้ายยิหวานะคร้าาาาาา



    ไม่อยากให้ยิหวาช้ำกว่านี้แล้ว
    #1504
    0
  17. #1503 odysseus (@odysseus) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2555 / 18:46
     สู้ๆนะไรเตอร์ เราว่าผู้หญิงคนที่อัลเล็นไปมีอะไรด้วยคืนนั้นอาจจะกลับมาอีกก็ได้ โอ๊ย! เครียดแทน แล้วก็นะขอร้องไรเตอร์อย่าแต่งให้หวันยิหวาแท้งลูกนะ สงสารอ่ะ
    #1503
    0
  18. #1502 mai (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2555 / 17:33
    ยากอ่านตอนต่อไปมากๆๆๆๆ
    #1502
    0
  19. #1501 silverysnow (@silverysnow) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2555 / 16:22
    ออกกำลังกายให้ได้ต่อเนื่อง
    #1501
    0
  20. #1500 ooy (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2555 / 11:01
    โอ้ยอยากจะบ้าตายมันเศร้ามากเลย

    เมียพูดไม่ได้สามีประสบอุบัติเหตุอีก

    จะรันทดไปถึงไหนค่ะ
    #1500
    0
  21. #1499 PRAEWY GAGA . (@praewpun) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2555 / 10:48
    ยิหวากับคุณอัลเล็นสู้ตายยย!! <br />
    หายหวัดเร็วๆนะค่ะไรเตอร์:)
    #1499
    0
  22. #1498 zee7 (@zee7) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2555 / 09:09
    ออกกำลังกายคะ น้องชายเคยเป็นภูมิแพ้มากต้องหาหมอตลอดแพ้ทุกสิ่งอย่าง คุณแม่บังคับให้ออกกำลังกายโดยการว่ายน้ำทุกวัน ไม่น่าเชื่อภูแพ้ที่เคยเป็นหายขาด ตอนนี้แม้จะไม่ได้ว่ายน้ำทุกวันแต่ก็ไม่เป็นอีกเลย
    #1498
    0
  23. #1497 koong-Gyu Hyun (@koong-kimbom) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2555 / 00:10
     เศร้าจังเลยสงสารทั้งคู่จัง
    #1497
    0
  24. #1496 I koy (@diary-of-koy) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2555 / 22:44
    รักษาสุขภาพด้วยนะค่ะ
    #1496
    0
  25. #1495 นัควัต (@nakwat) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2555 / 20:59
    รออ่านต่อคร๊าบบบบบ
    #1495
    0