ปราการรักมาเฟีย [นิยายชุด มาเฟีย]

  • 96% Rating

  • 77 Vote(s)

  • 340,558 Views

  • 2,177 Comments

  • 685 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    62

    Overall
    340,558

ตอนที่ 1 : Wall of Love 🏰 01 I Can’t Reach You ...50%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 37418
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 138 ครั้ง
    6 ก.ย. 61

http://i1237.photobucket.com/albums/ff468/M_O_E_I/Wall%20of%20Love/wallpost01.jpg


ราการรักมาเฟีย

มิรา เขียน

 

 

 

อดอะไรจะเหมือนอดที่รสรัก            อกจะหักเสียด้วยใจอาลัยหา

ไม่เห็นรักหนักดิ้นสิ้นชีวา                        จะเป็นบ้าเสียเพราะรักสลักทรวง

จากวรรณกรรมเรื่อง พระอภัยมณี โดย สุนทรภู่


 

 

1

I Can’t Reach You

(...50%)

 

 

         หลังจากที่ลาออกจากการเป็นเสมียนบริษัทไม่ใหญ่โตอะไรได้ไม่เท่าไหร่ หวันยิหวา คณิศร์สกุล ก็ได้มาขึ้นเรือหรูที่ตนเองไม่คิดว่าทั้งชีวิตนี้จะได้มาเหยียบ กระทั่งขอบท่าเรือเองก็ตามเถอะ ใบหน้าสวยหวานเงยแหงนมองดูท้องฟ้าที่อยู่เหนือทะเลสีฟ้าครามสดใสด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก

            เธอลาออกจากการทำงานหลังจากที่ทำงานได้เพียงแค่หนึ่งเดือน สาเหตุก็คือหัวหน้าแผนกที่ชอบแทะโลมอยู่เรื่อย ครั้งล่าสุดนี้ออกจะเกินเลยไปหน่อย เมื่อหัวหน้าจอมชีกอเล่นออกคำสั่งให้ทำงานเกินเวลา ซึ่งตอนแรกก็ไม่ได้คิดอะไรมาก เพราะเคยชินกับการทำงานล่วงเวลามาบ้างแล้ว แต่เจ้าหัวหน้าจอมเจ้าชู้จงใจให้เหลือตัวเองเพียงคนเดียวในแผนกแล้วยังหาเรื่องลวนลามอีก

            ก็เลยจัดการเอาแจกันทุบหัวไอ้หัวเจ้าหื่นกามคนนั้น จากนั้นก็ลาออกโดยที่รู้สึกเสียดายเวลา ความรู้สึก และเงินเดือนอยู่ไม่ใช่น้อย

            แต่ถ้าเลือกการทำงานต่อและเสียความสาวของตัวเองไป หวันยิหวาก็เลือกที่จะถอยหนีดีกว่าถูกข่มเหงย่ำยีที่นั่น ต่อมาเธอก็อดที่จะแปลกใจไม่ได้ที่จู่ๆ เพื่อนรุ่นพี่ก็มาชวนไปเที่ยว โดยบอกเหตุผลง่ายๆ ว่าเพื่อนอีกคนไปด้วยไม่ได้แล้ว และเสียดายตั๋วที่จะล่องเรือไปยังฮ่องกงที่ต้องเสียไปเปล่าๆ

            ดังนั้น ตอนนี้หวันยิหวาเลยได้แต่เหม่อมองดูหมู่นกนางนวลที่โผบินขึ้นจากพื้นดินไปยังท้องฟ้าสีสวยที่กว้างไกล และบินหายไปจนลับสายตา

            “ยิหวา เอากระเป๋าไปเก็บแล้วใช่ไหม” เภาลิน เพื่อนรุ่นพี่ที่เป็นชักชวนมาเที่ยวเดินเข้ามาตบบ่าเบาๆ ทำให้หวันยิหวาหลุดอกจากภวังค์ได้ในที่สุด เธอสะดุ้งเล็กน้อยหันไปยิ้มให้รุ่นพี่ที่แสนจะมีน้ำใจ

            เมื่อเภาลินรู้เรื่องที่ต้องออกจากงานและเตะฝุ่นอยู่ ก็ไม่รอช้าชวนให้มาพักผ่อนและเปิดหูเปิดตาข้างนอกด้วยกัน ดีที่ว่าเธออยู่ด้วยตัวเองมานานแล้ว เนื่องจากบิดามารดาเสียชีวิตไปเพราะอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อตอนที่เรียนอยู่ในระดับมหาวิทยาลัย เลยไม่ต้องกังวลว่าใครจะต้องคอยเป็นห่วงรอให้กลับบ้านเหมือนคนอื่น

            “ค่ะ แต่ท่าทางเรือนี้หรูน่าดูเลย พี่ลินไม่เสียดายเหรอคะ”

            ความจริงแล้ว เพื่อนรุ่นพี่ที่มีดีกรีเป็นถึงดาวมหาวิทยาลัยน่าจะเอาตั๋วเรือสำราญนี้ไปให้เพื่อนสนิท หรือคนอื่นที่สนิทสนมมากกว่าเธอ เพราะอีกฝ่ายเพื่อนฝูงมากมาย ผิดกับตัวเองที่แทบจะไม่มีเพื่อนเลยแบบนี้

            “ไม่หรอก พวกนั้นไปฮ่องกงกันจนเบื่อละ ปีนี้ก็หนีไปเที่ยวฝรั่งเศสกันหมด พี่อยากจะไปฮ่องกงน่ะ อย่างน้อยมีคนเดินตามอย่างยิหวาไม่ต้องลากพี่ไปทางโน้นทางนี้พี่ก็พอใจแล้วล่ะ” เภาลินยิ้มหวานแกล้งแหย่เล่น เพราะหวันยิหวาเป็นคนหัวอ่อน แล้วก็ไม่ค่อยมีเรื่องมีราวอะไร เธอจึงพอใจที่จะอยู่กับรุ่นน้องคนนี้มากกว่าเพื่อนไฮโซทั้งหลายคนอื่น

            “ถ้ายิหวาไม่รบกวนพี่ลิน ถ้าอย่างนั้นก็จะไม่เกรงใจแล้วนะคะ” หวันยิหวายิ้มกว้าง เมื่อได้เห็นทะเลก็รู้สึกปลอดโปร่งมากทีเดียว

            “ได้จ้ะ พี่ก็หวังให้ยิหวาสนุกเหมือนกัน หลังจากกลับจากฮ่องกงแล้วพี่จะช่วยหางานให้แล้วกัน พี่พอจะมีเส้นสายบ้าง คนขยันๆ อย่างยิหวาเชื่อได้เลยว่าต้องมีงานทำแน่ๆ”

            สองสาวพูดคุยกันไปพลางและเดินสำรวจเรือสำราญขนาดใหญ่ที่มีพร้อมทุกสิ่งเท่าที่ควรจะมี โดยหารู้ไม่วาการกระทำของพวกเธอมีคนจับตาเฝ้ามองอย่างใกล้ชิด

            “ดูต่อไป แล้วรายงานฉันเรื่อยๆ”

            คนที่ยืนอยู่บนจุดที่สูงที่สุดของเรือสำราญสั่งการกับคนของคนเองผ่านทางวิทยุ ซึ่งอีกฝั่งก็รายงานอย่างรวดเร็วเช่นกัน

            “ครับนาย

            “เธอเป็นใครกันแน่นะ

            เสียงทุ้มพึมพำ ขณะที่มองดูร่างบางแต่เย้ายวนของผู้หญิงสองคนเดินหายไปกับฝูงชนด้วยความหนักใจ เรื่องนี้เขาจะพลาดไม่ได้และต้องระมัดระวังตัวเป็นอย่างมากด้วยเช่นกัน

 

 

เขตบริหารพิเศษฮ่องกง แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน

 

            อัลเล็น วิกเกอร์ ทายาทลำดับที่สองของตระกูลวิกเกอร์ผู้มีอิทธิพลในฮ่องกง กำลังยืนมองตัวเองในขณะที่แต่งตัวอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ที่เห็นเรือนร่างแข็งแกร่งทั้งตัว มือหนายกขึ้นเสยผมลวกๆ หลังจากที่เป่าผมจนแห้งสนิทดีแล้ว ดวงตาสีเหล็กปราดมองความเรียบร้อยของตัวเองอีกครั้งก่อนจะขยับเท้าออกจากห้องพัก

            วันนี้ครบกำหนดการล่องเรือแล้ว และตอนนี้เรือสำราญลำใหญ่กำลังจะจอดเทียบท่าที่ฮ่องกงในไม่ช้า

            ปกติแล้วธุรกิจของวิกเกอร์ไม่ได้มีเรือสำราญเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย แต่เอลวิน วิกเกอร์[1] ซึ่งเป็นพี่ชายคนโตในจำนวนพี่น้องห้าคนได้แต่งงานกับทายาทนักธุรกิจกาสิโน[2]และเรือสำราญ จึงทำให้กิจการเรือสำราญได้เข้ามาเป็นหนึ่งในธุรกิจของวิกเกอร์ด้วย อัลเล็นรับอาสาเป็นผู้นำและดูแลการล่องเรือในรอบนี้ เพราะว่ามีข่าวแว่วมา ว่าอาจจะมีคนลักลอบนำสินค้าผิดกฎหมายปะปนมากับสัมภาระของคนที่มาล่องเรือด้วย

            เมื่อทำการตรวจสอบก็ไม่พบความผิดปกติใดๆ ตอนนี้เขาจึงมุ่งเป้าไปที่เครื่องประดับ ซึ่งอาจจะเป็นเครื่องเพชรที่ได้กันมาอย่างลับๆ ที่ผิดกฎหมาย หรือไม่ก็อาจจะเป็นสายสืบที่แฝงตัวมาด้วย

            อัลเล็นได้ข้อมูลจากน้องชายอย่างแอนเดรียน วิกเกอร์ มาเพียงอย่างเดียว นั่นคือเป้าหมายเป็นลูกน้องคนสนิทของกาเซีย คอซลอฟ ผู้มีอิทธิพลมืดในมอสโก[3] ตอนนี้กำลังจับตามองคนที่มีความเป็นไปได้ว่าจะเป็นคนร้าย และพบว่ามีประมาณสิบกว่าคน ซึ่งเป็นเรื่องที่เขาปวดหัวไม่น้อย

            ระยะเวลาการล่องเรือในคราวนี้กินเวลาเกือบสิบวัน แต่งานกลับเดินไปได้ไม่ถึงไหน และเมื่อเรือกำลังจะเทียบท่า ยิ่งทำให้เขาทำงานได้ยากเย็นมากยิ่งขึ้น สุดท้ายเป้าหมายอาจจะหลบหนีไปได้อย่างสบายใจราวกับติดปีกบินหนี

            งานนี้เขาต้องทุ่มสุดตัว เพื่อให้งานสำเร็จในที่สุด

            “จัดการตามแผน ให้ไวด้วย ก่อนที่พวกเธอจะออกไปจากเรือ” เขาสั่งแจ็ค บอดี้การ์ดคนสนิท จากนั้นก็เดินออกจากห้องพักอย่างไม่รีบเร่ง

         “ครับเจ้านาย” แจ็ครับคำสั่ง จากนั้นก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาสั่งการทันที

            เป้าหมายอยู่ตรงหน้า และเขาเองก็กำหนดเป้าไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้วเช่นกัน

 

 

         “ดินเนอร์เหรอคะ

            เภาลินรู้สึกงงงันไม่น้อย เมื่อจู่ๆ ก็มีผู้ชายชุดดำเดินเข้ามาหาและยื่นการ์ดเชิญให้ไปร่วมดินเนอร์กับเจ้าของเรืออย่างอัลเล็นในช่วงมื้อค่ำ โดยที่ที่จัดนั้นเป็นโรงแรมซึ่งตั้งอยู่ใกล้ๆ ท่าเรือนี่เอง และตอนนี้ก็จวนจะถึงเวลาอาหารค่ำแล้วเช่นกัน

            “ครับ พอดีเจ้านายของผม ท่านอยากจะชักชวนคุณผู้หญิง และคุณผู้หญิงคนอื่นๆ อีกหลายคนไปร่วมรับประทานอาหารด้วยกัน แล้วก็อาจจะมีงานเสนอให้ด้วยครับ” แจ็คบอก ปรายตาไปยังลูกน้องชุดดำคนอื่นๆ ที่กำลังถือบัตรเชิญหาเป้าหมายมากมายซึ่งล้วนแต่เป็นสาวสวยทั้งนั้น

            “งาน งานอะไรเหรอคะ” เภาลินยังไม่ไว้ใจง่ายดายเกินไปนัก เธอหรี่ตาลงมองแจ็คอย่างจับผิด

            “เรากำลังหาผู้หญิงสวยๆ เพื่อมาเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับธุรกิจเรือสำราญของเราครับ ซึ่งคุณอัลเล็นจะอธิบายข้อเสนอต่างๆ ให้ฟังหลังจากดินเนอร์เรียบร้อยแล้วครับ”

            แจ็คไม่หวั่นต่อสายตาของเภาลิน พูดด้วยความฉะฉานเต็มไปด้วยความมั่นใจ

            “ว่าไงเรา อยากไปดินเนอร์ไหมจ๊ะ” เภาลินหันไปทางหวันยิหวาซึ่งกำลังทำหน้ามึนงงอยู่

            “อืม ยังไงก็ได้ค่ะพี่ลิน แต่อีตาเจ้านายของหมอนี่ต้องเป็นพวกโอตาคุ[4] แบบในการ์ตูนญี่ปุ่นที่ชอบมีสาวๆ เป็นฮาเร็มแน่เลยค่ะพี่ลิน” ท้ายประโยคสาวน้อยหน้าหวานหันไปกระซิบกับเภาลินเบาๆ ทำให้รุ่นพี่คนสวยหัวเราะร่วนทันที

            แจ็คไม่ค่อยได้ยินที่สาวสวยอีกคนพูด หนำซ้ำเจ้าหล่อนยังพูดเป็นภาษาไทยทำให้เขาฟังไม่รู้เรื่อง จึงได้แต่เงียบพลางรอคอยคำตอบอย่างใจเย็น ก่อนหน้านี้เขาคุยกับเภาลินเป็นภาษาอังกฤษ และมั่นใจว่าเธอทั้งคู่เข้าใจที่เขาพูดแน่นอน

            และเมื่อเห็นว่าแจ็คยืนรออยู่เงียบๆ ไม่ละความพยายาม เภาลินก็ถอนหายใจพยักหน้าตอบตกลงไปในที่สุด

         “ยินดีค่ะ ไปตอนนี้เลยไหมคะ” เธอบอก หลังจากที่เห็นชายใส่สูทสีดำหลายคนลากกระเป๋าเดินทางให้ผู้หญิงคนอื่นๆ ที่ได้รับบัตรเชิญขึ้นรถที่จอดรออยู่แล้ว

            “ครับ ผมถือกระเป๋าให้นะครับ”

            แวบแรกเภาลินไม่อยากให้แจ็คถือกระเป๋าให้ แต่ไม่นานเธอก็ยิ้มหวานและส่งให้เขาไปอย่างว่าง่าย ทั้งยังเอากระเป๋าเดินทางของหวันยิหวาให้แจ็คไปด้วย

            “ไปเถอะยิหวา” เภาลินบอกและจูงมือรุ่นน้องเดินไปยังรถหรู ซึ่งมีคนขับรถเปิดประตูไว้รออยู่แล้ว

            หวันยิหวามองเภาลินอย่างนึกทึ่ง ดูการวางตัวของเภาลินแล้ว เธออดคิดไม่ได้ว่าเพื่อนรุ่นพี่คนนี้ช่างสูงสง่า เฉิดฉาย ไม่ว่าจะทำอะไรก็เป็นธรรมชาติไปเสียหมด ผิดกับตัวเองที่ดูเลิ่กลั่กเป็นเด็กหลงทางจนน่าขัน

            “ทำหน้าดีๆ เถอะ พี่ไม่ได้หลอกเรามาขายหรอกนะ” เภาลินบอกและเอื้อมมือไปหยิกแก้มของหวันยิหวาเบาๆ

            สาวน้อยผ่อนคลายความตึงเครียดลงไป ยิ้มให้เภาลินเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายลำบากใจ หลังจากนั้นไม่นานรถหรูก็วิ่งมาจอดที่หน้าโรงแรมหรู ตามด้วยพนักงานที่ดูนอบน้อมนำพาเธอสองคนให้เดินไปยังห้องอาหารชั้นหนึ่ง ซึ่งทำการปิดไว้ทั้งชั้นเพื่อรับรองบรรดาผู้หญิงสาวแสนสวยจากการเชิญของอัลเล็น

            “ผู้ชายที่เชิญมาต้องแก่หงำเหงือกแน่ๆ เลยพี่ลิน” หวันยิหวาพึมพำเป็นภาษาไทยอีกครั้ง เมื่อรู้สึกถึงบรรยากาศแปลกๆ ราวกับว่าที่นี่เป็นฮาเร็มสาวสวยก็ไม่ปาน

            “ทำไมคิดแบบนั้นล่ะเรา” เภาลินอดหัวเราะไม่ได้ คิดไม่ผิดจริงๆ ที่พาสาวน้อยคนนี้มาด้วยมาด้วย

            เพราะว่าหวันยิหวาน่ารัก ทำให้เธอรู้สึกสบายใจได้ทุกครั้งที่ได้พูดคุยหรือฟังมุกตลกที่เจ้าตัวไม่ได้ตั้งใจจะพูดออกมาก็ตาม

            “ก็ดูสิคะ มีแต่ผู้หญิงสวยๆ ทั้งนั้น อยากจะหาผู้หญิงล่ะสิถึงได้ใช้วิธีนี้ แล้วก็ต้องมีแต่พวกแก่ๆ เท่านั้นแหละพี่ลินที่ใช้วิธีนี้น่ะ” หวันยิหวาบอกพลางทำแก้มป่องไปด้วย เรียกเสียงหัวเราะคิกคักจากเภาลินได้เป็นอย่างดี

            แต่ว่าคนที่เดินตามหลังมาซึ่งถูกพาดพิงเต็มๆ เลยนี่สิ แทบจะสำลักน้ำลายตัวเองอยู่แล้ว

            นี่เขาดูแก่มากเลยอย่างนั้นเหรอ

         อัลเล็นคิดแล้วก็อยากจะมองหน้าของคนพูดให้ชัดสักหน่อย เพราะฟังภาษาไทยออกทุกคำ ไม่เว้นแม้แต่คำสบถหยาบคายทั้งหลาย เพราะมารดาเป็นคนไทย แต่ก็ไม่ถนัดเท่าไหร่นัก แล้วเขาก็ไม่ผิดหวังเมื่อเขาเดินอ้อมโต๊ะของทั้งสองคนเดินไปอีกโต๊ะหนึ่ง จังหวะนั้นจึงลอบมองเห็นใบหน้ากระจ่างใสของสาวน้อยที่ลอบนินทาเข้าอย่างถนัดตา

            แล้วจะรู้กัน ว่าฉันแก่หงำเหงือกอย่างที่เธอคิดหรือเปล่า

            ชายหนุ่มหมายมาดในใจแล้วก็เดินไปหาคนสนิท รู้สึกได้ว่ามีสายตาของผู้หญิงมากมายมองตามมาตาปรอย อดที่จะภูมิใจในเสน่ห์ของตนเองไม่ได้ และแน่นอนว่าสาวน้อยคนนั้นต้องหลงเสน่ห์เขาด้วยเช่นกัน

 

 

            หวันยิหวาดูตกใจมากๆ ที่ คุณอัลเล็นของแจ็คไม่ได้แก่อย่างที่คิดไว้ แต่กลับหนุ่มแน่นแล้วก็หล่อเหลาอย่างหาตัวจับยาก ขนาดเภาลินที่ไม่ใคร่จะสนใจผู้ชายมากมายเท่าไหร่ยังเผลอมองด้วยความลืมตัว และคงจะถูกใจเภาลินมากด้วยเช่นกัน เพราะเห็นว่ารุ่นพี่คนสวยนั้นมองชายหนุ่มไม่กะพริบตาเลยทีเดียว

            ถ้าทั้งคู่ตกลงปลงใจคบหากันจริงๆ ก็คงจะสมกันราวกับกิ่งทองใบหยกเป็นแน่

            ผิดกับเธอ ที่ตัวเล็กไปหน่อย ไม่ได้ผอมเพรียวแต่รูปร่างโค้งเป็นรูปตัวเอสอย่างเภาลิน

            แต่เมื่อหยุดคิด หวันยิหวาก็ไม่สบายใจ รีบส่ายหน้าไล่ความคิดของตัวเองออกไป คิดเหมือนกำลังน้อยใจอยู่อย่างไรอย่างนั้น

            “ขอบคุณทุกคนที่มาร่วมดินเนอร์กับผมนะครับ พวกคุณน่าจะรู้ผ่านๆ แล้ว ว่าผมต้องการพรีเซ็นเตอร์มาทำการประชาสัมพันธ์ให้เรือสำราญของผม หากว่าใครใครสนใจ เชิญลงชื่อสมัครได้นะครับ”

            เมื่ออัลเล็นพูดจบก็มีเอกสารปึกหนึ่งที่ให้กรอกรายละเอียดประวัติต่างๆ เหมือนกับการประกวดสาวงามในเวทีต่างๆ พร้อมกับกล้องโพลารอยด์อีกตัวหนึ่งไว้บนโต๊ะอาหารทุกโต๊ะ กล้องชนิดนี้เมื่อกดชัตเตอร์แล้วจะได้ภาพทันทีโดยที่ไม่ต้องรอล้างเหมือนการใช้กล้องชนิดอื่น ซึ่งเป็นกล้องที่หวันยิหวานึกอยากจะได้อยู่พอดี สาวน้อยจึงสนใจกับกล้องมากกว่าคำพูดของชายหนุ่มหล่อเหลาราวกับเทพบุตรคนนั้น

            “นอกจากจะเป็นพรีเซ็นเตอร์ประชาสัมพันธ์เรือสำราญของผมแล้ว ผมยังอยากจะคัดสาวสวยที่มากเต็มใจถ่ายทำโฆษณาอื่นๆ ด้วยครับ”

            คำบอกของอัลเล็นทำให้เกิดเสียงพูดคุยกันเบาๆ ในโต๊ะแต่ละตัวที่มีสาวสวยนั่งด้วยกันสี่คน

            หวันยิหวาชำเลืองมองดูเภาลินที่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ และส่งกล้องโพลารอยด์ส่งมาให้อย่างรวดเร็ว

            “ถ่ายรูปให้พี่หน่อย” เภาลินบอกความประสงค์ แต่หวันยิหวาทำหน้าไม่ค่อยสู้ดีนัก เพราะยังคลางแคลงใจกับการกระทำของอัลเล็นไม่น้อย

            “เอาจริงเหรอคะ” เธอถามเพื่อความแน่ใจ ลินก็พยักหน้าอย่างรวดเร็ว

            “แล้วเราล่ะ ไม่สมัครด้วยเหรอ” เภาลินถามถามกลับ เอียงคอจัดใบหน้าท่าทางให้สวยสะดุดตา เมื่อหวันยิหวายกกล้องขึ้นมาถ่ายรูปให้อย่างไม่เกี่ยงงอน

            “คงไม่ผ่านหรอกค่ะ ที่นี่คนสวยๆ เยอะจะตายไป” หวันยิหวาบอกเสียงแผ่ว

            เรื่องนี้หวันยิหวาไม่ได้พูดเกินจริง สาวๆ ในห้องอาหารแห่งนี้สวยมากกว่าเธอเกือบครึ่งหนึ่ง สาวสวยในห้องนี้มีประมาณสิบคนและแต่ละคนก็สวยมากจนอดไม่ได้ที่จะอิจฉา ส่วนเธอมีดีแต่ผิวขาวใสเนียนนุ่ม ใบหน้าน่ารักเหมือนสาวรุ่น ไม่ได้สวยจัดจ้าเฉิดฉายอย่างเภาลินและคนอื่นๆ ดังนั้นจึงไม่คิดลงแข่งขันให้เสียเวลาเปล่า

            “ดูถูกตัวเองไปแล้วนะยิหวา ไม่รู้เหรอว่าเราเองก็สวยมากเลยนะ” เภาลินบอกแต่ว่าหวันยิหวาส่ายหน้ายิ้มๆ ดังนั้นคนพูดเลยไม่ได้เซ้าซี้อะไรอีก รีบกรอกประวัติของตัวเอง จากนั้นก็ส่งให้ชายชุดดำที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ให้ไป

            โดยที่หวันยิหวาได้แต่ดื่มน้ำส้ม มองดูสาวสวยคนอื่นๆ ที่ตื่นเต้นไม่แพ้กัน ดูไปแล้วเธอน่าจะเป็นคนเดียวที่ไม่ได้ลงชื่อในใบสมัครอะไรนี่

            เมื่อเวลาผ่านเรื่อยๆ เปลือกตาของหวันยิหวาก็เริ่มที่จะหนักและลืมแทบไม่ขึ้น เธอคิดว่าตัวเองคงจะเหนื่อยมากเกินไปจนเกิดอาการอ่อนเพลียเวียนหัวเช่นนี้

            “พี่ลิน” เสียงใสเอ่ยขึ้นได้แค่คำเดียว ยื่นมือไปจับแขนของรุ่นพี่เพื่อขอความช่วยเหลือ ก่อนที่สายตาจะดับวูบไปในที่สุด

 

 

         เมื่อลืมตาตื่นอีกครั้งหวันยิหวาก็ต้องตกใจ เพราะพบว่าตัวเองและสาวสวยอีกเกือบสิบชีวิตนอนหลับใหลไม่ได้สติในห้องโถงกว้างๆ แห่งหนึ่ง โดยที่มีบานกระจกหนาๆ ให้แสงสว่างจากดวงอาทิตย์ด้านนอกเพียงบานเดียว ครอบทับไว้ด้วยลูกกรงซี่ใหญ่ ดูไปแล้วที่นี่เหมือนจะเป็นโกดังใหญ่และอับทึบจนน่าอึดอัด มีเพียงเธอคนเดียวที่ได้สติ ผู้หญิงอื่นนั้นสลบวูบกันเป็นแถว ไม่เว้นแม้แต่เภาลินที่นอนซบกับต้นขาของเธอนี่เอง

            ไม่รู้ว่าโชคดีหรือเปล่า ที่คนพวกนี้ยังมีน้ำใจเอาฟูกมาปูให้พวกเธอทั้งหมดที่รวมกันแล้วได้สิบสองคนได้นอน ไม่ต้องนอนคุดคู้อยู่กับพื้นแข็งๆ อย่างน่าเวทนา

            “พี่ลิน พี่ลินคะ คุณคะ คุณ ตื่นสิ!” หวันยิหวาเรียกเภาลินและคนอื่นๆ ที่นอนหลับไม่รู้เรื่องอะไรให้ตื่นขึ้นมา โดยที่มีสายตาของชายชุดดำทั้งตัวไม้เว้นแม้กระทั่งแว่นกันแดดสีดำเฝ้ามองอย่างไม่กะพริบตา

            หวันยิหวาหัวใจเต้นแรง คิดว่าต้องมีเหตุการณ์บางอย่างที่ไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้นแน่นอน

            “พี่ลินคะ ตื่นสิ พี่คะ!” เธอร่ำร้อง ทำให้สาวสวยคนหนึ่งงัวเงียตื่นขึ้นมาจนได้

            “อือ ปวดหัวจัง” เธอคนนั้นพึมพำเบาๆ จากนั้นก็ยกมือขึ้นมาคลึงขมับไปพลาง

            หวันยิหวาค่อยเบาใจหน่อยที่ทุกคนไม่ได้เป็นอะไรมาก แต่เหมือนว่าทุกคนในที่นี่จะหลับสนิทเหมือนกันหมด และไม่ใช่เรื่องที่ปกติด้วย

            “ที่นี่ที่ไหนเนี่ย” เมื่อสาวสวยคนนั้นลืมตาขึ้นมาก็ต้องทำหน้าตกใจไม่แพ้กับหวันยิหวา

            “ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ แต่ว่าพวกเราคงจะถูกจับตัวมา”

            คิดแล้วไม่มีผิด เรื่องเมื่อวานมีบางอย่างที่ผิดปกติ ตอนนี้พวกเธอทั้งหมดก็มานอนกองรวมกันอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ และไม่ทราบว่าคนที่จับตัวมานั้นมีจุดประสงค์อะไรกันแน่

            “อือ พี่เจ็บนะยิหวา

            เมื่อเภาลินลืมตาขึ้นมาและพูดเสียงอู้อี้ก็ทำให้หวันยิหวาโล่งใจมากเหลือเกิน เธอช่วยประคองรุ่นพี่ที่กำลังมึนงงให้ลุกขึ้นนั่ง และระหว่างนั้นคนอื่นๆ ก็เริ่มที่จะรู้สึกตัวด้วยแล้วเช่นกัน

            ทุกคนต่างทำหน้ามึนงงสงสัย แต่ที่หวันยิหวาเข้าใจในตอนนี้เพียงอย่างเดียวก็คือ พวกเธอที่อยู่รวมกันตรงนี้ต่างก็เป็นคนไทยด้วยกันทั้งหมด

            “เกิดอะไรขึ้นกันเนี่ย

            หลายคนพูดเป็นเสียงเดียวกัน แต่ก็หาคำตอบไม่ได้ หวันยิหวาหวั่นใจจนเหงื่อซึมชุ่มไปหมดทั้งตัว เกิดมาก็ไม่เคยตั้งใจจะฆ่าสัตว์หรือผิดศีล แล้วทำไมตอนนี้เธอต้องมาพบเจอเรื่องราวที่ชวนให้หวาดหวั่นเช่นนี้ด้วยก็ไม่รู้

            ทุกคนต่างทำหน้าวิตกกังวลชัดเจน ก่อนที่จะคิดมากไปกว่านี้ร่างสูงๆ ของอัลเล็นผู้ชายรูปงามที่ชวนให้ใจเต้นก็เดินเข้ามาในห้อง

            เขากวาดมองดูสาวสวยผ่านตา จากนั้นก็ทรุดตัวลงนั่งที่เก้าอี้หนังตัวใหญ่อย่างดี ยกขาไขว่ห้าง เอามือลูบปลายคางไม่ได้พูดจาอะไรทั้งนั้น กิริยาท่าทาง กลิ่นอายมีรังสีคุกคามแผ่ซ่านออกมา ชวนให้คนมองใจสั่นไม่กล้าจะสบสายตาด้วยเลย และรู้ได้ในทันที ว่าคนคนนี้ทรงอิทธิพลไม่ควรจะไปยุ่งด้วยไม่ว่าจะกรณีใดทั้งสิ้น

            ทุกคนที่อยู่ในห้องนั้นก็ไม่พูดไม่จาด้วยเช่นกัน ได้แต่มองหน้าอัลเล็นด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก เป็นนานกว่าที่มาเฟียหนุ่มจะเอ่ยปากขึ้นทำลายความเงียบที่ปกคลุมในห้องมืด

            “ฉันรู้ ว่าพวกเธอทุกคนเป็นคนของกาเซีย

            จบคำประโยคสั้นๆ นั้นทำให้หลายคนทำเสียงอื้ออึงขึ้นมาทันที มีเพียงแค่หวันยิหวาคนเดียวเท่านั้นที่กะพริบตาอย่างงุนงง มองดูเภาลินที่สงบนิ่งผิดปกติอย่างไม่เข้าใจ

            “แต่ฉันไม่รู้ ว่าใคร เป็นคนเก็บการ์ดเล็กๆ เอาไว้ หนึ่งในนี้ ใครกันเหรอ”

            อัลเล็นเอามือเท้าคางจากนั้นก็มองหน้าผู้หญิงแต่ละคนอย่างจับผิด

            เขาใช้เวลาอยู่นานกว่าที่จะมั่นใจว่าพวกเธอทั้งสิบสองคนขึ้นเรือมาส่งถ่ายข้อมูลลับบางอย่าง เพราะไม่ปกติเท่าไหร่ที่เรือสำราญจะมีผู้หญิงสาวสวยมากกันเป็นคู่หรือสองสามคน ในช่วงที่ไม่มีเทศกาลอะไรเช่นนี้ ปกติแล้วการล่องเรือสำราญส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวจะมากันเป็นครอบครัว หรือไม่ก็นักเสี่ยงโชคที่มากันเป็นกรุ๊ปทัวร์ แต่ว่าพวกเธอเหล่านี้มาเพื่ออาบแดดเล่น และสวยจัดหาตัวจับยาก จึงเดาว่าสิ่งที่คิดน่าจะเป็นความจริง

            เพียงแต่ไม่รู้นี่สิ ว่าเป็นสาวเจ้าคนไหน

            และที่น่าเจ็บใจ เขาไม่อาจจะตามหาการ์ดไมโครชิพที่มีขนาดเล็กนั้นได้จนถึงตอนนี้ ต้องหามันก่อนจะทำลายทิ้งให้สิ้นซาก ก่อนที่กาเซียจะได้แผนการร้ายๆ บางอย่างไป

            “บอกมาซะ ว่าใครเก็บการ์ดไว้ แล้วฉันจะปล่อยพวกเธอกลับไป โดยที่ไม่มีบาดแผลหรือเจ็บตัวอะไรทั้งสิ้น”

 

 

            “ฉันเป็นคนเก็บการ์ดนั่นไว้เอง

            หวันยิหวาหันไปมองต้นเสียง เมื่อได้ยินผู้หญิงคนหนึ่งพูดขึ้นมาจากนั้นเธอก็ถูกพาตัวออกไปทันที

            แต่ว่าไม่ทันทีชายเสื้อดำจะลากเธอคนนั้นออกจากประตูไปได้ สาวสวยคนหนึ่งก็ยืนขึ้นจากนั้นก็พูดด้วยความมั่นใจ

            “ฉันต่างหาก

            ไม่นานหวันยิหวาก็ต้องปวดหัวและมึนหัวไปหมด เมื่อหลายคนลุกขึ้นและต่างบอกว่าตัวเองเป็นคนเก็บการ์ดนั้นเอาไว้ทุกคน

            “พี่ลิน มันเรื่องอะไรกันน่ะ” หวันยิหวาหวาดกลัวจนทำอะไรไม่ถูก เธอขยับตัวไปกอดรุ่นพี่จากข้างหลังเอาไว้น้ำตาเริ่มเอ่อขังด้วยความกลัวจับใจ ตัวสั่นเทาเหมือนลูกนกตกน้ำ ท่าทางหวาดกลัวนี้อยู่ในสายตาของใครคนหนึ่งตลอดเวลา

            “พี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน ทำใจดีๆ ไว้นะยิหวา ไม่ต้องกลัว ไม่อย่างนั้นพวกนั้นอาจจะเข้าใจผิดว่ายิหวาเป็นคนที่มันพูดถึง” เภาลินยื่นมือไปลูบหน้าของหวันยิหวา ซึ่งเอาคางวางเกยบนบ่าของตัวเองลองมองดูรอบกายด้วยสายตาหวาดหวั่นเป็นกังวล

            อัลเล็นเฝ้ามองดูปฏิกิริยาของเชลยสาวแต่ละคนจนพอใจอยู่ครู่หนึ่ง นาทีต่อมาก็พาร่างสูงลุกจากก้าวอี้พร้อมกับคนสนิท เดินตรงเข้าไปในกลุ่มคน ทำให้เชลยสาวสวยแตกฮือกันไปคนละทางด้วยความตื่นกลัว

            อัลเล็นเข้ามาคว้าต้นแขนของหวันยิหวาเอาไว้

            ส่วนแจ็คก็ฉุดเภาลินไปอีกทาง นอกจากนี้ชายชุดดำอีกสองสามคนก็ตรงเข้ามาจับผู้หญิงบางคนให้ออกจากกลุ่มใหญ่ไปด้วย

            “กรี๊ด! ปล่อยฉันไปนะ” หวันยิหวากรีดร้องเสียงดังลั่นเมื่อถูกจับแยกจากเภาลิน ไม่ว่าจะพยายามดิ้นรนขัดขืนอย่างไรก็ไม่อาจต้านทานคนตัวโตได้เลย ต้องเซตามแรงรั้งของอัลเล็นไปยังห้องว่างอีกห้องหนึ่ง ซึ่งคนอื่นๆ ที่ถูกจับแยกออกมาก็ต่างถูกขังเดี่ยวด้วยกันทั้งหมด

            “ไม่ ปล่อย ปล่อยฉันนะ” หญิงสาวกรีดร้อง สะอื้นไห้ด้วยความหวาดกลัว เนื้อตัวสั่นระริกและชุ่มไปด้วยเหงื่อที่พุดพรายทั่วตัว แทบจะทรงตัวไม่ไหว ถ้ามาเฟียหนุ่มไม่ลากตัวให้เดินคงได้ล้มพับเพราะเดินไม่ไหวไปแล้ว

            อัลเล็นปล่อยร่างบางที่เอาแต่ร้องกรี๊ดๆ จนแก้วหูเขาแทบแตกลงกับพื้น หวันยิหวาเจ็บไปน้อยก่อนที่ความเจ็บปวดพวกนั้นจะแปรเปลี่ยนเป็นความหวาดกลัวสุดชีวิต เมื่อเธอเห็นกรงขนาดใหญ่ซึ่งขังหมาป่าจำนวนหลายสิบตัวในห้องนี้ด้วย

            “คุณจะทำอะไร

            หวันยิหวาหันไปทางอัลเล็นก่อนจะชาไปทั้งหน้า เมื่อเห็นเขากำลังปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของเขาออกสองสามเม็ด และเดินตรงเข้ามาหาเธออย่างรวดเร็ว

            “กรี๊ด! ออกไปนะ” หวันยิหวาร้องกรี๊ดอีกครั้ง ก่อนจะใจหายเมื่อฝ่ามือหยาบใหญ่ไล้ไปตามเรียวขาของตัวเอง จากนั้นเขาก็กระชากเอาชั้นในชิ้นล่างของเธอออกเต็มแรง

 



[1] เอลวิน วิกเกอร์ และ พุดน้ำบุษย์ เพอร์รี อีวาน จากนิยายเรื่อง โซ่รักมาเฟีย เขียนโดย มิรา

[2] กาสิโน หรือ คาสิโน (Casino) เป็นสถานบันเทิงที่มีกิจกรรมการพนันเป็นกิจกรรมหลัก โดยปกติแล้วกาสิโนมักจะสร้างร่วมกับโรงแรม, ร้านอาหาร, แหล่งชอปปิง หรือบางครั้งกาสิโนจะสร้างอยู่บนเรือนำเที่ยว คำว่า casino มาจากภาษาอิตาลี อ่านว่า "กาซีโน" แปลว่าบ้านพักหลังเล็กใช้สำหรับพักผ่อนหย่อนใจ ซึ่งต่อมาได้มีการนำมาใช้ในสถานที่ที่เล่นการพนัน

[3] มอสโก (อังกฤษ: Moscow; รัสเซีย: Москва́) เป็นเมืองหลวงของประเทศรัสเซีย เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ การเงิน การศึกษา และ การเดินทางของประเทศ เมื่อสมัยครั้งที่สหภาพโซเวียตยังไม่ล่มสลาย กรุงมอสโกก็ยังเป็นเมืองหลวงของสหภาพโซเวียตอีกด้วย

[4] โอตาคุ (おたく / オタク) เป็นคำภาษาญี่ปุ่นใช้กับคำที่มีความสนใจแบบหมกมุ่น โดยทั่วไปมักเกี่ยวกับแฟมดอมอะนิเมะ(แอนิเมชั่น)และมังงะ(หนังสือการ์ตูน) การใช้คำเริ่มขึ้นจากเรียงความของอะกิโอะ นะกะโมะริ ใน ค.ศ. 1983 ในนิตยสารมังงะบุริกโกะ ใช้เป็นคำหยาบได้



นิยายเรื่องนี้หมดสัญญากับทางสำนักพิมพ์สมาร์ทบุ๊คแล้วค่ะ

มู่เลยเอามาทำ E-Book เองค่ะ มู่ขอฝากเอาไว้ด้วยนะคะ


ซื้อ E-Book ได้โดยการกดที่รูปปกใหม่ด้านบนได้เลย

หรือจะตรงนี้ก็ได้ค่ะ

หรือ >>Click!!<<


http://i1237.photobucket.com/albums/ff468/M_O_E_I/Wall%20of%20Love/01AL.jpghttp://i1237.photobucket.com/albums/ff468/M_O_E_I/Wall%20of%20Love/01W.jpg

http://i1237.photobucket.com/albums/ff468/M_O_E_I/Wall%20of%20Love/01Acher.gif

อยากอ่านเรื่องของผมมั้ยครับ (แอชเชอร์)
อ้อนรักมาเฟีย Coming Soon!!



Talk 1…

Song :: Higurashi no Naku Koro ni - You (Piano & Violin Instrumental)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 138 ครั้ง

192 ความคิดเห็น

  1. #2174 MULEE & MOEI ♚ (@mu_mu_jung) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 กันยายน 2561 / 14:52

    #ปราการรักมาเฟีย???? (อัลเล็น วิกเกอร์ & หวันยิหวา)

    ขอฝาก ebook เรื่องนี้เอาไว้ด้วยนะคะ

    ก่อนหน้านี้เป็นเรื่องคุณพ่อคุณแม่ของโลแกน

    เรื่องนี้เลยเป็นเรื่องของคุณพ่อคุณแม่ของลอเรนค่ะ

    โลแกนกับลอเรนเป็นลูกพี่ลูกน้องกันรึเปล่า มาอ่านได้เลยนะคะ ขอบคุณค่า ????❤️


    #2174
    0
  2. #2162 Pp HH (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 เมษายน 2555 / 07:28

    รู้สึกว่า อัลเล็นจะหล่อกว่าเอชเชอร์นะ=='

    #2162
    0
  3. #281 ฤดูใบไม้ผลิ ^^ (@prino) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 มีนาคม 2555 / 18:50
    อัลเล็นโหด 55+
    #281
    0
  4. #280 im-poss-e (@vendetta-e) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2555 / 23:21
     เพลง เพราะมากอ่ะ มีของดีเเบบนี้  ขอบคุณ มว๊ากกกกกกก
    #280
    0
  5. #279 angll2009 (@angle2009) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2555 / 15:21
    อยากอ่านแอชเชอร เหมือนกานค่ะ
    #279
    0
  6. #278 goldpaddy (@goldpaddy) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2555 / 18:52
    เทอช่างเปนคนดีจิงๆ
    แต่ไม่ดูสภาพตัวเองเล้นนนนนนนน
    #278
    0
  7. #277 koong-Gyu Hyun (@koong-kimbom) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2555 / 11:39
    โหตรวจกันแบบนี้เลย อิอิ สนุกมากๆค่ะไรเตอร์
    #277
    0
  8. #276 Spiny (@primwi) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2555 / 22:14
    โอ้ รีดเดอร์หน้าใหม่ขอรายงานตัวค่ะ สนุกมากก ชอบจัง
    #276
    0
  9. #275 LLbxit4k (@moderate) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2555 / 10:29
     โหดมากอ่า
    #275
    0
  10. #274 AV®iL&S!ⓓ★ (@oarachi) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 มกราคม 2555 / 21:44
    อ่าาาา
    ไม่นะ หยันยิหวา เธอจะทำอะร้ายยยยยยยยยยยยย

    เจ้คะหายป่วยไวๆ ค่ะ
    #274
    0
  11. #273 kiehugnine (@kiehugnine) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 มกราคม 2555 / 16:02
    อยากถามแม่ของพวกมาเฟียว่า
    เลี้ยงลูกยังไง ถึงได้ดิบ เถื่อน ซาดิส อย่างนี้ - -**
    #273
    0
  12. #272 PORPUNz* (@porpunn) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 มกราคม 2555 / 11:40
     อ่ะนะอ่ะนะ ชอบยิหวาอ่ะ ซื่อน่ารัก ><
    #272
    0
  13. #271 Bananasplitzz@~KHJ (@bananasplitzz) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 มกราคม 2555 / 18:42
    โอ๊ยย คุณอัลเล็น เดี๋ยวจะเสียใจนะ ถ้าทำแบบนี้อะ 555
    #271
    0
  14. #270 Doll_lucky (@luckypuzz) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 มกราคม 2555 / 23:36
    อร๊ายยยยย

    ยิหวาน่ารัก จัง ><
    #270
    0
  15. #269 ซาราอิโกะ (@araeako) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 มกราคม 2555 / 21:54
    ใจร้ายที่สุด  :T--T:
    #269
    0
  16. #268 ^^+ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 มกราคม 2555 / 00:54
    thanks na kaaa :')
    #268
    0
  17. #267 NUT_MINJUN (@nutcha77) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 มกราคม 2555 / 23:05
    แอชเชอร์น่ากินมากอ่ะ
    กระแสหื่นพุ่งแล้ว
    ยิหวาเอ่ย เธอรู้เรื่องอะไรกับเขาไหมเนี่ย
    #267
    0
  18. #266 The AIR (@namnarw244) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 มกราคม 2555 / 00:49
    อ่านจบคำแรกที่โผล่มาในหัวคือ เลวมากกกกกกกกกอัลเล็น

    ตั้งแต่ยาคุม เงินฟัดหัว ทำแท้ง

    บอกได้คำเดียวเลยว่าเกลียดมากกกกกกกก
    #266
    0
  19. #265 Wang# BOOM <naikul> (@punwang) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 มกราคม 2555 / 22:40
    อ๊ายยยย!!!
    อ่านไป เขินไป ไม่ไหวแล้ว วว

    555555555
    #265
    0
  20. #264 อังสุมารินลี่ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 มกราคม 2555 / 19:45
    ไฮยะ ทำไงต่อละทีนี้

    ชอบชื่อจัง หวันยิหวา
    #264
    0
  21. #263 อังสุมารินลี่ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 มกราคม 2555 / 19:45
    ไฮยะ ทำไงต่อละทีนี้

    ชอบชื่อจัง หวันยิหวา
    #263
    0
  22. #262 nilethames (@nlienate) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 มกราคม 2555 / 22:43
    ค้างงงงงง
    อยากอ่านต่อไวๆๆ
    #262
    0
  23. วันที่ 16 มกราคม 2555 / 00:19
     แอชเชอร์แยย่งซีนเต็มๆเลยค่ะฮ่าๆ
    #261
    0
  24. #260 foo jung (@phan-ber) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 มกราคม 2555 / 23:14

    ทำไมคุณอัลเล็นของเราใจร้ายจังเลยอ่ะ รู้สึกสงสารคนไม่รุ้อิโหน่อิเหน่อะไรอย่างยิหวาจริ๊ง ๆ เลย ที่คุณมู่เคยบอกไว้ว่าจะเกรียนกว่าแอนเดรียลท่าจะจริง ตั้งแต่ตอนแรกแล้วหล่ะ แต่ยังไงก็อย่างเพิ่งท้อนะค่ะ รอติดตามผลงานอยู่ค่ะ

    #260
    0
  25. #259 ii_cing (@i-cing) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 มกราคม 2555 / 23:05
    หวันยิหวาา =[]=! ยกนิ้วให้เลย สุดยอดมากค่ะ !<br />
    ชอบ ผญ นิสัยแบบนี้อ้าาาาา >< 5555<br />
    อัพไวๆนะคะ ^^
    #259
    0