ตอนที่ 4 : ♠ TRICK 02 ♠ The Petals Falls ...50%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 21377
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 140 ครั้ง
    9 ก.ค. 62


TRICK 02

The Petals Falls

(...50%)

 

 

         “นี่!” ชายหนุ่มจับไหล่บอบบางแล้วก็ออกแรงบีบบังคับให้คนตัวเล็กกว่าอยู่นิ่งๆ กับที่

            เสียงร้องวี้ดๆ ที่แสบแก้วหูนั้นทำให้เขามึนไปหมด มันกี่สิบเดซิเบลกันแน่นะ ชายหนุ่มคิดในใจก่อนจะมองหน้าหวานที่เห็นว่ามีคราบน้ำตาไหลเป็นทางเสียแล้ว

            ร้องไห้! รามินอุทานในใจ นี่ยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะ

            คนที่ต้องเป็นฝ่ายร้องไห้น่ะ คือเขามากกว่า ทั้งเสียเงินเกือบแสน เสียหน้าต่อลูกน้อง แถมยังรู้สึกเหมือนหูจะหนวกแบบนี้อีก จะบ้าตาย รามินสบถในใจแล้วก็ออกแรงบีบไหล่หล่อนให้แรงขึ้นไปอีก

            เสียเป็นแสน แขนเพิ่งได้จับ!

            “มินตรา!

            ฝ่ายเจ้าของชื่อที่ถูกเรียกก็หลับหูหลับตาร้องกรี๊ดๆ สลับกับร้องไห้ฮือ เพราะคิดว่าจะถูกปล้ำแล้วแน่เป็น เธอเคยอ่านหนังสือนิยายมาก่อนนะ เดี๋ยวพระเอกจะต้องปล้ำนางเอก แล้วก็ คิดได้แค่นี้ก็เบ้หน้าร้องไห้อีกครั้ง เธอไม่ได้รักใคร่ชอบพอเขานี่ อีกอย่างเขาเป็นถึงเจ้าพ่อมาเฟียขืนทำอะไรไม่ถูกใจเข้า แล้วถูกจับโยนลงทะเลจะไม่กลายเป็นอาหารฉลามหรอกเหรอ และสีหน้าหวาดกลัวนั้น ทำเอาคนที่ลากเข้ามาถึงกับทำอะไรไม่ถูก

            เคยมีเสียเมื่อไหร่ล่ะที่รามินทำผู้หญิงร้องไห้เพราะความกลัวเมื่อตอนที่อยู่บนเตียงน่ะ

            “ถ้ายังร้องอยู่อีก จะปล้ำจริงๆ แล้วนะ!” สิ้นเสียงดุๆ นั้น มินตราก็พลันเงียบเสียงเหมือนกดสวิตช์สั่งได้

            ให้มันได้อย่างนี้! ชายหนุ่มนึกในใจก่อนจะรู้สึกแปลกๆ เมื่อเห็นดวงตากลมโตดูอ่อนหวานของเธอเป็นสีแดงช้ำขึ้นมาบ้างแล้ว นึกโกรธตัวเองขึ้นมาโดยไม่มีสาเหตุ

            “คุยกันดีๆ ให้รู้เรื่อง” รามินสั่งแล้วก็จับข้อมือหญิงสาวเอาไว้ไม่ปล่อย

            เขาไม่เคยเจอผู้หญิงแบบนี้มาก่อนจริงๆ ไม่เคยมีใครร้องไห้โฮเหมือนเด็กๆ ต่อหน้าต่อตา เพราะกลัวว่าเครื่องสำอางที่บรรจงแต่งบนใบหน้าอย่างสวยงามนั้นจะเลอะเทอะเปรอะเปื้อน แต่สำหรับสาวน้อยคนนี้ อย่าให้พูดเลย ตอนนี้หน้าตาของสาวเจ้าดูได้เสียเมื่อไหร่ล่ะ

            “ทำไมถึงไม่อยากทำงานให้ผม” รามินถามคนตัวเล็กที่ยังก้มหน้างุดอยู่ข้างตัว

            ปลายจมูกโด่งเล็กนั้นแดงไปหมดแล้ว เขาต้องพยายามห้ามตัวห้ามใจอย่างหนักที่จะไม่เอื้อมมือไปจับจมูกของเธอเล่น นี่เป็นอะไรไปแล้ว ชายหนุ่มนึกสบถในใจ ทำไมถึงมีปฏิกิริยาเช่นนี้ได้ ไม่เข้าใจเลยจริงๆ

            “คุณเป็นมาเฟียใช่ไหมล่ะ” มินตราถามอย่างกล้าๆ กลัว มองหน้าคนที่อยู่ข้างๆ ก็เห็นว่าเขายิ้มอยู่

            เอ เขากำลังวางแผนจะฆ่าเธอหรือเปล่านะ หัวใจของมินตราเต้นตึกตักเพราะว่าเห็นรอยยิ้มที่มุมปากของเขาเข้า มันไม่ใช่ยิ้มเยาะเหมือนเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ที่เธอเคยดูมาก่อน มันเหมือนพระเอกกำลังโปรยเสน่ห์ แต่ก็ชวนสยองไม่น้อย เพราะกำลังอยู่ในหนังสยองขวัญอย่างไรเล่า

            “จะว่างั้นก็ได้” เมื่อรามินยอมรับ ใบหน้าหน้าของมินตราก็บิดเบี้ยวเหมือนจะร้องไห้ขึ้นมาทันตาเห็น

            รามินเองก็หัวใจเต้นแรงตึกตัก ชักจะไม่เข้าใจอารมณ์ตัวเองเสียแล้วว่าทำไมต้องมาใจเต้นเหมือนเด็กหนุ่มแรกรุ่นด้วยก็ไม่รู้ หนำซ้ำอีกฝ่ายยังเป็นแค่ผู้หญิงตัวเล็กที่ไม่รู้ประสีประสาอะไรเลย เฮ้อ นี่เขาทำอะไรอยู่กันแน่นะ

            “ถ้าฉันทำอะไรไม่ถูกใจคุณ คุณจะตัดนิ้วฉันใช่ไหม” เธอถามและทำหน้าเหมือนจะร้องไห้อีกครั้ง เคยดูหนังมานะ เวลาทำผิดหรือทำอะไรไม่ถูกใจพวกมาเฟียเข้า ได้ถูกติดนิ้ว ตัดแขน ตัดขา แล้วก็โยนถ่วงทะเลด้วย

            ฝ่ายรามินเองก็อยากจะกุมขมับร้องหาแม่อยู่เหมือนกัน นี่แม่สาวหน้าหวานคนนี้คิดว่าเขาเหี้ยมโหดขนาดนั้นเลยหรือนี่ เขาไม่ใช่พระเจ้าที่สั่งแบบนั้นได้นะ ถึงจะมีอิทธิพลอยู่หน่อยๆ ก็ตาม

            “ไม่หรอกน่า ผมไม่ตัดนิ้วคุณหรอก ผมจะกดคุณลงกลางเตียงมากกว่า” คำพูดที่ฟังดูอ่อนหวานเรียกให้ขนอ่อนในตัวของมินตราลุกชันได้ทีเดียว

            “ฮือ แม่จ๋า” เสียงหวานแหบเครือ พาคนมองถึงกับส่ายหัวอย่างระอาใจ เอาอีกแล้ว ชายหนุ่มส่ายหน้าเพราะหญิงสาวคนนี้ร้องไห้หาแม่อีกแล้ว ยังพูดกันไม่เข้าใจเลย

            สาวน้อยคนนี้น่ารัก อ่อนหวาน และท่าทางคงจะรักครอบครัวมากด้วย แล้วเขาจะกล้าหักหาญน้ำใจเธอได้ยังไงกัน ดูท่าทางแล้วน่าทะนุถนอมเสียมากกว่า รามินก่อนจะถอนหายใจดึงเฮือก ก่อนจะนึกแผนการอะไรดีๆ ออกมาได้อย่างหนึ่ง มุมปากหยักได้รูปคลี่ยิ้มออกมาบางๆ เมื่อรู้แล้วว่าจะทำยังไงให้สาวน้อยมาติดกับได้

            “ผมจะปล้ำคุณขึ้นเตียงจริงๆ ถ้าคุณไม่ทำงานให้ผม” เขาพูดพลางเลิกคิ้วขึ้นอย่างเป็นต่อ ไม่ละอายสักนิดที่ข่มขู่คนตัวเล็กที่เหมือนเด็กมัธยมตัวเล็กหน้าตาเฉย

            และเพิ่งรู้ตัวว่าตอนนี้ประสานมือกับมือเล็กบางของสาวเจ้าไว้ไม่ยอมปล่อย อยู่ใกล้ผู้หญิงคนนี้แล้วรู้สึกจิตใจผ่อนคลายอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อนเลย

            “จริงๆ นะ” เขาย้ำอีก เมื่อเห็นดวงตากลมโตนั่นเบิกกว้างขึ้นอีกนิด

            “คิดดูแล้วกัน ว่าบนเรือของผมที่ลอยเท้งเต้งอยู่ในทะเลแบบนี้ คุณจะหนีไปไหนพ้น ถ้าคุณไม่ยอมผมก็อาจจะตัดผมคุณ หรือไม่ก็กล้อนซะให้หมดหัว” เขาขู่แล้วก็นึกสนุกที่เห็นหน้าหวานเริ่มซีดลงเรื่อยๆ

            “คิดดูดีๆ นะว่าคุณจะเอายังไง”

            กลั่นแกล้ง ปีศาจ ไอ้คลั่งกาม! มินตราสบถด่าเขาอยู่ในใจ ผิวแก้มแดงใสระเรื่อด้วยเลือดสาวร้อนวูบวาบ คำขู่นี้มันอะไรกัน

            เมื่อหันไปมองรอบๆ ตัว ก็พบว่าไม่มีทางหนีจริงๆ เพราะที่นี่ ตรงนี้คืออาณาจักรของเขา ไม่มีแม้แต่ที่จะให้ซ่อนตัว เพราะอย่างนั้นเลยยอมพยักหน้าในที่สุด

            “แล้วฉันต้องทำอะไรบ้างล่ะคะ

 

 

            “ก็แค่ถ้าผมเรียกคุณ คุณก็ต้องมา” รามินพูดง่ายๆ เพราะคิดว่าคงเรียกให้มินตราออกมาวัดดวงกับแขกกระเป๋าหนักไม่บ่อยเท่าไหร่นักหรอก

            “แล้วงานอะไรล่ะ” เสียงหวานถามสั่นๆ กลัวเหลือเกินว่าเขาจะให้เธอไปเต้นเปลื้องผ้าอย่างที่เคยอ่านในนิยายมา อย่าคิดว่าไม่รู้ทันนะ แต่ที่แปลกใจ ทำไมเขาไม่หาผู้หญิงที่มีเนื้อหนังมังสามากกว่านี้หน่อย มาถูกใจอะไรตัวเอง ถึงตอนนี้ก็ยังอดสงสัยไม่ได้

            “ก็แค่เล่นไพ่น่ะ ไม่มีอะไรมากหรอก”

            “ไพ่” คำพูดของเขาทำให้เธอขมวดคิ้วติดกันแน่น

            ไพ่เนี่ยนะอ้อ เขาต้องรู้แน่ๆ ว่าครั้งก่อนแกล้งแพ้เขาน่ะ เธอคิดแล้วก็มองหน้าคมคายที่ยังยิ้มอยู่ตรงหน้าอย่างลังเลใจ หวังว่าคงไม่ถูกหลอกไปขายหรอกนะ

            “แล้วถ้าฉันแพ้ล่ะ” ถามชายหนุ่มอีกครั้ง ให้ไปเล่นไพ่กับแขก รามินคิดอะไรอยู่กันแน่ ไม่เห็นเข้าใจเลย

            บางทีดวงคนเรามันก็มีขึ้นมีลง ถึงเธอจะตาไวแต่เมื่อไพ่ที่คนแจกไพ่สับแล้วเรียงออกมาไม่สวยก็มีสิทธิ์แพ้เหมือนกัน แล้วถ้าแพ้ขึ้นมา จะถูกหั่นเป็นชิ้นเหมือนปลาหมึกหรือเปล่าหนอ

            “ผมจะดูว่าคุณตั้งใจทำงานมากแค่ไหน ถ้าคุณตั้งใจมากๆ ผมก็จะตกรางวัลให้คุณอย่างงาม แต่ถ้าคุณแกล้งแพ้ขึ้นมา” รามินพูดแล้วก็เว้นวรรคให้หญิงสาวใจเต้นเล่นๆ

            เพราะเห็นนัยน์ตาดำสุกใสของเธอกลอกไปมาแล้วมันน่ารักบอกไม่ถูก

            “ผมจะโยนคุณขึ้นเตียง”

            “ฮือ มะ

            ยังไม่ทันที่เจ้าของเสียงหวานจะเรียกหาแม่จ๋าอย่างที่ติดปาก ปลายนิ้วเรียวยาวราวกับนิ้วของผู้หญิงก็ปิดปากหล่อนไว้เสียก่อน หน้าของเธอเลยตื่นเสียยิ่งกว่าตื่น สร้างความพอใจให้กับรามินเป็นอย่างมาก ผู้หญิงคนนี้อยู่ด้วยแล้วไม่เบื่อเลยจริงๆ

            “ถ้ายังเรียกหาแม่จ๋าอีก รับรองได้เลยว่าผมลากคุณขึ้นเตียงแน่ๆ”

            และนี่ก็เป็นอีกครั้งที่มินตราหุบปากเงียบทั้งที่อยากจะร้องไห้ครวญครางใจจะขาด

            “ถ้าจะพูดอะไรสักอย่างให้ผมหยุดน่ะ อย่าเรียกหาแม่เลย” เพราะว่ามันทำให้เขาหยุดตัวเองได้จริงๆ รามินคิดอยู่ในใจอย่างสงสารตัวเอง

            ต้องยอมรับกับตัวเองอย่างจนใจว่าคำว่าแม่จ๋าของสาวเจ้านั้นฟังดูแล้วน่าสงสารแกมน่าเอ็นดูจนทำอะไรไม่ลง

            “มันกระตุ้นผมให้อยากทำมากขึ้นรู้ตัวหรือเปล่า” เขาโกหกแล้วก็ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆ วงหน้ารูปไข่ของเธอ

            ผิวบางเนียนมองแทบจะมองเห็นเส้นเลือดใต้ผิวหนัง ชายหนุ่มมองผิวของเธอแล้วถอนหายใจ ก่อนหน้านี้จับเธอแรงไปหรือเปล่านะ น่ากลัวว่าผิวบางใสนั่นจะช้ำ เขาได้แต่คิดอย่างสงสัย ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าตัวเองยังพูดต่อไม่จบ

            “ลองเรียกว่าราล์ฟจ๋าดูสิ แล้วผมจะไม่ทำอะไรคุณ” สิ้นคำสั่ง มินตราก็พูดตามที่เขาบอกเช่นกัน

            “ราล์ฟจ๋า” เพราะกลัวหรอกนะเลยต้องพูด ใช่ว่าเธอจะพิศวาสเขานะ สักนิดเดียวก็ไม่

            แต่คนที่ถูกเรียกถึงกับสะดุ้งเพราะนึกไม่ถึงว่าแค่เสียงหวานๆ จะสั่นคลอนหัวใจของตัวเองได้มากถึงขนาดนี้

            และไอ้คำว่าราล์ฟจ๋านี่แหละที่จะทำให้สติสัมปชัญญะของเขาขาดผึงน่ะ

            “เอาล่ะเอาเป็นว่าตกลงกันแล้วนะ คุณกลับไปก่อนได้เลย แล้วคืนนี้ผมจะให้คนไปเรียก” ชายหนุ่มพูดแล้วก็ปล่อยมือมินตราออกจากการเกาะกุมของตัวเอง อดปรายตามองมือของตนเองไม่ได้ ก่อนหน้านี้ยังได้จับตัวเธอ แต่กลับต้องปล่อยไป อดรู้สึกแปลกๆ ในอกไม่ได้ และไม่เข้าใจด้วยว่าตัวเองเสียดายอะไรกันแน่

            มินตราเองเมื่อเป็นอิสระก็วิ่งแจ้นไปที่ประตูหน้าตาตื่น ก่อนจะวิ่งฝ่าร่างสูงๆ ของลูกน้องของรามินออกไปพร้อมกับเอามือปิดหน้าปิดตาไว้แน่น เรียกทั้งเสียงหัวเราะเบาๆ และรอยยิ้มจากชายตัวใหญ่หลายคนที่มองตามหลังไป คนสนิทอย่างทอมสันถึงกับงงว่าทำไมคุยกันรู้เรื่องเร็วนัก อีกทั้งไม่เห็นร่างสูงของคนเป็นนายเดินตามออกมาอีกด้วย

            ด้วยความสงสัยทอมสันเลยเดินเข้าไปยังห้องพักเล็ก เพื่อดูว่าเจ้านายถูกสาวน้อยคนนั้นเอาอะไรฟาดหัวจนสลบแล้วหนีออกไปหรือเปล่า แต่ภาพที่เห็นกลับกลายเป็นว่ารามินนั่งที่ปลายเตียงหนานุ่มและยกมือขึ้นมาปิดหน้าตัวเองเอาไว้

            ถึงจะมองไม่ค่อยชัดแต่เขามั่นใจว่านายกำลังหน้าแดงอยู่

         “นายครับ” เขาเรียกเจ้านายเบาๆ และเห็นว่าร่างสูงใหญ่ของรามินเริ่มขยับตัว

            “อย่าเพิ่งมองหน้าฉันตอนนี้ ฉันกำลังเกิดอาการบ้าอะไรไม่รู้” รามินพูด รู้สึกว่าร่างกายตัวเองคล้ายจะเป็นลูกโป่งสวรรค์ที่กำลังลอยอยู่กลางอากาศ

            ท่าทางของรามินทำให้ทอมสันยิ้มออกมา นักไวโอลินคนนั้นมีอิทธิพลกับเจ้านายมากกว่าที่เขาคาดการณ์เอาไว้ซะอีก

            “ดูแลหล่อนให้ฉันด้วย อย่าให้ผู้ชายคนไหนเข้าใกล้เด็ดขาด” มาเฟียหนุ่มออกคำสั่ง นึกหึงหวงร่างบางของนักไวโอลินสาวที่ทำให้เขากลายเป็นเด็กหนุ่มที่เริ่มหัดจะมีความรัก เมื่อคิดว่าเธอเป็นที่ถูกตาต้องใจของชายอื่นด้วย เพราะเห็นมากับตาว่ามีคนมองเธอหลายต่อหลายคน กลัวว่าจะมีใครเข้าไปวุ่นวายตอนที่ทำงานอยู่

            แม่มดชัดๆ เขาคิดก่อนยกมือขึ้นเสยผมตัวเองไปด้วย

            “เธอเป็นเด็กดีใช่ไหมครับนาย” ทอมสันถาม อยากจะรู้จริงๆ ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้

            “ไม่ใช่หรอก ยัยนั่นน่ะ แม่มดต่างหาก”

 

 

            ฝ่ายมินตราเองก็หัวใจเต้นตึกตักวิ่งกลับเข้าห้องพัก ยกมือแนบแก้มของตัวเองที่ร้อนฉ่าไปหมด มาเฟียคนนั้นทำให้เธอหัวใจแทบวายแน่ะสัมผัสเล็กๆ น้อยๆ ของเขาเหมือนกำลังแผดเผาหัวใจได้ในพริบตาเดียว

            ทั้งไหล่ที่ถูกจับเอาไว้แน่น ข้อมือที่ถูกกำรอบเอาไว้ ปลายนิ้วที่รามินสอดประสาน และยังริมฝีปากที่ของตนเองที่ใช้เขานิ้วแตะเบาๆ

         ทุกอย่างทำให้เธอร้อนวูบวาบราวกับคนที่เป็นไข้ขึ้นสูง แย่จริง เขาทำได้ยังไงกันนะ หญิงสาวคิดก่อนจะกลิ้งตัวที่เตียงไปมา หัวใจและร่างกายเหมือนไม่ใช่ของตัวเองอีกต่อไปแล้ว

            หลังจากที่หลับไปแบบไม่รู้ตัวเพราะว่ายังไม่ชินกับการที่เรือโคลงเคลงไปมาเวลาที่คลื่นลมแรง มินตราลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้งเมื่อแก้มแก้วเข้าเขย่าไหล่เธอเบาๆ

            “คุยงานกับคุณรามินโอเคไหม?” ผู้ที่เป็นรุ่นพี่ถาม มินตราก็ขยี้ตาลุกขึ้นมาอย่างงัวเงีย

            “ค่ะ ก็ดี” ตอบไปแล้วก็นึกตื่นเต้นในใจไม่หาย

            ผู้ชายคนนั่นน่ากลัวจริงๆ นะ ทำให้เธอใจเต้นตึกตักได้อย่างไม่น่าเชื่อเลย

            “ออกไปหาอะไรทานเถอะ แล้วเดี๋ยวค่อยเตรียมตัวไปเล่นดนตรี” แก้มแก้วบอก มินตราก็ลุกขึ้นเดินไปอาบน้ำอย่างว่าง่าย ถ้ามีอะไรทำบ้าง หัวใจที่สับสนวุ่นวายคงจะดีขึ้นบ้างไม่มากก็น้อย

            หลังจากที่แต่งตัวและแต่งหน้าอ่อนๆ จนเรียบร้อยดีแล้ว มินตราก็รวบผมยกขึ้นสูงเป็นหางม้าแล้วหยิบไวโอลินของตัวเองติดมือมาด้วย ชาวคณะนักดนตรีนั่งทานอาหารด้วยกัน และก็เตรียมตัวที่จะเล่นดนตรีให้แขกในห้องอาหารฟัง เธอเดินอยู่รั้งท้ายของกลุ่มพร้อมกับเดินเล่นไวโอลินทดสอบเสียงไปด้วย

            ท่าทางของเธอนั้นอยู่ในสายตาของผู้ชายคนหนึ่ง ซึ่งกำลังนั่งรับประทานอาหารอยู่ในห้องอาหารเงียบๆ เขาเห็นว่าผู้หญิงที่กำลังทดสอบเสียงโน้ตไวโอลินที่เดิมรั้งท้ายกลุ่มนักดนตรีนั่น เคยกินข้าวกับรามินในตอนเที่ยงมาแล้ว เขาเองยังนึกสงสัยอยู่เช่นเดียวกัน เพราะถ้าเป็นคู่ควงของรามิน สาวน้อยไม่น่าจะมาเล่นดนตรีแบบนี้ ด้วยความอยากรู้เลยดีดนิ้วเรียกบริกรที่อยู่บริเวณนั้นให้เข้ามาหา

            “มีอะไรให้รับใช้ครับท่าน” บริกรชายเดินเข้ามาอย่างรวดเร็ว รีบสอบถามความต้องการของแขกทันที

            “เรียกให้นักไวโอลินตัวเล็ดชุดแซคสีขาวนั่นมาเล่นเพลงตรงนี้ให้หน่อย” เขาสั่ง ไม่ละสายตาไปจากร่างบางกลมกลึงของสาวน้อยที่กำลังหัวเราะอยู่กับเพื่อนร่วมวงอยู่ไกลๆ บริกรรับคำสั่งแล้วก็ขยับตัวออกไปทันที

            รอยยิ้มของสาวเจ้าช่างสดใสจริงๆ

            “นายสนใจเหรอครับ” คนสนิทของเขาเอ่ยขึ้น

            และชายที่กำลังจับจ้องมิตราอย่างไม่วางตาคนนี้ก็คือ แบรนดอน แชง คู่แต่งตัวฉกาจของรามินนั่นเอง เขาให้ลูกน้องปลอมแปลงเอกสารการเดินทาง ขึ้นเรือมาด้วย แค่ใส่หนวดปลอมและสวมหมวกคาบซิการ์ในปาก ไม่อยากจะเชื่อว่าลูกน้องของราล์ฟจะจำเขาไม่ได้สักคนนึง

            ความจริงคงจะเป็นเพราะว่าทางฝ่ายทะเบียนได้สแกนคนที่จะขึ้นเรืออย่างดีหลายรอบ ไม่คิดว่าเขาจะขึ้นเรือมาได้เลยไม่ได้มีการป้องกันแน่นหนาเท่าไหร่นัก และตอนที่แขกขึ้นเรือ ก็อาศัยจังหวะที่คนเยอะแทรกตัวยื่นตั๋วขึ้นเรือมาเงียบๆ

            “ให้ฉุดหล่อนไปที่ห้องนายคืนนี้เลยดีไหมครับ” ลูกน้องมือดีเอ่ยถามแบรนดอน เมื่อเห็นว่าเจ้านายกำลังจับจ้องใครบางคนอยู่

            “นายจะบ้าหรือไง ฉันแค่อยากจะรู้ว่าผู้หญิงคนนี้เป็นใครแค่นั้น ฉันเห็นเมื่อตอนกลางวันหล่อนทานข้าวกับราล์ฟ เลยอยากรู้ว่าหล่อนมาเล่นไวโอลินทำไม” คนเป็นเจ้านายเอ็ดเสียงเบาๆ

            เขาไม่นิยมแย่งผู้หญิงจากใครอยู่แล้ว รูปร่าง หน้าตา ฐานะ ไม่ต้องมาฉุดกระชากลากถูผู้หญิงให้เหนื่อยหรอก แค่ปรายตามองแม่สาวสวยทั้งหลายก็แทบจะกองอยู่แทบเท้าแล้ว แค่ต้องการรู้ว่าเธอคนนั้นเป็นผู้หญิงของราล์ฟจริงหรือเปล่า แล้วทำไมถึงมาเล่นไวโอลินแบบนี้ได้

            ถ้าเป็นผู้หญิงของราล์ฟจริง เขาคิดว่าผู้ชายคนนั้นคงไม่ปล่อยให้ผู้หญิงของตัวเองออกมาทำอะไรแบบนี้แน่ๆ

         และไม่นานร่างบางของมินตราก็เคลื่อนกายมาหยุดอยู่ตรงหน้าของแบรนดอนในที่สุด เธอส่งยิ้มมาอย่างสดใสแล้วถามว่า ต้องการจะให้เธอเล่นเพลงแบบไหนให้ฟังในค่ำคืนนี้

            “เพลงที่ช้าสลับเร็ว แล้วก็เศร้าๆ ปนหวานๆ” คำสั่งของแบรนดอนทำให้มินตรามีสีหน้าเหลอหลา แต่ไม่นานเธอก็คลี่ยิ้มให้เขา

            “ได้ค่ะ” เธอรับคำอย่างอ่อนหวานแล้วก็เริ่มต้นเล่นไวโอลินช้าๆ ทันที

 

 

            ทางรามินเองหลังจากที่ตรวจตราดูทั่วเรือก็เดินมาที่ห้องอาหาร และสะดุดเข้ากับร่างบอบบางที่กำลังยืนเล่นไวโอลินที่โต๊ะอาหารโต๊ะหนึ่ง แค่ด้านเห็นหลังก็จำได้ทันทีว่าเป็นใคร อีกทั้งยังเสียงไวโอลินที่อ่อนหวานนั่นอีก เขากัดกรามแน่นเมื่อเห็นว่ามินตราใส่ชุดแซคบางเบาแถมยังสั้นแค่ต้นขา

            ชุดนั้นอวดให้เห็นเรียวขาเรียวยาวและผิวขาวผ่องของเธอ ยิ่งต้องแสงไฟสีส้มอ่อนๆ ในห้องอาหารด้วยแล้วก็ยิ่งสะดุดตาใครๆ มากด้วย แล้วก็อุทานออกมาเสียงดัง เมื่อเห็นว่าคนที่กำลังนั่งดูมินตรากำลังเล่นไวโอลินอยู่นั้นเป็นใคร

            “แบรนดอน!” รามินกำหมัดแน่นด้วยความโกรธ ทอมสันที่ติดตามนายอยู่ข้างๆ ก็ต้องหันไปตามสายตาของคนเป็นนาย

            เมื่อเห็นแล้วก็อ้าปากค้างเมื่อเห็นว่าศัตรูคู่แข่งทางธุรกิจของรามินอยู่ไม่ไกล และยังมีร่างของหญิงสาวคนที่เจ้านายพึงพอใจยืนเล่นไวโอลินอยู่ข้างๆ ด้วย

            ไม่รอช้าขาเพรียวยาวของรามินก้าวตรงไปยังโต๊ะอาหารโต๊ะนั้นอย่างไม่ลังเลทันที

            “สวัสดีครับคุณแบรนดอน ต้องขออภัยที่มาขัดจังหวะนะครับ”

            เมื่อร่างสูงใหญ่ของรามินปรากฏตัวขึ้น มินตราก็ออกอาการประหม่าทันที โน้ตเพลงที่กำลังเล่นอยู่เสียงผิดเพี้ยนไป เธอหยุดเล่นเพลงหยุดยืนรออยู่ข้างโต๊ะ รู้ได้ในทันทีว่าหนุ่มหล่อสองคนนี้รู้จักกันมาก่อน

            “ไง ราล์ฟ มาทานข้าวด้วยกันไหม” ฝ่ายที่ถูกทักเอ่ยขึ้นอย่างอารมณ์ดี

            “นายทำฉันเจ็บแสบมากอเล็กซิส” รามินกระซิบเสียงเขียว และหันไปมองคนสนิทให้ลากตัวมินตราไปไกลๆ

            ทอมสันเข้าใจสายตานั้นและทำท่าจะพาร่างบางของมินตราออกไป แต่ว่าแบรนดอนเอ่ยขัดขึ้นมาซะก่อน

            “เล่นเพลงต่อสิ ฉันกำลังเพลินเลยนะ”

            มินตรามองหน้าทอมสัน รามิน และแบรดอนสลับไปมาเมื่อไม่รู้ว่าจะทำยังไงต่อไป เธอก็ได้แต่วางไวโอลินที่ไหล่เริ่มต้นเล่นเพลงอีกครั้งหนึ่ง สายตาของแบรนดอนจับจ้องสีหน้าของรามินตลอดเวลา ใช่แล้ว รามินกำลังสนใจสาวน้อยคนนี้มาก และมากพอดูที่จะได้เห็นเรื่องสนุกๆ ต่อจากนี้

            เมื่อเล่นเพลงจบแล้วมินตราก็หยุดนิ่งมองคนนั้นคนนี้เพราะไม่รู้ว่าจะทำยังไงต่อไปดี ทอมสันส่งสายตาให้เธอค่อยๆ เลี่ยงออกไป หญิงสาวเห็นสายตานั้นและพยายามจะพาตัวเองออกไปช่างเชื่องช้า แต่แบรนดอนจับแขนเธอเอาไว้แน่น พาให้คนตัวเล็กสะดุ้งเฮือกสุดตัวด้วยความตกใจ

            “ค่าทิปครับ” แบรนดอนพูดแล้วก็ส่งธนบัตรยัดลงในมือเล็กของมินตราอย่างจงใจ

            การกระทำนั่นส่งผลให้ดวงตาของรามินลุกเป็นไฟ แบรนดอนเห็นแล้วก็นึกขำในใจ ผู้หญิงคนนี้สำคัญต่อ เจ้าพ่อกาสิโนลอยน้ำจริงๆ เสียด้วย เมื่อร่างของมินตราถอยห่างไปแล้ว รามินก็จ้องหน้าแบรนดอนเหมือนจะประกาศศึกไปในตัว

            “ฉันอยากเล่นไพ่กับนายสักตาหนึ่ง จะว่างเมื่อไหร่ส่งคนไปบอกได้เลยนะ” แบรนดอนแกว่งแก้วไวน์ในมือไปมาแล้วก็ยิ้มอย่างพอใจ

            “นายแสบมากที่ขึ้นเรือฉันมาได้”

            “คนของนายนายสะเพร่าที่ด่านตรวจท่าเรือเอง” แบรนดอนพูดแล้วก็มองหน้าของรามินอย่างท้าทาย

            “อ้อ นักไวโอลินคนนั้นชื่ออะไร นายรู้ไหม ฉันอยากจะได้หล่อนมาขึ้นเตียงสักคืนนึง จัดการให้หน่อยสิ” คำสั่งนั้นทำให้ไฟโกรธของรามินยิ่งลุกฮือเข้าไปใหญ่

            “ได้สิแบรนดอนเพื่อนรัก ฉันจะส่งกวางน้อยไปให้เสืออย่างนายถึงเตียงเลย” รามินพูดแล้วก็กำสาบเสื้อสูทตัวเองไว้แน่น ระงับอาการโกรธของตัวเองเอาไว้สุดกำลัง

            จะให้แบรนดอนรู้ไม่ได้ว่าเขากำลังพึงพอใจในตัวของมินตราอยู่ แต่กลับไม่รู้ตัวเลยว่าสีหน้าแววตาแสดงออกชัดไปทุกอย่างแล้ว

            “ก่อนหน้าที่นายจะมาน่ะ เราคุยกันเยอะทีเดียว และหล่อนบอกว่าชอบฉันด้วย” แบรนดอนโกหกคำโตออกไป อยากเห็นปฏิกิริยาของรามินเหลือเกิน

            “ฉันจะจัดให้อย่างงดงามเลย” รามินกัดฟังนึกโกรธคนตัวเล็กขึ้นมาบ้างแล้ว เห็นใครหล่อก็ชอบไปหมดเลยหรือ คอยดูนะ จะเล่นงานจนไม่กล้าไปสบตาผู้ชายคนไหนอีกเลย

         เมื่อคล้อยหลังรามินที่เดินอย่างหัวเสียออกไปจากห้องอาหาร แบรนดอนก็หัวเราะออกมาอย่างพอใจ ท่าทางงานนี้จะมีเรื่องสนุกๆ ให้เขาได้ดูตลอดทริปไปมาเก๊าแน่ๆ

            “ทอมสัน!

            ฝั่งรามินเมื่อเดินพ้นห้องอาหารและตรงไปยังห้องพักของตัวเองนั้นก็เรียกชื่อคนสนิทเสียงเข้ม

            “ครับนาย” คนเป็นลูกน้องรับคำแล้วรู้สึกว่าตอนนี้รามินจะโกรธมากจริงๆ

            ซึ่งก็ไม่รู้ว่านายโกรธที่แบรนดอนขึ้นเรือมาได้ หรือว่าโกรธที่แบรนดอนพูดถึงมินตราในเรื่องบนเตียงกันแน่

            “ให้คนไปรับมินตราไปส่งที่ห้องฉัน แล้วหาเกย์ล่ำๆ ตัวใหญ่ๆ ไปส่งให้ไอ้แบรนดอนที่ห้องด้วย” เจ้าพ่อกาสิโนลอยน้ำสั่ง แล้วก็กระแทกเท้าเดินเข้าห้องพักของตัวเองและยังปิดประตูตามหลังดังสนั่นหวั่นไหวไปหมด

            ทอมสันหยุดอยู่หน้าประตูเอามือกุมท้องกลั้นเสียงหัวเราะของตัวเองเอาไว้ เพราะนึกไม่ถึงว่าอารมณ์หึงหวงของรามินจะน่ากลัวได้ขนาดนี้ ไม่รู้ว่าจะสงสารแบรนดอนดีหรือเปล่า เพราะกวางน้อยที่จะส่งไปให้ถึงเตียงนั้นดันกลายเป็นเก้งน้อยไปเสียนี่

 

 

            “คุณโกรธฉันอยู่เหรอคะ” มินตรากลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ เมื่อจู่ๆ รามินก็ส่งคนไปรับเธอมาที่ห้องพักของเขา และตอนนี้อยู่ในห้องด้วยกันก็นานแล้ว แต่ชายหนุ่มยกลับไม่พูดไม่จานั่งสับไพ่ในมืออยู่อย่างนั้น

            นี่เธอนั่งอยู่ตรงหน้าเขาก็นานหลายนาทีแล้ว ไม่เห็นว่าเขาจะพูดอะไรสักคำเลย

            “คุณรามินคะ” เธอเรียกเขาก็เห็นว่าเขาลุกขึ้นยืนและเดินอ้อมโต๊ะทำงานกลับมาหา

            มินตราเริ่มตื่นกลัวกับท่าทางคุกคามนั่นจับใจ ยิ่งเห็นว่านัยน์ตาเขาขุ่นมัวก็สงสัยว่าตัวเองไปทำอะไรให้ไม่พอใจหรือเปล่า แล้วก็ต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อมือหนาตะปบลงที่ไหล่ของเธอแรงๆ และรั้งให้ร่างบางเข้าไปชิดร่างเพรียวแข็งแกร่งอย่างไม่มีทางเลี่ยง

            “คุณรามิน” เสียงหวานเรียกชื่อเขาอย่างตกใจ คำอุทานที่เธอพูดบ่อยๆ เกือบจะหลุดออกจากริมฝีปากบางระเรื่อแล้วเชียว แต่เมื่อคิดขึ้นได้ว่าถูกสั่งพูดยังไงเธอก็ตัดสินใจเรียกอย่างที่เขาสอนไว้

            “ราล์ฟจ๋า” สาวน้อยหารู้ไม่ว่านั่นทำให้เธอหลงเข้าไปติดกับดักของพ่อมดเจ้าเสน่ห์อย่างจัง

            เสียงหวานที่เรียกชื่อของเขานั้น ทำให้รามินหมดความยับยั้งชั่งใจ ก้มหน้าหมายจะปิดกลั้นเสียงร้องอ่อนหวานของหล่อน ก่อนที่มันจะทำให้เขาเสียสติไปมากกว่านี้

            แต่มินตราเองก็ไม่ยอมง่ายๆ ก้มหน้างุดหนีการรุกรานจากเขาทั้งยังใจเต้นแรงเพราะว่าเขาใกล้ชิดแนบชิดกับเธอเหลือเกิน

            “ฮือ ราล์ฟจ๋า ปล่อยมินไปเถอะนะ”

            ให้ตาย เขาจะเป็นบ้าอยู่แล้วนะ ถ้าไม่ได้จูบหล่อนวันนี้ ตอนนี้ เดี๋ยวนี้ เขาต้องนอนตายตาไม่หลับแน่ๆ



นิยายเรื่องนี้หมดสัญญากับทางสำนักพิมพ์สมาร์ทบุ๊คแล้วค่ะ

มู่เลยเอามาทำ E-Book เองค่ะ มู่ขอฝากเอาไว้ด้วยนะคะ

ซื้อ E-Book ได้โดยการกดที่รูปปกใหม่ด้านบนได้เลย

หรือจะตรงนี้ก็ได้ค่ะ

หรือ >>Click!!<<

 

 

 


A Dancing Teddy  By Goong OST.

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 140 ครั้ง

2,416 ความคิดเห็น

  1. #2411 ธิดารัตน (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2556 / 21:32
    ชอบ มากเลยค่ะไม่มีตอนที่4หรอค่ะ อยากอ่านต่อจังเลย
    #2411
    0
  2. #2407 mmd (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2555 / 15:38
    5555555555555555

    ขำมากแบบ..ที่ไม่เคยขำมาก่อน

    ฮามากกกกกกกกกกกกกฮ่า
    #2407
    0
  3. #904 GjaDew (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 เมษายน 2554 / 01:28
    อ่า ฮ้า ฮ้า ฮ่า โอ๊ยยยย ฮา ไม่บันยะบันยัง ไรท์เตอร์เขียนได้ฮา และน่ารักมากค่ะ ไม่ซีเรียส ชอบมากๆค่ะ

    เพิ่งเข้ามาอ่าน เกือบไม่ทันซะแล้ว อิอิ
    #904
    0
  4. #903 หนูน้อย (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 เมษายน 2554 / 20:39
    ไม่รู้จะสงสารดีมัย แต่ที่แน่ๆๆฮาอะ555555 ก๊ากกกกกกกกกกกกกกกกก
    #903
    0
  5. #902 ☀Relax☀ (@momo_chic) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 เมษายน 2554 / 15:25
    ราล์ฟขา 
    ขอให้พระเจ้าอวยพรน้าาา
    ><!!
    #902
    0
  6. #901 papy12 (@papy12) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 เมษายน 2554 / 18:47

    ติ๊สตัวแม่ 555555555555555

    #901
    0
  7. #900 bee-ry (@bee-ry) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 มีนาคม 2554 / 12:18
    แน่ใจนะไรทเตอร์ว่าเป็นนิยายรัก..ยิ่งอ่านยิ่งฮา..แล้วก็สงสารพี่ราล์ฟด้วย จะรับมือหนูมินไหวไม๊เนี่ย กร๊ากกกกกก


    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 30 มีนาคม 2554 / 12:19
    #900
    0
  8. #899 pear (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 มีนาคม 2554 / 21:05
    สงสารราล์ฟขาเลยค่ะ ๆ
    #899
    0
  9. #898 I love it (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 มีนาคม 2554 / 22:29
    โอ๋วววว!!

    พระเจ้าก็ช่วยคุณไม่ได้แล้วหละ ราล์ฟจ๋า...

    ฮาท้ังเร่ืองจิงๆ คุณมาเฟีย หึหึหึ ;3
    #898
    0
  10. #897 kik-dek-d (@kik-dek-d) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 มีนาคม 2554 / 00:21
     สินหวังกับรามินจริงๆๆ รามินสู้ๆๆๆนะ 5555++
    #897
    0
  11. #896 ♠ PENA :) (@This_song) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 มีนาคม 2554 / 03:34

    ราฟล์จ๋า~ ชุ๊บุ :3

    อิอิ

    #896
    0
  12. #895 basketsss (@basketsss) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 มีนาคม 2554 / 21:39
    มันเริ่มไม่ได้ออกแนวผู้ใหญ่นะ
    #895
    0
  13. #894 AV®iL&S!ⓓ★ (@oarachi) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 มีนาคม 2554 / 08:59
     หนูมินนี่ น่ารักจัง
    อิอิ
    ราล์ฟขา ราล์ฟขา

    THK'
    #894
    0
  14. #893 DKearn (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 มีนาคม 2554 / 15:46
    555555



    บอกได้คำเดียว สุดยอดดดดด !!!







    555555
    #893
    0
  15. #892 manow...Lonely (@lemonlovely) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 มีนาคม 2554 / 20:37

    นางเอกเรื่องนี้ น่าร๊ากสุดตรีนนน
    5555+

    #892
    0
  16. #891 La Campanella (@mewon) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 มีนาคม 2554 / 12:30
    น่ารักไม่ทนค่ะ

    นนูมินนี่ซนได้โล่จริงๆ


    ราล์ฟผู้น่าสงสาร ฮ่าๆๆๆ
    #891
    0
  17. #890 BamBoo (@oh-am109) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 มีนาคม 2554 / 12:06
    ราล์ฟขา  สงสารราล์ฟจัง

    เรื่องนี้มีหนูมินเป็นตัวร้ายนะ เค้าว่า==;;
    #890
    0
  18. #889 เก๋ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 มีนาคม 2554 / 19:55
    สงสารราล์ฟขามั่งนะหนูมิน
    #889
    0
  19. #888 lovely_friend (@lovely_friend) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 มีนาคม 2554 / 10:18
     สงสารพระเอก อิอิ
    #888
    0
  20. #887 windylibra (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 มีนาคม 2554 / 00:41
    เอ่อ.......ต้องขอบอกว่า"สิ้นหวังแล้ว" กับ "น่าสงสารจริงๆ" กับ "ราล์ฟจ๋า" ของเรา (=..=)

    เพราะแพ้น๊อกหนูมินไม่รู้ตั้งกี่รอบแล้ว 55555555555
    #887
    0
  21. #886 ญ่าหรัญ (@YaRun) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 มีนาคม 2554 / 00:23
    ไม่ผิดหวัง ไม่ผิดหวัง ไม่ผิดหวัง ที่ฉันอ่านตั้งแต่ตนถึงตรงนี้ อ่านไปขำก็ไปฮาสิ้นดี หนูมินนี่ ได้ใจข้าจริงแท้เชียว
    #886
    0
  22. #885 นานะ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 มีนาคม 2554 / 16:59
    ฮามาก น่ารักจิงๆ

    อ่านแล้วคลายเครียดดีจิงๆ
    #885
    0
  23. #884 gift-natnaree (@natnareegift) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 มีนาคม 2554 / 09:02
    หนูมินน่ารักมากกกกกกกก
    #884
    0
  24. #883 barbie (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 มีนาคม 2554 / 18:02
    Thanks Mu Mu jung for the good stories.

    I love yr all stories.... Cafe Mania, Roman Santa, Dome and the lastest Trick Love.



    Love writer ^o^
    #883
    0
  25. #882 แมวเมี้ยว (@meaumeau) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 มีนาคม 2554 / 14:41
    อ้ายยยยยยยย หนูมินน่าร๊ากกกกกก ><
    #882
    0