ตอนที่ 2 : ♠ TRICK 01 ♠ Can’t Touch Your Heart ...50%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 25492
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 113 ครั้ง
    9 ก.ค. 62



 

ล่ห์รักร้ายเจ้าชายมาเฟีย

มิรา

 

 

What's in a name?

That which we call a rose

By any other name would smell as sweet.

ชื่อนั้นสำคัญไฉน

กุหลาบ ไม่ว่าจะเรียกชื่อมันว่าอย่างไร

ความหอมรัญจวนของมันจะยังคงอยู่เหมือนเดิมเสมอ

From Shakespeare's Romeo and Juliet, 1594:

 

 

 

 

 

TRICK 01

Can’t Touch Your Heart

(...50%)

 

 

         มินตรา รัตนากูลสาวน้อยอ่อนหวานน่ารัก วัยยี่สิบสี่ปีต้องกอดกระเป๋าใส่ไวโอลินของตัวเองเงยหน้าขึ้นมองความหรูหราของเรือสำราญที่จอดอยู่ตรงท่าเรือ ความอลังการและความงดงามที่เห็นทำให้เธอแทบจะไม่เชื่อสายตาว่านี่คือเรือ มองดูแล้วมันคล้ายกับตึกใหญ่โตที่เคลื่อนที่บนผิวน้ำได้เสียมากกว่า

            เธอตอบรับคำชวนของรุ่นพี่มหาวิทยาลัยเดียวกันทันที เมื่อรุ่นพี่ที่เป็นนักดนตรีได้โทรมาเอ่ยปากชวนแกมขอร้อง ให้มาช่วยเล่นไวโอลินในเรือสำราญที่จะเดินทางไปมาเก๊าอาทิตย์นี้ ความจริงแล้วเธอนั้นเป็นพนักงานเงินเดือนธรรมดาๆ ในเมืองหลวงที่แออัดไปด้วยผู้คนหลายล้านคน

            และเมื่อถึงสิ้นปีทางบริษัทก็มีนโยบายให้พนักงานได้หยุดพักยาวครึ่งเดือน ซึ่งประจวบเหมาะกับตอนที่รุ่นพี่ได้โทรมาชวนให้ล่องเรือสำราญเป็นเวลาสิบสี่วันเสียจริง หญิงสาวแหงนหน้ามองความหรูหราของเรือจนเมื่อยคอจึงเสมองไปมองรอบๆ ตัวแทน

            ผู้คนที่กำลังเดินขึ้นเรือนั้นต่างแต่งกายดูดีมีฐานะ สมแล้วที่ได้มาพักผ่อนบนเรือสวรรค์นี้ เธอคิดพลางกวาดสายตามองไปรอบๆ

            “มิน!” เสียงตะโกนเรียกชื่ออย่างดีใจที่ดังขึ้นมานั้น ทำให้เจ้าของชื่อหันไปมองต้นเสียงทันที ไม่นานรอยยิ้มอ่อนหวานปรากฏที่ริมฝีปาก ผู้คนที่เดินผ่านไปมานั้นต่างต้องมองซ้ำยากที่จะถอนสายตากับความอ่อนหวานของสาวน้อย

            “พี่แก้มแก้ว” มินตราเรียกชื่อของรุ่นพี่ร่วมสถาบันอย่างดีใจ ก่อนจะกระโดดโลดเต้นราวกับเป็นเด็กตัวเล็กๆ เข้าไปหาคนที่เป็นเจ้าของชื่อทันที

            “โอ๊ย! โล่งใจจัง พี่นึกว่าคราวนี้จะแย่ซะแล้ว” แก้มแก้ว เจ้าของสถาบันสอนดนตรีสากลเอ่ยอย่างเป็นกังวล แต่นัยน์ตานั้นหาได้เป็นอย่างน้ำเสียง เพราะเธอโล่งใจที่เห็นรุ่นน้องคนสวยผู้อ่อนหวานมาตามคำขอของเธอแล้ว

            เมื่อเดือนก่อนได้มีจดหมายว่าจ้างส่งมาถึงสถาบันดนตรี ขอให้ทางสถาบันช่วยคัดคณะดนตรีสากลเพื่อไปร่วมบรรเลงเพลงในเรือสำราญให้ โดยกำหนดระยะเวลาครึ่งเดือนและมีค่าตอบแทนที่สูงลิบลิ่ว เมื่อโอกาสมาถึงตรงหน้าแล้ว ทำไมเธอจะโยนทิ้งมันไปเล่า

            แต่ปัญหาเกิดขึ้น เมื่อนักไวโอลินคนหนึ่งได้เกิดอุบัติเหตุจนไม่สามารถเล่นไวโอลินได้ แก้มแก้วจึงพยายามจะติดต่อหานักดนตรีมืออาชีพเพื่อจะมารับช่วงต่อจากคนที่บาดเจ็บไป และเธอก็นึกถึงสาวน้อยผู้ร่าเริงอ่อนหวานตอนที่เคยอยู่ชมรมดนตรีสากลด้วยกัน เมื่อครั้งที่ยังเรียนอยู่ในรั้วมหาวิทยาลัย

            มินตราคนนี้กวาดรางวัลในการแข่งขันไวโอลินมานักต่อนัก แต่น่าแปลกใจที่เธอกลับเลือกที่จะเรียนในสาขาบริหารธุรกิจ และให้ไวโอลินเป็นเพียงงานอดิเรกเท่านั้น

            “กระเป๋าเอาขึ้นเรือแล้วใช่ไหม” แก้มแก้วเข้าไปดูแลรุ่นน้องสาวด้วยความเต็มใจ

            ไม่เจอกันมานานเกือบปีแต่มินตรายังดูเหมือนเดิมทุกอย่าง หน้าตา นิสัยใจคอ ไม่เปลี่ยนจากตอนที่เรียนมหาวิทยาลัยเลยสักนิดเดียว

            “ค่ะ มีคนยกขึ้นไปให้แล้ว แต่ว่าไวโอลินนี่มินหวง เลยถือเอง” มินตราพูดแล้วก็แลบลิ้นตบท้ายอย่างซุกซน ทำให้คนมองต้องส่ายหน้าระอากับความเป็นเด็กไม่รู้จักโตของสาวน้อยเสียที

            “เรานี่ล่ะน้า แล้วโน้ตเพลงที่พี่ส่งให้ทางอีเมลน่ะไม่มีปัญหาใช่ไหม” ผู้ที่มีอายุมากกว่าเริ่มชวนคุย และจูงมือสาวรุ่นน้องให้ขึ้นเรือไปด้วย ท่ามกลางผู้คนที่กำลังทยอยขึ้นเรือเพื่อจะได้ออกจากท่าเรือ ท่องไปยังท้องทะเลสีฟ้าครามที่แสนกว้างใหญ่

            “ไม่มีปัญหาค่ะ ครบเรียบร้อยแล้ว แล้วเราจะต้องเริ่มงานคืนนี้เลยรึเปล่าคะ” มินตราถามด้วยความสงสัย บางทีการมาเที่ยวเล่นครั้งนี้อาจจะมีงานหนักรอเธออยู่ก็เป็นไปได้

            “จ้า แต่คืนนี้เล่นไม่นานหรอกแค่เปิดงานน่ะ คนเยอะเหมือนกัน คณะดนตรีของเรามีประมาณสามสิบคนน่ะ” คำบอกของแก้มแก้วทำให้มินตราพยักหน้าหงึกหงักเป็นเชิงรับรู้ และเดินขึ้นเรืออย่างประหม่า

            ทุกสิ่งทุกอย่างดูแปลกใหม่ไปเสียหมด จะมีใครว่าเธอเป็นพวกบ้านนอกเข้ากรุงหรือเปล่าหนอ หญิงสาวคิดในใจอย่างอยากรู้ เพราะการแต่งตัวไม่เหมาะสมที่จะมาล่องเรือหรูแบบนี้เลยจริงๆ

            แต่สิ่งที่มินตรากังวลก็หายไปชั่วคราว เมื่อได้ยินเสียงเรียกของแก้มแก้ว

            “ไปดูห้องพักกันก่อน พักกับพี่แล้วก็รุ่นน้องอีกคนนึงคงไม่เป็นไรนะ” แก้มแก้วถามเพื่อความสบายใจอีกครั้ง เธอเคยบอกเรื่องนี้กับมินตราไปแล้วว่าจะมีรูมเมทร่วมห้องพักสามคน ซึ่งก็ดูเป็นเรื่องที่น่าอึดอัดพอดูที่คนไม่รู้จักกันมาก่อนต้องมาร่วมห้องกันแบบนี้

            “ไม่มีปัญหาค่ะ มินน่ะยังไงก็ได้อยู่แล้ว” สาวน้อยยิ้มหวานสดใส

         สองสาวคุยหยอกล้อและซักถามเรื่องราวที่อยากรู้ของกันและกันระหว่างทางที่เดินไปยังห้องพัก มินตรารู้สึกผ่อนคลายมากที่ได้มาพักผ่อนหลังจากที่ไม่ได้หยุดพักมาเกือบปี อีกทั้งยังเป็นท้องทะเลที่เธอชื่นชอบแบบนี้ด้วย จึงเผลอยิ้มไปตลอดทางสร้างความประทับใจกับผู้ที่พบเห็นเดินสวนทางเป็นอย่างดี

            ความน่ารัก ความอ่อนหวานของเธอทำให้สายตาของเพศตรงข้ามมองมาด้วยความสนใจ แต่ใครเล่าจะรู้ สาวสวยคนนี้น่ะ ราวกับแม่มดดีๆ นี่เอง

 

 

            “ขอบคุณที่เตรียมตัวมาเป็นอย่างดีเพื่อทางเรานะครับ”

            เสียงนุ่มทุ้มของ ราล์ฟ หรือ รามิน แอล อีวาน เจ้าพ่อกาสิโน[1]ลอยน้ำขนาดใหญ่ที่เป็นเจ้าของสัมปทานการเรือที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกกล่าวขึ้น ต่อหน้าคณะนักดนตรีสากลที่เขาได้ให้มือขวาคนสนิทเป็นคนจัดการ

            ทอมสัน ลูกน้องคนสนิทยิ้มได้นิดหน่อย เมื่อพบว่าเจ้านายของตนนั้นพอใจกับคณะนักดนตรีที่ตัวเองเป็นฝ่ายจัดหามาให้ เขาเป็นทั้งคนสนิทและมือขวาของรามินมาตั้งแต่เมื่อห้าปีก่อนแล้ว หากเมื่อทั้งคู่อยู่ด้วยกันตามลำพังสถานภาพของทั้งสองจะเป็นเพื่อน หาใช่เจ้านายกับลูกน้องไม่

            “คืนนี้ผมจะเปิดตัวทัวร์จากไทยไปมาเก๊าคืนนี้ ยินดีที่เราได้ร่วมงานกันนะครับ หวังว่าพวกคุณคงมีความสุขที่ได้ร่วมงานกับผมเช่นกัน”

            รามินเอ่ยเสียงนุ่ม มารดาของเขาเป็นชาวไทยเขาจึงพูดภาษาไทยได้คล่องแคล่ว หากไม่ใช้คำศัพท์ยากๆ หรือคำที่เป็นภาษาสมัยใหม่มากเกินไปนักก็จะฟังออกและสื่อสารได้ บิดาของเขาเป็นชาวอเมริกันเชื้อสายจีน ได้ปูทางการทำธุรกิจเรื่องกาสิโนและการท่องเที่ยวไว้นานแล้ว

            ชายหนุ่มรับช่วงต่อจากผู้เป็นบิดาด้วยความเต็มใจเต็มความสามารถ เพียงระยะเวลาห้าปีก็สามารถขยายขอบข่ายชื่อเสียงได้กว้างขวาง ทั้งนี้เป็นเพราะว่าเขามีความขยันใส่ใจกับงานและปรับเปลี่ยนธุรกิจได้อย่างชาญฉลาด เรียกได้ว่าทำงานได้อย่างดีไม่ขาดตกบกพร่องใดๆ ทั้งสิ้น

            ทั้งยังรูปงามอายุแค่ยี่สิบเก้าปีเพียงเท่านี้ก็ทำให้ชื่อเสียงของเขาโด่งดังได้ ในฐานะคนทำงานรุ่นใหม่ไฟแรงทั้งยังรูปหล่อหาตัวจับได้ยาก สาวๆ ที่เคยเห็นตัวจริงของเขาต่างพากันหลงใหลได้ปลื้มกันทั้งนั้น ทว่ารามินไม่สนใจในเรื่องของผู้หญิงเท่าไหร่ เพราะตอนนี้มีแต่เรื่องงานในหัวเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

            แต่เขาก็ไม่เคยขาดมือเรื่องผู้หญิง หญิงสาวสมัยใหม่ที่รักชอบเงินตราของเขานั้นมีมากมาย ตัวชายหนุ่มเองนั้นได้บอกแต่แรกว่าไม่ชอบการผูกมัดใดๆ ทั้งสิ้น แม่สาวงามมากหน้าหลายตาที่ผ่านเข้ามาก็ยอมรับได้ในข้อนี้ และจากไปเมื่อรู้ตัวว่ารามินหมดความสนใจในตัวของพวกหล่อนแล้ว

            แค่เงินและความสนุกชั่วครั้งชั่วคราว ดูเหมือนว่าจะเป็นค่านิยมผิดๆ ที่ก่อตัวขึ้นในสังคมปัจจุบันอย่างรวดเร็ว

 

 

            “แล้วเจอกันนะครับ” ดวงหน้าคมคายตามแบบฉบับครึ่งเอเชียครึ่งตะวันตก กวาดสายตามองไปทั่วคณะนักดนตรีอีกครั้ง

            สายตาคมกริบของเขาสะดุดกับดวงตากลมโตของสาวน้อยคนหนึ่ง เธอยืนถือไวโอลินเอาไว้แน่นมองหน้าเขาตาแป๋ว เหมือนเด็กตัวเล็กๆ ที่กำลังใจจดใจจ่ออยู่กับการเล่านิทานของผู้ใหญ่ สีหน้าไร้เดียงสานั่นทำให้เขาหลุดยิ้มออกมาได้นิดหน่อย

            นานแค่ไหนแล้วนะ ที่ไม่ได้เจอกับสายตาใสซื่อแบบนี้ชายหนุ่มคิดในใจก่อนจะยิ้มให้เธออีกนิด

            มินตราเองเมื่อเห็นรอยยิ้มจากชายหนุ่มที่กำลังจับจ้องอยู่ยิ้มให้ตัวเอง หญิงสาวเองก็ยิ้มกว้างเข้าไปอีก ในใจนึกพอใจที่เจ้าของเรือนี้ดูใจดีเป็นกันเอง ไม่ขี้เบ่งเหมือนเจ้านายที่บริษัทของเธอเลย

            เมื่อร่างสูงที่ใส่สูทสีดำเนื้อดีตัดเย็บด้วยมืออย่างประณีตนั้นก้าวเดินออกไปพร้อมกับคนสนิท เสียงพูดคุยเบาๆ จึงดังขึ้นในหมู่นักดนตรีทันที

            “เขาดูใจดีใจจังเลยเนอะ พี่แก้มแก้ว” มินตราเอ่ยขึ้นกับคนข้างตัวอย่างชื่นชม

            “นั่นสิ ตอนแรกพี่ก็เกร็งๆ เหมือนกันว่าเขาจะดุอะไรรึเปล่า”

            “ตอนแรกมินคิดว่าเขาจะเป็นผู้ชายอายุเยอะแล้วซะอีก ที่ไหนได้ยังหนุ่มแล้วก็หล่อเฟี้ยวอยู่เลย” สาวน้อยพูดตามประสาคนร่าเริงอารมณ์ดี และเรียกรอยยิ้มเอ็นดูจากแก้มแก้วได้เหมือนทุกครั้ง

            “ไปกัน ไปเตรียมตัวได้แล้ว เอ้า เด็กๆ เดินมาๆ อย่าเสียงดังกันสิ” แก้มแก้วเรียกให้คณะนักดนตรีเดินออกจากพักด้านหลังที่มีไว้เพื่อเตรียมตัว

            เมื่อพิธีกรที่ทำหน้าที่อยู่ข้างหน้าเวทีให้สัญญาณ คณะนักดนตรีสากลจึงเดินไปประจำที่ของตัวเอง มินตราได้อยู่ตำแหน่งโซโลเดี่ยวของไวโอลินเมื่อใกล้จะจบเพลง เธอสูดหายใจเข้าปอดระงับความตื่นเต้น เมื่อรู้ว่ามีสายตาหลายคู่กำลังจ้องมองมาที่ตัวเอง

            เสียงดนตรีที่บรรเลงเพลงอย่างอ่อนหวาน เป็นเพลงทั้งยังให้ความตื่นเต้นในบางทีสร้างความเพลิดเพลินให้กับแขกที่มาพักผ่อนบนเรือสำราญได้อย่างดี มินตราหลับตาพริ้มและนึกถึงโน้ตเพลงที่จะต้องเล่นต่อไป เธอเล่นไวโอลินมาตั้งแต่เด็กๆ และผูกพันเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องดนตรีชนิดนี้

            เมื่อมีเวลาว่างเธอมักจะเล่นเพลงคนเดียว เพื่อผ่อนคลายอารมณ์เมื่อยามที่เจ็บปวด โมโห หรือเสียใจ และตอนนี้เมื่อถึงท่อนโซโลเดี่ยว มินตราลุกขึ้นยืนแล้วก็บรรเลงเสียงไวโอลินด้วยความชำนาญ แก้มแก้วเองยังนึกแปลกใจที่สาวน้อยร้างราจากการเล่นดนตรีบนเวทีใหญ่ไปนาน แต่กลับยังเล่นได้อย่างไร้ที่ติ ผู้หญิงคนนี้มีพรสวรรค์รวมทั้งพรแสวงในตัวมากจริงๆ

            เมื่อเพลงบรรเลงจบลงเรียกเสียงปรบมือได้เป็นอย่างดี คณะนักดนตรีทุกคนต่างก็พอใจในผลงานของตัวเอง และพากันเคลื่อนย้ายกลับไปหลังเวทีเพื่อพักผ่อน และไปประจำยังห้องต่างๆ ตามที่จะมีเจ้าหน้าที่ทางเรือร้องขอให้ไปเล่นเพลงให้แขกฟังตามที่หน้าที่

            “ยิ้มหน้าบานเชียว พอใจล่ะสิ” แก้มแก้วเดินเข้ามาแซวรุ่นน้อง เมื่อเห็นว่ามินตรายิ้มหน้าบานไม่หยุด หลังจากที่ได้รับเสียงปรบมือย่างท่วมท้น

            “ใช่ค่ะ มินน่ะ ชอบมากๆ เลยล่ะ”

            “วันนี้เห็นคุณทอมสันบอกว่าไม่มีอะไรแล้วล่ะ แขกจะไปกาสิโนแล้วก็ทานอาหารกัน เราก็ไปทานบ้างเถอะ” แก้มแก้วชวน ก่อนที่เธอจะขมวดคิ้วเมื่อคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้

            “อยากไปกาสิโนไหมมิน”

            จำได้ว่าครั้งหนึ่งตอนที่เล่นไพ่ป๊อกนั้น มินตรากวาดเรียบทุกครั้งไป เป็นที่น่าแปลกใจของคนที่เล่นด้วยเสมอๆ ครั้งนี้เองแก้มแก้วคิดว่าถ้าลองเอามินตราไปเสี่ยงโชคแล้วได้เงินกลับมา มันก็อาจจะเป็นการพิสูจน์ว่ารุ่นน้องของเธอมีพรสวรรค์ด้านการเสี่ยงโชคด้วยหรือเปล่า ครั้งนั้นรุ่นพี่ที่เป็นเจ้ามือถึงกับตกใจเพราะว่าไม่เคยเจอคนดวงเฮงอย่างมินตรามาก่อนเลย

            “เอ มันก็น่าสนุกเหมือนกันเนอะ” มินตราตอบรับนัยน์ตาเป็นประกาย

 

            แต่เรื่องมันกลับไม่เป็นอย่างที่แก้มแก้วหวัง เพราะว่ามีแขกที่ชอบเสียงไวโอลินของมินตรา ได้ขอเชิญให้มินตราไปเดี่ยวไวโอลินที่ห้องโป๊กเกอร์หลังจากที่ทานมื้อค่ำเรียบร้อยแล้ว

            “เดี๋ยวมินเล่นไวโอลินเสร็จ เราค่อยไปแลกชิพแล้วเล่นกันก็ได้เนอะ” หญิงสาวเอ่ยชวนผู้เป็นรุ่นพี่ เมื่อเห็นว่าแก้มแก้วนั้นทำหน้าเจื่อนไปเสียแล้ว

            “งั้นก็ได้ ใครจะใจร้ายให้น้องสาวคนสวยของพี่เล่นไวโอลินให้ฟังจนถึงเช้าล่ะ เนอะ” มินตราหัวเราะน้อยๆ รุ่นพี่คนสวยเลยพอจะยิ้มออก

            ตอนนี้มินตรายืนอยู่ข้างโต๊ะไพ่คู่ที่กำลังเล่นไพ่โป๊กเกอร์กันอยู่ ฝ่ายเจ้ามือก็คือคนในเรือกาสิโนนี้นั่นเอง อีกฝ่ายเป็นชายที่อายุเยอะพอสมควรดูเหมือนว่าเขาจะเกษียณแล้วและมาพักผ่อนบนเรือสำราญ และเป็นคนเดียวกับที่ขอให้เธอมาเดี่ยวไวโอลินให้ฟังนั่นเอง

            เมื่อชายสูงวัยคนนั้นทำชิพที่ไว้ใช้แทนเงินสดหล่นลงที่พื้น อาศัยที่ชิพเป็นวงกลมแบนเหมือนกับเหรียญทำให้มันวิ่งมาปะทะกับรองเท้าของมินตราเข้า สาวน้อยจึงย่อตัวลงเก็บชิพนั้นและเดินเอาไปส่งให้ชายสูงอายุคนนั้นถึงที่

            “คุณทำมันหล่นค่ะ” เธอพูดอย่างนอบน้อมและส่งรอยยิ้มอ่อนหวานให้ด้วย

            “อ้อ ขอบใจนะ ฉันมือไม้ไม่ค่อยจะดีเหมือนเมื่อก่อน แถมหูตายังฟ้าฟางอีกด้วย เอ ดูให้หน่อยสิ ควรจะทิ้งไพ่เปลี่ยนใหม่ดีไหม” แล้วจู่ๆ ชายผู้นั้นก็ยื่นหน้าไพ่ให้มือให้กับหญิงสาว เพื่อให้เธอช่วยพิจารณา

            มินตราตกใจเล็กน้อยเพราะไม่ทันได้ตั้งตัวก่อนจะกวาดสายตามองไปยังหัวโต๊ะอีกฝั่ง ที่เป็นที่นั่งของเจ้ามือ

            ก็เราทำงานให้เรือนี้นี่นา ถ้าช่วยคุณลุงเค้าไปแล้วเค้าชนะพนันขึ้นมาล่ะ จะว่าไงดีทีนี้ คิ้วเรียวยาวขมวดเข้าหากันอย่างหนักใจ

            สีหน้าของหญิงสาวตอนนี้อยู่ในสายตาของรามินตลอดเวลา เขาบังเอิญได้ยินเสียงไวโอลินในห้องโป๊กเกอร์ระหว่างที่เดินผ่านมา เพราะความแปลกใจเลยเดินเข้ามาดูก็เห็นว่าเป็นสาวน้อยที่ดูไร้เดียงสาคนนั้น กำลังเดี่ยวไวโอลินให้แขกในห้องฟัง จากนั้นเธอก็หยุดอยู่ข้างโต๊ะเมื่อเล่นเพลงจบแล้ว และรอสัญญาณว่าจะให้เล่นไวโอลินต่อเมื่อไหร่

            และยิ่งแปลกใจเพราะตอนที่คนของเขากำลังสับไพ่แล้วกรีดไพ่นั้น สายตาของสาวน้อยมองที่มือคนของเขาตาไม่กะพริบทีเดียว สายตาแบบนั้น มันมุ่งมั่นเสียจนเขาอยากจะรู้ว่าถ้าเธอกำลังเป็นฝ่ายเล่นอยู่ เธอจะชนะหรือเปล่า เมื่อเห็นเธอกำลังอึกอักกับคำขอร้องของแขกที่กำลังขอให้เธอช่วยดูไพ่ให้นั้น ขายาวๆ ของเขาจึงก้าวเข้าไปยังโต๊ะโป๊กเกอร์นั้นทันที

         “มีอะไรรึเปล่าครับ” รามินเดินไปถึงร่างบางของนักไวโอลินสาวอย่างรวดเร็ว ทำให้มินตราสะดุ้งน้อยๆ มองหน้าเขาอย่างตกใจ

            “อ้อ ผมอยากให้เธอช่วยดูไพ่ให้น่ะ จะได้รึเปล่าล่ะ” ชายสูงวัยถามกลับ พร้อมกับขยับริมฝีปากเผยรอยยิ้มน้อยๆ อย่างอารมณ์ดี

            รามินมองตาชายคนนี้แล้วก็นึกในใจว่าเขาคงอ่านสีหน้าผู้คนออกได้ดีไม่เบาทีเดียว คงสังเกตเห็นสีหน้าท่าทางของหญิงสาวอย่างที่เขาสังเกตเห็นเช่นกัน เพราะความอยากรู้ว่าหญิงสาวนักไวโอลินคนนี้จะทำให้ชายสูงวัยคนนี้ชนะไพ่ตานี้หรือเปล่า เขาจึงยิ้มและพยักหน้าแต่โดยดี

            “เชิญครับ ตามสบายเลย ว่าแต่คุณ” ชายหนุ่มยืดตัวขึ้นและหันไปมองหน้านักไวโอลินสาว เหมือนจะถามว่าเธอชื่ออะไร

            “มินค่ะ มินตรา” เสียงหวานตอบพร้อมกับรอยยิ้มสดใสอันเป็นเอกลักษณ์ประจำตัวของเธอ

            ทั้งรามิน ทั้งคนที่อยู่บริเวณนั้นต่างถูกรอยยิ้มนั่นเล่นงานจนเผลอมองตามไปอยู่ชั่วครู่

            “ครับคุณมินตรา รบกวนช่วยรับรองแขกด้วยนะครับ” รามินกล่าวอย่างสุภาพ แล้วก็เลื่อนตัวไปนั่งอีกโต๊ะเพื่อสังเกตการณ์เงียบๆ

            เมื่อร่างของคนที่ขึ้นชื่อว่านายจ้างจากไป หญิงสาวเลยขยับตัวเข้าไปใกล้ชายที่เกษียณแล้วคนนั้นก่อนจะกวาดสายตามองไพ่ในมือของเขาไปด้วย เธอเคยเล่นเทนนิสมาก่อนและความเร็วของลูกเทนนิสนั้นวิ่งได้เร็วมากกว่า สองร้อยกิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยเฉพาะกัปตันทีมที่ร่างเป็นชายแต่ใจเป็นหญิงด้วยแล้ว

            เธอไม่จะอยากจะนึกถึงตอนที่กัปตันทีมเทนนิสเสิร์ฟลูกเสิร์ฟเอซ[2]เลยสักนิด และเมื่อตอนที่จ้องมองคนสับไพ่ที่ทั้งสับทั้งกรีดพร้อมกับบันทึกภาพไว้ในสมอง ก็พอจะรู้ว่าไพ่สามใบสุดท้ายที่อยู่ในหน้าตลับไพ่ในมือของคนแจกไพ่นั่นเป็นไพ่หมายเลขอะไร

            เมื่อเธอมองดูหน้าไพ่ของชายสูงวัยข้างหน้าเธอก็พบว่ามันคือ เห่า (Full House) ประกอบด้วยไพ่ตองตัวเลขเหมือนกันสามใบ และใบคู่เลขเหมือนกันอีกสองใบ จะว่าไปหน้าไพ่นี้ก็ถือว่าใช้ได้ทีเดียว แต่ติดอยู่ไพ่คู่ที่เป็นคู่ 2 เท่านั้นที่แต้มมันดูจะต่ำไปหน่อย

            และถ้าจำไม่ผิดไพ่สองใบที่อยู่หน้าตลับไพ่นั้นดูเหมือนจะเป็นเลข

         “ว่าไงหนูมิน เราควรจะทิ้งหรือรุกดี” ชายชราเรียกชื่อเล่นของหญิงสาวเพื่อเพิ่มความสนิทนม มินตรายิ้มและยื่นมือเรียวยาวของตนไปแตะที่ไพ่คู่ 2 นั้นทันที

            “ขอเปลี่ยนไพ่ค่ะ” เธอพูดแล้วก็ดึงไพ่คู่เลข 2 วางที่โต๊ะกลาง

            คนที่แจกไพ่ก็ให้ไพ่ใบใหม่มาแก่ชายชราสองใบ เมื่อเขาพลิกหน้าไพ่ดูนั้นเขาก็พบว่ามันเป็นคู่หมายเลข 8 ชายชราหันไปมองมินตราด้วยความแปลกใจนิดหน่อย เขาคิดว่าหญิงสาวคนนี้มีทักษะการเล่นไพ่ที่ดีทีเดียว แต่ไม่นึกว่าเธอจะดวงดีและไหวพริบดีได้ถึงขนาดนี้

            “เห่า” ว่าแล้วชายชราก็หงายไพ่ในมือวางที่โต๊ะ พร้อมกับกวาดชิพบนโต๊ะกลางไปได้ทั้งหมด

            ทุกอย่างอยู่ในสายตาของรามินตลอดเวลา จนนึกอยากจะทดสอบอะไรกับคนตัวเล็กคนนี้สักหน่อยแล้ว

 

 

            “ฉันไม่มีเงินหรอกค่ะ” มินตราบ่นเสียงอุบอิบ เมื่อจู่ๆ รามินก็เข้ามาแตะศอกเธอเบาๆ บอกว่ามีเรื่องอยากคุยด้วย ตอนแรกก็คิดว่าเขาจะเรียกมาดุหลังจากที่ช่วยให้คุณลุงคนนั้นชนะไพ่ไป แต่ที่ไหนได้ เขากลับเป็นฝ่ายเอ่ยปากชวนให้ไปเล่นโป๊กเกอร์ด้วยกัน ทำให้ต้องจ้องหน้าหล่อเหลาราวกับเทพบุตรนั้นด้วยความไม่เข้าใจ

            เขาต้องการอะไรกันแน่นะหญิงสาวคิดในใจอย่างสงสัย

            “ผมให้คุณเปล่าๆ เลยห้าหมื่น” แล้วคนใจป้ำก็ทำให้นักไวโอลินถึงกับตาโตอีกครั้ง

            ห้าหมื่นเนี่ยนะ มันเยอะอยู่ไม่ใช่เหรอ เขาคิดอะไรของเขาเนี่ย คิ้วเรียวสวยของมินตราขมวดคิดกันแน่น ชักจะสงสัยในพฤติกรรมของชายหนุ่มมากขึ้นทุกทีเสียแล้ว

         รามินไม่พูดเปล่า คนสนิทของเขายังเอาชิพแทนเงินสดจำนวนหน้าห้าหมื่นบาทมาวางตรงหน้ามินตราอีกด้วย เช่นเดียวกับชายหนุ่ม เขาเองก็มีชิพในมืออยู่ห้าหมื่นเช่นกัน ตอนนี้มินตราขบริมฝีปากบางระเรื่อของตัวเองเอาไว้ พยายามคิดว่าจะทำอย่างไรไม่ให้ทั้งเขาและตัวเองต้องเสียหน้า

            ถ้าหักหน้าเขาด้วยการชนะรวดเดียวมันคงจะดูไม่ดี แต่ถ้าแกล้งแพ้เขาก็คงดูออก เพราะอย่างนั้นสมองของมินตราจึงคิดหาทางหนีทีไล่อยู่ชั่วครู่ จากนั้นนัยน์ตารวมทั้งริมฝีปากบางระเรื่อของคนตัวเล็กก็เป็นประกาย ราวกับคิดอะไรบางอย่างได้แล้ว พาคนที่มองดูห่างๆ ต้องลอบมองด้วยความสนใจ

            “ขอฉันเล่นแค่ห้าตานะคะ แล้วก็เป็นคนวางเงินพนันเองด้วย ถ้าฉันวางเท่าไหร่ คุณก็ต้องวางเท่านั้นนะคะ” เธอต่อรอง พอจะหาทางที่ทำให้ทั้งเขาและตัวเองไม่ได้เสียหน้าได้แล้ว

            “ยินดีครับ” รามินรับคำ รอดูว่าอีกฝ่ายกำลังวางแผนอะไรอยู่กันแน่

            เมื่อเริ่มเกมแรกมินตราวางชิพแค่ 2000 และทำให้รามินสบตากับทอมสันคนสนิทอย่างไม่เข้าใจเท่าไหร่ แต่สุดท้ายเขาก็ยอมวางชิพที่โต๊ะกลางจำนวนเท่าๆ กับมินตรา ในเกมแรกมินตราแกล้งแพ้ไปอย่างง่ายดายและเสียชิพไปสองพัน รอบสองมินตราวางชิพเป็น 4000 รามินเองก็วางจำนวนที่เท่ากัน และผลสุดท้ายมินตราแพ้ไปอีก

            ดวงตาที่คมประดุจเหยี่ยวของรามินจ้องมองดวงหน้าหวานของมินตราอย่างจับผิด เธอกำลังคิดอะไรอยู่ ทำไมไม่ขอเปลี่ยนไพ่ ซ้ำยังไม่จ้องมองคนแจกไพ่เลยสักแวบเหมือนจะทำให้ตัวเองแพ้ ชายหนุ่มคิดในใจก่อนจะวางเงินเดิมพันในรอบที่สามจำนวน 8000 เท่ากับของหญิงสาว

            ดูเหมือนว่ามินตราจะทบเงินขึ้นเป็นทีละสองเท่า รามินคิดก่อนจะพบว่าตัวเองชนะมินตราในรอบที่สามอีกครั้ง ตอนนี้หญิงสาวเสียไปเป็นเงินจำนวน 14,000 แล้ว และถ้าเดาไม่ผิดรอบที่สี่มินตราจะวางเงินจำนวน 16,000 และก็จริงเสียด้วย เท่ากับว่าตอนนี้สาวน้อยเหลือชิพที่ไม่รวมกับจำนวนที่วางไปก่อนหน้านี้แค่ 20,000 เท่านั้น เธอกำลังคิดอะไรอยู่ในใจ ชายหนุ่มคิดอย่างสงสัย

            และเมื่อเกมดำเนินมาถึงตาที่สี่ มินตราจับจ้องไปยังคนแจกไพ่และเปลี่ยนไพ่จนพอใจ และผลสุดท้ายเธอกวาดเอาชิพกลับไปได้ 32,000 รวมทั้งชิพเดิมพันของตัวเองด้วย ดวงตาของรามินเบิกกว้างขึ้น เมื่อหญิงสาวดึงเอาเงินที่เสียกลับคืนไปได้หมดแล้วยังเอาเงินเขาไปได้อีกสองพัน

            และเมื่อมาถึงเกมที่ห้าเกมสุดท้าย มินตราวางเงินเดินพันที่ 32,000 อย่างที่รามินคิดไว้ และผลสุดท้ายคือเธอกวาดเอาชิพของเขาไปได้ทั้งหมด 84,000 โดยที่เขาเหลือเงินอยู่เพียง 16,000 เท่านั้น ชายหนุ่มหันไปมองคนสนิทด้วยความตกใจ เขาไม่เคยเจอเรื่องแบบนี้มาก่อนเลยจริงๆ

            “ครบห้าตาแล้วนะคะ ฉันขอตัวไปพักผ่อนก่อนนะคะ” หญิงสาวพูดอ่อนหวาน ก่อนจะกวาดเอาชิพใส่ในกระเป๋าไวโอลินของตัวเอง

            เป็นไปตามที่วางแผนเอาไว้! หญิงสาวคิดในใจอย่างตื่นเต้น

            ตอนแรกเธอคิดแทบตายว่าจะทำยังไงไม่ให้เขาที่เป็นเจ้าของกาสิโนต้องเสียหน้า และตัวเองไม่ต้องเสียหน้าด้วย สุดท้ายก็เลยคิดให้เขาชนะด้วยจำนวนครั้งที่มากกว่า นั่นคือ 3:2 แต่กวาดเงินของเขามาได้มากกว่าครึ่งจากห้าหมื่นที่เขามีอยู่ รวมทั้งได้เปล่าๆ ตอนแรกอีกห้าหมื่น รวมทั้งหมดเป็น 84,000 บาท

            คนอื่นที่เล่นไพ่อยู่ไม่รู้จำนวนเงินเดิมพันของเธอกับรามิน และเห็นว่ารามินชนะครั้งมากกว่า รามินจะได้ไม่เสียหน้าที่ถูกผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างเธอชนะเอา และเธอก็ได้เงินเขามากกว่ากว่าครึ่งค่อน เพราะอย่างนั้นเลยเป็นการยุติธรรมสำหรับทั้งสองฝ่ายแล้ว

            เมื่อนักไวโอลินสาวก้าวเท้าออกไปนอกห้องโป๊กเกอร์อย่างร่าเริงอารมณ์ดีแล้ว รามินถึงกับสบถออกมายาวเหยียด พระเจ้าช่วย เขาไม่เคยเสียมากถึงขนาดนี้มาก่อนเลย ขนาดทอมสันลูกน้องคนสนิทก็ยังเก็บอาการขำสีหน้าของเจ้านายหนุ่มไม่ไหว หัวเราะพรืดออกมาทันที นึกไม่ถึงว่านายจะถูกผู้หญิงตัวเล็กๆ รูดเงินไปได้เกือบแสนแค่ระยะเวลาไม่ถึงชั่วโมง

            “ทอมสัน ฉันไม่อยากจะเชื่อ!” รามินมองชิพที่เหลือบนโต๊ะแล้วอ้าปากค้าง

            “ผมก็ตกใจ ตอนแรกแค่วางชิพสองพัน แต่ไหงเจ้านายเหลือเงินอยู่แค่หมื่นหกจากห้าหมื่นได้นะ ไม่เข้าใจจริงๆ” ทอมสันพูด ยังนึกตลกหน้าตาของเจ้านายไม่หาย หญิงสาวคนนั้นสายตาไวหาตัวจับได้ยาก แค่แวบเดียวเจ้าหล่อนก็รู้เสียแล้วว่าไพ่ใบไหนเป็นอะไร เจ้านายของเขาเลยถูกลอกคราบเหลือเงินอยู่แค่ไม่เท่าไหร่

            รามินยกมือลูบริมฝีปากตัวเองด้วยความมึนงง รู้ว่าสาวน้อยจงใจแกล้งแพ้สามรอบติดเพื่อใครคนอื่นๆ มองว่าเขาเล่นสนุกกับเธอและไม่สนใจโต๊ะนี้อีก นึกไม่ถึงว่าสองตาสุดท้ายจะถูกได้เจ็บแสบขนาดนี้ ผู้หญิงคนนั้นดวงดีและมีทักษะยอดเยี่ยมจริงๆ

         “ฉันมีอะไรจะให้นายทำ” รามินปรายตามองมือขวาของตน และคนที่เป็นลูกน้องก็ถึงกับยิ้มที่มุมปากเหมือนรู้ทัน

            “นายรู้ใช่ไหม ว่าฉันต้องการอะไร”

 

 

            มินตราทำหน้างงๆ เมื่อมาหยุดในห้องนอนของใครสักคน ทอมสัน ผู้ชายมาดดุคนที่เป็นมือขวาของรามินมาเชิญเธอให้ออกมาเดี่ยวไวโอลินให้ใครก็ไม่รู้ฟัง ตอนแรกนึกว่าจะเป็นชายสูงอายุคนเจอเมื่อตอนที่ไปเล่นไวโอลินให้ฟังในห้องโป๊กเกอร์เสียอีก

            ตอนนี้เธอได้แต่ยืนถือไวโอลินในมือพร้อมกับกวาดสายตามองไปรอบๆ ห้องนอนหรูหราด้วยความตื่นตาตื่นใจ ท่าทางเจ้าของห้องนี้ต้องรวยมากแน่ สาวน้อยได้แต่คิดเมื่อมองดูความโอ่อ่าฟู่ฟ่าในห้องพักนี้ไปด้วย แล้วก็ต้องสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงเปิดประตูพร้อมกับร่างสูงๆ ของชายหนุ่มวัยฉกรรจ์เดินออกมาจากห้องน้ำที่อยู่ในตัวห้องนี้

            “คุณรามิน” มินตราครางออกมาเป็นชื่อเขาเบาๆ ใบหน้าร้อนวาบเมื่อเห็นายหนุ่มออกมาจากห้องน้ำทั้งที่สภาพยังไม่เรียบร้อยนัก เมื่อตั้งสติได้ก็รีบหันหลังให้ทันทีทั้งยังหน้าแดงก่ำไปถึงใบหูขาวเล็กนั่นด้วย

            รามินมองด้านหลังของเจ้าหล่อนพลางหัวเราะในคออย่างพอใจ ผู้หญิงคนนี้สวยใสไร้เดียงสาอย่างที่คิดไว้จริงๆ แต่ฝีมือในการปอกลอกเงินของเขาไม่น้อยเลยสักนิด เพราะอย่างนั้นเลยให้มือขวาไปลากตัวเธอมาหากลางดึก เพื่อจะตกลงเรื่องอะไรบางอย่างด้วยกัน

            ร่างสูงเพรียวแข็งแกร่งของรามินขยับเข้าไปชิดด้านหลังของคนตัวเล็ก พร้อมกับดึงเอาไวโอลินออกไปก่อนจะโยนไปที่กลางเตียง เรื่องที่บอกให้ทอมสันไปเรียกหล่อนให้มาเล่นไวโอลินให้ฟังน่ะ มันแค่เรื่องบังหน้าต่างหาก ฝ่ายมินตราก็สะดุ้งเฮือกก่อนจะมองตามไวโอลินตัวโปรดของตนเองอย่างตกใจ

            ผู้ชายคนนี้กล้าดียังไงมาโยนของรักของเธอแบบนี้กัน!

            “นี่คุณ!” เจ้าของไวโอลินตัวสวยหันไปมองเขาอย่างฉุนๆ แล้วก็รู้สึกเหมือนว่าพื้นที่ยืนอยู่เอียงโคลงเคลง เมื่อมือใหญ่ของรามินผลักไหล่เธอเบาๆ ร่างเล็กบอบบางราวกับตุ๊กตาผ้าก็เซล้มลงกลางเตียงหลังใหญ่ทันที

            ไม่รอช้ารามินพาตัวเองขึ้นคร่อมร่างของเขาเธอเอาไว้ทันที ด้วยผ้าเช็ดตัวเพียงผืนเดียวที่พันรอบเอวเอาไว้ ทำให้มินตราชะงักตัวแข็งทื่อมองเขาหน้าตาตื่นอยู่ใต้ร่างหนาได้สัดส่วน ถ้าขยับแล้วผ้าเขาหลุดล่ะ จะไม่ตกใจจนตายเหรอ เธอกรีดร้องอยู่ในใจ ตื่นตระหนกจนทำอะไรไม่ถูก หัวใจเหมือนจะหยุดเต้นเสียให้ได้

            ดวงตาและริมฝีปากของเธอดูเย้ายวน ยิ่งเห็นแววตาตื่นตระหนกของเธอแล้วยิ่งขับเน้นให้ดวงตาของเธอดูเป็นประกายกลมโตสุกใสเข้าไปใหญ่

            ผู้หญิงคนนี้แม่มดชัดๆ ชายหนุ่มคิดอยู่ในใจ

            “อย่านะคุณรามิน คุณจะทำอะไรน่ะ” เมื่อได้สติคืนมา มือน้อยบอบบางของมินตราก็ผลักไหล่หนาของรามินทันที

            หากแต่มันไม่ได้ช่วยอะไรเลยสักนิด ร่างกายของเขาไม่ขยับเขยื้อนเลยแม้แต่น้อย ราวกับกำลังผลักหินผาที่ทั้งหน้าทั้งหนักจนเจ็บมือแทน

            “ฉันจะไม่พูดอ้อมค้อมแล้วนะมินตรา” เขาพูด พลางก้มหน้าลงไปใกล้ๆ เธอ สูดดมกลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ที่ลอยมาจากซอกคอและหลังหูของสาวเจ้าด้วยอาการที่ตัวเองบอกไม่ถูกว่ารู้สึกเช่นไรอยู่กันแน่

            “ถ้าไม่จบเรื่องบนเตียงแบบนี้ เธอต้องทำอะไรบางอย่างให้ฉัน”

            หัวใจดวงน้อยของมินตราเต้นตึกตักรัวจนเจ็บอกไปหมด ยิ่งเห็นหน้าของรามินใกล้ๆ ก็ตระหนักได้ว่าเขารูปงามหาตัวจับได้ยาก มีเสน่ห์เหลือล้นจนเริ่มจะทำอะไรไม่ถูก เหยื่อตัวน้อยที่ถูกนักล่าจับจ้อง คงจะรู้สึกแบบเดียวกับที่เป็นอยู่แน่ ดวงตากลมโตจึงได้แต่กลอกไปมามองหน้าเขาอย่างกล้าๆ กลัวๆ เท่านั้น

            มือเล็กบางของเธอวางแตะอยู่ที่หน้าอกของเขาอย่างไม่รู้ตัว รู้สึกดีเป็นบ้า ชายหนุ่มคิดในใจเมื่อรู้สึกถึงสัมผัสอุ่นร้อนของมินตราที่หน้าอกของเขา

            “เธอต้องมาเป็น



[1] กาสิโน หรือ คาสิโน (Casino) เป็นสถานบันเทิงที่มีกิจกรรมการพนันเป็นกิจกรรมหลัก โดยปกติแล้วกาสิโนมักจะสร้างร่วมกับโรงแรม, ร้านอาหาร, แหล่งชอปปิง หรือบางครั้งกาสิโนจะสร้างอยู่บนเรือนำเที่ยว

คำว่า casino มาจากภาษาอิตาลี อ่านว่า "กาซีโน" แปลว่าบ้านพักหลังเล็กใช้สำหรับพักผ่อนหย่อนใจ ซึ่งต่อมาได้มีการนำมาใช้ในสถานที่ที่เล่นการพนัน

[2] เอซ (Ace) การเสิร์ฟลูกได้คะแนน (โดยที่คู่ต่อสู้ไม่มีโอกาสสัมผัสลูกบอลสำหรับกีฬาวอลเล่ย์บอลหรือเทนนิส)




นิยายเรื่องนี้หมดสัญญากับทางสำนักพิมพ์สมาร์ทบุ๊คแล้วค่ะ

มู่เลยเอามาทำ E-Book เองค่ะ มู่ขอฝากเอาไว้ด้วยนะคะ

ซื้อ E-Book ได้โดยการกดที่รูปปกใหม่ด้านบนได้เลย

หรือจะตรงนี้ก็ได้ค่ะ

หรือ >>Click!!<<

 


 

 

 

Talk 1…

เพลงตอนนี้เป็นเพลงบรรเลง แทรคที่ 14 ของ Goong OST ค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 113 ครั้ง

2,416 ความคิดเห็น

  1. #2416 Phingthing (@Phingthing) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2561 / 14:15
    ขำนางเอกแสบไม่เบา555
    #2416
    0
  2. #2406 YuYee (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2555 / 13:41
    สนุกมากค่ะ
    #2406
    0
  3. #428 jibjae-taemin (@jibjae-taemin) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2554 / 15:59
    เพิ่งไปสอยคุณราล์ฟมาเมื่อวาน วันนี้เลยมาลองอ่านครึ่งเล่มแรกในเว็บ
    ส่วนที่เหลือไปอ่านในหนังสือแหละกัน แหะๆ 
    หนูมินน่ารัก คุณราล์ฟก็น่าลาก เอ๊ย!!  น่ารัก >////<
    #428
    0
  4. #427 PaPang-JanJa-a (@jasmineprincess) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2554 / 16:15

    สนุกมา ๆ ค่ะ แป้งอ่านจบแล้ว สนุกมาก ๆ

    #427
    0
  5. #426 Ploy (@pEe-PeE-jAy-JaY) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 เมษายน 2554 / 17:19
    5 55
    ชอบนางเอกค่ะ น่าารักๆ
    #426
    0
  6. #425 ☀Relax☀ (@momo_chic) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 เมษายน 2554 / 00:10
    มาหาพ่อดีกว่ามา
    55555+
    #425
    0
  7. #424 papy12 (@papy12) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 เมษายน 2554 / 18:21
    สนุกดีค่ะ ชอบ
    #424
    0
  8. #423 jun3z (@jun3z) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 31 มีนาคม 2554 / 00:56
    หุหุ น่ารักอ่ะ
    เพิ่งว่างๆ เข้ามาอ่านเรื่องนี้
    สนุกสนานตามเคย,,
    ถึงแม้แนวการเขียนจะแปลกไปไม่คุ้นกะเจ้มู่เลย
    ^_______^


    มินมินน่ารักจัง 
    55 5 แม่จ๋า...
    นี่กะจะจับปล้ำกันตั้งแต่ตอนแรกเลยหรอ
    อูว ว ว  รามิน น น น ><"
    #423
    0
  9. #422 I love it (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 มีนาคม 2554 / 20:58
    ว้าย น่ารักจังอะ แม่จ๋า~ >3
    #422
    0
  10. #421 pear (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 มีนาคม 2554 / 15:00
    หนุกมากค่ะ ๆ
    #421
    0
  11. #420 kik-dek-d (@kik-dek-d) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 มีนาคม 2554 / 23:17
     เข้ามาอ่านได้สักที รักรามินกับมินตราเลยอ่ะเจ๊ น่ารักมากเลย ฮามากด้วย หัวเราะทั้งตอนเลย
    #420
    0
  12. #419 momo_chi (@mu_mu_jung) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 มีนาคม 2554 / 18:22
    #195 : ความคิดเห็นที่ 1558
    ดนตรีประกอบเพลงชื่ออะไรค่ะ อยากรู้บอกหน่อยนะ
    Name : หมูตอน [ IP : 1.47.221.197 ]
    Email / Msn: aingdoy_1789(แอท)hotmail.com'>
    วันที่: 22 มีนาคม 2554 / 15:49
    เป็นเพลงบรรเพลง Track 14 By Goong OST ค่ะ
    เป็นเพลงของเกาหลี ถ้าจะเขียนทับศัพท์ก็ชื่อนี้เลยค่ะ :)

    Dahji Mothan Maeum


    #419
    0
  13. #418 หมูตอน (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 มีนาคม 2554 / 15:49
    ดนตรีประกอบเพลงชื่ออะไรค่ะ อยากรู้บอกหน่อยนะ
    #418
    0
  14. #417 คนอ่านนิยาย (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 มีนาคม 2554 / 23:44
    น่ารักอ๊า
    #417
    0
  15. #416 Sabato (@belivein_love) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 มีนาคม 2554 / 17:27
    น่ารักจังค่ะ ^^
    #416
    0
  16. #415 tanggwar (@tanggwar) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 มีนาคม 2554 / 11:20
    อิจฉาคำเดียวจบ
    เหอๆๆ
    เจ๊มู่แต่งเก่งจังเลยคะ
    ขอบคุณมากนะคะ
    #415
    0
  17. #414 basketsss (@basketsss) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 มีนาคม 2554 / 19:31
    น่ารักมากอ่ะคู่นี้
    #414
    0
  18. วันที่ 12 มีนาคม 2554 / 18:27
    ชอบอ่ะ ฮาดีๆ เจ้แต่งแนวนี้เหอะ เวิร์ก!!

    อ่อ เจ้คะมีคำผิด ตอนที่รามินชวนมินมาเล่นโป๊กเกอร์อ่ะ

    เจ้เขียนว่าถ้ามินแพ้ รามินจะไม่บังคับ

    แล้วมินก็บอกว่าถ้ามินแพ้ให้รามินเลิกยุ่ง

    ช่วยแก้หน่อยเน้อ ^^ 
    #413
    0
  19. #412 ZYN_Tz (@zyntz) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 มีนาคม 2554 / 18:35
    พอได้ฟังเพลงไปด้วย อ่านนิยายไปด้วย จากนิสัยที่ชอบอ่านแบบลวกๆ พอรู้เรื่อง ก็กลายเป็นว่า ต้องอ่านแบบทุกตัวอักษร มัน

    เหมือนได้ซึมซับความอ่อนหวานอะไรบางอย่างมั้งฮะ ^^ มีความสุขมากจริงๆกับการอ่านเรื่องนี้ ผู้หญิงอ่อนหวาน

    กับผู้ชายอ่อนโยนแล้วแถมไม่มีนางร้าย นี่แหละเจ๋งสูดแล้วฮะพี่ ^^  แถม มันเหมือนมีความรู้อะไรบางอย่างให้ได้ใช้ไหวพริบ

    <ส่วนตัวชอบแนวแฟนตาซีด้วยนะฮะ แบบ พลิกไปมาทั้งเรื่อง สนุกมากฮะ> พี่ทำได้ดีแล้วนะฮะ ขอให้หายไม่สบายเร็วๆนะฮะพี่ เป็นกำลังใจให้ มาอัพ

    บ่อยๆนะฮะ ^++++++++++^


    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 11 มีนาคม 2554 / 11:40
    #412
    0
  20. #411 Endoko' (@paawpung) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 มีนาคม 2554 / 17:55
    ตอนแรกอุตส่า จิ้น รามิน หน้าเป็นแบบพี่โดม ในละครตอนนี้ 555
    #411
    0
  21. #410 La Campanella (@mewon) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 มีนาคม 2554 / 11:33
    สนุกมากเลยค่ะ สุดยอดๆๆๆๆ

    นางเอกฉลาดดี

    พระเอกก็เหมือนจะโหดแต่ก็ยังแอบทำตัวน่ารักโดยไม่รู้ตัว ฮ่าๆ
    #410
    0
  22. #409 BamBoo (@oh-am109) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 มีนาคม 2554 / 11:01
    ไม่มีตัวร้ายชอบที่สุด!!
    #409
    0
  23. #408 ญ่าหรัญ (@YaRun) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 มีนาคม 2554 / 23:35
    สนุกมาค่ะ เป็นคนชอบอ่านแนวนี้อยู่แล้ว สู้ๆนะคะ ติดตามต่อไปค่ะ
    #408
    0
  24. #407 lovely_friend (@lovely_friend) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 มีนาคม 2554 / 20:04
     น่ารักสุดเลยคะไรเตอร์
    #407
    0
  25. #406 AV®iL&S!ⓓ★ (@oarachi) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 มีนาคม 2554 / 21:38
    รามินน่ารักจริงๆ ด้วย
    อิอิ
    ว่าแล้ว 'มิรา' ต้องชื่อจริงเจ้แน่เลย
    ขนาดนามปากกา อีกอันก็ mu_mu_jung
    อิอิ

    เนื้อเรื่องสนุกค่ะ
    คำบรรยายไม่ติดขัด
    อ่านได้เรื่อยๆ ชอบนางเอก
    #406
    0