ตอนที่ 3 : Charming Moonlight 🌘 02 Sick of Love

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3803
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 93 ครั้ง
    17 ม.ค. 62



Charming Moonlight 02

Sick of Love

 

            “มะ ไม่ ไม่นะ” หัวใจของดาหลันหล่นวูบไปกองที่พื้น เมื่อสัมผัสได้ว่าคนตัวโตที่คร่อมร่างอยู่ตอนนี้กำลังโกรธจัด

            แล้วเขามีสิทธิ์อะไรมาโกรธเธอด้วย นี่มันชีวิตของเธอ เธอจะทำอะไรก็ไม่เกี่ยวกับใครทั้งนั้นไม่ใช่หรือ

            แล้วอีกอย่าง ถึงแม้ว่าเวอร์นอนจะรู้จักกับบิดาหรือพี่ชายของเธอก็เถอะ แต่เธอไปรู้จักกับเขากับเขาตั้งแต่ตอนไหน และเรื่องนี้มันก็เป็นเรื่องส่วนตัวอีกต่างหาก

            “ทุกคนให้ฉันดูแลเธอ เพราะงั้นฉันจะทำอะไรก็ได้ มันเรื่องของฉัน” น้ำเสียงของดาหลันแหบสั่น แต่ก็ยังไว้ท่าทีทำแข็งขืน

            แต่นัยน์ตาที่สั่นไหวนั้น ดูแล้วไม่เข้มแข็งเลยสักนิดในสายตาของเวอร์นอน เขาอยากสงสาร แต่มาถึงตอนนี้แล้วความโกรธมันมีอิทธิพลอยู่เหนือกว่าก็เลยไม่เห็นใจ

            ในเมื่อครอบครัวของดาหลันส่งเธอให้เขาช่วยดัดนิสัย แล้วมันเรื่องอะไรจะปล่อยให้โอกาสนี้หลุดมือไปได้ง่ายๆ เนื้อเข้าปากเสือแล้ว จะคายออกมาให้โง่เหรอ

            อีกอย่าง ช่วงนี้เขาวุ่นๆ เลยไม่ได้มีเวลาออกไปเที่ยวข้างนอก ไม่ได้ยุ่งกับผู้หญิงคนไหน ได้เมื่อมีสาวสวยมาอยู่ด้วยกันบนเตียงแบบนี้ ปล่อยไปคงทุกคนด่าว่าโง่แน่

            “เธอก็น่าจะรู้อยู่แล้ว อยู่บนเตียงด้วยกันนี่มันหมายความว่ายังไง” เวอร์นอนบอกด้วยน้ำเสียงชั่วร้าย ก่อนจะโยนหมอนใบใหญ่ที่สาวน้อยใช้กั้นกลางระหว่างตัวเองกับเธอโยนทิ้งไปอย่างไม่ไยดี

            “คุณจะทำแบบนี้ไม่ได้นะ ทุกอย่างมันเป็นแค่เรื่องเข้าใจผิดกันทั้งนั้น” ตั้งแต่เกิดมา หัวใจดวงน้อยแทบจะหยุดเต้น ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยพบไม่เคยเจอเหตุการณ์ที่มันเจ้าเราอารมณ์ได้มากขนาดนี้ และมันเป็นอารมณ์ตื่นกลัว ที่ไม่ได้เจือด้วยอารมณ์พิศวาสใดๆ ทั้งนั้น

            “ถ้ามันเป็นเรื่องเข้าใจผิด แล้วทำไมพี่ชายกับพ่อของเธอถึงได้ยอมให้เธออยู่กับฉัน” ระหว่างที่พูดอยู่นี้ เวอร์นอนก็ตรึงมือเล็กทั้งสองข้างของดาหลันเอาไว้เหมือนไม่ได้ออกแรงอะไรเลยแม้แต่น้อย กดไว้เหนือหัว เท่านี้คนตัวเล็กก็ไม่สามารถขยับตัวได้อีก

            “ฉัน ฉัน” ดวงตากลมโตคลอไปด้วยหยาดน้ำตาใสๆ ที่ทำให้คนมองรู้สึกสงสารไม่น้อย

            แต่ก็เพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้น ตอนนี้ความต้องการปรารถนาบางอย่างมันพลุ่งพล่านไม่สามารถระงับมันได้อีกต่อไป เมื่อได้แนบชิดร่างเล็กของดาหลันแล้ว เวอร์นอนก็พบว่าสาวน้อยคนนี้ไม่ได้คนบอบบางเหมือนจะปลิวลมอย่างที่เห็นภายนอกเลย แต่สัดส่วนความอวบอิ่มนั้นทำให้เลือดลมในกายพลันร้อนฉ่าขึ้นมาในพริบตาเดียว

            ดาหลันดูตัวเล็กบอบบางก็จริง แต่ส่วนไหนที่ควรอวบอิ่มก็เต็มไม้เต็มมือเหลือเกิน ส่วนไหนที่ควรโค้งเว้าก็บางคอด จนน่ากลัวว่าถ้าหากเผลอหนักมือไป อาจจะทำให้เอวบางๆ ของสาวเจ้าหักคามือเอาได้

            ผิวกายของเธอก็บางใสขาวเนียนนุ่มดุจน้ำนม ไม่ว่าจะลูบตรงไหนก็ลื่นมือไปหมดราวกับผ้าแพรเนื้อดี ทำให้เวอร์นอนถึงกับกลืนน้ำลายฝืดคอ ไม่อยากเชื่อเลยว่าสาวน้อยคนนี้จะมีเสน่ห์เย้ายวนใจตัวเองก็ไม่เคยนึกมาก่อน

            ถ้าหากเปรียบกันแล้ว ผู้หญิงทุกคนที่ผ่านมาล้วนมีเสน่ห์ดึงดูดใจราวกับกุหลาบแดงร้อนแรง

            แต่สำหรับสาวน้อยคนนี้มันทำให้รู้สึกเหมือนว่าเธอเป็นดอกมะลิที่นุ่มนวลหอมละมุน กลิ่นของมันบางเบาแต่หอมซึ้งตรึงใจ ไม่ได้หอมชื่นจัดจ้านเหมือนกุหลาบที่ซ่อนหนามแหลมคมเอาไว้

            ผู้หญิงทุกคนที่เคยอยู่ข้างกายล้วนสวยเฉิดฉาย เหมือนกับดอกกุหลาบแดงที่มีหนามคม ถ้าหากจับไม่ระวังหรือจับเอาไว้นานเกินไปก็จะถูกทิ่มแทงจนเจ็บได้ ดังนั้นเขาจึงแค่เชยชมความหอมก็วางทิ้งเอาไว้ตามเดิม ไม่เคยเอามาประดับบารมีตัวเองอย่างที่ควรจะเป็น

            ส่วนดาหลันคนนี้ เหมือนกับดอกมะลิที่ชวนให้ความรู้สึกอ่อนโยนอ่อนหวาน สามารถดอมดมได้ไม่รู้เบื่อ มันเป็นความจริงที่เวอร์นอนเองไม่เคยรู้มาก่อน ว่าจะมีความรู้สึกแบบนี้เกิดขึ้นกับตัวเองด้วย

            เสื้อนอนที่ดาหลันสวมอยู่มีอันต้องถอดออกจากร่างงาม โดยที่เจ้าของร่างงามไม่ได้ตั้งใจเลยแม้แต่น้อย

            ดาหลันไม่รู้ตัวได้ซ้ำว่าถูกถอดเสื้อเอาไปตอนไหน รู้สึกเย็นวูบตอนที่เสื้อผ้าถูกถอดออกจากร่างกาย จากนั้นก็ถูกไออุ่นจากคนตัวต่อโอบล้อมเอาไว้

            “ปล่อยฉันไปเถอะ” คนตัวเล็กพูดอย่างน่าสงสาร ขณะที่คนฟังหัวเราะน้อยๆ ตาม

            “ยังมีสติอยู่เนาะ” พูดจบเวอร์นอนก็ก้มหน้าจูบคนตัวเล็กแผ่วเบา ก่อนทวีความเร่าร้อนขึ้นทุกขณะ

            ดาหลันหน้ามืดตาลายจนไปไม่เป็น นี่เป็นจูบแรกของตัวเองและไม่สามารถรับมือกับมันได้เลย เมื่อเรียวลิ้นร้อนชื้นแทรกเข้ามาในโพรงปาก ก็เหมือนก็มีความร้อนพุ่งทะลวงไปถึงสมอง พาให้มือไม้อ่อนแรงไปหมดไร้เรี่ยวแรงแม้แต่จะขยับตัวเลยด้วยซ้ำ

            เวอร์นอนจูบซ้ำๆ ที่ริมฝีปากของดาหลัน ทำให้คนตัวเล็กรู้สึกร้อนผ่าวสั่นไหวเหมือนไม่ใช่ร่างกายและจิตใจของตัวเองอีกต่อไป

 

            ฝ่ามือร้อนๆ ที่ลากเรื่อยไปทั่วร่างกาย ปลุกความรู้สึกที่มันหลับใหลอยู่ข้างในของดาหลันค่อยๆ ตื่นขึ้นมาทีละน้อย และไม่สามารถควบคุมมันได้เลย

            มือน้อยยกขึ้นลูบไล้ร่างกายแข็งแกร่งของคนที่อยู่ตรงหน้าอย่างเผลอตัว และนั่นก็สร้างความตื่นเต้นหวั่นไหวให้กับคนตัวโตไม่น้อย

            ที่ผ่านมาเคยเจอแต่สาวงามที่เจนจัดไม่ต้องเสียเวลาอะไรมาก แต่ไม่รู้ทำไมพอเป็นผู้หญิงคนนี้กลับมาสามารถสร้างความตื่นเต้นต้องการให้ได้อย่างน่าเหลือเชื่อ

         ลมหายใจของเวอร์นอนถี่กระชั้นขึ้นไม่เป็นจังหวะ ร่างกายร้อนผ่าวรู้สึกอึดอัดแทบบ้าตายกับความรู้สึกที่ไม่เคยพบเจอมาก่อน ที่ผ่านมาเคยเจอแต่ผู้หญิงที่จัดการอะไรเองได้ทุกอย่าง แต่มาเจอสาวน้อยคนนี้ ทุกอย่างที่เคยผ่านมามันก็กลายเป็นเรื่องที่ไร้ประโยชน์ไปโดยปริยาย

            ถ้าเป็นเมื่อก่อน ป่านนี้คงเรียบร้อยไปแล้ว แต่สาวน้อยคนนี้นี่สิ ไม่ประสีประสาเหลือเกิน ก็ไหนบอกว่ามีคู่หมั้นอยู่แล้ว

            หรือว่าผู้ชายคนนั้นจะไม่เอาไหน คิดแบบนั้นเวอร์นอนก็เหยียดยิ้มที่มุมปาก ก่อนจะถอดเสื้อผ้าก่อนร่างกายของตนเองออกบ้าง

            เนื้อตัวของเขาเปลือยเปล่าไม่ต่างจากคนตัวเล็ก ใช้ไออุ่นของกันและกันพาให้ร่างกายรู้สึกร้อนผะผ่าวในพริบตาเดียว

            เวอร์นอนไม่เคยคิดมาก่อนว่าตัวเองจะรู้สึกติดใจรสชาติจูบหวานๆ ของสาวน้อยที่ไม่รู้ประสีประสา แต่มันก็เกิดขึ้นแล้ว เขาจูบแล้วจูบเล่าไม่รู้เบื่อ ไม่สามารถถอนตัวออกมาจากเสน่หาของคนตัวเล็กได้เลย

            ฝ่ามือร้อนผ่าวลูบไล้ไปทั่วร่างเล็กที่แสนเย้ายวนใจ พรมจูบทั่วทุกที่เข้าที่ริมฝีปากของตัวเองจะแตะถึง สาวน้อยคงไม่รู้ตัวว่าตอนนี้เธอหยัดกายตอบสนองได้อย่างน่ารัก เขาไม่คิดสนใจเรื่องอื่น ตอนนี้สนใจแค่เพียงเรื่องของคนตัวเล็กคนนี้เท่านั้น

            “พร้อมนะ” เสียงทุ้มหนักกระซิบบอกข้างหูของคนตัวเล็กแผ่วเบา ก่อนจะแทรกกายลงไปในร่างเล็กอย่างตั้งใจ

            แล้วเวอร์นอนต้องขมวดคิ้วเม้มปากด้วยความเจ็บตึง เมื่อความอ่อนนุ่มของดาหลันโอบรัดแจนแทบขยับตัวไม่ไหว ร่างกายของเธอเกร็งเครียดไปหมด เมื่อเงยหน้ามองหน้าหวานก็ใจหาย เมื่อเห็นน้ำตารินไหลจากหางตา ใบหน้านวลแดงระเรื่อ สาวน้อยกับริมฝีปากจนแทบห้อเลือด สีหน้าทรมานจับหัวใจ

            วินาทีต่อมาเวอร์นอนเข้าใจว่าอะไรเป็นอะไร เขาสัมผัสได้ถึงของเหลวบางอย่างที่ไหลเรื่อยตามเรียวขางาม หัวใจก็หล่นวูบ ไม่คิดฝันมาก่อนว่าดาหลันคนนี้จะยังเป็นสาวบริสุทธิ์อยู่

            ก็ ก็

            เวอร์นอนคิดหาคำพูดเหตุผลให้ตัวเองไม่ได้ แต่เมื่อได้ยินเสียงสะอื้นไห้เบาๆ อย่างเจ็บปวดก็ได้สติ เขาหยุดการเคลื่อนไหวในทันที ก็อาจจะปลอบประโลมคนตัวเล็กใต้ร่างอย่างสงสารเจ็บปวดใจ

            “ไม่เป็นไรนะคริสซี่” หัวใจของชายหนุ่มเจ็บปวดไม่เท่ากัน ไม่เคยคิดมากว่าจะทำร้ายผู้หญิง ตัวเล็กๆ คนหนึ่งอย่างเลือดเย็นแบบนี้

            “ไม่เป็นไร” เวอร์นอนเฝ้ากระซิบปลอบโยนจนกระทั่งดาหลันหายจากอาการเกร็ง เขาจึงขยับกายอีกครั้ง เชื่องช้านุ่มนวล รอจนกระทั่งสาวน้อยพร้อมจึงขยับตัวเร็วขึ้นๆ เพราะไม่อยากให้เธอจดจำแค่เพียงความเจ็บปวดทรมาน อยากให้ได้รู้จักกับความหวามหวานซ่านสุขด้วยความพึงพอใจ

            “ไม่เจ็บแล้วใช่ไหม” ชายหนุ่มจูบแก้มใสแผ่วเบา การจะจูบซับน้ำตาที่แปลกตาของคนตัวเล็กอย่างนุ่มนวล

            “กอดฉันไว้นะ

            ดาหลันไม่รู้ตัวเลยว่าทำตามคำสั่งของคนตัวโตได้อย่างไร แต่เธอก็กอดร่างสูงเอาไว้แน่น รู้สึกเหมือนกำลังจมหายลงไปในท้องทะเลที่เชี่ยวกราก ไม่สามารถจับยึดอะไรได้เลยนอกจากเวอร์นอนคนนี้ ตอนนี้มีเพียงเขาเท่านั้นที่เป็นที่พึ่ง ก็อาจจะพบพานความรู้สึกที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน

            มันเหมือนกับว่าเวอร์นอนกระชากดวงดาวทั้งท้องฟ้าหล่นพรมลงมาบนร่างของเธออย่างไรอย่างนั้น

            จำไม่ได้ว่าว่าเวอร์นอนพูดอะไรบ้าง เธอปรือตามองคนตัวโตอย่างอ่อนแรง ก่อนจะหมดสติไปด้วยความอ่อนเพลีย

 

            เมื่อตื่นขึ้นมาในเช้าวันใหม่ ดาหลันก็ไม่มีเวลาให้ร้องไห้เสียใจ เมื่อวายร้ายอย่างเวอร์นอนส่งเอกสารฉบับหนึ่งมาให้ อ่านแล้วมันช่างทิ่มแทงใจเหลือเกิน

 

สินเชื่อ ลูกคือเงิน

 

            ในสัญญาฉบับนั้นบอกเอาไว้ว่า ต้องมีลูกด้วยกันเขาถึงจะไม่เอาเรื่องเรื่องที่เธอขโมยของในกาสิโน

            และบอกว่าจะให้เงินเธอใช้จนพอใจ แลกกับการที่ต้องไปพบจิตแพทย์เพื่อบำบัดอาการโรคชอบขโมยของ

            เออ ยอมเป็นคนขโมยชิพก็ได้ แต่เขานั่นแหละมันตัวขโมยเวอร์จิ้นผู้หญิงเลย แล้วคิดว่าเธอจะยอมเหรอ ไม่มีทาง!

            สินเชื่อลูกคือเงินเหรอคะคุณเวอร์นอน ดูซิ เรียกสักสิบล้านแล้วจะเขาว่ายังไง!

 

            “นี่มันอะไรกัน!” ดาหลันกลับคอกใส่หน้าเวอร์นอนทันทีที่เขาเดินออกมาจากห้องน้ำ

            ชายหนุ่มเลิกคิ้วสูง ก่อนจะมองคนตัวเล็กด้วยสายตาชนิดหนึ่งที่สาวน้อยอ่านไม่ออก

            “อ่านหนังสือไม่เป็นเหรอ หรือว่าความจริงแล้วเธอไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก” เวอร์นอนยิ้มให้คนตัวเล็ก ก่อนจะเดินเลยไปยังห้องแต่งตัว

            มันก็จริงอย่างที่เวอร์นอนว่ามานั่นแหละ ความจริงแล้วดาหลันใช้ภาษาฝรั่งเศสเป็นหลัก แต่เรื่องนี้มันไม่ใช่ประเด็น เรื่องสำคัญก็คือสัญญาสินเชื่อบ้าบอคอแตกของเขานั้นแหละ ลูกคือเงิน คนสติดีๆ ที่ไหนเขาทำกัน

            ถ้าเป็นในนิยาย ตอนนี้ผู้หญิงคงร้องไห้ที่เสียตัวให้กับผู้ชายแปลกหน้าที่พึ่งได้พบกัน แต่ตอนนี้เธอกำลังโวยวายกับเขาเรื่องเงิน ท่าทางว่าตัวเองคงจะเป็นนางร้ายไม่ใช่นางเอกแน่

            “เดี๋ยวเราจะไปโรงพยาบาลกัน” เวอร์นอนส่งเสียงมาจากห้องแต่งตัว ทำให้ดาหลันถึงกับตาเหลือกด้วยความโกรธ

            “อะไรนะ!

            “นอกจากจะอ่านภาษาอังกฤษไม่ออกแล้ว ยังฟังภาษาอังกฤษไม่ออกด้วยเหรอ” คนตัวโตหัวเราะ และแน่นอนว่ามันทำให้ดาหลันหัวเสียงุ่นง่านอย่างมาก

            “ฉันจะไม่ไปไหนทั้งนั้นแหละ”

            เธอไม่ใช่ผู้ป่วยจิตเภทสักหน่อย เขานั่นแหละที่โรคจิตตัวพ่อเลย มีอย่างที่ไหนใส่ความผู้หญิงหาว่าเป็นขโมย แล้วก็ถูกรังแกจนต้องเสียตัวอีกต่างหาก คิดแล้วอยากจะร้องไห้ แต่ไม่มีทางที่เธอจะมาร้องไห้เพราะผู้ชายอย่างเวอร์นอนเด็ดขาด จะขอเอาคืนให้สาสมเลยล่ะ

            “ได้เงินด้วยนะ ไม่เอาเหรอ” เวอร์นอนหัวเราะไม่หยุด ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเขาถึงดูอารมณ์ดีแบบนั้น

            อาจเป็นเพราะว่าเขากำลังสนุกที่ทำให้เธอหัวเสียอยู่ก็เป็นได้ ว่าคิดแบบนั้นดาหลันก็ยิ่งรู้สึกโกรธ อยากจะทึ้งผมเขาให้หลุดเป็นกระจุกเหลือเกิน

            “งั้นเดี๋ยวแถมชิพเงินสดให้ด้วย ดีไหมล่ะ เธอชอบขโมยมันไม่ใช่เหรอ

            ดาหลันหน้าแดงทำด้วยความร้อน อยากจะหาอะไรสักอย่างไปฟาดหน้าเขาเหลือเกิน แต่สุดท้ายก็พยายามกล้ำกลืนฝืนมันเอาไว้ ยังสงสัยอยู่ว่าสถานภาพระหว่างตัวเองกับผู้ชายคนนี้เป็นใครกันแน่ เขามันใจร้ายนิสัยเสีย รังแกผู้หญิงคนหนึ่งที่ไร้ทางสู้คนหนึ่งได้ลงคอแล้วก็ไม่ยอมขอโทษอะไรสักคำ แต่กลับส่งเอกสารบ้าๆ มาให้อีกต่างหาก

            “ไปอาบน้ำได้แล้ว เดี๋ยวเราจะลองไปหาอะไรกินกัน แล้วก็จะได้ไปโรงพยาบาลเลย”

            ตอนนี้ดาหลันต้องเป็นฝ่ายทึ้งผมตัวเองแทน ท่าทางว่าผู้ชายคนนี้จะไม่ยอมเข้าใจอะไรแต่โดยดี คงเข้าใจว่าเธอเป็นพวกหัวขโมยแถมยังเป็นโรคจิตเภทอีกต่างหาก คิดแล้วก็น่าสงสารสมเพชตัวเองเหลือเกิน

            “หรือจะอยู่บนเตียงชื่นชมความสัมพันธ์ที่งดงามของเราเมื่อคืนล่ะ จะได้ให้แม่บ้านยกอาหารมาให้ที่นี่เลย”

            ความงดงาม ดาหลันไม่เข้าใจว่าเวอร์นอนต้องการจะบอกอะไร แต่เมื่อมองดูผ้าปูที่นอนที่นั่งทับอยู่ก็ต้องสะดุ้ง จะมีอะไรอีกล่ะถ้าไม่ใช่เลือดของตัวเอง ที่มันหมายความว่าเธอได้สังเวยความสาวให้กับผู้ชายสารเลวคนนี้ไปแล้ว คิดแล้วแค้นใจนัก แต่เธอก็ไม่อยากนั่งอยู่ตรงนี้นานเกินไป จึงลงจากเตียงด้วยอาการกะปลกกะเปลี้ย จะล้มอยู่หลายทีระหว่างที่เดินเข้าห้องน้ำ ก่อนจะพาตัวเองเข้าไปในห้องน้ำได้อย่างปลอดภัย

            เมื่อเวอร์นอนออกมาจากห้องแต่งตัวก็พบว่าสาวน้อยปิดประตูห้องน้ำไปเรียบร้อยแล้ว เขาได้แต่โคลงศีรษะตามหลังอย่างระอาใจ ก่อนจะขยับตัวเมื่อได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นมา

            ร่างทรงของเวอร์นอนเดินไปรับโทรศัพท์อย่างรวดเร็วซึ่งอยู่ใกล้กับแผงควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งสามารถใช้ควบคุมทุกสิ่งทุกอย่างในห้องได้ ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์ โทรทัศน์ การเปิดปิดหน้าตา แสงไฟ เรื่องแม้แต่ควบคุมห้องน้ำ และพบว่าคนที่โทรเข้ามาก็คือโรเบิร์ตนั่นเอง

            “มีอะไร” เขากรอกเสียงลงไปตามสาย ก่อนจะได้ยินคำตอบของโรเบิร์ต

            “แม่บ้านที่เจ้านายเรียกมา มาถึงแล้วครับ” เลขาคนสนิทตอบ เวอร์นอนซึ่งกดปุ่มเปิดประตูเพื่อให้คนข้างนอกสามารถเข้ามาในห้องได้ โดยที่ไม่ต้องไปเปิดประตูด้วยตัวเอง

            กลุ่มแม่บ้านเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับอุปกรณ์ทำความสะอาด เวอร์นอนไม่ได้สนใจแม่บ้านเท่าไหร่นัก เพราะตอนนี้กำลังคิดถึงเรื่องเสื้อผ้าการแต่งตัวของคนตัวเล็กอยู่

            “ทำความสะอาดได้เลย” เขาบอกแม่บ้าน ก่อนจะยกโทรศัพท์โทรไปหาเลขาอีกครั้ง เพื่อสั่งความ

            “โรเบิร์ต” เขาพูดกับเลขาคนสนิทเมื่ออีกฝ่ายรับสายแล้วอย่างรวดเร็ว

            “ครับนาย

            “นายสั่งผู้ช่วยเลขาให้หาเสื้อผ้าของใช้ของผู้หญิงมาให้หน่อย เดี๋ยวคริสซี่จะออกจากห้องน้ำแล้ว”

            โรเบิร์ตสงสัยว่าคริสซี่ที่เจ้านายพูดถึงคือใคร วินาทีต่อมาก็เข้าใจได้ ว่าน่าจะหมายถึงสาวสวยที่ถูกจับตัวเป็นเชลยเมื่อวานนั่นเอง

            “เธอตัวเล็กมาก น่าจะใส่ประมาณไซซ์เอสนั่นแหละ อย่าลืมรองเท้าชุดชั้นในอะไรด้วยล่ะ” เวอร์นอนสั่งอย่างละเอียด เขาเองก็แปลกใจตัวเองอยู่เหมือนกันว่าทำไมถึงได้รู้เรื่องพวกนี้ดีเหลือเกิน อาจเป็นเพราะว่าอยากเห็นสีหน้าตื่นเต้นตกใจของส่วนตัวเล็กกระมัง ถึงได้เห็นเป็นเรื่องสนุกอย่างนี้

            “ให้เอาไปส่งให้ตอนไหนครับ”

            “ถ้าได้ตอนนี้เลยยิ่งดี ตอนนี้ไม่มีหนี้ไม่มีเสื้อผ้าใส่เลย เดี๋ยวจะงอแงอีก” น้ำเสียงของเวอร์นอนเต็มไปด้วยความเอ็นดูอย่างชัดเจน มันทำให้โรเบิร์ตประหลาดใจไม่น้อย เพราะสาวน้อยคนนั้นใช้เวลาเพียงข้ามคืนทำให้เวอร์นอนผู้เย่อหยิ่งมาดูแลใส่ใจด้วยขนาดนี้ ซึ่งที่ผ่านมาไม่เคยเห็นว่าเจ้านายจะสนใจผู้หญิงคนไหนหลังจากที่ร่วมเตียงกันแล้ว

            เวอร์นอนถือคติที่ว่ายิ่งนานก็ยิ่งยุ่ง ดังนั้นจึงมักจะใช้ผู้หญิงสิ้นเปลืองมาก ไม่มีทีท่าว่าจะสละความโสดที่หวงแหนให้กับผู้หญิงคนไหน ถึงแม้ว่าผู้หญิงคนนั้นจะงดงามเฉิดฉายเซ็กซี่สักเท่าไหร่ก็ตาม สงสัยว่าสาวน้อยคนนั้นจะมีดีมากกว่าความน่ารักอ่อนหวาน อาจจะเป็นรสชาติแปลกใหม่ที่เวอร์นอนไม่เคยลิ้มลองมาก่อน

            ใจจริงเขาก็ให้เจ้านายลงเอยกับผู้หญิงสักคนเหมือนกัน เพราะอายุของเวอร์นอนมากขึ้นทุกที ทางบ้านใหญ่ก็เอาแต่ถามเมื่อไหร่จะแต่งงานมีหลานให้อุ้มสักที โดยเฉพาะคุณผู้หญิงปริมประภา

            และสิ่งที่เวอร์นอนรู้สึกเอ็นดูดาหลันคนนั้น ก็อาจจะเป็นเพราะว่าสาวน้อยเป็นคนเอเชียเหมือนปริมประภาผู้เป็นมารดานั่นเอง

            “อ้อ สำหรับอาหารเช้าขึ้นมาให้บนห้องด้วย แล้วก็ยาแก้ไข้ยาแก้อักเสบด้วยล่ะ”

            “เจ้านายเป็นอะไรหรือเปล่าครับ” โรเบิร์ตถามด้วยความเป็นห่วง ด้วยกลัวว่าเจ้านายจะป่วยเป็นอะไรมาก

            “เปล่า ไม่ใช่ฉันหรอก” เวอร์นอนปฏิเสธ เพราะเขาไม่ได้ป่วยเป็นอะไรจริงๆ แต่คนที่ป่วยไข้ไม่สบายก็คือดาหลันนั่นเอง

            เมื่อคืนตอนที่นอนด้วยกัน เขาก็พบว่าคนตัวเล็กในอ้อมกอดตัวร้อนรุมๆ ความจริงก็อยากจะปลุกเธอให้มากินยาสักหน่อย แต่ก็เห็นใจคิดว่าสาวน้อยคงยากนอนพักผ่อนมากกว่า

            “คุณคริสซี่เป็นอะไรรึเปล่าครับ ให้ผมเตรียมรถไปโรงพยาบาลให้ได้ดีกว่าไหม” โรเบิร์ตเดาว่าคนที่ป่วยน่าจะเป็นสาวน้อยคนโปรดคนใหม่ของเจ้านาย คิดว่าการไปตรวจดูอาการที่โรงพยาบาลเลยน่าจะดีกว่า

            “คริสซี่ไม่มีชุดเปลี่ยนแล้วจะไปได้ยังไง อีกอย่างคงไม่เป็นอะไรมากหรอกมั้ง” เวอร์นอนบอก จำได้ว่าไม่ได้เห็นหยดน้ำตาของสาวน้อยเลยสักนิด ทั้งที่เธอได้มอบความสาวความสวยให้เขาเชยชมอย่างไม่เต็มใจเลยแม้แต่น้อย

            เมื่อคิดถึงตรงนี้ นัยน์ตาสีคาราเมลของเวอร์นอนหันกลับไปมองบนเตียงอีกครั้ง แม่บ้านกำลังดึงผ้าปูเตียงออกมาพอดี ซึ่งแน่นอนว่ามันมีรอยเลือดสีแดงเปื้อนให้เห็นอย่างชัดเจน

            “แค่นี้แหละ ฉันขอวางสายก่อนนะ” เวอร์นอนบอกโรเบิร์ตก่อนจะวางสายโดยไม่ได้รับคำตอบจากคนสนิท

            เพราะเป็นจังหวะเดียวกับตอนที่คนตัวเล็กเดินโผเผออกมาจากห้องน้ำพอดี ดาหลันทำให้เขายิ้มอย่างเอ็นดูเมื่อเห็นว่าเธอถลึงตามองแม่บ้านด้วยสีหน้าแดงซ่าน คงจะอายที่ทุกคนได้เห็นว่าเกิดอะไรขึ้นกับเมื่อคืนแน่นอน

            ยิ่งเห็นตอนนี้ก็ยังเอ็นดู เพราะสาวน้อยหยิบเสื้อยืดของเขามาสวมแทนเสื้อผ้าของเธอ ซึ่งตอนนี้มันถูกเก็บไปแล้วจากฝีมือของแม่บ้านที่เข้ามาทำความสะอาดตามหน้าที่ และตัวของเธอก็เล็กมาก ทำให้เสื้อยืดกลายเป็นชุดเดรสไปโดยปริยาย

            ไหล่เสื้อตกไปอยู่ที่ศอก เสื้อหลวมโพรกไปทั้งตัว มองแล้วก็น่ารักน่าเอ็นดูนัก แต่ที่เขาคิดไว้ว่าเธอไม่ร้องไห้เลยคงไม่ถูกเสียทีเดียว เพราะดวงตากลมโตของสาวเจ้าแดงก่ำ คงแอบไปร้องไห้อยู่ในห้องน้ำเป็นนานสองนานแล้ว

            “รอสักแป๊บนะคริสซี่ เดี๋ยวจะมีคนยกข้าวเข้ามาให้ หิวหรือยัง” น้ำเสียงของเวอร์นอนแฝงเอาไว้ด้วยความเป็นห่วง แต่ดาหลันไม่อยากฟังไม่อยากได้ยินอะไรทั้งนั้น

            ดาหลันกระแทกเท้ากลับไปนั่งที่เตียงเมื่อแม่บ้านทำเสร็จแล้ว แต่ต้องนิ่วหน้าได้ด้วยความเจ็บปวด ต้องด่าตัวเองว่าโง่เหลือเกินที่ไม่ระวังตัวบ้างเลย

            เวอร์นอนแอบหัวเราะ แต่ก็อดมองเธอไม่ได้จริงๆ ไม่ต้องจินตนาการว่ากลายเสื้อยืดตัวใหญ่นางสาวน้อยสวมอะไรข้างใต้รึเปล่า

            ดาหลันไม่มีเวลาต่อล้อต่อเถียงกับเขา และมีคนเข็นรถเข็นอาหารอาหารเข้ามาให้ถึงในห้องนอนพอดี ถึงแม้ว่าจะอยู่ตรงนี้ก็ยังได้กลิ่นอาหารอย่างชัดเจน มันทำให้รู้สึกหิวติดหมัดขึ้นมาทันที

            “มาทางนี้สิ

            เวอร์นอนพาตัวเองออกไปยังระเบียงห้องขนาดใหญ่ ที่ร่มรื่นด้วยไม้ดอกงดงามมากมาย มองเห็นวิวทิวทัศน์ของเมืองลาสเวกัสอย่างชัดเจน

            ดาหลันยังรู้สึกระแวงแคลงใจอยู่ แต่ก็รู้สึกหิวมากจึงลุกตามไปเงียบๆ จะไม่มีวันทำร้องไห้สะดีดสะดิ้งให้เขาหัวเราะอย่างเด็ดขาด ถึงอยากจะร้องไห้ด่าทอเขามากแค่ไหน สำหรับดาหลันไม่มีวันทำอย่างนั้นแน่ เรื่องอะไรจะยอมเป็นทาสของเขา ไม่มีวัน

            แต่ความเข้มแข็งของสาวน้อยลดลงไปกึ่งหนึ่ง ตอนที่นั่งลงกับโต๊ะอาหารแล้วต้องครางออกมาเบาๆ ด้วยความเจ็บระบม ได้เห็นเวอร์นอนหัวเราะก็หงุดหงิดใจ อยากจะเอาอาไรไปปาหัวเขาเหลือเกิน

            “หัวเราะอะไร!” ดาหลันส่งสายตาใส่เขาอย่างไม่เกรงกลัว เป็นรสชาติที่เวอร์นอนไม่เคยได้รับจากใครมาก่อน จึงรู้สึกไม่เบื่อหน่ายเลย ตรงกันข้ามกลับรู้สึกสงสารเอ็นดูแล้วก็ยังหมั่นไส้เหลือเกิน

            “เปล่าครับ เวอร์นอนคนนี้จะไปว่าอะไรคริสซี่ได้ล่ะครับ” ชายหนุ่มยกยิ้ม ก็จะส่งสัญญาณให้บริการวางอาหารเตรียมให้

            ระหว่างที่กินอาหารด้วยกัน เวอร์นอนก็มองปฏิกิริยาของคนตัวเล็กไปด้วย อากัปกิริยาของสาวน้อยดูสง่างามสมกับเป็นกุลสตรี บอกให้รู้ว่าได้รับการอบรมเลี้ยงดูมาอย่างดี ก็อย่างว่าล่ะนะ เธอมาจากตระกูลบารอสที่มีชื่อเสียงมีคนนับหน้าถือตา สาวน้อยจึงได้รับการดูแลอย่างดีมาตลอด

            และอาจจะมากเกินพอดีจนกลายเป็นพะเน้าพะนอก็ได้ จนทำให้ดาหลันได้กลายเป็นคนนิสัยแบบนี้ รูปลักษณ์กิริยาภายนอกดูออกจะเป็นสาวสวยสง่างาม แต่กลับมีนิสัยชอบลักขโมย อาการป่วยไข้แบบนี้มันไม่ใช่เรื่องธรรมดา ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องได้รับการรักษาก่อนที่จะป่วยไปยิ่งกว่านี้

            “เดี๋ยวฉันจะไปทำงานต่อแล้ว มีอะไรก็ติดต่อฉันได้ตลอดเลย”

            “พูดมาได้” ดาหลันพึมพำตอนที่หยิบแก้วน้ำส้มขึ้นมาจิบ ไม่อยากจะสบตากับคนใจร้ายให้ต้องเสียอารมณ์

            “แล้วเธอเป็นอะไร ทำไมต้องประชดด้วย”

            ดาหลันถึงกับถอนหายใจใหญ่ ก่อนจะส่งสายตามองเขาไม่พอใจ

            “คนบอกเองว่าให้ติดต่อคุณได้ตลอดเวลา แล้วฉันมีโทรศัพท์ที่ไหนล่ะ” ยิ่งคิดก็ยิ่งโมโห สุดท้ายอาหารเช้าแสนอร่อยก็ไร้รสชาติไปโดยปริยาย

            “นั่นสินะ เอาเป็นว่าใช้โทรศัพท์พื้นฐานในห้องก่อนแล้วกัน กดหมายเลขหนึ่งจะโทรเข้าเบอร์ของฉัน ส่วนหมายเลขศูนย์คือห้องอาหาร แล้วหมายเลขสามคือเลขาของฉัน โรเบิร์ตน่ะ”

            “ใจกว้างเหลือเกินนะคะ

            “แน่นอนสิ พ่อกับพี่ชายของเธอยกเธอให้กับฉันแล้ว ฉันจะทำอะไรกับเธอก็ได้” เวอร์นอนเลิกคิ้วให้คนตัวเล็กอย่างเหนือกว่า ดาหลันจึงต้องนับเลขในใจเพื่อสงบสติอารมณ์ของตัวเองเอาไว้ ไม่รู้ว่าต้องนับกี่ร้อยพี่พันเลขอารมณ์ถึงจะสงบลงได้

            “ส่วนเอกสารที่ฉันให้เธอก่อนหน้านี้ก็อ่านให้ละเอียดด้วยล่ะ เพราะถือว่าเราตกลงทำสัญญากันแล้ว”

            “อะไรนะ!” ดาหลันทำเสียงแหลมปรี๊ด นี่เธอไปตกลงอะไรกับเข้ามาได้กัน

            สินเชื่อลูกคือเงิน น่ะเหรอ มีแต่เขาคนเดียวเท่านั้นแหละที่ทำธุรกิจแม้กระทั่งกับลูกของตัวเอง คนอะไรช่างร้ายกาจเหลือเกิน

            “ฉันไปทำงานละ เดี๋ยวตอนเย็นจะมาคุยด้วยอีกที แล้วจะหาโรงพยาบาลให้เธอด้วย” พูดจบร่างสูงของเวอร์นอนก็ลุกขึ้นยืน ทำให้ดาหลันต้องแหงนหน้าขึ้นมองเขาโดยไม่รู้ตัว

            เมื่อเป็นแบบนี้ดาหลันก็รู้สึกว่าเวอร์นอนตัวสูงใหญ่อย่างน่ากลัว ขณะที่ตัวเองลีบเล็กลงไปทุกที

            “อ้อ ฉันเจอกระเป๋าเธอแล้วนะ มันถูกทิ้งเอาไว้ในถังขยะน่ะ คนของฉันไปเจอมา” เวอร์นอนอธิบาย ก่อนจะเดินไปหยิบกระเป๋าสะพายของคนตัวบนโต๊ะทำงานมาให้สาวเจ้าถึงโต๊ะอาหาร ดาหลันยังหวั่นๆ ใจอยู่ แต่ก็หยิบมันมาดูทันที

            เธอเปิดซิปลับในกระเป๋าซึ่งจากกระเป๋าใบสวยกลายเป็นกระเป๋าที่ยับเยินไปหมดแล้ว รู้สึกโล่งใจขึ้นมากเมื่อพบหนังสือเดินทางของตัวเองยังอยู่ในกระเป๋าลับข้างใต้ คนที่ขโมยไปคงไม่ได้ตรวจดูให้แน่ใจ ถึงได้เอาของมีค่าออกไปแล้วก็โยนกระเป๋าลงถังขยะ

            “คุณได้มันมายังไง” เสียงหวานถามอย่างระมัดระวัง อดคิดไม่ได้ว่าเวอร์นอนอาจจะจัดฉากอะไรอยู่รึเปล่า

            “ฉันก็ให้คนตามสืบจากกล้องวงจรปิดน่ะสิ หัวขโมยคนนั้นมันทิ้งกระเป๋าเธอไว้น่ะ ไปขอภาพจากกล้องจากที่อื่นๆ ด้วย แต่น่าเสียดายตามตัวไม่เจอ”

            คำตอบของเวอร์นอนไม่ได้ทำให้ดาหลันสบายใจขึ้นเลย ตรงกันข้ามกลับยิ่งรู้สึกเครียด เพราะนั่นเท่ากับว่าตัวเองก็จะยังตกเป็นผู้ต้องหา เป็นหัวขโมยไม่พอ แล้วยังป่วยจิตเภทอีก หงุดหงิดใจจริงๆ

            “แล้วเจอกัน” มือหนาของเวอร์นอนเชยคางมนขึ้นมาก่อนจะฉวยจูบหวานๆ จากคนตัวเล็ก โดยที่เธอไม่ทันได้ตั้งตัว

            รู้ตัวอีกทีเวอร์นอนก็เดินหายออกไปจากห้องนอน ทิ้งให้ดาหลันต้องยกมือขึ้นมถูชูริมฝีปากของตัวเองเป็นการใหญ่จนแสบไปหมด

            “คนเลว คนเลว คนเลว!

            ไม่ใช่ว่าจะเป็นความผิดของเวอร์นอนอยู่ฝ่ายเดียว ดาหลันก็รู้สึกโกรธตัวเองจับใจเช่นเดียวกัน ทำไมตัวเองถึงได้โง่ทึ่มปล่อยให้คนอื่นมารังแกได้ง่ายดายขนาดนี้ แต่เสียงพร่ำบ่นก่นด่าที่เราว่าไปถึงเวอร์นอนนั้นก็ค่อยๆ แผ่วเบาลงไปทุกที ไม่ว่าอะไรก็ดูขวางหูขวางตาไปซะทุกอย่าง ถึงแม้จะมีของหวานน่ารับประทานอยู่บนโต๊ะอาหาร ตอนนี้ไม่อยากอะไรทั้งนั้น จึงลุกจากโต๊ะอาหารกระแทกเท้าเดินตึงตึงด้วยความหงุดหงิด ก่อนจะล้มตัวลงบนเตียงด้วยความอ่อนเพลีย เธอแอบเอากระเป๋าของตัวเองโยนทิ้งไว้ใต้เตียง อย่างน้อยก็มีหนังสือเดินทางอยู่กับตัวแล้ว ถ้าหากมีโอกาส ก็อาจจะกลับบ้านได้

            ซึ่งก็ไม่รู้ว่าโอกาสนั้นจะมาถึงตอนไหนกันแน่

            ตอนนี้ดาหลันจึงทันได้สังเกตว่าแม่บ้านยังอยู่ในห้องนอนกำลังทำความสะอาดเงียบๆ จึงมองแม่บ้านที่เก็บโต๊ะอาหารแล้วออกจากห้องนอนไปเงียบๆ

            ดาหลันรู้สึกไม่สบอารมณ์เสียเลยเลย รู้สึกโกรธไปหมดทุกคน แต่คนที่รู้สึกโกรธมากกว่าใครเห็นจะเป็นคริส พี่ชายแท้ๆ ของตัวเองนั่นแหละ

            ทำไมคริสถึงได้ยกเธอให้กับผู้ชายแปลกหน้าแบบนี้ ไม่คิดสงสารน้องสาวตาดำๆ บ้างเลยหรือ

            แล้วไหนจะคิลเลียนผู้เป็นบิดาอีกล่ะ เธอไม่ได้เป็นหัวขโมยสักหน่อยทำไมถึงไม่มีใครตรวจสอบดูให้ชัดเจนว่าทุกอย่างมันเป็นแค่ความเข้าใจผิดเท่านั้น มาใส่ความว่าเธอเป็นหัวขโมย เท่านั้นยังไม่พอ ถูกหาว่าเป็นโรคจิตชอบขโมยของอีกต่างหาก คิดแล้วก็แค้นมันไปหมดทุกคนนั่นแหละ

            “อยากแกล้งน้องสาวดีนัก อยากรู้เหมือนกันว่าถ้าท้องกับผู้ชายคนนั้นขึ้นมาจริงๆ จะทำยังไงกัน” ดาหลันบ่นกับตัวเองอย่างไม่พอใจ

            ในเมื่อทุกคนอยากดัดนิสัยเธอ ซึ่งก็ไม่รู้เลยสักนิดว่าตัวเองผิดเรื่องอะไร ดาหลันก็จะปล่อยให้ตัวเองท้องให้ดู

            อยากรู้นักว่าพ่อกับพี่ชายจะทำหน้ายังไง

            อ้อ โดยเฉพาะตัวต้นเรื่องอย่างเวอร์นอนนั่นแหละ เขาจะทำยังไงถ้าผู้หญิงที่ตราหน้าว่าเป็นโรคจิตเภทกำลังจะมีลูกด้วยกัน คงสนุกดีพิลึก

            เมื่อคิดแบบนั้นจำกัดตัดสินใจว่าจะปล่อยให้มันเลยตามเลย ทุกคนเข้าใจว่าเธอเป็นหัวขโมยเธอจะเป็นหัวขโมย ทุกคนเข้าใจว่าเธอเป็นบ้า เธอก็จะเป็นบ้าให้ดู!

 

            คนสนิททั้งสองคนของเวอร์นอนรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย เมื่อได้เห็นว่าผู้เป็นเจ้านายอารมณ์ดีปกติ เพราะปกติแล้ว เวลาเช้าๆ แบบนี้เวอร์นอนมักจะอารมณ์เสียขุ่นมัวอยู่เสมอ วันนี้ดูแตกต่างไปจากทุกที ชวนให้ไม่สบายใจอย่างไรชอบกล

            เพราะการที่เวอร์นอนอารมณ์ดี มักจะแลกมาด้วยโชคร้ายของใครบางคนเสมอ ซึ่งไม่แน่ใจว่าจะเป็นตาของใคร

            โรเบิร์ตสบตากับเคนนา จากนั้นก็พยักหน้าให้กัน เอาเป็นว่ายังไงวันนี้ทำตัวให้เป็นปกติ ก่อนที่จะมีใครบางคนโชคร้ายเข้าจริงๆ

            “มีอะไรก็ว่าไป” เวอร์นอนนั่งลงที่โต๊ะทำงานตัวใหญ่ของตัวเอง ก่อนจะปิดคอมพิวเตอร์ขึ้นมา

            โรเบิร์ตกระแอมไอเล็กน้อยก่อนจะเปิดเอกสารและโทรศัพท์มือถือของตัวเอง เพื่อดูนัดหมายกำหนดงานทั้งหมดในวันนี้

            “นี่เป็นเอกสารที่เจ้านายต้องเซ็นครับ เดี๋ยวผู้ช่วยเลขาจะเอาเข้ามาให้อีก” เลขาคนเก่งพูดพลางส่งแฟ้มเอกสารให้กับผู้เป็นเจ้านาย

            เวอร์นอนรับมาดูพร้อมกับอ่านผ่านสายตาเงียบๆ รู้สึกว่าวันนี้ตัวเองใจคอไม่อยู่กับร่องกับรอยเลย เขาเองรู้ดีว่าวันนี้เกิดอะไรขึ้นถึงได้ดูแตกต่างไปจากทุกที จะมีอะไรอีก ถ้าไม่ใช่เพราะหัวขโมยตัวน้อยคนนั้น

            “เออ ฉันมีเรื่องจะปรึกษาหน่อย”

            “ครับ” โรเบิร์ตแน่ใจแล้วว่าวันนี้ผู้เป็นเจ้านายแตกต่างไปจากทุกทีจริงๆ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเวอร์นอนอยากจะพูดอะไรด้วยกันแน่

            “นายรู้จักคนที่ชอบขโมยของรึเปล่า ที่แบบว่าเป็นคนที่ไม่ได้เดือดร้อนขัดสนอะไรเลยแต่ชอบที่จะขโมยของเล็กๆ น้อยๆ น่ะ” เวอร์นอนถาม โรเบิร์ตจึงหันไปสบตากับเคนนา ก่อนที่เขาจะเป็นคนตอบเจ้านายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

            “เคยได้ยินมาบ้างเหมือนกันครับ มีอะไรรึเปล่าครับ” โรเบิร์ตหายใจไม่คล่องคอเลย เขามั่นใจว่าตัวเองทำงานอย่างซื่อสัตย์สุจริตข้างกายเจ้านายมาเป็นสิบปี ไม่เคยคิดจะยักยอกเงินเลยแม้แต่ครั้งเดียว แม้แต่เรื่องที่อยากจะขโมยของก็ไม่มีในหัว เพราะที่ผ่านมาเวอร์นอนให้เขามากจนเกินไปด้วยซ้ำ จึงไม่คิดหักหลังคนที่มีพระคุณต่อตัวเองด้วยการลักเล็กขโมยน้อยอย่างแน่นอน

            “มีใครขโมยของเหรอครับ” เขาถามเจ้านายอย่างไม่สบายใจ

            “นายไม่รู้จริงๆ เหรอ ว่าฉันหมายถึงใคร” เวอร์นอนหัวเราะ เพราะแน่ใจว่าอีกเดี๋ยวโรเบิร์ตคงจะเดาเรื่องทั้งหมดออกเอง ซึ่งก็เป็นดังคาด เมื่อเลขาคนสนิททำตาโตขึ้นมาในพริบตาเดียว

            “หมายถึงคุณผู้หญิงตัวน้อยคนนั้นน่ะเหรอครับ”

            “ใช่ คริสซี่น่ะ” พูดแล้วเวอร์นอนก็ต้องถอนหายใจ ใครจะไปนึกว่าคนที่มีเพียบพร้อมทุกอย่างจะต้องมาป่วยด้วยอาการแบบนี้ มั่นใจว่าคงไม่มีใครอยากป่วยเป็นโรคนี้แน่นอน

            “แล้ว เจ้านายจะให้ผมทำยังไงครับ” โรเบิร์ตต้องยอมรับกับตัวเองว่าตอนนี้คิดอะไรไม่ออกเลยจริงๆ เพราะเขานึกไม่ถึงเลยว่าดาหลันคนนั้นจะป่วยด้วยโรคชอบขโมยของแบบนี้ ถึงแม้ว่าพอจะรู้จักอาการป่วยชนิดนี้มาบ้าง แต่ก็เคยแค่อ่านผ่านตาเท่านั้น ไม่เคยมีคนรอบข้างคนใหม่ที่ป่วยด้วยโรคแบบนี้มาก่อน จึงไม่รู้ว่าควรต้องทำอย่างไรต่อไป

            “ฉันสงสารคริสซี่ ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องมาป่วยด้วยโรคแบบนี้ด้วย” เวอร์นอนพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบจริงจัง ถึงแม้ว่าการลักเล็กขโมยน้อยของดาหลันอาจจะแก้ไขปัญหาได้ด้วยเงินทองและบารมีของครอบครัวบารอส แต่มันก็เป็นเพียงแค่การแก้ที่ปลายเหตุ เป็นการจ่ายเงินให้เจ้าทุกข์ยอมความไม่เอาเรื่องกับเธอ แต่ถ้าหากนานวันเข้า เรื่องมันก็อาจจะไม่จบที่ผ่านมาก็ได้

            “ได้ไปหารายชื่อโรงพยาบาลมาหน่อย”

            “ชื่อโรงพยาบาล” โรเบิร์ตรู้สึกใจหาย ช่างน่าสงสารผู้หญิงคนนั้นเหลือเกิน

            “ใช่ หาโรงพยาบาลที่รักษาคนไข้จิตเภทชนิดนี้ที่ดีที่สุด ฉันจะพาคริสซี่เป็นรักษาตัวที่นั่น”

            เวอร์นอนรู้สึกชมเชยตัวเองมาก ถึงแม้ว่าอาการป่วยไข้ของดาหลันจะประหลาดและไม่ควรเข้าไปยุ่งด้วย ซึ่งเรื่องแบบนี้ควรจะให้คนในครอบครัวเป็นฝ่ายจัดการดูแลเอง แต่เขาก็รู้สึกว่าไม่สามารถปล่อยผ่านไปได้เลย คิดไปคิดมา ช่างเป็นคนดีเสียนี่กระไร

            ดาหลันโชคดีแค่ไหนแล้ว ที่ได้มารู้จักกับเวอร์นอน เดมป์ซีย์ คนนี้

 

            แต่คนที่รู้สึกว่าตัวเองโชคร้ายอย่างประมาณมิได้ ไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองเข้าใกล้คำว่าโชคดีเลยแม้แต่น้อยก็คือดาหลันนั่นเอง

            ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเวอร์นอนจะทำกับตัวเองถึงขนาดนี้ เธอรู้ว่าเขาบ้า แต่ความบ้าก็ควรจะมีขอบเขตหน่อยหรือเปล่า อุตส่าห์ดีใจที่ได้เสื้อผ้าของใช้สวยงามหลายอย่าง แต่ไม่ดีใจเลยที่ได้สวมใส่มันแล้วได้ออกมาเที่ยวข้างนอก

            ก็เพราะว่าตอนนี้ เวอร์นอนกำลังลากตัวเธอเข้าไปในโรงพยาบาลจิตเวชอยู่น่ะสิ!

            “ฉันไม่ได้บ้านะ!” ดาหลันอยากจะร้องไห้ ซึ่งแน่นอนว่าเวอร์นอนไม่สนใจฟังอะไรเลย สักนิดก็ไม่!

            “คนบ้าไม่มีใครยอมรับหรอกว่าตัวเองบ้า ไม่ต้องห่วงรับคริสซี่ เดี๋ยวเถอะก็จะหายเอง”

            “หายไปจากโลกน่ะสิ ถ้าคุณถ้าฉันเข้าโรงพยาบาล ฉันจะฆ่าตัวตายให้ดู!” นี่มันเรื่องอะไรกันหนอ ทำไมถึงได้เกิดเรื่องร้ายแบบนี้ขึ้นกับตัวเอง ดาหลันไม่ทราบเลยจริงๆ

            เวอร์นอนไม่อยากใจอ่อน อยากให้คนตัวเล็กได้รับการรักษาด้วยเร็วจะได้หายกลับมาเป็นปกติ แต่เมื่อเห็นน้ำตาบนแก้มใสจนน่าสงสาร ก็รู้สึกว่าตัวเองใจอ่อนยวบในพริบตาเดียว

            “ฉันไม่เข้าไป ฉันไม่เข้าไปเด็ดขาด!” ดาหลันร้องไห้โฮด้วยความกลัว

            ถึงแม้ว่าอยากจะแกล้งเอาคืนทุกคนด้วยการรับสมัครอ้างว่าตัวเองป่วยด้วยโรคจิตเภทจริงๆ แต่เอาเข้าจริงก็ไม่กล้า ถ้าหากว่าทุกครั้งเอาไว้อยู่ในโรงพยาบาลตลอดเวลาเธอจะทำยังไงล่ะ เรื่องแบบนั้นไม่เอาด้วยหรอกนะ

            “ฉันเกลียดคุณ ฉันเกลียดคุณ ฉันจะเกลียดคุณไปจนวันตาย” ดาหลันร้องไห้สะอึกสะอื้นพูดแทบไม่เป็นภาษา ได้ยินแบบนั้นเวอร์นอนก็รู้สึกสงสาร ยอมใจอ่อนแต่โดยดี

            “ไม่เข้าไปแล้วก็ได้ เดี๋ยวร้องไห้สิ”

            “จะไม่ให้ฉันร้องไห้ได้ยังไง!” คนตัวเล็กหันไปแหวใส่คนตัวโตหงุดหงิดหวาดกลัว ร่างกายของเธอสั่นเทาไปหมด ซึ่งไม่ได้แกล้งทำเลยสักนิด

            เวอร์นอนที่โอบประคองคนตัวเล็กอยู่สัมผัสได้ถึงการสั่นของเธออย่างชัดเจน แล้วก็ยังสัมผัสได้ว่าคนในอ้อมแขนตัวร้อนรุมๆ อีกด้วย

            “เดี๋ยวฉันพาไปกินข้าวแล้วจะได้นอนพัก อย่าร้องไห้เลยนะ”

            “ใครทำให้ฉันเป็นแบบนี้ล่ะ” ดาหลันไม่สามารถห้ามเสียงสะอื้นของตัวเองได้ น้ำมูกน้ำตาไหลจนคัดจมูกหายใจไม่ออก สุดท้ายก็ดึงเนกไทแสนสวยของเวอร์นอนมาสั่งน้ำมูกใส่แรงๆ เสียเลย

            “เฮ้ย!” เวอร์นอนอุทานเสียงหลง

            “นี่มันเนกไทของอาร์มานี่เลยนะ” เสียงของเวอร์นอนก็ค่อยๆ เบาลง เพราะไหล่บางของคนตัวเล็กในอ้อมแขนสั่นสะท้านขึ้นลงอย่างน่าสงสาร

            “เอาเถอะ จะสั่งน้ำมูกใส่เสื้อฉันก็ได้ ตามใจ ตามสบายเลย” คนตัวโตบอกอย่างใจป้ำ เพราะเห็นแก่ที่เธอป่วยหรอกนะถึงได้ยอมขนาดนี้ ถ้าเป็นคนอื่นคงไม่ยอมถึงขนาดนี้หรอก

            “ฉันอยากกลับแล้ว ไม่เอาแล้ว

            ตอนแรกดาหลันดีใจจนเนื้อเต้นที่ได้ออกมาข้างนอก หลังจากที่ถูกขังเอาไว้ในห้องนอนจนไม่เห็นเดือนเห็นตะวัน คิดว่าจะมีช่องให้หลบหนีจากคนใจร้ายนิสัยเสียคนนี้บ้าง แต่ตอนนี้ทุกอย่างมันน่ากลัว รู้สึกปวดหัวเหมือนจะอาเจียน ร่างกายมันหนักไปหมดจนแทบจะทรงตัวไม่ไหว สุดท้ายก็เลยต้องอ้อนเพื่อขอกลับไปในห้องขังตามเดิมดีกว่า

            “ฉันอยากกลัวแล้ว ฉันเวียนหัวมากเลย” คนตัวเล็กร้องไห้อย่างน่าสงสาร เวอร์นอนเลยพยักหน้าส่งสัญญาณบอกคนสนิทให้เรียกคนรถกลับมารับ

            “กลับก็กลับ ไม่ต้องร้องไห้ ฉันไม่ได้จะเอาเธอมาฆ่าแกงสักหน่อย”

            “ไม่เหมือนก็เหมือนนั้นแหละ คุณทำแบบนี้กับฉันได้ยังไง” เสียงวิงวอนสะอื้นไห้ฟังแล้วชวนให้คนที่ได้ยินต้องรู้สึกเจ็บปวดจนแทบหายใจไม่ออก

            โดยเฉพาะต้นเหตุของเรื่องทั้งหมดอย่างเวอร์นอน

            “กลับกันเถอะ ไม่เป็นไร ไม่ไปก็ไม่ไป”

            เวอร์นอนถอนหายใจกับตัวเองอย่างทดท้อ ขณะที่สบตากับคนสนิทด้วยสายตาอ่อนล้า ผู้หญิงคนนี้ตัวเล็กกว่าเขาเกือบครึ่ง แต่กลับไม่สามารถทำอะไรได้เลย ช่างน่าสงสารตัวเองเหลือเกิน

            “รถมาแล้ว กลับกันเถอะนะครับ” น้ำเสียงของเวอร์นอนฟังดูอ่อนโยนนุ่มนวลผิดเป็นคนละคนกันแบบที่ลูกน้องได้เคยพบเจอ คนสนิททั้งสองคน รวมถึงบรรดาเหล่าบอดี้การ์ดตามสบตากันด้วยความสบายใจ ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเจ้านายที่ขึ้นชื่อว่าเป็นจอมมารในสายตาของคนอื่นจะใจอ่อน ยอมทุกอย่างให้กับสาวน้อยคนนี้ ทั้งที่เพิ่งได้มาพบได้มารู้จักกันไม่ทันข้ามวันเลยแท้ๆ

            ดังนั้นทุกคนจึงมองสาวน้อยในอ้อมแขนของเจ้านายด้วยสายตาประเมินใหม่

            ท่าทางว่าสาวน้อยคนนี้จะไม่ใช่ผู้หญิงธรรมดากระมัง ไม่อย่างนั้นคงไม่ทำให้เจ้านายยอมลงให้ทุกอย่างแบบนี้แน่

            “ขึ้นรถกันเถอะ หน้าซีดเหงื่อเต็มหน้าเลย” เวอร์นอนพูดด้วยความกังวล เขาปลดเนกไทออกจากต้นคอ ยัดมันลวกๆ ลงกับกระเป๋าเสื้อ ก่อนจะหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาจากอกเสื้อ พร้อมกับซับเหงื่อให้คนตัวเล็กอย่างนุ่มนวลแผ่วเบา

            ดาหลันรู้สึกหวาดกลัวมาก เวอร์นอนบอกว่าเธอเป็นผู้ป่วยจิตเภทที่ป่วยด้วยโรคชอบขโมยของ แต่ตอนนี้คิดว่าเขาต่างหากที่ป่วยด้วยโรคบุคลิกสองขั้ว[1] คนอะไรเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายจนตามไม่ทัน จะเป็นประสาทตายตามไปด้วยอยู่แล้ว

            สาวน้อยรู้สึกอ่อนล้าจนแทบไม่มีเรี่ยวแรงจะพยุงร่างกายเอาไว้ได้ จำต้องซบหน้าลงกับซอกคอของคนตัวโต ก่อนจะหลับตาลงอย่างอ่อนเพลีย

            เวอร์นอนก็รู้สึกไม่สบายใจมาก เพราะไม่คิดว่าเธอจะป่วยหนักขนาดนี้ ใจจริงอยากวกกลับไปที่โรงพยาบาลอีกครั้ง ไม่ได้จะให้ดาหลันไปพบกับจิตแพทย์ แต่อยากให้หมอตรวจดูอาการให้แน่ใจดีกว่า เพราะมีไข้มาตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว น่าสงสารสาวน้อยที่เพิ่งเจอศึกหนักมาก ตัวเองไม่ทันระวังเลยจนเป็นสาเหตุให้คนตัวเล็กต้องเจ็บหัวทั้งร่างกายและจิตใจ นึกแล้วก็อยากจะเขกหัวตัวเองแรงๆ เป็นชายชาตรีเสียเปล่า แต่กลับรังแกผู้หญิงที่ไม่มีทางสู้ได้ลงคอ

            ตอนนี้ดาหลันหลับสนิทไปแล้ว สังเกตได้จากลมหายใจของสาวน้อยเป็นจังหวะสม่ำเสมอแผ่วเบาจนน่ากลัว จึงออกคำสั่งเร่งคนขับรถเสียงแข็งทันที

            “รีบกลับโรงพยาบาล ให้ไวกว่านี้!” เวอร์นอนหน้านิ่วคิ้วขมวด ไม่สบายใจเมื่อพบว่าคนในอ้อมแขนตัวร้อนรุมขึ้นทุกขณะ ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมตัวเองจะต้องเป็นเดือนเป็นร้อนกับเธอขนาดนี้ ทั้งที่ดาหลันก็น่าจะเป็นแค่ไข้เฉยๆ ไม่ได้เป็นอะไรหนักเลย

            ความรู้สึกของมนุษย์นี่ช่างล้ำลึกซับซ้อน

            ตอนที่ไม่รู้จักกันไม่เคยคิดจะสนใจใยดี แต่เมื่อได้มาผูกพันใกล้ชิดกันรู้สึกห่วงหาเป็นกังวลไปเสียทุกเรื่อง ถ้าบิดามารดาทราบเรื่องนี้เข้าคงจะถูกหัวเราะเอาแน่

            สายตาของเวอร์นอนเป็นกังวลฉายชัด ไม่ได้ละจากวงนั้นเล็กน่ารักของดาหลันเลยสักแวบ มือข้างหนึ่งก็ยังซับเหงื่อบนหน้าหวานและหน้าผากเนียนไม่หยุด ทั้งที่ไม่มีงานแล้วแท้ๆ

            การกระทำของเวอร์นอนอยู่ในสายตาของลูกน้องทุกคนที่นั่งรถมาด้วยกัน ทุกคนลอบสบตากันและกันก่อนจะพยักหน้า คราวนี้เป็นอันชัดเจนแล้ว ว่าสาวน้อยที่อยู่ในอ้อมอกของเจ้านายมีความสำคัญมากขนาดไหน หลังจากนี้คงต้องปฏิบัติต่อเธอเทียบเท่ากับที่ปฏิบัติต่อเวอร์นอน และคงอีกไม่นาน อาจจะมีข่าวดีเรื่องงานมงคลเกิดขึ้นในตระกูลเดมป์ซีย์ก็เป็นได้

 

            ดาหลันรู้สึกตัวอีกครั้งก็พบว่าตัวเองอยู่ในห้องนอนขนาดใหญ่บนตึกสูงระฟ้าอีกแล้ว

            เสื้อผ้าชุดสวยที่ได้ใส่ไม่ถึงสองชั่วโมงก็ถูกทอดทิ้งแล้ว แทนที่ด้วยชุดนอนผ้าแพรอย่างดีบนตัว ตอนที่กำลังเหวี่ยงเท้าวางลงกับพื้น หมายจะลุกเข้าห้องน้ำก็ต้องตกใจเล็กน้อย เมื่อเห็นว่าปลายเท้าของตัวเองถูกทำแผลเอาไว้อย่างแน่นหนา เมื่อสังเกตดูให้ละเอียดพบว่ามีรอยถลอกอยู่หลายที่

            “สงสัยว่ารองเท้าจะกัด” ดาหลันพึมพำกับตัวเอง เพราะไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าหรือของใช้อย่างอื่นก็ล้วนเป็นของใหม่ทั้งหมด แน่นอนว่ารองเท้าส้นสูงคู่สวยก็ด้วย เธอไม่รู้จริงๆ ว่าถูกรองเท้ากัดตั้งแต่ตอนไหน เพราะตอนนั้นจิตใจมันพะวงสับสนกับเรื่องที่เขาจะลากตัวเขาโรงพยาบาลบ้านั่นแหละ

            ใครเป็นคนเปลี่ยนเสื้อผ้าทำแผลให้กันล่ะ ประโยคนี้ดาหลันไม่สามารถหาคำตอบให้ตัวเองได้ คนที่จะตอบคำถามนี้ได้ก็คงมีแค่เวอร์นอนคนเดียวล่ะมั้ง

            ดาหลันส่ายหน้าไล่คิดฟุ้งซ่านทิ้งก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำอย่างระมัดระวัง พอกลับออกมาก็เห็นว่าเวอร์นอนคุยโทรศัพท์อยู่พอดี

            เธอรู้สึกอึดอัดขัดใจอยากจะกรีดร้องทันทีที่ได้พบหน้าผู้ชายคนนี้ แต่ก็ไม่กล้าทำ ได้แต่พาตัวเองกลับไปนั่งที่ขอบเตียงเงียบๆ ไม่กล้ามีปากมีเสียงทำตัวราวกับว่าเป็นเมียเก็บที่สงบเสงี่ยมเจียมตัว ไม่กล้าเรียกร้องอะไรทั้งนั้น

            แต่ไม่ใช่ก็เหมือนใช่ มีอย่างที่ไหนถูกขังเอาไว้อยู่ในห้องนอนไม่ได้เอาไปไหนมาไหนเลย พอจะได้ออกไป พบว่าตัวเองจะถูกพาไปโรงพยาบาลบ้าซะอย่างนั้น ถ้ามันเป็นอย่างนั้นก็ขออยู่ที่นี่ต่อไปแล้วกัน

            แล้วดาหลันก็ต้องสะดุ้ง เมื่อจู่ๆ คนโตก็หันมาสบตาด้วย นัยน์ตาของเวอร์นอนแพรวพราวระยิบระยับ จนเดาไม่ออกว่าตอนนี้เขากำลังอยู่ในอารมณ์ไหนกันแน่

            “คริสซี่ เราไปเปลี่ยนบรรยากาศกันบ้างไหม”

            “เปลี่ยนบรรยากาศ” ดาหลันทำหน้าสงสัย ตามใจเขาไม่เคยทันเลย

            “ฉันกำลังจะไปธุระข้างนอก ไปด้วยกันไหม”

            “ไปไหน” สาวน้อยถามเสียงแข็ง ก่อนจะได้คำตอบจากคนตัวโตที่ชวนให้สบายใจเหลือเกิน

            “ไปต่างเมือง ไปแอลเอ[2] อาจจะไปหลายวันหน่อย ยิ้มอะไร” ท้ายประโยคเวอร์นอนถามอย่างไม่เข้าใจ เมื่อเห็นสีหน้าแววตาของคนตัวเล็กดูเจ้าเล่ห์ซุกซนขึ้นในทันที

            “เปล่าซะหน่อย” ดาหลันทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ เรื่องอะไรจะบอกความจริงล่ะ ไม่มีทางซะหรอก

            “ฉันไม่ไปไหนทั้งนั้น ฉันไม่สบาย ปวดหัวตัวร้อนเหมือนจะเป็นไข้ ไม่สบาย ปวดตัว เมนส์ก็จะมา”

            เวอร์นอนถึงกับต้องกระแอมไอเมื่อได้ยินคำพูดสุดท้ายของคนตัวเล็ก สาบานได้ว่าตั้งแต่เป็นหนุ่มฉกรรจ์แบบนี้ ไม่เคยมีสาวสวยคนไหนพูดเรื่องประจำเดือนให้ได้ยินมาก่อน คงมีแต่สาวน้อยคนนี้แหละที่กล้าพูดออกมาได้อย่างชัดเจนเต็มปากเต็มคำ

            “งั้นก็อยู่ที่นี่แล้วกัน ฉันจะเปิดห้องโถงข้างนอกให้อีกชั้นนึง แต่คงออกไปไหนไม่ได้จนกว่าฉันจะกลับมานะ”

            “แล้วทำไมคุณต้องขังฉันไว้ด้วยล่ะ” ดาหลันขึ้นเสียงอย่างหัวเสีย เธอไม่ใช่ผู้ร้ายฆ่าคนตายซะหน่อย และต่อให้ขโมยชิพจริง โทษก็คงไม่หนักเท่านี้หรอก คนบ้าอะไร ทำเหมือนคนอื่นไม่ใช่คน

            แต่ที่โกรธที่สุดเห็นจะเป็นพี่ชายกับพ่อแท้ๆ ของตัวเองนั่นแหละ ไม่เคยสงสารเห็นใจเธอบ้างเลย มีอย่างที่ไหน โยนทิ้งให้คนที่ไม่รู้จักแบบนี้

            ดีล่ะ เธอก็จะทำทุกอย่างที่อยากทำเหมือนกัน ไม่สนใจด้วยว่าคนอื่นจะว่าอย่างไร จะเที่ยวกินเล่นไม่สนใจใคร อยากทำอะไรก็ทำ แบบนี้ก็น่าจะดีเหมือนกัน

            อ้อ ที่เวอร์นอนบอกว่าถ้าเธอมีลูกจะให้เงินมาน่ะ เธอจะเอาทั้งเงินและลูก ไม่ยอมให้ใครมาแตะต้องลูกด้วย จากนั้นก็จะพาลูกกลับบ้าน ลองดูสิ ที่บ้านจะตกใจหรือเปล่า

            คนที่ควรจะต้องตกใจที่สุดก็คือคิลเลียนคนเดียวเลย มีอย่างที่ไหนส่งลูกสาวให้ใครก็ไม่รู้ ไปสนิทกันตั้งแต่ไหนก็ไม่รู้อีกเหมือนกัน

            “ฉันไม่ไปไหนทั้งนั้นแหละ แต่ถ้าฉันอยู่อย่างเดียวมันเบื่อ ขอเงินเอาไว้ชอปปิงหน่อยสิ” ตอนอยู่ที่บ้านเธอได้เงินมาใช้จับจ่ายใช้สอยจำนวนหนึ่ง ถึงแม้ว่าตอนนี้จะถูกจับตัวมาอยู่ที่อื่น ก็ไม่ยอมให้ตัวเองต้องลำบากอดมื้อกินมื้อ ไม่มีวันหรอก

            “โอเค จะเที่ยวเดินเล่นหรือซื้อของก็ได้แค่โรงแรมเท่านั้นนะ” เวอร์นอนไม่ว่าอะไร เขาเปิดกระเป๋าสตางค์ของตัวเองพร้อมกับส่งบัตรเครดิตสีดำให้ ซึ่งดาหลันรับมันเอาไว้ด้วยความเต็มใจ ชายหนุ่มมั่นใจว่าสาวน้อยคงหนีไปไหนไม่ได้ถ้าไม่ได้รับคำอนุญาตจากตนเอง อีกอย่างโรงแรมแห่งนี้ก็มีร้านค้าต่างๆ มากมายไม่ว่าจะเสื้อผ้าข้าวของราคาแพง หรือแม้แต่ร้านอาหารหรูหลายดาว

         “อยู่ที่นี่อย่าดื้อล่ะ เดี๋ยวจะส่งการ์ดอีกคนได้มาคอยดูแล”

            ชายหนุ่มยังคงพูดต่อไปเรื่อยๆ ทำตัวเป็นสามีจอมเผด็จการ ทำให้คนตัวเล็กต้องมองเขาด้วยสายตาไม่พอใจ

            แต่ถึงจะยังไง ดาหลันก็เข้าใจว่าเธอไม่สามารถหลบหนีไปที่ไหนได้แน่ ที่สำคัญก็ตั้งใจว่าจะแก้แค้นเอาคืนทุกคนด้วย อยู่ที่นี่ต่อไปสักระยะก็ดีเหมือนกัน

            “ตามสบายค่ะ”

            เวอร์นอนไม่ค่อยชอบใจคำพูดที่ได้ยินเท่าไหร่ เขาหันหลังกลับไปมองสาวน้อยอีกครั้งอย่างตั้งใจ พร้อมกับส่งคำพูดที่เยือกเย็นน่าตกใจให้ฟัง

            “อย่าทำให้ฉันต้องโมโหนะคริสซี่ ทำตัวเป็นเด็กดีอยู่ที่นี่ แล้วฉันจะรีบกลับมา”

            ดาหลันไม่พอใจกับคำพูดของเวอร์นอนเช่นเดียวกัน แต่ในสถานการณ์แบบนี้เธอจะสู้อะไรใครได้ล่ะ สุดท้ายก็ต้องแกล้งเอาใจ ด้วยการยกท่อนแขนขาวเนียนโอบรอบต้นคอแกร่งของคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสามีตามพฤตินัยของตนเอง ก่อนจะจูบแก้มสากหนักๆ อีกทีหนึ่ง

            “ถ้าอย่างนั้นรีบกลับมานะคะ ฉันคงคิดถึงคุณน่าดู

            เวอร์นอนต้องกลั้นยิ้มเอาไว้แทบแย่ เพื่อไม่ให้คนตัวเล็กว่าตอนนี้เขากำลังยิ้มกว้าง ไม่อยากทำให้เธอได้ใจไปมากกว่านี้ด้วย

            “บายค่ะ” จบคำพูดนั้น ดาหลันจูบริมฝีปากของชายหนุ่มอีกครั้งเบาๆ ด้วย

            เวอร์นอนรู้สึกสงสัย ไม่แน่ใจเลยว่าสาวน้อยคิดจะทำอะไรกันแน่ อยากจับตาดูให้นานกว่านี้แต่ก็มีธุระอย่างอื่นที่ต้องทำ ด้วยเหตุนั้นเขาก็เลยต้องเดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวเพื่อไปคุยงาน และทิ้งให้ดาหลันอยู่บ้านคนเดียวไปก่อน อีกอย่าง ทิ้งบอดี้การ์ดเอาไว้ที่นี่แล้วคงไม่มีปัญหาอะไรหรอก

            แต่เวอร์นอนคิดผิด

            เพราะทันทีที่ขึ้นเฮลิคอปเตอร์เตรียมจะออกตัวมุ่งหน้าสู่มหานครลอสแอนเจลิส แดนนี่ บอดี้การ์ดหนุ่มที่ให้คอยอยู่ดูแลดาหลันก็โทรมาหาด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนกตกใจ

            “อะไรนะ คริสซี่ขโมยของของแขกในกาสิโน! เวอร์นอนใจหายวูบ ว่าแล้วเชียวแม่คนดีต้องวางแผนทำอะไรอยู่แน่ๆ แล้วก็จริงซะด้วย

            “ครับ แขกจะเอาเรื่องไม่ยอมความครับ วุ่นวายใหญ่โตมาก จนผู้จัดการต้องพาไปโรงพัก ตอนนี้ ตอนนี้ คุณคริสซี่กำลังจะถูกพาตัวเข้าห้องขังครับนาย



[1] โรคไบโพลาร์ (Bipolar) เป็นโรคที่จัดอยู่ในกลุ่มโรคทางด้านเรื่องอารมณ์ กลุ่มเดียวกับโรคซึมเศร้า คือ โรคอารมณ์ที่ชัดเจนที่มีอารมณ์เบื่อเศร้า แต่โรคไบโพลาร์ จะมีลักษณะที่มีอารมณ์ช่วงหนึ่งจะมีลักษณะรื่นเริง สนุกสนานสลับกับอารมณ์ซึมเศร้าอีกช่วงหนึ่ง มีการสูญเสียความสามารถในการทำงาน สังคม และครอบครัว

[2] ลอสแอนเจลิส (Los Angeles) หรือที่รู้จักในชื่อ แอลเอ (L.A.) เป็นเมืองใหญ่ที่ตั้งอยู่ในรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา และเป็นหนึ่งในศูนย์กลาง ทางด้าน เศรษฐกิจ วัฒนธรรม และการบันเทิง ได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่มีการปะปนของวัฒนธรรมมากที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง ชื่อเมืองมาจากคำว่า โลสอังเคเลส (Los Ángeles) ในภาษาสเปน หมายถึง ทูตสวรรค์หลายองค์ เป็นรูปพหูพจน์ของคำว่า el ángel ซึ่งเป็นเพศชาย ชื่อเมืองจึงมีความหมายว่า "เมืองแห่งทูตสวรรค์"






Talk...

Song :: Ed Sheeran – Photograph

เอาจริง คนที่ป่วยก็น่าจะเป็นพิเวอร์นอนนั่นแหละค่ะ

มีอย่างที่ไหน มาแกล้งมาหลอกกันได้ขนาดนี้

สงสารก็แต่หนูคริสซี่ ทุกคนเข้าใจผิดขนาดนี้

เรื่องจะวุ่นแค่ไหน มู่ฝากตามต่อด้วยนะคะ image


ขอบคุณมากๆ เลยค่ะ

สามารถสอบถามสั่งซื้อต่างๆ กดเข้าไปที่รูปได้เลยนะเออ






แล้วก็ขอฝาก ebook ไว้ด้วยนะคะ image



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 93 ครั้ง

150 ความคิดเห็น

  1. #37 Fang_ju (@reesa_jongkook) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 มกราคม 2562 / 11:42
    คริสซี่ใช่หรอ555
    #37
    0
  2. #36 Fang_ju (@reesa_jongkook) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 มกราคม 2562 / 11:42
    คริสซี่ใช่หรอ555
    #36
    0
  3. #35 Fang_ju (@reesa_jongkook) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 มกราคม 2562 / 11:42
    คริสซี่ใช่หรอ555
    #35
    0
  4. #34 แอ๋วซ่าส์ (@60142525) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 มกราคม 2562 / 08:41

    เอาแล้วคริสซี่ จะแก้เผ็ดอะไรเวอร์นอนอีก

    #34
    0
  5. #33 แอ๋วซ่าส์ (@60142525) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 08:54

    โอ๊ย ปวดหัวแทนคริสซี่จริงๆ เวอร์นอนเข้าใจผิดกันไปใหญ่แล้ว

    #33
    0
  6. #32 แอ๋วซ่าส์ (@60142525) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 มกราคม 2562 / 10:05

    คริสซี่จะท้องไหมเนี๊ย

    #32
    0
  7. #31 Fang_ju (@reesa_jongkook) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 มกราคม 2562 / 09:15
    เดี่ยวๆแบบนี้ก็ได้หรอคุณเวอร์นอน
    #31
    0
  8. #30 MULEE & MOEI ♚ (@mu_mu_jung) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 มกราคม 2562 / 22:22

    #โสมส่องพราว???? #เวอร์นอน #ดาหลัน

    หายไปหลายวันเลย ขอโทษด้วยนะคะ

    นอกจากมู่จะป่วยรับปีใหม่แล้ว

    คนที่ป่วยก็คงเวอร์นอนนี่แหละค่ะ แงง

    เกิดอะไรขึ้นกับป๋าเวอร์นอนกับหนูคริสซี่ มาอ่านเลยค่ะ ??’

    #30
    0
  9. #29 MULEE & MOEI ♚ (@mu_mu_jung) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 มกราคม 2562 / 22:22

    #โสมส่องพราว???? #เวอร์นอน #ดาหลัน

    หายไปหลายวันเลย ขอโทษด้วยนะคะ

    นอกจากมู่จะป่วยรับปีใหม่แล้ว

    คนที่ป่วยก็คงเวอร์นอนนี่แหละค่ะ แงง

    เกิดอะไรขึ้นกับป๋าเวอร์นอนกับหนูคริสซี่ มาอ่านเลยค่ะ ??’


    #29
    0