ตอนที่ 1 : Charming Moonlight 🌘 00 Prologue...

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2309
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 43 ครั้ง
    18 ธ.ค. 61

สมส่องพราว

Charming Moonlight

 

(เวอร์นอน ปรานต์ เดมป์ซีย์ & ดาหลัน คริสซี่ บารอส)

 

ทรงเอยทรงเดช                        พระจงโปรดเกศเกศา

นี่หรือว่าทรงพระเมตตา                       มิให้เคืองวิญญาณ์เท่ายองใย

ตัวน้องก็จะรองเบื้องบาท            ใช่จะพ้นภูวนารถก็หาไม่

มาทำข่มเหงไม่เกรงใจ                         ให้ได้อัประมาณพันทวี

ขอเชิญเสด็จไปเชยชิด                แนบสนิทนางสนมสาวศรี

ว่าพลางหยิกข่วนไม่ปรานี                    เทวีผลักไสไปมา

บทละครนอกเรื่อง ยุขัน

 

 

Charming Moonlight 00

Prologue

 

ลาสเวกัส[1] สหรัฐอเมริกา

 

         “ไม่เล่นเหรอคริสซี่”

            เสียงหวานสดใสของผู้หญิงคนหนึ่ง ถามสาวน้อยที่อยู่ด้านหลังสุด สาวน้อยคนนี้ร่ำรวยที่สุดในกลุ่ม แต่กลับไม่ยอมเล่นอะไรเลยเมื่อเข้ามาอยู่ในกาสิโน[2]ชื่อดังระดับโลกแล้ว

         คริสซี่ หรือ ดาหลัน คริสซี่ บารอส เป็นลูกสาวคนสุดท้องในตระกูลบารอส ซึ่งมีชื่อเสียงด้านกิจการแข่งรถฟอร์มูลาวัน[3] และเพราะเป็นน้องนุชคนสุดท้อง ทำให้ครอบครัวบารอสทั้งหวงทั้งห่วง ดังนั้นสาวน้อยจึงไม่ปรากฏตัวต่อสาธารณชนสักเท่าไหร่ การที่มาเที่ยวเล่นที่ลาสเวกัสได้นั่นก็เป็นเพราะว่าสาวน้อยติดตามพี่ชายอย่าง คริส ดารัชต์ บารอส มาด้วยกัน ซึ่งชายหนุ่มนั้นมาทำธุรกิจที่นี่จึงพาน้องสาวมาเปิดหูเปิดตา

            แต่ตอนนี้คริสนั้นไปทำธุระที่อื่น จึงทิ้งน้องสาวไว้ที่ลาสเวกัสคนเดียว แต่ถึงอย่างนั้นก็ฝากฝังไว้กับเพื่อนร่วมรุ่นที่เคยเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกันให้ช่วยดูแลพามาเปิดหูเปิดตาระหว่างที่ไปดูงานที่อื่นสักระยะ

            “ไม่ล่ะค่ะพี่เด็บบี้ ฉันไม่ชอบเล่นเท่าไหร่” เสียงหวานของดาหลันบอกไปตามตรง เพราะเธอไม่ชอบการเสี่ยงดวงอะไรพวกนี้เลยจริงๆ

            แต่ที่แวะเข้าโรงแรมใหญ่ชื่อดังแห่งนี้ นั่นเป็นเพราะว่าเด็บบี้ซึ่งเป็นเพื่อนของพี่ชายบอกว่าอยากจะลองแวะเข้ามาดูกาสิโนของที่นี่ดูสักครั้ง ไม่ใช่เพียงแค่โรงแรมแห่งนี้ที่เดียวเท่านั้นที่เป็นกาสิโนขนาดใหญ่ แต่โรงแรมใหญ่ๆ ในลาสเวกัสส่วนมากก็เป็นกาสิโนเกือบทุกที่ ซึ่งมีการแสดงการละเล่นที่ตื่นตาตื่นใจไปเสียทุกอย่าง คนที่ไม่เคยได้สัมผัสมาก่อนอย่างดาหลันจึงอยากจะได้มาเห็นด้วยตาตัวเองสักครั้ง

            เพราะคุ้นเคยกับการแข่งรถซะมากกว่า ทำให้ดาหลันรู้สึกตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างมาก แต่ถ้าจะให้เล่นพนันจริงจังก็คงไม่เหมาะ ด้วยรู้ว่าตัวเองไม่มีดวงทางด้านเรื่องนี้เลยแม้แต่น้อย ขืนเล่นจริงๆ คงเหมือนเอาเงินไปละลายในแม่น้ำแน่

            “แสดงว่าไม่ชอบอะไรแบบนี้เลยสินะ” เด็บบี้ถาม ดาหลันจึงพยักหน้าให้ยิ้มๆ

            “ถ้าอย่างนั้นพี่ก็ขอ เอ่อ

            “ตามสบายเลยค่ะ เดี๋ยวฉันเดินดูแถวนี้ไปเรื่อยๆ แล้วก็ว่าจะกลับขึ้นห้องไปนอนเลย” สาวน้อยตอบ เมื่อเห็นเพื่อนพี่ชายทำท่าลังเลใจ

            ดาหลันมั่นใจว่าเด็บบี้คงอยากเล่นอะไรสักอย่างแต่เกรงใจตัวเองจึงหาทางออกให้ ความจริงแล้ว เธออยู่คนเดียวก็ได้ แต่เพราะพี่ชายตัวดีนั่นแหละ เอาแต่บอกว่าเป็นห่วงอย่างนั้นอย่างนี้ ทำราวกับว่าเธอเป็นเด็กที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ไม่ว่าจะไปไหนมาไหนก็ต้องมีพี่เลี้ยงคอยประกบติด

            “เอ่อ” แต่เด็บบี้ยังไม่สบายใจอยู่ดี ส่วนหนึ่งเพราะเกรงใจคริสด้วย หล่อนหมายตาชายหนุ่มคนนั้นมานาน แต่อีกฝ่ายขีดเส้นไว้แค่เพื่อนก็เลยต้องกล้ำกลืนฝืนความรู้สึกเอาไว้ ถ้าทำอะไรมากไปกว่านี้ แม้แต่คำว่าเพื่อนก็อาจจะไม่เหลือเลยก็เป็นได้

            “อีกอย่าง พี่เด็บบี้จะไปไหนก็ได้เลยนะคะ ไม่ต้องเป็นห่วงฉันหรอกค่ะ” ดาหลันเข้าใจดี ว่าคงไม่มีใครอยากจะเดินตามคนอื่นต้อยๆ จนไม่เป็นตัวของตัวเองหรอก และเด็บบี้เองก็คงมีธุระส่วนตัวที่ต้องไปทำด้วย

            “แต่ว่า คริสจะว่ายังไงล่ะ

            “ฉันโตแล้วนะคะ” พูดแล้วดาหลันก็หัวเราะ ไม่ว่าใครก็คิดว่าเธอเป็นเด็กอมมือทำอะไรด้วยตัวเองไม่เป็นหรือไง

            “ฉันไม่ไปไหนทั้งนั้นแหละค่ะ ขี้เกียจด้วย ช่วงนี้นอนพักที่ห้องดีกว่า พี่เด็บบี้ก็ตามสบายเลยค่ะ อ้อ ถ้าพี่คริสโทรมา ก็บอกว่าฉันอยู่ที่ห้องได้เลยค่ะ เพราะฉันไม่ไปไหนจริงๆ อยากนอนพักมากกว่า” ดาหลันยิ้มหวาน ได้ยินแบบนั้นแล้วเด็บบี้ก็สบายใจขึ้น

            “ถ้าอย่างนั้นพี่ขอตัวก่อนนะจ๊ะ พอดีว่าเพื่อนจะมาหาด้วย”

            “ตามสบายเลยค่ะ” สาวน้อยยิ้มหวานก่อนจะโบกมือให้ แล้วก็เลื่อนตัวออกห่างจากเด็บบี้ช้าๆ

            “เฮ้อ~ กว่าจะหลุดออกมาได้” เธอพึมพำกับตัวเอง เมื่อในที่สุดก็หาเรื่องแยกตัวจากเด็บบี้ได้เสียที

            ไม่ใช่ว่ารำคาญอะไรหรอกนะ แต่เธอเองก็อยากมีเวลาเป็นส่วนตัวบ้าง ไม่ใช่ว่ามีพี่เลี้ยงคอยตามทุกฝีก้าวแบบนี้น่ะ จะทำอะไรก็เกร็งไปหมด ถ้าเป็นคนรู้จักที่สนิทสนมกันมานานก็ว่าไปอย่าง แต่นี่เป็นเพื่อนของพี่ชายที่ไม่เคยรู้จักมักคุ้นกันมาก่อนเลยนี่สิ

            ยิ่งมีเพื่อนของเด็บบี้ตามมาด้วยหลายคนแบบนี้แล้วก็ยิ่งอึดอัด ดาหลันเลยสะดวกใจที่จะเดินเล่นคนเดียวมากกว่า

            ดาหลันมองตามหลังเด็บบี้ที่เดินออกไปพร้อมกับกลุ่มเพื่อนแล้วก็ลอบถอนหายใจ อยู่ใกล้เพื่อนพี่ชายคนสวยคนนี้แล้วรู้สึกอึดอัดอย่างไรชอบกล เพราะเด็บบี้คนนี้เป็นนางแบบสาวคนสวย ไปทางไหนก็ดึงดูดสายตาของคนรอบข้างเสมอ พาให้เธอถูกมองตามไปด้วย เมื่อได้แยกกันก็เห็นอย่างชัดเจนเลยว่าไม่มีใครมองมาด้วยสายตาน่ากลัวอีกแล้ว

            ใจจริงดาหลันก็อยากจะกลับห้องเพื่อไปพักผ่อนเลย แต่มาคิดอีกที ไหนๆ ก็มาอยู่ในกาสิโนแล้ว เดินเล่นดูอะไรต่ออีกสักหน่อยก็ดีเหมือนกัน

            “เล่นไหมครับคุณผู้หญิง” บริกรที่คอยดูแลแขกเดินเข้ามาทัก ดาหลันตกใจเล็กน้อยเพราะไม่ทันได้ตั้งตัว ก่อนจะยิ้มหวานตอบกลับไป

         “ยังดีกว่าค่ะ เอ่อ ขอลองดูก่อนนะคะ”

            ดาหลันเปลี่ยนคำพูด เพราะไม่อยากให้ถูกมองเป็นตัวปัญหาถ้าจะตอบไปว่าไม่อยากเล่นอะไรเลย

            ดังนั้นบริกรจึงยิ้มตอบและล่าถอยออกไปอย่างเงียบเชียบเป็นสุภาพ เห็นแบบนี้ดาหลันแล้วก็รู้สึกสบายใจขึ้นได้เล็กน้อยเมื่อไม่มีใครคุกคามทำให้รู้สึกอึดอัดไปมากกว่านี้

            “ที่นี่ก็โอเคนี่นะ” เสียงหวานพึมพำกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะเดินดูการเสี่ยงโชคต่ออย่างเพลินเพลิน

            “ขอโทษครับ!

            แล้วทันใดนั้นใครคนหนึ่งเดินเข้ามากระแทกจากทางด้านหลังเบาๆ ทำให้ดาหลันเซไปข้างหน้าสองสามก้าว

            “อ๊ะ ค่ะ” สาวน้อยตกใจเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ติดใจอะไร เข้าใจว่ามันเป็นอุบัติเหตุและตัวเองก็ไม่ได้เจ็บอะไรเลยด้วย

            “ไม่เป็นไรนะครับ” เขาคนนั้นถาม ดาหลันจึงพยักหน้าให้

            “ค่ะ ไม่เป็นไร” เธอตอบไปแล้วส่งยิ้มให้เล็กน้อย ก่อนจะเป็นฝ่ายเดินห่างออกมาก่อนเพราะไม่อยากจะวุ่นวายอะไรด้วยอีก

            ดาหลันไม่สนใจเรื่องก่อนหน้านี้อีก และสนใจกับการเล่นโป๊กเกอร์ตรงหน้าแทน โดยที่ไม่รู้เลยว่าตอนนี้อันตรายกำลังมาเยือนแล้ว

 

            “กิจการของเราไปได้ดีครับ เงินทุนหมุนเวียนตลอด ไม่มีส่วนที่ต้องขาดทุนครับ”

            “อืม

            เจ้าของเสียงครางทุ้มต่ำอยู่ในลำคอคือ เวอร์นอน ปรานต์ เดมป์ซีย์ เขาเป็นหนุ่มลูกเสี้ยวอเมริกัน-ไทย ซึ่งเป็นบุรุษหนุ่มที่หล่อเหลาเก่งฉกาจทุกด้านโดยเฉพาะด้านธุรกิจ

            ครอบครัวเดมป์ซีย์นั้นตั้งต้นด้วยการเป็นบริษัทด้านบันเทิงและการโรงแรมมาก่อน จนกระทั่งมาถึงรุ่นของเวอร์นอน เขาไม่ชื่นชอบการเป็นจุดสนใจเช่นนักร้องวงร็อกชื่อดังเหมือนที่ปู่และบิดามาก่อน จึงเลือกจะทำธุรกิจด้านกาสิโนและอสังหาริมทรัพย์แทน แต่ก็ไม่ได้ทิ้งกิจการด้านการบันเทิงเสียทีเดียว ยังให้เงินทุนกับบริษัทด้านการบันเทิงส่วนหนึ่ง ซึ่งให้ญาติสนิทช่วยดูแลกิจการด้านนี้ให้ เนื่องจากเขาไม่ได้มีความรู้ความสามารถด้านธุรกิจการบันเทิงมากพอ

            สิ่งเดียวที่เวอร์นอนให้ความสนใจและทุ่มเทอย่างเต็มที่นั่นก็คือการโรงแรมกาสิโนและอสังหาริมทรัพย์ที่กำลังไปได้ด้วยดีมากกว่า

            “ส่วนเรื่องที่ดินที่บอสต้องการ เรากำลังเร่งอยู่ครับ ทางนั้นเองกำลังลังเลใจว่าจะขายให้เราหรืออีกบริษัทหนึ่ง ซึ่งเป็นเพราะทางนั้นเอง เราไม่ได้ทำงานผิดพลาดอะไร”

            “แล้วทางนั้นเรียกเงินมาเท่าไหร่ แล้วอีกบริษัทหนึ่งยื่นเงินให้เท่าไหร่ล่ะ” คิ้วเข้มของเวอร์นอนขมวดมุ่น เขาถือคติที่ว่า อยากได้สิ่งใดก็ต้องได้ จะไม่มีวันยอมแพ้อย่างเด็ดขาด

            “เท่าที่รู้มาคิดสามสิบล้านครับ มากกว่าเราห้าล้าน แต่เรามีสวัสดิการอย่างอื่นให้ ทางนั้นเลยลังเลใจ”

            “งั้นก็ทุ่มไปเป็นสามสิบล้านได้เลย ฉันอนุมัติ แล้วก็ส่งเอกสารมาให้ฉันดูด้วย” เวอร์นอนตอบเสียงเรียบ มั่นใจว่าตัวเองอ่านอะไรไม่พลาดแน่นอน

            “ได้ครับ” หลังจากที่รับคำแล้ว พนักงานระดับสูงก็ค้อมศีรษะที่เจ้านายที่อายุน้อยกว่าตนเองเกือบสิบปี และล่าถอยไปอย่างเงียบเชียบ

            เวอร์นอนนั้นบัดนี้เพิ่งจะมีอายุสามสิบสามปี ซึ่งยังอายุน้อยมากเทียบกับอำนาจที่กุมอยู่ในมือ

            กิจการทุกอย่างของเดมป์ซีย์นั้นส่งต่อมายังเขาทั้งหมดแล้ว เพราะไม่ว่าจะทั้งวอริคผู้เป็นปู่ หรือเวกัสผู้เป็นบิดานั้นได้วางมือจากการทำธุรกิจต่างๆ และไว้ใจมอบหมายให้เขาจัดการทุกอย่างด้วยตัวเอง ซึ่งเวอร์นอนนั้นก็รับผิดชอบหน้าที่ทุกอย่างได้อย่างดีไม่มีสิ่งใดขาดตกบกพร่องเลยแม้แต่น้อย

            และเมื่อต้นปีก็ยังได้รับรางวัลนักธุรกิจดีเด่นมาครอบครองอีกด้วย ดังนั้นจึงไม่มีใครกังขาความสามารถของเวอร์นอน เดมป์ซีย์ เลยแม้แต่คนเดียว

            “แล้วมีอะไรกัน” เวอร์นอนสังเกตเห็นว่าบอดี้การ์ดในกาสิโนมีเคลื่อนไหวแปลกๆ จึงถามได้ความแปลกใจ

            “ผมเองก็ไม่ทราบเหมือนกันครับ” การ์ดคนสนิทที่ติดตามข้างกายเวอร์นอนมาตลอดตอบ ก่อนจะพูดต่อเพื่อให้เจ้านายสบายใจ

            “แต่เดี๋ยวผมจะถามดูให้เองครับ” พูดจบ เคนนาก็กวักมือเรียกพนักงานรักษาความปลอดภัยคนหนึ่งให้เข้ามาหา

            เวอร์นอนมองตามด้วยความสงสัย เพราะไม่เคยเห็นสถานการณ์แบบนี้ในกาสิโนของตัวเองมาก่อน

            “เกิดอะไรขึ้น” เคนนีเป็นคนถาม เขาเองก็สัมผัสได้ถึงความไม่ชอบมาพากลเช่นกัน

            “มีมิจฉาชีพ หัวขโมยเข้ามาในกาสิโนของเราครับ” พนักงานรักษาความปลอดภัยตอบ ก่อนจะรีบอธิบายเพื่อไม่ให้ผู้เป็นเจ้านายอารมณ์เสีย เพราะตอนนี้สีหน้าแววตาของเวอร์นอนดูน่ากลัวมาก

            “แต่ไม่ต้องห่วงครับ เราเจอตัวแล้ว

            “หมายถึงเจอตัวคนร้ายแล้วอย่างนั้นเหรอ” เวอร์นอนเอ่ยถาม ก่อนจะว่าเห็นในที่ไกลๆ ว่าพนักงานรักษาความปลอดภัยกำลังควบคุมตัวผู้หญิงคนหนึ่งเอาไว้ เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นเสมอ แต่ไม่ใช่สำหรับ ดีเอ็มกาสิโนแห่งนี้

            เขาจะไม่ยอมให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นเด็ดขาด และจะไม่ยอมถูกมิจฉาชีพมาลูบคมตัวเองอย่างแน่นอน

            “ครับ ตอนนี้เราเจอตัวคนร้ายแล้ว” พนักงานรักษาความปลอดภัยบอกด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกักเล็กน้อย พนักงานทุกคนในกาสิโนแห่งนี้ต่างทราบกันดีว่าผู้เป็นนายใหญ่น่ากลัวมากแค่ไหน ถึงแม้ว่ารูปลักษณ์ภายนอกของว่ามันจะดูเป็นผู้ชายเจ้าสำอางเสเพลไปวันๆ แต่ความจริงแล้วไม่ใช่แบบนั้นเลย

            ถ้าหากว่าเวอร์นอน เดมป์ซีย์ คนนี้ไม่แน่พอ คงไม่มีทางทำให้กาสิโนแห่งนี้ได้กำไรมากกว่า 200% จากเมื่อปีก่อนหรอก และปีนี้เองก็มีแนวโน้มสูงว่าจะได้กำไรทะลุเป้าด้วยเช่นกัน

            “เป็นผู้หญิงอย่างนั้นเหรอ” เวอร์นอนหรี่ตามอง มั่นใจว่าตัวเองมองไม่ผิด เมื่อได้เห็นผู้หญิงคนหนึ่งอยู่ในการควบคุมของพนักงานรักษาความปลอดภัยแล้ว

            “ครับ น่าจะมีคนร้ายร่วมขบวนการอยู่หลายคน ตอนนี้เราจับตัวได้แค่ผู้หญิงคนนั้นครับ แต่ไม่ต้องกังวลนะครับ อีกไม่นานเราต้องได้ตัวคนร้ายทุกคนอย่างแน่นอน”

            “อืม” คนเป็นเจ้านายครางตอบอยู่ไหนคอ ไม่เคยกังขาในความสามารถของพนักงาน แต่ตอนนี้กำลังขุ่นเคืองกับพวกมิจฉาชีพที่คิดจะมาเอาเปรียบตัวเองมากกว่า

            ถ้าหากว่าไม่มีงานทำหรือต้องการเงิน ทำไมถึงไม่เข้ามาสมัครงานให้ถูกต้องล่ะ ทำแบบนี้มันก็ไม่ต่างจากการยื่นเท้าเข้าไปในเรือนจำข้างหนึ่ง และเขาไม่มีวันยอมให้เกิดขึ้นในกิจการของตนเองอย่างแน่นอน

            “พาตัวผู้หญิงคนนั้นไปที่ห้องทำงานของฉัน เดี๋ยวฉันจะจัดการเอง” พูดจบเวอร์นอนก็เดินตรงไปห้องทำงานของตนเอง ไม่ได้รอคำตอบของลูกน้อง เพราะมั่นใจว่าทุกคนต้องทำตามคำสั่งของตัวเองทุกอย่างอยู่แล้ว

            ช่วงนี้ไม่มีเรื่องอะไรให้ขุ่นเคืองใจ จนกระทั่งได้ยินเรื่องนี้นี่แหละ อยากจะรู้เหลือเกินว่าใครบังอาจล้วงคองูเห่าคนเวอร์นอน เดมป์ซีย์ แล้วจะได้รู้กัน ว่าจะได้รับบทเรียนที่สาสมอย่างไร เวอร์นอนคิดในใจอย่างเดือดดาล

 

            คนที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นมิจฉาชีพ กลับกลายเป็นคนที่ร่ำรวยที่สุดคนหนึ่งอย่างดาหลัน บารอส เสียนี่

            สาวน้อยตกใจจนพูดไม่ออก เธอไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น จู่ๆ ก็มีชิพที่ใช้แทนเงินสดในการเล่นพนันอยู่เต็มกระเป๋าของตัวเองไปหมด นอกจากนั้นก็ยังมีทองคำแท่ง และยังมีเพชรน้ำงามอีกสองสามเม็ดในกระเป๋าอีกด้วย ไม่ว่าจะอธิบายอย่างไรก็ไม่มีใครเชื่อเธอเลยสักนิด นอกจากนั้นกระเป๋าสตางค์ของตัวเองก็ยังหายไปอีกต่างหาก

            เธอไม่ได้เสียดายกระเป๋าเงินที่มีราคาแพง แต่ข้าวของที่อยู่ในนั้นล้วนเป็นของสำคัญอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นวีซ่า หนังสือเดินทาง และบัตรประจำตัวที่ยืนยันตัวเอง บัดนี้มันหายไปทุกสิ่งอย่าง ทำให้ไม่มีใครเชื่อว่าถือเป็นนักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมชมแห่งนี้กาสิโนเท่านั้น ไม่ได้เป็นมิจฉาชีพหัวขโมยที่ถูกกล่าวหาเลย

            “พวกคุณเช็กกล้องวงจรปิดดูเลยก็ได้ ฉันสาบานได้ว่าไม่ได้เป็นคนขโมย” หัวใจดวงน้อยเต้นแรงเหมือนว่ามันจะทะลุออกมาทางปากได้อยู่แล้ว ถ้าหากมีโทรศัพท์มือถืออยู่กับตัวอะไรก็คงจะง่ายกว่านี้ แต่ที่มันหายไปพร้อมกับกระเป๋าสตางค์ของตัวเองนั่นแหละ คิดแล้วอยากจะบ้าตายเหลือเกิน

            “พวกเราเช็กทุกอย่างแล้ว” คำตอบจากพนักงานรักษาความปลอดภัยทำให้ใบหน้าหวานซึ้งของพลันดาหลันซีดสนิทในพริบตาเดียว

            “เราเห็นเธอกับพรรคพวกของเธอคุยกันอยู่นานแล้ว”

            ดาหลันหัวหมุนไปหมด เธอไม่คิดว่าพวกเขาโกหก เพราะภาพจากกล้องวงจรปิดปรากฏอยู่บนหน้าจอโทรทัศน์ขนาดใหญ่ตรงหน้านี้นี่เอง

            มันเป็นภาพที่เธอกำลังพูดคุยอยู่กับเด็บบี้ และเพื่อนของเด็บบี้

            รวมถึง มีใครบางคนที่ไม่เคยรู้จักมาก่อนเบียดอยู่ข้างๆ ตัวเอง จากในภาพนั้น มันเหมือนกับว่าเธอพูดคุยอะไรบางอย่างกับเขาอยู่นานสองนาน ทั้งที่เธอมั่นใจว่าตอนนั้นคุยอยู่กับเด็บบี้ แต่เป็นเพราะมุมกล้องและไม่มีเสียงจากภาพของกล้องวงจรปิด มันก็เลยดูเหมือนว่าตัวเองพูดคุยอยู่กับพวกมิจฉาชีพจริงๆ

            “นั่นใช่เธอรึเปล่า” เสียงทุ้มหนักเอ่ยถาม ทำให้ดาหลันจนปัญญาที่จะโกหก

            ก็เพราะคนที่อยู่ในภาพจากกล้องวงจรปิดมันคือตัวเองจริงๆ น่ะสิ ก็เลยปฏิเสธได้ไม่เต็มปาก

            “ฉัน” ดาหลันทำท่าจะพูดบางอย่าง แต่ก็ต้องใช้เวลาอยู่นานกว่าจะเรียบเรียงคำพูดได้

            ความจริงแล้วเธอสามารถใช้ภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่ว ไม่ต่างจากภาษาฝรั่งเศสและภาษาไทยที่ใช้อยู่เป็นประจำทุกวัน แต่สถานการณ์ที่มันเกิดขึ้นในเวลานี้ทำให้นึกคิดอะไรไม่ออกเลย ใช้เวลาคิดคำพูดนานเท่าไร ก็เหมือนว่าตัวเองกำลังหาคำแก้ตัวอยู่อย่างไรอย่างนั้น”

            “ฉันสาบานได้ว่าฉันไม่ได้เป็นคนขโมย” พูดแล้วสาวน้อยอยากตบตัวเองให้หน้าชานัก

            ในเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ทำตัวเองให้ดูน่าสงสัยเข้าไปอีก ไม่รู้จะเรียกตัวเองว่าอะไรแล้ว

            “มันหมายความว่ายังไงล่ะ ถ้าเป็นพวกต่างด้าวที่ลักลอบหนีเข้าประเทศใช่ไหม”

            “ฮะ!?” ได้ยินแบบนั้นดาหลันหัวเสีย เธอละสายตาจากหน้าจอโทรทัศน์เพื่อหันไปมองคนที่พูดประโยคก่อนหน้านี้ ก่อนจะชะงักไปเมื่อเห็นใบหน้าของเขาอย่างชัดเจน

            คนที่กำลังยืนกอดอกอยู่ตรงหน้า เป็นบุรุษรูปงามที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน ความงดงามของเขาโดดเด่นสะดุดตาเสียจนแทบจะลืมวิธีหายใจ

            ชายคนนี้สูงมากกว่าหกฟุตอย่างไม่ต้องสงสัย เส้นผมสีเข้มเป็นลอนหยักศกเล็กน้อย นัยน์ตาคมกริบสีคาราเมลราวกับอำพัน ใบหน้าดุกระด้างแต่งดงามราวกับเทพบุตร แม้ใครต่อใครจะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าพี่ชายทั้งสองคนของเธอหล่อเหลามากกว่าใคร และชินกับใบหน้าความเซ็กซี่ของพี่ชายแล้ว จึงมั่นใจว่าคงไม่หวั่นไหวกับความหล่อเหลาของใครง่ายๆ จนกระทั่งได้มาเจอกับผู้ชายคนนี้

            ดาหลันรู้สึกร้อนวาบตรงกลางอก หัวใจเต้นแรงรัวจนเจ็บหน้าอกไปหมด ใบหน้าหวานร้อนผะผ่าว ให้เหตุผลไม่ได้ว่าทำไมถึงมีปฏิกิริยาแบบนี้กับคนแปลกหน้าที่เพิ่งได้พบหน้ากัน

            “ฉันถามว่าเธอเป็นพวกต่างด้าวลักลอบเข้าประเทศนี้ใช่ไหม”

            พลันลมหายใจของดาหลันต้องสะดุด เมื่อคนถามนั้นขยับเท้าก้าวขาเข้ามาใกล้อย่างคุกคาม ทำให้ต้องถอยหลังหนีโดยอัตโนมัติ แต่สาวน้อยก็หนีไปไหนได้ไม่ไกล เพราะแผ่นหลังชนกับจอโทรทัศน์ขนาดใหญ่เข้าอย่างจัง จนไม่มีทางที่จะให้ขยับไปทางไหนได้อีก

            รู้ตัวอีกที บุรุษหนุ่มที่แกร่งกระด้างไปทั้งเนื้อทั้งตัวหยุดอยู่เบื้องหน้าตัวเองแล้ว ปลายรองเท้าของเขาชนกับรองเท้าผ้าใบของเธอ ตอนให้เธอจนมุมหนีไปไหนไม่รอดอีก

            นอกจากนั้น บอดี้การ์ดหนุ่มหน้าดุเกือบสิบชีวิตก็ยืนคุมเชิงอยู่ห่างๆ ท่าทีของพวกเขาบอกว่าสามารถชักปืนมายิงเธอได้ทุกเมื่อ ทำให้สาวน้อยตัวสั่นเทาด้วยความกลัว ไม่รู้เลยว่ามันเกิดสถานการณ์บ้าๆ แบบนี้ได้อย่างไร

            “ไม่มีบัตรประจำตัว ไม่มีเอกสารอะไรสักอย่าง มีทรัพย์สินมูลราคาสูงลิ่วอยู่ในกระเป๋า ซึ่งแน่นอนว่ามันไม่ใช่ของของเธอเลย แล้วมันจะแปลความหมายเป็นอย่างอื่นได้ยังไงอีก”

            เวอร์นอนกระซิบถาม ใบหน้าหล่อเหลาโน้มเข้าไปใกล้จนปลายจมูกเฉียดแก้มใสไปแค่ไม่กี่มิลลิเมตร

            ดาหลันรู้สึกเหมือนว่ามีผีเสื้อนับร้อยนับพันตัวบินอยู่ในช่องท้องของตัวเอง เมื่อสัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อนผ่าวของคนตรงหน้าเป่ารดแก้มของตัวเอง มันเป็นความรู้สึกที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน จึงไม่รู้ว่าจะรับมือกับมันอย่างไร

            “ฉัน

            “คนอย่างเธอ ไม่น่าจะมีเพชรหลายกะรัตพกตัวไปมาหรอกจริงไหม” สายตาคมกริบของเวอร์นอนกวาดมองคนตัวเล็กตั้งแต่หัวจรดเท้า พาให้คนถูกมองแทบจะหลอมละลายอยู่แล้ว

            เวลานี้ดาหลันรู้สึกโมโหตัวเองมากกว่าอะไรทั้งนั้น ถ้าแต่งตัวดูเหมือนเด็กกระโปโลเหมือนต่างด้าวอย่างที่ถูกกล่าวหานั่นแหละ แต่ใครจะไปนึกแล้วว่าจะต้องเข้ามาในกาสิโนหรูๆ แบบนี้

            ก็เด็บบี้บอกว่าจะไปหาอะไรกินง่ายๆ อาจจะเป็นร้านอาหารเล็กๆ ข้างทาง แล้วจะให้เธอสวมชุดราตรีกรุยกรายมากินข้าวหรือ

            ตอนนี้เธออยู่ไหนชุดลำลองง่ายๆ สบายๆ เสื้อยืด เสื้อแจ็กเก็ตยีนขาดๆ กางเกงยีนก็ขาดหลายที่เพราะมันเป็นแฟชั่น แล้วก็สวมรองเท้าผ้าใบเยินๆ คู่โปรดของตัวเอง มันดูแตกต่างจากรูปลักษณ์ของผู้ชายที่ยืนขู่กรรโชกตรงหน้าเหมือนสวรรค์กับหุบเหวนรกอย่างไรอย่างนั้น

            “ก็” ดาหลันรู้สึกว่าหัวตัวเองหมุนเป็นลูกข่าง เธอไม่รู้ว่ากระเป๋าสตางค์ของตัวเองหายไปไหน แล้วมีชิพกับเพชรในกระเป๋าตัวเองได้ยังไง

            ถ้าให้เดา พวกมิจฉาชีพคงจะจวนตัวกลัวจะถูกจับได้ ก็เลยโยนของพวกนี้ใส่ในกระเป๋าเป้ของเธอ แล้วก็ขโมยข้าวของของเธอไปอีกที

            ทำไมถึงได้ซวยแบบนี้วะ ดาหลันบอกกับตัวเองในใจอย่างทดท้อ

            แล้วผู้ชายหน้าดุที่ไม่ฟังคำอธิบายอะไรเลยคุกคามอย่างน่ากลัว เขาขยับเข้ามาใกล้ทุกที จนกลัวว่าหน้าอกจะชนกันให้ได้ หัวใจมันเต้นตีลังกาพลิกคว่ำพลิกหงายอยู่ในอก จนไม่มีสติที่จะนึกคิดหาทางออกให้ตัวเองอย่างไรแล้ว

            “ถ้าไม่อยากรับผิดชอบเรื่องนี้คนเดียว เธอก็บอกมาว่าพรรคพวกของเธอมีกี่คน” เวอร์นอนให้ทางเลือก ซึ่งเป็นครั้งแรกเลยที่เขาใจอ่อนกับเชลยแบบนี้

            ที่ผ่านมาก็เคยมีหัวขโมยในกาสิโนหลายต่อหลายครั้ง บางครั้งหัวขโมยก็สวยเซ็กซี่เย้ายวนใจ แต่ก็ไม่มีใครเลยที่ทำให้เขาตะลึงงันได้เท่ากับผู้หญิงคนนี้ มันเป็นเรื่องที่ทำให้เวอร์นอนรู้สึกหัวเสียอยู่หน่อยๆ ที่เห็นใบหน้าเนียนของสาวน้อยคนนี้แล้วพานอดคิดไปถึงผู้เป็นมารดาไม่ได้

            เพราะมารดาของเขานั้นเป็นคนไทยที่ทั้งสวยทั้งหวาน เป็นที่รักของผู้เป็นบิดาอย่างเวกัส เดมป์ซีย์[4] มาก

            หัวขโมยหน้าหวานคนนี้คงจะมีสายเลือดของคนเอเชียอยู่ ทำให้คิดถึงปริมประภาอยู่หลายครั้ง ก็เลยมีความรู้สึกปรานีมากกว่าขโมยคนไหนที่เคยจับตัวได้

            เรื่องนี้มันทำให้เวอร์นอนรู้สึกแปลกใจในตัวเองมาก และคงไม่ใช่เขาคนเดียวเท่านั้นที่รู้สึกแบบนี้ บรรดาบอดี้การ์ดกับคนติดตามคนอื่นๆ ก็คงจะรู้สึกแบบเดียวกัน

            “ฉันไม่ได้เป็นคนขโมยจริงๆ นะคะ ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าใครเอามาใส่ในกระเป๋าฉัน” ลิ้นของดาหลันแทบจะพันกัน ตอนนี้ในหัวมันพะวงคิดถึงแต่เรื่องกระเป๋าสตางค์และเอกสารต่างๆ ของตัวเองเท่านั้น เจ็บใจนักที่หัวขโมยเล่นงานเธอจนจนมุมแบบนี้ แล้วตัวเองเข้มแข็งไม่ได้เลย

            แต่แหม ถูกข่มขู่กดดันถึงขนาดนี้ มีสตรีพูดจาโต้ตอบได้ก็ดีแค่ไหนแล้ว ดาหลันบอกตัวเองแบบนั้น

            “ฉันจะเชื่อได้ยังไง ว่าสิ่งที่เธอพูดมามันเป็นความจริง” นัยน์ตาสีสวยของเวอร์นอนเป็นประกายเล็กน้อย ไม่รู้ว่าทำไมถึงได้รู้สึกพึงพอใจที่ได้เห็นสีหน้าแววตาตื่นตระหนกของคนตัวเล็กแบบนี้

            “ขอฉันยืมโทรศัพท์โทรไปหาพี่ชายได้ไหมคะ ฉันจะให้พี่ชายช่วยยืนยันว่าฉันไม่ได้เป็นคนขโมย และจะชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมดให้คุณด้วย”

            ไม่ใช่เพียงแค่เสียงของดาหลันเท่านั้นที่สั่นพร่า แต่ร่างกายของเธอเองก็สั่นเทาไม่ต่างกันเลย สาวน้อยพยายามอย่างมากที่จะไม่ทำน้ำตาร่วงต่อหน้าผู้ชายคนนี้ รู้สึกราวกับว่าอากาศที่ใช้หายใจมันถูกช่วงชิงไปทีละน้อย รู้สึกอึดอัดเหมือนหายใจไม่ออก

            “แน่ใจ?” เวอร์นอนเลิกคิ้วถามอย่างไม่มั่นใจ แต่ดาหลันพยักหน้าอย่างรุนแรง ใบหน้าหวานที่ขาวซีด และอาการหวาดกลัวจนตัวสั่นน้อยๆ ทำให้ชายหนุ่มใจอ่อนอย่างน่าเหลือเชื่อ

            สุดท้ายเพราะความสงสาร เห็นใจ หรืออะไรก็ตามแต่ มันทำให้เวอร์นอนส่งโทรศัพท์มือถือส่วนตัวของตนเองส่งให้กับสาวน้อยไปเงียบๆ

            ดาหลันใช้เวลาอยู่พักหนึ่งกว่าจะหยิบโทรศัพท์เครื่องหรูมาจากมือหนาของเวอร์นอนได้ มือของเธอสั่นมากตอนที่พยายามกดเบอร์โทรของพี่ชาย

            เธอยกโทรศัพท์ขึ้นแนบหู ชำเลืองมองเจ้าของโทรศัพท์อีกครั้ง ก่อนจะเห็นว่าเขาจ้องมองมาอยู่ก่อนแล้ว สายตาของชายหนุ่มเป็นประกายน่ากลัวจนไม่กล้าจะสบตาด้วย ก็เลยหลุบเปลือกตาลงใช้แผงขนตางอนยาวของตัวเองบดบังสายตาร้อนแรงของคนตรงหน้าเอาไว้ มองได้แค่รองเท้ามันวับของเขาเท่านั้น ไม่กล้าจะมองอะไรไปมากกว่านี้เลย

            “พี่คะ ช่วยเค้าด้วย

            แต่พูดได้เพียงเท่านี้ ร่างบางของดาหลันก็ทรุดฮวบลงทันที เวอร์นอนผวาเข้าไปประคองเธอแทบไม่ทัน ดีที่อยู่ใกล้กันมากจนสามารถช่วยเธอเอาไว้ได้ทันท่วงที ไม่อย่างนั้นสาวน้อยก็อาจจะได้รับบาดเจ็บได้

            “ตกใจหมด” เวอร์นอนพึมพำกับตัวเอง เมื่อเห็นว่าสาวน้อยหมดสติไปต่อหน้าต่อตา เขาจึงค่อยๆ ช้อนร่างเล็กขึ้นมากอดกับอก ไม่ได้สนใจโทรศัพท์ที่หล่นอยู่บนพื้นเลย

            เมื่อได้อุ้มตัวสาวน้อยแนบกับอกของตัวเอง เวอร์นอนจึงรู้ว่าเธอเปียกชุ่มไปทั้งตัวด้วยเหงื่อ ก่อนหน้านี้คงจะเป็นกังวลหวาดกลัวมาก ถึงได้หมดสติไปดื้อๆ แบบนี้

            “โรเบิร์ต” เวอร์นอนเรียกเลขาคนสนิทของตนเอง ในขณะที่สองแขนยังโอบกอดร่างเล็กของดาหลันเอาไว้ ไม่มีทีท่าว่าจะปล่อยเธอเลยแม้แต่น้อย

            “ครับ” เจ้าของชื่อขานรับ ก่อนจะขยับตัวก้าวเข้ามาใกล้เจ้านายอีกก้าวหนึ่ง

            “นายช่วยจัดการเรื่องพี่ชายของเธอต่อด้วย ฉันจะ” ถึงตรงนี้ เวอร์นอนเริ่มลังเลใจขึ้นมาว่าจะเอายังไงกับหัวขโมยตัวน้อยต่อไปดี ก่อนจะตัดสินใจได้อย่างเด็ดขาด

            “ฉันจะพายัยหัวขโมยนี่ไปที่ห้องก่อน นายก็จัดการเรื่องทุกอย่างตามที่เห็นสมควรแล้วกัน” พูดจบ ร่างสูงของเวอร์นอนก็อุ้มตัวดาหลันเดินหายออกไปจากห้องทำงานในทันที

            ทิ้งให้ลูกน้องทุกคนสบตากันอย่างเลิกลักด้วยความตกใจแกมประหลาดใจ เพราะไม่เคยเห็นเจ้านายเป็นแบบนี้มาก่อนเลย

            ขณะที่โรเบิร์ตเป็นคนที่กำลังหนักใจที่สุด เพราะเขาไม่รู้น่ะสิ ว่าการจัดการทุกอย่างตามเห็นสมควรมันนั่น ควรจะจัดการอะไรยังไงต่อไปดี แต่สิ่งที่เขาทำเป็นแรกก็คือเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ของเจ้านายขึ้นมาจากพื้น ก่อนจะยกขึ้นมาแนบหูตัวเอง

            “สวัสดีครับ ผมมีเรื่องที่ต้องคุยกับคุณครับ” โรเบิร์ตกรอกเสียงไปตามสาย ขณะที่ครุ่นคิดอย่างหนักว่าควรจะจัดการกับพี่ชายของหัวขโมยหน้าหวานอย่างไรดี

            ส่วนหัวขโมยตัวต้นเรื่องถูกเจ้านายอุ้มกลับเข้าห้องนอนไปแล้ว เดาไม่ยากเลยว่าเวอร์นอนจะจัดการหักลบกลบหนี้อย่างไร

            แหม หนุ่มหล่อสาวสวยอยู่ในห้องเดียวกันจะเกิดอะไรขึ้นได้อีกล่ะ จริงไหม

 

            ดาหลันที่ยังหมดสติอยู่นั้นถูกวางบนเตียงกว้างหนานุ่มอย่างนุ่มนวล ไม่มีท่าทีว่าจะตื่นขึ้นในเร็วๆ นี้เลยแม้แต่น้อย

            เวอร์นอนแลบลิ้นเลียริมฝีปากที่แห้งผากของตัวเอง ขณะที่จ้องหน้าหวาน ซึ่งหลับไหลไม่ได้สติอยู่บนเตียงนอนของตนเองราวกับเจ้าหญิงนิทราแสนงาม ขณะที่ครุ่นคิดว่าจะจัดการกับหัวขโมยตัวน้อยอย่างไรให้ถึงใจที่สุด

            และสิ่งแรกที่เขาทำนั่นก็คือ

            ถอดเสื้อยืดออกจากร่างงามของเธออย่างตั้งใจ



[1] ลาสเวกัส (Las Vegas) เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ในรัฐเนวาดา สหรัฐอเมริกา เป็นสถานที่ที่ชาวอเมริกันและคนทั่วโลก ให้ฉายาว่า "เมืองแห่งบาป" (Sin City) หรือ บางคนให้ชื่อว่าเป็น "America's Playground" หรือสนามเด็กเล่นของสหรัฐอเมริกา ทั้งเมืองเจริญเติบโตขึ้นมาจากความก้าวหน้าของกิจการการพนัน เป็นแรงดึงดูดหลักให้นักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามา ต่อมาก็ได้พัฒนาไปสู่ธุรกิจบริการใกล้เคียง ได้แก่ โรงแรม ศูนย์แสดงสินค้า ศูนย์ประชุม ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า ซึ่งล้วนแล้วแต่มีความโอ่อ่าอลังการ และขนาดใหญ่มากกว่าที่อื่นในโลก

[2] กาสิโน หรือ คาสิโน (Casino) เป็นสถานบันเทิงที่มีกิจกรรมการพนันเป็นกิจกรรมหลัก โดยปกติแล้วกาสิโนมักจะสร้างร่วมกับโรงแรม, ร้านอาหาร, แหล่งชอปปิง หรือบางครั้งกาสิโนจะสร้างอยู่บนเรือนำเที่ยว

- คำว่า casino มาจากภาษาอิตาลี อ่านว่า "กาซีโน" แปลว่าบ้านพักหลังเล็กใช้สำหรับพักผ่อนหย่อนใจ ซึ่งต่อมาได้มีการนำมาใช้ในสถานที่ที่เล่นการพนัน

[3] รถสูตรหนึ่ง หรือ ฟอร์มูลาวัน (Formula One) หรือ เอฟวัน (F1) หรือมีชื่ออย่างเป็นทางการว่า FIA Formula One World Championship เป็นการแข่งขันรถระดับสูงสุดจากความช่วยเหลือของสมาพันธ์รถยนต์นานาชาติ (Fédération Internationale de l'Automobile (FIA) ) คำว่า "สูตร" หมายถึงกฎกติกาที่ผู้เข้าแข่งขันและรถทุกคันต้องปฏิบัติตาม ฤดูกาลแข่งขันของเอฟวัน ประกอบด้วยการแข่งขันหลายครั้งหรือที่เรียกว่า กรังด์ปรีซ์ (Grands Prix)

- การแข่งขันรถสูตรหนึ่งยังถือเป็นรายการโทรทัศน์ที่มีผู้ชมมหาศาล มีผู้ชมทั่วโลกกว่า 600 ล้านคนต่อฤดูกาล และด้วยความที่เป็นกีฬาที่แพงที่สุดในโลก จึงมีผลต่อด้านเศรษฐกิจอย่างมาก ไม่ว่าจะการเงิน และการต่อสู้ด้านการเมืองอีกด้วย

[4] เวกัส เวทินทร์ เดมป์ซีย์ และ ปริมประภา จากนิยายเรื่อง มายารักเทพบุตรร้อน เขียนโดย มิรา(ม่านโมรี) (คู่รอง)





Talk...

Song :: Kathryn Ostenberg – Waves

เรื่องที่ 4 ในเซต จันทราแห่งใจ ค่ะ

หลายคนอาจจะคุ้นๆ กับนามสกุลพระเอกมาก่อน

มาจากเรื่องนี้เลยค่ะ เค้าฝากไว้ด้วยนะเออimage




เวอร์นอนจะร้ายไหม ดาหลันจะเจอเคราะห์กรรมยังไง

มู่ฝากตามต่อด้วยนะคะimage



มู่ขอฝากนิยายชุด จันทราแห่งใจ ไว้ด้วยนะคะ

ขอบคุณมากๆ เลยค่ะ

สามารถสอบถามสั่งซื้อต่างๆ กดเข้าไปที่รูปได้เลยนะเออ



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 43 ครั้ง

150 ความคิดเห็น

  1. #3 แอ๋วซ่าส์ (@60142525) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 08:33

    มาแล้ว หลานวิริค ลูกเวกัส เวอร์นอนคร้าบบบบ รอมานนานแล้ว

    #3
    0
  2. #2 Fang_ju (@reesa_jongkook) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 02:26
    วอริทพระเอกรุ่นแรก555
    #2
    0
  3. #1 MULEE & MOEI ♚ (@mu_mu_jung) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2561 / 22:20

    #โสมส่องพราว???? #เวอร์นอน #ดาหลัน

    เรื่องที่ 4 ของนิยายชุด #จันทราแห่งใจ✨???? ค่ะ

    เป็นเรื่องของเวอร์นอนกับดาหลันค่ะ

    มู่ฝากไว้ด้วยนะคะ ??’???’•


    #1
    0