จันทร์พร่างแพร (นิยายชุด จันทราแห่งใจ)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 30,476 Views

  • 97 Comments

  • 195 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    39

    Overall
    30,476

ตอนที่ 2 : Inspiring Lunar 🌔 01 Night After Night

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4368
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 122 ครั้ง
    29 ก.ย. 61


Inspiring Lunar 01

Night After Night


 

            มินรญารู้สึกเหมือนแทบช็อกไป ทั้งหมดก็เพราะว่าผู้ชายที่ชื่อคลินต์คนนั่นแหละ

            นี่เพิ่งจะได้เจอกันเป็นครั้งแรก แต่เขากับทำหยาบคายใส่เสียแล้ว ไม่ว่าจะพยายามอธิบายอย่างไรว่าเธอไม่ใช่บริแอน แต่เขาก็ไม่ยอมฟังเลย

            แต่จะว่าไปแล้วเธอเองเป็นคนผิด รู้ทั้งรู้ว่าเรื่องแบบนี้มันไม่ถูกต้อง ทั้งที่ควรจะปฏิเสธบริแอนไปตั้งแต่แรก และให้ความช่วยเหลืออย่างอื่นแทน แล้วเป็นยังไงล่ะ สุดท้ายตัวเองก็ต้องรับกรรมซะเอง ซึ่งตัวเองไม่ได้ทำอะไรผิดเลยสักนิด มาตอนนี้ตกเป็นผู้ต้องหาไปเสียแล้ว ช่างเป็นคนโง่ที่ไม่มีอะไรปนเลยจริงๆ

            คนที่เป็นคนกำหนดชะตาชีวิตของตัวเองอยู่ดันกลายเป็นผู้ชายที่มีชื่อว่าคลินต์ ฟาเบรกัส คนนั้นแหละ ที่มันทำให้มินรญารู้สึกเหมือนว่ากำลังตกที่นั่งลำบากอย่างรุนแรงอยู่

            จะไม่ให้รู้สึกเหมือนตกที่นั่งลำบากได้ยังไง ตอนนี้เธอทุกครั้งเอาไว้ในห้องชุดอันหรูหรา ซึ่งอยู่บนตึกสูงระฟ้าเทียมเมฆ ไม่มีทางไหนที่จะหลบหนีออกไปจากที่นี่ได้เลย ยิ่งคิดยิ่งทำให้หวั่นพรั่นพรึงเหลือเกิน

            หลังจากที่ถูกจับมาขังเอาไว้ในห้องเพนต์เฮาส์แล้ว เธอก็พยายามจะโทรติดต่อไปหาบริแอนอีกครั้ง แต่พบว่าเพื่อนปิดโทรศัพท์ไปแล้ว พอโทรไปหาบิดาก็พบว่ามาร์คัสปิดโทรศัพท์ไปเหมือนกัน เลยตัดสินใจโทรไปหาพี่ชายอย่างมาร์ติน มัชฌ์ ลีออนฮาร์ดเซน แต่ก็พบว่าพี่ชายไม่รับโทรศัพท์เหมือนกัน ท่าทางว่าวันนี้ที่บริษัทจะมีประชุมสำคัญเพราะไม่ว่าใครก็ไม่ยอมรับสายเธอเลยสักคน

            ตอนที่กำลังจะโทรไปหามารดาเป็นคนต่อไปนั้น มินรญาก็ต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อประตูห้องถูกเปิดออก ตามด้วยร่างสูงใหญ่ของคลินต์ที่เดินเข้ามาด้วยท่าทางสง่างามแต่แฝงไว้ด้วยอันตรายเด่นชัด สาวน้อยกำลังจะขยับตัวแต่ก็ช้าไป เมื่อโทรศัพท์ที่อยู่ในมือถูกฉวยออกไปตอนที่ยังไม่ทันได้ตั้งตัว

            “หยุดนะ! คุณทำอะไรน่ะ” มินรญาพูดอย่างหัวเสีย ไม่เข้าใจว่าตอนนี้มันเกิดอะไรขึ้นกับตัวเองกันแน่ ก่อนหน้านี้เคยมีความสุขตั้งใจว่าจะออกไปเที่ยวเล่นตามลำพัง เพราะไม่ว่าจะเพื่อนคนไหนไม่ว่างเลยสักคน แต่มาตอนนี้กลับถูกกักขังหน่วงเหนี่ยวเอาไว้ในห้องพัก ถึงแม้ว่ามันจะหรูหราโอ่อ่ามากขนาดไหน แต่มันก็ไม่ผิดแผกไปจากห้องขังเลยแม้แต่น้อย

            “ต้องถามด้วยเหรอ ตอนนี้เธอเป็นตัวประกันของฉัน ฉันจะทำอะไรมันก็เรื่องของฉัน” คลินต์บอกอย่างเอาแต่ใจ และแวบหนึ่งที่มินรญารู้สึกว่าหัวใจของตัวเองเต้นแรงรัว จนนึกโกรธตัวเองที่ต้องมาใจเต้นกับผู้ชายนิสัยไม่ดีอย่างคลินต์ ฟาเบรกัส คนนี้

            “ได้โปรดเถอะ ให้ฉันได้อธิบายอีกครั้ง ฉันไม่ใช่บริแอน” มินรญาพยายามข่มความกลัวของตัวเองเอาไว้ แล้วคุยกับชายหนุ่มด้วยเหตุผล แต่แน่นอนว่าคลินต์ไม่สนใจรับฟัง

            “คุณลองเปิดโทรศัพท์มือถือของฉันดูก็ได้” น้ำเสียงของมินรญาสั่นพร่าเล็กน้อย แต่ถ้าเขายอมเชื่อว่าเธอไม่ใช่บริแอน อะไรๆ มันก็คงจะดีขึ้นเอง

            “ฉันไม่เข้าใจ” คลินต์เอียงคอมองหน้าหวานอย่างพิจารณา ต้องยอมรับเลยว่าผู้หญิงคนนี้ที่มีใบหน้าหวานซึ้ง ดวงตากลมโตที่แฝงเอาไว้ด้วยความเศร้าน้อยๆ กลับดึงดูดความสนใจของตัวเองเอาไว้ได้ทั้งหมด

         “คุณดูข้อมูลในโทรศัพท์ของฉันสิ มันมีทั้งข้อมูลบัตรเครดิตอะไรต่างๆ ฉันไม่ใช่บริแอนจริงๆ นะคะ” เธอบอกอีกครั้งด้วยน้ำเสียงหนักแน่น แต่ก็ยังสั่นอยู่เล็กน้อย

            คลินต์รู้สึกลังเลใจขึ้นมากับสิ่งที่ตัวเองได้ยิน เขากดหน้าจอโทรศัพท์ ก่อนที่จะใจเย็นเสียงคนตัวเล็กไล่หมายเลขที่ใช้ปลดล็อกหน้าจอโทรศัพท์ให้ฟัง

            แน่นอนว่าสามารถปลดล็อกหน้าจอโทรศัพท์ได้ แต่สิ่งที่คลินต์สนใจคือแอพพลิเคชั่นที่เป็นไอคอนสีหวานบนหน้าจอมากกว่าอย่างอื่น เขากดเข้าไปดูแล้วต้องยิ้ม เมื่อพบว่ามันเป็นแอพพลิเคชั่นที่เกี่ยวกับประจำเดือนและวันตกไข่ของผู้หญิงนั่นเอง

            มินรญาเห็นคลินต์ยิ้มหัวใจก็เต้นรัวตึกตักอย่างน่ากลัว ไม่สามารถปฏิเสธความจริงที่ว่าคลินต์เป็นผู้ชายรูปงามราวกับเทพบุตรได้เลย ผู้ชายคนนี้ไม่ว่าจะขยับตัวทำอะไรก็มีเสน่ห์ดึงดูดสายตาไปเสียทุกอย่าง แรงดึงดูดทางเพศของเขาน่ากลัวมากเหลือเกิน สาวน้อยที่แทบจะไม่เคยสนใจผู้ชายคนไหนมาก่อน มาตอนนี้ใหม่อาจจะละสายตาไปจากคนตัวโตร่างสูงใหญ่กำยำคนนี้ได้เลย

            สาวน้อยต้องพยายามกลั้นใจเอาไว้ ไม่รบกวนสมาธิของคลินต์ที่กำลังกดโทรศัพท์เธออยู่อย่างตั้งอกตั้งใจ ภาวนาขอให้เขาเชื่อเสียทีว่าเธอไม่ใช่บริแอน และยอมให้เธอกลับบ้านแต่โดยดี หลังจากนี้ ไม่ว่าจะไปไหนมาไหนก็คงต้องไปกับครอบครัวหรือคนรู้จักแล้ว บอกตามตรงว่าเรื่องที่เกิดขึ้นตอนนี้ มันทำให้ผวาจนทำอะไรไม่ถูกเลย

            แต่ทั้งหมดก็ต้องโทษว่าเป็นความโง่ของตัวเองด้วย คิดว่าแกล้งมาทำงานแทนบริแอนแล้วจะไม่มีอะไรเกิดขึ้น ในเมื่อบริษัทของคลินต์ใหญ่โตขนาดนี้ เขาจะไม่รู้ได้ยังไงว่ามีเรื่องไม่ปกติเกิดขึ้นน่ะ

            ด้านคลินต์ก็พบว่าความจริงแล้วสาวน้อยคนนี้ไม่ใช่บริแอนที่เธอบอกเอาไว้จริงๆ ข้อมูลทุกอย่างที่ปรากฏอยู่ในโทรศัพท์เครื่องนี้ ทำให้เขาทราบว่าความจริงแล้วเธอชื่อมาร์กาเร็ต ลีออนฮาร์ดเซน แต่ไม่แน่ใจว่าเธอเป็นคนจากที่ไหน เพราะสำเนียงเสียงภาษาสเปนที่เธอพูดไม่ค่อยชัดเจนนัก ถึงจะฟังดูแปลกแปร่งแต่ก็น่ารักสมตัวคนพูดทุกอย่าง

            เมื่อทราบความจริงทุกอย่างแล้งคลินต์ก็ลดโทรศัพท์ในมือลง ทำให้มินรญายิ้มกว้างมีความหวังว่าจะถูกปล่อยตัวไปเสียที

            แต่กลับกลายเป็นว่าคลินต์เก็บโทรศัพท์มือถือของคนตัวเล็กเอาไว้ในกระเป๋ากางเกงแทน ทำให้มินรญาเบิกตากว้างด้วยความไม่เข้าใจ แล้วยิ่งตกใจเป็นเท่าตัวเมื่อร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มหมุนตัวเดินหนีไปหน้าตาเฉย

            “เดี๋ยวสิ คุณ!

            มินรญาลนลานลงจากโซฟาปลายเตียงด้วยอาการรีบร้อน แต่แล้วก็ต้องชะงักอยู่กับที่ เมื่อคลินต์หยุดเดินกระทันหันพร้อมกับหมุนตัวมามอง ทำให้เธอต้องเบรกเท้าแทบไม่ทัน

            “ฉันอยากกลับบ้าน เรื่องค่าเสียหายทั้งหมดฉันจะชดใช้ให้เอง คุณ คุณปล่อยฉันไปเถอะนะคะ” เสียงหวานวิงวอนขอด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ดวงตาที่สบสายตากับคลินต์นั้นเต็มไปด้วยความอ้อนวอนขอร้อง ซึ่งคนถูกมองเองก็เข้าใจความรู้สึกของเธอดี

            แต่ความรู้สึกของเขาล่ะ

            “ฉันไม่ต้องการค่าเสียหายจากเธอ” คลินต์บอกชัดเจนตรงไปตรงมา ทำให้มินรญาเงียบไปเพราะคิดหาคำตอบโต้ไม่ได้

            “คิดว่าเงินค่าเสียหายเท่านั้นฉันสนใจเหรอ เศษเงินแค่นั้นมันไม่เท่าไหร่หรอก แต่ที่ฉันต้องการ คือเอาตัวคนผิดมาลงโทษต่างหาก” น้ำเสียงของคลินต์เย็นเยียบบอกให้รู้ว่าเขาเอาจริงไม่ใช่เพียงคำขู่เท่านั้น มันทำให้มินรญาสั่นน้อยๆ เดาไม่ออกว่าชายหนุ่มจะทำอย่างไรกับตัวเองต่อไป

            “ฉันไม่รู้หรอกนะว่าเธอแกล้งมาสวมรอยแทนเพื่อนของเธอไปเพื่ออะไร แต่การที่เธอทำแบบนี้มันก็แปลว่าเธอกับบริแอนคนนั้นเป็นพวกเดียวกัน”

            มินรญารู้สึกกลัวมาก แต่มันก็จริงอย่างที่คลินต์พูดเอาไว้ทุกอย่าง เธอมันโง่เองที่ตัดสินทำอะไรง่ายๆ โง่ๆ สุดท้ายก็ต้องมาตกที่นั่งลำบากแบบนี้

            “คุณจะให้ฉันทำยังไง” สาวน้อยไม่สามารถกลั้นน้ำตาเอาไว้ได้ มันเอ่อคลอขังขอบตาอย่างง่ายดาย ซึ่งในสายตาคนมองอย่างคลินต์เองก็รู้สึกสงสารอยู่ไม่น้อย แต่ชายหนุ่มก็ตัดสินใจว่าจะไม่ยอมปล่อยเธอไปตอนนี้อย่างแน่นอน

            “รอให้ฉันจับตัวเพื่อนเธอได้ก่อน แล้วเราค่อยว่ากันอีกที” คลินต์ยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่สามารถสังหารหัวใจดวงน้อยๆ ของผู้หญิงคนหนึ่งได้เลย

            “ฉัน ฉันต้องทำยังไง ฉัน” มินรญาพูดไม่จบประโยคก็ต้องเงียบไป แทนที่ด้วยเสียงหัวใจที่มันเต้นแรงจนแทบจะทะลุหน้าอกออกมาได้อยู่แล้ว เมื่อคลินต์ขยับเข้ามาใกล้ พร้อมกับประคองใบหน้าของเธอขึ้นด้วยฝ่ามือกร้านที่ทำให้ไรขนอ่อนทั่วร่างกายลุกชันในพริบตาเดียว

            “ฉันก็บอกแล้วไง ว่าค่าเสียหายทั้งหมด จ่ายเป็นเวอร์จิ้นของเธอก็แล้วกันนะ มินนี่

 

            มินรญาค้อนลมค้อนแล้งอยู่ในห้องนอนอันหรูหราของคลินต์อย่างหัวเสีย เหตุผลเป็นเพราะประโยคสุดท้ายที่เขาทิ้งเอาไว้ก่อนจะเดินหนีหายไปนั่นแหละ

            คนบ้าอะไร มาพูดถึงเรื่องเวอร์จิ้นของผู้หญิงอยู่ได้ ช่างเป็นผู้ชายที่หยาบคายร้ายกาจไม่มีความเป็นสุภาพบุรุษเลยสักนิด แล้วก็ต้องโมโหตัวเองด้วยที่รู้สึกเหมือนว่าใจเต้นแรงน่ากลัว รู้ทั้งรู้ว่าเขาคุกคามทางเพศตัวเองอยู่แท้ๆ แต่กลับหวั่นไหวด้วยจนได้

            นึกว่าคลินต์จะยอมเข้าใจแล้วว่าเธอไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรด้วย แต่เธอคงจะคิดตื้นๆ ไปเองคนเดียว มันก็คงจะจริงอย่างที่เขาว่าเอาไว้ การที่ยอมมาทำงานแทนบริแอนนั่นแปลว่าตัวเองสมรู้ร่วมคิดร่วมทำผิดกับบริแอนด้วยนั่นเอง

            ถ้าหากว่าเรื่องนี้มันเกิดขึ้นกับตัวเองบ้าง มินรญาเองก็มั่นใจว่าเธอเองก็คงจะคิดแบบเดียวกับที่คลินต์สงสัยอยู่เหมือนกัน เพราะอย่างนั้นตอนนี้ก็เลยจนมุมไม่สามารถหนีไปไหนได้เลย ซ้ำร้ายโทรศัพท์มือถือก็ยังอยู่กับเขาอีก จึงหมดโอกาสที่จะใช้มันโทรกลับไปที่บ้านเพื่อขอความช่วยเหลือจากบิดา

            “ยัยโง่ ยัยโง่เอ๊ย!” มินรญาพร่ำบ่นก่นด่าตัวเองด้วยความหงุดหงิดใจ ได้แต่เดินวนเวียนไปมาอยู่ในห้องพักเพราะไม่สามารถออกไปไหนได้เลย

            ประตูห้องถูกต้องรหัสผ่านเอาไว้ ถ้าจะออกไปข้างนอกต้องใส่รหัสถึงหกตัว หรือไม่ก็ต้องใช้ลายนิ้วมือสแกน แล้วเธอจะทราบรหัสผ่านนั้นได้อย่างไร เพราะคลินต์ไม่ได้บอกเอาไว้ ที่สำคัญเขายังข่มขู่ทำให้ต้องหวาดกลัวไว้ด้วยประโยคที่แสนน่ากลัวอีก

            เวอร์จิ้นของเธอกำลังตกอยู่ในอันตราย แค่คิดก็แทบจะเป็นบ้าตายอยู่แล้ว

            แต่ตอนนี้มีอย่างอื่นที่สำคัญกว่านั้น เธอรู้สึกหิวมาก ไม่รู้ว่าผู้ชายอวดดื้อถือดีคนนั้นหายไปไหนแล้ว เอาคนอื่นมาทิ้งเอาไว้แล้วตัวเองกลับหายหน้าไป ทำแบบนี้มันหมายความว่าอย่างไรกัน

            กำลังคิดนินทาเขาอยู่ในใจได้ไม่นาน มินรญาก็ต้องรีบดีดตัวขึ้นมาจากเตียงกว้าง เมื่อคนที่กำลังนึกถึงอยู่เปิดประตูห้องเข้ามา แต่เขาชะงักอยู่แค่หน้าประตูไม่ได้เดินเข้ามาข้างใน

            “มากินข้าว ฉันสั่งอาหารเอาไว้ให้แล้ว” พูดจบคลินต์ก็เดินจากไป เป็นมินรญาที่ต้องรีบวิ่งเข้าไปจับลูกบิดประตูเอาไว้ก่อนที่ประตูจะปิดลง ไม่อย่างนั้นก็คงไม่ได้ออกจากห้องนี้อย่างแน่นอน

            มินรญายังไม่ไว้ใจคลินต์เสียทีเดียว แต่ก็ทนอาการแสบท้องเพราะความหิวไม่ไหว เดินตามออกไปข้างนอกแล้วพบว่าชายหนุ่มเตรียมอาหารเอาไว้ให้ที่เขาว่าจริงๆ

            ชายหนุ่มถอดสูทตัวนอกออกให้กับคนข้างกาย เหลือเพียงเสื้อเชิ้ตตัวใน ที่มองดูก็รู้ว่าร่างกายของเขาแข็งแรงเพรียวงามไม่มีไขมันส่วนเกินเลยสักนิด สายตาของมินรญาปรายมองไปยังท่อนแขนแข็งแรงของเขา มองเห็นเส้นเลือดและข้อมือสวยที่ดึงดูดสายตามากกว่าอย่างอื่น เขาสวมนาฬิกาข้อมือเรือนหนึ่งที่ข้อมือซ้ายและไม่มีแหวนแต่งงาน

            คิดอะไรอยู่เนี่ยมินนี่ มินรญาด่าตัวเองอยู่ในใจ ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงอยากรู้เรื่องส่วนตัวของคลินต์นัก

            แต่การที่เธออยากรู้เรื่องส่วนตัวของเขามันก็ถูกต้องแล้วนี่นา ก็เพราะผู้ชายคนนี้กำลังหวังเวอร์จิ้นของเธออยู่ แล้วถ้าหากว่าเขาแต่งงานมีครอบครัวแล้วเธอจะไม่บาปเอาหรือ ที่ไปยุ่งกับผู้ชายที่มีภรรยาแล้วน่ะ

            เมื่อไม่เห็นแหวนที่นิ้วนางข้างซ้ายของเขา มันคงแปลได้ว่าเขายังไม่แต่งงาน แบบนี้ก็น่าจะ

         น่าจะอะไร ยัยโง่มินนี่ เธอด่าตัวเองไม่หยุด ท่าทางว่าจะถูกเสน่หาของผู้ชายคนนี้เล่นงานจนเลอะเลือน ก็เลยคิดอะไรไม่รู้อยู่ในหัว

            “กินข้าวสิ ไม่หิวเหรอ”

            จบคำถามของคลินต์ ท้องน้อยๆ ของมินรญาส่งเสียงให้ได้ยินทันที สาวน้อยแก้มแดงจัดด้วยความอาย รู้สึกโกรธทุกคนที่กำลังหัวเราะเยาะตัวเองอยู่ในตอนนี้

            “คุณจะให้ฉันกลับบ้านได้ตอนไหน” ระหว่างที่กินอาหาร มินรญาถามถึงอนาคตของตัวเอง ที่ยังไม่รู้เลยว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป

            “เอาไว้ฉันเจอเพื่อนของเธอเมื่อไหร่ และเธอจ่ายค่าเสียหายให้ฉันแล้ว ถึงตอนนั้นฉันจะปล่อยเธอกลับ” คลินต์พูดเสียงเรียบ ขณะที่ตักอาหารเข้าปากด้วยท่วงท่าสง่างาม ส่วนสาวน้อยนั้นกำลังกินอาหารอย่างหิวโหย ไม่คิดรักษาภาพลักษณ์อะไรทั้งนั้น

            คลินต์ชำเลืองมองคนตัวเล็กที่จัดการอาหารในจานอย่างรวดเร็ว ท่าทางว่าเธอคงจะหิวมาก ไม่ทันไร อาหารในจานก็หมดไปอย่างรวดเร็ว มินรญามีท่าทางเขินอาย ชายหนุ่มก็จะเลยพยักหน้าให้กับบริกรที่อยู่ข้างโต๊ะอาหาร ให้ตักอาหารลงในจานของสาวน้อยเพิ่มอีก

            มินรญากินอาหารต่อโดยไม่สนใจสายตาของคลินต์เลย เห็นว่าเขาทำหน้าตกใจอยู่น้อยๆ คงไม่เคยเจอใครที่เหมือนเธอล่ะสิ แต่แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน ถ้าทำให้เขารังเกียจจนรีบปล่อยเธอไปทันทีเลยก็ยิ่งดี

            “คงต้องให้พ่อครัวล้มวัวอีกตัว เธอถึงจะอิ่ม” คลินต์พูดขึ้นลอยๆ แต่นั่นทำให้มินรญาถึงกับหน้าแดงจัด

            “ฉันอิ่มแล้ว!” เสียงหวานประกาศชัด ทำให้ชายหนุ่มหัวเราะอย่างน่ามอง

            เวลาที่เขาหัวเราะจากความรู้สึกจริงๆ โดยไม่มองด้วยสายตาหยามหยัน มันเหมือนกับเมื่อว่าโลกใบนี้พลันสว่างไสวในพริบตาอย่างไรอย่างนั้น มันทำให้ชายหนุ่มดูอ่อนโยนลงในพริบตาเดียว แต่แค่พริบตาเดียวเท่านั้น

            “อิ่มแล้วก็กลับห้องนอนสิ”

            “อะไรนะ!” มินรญาทำเสียงสูงด้วยความไม่พอใจ นึกว่าจะไม่ถูกขังอีกแล้วซะอีก แต่เมื่อเห็นสายตาของบอดี้การ์ดข้างกายของคลินต์ต้องกลืนน้ำลาย พวกเขาดูตั้งท่าเตรียมพร้อมรับทุกสถานการณ์ ถ้าหากว่าเธอยังดื้อดึงคิดทำร้ายร่างกายเจ้านายของพวกเขาอีกครั้ง คราวนี้ตัวเองต้องเป็นฝ่ายเดือดร้อนแน่

            และที่สำคัญ เธอรู้สึกไม่สบายใจเลยกับสายตาของพวกเขาที่มองมา ถ้าให้เลือกระหว่างอยู่ในห้องนอนที่ออกมาไม่ได้ หรืออยู่ข้างนอกแล้วมีสายตาน่ากลัวของผู้ชายนับสิบคนจ้องมอง ขอเลือกที่จะหลบเข้าไปอยู่ในห้องนอนก็แล้วกัน

            เมื่อเห็นทุกสายตาจับจ้องที่ตัวเองไม่กะพริบ มินรญาก็รีบหนีเข้าไปในห้องนอนทันที แต่เธอก็ไม่สามารถเข้าห้องนอนได้อย่างที่ต้องการ เพราะไม่รู้ว่ารหัสเปิดประตูนั้นคืออะไร จนกระทั่ง คลินต์เดินเข้ามาหยุดยืนซ้อนอยู่ด้านหลัง สาวน้อยถึงได้รู้สึกว่าไรขนอ่อนทั่วร่างกายลุกชัน เมื่อสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากร่างกายสูงใหญ่ของชายหนุ่มทีแผ่มาถึงร่างกายของตัวเอง มันสร้างความรู้สึกหวั่นไหวให้กับตัวเองประหลาด จนต้องขบริมฝีปากเอาไว้แน่น เพื่อให้ความเจ็บมันประคองสติของตัวเองเอาไว้ ก่อนที่จะหวั่นไหวไปมากกว่านี้

            เมื่อประตูห้องเปิด มินรญาก็รีบวิ่งเข้าไปหลบในห้องนอนทันที ไม่ลืมปิดประตูใส่หน้าคลินต์ด้วย

            คลินต์ถึงกับส่ายหน้ากับความร้ายกาจของสาวน้อยที่ไม่รู้ว่าเป็นใครมาจากไหน แต่ท่าทางแสนงอนจอมพยศของเธอก็ทำให้รู้สึกพอใจไม่น้อย เพราะที่ผ่านมามีแต่ผู้หญิงที่คอยพะเน้าพะนอเอาใจตัวเองมาตลอด ได้มาเจอรสชาติแปลกใหม่ก็ทำให้รู้สึกสนุกไม่น้อยเลย

            มินรญารู้สึกว่าเสียแต่ก็ทำอะไรไปมากกว่านี้ไม่ได้ อาจเป็นเพราะว่าเอาแต่หวาดกลัวกระวนกระวายมาตลอด ตอนนี้เธอจึงรู้สึกแนวหน้าไปทั้งตัวด้วยเหงื่อ คิดว่าคลินต์คงไม่เข้าห้องตอนนี้ ก็เลยถือโอกาสนี้รีบอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ซึ่งแอบหยิบชุดนอนของชายหนุ่มในตู้เสื้อผ้ามาสวมใส่ จะทำยังไงได้ล่ะ ในเมื่อตอนนี้เธอกลายเป็นตัวประกันที่ไม่มีอะไรเลยสักอย่างนี่นา

 

            ดังนั้นเมื่อคลินต์กลับเข้ามาในห้องนอนอีกครั้ง ก็พบว่าสาวน้อยคนหนึ่งนอนหลับสนิทอยู่บนเตียงกว้างของตัวเอง ราวกับเจ้าหญิงนิทรา เขาไม่คิดมาก่อนเลยว่าจะรู้สึกหลงใหลผู้หญิงคนไหนเท่ากับเธอคนนี้ มันเป็นความรู้สึกแปลกประหลาดที่ตัวเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันเป็นความรู้สึกยังไงกันแน่ แต่ไม่ว่าอย่างไรจะไม่ยอมให้เธอหลุดมือไปอย่างเด็ดขาด

            แล้วยิ่งเห็นว่าคนตัวเล็กอยู่ในชุดนอนของตัวเองคลินต์ก็รู้สึกร้อนรุ่มไปทั้งตัว ชุดนอนที่เธอสวมอยู่นั้นหลวมโพรกไปทั้งตัว แต่มันยิ่งทำให้มองเห็นส่วนโค้งเว้าของสาวเจ้าอย่างชัดเจน อกอิ่มกระเพื่อมไหวตามจังหวะการหายใจ ริมฝีปากบางระเรื่อเผยอขึ้นเล็กน้อย มันทำให้คลินต์ไม่สามารถห้ามความรู้สึกของตัวเองได้อีกต่อไป

            ชายหนุ่มดึงชายเสื้อเชิ้ตออกจากชายกางเกง แล้วรัดเข็มขัดโยนทิ้งไปส่งๆ ตอนที่รูดซิปกางเกงของตัวเองลงก็เกิดความลังเลใจขึ้นมาเล็กน้อย สุดท้ายก็เดินไปเปิดลิ้นชักที่โต๊ะเล็กข้างหัวเตียง ก่อนจะหยิบอุปกรณ์ป้องกันตัวออกมา

            ไม่แน่ใจว่าสาวน้อยคนนี้จะเป็นใครมาจากไหน คลินต์ก็คิดว่าป้องกันตัวเอาไว้น่าจะดีกว่า เมื่อจัดการเองเรียบร้อยแล้วเขาก็แทรกกายขึ้นเตียง เลิกผ้าห่มออกอย่างเชื่องช้า พลางคร่อมร่างงามเอาไว้ด้วยท่าทางหิวกระหาย

            มือหนาลากไล้ไปทั่วร่างงามด้วยความหลงใหล ไม่รู้ว่าทำไมสาวน้อยคนนี้ถึงได้มีอิทธิพลกับตัวเองนัก แต่ตอนนี้คลินต์ไม่คิดหาคำตอบ ก่อนจะก้มหน้าลงจูบริมฝีปากระเรื่อที่หมายตาไว้นานแล้วอย่างตั้งใจ

            มินรญารู้สึกถึง สัมผัสบางอย่างที่ระรานตัวเองอยู่ มันทำให้ร่างกายของเธอร้อนผ่าวหวามไหวจนอธิบายไม่ถูก เมื่อลืมตาขึ้นอย่างงุนงง เห็นใบหน้าหล่อเหลาของคลินต์อยู่ตรงหน้า เขากำลังส่งยิ้มให้ เป็นรอยยิ้มที่แสนเจ้าเล่ห์และน่ากลัว ยังไม่ทันได้ถามอะไร ร่างบางก็สะท้านสุดตัว นิ้วเล็กๆ ทั้งสิบจิกลงกับต้นแขนของคนตัวโตด้วยความเจ็บปวด น้ำตารินไหลพร้อมกับเหงื่อที่โซมไปทั้งกายในพริบตาเดียว

            “ฮึก” มินรญาสะท้านทั้งกายทั้งใจ ลมหายใจที่กระชั้นด้วยความเจ็บปวดแกมสับสน

            “เธอนี่ยังเวอร์จิ้นจริงๆ สินะ” เสียงทุ้มหนักกระซิบอยู่ข้างหู พาให้มินรญาต้องเบิกตาโตด้วยความตกใจ

            แล้ววินาทีต่อมาสาวน้อยต้องหลับตาลง เพราะไม่อาจจะสบสายตากับคนที่ชะโงกอยู่เหนือร่างอีกแล้ว ทั้งร่างกายและจิตใจของเธอสับสนปั่นป่วนไปหมด แต่ความรู้สึกที่เด่นชัดยิ่งกว่าอะไรทั้งนั้นคือความเจ็บปวด

            ความเจ็บที่ไม่เคยรู้จักมาก่อนแทรกเข้ามากลางกาย มันเจ็บเสียจนแทบจะหมดสติให้ได้ ร่างกายพราวไปด้วยเหงื่อเม็ดเล็กละเอียด ลมหายใจชีพจรเต้นไม่เป็นจังหวะ เสียงที่หยุดรอออกจากริมฝีปากเป็นเพียงแค่เสียงครวญครางผะแผ่วเท่านั้น

            ใบหน้าหวานของมินรญาบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด คลินต์มองเห็นแล้วรู้สึกสงสารจากหัวใจ ตอนแรกเขาเองเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งว่าสาวน้อยบริสุทธิ์อยู่ แต่เมื่อได้พิสูจน์ด้วยตัวเองแล้ว มั่นใจเต็มร้อยว่าสาวน้อยคนนี้บริสุทธิ์ผุดผ่อง ไม่เคยมีอะไรล่วงล้ำกล้ำกราย มันทำให้รู้สึกภูมิใจอยู่ลึกๆ

            “มินนี่” ฝ่ามือข้างหนึ่งของคลินต์ประคองแก้มใสเอาไว้ พบว่าผิวกายบางใสของคนตัวเล็กชื้นไปด้วยเหงื่อ เนื้อตัวของเธอร้อนระอุราวกับเป็นไข้สูง เห็นแล้วก็สงสารจับใจ

            “ขอโทษนะ” คลินต์กระซิบบอกชิดกับริมฝีปากบางระเรื่อ ก่อนจะจูบเธออีกครั้งอย่างตั้งใจ

            ลิ้นร้อนชื้นสอดเข้าไปในโพรงปากบาง ดูดดึงลิ้นเล็กให้จูบตอบอย่างเร่าร้อน ปฏิกิริยาของคนตัวเล็กเงอะงะไร้เดียงสา การสร้างความพึงพอใจให้กับคลินต์จนตัวเองก็ยังประหลาดใจ

            ฝ่ามือน้อยของมินรญาปัดป่ายไปทั่ว เดี๋ยวลูบเดี๋ยวข่วนเดี๋ยวขยำปลอกหมอนเอาไว้แน่น เสียงครางหอบๆ ลอดผ่านเรียวปากบางระเรื่อให้ได้ยิน ดวงตากลมโตนั้นปิดแน่นไม่ยอมลืมขึ้นสบตากัน แต่กระนั้นน้ำตาร้อนๆ ก็ยังซึมผ่านเปลือกตาบางใสได้อยู่ดี

            แก้มนวลแดงจัด ร่างกายของเธอกระตุกหลายต่อหลายครั้ง ผิวกายของเธอก็ระเรื่อด้วยเลือดสาวที่สูบฉีดอย่างรุนแรง ทำให้ความรู้สึกของคลินต์พุ่งสูงอย่างยั้งไม่อยู่ เขาสอดมือประสานกับมือเล็กของมินรญาเอาไว้แนบแน่น หลังจากที่หยุดเคลื่อนไหวมานาน รู้สึกได้ว่าอาการเกร็งของสาวน้อยเริ่มลดลงบ้างแล้ว

            “มินนี่” คลินต์ถอนจูบออกอ้อยอิ่ง กระซิบชื่อของเธอด้วยเสียงที่หวานจับใจ

            เจ้าของชื่อรู้เพียงแค่ว่าคนตัวโตกระซิบชื่อของตัวเองเท่านั้น แต่เธอไม่สามารถพูดตอบอะไรได้เลย ในหัวมันขาวโพลนราวกับกระดาษเก่าๆ ที่พร้อมจะติดไฟได้ทุกเมื่อ เมื่อลืมตาขึ้นมอง ใบหน้าหล่อเหลาของคนใจร้ายก็ฉกวูบลงมาอีกครั้ง และจูบอีกหนราวกับจะสูบวิญญาณของเธอออกจากร่างอย่างไรอย่างนั้น

            “ไม่เจ็บใช่ไหม” เสียงทุ้มหนักกระซิบชิดใบหูเล็กที่แดงจัด

            มินรญารู้สึกอยากจะร้องไห้ เธอส่ายหน้าเป็นพัลวัน แต่คลินต์กับเพียงแค่หัวเราะอย่างพึงพอใจ ก่อนที่เขาจะขยับกายอย่างตั้งใจ

            สาวน้อยต้องหลับตาลงอีกครั้ง เมื่อความรู้สึกเจ็บปวดเสียดลึกเข้ามาในร่างกาย สัมผัสได้ถึงตัวตนที่แข็งขืนร้อนผ่าวของเขาที่แทรกเข้ามาในร่างของตัวเองทุกๆ มิลลิเมตร มันทำให้เธอรู้สึกเหมือนกับว่ากำลังจะละลายให้ได้อยู่แล้ว

         “เธอนี่” คลินต์ครางอย่างพอใจ ขณะที่แทรกกายลงมาจนแนบสนิทกับร่างเล็กเป็นเนื้อเดียว

            พลันมินรญาก็รู้สึกหน้าร้อนผ่าวหูอื้อไปหมด ตอนที่เขากระซิบชิดข้างหูก็ทำให้ไม่ได้ยินเสียงอื่นเลย นอกจากเสียงหายใจที่เซ็กซี่ของคนตัวร้าย ที่พร้อมจะแผดเผาให้ติดไฟในพริบตาเดียว

            “เจ็บ” เสียงหวานครางวะหวิวจากริมฝีปากที่บวมเห่อ ร่างชุ่มไปด้วยเหงื่อจนน่าสงสาร คลินต์เองก็ไม่อยากเชื่อว่าตัวเองจะเหงื่อพราวไปทั้งตัวด้วยเหมือนกัน

            เหงื่อร้อนๆ จำนวนหนึ่งหล่นพรมบนร่างเล็ก พาให้มินรญาสะท้านอย่างน่าสงสาร

            “เดี๋ยวฉันจะทำให้รู้สึกดีขึ้นเอง นะ” ชายหนุ่มแทบไม่เชื่อคำพูดตัวเอง ที่กำลังบอกกับเธออยู่นี้ เพราะเหมือนกำลังกำลังอ้อนวอนคนตัวเล็กอยู่ ซึ่งไม่เคยพูดกับใครแบบนี้มาก่อน มีแม่คนดีคนนี้คนเดียวที่รู้สึกต้องตาต้องใจ เพียงแค่ได้สบตากัน ก็ไม่สามารถปล่อยมือจากเธอได้เลย

            “เดี๋ยวมันก็ไม่เจ็บแล้ว” เรียวปากร้อนผ่าวของคลินต์แนบลงที่เปลือกตาบางใสของคนตัวเล็กเพื่อซับน้ำตาให้ ก่อนขยับกายเคลื่อนไหวอย่างเชื่องช้าหนักแน่น

            มินรญารู้สึกอึดอัดไปทั้งตัว เจ็บเสียดเสียวกับทุกสัมผัสที่ตอกตรึงลงมา ส่งเสียงร้องไห้เสียงครางเพราะความเจ็บปวดได้ไม่กี่คำ เสียงก็หายไปเมื่อถูกจูบปิดปากเอาไว้อย่างแนบแน่นจนไม่มีโอกาสได้ขอร้องอะไรเลย

            แต่ก็ไม่น่าเชื่อ ว่าคำพูดที่เหมือนคำแก้ตัวลอยๆ ของชายหนุ่มจะเป็นจริง เมื่อร่างกายของเธอผ่อนคลายจากอาการเกร็ง มันเริ่มหวามซ่านด้วยรสสัมผัสแผดเผาบาดลึก ไม่ว่าจะเรียวปาก ฝ่ามือ ร่างกาย ของคลินต์ล้วนทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นเรื่อยๆ เหมือนกำลังล่องลอยอยู่บนอากาศ ความเจ็บแทรกเข้ามาเป็นครั้งคราว แต่เทียบไม่ได้เลยกับความรู้สึกหวามหวั่นเหมือนคลื่นใหญ่ที่กำลังโหมซัดอยู่ในเวลานี้

            “คลินต์” มินรญาปรือตาขึ้นอย่างมึนงง ริมฝีปากที่เป็นอิสระจากจูบร้อนๆ พูดได้เพียงแค่ชื่อของเขาอย่างเดียวเท่านั้น ร่างกายไหวโยนจากแรงส่งจากเอวสอบที่ทำให้เธอขยับตัวเคลื่อนไหวตามจังหวะรักที่เพิ่งได้รู้จักเป็นครั้งแรกอย่างน่าประหลาดใจ

            “ฉันบอกแล้วว่ามันจะรู้สึกดีขึ้นเอง” คลินต์ยิ้มอย่างพอใจ ก่อนจะจูบคนตัวเล็กใต้ร่างอีกครั้ง และอีกครั้ง

            จวบจนกระทั่งเวลาผ่านไปหลายชั่วโมงเขาถึงพอใจและปล่อยให้คนตัวเล็กหลับได้ในที่สุด

 

            คลินต์มองดูผ้าปูที่นอนที่เปื้อนเลือดอย่างครุ่นคิด

            เขาไม่คิดมาก่อนเลยว่ามินรญาจะยังบริสุทธิ์จริงๆ เพราะคิดว่าสมัยนี้แล้วอะไรๆ ก็หมุนไปไวเหลือเกิน ไม่คิดว่ามันเป็นเรื่องไม่ดีแต่อย่างใด สาวน้อยคนนี้ดูน่ารักอ่อนหวานขนาดนี้ มันแปลกถ้าหากว่าเธอจะไม่มีผู้ชายคนไหนเข้ามาในชีวิต

            ที่เย้าหยอกเธอก็เพราะชอบปฏิกิริยาของคนตัวเล็กที่โมโหจนหน้าแดง แต่ไม่คิดว่าสาวน้อยจะยังบริสุทธิ์ไร้สิ่งใดมาแปดเปื้อน ยิ่งเห็นก็ยิ่งรู้สึกผิด และตั้งใจว่าจะไม่ยอมปล่อยเธอไปในเวลานี้อย่างแน่นอน

            “มินนี่

            ตอนนี้สายมากแล้ว แต่มินรญายังนอนซมบนเตียงไม่มีทีท่าว่าจะรู้สึกตัวเลยสักนิด อยากให้เธอกินอะไรสักหน่อย ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวได้ป่วยไข้ไม่สบายแน่

            “มินนี่” คลินต์พาตัวเองขึ้นเตียงอีกครั้ง สอดแขนแข็งแรงช้อนร่างบางเอาไว้กับอกแล้วอุ้มเธอขึ้นมาจากเตียงอย่างระมัดระวัง

            สายตาของเขามองผ้าปูที่นอนสีขาว ซึ่งยังเห็นรอยเลือดอย่างชัดเจน ความรู้สึกผิดในใจแทรกเข้ามาในฉับพลัน ด้วยรู้ดีว่าสาวน้อยไม่ได้เต็มใจจะมอบกายใจให้ แต่ในเมื่อได้เป็นเจ้าของเธอแล้ว ก็ไม่คิดจะทิ้งขว้าง เพียงแต่คงต้องใช่เวลา ว่าต้องการเก็บเธอไว้ในฐานะไหนกันแน่

            “ไม่เอาแล้ว” มินรญากระซิบพึมพำบอกเมื่อได้ยินเสียงทุ้มต่ำที่ได้ยินมาทั้งคืน ส่ายหน้าไปมาด้วยความเหนื่อยล้า แค่คิดว่าจะถูกปรนเปรอความสุขหวามจนแทบสำลักอีกก็กลัวจับใจ กลัวเหลือเกินว่าจะขาดใจตายใต้อกกว้างของผู้ชายที่ชื่อว่าคลินต์ ฟาเบรกัส

            ได้ยินแบบนั้นคลินต์ก็หัวเราะน้อยๆ ทั้งสงสารทั้งเอ็นดู ไม่สนใจเสียงร้องห้ามของคนตัวเล็ก

            “อาบน้ำก่อน จะได้กินข้าว” เรียวปากอุ่นจัดจนร้อนของคลินต์แนบลงกับแก้มใสอีกครั้ง ทำให้มินรญาถึงกับสะดุ้งด้วยความตกใจ

            ก็เพราะถูกจูบแบบนี้มาหลายครั้งแล้วน่ะสิ แล้วก็รู้ด้วยว่ามันจะจบยังไง

            “ฉันไม่ไหวแล้ว ไม่ไหวแล้ว อย่าทำอะไรฉันเลยนะ” คนตัวเล็กทำน้ำตาคลอ เห็นแล้วคลินต์ก็สงสารจับใจ รีบปลอบก่อนที่คนตัวเล็กจะเข้าใจผิดไปไกลกว่านี้

            “ไม่เป็นไรมินนี่ ฉันไม่ได้จะทำอะไร แค่จะพาไปอาบน้ำ” พูดจบคลินต์ก็จูบแก้มใสอีกครั้ง แกล้งทำเป็นไม่รู้ว่ามินรญาสะท้านครั้งแล้วครั้งเล่า ทั้งสงสารทั้งเอ็นดู เพียงแค่คืนเดียว จากผู้หญิงตัวร้ายเชิดหน้าคอตั้งไม่สนใจใคร กลายเป็นสาวน้อยที่แสนน่าสงสาร อะไรนิดหน่อยก็สั่นไปทั้งตัวแล้ว

         “คนเลว

            สติของมินรญาแจ่มชัดขึ้นตอนที่อยู่ในอ่างอาบน้ำแล้ว น้ำอุ่นช่วยคลายอาการเจ็บปวดตามร่างกายได้ไม่น้อย และนั่นก็ทำให้เธอเริ่มจำว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นกับตัวเองบ้าง เห็นใบหน้าหล่อเหลาของคนเลวทรามก็โกรธจับหัวใจ

            ก็เพราะคนคนนี้แหละ ที่พรากเอาทุกอย่างไปจากเธออย่างไม่ละอาย มีอย่างที่ไหน จับผู้หญิงมาขังไว้ในห้องแล้วก็ปล้ำ โอ๊ย ผู้ชายคนนี้ช่าง

            แล้วตอนนี้เขาก็พาตัวเองมาอยู่ในอ่างอาบน้ำด้วยกันอีก ยังไงสถานการณ์มันก็น่ากลัว

            “ตื่นมาก็ปากดีเลยนะ เมื่อคืนไม่เห็นจะเป็นแบบนี้เลย” คลินต์หัวเราะน้อยๆ ถึงจะไม่เคยเจอผู้หญิงแบบนี้มาก่อน แต่ก็มั่นใจว่าสาวน้อยคงเขินทำอะไรไม่ถูก เลยด่าแก้เขินซะเลย ช่างต่างจากผู้หญิงทุกคนที่เคยได้พบเจอลิบลับ และไม่เคยมีใครที่จะทำให้รู้สึกทั้งหมั่นไส้และเอ็นดูเท่ากับเธอคนนี้เลยจริงๆ

            “ฉันจ่ายค่าเสียหายคุณแล้ว ทีนี้จะปล่อยฉันไปได้รึยัง” มินรญากัดฟันพูด เพราะไม่อยากอยู่ใกล้เขาต่ออีกแม้แต่วินาทีเดียว

            ดูเมื่อคืนสิ แค่ข้ามคืนก็ตกเป็นของเขาแล้ว ใครจะไปนึกว่ามันจะเกิดขึ้นจริงๆ

            ก็คลินต์คนนี้หล่อเหลาราวกับเทพบุตร มองดูก็รู้ว่าเขาไม่เคยขาดแคลนผู้หญิง คงตั้งใจจะจับเธอไว้เป็นตัวประกันเพื่อให้บริแอนกลับมารับผิดชอบกับสิ่งที่ทำไว้ทั้งหมด

            แต่กลายเป็นว่า

            “ฉันเคยบอกงั้นเหรอ”

            “คุณ!” มินรญาตีฟองสบู่ในอ่างใส่หน้าคนตัวโตอย่างเหลืออด ผู้ชายคนนี้เป็นบ้าอะไร ทำไมถึงได้เป็นคนหยาบคายร้ายกาจขนาดนี้

            “อย่ามาแกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง ก็คุณบอกเอง” พูดไปแล้วก็อยากร้องไห้ ทำไมเขาถึงแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้

            แล้วเธอมีค่าแค่เพียงคืนเดียวเท่านั้นหรือ คนอย่างมินรญาไม่มีค่าขนาดนั้นเชียวหรือ คิดแล้วก็ทั้งเจ็บทั้งแค้นจนน้ำตาซึม

            “ก็เห็นเธอนอนรออยู่บนเตียง ฉันก็เลยคิดว่า

            “คิดว่าฉันนอนอ่อยคุณเหรอ!” สาวน้อยขึ้นเสียงอย่างหัวเสีย โกรธจนใบหน้าแดงก่ำไปหมดแล้ว

            “อ้าว ชายหญิงนอนอยู่บนเตียงเดียวกัน จะให้คิดเป็นอย่างอื่นได้เหรอ”

            เรื่องแบบนี้ตบมือข้างเดียวไม่มีทางจะดังได้หรอก ต้องโทษว่าเป็นความน่ารักเซ็กซี่ของเธอนั่นแหละที่ทำให้เขาสงบสติอารมณ์ไม่อยู่ ใครใช้ให้เธอน่ากินเองล่ะ

            “คุณนี่มัน” มินรญาไม่รู้จะหาคำไหนมาด่าผู้ชายคนนี้ได้อีก อะไรบางอย่างมันร้องวันในตัวว่าผู้ชายคนนี้เป็นตัวอันตรายอย่างมาก ไม่รู้ว่าจะเป็นหัวใจหรือร่างกายของเธอก็ตามแต่

            “ตอนนี้ฉันชดใช้ค่าเสียหายให้คุณแล้ว ปล่อยฉันไปเถอะ ฉันอยากกลับบ้าน” น้ำเสียงของมินรญาฟังดูเศร้าสร้อยจับใจ เพราะตอนนี้เธอคิดถึงที่บ้านเหลือเกิน ไม่รู้ว่าบิดามารดาและพี่ชายเป็นห่วงเธอบ้างไหม และอยากจะฟังเรื่องนี้เก็บไว้เป็นอดีตที่ไม่น่าจดจำ และเป็นบทเรียนเตือนให้ตัวเองรู้ว่าไม่ควรจะไว้ใจใครง่ายๆ อีก

            แต่จะว่าไปแล้ว บทรักของเขาก็ร้อนแรงเหลือเกิน เธอคงไม่มีวันลืมว่าใครเป็นผู้ชายคนแรกของตัวเองอย่างแน่นอน

            โอ๊ย! แกคิดอะไรของแกไรอยู่เนี่ยมินนี่ มินรญาอยากจะร้องไห้ ไม่รู้ว่าทำไมตัวเองถึงคิดเรื่องบ้าบอแบบนี้ได้ลง ในขณะที่สถานการณ์มันกำลังหน้าสิ่วหน้าขวานอยู่แบบนี้

            “ฉันไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย ฉันเองก็ถูกเพื่อนหลอกมาเหมือนกัน”

            มินรญารีบเช็ดน้ำตาเมื่อเห็นสายตาที่มองมาหาของคลินต์ ไม่รู้ทำไมเขาถึงได้มองมาแบบนี้ แต่บอกได้เลยว่ามันเหมือนสายตาของนักล่า ที่กำลังกระหายหิวเหยื่อตัวน้อยอย่างตัวเองอยู่

            และที่บอกว่าถูกหลอกนั่นน่ะ เธอก็ไม่ได้โกหกเลยนะ บริแอนโกหกเธอทุกอย่าง ตั้งใจจะรักให้เธอมาเจอกับเสือร้ายชัดๆ

            “ฉันอยากกลับบ้าน” เสียงหวานสั่นเครือ ไม่อยากเชื่อเลยว่าเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับตัวเองด้วย

            คลินต์เองก็เริ่มใจอ่อนเมื่อได้เห็นน้ำตาของคนตัวเล็ก แต่ตอนนี้เขาไม่สามารถจะปล่อยมาจากเธอได้จริงๆ

            “เดี๋ยวฉันจะไปตามตัวเพื่อนเธอมาคุยด้วย แล้วค่อยว่ากันอีกที” ชายหนุ่มพูดตัดบท เพราะแก้มใสของมินรญาเริ่มซีดเผือดลงเล็กน้อย น่ากลัวว่าเธออาจจะเป็นไข้ไม่สบายได้

            “ไปนอนพักกันเถอะ” คลินต์ไม่รอคำตอบ เขาลุกจากอ่างอาบน้ำ ไม่ลืมอุ้มตัวมินรญาออกมาด้วยกัน

            สาวน้อยสะลืมสะลือไม่มีเรี่ยวแรงก็เลยขัดขืนอะไรไม่ได้ ได้แต่ปล่อยให้ผู้ชายร้ายกาจหยาบคายสารเลวอาบน้ำเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้ ก่อนจะล้มตัวนอนบนเตียงอีกครั้งโดยที่สวมเพียงชุดคลุมอาบน้ำเท่านั้น ไม่ได้สนใจเลยว่าแม่บ้านที่กำลังเก็บกวาดทำความสะอาดห้องชุดอันหรูหราของคลินต์จะทำหน้ายังไงบ้าง

            ถ้าหากว่าพวกหล่อนจะว่าอะไรล่ะก็ ก็สมควรจะสาปแช่งประณามการกระทำอันเลวร้ายของคลินต์มากกว่า

            คลินต์เองสวมเสื้อผ้าไม่เร่งรีบ เขาทราบดีทีเดียวว่าแม่บ้านตกใจที่เห็นรอยเลือดเปื้อนบนผ้าปูที่นอน แต่มันกลับสร้างความภูมิใจให้กับตัวเองมาก ไม่ใช่ภูมิใจที่สามารถพิชิตเอาชนะผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งได้ แต่เป็นเพราะว่า เธอเก็บรักษาของล้ำค่านี้ไว้ให้กับเขาคนเดียวเท่านั้น

            จากที่ตั้งใจว่าจะให้มินรญากินข้าวก่อนนอนพัก แต่ตอนนี้สาวน้อยคงไม่ยอมลุกออกจากเตียงแน่ ก็เลยหันไปสั่งความกับแม่บ้านแทน

            “ถ้าคุณผู้หญิงตื่นแล้วบอกให้กินข้าวด้วย ถ้าเธออยากได้อะไรหาให้แล้วกัน บอกกับบอดี้การ์ดของฉันได้ พวกเขาจะจัดการให้”

            แม่บ้านพากันทำตาโตด้วยความตกใจ นั่นเป็นเพราะคำว่า คุณผู้หญิง ที่คลินต์พูดนั่นแหละ

            ที่ผ่านมาไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนได้นอนบนเตียงของคลินต์มาก่อน แม้แต่จะได้มาเที่ยวเล่นในห้องชุดแห่งนี้ยังยากเลย นั่นแปลว่า สตรีตัวน้อยหน้าหวานที่หลับสนิทบนเตียงของเจ้านายเป็นคนที่มีความสำคัญต่อคลินต์มากจริงๆ

            “ดูแลเธอด้วยล่ะ”

            “ค่ะ” แม่บ้านรับทำด้วยความรู้สึกแปลกใจเหลือเกิน

            ไม่แน่ว่าอีกไม่นานหลังจากนี้ คลินต์อาจจะมีงานแต่งงานที่จัดขึ้นปุบปับรวดเร็วก็เป็นได้

 

            ตลอดทั้งวันที่บริษัทของคลินต์มีแต่เรื่องยุ่งๆ ทำให้ชายหนุ่มไม่มีเวลาที่จะปลีกตัวกลับมาดูในห้องชุดเลย แม้แต่จะโทรศัพท์กลับมาหาคนตัวเล็กก็ยังไม่มีเวลา

            เวลาผ่านไปจนเกือบสี่ทุ่ม คลินต์จึงได้กลับมาพักผ่อนที่ห้องชุดของตัวเอง แม่บ้านกลับไปแล้วเหลือเพียงแค่คนสนิทซึ่งเป็นเหล่าบอดี้การ์ดหนุ่มๆ หลายชีวิต ซึ่งมีหน้าที่เฝ้าติดตามเขาตลอดเวลา แต่เพราะมีมินรญาเข้ามาอยู่ด้วยจึงให้บอดี้การ์ดส่วนหนึ่งเฝ้าเธออยู่ที่นี่แทน

            “มินนี่กินข้าวหรือเปล่า” ถึงจะเพิ่งได้มารู้จักกัน แต่คลินต์ก็มั่นใจว่าคนตัวเล็กรั้นร้ายเอาเรื่อง สั่งอะไรเอาไว้คงไม่ยอมทำตามง่ายๆ แน่

            “ทานมื้อเย็นเรียบร้อยแล้วครับ บอกว่าจะนอนพักไม่ให้ใครเข้าไปรบกวนครับ” บอดี้การ์ดหนุ่มรายงานเจ้านายตามความเป็นจริง

            คลินต์พยักหน้าให้เล็กน้อยก่อนจะเดินเลยเข้าห้องไปเงียบๆ

            แต่มินรญาก็ทำให้ตกใจจนได้ เมื่อเดินเข้าห้องไปพบว่าสาวเจ้านอนคุดคู้อยู่ที่พรมหน้าห้อง คงเป็นเพราะเขาบอกไว้ก่อนหน้านี้ ว่าเธอนอนอยู่บนเตียงก็เหมือนยั่วให้มีอารมณ์ ก็เลยประชดด้วยการนอนบนพื้นซะเลย ผู้หญิงอะไร น่าตีให้ก้นลายนัก

            มินรญารู้สึกตัวอย่างสะลึมสะลือเมื่อมีคนมาแตะตัว พอลืมตาขึ้นก็ต้องสะดุ้ง เพราะคนที่คร่อมร่างอยู่นั้นคือ

            “คลินต์!” เสียงหวานอุทานด้วยความตกใจ กำลังจะขยับตัวก็แทบจะร้องไห้ เมื่อพบว่าตัวเองถูกคร่อมเอาไว้ด้วยร่างสูงใหญ่ของคนใจร้ายที่ตามมาหลอกหลอนไม่ว่าจะยามหลับหรือยามตื่น

            “ยั่วกันเหรอ” เสียงเซ็กซี่กระซิบถาม ทำให้มินรญาอยากร้องไห้

            มายงมายั่วอะไรของเขากัน ก็ไม่นอนรออยู่บนเตียงแล้วไง ทำไมเขาถึงได้มาว่ากันอีก

            “ถ้าจะมีอะไรกันที่พื้นแบบนี้มันเจ็บหลังนะ ขึ้นเตียงดีกว่าไหม” คลินต์ถามเสียงเจ้าเล่ห์น่ากลัว พาให้ไรขนอ่อนทั่วร่างกายของมินรญาลุกชันในพริบตาเดียว

            “จะเอายังไง จะเอาตรงนี้ หรือจะกลับไปบนเตียงนุ่มๆ ดี

            มินรญาหนาวเยือกไปทั้งกายและใจ ไม่กล้าคิดว่าคลินต์กำลังพูดโกหก เพราะได้เจอกับตัวเองมาแล้ว และมันทำให้เธอจำฝังใจเลยทีเดียว ว่าคนอย่างคลินต์ ฟาเบรกัส ไม่มีทางที่จะพูดโกหกแน่นอน

            “ฉันเพลียมากเลย” สาวน้อยพูดเป็นเสียงกระซิบอย่างหวาดกลัว ดวงตากลมโตคลอด้วยน้ำตาอย่างน่าสงสาร ซึ่งแน่นอนว่าคลินต์ก็รู้สึกเห็นใจอยู่ไม่น้อย

            “แล้วทำไมมานอนกับพื้นแบบนี้ล่ะ” คลินต์พูดเหมือนจะดุ ก่อนจะช้อนร่างเล็กขึ้นมาจากพื้นระมัดระวัง

            หัวใจของมินรญาแทบจะหลุดออกมาทางปากได้อยู่แล้ว เธอกลัวมาก และร่างกายยังไม่หายระบมเลยสักนิด ถ้าหากถูกรังแกคงทนรับไม่ไหว

            “ก็คุณบอกเอง ว่าฉันนอนบนเตียงของคุณ ก็เหมือนให้ท่าคุณ” เสียงหวานพูดอย่างแง่งอน นี่มันเป็นเวรเป็นกรรมอะไรของเธอไม่รู้ ถึงตอนนี้ก็ยังไม่ได้ติดต่อกลับไปหาทางบ้านเลย

            “กินข้าวหรือยัง” ชายหนุ่มเปลี่ยนเรื่องคุยเพราะไม่อยากเห็นน้ำตาของสาวเจ้า มินรญาเกือบจะตามเรื่องไม่ทันแต่ก็ยอมตอบไปตามความจริง

            “ฉันกินข้าวแล้ว ฉันเพลียมากเลย ขอ ขอฉันนอนพักนะคะ” ใจจริงมินรญาอยากจะขอโทรศัพท์มือถือคืน แต่ไม่รู้ว่าถ้าถามไปแบบนั้นจะทำให้คลินต์โกรธขึ้นมาอีกหรือเปล่า ก็เลยต้องใช้มารยาหญิงทำเป็นอ่อนแอให้ผู้ชายใจอ่อนไปก่อน

            “แล้วทำไมไม่มานอนบนเตียงดีๆ ตั้งแต่แรก” คลินต์ยังไม่พอใจ อยากจะฟาดก้นแม่คนดีหนักๆ เนื้อตัวเธอก็ร้อนรุมๆ แล้วจะไปนอนกับพื้นเป็นการทรมานตัวเองทำไมก็ไม่รู้

           

         มินรญาคันปากยิบอยากจะเถียงกลับไปเหลือเกิน แต่เธอก็ไม่ยอมปริปากพูดอะไรออกไปทั้งนั้น ยิ่งพูดก็เหมือนเข้าเนื้อตัวเอง ดังนั้นเลยถือคติที่ว่าปลอดภัยไว้ก่อน เอาไว้ให้คลินต์อารมณ์ดีกว่านี้แล้วค่อยขอร้องเขาอีกครั้งก็แล้วกัน

            “นอนพักซะ ฉันขออาบน้ำก่อน” ชายหนุ่มเดินเลยเข้าห้องน้ำไปโดยไม่พูดอะไร มินรญาก็เลยแอบถอนหายใจตามหลัง แต่ไม่กล้าจะลงตัวลงนอนจริงๆ ได้แต่นั่งประดักประเดิดอยู่กลางเตียงอยู่อย่างนั้น

            สาวน้อยไม่หลงเหลือความง่วงงุนเลยสักนิด ได้ยินเสียงหยดน้ำหล่นกระทบกลับพื้นหัวใจก็ยิ่งสั่นไหว ในสมองจินตนาการภาพที่คลินต์กำลังเปลือยกายอาบน้ำอยู่ เท่านั้นเธอก็ต้องรีบตบแก้มเพื่อเรียกสติของตัวเองกลับคืนมาทันที

            “ไม่ ตั้งสติไว้มินนี่!” มินรญาส่ายหน้าอะไรความคิดพวกนั้นออกจากหัว ไม่อยากจะเชื่อเลย เวลาผ่านไปเพียงแค่ไม่นานเธอจะกลายเป็นคนแบบนี้ไปแล้ว ทั้งที่ผู้ชายคนนั้นเอาเปรียบรังแกตัวเองสารพัด แต่ก็คิดว่าเขาเซ็กซี่เหลือเกิน จนรู้สึกเกลียดตัวเองขึ้นมาจับใจ

            ตลอดทั้งวันของวันนี้ เธอพยายามจะหาทางหนีออกจากห้องนอนบ้าๆ นี่ตลอดเวลา แต่ก็ไม่สามารถทำได้อย่างใจเลย พวกแม่บ้านกันตัวเชิดเอาไว้อย่างแน่นหนา แถมยังมีบอดี้การ์ดน่าดูคอยคุมเชิงอยู่ห่างๆ อีกต่างหาก ก็ไม่รู้ว่าลูกน้องจะมีนิสัยเหมือนเจ้านายไหม ก็เลยไม่อยากเสี่ยงเจอเรื่องน่ากลัวอีกแล้ว มีสามีคนเดียวก็พอ ไม่อยากมีอีกสองอีกสามคนเลยจริงๆ

            ก็ไม่รู้ว่าอีตาคลินต์คนนี้ไปมีศัตรูที่ไหนเยอะแยะ ถึงได้บอดี้การ์ดคอยเฝ้าหน้าห้องเป็นโขยงแบบนั้น มันทำให้เรารู้สึกกลัวมาก ก็เลยยอมอยู่นิ่งๆ เป็นนกน้อยในกรงทองแต่โดยดี

            ตอนที่ไม่รู้ว่าจะทำยังไงต่อไปดีนั้น มินรญาสะดุ้งโหยงสุดตัวเมื่อได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นมา ก่อนจะพบว่ามันวางอยู่ที่โซฟาปลายเตียงนี่เอง และไม่ใช่โทรศัพท์ของตัวเองด้วย

            “ของอีตาคลินต์สินะ” มินรญาพึมพำบอกกับตัวเอง อยากจะเอื้อมมือไปหยิบขึ้นมาดูเหลือเกิน สุดท้ายก็ไม่สามารถห้ามใจเอาไว้ได้ ต้องแอบไปหยิบมันขึ้นมาจนได้

            เบอร์โทรที่โทรมานั้นไม่ปรากฏชื่อที่บันทึกเอาไว้ มินรญามองอยู่นาน เธอครุ่นคิดอย่างหนักใจว่าจะรับสายนี้ดีหรือเปล่า เพราะถ้าหากว่ากดรับสายแล้ว ก็อาจจะเป็นไปได้ที่เธอจะสามารถกดเบอร์โทรของบิดาหรือพี่ชาย จะได้โทรไปขอความช่วยเหลือว่ากำลังถูกผู้ชายสติไม่ดีจับขังเอาไว้ในห้อง

            มินรญารู้ดีว่าการทำแบบนี้ไม่น่ารักเลย แต่สิ่งที่คลินต์ทำไว้กับเธอมันน่ารักตรงไหนกันล่ะ ดังนั้นจึงตัดสินใจกดรับสายทันที

            “สวัสดี” เธอพูดทักทายเป็นภาษาสเปน และกลั้นหายใจตอนที่รอฟังปลายสายตอบกลับมา

            แต่สาวน้อยก็ต้องขมวดคิ้วด้วยความแสบหู เมื่อได้ยินอีกฝ่ายกรี๊ดเข้าสายสุดเสียง

            “แกเป็นใคร!” ปลายสายทำเสียงแหลมปรี๊ด และเป็นเสียงของผู้หญิงอย่างไม่ต้องสงสัย

            แน่นอนว่ามินรญาเคยเจอเรื่องแบบนี้มาก่อน เพราะเป็นคนสับรางให้พี่ชายมาแล้วหลายครั้ง ย่อมสามารถรับมือได้อย่างง่ายดาย อีกอย่าง เธอก็ตั้งใจจะเอาคืนคลินต์เต็มที่ด้วยเช่นกัน

            “ถามแปลกจังเลย” มินรญาพูดเสียงเล็กเสียงน้อย แกล้งทำเป็นไร้เดียงสา

            “ฉันถามว่าแกเป็นใคร” คนปลายสายทำเสียงแข็งไม่เปลี่ยน เพราะอยากจะรู้ความจริงว่าคนที่กำลังคุยอยู่ด้วยตอนนี้คือใครกันแน่

            “คลินต์อยู่ไหน ให้ฉันคุยกับเขาเดี๋ยวนี้”

            “คลินต์อยู่ไหนให้ฉันคุยกับเขาเดี๋ยวนี้” มินรญาพูดเลียนทุกคำไม่ตกหล่น ยิ่งทำให้สาวสวยที่เป็นคนโทรมากระวนกระวายด้วยความโกรธจัด

            เธอไม่สามารถติดต่อคลินต์ได้เลยเป็นเวลาหลายสัปดาห์แล้ว ไม่อยากจะเชื่อว่านางแบบสุดฮอตตัวเองจะถูกเขี่ยทิ้งอย่างง่ายดายราวกับเศษขยะชิ้นหนึ่ง แต่เพราะไม่อยากปล่อยให้คลินต์หลุดมือไป จึงฝ่าฝืนกฎที่เขาตั้งเอาไว้ด้วยการโทรหาเขา

            ความจริงแล้ว เบอร์โทรที่เธอโทรหาเขาได้นั้น เป็นเบอร์โทรที่มีไว้สำหรับติดต่องาน ยังไม่ใช่เบอร์โทรส่วนตัวของเขา แต่มันก็ดีกว่าการที่ไม่รู้เบอร์ติดต่ออะไรของเขาเลยไม่ใช่หรือ

            “ฉันอยากคุยกับคลินต์” ตอนนี้หัวใจของนางแบบสาวราวกับกำลังถูกไฟเผา เธออยากจะคุยกับชายหนุ่มยิ่งกว่าอะไรทั้งนั้น ไม่สนใจว่าคนที่คุยอยู่ด้วยตอนนี้เป็นผู้หญิงคนใหม่ของคลินต์หรือเปล่า ต่อให้ใช้เธอก็จะไม่สนใจ ขอเพียงให้ได้กลับไปอยู่ข้างกายของเขาอีกครั้งก็พอ

            “เขาอาบน้ำอยู่” มินรญาบอกความจริงไปในที่สุด ก่อนจะกลอกตาไปมาเพื่อคิดหาทางหนีทีไล่

            ฟังจากน้ำเสียงแล้ว คนที่โทรมาคงจะมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับคลินต์มาแล้ว คงจะร้อนใจพอดูที่เธอรับสายแทนเขา

            ถ้าหากว่ายืมมือผู้หญิงคนนี้ช่วยได้ ก็น่าจะสามารถกลับบ้านเกิดเมืองนอนของตัวเองได้นี่นา ตอนนี้เธอคิดถึงบ้านที่ออสโล[1]แทบแย่แล้ว

         “เธออยากรู้ไหมว่าเขาอยู่ที่ไหน” มินรญาไม่รอช้า รีบหลอกล่อให้อีกฝ่ายตกหลุมพรางทันที

            “หมายความว่ายังไง” นางแบบสาวไม่เข้าใจว่าคนที่คุยอยู่ด้วยตอนนี้กำลังรอเล่นอะไรอยู่ แต่ถ้าหากเป็นไปได้ เธอหวังว่าสิ่งที่ได้ยินมานั้นจะเป็นความจริง ถ้าหากรู้ว่าคลินต์พักอาศัยอยู่ที่ไหน จะได้ไปดักพบเจอเขา อย่างน้อย ต่อให้ไม่ได้กลับไปเป็นเหมือนเดิมแล้ว แต่ได้เงินมาจุนเจือตัวเองก่อนน่าจะดีกว่าการที่ต้องฝันลมๆ แล้งๆ ว่าจะได้กลับไปเป็นคนโปรดของคลินต์ ฟาเบรกัส อีกครั้งหนึ่ง

            “ฉันจะบอกให้ก็ได้ แต่มีข้อแลกเปลี่ยนอยู่อย่างหนึ่ง”

            “อะไรล่ะ” ตอนนี้นางแบบสาวร้อนใจเหลือเกิน ต่อให้มันเป็นความหวังรางเลือน ก็อยากจะคว้ามันเอาไว้

            “เธอช่วยโทรไปบอกเบอร์โทรนี้ บอกไปว่าฉันอยู่ที่ไหน”

            “แล้วเบอร์อะไร แล้วมันที่ไหนกันล่ะ” นางแบบสาวไม่เข้าใจ จึงตะคอกถามกลับไปอย่าหงุดหงิด

            “ก็ที่ที่ฉันกำลังจะบอกเธอนี่แหละ เธอต้องโทรไปบอก เบอร์ที่ฉันกำลังจะบอกเธอ แล้วฉันจะบอกเธอว่าฉันอยู่ที่ไหน”

            พูดเองมินรญาก็มึนเอง จะไม่แปลกใจเลยถ้าหากว่าปลายสายไม่เข้าใจว่าเธอพูดอะไรอยู่ เพราะตัวเองก็ยังไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่นัก

            “เธอพูดอะไรของเธอเนี่ย บ้าหรือเปล่า”

            “เอ้า!” มินรญาเริ่มฉุน ตั้งใจจะช่วยแท้ๆ แต่กลับถูกด่าเสียนี่ กำลังจะตอบโต้กลับไป แต่โทรศัพท์ที่แนบหูอยู่ก็ถูกดึงออกไปเสียก่อน

            “คลินต์” เธอครางเสียงอ่อน เมื่อเห็นคิดถึงอยู่ในสภาพล่อแหลมสุดๆ เมื่อเห็นคนฉวยเอาโทรศัพท์ออกไปจากมือตัวเองชัดเจนเต็มสองตา

            ในสมองมันว่างเปล่าในพริบตาเดียว เมื่อได้เห็นร่างกายแข็งแรงกำยำที่กำลังอวดโฉมอยู่ตรงหน้า สาบานได้ว่าเธอไม่เคยเห็นรูปร่างของผู้ชายคนไหนจะดูดีเท่าคลินต์คนดีคนนี้เลย

            ทำไมอากาศที่สเปนมันถึงได้ร้อนขนาดนี้หนอ

            ตอนนี้คลินต์นุ่งเพียงแค่ผ้าขนหนูผืนเดียวเท่านั้น อวดโฉมความงดงามด้วยร่างกายที่แข็งแรงเต็มไปด้วยมัดกล้าม ราวกับรูปปั้นอันสง่างาม ซึ่งเธอไม่ได้พูดเกินจริงเลยแม้แต่น้อย ยังสงสัยอยู่เลย ว่าผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าคนนี้น่ะหรือ ที่ลูบไล้ครอบครองตัวเองเมื่อคืนที่ผ่านมา

            มินรญาจำเรื่องราวได้รางเลือน จำได้เพียงแค่ว่าตัวเองก็ได้ลูบไล้ร่างกายแข็งแรงดีด้วยฝ่ามือของตัวเอง การได้ครวญครางใต้ร่างสูงใหญ่ของเขานั้น มันบันดาลความสุขหวามซ่านให้ได้อย่างไม่น่าเชื่อเลย

            “มองอะไรอยู่” คลินต์ถึงกับหัวเราะ เมื่อสาวน้อยเอาแต่จ้องร่างกายตัวเองตาไม่กระพริบ แถมยังอ้าปากค้างน้อยๆ อีกต่างหาก

            ก็รู้อยู่หรอกนะว่าตัวเองหล่อเหลา กอดอุ่น หุ่นดี มีตังค์ แต่การที่ถูกจ้องด้วยสายตาหวานฉ่ำแบบนี้ มันก็ทำให้รู้สึกเขินได้เหมือนกัน และนอกจากเขินแล้วก็ยังมีความต้องการอย่างอื่นล้นปรี่อีกด้วย

            “อยากเห็นมากกว่านี้ไหม” ชายหนุ่มไม่ถามเปล่า แต่ดึงมือเล็กของมินรญามาทาบลงกับกล้ามท้องของตัวเองทันที

            มินรญาถึงกับสะดุ้งเพราะความร้อนของผิวกายชายหนุ่ม หัวใจดวงน้อยกระตุกอย่างรุนแรง ไม่รู้ตัวเลยว่าเมื่อมองเขาอยู่นานแค่ไหนแล้ว พยายามจะชักมือออกมาจากร่างกายของเขา แต่คลินต์ไม่ยอม กลายเป็นว่าเขาดึงเธอเข้าไปกอดเอาไว้ทั้งตัวแทน

            “คลินต์!” เสียงหวานอุทานด้วยความตกใจ

            “นอนได้แล้ว ตัวร้อนอยู่ไม่รู้รึไง”

            คลินต์ดันร่างเล็กของมินรญาให้นอนลงบนเตียง ก่อนที่จะขยับตัวเดินไปยังห้องแต่งตัวเงียบๆ ไม่ลืมปรายตามองคนตัวเล็กที่มองมาด้วยสายตาไม่ไว้ใจ แต่วันนี้ทั้งวันสาวน้อยคงพยายามจะหาทางหนีออกจากที่นี่ตลอด และก็คงทำไม่สำเร็จ ไม่อย่างนั้นเธอคงไม่มองมาเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อแบบนั้นแน่

            “ไม่นอนเหรอ หรืออยากให้กล่อม” เขาถาม แล้วก็เห็นว่ามินรญารีบล้มลงตัวลงนอนคลุมโปงต่อหน้าต่อตาทันที

            ชายหนุ่มโคลงศีรษะอย่างระอาใจ ไม่อยากเชื่อเลยว่ามินรญาคนนี้จะทั้งดื้อทั้งรั้นต่างจากผู้หญิงคนอื่นที่เคยเจอหน้ามือเป็นหลังมือ ไม่เบื่อหน่ายเลยสักนิดที่ได้กระเซ้าเย้าแหย่เล่นแบบนี้

            เมื่อสวมชุดนอนเรียบร้อยแล้ว คลินต์ก็กลับไปที่เตียง สาวน้อยที่เอาแต่ขู่ฟ่อๆ ก่อนหน้านี้หลับสนิทเหมือนลูกแมวน้อยไปแล้ว เขาถึงได้แต่ส่ายหน้าน้อยๆ ทั้งขำทั้งหมั่นไส้ แต่ก็ต้องยอมรับว่ารสชาติที่ได้จากสาวน้อยคนนี้มันแปลกใหม่ และอยากจะได้ลองลิ้มต่อไปนานๆ

         เขาแทรกตัวนอนบนเตียงอย่างเหนื่อยล้าเพราะต้องลุยงานมาทั้งวัน เพราะเพิ่งเคยนอนร่วมเตียงกับคนอื่นเป็นครั้งแรกเลยไม่รู้จะนอนท่าไหนดี ซ้ำสาวน้อยก็ยังนอนตรงกลางเตียงแผ่หลาแบบนั้น เดือดร้อนคลินต์ผู้รูปงามคนนี้นี่แหละ ช่วยจัดท่าทางการนอนให้เธอเสียใหม่

            “ผู้หญิงอะไร นอนไม่เรียบร้อยเลย” คลินต์ว่าอย่างขำๆ ก่อนจะล้มตัวลงนอนข้างเธอ เป็นครั้งแรกที่ต้องนอนชิดริมเตียงขนาดนี้ นี่ตัวเองเป็นเจ้าของเตียงแท้ๆ ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมต้องมานอนลำบากแบบนี้ด้วย

            แล้วต่อมาก็รู้ซึ้ง

            เพราะที่ผ่านมานอนคนเดียวมาตลอด พอมีคนมานอนด้วยก็ไม่คุ้นเคย กลางดึกตอนที่พลิกตัวแล้วไปแตะใครบางคนเข้า ด้วยสัญชาตญาณระวังภัยที่ได้เรียนศิลปะป้องกันตัวหลายแขนงทำให้เผลอขยับตัวโดยไม่รู้ตัว

            ซึ่งนั่นทำให้เขาต้องผวาไปในพริบตาเดียว เมื่อพบว่าตัวเองเหวี่ยงร่างเล็กของมินรญาลงกับพื้นสุดแรง

            และก็ทำให้มินรญาต้องแขนหัก ฟกช้ำไปทั้งตัวในชั่วพริบตาเดียว

            “ฉันเกลียดคุณ ฉันจะเกลียดคุณไปจนวันตาย



[1] ออสโล (Oslo) เป็นเมืองหลวงของประเทศนอร์เวย์ เป็นเมืองที่มีค่าครองชีพสูงที่สุดเมืองหนึ่งของโลก





Talk...

Song :: Ariana Grande - Into You (Emma Heesters Cover)

คุณมาทาดอร์เอ๋ยยย ตอนแรกก็จัดเลยเหรอ

ไม่ต้องตั้งตัวมันล่ะค่ะ จัดไป


มู่ขอฝาก ebook ไว้ด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ image

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 122 ครั้ง

8 ความคิดเห็น

  1. #20 Fang_ju (@reesa_jongkook) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2561 / 19:59
    นางเองของมูมูเจ็บทุกคนเลย555ใงสาร
    #20
    0
  2. #11 แอ๋วซ่าส์ (@60142525) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 กันยายน 2561 / 08:50

    มินนี่แขนหักเลย คลินโหดจัง

    #11
    0
  3. #10 Fon (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 กันยายน 2561 / 07:18

    โถววป๋าทำไมทำแบบนี้

    #10
    0
  4. #9 ละเมอเพ้อฝัน. (@ppancha) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 กันยายน 2561 / 01:15
    สงสารหนูมินนน
    #9
    0
  5. #8 TYK (@tayika1992) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 กันยายน 2561 / 02:39
    รอติดตามนะคะ
    #8
    0
  6. #7 แอ๋วซ่าส์ (@60142525) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 กันยายน 2561 / 08:16

    ค้างเลย

    #7
    0
  7. #6 princess-Fah (@princess-fah) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 กันยายน 2561 / 00:12
    พี่มู่ตัดฉับได้ใจร้ายมากเลยค่ะ 5555555
    #6
    0
  8. #5 MULEE & MOEI ♚ (@mu_mu_jung) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 กันยายน 2561 / 17:47

    #จันทร์พร่างแพร???” #คลินต์ #มินรญา

    อิป๋าคลินต์นี่ก็เหลือเกินค่ะ

    ไม่รงไม่รอมันแล้วใช่ไหมคะ จัดหนักไปเลย

    มินนี่ทำอะไรผิดก็ไม่รู้ ????


    #5
    0