ปักรักภักดี (นิยายชุด องครักษ์ยอดร้าย)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 52,081 Views

  • 70 Comments

  • 393 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    16

    Overall
    52,081

ตอนที่ 3 : Loyalist of Heart ♣ Ep.02 Dear Future Husband

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8515
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 23 ครั้ง
    28 ม.ค. 61

http://i.imgur.com/1KBwqrd.jpg

Loyalist of Heart 02

Dear Future Husband

 

            ภัครดาตื่นขึ้นมาด้วยความหงุดหงิดขุ่นเคือง ตอนนี้เธอเปลี่ยนไปเป็นคนละคน ไม่เหมือนคุณหนูรดาคนเดิมที่แสนจะน่ารักอ่อนหวานอีกแล้ว ทุกอย่างเป็นเพราะผู้ชายที่ชื่อว่าภักดีคนนี้นี่เอง เขาเป็นใครกัน ทำไมถึงได้เข้ามาจัดการชีวิตของเธอตามใจชอบแบบนี้

            อย่างเช่นตอนนี้ ยังเช้าตรู่ ร่างสูงใหญ่แข็งแกร่งไปทั้งเนื้อทั้งตัวลุกขึ้นจากเตียงนอน เขาบิดขี้เกียจเล็กน้อยแล้วเดินไปยังตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่อย่างเงียบเชียบ เขาหยิบเอาชุดออกกำลังกายออกมาจากในตู้ และเปลื้องผ้าตรงนั้นเลย

            คนที่แอบมองอยู่อย่างภัครดาก็รีบปิดตาแน่น พร่ำบ่นก่นด่าเขาอยู่ในใจ คนอะไรจะทำตัวตามสบายมากเกินไปแล้วนะ ต่อมาก็ได้ยินเสียงเปิดปิดประตูเลยลืมตาขึ้นมองอีกครั้ง

            ภักดีหายออกไปจากห้องนอนแล้ว คงไปวิ่งออกกำลังกายที่สนามหน้าบ้านเหมือนกับทุกวันนั่นแหละ ภัครดาย่นจมูกตามหลังอย่างหมั่นไส้ แม้ว่าเขาจะออกไปนานแล้วก็ตาม เธอจมอยู่บนเตียงไม่นานก็ลุกขึ้น แอบมองไปยังสนามหน้าบ้านผ่านทางหน้าต่าง และเห็นว่าชายหนุ่มกำลังวิ่งออกกำลังอยู่อย่างที่คิดเอาไว้

            “ชิ” เสียงหวานพึมพำหงุดหงิด เมื่อเห็นบอดีการ์ดหนุ่มหยอกเล่นกับสุนัขในบ้านที่เลี้ยงเอาไว้

            นี่ก็น่าแปลกใจอยู่อีกอย่าง ไม่เข้าใจเลยว่าสุนัขจากกรมทหารอย่างเจ้ามะพร้าวกับเจ้าจาวตาลถึงได้สนิทสนมกับภักดีได้ง่ายๆ ทั้งที่พวกมันถูกฝึกมาอย่างหนักให้ทำงานร่วมกับนายทหาร ซึ่งทั้งสองตัวถูกปลดประจำการแล้วเพราะได้รับบาดเจ็บเมื่อสองปีก่อน ชัชวาลเลยนำกลับมาเลี้ยงดูต่อที่บ้าน พวกมันยังเด็กอยู่มาก อายุย่างเข้าสองปี หนำซ้ำยังเป็นพันธุ์ที่ดุร้ายมากอย่างแอลเซเชียน[1]อีกด้วย

         เจ้าสุนัขแสนดุร้ายสองตัวนั่นวิ่งตามหลังภักดีราวกับลูกน้องที่ซื่อสัตย์ ก็เพิ่งเจอกันไม่ทันไรก็เชื่องด้วยเสียแล้ว สงสัยว่าทั้งคนทั้งหมาคงจะพันธุ์เดียวกัน ถึงได้เข้ากันได้ง่ายเป็นปี่เป็นขลุ่ยแบบนั้น เพราะนอกจากคนในบ้านแล้ว มะพร้าวกับจาวตาลก็ไม่เป็นมิตรกับใครเลย เวลามีคนมาเปลี่ยนแก๊ส มาส่งน้ำ หรือมีคนมาเยี่ยมบ้านพวกมันต้องถูกขังเอาไว้ในกรงหลังบ้านตลอด

            แล้วดูตอนนี้สิ พวกมันวิ่งเล่นกับภักดีราวกับว่าชายหนุ่มเลี้ยงดูอุ้มชูพวกมันมาอย่างนั้นแหละ ทีกับเธอยังมองตาขวางจะพุ่งฉกเข้าใส่อยู่เลย เพราะเธอเรียนอยู่ต่างประเทศนานครั้งถึงจะได้กลับบ้าน พวกมันเลยดูเหมือนยังไม่ยอมรับว่าเป็นเจ้านาย อาจจะคิดว่าเป็นลูกไล่ระดับกระจอกกว่าพวกมันอีกล่ะมั้ง

            ดีนะที่ชอบกอดชัชวาลบ่อยๆ เลยมีกลิ่นของพี่ชายติดตัวมาบ้าง พวกมันเลยไม่งับคอจนเลือดสาด แต่ก็ต้องอยู่ห่างๆ อย่างห่วงๆ ไม่กล้าทำตัวสนิทสนมเกินควร

            และเมื่อภักดีเงยหน้ามองขึ้นมาอย่างกะทันหัน ภัครดาก็รีบหลบออกมาทันที ไม่อยากให้เขาเห็นว่าแอบมองอยู่ รู้สึกโกรธเขาสุดๆ เพราะเรื่องเมื่อคืน

            แล้วจะไม่ให้โกรธได้อย่างไร ภักดีลากเธอเข้าห้องน้ำ บังคับให้อาบน้ำโดยที่เขาหันหลังให้ ถึงจะหันหลังให้ แต่ร่างกายนี้ก็ไม่เป็นความลับต่อเขาแล้ว คนอะไร หน้ารังแกผู้หญิง แถมยังชอบเอารัดเอาเปรียบคนอื่นหน้าด้านๆ อีกต่างหาก แล้วก็ไม่เข้าใจว่าทำไมคนในบ้านถึงไม่ระแคะระคายบ้างเลย

            ภัครดาคิดอย่างหงุดหงิด แต่ที่โกรธที่สุดก็คือโกรธตัวเองนี่แหละ ถูกรังแกขนาดนี้แล้วยังไม่กล้าบอกใคร ปล่อยให้ภักดีหอบผ้าหอมผ่อนมายึดห้องหน้าตาเฉย

            ตอนนี้ไม่ว่าจะในห้องน้ำ โต๊ะเครื่องแป้ง หรือตู้เสื้อผ้าก็เริ่มมีข้าวของของเขาเข้ามาวางแทรก และกินพื้นที่มากกว่าครึ่งด้วยซ้ำ

            ภัครดาอาบน้ำดับความหงุดหงิด ออกมาจากห้องน้ำก็สวมเสื้อคลุมนั่งลงที่โต๊ะเครื่องแป้ง อดไม่ได้ที่เอื้อมมือไปหยิบกระปุกต่างๆ ที่วางบนนั้นขึ้นมาดู แน่นอนว่ามันไม่ใช่ของเธอ ตั้งใจว่าจะเอาครีมบำรุงผิวของเขามาทาเท้า เอ๊ย ทาแขนทาขาแกล้งเล่นสักหน่อย แต่ก็ต้องอ้าปากค้างเกือบทำมันร่วง เพราะมันราคาแพงลิบลิ่วจนขนลุก

            “ใช้ของพวกนี้เลยเหรอเนี่ย” ภัครดาห่อไหล่พึมพำกับตัวเอง เพราะเรียนต่างประเทศมานานเลยคุ้นชินกับเครื่องสำอางของต่างประเทศเป็นอย่างดี และข้าวของที่ภักดีใช้นั้นก็เป็นของดีชั้นเลิศราคาแพงจนขนลุก ขนาดว่าเธอมีฐานะดีมากยังไม่กล้าจะซื้อมันใช้เลย แล้วก็ไม่มีวางขายในประเทศไทยด้วย

            ดวงตาของภัครดาเบิกโต หมุนกระปุกครีมพวกมันดูด้วยความสนใจ พบว่าแต่ละยี่ห้อที่ภักดีใช้ราคาแพงมากอย่างที่คาดไม่ถึง อดสงสัยถึงฐานะทางบ้านของเขาไม่ได้ ครั้นจะบอกว่าถ้าซื้อมาด้วยค่าเงินจากประเทศของเขาก็ยังแพงมากอยู่ดี เพราะด้วยอคติตั้งแต่แรกเลยไม่คิดสนใจว่าชายหนุ่มเป็นใครมาจากไหน ตอนนี้เลยสงสัยเหลือเกิน ว่าภักดี กราเซียนี เป็นใครมาจากไหนกันแน่

            “จะใช้ก็ได้นะ ผมไม่หวง” ภักดีมาตั้งแต่ตอนไหนไม่รู้ เขาพูดขึ้นทำให้ภัครดาที่ก้มหน้าก้มตาอ่านฉลากบนกระปุกเครื่องสำอางก็สะดุ้งจนตัวโยน ไม่รู้ว่ากลับมาตั้งแต่ตอนไหน พอรู้ว่าโจรร้ายเข้ามาในห้องก็รีบกระชับสาบเสื้อคลุม มองด้วยสายตาระแวงแคลงใจ

            แต่ภักดีไม่พูดอะไร เขาเดินเลยเข้าห้องน้ำเงียบๆ แล้วยังผิวปากอารมณ์ดีอีกด้วย

            ภัครดาทำหน้ายับยุ่ง ไม่เข้าใจเลยว่าภักดีทำไม่รู้ไม่ชี้แบบนี้ได้อย่างไร ทำเหมือนว่าเธอกับเขานอนด้วยกันมาเป็นปีแล้ว แถมยังไม่เกรงกลัวว่าใครจะมาเห็นเข้าอีกต่างหาก เธอซะอีกที่ใจเต้นไม่เป็นส่ำ ยังไงก็ไม่ชินที่เห็นเขาเปลือยกายเดินเพ่นพ่านในห้องนอน

            ด้วยความโกรธและกลัว ทำให้ภัครดารีบเปิดกระปุกครีมบำรุงผิวแล้วทาลวกๆ กับใบหน้าตัวเอง แล้วพุ่งไปยังตู้เสื้อผ้าเพื่อหาเสื้อผ้ามาสวม กลัวว่าภักดีจะโผล่ออกมาแล้วทำมิดีมิร้ายตัวเองอีก กว่าจะเลือกชุดชั้นในเช็ดตัวให้แห้งก็เสียเวลาอยู่นาน เธอเลือกเป็นเดรสตัวหลวมเพราะมันใส่ได้ง่ายและเร็วที่สุดแล้ว แล้วภักดีก็ออกมาจากห้องน้ำอย่างกะทันหัน

            “คนบ้า! แก้ผ้าโทงๆ แบบนี้ไม่อายผีสางนางไม้บ้างรึไง” ภัครดาร้องวี้ด ยกมือปิดตาแทบไม่ทัน

            “พูดอะไร ผมใส่กางเกงในอยู่ไม่เห็นเหรอ” ชายหนุ่มโคลงศีรษะ ทำเอาหญิงสาวอยากจะร้องกรี๊ดอีกรอบ

            ซ้ำร้ายเขาเดินเข้ามาใกล้อีก เลยกระโดดโหยงไปตั้งหลักซะไกล

            “คนบ้า! คราวหลังแต่งตัวออกมาจากห้องน้ำเลยนะ” ใบหน้าหวานแดงก่ำ เกลียดนักที่หัวใจเต้นแรงกับคนแบบนี้

            มีอย่างที่ไหน สวมแค่กางเกงชั้นในรัดรูปออกมาล่อสายตาคนอื่นน่ะ

            “ทีคุณยังออกมาแต่งตัวข้างนอกได้เลย สองมาตรฐานว่ะ”

            “ก็” สาวน้อยเถียงไม่ออก แล้วหันหลังหนีเมื่อชายหนุ่มหันมามองด้วยสายตาล้อเลียน

            “อยากให้ถอดเหรอ มองจัง

            “บ้า!” ไม่รู้จะด่ายังไงภัครดาก็ได้แต่ด่าคำซ้ำๆ เดิมๆ อย่าหาว่าลามกนะ ก็ชั้นในที่เขาใส่มันเอาดึงสายตาไม่หยุดนี่

            สายตาของเธออ่านแค่ตัวหนังสือที่อยู่บนของชั้นในชีดำของเขา เหมือนตัวหนังสือ Calvin Klein มันมีมนตร์อะไรสักอย่างสั่งให้อ่านมันอย่างนั้นแหละ สาบานได้ว่าเธอไม่ได้ลามกแล้วก็ไม่ได้อยากจะจ้องเขาเลย ไม่เลยจริงๆ!

         “งั้นคราวหลังผมเปลือยทั้งตัวออกมาจากห้องน้ำได้เลยใช่ไหม ปากบอกว่าไม่ได้มอง แล้วนี่มองอะไรครับ” ภักดีหันมาหาทั้งตัว ยิ่งทำให้ภัครดาอ่านตัวหนังสือ Calvin Klein บนขอบกางเกงชั้นในได้ง่ายกว่าเดิม หญิงสาวร้อนไปทั้งหน้า หน้าแดงพร่างเมื่อเลือดสาวสูบฉีดอย่างรุนแรงรวดเร็ว

            ” ภัครดาเม้มปากไม่ตอบอะไร แล้ววิ่งหนีออกจากห้องนอนไปด้วยความเร็วแสง

            ภักดีโคลงศีรษะตามหลัง มุมปากยกยิ้มอ่อนโยนแล้วก็เปลี่ยนเสื้อผ้าตามหลังหญิงสาวอย่างไม่เร่งรีบ

 

            เมื่อบอดีการ์ดหนุ่มลงไปชั้นล่างหลังจากแต่งตัวเรียบร้อยแล้ว นางแช่มก็บอกว่าตอนนี้คุณหนูภัครดาไปนั่งกินข้าวข้างนอกบ้านไม่ได้กินมื้อเช้าที่ห้องอาหารเหมือนทุกวัน

            “เช้านี้พวกคุณๆ ออกจากบ้านกันตั้งแต่เช้าหมดเลยค่ะ คุณหนูเลยไปนั่งกินข้าวริมสระน้ำ แล้วคุณภักดีจะรับอาหารเช้าที่ไหนดีคะ” แช่มถาม สีหน้าดีกว่าเดิมมาก เพราะตั้งแต่ที่ภักดีมาเป็นบอดีการ์ดของคุณหนู ก็ตามหาตัวภัครดาได้ง่ายกว่าเดิม แม้ว่าสาวน้อยจะไม่ค่อยเต็มใจที่จะอยู่บ้านนักก็ตาม

            “ผมไปกินกับคุณหนูดีกว่าครับ เผื่อว่าคุณหนูเธอจะหาเรื่องทำอะไรแผลงๆ ขึ้นมาอีก” ชายหนุ่มบอกเสียงนุ่ม

            “ถ้าอย่างนั้นก็ดีเลยค่ะ คุณภักดีไปรอก่อนได้เลยนะคะ เดี๋ยวป้าจะให้เด็กๆ ยกมื้อเช้าของคุณภักดีกับคุณหนูออกไปพร้อมกันเลย” แช่มสนับสนุนออกนอกหน้า เพราะตอนนี้มีคนเดียวที่ปราบภัครดาได้อยู่หมัด นั่นก็คือชายคนนี้นี่เอง

            “ครับ ขอบคุณครับ” ภักดียิ้มให้นางแช่ม จากนั้นก็เดินไปยังสระว่ายน้ำข้างบ้านอย่างไม่รีบร้อน

            เมื่อไปถึงก็พบว่าภัครดาตัวแข็งทื่อ ปาท่องโก๋ค้างอยู่ในมือกลางอากาศ ใกล้กับเก้าอี้ที่เธอนั่งอยู่นั้น มีสองสุนัขผู้พิทักษ์นั่งน้ำลายยืดอยู่ข้างๆ ท่าทางพวกมันสนใจขนมปังในมือของเธอมากกว่าอะไรทั้งนั้น

            “ไม่คุ้นกับหมาตัวเองเหรอ ตลก” ภักดีทัก ภัครดาก็เงยมองน้ำตาทำท่าจะหยดแหมะ ไม่รู้ว่าดีใจหรือเสียใจที่เห็นหน้าเขากันแน่

            “ฉัน ฉันไม่ได้เลี้ยงมันมานี่ พวกมันเคยขู่ฉันด้วย” ภัครดาบอกเสียงสั่น พ่นลมหายใจออกมาพรืดใหญ่เมื่อชายหนุ่มหยิบเอาปาท่องโก๋ที่วางบนโต๊ะให้พวกมันคนละชิ้น เจ้ามะพร้าวกับจาวตาลเลยขยับตัวไประริกระรี้กับเขาแทน

            “พวกมันน่ารักออก” ชายหนุ่มยิ้มให้พวกมัน แล้วก็ออกคำสั่งให้ทั้งสองกลับไปหลังบ้าน มะพร้าวและจาวตาลก็ทำตามคำสั่งอย่างเคร่งครัดวิ่งกลับไปหลังบ้านอย่างว่าง่าย ภัครดายังมือสั่นไม่หาย ค่อยๆ วางปาท่องโก๋ลงในจานตามเดิม

            “น่ารักเหมือนคุณเลย” เธอประชดเสียงอยู่ในลำคอ ชายหนุ่มฟังไม่ค่อยถนัดเลยเอียงหน้ามองอย่างสงสัย

            นางแช่มและสาวใช้ที่ยกอาหารมาให้พอดี เห็นสองหนุ่มสาวยิ้มยิ้มแจ่มใสกันอยู่ต่างก็พากันยิ้มอย่างเอ็นดู ท่าทางว่าความสัมพันธ์ของสองหนุ่มสาวคงจะเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นสักที

            “เมื่อกี้ว่าไงนะ” ภักดีถามอย่างเอาเรื่อง

            “ก็บอกว่าน่ารักเหมือนคุณไง ” ภัครดาย่นจมูกใส ใบหน้าหล่อเหลาของภักดีก็เริ่มบิดเบี้ยวไม่น่ามอง อยากจะเถียงแต่ไม่มีช่อง เพราะนางแช่มสั่งให้สาวใช้วางอาหารก็เลยได้แต่มองหญิงสาวที่ทำหน้าสวยเริดเชิดหยิ่งอย่างแค้นๆ กล้าดียังไงมาว่าเขาเหมือนหมาจะว่าก็ไม่ได้เพราะนางแช่มกับสาวใช้เดินมาถึงโต๊ะแล้ว

            “โกรธเหรอ แค่หยอกเล่นหน่อยเดียวเอง” เห็นภักดีเงียบไปนานภัครดาก็หยุดหัวเราะแล้วช้อนตามอง พบว่าเขามองมาด้วยสายตาที่อ่านไม่ออกก็กลัว ลืมไปแล้วหรือว่าผู้ชายคนนี้ร้ายกาจอันตรายมากแค่ไหน ดีไม่ดี คืนนี้ได้เป็นเมียทาสของเขาอีกก็แย่เลย

            กรี๊ด! เมียทาส ยัยรดา แกคิดอะไรของแกเนี่ย เธอหลบสายตาของภักดีเป็นพัลวัน

            ภักดีก็ส่ายหน้าไปมา ผู้หญิงคนนี้เลือดจะไปลมจะมาแปรปรวนเหลือเกิน แทบจะเอาใจไม่ถูกแล้ว แต่ก็ดีเหมือนกัน ตอนนี้เธอเงียบไปแล้ว จะได้ไม่ต้องเที่ยววิ่งไล่ตามหาอีก

            “ขาดเหลืออะไรบอกได้นะคะ นี่เป็นโถข้าวของคุณภักดีเลย ไม่อิ่มบอกป้านะคะ” แช่มดูแลความเรียบร้อยทุกอย่างและดูเอาใจภักดีเป็นพิเศษ ทำให้ภัครดาต้องพูดแทรกด้วยความน้อยใจ

            “แหมถามถึงแต่คนอื่น ไม่ถามรดาบ้างเหรอคะ”

            “ก็คุณหนูกินน้อยนี่คะ ป้าน่ะพยายามบอกแล้วแต่ก็ยอมฟังเอง แต่วันนี้ก็มีของโปรดของคุณหนูทั้งนั้น คุณภักดีออกแรงเยอะก็ต้องกินเยอะเป็นธรรมดา” แช่มบอกแล้วก็ตักข้าวให้คุณหนูไปพลาง แล้วก็ตักข้าวให้กับภักดีบ้าง

            “แหมไม่ย้ายทะเบียนบ้านเข้ามาเป็นลูกบ้านนี้เลยล่ะคะ” สาวน้อยประชด ก่อนจะหน้าม้านเมื่อภักดีย้อนถามเสียงเรียบ

            “ในฐานะลูกเขยของบ้านนี้เหรอครับ”

            นางแช่งยิ้มพอใจ เพราะถูกใจหวังให้ภักดีมาเป็นเขยบ้านนี้อยู่แล้ว ส่วนคนที่อยากหาเรื่องก็เข้าเนื้อตัวเอง เงียบกริบไม่พูดอะไรอีกเลย ชายหนุ่มหัวเราะหึๆ ในคอ เท่านี้จะได้กินข้าวเงียบๆ ไม่ต้องหนวกหูกับคำหาเรื่องของสาวเจ้าอีก

            ภัครดาหงุดหงิดกับตัวเอง อยากจะกัดเขา แต่กลายเป็นว่าถูกเอาคืนซะได้ ตอนนี้คิดหาแผนการจนหัวหมุน ไม่รู้จะทำยังไงให้หลุดพ้นจากสายตาเหยี่ยวอย่างภักดีได้ พลันนั้นก็นึกอะไรบางอย่างออก ถ้าเขาชอบรังแกเธอขนาดนี้ล่ะก็

 

            ภักดีมองดูเพื่อนผู้หญิงของภัครดาที่วิ่งผ่านขึ้นไปยังชั้นสองของคฤหาสน์อัศวโชติด้วยสายตาเฉียบคม เขาทำหน้าที่ปกป้องอารักขาภัครดาดังนั้นก็ต้องตรวจตราคอยมองทุกอย่างไม่ให้อะไรรอดพ้นสายตาไปได้

            คืนนี้ภัครดาไม่ออกไปข้างนอก แต่เลือกจะให้เพื่อนมาหาที่บ้านแทน ให้มันได้อย่างนี้สิ คุณหนูตัวแสบ

            “แน่ใจนะว่าทำแบบนี้แล้วจะรอด” สรลิลเพื่อนคนสวยของภัครดาถามอย่างไม่มั่นใจ เพื่อจะตบตาบอดีการ์ดสุดฮอตคนนั้นเธอต้องปลอมตัวเป็นภัครดา ขณะที่คุณหนูรดาตัวจริงจะใส่เสื้อผ้าของเธอแล้วแอบย่องออกจากบ้านไป

            “คงงั้นมั้ง ต่อให้เขาจับได้ ฉันก็ไปไกลแล้วย่ะ อ้อ” ภัครดาพูดเสียงอ้อมแอ้มท้ายประโยค รู้สึกโกรธตัวเองที่ลังเลขึ้นมาในเวลาสำคัญแบบนี้

            “อะไร” สรลิลถามอย่างหวั่นใจ จะไม่ให้กลัวได้ยังไง ภักดีคนนั้นดูน่ากลัวออก ใครจะกล้าไปแหย่เขาล่ะ

            “แกชอบอีตานั่นจริงๆ ใช่ไหม”

            “ก็” คนถูกถามเขินอาย จะบอกได้อย่างไรว่าปิ๊งภักดีตั้งแต่แรกเห็น แต่เขาเป็นคนใกล้ชิดข้างตัวภัครดาแบบนี้ เลยเข้าใจว่าทั้งสองอาจจะกุ๊กกิ๊กกันอยู่ก็เป็นได้ แล้วอย่างเธอจะเอาอะไรไปสู้คุณหนูรดาผู้เพียบพร้อมได้เล่า

            “ถ้างั้นก็ไม่มีปัญหา” เมื่อเพื่อนไม่ตอบคำถามภัครดายิ้มกว้าง ก่อนจะบอกแผนการที่ทำให้สรลิลดีใจจนเนื้อเต้น

            “อีตาเนี่ยต้องมานอนในห้องกับฉันด้วย พอเขาเข้ามาในห้องเธอก็ลากเขาขึ้นเตียงเลย เดี๋ยวก็เรียบร้อยเอง”

            “นี่แกกับเขานอนเตียงเดียวกันเหรอ” สรลิลถามอย่างตกใจ แล้วก็จัดชุดนอนไม่ได้นอนให้เข้าที่ไปด้วย

            ภัครดาหน้าร้อนผ่าวแต่ไม่อธิบายอะไร หยิบเสื้อผ้าของสรลิลที่สวมมาก่อนหน้านี้สวมใส่อย่างรีบร้อน ไม่ลืมบอกแผนการต่อไปให้เพื่อนฟังไปพลาง

            “แกต้องจับเขาให้ได้ ยั่วเขาทุกรูปแบบเลยนะ ฉันจะบอกให้คุณพ่อบังคับเขาให้รับผิดชอบแกเอง”

            เชื่อสิว่ายังไงอีตาบอดีการ์ดหมาบ้านั่นต้องพุ่งใส่เธอ เอ๊ย สรลิลที่นอนยั่วอยู่บนเตียงแน่ แล้วเมื่อนั้น เธอจะได้เป็นอิสระเสียที ฮึ!

            คนอะไรนิสัยแย่เหลือเกิน

            ถึงจะหงุดหงิดใจไม่พอใจแต่ภัครดาก็ตัดสินใจแล้ว เธอหยิบกระเป๋าถือของตัวเองติดมือมา ไม่ลืมกำชับกับสรลิลด้วย

            “ฉันจะไปแล้วนะ ห้ามทำความแตกด้วย ฉันจะไปล่ะ เอากุญแจรถแกมาสิ”

            “นี่จ้ะ” สรลิลไม่อิดออดเลยแม้แต่น้อยรีบส่งกุญแจรถให้กับเพื่อนสาวคนสวยทันที แต่พอนึกอะไรออกก็ดึงกุญแจกลับก่อนที่ภัครดาจะทันได้รับไปถือเอาไว้

            “แต่แน่ใจนะว่าแกขับรถเป็นน่ะ” ก็แม่เพื่อนคนนี้ไปอยู่ต่างประเทศมาตั้งหลายปี แล้วก็ได้ยินว่าไม่มีรถส่วนตัวใช้ด้วย แล้วถ้าให้กุญแจรถไป รถของเธอจะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้

         “แน่ใจย่ะ ฉันน่ะ เพิ่งขับรถออกจากบ้านเมื่อวานนี้เอง” ภัครดาตอบ แต่ไม่กล้าสบตาเพื่อน

            “แล้วขับไปไหนมาอะ”

            “โอ๊ย อย่าเพิ่งพูดมากได้ไหม ฉันจะไปแล้ว”

            “อะ จ้ะดูแลรถฉันให้ดีๆ ด้วยนะ” สรลิลบอกกับเพื่อนอย่างห่วงๆ ห่วงรถก็ห่วงอยู่หรอก แต่กลัวว่าภัครดาจะเกิดอุบัติเหตุด้วย

            “ไม่ต้องห่วงหรอกน่า ไปนะ แล้วเจอกัน” ภัครดาไม่กล้าสบตากับเพื่อน เธอเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไม หลังจากได้กุญแจรถมาแล้วก็รีบเดินเป็นวิ่งลงไปชั้นล่างทันที

            เท้าเล็กๆ เกือบจะสะดุดหกล้ม เพราะเห็นว่าบอดีการ์ดรูปหล่ออย่างภักดียังนั่งทำงานอยู่ที่ห้องโถงรับแขก ชายหนุ่มมองมาแต่เธอรีบหลบหน้า ใจเต้นแรงอย่างน่ากลัว กลัวจะถูกจับได้ว่าเธอไม่ใช่สรลิลและเป็นภัครดา อัศวโชติ เจ้านายของเขา แล้วถูกโยนเข้าห้องนอนอีก

            แต่เมื่อนั่งอยู่ในรถของสรลิลและสตาร์ทรถแล้วภักดีไม่ได้ตามมา แผนที่คิดไว้ก็น่าจะได้ผล เธอเหลียวหลังไปมองอีกรอบ ก่อนจะขับรถออกมาก่อนจะเป็นฝ่ายเปลี่ยนใจซะเอง

            น่าแปลกเหลือเกิน ภัครดาพบว่าตัวเองใจคอไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเอาเสียเลย มองบ้านหลังใหญ่ผ่านกระจกส่องหลังอยู่นาน หัวใจโหวงหวิวอย่างประหลาด แต่ก็เตือนว่าถ้าไม่ทำแบบนี้ก็จะไม่มีทางจะเป็นอิสระจากภักดีได้อีกเลย

            “อย่าคิดมากเลยน่ารดา” เธอพูดกับตัวเอง ก่อนจะตั้งสมาธิกับท้องถนนมากกว่าเดิมไม่อยากให้เกิดเรื่องอะไรกับตัวเองเลย แต่เมื่ออยู่คนเดียว ขับรถฟังเพลงคนเดียวเงียบๆ ไม่รู้ว่าน้ำตามันมาจากไหน จู่ๆ มันก็เอ่อซึมขึ้นมาซะอย่างนั้น ทั้งที่ควรจะสบายใจที่จะสลัดคนกวนใจออกไปแล้ว แต่ทำไมเธอถึงได้ร้องไห้เหมือนคนโง่แบบนี้เล่า

            มาคิดดูอีกที ทำแบบนี้ก็ไม่ดีเลย มีอย่างที่ไหนดื้อรั้นไม่เข้าเรื่อง ทั้งบิดามารดาก็ล้วนมีเหตุผลและเป็นห่วงเธอถึงให้มีบอดีการ์ดติดตามตัว เพราะไม่อยากให้เจอกับเรื่องอันตรายที่จะเกิดขึ้น แต่เธอประชดประชันไม่เข้าเรื่อง แล้วก็ยังกล้าหาเรื่องใส่ตัวเองอีกต่างหาก

            “ไม่เป็นไรหรอกรดา พรุ่งนี้ทุกอย่างก็จบแล้ว” ภัครดาเช็ดน้ำตาแล้วให้กำลังใจตัวเอง พรุ่งนี้ภักดีก็คงต้องรับผิดชอบสรลิล เธอเองก็จะขอโทษทุกคนในครอบครัวที่สร้างเรื่องไม่หยุดหย่อน จากนั้นจะเป็นเด็กดีเหมือนอย่างที่ผ่านมา จะคุยกับบิดามารดาด้วยเหตุผล และจะแก้ไขเรื่องทั้งหมดด้วยตัวเอง

 

            ด้านชาติชายและภารดีที่ต้องออกงานสังคมไม่เว้นแต่ละวันก็เริ่มจะเหนื่อยแล้วเหมือนกัน

            นอกจากจะเหนื่อยที่ต้องพบปะพูดคุยกับหลายคนเพื่อสร้างความน่าเชื่อและเรียกคะแนนในการลงเลือกตั้งครั้งต่อไปที่กำลังใกล้เข้ามาถึง ยังเหนื่อยกับการที่ต้องยิ้มรับทุกอย่างเหมือนไม่รู้สึกอะไร ทุกอย่างดูราบรื่นด้วยดี แต่มันก็ยังมีคลื่นใต้น้ำที่กำลังคืบคลานเข้ามาเงียบๆ กว่าจะมาถึงตัว ตอนนั้นก็อาจจะเป็นคลื่นลูกใหญ่ที่อันตรายแล้วก็เป็นได้

            “อ้าว ศาสตราจารย์ชาติชาย คืนนี้มาด้วยเหรอครับ” สรรเสริญ สุขไพบูลย์ ผู้ลงสมัครเลือกในตำแหน่งเดียวกับชาติชายเข้ามาทักทายด้วยรอยยิ้ม

            เขานั้นหมายตาตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์มานานแล้ว ครั้งก่อนก็พลาดท่าให้กับชาติชายไปเสียก่อน ตั้งใจว่าครั้งนี้จะไม่ยอมพลาดอีก

            “ครับ คุณสรรเสริญเองก็มาด้วยเหมือนกันนะครับคืนนี้”

            “ครับ เหมือนกันนั่นแหละครับ ออกงานกันไม่หยุดเลยช่วงนี้ เราคงจะได้เจอหน้ากันอีกหลายครั้งเลย” สรรเสริญหัวเราะ แต่แววตาไม่ได้ยิ้มแย้มเหมือนกับปากเลยแม้แต่น้อย

            “ก็ว่าอย่างนั้นนั่นแหละครับ” ชาติชายได้แต่ยิ้ม รู้สึกโล่งใจได้เล็กน้อยเมื่อลูกชายเดินมาประกบด้วยความเป็นห่วง

            “พ่อครับ แขกทางโน้นถามถึงครับ” ชัชวาลพูดกับชาติชายพร้อมทั้งยกมือไหว้สรรเสริญไปด้วย

            ชัชวาลรู้ทุกอย่างเป็นอย่างดีว่าตอนนี้ทุกอย่างกำลังปั่นป่วนวุ่นวาย แต่เบื้องหน้ายังใส่หน้ากากเข้าหากันเหมือนเดิม เขาเป็นทหารและเก่งกาจเรื่องการใช้อาวุธและศิลปะป้อนกันตัว จึงคอยอยู่ข้างกายชาติชายตลอด ไม่ว่าจะออกงานกลางคืนหรือต้องลงพื้นที่หาเสียง เขาก็ไม่ห่างจากชาติชาย

            และเพราะต้องอยู่กับชาติชายตลอดเวลาเช่นนี้ เลยมีช่องว่างที่ภัครดา ดังนั้น ภักดีเลยเข้ามาทำหน้าที่เป็นบอดีการ์ดให้กับน้องสาวตัวแสบ เพื่อความปลอดภัยไม่ทำให้ใครต้องกังวล

            “แล้วแม่เราล่ะอยู่ไหน” ชาติชายถามถึงภารดี ที่แยกจากกันตอนที่มาถึงงาน เขาคุยกับคนรู้จัก ภรรยาก็ไปคุยกับเพื่อนเช่นเดียวกันเลยไม่ได้อยู่ด้วยกัน

            “อ้อ ทางนั้นครับ”

            “อืม ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวก่อนนะครับคุณสรรเสริญ” ชาติชายครางตอบลูกชาย แล้วบอกกับสรรเสริญก่อนจะเดินแยกออกมา

            “ครับ ตามสบาย” สรรเสริญยิ้มให้ ก่อนจะเลยยิ้มให้กับชัชวาลด้วย มองดูจนกระทั่งสองพ่อลูกเดินห่างออกไปไม่ยอมขยับตัวไปทางไหน จนกระทั่งลูกชายของตนเองเดินเข้ามาใกล้

            “พ่อครับ แขกทางนั้นถามถึงพ่อ” สรัลลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของสรรเสริญเดินมาหยุดข้างกายผู้เป็นพ่อ สายตามองตามสายตาของสรรเสริญ แล้วก็มองเห็นชัชวาลตรงหน้า

            “แขกทางไหนเหรอ”

            “ทางนั้นครับ พ่อมีอะไรกับบ้านอัศวโชติรึเปล่า” ชายหนุ่มถาม ระหว่างที่เดินออกมาพร้อมกับบิดา

            “ก็เรื่องเดิมๆ นั่นแหละ แกก็รู้ว่าพ่อกับชาติชายเราแย่งตำแหน่งกันอยู่” และคู่แข็งที่แข็งแกร่งสูสีก็คือชาติชายคนนี้นี่เอง ที่สรรเสริญยอมรับว่าน่ากลัวมากที่สุดในเวลานี้

            “ผมเองก็ไม่ค่อยชอบหน้าไอ้เจ้าชัชวาลเหมือนกัน” พูดแล้วสรัลก็หัวเราะ ใครจะไปนึกว่าเขากับพ่อจะมีศัตรูที่เป็นคู่พ่อลูกกันด้วยแบบนี้

            “แต่ว่าลูกสาวบ้านนั้นสิ สวยมาก สวยจับใจเลย” สรัลตาลอยเมื่อคิดถึงภัครดาขึ้นมา

            “รู้จักกันด้วยเหรอ” สรรเสริญถามด้วยความแปลกใจ เขาไม่เคยเห็นหน้าค่าตาลูกสาวบ้านอัศวโชติมาก่อนเลย รู้แค่ว่าไปเรียนต่างประเทศตั้งแต่เด็กๆ เท่านั้น

            “พอจะรู้จักครับ ผ่านคนอื่นๆ แต่ไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัว”

            “แล้วอยู่ไหนล่ะ เมืองไทย หรือยังอยู่ต่างประเทศ” เพราะไม่เคยได้ยินมาก่อนสรรเสริญเลยอยากถามให้แน่ใจ

            “เพิ่งเรียนจบกลับมาจากอังกฤษครับ กลับมาเงียบๆ ไม่ออกงานไม่ไปไหนมาไหนกับพ่อแม่เลยครับ ผมเห็นเธอคราวก่อนที่ผับ แต่ไม่ได้ทัก”

            “แล้วทำไมไม่ทักล่ะ” สรรเสริญถามอย่างไม่เข้าใจ ก็ในเมื่อสรัลบอกว่าลูกสาวบ้านอัศวโชติสวยน่ารัก แล้วทำไมลูกชายถึงไม่จีบเล่า หรืออาจจะไม่ใช่แบบที่ชอบ

            “ไม่มีโอกาสน่ะครับ เห็นตอนที่เธอกลับจะแล้วก็เลยไม่ได้ทัก แต่น่ารักมากเลยนะครับ เข้าใจเลยว่าทำไมที่บ้านหวง ส่งไปเรียนต่อต่างประเทศตั้งแต่เด็กๆ แถมยังไม่ออกงานไปไหนมาไหนอีก” สรัลไหวไหล่ รู้สึกเสียดายไม่น้อยที่ไม่มีโอกาสได้ทำความรู้จักกับภัครดาเลย แต่ก็ใช่ว่าโอกาสจะไม่มี รู้มาว่าสาวสวยคนนั้นชอบที่จะออกไปสังสรรค์ข้างนอกบ่อยๆ คงได้เจอกันในไม่ช้าแน่ เพราะเขาเองก็มีเพื่อนเยอะและอยู่ในกลุ่มของภัครดาด้วย

         “งั้นก็จีบสิ

            “เอ๊ะ” สรัลครางถามอย่างไม่เข้าใจ ก็เห็นอยู่ว่าสรรเสริญไม่ถูกกับชาติชาย แล้วทำไมบิดาถึงได้บอกแบบนั้นกัน

            “เราจะได้ประโยชน์หลายอย่าง แกนี่ไม่เข้าใจอะไรบ้างเลย เรื่องแบบนี้ต้องให้สอนอีกเหรอ” คนเป็นพ่อส่ายหัว ท่าทางว่าต้องสอนอะไรหลายอย่ากว่าที่สรัลจะเข้าใจถึงเกมการเมือง สรัลหัวเราะก่อนได้ยินเสียงเตือนจากโทรศัพท์

            “เดี๋ยวก่อนครับพ่อ เพื่อนผมบอกว่าเจอรดาที่ผับอีกแล้ว ไม่ไกลจากที่นี่ด้วย” สรัลยกโทรศัพท์ขึ้นมาดูเมื่อมีข้อความส่งเข้ามาถูกที่ถูกเวลาพอดี

            “งั้นแกก็ไปเลย จีบให้ติดล่ะ” สรรเสริญบอกกับลูกชายไปตรงๆ เพราะถ้ามีชื่อของภัครดาเข้ามาเอี่ยวกับข่าวของเขาหรือข่าวของลูกชาย มันจะจุดกระแสทางการเมืองได้อย่างดี

            ก็ลูกชายลูกสาวของผู้สมัครลงเลือกตั้งกำลังคบหาดูใจกันอยู่ ยังไงๆ ก็ขายข่าวต่อไปได้อย่างไม่ยากนัก

            “เชื่อใจผมได้เลยพ่อ ผมน่ะ เพลย์บอยของเมืองไทยเชียวนะ” หนุ่มหล่อหัวเราะ แอบมองชัชวาลจากที่ไกลๆ ก็ยิ้มเยาะ อยากจะรู้เหมือนกัน ถ้าหากชัชวาลรู้ว่าเขาได้ตัวน้องสาวที่หวงนักหวงหนาแล้วจะทำหน้าอย่างไร

            “ถ้าอย่างนั้นผมไปตอนนี้เลยได้ไหมครับ” สรัลถามอีกครั้ง สรรเสริญไม่ว่าอะไรซ้ำยังเห็นดีเห็นงานด้วยซ้ำ

            “ไปเลย ทางนี้ไม่มีอะไรแล้วล่ะ”

            “ครับ” สรัลยิ้มให้กับบิดา ก่อนจะก้าวเดินออกไปอย่างเงียบเชียบ

            ตอนนั้นเองภารดีก็ยกมือทาบอก ใบหน้าซีดเซียวเมื่อได้ยินทุกอย่างที่สรรเสริญกับสรัลพูดกันทุกอย่าง มองดูสรรเสริญเดินห่างออกไป หล่อนขยับตัวจากที่แอบซ่อนอยู่แล้วเดินไปหาสามีกับลูกชายทันที

            “คุณคะ

            “มีอะไรเหรอคุณ” ชาติชายมองหน้าที่ซีดขาวของภรรยาด้วยความไม่ตกใจ ชัชวาลก็ประคองมารดาด้วยความเป็นห่วง

            “คือ” ภารดีดึงตัวสามีและลูกชายออกมาคุยกันข้างนอก แต่ละคนทำหน้าเคร่งเครียดเมื่อได้รู้เรื่องทั้งหมดแล้ว

            “ไม่ต้องห่วงหรอก ภักดีไม่ยอมให้ใครทำอะไรรดาแน่ อย่าคิดมากเลยนะคุณ” ชาติชายพูดให้ภรรยาสบายใจขึ้น แต่เขาเองก็เครียดมากไม่แพ้กัน

            “เดี๋ยวผมโทรหาภักดีเองครับแม่” ชัชวาลถอนหายใจเฮือกใหญ่ ในที่สุด เรื่องที่ทุกคนกลัวมาตลอดก็เกิดขึ้นจริงจนได้ เพราะไม่อยากให้ภัครดาเข้ามาข้องเกี่ยวกับเรื่องทางการเมืองก็เพราะมีเรื่องสกปรกหลายเช่นนี้ แต่ว่าตอนนี้คงยากที่จะพาน้องสาวให้อยู่ห่างจากเรื่องพวกนี้แล้ว

            “นี่แม่ก็ไม่รู้ว่ามันเป็นผับไหน ถ้ารู้จะได้ไปตามตัวรดากันเลย” ภารดีร้อนใจ ไม่อยากให้ลูกสาวต้องมาเสี่ยงกับเรื่องอันตรายเหล่านี้เลย

            “ไม่ต้องห่วงนะคุณ ผมเชื่อว่าภักดีจะดูแลลูกสาวเราเป็นอย่างดี ไม่ต้องกลัวนะ”

 

            บรรยากาศในผับแสนจะคึกคักสนุกสนาน แต่ภัครดาคงจะเป็นคนเดียวที่หน้าตึงรู้สึกขวางหูขวางตาไปซะทุกอย่าง ใจพะวงถึงแต่เรื่องของภักดี เอ๊ะ เรื่องของสรลิลจนไม่เป็นอันทำอะไร

            อีกอย่าง ไหนบอกว่าเป็นบอดีการ์ดผี เอ๊ย ฝีมือดีนักหนา แล้วนี่อะไร แค่เธอสวมชุดของเพื่อนแล้วหนีออกจากบ้านเขาก็ตามไม่ทันแล้ว เป็นองครักษ์ประสาอะไรกัน ไม่รู้บ้างเลยว่าตอนนี้เจ้านายออกมาแรด เอ๊ย เริดข้างนอกตั้งนานแล้ว

            “เป็นอะไรไปวะรดา หน้าหมางๆ” เพื่อนคนหนึ่งเข้ามาถาม ทำให้ภัครดายิ่งหน้าหงิกกว่าเดิม

            “เปล่า ไม่มีอะไร”

            “แล้วไอ้ลิลล่ะ ไม่มาด้วยเหรอวันนี้”

            ยิ่งได้ยินชื่อของสรลิล ใบหน้าของภัครดาก็แสดงความหงุดหงิดไม่คิดปิดบังเลยสักนิด

            “อ้าว ยัยคุณหนูรดานี่ก็แปลก แค่ถามถึงเพื่อนมาชักสีหน้าให้ซะงั้นแหละ”

            “เปล่า ฉันหงุดหงิดนิดหน่อยน่ะ เออ ขอโทษที เดี๋ยวถามไอ้ลิลให้ก็แล้วกัน” ภัครดาปรับสีหน้าท่าทีของตัวเองให้เป็นปกติ แล้วก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาต่อสายหาสรลิล ที่โทรเนี่ยไม่ใช่เพราะอยากรู้ว่าได้เสีย เอ๊ย ลงเอยกับภักดีแล้วหรือยัง แต่เพื่อนคนอื่นถามถึงหรอกนะ ก็เลยต้องโทรมาถามน่ะ

            “ไงแกได้เรื่องยังไงบ้าง” ภัครดาบังคับให้เสียงเป็นปกติมากที่สุด กรอกเสียงถามลงไป แต่มือกำโทรศัพท์แน่น

            “ก็ ได้เรื่องอย่างที่แกต้องการนั่นแหละ” สรลิลตอบกลับมา ดังนั้นภัครดาเลยหน้าตึงเสียยิ่งกว่าเดิม

            “อ้อ” เพราะไม่รู้ว่าจะตอบอะไรกลับไป ภัครดาเลยครางออกมาคำหนึ่งแล้วก็เงียบไป

            “งั้นแค่นี้แหละ ฉันกำลังอยู่กับภักดีอยู่น่ะ

            “ย่ะ!” ภัครดาตัดสายทิ้งด้วยความโมโห ดวงตาแดงก่ำปลายจมูกร้อนผ่าว รู้สึกเหมือนว่าน้ำตาจะไหลลงมาให้ได้ แต่เธอเลือกที่จะหยิบเอาแก้วค็อกเทลดื่มดับความโกรธแทน

            ผู้ชายคนนั้นเลวยิ่งกว่า คนอะไรก็ไม่รู้ รังแกเธอหน้าด้านๆ แล้วก็ไม่เคยจะขอโทษเลยสักครั้ง แล้วนี่ก็ยังสนุกกับเพื่อนของเธอหน้าตาเฉย เขานี่มัน

            ด้านภักดีก็เดินทางมาถึงผับที่ภัครดากำลังสนุกสนานร่าเริงต่อทันที แอบขำเหมือนกันที่นายสาวเข้าใจว่าเขานั้นหลงกลสาวเจ้าเข้าแล้ว ความจริงเขารู้ทุกอย่างนั่นแหละ แต่อยากจะรู้ว่าภัครดาจะดื้อรั้นยังไงเลยตามเหตุการณ์ดูห่างๆ

            หลังจากที่ภัครดาขับรถออกจากบ้านแล้ว เขาก็ตรวจดูความเคลื่อนไหวของเธอผ่านทาง GPS ที่แอบติดไว้ในโทรศัพท์มือถือ ก่อนจะแต่งตัวและตามออกมาอย่างรวดเร็ว

            ก่อนจะเดินเข้าผับเขาก็ได้รับสายโทรศัพท์จากชัชวาลที่โทรมาเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในงานเลี้ยงให้ฟัง เขาเองก็ไม่พอใจเมื่อได้ยินว่ามีคนคิดจะใช้ภัครดาเพื่อให้ได้เป็นข่าวฉาวด้วยกัน

            “ผมเข้าใจแล้ว ตอนนี้อยู่ที่ผับแล้วครับ เดี๋ยวจะลากตัวคุณหนูกลับบ้านเดี๋ยวนี้เลย” ภักดีตอบไป เขาเริ่มรู้สึกว่าเรื่องมันชักจะไม่ค่อยดีแล้ว และเป็นห่วงภัครดามากด้วย สาวน้อยเป็นนายจ้างที่อยู่ในความดูแล ถ้าใครมาทำร้ายง่ายๆ ก็ไม่ใช่ภักดี วิลสัน กราเซียนี แล้ว

            ใช่ว่าเขาจะทำหน้าที่ดูแลแค่ภัครดาอย่างเดียวเท่านั้น ทุกวันนี้ก็สืบข่าวเกี่ยวกับการเมืองและรู้เบื้องลึกเบื้องหลังหลายอย่าง พอรู้ว่าใครที่ไม่หวังดีกับภัครดาก็ไม่สบายใจเลยจริงๆ พอจะเข้าไปในผับ เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นอีกหน แต่คราวนี้มาจากจงรัก พี่สาวฝาแฝดของตนนั่นเอง

            “ไงรัก” ไม่รู้ว่าทำไมพี่สาวโทรมาในเวลาแบบนี้ แต่คงจะเป็นเรื่องสำคัญไม่น้อย ภักดีเลยรีบรับสายของจงรัก แต่สายตาก็ยังจับจ้องอยู่ที่ร่างบางของภัครดาไม่ให้คลาดสายตาไปไหน

            ภักดีเริ่มรู้สึกตัวว่าตัวเองสูญเสียการควบคุมเป็นครั้งแรก เขาแทบจะฟังอะไรไม่รู้เรื่องว่าจงรักคุยอะไรบ้าง ด้วยห่วงภัครดา กลัวว่าจะมีคนเข้ามาลากตัวเธอออกไป

            “ได้” เขารับคำพี่สาวใจคอไม่อยู่กับเนื้อกับตัวแล้วจึงวางสาย จากนั้นก็เดินฝ่าฝูงชนตรงไปยังร่างเล็กของผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังขยับร่างกายตามเสียงเพลงที่ดังหนวกหูอยู่ตรงหน้า

            “กลับได้แล้วยัยคุณหนูไม่มีใครสั่งสอน นี่มันดึกมากแค่ไหนแล้ว ไม่รู้รึไง! บอดีการ์ดหนุ่มไม่พอใจ เพราะตอนที่เธอเต้นมีผู้ชายเลื้อยอยู่ใกล้ๆ ไม่รู้ด้วยว่าใครดีใครร้าย เกิดเป็นอะไรขึ้นมาเขาก็แย่เอาน่ะสิ แถมเธอดูไม่สนใจอะไรเลยด้วย

            “อย่ามาตลกหน่อยเลยคุณบอดีการ์ด คนอย่างนายก็ไม่ต่างจากโจรชั่วหรอก ปล่อยนะ ไม่ต้องมายุ่ง หน้าที่ของนายน่ะ ต้องตามดูแลฉันเท่านั้นไม่ใช่เหรอ ไอ้คนปากเสีย คนแล้ว ดีแต่รังแกข่มขืนผู้หญิง! ภัครดาตะคอกใส่ เสียงหวานแหบพร่าอ้อแอ้ไม่บอกก็รู้ว่ากำลังเมาได้ที่ งงว่าคนตรงหน้าเป็นบอดีการ์ดจริงๆ หรือภาพลวงตาของตนเองกันแน่ ภักดีส่ายหน้า ดึงเธอมาปะทะอกตอนที่สาวเจ้ากำลังจะเดินหนี

            “คุณบอกว่าผมเลว ขืนใจคุณสรุปแล้วผมก็ผัวคุณสิ งั้นตอนนี้ผมก็ขอเรียกร้องสิทธิ์ของผัวด้วยการพาคุณกลับบ้าน แล้วไปทำอะไรที่มันบันเทิงกว่าการเต้นในผับจะดีกว่าว่าไหม แบบว่าถ้ายังไม่สาแก่ใจ กลับไปถึงบ้านผมจะทรมานคุณด้วยร่างกายเอ็กซ์ๆ ของคุณให้ดิ้นพล่านจนขาดใจไปเลย ดีไหมคุณหนูรดา” ภักดีส่ายหน้า นี่เธอดื่มเข้าไปกี่แก้วกัน ถึงได้เหมาจนไม่ได้สติแบบนี้

            “ไอ้คนปากเสีย! คนเมาตะคอกใส่สุดเสียง หน้าแดงก่ำด้วยความโกรธแค้นและอับอาย

            “มาได้แล้วคุณ” ภักดีพยายามไม่เก็บเอามาเป็นอารมณ์เพราะรู้ว่าเธอเมาและคงจะเสียใจอึดอัดกับเรื่องที่ผ่านมา เขาเองก็ผิดที่ทำแบบนั้นกับเธอ จึงตัดสินใจจะคุยด้วยเหตุผลให้มากขึ้น

            “ฉันไม่กลับ มีอะไรไหม” หน้าหวานเชิดขึ้นอย่างดื้อดึง ท่ามกลางสายตาของผู้คนที่จ้องมองหนุ่มหล่อสาวสวยด้วยความสนใจ

            “แน่ใจ” บอดีการ์ดหนุ่มย้อนถาม

            “แน่ใจซะยิ่งกว่าแน่” คนเมายกมือกอดอก รู้สึกปวดหัวจนแทบจะสร่างเมาเพราะอะไรก็ไม่รู้ แถมคนรอบๆ ก็มองมาด้วยความสนอกสนใจ ซ้ำยังพากันกระซิบกระซาบกันอีกต่างหาก

            นี่เป็นครั้งแรกที่ภัครดารู้สึกอับอาย เหมือนตัวเองไม่เป็นที่ต้อนรับของสาธารณชน ทั้งอายทั้งไม่สบายใจ

            “เอางั้นแน่นะ” ชายหนุ่มยังถามเพื่อความแน่ใจอีกครั้ง ยิ้มด้วยความเจ้าเล่ห์

            ภัครดามองเห็นสายตาของเขาก็ไม่ค่อยสบายใจ เธอเดินหนีไม่อยากอยู่ใกล้ แต่เดินได้ไม่ถึงสองก้าวก็ต้องหวีดร้องเมื่อถูกฉุดให้เซถอยไปปะทะกับอกกว้างของภักดีโดยที่ตั้งตัวไม่ทัน และกว่าจะรู้ตัวร่างก็ถูกจับเหวี่ยงพาดบ่าเสียแล้ว

            หญิงสาวสร่างเมาเป็นปลิดทิ้ง อยากจะร้องไห้เมื่อถูกภักดียกมือฟาดสะโพก และมันเจ็บจนสะดุ้ง

            “ไอ้บ้าภักดี!” พอด่าออกไปคำหนึ่ง ภักดีก็ฟาดมือลงกับสะโพกงามงอนของเธออีกครั้ง คราวนี้ภัครดาถึงกับน้ำตาซึม ไม่รู้ว่าเจ็บหรืออายมันมากกว่ากัน

            “ไหน พูดอีกทีสิ เสียงทุ้มหนักถามเหมือนจะท้าทายอยู่ในที

            หญิงสาวเริ่มโกรธจัด ไม่สนใจว่าจะเป็นการเสียมารยาทอะไรทั้งนั้น ตะคอกใส่เขาอย่างเหลืออด

            “ปล่อยฉันลงนะ”

            “แน่ใจ?” ภักดีแกล้งถาม แล้วทำท่าจะปล่อยให้เธอร่วงลงมา พาให้ภัครดากรีดร้องเสียงแหลม มือเล็กยึดไหล่หนาเอาไว้แน่นชายหนุ่มเลยหัวเราะแล้วพาเดินออกมาอย่างรวดเร็วระมัดระวัง

            หญิงสาวได้แต่หน้าแดงกํ่า ทั้งโกรธทั้งอายไม่เคยจะเสียหน้าครั้งไหนเท่าครั้งนี้มาก่อน หายใจรุนแรงเดือดดาล กว่าจะมาถึงลานจอดรถก็ได้นับเลขได้หลายร้อยแล้ว

            ตอนนี้ภัครดาไม่หลงเหลืออาการมึนเมาอีกแล้ว เหลือแต่ความโกรธ ทั้งแค้นทั้งอายเมื่อมีแต่คนหัวเราะเมื่อเห็นเธอถูกผู้ชายจับพาดบ่าพาเดินออกมาจากคลับ ไม่มีใครมีน้ำใจเข้ามาให้ความช่วยเหลือเลยแม้แต่คนเดียว จากที่เมาเพราะแอลกอฮอล์ ตอนนี้เริ่มจะเมาเพราะถูกจับพาดไหล่หัวห้อยลงกับพื้นแทนแล้ว

            “นายมัน” เธอร้องกรี๊ดใส่อีกครั้ง ตอนที่ภักดีวางร่างของตนเองลงกับกระโปรงรถอย่างไม่ถนอมนัก ยิ่งเวียนหัวอยู่ด้วยทุกอย่างก็เลวร้ายยิ่งกว่าเดิม

            “ฉันจะฟ้อง” ภัครดาทำท่าจะร้องกรี๊ดให้ลั่น แต่เมื่อร่างสูงของบอดีการ์ดตัวร้ายย่างสามขุมเข้ามาใกล้ พอจะขยับตัวหนีก็ถูกจับข้อเท้าเอาไว้แล้วรั้งให้นั่งตัวตรงตามเดิม

            “จะทำอะไรน่ะ คนตัวเล็กถามเสียงสั่น ปวดหัวจี๊ดเหมือนมีอะไรกระแทกเข้าใส่อย่างแรง จะหนีแต่ก็ทำไม่ได้ เพราะภักดีดักทางเอาไว้ คนตัวโตได้แต่มองด้วยสายตาเรียบนิ่งแฝงไว้ด้วยความคุกคามอย่างเห็นได้ชัด

            “ไหนบอกจะกลับแล้วไง” เห็นเขาดูเอาจริงคนเก่งก่อนหน้านี้ก็เริ่มกล้าไม่ออก ไม่รู้จะทำยังไงเลยพูดด้วยเสียงอ่อนลง

            “นี่! ดวงตากลมโตมองซ้ายขวาเพื่อหาทางหนีทีไล่ ภักดีไม่ยอมพูดอะไรนอกจากจ้อง ยิ่งสวมเสื้อผ้าที่วับแวมเผยเนื้อตัวมากเกินไปแบบนี้ด้วย ถลึงตาใส่อีกฝ่ายแต่ว่าไม่ได้ประโยชน์อะไรขึ้นมาเลย นึกโกรธสรลิลขึ้นมาที่เลือกมาได้ชุดแบบนี้ ไม่เห็นว่ามันจะปกปิดอะไรตรงไหนได้เลย

            “อยากกลับแล้วเหรอ ไหนว่าอยากจะเต้นต่อ” ภักดีถามหลังจากที่เอาแต่เงียบมานาน

            ภัครดาขึงตาใส่อย่างไม่พอใจแต่ก็ทำอะไรมากไปกว่านี้ เพราะชายหนุ่มดูเอาจริงและน่ากลัวมาก เขาเข้ามาใกล้ซะจนได้กลิ่นน้ำหอมที่ชวนให้ใจเต้นแรง ขนาดว่าเดินตามหลังเธอมาทั้งวันไม่ได้อาบน้ำเลยก็ยังตัวหอม ไม่แน่ใจว่าแอบไปเติมน้ำหอมอะไรหรือเปล่า แต่รู้แค่ว่าผู้ชายตรงหน้าทีเสน่ห์เย้ายวนใจจนเหมือนปีศาจที่ฉกฉวยเอาหัวใจของผู้หญิงที่ไม่ทันระวังตัวได้อย่างง่ายดาย

            “ตอนนี้อยากกลับแล้ว” สาวน้อยบอกเสียงสั่น สมองเลอะเลือนไปหมด แทบจะจำอะไรไม่ได้ว่าก่อนหน้านี้ภักดีถามอะไรเอาไว้ เธอเม้มปาก เมื่อรู้สึกว่าน้ำเสียงสั่นเครือ นัยน์ตาสั่นไหวโดยที่ตัวเองก็ไม่รู้เหมือนกัน

            “ไม่อยากจะลองอะไรที่มันสนุกๆ กันตรงนี้หรอกเหรอ” เขาถามเสียงเจ้าเล่ห์น่ากลัว ภัครดาก็แทบผวา อยากจะลงไปจากกระโปรงรถบ้าๆ นี่ แต่ก็ไม่รู้จะลงไปยังไง

            ซ้ำภักดีไม่ได้พูดเปล่า ยังขยับเข้ามาชิดอีกต่างหาก เรียวขางามที่เปล่าเปลือยของภัครดาเสียดสีกับกางเกงสแล็กเนื้อดีของชายหนุ่มตรงหน้า ถึงจะมีเสื้อผ้าขวางกั้นแต่ไม่สามารถกลั้นความร้อนที่ส่งผ่านมาถึงกันได้เลย ร่างเล็กเริ่มสั่นเหมือนต้องลมหนาว จะหนีแต่ท่อนแขนหนักๆ ของคนตรงหน้าก็กักตัวไม่ให้ขยับเคลื่อนไหวไปไหนได้

            หัวใจดวงน้อยพลิกคว่ำหลายตลบในอกข้างซ้าย นัยน์ตาของเธอไหวระริกอย่างน่าสงสาร ภักดีเห็นทุกอย่างชัดเจน แต่เขาไม่ได้ผละออก หรือทำอะไรที่ภัครดาสบายใจขึ้น ตรงกันข้าม กลับยิ่งอยากแกล้งเข้าไปใหญ่

            ใบหน้าหล่อเหลาเหมือนกับเทพบุตรโน้มต่ำลงมาจนปลายเส้นผมของเขาแตะถูกกับผมม้าของเธอ แค่นั้นก็สั่นคลอนหัวใจทั้งดวงของภัครดาได้แล้ว เขาช่างเหมือนกับงูตัวร้ายที่ใช้สายตาน่ากลัวสะกดจ้องมองเหยื่อจนเหยื่อตัวแข็งหนีไม่รอด

            “ตรงนี้ก็ดูจะเร้าใจดีเหมือนกันนะครับคุณหนู” เขายิ้มที่มุมปาก คล้ายกับกระตุกเอาหัวใจของเธอติดมือไปด้วย

         “นี่! หญิงสาวตกใจ เมื่อชายหนุ่มยกมือคลายเนกไทที่ผูกเอาไว้อย่างเรียบร้อย แล้วรูดมันออกจากคอด้วยท่วงท่าเซ็กซี่คุกคาม พาให้อกสั่นหวั่นหวามเข้าไปถึงเส้นเลือด

            ภัครดาทำอะไรไม่ได้เลยนอกจากกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ดวงตามองตามทุกความเคลื่อนไหวของเขา ทั้งที่มองอยู่แล้วแท้ๆ แต่กลับปล่อยให้ชายหนุ่มรัดข้อมือด้วยเนกไทเส้นนั้นแล้วรูดมันจนข้อมือรู้สึกตึงขึ้นมา ก้มลงมองก็ตกใจ ไม่ทันได้รู้ตัวเลยว่าเขามัดแขนเอาไว้ด้วยไทตอนไหน

            “ภักดี!” ตอนนี้เธอเริ่มเกลียดตัวเองแล้ว มีอย่างที่ไหนเอาแต่เรียกชื่อผู้ชายนิสัยเสียอย่างเดียวโดยที่ไม่ทำอะไรอย่างอื่นเลย

            “ก็ว่าจะไม่ทนแล้ว เอากันตรงนี้เลยน่าจะดีนะ คุณหนู” ชายหนุ่มยกยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปาก ทำท่าจะโน้มหน้าลงมา แต่ภัครดาดันหน้าเขาออกห่างด้วยมือตัวเองทัน

            “นาย!” หญิงสาวโกรธจัด พูดกับเขาอย่างเอาเรื่อง กำลังจะยกเท้าถีบให้สุดแรง แต่ภักดีเร็วกว่ามาก เขาอุ้มเธอลงจากกระโปรงรถ แล้วจับยัดใส่รถโดยไม่ทันได้ตั้งตัว

            “นาย” ตอนนี้ภัครดาไม่สามารถพูดคำอื่นได้เลยนอกจากคำสบถและต่อว่าเขาไม่หยุดปาก

            “เมาแล้วพูดไม่เพราะเลย” ภักดีส่ายหน้า เขายิ้มยั่วจนภัครดาปวดหัว

            เธอไม่รู้ว่าตัวเองเมาค้างหรือยังไงกันแน่ แต่ที่รู้มันทำให้รู้สึกปวดหนึบไปทั้งกะโหลก ใบหน้าก็ร้อนผ่าวไปหมด เธอพิงศีรษะลงกับกรอบประตูรถหลับตาลงไม่อยากจะพูดหรือสนใจบอดีการ์ดหนุ่มอีก

            ภักดีส่ายหน้าก่อนจะโน้มตัวคาดเข็มขัดนิรภัยให้กับนายสาว มองเห็นแก้มใสที่แดงระเรื่อ หญิงสาวดูหายใจติดขัด ขนตางอนยาวที่ทาบลงกับผิวกายอ่อนใสนั้นขยับไปเหมือนหลับไม่สนิท พอสาวเจ้าสิ้นฤทธิ์ก็ไม่ต่างกับเด็กน้อยเลย เขาหันมองตรงหน้าและตั้งใจขับรถอย่างระมัดระวังเพื่อพาตัวภัครดากลับบ้าน

 

            เมื่อกลับไปถึงคฤหาสน์ ทุกคนอยู่กันพร้อมหน้าแล้ว และพากันตกใจที่เห็นว่าภัครดาเมาตัวอ่อนปวกเปียกกลับมาถึงบ้าน ชาติชายและภารดีไม่พอใจอย่างหนักเมื่อเห็นลูกสาวเกเรทำตัวไม่เอาไหน ไม่เคยพยายามทำความเข้าใจเลยว่าทุกคนเป็นห่วงมากแค่ไหน

            นอกจากจะเมามายกลับมาดึกดื่นยังไม่พอ นี่ลูกสาวเพียงคนเดียวยังแต่งตัวล่อแหลม พาให้หัวใจเหมือนจะวาย ภารดีทำหน้าเครียดด้วยความกังวลแกมไม่สบายใจ

            “ผมเสียใจครับที่ปล่อยให้คุณหนูเมาแบบนี้” ภักดีไม่คิดจะแก้ตัว เพราะเขาเองก็บกพร่องต่อหน้าที่จริงๆ

            “เอ่อ ผมช่วยประคองเอง” ชัชวาลไม่พอใจนักที่เห็นผู้ชายมากอดประคองน้องสาวเข้าบ้าน ถึงคนคนนั้นจะเป็นบอดีการ์ดก็เถอะ แต่ทั้งคู่ดูสนิทสนมกันเกินงามจนไม่อยากให้ภัครดาใกล้ชิดกับภักดีมากเกินไป

            “รดา” ชัชวาลเรียกน้องสาว แล้วดึงตัวภัครดาออกมา

            แต่คนเมาขืนตัวเอาไว้ ยกเรียวแขนขาวผ่องเหนี่ยวรอบต้นคอของภักดีเอาไว้ไม่ยอมปล่อย ซ้ำยังซุกไซ้ใบหน้ากับซอกคอของเขาด้วย ทุกคนล้วนมองด้วยสายตาไม่พอใจ แต่ภักดีก็ไม่รู้จะอธิบายอย่างไร ในเมื่อตอนนี้คนเมาแทบจะไม่ได้ยินอะไรเลยด้วยซ้ำ

            “อืม ง่วงมันหัว อยากอ้วก” ภัครดาครางอืออาอยู่ในคอ ท่าทางสนิทสนมกันเกินงามนั้นทำให้ชัชวาลขมวดคิ้วมุ่น ภักดีไม่เสียเวลาจะอธิบายหรือแก้ตัว แกะมือปลาหมึกของเธอออก แต่หญิงสาวก็ไม่ยอมให้ความร่วมมือ เอาแต่เบียดกายเข้าหาไม่หยุด

            “รดา” คนเป็นพี่ชายเดือดปุด เขาไม่ได้อยู่บ้านไม่กี่วันภัครดาสนิทกับภักดีถึงขั้นไหนกัน

            “ไปตามแม่บ้านมาดีกว่าครับแม่ จะได้ให้รดาอาบน้ำด้วย” ชัชวาลหันไปคุยกับมารดา แต่ภารดีดูจะไม่เห็นด้วย

            “นี่ก็ดึกมากแล้ว เดี๋ยวแม่จะอาบน้ำให้น้องเองดีกว่า แม่ไม่อยากรบกวนคนงานในบ้านน่ะ ดึกแล้ว ทุกคนก็หลับพักผ่อนกันหมดแล้วด้วย”

            “คือว่า ที่จริงแล้ว ตอนนี้เพื่อนของคุณหนูรดาอยู่ในห้องนอนของคุณหนูครับ ที่คุณหนูใส่ชุดนี้ แล้วแอบหนีเที่ยวก็เพราะเอาชุดมาจากเพื่อนน่ะครับ เพราะงั้นให้เพื่อนเธอช่วยน่าจะดีกว่า คุณผู้หญิงนอนพักเถอะครับ” ภักดีอธิบาย ภารดีได้แต่มองหน้าสามีแล้วก็ไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไปดี

            “งั้นเดี๋ยวผมจะพาน้องขึ้นห้องเอง” ชัชวาลยังไม่พอใจที่ภักดียังโอบประคองภัครดาไม่ปล่อย จะดึงตัวออกมาแต่เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นซะก่อนเลยชะงักไป

            “ครับ ชัชวาลพูดครับ” เขาเบี่ยงตัวเล็กน้อยเพื่อรับสาย แล้วก็พูดคุยอีกสองสามคำก่อนจะวางสาย

            “ผมมีธุระต้องไปจัดการที่ค่ายครับพ่อ ผมคงต้องไปก่อน” สีหน้าของชัชวาลดูไม่ค่อยสู้ดีนัก ชาติชายและภารดีก็ไม่กล้าถามอะไร ได้แต่เดินไปส่งหน้าบ้านทั้งยังกำชับให้ระมัดระวังเรื่องการเดินทางให้มากขึ้นด้วย

            ภักดีรับรู้ได้ถึงความตึงเครียด เขาเองก็กังวลใจไม่แพ้กัน ไม่รู้ว่าควรจะต้องทำอย่างไรต่อไปด้วย

         “คุณผู้ชายกับคุณผู้หญิงขึ้นไปพักผ่อนเถอะครับ เรื่องคุณหนูรดาผมจัดการเอง” เขาบอกกับชาติชายและภารดีเมื่อทั้งสองคนเดินกลับเข้ามา หลังจากส่งชัชวาลแล้ว

            “จะดีเหรอจ๊ะ”

            “ไม่ต้องห่วงครับ คุณผู้หญิงพักผ่อนดีกว่าครับ กลับมาเหนื่อยๆ และผมเองก็คิดว่า นี่ก็ได้เวลาพาตัวคุณหนูรดาไปจากที่นี่ได้แล้วนะครับ

            คำว่า ไปจากที่นี่ ทำให้ชาติชายและภารดีต้องมองหน้ากันอีกครั้งด้วยความกังวล

 

            สรลิลยังนอนไม่หลับ ตาเธอเบิกค้างด้วยความกังวลเกี่ยวกับเรื่องของตัวเอง และเรื่องของภัครดา และที่กลัวมากที่สุดคือภักดีคนนั้น

            ใครจะไปนึกว่าภักดีเขารู้ทันทุกอย่าง หลังจากที่ภัครดาออกจากบ้านไป ภักดีก็ขึ้นมายังห้องนอน พร้อมกับขู่เสียงแข็งว่าถ้าภัครดาโทรกลับมาเมื่อไหร่ ห้ามบอกเด็ดขาดว่าเขาทราบความจริงทั้งหมดแล้วและกำลังจะตามไปเพื่อพาตัวกลับ ท่าทางน่ากลัวดุร้ายราวกับราชสีห์พาให้อกสั่นขวัญแขวนไม่กล้าจะแย้งอะไรเลย

            ถึงตอนนี้ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมภัครดาถึงไม่เกรงกลัวผู้ชายคนนี้เลย ซ้ำยังทำเรื่องให้เธอต้องพลอยมาติดร่างแหตามไปด้วยอีกต่างหาก แถมยังต้องโกหกด้วยเมื่อตอนที่ภัครดาโทรมาถามว่าเรื่องเป็นยังไงบ้าง

            จะเป็นยังไงล่ะ ถ้าไม่ถูกจับได้แล้วก็ข่มขู่เอาไว้น่ะ

            สรลิลนอนเล่นโทรศัพท์ไปพลาง เพราะไม่รู้จะทำยังไง รถของตัวเองภัครดาก็เอาไป แถมภักดีก็สั่งเอาไว้ไม่ให้ไปไหนด้วย ก่อนจะสะดุ้งเมื่อมีคนมาเคาะประตูและประตูก็ถูกผลักเข้ามาก่อนที่จะทันได้ตอบอะไร ดวงตาเบิกกว้างเมื่อเห็นหนุ่มหล่อสุดฮอตที่ประคองเพื่อนคนสวยกลับมาอย่างทุลักทุเล

            “รดา!” เธออุทานด้วยความตกใจ แล้วก็ได้เห็นว่าแม่เพื่อนรักกำลังกอดเกี่ยวภักดีเอาไว้แน่นราวกับปลาหมึก

            “รดาเมาเหรอคะ

            “ครับ” ภักดีตอบคำถามของสรลิลแล้วก็รั้งตัวภัครดาเข้าห้องน้ำไปเงียบๆ ทิ้งคนมองอ้าปากค้างด้วยความตกใจ

            เดี๋ยวก่อนสิ นี่ภักดีกำลังจะทำอะไรเพื่อนของเธอในห้องน้ำหรือ สรลิลทั้งคาใจทั้งตื่นเต้น รู้สึกเขินแทนภัครดาอย่างประหลาด รีบกระโดดลงจากเตียงแล้วเอาหูแนบกับประตูห้องน้ำ เผื่อว่าจะได้ยินเสียงอะไรบ้าง

            และเธอไม่ผิดหวัง เมื่อได้ยินเสียงโต้เถียงของสองหนุ่มสาวจากข้างใน ได้ยินประมาณว่าภัครดาไม่อยากจะอาบน้ำ แต่ภักดีไม่ยอมตามใจ

            นี่คุณภักดีอาบน้ำให้รดาเลยเหรอ อ๊าย! สรลิลร้องกรี๊ดอยู่ในใจ ตอนที่อยู่คนเดียวในห้องนี้เธอก็แอบสำรวจนั่นนี่อย่างอยากรู้อยากเห็น และเห็นว่ามีเสื้อผ้าของผู้ชายหลายชุดอยู่ในตู้เสื้อผ้าของภัครดา ไม่ต้องถามเลยว่าของใคร

            เธอเงี่ยหูฟังอยู่นานจนได้ยินเสียงกุกกักตรงบานประตูเลยถอยออกมาทำทีว่านอนอยู่บนเตียงไม่ได้ขยับไปไหน

            ภักดีลากตัวภัครดาออกมาจากห้องน้ำ และเห็นว่าเพื่อนคนสวยสวมแค่เสื้อยืดกับอันเดอร์แวร์ออกมา ขณะที่ภักดีเองก็สวมเพียงแค่กางเกงนอนขายาวตัวเดียวออกมาเช่นกัน

            “เอ่อ” เธอไม่รู้จะทำอย่างไรดี ได้แต่มองภัครดาที่ถูกผลักขึ้นไปนอนที่ปลายเตียง ท่าทางมึนงงสะลึมสะลือ

            ภักดีขยับตัวไปอีกทาง เขาเปิดตู้บานใหญ่ก่อนจะลากฟูกนอนหนานุ่ม ผ้าห่ม และหมอนอีกสองใบมาปูบนพื้น ก่อนจะลากตัวภัครดาไปนอนด้วยกันที่ฟูกที่ปูเรียบร้อยแล้ว

            “มานอน” ภักดีทำราวกับว่าสรลิลไม่ได้อยู่ในห้องด้วย เขาจัดหมอนและจัดท่าทางการนอนของภัครดาไปด้วย

            “ปวดหัวจัง” ภัครดาคราง ยกมือคลึงขมับไปด้วย

            “ใครใช้ให้ดื่มล่ะ สมน้ำหน้า เมื่อกี้ก็อ้วกแล้วนี่”

            “ปวดหัวอะ แสบคอมากด้วย ทรมานจัง” หญิงสาวยังครางไม่หยุดแต่ดวงตาไม่ได้ลืมขึ้นก่อนจะซุกหน้าลงกับอกกว้างของภักดีแล้วเงียบไป

            ชายหนุ่มดึงผ้าห่มมาคลุมร่างของตนเองและหญิงสาวเอาไว้ ก่อนจะเอนตัวลงนอนตามด้วย

            “รบกวนช่วยปิดไฟให้หน่อยครับ ผมง่วงแล้ว” เสียงทุ้มหนักพูดขึ้นอีกประโยค สรลิลเข้าใจว่าภักดีพูดกับตัวเอง เธอสะดุ้งเล็กน้อยแล้วละล่ะละลักตอบเสียงสั่น

            “ค่ะๆ จะปิดเดี๋ยวนี้” สรลิลเอื้อมมือปิดไฟ ทั้งห้องจึงมืดสลัว มีเพียงแค่แสงไฟสีอ่อนตรงหน้าประตูดวงเดียวเท่านั้นที่ให้ความสว่างแค่สลัวๆ เท่านั้น เธอยกมือกุมหน้าอกของตัวเอง อยากจะร้องกรี๊ดกับความห่ามโหดที่แสนโรแมนติกของภักดีเหลือเกิน

            หัวใจของสรลิลเต้นตึกตัก สะดุ้งอีกครั้งเมื่อภัครดาพูดเสียงงัวเงียขึ้นมาอีกครั้ง

            “ภักดีคุณนอนกับเพื่อนฉันแล้วเหรอ คนใจร้าย

            ยังย่ะ ยัง! สรลิลร้องค้านอยู่ในใจ แต่ไม่กล้าจะพูดมันออกมา

            “คนเลว คอยดูนะ คอยดู ฉันจะต่อยคุณให้หน้าหงายเลย ฮึก

         “ก็นอนด้วยกันแบบนี้ จะไปนอนกับคนอื่นได้ไง ยัยคุณหนูเอ๋อเอ๊ย



[1] เยอรมันเชพเพิร์ด หรือ แอลเซเชียน (German Shepherd, Alsatian) เป็นสายพันธุ์สุนัขสายพันธุ์หนึ่งที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศเยอรมนี ในงานของสุนัขตำรวจ ได้มีการนำสุนัขสายพันธุ์นี้มาใช้ในการดมกลิ่นเพื่อตรวจค้นอาวุธ วัตถุระเบิด ยาเสพติด และยังพบว่าได้มีการนำสุนัขสายพันธุ์นี้มาใช้ในงานอื่น เช่น งานหน่วยกู้ภัย งานนำทางคนตาบอด งานคุ้มกัน



ตอนนี้ ปักรักภักดี เปิดพรีออเดอร์ล่วงหน้าแล้วค่ะ

เรื่องนี้มู่ออกกับทาง Jailuck นะคะ

มู่ฝากเอาไว้ด้วยนะคะ เราจะได้ออกหนังสือกันอีกเยอะๆ เลย

ขอฝากเอาไว้ในอ้อมใจด้วยนะคะ รายละเอียดคลิกที่รูปได้เลยค่ะ image


http://i.imgur.com/lb7j2xR.jpg
https://lh3.googleusercontent.com/-eWIXSIWTKXA/WThhdC1m6UI/AAAAAAABPJE/wE63U9H0IRs1H1bvI87hV7x1kZxzdPF1ACJoC/02PG.gifhttps://lh3.googleusercontent.com/-fdbJdqNd64A/WThhdJaMbKI/AAAAAAABPJE/K4CZzoylsFgedYd7YqDjavVTEOpBB9lkQCJoC/02VG.gif

Talk...

Song :: Meghan Trainor - Dear Future Husband

เพลงนี้น่ารักมากเลยค่ะ เค้าชอบ ร้องไปเถอะ หาสามีไม่ได้หรอก

แบบว่าเพลงนี้ร้องให้สามีในอนาคตน่ะค่ะ เพลงน่ารักมาก

เราก็ร้องไปสิ ได้แต่ร้องเพลงอย่างเดียวเลย หัวเราะ และในเสียงหัวเราะนั้นมีน้ำตาซ่อนอยู่  image image

ว่าแต่อีตาคุณภักดีนี่จะทำยังไงดี คุณหนูมีแผนมาหลอกล่อตลอดเลย

สงสารคุณบอดีการ์ด คงจะเหนื่อยน่าดูเจอผู้หญิงแบบนี้ imageimageimage


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 23 ครั้ง

6 ความคิดเห็น

  1. #22 kuk (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2560 / 01:15
    งื้อออออคู่นี้น่ารัก😆😆😆
    #22
    0
  2. #21 SopapornPogpoon (@SopapornPogpoon) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2560 / 01:13
    ภักดีจัดการรดาเลย
    #21
    0
  3. #20 MULEE & MOEI ♚ (@mu_mu_jung) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2560 / 11:23
    มู่เช็กนิยายแล้วนะคะ
    ถ้าอ่านไม่ได้แนะนำให้อ่านกับเว็บไปก่อนนะคะ
    เหมือนว่ากับแอพจะมีปัญหาค่ะ มู่ใช้ Wifi Ais ปกตินะคะ
    คนที่มีปัญหาแจ้งว่าใช้เน็ตของ TRUE ค่ะ
    ยังไงรอทางเว็บไซต์แก้ไขนะคะ
    เพราะทางเว็บ dek-d แจ้งมาว่ากำลังแก้ไขอยู่ค่ะ
    #20
    0
  4. วันที่ 11 กรกฎาคม 2560 / 06:25
    เนื้อหาไม่ขึ้นเลยค่ะ
    #19
    0
  5. #18 SopapornPogpoon (@SopapornPogpoon) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2560 / 01:52
    ชอบตรง "เมัยทาส"555 รดาคิดได้ๆ
    #18
    0
  6. #17 MULEE & MOEI ♚ (@mu_mu_jung) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2560 / 23:33
    #ปักรักภักดี♣ #LoyalistOfHeart #ภักดี🔫 #ภัครดา 💍
    คุณหนูรดานี่คนละอารมณ์กับปันหนีแล้วก็มาหยามากเลย
    นางลั้ลลาอยู่คนเดียวได้ยังไงยังคงเป็นปริศนาสำหรับมู่อยู่ค่ะ
    รู้แต่ว่าตอนนี้คุณภักดีก็น่ารัก อยากให้มาปกป้องบ้าง อร๊ายยยย💓

    #17
    0