ปักรักภักดี (นิยายชุด องครักษ์ยอดร้าย)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 52,090 Views

  • 70 Comments

  • 393 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    25

    Overall
    52,090

ตอนที่ 2 : Loyalist of Heart ♣ Ep.01 Overnight Sensation

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8564
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 21 ครั้ง
    19 ม.ค. 61

http://i.imgur.com/ARt305N.jpg

Loyalist of Heart 01

Overnight Sensation

 

            ใบหน้าของภัครดาขาวซีด ไม่อยากเชื่อเลยว่ามันจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นกับตัวเอง เธอหันมองหน้าคนที่นอนข้างตัวเหมือนตกอยู่ในฝันร้าย กลัวลนลานจนทำอะไรไม่ถูก ไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัวหรือหายใจแรงๆ เลยด้วยซ้ำไป

            หญิงสาวนิ่งอึ้งอยู่นาน แล้วก็ตกใจจนตัวโยนเมื่อเห็นชายหนุ่มขยับตัว ทั้งที่มองเขาอยู่ตลอดเวลาแล้วแท้ๆ

            “คุณหนูรดา” ริมฝีปากหยักได้รูปของภักดีขยับและเอ่ยชื่อของหญิงสาวออกมา นั่นทำให้เจ้าของชื่อตัวสั่นเทาอย่างห้ามไม่อยู่

            “คุณ” ภัครดาเม้มปากที่สั่นระริกของตัวเองเอาไว้ กะพริบตาถี่เพื่อกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลลงมา เดาไม่ออกว่าภักดีจะพูดอะไรต่อ

            “อรุณสวัสดิ์” คำพูดของชายหนุ่มพาให้ภัครดากลืนน้ำลายอย่างฝืดคอ เธอดึงเอาผ้าห่มมาคลุมร่างกายเอาไว้ จำอะไรไม่ได้เลยว่าเมื่อคืนมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่

            ก็จำได้ว่าเธอไปเจอเพื่อนแล้วก็ดื่ม จากนั้นก็ไม่เหลือความทรงจำอะไรในหัวเลย

            “คุณทำอะไร” เสียงหวานของภัครดาแหบพร่า น้ำตาร่วงลงมาหยดหนึ่งด้วยความหวาดกลัว

            “คุณก็โตพอที่จะเข้าใจว่าเราทำอะไรกันบ้างไม่ใช่เหรอ” เขาย้อนถามเสียงเรียบ ก่อนจะตลบผ้าห่มที่คลุมตัวออกแล้วลงจากเตียง

            ภัครดาตกใจที่ผ้าห่มเลิกขึ้น ตามตะครุบเอาไว้แทบไม่ทัน พลางมองเขาด้วยสายตาเกลียดชังสับสน

            “คุณ” หญิงสาวพูดอะไรไม่ออก ใบหน้าร้อนเหมือนเป็นไข้สูง นั่นเป็นเพราะว่าร่างสูงใหญ่ของภักดีก็แทบจะเปล่าเปลือยไม่ต่างจากเธอเลย รีบยกมือปิดตาถึงแม้ว่าเขาจะสวมกางเกงบอกเซอร์อยู่ก็ตาม

            ภักดีหันมามองแวบหนึ่งแล้วเบือนหน้าหนีไม่สนใจ แล้วหยิบเอาโทรศัพท์ขึ้นมาแนบหูคุยสายกับใครบางคน ภัครดาอยากจะตะโกนแว้ดใส่ให้สาแก่ใจ แต่สายตาของเขาคล้ายจะเตือนอยู่ในทีว่าห้ามดื้อตอนนี้ก็เลยไม่กล้าทำ จึงได้แค่แอบมองเขาอย่างเงียบเชียบ

            แผ่นหลังของเขากว้างตึงมีรอยแผลเป็นเล็กๆ ประปรายตามผิวหนัง ได้ยินมาว่าเขาฝึกมากับหน่วยซีลที่ขึ้นชื่อว่าโหดที่สุดของโลก เขาเป็นเหมือนกับทหารรับจ้าง เป็นนักฆ่าเลือดเย็น หรืออะไรก็ตามที่ทำให้คนหวาดผวาได้ เมื่อได้ยินชื่อของเขา

            ครอบครัวของภักดีทำกิจการเกี่ยวกับหน่วยคุ้มกันความปลอดภัยรวมถึงโรงเรียนศิลปะป้องกันตัว คนก่อตั้งคือบิดาของเขา วิลเลียม กราเซียนี จากนั้นก็ส่งต่อให้ทายาทซึ่งก็คือภักดี และพี่สาวฝาแฝดอย่างจงรัก วินดี้ กราเซียนี

            ขนาดชื่อของลูกๆ วิลเลียมยังตั้งให้ตรงกับความถนัดและอาชีพเลย แต่ก็ต้องยอมรับว่าเธอเองก็ชอบชื่อ จงรัก และ ภักดี มากเช่นกัน

            เพราะไม่พอใจที่ถูกกักบริเวณเหมือนเป็นนักโทษ แถมผู้คุมยังดูหล่อเหลาเหมือนกับนายแบบมากกว่าจะมาเป็นบอดีการ์ด ภัครดาจึงสืบหาว่าตัวตนที่แท้จริงของภักดีเป็นอย่างไรกันแน่ ใครจะไปนึกว่าเขาเป็นคนดังคนหนึ่งที่มีชื่อเสียงอย่างมากในอิตาลี ซ้ำยังเคยถ่ายแบบมาด้วย ถึงว่ามาดของเขาให้เหลือเกิน

            และตอนนี้ก็ยังไม่อยากจะเชื่อเท่าไหร่นัก ว่าภักดีคนนี้จะเป็นบอดีการ์ดที่ทำงานได้อย่างดีเยี่ยม แม้ว่าหุ่นของเขาก็สูงใหญ่กำยำมีกล้ามเนื้อตลอดทั้งร่างกาย แต่สิ่งที่ชายหนุ่มทำทุกวันคือการนั่งจ้องคอมพิวเตอร์ในบ้านของเธอเท่านั้น

            แต่ตอนนี้ภัครดาเริ่มจะเชื่อขึ้นมาบ้างแล้ว เนื่องจากรอยแผลจางๆ ตามแผ่นหลังและตามตัวของเขานั้นบอกให้มั่นใจว่าชายหนุ่มผ่านการต่อสู้มาอย่างโชกโชน จนตอนนี้ไม่กล้าที่จะต่อล้อต่อเถียงหรือลองดีด้วยอีกแล้ว

            สายตาของภัครดาไม่อาจจะละจากร่างของภักดีไปได้เลย ไหล่ของเขากว้างตึงและเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ เขาคงออกกำลังกายมาอย่างหนัก รับกับเอวสอบจนไปถึงขาที่เพรียวยาวแข็งแรง ยิ่งมองเขาก็ใจสั่นหวั่นหวาม ผู้ชายคนนี้ช่างงดงามไร้ที่ติเหลือเกิน

            เธอมองเขาอยู่นานโดยไม่รู้ตัว จนกระทั่งภักดีวางหูจากโทรศัพท์และหันมามองอีกรอบ แทบจะหลบสายตาไม่ทัน

            “มองอะไรเหรอครับคุณหนู”

            ” ภัครดาพูดอะไรไม่ออก ได้แต่ยกผ้าห่มคลุมถึงจมูก กลอกตากลมโตมองอย่างหวาดระแวง

            “เดี๋ยวผมจะเอาเสื้อผ้ามาให้ อาบน้ำแล้วแต่งตัว เราจะกินมื้อเช้าแล้วก็กลับกัน” ภักดีบอกเสียงเรียบราวกับว่าไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นมาก่อน

            “กลับ” หญิงสาวก็พูดแค่ทีละคำสองคำ เธอตัวแข็งทื่อไปหมดแล้วจนไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นคุยกับเขาอย่างไรดี

            “เราอยู่โรงแรม” ชายหนุ่มทิ้งคำพูดไว้เท่านั้นก่อนจะเดินออกจากห้องไปอย่างเงียบกริบ

            ภัครดาเบิกตากว้าง ริมฝีปากสั่นจนต้องขบมันเอาไว้ น้ำตาหล่นเผาะด้วยความกลัวจับใจ อารมณ์ของเธอยังแปรปรวนสับสน เดี๋ยวกลัวเดี๋ยวใจสั่น บอกไม่ถูกว่าต้องทำอย่างไรในสถานการณ์นี้ดี

            หญิงสาวนั่งกึ่งนอนกึ่งนั่งบนเตียงอย่างกระสับกระส่าย แต่ไม่ถึงห้านาทีต่อมาภักดีก็เดินกลับมาหาอีกครั้งพร้อมกับข้าวของสำหรับผู้หญิงที่มีแม้กระทั่งชุดชั้นในและเครื่องสำอาง ภัครดาหน้าร้อนผะผ่าวไม่ยอมมองหน้าชายหนุ่มสักแวบตอนที่เขาวางของเหล่านั้นลงปลายเตียง

            “ผมจะไปอาบน้ำอีกห้อง คุณก็อาบจากห้องนี้ก็แล้วกัน รีบหน่อย อีกสิบห้านาทีเจอกันข้างนอก ถ้าไม่ออกมาผมจะเข้าไปอาบน้ำทำธุระส่วนตัวทั้งหลายแหล่ให้คุณเอง”

            ภัครดาหน้าแดงพร่าง เหลือเชื่อที่ลูกครึ่งซึ่งเหมือนจะเป็นคนอิตาเลียนแท้ๆ จะพูดไทยได้คล่องชนิดที่ว่าคนไทยเองก็ยังต้องอึ้งกับคำศัพท์บางคำได้ เธอกัดปากและกำหมัดแน่นรอจนร่างสูงใหญ่ที่สวมบอกเซอร์เพียงตัวเดียวจะเดินหายลับสายตาไป ฮึ! คิดว่าตัวเองเป็นนกยูงรำแพนหรือไงกัน น่าจับกล้อนผมล่ะไม่ว่า เห็นแล้วก็อยากจะกรี๊ดเหลือเกิน

            หญิงสาวไม่ได้แค่คิดอย่างเดียวเท่านั้น แต่เธอเอาหมอนกดหน้าตัวเองและร้องกรี๊ดออกมาสุดเสียงเป็นการระบายความโกรธ หมัดที่กำอยู่แน่นจนเล็บจิกเข้าไปในอุ้งมือ แต่นั่นไม่ได้ทำให้รู้สึกเจ็บเลยแม้แต่น้อย ที่กำลังปวดแสบปวดร้อนแทบจะเป็นบ้าตายก็คือหัวใจต่างหาก

            เขาคนนั้นกล้าดียังไงถึงทำเรื่องเลวทรามต่ำช้ากับเธอ แล้วยังไม่พูดอะไรเลยแม้แต่คำเดียว ถ้าไม่โกรธก็อย่ามาเรียกเธอว่ารดาเลย!

 

            “ภักดี

            ภัครดาอดรนทนไม่ไหว ต้องเป็นฝ่ายเริ่มต้นพูดก่อนที่โต๊ะอาหาร เนื่องจากชายหนุ่มจิบกาแฟอ่านหนังสือพิมพ์โดยไม่สนใจเลยว่าเธอกำลังกลัวและต้องการคำตอบเกี่ยวกับการที่นอนเปลือยกายร่วมเตียงกับเขา ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องปกติเลย ไม่เลยแม้แต่น้อย

            “ครับ” ชายหนุ่มละสายตาหนังสือพิมพ์แล้วมองหน้าหวานแน่วนิ่ง

            พอถูกจ้องแบบนี้ภัครดาก็อึดอัด ความร้อนไม่รู้มาจากไหน ทำให้ร้อนรุ่มเหมือนกำลังเป็นไข้สูงก็ไม่ปาน

            “คุณไม่คิดจะพูดอะไรเลยเหรอ

            “เรื่องอะไร” เขาย้อนถามกลับเสียงเรียบเฉย เฉยมากจนภัครดาอยากจะร้องไห้

            “ก็เรื่องที่เรานอนด้วยกันบนเตียง ฉันเปลือย แล้ว แล้ว” ผ้าปูที่นอนก็เป็นคราบด้วย ท้ายประโยคภัครดาได้แต่คิดในใจไม่กล้าจะเอ่ยมันออกมา

            “อ้อ” ภักดีคราง ทำให้ส้อมในมือของภัครดาปลิวไปติดที่อกของเขาในวินาทีต่อมา

            ชายหนุ่มพึมพำออกมาคำหนึ่ง ภัครดาเดาว่าน่าจะเป็นคำสบถในภาษาอิตาเลียน เห็นแบบนี้เธอก็เรียนภาษาอิตาเลียนมาบ้างเหมือนกัน เนื่องจากมีรูมเมทช่วงเรียนมหาวิทยาลัยมาจากอิตาลีเลยแลกเปลี่ยนภาษาบ้านเกิดให้กันและกัน เพื่อเอาไว้เป็นสัญญาณลับแกล้งเพื่อนหรือไม่ก็หาเรื่องสนุกทำกันตอนเบื่อๆ

            “คุณนี่ไร้มารยาท” ชายหนุ่มเช็ดเสื้อที่เปื้อนเล็กน้อยออก แล้วก็จ้องหน้าภัครดาอย่างเอาเรื่อง

            “มีปัญหาอะไร”

            “ฉันต่างหากที่ต้องถามว่าคุณมีปัญหาอะไร เมื่อคืน เมื่อคืนคุณทำอะไรฉัน!” เส้นความอดทนของภัครดาขาดผึง เธอตะคอกใส่เขาอย่างเดือดดาล

            “เมื่อคืนเหรอ คุณควรถามตัวเองมากกว่า ว่าคุณทำอะไรผม”

            “ฉัน ฉันเหรอ?” ภัครดาสับสนงุนงง อย่างเธอเนี่ยนะจะทำอะไรเขา ใครจะไปเสียสติทำเรื่องพรรค์นั้นกันเล่า

            “ผมพูดเรื่องจริง” ว่าแล้วภักดีก็หยิบเอาโทรศัพท์มือถือของเขาขึ้นมากดอะไรบางอย่าง จากนั้นจึงส่งมันให้กับภัครดา หญิงสาวไม่ไว้ใจไม่กล้าจะรับมันมาดูเลย แต่ทนสงสัยไม่ไหวสุดท้ายก็ยอมรับมันมาอย่างไม่เต็มใจ

            ภัครดาใจหายวูบ ช่องท้องบีบรัดเข้าหากันอย่างน่ากลัว เพราะภาพเคลื่อนไหวจากวิดีโอที่กำลังดูอยู่นั้น

            มันเป็นภาพที่เธอโผเข้ากอดจูบภักดี แล้วยังกอดรัดฟัดเหวี่ยงดูเมามายจนไม่ได้สติ รอบข้างนั้นเพื่อนๆ กำลังโห่ร้องปรบมือเหมือนให้กำลังใจ ซึ่งภัครดาไม่เข้าใจเลยว่าทำไมทุกคนถึงไม่ยอมห้ามเธอบ้าง

            “คุณพยายามอย่างมากที่จะเปลื้องผ้าผมต่อหน้าผู้คนเป็นร้อย ผมเลยต้องเปลี่ยนสถานที่ ความจริงก็ไม่อยากทำหรอกนะ แต่คุณเอาแต่ครวญครางบอกว่าผมเซ็กซี่เหลือเกิน คุณต้องการผมแทบจะทนไม่ไหวแล้ว ถ้าผมไม่ทำ คุณจะไปหาผู้ชายอื่นแทน ด้วยหน้าที่และความรับผิดชอบของผม ผมก็เลย” ชายหนุ่มไหวไหล่ ทำให้ภัครดาอยากจะปาโทรศัพท์ใส่หน้าเขาอีกอย่างนัก

            เธอยกมันขึ้น เตรียมจะเขวี้ยงใส่สุดแรงแต่ภักดีคว้าเอาไว้ทันท่วงทีพร้อมกับเลิกคิ้วให้ด้วยท่าทางของผู้ชนะ

            “หน้าที่กับผีน่ะสิ” ภัครดาพูดเสียงลอดไรฟัน ทั้งโกรธทั้งอาย ไม่อยากเชื่อเลยว่าคนที่เก็บความบริสุทธิ์ทั้งร่างกายและริมฝีปากเอาไว้มาตลอดยี่สิบกว่าปีจะมาพลาดท่าเสียทีให้กับผู้ชายนิสัยแย่อย่างภักดีได้ง่ายๆ เช่นนี้

            ตอนเรียนที่ยุโรป ป้อมปราการการป้องกันตัวของเธอสูงชัน ไม่เคยมีผู้ชายคนไหนปีนฝ่าขึ้นมาได้ แต่ไม่ถึงเดือนที่ได้เจอกับภักดี เธอกลับ

            “อ้าว ผมก็ไม่รู้ว่าคุณยังเวอร์จิ้น” เขาพูดออกมาได้อย่างง่ายดาย จนช้อนที่คู่กับส้อมก่อนหน้านี้ถูกขว้างใส่อีกอย่างหนึ่ง แต่คราวนี้บอดีการ์ดเอนตัวหลบได้อย่างนุ่มนวล

            “ทำแบบนี้ไม่สงสารแม่บ้านบ้างเหรอ”

            “คนเลว!” เธอกรีดร้อง ทำท่าจะขว้างแก้วน้ำเข้าใส่อีกอย่าง แต่ครั้งนี้ภักดีคว้ามันเอาไว้ทันท่วงที

            “ถ้าคุณยังดื้อ ผมจะจัดการขั้นเด็ดขาด” เขาขู่ดูเอาจริงเอาจังจนภัครดาไม่กล้าดื้อใส่ เธอกัดปากแน่นและวางแก้วน้ำลงตามเดิมด้วยความรู้สึกปั่นป่วนในอก อยากจะเอามีดมาแหกอกซ้ายของเขาดู ว่าคนอย่างภักดี กราเซียนี มีหัวใจเหมือนคนอื่นหรือเปล่า

            “คนชั่ว คนเลว โจร” เมื่อทำร้ายร่างกายเขาอย่างใจคิดไม่ได้ ภัครดาก็ได้แต่พร่ำบ่นก่นด่า ค้อนตาคว่ำ ไม่เคยโกรธใครเท่าเขามาก่อนเลยในชีวิตนี้

            “เหรอ” ภักดีพูดเท่านั้นแล้วก็ไม่ว่าอะไรอีก เขาขยับเสื้อเชิ้ตให้เข้าที่ ปรายตามองจานอาหารของหญิงสาวที่พร่องลงไปจากนั้นก็พูดเสียงทุ้มต่ำ

            “กลับกันเถอะ ที่บ้านคุณคงเป็นห่วงกันแล้ว” ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนนิ่ง ท่าทางบอกชัดว่าจะไม่ยอมขยับตัวจนกว่าหญิงสาวจะลุก

         ” ภัครดากัดฟันแน่น แต่ก็ยอมลุกอย่างช่วยไม่ได้ อยู่กับเขามาหลายวันก็พอรู้จักนิสัยเอาจริงเอาจังจนดูเหมือนโรคจิตมาแล้วกับตัว

            “แล้วคุณพ่อคุณแม่” หญิงสาวเดินเซแทบจะพยุงตัวเองไม่ไหว คิดถึงแต่เรื่องของพ่อแม่เท่านั้น ถ้าหากพวกท่านทราบเรื่องนี้เข้าล่ะ

            “เรื่องนั้นไม่ต้องห่วง ผมแจ้งคุณผู้ชายตั้งแต่เมื่อคืนแล้วว่าคุณหนูเมามากไม่ยอมไปไหน เราเลยเปิดห้องที่โรงแรมค้างด้วยกัน” บอดีการ์ดรูปหล่อรายงานด้วยใบหน้านิ่งเฉย แต่หัวใจของคนฟังแทบจะหยุดเต้น

            “อะไรนะ!

            “แต่ผมไม่ได้จาระไนว่าเราทำอะไรกันบ้าง และท่านก็เข้าใจดีว่าคุณหนูมีนิสัยอย่างไร ท่านไม่ว่าอะไรครับ”

            ภัครดาทนไม่ไหว ยกเท้าเตะหน้าแข้งของเขาสุดแรง แต่ภักดีดูไม่สะเทือนเลยแม้แต่น้อย แต่สำหรับคนเกเรแล้วแทบจะทรุดลงกับพื้น เจ็บทั้งเท้าและขามากอย่าบอกใคร ร่างกายของเขาทำมาจากเหล็กไหลหรือ ถึงได้ไม่สะดุ้งสะเทือนอะไรเลยน่ะ

            “ไปกันได้หรือยังครับ”

            ” ภัครดาอยากจะร้องกรี๊ด ทำอะไรไม่ได้นอกจากเชิดหน้าขึ้น และเดินออกไปก่อนด้วยความหัวเสีย ในสมองคิดถึงแต่เรื่องที่จะไล่บอดีการ์ดหนุ่มสุดฮอตออกไปจากชีวิตให้ได้ ไม่อย่างนั้น ทุกอย่างคงได้ปังพังพินาศหมดสิ้นแน่

            คอยดูเถอะไอ้คนเลว ปล้ำผู้หญิงหน้าตาเฉยแล้วก็ไม่พูดอะไร แค้นนี้ต้องชำระแน่!

 

         โชคดีเหลือเกินที่ไม่มีใครอยู่บ้านเลย ชาติชาย ภารดี รวมถึงชัชวาลออกไปข้างนอกกันตั้งแต่เช้า ภัครดาเลยโล่งอกโล่งใจที่ไม่ต้องเผชิญหน้ากับครอบครัวหลังจากเกิดเรื่องร้ายแรงขึ้นกับตัวเอง รีบหลบขึ้นห้องนอนไม่คุยกับใครทั้งนั้น

            “เอ่อ คุณหนู” นางแช่มเรียกภัครดาตามหลัง แต่ว่าไม่ทัน คุณหนูตัวน้อยหายเข้าห้องนอนไปอย่างรวดเร็ว หล่อนจึงหันไปมองภักดีแทน

            “ไม่ต้องกังวลครับ คุณหนูของป้าแช่มปลอดภัยไร้รอยขีดข่วนครับ แล้วก็รับประทานอาหารเช้าเรียบร้อยแล้ว” ภักดีรู้อยู่แล้วว่าแช่มห่วงอะไร รีบรายงานด้วยน้ำเสียงทุ่มนุ่ม

            “ถ้าอย่างนั้นป้าก็วางใจ ต้องขอโทษแทนคุณหนูด้วยนะคะ คุณหนูแกไม่อยากไปไหน ที่ทำตัวเกเรแบบนี้ก็เพื่อจะประท้วงคุณผู้ชายนั่นแหละค่ะ” พูดจบแช่มก็ถอนหายใจ ถึงจะเรียนจบอายุบรรลุนิติภาวะแล้ว แต่ภัครดาก็ยังเป็นเด็กตัวน้อยที่เอาแต่ใจซ้ำยังรั้นขึ้นอีกทุกวัน ถ้าไม่มีภักดีก็ไม่รู้ว่าหล่อนจะกังวลมากกว่านี้หรือเปล่า

            “วันนี้คุณหนูคงไม่ไปไหนแล้ว ถ้ายังไงขอผมอาบน้ำแล้วพักผ่อนสักหน่อยนะคะ”

            “เชิญค่ะ ป้าก็ขอโทษด้วยที่รั้งตัวคุณไว้ ถ้าหิวหรือต้องการอะไรก็บอกป้าได้เลยนะคะ”

            “ครับ ขอบคุณ” ภักดียิ้มให้กับนางแช่ม ก่อนจะเดินขึ้นไปชั้นบนของคฤหาสน์อัศวโชติไปอย่างเงียบกริบ

            ด้านภัครดาก็ชกลมชกฟ้า ด่าทอสาปแช่งภักดีไม่หยุดปาก น้ำตาที่กักเก็บเอาไว้มานานไหลรินเมื่ออยู่คนเดียว เธอแค้นใจจนแทบจะกระอักเลือด ผู้ชายคนนั้นกล้าดียังไงถึงได้มารังแกคนเมาแถมยังไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลย ทั้งที่มันเป็นความบริสุทธิ์ของเธอแท้ๆ ทั้งโกรธทั้งเกลียด น้ำตาร้อนผ่าวไหลกลิ้งผ่านแก้มใสมากพอที่จะทำให้ใบหน้าแดงก่ำ

            ตอนที่กำลังอาละวาดบนเตียงด้วยความโกรธแค้น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น เธอตะโกนออกไปว่าไม่ต้องการพบใคร แต่คนที่มาเคาะก็ไม่หยุด สุดท้ายก็ต้องตรงไปกระชากประตูเตรียมจะด่าให้สาแก่ใจ แต่แล้วก็ต้องหุบปากฉับ เนื่องจากคนที่มาเคาะนั้นคือ

            “ภักดี” เธอคราง แล้วทำตาโตเมื่อชายหนุ่มแทรกร่างที่สูงใหญ่เข้ามาในห้องนอนส่วนตัวหน้าตาเฉย

            “เดี๋ยว! หยุดนะ คิดจะทำอะไรน่ะ”

            “ผมจะย้ายมาอยู่กับคุณห้องนี้” เขาบอกเสียงเรียบ พลางวางของลงที่โต๊ะเครื่องแป้งและโซฟาที่ปลายเตียง

            “อะไรนะ!” ภัครดาร้องวี้ดออกมา มองเขาเหมือนเห็นเป็นตัวประหลาด

            “หน้าที่ผมคือดูแลคุณตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง เราก็มีอะไรกันแล้ว หลังจากนี้คงไม่ต้องเกรงใจอะไรแล้วจริงไหมครับ” สายตาของภักดีกวาดมองร่างเล็กด้วยสายตาชนิดหนึ่ง ที่ทำให้ภัครดาต้องกอดอกเอาไว้แน่น ถลึงตามองอย่างโกรธแค้น ให้เขาเลิกทำตาหยาบคายจาบจ้วงแบบนี้เสียที

            “แล้วคุณพ่อ คุณแม่ยอมได้ยังไง” ภัครดาถามอย่างมึนงง ราวถูกค้อนเหล็กเหวี่ยงใส่หัวอย่างไรอย่างนั้น

            “คุณท่านยังไม่ทราบเรื่องนี้ครับ แต่ผมเหนื่อย และคิดว่าได้อยู่ใกล้ชิดกันแบบนี้ก็ดี ไม่ต้องห่วงว่าคุณจะแอบหนีไปไหนได้” ภักดีเบือนสายตาจากหน้าหวานแล้วเรียงเครื่องสำอางลงที่โต๊ะเครื่องแป้งตัวใหญ่ของนายสาวอย่างไม่เร่งรีบ บรรจงขยับหมุนมันให้อยู่ในองศาที่คุ้นเคย ดูเยือกเย็นเหมือนหลวงจีนกำลังรวบรวมกำลังลมปราณอยู่

            “ฉันจะฟ้องคุณพ่อ” หญิงสาวตบแก้มตัวเองเพื่อเรียกสติของตัวเอง เธอจะปล่อยให้เขากัดกินชีวิตความเป็นส่วนตัวของเธอไม่ได้ ไม่ได้อย่างเด็ดขาด!

            “ตามสบายครับ แล้วเรามาดูกัน ว่าใครจะชนะ” มุมปากหยักของชายหนุ่มยกยิ้มหวาน แต่สายตาไม่หวานด้วยเลยสักนิด

            “หมายความว่าไง” คนพูดถอนหลังมาก้าวหนึ่ง อยากจะร้องไห้เพราะฟีโรโมน[1]จากร่างกายของภักดีดูคละคลุ้งฟุ้งในอากาศ ไม่ได้ว่าตัวเองใจง่ายนะ แต่รู้สึกเหมือนจะท้องได้เลยแค่สบตากับเขา

            เอ๊ะ เดี๋ยวก่อน ท้องเหรอ

            “ถ้าคุณฟ้องคุณท่านก็ยินดีครับ ท่านจะได้รู้ว่าเมื่อคืนเราสองคนทำอะไรกัน” ชายหนุ่มยิ้มกว้างและเดินออกจากห้องนอนของหญิงสาวไปอีกรอบ

            ภัครดาก็อยากตกใจอยู่หรอกนะ แต่เรื่องที่น่าตกใจกว่าเรื่องที่ภักดีจะปูดว่าเธอนอนกับเขาที่โรงแรมเมื่อคืน ก็คือเรื่องท้องไม่ท้องนี่แหละ

            เชื่อเถอะ พ่อแม่เธอดูหลงใหลชื่นชมคุณบอดีการ์ดมากขนาดนี้ ถ้าความจริงถูกเปิดเผย พวกท่านก็คงเข้าใจว่าเธอหลงรักให้ท่าภักดีแน่ ไหนจะหลักฐานจากคลิปวิดีโอที่เขาถ่ายเอาไว้อีก เห็นแล้วอยากจะเป็นลม ไม่รู้ทำไมถึงจำอะไรไม่ได้สักอย่างเลย รู้ตัวอีกทีก็นอนบนเตียงแล้วนั่นแหละ แถมร่างกายยังร้าวระบมไปหมดอีกต่างหาก

            “ไม่ได้แล้ว ไม่ได้แล้ว” ริมฝีปากอิ่มบ่นงึนงำสมองคิดมากวุ่นวายไปสารพัดแทบจะระเบิด มองตัวเองในกระจกยังพอดูดีอยู่ เสื้อผ้ายังไม่ได้เปลี่ยนตั้งแต่กลับมาจากโรงแรม ออกไปข้างนอกทั้งอย่างนี้คงไม่เป็นไร

            “เอาวะ” เธอให้กำลังใจตัวเอง แล้วก็คว้ากระเป๋าถือเดินออกจากห้องนอนไปทันที

            เมื่อภักดีกลับมาเขาจึงไม่พบเธออยู่ในห้องแล้ว ชายหนุ่มเดินตามหาที่ห้องน้ำและระเบียงห้องนอนแต่ก็ยังไม่เจอตัว สงสัยว่าสาวเจ้าหายตัวไปไหนแล้วเลยตามหาตัวทันที ตามนิสัยของบอดีการ์ดที่ต้องคอยดูแลคุ้มกันภัยให้เจ้านาย

            ด้านภัครดาก็ลงไปถึงชั้นล่างและตรงไปยังลานจอดรถทันที คนขับรถเข้ามาถามทันทีเมื่อเห็นคุณหนูทำหน้าตาตื่นมองดูรถเหมือนจะเลือกแล้วขับออกจากบ้าน

            “คุณหนูจะไปไหนหรือครับ ให้ผมไปส่งไหมครับ” เขาถามอย่างสุภาพ ภัครดาหันไปมองด้วยความหนักใจ

            ถ้าบอกไปว่าจะออกไปข้างนอกคนเดียวก็คงเป็นเรื่องใหญ่แน่ แล้วก็หาทางหนีทีไล่ได้พอดี การมีภักดีมาเป็นบอดีการ์ดก็ก็มีข้อดีอยู่บ้างเหมือนกันล่ะนะ

            “ฉันจะออกไปข้างนอกนะ เลยมาดูรถหน่อย จะไปกับภักดีน่ะ ขอบคุณนะคะ” เธอบอกเสียงอ่อนหวาน คนขับรถก็ยิ้มให้ทันที

            “เลือกคันไหนดีครับ เดี๋ยวผมจะเอาไปจอดที่หน้าบ้านให้เอง”

            “เอาคันที่มันไม่ค่อยสะดุดตาน่ะ เอารถญี่ปุ่นธรรมดาๆ ก็ได้ค่ะ” เธอตอบ เรื่องอะไรจะใช้รถหรูราคาแพงล่ะ นอกจากจะเป็นที่สนใจแล้วยังน่ากลัวว่าจะขับไปชนโน่นนั่นนี่อีก ตอนอยู่อังกฤษก็แทบไม่ได้ขับรถเอง ส่วนมากจะไปไหนมาไหนด้วยรถสาธารณะเท่านั้น

            “ครับ เดี๋ยวผมจะนำไปจอดหน้าบ้านให้ครับ”

            “ไม่ต้องค่ะ เดี๋ยวขอขับเองเลย อยากลองขับเล่นๆ ตรงนี้ดู แล้วเปิดประตูรั้วเลยนะคะ” ภัครดาใช้ไม้ตายอ้อนได้อย่างน่ารัก คนขับรถก็ตกหลุมพรางอย่างง่ายดาย เปิดประตูสตาร์ทรถให้เสร็จสรรพ เท่านั้นแหละ หญิงสาวก็กระโดดขึ้นรถแล้วขับออกไปทันที

            ภักดีลงมาถึงข้างล่างแต่ก็ไม่ทัน เนื่องจากนายสาวขับรถหายออกไปจากเขตรั้วบ้านเสียแล้ว

            “ยัยคุณหนูรดา งานนี้มีตายไปข้างหนึ่งแน่” ชายหนุ่มเท้าเอว มองไฟท้ายรถที่แล่นหายลับสายตาไปด้วยความแค้น กล้าดียังไงมาลูบคมภักดีคนนี้ เดี๋ยวจะได้รู้กันว่าเรื่องจะจบยังไง

 

            เพราะขับรถไม่คล่องและไม่คุ้นกับถนนทำให้ภัครดาเหงื่อแตกพลั่กเหมือนอบซาวนาก็ไม่ปาน กว่าจะหาที่จอดรถแล้วลงมาจากรถได้ก็แข้งขาสั่นไปหมด ไม่ใช่แค่ตื่นถนนเท่านั้น แต่เพราะซาตานโทรเข้ามือถืออย่างบ้าคลั่งเลยทำให้หลอนอย่างบอกไม่ถูก อาศัยความใจกล้าบ้าบิ่นแท้ๆ ถึงขับรถหนีออกมาจากบ้านได้โดยไม่รู้ตัว

            “ขากลับเอาไงดีวะเรา” เธอยกมือทาบหน้าอก คิดว่าให้ภักดีหรือคนขับรถที่บ้านออกมารับน่าจะดีกว่า ถึงตอนนั้นแล้วเธอคงซื้อยาคุมฉุกเฉินเรียบร้อยแล้ว

            และนี่ก็คือเหตุผลที่ทำให้หนีออกจากบ้านเหมือนถูกโจรไล่ล่าก็ไม่ปาน จะให้เด็กในบ้านไปซื้อให้คงได้กลายเป็นเรื่องใหญ่ไฟลุกท่วมแน่ เก็บเอาไว้เป็นความลับน่าจะปลอดภัยที่สุดแล้ว แต่เหนืออื่นใด คือเธอต้องซื้อมันให้ได้ก่อน แล้วค่อยโทรกลับบ้านให้คนมารับ

            “ไอ้คนเลว” ภัครดาหน้าแดง น้ำตาทำท่าจะหล่นเผาะลงมาอีกครั้งเมื่อคิดถึงเรื่องราวเลวร้ายที่เกิดขึ้น

            ผู้ชายอย่างภักดีนี่ยังไงนะ ทำไมถึงได้ทำร้ายผู้หญิงตัวเล็กๆ แบบเธอได้ลงคอ เธอไม่ใช่ผู้หญิงใจง่ายซะหน่อย เว้นก็ตอนเมาที่รุ่มร่ามกลายเป็นนางเมรีขี้เมาไปเสียได้ แต่เขาก็น่าจะเข้าใจว่าคนเมาก็คือคนเมา จะเอาอะไรจริงจังเล่า

            ที่สำคัญจำไม่ได้เลยว่าเขาป้องกันตัวเองหรือเปล่า เธอถึงได้แล่นออกจากบ้านอย่างบุ่มบ่ามเพื่อซื้อยาคุมฉุกเฉิน เพราะถ้าท้องขึ้นมาคงเป็นเรื่องอื้อฉาวคาวโลกีย์ให้นักข่าวลากไส้ออกมาละเลงไข่จนทำให้ครอบครัวอัศวโชติต้องเสื่อมเสีย ภัครดายอมรับว่าตัวเองมองโลกในแง่ร้าย แต่จะให้โลกสวยเหมือนเดินในทุ่งดอกไม้มันก็ไม่ได้ ยิ่งในสังคมทุกวันนี้มันปากว่าตาขยิบด้วยกันทั้งนั้น ไว้ใจใครมากก็ไม่ได้ ยังไงจะไม่ยอมให้ครอบครัวต้องหม่นหมองเพราะความเหลวไหลของตัวเองแน่

            เพราะไม่รู้ว่าภักดีจะใช้ถุงยางอนามัยหรือเปล่า แต่ภัครดาก็ไม่อยากจะเสี่ยง จึงตัดสินใจเข้าร้านขายยาทันที

            “รับอะไรดีคะ” เภสัชกรสาวยิ้มหวานให้กับลูกค้า ภัครดาก็ประหม่าจนแข้งขาสั่น ลืมจะพกเอาแว่นกันแดดมาพรางหน้าตาตัวเอง แต่อย่างไรเสียก็คงไม่มีใครรู้จักอยู่แล้ว ถ้าเป็นชัชวาลก็ว่าไปอย่าง เพราะพี่ชายที่แสนน่ารักคนนั้นออกงานช่วยงานของชาติชายอยู่บ่อยๆ แต่เธอเหมือนไร้ตัวตน มีคนใกล้ชิดของชาติชายรู้เพียงแค่ว่าไปเรียนต่อต่างประเทศเท่านั้น ซึ่งเธอเองก็พอใจที่เป็นแบบนี้ ไม่อยากถูกสายตาของใครต่อใครจับจ้อง อยากเป็นเพียงแค่คนธรรมดาเท่านั้น

            เมื่อคิดแบบนี้แล้วภัครดาก็สบายใจขึ้น เธอสูดหายใจเข้าปอดเพื่อรวบรวมความกล้าของตัวเอง

            “เอ่อ เอาถุงยาง เอ๊ย ไม่ใช่ค่ะ” ภัครดาแทบสำลักลิ้นตัวเอง อยากจะร้องไห้ตอนที่เภสัชกรมองมาด้วยความสงสัยแกมขบขัน ต้องหยิกแขนเพื่อดึงสติกลับคืนมา

            “คือ คือ ขอ ขอยาคุมฉุกเฉินค่ะ” หญิงสาวหน้าแดงก่ำ รู้สึกเหมือนจะตายเพราะความอายให้ได้

            “ยาคุมฉุกเฉิน รู้ใช่ไหมคะว่าต้องใช้ยังไงและมันมีความเสี่ยงในการใช้ด้วยนะคะ” เภสัชกรเอ่ยถาม ภัครดาก็พยักหน้าหงึกหงักคางแทบจรดหน้าอกไม่กล้าเงยหน้าสู้

            “ไม่รับครับ ขอที่ตรวจครรภ์แทนก็แล้วกันครับ”

            ภัครดาเย็นวาบไปถึงกลางหลัง ไม่อยากเชื่อเลยว่าภักดีจะตามมาทันอย่างรวดเร็วได้แบบนี้ และคำพูดของเขาก็ทำให้เธอแทบจะร้องไห้โฮออกมาด้วยความอับอายด้วย

            “เอ่อ” เภสัชกรมองสองหนุ่มสาวสลับกันไปมา เธอไม่รู้ว่าจะฟังคำพูดของใครดี

            “เอายาคุมฉุกเฉินค่ะ” ภัครดาได้สติจากเสียงของเภสัชกรก่อนหน้านี้ ยืนยันคำพูดเดิมของตัวเองอย่างหนักแน่น

            “นี่จะทำบาปเหรอ” ภักดีคว้าแขนของเธอไปจับและบีบแรงๆ จนหญิงสาวต้องนิ่วหน้า

            “บาป ฉันทำบาปอะไร” หญิงสาวถามเสียงสั่น เขาต่างหากไม่ใช่หรือที่เป็นคนบาปน่ะ

            “ผมเป็นคาทอลิก[2]นะ น่าจะรู้ว่าผมไม่คุมกำเนิด” เขาพูดเสียงดังฟังชัด ภัครดาก็อยากจะฆ่าตัวตายเหลือเกิน พูดออกมาซะขนาดนี้ ก็เอาป้ายมาแขวนคอเธอเสียเลยสิ ว่าเมื่อคืนเกิดเรื่องอะไรขึ้นบ้าง น้ำตาใสๆ เอ่อคลอหน่วยตา แต่ชายหนุ่มก็ยังดูเลือดเย็นไม่เปลี่ยน

            “ขอแค่ที่ตรวจการตั้งครรภ์ครับ ขอบคุณ” ภักดีบอกเสียงนิ่งและเน้นหนักเป็นพิเศษ เภชัสกรสาวหน้าแดงน้อยๆ แล้วก็รับคำเขาทันที

            “ค่ะๆ ได้ค่ะ

            ส่วนภัครดานั้นอยากจะกลายขุดหลุมสักที่แล้วฝังตัวเองในนั้นไม่ออกมาพบเจอใครอีก ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าภักดีจะร้ายกาจกับเธอได้มากขนาดนี้ พูดออกมาได้ยังไงว่าไม่คุมกำเนิดแล้วอยากได้แค่ยาคุมฉุกเฉิน ทำแบบไม่ต่างจากเอาไม้หน้าสามมาฟาดหน้ากลางสี่แยกเลย คนเลว คนชั่ว คน

            “ขอบคุณ

            เมื่อได้ของที่ต้องการแล้วภักดีก็วางเงินลงที่เคาน์เตอร์ก่อนจะดึงตัวนายสาวออกมาโดยไม่รอรับเงินทอน ภัครดาเองก็ไม่อยากจะได้อายในร้านขายยาอีกแล้วจึงเดินออกมาอย่างอ่อนระโหยโรยแรง

            “ผมให้คนขับรถกลับไปแล้ว ตอนที่คุณออกมาจากบ้านผมให้คนขับรถอีกคันตามคุณออกมา” เขาอธิบายเสียงเนิบ ภัครดาจึงเผลอตัวถอนหายใจให้เขาเห็น นึกว่าจะความแตกเสียแล้ว ถ้าเป็นแบบนั้นจริงได้ฆ่าตัวตายเพื่อล้างอายแน่

            “ทำไมถึงทำแบบนี้” ภักดีถามเสียงเข้มขึ้น มองดูคนตัวเล็กที่เช็ดน้ำตาและเงยหน้าขึ้นมองอย่างงุนงง

            เขาถึงกับสบถกับตัวเองในใจ ว่าใจเต้นผิดจังหวะกับผู้หญิงที่ดูเหมือนเด็กแบบนี้ได้อย่างไรกัน ทั้งที่เมื่อก่อนคู่ควงมักจะเป็นสาวสวยสูงเซ็กซี่มีความเป็นอิสตรีอย่างเต็มเปี่ยม แล้วมาดูภัครดาคนนี้สิ เหมือนกับเด็กตัวเล็กๆ ที่เพิ่งจะแตกเนื้อสาว มุทะลุบุ่มบ่ามซ้ำยังเอาแต่ใจอย่างร้ายกาจอีกต่างหาก ไม่ว่าอย่างไรก็แตกต่างจากความชอบของตัวเองลิบลับ เลยได้แต่สงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเองกันแน่

            “ทำแบบนี้ ทำอะไร” ท่าทางของภัครดาไม่ได้บอกว่าแกล้งถาม แต่เธอดูไม่เข้าใจอะไรเลยแม้แต่เรื่องเดียว

            “ก็หนีออกจากบ้าน แถมยังมาซื้อยาคุมฉุกเฉินอีก ไม่รู้เหรอว่ามันอันตราย” ภักดีเอ็ด

            จริงอยู่ว่ายาคุมฉุกเฉินคงไม่มีอันตรายร้ายแรงเท่าไหร่ ถ้าใช้มันอย่างถูกต้องภายใต้การแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร แต่มันก็เป็นฮอร์โมนชนิดเข้มข้นสูงกว่าระดับยาคุมกำเนิดทั่วไปหลายเท่าตัว ซึ่งร่างกายของผู้หญิงแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน ระดับฮอร์โมนก็ไม่เท่ากัน แล้วถ้าหากว่าร่างกายของภัครดาไม่แข็งแรงเท่ากับคนปกติทั่วไปเล่า เขาจะไม่รู้สึกผิดบาปไปชั่วชีวิตหรือที่ทำให้เธอต้องมีสุขภาพย่ำแย่ และอาจจะไม่สามารถตั้งครรภ์ได้อีกเลย

            “ก็ หญิงสาวเม้มปาก น้ำตาทำท่าจะไหลลงมาอีกแล้ว แต่ไม่อยากทำตัวอ่อนแอ กลัวเขาจะหาว่าเรียกร้องความสนใจจึงใช้หลังมือเช็ดมันออกเงียบๆ ด้วยท่าทางแสนงอน

            “แล้ว แล้วถ้าฉันท้องล่ะ” ภัครดากัดฟันพูด น้ำตาหล่นเผาะด้วยความกลัว

            ชีวิตเธอเพิ่งจะเริ่มต้นเองนะ เพิ่งเรียนจบ ยังมีอะไรอีกมากที่อยากจะทำ อยากจะเที่ยว อยากจะสนุกกับครอบครัว อยากมีเพื่อนได้สังสรรค์เฮฮา แต่กลับต้องมาอุ้มท้องเก้าเดือน ทำให้พ่อแม่พี่ชายต้องผิดหวังเสียใจ ต้องเกลียดตัวเองที่ไม่ดูแลปกป้องตัวเองได้ ทุกอย่างมันคงเปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิม

            “แล้วไง

            ความเศร้าเสียใจของภัครดาหายไปในพริบตาเหมือนถูกลมพัด เมื่อคำสองคำ แล้วไง ของภักดีย้อนถามกลับมา เหลือแค่ความโกรธที่ทำให้ลืมตัว ระดมทุบตีเตะต่อยร่างสูงใหญ่ตรงหน้าเป็นพัลวัน

            “รดา” ภักดีไม่ปัดป้อง แค่ขยับใบหน้าเล็กน้อยเพื่อหลบจากหมัดเล็กๆ นุ่มๆ ของสาวเจ้า แต่เขาก็อายที่ต้องตกเป็นเป้าสายตาของคนอื่น จึงเอ่ยเตือนเธอเสียงเรียบ แต่สาวน้อยที่กำลังหน้ามืดเพราะความโกรธไม่ฟัง ทุบร่างแกร่งจนเจ็บมือ สุดท้ายก็เหนื่อยหอบซวนเซเหมือนจะล้ม

            มือหนาของภักดีรวบศอกทั้งสองข้างของเธอเอาไว้ได้อย่างง่ายดายและนุ่มนวล ได้ยินเสียงกระซิบกระซาบจากคนที่มุงดูเหตุการณ์อยู่รอบข้าง ถึงจะดูน่ากลัวที่มาทะเลาะทุบตีกันกลางสาธารณะแบบนี้ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าสองหนุ่มสาวเหมาะสมกันราวกับกิ่งทองใบหยก

            “อยากจะทุบอยากจะตี รอกลับห้องนอนก่อนไหม” เขาว่า และทำให้ภัครดาเลือดขึ้นหน้าจนใบหน้าหวานแดงก่ำอย่างน่ากลัว

            “ไอ้คน” ภัครดาเตรียมจะร้องกรี๊ด แต่ฝ่ามือของชายหนุ่มตะปบริมฝีปากอ่อนนุ่มของสาวเจ้าเอาไว้ทันท่วงที

            “ถ้าร้องกรี๊ดจะจูบมันตรงนี้แหละ” เสียงทุ้มหนักขู่เอาไว้ ภัครดาก็ได้แต่เหลือกตามองเขาอย่างอาฆาตแค้น

            “จะปล่อยแล้วนะ แล้วก็ไม่ใช่แค่ขู่ด้วย กรี๊ดออกมาจะจูบให้ จะใช้ลิ้นด้วย”

            ภัครดาร้องกรี๊ดสะอึกสะอื้นในอก ทำไมผู้ชายคนนี้ถึงได้หยาบช้าสารเลวได้ขนาดนี้ แบบนี้มันคุกคามทางเพศชัดๆ แล้วบิดามารดาก็ไม่ระแคะระคายใจบ้างเลยว่าภักดีคนหล่อคนดีนักหนาจะกลายเป็นคนชั่วที่ปลุกปล้ำผู้หญิงหน้าด้านๆ

            “กลับกันได้แล้ว ไปตีกันต่อที่บ้าน” ชายหนุ่มถอนหายใจพลางปล่อยปากของหญิงสาวเป็นอิสระ ภัครดาทำท่าจะงับฟันคมๆ ลงกับมือของเขาเพื่อระบายแค้น แต่ภักดีก็รู้ทันทุกอย่าง

            “ลองกัดดูสิ ผมกัดคืนบ้างอย่าว่ากันนะ”

            สุดท้ายภัครดาก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากกระทืบเท้าเร่าๆ กับที่ด้วยความคับแค้นแน่นอก อยากชักดิ้นชักงอตายให้ได้ มองดูภักดีที่เปิดประตูรถให้ก็จนตรอก ไม่สามารถทำอะไรได้เลยนอกจากกัดปากกลั้นน้ำตาเอาไว้สุดกำลัง

            “เชิญ” ภักดีพยักพเยิดหน้าให้ขึ้นรถ ภัครดาก็ไม่มีทางเลือก หนำซ้ำยังถูกจ้องอีกต่างหาก ด้วยความอายจึงจำยอมขึ้นรถ แถมเขายังให้นั่งด้านหน้าที่นั่งข้างคนขับด้วยซะอีก เธอเป็นเจ้านายไม่ใช่หรือ ทำไมถึงไม่ได้นั่งเบาะหลังเล่า เกลียดเขาจริงๆ เลย ให้ตายสิ

            ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่ภัครดาคนเดียวที่โกรธ ภักดีก็หงุดหงิดเอาเรื่อง เขาเปิดปิดประตูรถอย่างกระแทกกระทั้น ใบหน้าหล่อเหลาเรียบตึงราวกับแผ่นเหล็ก ท่าทางเย็นชาอันตรายของเขาทำให้หญิงสาวไม่กล้าดื้อดึงใส่ เงียบกริบราวกับคนละคนที่อาละวาดก่อนหน้านี้

            ยิ่งตอนที่เขาโน้มตัวมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะสัมผัสได้ ช่วยคาดเข็มขัดนิรภัยให้ หัวใจดวงน้อยก็แทบจะระเบิด ไม่รู้ทำไมเวลาภักดีโกรธแล้วดูเซ็กซี่อย่างร้ายกาจ สายตาพร่าเบลอไปหมด

            “อะไรวะ” เสียงสบถของภักดีทำให้ภัครดาสะดุ้งสุดตัวหลังจากที่เขาเริ่มต้นขับรถออกมาอย่างช้าๆ ระมัดระวัง

            “อะไรของมันวะ มากดไฟสูงบีบแตรทำไมวะ รีบไปที่ไหนกัน” เขายังสบถไม่เลิก แวบหนึ่งที่ภัครดาอดคิดไม่ได้ว่าเขาด่าตัวเองหรือเปล่า เพราะด่าตรงๆ ไม่ได้ เลยอาศัยด่าลมด่าแล้งมากระทบตัวเธอน่ะ

            “ไอ้พวกนี้อยากชนรึไงวะ”

            ภัครดาเริ่มรู้สึกว่ามันไม่ค่อยเข้าท่าสักเท่าไหร่ อีกอย่างหนึ่ง มันชักจะมีอะไรแปลกๆ เกิดขึ้นซะแล้วสิ

            “ภักดี” เธอเรียกเขาเสียงสั่น มือจิกเบาะรถเอาไว้แน่น

            “อะไร” ชายหนุ่มถามเสียงห้วน อารมณ์เสียที่มีรถบีบแตรใส่หลายคันไม่หยุด

            “เมืองไทยขับรถชิดซ้าย ไม่ได้ชิดขวาเหมือนอิตาลีนะอย่าพาฉันไปตายนะ ฉันกลัว

 

         ภักดีก็ไม่รู้ว่าตัวเองจะขำกับสถานการณ์นี้ดีหรือเปล่า เขาไม่อยากเชื่อเลยด้วยซ้ำว่าตัวเองจะลืมไปว่าเมืองไทยและอังกฤษนั้นขับรถคนละฝั่งกับทางอเมริกาและอิตาลีบ้านเกิดของตนเอง อยากจะหัวเราะแต่ก็พยายามปั้นหน้าขึงขังเข้าไว้ เพื่อไม่ให้ภัครดาได้ใจ ก่อเรื่องซุกซนแบบนี้อีก

            แต่ก็น่าแปลกใจตรงที่ตัวเองอารมณ์เสียหงุดหงิดง่ายตั้งแต่ที่ได้รู้จักกับภัครดาคนนี้ ซึ่งก็ไม่รู้เลยว่าทำไมเธอคนนี้ถึงได้ดึงอารมณ์ด้านมืดออกมาได้ง่ายดายขนาดนี้

            “ถ้าหนีออกจากบ้านอีก ผมจะบอกทุกคนว่ามันเกิดอะไรขึ้น และคุณขับรถออกจากบ้านมาทำไม” ชายหนุ่มบอกเสียงเรียบเมื่อขับรถกลับมาถึงบ้านอัศวโชติได้อย่างปลอดภัยแล้ว

            ภัครดาแสนจะหงุดหงิดใจ แต่เธอก็เลือกที่จะเงียบไม่ตอบโต้ใดๆ ทั้งนั้น

            “ผมพูดจริงนะคุณหนูรดา” ภักดีเตือน และแอบถอนหายใจอย่างโล่งอก เพราะตนเองก็ไม่เชี่ยวชาญถนนหนทางในเมืองไทย อาศัยเปิดแผนที่ GPS จากโทรศัพท์มือถือ สิ่งที่น่าห่วงที่สุดก็คือการขับรถพวงมาลัยขวาและต้องขับรถชิดกับเลนซ้าย กว่าจะชินก็ใช้เวลาอยู่พักหนึ่ง ถึงว่าสิ มีแต่คนเปิดไฟสูงและบีบแตรใส่จนหัวเสีย

            “คุณหนูรดา” ชายหนุ่มกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ภัครดาไม่สนใจจะฟัง เธอลงจากรถด้วยอาการกระแทกกระทั้นไม่เหลียวมองชายหนุ่มเลยแม้แต่แวบเดียว

            ภักดีได้แต่โคลงศีรษะตามหลังอย่างระอาใจ เขาลงจากรถแล้วส่งกุญแจรถให้กับคนขับรถที่หน้าซีดเซียว คงจะห่วงที่คุณหนูภัครดาขับรถออกจากบ้านไปแบบนั้น ถ้าเกิดอันตรายขึ้นกับเธอ คงจะเป็นเรื่องลำบากสำหรับคนทั้งบ้านแน่

            “ไม่ต้องห่วงครับ เธอปลอดภัย” ภักดีบอกกับคนขับรถ อีกฝ่ายก็มีสีหน้าดีขึ้นในทันที บอดีการ์ดหนุ่มส่งยิ้มให้บางๆ ก่อนจะเดินเข้าบ้าน

            เมื่อเดินไปถึงห้องโถงใหญ่ของคฤหาสน์ ก็ได้เห็นว่าภัครดายืนก้มหน้ากุมมือแน่นเหมือนจะร้องไห้อยู่ด้วย เนื่องจากกำลังถูกตำหนิอย่างรุนแรงจากชาติชายและภารดีซึ่งกลับมาถึงบ้านก่อนหน้านี้ ได้รู้เหตุการณ์ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ก็กำลังจะออกไปทำธุระข้างนอกอีก

            “รู้ไหมว่าพ่อกับแม่เป็นห่วง ทำไมเราถึงทำแบบนี้ จะออกไปไหนมาไหนทำไมไม่รอภักดี” ภารดีต่อว่าอย่างไม่ใจอ่อน ขืนยังตามใจกันผิดๆ แล้วภัครดาเป็นอะไรขึ้นมา คนที่จะเสียใจที่สุดก็คือตัวหล่อนนี่เอง

            “แล้วถ้าเกิดอุบัติเหตุ ไปขับรถชนใครขึ้นมาจะว่ายังไง เราเพิ่งกลับมาถึง ขับรถเป็นหรือเปล่าพ่อกับแม่ยังไม่รู้ แล้วไหนจะใบขับขี่อีก ถ้าเรื่องถึงตำรวจ พ่อกับแม่จะเอาหน้าไปไว้ไหน”

            “นี่คุณแม่ห่วงแค่หน้าตาของคุณพ่อคุณแม่เท่านั้นเองเหรอคะ” ภัครดาเงยหน้าขึ้นมองภารดีทั้งน้ำตา เธอรู้ดีว่ามารดาไม่ได้ตั้งใจจะพูดแบบนั้น แต่ความน้อยใจมันมีมากซะจนอารมณ์อยู่เหนือเหตุผลทุกอย่าง น้ำตาคลอจนมองอะไรไม่ชัด

            “ใช่!” ภารดีพูดเสียงดังฟังชัด จนภัครดางันไป

            “คุณ ชาติชายพูดเบาๆ กับภรรยา เพราะภารดีพูดแรงเกินไปจนใบหน้าของลูกสาวขาวซีดราวกับกระดาษ

            “คุณจะมัวตามใจลูกอย่างเดียวไม่ได้นะคะ มีอย่างที่ไหน ขับรถหนีออกจากบ้านไปแบบนั้น แล้วถ้าไปชนคนตายขึ้นมาจะว่ายังไง เราไม่ได้เป็นอะไรหรอกนะคะ แต่คนที่จะหมดอนาคตน่ะก็คือรดาเอง” ภารดีใจหายนัก ตอนที่กลับมาถึงบ้านและได้ยินเรื่องจากแช่มว่าภัครดาขับรถออกจากบ้านไปด้วยตัวเอง แถมยังขับเร็วไม่มีใครตามไปด้วยก็ตกใจ คิดแง่ร้ายไปสารพัด โชคดีที่ภัครดากลับมาได้อย่างปลอดภัยก่อนที่จะแจ้งความเพื่อตามหาตัว

            “คุณแม่” ภัครดาตาแดงก่ำ มองหน้าบิดามารดาแล้วก็เดินหนีขึ้นห้องนอนไปไม่พูดอะไรอีกเลย

            ภารดีถอนหายใจพลางเช็ดน้ำตา หมดแรงจนต้องนั่งลงกับโซฟาโดยมีชาติชายประคองให้นั่งด้วยความเป็นห่วง

            “คุณผู้หญิง ไม่เป็นอะไรนะคะ” แช่มที่ยกถาดเครื่องดื่มมาเห็นเข้าก็ตกใจ ส่งเสียงเรียกสาวใช้ในบ้านให้หายาดมมาให้วุ่นวายไปหมด

            “เปล่าจ้ะแช่ม แค่หน้ามืดเฉยๆ ตอนนี้ดีขึ้นแล้วล่ะ”

            “คุณผู้หญิง เป็นอะไรมากรึเปล่าครับ” ภักดีสบโอกาสเดินเข้าไปใกล้ พร้อมทำหน้าเสียใจ

            “ผมไม่ทันระวังเองครับ คุณหนูเลยขับรถออกไปแบบนั้น” เขาพูด รู้สึกผิดอย่างมาก การดูแลภัครดาเป็นหน้าที่ในความดูแลของตนเอง แต่กลับเผอเรอปล่อยให้หญิงสาวคลาดสายตาไปแบบนั้น

            แถมเธอก็ยังขับรถไม่ค่อยคล่อง โชคดีเหลือเกินที่ไม่เกิดอุบัติเหตุเข้า ถ้าเป็นแบบนั้นเขาเองก็คงจะไม่ยกโทษให้ตัวเองแน่

            “ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ แม่รู้จักนิสัยของลูกสาวคนนี้ดี ภักดีน่ะทำหน้าที่เต็มความสามารถอยู่แล้ว” ภารดีส่งยิ้มให้กับชายหนุ่ม หล่อนรู้จักกับจันทร์เจ้ามารดาของภักดีมาหลายปีแล้ว ได้พูดคุยทำความรู้จักกับทางบ้านกราเซียนีและสนิทสนมกันดี จึงขอร้องกับวิลเลียมให้ส่งคนมาคอยดูแลความปลอดภัยให้กับภัครดา เพราะมั่นใจว่าทางกราเซียนีทำงานได้เรียบร้อยหมดจด อีกทั้งไม่อยากให้คนนอกเข้ามาวุ่นวายกับลูกสาวด้วย

            วิลเลียมและจันทร์เจ้ามีลูกสองคนนั่นคือ จงรัก กับ ภักดี

            ตอนแรกภารดีก็เข้าใจว่าจงรักอาจจะมาเป็นบอดีการ์ดให้กับภัครดาเนื่องจากเป็นผู้หญิงเหมือนกัน และจงรักนั้นก็เก่งกาจการต่อสู้และศิลปะการป้องกันตัวหลายรูปแบบ แต่ก็พอใจมากที่ภักดีกลายมาเป็นคนคุ้มกันของลูกสาวแทน

            อย่างไรก็ตาม ในความรู้สึกของภารดี ผู้ชายยังไงก็ต้องเข้มแข็งแข็งแกร่งมากกว่าผู้หญิงอยู่แล้ว ภัครดาร้ายกาจเอาแต่ใจมากแค่ไหนหล่อนก็รู้เรื่องนี้เป็นอย่างดี เชื่อว่าภักดีต้องดูแลคุ้มครองลูกสาวได้ดีที่สุดอย่างแน่นอน

            “แม่กับพ่อจะต้องออกไปทำธุระข้างนอกแล้ว ยังไงก็ฝากรดาด้วยนะ ห้ามไม่ให้รดาออกไปไหนนะลูก” ภารดีแทนตัวเองว่าแม่ และเรียกภักดีว่าลูกทุกคำ ส่วนหนึ่งเพราะรู้จักกับจันทร์เจ้ามาก่อน แต่อีกส่วนหนึ่งก็รักและถูกชะตากับภักดีจริงๆ

            “คุณถ้ายังกักบริเวณยัยหนูอีก คงได้มีเรื่องแน่ คราวนี้จะไม่ใช่แค่ขับรถออกจากบ้าน อาจจะหนีออกจากบ้านเลยก็ได้นะ” ชาติชายบอกกับภรรยา พลางรับยาดมจากสาวใช้ที่นำมาให้พอดี ก่อนจะจ่อมันใกล้ๆ กับจมูกของภารดี

            “คราวนี้แหละได้ป่วนของจริงแน่

            “ผมจะคอยดูแลคุณหนูเองครับ ไม่ต้องห่วง” ภักดีรับคำอย่างหนักแน่น มีตัวอย่างเกิดขึ้นเมื่อครู่ใหญ่ๆ นี้แล้ว รับรองได้ว่าจะไม่มีครั้งต่อไปอีกแน่นอน

            “ถ้าอย่างนั้นแม่ฝากด้วยนะลูก

            “ครับ

            หลังจากพูดคุยกับชาติชายและภารดีได้ครู่หนึ่ง ภักดีก็พาตัวเองขึ้นไปชั้นบนของบ้านอย่างไม่เร่งรีบ เขาลองหมุนลูกบิดประตูก่อนจะพบว่ามันล็อกเอาไว้ แต่นั่นไม่ใช่ปัญหา หยิบเอากุญแจซึ่งทำเป็นจี้คล้องกับสร้อยห้อยคอเอาไว้มาไขประตูพลางหมุนลูกบิดอีกครั้ง

            คนที่นอนซบหน้ากับหมอนร้องไห้อยู่ก็ทะลึ่งตัวลุกขึ้น สองมือรีบเช็ดน้ำตาบนแก้มเป็นพัลวัน ปากอิ่มขยับทำท่าจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็เปลี่ยนใจเม้มปากแล้วล้มตัวลงนอนอีกครั้ง แล้วหันหลังให้กับคนที่เพิ่งเปิดประตูเข้ามา

            ใจจริงภัครดาอยากจะต่อว่าเขา และไม่อยากให้เขามาอยู่ในห้องเดียวกันแบบนี้เลย แต่จะทำอย่างไรได้ คนอย่างภักดีฟังใครที่ไหน มีแต่คนบอกว่าเธอดื้อรั้นเอาแต่ใจ แท้จริงแล้วคนที่ขั้นกว่าคือภักดี วิลสัน กราเซียนี ต่างหาก ถึงกับหอบข้าวของมาอยู่ด้วยกันแบบนี้ คนในบ้านรู้คงได้เป็นลมกันแถบๆ

            ภักดีไม่ได้พูดอะไรทั้งนั้น ทั้งนิ่งทั้งเงียบ และตั้งหน้าตั้งตาจัดข้าวของของเขาคนเดียว ภัครดาแอบเหล่มองแล้วก็ต้องพ่นลมหายใจอย่างหงุดหงิด ใจคอเขาจะมาปักหลักอยู่ห้องเดียวกันเลยหรือ แล้วกลางคืนเล่า เขาจะทำมิดีมิร้ายเธอหรือเปล่า

            พอคิดแบบนั้นเธอก็ลุกขึ้น ดึงผ้าห่มมาคลุมถึงปลายคาง ใช้สายตาแข็งกร้าวมองเขาด้วยความหงุดหงิดใจ

            “มีอะไรครับ” ภักดีหันไปมองโดยที่ภัครดาไม่ทันตั้งตัว สาวน้อยสะดุ้งเฮือก ไม่คิดว่าเขาจะรู้สึกตัวด้วย

            คงจะจริงอย่างที่ทุกคนว่า ผู้ชายคนนี้ทั้งร้ายกาจ เก่งฉกาจรอบด้าน ทักษะการต่อสู้ทั้งประชิดตัวทั้งการใช้อาวุธอยู่ในชั้นเลิศ แต่มันน่าตกใจตรงที่แค่มองเขาจากทางด้านหลัง ภักดีคนเก่งก็รู้ตัวด้วย นี่มีตาทิพย์เหมือนนางเทวสี่ตาหรือไงก็ไม่รู้

            “ฉันว่าคุณออกจากห้องฉันไปดีกว่านะ” ภัครดาบอกเสียงเรียบ เผลอมองไปทางประตูหลายต่อหลายครั้ง กลัวว่านางแช่มหรือสาวใช้คนอื่นจะมาเคาะประตูเรียก ลองมาจ๊ะเอ๋กับภักดีสิ งานนี้มีแต่ตายกับตายแน่

            “ทำไม” ชายหนุ่มย้อนถามเสียงเรียบ ท่าทางเรียบเฉยไม่แสดงอารมณ์พาให้คนมองอารมณ์ขึ้น

            “ถามแปลกนะคะ ถ้าคุณพ่อคุณแม่มาเห็นเข้าล่ะ ฉันจะทำยังไง”

            “ผมล็อกประตูทุกครั้งครับ รับรองไม่มีปัญหา คุณก็อย่าลืมล็อกด้วยล่ะครับ” เขาบอกมาแบบนั้น คนฟังถึงกับลมจับอยากจะเป็นลมให้ได้

            “นี่เหรอวิธีการแก้ปัญหาของคุณน่ะ!

            “หรือจะให้ผมบอกกับคุณท่านว่าเราสองคนมีอะไรกันแล้ว แบบนั้นผมถึงจะนอนห้องเดียวกับคุณได้

         ” ภัครดาแทบจะร้องกรี๊ด เธอล้มตัวลงกับเตียง ดึงผ้าห่มมาคลุมร่างแล้วร้องไห้เงียบๆ ด้วยความเจ็บใจ

            คอยดูนะ เธอจะไม่ยอมเด็ดขาด คอยดูสิ

         เรื่องนี้ต้องมีคนรับผิดชอบที่ทำให้เธอต้องเป็นแบบนี้

 

            ภัครดานั่งกินข้าวอย่างเหงาหงอย เพราะบนโต๊ะอาหารมีแค่เธอกับภักดีสองคนเท่านั้น บิดามารดาและพี่ชายต้องออกไปงานการกุศลอะไรสักอย่างที่เธอไม่ได้รับอนุญาตให้ไปร่วมด้วย กลับมาจากเมืองนอกก็คิดว่าตัวเองจะได้อยู่กับครอบครัวพร้อมหน้าพร้อมตา ลืมไปว่าหน้าที่การงานของทุกคนไม่เอื้อให้อยู่ติดบ้านเหมือนเมื่อก่อนแล้ว แล้วคนที่ร่วมโต๊ะกินข้าวด้วยก็น่ากลัว ไม่มีความละอายใจอะไรเลยสักนิดเดียวที่ล่วงเกินเธอแล้วทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

            นี่หรือคือบอดีการ์ด นี่มันโจรชั่วที่ลักพาตัวผู้หญิงไปปล้ำที่เกาะร้างต่างหาก!

            แต่เอาเถอะ ยังไงซะเธอก็มีแผนการอยู่ในใจแล้วด้วย ตอนที่ภักดีไม่ทันได้ระวังตัว เธอก็แอบเอายานอนหลับหย่อนลงกับแก้วน้ำส้มของตัวเอง แล้วก็แอบสับเปลี่ยนกับแก้วของเขา ถึงจะใช้เวลาไปหน่อยก็มันก็ได้ผลอยู่นั่นแหละ ทีนี้จะได้แอบไปเที่ยวข้างนอกโดยไม่มีใครมาวุ่นวายด้วยอีก

            กินให้เยอะหน่อยก็ไม่ได้ หญิงสาวแอบย่นจมูก แต่ก็ยังดีที่น้ำส้มในแก้วของภักดีพร่องไปพอสมควรแล้ว

            น่าตลกตรงที่ภักดีก็ชอบดื่มน้ำส้มด้วย เธอคิดว่าเขาจะดื่มไวน์แดงอะไรแบบนี้เสียอีก แต่ก็นั่นแหละ บอดีการ์ดที่ต้องรักษาความแข็งแรงของร่างกายคงไม่ดื่มอะไรที่จะทำให้ร่างกายทรุดโทรมหรอกมั้ง

            ที่น่าตกใจก็คือภักดีถึงกับโหนตัววิดพื้นเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและร่างกายในห้องนอนของเธอเลย ไม่ว่าจะในห้องน้ำหรือห้องนอน กลายมาเป็นลานฟิตเนสได้ทุกที่ ทำเอาตกใจได้ตลอดเมื่อเห็นผู้ชายตัวสูงหุ่นดีเปลือยท่อนบนออกกำลังกายจนเหงื่อชื้น

            หลายครั้งที่เธอแอบมองเขา และมีความรู้สึกที่อยากจะลูบไล้แผ่นหลังกว้างตึงหนั่นแน่นด้วยมัดกล้ามนั้น

            เดี๋ยวก่อน ยัยรดา คิดบ้าอะไรอยู่เนี่ย! ภัครดาตบแก้มเรียกสติของตัวเอง ตอนที่ตาลอยมองชายหนุ่มยกแก้วน้ำเปล่าขึ้นดื่ม

            เวลาเขาเงยหน้าเล็กน้อย คอเคลื่อนไหวอย่างเซ็กซี่ ไหนจะข้อมือและนิ้วที่แข็งแรงได้สัดส่วนนั่นอีก

            หยุดเดี๋ยวนี้นะรดา หยุดเดี๋ยวนี้ เธออยากจะร้องไห้ อยู่ด้วยกันแค่ไม่เท่าไหร่นี่จะกลายเป็นทาสรักบอดีการ์ดหนุ่มสุดฮอตไปแล้วหรือ

            “หนูอิ่มแล้วค่ะ” ภัครดารวบช้อนส้อมแล้วดื่มน้ำส้มอีกอึกใหญ่ก่อนจะคว้าแก้วน้ำเปล่าดื่มตาม ทำท่าจะลุกไปเตรียมตัวเพื่อจะออกไปเที่ยวข้างนอกกับเพื่อน แต่นางแช่มเรียกเอาไว้ซะก่อน

            “คุณหนูคะ จะรีบไปไหนกันคะ ไม่กินของหวานเหรอคะ มีบัวลอยไข่หวานที่คุณหนูชอบด้วยนะ”

            “ไม่ค่ะ หนูกลัวอ้วน”

            “เอาอะไรมาอ้วนคะ ตัวเท่านี้เอง” นางแช่มส่ายหน้า เด็กสาวสมัยนี้กลัวอ้วนกันจนน่ากลัว แล้วภัครดาก็ไม่ได้อ้วนเลย ติดจะผอมด้วยซ้ำไป กลัวว่าถ้ายังกินข้าวเท่าแมวดมแบบนี้สุขภาพจะย่ำแย่เอาได้

            “ไม่เอาค่ะ แค่นี้ก็อิ่มมากแล้ว หนูไปนอนดีกว่า” ภัครดาไม่มองหน้าภักดี ภาวนาให้เขาดื่มน้ำส้มให้มากๆ อีกหน่อย จะได้หลับลึกแล้วเธอจะได้แอบหนีเที่ยวได้อย่างสบายใจ พอชายหนุ่มหันมองก็รีบหนีทันที

            “แย่จังเลย” นางแช่มถอนหายใจ รู้สึกเสียดายที่คุณหนูไม่รอทานของหวานที่ตั้งใจทำไว้ให้

            “ผมขอบัวลอยด้วยนะครับ ผมชอบกิน” ภักดีบอกกับแช่ม เขากับพี่สาวฝาแฝดชอบอาหารไทยมากรวมถึงของหวานแบบไทยๆ ด้วย ได้มาอยู่บ้านนี้ก็เจริญอาหารมากขึ้นอยากจะลองกินไปซะทุกอย่าง

            “ได้เลยค่ะ ขอบคุณมากเลยนะคะคุณภักดี”

 

            หลังจากละเลียดของหวานหลังอาหารคาวเรียบร้อยแล้ว ภักดีก็กลับเข้าห้องนอนอย่างไม่เร่งรีบ เมื่อเปิดประตูเข้าไปเขาก็แอบขำเพราะเห็นคุณหนูตัวร้ายยืนโงนเงนอยู่ปลายเตียง กำลังเตรียมจะแต่งตัวออกไปเที่ยวข้างนอก แต่ชุดสวยยังอยู่แค่ที่ต้นขา เนื้อตัวขาวเนียนแทบจะเปลือยเปล่าต่อสายตาของคนที่เพิ่งเข้ามาใหม่ มีเพียงชุดชั้นในสีหวานดูเซ็กซี่ห่อหุ้มร่างกายที่ดูเย้ายวนเอาไว้

            “คุณ!” ภัครดายกมือคลึงขมับข้างหนึ่ง อีกข้างก็ชี้หน้าภักดีอย่างแค้นๆ

            “ทำไมฉันง่วงแบบนี้” สาวน้อยแทบจะปรือตาไม่ขึ้น หนังตาหนักราวกับทำจากหิว แทบจะประคองสติเอาไว้ไม่ได้

            “อ้าวจะไปรู้เหรอ แต่ผมว่านั่นไม่ใช่ชุดนอนนะ ชุดหนังรัดติ้วแบบนั้นจะไปเต้นโพลแดนซ์ที่ไหนเหรอ”

            “ฉันไม่ใช่นักเต้นรูดเสานะ” เสียงหวานแหวขึ้น แล้วก็ซวนเซจวนจะล้ม ภักดีเข้าไปประคองเอาไว้ทัน ทำให้ร่างกายของภัครดาร้อนฉ่าขึ้นมาหลายสิบองศา

            “ผมว่าเราไปอาบน้ำเปลี่ยนชุดนอนแล้วขึ้นเตียงดีกว่า นี่ก็ดึกมากแล้ว

            สิ่งเดียวที่ภัครดามองเห็นจากม่านสายตาที่พร่าเบลอของตัวเองก็คือรอยยิ้มเจ้าเล่ห์เซ็กซี่ของเขาที่โน้มเข้ามาใกล้ ลมหายใจสะดุด หัวใจแทบหยุดเต้นตอนที่ชายหนุ่มดึงชุดหนังสีดำรัดรูปออกไปจากเรียวขา ก่อนจะช้อนตัวเธอขึ้นมาจากพื้นมุ่งตรงไปยังห้องน้ำอย่างไม่เร่งรีบ แต่ดูแล้วเขาดูมุ่งมั่นจนใจสั่นหวั่นหวาม

            “คุณ” ภัครดาส่ายหน้า เรี่ยวแรงหดหาย เนื้อตัวร้อนระอุราวกับเป็นไข้สูง เดี๋ยวร้อนเดี๋ยวหนาวตอนที่ฝ่ามือใหญ่กร้านลูบไล้อย่างอุกอาจจาบจ้วง

            “เรามารื้อฟื้นคืนก่อนกันหน่อยไหมคุณหนูคุณจงใจแต่งตัวแบบนี้ยั่วผมใช่ไหม”

            “คนเลว” แม้จะแทบไม่เหลือเรี่ยวแรง แต่ปากของเจ้าหล่อนยังขยับได้และพูดอย่างแค้นเคือง

            “เราจะได้ใช้ที่ตรวจครรภ์กันไง ซื้อมาแล้วไม่ได้ใช้ก็เสียดายแย่เลย



[1] ฟีโรโมน (Pheromone) เป็นสารเคมีที่หลั่งหรือขับออกมาแล้วกระตุ้นการตอบสนองทางสังคมในสปีชีส์เดียวกัน ฟีโรโมนเป็นสารเคมีซึ่งสามารถออกฤทธิ์นอกร่างกายของสิ่งมีชีวิตที่หลั่งออกมาแล้วมีผลต่อพฤติกรรมของสิ่งมีชีวิตที่รับเข้าไป

- ฟีโรโมน นั้นมักจะเรียกกันว่า กลิ่นเรียกรัก แต่โดยแท้ที่จริงแล้ว ฟีโรโมนนั้นไม่มีกลิ่น แต่สามารถรับรู้ได้ทางสมอง สังเกตได้โดย เมื่อไหร่ก็ตามที่เราไปเจอคนใครคนหนึ่งก็เกิดความรู้สึกปลื้ม ชอบ ประทับใจขึ้นมาโดยไม่มีเหตุผล

[2] พระศาสนจักรคาทอลิก (Catholic Church) หรือ คริสตจักรโรมันคาทอลิก (Roman Catholic Church) เป็นคริสตจักรที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีพระสันตะปาปาเป็นประมุข เป็นสถาบันที่เก่าแก่ที่สุดในโลกและมีบทบาทสำคัญในประวัติศาสตร์อารยธรรมตะวันตก ชาวคาทอลิกถือว่าศาสนจักรคาทอลิกเป็นคริสตจักรแท้ ดั้งเดิม สอนหลักความศรัทธาและศีลธรรมไม่มีผิดพลาด ในประเทศไทยเรียกคริสต์ศาสนิกชนนิกายโรมันคาทอลิกว่า "(ชาว)คริสตัง"

https://img.triplisher.com/ARTICLE/a78e/17c9/64d3/593d/4710_1474795054310_full.jpg

โอ๊ยยยย คุณภักดี  image


http://i.imgur.com/q5VP9O7.jpg
https://lh3.googleusercontent.com/-NCNbIFOC37U/WThgmQJylWI/AAAAAAABPIg/pB85KC4ufwoweuQY7sfObjgvLNgPUQ2pACJoC/01PG.gifhttps://lh3.googleusercontent.com/-nxPppnbnfRc/WThgmYiiWHI/AAAAAAABPIg/zg_K0MthUWELb3ejJEpUmWRyndobsJeEwCJoC/01VG.gif

Talk...

Song :: Sweater Weather - The Neighbourhood (Cover by Justin Bryte & Macy Kate Band)

อีตาคุณภักดีทำไมน่ากลัวแบบนี้

ภักดีโหดมากค่ะ โหดนิ่งๆ แต่พร้อมพุ่งชนเลย

แงงงง ทำไมพระเอกถึงได้มือไวใจเร็ว นิสัยเสียแบบนี้เนี่ย  image  image

ตอนนี้ ปักรักภักดี เปิดพรีออเดอร์ล่วงหน้าแล้วค่ะ

เรื่องนี้มู่ออกกับทาง Jailuck นะคะ

มู่ฝากเอาไว้ด้วยนะคะ เราจะได้ออกหนังสือกันอีกเยอะๆ เลย

ขอฝากเอาไว้ในอ้อมใจด้วยนะคะ รายละเอียดคลิกที่รูปได้เลยค่ะ image

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 21 ครั้ง

9 ความคิดเห็น

  1. #50 เด็กน้อย (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 กันยายน 2560 / 07:58
    พระเอกแซ่บ และร้ายมากกก
    #50
    0
  2. #16 noynongsin (@noynongsin) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2560 / 10:52
    อะไรยังไงคุณมู่ มาต่อด่วนๆๆๆๆเบยคร่า 
    #16
    0
  3. #15 noynongsin (@noynongsin) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2560 / 10:52
    อะไรยังไงคุณมู่ มาต่อด่วนๆๆๆๆเบยคร่า 
    #15
    0
  4. #14 noynongsin (@noynongsin) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2560 / 10:52
    อะไรยังไงคุณมู่ มาต่อด่วนๆๆๆๆเบยคร่า 
    #14
    0
  5. #13 SopapornPogpoon (@SopapornPogpoon) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2560 / 08:11
    สนุกดีค่ะ ไว้มาต่ออีกนะคะ พระเอกแซ่บบบ555
    #13
    0
  6. #12 noynongsin (@noynongsin) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2560 / 16:51
    #12
    0
  7. #11 COMANNAN (@imthanan) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2560 / 02:34
    ที่นี่ประเทศไทย 5555555
    #11
    0
  8. #10 noynongsin (@noynongsin) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2560 / 18:53
    อร๊าย!!!!!!!!!!!!!     ฟิน 
    #10
    0
  9. #8 MULEE & MOEI ♚ (@mu_mu_jung) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2560 / 21:49
    #ปักรักภักดี♣ #LoyalistOfHeart #ภักดี🔫 #ภัครดา 💍
    ทำไมเซตนี้ผู้ชายไม่เอาไหนกันจังเลย หัวเราะ
    ตอนจงรักก็เจอทริสตัน รายนั้นเสือผู้หญิงสุดๆ
    มาเรื่องนี้ ภักดีก็นะ ทำไมถึงได้ใจร้ายจัง
    กำลังลุ้นเอาใจช่วยให้รดาเอาอะไรฟาดหัวให้เลือดไหลจังค่ะ 😂

    #8
    0