ตอนที่ 1 : Loyalist of Heart ♣ Ep.00 Prologue...

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6685
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    6 ม.ค. 61

http://i.imgur.com/yb0p8f3.jpg

ปักรักภักดี

(วิลสัน ภักดี กราเซียนี & ภัครดา อัศวโชติ)

 

พระสดับสารนุชสนองคำ                  พิไรร่ำกำสรดน่าสงสาร

พระจึ่งตอบสารายุพาพาล                             เยาวมาลย์อย่าละห้อยน้อยใจ

ใช่พี่มิรักจักแกล้งหนี                         จะตัดไยไม่ตรีก็หาไม่

เมื่ออัศดรไม่จรก็จนใจ                               จะข้ามไปหานุชพี่สุดคิด

พระน้องเอ๋ยสิ้นวาสนาแล้ว                  อย่าเศร้าแซ่วโศกศัลย์จงกลั้นจิต

เป็นกรรมพี่เวรีประจวบมิตร                          คอยสถิตเถิดนะแม่อย่าแดดาล

จากวรรณคดีพระรถนิราศ ในเจ้าพระยาพระคลัง(หน)

 

Loyalist of Heart 00

Prologue

 

กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย

            ภัครดา อัศวโชติ ลูกสาวของนักการเมืองชื่อดังของ ชาติชาย อัศวโชติ ต้องทำหน้าหงิกไม่พอใจอย่างรุนแรงเมื่อพบว่าสภาพของตนเองไม่ต่างกับนกน้อยในกรงทองเลยแม้แต่น้อย ใครจะไปนึกเล่า ว่าหลังจากเรียนจบกลับมาจากต่างประเทศก็ถูกขับไสไล่ส่งจากผู้เป็นบิดาเสียแล้ว

            หญิงสาวนั่งกอดอกหน้าตูม ไม่หันมองหน้าบิดาเลยสักแวบเดียว รวมถึงมารดาอย่างภารดีด้วย

            “หนูเพิ่งกลับมาจากอังกฤษ คุณพ่อกับคุณแม่จะให้หนูไปอยู่ที่อื่นแล้วงั้นเหรอคะ หนูไปเรียนต่างประเทศมาเป็นสิบปีเลยนะคะ พ่อกับแม่ไม่รักหนูเหรอ” หญิงสาวน้ำตาคลอ จากบ้านเกิดเมืองนอนตั้งแต่อายุสิบสอง เพิ่งจะกลับมาถึงบ้านแล้วก็ต้องมาได้ข่าวที่ทำให้หัวใจปวดร้าวแทบตาย

            “ตอนนี้พ่อกำลังยุ่งๆ อยู่น่ะ รดาไปเที่ยวสักพักดีไหมลูก” ศาสตราจารย์ชาติชายละรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ บอกกับลูกสาวสุดที่รักเพียงคนเดียวอย่างอ่อนโยน รู้สึกเจ็บปวดไม่แพ้กัน ทำไมเขาจะไม่เสียใจเล่าที่ต้องส่งลูกสาวไปไกลตา ถ้าหากไม่มีเรื่องร้ายแรงเขาไม่มีทางจะปล่อยให้ภัครดาไปอยู่ห่างหูห่างตาแน่นอน

            “งั้นหนูไปเที่ยวใกล้ๆ นี้ไหม เกาหลี ญี่ปุ่น เดี๋ยวคุณแม่จะให้พ็อกเก็ตมันนี่หนูเพิ่ม” รองศาสตราจารย์ภารดี นักวิชาการด้านสื่อสารมวลชนและการตลาดของมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นมารดาของภัครดาช่วยพูดอีกแรงด้วยความร้อนรน แทบจะปกปิดอาการไม่มิด ทั้งที่ความจริงแล้วหล่อนเป็นคนที่เงียบขรึมสงบนิ่งมากกว่าอะไรทั้งนั้น

            ภัครดายังอดแปลกใจไม่ได้ว่ามีพ่อและแม่ที่ใจเย็นขนาดนี้ ทำไมตัวเองถึงได้มีนิสัยร้ายกาจเอาแต่ใจไม่ได้นิสัยของพ่อกับแม่มาบ้างเลย

            “คุณแม่คะ นี่มันเกิดอะไรขึ้น บอกความจริงหนูมาเถอะค่ะ” ภัครดากอดอกนั่งไขว่ห้างหายใจเข้าออกรุนแรงจนร่างกายไหวโยน

            “หนูเพิ่งกลับมาถึงบ้านได้แต่สองวัน สองวันเองนะคะ หนูไปอยู่อังกฤษมาตั้งสิบปี คุณพ่อกับคุณแม่ไม่รักหนูแล้วเหรอ” พูดไปแล้วปลายจมูกก็แสบยิบ น้ำตาทำท่าจะไหลจนต้องกะพริบถี่เพื่อไล่มันออกไป

            “คุณพ่อมีเรื่องใช่ไหม” ภัครดาถามออกไปตามตรง จนชาติชายและภารดีสะดุ้ง ไม่คิดว่าลูกสาวจะพูดได้ตรงจุดขนาดนั้น

            เมื่อเห็นพ่อและแม่หน้าเปลี่ยนสี สาวน้อยก็ถอนหายใจและคลายแขนที่กอดอกอยู่ออก พร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบากว่าเดิม

            “หนูรู้ทุกอย่างนั่นแหละค่ะคุณพ่อ หญิงสาวมองหน้าพ่อแม่ด้วยความเป็นห่วง

            “สื่อข่าวต่างประเทศออกจะลงข่าวกันโครมๆ แต่เมืองไทยบล็อกข่าวจากต่างประเทศหมดเลย นี่เราอยู่ในโลกที่สามจริงๆ นั่นแหละ ว่าไหมคะ” เธอพูดติดตลก แต่บิดากับมารดากลับไม่หัวเราะเลย

            “เอ่อ หนูขอโทษค่ะ นึกว่าคุณพ่อคุณแม่จะขำ” เรื่องมันคงหนักหนาจริงๆ นั่นแหละ ไม่อย่างนั้นทุกคนคงไม่เครียดแบบนี้

            “แต่หนูไม่อยากไปไหนนี่คะ” อยู่ที่บ้านก็สบายใจแล้วจะได้ไม่ต้องเป็นห่วงด้วย

            “รดาแม่อยากให้หนูเข้าใจนะ พ่อกับแม่น่ะมีชื่อเสียงออกสื่อกันไม่เว้นแต่ละวัน ถ้ามีคนจะมาทำร้ายก็คงจะทำได้ยากหน่อยเพราะเราเคลื่อนไหวตลอดเวลา แต่หนู หนูแทบไม่มีใครรู้จักเลยนะลูก แล้วแม่ก็ไม่อยากให้ใครเข้ามาวุ่นวายกับหนูด้วย ถ้าเรื่องที่เมืองไทยซาลงหนูค่อยกลับบ้านดีไหมลูก” ภารดีปลอบลูกสาวสุดความสามารถ ไม่อยากจะต้องห่วงมองเห็นลูกต้องตกอยู่ในอันตราย

            “แต่ว่า” ภัครดาไม่อยากไป เธอห่วงครอบครัวมากกว่าอะไรทั้งนั้น ถ้าจะมีปัญหาก็อยากจะอยู่ช่วยทั้งสอง

            ถึงแม้ว่าเธอจะเพิ่งเรียนจบ ไม่ได้เก่งกาจและเป็นที่ยอมรับเหมือนบิดามารดา แต่คงมีอะไรบางอย่างที่เธอพอจะสามารถทำเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระของครัวครัวได้

            “ช่วงนี้กำลังเข้าสู่ช่วงเลือกตั้ง หนูก็รู้ว่าการเมืองของเมืองไทยตอนนี้มันรุนแรงแค่ไหน พ่อกลัวนะรดา” ชาติชายไม่สามารถสงบจิตใจได้เลย พูดด้วยความกระวนกระวาย

            “เรื่องนั้นหนูก็ทราบค่ะ แต่จะให้หนูไปสนุกเที่ยวตะลอนต่างประเทศแล้วปล่อยให้คุณพ่อกับคุณแม่อยู่กันตามลำพังที่เมืองไทย หนูก็ไม่เอาเหมือนกันค่ะ” หญิงสาวทำหน้าเศร้า น้ำตาจะไหลจนคนเป็นพ่อแม่ต้องสบตากัน

            “ไม่ต้องห่วงพ่อกับแม่นะรดา จำคุณลุงยศพลได้ไหม ที่เราไปเคาน์ดาวน์ปีใหม่กันก่อนที่ลูกจะไปเรียนต่างประเทศ คุณลุงเป็นนายทหารตำแหน่งนายพลแล้ว ตอนนี้ก็เข้ามาช่วยเหลือและคอยดูแลความปลอดภัยให้คุณพ่ออยู่จ้ะ รดาไม่ต้องห่วงนะลูก”

            ถึงมารดาจะบอกแบบนั้น แต่ว่าภัครดาก็ยังห่วงมากอยู่ดี เธอเอาแต่ส่ายหน้าเม้มปากไม่รับรู้ไม่ยินยอมท่าเดียว

            “หนูอันตรายนะลูก ไม่มีใครรู้จักหนูแบบนี้ พ่อกับแม่เองก็ไม่ไว้ใจ”

            “พี่ชัชเองก็อยู่นะคะ ทำไมพี่ชัชอยู่ที่นี่ได้ล่ะ” ภัครดายังแง่งอนไม่เลิก เธอพูดถึงชัชวาล อัศวโชติ ซึ่งเป็นพี่ชายบุญธรรมของตัวเอง ตอนนี้เป็นนายทหารกำลังทำผลงานเพื่อจะเลื่อนขั้นเป็นพลตรีประจำกองทัพบกอยู่แล้ว

            ถึงแม้ว่าชัชวาลจะเป็นพี่ชายบุญธรรม แต่เธอกับชายหนุ่มก็สนิทสนมกันอย่างมาก ตอนนี้ชัชวาลก็อายุย่างเข้าสามสิบปีแล้ว ชายหนุ่มรักเอ็นดูเธอยิ่งกว่าอะไร ตอนที่ต้องแยกกันเนื่องจากว่าเธอต้องไปเรียนต่างประเทศ พี่ชายคนนี้ก็ซึมเศร้าอยู่เกือบปี

            เพราะก่อนที่จะมีเธอนั้น ชาติชายและภารดีไม่มีลูกเสียที อายุก็เริ่มมากขึ้นทุกปี ดังนั้นทั้งสองคนจึงตัดสินใจรับเลี้ยงชัชวาลซึ่งเป็นเด็กกำพร้ามอบความรักความอบอุ่นให้ด้วยหัวใจ ชัชวาลเองก็ทราบดีว่าตัวเองเป็นเด็กที่เก็บมาเลี้ยง แต่ไม่เคยคิดน้อยใจในโชคชะตา กลับรู้สึกถึงพระคุณของพ่อแม่บุญธรรมที่ให้ความรักและชีวิตใหม่ให้ตัวเอง

            หลังจากนั้นไม่นาน ภารดีก็ต้องครรภ์ก่อนจะคลอดภัครดาออกมาเป็นสมาชิกอีกคนในครอบครัวอัศวโชติ

            ชัชวาลก็ยิ่งรักและผูกพันกับครอบครัวอัศวโชติมาก ไม่ยอมให้น้องสาวอยู่ห่างจากสายตาเลย เมื่อต้องแยกจากกันเพราะภัครดาต้องไปเรียนต่อต่างประเทศ ส่วนเขาก็เป็นนักเรียนนายร้อยก็เลยต้องห่างกันไป แต่ความรักความผูกพันก็ไม่ได้ลดลงเลย

            “พี่ชัชเขาเป็นผู้ชายดูแลตัวเองได้ แต่หนูเป็นผู้หญิงนะรดา” ภารดีเอ่ยเตือน แต่ภัครดาไม่ยอมฟัง

            “พี่ชัชต้องอยู่ค่ายทหาร แล้วพี่เขาก็มีแฟนแล้ว หนูจะทำให้แฟนพี่เขาปวดหัวเปล่าๆ น่ะสิ” ก็ลูกสาวคนนี้ติดชัชวาลยิ่งกว่าอะไร ใครว่าใครแตะไม่ได้เลย เมื่อก่อนตอนมีงานที่บ้าน มีเด็กๆ จับกลุ่มโห่ร้องต่อว่าชัชวาลว่าเป็นเด็กที่เก็บมาเลี้ยง คนที่เอาก้อนหินเขวี้ยงใส่จนบาดเจ็บหัวร้างข้างแตกก็คือภัครดาตัวน้อยคนนี้นี่แหละ ถึงกับมีคติประจำตัวว่า พี่ชายข้าใครอย่าแตะ

            แล้วติดพี่ชายเสียขนาดนี้ ถ้าไปเจอแฟนสาวของชัชวาลคงได้มีเรื่องกันแน่

         “ไม่เอาๆๆๆ ไม่เอา รดาไม่ไป ไม่ไปไหนทั้งนั้น รดาจะอยู่ที่นี่ ไม่ไปไหนแน่ คอยดู!” ภัครดายืนยันเสียงแข็ง ชาติชายกับภารดีถึงกับต้องมองหน้ากันแล้วถอนหายใจ

            เมื่อไม่ได้คำตอบที่พอใจ ภัครดาก็พ่นลมหายใจเฮือก กำลังจะพูดต่อ แต่เสียงฝีเท้าที่เดินเข้ามาใกล้ทำให้เธอต้องเหลียวหันไปมอง ก่อนจะเห็นบุรุษร่างสูงใหญ่คนหนึ่งเดินเข้ามาด้วยท่วงท่าสง่างาม ร่างกายที่ใหญ่โตกำยำถึงแม้ว่าจะมีเสื้อสูทสีเข้มปกปิดอยู่ แต่ก็ยังเห็นความงดงามสมบูรณ์นั้นได้อย่างชัดเจน

            ภัครดาเผลอมองจนตาค้าง ลมหายใจสะดุดเมื่อเขามาหยุดยืนอยู่ข้างตัว

            ใบหน้าของเขานั้นคมเข้ม เครื่องหน้าล้วนงดงามราวกับมีจิตกรเอกของโลกจับเรียงบนโครงหน้าที่ได้รูปชัดเจนนั้น ไม่ว่าจะเส้นผมสีเข้มหยักโศกเล็กน้อย เหมือนจะเสยไว้ลวกๆ แต่ก็ดูดีจนต้องตามตาคาง คิ้วเข้มพาดเฉียงแทบจรดจอนผม ขนตางอนหนาเสียยิ่งกว่าผู้หญิงแบบเธอเสียอีก จมูกโด่งได้รูปไม่งุ้มงอ ริมฝีปากหยักเป็นรูปกระจับไม่หนาไม่บางเกินไป ซ้ำยังมีแดงสดน่าจูบ ดวงตาคมกริบสีฟ้าครามสดใสจนไม่อยากเชื่อว่าจะมีคนที่มีนัยน์ตาสีสดได้ขนาดนี้

            ภัครดาเผลอมองเขาอยู่นานจนชายหนุ่มเลื่อนสายตามามอง จึงรีบหลบสายตา หัวใจเต้นแรงจนแทบจับจังหวะไม่ได้ ก่อนที่จะมีใครได้พูดอะไร เธอก็ร้องโวยวายเพื่อกลบเกลื่อนอาการที่หัวใจเต้นแรงของตัวเอง

            “คุณพ่อ หมอนี่ใคร ทำไมใส่รองเท้าเข้าบ้านเรา นิสัยแย่มากเลย มาอยู่เมืองไทยแล้วทำไมถึงไม่รู้จักวัฒนธรรมของคนอื่นเขาบ้าง!

            ภัครดาพูดแบบนั้น ชายหนุ่มที่เข้ามาใหม่ก็ก้มมองตัวเองทันที

            “ขอโทษครับ ผมลืมไป เดี๋ยวผมกลับมานะครับ” ว่าจบ ชายร่างสูงก็หมุนตัวเดินกลับไปทางเดิมอีกครั้ง ภัครดาถึงกับอ้าปากค้างแล้วหันมองบิดามารดาด้วยความตกใจ

            “เขาพูดไทยได้เหรอคะ”

            “ได้สิลูก พี่เขาเป็นลูกครึ่งอิตาเลียน-ไทยน่ะ” ชาติชายตอบลูกสาว ขณะที่ภัครดาหันมองชายคนนั้นอีกครั้ง เมื่อเขาถอดรองเท้าและเดินกลับมา

            “ขออนุญาตแนะนำตัวนะครับ ผมชื่อ วิลสัน ภักดี กราเซียนี ผมมาทำหน้าที่เป็นบอดีการ์ดให้กับคุณภัครดา ซึ่งคงจะเป็นคุณ” ชายหนุ่มยกมือไหว้ชาติชายกับภารดี จากนั้นก็เลื่อนสายตาเซ็กซี่คมกริบมายังภัครดาแน่วนิ่ง

            คนถูกจ้องถึงกับทำอะไรไม่ถูก ถ้าไม่ทบทวนคำพูดของเขาอีกครั้งคงหลงเคลิ้มกับใบหน้าที่งดงามราวกับเทพบุตร รวมถึงน้ำเสียงทุ้มต่ำลึกล้ำของเขาไปแล้ว

            “เดี๋ยวนะคะ บอดีการ์ด หมายความว่ายังไง” หญิงสาวถามบิดามารดา ดวงตาเบิกโพลงแทบจะถลนออกมานอกเบ้า ถึงเขาจะหล่อเหลาเหมือนนายแบบ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเธออยากจะมีบอดีการ์ดที่โดดเด่นสะดุดตาแบบนี้เดินติดสอยห้อยตามตลอดเวลาหรอกนะ

            อีกอย่างใครจะไปนึก ใบหน้าหล่อเหลาเหมือนนายแบบจากต่างประเทศแบบนี้กลับพูดไทยได้ชัดเจนจนน่ากลัว

            “อย่างที่หนูรู้ ตอนนี้พ่อกำลังมีเรื่องเครียดๆ เกี่ยวกับการเลือกตั้งที่จะกำลังจะถึงนี้ พ่อเขาเป็นห่วงหนู เลยให้คนมาคอยดูแล”

            “มาคอยดูแล” ภัครดาทะลึ่งตัวลุกขึ้น มองหน้าคนนี้ทีคนนี้ทีด้วยความสับสนไม่เข้าใจ

            “คุณแม่ขา เขาหล่อขนาดนี้ ไปไหนมาไหนมีแต่จะยิ่งเด่นกว่าเดิมนะคะ” เธอชี้ไปยังชายหนุ่มที่มีชื่อว่าวิลสัน ภักดี กราเซียนี เพื่อให้บิดามารดาพิจารณาอีกครั้ง ยิ่งถ้าเขาสวมแว่นตาวางท่าดุๆ เหมือนบอดีการ์ดทั่วไป ยังไง้ยังไงก็โดดเด่นสะดุดตาผู้คนมากกว่าดาราชื่อดังเสียอีก

            ถึงจะเจ็บใจที่ต้องพูดแบบนี้ แต่ความงดงามของเขาก็ประจักษ์อยู่ทนโท่ค้านสายตาไม่ได้เลย

            “เอ่อ” ภารดีเองก็พูดไม่ออกเหมือนกัน หล่อนเพิ่งจะได้เจอหน้าภักดีต่อหน้าเป็นครั้งแรก มองจากรูปถ่ายและการคุยกันผ่านสไกป์[1]ว่าเขาหล่อเหลาจับตาแล้ว เทียบไม่ติดเลยเมื่อได้มาเจอตัวจริงอย่างนี้

            “ไม่เอาค่ะ หนูไม่ต้องการบอดีการ์ด และจะไม่ไปไหนด้วย ตอนนี้หนูยังเพลียอยู่ หนูจะไปนอนแล้ว แล้วก็ไม่ต้องพูดเรื่องให้หนูไปอยู่ที่อื่นด้วย!

         พูดจบภัครดาก็สะบัดหน้าหนีไม่ยอมมองหน้าใครทั้งนั้น กระแทกเท้าขึ้นไปชั้นสองของบ้านด้วยความโกรธเคืองเต็มอก

            ภักดีเลื่อนสายตามองตามร่างเล็กบอบบางของหญิงสาวจนกระทั่งแผ่นหลังเล็กๆ นั้นลับหายสายตาไป

            ชาติชายลุกขึ้นยืน จากนั้นก็พูดกับภักดีด้วยน้ำเสียงที่ติดจะละลายใจเล็กน้อย

            “ขอโทษนะภักดี ลุงไม่คิดว่าน้องจะเป็นขนาดนี้เลย”

            “ผมเข้าใจครับว่าคุณหนูรดารู้สึกยังไงอยู่ตอนนี้” ชายหนุ่มบอกเสียงทุ้มต่ำ ก่อนจะนั่งลงที่เดิมที่ภัครดานั่งก่อนหน้านี้เมื่อชาติชายเชื้อเชิญให้นั่งลง

            “อย่างที่เห็นนั่นแหละ รดาดื้อมากจนป้าไม่รู้จะทำยังไงดี แล้วจะปล่อยไปแบบนี้ไม่ได้ด้วย ป้าโล่งใจที่ภักดีเข้ามาช่วยนะ แต่ว่าป้าเองก็ไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกัน” ภารดีถอนหายใจ สีหน้าเต็มไปด้วยความกังวลว้าวุ่นในอก

            “ถ้าไม่ว่าอะไร ผมคิดว่า

            ภักดียังจำใบหน้าหวานๆ ของภัครดาได้ติดตา ยอมรับอย่างไม่เต็มใจเลยว่าผู้หญิงที่ดูรั้นร้ายแบบนั้นจะติดตรึงในใจตัวเองอย่างน่าประหลาด

            ท่าทางว่าการมาทำงานครั้งนี้คงจะมีเรื่องวุ่นๆ ตามมาอีกหลายอย่างเป็นแน่

 

            ภัครดาหงุดหงิดไม่พอใจตลอดเวลา ไม่ว่าใครก็ทำให้อารมณ์ดีขึ้นไม่ได้เลยแม้แต่พี่ชายสุดที่รักอย่างชัชวาล ทุกคนไม่ฟังคำขอร้องของเธอเลย เพราะอย่างนั้นจึงตั้งปณิธานเอาไว้ในใจว่าจะไม่ยอมให้ใครมาบงการขัดใจอย่างเด็ดขาด และเพราะอยากจะแก้เผ็ดบอดีการ์ดหน้านิ่งที่ไม่ว่าจะไล่จะด่ายังไงก็ไม่สะท้านสะทกจึงเริ่มปฏิบัติการก่อกวนโทสะกับทุกคนทันที

            “คุณหนู! นางแช่ม แม่บ้านคนเก่าแก่ของบ้านอัศวโชติต้องยกมือทาบอกตัวเองด้วยความตกใจเมื่อเห็นคุณหนูสุดที่รักของตนเองเดินลงมาจากชั้นบนของบ้านด้วยชุดที่ไม่น่ามองเสียเลย คนแก่อย่างหล่อนแทบจะเป็นลมล้มพับ เพราะเสื้อผ้ามันน้อยชิ้นและบางเบาซะจนไม่ปกปิดอะไรเลย

            “ทำไมทำอย่างนี้คะ” หล่อนถาม และวันนี้ทั้งชาติชายและภารดีรวมถึงชัชวาลต้องไปงานกลางคืนแห่งหนึ่งด้วย แต่ก็ถือว่าเป็นโชคดีที่ไม่มีใครเห็นสภาพของภัครดาตอนนี้ ไม่อย่างนั้นคงได้ตาค้างไปตามๆ กันแน่

            “หนูทำอะไรคะ” ภัครดาถามเสียงเรียบ ใช้ปลายนิ้วพันเส้นผมตัวเองเล่นไปมา ส่งสายตาไม่พอใจให้กับบอดีการ์ดหนุ่มที่ไม่เคยละสายตาจากเธอไปไหนเลย

            ตอนนี้เขานั่งอยู่ในห้องโถง กำลังดูหรืออ่านอะไรสักอย่างผ่านทางแท็บเล็ตของเขาอยู่ แต่ตลอดเวลากว่าสองอาทิตย์ที่อยู่ด้วยกัน ภักดีก็สวมชุดสูทเสื้อเชิ้ตตลอดเวลา ไม่รู้ว่าร้อนหรืออึดอัดเป็นเหมือนคนอื่นหรือเปล่า ใจจริงอยากจะปิดแอร์ทั้งบ้านให้เขาเหงื่อแตกตายไปเลยด้วยซ้ำ

            “คุณหนูขา แช่มว่าอย่าทำแบบนี้เลยค่ะ กลับขึ้นไปนอนดีกว่านะ นี่ก็ดึกมากแล้วด้วย” แช่มทำหน้าละห้อย ไม่เข้าใจคุณหนูเลยว่าทำไมถึงได้ทำตัวแบบนี้ รังแต่จะทำให้ทุกคนในบ้านต้องไม่สบายใจกันยิ่งกว่าเดิม

            “ไม่สน ก็คุณพ่อบอกเองนี่คะว่าผู้ชายคนนั้นเป็นบอดีการ์ดฝีมือดี แหม แค่หนูจะออกไปเที่ยวแค่นี้เอง ไม่เห็นมีอะไรน่าตกใจเลยนี่คะ” ภัครดาประชดประชัน ทำแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน ถ้าหากว่ามีอะไรเกิดขึ้นกับเธอแล้วล่ะก็ ภักดีก็ต้องโดนเด้ง เธอเองจะได้อยู่ที่บ้านนี้ต่อไปอย่างมีความสุขสดชื่น ไม่รู้สึกเหมือนว่าพื้นที่เหยียบอยู่มีระเบิดฝังอยู่ ก้าวพลาดเมื่อไหร่คงได้บ้านบึ้มแน่

            “คุณหนูรดาขา แช่มขอล่ะค่ะ กลับไปนอนเถอะนะคะ อยากเที่ยวค่อยไปเที่ยวพรุ่งนี้นะคะ” นางแช่มทำท่าจะร้องไห้ แวบหนึ่งที่ภัครดารู้สึกผิด แต่ถ้าไม่ทำอะไรสักอย่าง เธอต้องถูกจับขังคุกตลอดไปแน่ เพราะอย่างนั้นจึงดึงแขนออกจากการเกาะกุมของแม่บ้านคนเก่าแก่อย่างนิ่มนวล

            “แหม คุณแช่มขาไม่ต้องห่วงรดาหรอกนะคะ ลืมไปแล้วเหรอว่าคุณพ่อคุณแม่บอกว่าบอดีการ์ดของรดามือหนึ่งระดับโลกเลย ไม่มีใครทำอะไรรดาได้หรอกค่ะ” เธอยิ้มให้แช่ม จากนั้นก็ส่งค้อนให้กับภักดีที่ลุกขึ้นยืนพร้อมกับกลัดกระดุมสูทจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่

            “หนูไปนะคะ” ว่าแล้วภัครดาก็เดินลิ่วออกจากบ้านโดยที่แช่มตามห้ามไม่ทัน

            “คุณหนูคะคุณหนู โธ่เอ๊ย!

            “ไม่เป็นไรครับป้าแช่ม ผมจะดูแลคุณหนูเอง รับรองว่าจะไม่ให้เป็นอันตรายแน่นอนครับ” ภักดีปลอบนางแช่ม ด้วยรู้ว่าหล่อนห่วงภัครดามากแค่ไหน รวมถึงทุกคนในบ้านด้วย แต่สาวเจ้ากลับไม่พยายามเข้าใจว่าสถานการณ์ตอนนี้มันร้ายแรงเพียงใด เอาแต่ใจไม่ฟังเสียงใครบ้างเลย

            “ถ้าอย่างนั้นป้าฝากด้วยนะคะ อย่าพาคุณหนูกลับมาช้านักนะคะ แช่มกลัวค่ะ” มือของแช่มที่ยื่นมาเกาะแขนของภักดีนั้นสั่นเทาจนชายหนุ่มอดโกรธภัครดาไม่ได้

            “ผมสัญญาครับ คุณป้าไปพักผ่อนเถอะนะครับ เดี๋ยวผมจะพาตัวคุณหนูกลับมาให้เอง”

            “ค่ะ” แช่มปล่อยให้ภักดีเดินตามภัครดาไปหัวใจที่เต้นไม่เป็นสุข แต่ท่าทางเอาจริงเอาจริงมุ่งมั่นของภักดีนั้นบอกให้รู้ว่าภัครดาจะปลอดภัยอย่างที่ภักดีพูดเอาไว้

            “คุณหนูนะคุณหนู ทำไมถึงได้ดื้อขนาดนี้ก็ไม่รู้” หล่อนส่ายหน้า มองตามไฟท้ายรถที่แล่นห่างออกจากคฤหาสน์ก่อนจะปิดบ้านและกลับไปพักผ่อนที่เรือนคนงานหลังบ้าน

         ด้านภัครดาเองก็หน้าตึง ไม่ยอมมองหน้าการ์ดหนุ่มรูปหล่อของตนเองเลยแม้แต่แวบเดียว คืนนี้เธอนัดเจอเพื่อนคนไทยที่รู้จักตอนเรียนต่างประเทศด้วยกัน บางคนก็แวะมาเที่ยวก่อนจะกลับไปตามเดิม บางคนก็ย้ายมาอยู่เมืองไทยถาวรเหมือนกับเธอ

            แต่ว่าตอนนี้ชักไม่แน่ใจแล้วว่าจะได้กลับมาอยู่ที่เมืองไทยถาวรอย่างที่ตั้งใจหรือเปล่า แต่ละคนเสือกไสไล่ส่งเธอเสียขนาดนี้ พูดแล้วก็อยากจะร้องไห้นัก

            “ไม่ต้องมาอยู่ใกล้ฉันนะ!” ภัครดาขู่เมื่อมาถึงผับแห่งหนึ่ง การแต่งตัวของภักดีทำให้เธออายไม่น้อย แต่ก็ต้องยอมรับอย่างเจ็บใจว่าเขาโดดเด่นหล่อเหลา ดึงสายตาของผู้คนเป็นจุดเดียว

            “ฉันจะมาดื่มกับเพื่อน อยากกลับเมื่อไหร่ก็ตอนนั้นแหละ ไม่ต้องมาเซ้าซี้ถามด้วยว่าจะกลับตอนไหน!

            “ผมก็ยังไม่ได้ว่าอะไรนี่ครับ” ภักดีย้อนกลับไปเสียงเรียบ พาให้ใบหน้าหวานของภัครดาแดงพร่าง ทั้งโกรธทั้งอายนึกอยากจะยกเท้าเตะหน้าแข้งเขาแรงๆ เหลือเกิน

            “ก็ถึงได้บอกไงว่าบอกไว้ก่อน”

            “คุณพูดแบบนั้นเหรอครับ” ชายหนุ่มยังถามเสียงราบเรียบ ภัครดาโกรธจนไม่รู้จะโกรธยังไง จึงสะบัดหน้าหนีเดินเข้าผับไปก่อนไม่สนใจเขาอีก

            ผู้คนที่เบียดเสียดเข้ามารวมถึงแสงสีสลัวแสบตาทั้งยังดนตรีที่ดังจนแทบฟังอะไรไม่ได้ยินทำให้ภักดีฉุนอยู่หน่อยๆ เขาไม่ชอบบรรยากาศเช่นนี้เลย เพราะมองอะไรแทบไม่เห็น ถ้าหากมีเรื่องเกิดขึ้นกับเจ้านายตัวร้ายก็เข้าไปช่วยลำบาก กำลังจะเดินเข้าไปถึงตัวเจ้าหล่อนที่กำลังเฮโลกอดกับเพื่อนอยู่ดูอารมณ์ดีผิดเป็นคนละคนนั้น เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นมาซะก่อน

         อันที่จริงเขาไม่ได้ยินเสียงหรอก แต่เพราะแรงสั่นจากโทรศัพท์เลยทำให้รู้ว่ามีคนโทรเข้ามา เมื่อหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูก็พบว่าเป็นพี่สาวฝาแฝดจงรัก[2]โทรมานั่นเอง

            “ไงรักมีอะไรรึเปล่า”

         ขณะเดียวกันภัครดาที่กำลังสนุกร่าเริงอยู่กับกลุ่มเพื่อนก็แอบชำเลืองมองภักดีเป็นระยะ สายตาของเธอทำให้เพื่อนคนอื่นอดกระเซ้าถามไม่ได้

            “นั่นน่ะเหรอบอดีการ์ดของแก ทำไมหล่อลากเลือดแบบนี้วะ”

            “ฮึ! หล่ออย่างเดียวน่ะสิ ผู้คุมล่ะไม่ว่า ฉันแทบไม่ได้หายใจรู้ไหม” ภัครดาโกรธเสน่ห์ของภักดีนัก ขนาดว่าไม่เคยคุยไม่เคยรู้จักเพื่อนของเธอมาก่อน เพื่อนๆ ของเธอยังพากันกรี๊ดกร๊าดกันขนาดนี้

            “โอ๊ย เป็นฉันก็คงหายใจไม่ออกเหมือนกันแหละวะ หล่อขนาดนี้ มดลูกฉันนี่พร้อมทำงานเลย อยากมีลูกกับเขาอ่ะ”

            “ยัยหวาน!” ภัครดาต่อว่าเพื่อน หงุดหงิดขุ่นเคืองจนทนไม่ไหว กระดกแก้วเหล้าเล็กๆ เข้าปากอย่างเหลืออด ไม่ทันได้ดูด้วยซ้ำว่าดื่มอะไรเข้าไป

            “เฮ้ยๆ รดา เบาหน่อยสิ นั่นมันแรงมากเลยนะ”

            “แล้วไงใครแคร์” เธอว่า และตามด้วยเสียงโห่ร้องของเพื่อน จากนั้นก็มีแก้วเหล้าดาเข้ามาให้เธอได้ดื่มต่อเรื่อยๆ

            ไม่ทันได้รู้ตัวเธอก็ดื่มไปแล้วกว่าสิบแก้ว แถมยังไม่ได้ทานมื้อเย็นมา เมื่อท้องเต็มไปด้วยแอลกอฮอล์มันก็ไหลแล่นไปตามเส้นเลือดอย่างรวดเร็ว

            “รดา ไม่สบายรึเปล่า หรือว่าเมาแล้ววะ”

            “เมาเหรอ ฉันไม่เมา” ภัครดาส่ายหัวอย่างเดียวแล้วหัวเราะร่วน เสียงหัวเราะและความสวยของเธอดึงดูดสายตาของใครต่อใครได้อย่างง่ายดาย มีผู้ชายหลายคนคิดจะฉวยโอกาส และไม่ได้แค่คิดอย่างเดียวเท่านั้น

            มือหลายมือมุ่งเข้ามาหาภัครดาเมื่อหญิงสาวกำลังซวนเซจะล้ม แต่คนเดียวที่ก้าวถึงตัวของเธอคือภักดี

            “กลับ” เขาพูดคำเดียวแล้วดึงตัวเธอเดินออกมาเงียบๆ

            ท่าทางเอาเรื่องและสายตาแข็งกร้าวของเขาทำให้ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ ได้แต่มองตามเมื่อชายหนุ่มลากตัวภัครดาออกไปจากผับอย่างง่ายดายเหมือนไม่ได้ออกแรงเลยแม้แต่น้อย

            “แกว่าไอ้รดาจะเสร็จคุณบอดีการ์ดเขาไหมวะ ทำไมหล่อเหลาสายตาดูหื้นหื่น ไม่นับหุ่นที่ดูมีแรงขับเคลื่อนทางเพศสู้งสูง” เหล่าสาวสวยกระซิบกระซาบหัวเราะกันหน้าแดงก่ำ ไม่อยากจะจินตนาการถึงเรื่องหวามหวานระหว่างสองหนุ่มสาวที่ดูเหมาะสมกันทุกประการเลย

            “ฉันว่าไม่เหลือว่ะ ไม่เหลือ

 

            ภัครดาก็พบว่าตัวเองไม่เหลืออะไรแล้วเหมือนกัน เมื่อพบว่าตัวเองนอนตัวเปล่าเปลือยบนเตียง ไม่มีเสื้อผ้าติดตัวเลยสักชิ้นเดียว แถมตามตัวยังมีรอยช้ำกระจัดกระจายทั่วร่างอีกต่างหาก

            อะไรไม่เท่ากับคนที่นอนข้างกาย เขาคือภักดีซึ่งตัวเปลือยเปล่าไม่ได้สวมอะไรเลยเช่นกัน

            แล้วสิ่งที่เลวร้ายมากที่สุดคือผ้าปูที่นอนที่เป็นรอยเปื้อนเลือดสีแดงคล้ำอย่างชัดเจน

            …! เธอปิดปากแน่นและสะอื้นออกมาอย่างห้ามไม่อยู่

            เมื่อคืน เมื่อคืนเธอกับภักดีมีอะไรกันแล้วงั้นเหรอ!



[1] สไกป์ (Skype) โปรแกรมสำหรับคุยโทรศัพท์ คุยแบบวิดีโอ หรือส่งข้อความผ่านอินเทอร์เน็ต เป็นที่นิยมเนื่องจากความสามารถของโปรแกรม ที่คุณภาพเสียงชัดเจนและไม่เสียค่าใช้จ่าย ถ้าใช้คุยกันผ่านทางคอมพิวเตอร์ ผู้ใช้สามารถโทรเข้าโทรศัพท์อื่นได้ โดยเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมผ่านทาง สไกป์เอาต์ นอกจากนี้ยังสามารถใช้สำหรับรับโทรศัพท์จากโทรศัพท์ทั่วไป และรับฝากข้อความได้

[2] ทริสตัน วิแลนเดอร์ และ วินดี้ จงรัก กราเซียนี จากนิยายเรื่อง ปกใจจงรัก เขียนโดย มิรา



http://i.imgur.com/GBHYIQg.jpg

  แอดแฟนที่ภาพเคลื่อนไหวด้านล่างได้เลยค่ะ

    เวลาอัพนิยายจะได้มีแจ้งเตือนง่ายๆ ค่ะ

    ฝากเม้นท์เป็นกำลังใจให้คนแต่งด้วยนะเออ ขอบคุณมากๆ ค่ะimage

https://lh3.googleusercontent.com/-WmGtnflOvSU/WThfCk1a6gI/AAAAAAABPH8/TC1XT5WByGwbAHy-kKnsHOasTMzY4DxyQCJoC/00VG.gifhttps://lh3.googleusercontent.com/-nKdBfO9TCzo/WThfClmKgWI/AAAAAAABPH8/7czhnhH12GQ26CRvcHAmdGqhwAYI4pxzACJoC/00PG.gif

Talk...

Song :: พูดไม่คิด - Season Five (Covered by Be Elegance)

เรื่องนี้ก็อัพไม่จบเหมือนเดิมนะคะ

แต่ก็จะพยายามอัพให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้นะคะ

เค้าฝากภักดีกับรดาด้วยนะเออ

ร้ายแรงทั้งคู่เลยค่ะ  image  image

 


ตอนนี้ ปักรักภักดี เปิดพรีออเดอร์ล่วงหน้าแล้วค่ะ

เรื่องนี้มู่ออกกับทาง Jailuck นะคะ

มู่ฝากเอาไว้ด้วยนะคะ เราจะได้ออกหนังสือกันอีกเยอะๆ เลย

ขอฝากเอาไว้ในอ้อมใจด้วยนะคะ รายละเอียดคลิกที่รูปได้เลยค่ะ image


และฝาก E-Book เอาไว้ด้วยนะคะ คลิกที่รูปด้านล่างได้เลยค่ะ image 




ตอนนี้ทาง Smart Book ทยอยลงนิยายขายกับทาง Meb แล้วค่ะ

เข้ามาดูก่อนนะคะว่ามีเรื่องไหนบ้าง คลิกที่รูปด้านบนได้เลยค่ะ  image


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

4 ความคิดเห็น

  1. #6 COMANNAN (@imthanan) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2560 / 00:44
    เริ่มต้นก็มันละ สู้ๆนะคะ
    #6
    0
  2. #5 Por Teesuda (@lpttk) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2560 / 00:08
    ค้างทั้ง2เรื่อง ฮรือออออ
    #5
    0
  3. #4 MULEE & MOEI ♚ (@mu_mu_jung) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2560 / 23:36
    #ปักรักภักดี♣ #LoyalistOfHeart #ภักดี🔫 #ภัครดา 💍
    เรื่องใหม่ของ #องครักษ์ยอดร้าย ค่ะ
    ขอโทษที่มาช้ามากเลยนะคะ ยุ่งๆ อยู่ด้วยน่ะค่ะ
    แต่ยังไงมาอ่านความร้ายของภักดีกับความรั้นของรดาเลยค่ะ
    คู่นี้โหดมันฮาจริงๆ นะเออ ไม่มีใครยอมใครทั้งนั้น 😆

    #4
    0
  4. #3 MULEE & MOEI ♚ (@mu_mu_jung) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2560 / 23:36
    #ปักรักภักดี♣ #LoyalistOfHeart #ภักดี🔫 #ภัครดา 💍
    เรื่องใหม่ของ #องครักษ์ยอดร้าย ค่ะ
    ขอโทษที่มาช้ามากเลยนะคะ ยุ่งๆ อยู่ด้วยน่ะค่ะ
    แต่ยังไงมาอ่านความร้ายของภักดีกับความรั้นของรดาเลยค่ะ
    คู่นี้โหดมันฮาจริงๆ นะเออ ไม่มีใครยอมใครทั้งนั้น 😆

    #3
    0