ตอนที่ 3 :

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1717
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    17 เม.ย. 58

http://36.media.tumblr.com/595f254ba7d05bfbcb8fea5365ca92c4/tumblr_nlf5iuRXhp1qbetfwo8_r1_1280.png

-02-

We’ll Fight Fight Till There’s Nothing Left to Say

 

        “กลิ่นนี้มัน ปั๊กคุงทำหน้าตกใจเล็กน้อย แต่สำหรับคาคาชิแล้ว ทุกอย่างถือเป็นข้อมูลที่จำเป็นและสำคัญทุกอย่าง

          “อะไรเหรอ!?

          “กลิ่นนี้มันกลิ่นของชิกามารุนี่

          “หือ” คาคาชิคราง เบิกตาขึ้นเล็กน้อย แล้วก็ยิ้มพรายใต้หน้ากากที่คลุมหน้าเอาไว้ไม่เคยถอด

          “ยังจะมายิ้มอีกเหรอ!” สุนัขอันเชิญถามอย่างไม่ค่อยพอใจนัก

          “แหม แหม ขอโทษทีที่มายิ้มในสถานการณ์แบบนี้ แต่มันก็นะแบบว่าเจ้าหมอนั่นเป็นหนุ่มแล้วเหรอเนี่ย” โฮคาเงะรุ่นที่หกยิ้มกว้างราวกับเป็นพ่อของชิกามารุอย่างไรอย่างนั้น เพราะเห็นหน้ากันมานานตั้งแต่ยังเป็นเด็กๆ ไม่อยากเชื่อเลยว่าตอนนี้เด็กๆ เกะนินตัวน้อยกลายเป็นนินจาที่แสนภาคภูมิไปแล้ว

          คนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นครูมาก่อน ย่อมที่จะยิ้มด้วยความภูมิใจตามไปด้วยไม่ได้

          “นายก็เป็นอย่างนี้ประจำ ฉันไปล่ะ ถ้าได้เรื่องแล้วจะส่งข่าวมา” ปั๊กคุงบอก ก่อนกระโจนลงจากโต๊ะทำงานของคาคาชิ แล้วก็วิ่งหายไปอย่างรวดเร็ว

          คาคาชิที่ยิ้มอยู่ก็คลายยิ้มแปรเปลี่ยนเป็นความเครียดที่เห็นได้อย่างชัดเจน เขาถอนหายใจแล้วยังไม่รู้ว่าชิกามารุจะเป็นอย่างไรบ้าง

          สีหน้าท่าทางแบบนี้เขาเคยเห็นครั้งหนึ่งจากชิกามารุ เมื่อตอนที่ซารุโทบิ อาซึมะ ครูประจำทีมสิบของชิกามารุเสียชีวิต

          ตอนนั้นชิกามารุยังเป็นจูนินอยู่ ตั้งใจจะบุกไปจัดการกับสองแสงอุษาอย่างฮิดันและคาคุซึด้วยตัวเอง พร้อมกับเพื่อนร่วมทีมอย่างอิโนะ และโจจิ...

        ซึ่งเวลานั้นเขาได้พาตัวเองไปเป็นหัวหน้าหน่วยสิบ เนื่องจากท่านโฮคาเงะรุ่นที่ห้า หรือ นาเมคุจิ ซึนาเดะ ไม่ยินยอมให้ไปกันสามคน เพราะอาจจะพลาดท่าเสียทีให้กับสมาชิกในกลุ่มแสงอุษา ที่รู้กันดีว่าร้ายกาจมากความสามารถเป็นทหารรับจ้างที่น่ากลัวและแข็งแกร่งที่สุดในยุคนั้น

          แต่คนฉลาดก็ย่อมจะเป็นคนฉลาดอยู่วันยังค่ำ จูนินอย่างชิกามารุสามารถจัดการกับฮิดันได้ตามที่คาดการณ์เอาไว้ ในขณะที่เขาตึงมือแทบจะรับมือกับคาคุซึไม่ได้ โชคดีที่ยามาโตะและนารุโตะเข้ามาช่วยได้ถูกจังหวะ ไม่อย่างนั้นก็คงจะแย่เหมือนกัน

          คาคาชิถอนหายใจอีกครั้ง เขาพิงหลังกับเก้าอี้ประจำตำแหน่ง ก่อนจะตัดสินใจเรียกหน่วยลับที่ขึ้นตรงกับตนเองอีกคนมาหา

          “ครับ ท่านโฮคาเงะ” หน่วยลับที่สวมหน้ากากรูปเสือปรากฏตัวขึ้น

          “เรียกอิโนะ โจจิ และซาอิมาพบฉัน” เขาสั่งเสียงเครียด หน่วยลับก็รับคำก่อนจะหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย

          ถึงจะส่งหน่วยค้นหาตามหาตัวเทมาริไปก่อนหน้านี้แล้ว และชิกามารุก็ฉลาดใจเย็นมากพอ แต่เขาก็ไม่ค่อยไว้ใจอยู่ดีการเรียกตัวคนในทีมสิบ และซาอิซึ่งตอนนี้อยู่ทีมเจ็ดที่เขาเคยเป็นหัวหน้ามาก่อน แปลว่านี่เป็นภารกิจคอยติดตามและสนับสนุนชิกามารุอีกทีนั่นเอง

          เขารออยู่ไม่นาน ต่อมาสามนินจาหนุ่มสาวก็มาหยุดอยู่ตรงหน้า ทั้งสามคนทำหน้างุนงงและแปลกใจอยู่เล็กน้อย เนื่องจากไม่เคยทำภารกิจร่วมกันมาก่อน

          “มีอะไรเหรอครับ ท่านรุ่นเจ็ด” ซาอิเป็นคนเอ่ยถาม ปกติแล้วเขามักจะทำงานร่วมกับทีมเจ็ด นั่นคือนารุโตะ ซากุระ และหัวหน้ายามาโตะ แต่เมื่อซาสึเกะกลับมายังหมู่บ้าน ก็มักจะมีโอกาสได้ร่วมทำภารกิจกับซาสึเกะด้วย

          แต่สำหรับอิโนะและโจจินั้นเขาไม่เคยร่วมงานมาก่อน รู้สึกว่าอิโนะจะเป็นนินจาหน่วยตรวจจับ ส่วนโจจิก็น่าจะเป็นกำลังหลักในการจู่โจม ส่วนตัวเขาเป็นนินจาผู้ใช้วิชาหมึกซึ่งสามารถวาดให้เป็นอะไรที่อยากจะวาดก็ได้ สะดวกในการเดินทางและค้นหา ดังนั้นการทำงานครั้งนี้คิดว่าน่าเป็นแบบกลุ่มสามคนและเป็นภารกิจค้นหาเป็นหลัก

          “ให้หาใครหรือครับ

          “เธอนี่ฉลาดมากเลยนะซาอิ” คาคาชิเอ่ยชมจากใจ เด็กหนุ่มคนนี้ก็เคยเป็นอดีตหน่วยลับมาก่อน เลยไม่กังขาถึงฝีมือและความมีไหวพริบ

          “หมายความว่ายังไงคะ” อิโนะเอ่ยถามบ้าง เธอหันไปมองซาอิแล้วก็รู้สึกแปลกๆ ถึงจะเคยเจอหน้ารู้จักกันมาก่อน แต่ก็ไม่เคยทำงานด้วยกันเลย สถานการณ์นี้มันทำให้เธอรู้สึกวางตัวไม่ค่อยถูก แถมยังได้ยินเรื่องนิสัยที่ไม่ค่อยปกติของซาอิมาจากซากุระหลายเรื่องก็กลัวว่าจะทำงานเข้าขากันได้ดีไหม

          “จากนี้ไปซาอิจะเป็นหัวหน้าหน่วย แล้วก็รับภารกิจตามหาคนคนหนึ่ง”

          “ใครคะ” นินจาสาวเพียงหนึ่งเดียวถามอีกครั้ง แปลกใจที่ครั้งนี้ไม่มีชิกามารุมาด้วย แต่ก็คิดว่าเพื่อนสนิทคงได้รับมอบหมายงานอย่างอื่นแล้ว ก็อย่างที่รู้กันดีว่าชิกามารุเองก็เป็นหนึ่งในที่ปรึกษาของหัวหน้าระดับสูงของหมู่บ้านเหมือนกัน

          “นารา ชิกามารุ” คาคาชิตอบ ท่ามกลางความตกใจของอีกสามคนที่ได้ยิน

          “อะไรนะคะ!

          “ชิกามารุ ชิกามารุน่ะเหรอครับ” โจจิเริ่มตกใจอย่างมาก ส่วนซาอินั้นก็ตกใจ แต่ก็ยังเก็บสีหน้าอาการไว้ได้มิดชิด

          “ใจเย็นๆ ไม่ได้มีเรื่องร้ายเกิดขึ้นกับชิกามารุตอนนี้

          “ตอนนี้? มันแปลว่ายังไงกับแน่ครับ” ซาอิทวนคำ คาคาชิเลยถอนหายใจก่อนจะขยายความให้ทั้งสามเข้าใจมากขึ้น

          “ตอนนี้ชิกามารุน่าจะออกจากหมู่บ้านไปแล้ว ฉันเลยตั้งหน่วยค้นหาซึ่งก็คือพวกเธอให้ติดตามเขาและเป็นหน่วยสนับสนุน ชิกามารุไม่ได้เป็นอันตรายหรือถูกใครจับตัวไป แต่หลังจากนี้ก็ไม่แน่เหมือนกัน เพราะว่าชิกามารุและฉันเองยังไม่รู้ว่าเขากำลังติดตามใครกันแน่”

          “ผมไม่เข้าใจ” โจจิยกมือเกาหัว ไม่มีชิกามารุคอยอธิบายภารกิจให้เข้าใจง่ายๆ เลยทำความเข้าใจไม่ค่อยรู้เรื่องนัก

          “คือตอนนี้เทมาริ พี่สาวของคาเสะคาเงะถูกจับตัวไปโดยกลุ่มคนที่ไม่ทราบว่าเป็นใครมาจากไหน และใช่ชิกามารุปฏิเสธภารกิจทุกอย่างของเขาและออกจากหมู่บ้านไปแล้ว ฉันคิดว่าทั้งเธอและอิโนะน่าจะเข้าใจ ว่าตอนนี้เขากำลังไปไหน” คาคาชิบอกกับหนุ่มอ้วนโดยตรง ทำให้โจจิและอิโนะหันไปมองหน้ากันด้วยความตกใจ

          “นี่คือการตามหาหัวใจน่ะสินะครับ ผมเคยอ่านมาจากหนังสือ

          ในขณะที่ทุกคนกำลังกลุ้มใจและกังวล คงมีแต่ซาอิเท่านั้นที่ยิ้มกว้างมีสีหน้าภูมิใจ

          “นี่แสดงว่าชิกามารุกำลังมีความรัก ใช่ไหมครับ?

 

          ชิกามารุนั่งลงยองๆ ระหว่างที่แตะนิ้วลงกับเม็ดทรายเล็กๆ ที่หล่นอยู่บนพื้น ดวงตาของเขาเป็นประกายขึ้นมาแวบหนึ่ง

          “ทรายที่มาจากทะเลทราย” เขาพึมพำกับตัวเอง

          เนื่องจากเดินทางไปซึนะมาหลายครั้ง ผ่านทะเลทรายทุกครั้ง เลยพอจะแยกแยะและมองปราดเดียวก็รู้ว่าทรายที่เห็นมันแตกต่างกับทรายจากบริเวณนี้ที่เป็นรอยต่อระหว่างซึนะและโคโนฮะ และมีแคว้นเล็กๆ อีกแคว้นหนึ่ง ซึ่งมีชื่อว่า แคว้นแห่งหมอก

        อีกอย่างเขาทราบดี เพราะเวลาที่เทมาริมาถึงหมู่บ้าน มักจะมีเม็ดทรายติดตามตัวมาด้วยเสมอ เห็นรอยทรายหายไปทางแคว้นแห่งหมอกก็ยิ่งเป็นกังวล

          ถึงตอนนี้แคว้นใหญ่ทั้งห้าแคว้นจะเป็นพันธมิตรกันแล้ว แต่ก็ยังมีหมู่บ้านเล็กๆ น้อยๆ ที่ไม่ขึ้นตรงต่อใคร ปกครองด้วยตัวเอง ซึ่งแคว้นแห่งหมอกนั้นขึ้นชื่อว่าโหดร้ายและอันตรายมากที่สุดแล้ว

          “กาอาระมีศัตรูที่ไหนอีกเนี่ย” ชิกามารุถอนหายใจ

          เขาคิดว่าการหายตัวไปของเทมาริ น่าจะมีสาเหตุสำคัญหลักมาจากาอาระผู้เป็นคาเสะคาเงะและเป็นน้องชายของเทมาริแน่นอน

          “เฮ้อ ไม่ได้เรื่องกันซะเลย” เขายืนตรงนี้คนเดียวมานานแล้ว ยังไร้วี่แววหน่วยค้นหาไม่ว่าจะจากทางซึนะหรือโคโนฮะเลยแม้แต่คนเดียว

          ชิกามารุครุ่นคิดว่าตัวเองควรจะทำเครื่องหมายสัญลักษณ์ทิ้งไว้ให้คนอื่นหรือเปล่า แต่เขาก็ไม่กล้าทิ้งเอาไว้มั่วซั่ว ไม่อย่างนั้นอาจจะเป็นภัยต่อตัวเองได้ แต่เขาก็ไม่ลืมคิดในมุมมองของคาคาชิด้วย

          การที่สะบัดหน้าหนีออกมาแบบนั้นมันเป็นการเสียมารยาทอย่างมาก เขาเองก็เป็นคนสำคัญมากคนหนึ่งในโคโนฮะ ดังนั้นคาคาชิไม่ปล่อยให้เขาเดินทางมาง่ายๆ ตัวคนเดียวแน่ ตอนนี้อาจจะส่งหน่วยอื่นตามมาสมทบแล้วก็เป็นได้ ช่วงนี้อิโนะและโจจิไม่มีภารกิจทำ เป็นไปได้มากที่สุดที่สองคนนั้นจะตามมา

          ด้วยการที่เป็นเพื่อนสนิทกันมานานตั้งแต่เด็กๆ ดังนั้นเขาจึงเลือกที่จะทิ้งสัญลักษณ์เอาไว้ที่ต้นไม้ที่พอจะสังเกตเห็นได้ เป็นรูปต่างหูที่จนถึงตอนนี้ในทีมสิบก็ยังใส่กันอยู่ทั้งสามคน

          มันเป็นของขวัญที่ได้มาจากครูอาซึมะเมื่อทุกคนในทีมสิบได้เลื่อนขั้นเป็นจูนินครบทั้งสามคน และหวังว่าจะเป็นอิโนะกับโจจิที่ตามมาจริงๆ

          “ถ้ามาจริงๆ ก็อย่าประมาทล่ะ อิโนะ โจจิ” เขาบอกเมื่อใช้มีดคุไนวาดสัญลักษณ์ต่างหูเอาไว้เรียบร้อยแล้ว

          สายตาของชิกามารุกวาดมองไปรอบๆ ตัวอย่างระมัดระวัง เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยไม่มีวี่แววของศัตรูเขาก็เร้นกายหายไปกับม่านหมอกอย่างเงียบกริบ

 

          เทมาริได้สติ และพบว่าตัวเองถูกคุมตัวเอาไว้ยังชั้นใต้ดินซึ่งไม่รู้เลยว่าอยู่ที่ไหนกันแน่ เธอไม่ได้ถูกมัดเอาไว้ แต่ก็ไปไหนไม่ได้ เหมือนมีม่านพลังบางอย่างที่ตรึงเอาไว้ให้จำกัดในที่แคบๆ ทั้งอึดอัดหายใจไม่ออกด้วยไม่คุ้นชินกับสถานที่เช่นนี้เลย

          “กาอาระจะรู้หรือยังนะ” เธอพูดกับตัวเองอย่างว้าวุ่น เดินวนเวียนไปมาในห้องใต้ดินแคบๆ ด้วยความกังวลใจ

          “แล้วฝั่งโคโนฮะล่ะ”

          จำได้ว่าก่อนจะหมดสติไปนั้น เธอจะเดินทางไปโคโนฮะไปบ้านนาราโดยตรง ก่อนจะเจอกับบุรุษแปลกหน้าที่มีวิชาเนตรแกร่งกล้า เธอไม่ได้ตั้งตัวว่าจะเจอคาถาลวงตาก็ถูกครอบงำได้อย่างง่ายดาย ทั้งที่ความจริงแล้วใช้พัด พัดคาถาพวกนั้นได้อย่างง่ายๆ อยู่แล้ว เรื่องคาถาลวงตาก็ตัวรอดได้แท้ๆ แต่กลับพลาดท่าเอาอย่างนี้ก็อดที่จะหงุดหงิดไม่ได้

        “เฮ้อหลับไปกี่วันแล้วนะเรา” จำได้ว่าอยู่ที่นี่มาสองวันแล้ว แต่ก็ไม่แน่ใจว่าก่อนหน้านี้หลับไปกี่วันกี่คืนกันแน่

          และดูเหมือนว่าคนที่จับตัวเธอก็มั่นใจว่าเก่งและแข็งแกร่งมากแค่ไหน เพราะไม่ได้ให้ใครเฝ้าตลอดเวลาเลย แล้วก็มีคนยกอาหารมาให้สามเวลา ที่ดูคล้ายจะเป็นหุ่นเชิดที่ไม่โต้ตอบใดๆ ทั้งนั้น

          “นินจาลอดผ่านม่านพลังไม่ได้สินะ” เธอยกมือแตะปลายคางอย่างใช้ความคิด        

          เพราะหุ่นเชิดสาวใช้สามารถเดินเข้ามาใกล้เธอได้ไม่ได้ติดหรือก้าวผ่านไม่ได้อย่างที่เป็น เทมาริเลยพยายามครุ่นคิดให้มากขึ้น

          “แล้วถ้าสัตว์อันเชิญล่ะ” ดวงตามีมรกตเป็นประกายเมื่อคิดแบบนั้น

          เทมาริมีสัตว์อันเชิญเช่นเดียวกัน เธอไม่รอช้ารีบกัดนิ้วเพื่อใช้เลือดอันเชิญพังพอนของตนขึ้นมาทันที

          คามาทาริ!!

          พังพอนสีขาวคาดผ้าดำที่ดวงตาก็ปรากฏตัวขึ้น เทมาริยังไม่ยิ้มด้วยยังไม่รู้ว่ามันจะผ่านม่านพลังที่มองไม่เห็นได้หรือเปล่า

          “ไป ไปซึนะ!” เธอสั่งมัน ถึงจะไม่ใช่วิชาทำลายล้างอย่างที่เคยใช้มันมาตลอดแต่ก็หวังว่าเจ้าพังพอนอันเชิญนี้จะผ่านม่านพลังไปได้

          เจ้าพังพอนหันมองผู้อันเชิญมาแวบหนึ่ง แล้วมันก็ขยับตัวเร้นหายไปได้อย่างรวดเร็ว วิ่งคลานผ่านออกจากห้องได้ ทำให้เทมาริยิ้มกว้าง ยกมือทาบอกด้วยความโล่งอก

          “ได้ผล!” เท่านี้ก็พอจะส่งข่าวให้กาอาระได้รู้แล้วว่าเธอถูกจับตัวมาที่นี่ ซึ่งยังไม่รู้เลยว่ามันคือที่ไหนกันแน่

          แต่มันจะเป็นอันตรายกับกาอาระรึเปล่า เทมาริคิดด้วยความตกใจกลัว แต่ก็ช้าไปแล้ว คามาทารินั้นหายไปอย่างรวดเร็ว เธอเองก็อยากจะเป็นอิสระจากที่นี่เลยไม่ได้เรียกมันกลับมา

          “เป็นไงก็เป็นกัน” บอกกับตัวเอง แล้วก็นั่งลงที่ขอบเตียง

          ถึงคามาทาริจะออกจากห้องนี้ได้แล้ว แต่ก็ไม่รู้เลยว่ามันจะผ่านออกจากที่นี่ได้หรือเปล่า คนที่จับตัวเธอมาก็อาจจะจับได้ซะก่อน ได้แต่หวังว่าเจ้าพังพอนมันจะหายตัวกลับมิติของมันทันก่อนที่จะถูกสังหาร

          เทมาริคิดวุ่นวายไปสารพัด เดาไม่ถูกว่าคนที่จับตัวมานั้นต้องการอะไรกันแน่ เธอยกมือป้องตาเอาไว้และหลับตาลงเพื่อพักสายตา

          ขณะเดียวกันชิกามารุก็พยายามอย่างมากที่จะตามหาทรายที่มาจากตัวของเทมาริ แต่ยิ่งเข้าไปลึกในแคว้นแห่งหมอกเท่าไหร่มันก็ยิ่งหายากมากขึ้นทุกที เขาขยับตัวซ่อนกายอย่างมิดชิดเมื่อได้ยินเสียงเคลื่อนไหวที่แว่วมาแต่ไกลและรวดเร็วอย่างมาก

          เสียงพัดหวีดหวิวนั้นมันคุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูก และเมื่อเห็นสิ่งหนึ่งที่เป็นก้อนขาวๆ ผ่านไปชิกามารุก็เบิกตากว้าง ดีดตัวไปขวางมันเอาไว้อย่างทันท่วงที

          “คามาทาริ!!” ชิกามารุจำได้ทันทีว่านั่นคือสัตว์อันเชิญของเทมาริ

          พังพอนอันเชิญก็หยุดชะงัก มันหันไปมองต้นเสียงพลางทำจมูกฟุดฟิดในป่าท่ามกลางหมอกที่ปกคลุมหนาขึ้นทุกขณะ และมันจำได้ว่ากลิ่นนี้เคยวนเวียนอยู่ใกล้ๆ เทมาริ ผู้ทำสัญญาอันเชิญกันและกัน

          “เทมาริอยู่ไหน!!” ชิกามารุถามอย่างร้อนใจ และแน่ใจว่าตัวเองมาถูกที่แล้ว

 

          ขณะเดียวกันเทมาริที่เกือบจะเคลิ้มหลับไปแล้วหลังจากพักสายตาหลับตาลงนิ่งๆ นานหลายทีจำต้องลืมตาขึ้นเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าเดินเข้ามาใกล้ ตอนแรกคิดว่าเป็นสาวใช้หุ่นเชิดที่เห็นมาหลายครั้งแล้ว แต่กลายเป็นบุรุษหนุ่มคนหนึ่งที่ยิ้มหวานเดินเข้ามาใกล้ เธอรีบขยับตัวและตั้งท่าเตรียมรับการจู่โจม ทว่าพัดใหญ่คู่ใจนั้นหายไปเสียแล้ว อีกฝ่ายก็ดูคุกคามน่ากลัวมากด้วย

          “นายเป็นใคร” เธอถามเสียงแข็ง ไม่ประมาท ประเมินอีกฝ่ายเป็นผู้ใช้วิชาคาถาภาพลวงตาที่ลักพาตัวเธอมาแน่

          “หวัดดีเทมาริฉันฝันจะเจอเธอมานานแล้ว”

          “ไงนะ” เทมาริคราง มองอีกฝ่ายไม่คลาดสายตา พร้อมตอบโต้ได้ทุกวินาที

          “เอาล่ะ พยศแบบนี้ฉันไม่ชอบเลย ช่วยมาเป็นเจ้าสาวที่ว่านอนสอนง่ายกว่านี้หน่อยเถอะนะ เทมาริ”

          “เจ้าสาว!!” เทมาริอุทานด้วยความตกใจ แต่วินาทีต่อมาม่านตาก็ไหวระริกและดับวูบ

        “คาถาลวงตา!!

 

          อาราตะ ซึซึกิ บุรุษแปลกหน้าที่เป็นคนพาตัวเทมาริมายังแคว้นแห่งหมอก เป็นคนใช้คาถาลวงตากับเธอกำลังมองดูหญิงสาวที่กำลังร่างจดหมายด้วยสายตาพึงพอใจ

          ตอนนี้เทมาริตกอยู่ภายใต้คาถาของเขา ที่อยากได้อะไรก็สามารถสั่งให้เธอทำตามได้ทุกอย่าง ไม่ว่าเรื่องนั้นจะเป็นเรื่องที่เธอเต็มใจหรือไม่ก็ตาม

          “เสร็จแล้วเหรอ?” หนุ่มรูปงาม เส้นผมสีน้ำตาลเข้ม รับกับดวงตาที่เป็นสีน้ำตาลเหลือบแดงกล่าวอย่างอารมณ์ดี

          “เสร็จแล้ว” เทมาริตอบ แต่เธอนั้นดูว่างเปล่าเลื่อนลอยราวกับหุ่นเชิดตัวหนึ่ง แทบไม่กะพริบตาเลยด้วยซ้ำไป

          “ไหน ขอดูหน่อยซิ” อาราตะยื่นมือไปตรงหน้า ซึ่งเทมาริก็ส่งกระดาษจากมือของตนเองให้เขาไปอย่างว่าง่าย

          ชายหนุ่มยิ้มอย่างพึงพอใจ ทุกอย่างที่ได้สั่งการเอาไว้นั้นเรียบร้อยดีไม่มีคำว่าผิดพลาด โชคดีเหลือเกินที่เขามีขีดจำกัดทางสายเลือด ซึ่งส่วนมากจะตกทอดจากรุ่นสู่รุ่นในตระกูลเท่านั้น ถึงจะไม่ใช่เนตรที่แข็งแกร่งเทียบเท่า เนตรสีขาว เนตรวงแหวน  หรือ เนตรสังสาระ เขาตอนนี้ยังไม่มีใครทราบ ว่าตระกูลซึซึกิเองก็มีพลังเนตรที่แข็งแกร่งเช่นเดียวกัน

          ตระกูลของเขาหลบลี้มาอยู่ในแคว้นแห่งหมอกนานแล้ว และไม่ได้เปิดเผยตัวต่อผู้ใด ส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่าไม่ได้อยากจะมีสัมพันธไมตรีกับใครทั้งนั้น และอีกอย่างหนึ่งที่ไม่สามารถบอกใครได้ เขาต้องการสิ่งหนึ่งสิ่งเดียวที่จะทำให้มีความสุขไปชั่วชีวิต ไม่เสียดายอะไรอีกแล้ว

          “เธอเป็นเด็กดีมาก เทมาริ” เขาเอื้อมมือลูบศีรษะของเทมาริแผ่วเบา

          และในทันใดนั้นเอง เขาก็สัมผัสได้ว่าเธอแข็งขืนวูบหนึ่งจึงรีบหดมือกลับ และมองเธออย่างพิจารณา ด้วยกลัวว่าเทมาริจะหลุดออกจากการควบคุม

          “ก็ไม่นี่” อาราตะพึมพำกับตนเอง

          เทมาริยังอยู่ภายใต้การสะกดของเขา แต่ก็มีท่าทีในการดื้อดึงแข็งขืนอยู่บ้าง และนั่นทำให้แปลกใจไม่น้อย

          ว่ากันตามจริงแล้ว วิชาลวงตาของเขาแข็งแกร่งยากจะหาใครเทียบ พูดก็พูดเถอะ อยู่ต่อหน้าเนตรวงแหวนหรือเนตรสังสาระเขาก็ไม่รู้สึกกลัวเลยสักนิด

          “เธอเก่งเอาเรื่องเลยนะเทมาริ” ชายหนุ่มเผยยิ้มอีกครั้ง เมื่อเห็นว่าเธอ ร้ายกาจ กว่าที่ประเมินจากตอนแรกลิบลับ

          “แต่ยังไงซะ เธอก็หนีไปไหนไม่รอดแล้วล่ะ เทมาริ” มือขาวเรียวราวกับมือของอิสตรีส่งกระดาษที่ได้รับมาคืนไป เทมาริเองก็ไม่สามารถขัดขืนได้ เธอยื่นมือออกไปรับมา ต้องทำตามคำสั่งของเขาทุกอย่าง ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตาม

          “ทีนี้ก็แต้มเลือดของเธอลงไปด้วย น้องชายสุดที่รักของเธอจะได้รู้ว่านี่ไม่ใช่จดหมายปลอม”

          สิ้นคำสั่งนั้น เทมาริก็กัดนิ้วตนเองที่ปลายนิ้วจนได้เลือด ก่อนจะป้ายมันลงตรงชื่อที่ได้เขียนเอาไว้ ก่อนจะนั่งตัวตรงคอแข็งไม่วอกแวกไปไหน

          อาราตะเป็นคนหยิบจดหมายแผ่นนั้นกลับไปดูอีกหน ลอบระบายลมหายใจออกมาอย่างโล่งใจ ต่อมาเขาก็บรรจงพับมันอย่างไม่เร่งรีบให้เป็นรูปนกตัวหนึ่ง ในห้องใต้ดินที่หรูหราและมีการคุ้มกันเข้มงวดมากกว่าห้องที่พาเธอออกมา

          แน่ล่ะ เพราะที่นี่คือห้องพักส่วนตัวของเขาที่ไม่เคยให้ใครเหยียบย่างเข้ามาใกล้นอกจากคนงานที่เข้ามาทำความสะอาดเท่านั้น เทมาริถือเป็นคนแรกที่ได้เข้ามาในนี้

          นั่นเป็นเพราะ เธอคือหนึ่งในแผนการที่ได้วางเอาอย่างอย่างรอบคอบนั่นเอง

        “เธอหิวไหม เทมาริ” เสียงเรื่อยเอื่อยถามอย่างไม่จริงจังนัก

          เทมาริไม่ตอบนอกจากส่ายหน้าไปมาเบาๆ แต่ว่าอาราตะไม่สนใจท่าทางการปฏิเสธของเธอ

          “ถ้าแม่บ้านยกอาหารเข้ามาก็กินซะหน่อยก็แล้วกัน ฉันจะออกไปข้างนอกซะหน่อย” เขาพูดแล้วก็บิดขี้เกียจเล็กน้อย ก่อนจะลุกขึ้น เดินตรงออกจากห้องพักมุ่งไปยังบ้านหน้าต่างกว้าง

          ที่นี่คือแคว้นแห่งหมอก เพราะอย่างนั้นจึงถูกหมอกปกคลุมเสียทุกแห่ง วิสัยทัศน์ย่ำแย่แทบจะมองอะไรไม่เห็น แต่อาราตะก็ชินเสียแล้ว เพราะอยู่ที่นี่มาหลายปี เคยชินกับบรรยากาศและการใช้ชีวิตกับที่นี่ และหากว่ามีใครตั้งใจจะบุกเข้ามาแล้วล่ะก็ ต้องใช้ความพยายามมากทีเดียวถ้าจะเข้ามาถึงตัวเขาได้

          นัยน์ตาสีน้ำตาลเหลือบแดงหลุบมองนกกระดาษที่พับทิ้งเอาไว้ในมือ ส่งจักระเข้าไป และทำให้มันเริ่มเคลื่อนไหวราวกับเป็นสิ่งมีชีวิตจริงๆ

          “ไป ไปซะ ไปหากาอาระ” อาราตะกระซิบ วินาทีต่อมานกกระดาษก็ยับปีกของมัน และค่อยๆ ขยับตัวโบยบินแหวกม่านหมอกและเร้นสายตาในนาทีต่อมา

          “เราคงได้เจอกันเร็วๆ นี้สินะ กาอาระ

          อันที่จริงเขาไม่รู้หรอกว่ากาอาระจะมาที่รี่จริงๆ หรือเปล่า เพราะครั้งแรกที่ได้เจอกัน คนคนนั้นเกิดมาเพื่อรักและปกป้องตัวเองเท่านั้น ไม่มีความรักเผื่อแผ่ให้ใครทั้งนั้น ก็ไม่แน่ว่าจะมาช่วยเทมาริผู้เป็นพี่สาวคนนี้หรือเปล่า

          แต่มีหลายเสียงแว่วมาบอกว่าชายคนนั้นเปลี่ยนไปมากแล้ว มีหัวจิตหัวใจและเลือกที่จะรักคนอื่นด้วยเช่นกัน

          “ก็ขอให้เป็นแบบนั้นเถอะ” เขาพึมพำกับตัวเองแล้วเหยียดยิ้มที่มุมปาก

          “กาอาระ

 

          ด้านกาอาระเองก็ร้อนใจไม่น้อย เนื่องจากว่ายังไม่ได้ข่าวคราวของพี่สาวเลยแม้แต่อย่างเดียว ส่งคนตามหาไปหลายหน่วยแต่ก็ยังไร้วี่แววว่าจะหาตัวเทมาริเจอ ตอนนี้คันคุโร่เองก็เริ่มหงุดหงิดอารมณ์ร้อนใจมากกว่าใครทั้งนั้น ออกปากจะตามหาเทมาริด้วยตัวเอง แต่ว่าเขาห้ามไว้ก่อน

          ตอนนี้คันคุโร่ดูร้อนอกร้อนใจ กลัวว่าจะหุนหันพลันแล่นจนเกิดผลร้ายมากกว่าผลดี

          “ทำไมฉันถึงไปตามหาเทมาริไม่ได้!” คันคุโร่ขึ้นเสียงกับน้องชาย

          ถึงอีกฝ่ายจะเป็นถึงคาเสะคาเงะก็เถอะ แต่ไม่ว่าจะยังไงเขาก็ไม่สบายใจอยู่ดี ที่พี่สาวหายตัวไปนานแล้วแต่ยังไม่ได้ข่าวเลยแม้แต่อย่างเดียว

          “รอให้หน่วยลับส่งข่าวมาก่อนเถอะคันคุโร่” กาอาระปลอบ ซึ่งเขาเองก็ร้อนใจไม่น้อยไปกว่าพี่ชาย

          แต่กระนั้นเขาก็มีฐานะเป็นคาเสะคาเงะ ยังไงก็ต้องคุมอารมณ์เอาไว้ ไม่ใจร้อนผลีผลาม ไม่อย่างนั้นคงตามหาตัวเทมาริไม่ได้แน่

          “รอแบบนั้นไม่ไหวหรอก!” คันคุโร่ตะคอก ตอนนี้ลืมเรื่องว่าคนตรงหน้าเป็นคาเสะคาเงะ ด้วยเป็นห่วงผู้เป็นพี่สาวมากจนไม่ได้คิดอะไรทั้งนั้น

          “ถ้าเกิดอะไรขึ้นมากับเทมาริจริงๆ เล่า นายทนไหวเหรอ!?

          หลายปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะไปที่ไหนหรือเจอสถานการณ์เลวร้ายมากเพียงไร พวกเขาสามพี่น้องก็อยู่ด้วยกันเสมอ รวมถึงตอนที่อยู่ในมหาสงครามครั้งที่สี่ ยิ่งนานวันก็ยิ่งผูกพันมากกว่าใครทั้งนั้น

          “ฉันเข้าใจดีคันคุโร่ แต่เราไม่มีเบาะแสเลยแม้แต่อย่างเดียว ออกไปก็เสียเวลาเปล่า สู้รออยู่ที่นี่และรอว่าจะมีข่าวส่งมา เราจะได้มุ่งหน้าตรงไปที่ที่เทมาริถูกพาตัวไปได้ ถ้านายออกไปที่อื่นซะก่อนแล้วข่าวถูกส่งมาพอดี มันจะเสียเวลาเอานะ” กาอาระพยายามให้เหตุผล คันคุโร่ที่พาลพาโลอยู่ก็ค่อยๆ สงบลง

          “ก็มันรอไม่ไหวแล้ว” คันคุโร่บอกเสียงค่อย แล้วก็ทิ้งตัวลงนั่งกับม้านั่งอย่างอ่อนแรง

          “ถ้าเรามีสุนัขนินจาเหมือนตระกูลอินุซึกะ จากหมู่บ้านโคโนฮะก็ดีสินะ

          “นั่นสินะ” กาอาระพึมพำเสียงแผ่ว

          ทันใดนั้นก็สัมผัสได้ถึงสายลมที่พัดผ่านมา หอบเอาทรายเม็ดเล็กๆ รวมถึงกลิ่นอายจากจักระที่ไม่คุ้นเคยตามมาด้วย

          “มีอะไรงั้นเหรอ กาอาระ!

          เมื่อเห็นน้องชายมีท่าทีแปลกๆ คันคุโร่ก็ขยับตัวทันที

          “มีคนส่งข่าวมา” คนพูดยื่นมืออกไปกลางอากาศ แล้วก็คว้านกกระดาษที่ลอยล่องมากับสายลมได้ในที่สุด คันคุโร่ก็เข้าไปใกล้กาอาระทันทีด้วยความตื่นเต้นและร้อนใจ

          “ใคร!? ข่าวของเทมาริเหรอ” ถามอย่างร้อนใจ เพราะผ่านไปก็หลายวันแล้ว แต่กลับไม่ได้ข่าวคราวใดๆ เลย

          “ใช่ ข่าวของเทมาริ” กาอาระตอบเสียงเรียบ

          น้ำเสียงนั้นทำให้คันคุโร่ชะงักไปเล็กน้อย เพราะท่าทีของกาอาระมันแปลกไปจากเดิม

          “แต่ไม่ใช่หน่วยลับหรือหน่วยตรวจจับของเรางั้นเหรอ” คันคุโร่เดาเรื่องออก และหน้าเสียไปในทันที

          “มันเขียนว่ายังไง” เขาสังเกตเห็นม่านตาของกาอาระขยายวาบก็ตัวเย็นขึ้นมา แถมยังมีเลือดติดมากับจดหมายอีกต่างหาก ยังไงก็รู้สึกไม่สบายใจเอาเสียเลย

          “กาอาระว่ายังไง”

          เมื่อกาอาระนิ่งไปคันคุโร่เลยเป็นฝ่ายคว้าจดหมายนั้นด้วยตัวเอง กวาดสายตาอ่านมันอย่างร้อนรนแล้วก็เบิกตากว้าง

          “นี่มัน!” เขาอุทานไม่เป็นคำ แต่สีหน้าของกาอาระก็ยังนิ่งเฉย คงมีแต่แววตาเท่านั้นที่บ่งบอกว่าเจ้าตัวกำลังรู้สึกอย่างไรอยู่

          “จะทำยังไงดี

          ก่อนที่สองพี่น้องจะทันได้เอ่ยอะไร ก็มีเสียงฝีเท้าแว่วมาก่อน และตามด้วยตัวที่เป็นสุนัขตัวเล็กๆ ตัวหนึ่ง

          “สวัสดีท่านคาเสะคาเงะ ฉันมาจากโคโนฮะ” สุนัขนินจาตัวนั้นพูดได้ และมาหยุดลงที่โต๊ะทำงานของกาอาระ

          “คาคาชิส่งฉันมา

          “หมายถึงท่านโฮคาเงะน่ะเหรอ” คันคุโร่เป็นคนพูด สุนัขนินจาตัวนั้นก็ผงกหัวรับ

          “ฉันชื่อบิสกิต ถูกคาคาชิส่งมาถามว่าทางนี้เป็นยังไงบ้าง ได้เรื่องของเทมาริบ้างหรือยัง”

          “ขอบคุณที่เป็นห่วง ตอนนี้เราเพิ่งจะได้รับเบาะแสใหม่มาแล้วเหมือนกัน” กาอาระเป็นคนตอบ

          “ตอนนี้ปั๊กคุงล่วงหน้าไปก่อนแล้ว พอจะได้เรื่องว่าเทมาริไปถึงแคว้นแห่งหมอกแล้ว” บิสกิตบอก ทำให้กาอาระทำหน้าแปลกใจขึ้นมาทันที

          “ขอบคุณมาก เราก็เพิ่งรู้ว่าเทมาริอยู่ที่นั่นเหมือนกัน” คาเสะคาเงะส่งจดหมายที่เป็นลายมือของเทมาริให้กับบิสกิตไป

          “ว่าแต่ ทำไมปั๊กคุงถึงได้เจอตัวเทมาริเร็วนัก ทางเราส่งคนออกไปตามหาก่อนตั้งหลายวัน ยังไม่ได้ข่าวเลย ต้องรอทางนั้นส่งมา”

          “ปั๊กคุงตามรอยชิกามารุน่ะ หมอนั่นทิ้งรอยเอาไว้ตอนแทรกซึมเข้าไปในแคว้นหมอก เราเลยเจอตัวได้เร็ว” บิสกิตบอก ทำให้ทั้งคันคุโร่และกาอาระทำท่าตกใจ เพิ่งทราบว่าชิกามารุอยู่ในหน่วยค้นหาเพื่อช่วยเทมาด้วย

          “ชิกามารุน่ะเหรอ?” คันคุโร่พึมพำ

          ถึงจะรู้ก็เถอะว่าทั้งชิกามารุและเทมารินั้นมีความสัมพันธ์พิเศษต่อกันมานานแล้ว แต่ก็ไม่น่าเชื่อว่าคนระดับนารา ชิกามารุ จะเป็นคนที่อยู่ในหน่วยค้นหาตามหาตัวเทมาริด้วยตัวเอง เพราะคนคนนั้นเป็นหัวหน้าระดับสูง เป็นที่ปรึกษาของโฮคาเงะ งานครั้งนี้ถือเป็นงานเสี่ยงอันตรายอย่างมาก โคโนฮะไม่น่าจะเสี่ยงให้คนสำคัญอย่างนี้มาทำภารกิจชิงตัวประกันเลย

          “หมอนั่นเป็นฝ่ายออกไปตามหาเทมาริด้วยตัวเองเลย คาคาชิก็เลยให้ปั๊กคุงตามหาชิกามารุ แล้วก็ได้ข่าว ฉันเลยรีบมาบอกข่าวให้ที่นี่” บิสกิตตอบ กาอาระทำหน้าไม่ถูกกับคำพูดนั้น

          และในเวลานั้นเอง คามาทาริของเทมาริก็เดินทางมาถึงซึนะเช่นเดียวกัน

          มันทิ้งรอยทรายที่เป็นข้อความไว้บนโต๊ะให้กาอาระ ซึ่งก็เหมือนกับข้อมูลจากนกระดาษและจากบิสกิต

          “ขอบใจมาก ไปพักเถอะ” กาอาระบอกกับพังพอนตัวสีขาวสะอาด ที่ดูอิดโรยไม่น้อย กว่าจะเดินทางมาถึงที่นี่คงต้องผ่านอะไรมาหลายอย่างเป็นแน่

          “พวกซึนะมากับฉัน ฉันจะพาไปที่ที่เทมาริถูกจับตัวเอาไว้ มีเวลาเตรียมตัวหนึ่งชั่วโมง” บิสกิตตอบ กาอาระจึงพยักหน้าอย่างขอบคุณ

          “อีกหนึ่งชั่วโมง เจอกัน

          “นายก็จะไปด้วยเหรอ!?” คันคุโร่ถามด้วยความตกใจ เมื่อเห็นว่ากาอาระขยับตัวลุกจากเก้าอี้ประจำตำแหน่งด้วย

          “ใช่! บอกให้ที่ปรึกษาทำหน้าที่แทนฉันด้วย ฉันจะกับบิสกิตไปช่วยเทมาริ”

          “แต่นายเป็นคาเสะคาเงะนะ!

          “แต่เรื่องนี้มันเกี่ยวข้องกับฉันโดยตรง ฉันจะให้เทมาริรับเคราะห์ไม่ได้” กาอาระพูดเสียงเครียด คันคุโร่เลยพูดไม่ออก

          “ฉันจะให้คนอื่นมารับผิดชอบกับความผิดของฉันไม่ได้หรอกคันคุโร่

        แผ่นหลังของกาอาระในวันนี้ดูหนักหนากว่าวันอื่นๆ นัก คันคุโร่มองหน้าน้องชายอย่างรู้สึกผิดและเสียใจไม่น้อยไปกว่ากัน

          ถ้าหากว่าตอนนี้นารุโตะอยู่ด้วย กาอาระคงจะร่าเริงมากกว่านี้

          แต่ตอนนี้พวกเขาเป็นสามพี่น้องแห่งทราย ต้องพึ่งพาอาศัยกันและกัน และผูกพันสายใยให้แน่นแฟ้นมากกว่าเดิม

 

          ชิกามารุแทรกซึมเข้ามาถึงชั้นในของแคว้นได้ แต่ก็ยังหาตำแหน่งที่อยู่ของเทมาริไม่เจอ เขาพยายามทำตัวกลมกลืนกับคนในแคว้นนี้ ซึ่งสามารถทำได้ง่ายเพราะว่าทุกคนไม่ได้สนใจซึ่งกันและกันเลย แค่หาผ้าคลุมหน้าเอาไว้ทุกคนก็เหมือนกันไปหมด

          เทมาริเขาคิดอยู่ในใจ คิดถึงรอยยิ้มกว้างสดใสที่ดูไม่ใส่ใจอะไรทั้งนั้นของเธอ อดจินตนาการไม่ได้ว่าตอนนี้เทมาริเป็นยังไงบ้าง และคนที่จับตัวเธอนั้นมีจุดประสงค์ใดกันแน่

          และในตอนนั้นเอง เขาก็ได้เห็นสาวผมสีทรายเดินโซซัดโซเซออกมากลางถนน เธอดูอ่อนแอและเปราะบางอย่างมาก ซึ่งแน่นอนว่าเขาคุ้นเคยกับเธอเป็นอย่างดี

          “เทมาริ!” ชิกามารุปราดเข้าไปประคองเธอ และพบว่าร่างกายของเทมารินั้นร้อนระอุไปหมด

          “เธอเป็นอะไร!” เขาถาม กวาดสายตามองซ้ายขวาเพื่อหาที่จะหลบไปเทมาริไปพัก เห็นโรงแรมเล็กๆ ก็รีบประคองไปทันที

          “เทมาริ ลืมตาสิ” เขาอุ้มเธอแล้วก็รีบพาเธอเข้าโรงแรมไป ตามด้วยสายตาของพนักงานโรงแรมที่มองมาเหมือนจะตำหนิ แต่นาทีนี้ชิกามารุไม่สนใจอะไรทั้งนั้น รีบพาร่างเล็กที่ติดจะสั่นเล็กน้อยไปพักที่ฟูกนอนซึ่งจัดเตรียมเอาไว้เรียบร้อยแล้ว

          “ฉันร้อน ปวดหัว” เธอพึมพำพูดเหมือนเสียงละเมอ ยิ่งทำให้ชิกามารุร้อนใจเป็นเท่าตัว

          “เธอ” ยังพูดไม่จบชิกามารุก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อถูกเธอกระชากคอเสื้อแรงๆ แล้วก็ถูกจูบอย่างหนักหน่วง

          ชิกามารุตกใจจนพูดไม่ออก!

        เขาสะบัดหน้าหนีออกจากจูบของเธออย่างยากลำบาก ความรู้สึกบางอย่างบอกให้รู้ว่ามีอะไรผิดปกติเกิดขึ้น

          จักระของเธอแปลกไป และไม่ใช่เทมาริคนเดิมดังนั้นชิกามารุเลยผลักหล่อนออกห่างแรงๆ ทำให้ร่างบางของเธอคนนั้นปลิวไป

          “เธอเป็นใคร!” มือข้างหนึ่งของชิกามารุถือคุไนเอาไว้ อีกมือหนึ่งก็ถูริมฝีปากแรงๆ นี่เขาพลาดขนาดว่าเข้าใจว่าเป็นเทมาริเชียวหรือ

          นินจาที่ฉลาดอย่างเขาไม่น่าจะพลาดท่าง่ายๆ แบบนี้ แต่ชิกามารุก็เพิ่งรู้ตัวว่าร้อนใจมากแค่ไหนที่เทมาริหายตัวมาอย่างนี้

          “รู้ตัวแล้วเหรอ” เมื่อถูกจับได้ คนที่ชิกามารุคิดว่าเป็นเทมาริก็คลายคาถาเพราะมันสิ้นเปลืองจักระมากพอสมควร

          รูปลักษณ์ที่ชิกามารุเห็นคือผู้หญิงผิวขาวราวกับหิมะคนหนึ่ง นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้ม ผมสีอ่อนและยุ่งเล็กน้อย เธอเลยลิ้นเลียมุมปากและทำท่าเหมือนพอใจอย่างมากที่ได้เห็นท่าทีตื่นตระหนกของเขา

          “นายต้านคาถาลวงตาได้ด้วยงั้นเหรอ” อีกฝ่ายถามและเชิดหน้าขึ้น

          คาถาลวงตา ชิกามารุพึมพำในใจ อันที่จริงเขาไม่รู้หรอกว่าหลุดออกจากคาถาตอนไหน รู้แค่ว่าจักระของอีกฝ่ายไม่เหมือนกับเทมาริเลยไหวตัวได้ก็เท่านั้น

          “จักระของนายก็แปลกดีด้วย อร่อยมากเลยล่ะ” หญิงสาวยิ้มกว้างแล้วก็เลียริมฝีปากไม่หยุด ทำให้ชิกามารุต้องเพิ่มความระมัดระวังตัวให้มากขึ้น

          “นี่ๆ จักระของนายเป็นแบบไหนเหรอ มันแปลกจัง ขีดจำกัดสายเลือดรึเปล่า” คนพูดทำนัยน์ตาเป็นประกาย แต่ชิกามารุชักสีหน้าใส่อย่างไม่พอใจ

          “เธอเป็นใคร แปลงเป็นเทมาริทำไม” ถามอย่างไม่พอใจ และเป็นห่วงเทมาริขึ้นมากกว่าเดิม

          “เทมาริ   แสดงว่าคนที่นายชอบชื่อเทมาริสินะ” อีกฝ่ายยังคงเอียงคอมองอย่างมีความสุข ดวงตาพาฝันและมองมาเหมือนชิกามารุเป็นอาหารเลิศรส

          ชิกามารุรู้แล้วว่าคงคุยกับอีกฝ่ายไม่รู้เรื่อง จึงพิจารณาทุกอย่างโดยละเอียดรอบคอบ ก่อนจะสรุปได้ว่าก่อนหน้านี้เป็นคาถาของเธอนั่นเอง

          คาถาลวงตาที่ว่า คงจะใช้จุดอ่อนจากคนที่โดนคาถาเวลานั้นๆ ว่ากำลังห่วงพะวงเรื่องอะไรอยู่ แล้วจะทำให้จิตสำนึกของคนที่โดนคาถาเห็นเธอเป็นคนที่อยากเจอมากที่สุดและเผลอเข้าใกล้โดยไม่รู้ตัว จากนั้นก็จะถูกชิงเอาจักระไป เขามั่นใจว่าต้องเป็นอย่างนี้ โดยังเกตได้จากคำพูดและพฤติกรรมของผู้หญิงตรงหน้า

          “เธอสวยมากมั้ย สวยมากกว่าฉันรึเปล่า” เธอถามอีก ขณะที่ชิกามารุประเมินไม่ถูกว่านิสัยใจคอของอีกฝ่ายเป็นยังไงกันแน่

          แต่เขาก็ไม่ประมาท ระวังตัวเป็นอย่างดี และทำให้อีกฝ่ายหัวเราะร่วน

          “ฉันชักจะชอบนายขึ้นมาแล้วสิ จักระก็แปลกๆ ฉันไม่เคยเจอจักระแบบนี้มาก่อน แล้วนายก็ดูเก่งฉลาด มีไหวพริบ ที่สำคัญ นายไม่ได้ดูหลงชอบกับหน้าตาของฉันเลยนะ” เธอยิ้มกว้าง

          ว่ากันตามจริงผู้หญิงตรงหน้าสวยอย่างหาตัวจับได้ยาก ดูมีเสน่ห์แปลกๆ อาจจะเป็นผลมาจากคาถาลวงตาของเธอ แต่ชิกามารุก็ไม่ได้หลงหรือชอบกับหน้าตารูปร่างของเธอ นั่นอาจเป็นเพราะหัวใจของเขามันสั่นไหวไปนานแล้ว เลยคิดว่าเรื่องนี้น่ารำคาญเหมือนเคยนั่นแหละ

          “นี่ๆ ชื่ออะไรเหรอ” หญิงสาวเซ้าซี้ไม่หยุด ชิกามารุเองก็รู้สึกว่าเธอไม่ได้มีพิษภัยอะไรมากนอกจากอยากแกล้งคนอื่นเล่น แล้วก็ชิงจักระอะไรทำนองนั้น

          ดังนั้นร่างสูงเลยรีบเก็บของ ก่อนจะเดินออกมาไม่สนใจอีก

          แต่ผู้หญิงคนนั้นก็คอยตามตื้อเดินตามมาเหมือนไม่รู้สึกรู้สาว่าสร้างความรำคาญและแคลงใจให้ชิกามารุมากแค่ไหน

          “ฉันชื่อซายะ นายล่ะชื่ออะไร มาจากต่างถิ่นใช่มั้ยล่ะ เพราะกลิ่นแบบนี้ไม่คุ้นเลย” เธอบอกชื่อตัวเอง ก่อนจะเดินมาดักหน้าชิกามารุเอาไว้

          แววตาสดใสเปิดเผยตรงไปตรงมานั้นชิกามารุอดเปรียบเทียบกับอิโนะไม่ได้ ว่าทั้งสองคล้ายกันมากพอสมควร แต่ตอนนี้เขาไม่มีเวลามาเล่นด้วย เลยหายตัวไปอย่างรวดเร็ว

          “อ้าว! แล้วกันสิ หายไปแบบนี้ได้ยังไง!!” ซายะร้องโวยวายตามประสาคนที่ไม่เคยถูกขัดใจมาก่อน

          ยอมรับว่าผู้ชายคนนั้นเป็นคนที่แปลกแตกต่างไปจากคนอื่นที่เคยเจอมา เขาดูมีอะไรบางอย่างซึ่งมันทำให้สนใจอยากจะลองค้นหาดู

          ตอนแรกเธอก็ออกมาเดินเล่น และตั้งใจอยากแกล้งคนอื่นๆ เลยใช้คาถาลับประจำตระกูลเล่นๆ แต่ไม่คิดว่าเขาคนนั้นจะโผเข้ามากอด สีหน้าแววตานั้นทำให้หัวใจของเธอสั่นไหว เพราะไม่มีใครจ้องมองด้วยสายตาแบบนี้มาก่อน มันสร้างความหวั่นไหวให้อย่างประหลาด

          ผู้ชายหน้าตาบึ้งตึงเอาจริงเอาจัง ท่าทางดูเฉยชาเกียจคร้าน แต่แววตาของเขากลับเป็นประกายและดูอ่อนไหวมาก มันทำให้ซายะยิ่งอยากทำความรู้จักกับเขาให้มากขึ้น

          “คิดเหรอว่านายจะหนีฉันพ้นน่ะ” ใบหน้าสวยเชิดขึ้นอย่างทะนงตัว ร่างกายยังมีไออุ่นของเขาห่อหุ้มตัวเอาไว้บางๆ ยิ่งกระตุ้นให้อยากเจอหน้ากันอีกสักหน

          “นายไม่รอดพ้นฉันหรอก

          ชิกามารุซ่อนตัวเองกับต้นไม้ที่มีหมอกคลุมหนาทึบเอาไว้มิดชิด เขามองดูซายะด้วยความไม่เข้าใจ เธอกำลังโวยวายตีโพยตีพายเหมือนไม่พอใจที่ถูกขัดใจ เห็นแล้วก็คิดไปถึงนารุโตะที่มีนิสัยคล้ายๆ กันอย่างนี้อยู่บ้าง เขาต้องแน่ใจก่อนว่าจะไม่ได้เจออีก ไม่อย่างนั้นภารกิจการตามหาตัวเทมาริจะยิ่งลำบากกว่าเดิม

          “ฉันจะสูบจักระนายเท่าที่อยากจะสูบเลย นายต้องเป็นของฉันให้ได้!!” ซายะร้องเหมือนจะหัวเสียอยู่หน่อยๆ

          เห็นแล้วชิกามารุก็อดขำไม่ได้ ก่อนจะพึมพำเสียงแผ่ว

          “ฉันคงจะยอมให้ทำอย่างนั้นหรอกนะ

          สายตาของชิกามารุมองซ้ายขวาจนแน่ใจแล้วก็ขยับตัวอีกครั้ง คราวนี้ตั้งใจจะว่าไม่ถูกคาถาลวงตาเอาง่ายๆ อีก และต้องหาตัวเทมาริให้เจอให้จนได้

          “รอก่อนนะเทมาริ รอฉันก่อน

 

          อาราตะยิ้มพรายเมื่อถึงเวลามื้อเย็น วันนี้เขามีเทมาริมานั่งร่วมโต๊ะด้วย แต่เธอก็เหมือนกับหุ่นเชิดที่นิ่งงันไม่ขยับตัว ทำให้ชายหนุ่มคลายยิ้มเมื่อพบว่าสุดท้ายแล้ว ก็ไม่ต่างจากทุกวันที่ผ่านมาเลย ถึงจะมีคนมาอยู่ด้วยก็ตาม

          เขาครุ่นคิดอยู่นานว่าจะคลายคาถาดีหรือเปล่า ถ้าหากว่าเทมาริคิดหนีขึ้นมาแล้วเขาจะทำอย่างไร เพราะไม่ว่ายังไงๆ กาอาระก็ต้องมาที่นี่ตามแผนแน่นอน

          เมื่อมองดูเทมาริอีกหน อาราตะก็ถอนหายใจ ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็ต้องโดดเดี่ยวเสมอ ดังนั้นเขาเลยเลือกที่จะดีดนิ้วครั้งหนึ่งตรงหน้าหญิงสาว ทำให้เธอหลุดออกจากภวังค์คาถาได้ในที่สุด

          “ฮึก!” เทมาริสะลักอากาศเมื่อมันทะลักเข้าปอดกะทันหันและรุนแรง

        เธอยกมือทาบอกเอาไว้ เป็นนานกว่าที่ทุกอย่างมันจะกลับมาเป็นปกติ

          “ดื่มน้ำซะก่อนสิ จะได้ดีขึ้น” อาราตะพูด ทำให้เทมาริหันขวับไปทางต้นเสียง

          เธอเบิกตากว้างเมื่อเห็นว่าเป็นใครตรงหน้า จำได้ว่าเคยเห็นเขาแค่แวบๆ แล้วก็มีอันต้องหมดสติไปซะทุกครั้ง

          “นายเป็นใคร!!” เธออุทานออกมาอย่างตกใจ รีบมองซ้ายขวา เห็นสถานที่ที่ไม่คุ้นตา คงจะถูกย้ายที่อีกแล้ว

          “นายเป็นคนจับตัวฉันมาสินะ” เทมาริเดาออก ใจหายโหวงวูบไม่รู้ด้วยซ้ำว่าที่นี่คือที่ไหน เธอไม่ได้เป็นนินจาตรวจจับ แล้วก็แน่ใจว่าไม่เคยมาแถวนี้มาก่อน คงเป็นเรื่องที่ตึงมือพอสมควรถ้าหากว่าจะหนีออกจากที่นี่

          “ฉลาดดีนี่ แต่ก็นะ ถ้าเรื่องแค่นี้ยังไม่รู้ก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้ว” อาราตะประสานมือเข้าหากัน ส่งยิ้มให้เทมาริอย่างมีเลศนัย

          “นาย้องการอะไรจากฉัน” หญิงสาวขยับตัวอย่างระมัดระวัง สอดส่ายสายตามองหาพัดคู่ใจ แต่ทว่าไม่เห็นมันเลยแม้แต่เงา

          “แล้วอาวุธของฉันอยู่ที่ไหน!

          “ไม่เอาน่า เป็นผู้หญิงอย่างฉุนเฉียวนักสิ” ชายหนุ่มโบกมือให้เธอเย็นลง แต่เทมาริไม่ฟังเสียง เธอชักสีหน้าขึ้นเสียงตามนิสัยของตัวเอง แต่ก็ไม่ลืมระวังตัวเป็นอย่างดี

          ทักษะของเทมารินั้นบอกชัดว่าเธอเป็นโจนินที่เก่งกาจพอสมควร การเคลื่อนไหวก็รวดเร็ว แค่พริบตาเดียวเธอก็ทำท่าจะขยับตัวแล้ว แต่อาราตะก็ไวเช่นกัน แค่เสี้ยววินาทีเขาก็ตามตะครุบเธอเอาไว้ทัน

          “ปล่อย!” หัวใจของเทมาริเต้นโครมคราม ไม่รู้ว่าศัตรูเป็นใครกันแน่ และมองออกได้อย่างชัดเจนเลยว่าอีกฝ่ายแข็งแกร่งมากแค่ไหน

          “อย่าดื้อนะเทมาริ ไม่อย่างนั้นฉันจะสะกดเธอใต้คาถาลวงตาอีกนะ” เขาขู่ ทำให้เทมารินิ่งไป

          ทั้งสองมองตากันอยู่นานราวกับรอดูว่าใครจะเป็นฝ่ายขยับตัวก่อนกัน

          “รอน้องชายเธออยู่ที่นี่เงียบๆ ดีกว่านะ” อาราตะบอกเสียงเรียบ และตัดสินใจปล่อยให้เธอเป็นอิสระ

          เทมาริลูบแขนที่ถูกจับเอาไว้ก่อนหน้านี้ มองอีกฝ่ายอย่างระแวงระวัง

          “หมายถึงกาอาระ?

          “ใช่อีกไม่นานน้องชายของเธอก็คงมาถึง อย่าให้ฉันต้องเป็นฝ่ายขยับเลย เพราะถ้าฉันขยับ เธอได้ตายแน่”

          เทมาริรู้สึกได้ถึงจิตสังหารอันแรงกล้า เธอหน้าซีดไป ด้วยรู้ว่าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของอีกฝ่าย แถมเรื่องนี้ก็ยังเกี่ยวข้องกับกาอาระอีกด้วย

          “น้องชายของเธอจะมาถึงที่นี่ในฐานะแขกของเรา” เมื่อเห็นเทมาริสงบลง อาราตะก็นิ่งตาม เขาเดินกลับไปยังโต๊ะอาหารอย่างไม่อนาทรร้อนใจ นั่งลงกินอาหารอย่างสง่างามเหมือนเดิม

          “เรา? นายต้องการจะบอกอะไรกันแน่ ฉันไม่เข้าใจเลย” เทมาริไม่ยอมนั่งลงตามเดิม มองเขาด้วยความไม่ไว้ใจ

          “ใช่เรานั่นสินะ จะว่าไปเรายังไม่ได้ทำความรู้จักกันเลยนี่นะ ฉัน ซึซึกิ อาราตะ ว่าที่สามีของเธอ

          “สามี!?” เทมาริทวนเสียงสูง ร่างกายเหมือนจะหดวูบขึ้นมาอย่างไรอย่างนั้น

          “งานแต่งของเรากำลังจะเริ่มขึ้นอีกไม่นานนี้นี่แหละ ช่วงนี้เธอก็พักผ่อนให้มากๆ ก็แล้วกันนะเทมาริ เพราะยังไงเธอก็หนีไม่ได้หรอก” อาราตะบอกอย่างนิ่มนวล จนเทมาริจนปัญญาที่จะคิดหาทางออกเฉพาะหน้าได้

          “อย่าคิดหนีเลย เพราะมันเสียแรงเปล่า ถ้าเธอหนีไปตอนนี้ก็อาจจะไม่เจอกาอาระอีกเลยตลอดชีวิต เพราะงั้นเป็นเด็กดีว่าง่ายจะดีกว่านะ เจ้าสาวของฉัน”

          ท้ายประโยคนั้นเทมาริเกลียดชังคนพูดจับใจ สายตาของเธอมองด้วยความมุ่งร้าย มองรอบตัวอย่างระแวดระวัง เจ็บใจที่พลาดท่าง่ายดายอย่างนี้ แล้วก็ทำให้กาอาระต้องมาเดือดร้อนด้วย

          อย่าหวังว่าคนอย่างเทมาริจะฟังง่ายๆ เธอคิดอยู่ในใจ แล้วก็ถอนหายใจยอมนั่งลงอีกครั้งเนื่องจากท้องหิว

          ยังไงก็ต้องอิ่มไว้ก่อนล่ะ เทมาริบอกตัวเองแบบนั้น เพราะไม่อย่างนั้นอาจจะหนีไม่ได้

          เรื่องหนีน่ะมันแน่นอนอยู่แล้ว เธอไม่มีวันจะตกเป็นเบี้ยล่างของคนอื่นง่ายๆ แน่ อีกอย่าง การติดต่อกับกาอาระก็ใช่ว่าจะไม่มีทาง ยังไงก็ต้องพาตัวเองให้รอดจากสถานการณ์นี้เสียก่อน

          “นั่นเด็ก เป็นเด็กดีแบบนั้นแหละถึงจะน่ารัก”

          คนฟังขนลุกเกรียว เพราะตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยมีใครชมเธอมาก่อนเลยว่าน่ารัก คำว่า น่ารำคาญของชิกามารุ ยังจะคุ้นชินมากกว่าด้วยซ้ำไป

          แล้วกันเทมาริ คิดถึงชิกามารุขึ้นมาทำไม ในหัวของเทมาริมีแต่ความสับสน

          ในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ยังจะคิดถึงผู้ชายคนนั้น เลยต้องถอนหายใจอีกครั้ง

          “แล้วกาอาระจะมาถึงเมื่อไหร่” เธอเลียบเคียงถาม แล้วก็รอฟังคำตอบอย่างตั้งใจ

          อาราตะหัวเราะเอียงคอไปมา เขาหน้าตาดีและดูมีเสน่ห์หาตัวจับได้ยาก และเธอเองก็แน่ใจเหมือนกันว่าไม่เคยรู้จักคนจากตระกูลซึซึกิมาก่อนแน่นอน

          เขามีความบาดหมางอะไรกับซึนะ คิดเท่าไหร่ก็นึกคำตอบไม่ออก

          “กินข้าวก็พักผ่อนซะ แล้วเจอกัน เจ้าสาวของฉัน” กล่าวจบอาราตะก็ลุกออกจากโต๊ะอาหาร โบกพัดในมือไปมาอย่างสบายอารมณ์

          เทมาริมองตาม รู้สึกว่านิสัยของชายคนนี้ดูคล้ายตัวเองอยู่หน่อยๆ เธอนั่งนิ่งด้วยความกังวล ยังหาทางออกสำหรับเรื่องนี้ไม่ได้ ว่าจะต้องเดินไปทางไหนดี

        “แย่แล้วเทมาริ นี่เป็นครั้งแรกที่เธอทำอะไรไม่ได้เลย” แม้ไม่อยากยอมรับ แต่เทมาริก็จนใจจะปฏิเสธมันได้

          ม่านพลังถูกกางทุกหนแห่งทำให้ออกไปจากบริเวณห้องอาหารและห้องนอนไม่ได้ สุดท้ายเธอก็ต้องกลับไปนอนพักในห้องนอนจนได้

          “กาอาระ พี่ขอโทษนะ” เธอยกมือปิดหน้าเอาไว้ตอนที่ล้มตัวลงนอนบนเตียง ถ้าหากว่าจะเป็นชนวนทำให้กาอาระต้องเดือดร้อน ในฐานะของพี่สาว เธอคงต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว

          “ถ้าพี่เสียสละคนหนึ่ง เธอก็คงไม่เป็นไรขอโทษด้วยนะ” เทมาริพึมพำ เป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่าตัวเองอ่อนแอและเปราะบางเหลือเกิน

          แต่วินาทีต่อมาก็เหมือนว่าทุกอย่างหยุดหมุน เมื่อได้ยินเสียงทุ้มต่ำที่ติดจะเฉื่อยชาคุ้นหู

          “แล้วเธอไม่คิดจะขอโทษฉันหน่อยเหรอเทมาริ ที่อุตส่าห์ลอบเข้ามาช่วยเธอน่ะ

          ร่างบางของเทมาริผุดลุกขึ้นจากเตียงอย่างรวดเร็ว และเห็นว่าเป็นชิกามารุกำลังก้าวผ่านข้ามบานหน้าต่างเข้ามาหา

          โดยไม่รู้ตัว เธอก็โผเข้ากอดเขาไว้อย่างแนบแน่น หัวใจเต้นแรงจนมันแทบจะทะลุนอกอกออกมาอยู่แล้ว

          “ชิกามารุ!

 

http://36.media.tumblr.com/09118d216980de3188d3a8f4968cf66d/tumblr_nlf5iuRXhp1qbetfwo9_r1_1280.png


Talk 3...

ฮือออ แต่งเองก็ฟินเอง

นี่สินะ ที่เค้าเรียกว่าเพื่อตัณหาของตัวเองล้วนๆ

เพื่อเรือลำนี้ เค้าขอสู้ตาย หัวเราะ  image

แล้วก็ต้องขอโทษที่มาช้าด้วยนะคะ ช้ามากๆ เลย

เพราะช่วงนี้ไม่สบายค่ะ กำเดาไหลเป็นว่าเล่นยังไม่หายเลย

แต่จะพยายามมาเรื่อยๆ ไม่ขาดตอนนะเออ image 

 

Talk 2...

ฮึก เจ้เทมาริ เป็นแบบนี้ไปได้จะไดคะ

แงง ใจเต้นแทนชิกามารุ

รายนั้นคงม้วนอายแน่เลย หัวเราะ  image

ตอนนี้มู่กำลังรอให้ถึง 22 เมษายน อยู่ค่ะ

Naruto Gaiden

The Naruto Miniseries Next Gen!! ค่ะ

เป็นรุ่นลูกของพวกนารุโตะ หลานๆ จะออกมาโลดแล่น

แงงงง ชิกาได ป้าจะได้เจอหนูแล้ว ป้ารักป้าหลงหนูมากเลย

แล้วเจอกันค่ะ image  image

 

 

Talk 1...

Song :: ONE OK ROCK - Fight The Night

แง เทมาริ โดนอีกแล้ว เห็นเจ้โหดๆ อย่างนี้ เจ้ก็เนื้อหอมนะ

แต่ชิก้านี่น่าจะเนื้อหอมสุดไรสุด หัวเราะ

เห็นหัวสัปปะรดแบบนั้นยังมีสาวติดง่ะ คิดดู

อย่างชิโฮะหน่วยถอดรหัสก็ปลื้มชิก้ามากจนเค้าหึงอ่ะ

ม่าย ม่ายยยยย ต้องชิกะเทมะเท่านั้น ชิปสุดไรสุด หัวเราะ

แล้วเจอกันครึ่งหลังนะเออ กดแอดแฟนที่อีโทบิแรดได้เลยค่ะ

แหมมมม มันแรดจริงไรจริง หัวเราะ  image  image




http://38.media.tumblr.com/b47bcc069fd094433cbf2e84d5c20110/tumblr_nlf5iuRXhp1qbetfwo10_r1_400.gif

งานหนังสือเริ่มวันที่ 26 มีนาคม – 6 เมษายนนี้แล้วนะเออ

ครั้งนี้หนังสือเค้าออกตามนี้เลยค่ะ ฝากไว้ด้วยนะคะ มาครบทุกเล่มแล้วค่ะ  image  image

1 Lust [SEA(L)] นับพัน & ศุภรางศุ์ >> http://goo.gl/gx8k8B

2 Intimate [FB(I)] นับหมื่น & ภิมรตา >> http://goo.gl/R3znVv

3 Enamor [DETECTIV(E)] นับแสน & อัยย์ลดา >> http://goo.gl/I8Smgj

4 จอมโจรทวงรัก (คิลเลียน บารอส & ดุสิตา) >> http://goo.gl/B9T1FL

5 จุมพิตมัจจุราช (คามาล & ดมิสา) + (เฟร็ดเดอริค & อองตอง) http://goo.gl/t3C3nC

6 HUNTER [X] LUPINE ล่าหัวใจยัยหมาป่า 2 เล่มจบ >> http://goo.gl/u5po7A image  image

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

162 ความคิดเห็น

  1. #137 nrhnluv (@nrhnluv) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2558 / 23:26
    อร๊ายยยยยยยยยยยยยย น่าร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก >////////<
    #137
    0
  2. #131 aom_cy (@aom_cy) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2558 / 13:43
    อร้าย เค้ากอดกันด้วยอ่ะ แต่จะใช่ชิกามารุจิงๆหรอ ผ่านม่านพลังเข้ามาได้ยังไงอ่ะ
    #131
    0
  3. #117 Zepher (@Zepher) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2558 / 17:39
    เพิ่งมาอ่าน รู้สึกเหมือนตัวเองข่าวช้าเลย
    #117
    0
  4. #116 Zepher (@Zepher) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2558 / 17:39
    เพิ่งมาอ่าน รู้สึกเหมือนตัวเองข่าวช้าเลย
    #116
    0
  5. #88 -U'ziigoma; (@mikasang) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 เมษายน 2558 / 03:21
    มาจนได้สินะสัปปะรดดดด T___T" เก็บเสื้อผ้าพากันหนีเร้วว อยากอ่านต่อใจจะขาดอ่ะ ฮือ..
    #88
    0
  6. #82 ดาวกระดาษ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 เมษายน 2558 / 02:37
    เพื่งจะเข้ามาอ่านเรื่องนี้สามตอนรวด สนุกมากเลยคะ ชอบชิกามารุกับเทมาริมากคะ

    จะรอติดตามนะคะ ขอบคุณคะ
    #82
    0
  7. #81 IRONIA (@poppy-yura) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 เมษายน 2558 / 19:49
    สนุกมากๆเลย รอมาต่อนะคะ<3
    #81
    0
  8. #80 J.A.N.J (@dex-dee) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 เมษายน 2558 / 09:37
    ฮืออออ มันสนุกมากๆเลยค่ะ มาต่อนะคะสู้ๆ
    #80
    0
  9. #79 mai_manaru (@mai_manaru) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 เมษายน 2558 / 01:17
    โหยยยยย ชิกามารุ มากอดเค้าด้วยสิ เค้าอิจน่ะ อิจ
    #79
    0
  10. #78 SHIKATEma (@namemeeee) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 เมษายน 2558 / 21:47
    เทมาริกอดชิกามารุ อ๊ากกกกกก ฟิน // ไรท์เตอร์หายไวๆนะคะสู้ๆ 
    #78
    0
  11. #77 Tea cup (@Deeans) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 เมษายน 2558 / 13:11
    อุ๊ย ได้จังหวะมันคงอารมณ์แบบนี้สินะ
    #77
    0
  12. #76 pimmiessss (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 เมษายน 2558 / 10:48
    รอติดตามค่า
    #76
    0
  13. #75 FILMS (@foomfilm) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 เมษายน 2558 / 09:02
    ฟินอ่าาาา กระโดดกอดด้วยยยย
    #75
    0
  14. วันที่ 7 เมษายน 2558 / 05:55
    ชิก้าชิก้า มาดแมนแฮนซั่มมากเลย (*-*)
    #74
    0
  15. #73 hartner (@speler) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 เมษายน 2558 / 04:17
    ฟินด้วยยย รอตอนต่อไปอยู่น้าาาา
    #73
    0
  16. #72 MULEE & MOEI ♚ (@mu_mu_jung) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 เมษายน 2558 / 02:03
    adrenaline 📝 #ShikaTema #ชิกะเทมะ
    มาอัพต่อแล้วค่ะ ขอโทษที่มาช้าด้วยนะคะ
    เค้าไม่สบายค่ะช่วงนี้ กว่าจะดีขึ้นเล่นเอาท้อเลย 😰
    หลังจากนี้จะมีเรื่องให้กรี๊ดกร๊าดกว่าเดิมค่ะ
    จะอัดน้ำตาลเข้าไป และเข้าไปอีก หัวเราะ ชิก้าจ๋า 😘😘

    #72
    0
  17. #71 -U'ziigoma; (@mikasang) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 เมษายน 2558 / 16:12
    โอ้ยยตื่นเต้น งานนี้เจ๊เทมรับศึกหนักเหลือเกิน T^T
    #71
    0
  18. #70 Tea cup (@Deeans) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 เมษายน 2558 / 00:12
    อย่าบอกนะว่าแมลงวันสเปนตามมาถึงนี่
    #70
    0
  19. #69 pimmiessss (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 เมษายน 2558 / 11:35
    อร๊ายยยยยยยยย รอติดตามค่า
    #69
    0
  20. #68 SooN ("3") (@natthiya-love) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 เมษายน 2558 / 03:00
    อร๊ายยยยยยย >///<
    #68
    0
  21. #67 SHIKATEma (@namemeeee) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 เมษายน 2558 / 02:22
    เทมาริเป็นอะไรอ่าาาาา 
    ไรท์เตอร์สู้ๆน้าาาา ^^
    #67
    0
  22. #66 MULEE & MOEI ♚ (@mu_mu_jung) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 เมษายน 2558 / 02:08
    #ชิก้าเทมะ #ShikaTema 💖
    เค้ามาอัพต่อแล้วนะคะ
    #คืนนี้อัพสองเรื่องก่อนนะเออ 😢
    มู่ไม่ค่อยสบายค่ะ นิยายเลยไม่ได้เขียนตุนไว้เลยค่ะ
    ไว้พรุ่งนี้จะมาอัพเพิ่มให้นะเออ คราวนี้ไม่เบี้ยวแล้วค่ะ 🙏❤

    #66
    0
  23. #65 -U'ziigoma; (@mikasang) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 มีนาคม 2558 / 22:34
    ไม่นะ ชิก้ามาตั้นหน้ามันเร็วๆนะ !!! เจ้ต้องเป็นของชิก้าเท่านั้นนน
    #65
    0
  24. #64 love-lee (@love-lee) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 มีนาคม 2558 / 10:13
    เทมี่ต้องเป็นเจ้าสาวของชิกาคนเดียวเท่านั้น!!
    #64
    0
  25. #63 J.A.N.J (@dex-dee) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 มีนาคม 2558 / 09:51
    แง่งงง มันเป็นใครรรรร
    #63
    0