ตอนที่ 2 : {ShikaTema} :: adrenaline ♥ 01 If You Spend A Little Time

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2282
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    1 เม.ย. 58

-01-

If You Spend A Little Time

 

        นินจาป่วยได้ด้วยเหรอ เทมาริถามกับตัวเองในใจ ระหว่างที่มองใบหน้าขาวๆ ของชิกามารุค่อยๆ เพิ่มระดับสีเลือดมากขึ้น ช่วยให้ความไม่สบายใจค่อยๆ ลดลง แทนที่ด้วยความแปลกใจและเหนื่อยอ่อน

          เธอเพิ่งกลับมาจากภารกิจใหญ่ เป็นภารกิจที่นานนับชั่วโมง เมื่อกลับมาถึงหมู่บ้านก็เห็นเหยี่ยวข่าวของซึนะบินกลับมาพอดี เพราะอยู่กับกาอาระมานาน ได้เห็นตอนเขาส่งสาส์นไปยังโคโนฮะ เลยพอจะจับสังเกตบางอย่างจากกระดาษที่ใช้ส่งถึงกัน

          พอเห็นแบบนั้นก็ไม่รู้ว่าความเหนื่อยหอบมันหายไปไหน พริบตาเดียวก็ได้มาอยู่ในห้องทำงานของคาเสะคาเงะเสียแล้ว

          ตอนนี้ คู่หูที่ทำงานด้วยกันมาตลอดก็นอนหายใจบางเบาบนเตียง แต่ผมที่ผูกมัดอยู่นั้นทำให้มองดูแล้วไม่น่าจะนอนสบายเลย ดังนั้นมือบางของหญิงสาวเลยค่อยๆ เอื้อมมือไปแล้วแกะเชือกที่ผูกผมสีดำสนิทนั้นออก

          เทมาริกลั้นหัวเราะแทบไม่อยู่เมื่อเห็นรูปลักษณ์ที่แปลกตาไปของชิกามารุ

        ผมนุ่มกว่าที่คิดเอาไว้อีกนะเนี่ย เธอหัวเราะ เผลอตัวลูบผมของเขาอยู่นานกว่าจะรู้สึกตัวว่าทำอะไรอยู่

          “ทำอะไรอยู่น่ะ เทมาริ” เธอถามตัวเองก่อนจะชักมือออกมาเหมือนจับถ่านร้อนๆ

          พอแน่ใจว่าอาการของชิกามารุดีขึ้นโดยที่ไม่ต้องเรียกนินจาแพทย์มาดูอาการเธอก็ตั้งใจจะกลับไปพักผ่อนที่บ้าน ทว่าได้ยินเสียงแหบพร่าของผู้ชายตรงหน้าดังแว่วมาซะก่อน

          “น้ำ น้ำ

          ดวงตาสีมรกตมองหาน้ำดื่มที่เจอมันเข้าตรงโต๊ะมุมห้องพอดี เธอรินมันลงใส่แก้ว ก่อนจะเดินกลับมาที่เตียงอีกครั้ง นั่งลงที่เตียงแล้วสอดมือใต้ท้ายทอยของชิกามารุเพื่อยกศีรษะของเขาให้ผงกขึ้นเล็กร้อย จ่อขอบแก้วกับริมฝีปากแห้งกรังด้วยพิษไข้แดด

          “ดื่มสิ” เทมาริก็ไม่เข้าใจว่าทำไมตัวเองต้องกระซิบบอกด้วย

        แต่ท่าทางของชิกามารุตอนนี้ ทำให้เธอคิดถึงภารกิจที่ต้องไปช่วยเหล่าเกะนินตัวน้อยของโคโนฮะตอนแรกก็แปลกใจเหมือนกันว่าทำไม หัวหน้าหน่วยเกะนินซึ่งเป็นจูนินเพียงคนเดียวในกลุ่มอย่างชิกามารุพลาดท่าเสียที ทั้งที่ตอนสอบจูนินรอบสองด้วยกันนั้นฉายแววอัจฉริยะอย่างน่าตกใจ

          แต่ก็นั่นแหละ สนามรบแรก เป็นใครก็แตกตื่นเป็นธรรมดา

        ชิกามารุดื่มน้ำไปค่อนแก้วแล้วก็ผล็อยหลับไปอีกครั้ง เทมาริมองดูชายหนุ่มที่กลายเป็นจูนินตัวน้อยตอนที่เจอกันแรกๆ ทั้งที่ตอนนี้เขากลายเป็นชายหนุ่มที่เก่งกาจ เป็นโจนินที่มีมันสมองที่สมาพันกองทัพนินจาทุกแคว้นต้องการ

          แต่มันน่าแปลก ตรงที่เธอกลับเห็นเขาเป็นเด็กขี้เบื่อ ขี้รำคาญ และขี้เกียจที่สุดคนหนึ่งเท่านั้น

          เธอวางศีรษะของเขาลงหมอนอีกครั้งอย่างระมัดระวัง ตั้งใจจะกลับที่พักเลย แต่แล้ว ก็ได้ยินเสียงครางอืออาอีกครั้ง

          “เจ้าหมอนี่นี่น่ารำคาญจริงๆ เลย” เธอพึมพำอย่างอ่อนแรง แล้วหมุนตัวเดินกลับไปอีกครั้งและพบปัญหา

          เพราะเหงื่อร้อนๆ ชุ่มหน้าของชิกามารุ พาให้หน้าแดงจัด เส้นผมสีดำสนิทเปียกชื้นระหน้าของเขาและแนบสนิทกับใบหน้านั้น

          ดวงตาของเทมาริไหวน้อยๆ เป็นครั้งแรกที่ได้จ้องหน้าเขานานขนาดนี้ และต้องมาดูแลใกล้ชิดแบบนี้ด้วย ก็ไม่รู้ว่าถ้าชิกามารุตื่นขึ้นมาแล้วจะโวยวายยังไง ถ้าเขารู้ว่าเธอถอดเสื้อเขาออก แล้วก็เป็นคนเช็ดตัวให้

          น่ารำคาญ ยุ่งยาก วุ่นวาย        คำตอบที่ได้ก็น่าจะประมาณนี้

          เทมาริคิดระหว่างที่เช็ดเหงื่อให้เขาไปด้วย พระอาทิตย์สีส้มแก่กำลังคล้อยต่ำระขอบฟ้า อากาศกลางหมู่บ้านที่ล้อมรอบด้วยทะทรายเริ่มลดต่ำลงทีนะน้อย ตอนกลางคืนอากาศจะเย็นจัด ต่างกับกลางวันที่ร้อนแทบขาดใจ

          ก็ไม่รู้ว่าคนที่โตมาจากหมู่บ้านใบไม้ที่แสนอบอุ่นอย่างชิกามารุจะรู้ไหมว่ามันต่างกันจะทนไหวในสถานการณ์ที่กำลังย่ำแย่อย่างนี้ จริงอยู่ที่นินจาทุกคนถูกฝึกมาให้ทนร้อนทนหนาวเผชิญหน้ากับสถานการณ์รุนแรงทุกแบบ แต่นินจาก็คือคน เจอเรื่องหนักๆ มากเข้าทำไมจะไม่ล้มเข้าสักวัน

          เธอเองก็เหมือนกัน ไม่ได้พักมานานแล้ว ตอนนี้เริ่มเหนื่อยจนใกล้จะลืมตาไม่ขึ้นอยู่รอมร่อ

          ไม่รู้ว่าตอนไหนที่ฟุบหน้าลงกับเตียง และหลับสนิทไปหลังจากนั้น

 

          “เทมาริยังไม่กลับมาเลยนะ!!

          เป็นเสียงของคันคุโร่ที่เปิดประตูห้องนอนของคาเสะคาเงะ เขาไม่เจอพี่สาวมาหลายวันแล้ว รู้แค่ว่าเมื่อวานน่าจะเป็นวันที่เทมาริกลับมา แต่กลับไม่เจอตัวเลยแม้แต่เงา

        เขาให้คนออกตามหาเธอ แต่ก็เหมือนเดิมว่าไม่เจอเลย ทำให้ร้อนใจจนอยู่เฉยไม่ไหว ต้องมาหากาอาระที่นี่ จะได้ให้หน่วยแกะรอยช่วยตามหาเทมาริอีกแรงหนึ่ง เผื่อว่าจะมีเรื่องร้ายเกิดขึ้น

          “หือ” กาอาระเงยหน้าขึ้นมาจากหมอน ใบหน้าที่นิ่งเฉยเผยให้เห็นความกังวลเล็กน้อยผ่านทางแววตาที่มีสีเดียวกับเทมาริ

          “เทมาริหายตัวไป ยังหาไม่เจอเลย ฉันพยายามตามหาแล้วแต่ไม่เจอ” คันคุโร่บอกอย่างร้อนใจ เทมาริเก่งกาจเป็นโจนินที่มีฝีมือร้ายกาจ แต่ยังไงก็จะไว้ใจไม่ได้ ถ้ายังไม่เจอตัว สามารถเกิดเรื่องร้ายได้ทุกอย่าง

          กาอาระยังไม่ตอบในทันที เขาสั่งทรายที่อยู่รอบตัว บังคับมันให้เป็นรูปร่างแล้วปล่อยมันให้ล่องลอยไปตามสายลม ผ่านไปครู่หนึ่งก็ขยับตัว

          “ว่ายังไง” คนเป็นพี่ชายถามอีกครั้ง ด้วยความเป็นห่วงเทมาริ

          “เธอยังอยู่ในซึนะ” กาอาระตอบ แต่ไม่ทำให้คันคุโร่คลายความกังวลเลยแม้แต่น้อย

          “แล้วทำไมหาไม่เจอ”

          “หาจนทั่วแล้วเหรอ” คาเสะคาเงะแห่งซึนะงาคุเระถามกลับ แววตาไหววูบเล็กน้อย

          “ทั่วแล้ว ในห้องนอน ที่บ้าน ร้านที่เทมาริชอบไป ไม่เจอเลยสักที่” คันคุโร่บอกอย่างจนปัญญา

          “แล้วโรงแรมที่แขกจากโคโนฮะมาพักล่ะ” กาอาระบอกเสียงเรียบ และนั่นทำให้คันคุโร่ชะงักไป ก่อนเย็นวาบถึงกลางหลัง

          “อย่าบอกนะว่า” คันคุโร่พูดไม่จบ หวังว่าจะไม่เป็นอย่างที่กลัว

          “เรื่องนี้ต้องไปพิสูจน์ด้วยตัวพี่เองแล้วล่ะ คันคุโร่

          คันคุโร่เร่งรุดตรงไปยังโรงแรมที่พักซึ่งชิกามารุพักเป็นประจำทุกครั้งที่เดินทางมาที่ซึนะไม่ได้หยุดพักฝีเท้า จนกระทั่งมาถึงห้องพักของแขกที่มาเยือนหมู่บ้านในฐานะอาคันตุกะในที่สุด

          ใจจริงอยากผลักประตูเข้าไปเลย แต่ก็นึกถึงมารยาทขึ้นมาได้ ทำให้คันคุโร่จำต้องยกมือเคาะประตูตามมารยาท

          “เปิดเร็วๆ ซี่” เขาพึมพำอย่างร้อนใจ ยกมือเคาะเรียกอีกหลายครั้งซ้อน ไม่คิดรักษามารยาทอีกต่อไปแล้วเพราะกลัวว่าจะเทมาริจะอยู่ที่นี่จริงๆ

          เขาอยากให้พี่สาวนอนพับอยู่กลางทะเลทราย มากกว่าจะมานอนบนเตียงเดียวกับไอ้เด็กตระกูลนารา

        ถึงชิกามารุจะเก่งเป็นคนมีความสามารถ ถึงกับขนาดเคยมีคนเสนอชื่อให้เป็นโฮคาเงะแต่เจ้าตัวปฏิเสธด้วยเหตุผลตามนิสัยของชิกามารุ แต่ก็ไม่มีปฏิเสธถึงความเปรื่องปราดและเก่งกาจของเด็กหนุ่มคนนี้เลยแม้แต่คนเดียว

          “ชิกามารุ!” สุดท้ายคันคุโร่ก็ส่งเสียงเรียกดังๆ แล้วก็โล่งใจเมื่อประตูเปิดออกจนได้

          ตอนแรกเขาคิดว่าจะเป็นชิกามารุที่มาเปิดประตูให้ แต่ที่ไหนได้ กลับกลายเป็นคาถาเงาของเจ้าเด็กนารา ชิกามารุ แทนเสียนี่ ที่เปิดประตูให้

          เจ้าตัวนั้นหรือ นอนหลับสนิทบนเตียง กับ สาวผมสีทรายคนหนึ่ง

        บนพื้นเต็มไปด้วยเสื้อผ้าหลายชิ้นที่หล่นระ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อกั๊กสีเขียวขี้ม้าสำหรับจูนินและโจนินของหมู่บ้านโคโนฮะ เสื้อกับกางเกงตัวในสีดำ ตาข่ายอะไรสักอย่าง แต่ที่ทำให้คันคุโร่แทบลมจับ เห็นจะเป็นชุดทำภารกิจของพี่สาวเสื้อและกระโปรงสีม่วง ไหนจะพัดเหล็กที่วางอยู่มุมห้องนั่นอีก

          “แย่แล้ว

 

          กาอาระรออยู่ในห้องทำงาน ได้ยินเสียงฝีเท้าแผ่วเบากำลังมุ่งตรงเข้ามาหาแต่ไกล จำได้ว่านั่นเป็นเสียงฝีเท้าของคันคุโร่ผู้เป็นพี่ชาย เลยละสายตาจากเอกสารรอคอยการมาถึงของอีกฝ่ายอย่างใจเย็น

          “กาอาระ!!” คันคุโร่ส่งเสียงร้องก่อนที่ตัวจะเดินมาถึง ผิดวิสัยของชิโนบิที่ควรสุขุมเยือกเย็น

          “มีอะไร เทมาริล่ะ” กาอาระถามเมื่อพี่ชายปรากฏร่างสู่สายตาแล้ว

          คันคุโร่หอบหัก สีหน้าสยองขวัญสุดขีดเหมือนเจอผีตอนกลางวันแสกๆ อย่างไรอย่างนั้น

          “ไม่อยู่ที่นี่เหรอ แต่ทรายบอกว่า” ไม่ทันจะพูดจบ คันคุโร่ก็แทรกเป็นเสียงหวีดร้องออกมาทันที

          “อยู่! อยู่ อยู่สิ!!

          สายตาของกาอาระเหมือนจะถามว่าแล้วมีปัญหาอะไรในเมื่อเธอก็ยังอยู่ในหมู่บ้านและน่าจะปลอดภัยดี เพราะไม่อย่างนั้นคันคุโร่คงไม่กลับมาอย่างรวดเร็วแบบนี้แน่

          “แต่เทมาริอยู่กับชิกามารุ!!” ถึงจะรู้มานานแล้วก็เถอะว่าสองคนนั้นมีบางอย่างที่เชื่อมโยงกันเอาไว้มานาน มีบางอย่างเป็นเหมือนเส้นด้ายเล็กๆ ที่มองไม่เห็นผูกนิ้วก้อยของทั้งคู่เอาไว้ แต่ได้เห็นด้วยตาตัวเองมันก็อดตกใจไม่ได้

          เตียงเดียวกัน หมอนใบเดียวกัน แถมยังเสื้อผ้าหลุดลุ่ยด้วยกันอีกต่างหาก จะไม่ให้ตกใจได้อย่างไรกันเล่า

          “หมายความว่ายังไง” อันที่จริงกาอาระก็ทราบตั้งแต่แรกอยู่แล้วว่าเทมาริกับชิกามารุอยู่ด้วยกัน เพราะทรายที่ส่งออกไปตามหานั้นมีจักระของคนอื่นปะปนมาด้วย ซึ่งแน่ใจว่าเป็นของโจนินหนุ่มจากโคโนฮะ
       
เมื่อวานเขาเห็นสีหน้าของชิกามารุตั้งแต่ที่เดินทางมาถึงซึนะว่าแดงน้อยๆ เหมือนคนมีไข้ เลยคิดว่าเทมาริอาจจะอยู่ดูแลแล้วก็พักเสียที่นั่น ด้วยท่าทางของพี่สาวก็ดูอ่อนล้าไม่แพ้กัน เทมาริกับชิกามารุคงไม่มีอะไรเกินเลย ล่ะมั้งนะ

        “สองคนนั่นนอนด้วยกัน! คันคุโร่ตะโกนเสียงดังลั่น ใบหน้าที่ยังไม่ได้แต้มลวดลายตามปกติแดงก่ำ เพราะไม่อยากจะเชื่อว่าพี่สาวที่โหดๆ และเอาเรื่องนั้นจะกล้านอนเตียงเดียวกับผู้ชาย แถมยังเป็นนินจาจากต่างหมู่บ้านอีกต่างหาก

          ” กาอาระนิ่งไป ได้แต่เบิกตากว้างน้อยๆ อย่างไม่เชื่อหูกับสิ่งที่ได้ยิน

          “สองคนนั่นนอนด้วยกันจริงๆ นะ” คนเป็นพี่ชายตะโกนซ้ำ เมื่อเห็นว่าคาเสะคาเงะหนุ่มยังเอาแต่นิ่งงันไม่พูดอะไรออกมาเลยแม้แต่คำเดียว

          “ไม่ได้ใส่เสื้อด้วยนะ!!” คันคุโร่จะร้องไห้

          กาอาระหลับตาลงอย่างสิ้นหวัง แล้วก็ถอนหายใจออกมาแผ่วเบา เหมือนกำลังระงับความรู้สึกบางอย่างเอาไว้อย่างสุดความสามารถ

          “แล้วสองคนนั้นมีอะไรกันรึเปล่า

 

        “ไม่ ไม่จริง!!” เทมาริหวีดเสียงร้อง เมื่อตื่นขึ้นมาบนเตียงของผู้ชายคนหนึ่ง หลังจากได้ยินเสียงร้องโหยหวนที่ฟังคุ้นๆ ว่าจะเป็นเสียงของคันคุโร่ผู้เป็นน้องชาย และตามด้วยเสียงครางงึมงำของผู้ชายที่ขี้เกียจยิ่งกว่าอะไรทั้งนั้นบนโลกนี้

          “หนวกหู!

          “นายทำอะไร!?

        “เธอนั่นแหละ ทำอะไร!” ชิกามารุทำเสียงแหบพร่าสูงอย่างหงุดหงิด ตื่นขึ้นมาพร้อมกับเสียงหวีดร้องผู้หญิงนี่มันน่าหงุดหงิดจริงๆ

          “นายนั่นแหละ อะไร นี่มันอะไรกัน” ทั้งตัวของเธอเหลือเพียงแค่ชุดชั้นในบางๆ เท่านั้น เสื้อผ้าหลุดออกจากตัวตอนไหนไม่รู้ ไม่รู้แม้กระทั่งว่าตัวเองมานอนกับเขาได้ยังไง แถมยังหมอนใบเดียวกันอีกต่างหาก

          เป็นครั้งแรกที่คุโนะอิจิหมดแรงจนแทบขยับไม่ไหว ความตื่นตระหนกตกใจเข้ามาจู่โจมอย่างโหดเหี้ยม เธอจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน และแน่ว่าคันคุโร่เห็นแล้วว่าเธอนอนอยู่กับนารา ชิกามารุ!

        “ฉันง่วง” พูดเท่านั้นชิกามารุก็ดึงผ้าห่มคลุมตัว อากาศยังเย็นอยู่และเขายังไม่หายไข้เลยอยากนอนพักต่อ

          เมื่อกระชากผ้าห่มแรงๆ จนเทมาริกลิ้งตกจากเตียงและหล่นตุ้บไปกองที่พื้น ก่อนที่เธอจะส่งเสียงแหลมสูง

          “ชิกามารุ!

          น่ารำคาญ เจ้าของชื่อที่ถูกเรียกอดพึมพำอยู่ในใจไม่ได้

        “นายทำฉันเจ็บ กล้าดียังไงมาทำกับพี่สาวของคาเสะคาเงะอย่างนี้” ร่างกายของเธอแดงเรื่อด้วยเลือดสาวที่สูบฉีดอย่างรุนแรง เห็นเส้นผมสีดำสนิทโผล่พ้นผ้าห่มออกมาแล้วก็แค้นใจนัก

          เพราะไม่เคยยอมใครมาก่อนทำให้เทมาริยันตัวลุกขึ้นก่อนจะตรงเข้าไปกระชากผมของชิกามารุอย่างรุนแรง

          “โอ๊ย!!” ชายหนุ่มอุทานเสียงสูง ตกใจจนแทบลืมความง่วง

          “นายมัน นายมัน” เทมาริปากคอสั่นพูดไม่ออก ยกมือระดมทุบตีเขาเป็นพัลวัน

          “เจ็บนะ”

          ยิ่งได้ยิน เทมาริก็ยิ่งหงุดหงิด ผู้ชายคนนี้พูดแต่ละครั้งไม่เกินห้าคำเลยสักที ท่าทางเกียจคร้านไม่ยี่หระต่อสิ่งใดๆ บนโลกนี้ทำให้คนฟังอารมณ์เสียอย่างฉับพลัน

          คราวนี้เธอไม่พูดอะไรอีกแล้ว เงื้อมือขึ้นหมายจะทุบ แต่จู่ๆ ก็ตาลายหน้ามืดซวนเซเหมือนจะเป็นลม และล้มทับชิกามารุในที่สุด

        “ฉันง่วง!” ชายหนุ่มพูดคำเดิมอีกครั้ง จุกไม่น้อยเมื่อเทมาริล้มตัวทับลงมาดื้อๆ อย่างนี้

          หันไปหมายจะผลักเธอไปอีกทาง แต่อุณหภูมิร่างกายที่อุ่นระอุนั้นทำให้เขาขมวดคิ้วแน่น พลิกตัวแขนก็ช้อนร่างของเทมาริให้นอนลงบนเตียงด้วยกัน

          “เธอตัวร้อน” เขาพูด ยังประหยัดคำเหมือนเดิม ราวกับว่าถ้าพูดมากเกินห้าคำจะถูกปรับอย่างไรอย่างนั้น

          “ฉันเวียนหัว ฉันต้องไปแล้ว”

          เอาไว้แค่นี้ก่อนก็ได้ เทมาริพูดต่อในใจ ขืนอยู่นานคงเพลี่ยงพล้ำเสียท่าแน่

        “จะเดินไหวเหรอ” ชิกามารุถาม หน้าเธอซีดๆ ไปเลยห่วง

          “ไม่ต้องมายุ่งเลย” ตอนนี้คันคุโร่อาจจะเอาเรื่องนี้ไปบอกกาอาระแล้วก็ได้ เธอจะไม่ยอมให้มันจบแบบนี้แน่ อย่างน้อยต้องไปคุยกับน้องชายให้เข้าใจว่าไม่ได้มีอะไรอย่างที่เข้าใจกันที่ไม่รู้ว่าเข้าใจผิดกันเข้าไปใหญ่แล้วหรือเปล่า

          แต่ชิกามารุไม่ยอมให้เธอลุก เขารั้งให้เธอล้มตัวนอนด้วยกัน แล้วก็ดึงผ้าห่มมาคลุมตัวเอาไว้ด้วยกันทั้งคู่

          “นอนเถอะ” มือหนานั่นตบหัวเทมาริเบาๆ เหมือนจะกล่อมให้นอนหลับ

          “หลับได้แล้ว เทมาริ

        “ไม่!!” เทมาริไม่รออยู่อีกต่อไป

          เธอกระโจนลงจากเตียงเหมือนนั่งทับบนเตาถ่านร้อนๆ คว้าเสื้อผ้าที่หล่นระพื้นอย่างรีบเร่ง ก่อนจะพาตัวออกจากห้องพักโดยไม่เหลียวหลังมามองเลยแม้แต่แวบเดียว

          ชิกามารุพยายามจะเรียกเอาไว้แต่ก็ไม่ทัน เวลายังเช้ามากอยู่ขี้เกียจตามเลยดึงผ้าห่มคลุมร่างเอาไว้แล้วก็หลับต่อไม่ได้สนใจอะไรอีก

          เป็นเทมาริที่ยกมือทาบแก้มที่ร้อนผ่าวของตัวเอง เหมือนจะเป็นไข้ขึ้นมาซะอย่างนั้น รีบกลับเข้าห้องขังตัวเองเอาไว้ไม่ยอมออกมาจากห้อง ทั้งอายทั้งเคืองที่เสียท่าเสียแล้ว

          แถมใครคนนั้นเป็นคู่หูที่ทำงานด้วยกันมานาน ซึ่งเจ้าตัวเอาแต่บอกว่าผู้หญิงเป็นเรื่องน่ารำคาญน่าหงุดหงิด ยิ่งคิดก็ยิ่งแค้นใจ หมดท่านินจาหญิงผู้เก่งกาจ

          ” เธอยกมือทาบอก เมื่อชีพจรมันเต้นรัวแรงเหลือเกิน แรงซะจนกลัวว่ามันจะหยุดเต้นเอา ตั้งใจจะไปนอนพัก แต่มีคนมาเคาะประตูเรียกจากทางด้านนอกเลยทำอย่างใจคิดไม่ได้

          “อะไร!” เธอตะโกนออกไปอย่างหัวเสีย

          “ท่านคาเสะคาเงะเรียกหาครับ” คนที่มาเรียกตะโกนบอก เทมาริเลยได้แต่ยกมือขยี้ผมที่มันยุ่งอยู่แล้วอย่างแค้นใจ

          “ต้องตอนนี้เลยเหรอ” เทมาริถอนหายใจ

          “ตอนนี้เลยครับ” กล่าวจบข้างนอกก็เงียบสนิทไร้การเคลื่อนไหว บอกให้รู้ว่าคนที่มาเมื่อครู่นั้นหายไปแล้ว

          เมื่อเป็นอย่างนั้นเทมาริก็เป็นฝ่ายพาตัวเองออกจากห้องพักไปหาน้องชายในห้องทำงานของคาเสะคาเงะอย่างช่วยไม่ได้ ทั้งง่วงทั้งเพลีย แต่ก็ไม่อยากจะเมินเฉยต่อคำสั่งของกาอาระ ถ้าเธอไม่เคารพคำพูดของคาเงะแล้ว คนอื่นจะกังขาว่าเธอหมิ่นกาอาระ และกาอาระนั้นก็ไม่มีอำนาจสิทธิ์ขาดอย่างแท้จริง

          ดังนั้นต่อให้เหนื่อยมากแค่ไหน เทมาริก็จำต้องพาตัวเองเดินออกจากห้อง มุ่งตรงไปยังห้องทำงานของคาเสะคาเงะเงียบๆ

          “กาอาระ เข้าไปนะ” เมื่อไปถึงเธอก็ส่งเสียงเรียก เพิ่งรู้สึกว่านี่เป็นครั้งแรกที่ตัวเองอ่อนเพลียมากขนาดนี้

          “เข้ามา” คาเสะคาเงะตอบมา ดังนั้นเทมาริก็พาตัวเองเดินเข้าห้องทำงานของน้องชายในที่สุด

          “มีอะไรเหรอ” เทมาริถาม ซึ่งเดาอารมณ์น้องชายไม่ถูกเลยว่าถูกเรียกให้เข้าพบด้วยเรื่องอะไร นอกจากนั้นคันคุโร่ก็อยู่ด้วย

          สองชายทั้งสองคนเบิกตากว้างทำหน้าตกใจอย่างถึงขีดสุด เทมาริก็เริ่มไม่สบายใจ กระสับกระส่ายโดยไม่มีเหตุผลกับสายตาที่จ้องมองมา

          “มีอะไร จ้องกันทำไมเนี่ย” เธอเริ่มร้อนตัว อยากหนีกลับห้องซะตอนนี้เลย

          “เทมาริ คันคุโร่พึมพำ สีหน้าเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง

          “อะไร” เธอพูดเสียงสั่น เริ่มไม่มั่นใจขึ้นมารางๆ แทบจะเดินถอยหลังหนีให้รู้แล้วรู้รอดไป

          “เธอมีอะไรกับชิกามารุเหรอ” คันคุโร่พูดออกมาในที่สุด และนั่นทำให้เทมาริปฏิเสธเสียงดังลั่น

          “จะบ้าเหรอ มีเรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นที่ไหน แค่ แค่ แค่หมอนั่นไม่สบาย ฉันก็เลยต้องไปคอยดูแลเท่านั้น แล้ว แล้วทีนี้ก็เผลอหลับไปที่นั่นเท่านั้นเองนะ” คนพูดนั้นหน้าแดงก่ำ มันเรื่อยไปถึงใบหูและต้นคอที่แดงเรื่อไปหมด เหงื่อซึมเหมือนว่าร้อนมากเหลือเกิน ซึ่งผิดวิสัยของเทมาริคนเก่งอย่างมาก

          “แล้วทำไม” นิ้วของคันคุโร่ชี้ตรงไปยังร่างของพี่สาว สีหน้าแววตายังไม่เปลี่ยนไปจากเดิม

          “อะไร” ตอนนี้เทมาริไม่รู้เลยว่าอะไรเป็นอะไร จะเหยียบพลาดถูกยันต์ระเบิดตอนไหนก็ไม่รู้

        “นั่นเสื้อกั๊กของพวกนินจาโคโนฮะไม่ใช่เหรอ”

          คำตอบที่ได้เทมาริก็รีบก้มมองตัวเองทันที แล้วเธอก็เต้นแร้งเต้นกาถอดเสื้อกั๊กสีเขียวเข้มของชิกามารุออกจากตัวอย่างลนลาน

          “คือว่านี่ คือว่านี่ ไม่รู้ด้วยแล้ว” ไม่รู้จะแก้ตัวยังไงสุดท้ายเทมาริก็ใช้เสียงกระแทกออกมาดังๆ หน้าแดงก่ำทั้งอายทั้งเคืองตัวเอง

          “ถ้าจะถามเรื่องชิกามารุบอกเลยว่าไม่มีอะไรทั้งนั้น แค่นี้ใช่ไหม จะกลับแล้ว ไม่รู้ไม่สนด้วยแล้ว!!” หญิงสาวกระแทกเท้าเดินหนีไม่สนใจอะไรทั้งนั้น แต่หางตาเหลือบมองดูเสื้อกั๊กของชิกามารุแวบหนึ่งแล้วก็รีบหนีไป ทิ้งให้พี่ชายน้องชายสองคนมองหน้ากันและกันเงียบๆ

          “สรุปแล้ว เราขาดดุลทางฝั่งโคโนฮะรึเปล่านะ

 

          เทมาริพยายามทำตัวให้เป็นปกติมากที่สุดราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อย แต่ความจริงแล้วเธอรู้สึกตื่นเต้นและแทบทำอะไรไม่ถูก และเรื่องไม่น่าเชื่อมันเกิดขึ้นอีกเรื่องหนึ่งนั่นคือเธอป่วย ไม่รู้ว่าติดไข้หวัดมาจากชิกามารุหรือเปล่า ในความรู้สึกก็ทั้งหนักใจและโล่งใจกึ่งๆ ปะปนจนแยกไม่ออก

          หนักใจก็ตรงที่ไม่สามารถทำหน้าที่เป็นทูตสันถวไมตรีกับนินจาของทางโคโนฮะได้เพราะป่วย

        และโล่งใจที่ไม่ต้องไปเผชิญหน้ากับชิกามารุตอนนี้

          เขาได้เสื้อคืนหรือยังไงนะ เธอคิดตอนที่นอนพักบนเตียงมาได้สองวันเต็มๆ

          สงสัยว่าจะขำชิกามารุมากไป เพราะอย่างนั้นเธอเลยเป็นฝ่ายป่วยซะเอง แล้วก็ป่วยหนักมากเสียด้วยจนลุกไม่ขึ้นเลย

          พอไม่ได้รู้ข่าวของชิกามารุเลยกลายเป็นฝ่ายไม่สบายใจขึ้นมา อยากจะลุกจากเตียงแล้วไปหาเขา แต่ถ้าทำอย่างนั้น ทั้งกาอาระและคันคุโร่คงยิ่งเข้าใจผิดเข้าไปใหญ่แน่นอน

          ปวดหัวชะมัด หายซะทีเถอะ เป็นนินจาแล้วป่วยหนักอย่างนี้มันถือว่าเป็นเรื่องน่าอับอายนัก แล้วไหนจะต้องทิ้งหน้าที่ของตัวเองด้วยอีก เทมาริเลยเริ่มรู้สึกแย่กับตัวเอง

          แก๊ก แก๊ก เสียงเคาะอะไรบางอย่างตรงหน้าต่างกระจกทำให้เทมาริเปิดเปลือกตาขึ้นอีกครั้งอย่างอ่อนเพลีย

          ดวงตาสีสวยที่เหมือนกับลูกแก้วไหววูบเมื่อเห็นใครบางคนชะโงกอยู่ตรงกระจก เป็นคนที่เธอว้าวุ่นวายใจคิดถึงแต่เรื่องของเขามาตลอดหลายวันที่นอนนิ่งบนเตียง

          “ชิกามารุ” เธอพูดเสียงแผ่วเป็นคำกระซิบ นาทีต่อมาชิกามารุก็เปิดกระจกนั้นขึ้นและพาตัวเองเข้ามาทางหน้าต่างอย่างอุกกาจ

          “ร้องไห้ทำไมน่ะ” เสียงทุ้มเหมือนติดจะรำคาญอยู่หน่อยๆ พูดขึ้นเหมือนเป็นคำทักทาย ฉุดให้เทมาริทะลึ่งตัวลุกนั่งด้วยความตกใจ

          “ร้องไห้ พูดอะไรของนาย” เทมาริมองดูความเรียบร้อยของตัวเองแล้วประสานสายตากับคนที่บุกเข้าห้องนอนตัวเองอย่างนิ่งเฉยเหมือนเทมาริคนเดิม

          “เธอน้ำตาคลอ ร้องไห้อะไร

          เทมาริรีบใช้หลังมือขยี้ตาตัวเองทันทีเมื่อได้ยินแบบนั้น เธอก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันคือน้ำตาจากอะไร

          “ฉันแค่หาวเท่านั้นแหละ” เธอตอบ แล้วก็เป็นฝ่ายมองอย่างไม่ค่อยพอใจนัก

          “แล้วนายเข้ามาทำไม นี่มันห้องของผู้หญิงนะ” เทมาริรู้ตัวว่าควรไล่เขาออกไปเสียที แต่ชิกามารุชิงพูดต่อซะก่อน

          “ได้ยินว่าไม่สบายเลยมาเยี่ยม” คำตอบของชิกามารุเป็นสิ่งที่เทมาริไม่คิดว่าจะได้ยินมันเลยจริงๆ

          คนอย่างหมอนี่จะละเลียดอ่อนและเป็นห่วงคนอื่นด้วยเหรอ เธอคิด แต่ก็ไม่ได้ว่าชิกามารุเป็นคนแล้งน้ำใจ ซึ่งความจริงเขาเป็นคนที่รักและห่วงใยเพื่อนมากคนหนึ่ง แค่เห็นจากสงครามมหานินจาครั้งที่สี่ ตอนนั้นมันเป็นบทพิสูจน์ของศักยภาพของนารา ชิกามารุ อย่างแท้จริง

          เขาเป็นคนหนึ่งที่มีคุณสมบัติมากพอจะเป็นโฮคาเงะคนต่อไปของโคโนฮะเลยด้วยซ้ำไป

          แต่ที่แปลกใจคือเขาห่วงเธอ และดูห่วงมากกว่าที่เคยเห็นด้วย

          “เอ้า ของเยี่ยม” ชิกามารุส่งกระถางเล็กๆ ให้กับเทมาริ ซึ่งเธอก็เป็นฝ่ายรับมาอย่างงุนงง

          “ต้นกระบองเพชร” เธอครางก่อนจะช้อนสายตามองชายหนุ่มที่ยกมือเกาท้ายทอย ซึ่งท่าทางนี้จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อเขารู้สึกประหม่า ทำให้เธอรู้สึกดีใจและตื้นตันอย่างบอกไม่ถูก

          “ก็ที่นี่เป็นทะเลทราย ดอกไม้คงไม่ค่อยขึ้น นี่น่าจะดีที่สุดแล้ว” เสียงทุ้มหนักพูด เทมาริก็หลุบเปลือกตาลงรู้สึกสับสนอย่างประหลาด

          “ถ้าเธอทำมันตายก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้ว” เขาหัวเราะ เป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือนเลยล่ะมั้งที่ได้ยินเขาหัวเราะ ทำให้เผลอมองโดยไม่รู้ตัว

          “นายจะกลับแล้วล่ะสิ” หลังจากที่เงียบไปนาน เทมาริก็เอ่ยขึ้น

          ว่ากันตามจริงแล้วเธอกับเขาเป็นคู่หูที่ทำงานร่วมกันเป็นอย่างดี เลยรู้ใจกันมากด้วยเช่นกัน การเห็นชิกามารุที่นี่ นั่นแปลว่าเขากำลังจะกลับโคโนฮะแล้ว

        “อือ ต้องกลับแล้ว”

          “เลยไม่รู้เลยว่านายมาทำอะไรที่นี่” เทมาริพยายามจะยิ้ม

          ถ้าเขากลับครั้งนี้ก็ไม่รู้ว่าจะได้เจอกันอีกทีตอนไหน มันทำให้เธอรู้สึกเศร้าขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

          “ก็แค่ธุระของหมู่บ้านเท่านั้นแหละ ไม่ต้องห่วง ถ้านารุโตะไม่ใช่ผู้ชาย ก็ไม่แน่ว่าจะได้ลงเอยกับกาอาระรึเปล่า เห็นรักเป็นห่วงกันเหลือเกิน” ชิกามารุพูดติดตลกทำให้เทมาริอดหัวเราะไม่ได้

          “นั่นสินะ”

          ถึงจะพูดแบบนั้น แต่ทุกคนก็รู้ดีว่ามันเป็นไปไม่ได้ นั่นเป็นเพราะว่านารุโตะมีคนรักอยู่แล้ว นั่นคือ ฮิวงะ ฮินาตะ ผู้นำตระกูลฮิวงะ ตระกูลเก่าแก่ที่แกร่งมากตระกูลหนึ่งในโคโนฮะ ซึ่งเจ้านินจาเหนือความคาดหมายอันดับหนึ่งอย่างนารุโตะก็เปลี่ยนไปอย่างน่าตกใจ

          จากที่เคยตะโกนปาวๆ ว่าชอบ ฮารุโนะ ซากุระ เพื่อนตั้งแต่สมัยเรียนอคาเดมี่ด้วยกันอย่างนั้นอย่างนี้แต่สุดท้ายก็ได้ลงเอยกับฮินาตะจนได้

          ส่วนซากุระนั้น ตอนนี้ก็น่าจะปรับความเข้าใจและคุยกับ อุจิวะ ซาสึเกะ แล้วกระมัง

          ทั้งนารุโตะ ซากุระ ซาสึเกะ นั้นเคยอยู่หน่วยเดียวกันมาก่อนนั่นคือ ทีมเจ็ด ซึ่งมี ฮาตะเกะ คาคาชิ เป็นหัวหน้าหน่วย

          ซาสึเกะเป็นนินจาที่หนีออกจากหมู่บ้านมาก่อน และเคยเป็นอาชญากรที่เคยแม้กระทั่งเข้ากลุ่มแสงอุษา แต่ในมหาสงครามครั้งที่สี่ เขากลับเปลี่ยนใจและเข้าร่วมสงครามช่วยเหลืออดีตทีมของตัวเอง และกลายเป็นวีรบุรุษผู้กอบกู้โลกใบนี้ ทั้งคาคาชิที่ตอนนี้รับหน้าที่ดำรงตำแหน่งเป็นโคโนฮะอยู่ช่วยออกหน้ารับรองให้ ตอนนี้ซาสึเกะเลยกลับเข้าหมู่บ้านอีกครั้งหลังจากออกหมู่บ้านไปตั้งแต่เด็กๆ

          “อะไรก็เปลี่ยนไปเยอะเลยนะ” เทมาริบอกเสียงเรียบ

          เมื่อก่อนเธอเองก็ได้รับภารกิจลับในการทำลายโคโนฮะ เพราะถูกโอโรจิมารุปั่นหัวเหมือนกัน ตอนนั้นจำได้ว่าทั้งตัวเองและน้องชายอีกสองคนไม่ได้เป็นเหมือนปัจจุบันเลย

          ต้องขอบคุณพลังของอุซึมากิ นารุโตะ ที่ช่วยเปลี่ยนแปลงโลกนินจาได้อย่างอัศจรรย์ และเปลี่ยนจิตใจของผู้คนได้ง่ายเหมือนมีเวทมนตร์ด้วย

          “ยุคสมัยมันเปลี่ยนไปแล้ว” ชิกามารุพูดขึ้นและขยับตัว

          “ฉันต้องไปแล้ว เราเองก็คงได้เจอกันอีก”

          ร่างสูงเดินตรงไปที่หน้าต่างอีกครั้ง เขาโบกมือลาเธอทั้งที่ยังหันหลังก่อนจะผลุบหายไปอย่างรวดเร็ว

          เทมาริหลับตาลงเมื่อสายลมพัดผ่านใบหน้าไป แล้วก้มลงมองต้นกระบองเพชรเล็กๆ ที่อยู่ในมือ มุมปากก็ยกยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว

          “เดินทางดีๆ ล่ะ ชิกามารุ” เธอโกรธตัวเองเหมือนกันที่ไม่มีโอกาสได้เอ่ยลาเขา เพราะชิกามารุออกไปเสียก่อน วางต้นกระบองเพชรไว้ที่ข้างหัวเตียง ก่อนจะล้มตัวลงนอนตามเดิม

          “แสบตาจัง ทรายเข้าตาใช่ไหมเนี่ย” เทมาริยกมือขยี้ตาแล้วก็ปิดแน่นข่มตาให้หลับ แม้ว่ามันจะยากแค่ไหนก็ตาม

 

          ไม่กี่วันหลังจากนั้นเทมาริก็หายดีพร้อมจะรับภารกิจใหม่ ยังกระดากกับการที่ต้องเจอหน้ากาอาระ เพราะเรื่องของชิกามารุคราวก่อนนั่นเอง มีอย่างที่ไหนนอนบนเตียงกับผู้ชายแล้วให้น้องชายมาเจอ ร้ายกว่านั้นคือเอาเสื้อของผู้ชายใส่กลับบ้านอีกต่างหาก

          โชคดีที่กาอาระเข้าใจดีไม่ได้เอ่ยแซวอะไร คันคุโร่เองก็เช่นกันที่ไม่ได้พูดอะไรเลย เธอเลยรอรับภารกิจอย่างใจเย็น

          แต่แล้วก็ต้องมองหน้าน้องชายด้วยความตกตะลึง ไม่ลืมถามซ้ำเพื่อความแน่ใจ

          “พี่ต้องไปโคโนฮะ ต้องไปบ้านตระกูลนารา งั้นเหรอ!?” เธออุทานอย่างตกใจ กาอาระยกถ้วยชาขึ้นจิบแล้วพยักหน้า

          “ก็อย่างที่บอก ก็ตามนั้นแหละ ภารกิจของพี่คือไปเอาเขากวางมา

          เทมาริทำหน้าไม่ถูก จะปฏิเสธก็พูดไม่ออก ได้แต่ทำหน้างุนงงอยู่อย่างนั้นพลางรับคำสั่ง

          “พี่พร้อมตอนไหนก็เดินทางได้เลย คงไม่ต้องให้คนติดตามไปด้วยใช่ไหม”

          “ไม่ต้อง” เทมาริตอบ เพราะปกติถ้าไปทำธุระที่โคโนฮะเธอก็ไปคนเดียวเสมอ มองตาน้องชายเพื่อจับผิด แต่ก็ไม่เห็นความผิดปกติใดๆ ทั้งนั้น

          “งันพี่ไปแล้วนะ”

          “ดูแลตัวเองดีๆ ล่ะเทมาริ”

          “อื้ม ไม่ต้องห่วง” คนเป็นพี่สาวตอบก่อนจะหมุนตัวเดินออกจากห้องทำงานของน้องชายเงียบๆ

          หญิงสาวใจลอยเล็กน้อยขณะที่เดินทางมุ่งหน้าตรงไปยังโคโนฮะ ไม่ได้เร่งรีบเท่าใดนักเพราะงานไม่ได้ด่วน แค่ไปเอาเขากวางจากบ้านของชิกามารุเพื่อนำมาทำเป็นยาที่หมู่บ้าน

          ในตอนนั้นเองเธอได้ยินเสียงเรียกชื่อของตัวเอง ตามด้วยเสียงฝีเท้าแผ่วเบาก็เคลื่อนไหวร่างกายเตรียมพร้อมตั้งรับการจู่โจมเต็มรูปแบบ

          แต่เมื่อหันไปมองคนคนนั้นซึ่งไม่แน่ใจว่าใช่ศัตรูหรือเปล่า เทมาริก็ตกอยู่ใต้มนตร์บางอย่างของดวงตาที่ทรงพลังคู่หนึ่งจนร่างกายแข็งค้างขยับไม่ได้

          “คาถาลวงตา!

 

        ชิกามารุนั่งมองเพื่อนสนิทที่อยู่ทีมสิบอย่างผ่อนคลายซึ่งทุกคนในโคโนฮะ รวมถึงนินจาต่างหมู่บ้านที่เข้าร่วมมหาสงครามครั้งที่สี่ต่างรู้ดี ว่าทีมสิบนี้แข็งแกร่งและทำงานด้วยกันอย่างรู้ใจมากแค่ไหน ด้วยสายสัมพันธ์ของอิโนะชิกะโจ ซึ่งมีมาตั้งแต่รุ่นก่อนๆ ของสามตระกูลแล้ว

          นั่นคือตระกูลนารา ผู้ใช้คาถาเงา

        ตระกูลยามานะกะ ที่เชี่ยวชาญเรื่องจิต

          และสุดท้ายคือตระกูลอาคิมิจิ ซึ่งเก่งกาจเรื่องพลังร่างกาย ที่ทำได้แม้แต่ขยายร่างให้ใหญ่โตราวกับสัตว์หาง

        อิโนะชิกะโจรุ่นใหม่ ก็มีเขา นารา ชิกามารุยามานะกา อิโนะ สาวสวยสุดเซ็กซี่ที่โมโหร้ายเอาแต่ใจอยู่หน่อยๆ และสุดท้ายเจ้าหนุ่มร่างอ้วนแก้มตุ้ยนุ้ย อาคิมิจิ โจจิ ที่นอกจากจะต่อสู้เก่งแล้วก็ยังกินเก่งอีกต่างหาก

          หลังผ่านสงครามที่คร่าชีวิตของนินจา ซามูไร และชาวบ้านผู้บริสุทธิ์ไปมากมาย ชิกามารุสัมผัสได้ว่าทุกๆ คนนั้นเปลี่ยนไป และเปลี่ยนไปอย่างที่เจ้านารุโตะหวังมาตลอดด้วย

          ไม่อยากเชื่อเลยว่าเจ้าเด็กไร้พ่อแม่ดูแลและดูเหลือขอไร้ตัวตนมาตลอดอย่างอุซึมากิ นารุโตะ จะเปลี่ยนโลกนี้ทั้งใบ จากความขัดแย้งมากมายที่มาจากรุ่นสู่รุ่น ตอนนี้ทุกคนเข้าใจกันมากขึ้น ถ้อยทีถ้อยอาศัย และเหนือสิ่งอื่นใน คือความสงบสุข

        แต่กระนั้นคนฉลาดอย่างชิกามารุก็รู้ดีว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะเปลี่ยน ยังมีอีกมากมายไม่พอใจในเรื่องนี้ และคอยหวังฉวยโอกาสนี้ในการฉกฉวยหรือไม่ก็แก่งแย่งเพื่อให้ได้มาในสิ่งที่ยังหวังและต้องการกันลึกๆ

          ความขัดแย้งก็ยังมีอยู่เรื่อยไป เหมือนกับสายลมที่พัดพาปะทะเข้าหากันอยู่เนืองๆ ตราบใดที่ผู้คนยังคงสื่อสารกัน ตราบนั้นย่อมมีการกระทบกระทั่งกันเป็นเรื่องธรรมดา

          แต่ตอนนี้ชิกามารุสามารถผ่อนคลายได้ ไม่ต้องแบกรับภาระอันหนักอึ้งอีกต่อไป แม้จะแค่ช่วงเวลาสั้นๆ แต่เขาก็รู้สึกผ่อนคลายและสบายใจเหลือเกิน

        “ชิกามารุไม่กินเหรอ?” โจจิที่กำลังสะละวนกับการพลิกเนื้อย่างบนเตาถ่านให้สุกพอดีถามอย่างเป็นกังวล เพราะเพื่อนยังไม่ยอมขยับตะเกียบเลยนับตั้งแต่มานั่งด้วยกัน

          “ก็เพราะนายนั่นแหละ!” เป็นเสียงของอิโนะที่แหวขึ้น

          “นายแย่งชิกามารุกินหมดเลยนะโจจิ แล้วยังมีหน้ามาถามอีกเหรอ” อิโนะวีนเหวี่ยง แต่ก็เป็นแค่นิสัยภายนอกเท่านั้น ซึ่งสองหนุ่มไม่เคยถือสาเก็บเป็นอารมณ์ เพราะอยู่ด้วยกันมานานจนอ่านใจของกันและกันออกโดยที่ไม่ต้องเอ่ยอะไรทั้งนั้น แค่แววตาก็บอกทุกอย่างได้อย่างชัดเจนแล้ว

          “ก็ชิกามารุไม่ยอมหยิบเอง เดี๋ยวเนื้อมันจะไหม้” โจจิแก้ตัวเสียงอ่อย แต่ไม่ยอมหดตะเกียบจากหน้าเตา

          “เดี๋ยวเถอะโจจิ ให้ชิกามารุกินมั่งสิ” อิโนะแหวอีกครั้ง เพราะโจจิยังไม่ยอมหยุดกินทั้งที่ถามชิกามารุไปหยกๆ ว่าจะไม่กินด้วยหรือ

          “ก็อันนี้ฉันเป็นคนย่าง

          “นายนี่มันเหลือเกินจริงๆ” เด็กสาวเพียงหนึ่งเดียวในทีมถอนหายใจ ก่อนจะเป็นฝ่ายคีบเนื้อที่สุกพอดีแล้วให้ชิกามารุแทน

          “เอ้านี่ชิกามารุ นายก็ต้องกินบ้างนะ ไม่ใช่มานั่งยิ้มอย่างเดียว” เธอต่อว่า ชิกามารุเลยหัวเราะน้อยๆ ยอมขยับตะเกียบเพื่อให้เพื่อนสบายใจขึ้น

          อิโนะมักจะอ่อนไหวแล้วก็เป็นห่วงเป็นใยเขากับโจจิเสมอ เลยไม่อยากให้เพื่อนต้องเป็นห่วง

          “จะว่าไป นายเพิ่งกลับมาจากซึนะนี่นา” จู่ๆ เพื่อนสาวก็เปลี่ยนเรื่องคุย

          อิโนะยิ้มกว้างจนดวงตาหรี่ลงเป็นรูปจันทร์เสี้ยว ทำให้โจจิที่กำลังกินอย่างเมามันอยู่ต้องลดจังหวะลงพร้อมกับมองเพื่อนด้วยสายตาอยากรู้เช่นเดียวกัน

          “แล้วทำไม…..” ชิกามารุรู้สึกร้อนตัวกับสายตาของเพื่อน ที่มองมาเหมือนกำลังจับผิดอะไรอยู่อย่างนั้น

          “นายดูเหมือนมีเรื่องอยู่ในใจนะ” อิโนะยิ้มกว้างแล้วชะโงกหน้าเข้ามาใกล้จนชิกามารุต้องเอนตัวหนี

          “ไม่เห็นจะมีอะไร ก็ไปทำธุระให้ท่านโฮคาเงะเหมือนทุกทีนั่นแหละ” คนถูกซักตอบเสียงเรียบ อึกอักเล็กน้อยอย่างที่เพื่อนสนิทจับสังเกตได้ไม่ยาก

          “ไปซึนะเลยนะ”

          “แล้วไงล่ะ

          “ไปเจอสาวคนนั้นมาหรือเปล่าน้า” อิโนะยิ้มกว้างเป็นเชิงหยอกล้อ ชิกามารุเลยส่ายหน้าไปมา

          “แหม ไม่ต้องมาทำเป็นอารมณ์เสียกลบเกลื่อนหน่อยเลย ใครก็รู้กันทั้งนั้นแหละว่านายกับคุณเทมา

          ก่อนที่อิโนะจะทันพูดจบชิกามารุก็คับเนื้อเข้าปากของเพื่อนเพื่อให้หยุดพูดเสียที ทำให้เธอกรีดร้องโวยวายและทุบคนทำเสียหลายที

          “มันร้อนนะชิกามารุ! ตาบ้า!!

          “เอาล่ะๆ ฉันต้องไปก่อนล่ะนะ ต้องเข้าไปดูในป่าสักหน่อย

          “ป่าหมายถึงป่าของบ้านนายน่ะเหรอ หยึย ต้องเข้าไปดูไอ้เจ้าซอมบี้ฮิดันใช่ไหม” อิโนะทำท่าขนลุกขนพอง

          ฮิดันที่พูดถึงคือหนึ่งในสมาชิกของแสงอุษา ซึ่งถูกชิกามารุจัดการไปแล้ว ตอนนี้กลายเป็นเศษชิ้นเนื้อที่ยังไม่ยอมตายเพราะคำสาปอมตะอยู่ก้นหลุมลึกที่ไหนสักแห่งหนึ่งของป่าใหญ่ และมีกวาง สัตว์ประจำตระกูลนาราคอยเฝ้าอยู่ และจะเฝ้าอย่างนั้นไปตลอดกาล

          “ช่าย น่าเบื่อชะมัด แต่ยังไงฉันก็เป็นคนรับหน้าที่ให้จัดการเจ้าผีดิบนั่น ถึงจะน่ารำคาญแต่ก็ต้องไปตรวจดูให้แน่ใจว่าทุกอย่างยังปลอดภัยดี” เขาพูด

          “ขอบคุณนะชิกามารุ” จู่ๆ อิโนะก็เปลี่ยนท่าทีจนชิกามารุกับโจจิตามแทบไม่ทัน

          “รู้แล้วน่า เรื่องเนื้อย่างฉันจ่ายเองก็ได้” เขาถอนหายใจ แต่อิโนะยังทำหน้าจริงจังไม่เปลี่ยน

          “ไม่ใช่เรื่องนั้น” เธอส่ายหน้า แล้วก็ยิ้มอ่อนโยนให้เพื่อนสนิททั้งสองคน

          “ทุกเรื่องเลยต่างหาก แค่มีนาย พวกเราทุกคนก็ปลอดภัยเพราะนาย แต่ยังไงนายก็ต้องดูแลสุขภาพตัวเองด้วยนะ อย่าหักโหมล่ะ

          “อ้อ เข้าใจแล้ว” ชิกามารุยิ้มตอบแล้วก็เป็นฝ่ายลุกขึ้นก่อน

          และมักจะเป็นอย่างนี้เสมอไม่ว่าจะเป็นการสังสรรค์ครั้งไหน เขาจะมาตามที่นัดกับเพื่อนทุกครั้ง แต่ต่อมาก็จะขอตัวเพื่อไปทำภารกิจหรืองานอื่นต่อเสมอ

          เพื่อนร่วมรุ่นรู้ดีว่าชิกามารุมีงานหนักหนากว่าเพื่อนที่อายุเท่ากัน ภาระที่แบกไว้ไม่ต่างเหล่าผู้อาวุโสของโคโนฮะเลย

          และตั้งแต่ที่สงครามครั้งที่สี่จบลง ชิกามารุก็ตระหนักดีแก่ใจว่าเขาไม่ใช่เด็กอีกต่อไป

          เขาคือผู้ใหญ่ เป็นเจตจำนงแห่งไฟที่ได้รับตกทอดมาจากซารุโทบิ อาซึมะ ที่จะไม่ยอมปล่อยให้ ขุนต้องตกอยู่ในอันตราย

          “ไปแล้วนะ แล้วเจอกัน

          “แล้วเจอกันชิกามารุ” ทั้งอิโนและโจจิต่างโบกมือลาเพื่อนไป ถึงอยากจะให้ชิกามารุพักมากแค่ไหน แต่ลองเจ้าตัวได้ออกปากพูดออกมาก่อนแล้วก็ ไม่ว่ายังไงก็ท้วงอะไรไม่ได้แน่ ได้แต่มองแผ่นหลังของชิกามารุที่ดูกลายเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวเดินออกไปจากร้านเนื้อย่างเงียบๆ

          “เฮ้อ” อิโนะถอนหายใจ หมดอารมณ์จะกินเนื้อย่างต่อ แต่ก็ยังนั่งอยู่เป็นเพื่อนโจจิจนกว่าเพื่อนจะอิ่ม

          “ทำไมเหรออิโนะ” โจจิเองก็ไม่ได้โง่ที่จะไม่รู้ว่าพักนี้ชิกามารุมีเรื่องในใจ อิโนะเองก็เช่นเดียวกันและตัวเขาเองก็ด้วย

          “ชิกามารุน่าสงสารยังไงไม่รู้” เธอว่าแล้วก็ผ่อนลมหายใจอีกหน

          “สงสาร?” โจจิทวนถามอย่างไม่ค่อยเข้าใจนัก

          “ช่วงนี้ชิกามารุดูเหงามาก ดูเหนื่อยยังไงไม่รู้ ฉันอยากจะช่วยนะ แต่ก็รู้ใช่ไหมว่าเขาเป็นคนยังไง ถ้าเขาไม่พูด ยังไงเราก็จะไม่มีทางรู้ ถึงเราจะอยู่ทีมสิบด้วยกันก็เถอะ

          “อืม” โจจิทำหน้าเครียดตามไปด้วย จนอิโนะต้องตบบ่าแล้วก็พูดให้เพื่อนสบายใจขึ้น

          “แต่หมอนั่นฉลาดอยู่แล้ว ไอคิวตั้ง 200 คนธรรมดาอย่างเราเทียบไม่ติดหรอก เชื่อเถอะ ว่ายังไงหมอนั่นก็เอาตัวรอดได้”

          “ช่ายชิกามารุเก่งอยู่แล้ว” คนเจ้าเนื้อยิ้มกว้าง อิโนะเลยพลอยผ่อนคลายได้บ้าง

          ขอบคุณนายเหมือนกันนะโจจิเธอคิดอยู่ในใจ แล้วก็พูดเรื่องอื่นกับโจจิต่อ เพราะช่วงนี้ไม่ค่อยเจอกันเท่าไหร่นัก

 

          “เรียกชิกามารุเข้ามาพบฉันด่วน” คาคาชิที่ตอนนี้ดำรงตำแหน่งโฮคาเงะประจำหมู่บ้านบอกกับหน่วยลับที่ขึ้นตรงกันตนเองไว้โดยตรงเสียงเครียด

          “ครับ” เสียงทุ้มของหน่วยลับที่ไม่เปิดเผยตัวตน พรางหน้าด้วยหน้ากากรูปแมวรับคำสั่งเพียงคำเดียว แล้วก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย

          คาคาชิยกมือขึ้นมาเท้าคาง สีหน้าเคร่งเครียดและจริงจังมากกว่าครั้งไหนหลังจากผ่านสงครามที่เข้มข้นดุเดือดมาปีกว่า

          นี่เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกเครียดอย่างมาก นั่นเป็นเพราะปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นเป็นปัญหาใหญ่ระดับหมู่บ้านที่สามารถเป็นชนวนเหตุที่อาจจะก่อให้เกิดสงครามได้อีกครั้งเลยก็เป็นได้

          เขารู้ว่ากว่าที่ชิกามารุจะเดินทางมาถึงห้องทำงานคงจะใช้เวลาระยะหนึ่งตามนิสัยของคนเรื่อยเปื่อยขี้รำคาญ แต่ก็เป็นการดีที่จะคิดหาแผนการมาคุยกับเด็กหนุ่มคนนั้นไม่ให้อารมณ์เสียรุนแรงและอาจจะหลุดมาดขี้เบื่อขี้รำคาญไปเลยก็ได้

          แต่จะว่าไปหมอนั่นน่าจะเป็นคนที่ฉลาดที่สุดในโคโนฮะ ไม่สิ ต้องบอกว่าฉลาดที่สุดนับตั้งแต่รู้จักผู้คนมาเลยต่างหาก คาคาชิพูดพึมพำกับตัวเองในใจ ยังไงก็ยังหาคำพูดที่จะมาพูดคุยดีๆ กับชิกามารุไม่ได้เลย

          คิดอยู่นานจนกระทั่งได้ยินเสียงเคาะประตู ตามด้วยเสียงครางเนือยๆ ของคนที่รออยู่

          “ท่านโฮคาเงะ

          “เข้ามาได้เลยชิกามารุ” เขาพูด และขยับตัวอย่างอึดอัดบนเก้าอี้ประจำตำแหน่ง

          ประตูห้องทำงานเปิดกว้าง ตามด้วยร่างสูงโปร่งของเด็กหนุ่มคนหนึ่ง ที่ถึงจะทำหน้าเนือยเบื่อหน่ายไปเสียทุกอย่างบนโลกนี้ แต่ก็ดูเปล่งประกายและมีอิทธิพลมากคนหนึ่ง

          “มีอะไรอย่างนั้นเหรอครับ ถึงให้หน่วยลับไปตามผมถึงป่าของนารา” ชิกามารุถาม สีหน้าเรียบเฉยไม่บ่งบอกอารมณ์ใดๆ นั้นเปลี่ยนไปในฉับพลันเมื่อเห็นนกเหยี่ยวสีน้ำตาลตัวใหญ่ ที่ยืนเกาะบนโต๊ะทำงานของคาคาชิอยู่

          เขารู้จักมันดี และเคยเห็นมานักต่อนักแล้ว นั่นคือเหยี่ยวทาคามารุซึ่งเป็นเหยี่ยวที่บินได้ไวที่สุดของซึนะงาคุเระ

          “ทำไมทาคามารุถึงมาอยู่ที่นี่ มันเกี่ยวกับที่ท่านเรียกผมมาด้วยใช่ไหม” สีหน้าของชิกามารุเคร่งเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด รู้สึกไม่สบายใจและสังหรณ์ใจอย่างไรชอบกล

          “จะว่าอย่างนั้นก็ได้” คาคาชิบอกด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยสู้ดีนัก

          “เกิดอะไรขึ้นที่ซึนะ เกี่ยวกับกาอาระเหรอ”

          ครั้งหนึ่งทาคามารุเคยถูกส่งมาขอความช่วยเหลือที่โคโนฮะ เพราะกาอาระถูกแสงอุษาลักพาตัวไป มันส่งมาอีกครั้งหลังจากที่เพิ่งกลับมาจากซึนะก็อดกลัวไม่ได้

          “ไม่ได้เกี่ยวกับกาอาระโดยตรง แต่ก็นะ

          “แล้วมันอะไรล่ะครับ เรื่องนี้นารุโตะรู้หรือยัง ผมว่า เราควรคิดเรื่องนี้ให้ดีก่อนจะบอกนารุโตะ หมอนั่นอ่อนไหวกับเพื่อน

          เรื่องนี้มันเกี่ยวกับเธอโดยตรง” คาคาชิตัดบท ทำให้ม่านตาของชิกามารุไหววาบด้วยความตกใจ

          “ผม

          “ใช่มีนินจาคนหนึ่งรับคำสั่งจากกาอาระโดยตรงให้มาพบเธอ แต่คนคนนั้นเดินทางมาไม่ถึงโคโนฮะ นี่ก็ผ่านมาสองวันแล้ว ยังหาตัวไม่เจอ”

          “นินจาคนหนึ่ง” ชิกามารุทวนคำเสียงแผ่วเบา แทบไม่ขยับริมฝีปากเลยด้วยซ้ำไป

          “หมายถึงเทมาริ” เป็นนานกว่าที่เขาจะพูดออกไปได้ ชิกามารุสับสนตกใจพูดไม่ออก ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าคุโนะอิจิที่แข็งแกร่งและเก่งกาจขนาดเทมาริจะพลาดท่าเสียทีได้ นั่นแปลว่ามีคนส่งถูกมาให้จับเธอโดยตรงแน่

          “ใช่เธอหายตัวไปสองวันแล้วชิกามารุ”

          “งั้นเหรอ” ชิกามารุพูด ฟังไม่ออกว่าเจ้าตัวกำลังรู้สึกอย่างไรอยู่

          “ซึนะจัดทีมค้นหาติดตามตัวแล้ว ฉันเองก็ถูกขอมาให้ช่วยตามหาเหมือนกัน คือว่าเรื่องนี้ฉันคิดว่าน่าจะบอกให้เธอรู้” คาคาชิบอกเสียงเรียบ เดาอารมณ์ของชิกามารุไม่ออกเหมือนกัน

        “ตอนนี้ยังหาตัวเทมาริไม่เจอ ไม่รู้ว่าใครเป็นตัวการการลักพาตัวครั้งนี้เพราะยังไม่มีใครแสดงตัว แต่ฉันส่งทีมคนหาตามหาแล้ว”

          นินจาถูกฝึกมาให้เก็บกดอารมณ์เอาไว้ ไม่แสดงสีหน้าอารมณ์ให้ใครให้ แต่นินจาก็คือคนธรรมดาคนหนึ่งที่มีอารมณ์ความรู้สึก และคาคาชิก็เห็นแววตาอารมณ์บางอย่างผ่านดวงตาที่ดูเฉยเมยคู่นั้น

          “เธอมีอะไรจะบอกหรือถามฉันไหม” คาคาชิเอ่ย รู้สึกกลัวอ่างบอกไม่ถูกกับความเงียบที่นิ่งงันเกินไปของชิกามารุ

          “ผมขอยกเลิกภารกิจทุกอย่างครับ” กล่าวเท่านั้นชิกามารุก็หมุนตัวเดินออกมาอย่างเงียบกริบ โดยที่คาคาชิไม่ทันจะได้เอ่ยอะไร

          โฮคาเงะรุ่นที่หกยกมือค้างกลางอากาศ จะเรียกก็ไม่ทัน แล้วก็รู้ดีว่าห้ามยังไงก็ไม่เป็นผล ว่าเจ้านารุโตะดื้อด้านไม่ฟังอะไรแล้ว ชิกามารุก็ใช่ย่อยที่ไหน เขาถอนหายใจจากนั้นก็ประสานอินอย่างรวดเร็วชนิดที่สายตาของนินจาระดับจูนินก็ยังตามไม่ทัน

          คาถาอันเชิญ!

          คนที่ถูกอันเชิญมาคือสุนัขพันธุ์ปั๊ก ตาโตหน้าย่น คาดที่คาดหน้าผากของหมู่บ้านโคโนฮะ แววตาเนือยๆ เหนื่อยๆ เหมือนผู้ที่เป็นฝ่ายอันเชิญมาไม่มีผิด

          “มีอะไรเหรอคาคาชิ” สัตว์อันเชิญที่มีชื่อว่าปั๊กคุงถามคาคาชิอย่างคุ้นเคยเป็นอย่างดี

          “ช่วยตามหาคนสองคนให้หน่อย คนแรกเป็นพี่สาวของคาเสะคาเงะที่ไม่รู้ว่าใครจับตัวไป อีกคนคือชิกามารุ”

          “ชิกามารุ ทำไม เกิดอะไรขึ้นกับหมอนั่น” ปั๊กคุงถามอย่างแปลกใจ เพราะชื่อนี้เป็นชื่อของโจนินฝีมือเยี่ยม ไม่น่าจะพลาดท่าถูกใครจับได้ง่ายๆ เลย

          “หมอนั่นคงจะหาทางไปตามหาตัวพี่สาวของคาเสะคาเงะเองน่ะ ตอนนี้ก็น่าจะเก็บของเตรียมพร้อมอยู่ที่บ้านแล้ว นี่คือกลิ่นของเทมาริ” คาคาชิส่งเสื้อของเทมาริที่ยังมีกลิ่นติดอยู่ให้สัตว์อันเชิญของตน ปั๊กคุงดมกลิ่นแล้วก็พยักหน้ารับ และทำหน้าแปลกใจอยู่หน่อยๆ

          “มีอะไรงั้นเหรอ?” คาคาชิจับสังเกตท่าทางของปั๊กคุงได้ รีบถามด้วยความตกใจแกมแปลกใจ

          “กลิ่นนี้มัน


 

Talk 3...
มันอารายยยยยยยยยยย

อร๊ายยยยยยยยยยยยยยยย

หลังจากนี้จะเห็นชิก้าเป็นแบดบอย หัวเราะ

มู่พยายามเขียนให้ยังคงคาเรคเตอร์ของตัวละครเอาไว้นะคะ

พยายามให้เหมือนกับที่รู้จักมาตลอด 15 ปีให้ได้นะ หัวเราะ

คงไม่ปรับเปลี่ยนนิสัยโดยส่วนตัวของตัวละครค่ะ

แต่ก็อาจจะยังดีไม่พอนัก เพราะแต่ละคนคงตีความไม่เหมือนกันเนอะ

แต่ยังไงขอบคุณมากที่ติดตามกันนะคะ  image

ขอเม้นท์ให้เห็นหน่อยนะเออ ว่ายังคงมีคนติดตามอยู่

ฮือออ เค้าเหงา มาเม้าท์มอยกันนะเออ  image

 

Talk 2...
ลืมอธิบายไปนิดหน่อยค่ะ

ที่มู่เขียนตอนนี้ จะเป็นหลังตอน 699 ของมังงะนะคะ

เนื้อเรื่องหลังจากภาพยนตร์ The Last ด้วยค่ะ

ฮือ เค้าเป็นติ่งคู่นี้จริงๆ ค่ะ หัวเราะ

แล้วทุกคนล่ะคะ มีคู่ไหนอยู่ในใจ บอกได้นะคะ

เพราะอาจจะเขียนแซมอีกหลายคู่เลยค่ะ  image  image


Talk 1...

Song :: Ariana Grande - Love Is Everything

เด็กบ้านนารามันร้ายค่ะบอกเลย

ก็เด็กกว่าแล้วไง งืออออ image

เค้าหลงชิก้ากับเทมาจริงๆ เลยกลายมาเป็นแบบนี้

เห็นชิกาไดแล้วก็ยิ่งคลั่ง ตาเหมือนเทมาริเลย

ยังไงก็ฝากฟิคเรื่องนี้ไว้ด้วยนะคะ  image  image

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

162 ความคิดเห็น

  1. #130 aom_cy (@aom_cy) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2558 / 12:47
    กีสสสสสสสสสสส นอนเตียงเดียวกัน เสื้อผ้าหลุดลุ่ยด้วย ถ้าเราเป็นโคคุโร่ เราก้ช็อค

    แต่ชิก้ามันซึนเกิ้นนนน ผู้หญิงล้มทับยังไม่รู้สึกอะไร แถมยังดึงเค้าให้ลงมานอนห่มผ้าด้วยกันอีก ยังไงเทมก้เป็น ผญ.นะยะ
    #130
    0
  2. #115 Zepher (@Zepher) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2558 / 17:26
    สู้เข้าค่า สนุกมว้ากกก
    #115
    0
  3. #95 Zicty_Xeed (@zictyxeed) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 เมษายน 2558 / 22:25
    ฟินนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน
    กัดหมอน
    จิกๆๆๆๆๆ 

    #95
    0
  4. #57 -U'ziigoma; (@mikasang) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 มีนาคม 2558 / 04:08
    อ๊าา ชิก้าาารีบไปตามหาเร้ว T^T
    #57
    0
  5. #56 J.A.N.J (@dex-dee) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 มีนาคม 2558 / 09:59
    มันเป็นอารายยยยย ฮือๆๆๆ อยากรู้ง่าา
    #56
    0
  6. #55 noofe. (@featnaka) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 มีนาคม 2558 / 19:40
    วรั้ยยยยย
    เขินนน
    ชิก้าแอบไปหาเทมมี่เองหรอกเหรอออ โถววววว 
    #55
    0
  7. #52 ได๋ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 มีนาคม 2558 / 09:13
    กลิ่นนี้มัน... อ้ากกก ค้างมากก #กลิ่นของชิก้าป่ะเนี่ย

    #52
    0
  8. #51 ชิก้าเทมา (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 มีนาคม 2558 / 01:03
    ขอบคุณที่ไม่เปลี่ยน ชอบมากๆรุยยย อยากอ่านต่อค่าาา
    #51
    0
  9. #50 Wn_ampere (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 มีนาคม 2558 / 00:57
    สามพี่น้องนี่ epic มากนะคะ

    โดยเฉพาะคันคุโร่ 555555

    คือชอบตอนคันคุโร่โวยวายสุด

    นึกหน้าออกเลยค่ะ 55555555

    แล้วเรื่องบนเตียงนั่นอะไรยังไงคะ

    ไม่เก็ตเบย น้องเป็นคนใส ๆ 5555



    รอตอนต่อไปอยู่ค่ะ กำลังจะมันส์แล้ววววววววว



    ปล.อันนี้สงสัยมานาน ทั้งโดทั้งฟิคทั้งแฟนอาร์ตคู่นี้

    มักจะออกมาแนวเรทๆหมดเลยแหะ ทำไมนะทำไม 555555 #ลูบกล้ามอกนังชิกา
    #50
    0
  10. #49 Tea cup (@Deeans) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 มีนาคม 2558 / 23:58
    ขออย่าดาร์กเหมือนผช.ของมู่ตันก็พอ
    #49
    0
  11. #48 pimmiessss (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 มีนาคม 2558 / 23:27
    รอติดตามค่า
    #48
    0
  12. วันที่ 24 มีนาคม 2558 / 23:13
    อ้ายยยยย ลุ้นมากชิกามารุโตแล้วแต่งงานได้แล้วรีบ ๆ พาชิกาไดมาดูโลกได้แล้ว (
    #47
    0
  13. #46 aomop (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 มีนาคม 2558 / 23:02
    อยากบอกพี่มู่ค่ะว่าชอบมากกก ชอบทีม10 ชอบอาสึม่าที่สุด เป็นแฟนของอาสึม่ามาตลอด ร้องไห้ทั้งตอนท่่ตายและตอนที่ฟื้นคืนชีพเลยค่ะ ติดตามอยู่นะคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ
    #46
    0
  14. #45 petchpetcharat (@petchiyoki) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 มีนาคม 2558 / 22:42
    กลิ่นนี้มันคือ ...'' ......................................................................

    ไรท์เตอร์สุดสวยของผม กราบงามๆอารมณ์ค้างถึงขั้นโคม่า อ้ากกกกกกกกกกกกส์
    #45
    0
  15. #44 SHIKATEma (@namemeeee) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 มีนาคม 2558 / 22:40
    "กลิ่นนี้มัน..." อะไรปั๊กคุงลุ้นๆๆๆๆ มาอัพอีกไวๆน้าาาา
    #44
    0
  16. วันที่ 24 มีนาคม 2558 / 22:36
    เอาเป็นว่ารู้กันนะปั๊กคุง 5555555 #อยากอ่านคู่ซาอิอิโนะเจ้าค่ะ สองคนนี้เขาไปรักกันได้ยังไง - -
    ถ้ายุ่งอยู่ก็ไม่เป็นไรค่ะ สู้นะคะ ยังตามอ่านอยู่
    #43
    0
  17. #42 karene (@nisajung) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 มีนาคม 2558 / 22:22
    ชอบคู่นี้มากกกกกค่าา
    สารภาพตามตรงว่าเพิ่งดูนารูโตะปีนี้
    ดูตั้งแต่ตอนถึงตอนจบภายในสามอาทิตย์
    เหนื่อยมากกกก 55555555
    ละในเรื่องมีให้ฟินน้อยนิดด มาฟินเองคือดีงามค่า อิอิ ><
    #42
    0
  18. #41 MULEE & MOEI ♚ (@mu_mu_jung) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 มีนาคม 2558 / 22:01
    ‪#‎ชิก้าเทมะ‬ 💖 ‪#‎ShikaTema‬
    แฟนฟิค adrenaline มาละนะเออ
    เค้านี่ติ่งคู่นี้มาประมาณ 7-8 ปี 😍
    บ้าจนต้องเอามาแต่งนิยายเองนี่แหละ หัวเราะ
    ใครชอบเหมือนๆ กัน มาอ่านต่อเลยคับผม 😘😚
    #41
    0
  19. วันที่ 23 มีนาคม 2558 / 09:32
    โอ้ยย คิด ๆ ไปแล้วเราอยากเห็นชิกามารุขอแต่งงานเทมาริจังนะ เจ้าคนขี้เบื่อนั่นจะขอยังไงนะ ('///' )
    #40
    0
  20. #39 แพมแพม (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 มีนาคม 2558 / 07:25
    ชอบคร้าาาาาาาาาาาาาาา ว่าแต่ใครกานนนนนนนนนนน รอคร้าาาาาาาาาาาาา
    #39
    0
  21. #38 -U'ziigoma; (@mikasang) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 มีนาคม 2558 / 03:21
    เป็นทีมชิกะเทมะเหมือนกันค่ะ >_< " อ๊า อ่านแล้วน่ารักกก กาอาระนี่เป็นน้องประเสิรฐจริงๆ ฮาาา ติดตามอยู่นะคะ
    #38
    0
  22. #37 J.A.N.J (@dex-dee) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 มีนาคม 2558 / 19:25
    ประเด็นคือ นารุฮินะก็ชอบอ่ะค่ะ แล้วคนนั้นมันเป็นครายยยย
    #37
    0
  23. #35 Mintto (@gossipminna) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 มีนาคม 2558 / 10:56
    ชอบเนจิเท็นนะ แต่เนจิม่องไปเสียแล้ว ฮือออออออออ 5555



    #35
    0
  24. #34 mai_manaru (@mai_manaru) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 มีนาคม 2558 / 01:04
    เค้าชอบ"นารุฮินะ" มากๆเลย ตามเชียร์ตั้งแต่อ่านครั้งแรกเลย ส่วนคู่"ชิกะเทมะ" ก้ชอบเพราะดูซึนๆและเข้าขากันมากเวลาทำงาน ชวนให้จิ้นไปไกลตลอดเลย 555
    #34
    0
  25. #33 pimmiessss (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 มีนาคม 2558 / 01:04
    รอติดตามค่า ฟินนนนนนนนนนนนนนนนคู่นี้ ชอบมาก
    #33
    0