ตอนที่ 4 : Satan's Embrace ♛ 03 Thought You Were Mine

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 25171
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 161 ครั้ง
    3 ก.ย. 57


http://38.media.tumblr.com/14693e78096b189416b4b26634cb709e/tumblr_navg8gObGy1qbetfwo1_1280.png

Satan’s Embrace 03

Thought You Were Mine

 

          “อืม แล้วนายว่าแก๊บบี้ท้องกับใคร เด็กคนนั้น ลูกของฉันหรือลูกของนาย

          คำถามของทิมทำให้ฟิลิปเป้สะอึกอึ้ง ร้อนไปทั้งตัวเพราะไม่ทันคิดว่าจะได้ยินคำพูดนี้ออกจากปากของเพื่อน

            ตอนนี้ก็ผ่านมาก็สองสัปดาห์แล้ว เขายังไม่ได้เจอกนิษฐา คิดถึงเธอเหลือเกินอยากเจอหน้าอยากกอดอยากมอบความรักให้เหมือนเมื่อก่อนที่เคยได้เจอกัน แต่ไม่สามารถทำแบบนั้นได้ ไม่รู้กระทั่งว่าตอนนี้เธออยู่ที่ไหน หัวใจเหมือนมีไฟเผาที่ไม่มันมีวันมอดดับ

            “มึงนอนกับกับแก๊บบี้แล้ว!ฟิลิปเป้ถามอย่างแค้นเคือง กำหมัดเอาไว้แน่น บอกไม่ถูกว่าตอนนี้รู้สึกยังไงกันแน่ รู้แค่ว่าร้อนไปทั้งตัว อยากจะระบายอารมณ์ด้วยการกระทืบเพื่อนให้หายแค้นจากนั้นก็ตามตัวหญิงสาวมา

          มาทำไม ชายหนุ่มถามตัวเองในใจแล้วก็เงียบไป

            “เรื่องแบบนี้ฉันไม่พูดหรอกนะ แต่อย่างที่นายว่าไว้นั่นแหละ แก๊บบี้เธอน่ารักมาก” ทิมยังยั่วโมโหเพื่อนไม่หยุด ไม่สนใจว่าเพื่อนคนอื่นๆ จะพยายามปรามทางสายตา แล้วมันเรื่องอะไรที่เขาต้องสนใจด้วย ในเมื่อฟิลิปเป้บอกเอาไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่าไม่ได้สนใจในตัวของกนิษฐาอีกแล้ว

            ใช่ อันที่จริงเขารู้ว่าฟิลิปเป้แต่พูดประชดไปอย่างนั้นเพราะความอวดดื้อถือดี แต่มันก็น่าแค้นแทนผู้หญิงคนนั้นอยู่ดีไม่ใช่หรือ

            “นายคงไม่เลิกคบกับฉันเพราะว่าฉันนอนกับอดีตผู้หญิงของนายหรอกใช่ไหม” ทิมทิ้งประโยคร้ายกาจเอาไว้อีกครั้ง ที่ทำให้คนอื่นๆ ไม่อยากมีส่วนรู้เห็นได้ยินอะไรในการสนทนานี้เลย สีหน้าของฟิลิปเป้จวนเจียนจะระเบิดความแค้นออกมาเห็นแล้วก็อดหวั่นใจไม่ได้

            “ว่าไงฟิลิป หรือนายจะเลิกคบกับฉันเลย”

            ข้อนี้ทิมอยากจะรู้จากปากของเพื่อนจริงๆ เพราะจะได้รู้กันไปว่าฟิลิปเป้ โฮเวเดส เป็นคนยังไงกันแน่

            คนถูกถามสูดหายใจเข้าปอดเพื่อระงับความโกรธเอาไว้ ถ้าบอกว่าจะเลิกคบกันกลุ่มเพื่อนที่สนิทสนมกันมานานก็คงต้องแตกแน่ ดังนั้นเลยเลือกที่จะเงียบเอาไว้

            “ถ้านายไม่ตอบก็แสดงว่าเรายังเป็นเหมือนเดิม อันที่จริงเรื่องนี้มันก็เป็นเรื่องปกติของพวกเราอยู่แล้วนี่เราแลกผู้หญิงกันใช้เสมอ” ทิ่มกล่าว และทำให้ทุกคนชะงักสะดุ้งไปตามๆ กัน ถึงมันจะจริงก็ตามเถอะ แต่พฤติกรรมพวกนั้นมันก่อนที่จะได้เจอกับกนิษฐา

            และทุกคนรู้กันเป็นอย่างดีว่าตั้งแต่ที่กนิษฐาปรากฏตัวขึ้น และฟิลิปเป้ต้องแกล้งทำเป็นจีบสาวเจ้าตามที่ได้พนันกันไว้นั้น ฟิลิปเป้ดูจะเปลี่ยนไปจริงๆ อดทนอย่างที่ไม่เคยเป็น เอาอกเอาใจหญิงสาวทุกย่างก้าวและไม่เคยเจอกับผู้หญิงคนอื่นอีกเลย

            ตอนนี้ยิ่งมั่นใจว่าฟิลิปเป้หลงรักกนิษฐาเข้าแล้ว

            สงสารก็แต่เจ้าตัวกับสาวเจ้าที่ไม่รู้ความจริงข้อนี้เสียดี ดูๆ ไปเรื่องนี้ก็สนุกดีเหมือนกัน อยากเห็นว่าฟิลิปเป้จะร้อนรนไปถึงเมื่อไหร่ และจะแต่งงานกับกนิษฐาตอนไหน

            “กูขอตัวกลับก่อนล่ะ พรุ่งนี้ประชุม” ฟิลิปเป้ไม่ตอบคำถามของทิม และลุกขึ้นเดินเซๆ ออกไป ท่ามกลางเสียงถอนหายใจของเพื่อนคนอื่นที่โล่งอกเมื่อไม่เกิดเรื่องน่ากลัวขึ้น

            “เฮ้ทิม แกนอนกับแก๊บบี้แล้วจริงเหรอคะ” เบนถามอย่างหวั่นๆ สังหรณ์ใจอย่างบอกไม่ถูก

            “เปล่า ไม่ได้นอน จะนอนได้ไง ฉันติดต่อกับแก๊บบี้ที่ไหนกันล่ะ” ตอบไปแล้วก็ยิ้ม

            ทิมรู้สึกสะใจเมื่อเห็นแผ่นหลังของผู้แพ้อย่างฟิลิปเป้ ซาตานหนุ่มที่ไม่เคยก้มหัวยอมให้ใครทั้งนั้น ตอนแรกคิดว่าจะไม่มีจุดอ่อนซะแล้ว แต่ก็ได้รู้ว่าจุดอ่อนที่ว่านั้นคือตัวกนิษฐา ที่แตะต้องแทบไม่ได้

            “แล้วทำไมแกต้องโกหกด้วยวะ ก็รู้ว่าฟิลิปมันหวงแก๊บบี้มาก

            “ฉันโกหกเมื่อไหร่กัน แค่ไม่ได้พูดออกไปให้ชัดเท่านั้น มันก็สนุกดีไม่ใช่เหรอ ที่เห็นเจ้าชายน้ำแข็งสติหลุดแบบนั้นนะ” ตอบแล้วทิมก็หัวเราะ แต่คนอื่นไม่ค่อยสนุกด้วยเท่าไหร่นัก แต่ละคนยังทำหน้าไม่ค่อยสบายใจเหมือนเดิมอยู่ดี

            “แต่ฉันว่าไอ้ฟิลิปมันจะเป็นบ้าเอา ดูมันคลั่งมากเลยนะ สงสารแก๊บบี้ว่ะ” หลุยส์พึมพำบอก มาถึงตอนนี้เลยรู้สึกผิดที่เคยยั่วยุให้ฟิลิปเป้หลายครั้งแล้ว อดถอนหายใจไม่ได้ ไม่รู้ว่าเรื่องนี้จะจบยังไง ก็ได้แต่ภาวนาไม่ให้กนิษฐาต้องเจอกับเรื่องเลวร้ายมากไปกว่านี้เลย

            “แล้วนี่ติดต่อแก๊บบี้บ้างหรือเปล่า” เบนถามทิม ด้วยรู้ว่าคนที่อยู่กับกนิษฐาคนสุดท้ายในกลุ่มคือทิมนั่นเอง

            “ไม่นะ พอไปส่งที่ห้องพักวันนั้นก็ไม่ได้เจอกันอีก ฉันมีเบอร์โทรติดต่อกับแก๊บบี้ที่ไหนกันเล่า” พูดจบทิมก็ถอนหายใจ เขาเคยแวะเวียนไปหาแต่พบว่าหญิงสาวย้ายออกไปแล้ว ไม่มีใครรู้ว่าเธอไปที่ไหน

            “ไม่รู้ว่ากลับเมืองไทยไปหรือยัง

            “นี่ถ้าท้องขึ้นมาจริงๆ ล่ะยุ่งเลย” ฟรันซ์พึมพำพูดด้วยน้ำเสียงสยดสยอง ทำให้เพื่อนคนอื่นหันไปมองด้วยความสงสัย

            “ยังไง

            “เฮ้ย แก๊บบี้ต้องเลี้ยงลูกคนเดียวเลยนะเว้ย แล้วไม่รู้ฟิลิปมันป้องกันหรือเปล่า ไอ้นั่นยิ่งผีเข้าผีออกอยู่ด้วย แกก็ไม่น่าพูดไปแบบนั้น เกิดไอ้ฟิลิปมันคิดว่าแก๊บบี้ท้องกับแกแล้วพานไปหาเรื่องแก๊บบี้ไม่รับเป็นลูกอีก” ฟรันซ์บอก ดังนั้นทิมเลยหน้าเครียดไปเพราะจริงทุกคำอย่างที่ได้ยินมา

            “บอกฟิลิปมันไปเถอะว่าไม่ได้นอนกับแก๊บบี้ ฉันสงสารเธอว่ะ”

            “แล้วทีนี้ไอ้ฟิลิปมันจะยอมเชื่ออีกไหมเนี่ย เดี๋ยวก็คิดว่าแกไม่อยากเลี้ยงลูกอยากเห็นมันเป็นตัวตลกอีก” หลุยส์ทำหน้าเป็นกังวล ดังนั้นทุกคนเลยเครียดขึ้งกันเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว

            นี่เราทำบ้าอะไรลงไปวะ ทิมโทษตัวเอง และไม่รู้ว่าการพูดคุยกับฟิลิปเป้ครั้งหน้าซาตานร้ายคนนั้นจะยอมเชื่อไหม ว่าเขาไม่ได้มีอะไรกับกนิษฐาเลย

 

          แน่นอนว่าฟิลิปเป้ไม่ยอมเชื่อง่ายๆ เขาแค่นหัวเราะเมื่อทิมโทรมาคุยด้วย และบอกว่าเรื่องนี้จริงจังไม่ได้โกหกเลยแม้แต่อย่างเดียว คุยกันเท่าไหร่ก็คิดว่าไม่เข้าใจกันเลยสักนิด

            “นายจะโทรมาบอกว่านายไม่ได้นอนกับแก๊บบี้เท่านั้นใช่ไหม แต่เพื่อนคนอื่นก็คงเข้าใจกันหมดแล้วล่ะว่านายนอนกับเธอ!” ฟิลิปเป้พยายามอย่างมากที่จะไม่หลุดความหงุดหงิดฉุนเฉียวออกไป พยายามบอกว่าตัวเองให้สงบสติอารมณ์แต่ก็ทำแทบไม่ได้

            “ฉันอธิบายเรื่องนี้กับเพื่อนคนอื่นแล้ว และทุกคนเข้าใจดี

            “ฮึ นายจะโกหกยังไงก็ได้” ฟิลิปเป้บอกแล้วก็เจ็บใจนัก อยากเค้นความจริงจากปากของทิมทุกอย่างแต่ก็ไว้ท่าทีของตัวเองเอาไว้ได้

            “ฉันไม่ได้โกหก เพราะหลังจากที่ไปส่งแก๊บบี้กลับห้องพักวันนั้นแล้วฉันไม่ได้เจอแก๊บบี้อีกเลย นายจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ตามใจ แต่ที่ฉันมาบอกแบบนี้เพราะสงสารแก๊บบี้ไม่อยากให้นายมองเธอผิดๆ อีก และถ้าเธอท้องขึ้นมาจริงๆ นายจะได้ไม่คิดว่าเธอท้องกับฉัน” ทิมอธิบายอย่างใจเย็นเพราะสงสารและเป็นห่วงกนิษฐาไม่น้อยไปกว่าคนอื่น รู้ว่าเธอไม่ได้มีความผิดอะไรเลย แต่กลับต้องมาถูกลงทัณฑ์เอาอย่างนี้

            “นายจะไม่เชื่อก็ตามใจนาย ฉันแค่สงสารแก๊บบี้ เพราะไม่อยากให้นายเข้าเธอผิด

            “แล้วถ้าฉันคิดว่าแก๊บบี้ท้องกับนายอยู่ดีล่ะฟิลิปเป้ถาม ไม่ว่าจะพยายามสั่งตัวเองไม่ให้คิดเรื่องของกนิษฐาเท่าไหร่ สมองก็คิดถึงแต่เรื่องของเธออยู่อย่างนั้น

            “อย่างนั้นถ้าแก๊บบี้เกิดท้องขึ้นมาจริงๆ เด็กคนนั้นจะเป็นลูกของฉัน” ทิมบอกอย่างหนักแน่นทำให้จนทำให้ฟิลิปเป้ไม่สามารถจะเอ่ยแย้งอะไรได้เลยได้

            “ฉันต้องไปทำงานแล้ว แค่อยากจะโทรมาบอกเท่านี้

            ไม่นานนักทิมก็ตัดสายทิ้งไป ปล่อยให้ฟิลิปเป้จมอยู่กับความคิดของตัวเอง นึกถึงแต่ใบหน้าหวานของหญิงสาวที่ไม่อาจสลัดมันพ้นไปจากสมองได้ เขาคิดถึงเธอเหลือเกิน มากซะจนไม่สามารถกลับไปนอนค้างที่ห้องพักของตัวเองได้ ต้องไปนอนค้างตามโรงแรมในเครือ หรือไม่ก็ในห้องนอนเล็กๆ ที่อยู่ในห้องทำงานของตัวเอง เพราะไม่ว่าจะมองไปทางไหนภาพของกนิษฐานั้นคอยตามหลอกหลอนให้คิดถึงแต่เธอจนว้าวุ่นปั่นป่วนใจ

            “เธออยู่ไหนกันนะ” เขายกมือขยุ้มผมตัวเองแรงๆ เดาไม่ออกว่าตอนนี้กนิษฐาอยู่ที่ใดกันแน่ หลังจากที่เธอจากไปวันนั้นก็ไม่ได้เจออีกเลย

            ยิ่งคิดว่าเธอไปกับทิมก็ไม่อยากตามหาไม่อยากรับรู้อะไร เลยไม่ได้ให้คนไปสืบหาต่อ มาคิดถึงจับใจและอยากเจอตัวมากที่สุดก็เมื่อตอนที่ทิมโทรมาบอกว่าไม่เคยมีอะไรกับกนิษฐาและไม่รู้เช่นกันว่าเธอหายไปไหน

            “เธอคงเกลียดฉันมาก” พึมพำกับตัวเองแล้วก็หมดอารมณ์จะดูงานอะไรอีก

            พักนี้วีลบ่นว่าเขาแทบไม่ได้สนใจงานอะไรเลย ไม่มีข้อแก้ตัวเพราะสมองคิดถึงแต่ผู้หญิงตัวเล็กน่ารักอ่อนหวานอย่างกนิษฐาคนเดียวเท่านั้น คิดมากไปสารพัดก่อนจะหันไปมองเครื่องอินเตอร์คอมเมื่อได้ยินเสียงลูกลอดดังขึ้นมา

            “เจ้านายครับ”

            “ว่าไง” เขากรอกเสียงลงไป ตั้งใจว่าจะหยุดงานแล้วไปตามหาตัวกนิษฐา แต่ก็ไม่รู้เลยว่าต้องเริ่มต้นที่ตรงไหน

            “คุณแก๊บบี้มาขอพบครับ” วีลรายงาน เขาทำงานอยู่หน้าห้องทำงานของฟิลิปเป้เลยเห็นว่าใครมา ตกใจไม่น้อยที่เธอมาถึงที่นี่ได้ แต่คิดว่าอองเดรน่าจะยอมให้ผ่านเข้ามาได้เพราะคนตรงหน้าคือ แก๊บบี้ ของเจ้านายนั่นเอง

          “บ้าจริง” ฟิลิปเป้ยกมือลูบหน้าคิดว่าตัวเองหูฝาดไปเพราะคิดถึงกนิษฐามากเกินไป จนได้ยินแต่ชื่อของเธอ

            “ฉัน” เขาพูดไม่จบ วีลก็รีบแทรกเพราะตื่นเต้นแทนเจ้านายที่จะได้เจอกับกนิษฐาอีกครั้ง

            “คุณแก๊บบี้จริงๆ ครับ คุณแก๊บบี้อยากเจ้านาย

            คนเป็นเจ้านายพูดไม่ออก เขาไม่ทันอนุญาตประตูห้องทำงานก็ถูกผลักเข้ามาแล้ว

            นัยน์ตาสีเขียวหม่นมองไปยังผู้ที่เข้ามาใหม่ ม่านตาขยายวาบและลุกขึ้นยืนโดยไม่รู้ตัว ยังสงสัยว่าตัวเองตาฝาดไปหรือเปล่า แต่เมื่อได้ยินเสียงหวานเรียกชื่อของตัวเองก็คิดว่าไม่ได้ฝันไปแน่นอน

            “ฟิลิป ฉันอยากคุยกับคุณน่ะ

            กนิษฐาเม้มปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ไม่รู้ว่าจะต้อนรับหรือขับไล่ไปอย่างไม่ไยดี เธอก้มหน้าลงรู้สึกตัวร้อนอย่างประหลาดแล้วก็ต้องตกใจเมื่อถูกสวมกอดเข้าอย่างแนบแน่นจนแทบไม่มีช่องว่างอากาศให้ลอดผ่าน ใบหน้าร้อนวาบเมื่อได้ยินเสียงของซาตานร้ายกระซิบข้างหู

            “แก๊บบี้ เธอไปอยู่ที่ไหนมา

            คำพูดของเขาคล้ายจะบอกว่าคิดถึงมากเหลือเกิน กนิษฐารู้ว่าเขาหมายความอย่างนั้น แต่ด้วยนิสัยเย่อหยิ่งไม่เคยแสดงออกว่าความรู้สึกเป็นยังไงทำให้ฟิลิปเป้ไม่ยอมบอกความรู้สึกออกมาให้ได้ยินเลยสักครั้ง

            “นึกว่าไปอยู่กับไอ้ทิมมันแล้ว” ชายหนุ่มดันร่างงามออกห่างตัวเล็กน้อย และจ้องเธอไม่ละสายตา

            กนิษฐารู้สึกหนาวๆ ร้อนๆ เมื่อเห็นสายตาน่ากลัวของเขา ยังไม่ทันได้พูดอะไรก็ถูกกระตุกเส้นผมจากตรงท้ายทอยเบาๆ จนใบหน้าแหงนหงาย วินาทีต่อมาเรียวปากรุ่มร้อนก็ครอบครองมองจูบดุดันเร่าร้อนให้ทันที หญิงสาวแทบลืมหายใจเมื่อถูกจูบอย่างหนักหน่วงเหมือนจะสูบเอาวิญญาณออกไปจากร่างกาย

            “แก๊บบี้” เขากระซิบหลังจากถอนจูบออกแล้ว

            ถึงจะผละริมฝีปากออกห่างแต่ก็ยังคลอเคลียอยู่ไม่ห่าง เบี่ยงหน้าเปลี่ยนองศาจูบ สองมือก็ลูบไล้ร่างบางอย่างถือสิทธิ์ความเป็นเจ้าของ ทำให้เจ้าของร่างงามร้อนฉ่าราวกับเป็นไข้สักสี่สิบองศา เมื่อถูกตระโบมจูบและเคล้าคลึงร่างกายจนแทบไม่ได้หายใจหายคอ

            “ฟิลิป” เสียงหวานพยายามเรียกสติของชายหนุ่ม เมื่อเขาฝังหน้าลงกับซอกคอ จูบเม้มตามเนื้อนวลจนเจ็บแปลบจนต้องพยายามผลักอกเขาออกห่าง

            “เธอไม่ได้อยู่กับไอ้ทิมใช่ไหม เธอไม่ได้มีอะไรกับมันใช่ไหม!?” คำถามของฟิลิปเป้ทั้งโหดร้ายและหยาบคาย แต่กนิษฐาก็พยายามเข้าใจว่าเขาคงคิดมากเรื่องที่เธอไปกับเพื่อนของเขาตอนนั้นนั่นเอง

            “ฉันไม่ได้อยู่กับเขาค่ะ” เธอตอบแล้วก็ตกใจเมื่อชายหนุ่มยกตัวขึ้นอุ้มให้เธอยกขาเกี่ยวเอวสอบของเขาเอาไว้ ก่อนที่จะถูกพาตัวเดินเข้าไปยังห้องนอนเล็กๆ ที่อยู่ในห้องทำงานของเขา ระหว่างที่เดินส่วนที่อ่อนไหวที่สุดของผู้หญิงก็สัมผัสถึงความแข็งขืนร้อนรุ่มได้ชัดเจนจนแก้มใสร้อนเห่อ อดคิดไม่ได้ว่าฟิลิปเป้ไปหิวโหยมาจากไหน ทำไมถึงได้ทำท่าจะกละตะกลามใส่อย่างนี้

            “ฉันอยากมาคุยกับคุณนะ” ท้วงเสียงสั่นพร่าและรู้ว่าเขาไม่ฟังอะไรทั้งนั้น ชายหนุ่มดึงทึ้งเนกไทของคนเองด้วยสายตาตากระหายหิว ลมหายใจแทบไม่เป็นจังหวะเมื่อมองดูคนตัวเล็กไปพลาง

            “ฟิลิป” กนิษฐาตกใจจริงๆ เมื่อชายหนุ่มผูกแขนข้างหนึ่งของตัวเองให้ติดกับแขนของเขาอย่างแน่นหนาด้วยเนกไทสวยเส้นนั้น

            “ฉันจะไม่ยอมให้เธอหนีไปไหนอีก” เขาบอกเสียงพร่า และทำให้หัวใจดวงน้อยทำงานอย่างหนักหน่วง

            หญิงสาวไม่มีโอกาสได้แย้งอะไรอีกเมื่อร่างสูงใหญ่โถมทับลงมาหา เบียดชิดให้รู้ว่าเวลานี้เขาต้องการเธอมากเท่าไหร่ ฟิลิปเป้รีบร้อนซะจนไม่ได้ถอดเสื้อผ้าของตัวเองออกจากร่างกาย แต่ไม่ลืมปลดเปลื้องอาภรณ์ของคนตัวเล็กจนหมดเพื่อจะได้เห็นร่างเล็กที่แสนเย้ายวนใจเต็มสองตาของตัวเอง

            “ฉัน” กนิษฐาพยายามจะพูดบางอย่าง แต่สุดท้ายเสียงหวานๆ ที่สั่นพร่านั้นก็ถูกดูดกลืนหายเข้าไปในลำคอของคนตัวโต เมื่อเจ้าชีวิตไม่ยอมปล่อยให้พูดอะไรทั้งนั้น และมีเสียงเสียงหอบหายใจที่ลอยวนอยู่ในห้องไม่รู้ว่าเสียงใครเป็นเสียงใครเนิ่นนาน

 

            กนิษฐาไม่ได้หลับเหมือนอย่างที่ฟิลิปเป้หลับอยู่บนเตียงในเวลานี้ แม้ว่าจะเหนื่อยและเพลียมากแค่ไหนก็ตาม เธอสวมเสื้อผ้าอย่างรวดเร็วและชำเลืองมองดูซาตานหนุ่มไปด้วย เขาคงเพลียเพราะเหมือนจะมีไข้เล็กน้อย รีบเก็บของและค้นกระเป๋าสตางค์ของเขาไปด้วย

            ฉันไม่อยากทำแบบนี้เลย แต่ฉันก็ไม่มีเงินพอจะกลับบ้าน ถือซะว่าคุณซื้อตัวฉันก็แล้วกัน คิดอย่างเศร้าใจ แล้วก็ดึงเอาเช็คเงินสดแผ่นหนึ่งออกมาซึ่งมันลงชื่อของฟิลิปเป้เอาไว้แล้ว ด้วยรู้นิสัยข้อนี้ของเขาดังนั้นเธอจึงตัดสินใจมาหาเขาที่นี่ และทำตัวเหมือนไร้ค่านัก

            หญิงสาวเขียนตัวเลขจำนวนหนึ่งที่ไม่มากไม่น้อยจนเกินไปลงในเช็ค เพราะฟิลิปเป้จะได้คิดว่านี่เป็นการซื้อขายอย่างที่เขาทำมาตลอด ไม่มากไปด้วยกลัวว่าเขาจะตามไปเอาเรื่องที่เมืองไทย เพราะตั้งใจจะไปจากลักเซมเบิร์กและไม่กลับมาที่นี่อีกแล้ว

            อองเดรและวีลทำหน้าแปลกใจเล็กน้อยและเข้ามาขวางเมื่อเห็นเธอออกมาจากห้องทำงานของฟิลิปเป้คนเดียว

          “ฉันจะกลับห้องค่ะ พอดีเพื่อนจะมาเอาของ ฟิลิปบอกจะตามไปทีหลัง เขาหลับอยู่เห็นบอกว่าจะทำงานต่อด้วย” เธอโกหกไป และกลัวนักว่าทั้งสองคนจะผิดสังเกตและจับพิรุธได้ แต่ไม่รอช้ารีบเดินหนีเข้าลิฟต์ระหว่างที่ทั้งสองคนมองกันราวกับจะหารือกันเงียบๆ

            ตรงไปสนามบินเลยแล้วกัน คงพอมีตั๋วว่างๆ กลับเมืองไทย กนิษฐาบอกตัวเองและพยายามไม่คิดว่าฟิลิปเป้จะตามมาทัน ตอนนี้เขาหลับอยู่และคงอ่อนเพลียเอาเรื่องกว่าจะตื่นขึ้นและรู้ว่าเธอขโมยเช็คเขามาก็คงอีกนาน ตอนนั้นเธอก็คงกลับเมืองไทยได้แล้ว

            ลาก่อนฟิลิปเราคงไม่ได้เจอกันอีกแล้ว กนิษฐาบอกเขาอยู่ในใจและพาตัวเองเดินหนีออกมาอย่างรวดเร็ว

            อากาศเริ่มเย็นลงแล้ว แต่หัวใจกลับหนาวเหน็บมากกว่าเดิมเป็นเท่าตัว เมื่อครู่ยังนอนกอดกับฟิลิปเป้แลกเปลี่ยนไออุ่นของกันและกัน ตอนนี้ต้องเจ็บปวดไม่เหลือใครเลย

          เธอเดินทางไปถึงสนามบินขนาดเล็กที่มีเที่ยวบินบินแค่ในยุโรปเพื่อจะไปประสนามบินอื่นและต่อเที่ยวบินกลับเมืองไทย หญิงสาวต้องตกใจเมื่อเจอกับทิมอีกครั้งหนึ่ง

            คงเพราะที่นี่เล็กมากสินะ ถึงได้เจอคนรู้จักตลอด กนิษฐาคิดจะหนีก็ไม่ทันเพราะว่าชายหนุ่มเห็นตัวเข้าแล้ว และมุ่งหน้าตรงมาหาอย่างไม่ลังเล

            “ไงแก๊บบี้ จะไปไหนเหรอ” ชายหนุ่มทัก ทำให้หญิงสาวยิ้มแห้งๆ ไม่รู้จะอธิบายเรื่องยังไงดี

            สายตาของทิมกวาดมองทั่วทั้งตัวจนกนิษฐาร้อนวูบวาบไปหมด ดีที่เธอเปลี่ยนเสื้อผ้าที่รัดกุมมิดชิดแล้ว ไม่อย่างนั้นอีกฝ่ายคงได้เห็นร่องรอยบนเนื้อตัวที่ฟิลิปเป้ได้ฝากเอาไว้แน่

            “จะกลับเมืองไทยเหรอ?” เขาถามได้ตรงประเด็น ซึ่งเห็นคำตอบจากสายตาของหญิงสาวชัดเจน

            “แล้วจะไปขึ้นเครื่องที่ไหนต่อ เยอรมัน?” เมื่อไม่ได้คำตอบทิมก็ถามต่อ กนิษฐายิ้มเศร้ารู้สึกร้อนๆ หนาวๆ กับสายตาของอีกฝ่ายที่มองมา

            “คงยังไม่ได้ตั๋วล่ะสิ”

            “ประมาณนั้นค่ะ” หญิงสาวตอบหลังจากที่เอาแต่เงียบอยู่นานแล้ว

            “แล้วนี่ฟิลิปมันรู้ไหมว่าเธอจะไปแล้ว

            “คือ ฉัน” กนิษฐาเริ่มหงุดหงิดตัวเอง เธออยากร้องไห้อธิบายความรู้สึกไม่ได้ ทิมรู้สึกผิดที่คาดคั้นเธอมากเกินไป จึงพยักหน้ารับไม่ได้ว่าอะไรอีก

            “แต่เดี๋ยวก่อนสิ” ชายหนุ่มกอดอกและจ้องมองมาที่หญิงสาวเมื่อนึกเรื่องบางอย่างขึ้นมาได้ ท่าทางของเขาทำให้เธอสะดุ้งอีกครั้งและมองอย่างหวาดหวั่น

            “แล้วนี่เธอท้องไหม”

            คนถูกถามทำท่าจะร้องไห้ นึกขึ้นมาได้พอดีว่าฟิลิปเป้ไม่ได้ป้องกันอะไรเลยเมื่อตอนที่เธอไปหาเขาและขโมยเช็คเงินสดของเขามา ถ้าหากว่าท้องขึ้นมาจริงๆ คงแย่แน่เพราะตัวเองไม่ได้มีฐานะร่ำรวยพอที่จะหาเลี้ยงคนอื่นได้ ลำพังตัวเองยังเอาไม่รอด อย่าว่าแต่จะเลี้ยงลูกตอนนี้เลย กลับเมืองไทยไปแล้วก็ไม่รู้ว่าจะหางานทำได้หรือเปล่า ได้ยินก็หน้าซีดเผือดเงยหน้ามองทิมอย่างไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไงต่อไปดี

            “ท้องหรือไม่ท้อง

            “ไม่รู้เหมือนกันค่ะ” ตอบไปแล้วก็ก้มหน้านิ่ง กนิษฐาไม่เคยรู้สึกสมเพชตัวเองเท่านี้มาก่อนเลย

            “เฮ้อ” ทิมถอนหายใจ จ้องมองเธออย่างเห็นใจไม่น้อย

            “เอางี้ อยู่ที่นี่ไปก่อนก็แล้วกัน ไว้ให้แน่ใจแล้วค่อยกลับเมืองไทย” ทางเลือกของทิมฟังดูไม่เลวนัก แต่สำหรับกนิษฐาเธออยากเดินทางกลับเมืองไทยมากกว่าจะมาติดอยู่ที่นี่ เพราะถ้าไม่ท้องแต่ก็ยังต้องเจอหน้าฟิลิปเป้อยู่เรื่อยๆ บาดแผลในใจก็ไม่จางหายเสียที

          “ฉันอยากกลับไปน่ะค่ะ”

            “ไม่เอาน่า กลับไปแล้วมันจะมีอะไรดีขึ้น อยู่ที่นี่ไปก่อนนั่นแหละ ดีแล้ว รอให้แน่ใจว่าท้องหรือเปล่า จากนั้นค่อยตัดสินใจว่าจะเอายังไง บอกตามตรงฉันกลัวใจเธอ อีกอย่างเด็กในท้องน่ะก็หลานฉัน ฉันกับคนอื่นๆ ก็แกล้งเธอกับฟิลิปเอาไว้เยอะด้วย” ทิมบอกเสียงเข้ม เห็นกนิษฐาไม่พูดจาก็ยิ่งไม่สบายใจ

          “นั่นหลานของฉันแก๊บบี้ อีกอย่างฉันเป็นคนทำให้เธอต้องเจอเรื่องพวกนี้ด้วย ฉันไม่อยากปล่อยเธอไปแบบนี้”

            กนิษฐาไม่กล้าพูดว่าคงไม่ท้อง เพราะอะไรก็ไม่แน่นอน เธอมองหน้าทิมแล้วก็ถอนหายใจไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อไปดี กลัวเหมือนกันว่าตัวเองจะท้องแล้วต้องประสบปัญหาที่ลำบากมากกว่านี้

            “อยู่ที่นี่ก่อนเถอะ” ทิมบอกอีกครั้ง เห็นว่าหญิงสาวกำลังชั่งใจและคิดอย่างหนักหน่วงจนเขาเห็นใจและปล่อยเธอไปซะ แต่จะทำอย่างนั้นก็ไม่ได้ เพราะถ้าหากเธอท้องขึ้นมาจริงๆ คนที่จะน่าสงสารและลำบากที่สุดคือกนิษฐานั่นเอง

            “มาเถอะ อย่าทำแบบนี้เลย” ชายหนุ่มไม่รอคำตอบของหญิงสาว เขาคว้าเอากระเป๋าเดินทางของเธอมาถือและเดินลิ่วออกไป ทำให้กนิษฐาจำต้องรีบเดิมแกมวิ่งตามหลังไปอย่างช่วยไม่ได้

            “คุณทิมคะ!” เสียงหวานเรียก ไม่ได้ทำให้เจ้าของชื่อชะงักเลยแม้แต่น้อย

            “มาเถอะแก๊บบี้

            “คุณทิมคะ ฉันอยากกลับบ้านจริงๆ ค่ะ” หญิงสาวพูดเสียงเครือ อดเคืองไม่ได้ที่ไม่ว่าจะฟิลิปเป้หรือทิมไม่เคยมีใครฟังเธอพูดเลยสักคนเดียว สมแล้วที่เป็นเพื่อนสนิทและอยู่ด้วยกันมานาน

            “มาเถอะน่า ใกล้จะมืดแล้วด้วย เดี๋ยวเดินทางไปมาลำบาก

            ทิมหัวเราะกับสีหน้าแววตาที่ตื่นกลัวกังวลของหญิงสาว อารมณ์ดีขึ้นที่เห็นเธอก่อนที่จะหนีกลับเมืองไทย และตั้งใจจะบอกเรื่องนี้กับฟิลิปเป้ด้วย

 

            จากที่คิดว่าฟิลิปเป้น่าจะดีใจที่เจอตัวกนิษฐาก่อนที่หญิงสาวจะกลับเมืองไทยไป แต่กลายเป็นว่าอีกฝ่ายแทบไม่มีปฏิกิริยาอะไรทั้งนั้น สร้างความแปลกใจให้กับทิมอย่างมาก

            “แกไม่สนใจเค้าเหรอ แก๊บบี้อาจจะท้องได้เลยนะเว้ย!” ทิมถามอย่างหัวเสีย เริ่มไม่อยากยุ่งวุ่นวายกับสองคนนี้แล้ว

            “ตอนนี้แก๊บบี้อยู่บ้านพักของฉัน นายจะไปหา ไปลากตัวกลับก็ตามสบายเลย นี่เป็นกุญแจบ้าน” พูดจบทิมก็วางลูกกุญแจลูกเล็กให้กับเพื่อนไป แต่ฟิลิปเป้ปรายตามองดูอย่างเฉยชา

            “แม่นั่นหนี เอะอะก็หนี ไม่มีใจจะอยู่ด้วยกันแล้วจะไปตามทำไม” ฟิลิปเป้พ่นลมหายใจพูดออกมาอย่างฉุนเฉียว

            ตอนแรกคิดว่าจะคุยกับหญิงสาวดีๆ แต่กลายเป็นว่าเธอหนีอีกครั้ง คนอย่างฟิลิปเป้มันมีอะไรให้น่ารังเกียจหรือ ยิ่งคิดก็ยิ่งหงุดหงิด ในเมื่อกนิษฐาไม่ต้องการตนเองแล้วจะไปตามตอแยให้เสียเวลาทำไม เขาคิดแบบนั้นและไว้ท่าเป็นหนุ่มหล่อเจ้าสำราญที่ไม่เคยต้องตามงอนง้อเอาใจใครทั้งนั้น

            “ตามใจ แต่บอกเลยนะว่าหลังจากนี้ฉันจะไปดูงานที่ฮังการี ไม่มีเวลาดูแลแก๊บบี้แล้ว

            “แล้วไง” ฟิลิปเป้ย้อนถามเหมือนไม่ใช่เรื่องสำคัญ จนทิมแสนจะหมั่นไส้

            “แก๊บบี้ก็ไม่มีใครดูแลน่ะสิ ตอนนี้เธอทำงานที่โรงแรมของไอ้ฟรันซ์เหมือนเดิม งานหนักด้วย!!

          คนพูดเน้นเสียงหนักเพื่อจะบอกว่างานของหญิงสาวที่ทำอยู่นั้นเหนื่อยหนักมากแค่ไหน และอาจจะเป็นอันตรายกับเด็กในท้องได้ถ้าหากว่ากนิษฐาท้องขึ้นมาจริงๆ

            “เหรอ

            “เออ กูไม่สนใจมึงแล้ว มึงจะทำอะไรก็ช่าง กูไปล่ะ” ทิมคร้านจะต่อล้อต่อเถียงด้วยอีก ดังนั้นจึงลุกจากเก้าอี้และเดินออกไปเงียบๆ ไม่ได้เอ่ยอะไรอีก ฟิลิปเป้ก็แค่นเสียงหัวเราะ เขาหยิบเอาลูกกุญแจขึ้นมาจากนั้นก็มองด้วยสายตาที่กระทั่งตัวเองก็ยังอ่านสายตาของตนไม่ออก

            “คิดว่าฉันจะสนใจเธออย่างนั้นเหรอ” ชายหนุ่มกระซิบ ราวกับว่ากนิษฐาคือกุญแจที่ตัวเองถืออยู่ในขณะนี้

            “ในเมื่อเธอไม่สนใจฉัน มาหาฉันเวลาที่ต้องการเหมือนผู้หญิงแย่ๆ คนหนึ่ง ไม่มีใครมองเธอแบบนั้นนอกจากเธอทำตัวเอง

            นัยน์ตาสีมรกตมองกุญแจที่ถืออยู่อย่างเลื่อนลอย เห็นใบหน้าหวานซึ้งของหญิงสาวลอยซ้อนทับอยู่ หลังจากวันนั้นวันที่เธอมาหาและพบว่าอยู่คนเดียวเธอหนีไปแล้ว ฟิลิปเป้ก็ตั้งปฏิญาณเอาไว้แล้วว่าจะไม่สนใจเธออีก ไม่ว่าจะอย่างไรกนิษฐาก็ไม่มีวันเชื่อใจตัวเองเลยคิดจะปล่อยเธอไปตามที่อีกฝ่ายต้องการ..

          “ฉันไม่สนใจเธอแล้ว” เสียงทุ้มต่ำว่าแล้วก็โยนกุญแจในมือลงกับถังขยะที่อยู่ใกล้ๆ โต๊ะทำงาน ก่อนจะคว้าเสื้อสูทกับเอกสารในมือเดินออกจากห้องทำงานไปอย่างมั่นใจ

            “ไปธนาคารกันได้แล้ววีล!” เขาออกคำสั่งกับเลขาหนุ่มและเดินผ่านมาไม่หยุดรอ ส่งผลให้เจ้าของชื่อผุดลุกขึ้นจากโต๊ะทำงานแทบไม่ทัน

            “ยังไม่ถึงเวลาเลยนะครับเจ้านาย!” วีลแย้ง แต่ฟิลิปเป้ไม่ฟัง

            “บอกให้ตามมายังไงล่ะ ตอนนี้ก็ไม่ได้มีงานด่วนไม่ใช่เหรอ มากันได้แล้ว”

            เมื่อถูกออกคำสั่งแบบนั้นวีลก็ไม่มีสิทธิ์โต้แย้งใดๆ อีก เขาคว้าแฟ้มเอกสารที่เตรียมเอาไว้แล้วและตามหลังเจ้านายไปเงียบๆ ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมฟิลิปเป้ถึงได้รีบเร่งแบบนี้

            หรือจะไปตามตัวคุณแก๊บบี้กันนะ วีลคิดแต่ก็ไม่ได้ถามออกมาเพราะไม่กล้าจะเอ่ยขึ้น เห็นแผ่นหลังกว้างตึงและเห็นความว้าวุ่นใจของเจ้านายผ่านจังหวะการก้าวเดินที่ดูจะสับสนว้าวุ่นไม่หนักแน่นมั่นใจเหมือนที่แล้วมา ซึ่งคนสนิทก็เดาออกว่าเป็นเพราะเรื่องของกนิษฐานั่นแหละ มันเป็นเรื่องเดียวที่ทำให้ฟิลิปเป้เสียศูนย์ไปไม่เป็น

            แม้จะออกปากว่าจะไปดูงาน แต่คนที่ทำงานอยู่คนเดียวก็คือวีล ส่วนคนออกคำสั่งอย่างฟิลิปเป้เอาแต่นั่นเหม่อคิดถึงแต่เรื่องของกนิษฐาเพียงอย่างเดียวไม่ยอมหยุดจนลูกน้องคนสนิทต้องถอนหายใจ

            อยากเจอตัวสาวงามแล้วทำไมไม่ออกไปตามหาตัวคุณแก๊บบี้นะ จะมาทรมานตัวเองทำไม มือขวาคิดอย่างไม่เข้าใจ แล้วก็ต้องสะดุ้งเมื่อเห็นว่าเจ้านายลุกขึ้นผลุนผลันออกไปโดยที่ไมได้บอกอะไรสักครับ

            “เอ่อ” วีลทำท่าจะเรียกเจ้านายเอาไว้ แต่สุดท้ายก็ไหวไหล่แล้วก็เลิกคิ้วถอนหายใจกับตัวเองอย่างปลงๆ

          “โชคดีครับ เจ้านาย

            ฟิลิปเป้กลับมาที่ห้องทำงานและมุ่งตรงไปยังถังขยะเป็นอย่างแรก เขาพยายามคุ้ยค้นแต่ไม่เจอลูกกุญแจที่ทิมให้ไว้ มันหายไปแล้ว

          “ก็โยนลงตรงนี้นี่หว่า!!” เขาอุทานกับตัวเองด้วยความตกใจ แล้วก็หันไปเจอกับแม่บ้านที่เดินเข้ามาในห้องทำงานและยกเอาแจกันดอกไม้เข้ามาพอดี

            “คุณแม่บ้าน! คุณเอาขยะไปทิ้งแล้วเหรอ!?” ฟิลิปเป้ถามด้วยน้ำเสียงตกใจ

            “อ้อ เมื่อครู่นี้เองค่ะ มีอะไรเหรอคะ” แม่บ้านสาวใหญ่ถาม แล้วก็ยกมือปิดปากตนเองด้วยความตกใจ

            “หรือว่ามีของสำคัญอยู่ในนั้นคะ!!” หล่อนอุทานถามหน้าซีด เห็นถังขยะมีแต่ของที่ไม่ใช้แล้วก็นำมันไปเททิ้งตามปกติเหมือนการทำงานทุกวัน ใครจะคิดว่ายังมีงานอื่นของฟิลิปเป้ตกค้างในถังขยะกันเล่า

          “แล้วมันจะอยู่ที่ไหน!!” ชายหนุ่มถามอย่างร้อนใจ ถ้าไม่มีกุญแจนั่นก็ไม่มีปัญหาเท่าไหร่หรอก ถ้าเขากล้าเข้าไปขอจากทิมใหม่ตรงๆ

            แต่เพราะเขาไม่กล้าน่ะสิ เลยต้องมาถามหามันในถังขยะแบบนี้!!

 

          ฟิลิปเป้ยกมือเสยผมตัวเองอย่างหงุดหงิดเมื่อมาถึงห้องพักของกนิษฐาในอีกวันต่อมา เขาไม่เข้าใจตัวเองเลยว่าการกระทำที่เหมือนย่องเบาแบบนี้ทำไปเพื่ออะไร แน่นอนว่าหญิงสาวไม่ได้อยู่ในห้อง เธอคงไปทำงานตามปกติของตัวเองเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจเพราะตั้งแต่ที่เจอและคบหากันตั้งแต่แรกๆ นั้นสาวเจ้าก็ไม่เคยหยุดทำงานแม้จะไปสายอยู่บ้างแต่ก็ไม่เคยขาดงานเลย

            เขาวางถุงพลาสติกที่ข้างในใส่อาหารรสเลิศจากภัตตาคารชื่อดังเอาไว้รวมถึงขนมหวานที่เธอชอบทานด้วย วางมันไว้บนโต๊ะส่วนตัวเองก็เดินค้นห้องของหญิงสาวไปเงียบๆ เผื่อจะเจออะไรบางอย่างเขา สุดท้ายฟิลิปเป้ก็เห็นเช็คเงินสดของตนเองอยู่ในกระเป๋าสตางค์ของหญิงสาวเข้า ตัวเลขของมันที่เขียนไว้บนนั้นไม่มากไม่น้อยจนเกินไป แต่ก็เขียนเพิ่มเลขศูนย์ต่อท้ายได้ถ้าหากว่าต้องการจะเขียนมันลงไป

            สายตาของฟิลิปเป้ดูเย็นชาลง เข้าใจว่าการที่เธอไปหาวันนั้นไม่ใช่แค่เพื่อปั่นหัวตัวเองอย่างเดียวเท่านั้น แต่จุดประสงค์ของเธออยู่กับจำนวนเงินบนเช็คนี้ด้วย

            “เธอคงแกล้งทำเป็นน่าสงสารให้ทิมเห็นใจจนได้ห้องชุดนี้มาสินะ” เขาไม่ได้อยากมองในแง่ลบ แต่สิ่งที่กนิษฐาทำไว้ไม่อาจจะมองให้ในแง่ดีกว่านี้ได้

            เมื่อค้นห้องของหญิงสาวต่อไปเรื่อยๆ เขาก็เห็นห่อผ้าอนามัยจากในกระเป๋าเดินทางของเธอ เพราะมันถูกแกะแล้วเลยเข้าใจว่าตอนนี้กนิษฐาน่าจะมีประจำเดือนไม่ได้ท้องกับตนเอง แต่การมาอยู่ที่นี่เพื่อจะอ้อนทิมและกอบโกยผลประโยชน์มากกว่านี้ ดังนั้นเขาเลยคว้าปากกาเติมเลขศูนย์บนเช็คนั้นอีกสามตัว จากนั้นก็เดินลิ่วออกจากห้องพักของเพื่อนพร้อมกับถุงอาหารที่ถือมาก่อนหน้านี้ด้วย

            ส่วนกนิษฐาก็อยู่ในห้องทำงานของทิม บอกเขาว่าตอนนี้ตัวเองมีประจำเดือนและยืนยันด้วยการให้แม่บ้านคนหนึ่งเข้าห้องน้ำกับเธอและลูบตรงบริเวณบั้นเอวเพื่อให้รู้ว่าเธอสวมผ้าอนามัยแบบแผ่นรองอยู่จริงๆ

          “เอ่อ” ทิมหน้าแดงเมื่อกนิษฐาบอกว่าเธอปวดท้องมากจากอาการมีประจำเดือนอยู่ในตอนนี้ และแม่บ้านก็แน่ใจว่าหญิงสาวสวมผ้าอนามัยอยู่จริงๆ แต่ไม่ได้พิสูจน์ว่าสาวเจ้านั้นมีรอบเดือนจริงๆ หรือเปล่า

            แน่นอนว่าไม่ กนิษฐาแค่สวมมันเท่านั้นและแกล้งพูดบอกว่ามี คงไม่มีใครให้เธอพิสูจน์ความจริงด้วยการถอดหมดทุกอย่างให้เห็นจริงๆ หรอก

            “เพราะงั้นฉันไปได้แล้วใช่ไหมคะ” หญิงสาวถาม เธอคิดแผนการนี้อยู่นานเพื่อให้ทิมแน่ใจว่าตอนนี้ตนเองมีประจำเดือนและจะได้ยอมปล่อยให้กลับเมืองไทย ไม่อย่างนั้นคงไม่ได้กลับไปแน่

            “เอ่อ” ชายหนุ่มอึกอัก กำลังจะพูดถึงฟิลิปเป้แต่ก็เห็นท่าทีของเพื่อนแล้ว

            เขารู้จักนิสัยของเพื่อนคนนี้ดี ถ้าลองเบื่ออะไรขึ้นมาแล้วแม้แต่หางตาก็จะไม่ชายมอง ก่อนหน้านี้ฟิลิปเป้อาจจะเห่อและเสียดายผู้หญิงเอเชียหน้าหวานที่ไม่เคยควงมาก่อน แต่นานเข้าก็คงเบื่อตามนิสัยนั่นแหละ เห็นใจกนิษฐาเพราะเธอคงอยากกลับบ้านเกิดเมืองนอนแล้วจริงๆ

            “ฉันต้องไปแล้วจริงๆ ค่ะ”

            “ก็ได้ ขอให้โชคดีนะ” ทิมโต้แย้งอะไรไม่ได้เหมือนกับตอนที่คุยกับฟิลิปเป้ คิดว่าสองคนนี้เหมือนกันเหลือเกิน

            “ขอบคุณ! ขอบคุณค่ะ!!” กนิษฐาพูดอย่างรีบร้อนและจากไปอย่างรวดเร็ว

            เมื่อมาถึงห้องชุดที่ทิมให้พักอยู่เธอก็รีบวิ่งเข้าห้องน้ำ จากนั้นก็อาเจียนเอาทุกอย่างในท้องออกมา ซึ่งเธอพยายามข่มอาการนี้เอาไว้ตั้งแต่เช้าแล้ว

            “อยู่ไม่ได้แล้วแก๊บบี้ เธอต้องไปแล้ว” หญิงสาวพูดทั้งน้ำตาระหว่างที่เก็บของอย่างเร่งรีบ เธอจองตั๋วโดยสารเอาไว้แล้วและต้องไปจ่ายเงินในบ่ายนี้ จากนั้นก็จะได้บินกลับบ้านเกิดเมืองนอนเสียที

            และทันทีที่เช็คถูกแลกเป็นเงินจำนวนหนึ่งที่ถูกโอนเข้าบัญชีธนาคารของกนิษฐา ฟิลิปเป้ก็ยิ้มเย็นเมื่อเห็นมันเป็นแบบนั้น

            “ลาก่อนแก๊บบี้ สุดท้ายเงินก็ซื้อหัวใจเธอไปจนได้” ชายหนุ่มยิ้มและหัวเราะตัวเองที่โง่ทึ่มไม่รู้เท่าทันคนตัวเล็กจนกระทั่งถึงตอนนี้

            แต่ไม่ได้รู้เลยว่าตอนนี้กนิษฐานั้นกำลังโอบอุ้มเลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเองอยู่ และขึ้นเครื่องบินมุ่งตรงกลับไปยังเมืองไทยแล้ว

 

หนึ่งเดือนต่อมา ประเทศไทย

          “แก แกจะไม่บอกเขาจริงๆ เหรอว่าแกท้อง!” เสียงหวานใสของเพื่อนสาวคนสวยที่โทรมาต่อว่าทางโทรศัพท์ ทำให้กนิษฐาลอบถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยใจ

          หลังจากที่กลับมาจากลักเซมเบิร์กแล้วจนถึงตอนนี้ทุกอย่างยังปกติดี ไม่มีทีท่าว่าฟิลิปเป้จะมาตามราวีอย่างที่เคยกลัวมาตลอด เธออาจจะคิดไปเองว่าชายหนุ่มรักเอ็นดู ตามมาหาออดอ้อนเอาใจเหมือนอย่างที่เคยอ่านผ่านตาจากนิยาย

            แต่สุดท้ายมันก็ไม่มีอะไรทั้งนั้น และไม่เหลืออะไรเลย

            “ก็” กนิษฐาอึกอักเธออยากอธิบายให้เพื่อนเข้าใจทุกอย่าง แต่เรื่องบางเรื่องก็ไม่สามารถพูดบอกออกไปได้

            “ตอนนี้แกท้องนะ” ดุสิตา พูดบอก ย้ำเตือนให้คนเป็นเพื่อนจำได้ว่าตอนนี้กำลังท้องอยู่อีกครั้ง

            “ฉันเลี้ยงเด็กคนนี้” พูดไม่ทันจบเสียงของคู่สนทนาก็แย้งขึ้นมาทันที

            “ไม่ไหวหรอก ยังไงก็ไม่ไหว เราสองคนเป็นเด็กกำพร้านะกุ๊กไก่” คนเป็นเพื่อนย้ำเตือนจนหน้าหวานของกนิษฐาซีดเซียวลง

            รู้สึกใจหายแปลกๆ ที่ไม่มีใครเรียกเธอว่า แก๊บบี้ และถูกเรียกด้วยชื่อเล่นเดิมนั่นคือ กุ๊กไก่ พาให้คิดถึงคนที่ตั้งชื่อเล่นให้ว่าแก๊บบี้มากเหลือเกิน และใช่ เธอคิดถึงเขามากเหลือเกิน จนต้องนอนร้องไห้คนเดียวตอนกลางคืน นอนไม่หลับเอาแต่กระสันกระส่ายในใจและบอกใครไม่ได้

            “แกก็รู้ว่าเด็กกำพร้าอย่างพวกเราน่ะมันน่าสงสารแค่ไหน แกอยากให้ลูกของแกเป็นแบบนั้นเหรอ” ดุสิตาพูด ตอกย้ำให้เข้าใจถึงให้จำได้ถึงอดีตอันแสนโหดร้ายของตนเองในเวลาที่ผ่านมา ทั้งสองคนอยู่ด้วยกันมาตลอด ก่อนจะแยกย้ายกันไปตามทางของตัวเอง

            ทางเลือกของเด็กกำพร้ามีไม่มาก

          ดุสิตานั้นทั้งสวย มั่นใจ เป็นตัวของตัวเอง ใช้ความสวยของตนเองให้เป็นประโยชน์ด้วยการเป็นพริตตี้[1]ในงานขายต่างๆ และตอนนี้ได้กลายเป็นพริตตี้ของนักแข่งรถซึ่งระยะหลังนั้นทำเกี่ยวกับเรื่องของรถแข่งในสนามฟอร์มูลาวัน[2] จนไม่ได้เจอกันเลย

          ส่วนตัวเธอก็เป็นได้แค่เด็กเสิร์ฟสาวใช้ในเมืองที่เต็มไปด้วยมหาเศรษฐีที่ร่ำรวย เคยฝันว่าตัวเองอาจจะได้รับรองเท้าแก้วเหมือนซินเดอเรลลา แต่มันก็แค่ความฝันที่ไม่อาจเป็นความจริงได้

            “ตอนนี้ฉันยังกลับไม่ได้ ฉันอยู่ที่มอนติคาร์โล[3] แล้วก็มีเรื่องวุ่นๆ นิดหน่อยด้วย” พูดจบดุสิตาก็ถอนหายใจ

            “ที่ไหนกันเหรอ” กนิษฐาถามเสียงแผ่ว ใจหายไม่น้อยที่ไม่เหลือใครข้างกายเลยแม้แต่คนเดียว

            รู้ตัวอีกทีข้างกายก็ไม่มีใคร ทำให้หัวใจเหน็บหนาวและเจ็บปวดเหลือเกิน

            “โมนาโกน่ะ ฉันอยากกลับไปแทบแย่ แต่ฉันกลับตอนนี้ไม่ได้” ดุสิตาถอนหายใจ

            “ฉันห่วงแต่เธอเท่านั้นนะกุ๊กไก่”

            “ฉันขอโทษนะที่ทำให้ต้องห่วง ฉันก็ไม่อยากให้มันเป็นแบบนี้เหมือนกัน” กนิษฐาตอบ

            ใครเล่าอยากจะให้ตัวเองอุ้มท้องและต้องเลี้ยงลูกคนเดียวแบบนี้ อยากจะมีครอบครัวที่อบอุ่นเหมือนคนอื่นๆ แต่จะทำอย่างไรเล่า คนอย่างฟิลิปเป้ โฮเวเดส คงไม่ชายตามองเธอเป็นครั้งที่สองหรอก และการที่ได้รู้จักกันนั้นไม่ใช่เพราะเขาอยากรู้จักกับเธอ แต่เป็นเพราะการพนันในกลุ่มเพื่อนต่างหาก

            แล้วอย่างนั้นเธอจะบอกกับเพื่อนอย่างดุสิตาได้อย่างไรว่าเจอเรื่องอะไรมาบ้าง และคงไม่มีหน้าจะไปบอกกับฟิลิปเป้แน่ว่าตนเองท้องกับเขา

            “ฉันก็อยากกลับมากๆ กุ๊กไก่ ตอนนี้ฉัน” ดุสิตาถอนหายใจทำเสียงเหมือนจะร้องไห้จนกนิษฐาไม่สบายใจตามไปด้วย

            “ฉันเข้าใจ

            กนิษฐารู้ดีว่าเรื่องบางเรื่องไม่สามารถเล่าให้ใครได้ง่ายๆ เธอนั้นเจอมาแล้วตอนที่อยู่ลักเซมเบิร์กจนไม่สามารถกลับเมืองไทยได้อย่างใจคิด เรื่องมันยืดเยื้อมาจนกระทั่งถึงตอนนี้ และส่งผลบางอย่างที่ติดตัวมาด้วยและจะอยู่ในใจไปจนลมหายใจสุดท้ายของตัวเอง

            “ฉันจะกลับไปเร็วๆ นี้นะ แต่ตอนนี้ฉันว่าเธอน่าจะบอกเขานะ”

            “บอกทำไม บอกแล้วได้อะไรขึ้น” เสียงหวานเริ่มสั่นเครือ เอ่ยถามด้วยความว้าวุ่นใจ

            “บอกให้เขากลับมาเหรอ ไม่หรอกสิตา เขาไม่กลับมาหรอก”

            เพราะถ้าต้องการตัวเธอจริงๆ ฟิลิปเป้คงรีบมาหาแล้ว คงไม่รอให้เวลาล่วงเลยมาจนป่านนี้หรอก กนิษฐาคิดอยู่ในใจอย่างสับสนเจ็บปวด

            “แล้วถ้าเขารู้เรื่องนี้ทีหลังจากปากของคนอื่นล่ะ” ดุสิตาย้อนถามเสียงเรียบ ยอมรับว่าไม่เห็นด้วยกับความคิดของเพื่อน

            “ฉันคิดว่าเธอรู้ดีว่าเขาจะรู้สึกยังไง แต่เรื่องนี้ไม่ได้มีแค่เธอคนเดียวที่รู้ว่ามันไม่มีความลับในโลก

            “มีสิ!” กนิษฐารีบค้านสุดเสียง หน้าแดงน้อยๆ เมื่อจินตนาการถึงสีหน้าของฟิลิปเป้ยามที่เขาเจอหน้าลูก น้ำตารินไหลกับความเจ็บปวดที่ถาโถมเข้ามาอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว

            “มีสิ ถ้าเรื่องนี้ไม่บอกให้ใครรู้ แล้วจะมีคนอื่นรู้ได้ยังไง

            ดุสิตาเงียบไปเมื่อได้ยินแบบนั้น เธอถอนหายใจไม่อยากจะเถียงกับเพื่อนอีก ตอนนี้สภาพจิตใจของกนิษฐาคงกำลังย่ำแย่เลยไม่อยากเซ้าซี้อะไรก่อนจะเปลี่ยนเรื่องคุย

            “แล้วตอนนี้แพ้ท้องหรือยัง

            “ก็เริ่มแล้วล่ะ รุนแรงมากเลยด้วย สงสัยว่าลูกของฉันจะดื้อมาก” สีหน้าแววตาของกนิษฐานั้นดูแช่มชื่นมากขึ้นเมื่อได้ยินเรื่องนี้ ไม่ได้พูดถึงเรื่องของฟิลิปเป้อีก ชื่อของชายคนนั้นสร้างความปั่นป่วนสั่นไหวให้เธออย่างน่ากลัวเลยไม่อยากฟังอีกแล้ว

            “อยากได้ผู้ชายหรือผู้หญิงล่ะ” เมื่ออารมณ์ของกนิษฐาดูแจ่มใสขึ้นดุสิตาก็พลอยสบายใจตามไปด้วย

            “ไม่รู้สิ ได้ทุกอย่างนั่นแหละ ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย

            “ท่าทางเธออยากได้ลูกแฝดชายหญิงมากกว่าล่ะมั้ง” ดุสิตาหัวเราะเสียงใส นึกอยากเห็นหน้าหลานขึ้นมาบ้างแล้วเหมือนกัน

            เพราะกนิษฐานั้นดูสวยอ่อนหวานน่ารัก ผู้ชายคนนั้นเคยได้ยินเพื่อนบอกว่าเป็นชาวลักเซมเบิร์กผู้งดงามร่ำรวย ถ้ามีหลานก็คงเป็นเด็กตัวน้อยน่าตาน่ารักน่าเอ็นดูแน่นอน

            “ถ้าได้อย่างนั้นก็ดีสิ ต่อให้จะเหนื่อยยากลำบากมากแค่ไหนฉันก็จะอดทนเพื่อลูก” กนิษฐาบอกด้วยน้ำเสียงหนักแน่นจริงจังเพื่อจะบอกว่าเธอจะมีแค่ลูก และจะไม่มีใครคนอื่นอีก แม้จะรักและคิดถึงฟิลิปเป้มากแค่ไหน แต่ก็ไม่อาจหวนกลับไปได้อีกแล้ว

            “ฉันขอรู้จักชื่อผู้ชายคนนั้นหน่อยได้ไหม ฉันแค่อยากรู้” ดุสิตาเลียบเคียงถาม พาให้กนิษฐารู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆ ไม่แน่ใจว่าเพื่อนจะถามถึงชื่อของผู้ชายคนนั้นไปเพื่ออะไรกัน

            “ฉันแค่อยากรู้ว่าเขาเป็นใครเท่านั้นกุ๊กไก่ แค่นั้นจริงๆ

            “เขาชื่อ” กนิษฐาพูดอย่างลังเลใจ ชั่งน้ำหนักอยู่นานว่าจะเอ่ยบอกออกไปดีหรือเปล่า

          “บอกเถอะ แค่อยากรู้เท่านั้นจริงๆ

            “ชื่อฟิลิปเป้ โฮเวเดส

 

            ฟิลิปเป้ โฮเวเดส ทำหน้าเนือยเมื่อมีสายต่อตรงมาจากโมนาโกบอกว่ามีเรื่องบางที่สำคัญมากอยากจะคุยด้วย วีลบอกด้วยน้ำเสียงจริงจังว่ามีความสำคัญมาก เขาถอนหายใจแล้วก็ถามคนสนิท

            “ใครโทรมา

            “เห็นว่าเป็นเพื่อนคุณแก๊บบี้ครับ” วีลรายงานเสียงเรียบ ใบหน้าเต็มไปด้วยความเคร่งเครียดแบบที่ไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนัก

            “เพื่อน? เพื่อนของแก๊บบี้” ฟิลิปเป้ทวนคำ หัวใจเต้นรัวขึ้นมาเมื่อได้ยินแบบนั้น

            “ครับ โทรมาจากมอนติคาร์โล”

            “เรื่องอะไร” คนเป็นเจ้านายถาม หวั่นใจอย่างประหลาดกับสีหน้าและแววตาของลูกน้อง

            “เจ้านายคุยเองดีกว่าครับ”

            “งั้นก็โอนสายมาเถอะ!” ฟิลิปเป้พูดอย่างตัดใจ เขายกโทรศัพท์ขึ้นแนบหูก่อนรอฟังเสียงอย่างใจจดจ่อ

            “ครับ ผมฟิลิปเป้” ชายหนุ่มกรอกเสียงลงไป

            “สวัสดีค่ะ ฉันชื่อดุสิตา เป็นเพื่อนของกนิษฐา” เป็นดุสิตาที่โทรมา เธอร้อนใจอย่างมากที่ต้องใช้ความพยายามและเวลาอย่างมากกว่าจะรู้ว่าฟิลิปเป้ โฮเวเตส พ่อของหลานเป็นใครมาจากไหน ตกใจเหมือนกันเมื่อรู้ว่าชายหนุ่มเป็นถึงมหาเศรษฐีรูปงามร่ำรวย ไม่แปลกที่กนิษฐาจะไม่กล้าบอกเรื่องนี้ให้เธอรู้

            เพราะคนรวยมักจะเย่อหยิ่งจองหองมองไม่เห็นหัวคนที่ต่ำกว่า เหมือนกับ คิลเลียน บารอส ผู้ชายที่หาเรื่องกลั่นแกล้งเธอจนอยู่ไม่สุข ตอนนี้เลยเข้าใจความรู้สึกของเพื่อนแล้วว่าทำไมถึงไม่อยากบอกเรื่องนี้ให้กับพ่อของลูกได้รู้

            แต่ตอนนี้ไม่ว่าจะยังไงเธอก็ต้องบอกเรื่องบางอย่างกับฟิลิปเป้ให้ได้

            “แล้วมีอะไร” ฟิลิปเป้ถามเสียงเย็นชา อยากจะถามกลับไปว่าทำไมเหตุใดผู้หญิงคนนั้นถึงไม่ยอมโทรมาบอกด้วยตัวเอง แต่ก็เงียบไว้

            “คุณเคยคบกับกนิษฐาใช่ไหมคะ” ดุสิตาถามเสียงสั่นๆ ฟังจากแค่น้ำเสียงก็พอจะรู้แล้วว่าฟิลิปเป้เอาเรื่องน่ากลัวมากแค่ไหน

            “แล้วยังไง” ชายหนุ่มยังบังคับน้ำเสียงตัวเองให้เป็นปกติได้ ทั้งที่ร้อนใจอย่างบอกไม่ถูก

            “ตอนนี้กนิษฐาท้องค่ะ” หญิงสาวบอกไปอย่างร้อนใจ และทำให้ฟิลิปเป้นั้นหน้าซีดเผือดไปในทันทีที่ได้ยินแบบนั้น

            “ท้อง

            จะท้องได้อย่างไรกันก็ตอนล่าสุดเขาเห็นเธออยู่กับทิมและใช้ผ้าอนามัยด้วย เลยไม่คิดว่าจะได้ยินอย่างนั้น แต่ก็ไม่ได้เชื่อซะทีเดียว

            “เพื่อนฉันท้องกับคุณนะคะ” ดุสิตาพยายามบอก แต่ก็สัมผัสได้ว่าเขาไม่ยอมเชื่อ

            “เหรอ แต่ไม่แน่นะว่าเพื่อนของคุณอาจจะท้องกับคนอื่นก็ได้ เพราะก่อนที่จะออกจากลักเซมเบิร์กเธอยังใช้ผ้าอนามัยอยู่เลย” ฟิลิปเป้ตอบเสียงเย็นชาจนดุสิตาสะอึกอึ้ง เธอไม่รู้หรอกว่าสิ่งที่ชายหนุ่มตอบมาเป็นความจริงไหม รู้อย่างเดียวว่ากนิษฐาไม่โกหกตัวเองแน่ๆ

            “คุณคะ เพื่อนฉันมีแค่คุณคนเดียวนะ”

            “เหรอ แล้วยังไง อยากให้จ่ายค่าเลี้ยงดูให้เหรอ ก็มาตรวจดีเอ็นเอก่อนก็แล้วกัน ถ้าใช่ก็จะรับผิดชอบ แต่ถ้าไม่จะได้สงเคราะห์ให้”

            “คูณ!!” ดุสิตาอุทานอย่างเหลืออด ร่างกายสั่นเทาแล้วก็เป็นฝ่ายวางสายก่อน นึกโกรธตัวเองที่จุ้นจ้านไม่เข้าเรื่อง กนิษฐาก็บอกไว้แล้วว่าผู้ชายคนนี้ร้ายกาจมากแค่ไหน แต่ก็ยังไม่ยอมเชื่อตอนนี้เลยรู้แล้วว่าเป็นยังไง เธอวางสายและต้องออกไปทำงานต่อแล้ว

            “ขอโทษนะกุ๊กไก่ ฉันไม่น่าโทรหาเขาเลย” หญิงสาวพึมพำถึงเพื่อนอย่างเสียใจแล้วก็ตั้งใจจะโทรไปบอกกนิษฐาอีกครั้ง

            ด้านฟิลิปเป้ก็นิ่งไป เขาตัวแข็งทื่อบนเก้าอี้ ไม่รู้ว่าควรเชื่อกับสิ่งที่ได้ยินหรือเปล่า เพราะมันฟังดูไม่ค่อยน่าเชื่อเลย แต่ก็กลัวเหมือนกันว่ากนิษฐาจะท้อง เขาได้คุยกับทิมอีกหลายครั้งและเพื่อนก็ยืนยันย้ำชัดว่าไม่ได้มีอะไรกับเธอ เรื่องนี้เขาแน่ใจว่าสามารถเชื่อใจเพื่อนได้

            “วีล นายช่วยตรวจสอบเบอร์นี้หน่อย คนที่โทรเข้ามาด้วย ถ้ามีอะไรรายงานฉันต่อ

            “ครับ” คนสนิทรับคำรู้สึกหนักใจไม่น้อยกับคำสั่งนั้น ตัวเขาเองก็เชื่อเต็มร้อยได้ไม่สนิทใจไม่รู้ว่าจะมีใครโทรมาแกล้งหรือเปล่าด้วย

            เมื่ออยู่คนเดียวฟิลิปเป้ก็ทิ้งน้ำหนักตัวพิงหลังกับเก้าอี้ ถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยล้า สมองจินตนาการถึงแต่ใบหน้าหวานๆ ของกนิษฐาอย่างเดียวเท่านั้น ยอมรับว่าคำพูดของผู้หญิงแปลกหน้าที่โทรเข้ามาส่งผลอย่างมากกับความรู้สึกของตนเอง

            “แก๊บบี้ เธอท้องจริงๆ เหรอ” เขาพึมพำอย่างเลื่อนลอย สับสนและกระวนกระวายไปซะทุกอย่าง

            เรื่องแบบนี้มันพิสูจน์ได้ ถ้ากนิษฐาคลอดออกมาจริงๆ สามารถตรวจดีเอ็นเอยืนยันความเป็นพ่อลูกได้อยู่แล้ว แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมเธอถึงมาบอกเอาป่านนี้ในเวลาที่คิดว่าจะตัดใจจากเธอแล้ว

          “เธอท้องลูกของฉันจริงๆ เหรอ แก๊บบี้

 

            และดุสิตาไม่ได้โทรมาครั้งเดียวเท่านั้น เธอโทรมาอีกครั้งและคราวนี้ทำให้ฟิลิปเป้แทบนั่งไม่ติดที่ เพราะคนที่โทรมานั้นร้องไห้สะอึกสะอื้นขวัญเสียจนทำให้เขาหวาดกลัวตามไปด้วย

            “ตอนนี้กนิษฐาอยู่คนเดียว เพื่อนฉันไม่เหลือใครไม่มีเงินด้วย ถ้าคุณรักคุณชอบหรือสงสารเพื่อนฉันจริงๆ ช่วยกนิษฐาด้วยเถอะค่ะ” ดุสิตาบอกด้วยความเสียใจ สะอื้นไห้เพราะสงสารเพื่อน เพราะตอนนี้อาการของกนิษฐานั้นไม่ค่อยสู้ดีเลยจริงๆ

            “ตอนนี้กนิษฐามีอาการครรภ์เป็นพิษ[4] ไม่รู้ว่าจะเป็นยังไงบ้าง ตอนนี้ฉันอยู่โมนาโกกลับเมืองไทยไม่ได้ เราสองคนเป็นเด็กกำพร้าไม่มีใครอื่นอีกแล้ว ได้โปรดช่วยเพื่อนฉันด้วยเถอะนะคะ” หญิงสาวร้องไห้สะอึกสะอื้น ทำให้ฟิลิปเป้ใจหายวูบ เขาให้วีลตรวจสอบแล้ว และตอนนี้กนิษฐาตั้งท้องอยู่จริงๆ ไม่ใช่เรื่องโกหก

            “หมอบอกถ้าไม่รีบรักษาก็อาจเสียชีวิตทั้งแม่ทั้งลูก ฉันกลัวกนิษฐาจะเป็นอะไรไป ช่วยเพื่อนฉันด้วยเถอะนะคะ”



[1] พริตตี้ (Pretty) หรือ บูธเบบ (Booth Babe) เป็นพนักงานขาย (ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง) ที่เน้นการเป็นนางแบบในงานออกบูธจัดงานแสดงสินค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง งานมอเตอร์โชว์ เริ่มต้นโดยบริษัทโตโยต้า โดยให้หญิงสาวหน้าตาสะสวยน่ารักคอยให้ข้อมูลเกี่ยวกับรถ เพราะฐานลูกค้าส่วนใหญ่ของรถก็คือลูกค้าที่เป็นผู้ชาย ต่อมา พริตตี้ ขยายไปใช้ในการประชาสัมพันธ์สินค่าต่างๆ มากมาย

[2] รถสูตรหนึ่ง หรือ ฟอร์มูลาวัน (Formula One) หรือ เอฟวัน (F1) หรือมีชื่ออย่างเป็นทางการว่า FIA Formula One World Championship เป็นการแข่งขันรถระดับสูงสุดจากความช่วยเหลือของสมาพันธ์รถยนต์นานาชาติ ฤดูกาลแข่งขันของเอฟวัน ประกอบด้วยการแข่งขันหลายครั้งหรือที่เรียกว่า กรังด์ปรีซ์ (Grands Prix)

- การแข่งขันรถสูตรหนึ่ง แข่งด้วยความเร็วสูงถึง 360 กม/ชม. กับเครื่องยนต์สูงสุด 18,000 รอบ/นาที ประสิทธิภาพของรถขึ้นอยู่กับเครื่องยนต์ อากาศพลศาสตร์ การเบรกและยาง

[3] มอนติคาร์โล (Monte Carlo) เป็นเมืองขนาดเล็กในประเทศโมนาโก เป็นเมืองสำคัญและเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม สิ่งที่น่าสนใจของเมือง คือบ่อนคาสิโนเลื่องชื่อ และสนามแข่งรถฟอร์มูลาวัน

[4] ครรภ์เป็นพิษ (Toxemia) เป็นคำเรียกกลุ่มของอาการ ซึ่งประกอบด้วยภาวะความดันโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์ (Pregnancy Induced Hypertension) ที่ส่งผลกระทบถึงระบบอวัยวะอื่นทั่วร่างกาย จนอาจทำให้ทั้งมารดาและทารกในครรภ์เสียชีวิตได้ ครรภ์เป็นพิษเป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบได้บ่อยประมาณ ร้อยละ 10 ของหญิงตั้งครรภ์ และเป็นสาเหตุการตายของมารดาเป็นอันดับ 2 รองจากการตกเลือดหลังคลอด

 

http://38.media.tumblr.com/19fe4d62512ac40fe5fcb286d9e781a2/tumblr_navg8gObGy1qbetfwo2_1280.jpg

 

Talk 3...

เปเป้ขี้ใจอ่อนเหมือเดิมแหละ

จริงๆ นางรักแก๊บบี้มากแหละเนอะ image

หลังจกนี้ป๋าคงหวานขึ้นนะ

คงไม่ได้เข้าใจผิดว่าทิมเป็นพ่อของเด็กหรอกนะ

หรือเราจะแกล้งเปเป้ต่อดี

1 แกล้ง image

2 ไม่แกล้ง

ช่วงนี้เค้าเจ็บตัวตลอดเลยไม่รู้เป็นอะไร อยากจะร้องไห้
เส้นเอ็นอักเสบ ขยับขาแทบไม่ได้เลยค่ะ image
เห็นว่าจะหายก็ประมาณ 1-2 สัปดาห์  ฮะ ชีวิตแบบ #ฟหกดเ้่าส image


 

Talk 2...

ขอโทษที่มาช้านะคะ

มู่ไม่ค่อยสบายค่ะ กินยาแล้วมึนๆ ปั่นช้าลงมากเลยค่ะ  image

อีกอย่างไปลุ้นจับสลาก UCL มาด้วย น้ำตาไหลพรากๆ #มีใครดูบอลบ้าง

ผลออกมาตามนี้เลย ที่เน้นสีไว้เป็นทีมที่มู่เชียร์ค่ะ กระอักเลือดใจสั่นหวั่นไหวมาก

A : Atletico Madridimage, Juventus, Olympiacos, Malmo

B : Real Madrid, Basel, Liverpoolimage, Ludogorets

C : Benfica, Zenit, Leverkusen, Monaco

D : Arsenal, Dortmund, Galatasaray, Anderlecht

E : Bayern Munichimage, Man City, CSKA Moscow, Roma

F : Barcelonaimage, PSG, Ajax, Apoel,

G : Chelsea, Schalke, Sporting, Maribor

H : Porto, Shakhtar, Bilbao, Bate

ปล ขอเม้นท์เป็นกำลังใจให้เค้าหน่อยนะ เค้ามันนักเขียนขี้โรคอ่อนแอ image

ตอนนี้กำลังใจหดหาย ฮือ แล้วจะรีบมาอัพนะเออ image

 

Talk 1...

Song :: Cary Brothers - Belong

Down Load this song >>Click!!<<

บอกแล้วว่าแก๊บบี้ก็ร้ายไม่เบาเลย image

แต่ทำแบบนี้อีเปเป้มันก็อาละวาดอยู่หรอก

ยิ่งผีเข้าผีออกอยู่ด้วย สงสารแก๊บบี้ตงิดๆ

เพิ่งตอนสามเอง จะรอดไหมเนี่ย

รู้สึกใจเต้นหัวเราะ  image

ขอเม้นท์เป็นกำลังใจให้เค้าหน่อยนะ
ขอความกรุณา 1 คน/1 เม้นท์ แล้วเค้าจะรีบมาอัพต่อคับ image



เฟซบุ๊คสำนักพิมพ์สมาร์ทบุ๊ค >>Click!!<<

แฟนเพจของมู่ mu_mu_jung >>Click!!<<

ทวิตเตอร์ของมู่ (ไม่ได้เล่น แต่แจ้งอัพนิยาย) >>Click!!<<

God blessed you

’m blessed you

I http://www0.dek-d.com/06pic/dot/heart.gif Readers

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 161 ครั้ง

3,497 ความคิดเห็น

  1. #3495 น้องอ้อนจัง (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2558 / 12:19
    อย่าแกล้งกันเลยนะ..สงสารอะ...ร้องไห้จนตาปวมแล้วนะ
    #3495
    0
  2. #3493 Yesung_Elf (@tequilaye) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2557 / 00:39
    สงสารเเก็บบี้ TT ตามไปเถอะฟิลิป แกปากเเข็งมากเกินไปแล้วนะ
    #3493
    0
  3. #3489 แมงจิซอน (@daowie) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2557 / 02:05
    พี่มู่อย่าแกล้งแก๊บบี้เลยนะคะ แค่นี้น้องก็ร้องไห้ตาบวมแล้วค่ะ
    #3489
    0
  4. #3226 (" ) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 กันยายน 2557 / 00:35
    Fighting
    #3226
    0
  5. วันที่ 26 กันยายน 2557 / 14:12
    สะใจมากกกกกกค่ะไรเตอร์ สมน้ำหน้าทิฐิดีนัก
    #3118
    0
  6. วันที่ 26 กันยายน 2557 / 13:36
    ดูแลตัวเองด้วยนะคะไรเตอร์ อย่าแกล้งนางเลยอยากแกล้งแกล้งเปเป้ดีกว่า ถ้าไรเตอร์ไม่แกล้งแก๊บปี้ อาจจะไม่โชคร้ายก็ได้นะคะ
    #3117
    0
  7. #2784 uojmay (@uojmay) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 กันยายน 2557 / 02:31
    อย่าแกกล้งป๋าเหอ. อยากเจอฉากหวานๆให้นางเอกมีความสุขบ้าง สงสารนาง #เป็นนางเองต้องอดทน สิบล้อชนห้ามตาย
    #2784
    0
  8. #2520 ผ่องจ้า (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 กันยายน 2557 / 19:20
    ขอให้ไรเตอร์ดูแลตัวเองด้วย จะได้มาอัพนิยาย อย่าใด้เปเป้ ร้ายมากนะคะ หวานมั่งก็ดี สงสารนางเอก แม้ จนแล้วยังอาอัพอีก เหมือนละครน้ำเน่าไทยเลย
    #2520
    0
  9. #2487 Ink (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 กันยายน 2557 / 13:48
    ให้โดนต่อไป เยอะจริงๆพ่อคนนี้
    #2487
    0
  10. #2384 BLACKHOLE (@party2499) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 กันยายน 2557 / 16:53
    ตามกรี๊ดคู่รองได้ไหมเนี่ย 
    #2384
    0
  11. วันที่ 7 กันยายน 2557 / 22:17
    so cool
    #2374
    0
  12. #2337 bellbenyani (@arthitaya-am) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 กันยายน 2557 / 09:01
    ช่วยแก๊ปบี้ด้วยยยย
    #2337
    0
  13. #2239 ning (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 กันยายน 2557 / 18:41
    หายไวๆนะคะ สู้ๆค่ะ ^^
    #2239
    0
  14. #2238 ning (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 กันยายน 2557 / 18:40
    หายไวๆนะคะ สู้ๆค่ะ ^^
    #2238
    0
  15. #2222 โดร่า (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 กันยายน 2557 / 16:23
    ชอบอ่ะ
    #2222
    0
  16. #2215 ViVi (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 กันยายน 2557 / 12:10
    ขอบคุณนะคะไรเตอร์
    #2215
    0
  17. #2188 ฟ้าบอก (@aewphim) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 กันยายน 2557 / 17:35
    ว่าแล้ว ยอมง่ายๆแบบนี้มันแปลก
    #2188
    0
  18. #1978 ดอกไม้ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 กันยายน 2557 / 17:00
    สงสารแก๊บบี้ อีป๋าจะมาช่วยไหมเนี่ย
    #1978
    0
  19. #1977 ปารีส (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 กันยายน 2557 / 13:43
    แกล้งต่อ

    ขอให้มู่หายไวๆๆ
    #1977
    0
  20. วันที่ 3 กันยายน 2557 / 07:55
    มาส่งกำลังใจให้นะคะ
    #1976
    0
  21. #1975 คนรักนิยาย (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 กันยายน 2557 / 01:48
    แกล้งป๋า แก๊บบี้ก็น่าสงสารสิ

    เป็นกำลังใจให้พี่มู่ หายเร็วๆนะ
    #1975
    0
  22. #1974 npmonkey (@npbee) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 กันยายน 2557 / 00:26
    มู่ค่ะ เรื่องนี้วางขายวันไหนค่ะ สั่งจองได้ไหมค่ะ. อยากอ่านรวดเดียวจบอ่ะค่ะ. ทนไม่ไหวแล้ว
    #1974
    0
  23. #1973 DoDo (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 กันยายน 2557 / 23:40
    ความรู้สึกเค้าน้ะ เหมือนเพื่อนแก็บบี้โกหกเบยว่าเป็นครรภ์พิษ
    #1973
    0
  24. #1972 wip (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 กันยายน 2557 / 23:38
    ไม่แกล้งค่ะ
    #1972
    0
  25. #1970 Little (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 กันยายน 2557 / 21:43
    อย่าแกล้งเลยนะค่ะ
    #1970
    0