ตอนที่ 3 : Satan's Embrace ♛ 02 I Just Die In Your Arms

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 22402
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 187 ครั้ง
    26 ส.ค. 57

http://38.media.tumblr.com/21b40dd8337da8e1cf32686ce2f3e095/tumblr_naf2er5Jlc1qbetfwo1_1280.png

Satan’s Embrace 02

I Just Die In Your Arms

 

          เหม่ยหลินตกใจเมื่อเห็นว่าเพื่อนถูกอุ้มออกมาจากห้องพักแห่งหนึ่ง หลังจากที่หัวหน้าบอกให้ขึ้นมาดูห้องนี้ และไม่ได้บอกอะไรมากกว่านั้น ก็ยังสงสัยเหมือนกันว่าทำไมกนิษฐาถึงไม่ได้ทำงาน เห็นร่างเล็กของเพื่อนอยู่ในอ้อมแขนของแขกหนุ่มรูปงามเสื้อผ้าหลุดลุ่ยไปทั้งเนื้อทั้งตัวก็ยิ่งกว่าตกใจ

            อะไรกันน่ะ เธอคิดด้วยความสงสัย อยากจะเข้าไปช่วยเหลือเพื่อนเพราะคิดว่ากนิษฐาอาจจะถูกล่วงละเมิดทางเพศ แต่ร่างสูงของวีลมาขวางเอาไว้ซะก่อน

            “ช่วยจัดการห้องนี้ต่อด้วยนะครับ”

            “เดี๋ยวค่ะ นั่นเพื่อนฉัน!” เหม่ยหลินพูดขึ้นอย่างเอาเรื่อง แต่วีลนั้นยังยิ้มที่มุมปากด้วยสีหน้าเรียบนิ่งเช่นเดิม

            “นั่นผู้หญิงของคุณฟิลิปเป้ครับ” ไม่รู้ว่าจะให้กนิษฐาอยู่ในฐานะไหน ดังนั้นวีลเลยบอกกับพนักงานทำความสะอาดตรงหน้าไปว่ากนิษฐานั้นเป็นผู้หญิงของเจ้านาย คิดว่ามันชัดเจนอยู่ในคำตอบอยู่แล้ว

            “ฟิลิปเป้ ฟิลิปเป้ โฮเวเดส” เหม่ยหลินย้อนถาม ได้ยินชื่อของเขามาหลายครั้งคิดว่าเขาเป็นคนดังคนหนึ่งของลักเซมเบิร์ก แต่ไม่แน่ใจว่าสิ่งที่ผู้ชายตรงหน้าพูดมานั้นเป็นความจริงหรือเปล่า เพราะแค่พูดออกไปไม่ว่าใครก็สามารถทำได้ทั้งนั้น

            วีลดูเหมือนจะอ่านสายตาของเหม่ยหลินออก เขายิ้มและยืนยันคำเดิมหนักแน่น

            “ครับ คุณแก๊บบี้เป็นผู้หญิงของคุณฟิลิปเป้จริงๆ ตอนนี้เธอไม่สบายเลยต้องกลับห้องพักก่อน ยังไงคุณช่วยดูแลห้องนี้ต่อด้วยนะครับ” กล่าวจบวีลก็ทำท่าจะเดินออกไป เหม่ยหลินไม่พอใจเดินตามไปอย่างเอาเรื่อง

            “แล้วฉันจะเชื่อได้ยังไงว่าคุณพูดความจริง!

            “ก็มันเป็นความจริงนี่ครับ” ชายหนุ่มตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งจนเหม่ยหลินสูดหายใจกระแทกเข้าปอดด้วยความโกรธ

            “อย่างนี้ฉันควรแจ้งความหรือเปล่า สิ่งที่เจ้านายคุณทำไม่ต่างจากล่วงละเมิดทางเพศและกักขังหน่วงเหนี่ยวเลยนะ”

            “ตามสบายครับ แล้วคุณคิดว่าตำรวจจะเชื่อใครกันล่ะครับ” วีลถามกลับจนเหม่ยหลินสะอึกไป ไม่ได้เดินตามไปอีกเลย

            “ขอให้เธอไม่เป็นไรนะแก๊บบี้ เธอภาวนาตามหลังไปก่อนจะเดินเข้าไปดูในห้องพักซึ่งก็ต้องหน้าแดงจัด เพราะสภาพห้องบอกชัดว่าก่อนหน้านี้เกิดอะไรขึ้นที่นี่ และรู้มาว่าฟิลิปเป้เป็นเพื่อนกับเจ้าของโรงแรมแห่งนี้เลยเริ่มไม่แปลกใจแล้วว่าทำไมอีกฝ่ายถึงได้บุกเข้ามาอย่างบุ่มบ่ามคุกคามได้ขนาดนี้

 

            กนิษฐาไม่ได้หลับอย่างที่ใครหลายคนคิด เธอแกล้งทำเป็นหลับเพราะจะได้ไม่ต้องมองหน้าหรือคุยอะไรกับฟิลิปเป้ เลยได้ยินทุกอย่างที่มีคนเอ่ยขึ้น และได้ยินเสียงของเหม่ยหลินก่อนหน้านี้ด้วย ขนาดคนนอกยังรู้ว่าเธอถูกล่วงละเมิดทางเพศอย่างไม่เต็มใจ แต่ทำไมร่างกายถึงได้ไม่รักดี มันหยัดกายขึ้นตอบรับสัมผัสของเขาอย่างน่าอายในชั่วโมงก่อนหน้านี้ และทำให้เขาพูดจาร้อนร้ายใส่หน้าหลายต่อหลายครั้ง

            ดูเหมือนว่าเธอจะชอบบทโลงโทษของฉันนะ ว่าไหมแก๊บบี้ เขากระซิบตอนที่ฝากฝังความรุ่มร้อนลงบนร่างกายของเธออย่างบรรจงตั้งใจ

            ถึงจะได้ยินแบบนั้นแต่ร่างกายมันก็ไม่ฟังเสียงหัวใจ ตอบสนองต่อเขาอย่างน่าละอายจนเกลียดตัวเอง

            ทำไมเธอถึงดื้อแบบนี้ ฟิลิปเป้กระซิบถาม

            เธอก็อยากจะบอกเขาเหมือนกัน ว่าทำไมเขาถึงได้เลวนัก ทำร้ายผู้หญิงตัวเล็กๆ ไร้ทางสู้อย่างเธอได้ลงคอ แต่ถ้าถามออกไปคงจะไม่ได้ลุกออกมาจากเตียงอีกเลย จึงได้แต่เก็บงำมันเอาไว้อยู่ในใจ ชุดเสื้อผ้าหลุดลุ่ยด้วยน้ำมือของซาตานร้ายที่ดึงทึ้งไม่มีคำว่าปรานี

            ถ้าเธอยังดื้ออีก ฉันก็จะลงโทษเธอต่อไปเรื่อยๆ ชอบใช่ไหม แล้ววันหลังฉันจะคิดบทลงโทษใหม่ๆ มาให้นะ เสียงทุ้มหนักเซ็กซี่กระซิบบอกทุกครั้งตอนที่โจนจ้วงถาโถมเข้าหาร่างกายของเธอ จนร่างเหมือนจะละลาย ทั้งหัวใจและร่างกายเหมือนไม่ใช่ของตัวเองเลย

            สุดท้ายฟิลิปเป้ก็โยนรองเท้าส้นสูงของเธอทิ้งไป รวมไปถึงบราเซียลูกไม้สีดำด้วย ก่อนจะใช้เสื้อสูทราคาแพงลิ่วของเขาห่อหุ้มร่างกายของเธอเอาไว้และอุ้มออกมาจากห้องพัก ร่างกายสูงใหญ่ช่วยปิดบังร่างกายเอาไว้จนมิดชิด สุดท้ายก็ขึ้นรถหรูมาได้

            เธอผล็อยหลับไปด้วยความอ่อนเพลีย สมองว่างเปล่าเลอะเลือนไม่เป็นตัวของตัวเอง ซุกหน้าลงกับอกอุ่นที่คุ้นชินมานานแสนนาน โดยมีสายตาของฟิลิปเป้มองตามทุกความเคลื่อนไหว ไม่ให้ผิวกายเปล่าเปลือยของเธอปรากฏสู่สายตาของใครทั้งนั้น โอบอุ้มเธอด้วยวงแขนแข็งแรงและอกกว้างถอนหายใจเพราะกนิษฐาคนนี้ไม่เหมือนแก๊บบี้ที่น่ารักว่าง่ายคนเดิมเลย เธอร้ายกาจและไม่รู้จะหาวิธีการอะไรมาลงโทษเด็กดื้อคนนี้ได้

            แต่ก็พอใจเหมือนกันที่ปราบพยศเธอได้อย่างที่คิดเอาไว้ เรี่ยวแรงของผู้หญิงจะมาสู้ผู้ชายอกสามศอกที่ตัวใหญ่กว่าเป็นเท่าตัวได้อย่างไรเล่า

            “ยัยเด็กดื้อ เพราะเธอคนเดียวฉันเลยต้องโดดงานมาหา” เสียงทุ้มพึมพำกับตัวเอง แต่วีลและอองเดรได้ยินด้วย

            ทั้งสองคนกลั้นยิ้มเอาไว้อย่างสุดความสามารถ เพราะอาจได้เลือดได้หากว่าฟิลิปเป้รู้ตัว แม้จะเคยชินเห็นภาพของเจ้านายและกนิษฐาออดอ้อนคลอเคลียกันมานักต่อนักแล้ว แต่ในสถานการณ์นี้มันแตกต่างจากเดิมมากนัก เพราะหญิงสาวรู้จักเนื้อแท้ที่แสนโหดร้ายของซาตานหนุ่มหมดแล้ว ตอนนี้เลยพยายามจะหาทางหนี แต่ซาตานก็คือซาตานไม่มีทางที่จะปล่อยให้เหงื่อหลุดมือไปได้ง่ายๆ แน่นอน

            “เจ้านายจะกลับไปบริษัทต่อไหมครับ หรือว่าต้องกลับไปที่ห้องพักคุณแก๊บบี้เลย” วีลถามเพราะเดินทางออกมาจากโรงแรมที่ทำงานของกนิษฐาระยะหนึ่งแล้วแต่เจ้านายยังไม่ได้บอกว่าจะไปไหน

            “นั่นสิ” ฟิลิปเป้พึมพำ เพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองมัวแต่หลงคิดถึงแต่เรื่องแม่สาวเนื้ออุ่นในอ้อมแขนนี้มากกว่าเรื่องอื่นๆ

            “กลับห้องพักของแก๊บบี้เลย แล้วฉันจะกลับไปทำงานต่อ” ฟิลิปเป้บอก ดังนั้นวีลเลยบอกต่อไปยังคนขับรถอีกทีหนึ่ง พลางมองดูเจ้านายที่อารมณ์ดีขึ้นอย่างทันตาเห็นเมื่อได้รังแกกนิษฐาจนหมดเรี่ยวแรง

          ไม่นานนักรถหรูก็หยุดลงที่หน้าห้องพักของกนิษฐา ฟิลิปเป้อุ้มตัวหญิงสาวลงจากรถด้วยตัวเองก้าวเท้าผ่านเข้าไปด้านในอย่างมั่นคง ไม่สนใจสายตาของใครที่มองมาเลยแม้แต่น้อย เขามั่นใจและเป็นตัวของตัวเองเสมอ คิดอย่างเดียวว่าสิ่งที่ตัวเองทำนั้นถูกต้องแล้ว ไม่จำเป็นต้องฟังคำแนะนำจากใครทั้งนั้น

          เขาวางร่างบางลงบนเตียงกว้างที่แทบจะกินพื้นที่ทั้งห้องอย่างระมัดระวัง ยามหลับใบหน้าหวานล้ำน่ารักนัก หวนคิดถึงกนิษฐาช่างอ้อนคนเดิมขึ้นมา ก้มหน้าจูบหน้าหวานด้วยความอาทรก่อนจะเคลื่อนกายเข้าห้องน้ำ จัดการอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วก็ออกไปทำงานต่อ กนิษฐายังหลับสนิทเหมือนเดิม เธอมารู้สึกตัวตื่นขึ้นก็ตอนที่ได้ยินเสียงโทรศัพท์ส่งเสียงดัง

            ศีรษะเล็กๆ ผงกขึ้นจากหมอนอย่างอ่อนระโหยโรยแรง ฟิลิปเป้ไม่มีคำว่าปรานีอ่อนโยนเลยสักนิด ร่างกายของเธอร้าวระบมไปหมดเพราะความโหดร้ายของเขา คว้าโทรศัพท์มาได้ก็กดรับสายกรอกเสียงไปทันที

            “ค่ะ แก๊บบี้พูดอยู่”

            ­"แก๊บบี้ เธอโอเคนะ” เสียงจากอีกฝั่งถามมาทำให้กนิษฐายกมือขยี้ตาตัวเองอย่างง่วงงุน

            “อื้อ นั่นเหม่ยหลินเหรอ”

            “ใช่ ฉันเอง ฉันเห็นผู้ชายอุ้มเธอออกจากโรงแรม เป็นไงมั่งน่ะ!” สาวจีนถามด้วยความเป็นห่วง พาให้กนิษฐาพลันหายง่วงอย่างฉับพลัน แทนที่ด้วยความอับอายและแค้นเคือง

            “เอ่อ” หญิงสาวพูดไม่ออก ไม่รู้ว่าจะตอบคำถามนั่นได้ยังไง

            “เขาทำร้ายเธอใช่ไหม”

            คำถามต่อมาทำให้กนิษฐาน้ำตาร่วงหล่น เพราะมันเป็นความจริงทุกอย่าง ฟิลิปเป้ทำร้ายเธออย่างเลือดเย็น ไม่เหลือผู้ชายแสนดีคนเก่าเลยสักนิด ไม่มีอีกแล้วฟิลิปที่แสนน่ารักอ่อนหวานและเป็นสุภาพบุรุษแสนดีคนเดิม เหลือเพียงซาตานร้ายที่โหดร้ายไร้หัวใจ

            “เธออยู่ไหนเนี่ย” เหม่ยหลินถอนหายใจ ถามอะไรไปเพื่อนไม่ตอบกลับมาสักคำแต่ก็พอเข้าใจว่ากนิษฐาคงทำใจยากที่จะเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง

            “อยู่ที่ห้อง” เสียงหวานแหบพร่าตอบไปหลังจากที่กลอกตามองไปรอบห้องแล้ว

            ฟิลิปเป้ก็ไม่ได้อยู่ที่นี่ด้วย เขาคงไปทำงานนั่นแหละ เพราะหน้าที่การงานของเขาสำคัญและสำคัญมาก ดีใจที่ไม่เห็นเขาตอนนี้เพราะไม่อย่างนั้นก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะทำใจยังไงที่จะไม่ทำร้ายเขาหรือทำร้ายตัวเอง

          “เขาอยู่ด้วยไหม”

            แม้เหม่ยหลินจะไม่ได้เอ่ยชื่อว่า เขา คนนั้นเป็นใคร แต่กนิษฐาก็ทราบดีว่าเพื่อนหมายถึงใคร เธอลอบถอนหายใจก่อนจะบอกไปอย่างระมัดระวัง

            “ไม่ไม่อยู่แล้ว”

            “งั้นหนีเขาออกมาได้ไหม”

            “อะไรนะ” กนิษฐาถามกลับไป เพราะกลัวว่าจะได้ยินคำถามผิดเพี้ยนไปเพราะความเหนื่อยที่ทำให้เลอะเลือนไปหมด

            “ก็หนีออกมาไง มาพักกับฉันก่อนก็ได้ เธอก็รู้นี่ว่าฉันพักที่ไหน”

            กนิษฐาไม่กล้าตอบในทันที เธอกลัวว่าจะมีคนล่วงรู้แผนนี้แล้วเอาไปบอกกับฟิลิปเป้และถูกเหวี่ยงกลับมายังขุมนรกที่แสนหวามหวานอีกครั้ง แต่ก็อยากจะหนีมากกว่าอะไรทั้งนั้น

            “ตอนนี้เขาไม่อยู่นี่ มาเถอะ”

            “ได้ เดี๋ยวฉันจะไปหานะ” เมื่อตัดสินใจได้แล้วกนิษฐาพาตัวเองลงจากเตียงอย่างทุลักทุเล ร้อนวูบไปทั้งตัวเมื่อคิดถึงคำพูดของฟิลิปเป้ที่บอกไว้ก่อนหน้านี้

            ถ้าเธอไม่สลบคาเตียง อย่าเรียกฉันว่าฟิลิปเป้เลย…’ ซึ่งมันจริงอย่างที่เขาว่าเอาไว้ทุกอย่าง

            เธอสลบไปหลายครั้งเพราะความเอาแต่ใจของเขา ร่างกายเปลี้ยเหมือนเป็นกรรมกรคนใช้แรงงาน แต่จะให้พูดแบบนั้นมันก็ถูกแล้ว เธอไม่ต่างจากกรรมกรที่ใช้ร่างกายทำงานกับฟิลิปเป้ตลอดสองชั่วโมงก่อนหน้านี้เลย คิดแล้วก็หน้าร้อนไปหมด รีบเข้าห้องน้ำก่อนจะคิดมากไปกว่านี้

            หลังจากที่จัดการกับตัวเองได้แล้ว กนิษฐาก็เลือกที่จะเก็บข้าวของสำคัญเพียงน้อยชิ้นลงใส่กระเป๋าจากนั้นก็เปิดหน้าต่างออก เนื่องจากอยู่ชั้นแรกล่างสุดเลยมีทางออกที่จะออกหน้าประตูตรงๆ เธอไม่เหลียวหลังมองเลยสักแวบ กลัวว่าถ้าหันกลับไปแล้วจะเจอกับผู้ชายใจร้ายคนนั้นอีกครั้ง

            ลาก่อนฟิลิปเป้ กนิษฐาพูดอยู่ในใจ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะหนีรอดจากเขาได้ตลอดรอดฝั่งหรือเปล่า

            ฟิลิปเป้ โฮเวเดส มีอำนาจอิทธิพลมากกว่าที่เคยคิดไว้หลายเท่านัก ตอนนี้เลยสับสนกระวนกระวาย กลัวว่าจะถูกจับได้และกลับไปอยู่ในวังวนเดิมๆ อีก สายฝนที่โปรยปรายลงมาทำให้ไม่มีใครได้สนใจใครมากนัก และมันดีสำหรับกนิษฐาที่สามารถก้มหน้าก้มตาเดินเป็นวิ่งได้โดยที่ไม่ผิดสังเกต หัวใจดวงน้อยเต้นระทึกกลัวเหลือเกินว่าจะมีคนเห็น แต่สุดท้ายก็ขึ้นรถบัสได้อย่างปลอดภัย

            สายตาของกนิษฐายังคงกวาดมองไปตามทางอย่างหวั่นใจ กลัวจะเจออองเดรโผล่มาให้เห็น แต่ที่กลัวมากกว่านั้น คือกลัวไม่ได้เห็นฟิลิปเป้อีก มันเป็นความขัดแย้งที่เธอก็เกลียดความโลเลหวั่นไหวของตัวเองไม่น้อย

 

            สิบห้านาทีต่อมากนิษฐาก็เดินทางมาถึงห้องพักของเพื่อนชาวจีนได้อย่างปลอดภัย ถึงแม้ว่าจะเปียกปอนด้วยเม็ดฝนเล็กน้อย

            “เข้ามาเช็ดเนื้อเช็ดตัวก่อน เดี๋ยวจะไม่สบายเอา” เหม่ยหลินบอกและดึงตัวเพื่อนเข้ามาในห้องพลางมองซ้ายมองขวาตรงทางเดินให้แน่ใจว่าไม่มีใครตามกนิษฐามาได้ เพราะท่าทางของฟิลิปเป้นั้นดูเอาเรื่องไม่กล้าประมาท

            “ขอบคุณนะ” เสียงหวานของกนิษฐาบอกอย่างซึ้งใจ เธอไม่มีใครอีกแล้วนอกจากเหม่ยหลินที่ห่วงใยจากใจจริง

            “ไม่เป็นไรน่า อย่าเพิ่งมาทำซึ้ง ไปเช็ดตัวก่อน ผมเปียกไปหมดเลย”

            “จ้ะ

            หลังจากเปลี่ยนเสื้อผ้าและเป่าผมจนแห้งแล้วกนิษฐาก็มานั่งที่ห้องโถง ซึ่งนอกจากเหม่ยหลินแล้วยังมีเพื่อนร่วมห้องคนอื่นๆ อีกสามคน ทุกคนทำงานเป็นแม่บ้านที่โรงแรมด้วยกันซึ่งกนิษฐาก็รู้จักดี เนื่องจากว่าห้องพักของเหม่ยหลินเป็นแฟลตขนาดใหญ่เลยทำให้สามารถแชร์ห้องอยู่กันได้หลายคน

            “หน้าตื่นเหมือนหนีใครมาเลยนะ” เฮย์ลีย์พูดขึ้นเมื่อเห็นสีหน้าของกนิษฐา

            “ก็หนีน่ะสิ” เหม่ยหลินตอบแทนกนิษฐาและส่งแก้วโกโก้อุ่นๆ ให้เพื่อนไป

            “ขอบคุณ” กนิษฐารับไปจิบแล้วก็อุ่นฝ่ามือที่เย็นชืดของตัวเองด้วยการอังรอบแก้วโกโก้นั้น ขณะที่เพื่อนคนอื่นสงสัยว่าที่เหม่ยหลินพูดนั้นมันหมายความว่ายังไง

            “พูดอะไรไม่เห็นเข้าใจเลย ว่าแต่แก๊บบี้ก็จะมาพักที่นี่เหรอ มันไม่แคบไปเหรอเนี่ย” ลูซี่ถาม เพราตอนนี้รวมแล้วมีคนห้าคนในห้องเดียว

            “ฉันขอมาอยู่สักระยะน่ะ ไม่ได้มาอยู่นาน” กนิษฐาชิงตอบแทนเหม่ยหลิน เพราะไม่อยากเกะกะเป็นภาระของใคร

            สาวๆ จับกลุ่มคุยกันแต่กนิษฐาไม่ได้พูดอะไรเลย เธอเอาแต่ครุ่นคิดถึงแต่เรื่องของฟิลิปเป้คนเดียวเท่านั้น นั่งเหม่ออยู่นานจนเหม่ยหลินคว้าเอาแก้วโกโก้ในมือไปเก็บเพราะมันเย็นชืดไปหมดแล้ว ขณะที่ทุกคนกำลังดูรายการโทรทัศน์กันอยู่นั้นจู่ๆ ประตูห้องนอนก็เปิดขึ้นมาโดยไม่มีเสียงเตือนล่วงหน้า

            กนิษฐาหันไปตามสัญชาตญาณและแรงสังหรณ์ใจ เธอผุดลุกขึ้นยืนในทันทีเมื่อเห็นว่าเป็นซาตานร้ายฟิลิปเป้เดินเข้ามาอย่างคุกคาม

            “เดี๋ยวคุณ” เจ้าของห้องอย่างเหม่ยหลินพยายามห้าม แต่การ์ดที่ตามหลังเขามาสองสามคนทำให้ผู้หญิงทุกคนไม่กล้าขยับตัวอีก

            “ฟิลิป หยุดเถอะ ฉันขอร้องล่ะ” หญิงสาวบอกเสียงเครือ รู้ว่าไม่มีผลแต่ก็อยากจะพูดออกไป

            เพียงพริบตาเดียวเธอก็ถูกกดลงกับโซฟาโดยมีร่างกายสูงกำยำของจอมมารคร่อมร่างไว้ไม่ให้ขยับไปไหนได้ ตรึงร่างเล็กเอาไว้ได้อยู่หมัดจนกนิษฐาขยับตัวไม่ได้ เธอสะอื้นเพราะรู้ดีว่าสู้ไปก็เท่านั้นไม่มีวันเขาจะสนใจหรือเห็นใจ

            “ออกไป!!” เสียงทุ้มหนักของฟิลิปเป้ตะคอกบอกทุกคนที่อยู่ในห้อง แต่สาวๆ ไม่กล้าขยับไปเพราะห่วงเพื่อนอย่างกนิษฐา ซึ่งทุกคนก็ทำอะไรมากไม่ได้ไปกว่ามองหน้ากันเลิ่กลั่กเพราะการ์ดหน้าตาน่ากลัวก็คุมเชิงอยู่ใกล้ๆ

            ฟิลิปเป้ไม่สนใจใครทั้งนั้น เขาก้มหน้าจูบหญิงสาวอย่างรุนแรงหนักหน่วงจนกนิษฐาสั่นสะท้านไปทั้งตัว ร่างเล็กพยายามดิ้นรนหลบหนีแต่ไม่อาจต้านแรงที่มีมากกว่าตนเองไปได้ ถูกบดจูบเคล้าคลึงอย่างหนักหน่วงรุนแรง ฝ่ามือร้อนๆ ก็ดึงทึ้งเสื้อผ้าบนกายสาวออกด้วย เสียงลมหายใจที่ฟังดูทั้งลุ่มหลงทั้งโกรธแค้นทำทุกคนแทบจะละลาย ไม่เคยเห็นบุรุษคนไหนที่อารมณ์ร้ายแล้วเซ็กซี่ได้ขนาดนี้

            “ออกไป!!” ฟิลิปเป้ตะคอกบอกอีกคำ คราวนี้การ์ดเลยต้อนให้ผู้หญิงทุกคนในห้องให้ออกไปในตอนที่เจ้านายดึงทึ้งเนกไทและเสื้อเชิ้ตออกจากตัวอย่างรีบเร่ง

            “อยากได้แบบนี้บ่อยๆ ก็ไม่บอกฉันจะได้สนองเธอให้ถึงใจให้อิ่มหนำจะได้ลุกจากเตียงไม่ได้อีก” ชายหนุ่มยกยิ้มที่มุมปาก เมื่อประตูปิดลงเขาก็ถอดกางเกงออกและแทรกกายเข้าหาความนุ่มละมุนที่เป็นสิทธิ์ของตนเอง ทำให้กนิษฐาผวาจิกเล็บลงกับแผ่นหลังกว้างเพื่อระบายความเร่าร้อนในร่างกายออกไป

            “ถ้าอยู่ดีๆ แล้วทำไม่ได้หลังจากนี้ฉันจะลักพาตัวเธอไปไกลๆ ขังเธอไม่ให้เห็นเดือนเห็นตะวันแน่” เขาขู่ ถึงจะอยู่ในห้วงสิเน่หาที่ร้อนแรง แต่กนิษฐาก็รู้ทันทีว่าเขาเอาจริงแน่

            “ไม่ ฟิลิป ไม่เอา” เธอร้องไห้และวอนขออย่างอดสู น้ำตาไหลเมื่อเห็นเขามองมาอย่างผู้กุมชัย

            “บอกมาว่าใครเป็นเจ้าของเธอ บอกมาว่าเธอจะเชื่อฟังใคร”

            “ฉันจะเชื่อฟังคุณ” เสียงหวานขาดหายเป็นห้วงๆ ลมหายใจสะดุดและแสนทรมานทั้งกายใจ เจ็บใจนักที่พ่ายแพ้อย่างไร้ทางสู้

            “ดี งั้นบอกรักฉัน บอกว่าจะไม่ไปไหน และบอกว่าจะเป็นทาสฉันตลอดไป

 

            “เหม่ยหลิน เธออยู่ไหน” กนิษฐาเช็ดน้ำตาเมื่อตอนที่เดินออกจากห้องพักของเพื่อน เธอสวมเสื้อผ้าและคุยโทรศัพท์ไปด้วยไม่สนใจคนที่หลับอยู่บนโซฟาและจะไม่หันหลังกลับไปมามองเขาเป็นอันขาด

            “เอ่อ ตอนนี้”

            “ฉันเสียใจเหม่ยหลิน ไม่คิดว่าจะเป็นแบบนี้” หญิงสาวสะอื้นไห้ ไม่เข้าใจว่าทำไมฟิลิปเป้ถึงได้ทำกับตัวเองแบบนี้ ทั้งหมดมันเพราะการ พนัน สนุกๆ ของพวกมหาเศรษฐีที่หยอกล้อหนูตัวเล็กสกปรกอย่างเธอไม่ใช่หรือ แล้วทำไมยังตามตอแยทำร้ายกันไม่จบไม่สิ้นแบบนี้ด้วย

            “ฉันขอโทษที่ทำให้เธอตกใจ ตอนนี้เธออยู่ไหน ฉัน” เธอยกมือเสยผมอย่างว้าวุ่นใจ ร่างกายอ่อนเปลี้ยแต่ก็ยังคงข่มความเวียนหัวเอาไว้

            “เรามานั่งกันที่คอฟฟี่ช็อปน่ะ” เหม่ยหลินบอก และมองหน้าแฟลตเมทคนอื่นๆ ไปด้วย ทุกคนล้วนตกใจกับสิ่งที่ได้เห็น ไม่คิดว่าจะเจอฉากร้อนทะลุปรอทอย่างนั้นได้

            “ฉันไม่รบกวนพวกเธอแล้วนะ ฉันขอโทษจริงๆ ฉัน” กนิษฐาพูดไม่ออก เธอทั้งเจ็บทั้งอายกำลังจะผลักประตูออกไปก็ชะงักอย่างรวดเร็วเมื่อร่างสูงใหญ่ของซาตานร้ายเดินเข้ามาชิด เขายกมือวางทับลูกบิดประตูเอาไว้ทำให้เธอไปไหนไม่ได้

            “เอ่อ ไม่เป็นไร” สาวจีนตอบกลับมา รู้สึกเป็นห่วงเพื่อนอยากปลอบใจแต่ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง

            ในเวลานั้นเองฟิลิปเป้ก็ฉวยเอาโทรศัพท์จากมือของกนิษฐาไป ส่งผลให้ร่างเล็กหันไปมองเขาในทันทีพร้อมกับชักสีหน้าใส่อย่างเอาเรื่อง

            “เอาคืนมา!” เธอกระซิบบอก แต่ชายหนุ่มไหวไหล่บอกชัดว่าจะไม่ทำตามคำสั่งของเธอ

            “เธอชื่อเหม่ยหลินสินะ” เป็นซาตานหนุ่มที่กรอกเสียงลงไป และทำให้คู่สนทนาตกใจอย่างมากที่ได้ยินเสียงเขา

            “เดี๋ยวฉันจะให้คนมาทำความสะอาดห้องให้ อีกประมาณชั่วโมงก็กลับมากันได้ตามปกติ แล้วให้จ่ายค่าทำเสียเวลาให้” เสียงทุ้มหนักพูดเรื่อยเอื่อยไม่สนใจว่าใครจะคิดยังไง กนิษฐาใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความแค้น ยกแขนขึ้นมาหมายจะฟาดใบหน้าของเขาสุดแรง แต่ฟิลิปเป้รับฝ่ามือเล็กที่เหวี่ยงมาได้อย่างง่ายดาย พร้อมกับพลิกบิดมันไปด้านหลังจนหญิงสาวรู้สึกเจ็บ แต่กระนั้นเธอจะไม่มีวันปริปากขอร้องความเห็นใจจากเขาอย่างเด็ดขาด

            “ครับ ตามนั้นแหละ” พูดจบชายหนุ่มก็ยึดมือถือของหญิงสาวไป ทำให้กนิษฐาร้องไห้ออกมาอย่างสุดทน

            “ฉันทำอะไรให้คุณนักหนาเหรอฟิลิปเป้ คุณจะมาทำร้ายฉันแบบนี้ทำไม”

            ฟิลิปเป้ไม่ตอบ เขาปิดปากแน่นและลากตัวเธอออกมาจากแฟลตแห่งนั้น แล้วก็บอกกับคนสนิทที่ยังเฝ้าอยู่หน้าแฟลตไม่ได้ไปไหน

            “ให้บริษัททำความสะอาดมาจัดการด้วย ฉันจะกลับไปพักผ่อน”

            “ครับนาย” วีลรับคำ ส่งยิ้มเอ็นดูให้กนิษฐา แต่ดูเหมือนว่าหญิงสาวจะไม่สบตามองกับใครทั้งนั้นด้วยความอับอายที่ฟิลิปเป้ก่อเรื่องเอาไว้ไม่หยุดหย่อน

            “ถ้าเธอยังดื้อ ฉันจะซื้อที่ดินตรงนี้ซะ คนอื่นจะได้เดือดร้อนกันให้หมด” เอ่ยเตือนคนตัวเล็กเมื่อเธอทำท่าฮึดฮัดไม่พอใจ หญิงสาวกัดปากแทบห้อเลือดไม่อยากจะเชื่อเลยว่าผู้ชายใจร้ายอย่างฟิลิปเป้จะเจ้าคิดเจ้าแค้นอาฆาตได้ขนาดนี้ ขนาดว่าเธอเป็นเพียงผู้หญิงตัวเล็กๆ เท่านั้นก็ยังไม่มีคำว่าปรานีเห็นใจ

            “ไปกันได้แล้ว ฉันเหนื่อยที่ต้องไล่ปล้ำเธอไปทุกที่แล้วนะแก๊บบี้ บอกแล้วใช่ไหม” แก้มสาวร้อนวาบ และนึกคำขู่แสนหวามไหวของเขาขึ้นมาได้

            ถ้าเธอยังดื้อขัดใจฉันไปเรื่อยๆ ฉันจะจับเธอลงโทษตรงนั้นเดี๋ยวนั้น คงไม่บอกหรอกนะว่าลงโทษยังไง ถ้อยคำเหล่านั้นตามหลอกหลอนเธอมาจนถึงตอนนี้ บอกให้รู้ว่าฟิลิปเป้เอาจริงทุกอย่างที่เขาเคยพูดบอกเอาไว้ ร่างกายยังร้อนรุมๆ เลยพยศไม่ออก ปล่อยให้ซาตานร้ายประคองเดินขึ้นรถอย่างเลี่ยงไม่ได้

            “กลับไปพักที่ไหนครับ ที่ห้องคุณแก๊บบี้หรือเปล่า” อองเดรถาม เพราะเจ้านายไม่ได้บอกชัดว่าจะไปพักที่ไหน

            “ไม่ ห้องชุดของฉันที่แกรนด์โฮเวเดส”

            “ครับนาย

            ไม่ช้ารถหรูก็วิ่งมุ่งตรงเข้าไปในเมืองใหญ่ท่ามกลางความมืดมิดที่ค่อยๆ โรยตัวปกคลุมทั่วทั้งเมือง

 

            “เสื้อผ้าเหรอ รองเท้า ชุดชั้นใน บ้าไปแล้วฟิลิปเป้!!” กนิษฐากระแทกเสียงอย่างแค้นเคืองเมื่อเห็นข้าวของที่ซาตานหนุ่มซื้อมาบรรณาการตัวเอง หลังจากที่ลืมตาขึ้นมาบนเตียงคนเดียวในเช้าวันใหม่ มองไปรอบๆ ตัวเลยเห็นผนังกระจกกว้างที่มองเห็นทิวทัศน์ได้ร้อยแปดสิบองศา และอยู่สูงบนตึกระฟ้า ทัศนียภาพที่คุ้นตาบอกให้รู้ว่าอยู่ที่ไหน เพราะเมื่อก่อนเลยมาที่นี่ประจำ

            ฟิลิปเป้หายไปแล้ว เขาน่าจะไปทำงานหรือไม่ก็ไปทำอะไรอย่างอื่นที่เธอไม่อยากสนใจเขา แต่ก็จำต้องมองของขวัญที่เขาจงใจวางเอาไว้ จะไม่มองเลยก็ไม่ได้เพราะไม่มีเสื้อผ้าปกปิดร่างายเลยแม้ชิ้นเดียว

            สิ่งแรกที่เห็นคือกล่องเสื้อสวยวางที่ปลายเตียง แล้วก็มีของใช้อื่นๆ วางไว้ให้ด้วย

 

            มีเสื้ออีกหลายตัวในตู้ เปิดดูเอาเองได้เลย

            อ้อ บราเซียสีดำน่ะ ใส่ได้เวลาที่อยู่ด้วยกันสองคน

            เข้าใจนะที่รัก วันนี้ฉันต้องไปประชุมอย่าดื้อและห้ามไปไหนทั้งนั้น

            ไม่อย่างนั้นเธอต้องนอนร้องไห้แน่ แก๊บบี้ที่รัก

          Philippe Höwedes…

 

          อ่านจบกนิษฐาก็ขยำมันด้วยความแค้นเคือง ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเขาจะร้ายกาจเอาแต่ใจได้มากถึงเพียงนี้ เห็นเธอเป็นเพียงแค่ตุ๊กตาตัวหนึ่งของเขาเท่านั้น

            “ฉันจะใส่ออกไปข้างนอก แล้วจะทำไม” เธอว่า ก่อนจะเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าดู แต่เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายที่ฟิลิปเป้จัดหาไว้ให้ไม่มีตัวไหนที่วาบหวิวเปิดเผยเนื้อตัวเท่าไหร่เลย เพราะเป็นความต้องการของเขาที่ไม่ต้องการให้ผู้หญิงของตนเองเป็นที่สนใจของใครทั้งนั้น

            “อย่าคิดว่าฉันจะเป็นแค่ตุ๊กตาของคุณอย่างเดียว” เธอว่าอย่างแค้นๆ แต่ก็จำต้องเปลี่ยนเสื้อผ้าเพราะไม่อย่างนั้นฟิลิปเป้อาจจกลับมาโดยไม่ทันได้ตั้งตัวและหาเรื่องรังแกเอาอีก

            จะออกไปก็ไม่ได้ เพราะคนของฟิลิปเป้เฝ้าเอาไว้และบอกว่าไม่ให้ออกไปไหน ไม่อย่างนั้นเจ้านายจะไม่พอใจเอาได้

            “ต้องทำทุกอย่างเพื่อความต้องการของเขาอย่างเดียวรึไงนะ!!” หญิงสาวหัวเสีย ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็มีแค่เรื่องให้หงุดหงิดอยู่เรื่อย พอการ์ดรู้ว่าเธอตื่นแล้วต่อมาก็มีรูมเซอร์วิสเอาอาหารมาส่งให้ บอกกำกับทุกอย่างว่าต้องกินอย่างนั้นเช่นนี้ตามคำสั่งของฟิลิปเป้ โฮเวเดส

          พอไม่กินก็หิว กนิษฐาเจ็บใจตัวเองเหลือเกินที่ไม่ว่าอย่างไรก็เอาชนะเขาไม่เคยได้เสียที ไหนจะเรื่องทำงานที่โรงแรมอีก อองเดรบอกให้เธอสบายใจ หรือไม่ก็ยิ่งทำให้รู้สึกอับอายมากกว่าเดิม เมื่อรู้ว่าวีลโทรไปลางานให้แล้ว ก็ไม่รู้ว่าเหม่ยหลินและเพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ จะเข้าใจยังไงไปทางไหนกัน

            พอมองไปรอบๆ ก็ยิ่งเจ็บปวด จำได้ถึงภาพของตัวเองที่เคยอยู่ที่นี่กับเขา เคยนั่งอ่านหนังสือ เคยนอนดูหนังด้วยกัน หลายต่อหลายอย่างที่เคยได้ทำร่วมกัน เคยได้อิงแอบแนบชิดไม่ทะเลาะกันเลยสักครั้ง เลยได้รู้ว่าแท้จริงแล้วเป็นแค่แผนการส่วนหนึ่งที่ฟิลิปเป้เล่นเกมกับเพื่อนเท่านั้น

            “เธอมันโง่แก๊บบี้ รีบทำงานเก็บเงินและกลับไปจากที่นี่ซะ” เธอล้มตัวลงบนเตียงแล้วก็หลับตาลงอย่างอ่อนล้า

            อยากไปจากที่นี่ แต่ก็อาลัยจนทำอะไรไม่ถูก ใจยังวนเวียนคิดถึงแต่เรื่องของฟิลิปเป้ชายที่เคยเป็นที่รัก แต่จนถึงตอนนี้เธอก็ยังรักเขาเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน

          หัวใจหนอ ทำไมมันถึงได้โง่งมน่าสงสารถึงเพียงนี้

            ฟิลิปเป้หายไปทั้งวัน เขาไม่ได้กลับมาก่อกวนใจเลยจนกระทั่งดึกดื่นถึงได้ปรากฏตัวขึ้น ซึ่งกนิษฐาหลับไปแล้ว ชายหนุ่มอาบน้ำเสร็จก็พาตัวเองแทรกกายขึ้นเตียงอย่างระมัดระวังไม่ทำให้หญิงสาวตื่นขึ้นจากห้วงนิทราอันแสนสุข

            “อืม” คนตัวเล็กคราง ชายหนุ่มก็ยิ้มกว้างไล้เส้นผมหนานุ่มแผ่วเบา จากที่ไม่คิดว่าต้องมาลุ่มหลงเสพติดอะไร แต่ต้องมาถวิลหาแต่แม่สาวตัวเล็กเนื้อนุ่มคนนี้ และจะไม่ให้ใครแตะต้องเธออย่างเด็ดขาด

            เขายังเดาอนาคตไม่ได้ ไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไรต่อไป เขาไม่อาจเชิดชูกนิษฐาในฐานะของภรรยาได้ เพราะมีเหตุผลมากมายหลายข้อ และเหนือสิ่งอื่นใดคือคำพูดของตนเอง

            ฉันไม่คิดจะรักใครแม้กระทั่งผู้หญิงคนนั้น แก๊บบี้เป็นแค่ของเล่าชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น ฉันไม่ได้ตกหลุมรักใครหน้าไหนทั้งนั้น

            นี่คือถ้อยคำที่เขาบอกกับเพื่อน ตอนที่เริ่มต้นเล่นเกมล้อเล่นกับความรู้สึก จนถึงตอนนี้เลยหนักใจไม่อยากให้ใครล่วงรู้เรื่องของกนิษฐาทั้งนั้น แม้ว่าหลายคนจะทำท่าระแคะระคายใจว่าเขากำลังพาตัวหญิงสาวมาอยู่ด้วยแล้ว แต่จะไม่มีทางให้ใครเป็นเธอแบบนี้อย่างเด็ดขาด

 

            เช้าอีกวันฟิลิปเป้จึงพาตัวกนิษฐาไปที่ทำงานด้วย เขานัดคุยกับนายหน้าค้าที่ซึ่งเห็นที่ทางทำเลดีๆ เอาไว้แล้ว ซึ่งมันเป็นแฟลตที่เหม่ยหลินพักอาศัยอยู่ เมื่อวานไปตามตัวหญิงสาวที่นั่นเลยได้เห็นที่ทางซึ่งน่าสนใจ เลยนัดให้นายหน้ามาคุยกันเรื่องที่ดิน และจัดการให้คนตัวเล็กให้รอที่ห้องทำงานไปพลาง

            กนิษฐาหนีไปไหนไม่รอดอยู่แล้ว ดิ้นหนีก็เหนื่อยเปล่า ดีไม่ดีถูกจับปล้ำเอาอีก ดังนั้นเธอจึงรออยู่เฉยเป็นเด็กดีตาคำสั่งของเจ้าชีวิต แต่พอถึงช่วงบ่ายหญิงสาวก็ต้องหน้าบึ้งเพราะฟิลิปเป้คุยงานเสร็จก็พาตัวเองมาก่อกวนด้วยทันที

            “ร้านนี้อร่อยนะ” ชายหนุ่มเอ่ยถามเค้กชื่อดังที่ให้อองเดรไปต่อคิวเข้าแถวซื้อมาให้ การ์ดหนุ่มต้องข่มความอายไปต่อแถวสาวๆ ออฟฟิศเพื่อซื้อมันมาให้

            “พอดีเดินผ่านเลยซื้อมา” ฟิลิปเป้ปด เพราะตั้งใจจะซื้อมาเอาใจสาวงามแต่ไม่กล้าบอกออกไปตามตรง

            “ขอบคุณ” หญิงสาวรับคำ ถ้าหากว่าพอมีอะไรช่วยเบนความสนใจจากเขาก็พร้อมทำทุกอย่าง

            แต่เธอไม่เข้าใจตรงที่ฟิลิปเป้อุ้มเธอมานั่งตัก ก้มหน้ามาชิดตลอดเวลาไม่ว่าเธอจะทำอะไรจนหัวใจเต้นเร่าจนจะพังคาอกซ้ายให้ได้

            “อร่อยไหม” เสียงทุ้มถามชิดข้างหู จงใจใช้ลมหายใจร้อนผ่าวเป่าแก้มใสให้ขึ้นสีเลือดระเรื่อ

            กนิษฐาแทบไม่รู้รสของเค้กที่ละลายได้ในโพรงปาก เธอไม่ตอบไม่พูดจาอะไรทั้งนั้น ปล่อยให้เขาทำตามทุกอย่างที่ต้องการ แต่แล้วก็เจ็บจุกเมื่อถูกผลักไสโดยที่ไม่ทันได้ตั้งตัว คนตัวเล็กล้มกลิ้งบนพื้นเจ็บศอกเพราะถูกกระแทกเข้ากับโต๊ะกระจกเตี้ยตัวเล็กข้างหน้า เจ็บหน้าผากเพราะโขกเข้าอย่างจัง

            “แก๊บบี้” เขาอุทานไม่มีเสียง แล้วก็ยืดตัวลุกขึ้นถอยห่างไปไกลเมื่อเห็นกลุ่มเพื่อนเข้ามาในห้องทำงานโดยที่ไม่บอกล่วงหน้ามาก่อน

            “อ้าว ฟิลิปไหนบอกว่าไม่สนใจแก๊บบี้ไง ไหงมาขลุกอยู่ที่นี่ด้วยกันล่ะ” หลุยส์ เฟิลเลอร์ ถามเพื่อนและเห็นเรื่องสนุก แต่ฟิลิปเป้ไม่ได้สนุกด้วย

            “สรุปว่ากลับมาคบกันแล้วเหรอ” ทิมถาม เขาไม่พอใจที่เห็นเพื่อทำรุนแรงกับผู้หญิงตัวเล็กๆ แบบนี้ เขาฉุดกนิษฐาขึ้นมาจากพื้นและเห็นเธอเจ็บหลายที่ เช่นเดียวกับฟิลิปเป้เห็น

            “เปล่าผู้หญิงคนนี้ตามตื้อตอแยฉันเอง” ฟิลิปเป้พูดไม่เต็มเสียง กนิษฐาเลยหัวเราะทั้งน้ำตาที่เอ่อคลอขึ้นมาขังขอบตา

            “พูดแบบนี้เลยเหรอ” เสียงหวานถามอย่างสั่นเครือ เธอแทบไม่เชื่อหูกับสิ่งที่ได้ยินจากปากของเขา

            “ก็จริงนี่เธอตามฉันมาเอง บอกเองว่าอยากมาอยู่ด้วย แต่ฉันบอกแล้วไงว่าไม่ได้น่ะ”

            กนิษฐาขมวดคิ้ว ยกมือลูบคลำหน้าผากที่ได้เลือดติดปลายนิ้วมาก็ยิ่งเสียใจ เธอมองเขาอย่างแค้นๆ ขณะที่เพื่อนคนอื่นต่างรู้สึกว่าการกระทำของเพื่อนเป็นเรื่องที่ไม่สมควรเลยจริงๆ

            “ใช่ฉันมาหาผู้ชายเลี้ยงดู แต่คุณคงไม่ต้องการฉัน” กนิษฐาประชดทำให้ฟิลิปเป้สะอึกอึ้งไป

            หญิงสาวหมุนตัวหันไปมองทิมที่มองมาอยู่ก่อนแล้ว จิตใจกำลังต่อสู้กันอย่างหนักหน่วง ใจหนึ่งจะเดินจากไปอย่างไม่ไยดีเหมือนคราวก่อนๆ แต่ใจหนึ่งสั่งตัวเองบอกว่าต้องให้บทเรียนเขาก่อนที่ตัวเองจะไปจากที่นี่ แล้วจะไม่มีวันหวนกลับไปมองคนใจร้ายคนนั้น

            “แก๊บบี้” ฟิลิปเป้เอ่ยเตือนเมื่อเห็นว่ากนิษฐาสบตากับทิมผู้เป็นเพื่อนนานเกินไป

            “ไม่ต้องห่วงฟิลิปเป้ ฉันจะไม่กวนใจคุณอีก” เธอว่าทั้งน้ำตา แล้วก็มองทิมเพื่อขอความช่วยเหลือ

            “เอาล่ะ ฉันจะรับเลี้ยงเธอต่อก็ได้” ซาตานหนุ่มเริ่มร้อนรน ทำให้ร่างเล็กหมุนตัวไปมองเขาอีกครั้ง ก่อนจะหวีดร้องออกมาอย่างเหลืออด

            “อะไรนะ” ถามอย่างไม่เชื่อหู น้ำตาก็รินไหลด้วยความเจ็บปวด รู้ว่าเขาอายไม่อยากให้เพื่อนรู้ว่ามาตามตอแยผู้หญิงที่ไม่มีอะไรเลย เหมือนลูกหนูตัวน้อยไม่คู่ควรกับมหาเศรษฐีอย่างเขา แต่มันไม่เกินไปหน่อยหรือกับการทำร้ายจิตใจย่ำยีเธอจนแหลกละเอียดแบบนี้

            “ไม่ล่ะค่ะ ฉันไม่กล้าเรียกร้องอะไรจากคุณอีกแล้ว ฟิลิปเป้” เธอเดินถอยหลัง จ้องเขาด้วยความเจ็บเจียนตาย จากนั้นก็คว้าชายเสื้อของทิมเอาไว้ พาให้สายตาของซาตานร้ายเป็นประกายไหววูบ

            “คุณทิมคะ ช่วยซื้อตัวฉัน รับเลี้ยงฉันหน่อย จะได้ไหมคะ” กนิษฐาถามแล้วก็ต้องนิ่วหน้าเมื่อถูกกระชากแขนจนเซถอยหลัง เธอหันไปมองอย่างเอาเรื่องแต่ฟิลิปเป้นั้นมองด้วยสายตาที่แทบพ่นเปลวเพลิงออกมาได้

            “อย่านะ!

            “คุณบอกเองว่าไม่เลือกฉัน!!” เสียงหวานตะคอก เลือดหยดหนึ่งไหลลงมาจากแผล ฟิลิปเป้ต้องพยายามหักห้ามใจอย่างมากที่จะไม่ยื่นมือไปเช็ดมันออกจากหน้าผากเนียนของกนิษฐา

            “ก็เลือกนี่แล้วไง” ชายหนุ่มกัดฟันพูด สีหน้าแววตาพร้อมจะเอาเรื่องเสมอและกวาดสายตามองเพื่อนไปด้วย เพื่อบอกว่าผู้หญิงคนนี้เป็นของเขาเพียงคนเดียว

            “ไม่ แต่ฉันไม่เลือกคุณแล้ว” หญิงสาวบิดแขนออกจากการเกาะกุมของเขา

            “ปล่อยฉันสิ ไม่อย่างนั้นฉันจะคิดว่าคุณชอบฉัน

            หญิงสาวเอาเรื่องที่เป็นจุดอ่อนที่สุดขึ้นมาขู่ฟิลิปเป้ และทำให้ชายหนุ่มชะงักไป

            อย่าพูดแบบนี้แก๊บบี้ เขาเตือนเธออยู่ในใจ แต่รู้ว่ากนิษฐาไม่ฟังตอนนี้เธอคงโกรธมาก เพราะเขาเองก็คงโกรธเหมือนกันที่ถูกกระทำอย่างนั้น

            “ปล่อยฉัน” เธอว่าอีกครั้ง ฟิลิปเป้เลยกัดฟันปล่อยมือจากเธอโดยที่ไม่ได้เต็มใจเลยแม้แต่น้อย

            “แก๊บบี้” เสียงทุ้มหนักพูดอีกครั้ง แต่หญิงสาวส่ายหน้าจนน้ำตาร่วงเดินถอยหลังไปด้วยอาการหัวใจสลาย คนมองเองก็รู้สึกแบบนั้นไม่ต่างกัน

            เขาอยากเดินเข้าไปหาเธอและบอกว่ายอมแล้วทุกอย่าง อยากขอร้องอ้อนวอนไม่ให้เธอจากไป แต่มันเป็นสิ่งที่เขาไม่เคยคิดจะทำต่อหน้าใครทั้งนั้น

            “คุณทิม” ร่างบางหมุนตัวไปหาทิมหนึ่งในกลุ่มเพื่อนสนิทของฟิลิปเป้ ซึ่งเธอรู้ดีว่ามันไม่ใช่เรื่องดีเลยที่ทำแบบนี้ แต่จะทำอย่างไรเล่า เธอไม่อยากจะเป็นของเล่นที่หัวปั่นถูกใครต่อใครปั่นหัวอีก

            “ช่วยซื้อตัวฉันหน่อยได้ไหม คุณอยากได้อะไร อยากทำอะไรฉันก็ได้” กนิษฐาสะอื้นไห้ขอร้องกับทิมอย่างน่าสงสาร

            ชายหนุ่มทุกคนที่อยู่ในห้องทำงานของฟิลิปเป้ต่างพากันเงียบกริบ บรรยากาศวังเวงเหมือนอยู่ในสุสานน่ากลัว ทุกคนกำลังรอลุ้นฟังคำตอบของทิมอย่างหวั่นใจ ภาวนาขอให้เพื่อนไม่ตอบตกลง เพราะไม่เข้าอย่างนั้นเจ้าของห้องทำงานต้ององค์ลงอย่างแน่แท้

            ทิม อย่านะมึง หลุยส์คิดอยู่ในใจ

            ขอร้อง อย่าทำแบบนั้นนะเว้ยทิม เบนบอก และมองหน้าอย่างขอร้อง

            เช่นเดียวกับฟิลิปเป้ เขามองหน้าเพื่อนอย่างคาดโทษ และมองคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นภรรยาตามพฤตินัยด้วยความแค้นเคือง อยากจับไหล่เธอเขย่าให้หันสั่นหัวคลอน จากนั้นก็ลงโทษด้วยการร่วมรักยาวๆ ให้ถึงเช้าวันใหม่ สาบานได้ว่ามันจะเป็นแบบนั้นแน่ถ้าหากว่าทิมจะปฏิเสธคำขอร้องของกนิษฐา

            “ได้โปรด พาฉันออกไปจากที่นี่” หญิงสาวสะอื้น ในห้องทำงานของฟิลิปเป้ราวกับว่าเธอถูกช่วงชิงงอากาศไปจนหมดสิ้นไม่เหลืออะไรแล้ว

            เธอทั้งกลัวทั้งอาย อยากหนีไปให้พ้นจากสถานการณ์อันอัปยศนี้ ไม่คิดว่าซาตานร้ายจะใจหินและเห็นแก่ตัวได้มากขนาดนี้ ผิดเองที่มีตาไม่มีแววหลังรักเขาเข้าแล้วก็พาตัวเองออกมาจากหลุมรักของเขาไม่ได้

          “ก็ได้” ทิมพูด และทำให้กลุ่มเพื่อนทุกคนถึงกับตกตะลึงเมื่อได้ยินแบบนั้น

            บรรลัยแล้ว หลุยส์คิด

            ไอ้บ้าเอ๊ย ไม่เห็นหน้าไอ้ฟิลิปมันรึไงวะ!! เบนอุทานใจใน

            ส่วนฟิลิปเป้นั้นนัยน์ตาสีมรกตขยายวาบมองหน้าหวานอย่างแค้นเคือง อยากถลันเข้าไปชกหน้าเพื่อนที่ประคองร่างของกนิษฐาจากไปโดยไม่พูดไม่สบตากับตัวเองเลยแม้แต่แวบเดียว

            แก๊บบี้ เขาคิดในใจอย่างแค้นๆ มองตามสองร่างที่เดินจากไปด้วยหัวใจที่เหมือนถูกราดน้ำมันและเผาทั้งที่มันยังเต้นอยู่ทั้งเป็น

            “ขอบคุณ” หญิงสาวพูดทั้งน้ำตาจากนั้นก็เดินไปกับทิมเหมือนหลุดพ้นจากขุมนรกกันแล้ว

            “เอ่อ” หลุยส์พูดเมื่อทิมกับกนิษฐาเดินออกไปจากห้องทำงานเรียบร้อยแล้ว เขาทำใจอยู่นานกว่ากล้าพูดต่อหน้าฟิลิปเป้ที่หน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ ไม่ว่าใครก็มองออกว่าซาตานร้ายกำลังโกรธหนักมากแค่ไหน ไม่รู้ว่าทำไมกนิษฐากล้าท้าทายความโกรธของฟิลิปเป้อย่างนั้น

            “ไม่ตามไปเหรอ” หลุยส์ถามต่อ และสะดุ้งเมื่อฟิลิปเป้หันมองมาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหงุดหงิดขุ่นเคือง

            “จะตามทำไม ไม่ได้ยินเหรอ เธอขอให้ไอ้ทิมซื้อตัวไป ผู้หญิงบ้า!!

            หลุยส์และเบนลอบมองหน้ากัน เป็นใครก็ต้องทำอย่างนั้น ก็ในเมื่อฟิลิปเป้ไม่ยอมบอกเองว่าจะขอดูแลเธอ พูดอะไรไม่รู้เลยเอาแต่ถอนหายใจไม่อยากข้องเกี่ยวด้วย

            “มีอะไร! ถ้าไม่มีธุระอะไรสำคัญก็กลับไปซะ ฉันจะทำงาน” ตอนนี้ฟิลิปเป้ไม่มีอารมณ์จะทำอะไรทั้งนั้น เขาตะคอกใส่เพื่อนอย่างพาลๆ และทำอะไรไม่ถูก

            เพื่อนทั้งสองคนรู้ว่าตอนนี้ฟิลิปเป้คงกำลังหัวเสียไม่อยากคุยอะไรกับใครทั้งนั้นเลยพากันบอกลา และเดินออกมาเงียบๆ ไม่ได้เซ้าซี้พูดมากอะไรอีก เมื่อออกไปแล้วอองเดรก็เดินเข้ามาในห้องทำงานและเอ่ยถามกับผู้เป็นเจ้านายด้วยความสงสัย

            “เจ้านายครับ ให้ผมตามคุณแก๊บบี้ไหมครับ”

            เพราะปกติเขาต้องตามดูแลกนิษฐาตลอดเวลา ดังนั้นอองเดรเลยแปลกใจที่ครั้งนี้ไม่ได้รับคำสั่งจากฟิลิปเป้ให้ตามดู เห็นหญิงสาวไปกับทิม เบีย์ฮาฟฟ์ ถึงจะเป็นเพื่อนสนิทกับฟิลิปเป้แต่ก็ไม่ใช่เรื่องปกติที่จะเห็นกนิษฐาอยู่กับผู้ชายคนนั้น

            “ไม่ต้อง!” ฟิลิปเป้พูดเป็นเสียงตะคอกไม่ไว้หน้าใครทั้งนั้นด้วยความแค้นเคือง

            “ต่อไปนี้ฉันไม่มีธุระอะไรกับผู้หญิงคนนั้นอีกแล้ว”

            ในเมื่อเธอไม่สนใจผละไปกับผู้ชายคนอื่น แล้วมันเรื่องอะไรที่ฟิลิปเป้ โฮเวเดส คนนี้จะต้องไปตามงอนง้อขอคืนดี มันไม่ใช่นิสัยของซาตานคนนี้หรอก เธอจะเป็นของใครไปอยู่กับใครที่ไหนก็จะไม่สนใจอีกแล้ว

          “ไม่อีกต่อไป

 

            เมื่อหลุดพ้นจากอุ้งมือมารมาได้กนิษฐาก็ร้องไห้บอกขอบคุณคนที่ช่วยเหลือให้หลุดพ้นจากความเจ็บปวดมาได้

            “ขอบคุณนะคะ ขอบคุณค่ะ” เธอสะอื้น ถึงจะหนีออกมาจากใต้เงาของฟิลิปเป้มาแล้ว แต่ก็ยังกังวลกับคำพูดของตัวเองที่บอกว่าจะยอมยกตัวให้เพื่อแลกกับการได้ออกมาจากที่นั่น พูดไปด้วยไม่คิดเพราะอยากจะออกห่างจากซาตานร้ายให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้

            “ไม่เป็นไร ให้ไปส่งที่ไหน” ทิมเปิดประตูรถให้ และเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

            “เอ่อ” กนิษฐาเริ่มกลัวและกังวล มองหน้าชายหนุ่มไม่รู้จะพูดอะไรออกมาดี

            “ฉัน

            “ฉันเข้าใจว่าเธอไม่ได้อยากจะขายตัวหรอก แค่อยากจะไปจากฟิลิปเป้เท่านั้น” ชายหนุ่มพูดอย่างเข้าใจดี กนิษฐาเลยมองหน้าของเขาด้วยความขอบคุณ

            “ขึ้นรถ เดี๋ยวจะไปส่ง แค่บอกมาว่าจะไปที่ไหน” น้ำเสียงของทิมนั้นเต็มไปด้วยความอ่อนโยนมีน้ำใจ หญิงสาวเลยไม่เข้าใจว่าทำไมถึงไม่ชอบผู้ชายคนนี้ เพราะเขาคนนี้ก็เคยแสดงออกชัดเจนว่าชอบเธอเองเหมือนกัน แต่กลับไปตกหลุมรักคนที่ไม่สมควรจะรักอย่างซาตานร้ายคนนั้นได้

          “ขอบคุณนะคะ

            “ไม่เอาน่าขึ้นมาเถอะ เดี๋ยวฟิลิปเป้ตามลงมาอีกคราวนี้คงยุ่งแน่”

            “เขาคงไม่มาแล้วล่ะค่ะ” เสียงหวานบอก เพราะรู้จักนิสัยของผู้ชายคนนั้นดี

            “ยังไงก็ช่าง ขึ้นมาก่อนเถอะ เดี๋ยวจะไปส่งที่ห้องพักเอง” ชายหนุ่มอาสาอย่างมีน้ำใจ กนิษฐาเลยขึ้นรถอย่างเงียบเชียบ ไม่รู้เลยว่ามีสายตาของฟิลิปเป้มองตามไปด้วยความแค้นที่แน่นในอก

            “เธอมันร้ายกาจแก๊บบี้ อย่าคิดว่าฉันจะไปตามง้อเธอต้อยๆ ไม่มีวันซะหรอก” ฟิลิปเป้กระซิบเหมือนย้ำเตือนบอกตัวเองว่าอย่าหลงไปกับกลลวงของแม่มดตัวน้อย ที่คอยแต่จะหลอกล่อให้ตกหลุมพรางตรงหน้า

            เมื่อรถของทิมแล่นหายลับสายตาไปแล้วเขาก็หมุนตัวเดินเข้าลิฟต์ พยายามสลัดภาพใบหน้าหวานๆ ของกนิษฐาออกไปจากหัว แต่มันช่างทำได้ยากลำบากเหลือเกิน เพราะเห็นแต่ดวงตากลมโต รอยยิ้มอ่อนหวาน และรอยน้ำตาของเธอวนเวียนอยู่ในหัวไม่จบสิ้น

            ทำไมต้องเป็นไอ้ทิม ทำไมเธอไม่วิ่งมาซบอกฉัน! เขาคิดในใจอย่างเคียดแค้น บอกตัวเองว่าที่ดึงเธอออกจากหัวไม่ได้เป็นเพราะความโกรธแค้นที่เหมือนถูกหักหลังอย่างรุนแรงเจ็บปวด

 

            ทิมมาส่งกนิษฐาถึงห้องเช้าที่ตอนนี้เปลี่ยนเจ้าของจากนอร์ร่าเป็นฟิลิปเป้ไปเรียบร้อยแล้ว หญิงสาวบอกขอบคุณที่เขามีน้ำใจช่วยเหลือทั้งที่รู้ว่าต้องทะเลาะผิดใจกับซาตานร้ายคนนั้น แต่ก็ยังยอมช่วยเหลือเธอออกมาจากขุมนรกที่เย็นเยียบเจ็บปวด

            “ขอบคุณนะคะ”

            “เรื่องแค่นี้เอง ไม่เป็นไรหรอก” ทิมบอก เขาเห็นแผลของหญิงสาวแล้วก็เป็นห่วง ไม่เข้าใจว่าทำไมเพื่อนต้องรุนแรงถึงขนาดนั้นด้วย กนิษฐาก็เป็นเพียงผู้หญิงตัวเล็กๆ ยังไงก็ต่อด้วยไม่ได้อยู่แล้ว

            “กลับไปเถอะ ฉันเชื่อว่าหลังจากนี้ฟิลิปเป้คงไม่มาระรานเธออีกแล้ว”

            “ค่ะ” หญิงสาวพึมพำพูด คงจะจริงอย่างที่เขาว่า เพราะถูกหักหน้าขนาดนั้นฟิลิปเป้คงไม่พอใจอย่างมาก และคงไม่สนใจไยดีอีก โล่งใจกึ่งหนึ่งและเจ็บปวดใจกึ่งหนึ่งด้วยรู้ว่าตัวเองเป็นเพียงของเล่นของซาตานร้ายเท่านั้น ไม่ได้มีคุณค่าความหมายมากกว่านั้นเลย

            “ฉันเองก็คงไม่ได้เจอเธออีก ยังไงก็รักษาสุขภาพด้วย”

            “ขอบคุณอีกครั้งค่ะ” หญิงสาวสบตากับเขาอย่างซึ้งใจก่อนจะลงจากรถไป

            ไม่มีวี่แววของอองเดรตามมา น้ำตาของเธอไหล ยกมือแตะแผลที่เลือดหยุดไหลแล้ว แต่บาดแผลนั้นจะยังคงอยู่ต่อไปตราบนานเท่านาน เธอเช็ดน้ำตาออกจากหน้าก่อนจะเดินเข้าห้องเก็บข้าวของที่จำเป็นเตรียมที่จะไปจากที่นี่ ไม่อยู่รอให้เขามาไล่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

            “จบซะที คนใจร้าย

 

            ด้วยเกรงว่ามิตรภาพของเพื่อนจะจางหายไป ดังนั้นหลุยส์จึงพยายามรวมกลุ่มเพื่อนมานัดเจอกัน และแน่นอนว่าในกลุ่มนั้นหมายถึงฟิลิปเป้และทิม

            ซาตานหนุ่มยังไว้ท่าไม่ยอมมาเจอแต่โดยดี แต่เมื่อรู้ว่าทิมไปเจอที่คลับแห่งหนึ่งที่เป็นที่ที่นัดเจอกันเป็นประจำ ดังนั้นแม้จะแค้นไม่อยากเจอหน้ามากแค่ไหนแต่ฟิลิปเป้ก็จำต้องไปร่วมก๊วนเพื่อนอย่างช่วยไม่ได้ ไม่อย่างนั้นจะถูกตราหน้าว่าเป็นคนขี้ขลาดไม่กล้าเผชิญหน้ากับเรื่องอะไร

          ตอนแรกทุกคนที่ยังไม่มึนเมากันอยู่ไม่ได้เอ่ยถึงเรื่องของกนิษฐาเลยแม้แต่คำเดียว

            แต่เมื่อเริ่มหมดเหล้าไปหลายขวดฟิลิปเป้ก็ทนไม่ไหว ไม่ได้เจอหน้าหญิงสาวมาเกือบสองอาทิตย์แล้ว ทั้งยังไม่รู้ว่าเธอหายไปไหนด้วย ยังไม่รู้ว่าจะให้นักสืบตามหาหรือเปล่า ยังไว้ท่าตามประสาหนุ่มหล่อที่ไม่เคยพลาดท่าเสียทีให้ใครจนกระทั่งได้มาเจอกับแม่สาวหน้าหวานที่เย่อหยิ่งจองหองเหมือนแมวป่าคนนั้น

          “นายคงมีความสุขมาก” ด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ทำให้เขาพูดออกไปอย่างริษยา สายตาที่มองเพื่อนเต็มไปด้วยความแค้นที่ปิดไม่มิด ขณะที่เพื่อนคนอื่นเริ่มร้อนๆ หนาวๆ

            “แก๊บบี้น่ารักมาก เธอขี้อ้อน แสนหวาน เธอ

            เป็นของฉัน ประโยคนี้ฟิลิปเป้ไม่กล้าพูดต่อ ช่องท้องไหววูบและอยากกระชากคอทิมมาชกแรงๆ แล้วชิงตัวกนิษฐากลับคืนมา

            “ใช่ เธอน่ารัก” ทิมตอบให้ เขายกยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปากเมื่อยั่วโมโหเพื่อนได้

            “ดีจังเลยนะ” พูดจบฟิลิปเป้ก็เทเหล้าลงคอจนทางเดินอาหารร้อนผ่าวไปหมดและลามไปทั้งตัว

            “ใช่ ดี แก๊บบี้น่ารักมากอย่างที่นายว่ามา”

            เพื่อนคนอื่นกระอักกระอ่วนใจ ไม่อยากอยู่ในสถานการณ์นี้เลย ดูก็รู้ว่าตอนนี้ทิมกำลังปั่นหัวฟิลิปเป้อยู่ ถึงจะน่าสนุกแต่มันน่ากลัวมากกว่า

            “นายนอนกับเธอแล้ว” ฟิลิปเป้กัดฟันถาม ใบหน้าใกล้จะระเบิดเต็มทีแล้ว

            “แล้วนายคิดว่ายังไงล่ะ

            “บอกมา!” ซาตานร้ายกระแทกแก้วเหล้าลงกับโต๊ะแรงๆ นัยน์ตาหม่นมัวทั้งโกรธทั้งแค้นอยากจะฆ่าตายทั้งทิมและกนิษฐาเพื่อดับความแค้นนี้

            “ฉันไม่ใช่ผู้ชายที่ชอบเอาเรื่องผู้หญิงมาโพนทะนาหรอกนะ เรื่องแบบนี้ฉันไม่พูดหรอก มันเรื่องของฉันกับแก๊บบี้” ทิมยิ้มเจ้าเล่ห์แล้วก็เอนหลังเล็กน้อยเมื่อฟิลิปเป้คว้าแก้วปาเฉียดหน้าไปไม่กี่เซนติเมตร ท่ามกลางเสียงร้องอื้ออึงของเพื่อนที่ตกใจกับเหตุการณ์ที่เห็น

            “ฟิลิปเป้!!” เบนตะคอกเมื่อเห็นเพื่อนทำตัวร้ายกาจ หึงหวงจนหน้ามืดตามัว ทั้งที่ตอนนั้นคนผิดก็คือฟิลิปเป้ไม่ใช่คนอื่นเลย

            “มึงนอนกับแก๊บบี้แล้วใช่ไหม!!” ดวงตาของฟิลิปเป้เริ่มแดงก่ำร่างกายสั่นเทิ้มด้วยความโกรธ

            “บอกแล้วไงว่าฉันพูดไม่ได้ แต่บอกได้คำเดียว เรื่องเดียว

            “เรื่องอะไรของมึง!” ฟิลิปเป้เริ่มหยาบคาย เพราะตอนนี้ต้องการผู้หญิงคนนั้นกลับคืนมาดังเดิม

            “ถ้าแก๊บบี้ท้องล่ะ

            คำพูดของทิมทำให้ทุกคนเงียบไปอึดใจหนึ่ง เช่นเดียวกับที่ฟิลิปเป้ถึงกับลืมหายใจเบิกตากว้างด้วยความตกใจและตกตะลึง

            “ท้อง

            “อืม แล้วนายว่าแก๊บบี้ท้องกับใคร” ทิมถามอีกคำถามที่ทำให้ฟิลิปเป้ไม่กล้าจินตนาการคำตอบ

            “เด็กคนนั้น ลูกของฉันหรือลูกของนาย

 

 

http://37.media.tumblr.com/4b31efebc14f023267971af6099ff29c/tumblr_naf2er5Jlc1qbetfwo2_1280.jpg

Talk 3...

ตายแหง แก๊บบี้ตายแหง  image

เปเป้จะเชื่อไหมว่าแก๊บบี้ท้อง

แล้วแก๊บบี้ท้องจริงเหรอ ตอนนี้อยู่ไหนแล้ว

กลับไทยไปแล้วหรือเปล่า บลาๆ

หึๆ การเอาคืนเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้สนุกดีเนอะ image

เอาใจช่วยแก๊บบี้ต่อ อีป๋าซึนได้ใจจริงๆ image


 

Talk 2...

แก๊บบี้ ทำไมเหมือนไม่รู้จักอีป๋าเปเป้เลยเนอะimage

โอ๊ย ทำแบบนี้อีป๋าได้ขย้ำแน่ๆ ค่ะ

แต่ทำไมเค้าใจเต้น

โธ่อีป๋า จะทำยังไงกับเมียล่ะทีนี้

นิยายชุดนี้ไม่ได้ชื่อ สุดที่รักนะคะ

แต่เป็นชุด เมียที่ไม่ต้องการ มากกว่า อร๊าย

ถึงจะเลว แต่เค้าก็ฟินนะเออ image

 

Talk 1...

Song :: Die In Your Arms - Madilyn Bailey

Down Load this song >>Click!!<<

ชื่อตอนนี้เป๊ะกับเนื้อเรื่องมากค่ะ เปเป้คะ พูดน้ำเน่ามากค่ะ

เขียนเรื่องนี้แล้วได้ฟีล พ่ายรักจอมมาร ขึ้นมาเลย

ราฟาเอลก็แบบนี้ ปากแข็ง ซึน หื่น แต่ก็ร้ากรักของของมัน

แต่ว่าแก๊บบี้จะเข้มแข็งกว่าลินินเยอะค่ะ

ปล ตอนหน้าฟิลิปได้กระอักแน่นอน หึๆ


ขอยกเม้นท์เก่ามาคุยหน่อยนะคะimage

คือว่าระยะหลังมานี้ สัดส่วนคนอ่านทำให้มู่หมดกำลังใจไปเยอะเลยค่ะ image

แต่มู่ไม่กล้าพูดอะไร เพราะบางครั้งก็ไม่ได้มาอัพนิยาย ด้วยเหตุจำเป็นหลายๆ อย่าง

แต่ถึงอย่างนั้นก็พยายามอัพทุกวันเท่าที่จะทำได้ หลายเรื่อง หลายหน้าด้วย

แต่พอไม่พูด ไม่ได้ขอเม้นท์ คอมเม้นท์ก็แทบไม่มีเลย จนเดี๋ยวนี้สัดส่วนคือ 300/1

ไม่ได้โกหกค่ะ คนอ่านเป็นร้อยๆ คน แต่มีคนเม้นท์แค่ 1 คน image

ถามว่าเสียใจไหม เสียใจค่ะ เสียกำลังใจด้วย เพราะมู่ก็ใช้เวลานานพอสมควรกับการเขียนนิยายตอนหนึ่ง

พอเป็นแบบนี้เข้าก็เริ่มหมดกำลังใจค่ะ มู่ไม่อยากแบบว่า จะอัพตอนต่อไปก็ต่อเมื่อมีเม้นท์เท่านี้ๆ นะ

แต่ถ้ามันเป็นแบบนี้ต่อไปมู่ก็ไม่ไหวเหมือนกัน

ตอนนี้เลยคิดว่าจะทำยังไง ระหว่าง

1.   บอกไปเลยว่าจะอัพต่อถ้าถึงเม้นท์ที่ตั้งเอาไว้

2.   หยุดอัพไปเลย

เพราะตอนนี้งานค่อนข้างยุ่งมากๆ ค่ะ

หลายคนว่าไงมู่ก็ว่าตามนั้น ไม่ได้จะเรียกร้องอะไรนะคะ แต่ไม่มีกำลังใจแล้วจริงๆ ค่ะ image

คนอ่านอาจจะไม่รู้ว่าตอนนี้มีคนอ่านเท่าไหร่ แต่ว่าในเว็บที่จะอัพนั้นบอกเอาไว้ และมันแบบพูดไม่ออก

300/1 นี่มันทำร้ายกันเกินไปจริงๆ ค่ะ image

ถ้ามีคนบอกว่าถ้างั้นก็เลิกอัพไปเลย ก็คงไม่ทำเหมือนกันค่ะ เพราะหลายคนที่ไม่ได้ซื้อหนังสือยังติดตามอยู่

หลังจากนี้อาจจะอัพน้อยเรื่องลง อัพน้อยลง และห่างขึ้นประมาณนี้

ขอความเข้าใจด้วยจริงๆ นะคะ อ่านแล้วเม้นท์แค่เล็กน้อยว่าคุณรออ่านอยู่มันไม่มากมายไปใช่ไหมคะ

มู่อยู่ได้ก็จากกำลังใจ แต่ตอนนี้เริ่มเหนื่อยแล้วเหมือนกัน

ขอความกรุณา 1 คน/1 เม้นท์ มันไม่ยากไปใช่ไหมคะ image

เฟซบุ๊คสำนักพิมพ์สมาร์ทบุ๊ค >>Click!!<<

แฟนเพจของมู่ mu_mu_jung >>Click!!<<

ทวิตเตอร์ของมู่ (ไม่ได้เล่น แต่แจ้งอัพนิยาย) >>Click!!<<

God blessed you

’m blessed you

I http://www0.dek-d.com/06pic/dot/heart.gif Readers

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 187 ครั้ง

3,497 ความคิดเห็น

  1. #3492 Yesung_Elf (@tequilaye) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2557 / 23:54
    ปากเเข็งเกินไปแล้วแกกกกกก อยากกระชากตัวมาตบจริงๆเลยนิฟิลิป
    #3492
    0
  2. #3248 จีจี้ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2557 / 22:19
    หนุกกกกกมากกกเจ็บแทนนางเอกกก
    #3248
    0
  3. #3225 (" ) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 กันยายน 2557 / 00:20
    ท้องเล้ย
    #3225
    0
  4. วันที่ 26 กันยายน 2557 / 07:18
    รีดเป็นกำลังใจให้นะคะ แต่เวลาพระเอกใจร้ายกับนางเอกมากๆมันฟินไม่ลงอ่ะค่ะ พอฟินไปลงก็ไม่รู้จะเม้นอะไร ได้แต่หวังว่าจะมีตอนที่พระเอกนุ่มนวล ใจดีแล้วก็โดนนางเอกเอาคืนบ้าง เอาคืนในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าสุดท้ายนางเอกก็โดนคืนแบบเจ็บโคตรนะคะ เป็นแบบที่พระเอกยอมแล้วอะไรแบบนี้จะฟินกว่า สู้ๆนะคะ จะพยายามเม้น ไรเตอร์ก็อย่าใจร้ายกับนางเอกมากนะคะ
    #3114
    0
  5. #2918 yee (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 กันยายน 2557 / 01:02
    แก๊บบี้ เเย่เเน่ๆ!!
    #2918
    0
  6. #2783 uojmay (@uojmay) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 กันยายน 2557 / 02:16
    ตาหลูโตนนางเอกฮ้าย
    #2783
    0
  7. #2518 ผ่องจ้า (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 กันยายน 2557 / 14:54
    เคยอ่านนิยายของ มู่ มาหลายเรื่องเหมือนกัน แต่มันติดที่ว่า มู่อัพนิยาย ได้ประมาณ 8-9 ตอน แล้วหายไปเลย เข้าใจค่ะว่าให้ไปติดตามอ่านที่หนังสือเอง แต่ นิยายของมู่นี่ ออกแนวดียวกันเลยค่ะ พระเอกโหดร้าย นางเอกน่าสงสาร เลยพอเข้าใจแนวของเรื่อง มันทำให้คนอ่าน อ่านผ่าน ไม่เข้ามามีส่วนในเนื้อเรื่องเท่าไหร่ อ่านจนตาลาย เพราะดิฉันก็อ่านของนักเขียนท่านอื่นบ้าง เป็นแนวไทยๆ สบายๆ นางเอกเก่ง ฉลาด รักกุ๊กกิ๊ก ก็มีคนเม้นเยอะดีค่ะ รีดเดอร์ อาจชอบแนวแบบนั้นก็ได้ แบบว่า คนอ่าน อินตาม แต่ก็ยังเป็นกำลังใจให้นะคะ ถ้าหยุดอัพ มังคงค้างคาในการอ่าน เปลี่ยนแนวเป็นพระเอกใจดี ขี้นเล่นบ้างไหมค่ะ แล้วเรื่องนี้ นางเอกเธอมีโอกาสจะกุมหัวใจเปป้ไหม
    #2518
    0
  8. #2486 ink (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 กันยายน 2557 / 13:32
    สมควรละจริงต้องโดนเยอะๆนะแบบนี้
    #2486
    0
  9. #2224 noon (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 กันยายน 2557 / 16:43
    ป๋าแกจะโหดไปไหนเนี่ย เป็นใครก็หนีทั้งนั้นแหละ เหอะ......
    #2224
    0
  10. #1980 meneen (@neenny) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 กันยายน 2557 / 19:34
    น่าสงสารเปเป้ 555
    #1980
    0
  11. #1801 จ๋า (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2557 / 18:31
    สมน้ำหน้าพระเอก
    #1801
    0
  12. #1796 panatan (@panatan) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2557 / 16:24
    อ่านแล้ว...อยากจิร้องไห้
    #1796
    0
  13. #1765 Panida Wongkham (@panidaann12) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2557 / 22:28
    Fighting!!!jaa
    #1765
    0
  14. #1760 Addcilar Promsing (@teddy_) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2557 / 19:51
    เมื่อไหร่จะลงเอยนะคู่นี้ TT
    #1760
    0
  15. #1724 Nong (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2557 / 22:04
    แก๊บบี้ หนีเลยๆๆๆ
    #1724
    0
  16. #1701 akapee (@akapee) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2557 / 17:37
    มาต่อเลยๆ ค้างคา แก๊บบี้หนีกลับบ้านแล้วเนี่ย
    #1701
    0
  17. #1636 honeybew751 (@honeydew751) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2557 / 08:12
    สงสารแก็บบี้
    #1636
    0
  18. #1569 Ning (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2557 / 13:04
    ลุ้นมาก สนุกด้วย
    #1569
    0
  19. #1554 ki_jung (@nessy999) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2557 / 22:28
    ชอมทิมมี่จังเลย แก๊บบี้เราน่าสงสารมากค่า
    #1554
    0
  20. #1424 รีดเดอร์ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2557 / 16:34
    ไรเตอร์สร้างปัญหาแบบนี้สงสารแกบบี้อ่ะ
    #1424
    0
  21. #1212 BLACKHOLE (@party2499) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2557 / 00:19
    ฟิลิปเป้ นี่ มึนได้ตลอดจริงๆ
    #1212
    0
  22. #1211 PanTii (@iiz-paw-zii) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2557 / 00:15
    เค้าก็รอน๊าาาา  รอเอาคืนเปเป้  :(
    #1211
    0
  23. #1210 mint (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2557 / 23:30
    รอนะค่ะ ลุ้นๆๆๆ
    #1210
    0
  24. #1208 ปาย (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2557 / 22:55
    อัพไวๆนะจ้า
    #1208
    0
  25. #1207 naung (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2557 / 21:27
    เพิ่งไปถอยจุมพิตอสุรีมา หาตั้งหลายร้าน ด้วยความพยายามิยากอ่านมากกกก ในที่สุดก็ได้มา เหลือ 3 เล่มสุดท้ายด้วย เรื่องนี้ก็ไม่น่าพลาด จะซื้อมาอ่านแน่นอนคะ
    #1207
    0