อ้อมกอดซาตานร้าย [นิยายชุด สุดที่รัก]

ตอนที่ 2 : Satan's Embrace ♛ 01 Love Is a Burning Thing

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 23803
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 91 ครั้ง
    19 ส.ค. 57

http://33.media.tumblr.com/0eec25a4dd46cec3872ced8737c479be/tumblr_n9ufg575oK1qbetfwo1_1280.png

Satan’s Embrace 01

Love Is a Burning Thing

 

          กนิษฐาถอนหายใจเมื่อเวลาล่วงเลยผ่านไปอีกวันหนึ่งแล้ว ไม่อยากเชื่อเลยว่าภายในอาทิตย์เดียวชีวิตของเธอจะเปลี่ยนได้มากขนาดนี้ จากผู้หญิงที่น่าอิจฉากลายเป็นผู้หญิงที่ไม่เหลือใครเลยนอกจากเงาของตัวเองคอยอยู่เป็นเพื่อนเท่านั้น

          ที่ผ่านมาเป็นเหมือนความฝันที่ล่องลอยแหวกว่ายในโถน้ำผึ้งที่แสนหอมหวาน หารู้ไม่ว่าน้ำผึ้งนั้นติดไฟ กว่าจะรู้ตัวทุกอย่างก็มอดไหม้ไปหมดแล้ว น้ำผึ้งแสนหวานเหลือแค่น้ำตาลไหม้แสนขมขื่น แต่ถึงอย่างนั้นหญิงสาวก็ยังเชิดหน้าสู้ก้าวเดินต่อไปไม่ถอยหนี

            แต่ถึงอย่างนั้นกนิษฐาก็อดคิดไม่ได้เหมือนกันว่าตัวเองเหมือนคนขี้กลาด แน่ล่ะเพราะคนอื่นๆ คงไม่หนีเวลาที่มีปัญหา แต่เธอเลือกที่จะหนีไม่อยากพบเจอกับอดีตที่แสนโหดร้ายอีก ดังนั้นเมื่อถูกไล่ออกจากงานเธอเลยเก็บข้าวของออกจากห้องพักแคบๆ ของตัวเองไปด้วย ตั้งใจจะใช้ชีวิตใหม่ที่ไม่มีเงาของซาตานร้ายคอยคุกคามให้ต้องเสียใจเสียน้ำตาอีก

            เนื่องจากพอจะมีเพื่อนคนอื่นๆ อยู่บ้าง ดังนั้นเลยได้มาทำงานกับเพื่อนสาวชาวจีนชื่อเหม่ยหลินด้วยการเป็นพนักงานดูแลห้องพัก[1]ในโรงแรมหรูหลายดาว แม้งานจะหนักแต่สำหรับกนิษฐาแล้วเธอชอบเพราะจะได้มุงานจนลืมเรื่องผู้ชายใจร้ายคนนั้นไป

            เมื่อคิดถึงใบหน้างดงามหล่อเหลาของผู้ชายที่ชื่อว่าฟิลิปเป้ โฮเวเดส ขึ้นมาครั้งไหน น้ำตาก็เอ่อคลอทุกครั้ง คิดถึงช่วงเวลาที่ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน ไม่ว่าจะพยายามห้ามใจเท่าไหร่ แต่ด้วยหัวใจที่หวั่นไหวไปแล้วทำให้ตกหลุมรักเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนน่าสงสารตัวเอง

            “งานเสร็จแล้วไปไหนต่อไหมแก๊บบี้” เหม่ยหลินเอ่ยถามกับกนิษฐาด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น ทำให้คนถูกถามยิ้มบางๆ พลางคิดคำตอบไปด้วย

            “ทำหน้าแบบนี้ไม่ไปอีกแล้วใช่ไหม

            “โทษที ฉันเหนื่อยมาก อยากกลับไปนอนพักมากกว่าน่ะ” กนิษฐามองหน้าเพื่อนอย่างเสียใจ

            เธอเจอกับเหม่ยหลินตอนที่อีกฝ่ายมาทำงานที่ร้านอาหารไทยที่เดียวกัน ด้วยความที่อายุเท่ากันเลยกลายมาเป็นเพื่อนสนิท ซึ่งต่อมาเหม่ยหลินลาออกไปแต่ก็ยังติดต่อพูดคุยกันเสมอ

            “เอางั้นก็ได้ อย่ามาเสียใจทีหลังล่ะ” สาวจีนดักคอเอาไว้ กนิษฐาเลยโบกมือให้แล้วก็ถอดชุดยูนิฟอร์มออกจากตัวเพราะหมดเวลาทำงานแล้ว

          “ตามสบายเลย เที่ยวเผื่อด้วยนะ” กนิษฐาบอก พอเห็นคนอื่นมีความสุขก็ยิ้มไปด้วย

            “โอเค พรุ่งนี้ไม่มีงานด้วย จะเมาปลิ้นเลยคอยดูสิ” เหม่ายหลินว่าติดตลก

            “ไว้เจอกัน

            “บาย” สาวจีนและเพื่อนคนอื่นทยอยพากันออกจากห้องแต่งตัว เหลือแค่เพียงกนิษฐาคนเดียวที่ยังแต่งตัวและเก็บของไม่เสร็จ

            “บาย” กนิษฐาพึมพำอยู่คนเดียวทั้งที่ไม่มีใครแล้ว ดวงตาของเธอเริ่มแดงก่ำน้ำตาทำท่าไหลมาลงดื้อๆ

            รอยยิ้มที่เคยมีหายไปเมื่อในห้องแต่งตัวไม่เหลือใคร ยามที่ได้ยินคนเรียกชื่อว่าแก๊บบี้หัวใจก็พานนึกถึงคนที่ตั้งชื่อให้อยู่ร่ำไปจนน้ำตาซึม จนหญิงสาวยกมือเช็ดน้ำตาออกลวกๆ แล้วก็คว้ากระเป๋าสะพายพร้อมกับร่มออกมาจากตู้ล็อกเกอร์ของตัวเองเตรียมตัวที่จะกลับห้องพักเพื่อพักผ่อนเหมือนเช่นทุกวัน

            เธอไม่ได้เจอและติดต่อกับฟิลิปเป้เป็นอาทิตย์แล้ว ข้างกายว่างเปล่าเหน็บหนาว ไม่โกหกว่าคิดถึงจนความเจ็บปวดเอ่อล้นออกจากอก แต่ก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไง เพราะสุดท้ายแล้วก็เป็นได้มากที่สุดคือของเล่นชั่วคราวบนเตียงของเขาเท่านั้น

            มือเล็กลูบท่อนแขนของตัวเองไล่ไอละอองเม็ดฝนออกไป ช่วงนี้เข้าสู่ฤดูฝนที่ทำให้ฝนตกชุก ยิ่งทำให้ว้าเหว่เหน็บหนาวเป็นเท่าตัว เมืองเล็กๆ แห่งนี้คลาคล่ำไปด้วยผู้คน ไม่ว่าจะเดินไปทางไหนก็เห็นคู่รักทุกช่วงอายุกอดเกี่ยวแขนกางร่มคันเดียวกันเดินฝ่าสายฝนที่ตกโปรยปรายในบรรยากาศแสนโรแมนติก แต่สำหรับกนิษฐาแล้วเป็นบรรยากาศที่หนาวเยือกกัดกินหัวใจ

            ร่างบางเดินไปหยุดที่ป้ายรถบัสหน้าถนนใหญ่ที่ตัดผ่านหน้าโรงแรมที่ทำงานอยู่ เพื่อรอรถกลับห้องเช่าตามปกติเหมือนทุกวัน เธอหุบร่มลงและปัดเม็ดฝนที่เกาะตามเส้นผมเสื้อผ้าออกลูบแขนเร็วๆ เพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้ร่างกาย และในตอนนั้นเอง หนุ่มหล่อ หลุยส์ เฟิลเลอร์ นั่งรถออกมาจากโรงแรมพอดี เขามองเห็นกนิษฐาและจำได้ในทันที รีบสั่งให้คนขับรถหยุดรถและยิ้มมุมปากด้วยความรู้สึกรื่นเริง

            “ฉันจะลงตรงนี้ ให้คนขับกลับบ้านไปเลย ฉันจะให้เพื่อนมารับ” หลุยส์บอก ก่อนจะเดินลงจากรถเงียบๆ

            เขาจงใจเดินเข้าไปใกล้กนิษฐาแต่หญิงสาวไม่ได้สนใจมองแต่อย่างใด เธอยืนเหม่อรอรถบัสอย่างเงียบเชียบจนทำให้หลุยส์รู้สึกไม่ค่อยสบายใจ จากนั้นเลยยกโทรศัพท์ต่อสายหาเพื่อนคนอื่น

            “เออ ทิมเหรอ! อยู่กับฟิลิปไหมวะ กูอยู่หน้าโรงแรมของไอ้ฟรันซ์มัน เจอของดีด้วย ลากคอฟิลิปมาด่วนเลย” พูดไปแล้วก็อยากเรียกกนิษฐาให้เธอรู้สึกตัว แต่ก็กลัวว่าสาวเจ้าจะหนีไปเลยทำทีเงียบๆ ไปก่อน

            “เออน่า! กูแน่ใจเลยว่าถ้าฟิลิปมาเห็นนะ มันต้องอารมณ์ดีขึ้นแน่ เชื่อกู

 

            เวลาผ่านไปไม่นานฝนก็เทตกลงมาอย่างหนัก กนิษฐากลอกตามองไปบนท้องฟ้าแล้วก็ถอนหายใจ ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นรถบัสถึงได้มาช้ากว่าเวลาตามปกติ เธอยกข้อมือขึ้นมาดูเวลาจากนาฬิกาข้อมือก็พบว่ามันช้าไปสองนาทีแล้ว ซึ่งไม่ใช่ปกติเลยสำหรับที่นี่

            “เกิดอะไรขึ้นรึเปล่านะ” พึมพำอย่างไม่ค่อยสบายใจนัก ฝนเริ่มตกหนักเสียงฟ้าร้องก็ดังขึ้นมากเช่นเดียวกัน หญิงสาวถอนหายใจซ้ำๆ เพราะเหนื่อยและเพลียอยากจะกลับไปนอนพักผ่อนเต็มทีแล้ว สายตามองไปยังรถสปอร์ตคันหรูที่แล่นมาจอดเทียบหน้าป้ายรถบัสอย่างอุกอาจ เห็นแล้วอดคิดถึงฟิลิปเป้ไม่ได้ เพราะรายนั้นมีรถสวยๆ แรงๆ แบบนี้หลายคัน เธอมองแล้วก็เบิกตากว้างเป็นเท่าตัว เพราะหนึ่งในสองคนที่ลงมาจากรถนั้นคือฟิลิปเป้ โฮเวเดส จริงๆ

          “มึงให้กูออกมาเจอที่นี่ทำไมวะ รู้อยู่ว่ารถคันนี้นั่งได้สองคน

            กระทั่งเสียงกนิษฐาก็จำได้แม่นว่าเป็นเสียงของเขา เธอก้มหน้าลงในฉับพลันเมื่อได้ยินเสียงหัวเราะของชายคนหนึ่ง ตามมาด้วยเสียงสบถของฟิลิปเป้

            “อย่าอารมณ์เสียไปหน่อยน่า กูรอให้ไอ้เบนมารับอยู่ เดี๋ยวมึงก็ไปกับไอ้ทิมแล้วกัน อ้อ ไม่สิ ไอ้ทิมเดี๋ยวมึงก็มานั่งคันเดียวกับกูกับไอ้เบนเลยแล้วกัน” หลุยส์หัวเราะ แต่ไม่ได้ทำให้คนที่เพิ่งมาใหม่ทั้งสองคนอย่างฟิลิปเป้และทิมเข้าใจเรื่องราวด้วยเลย

            “อะไรของมึงวะ กูไม่เข้าใจเลย” ฟิลิปเป้ว่า ก่อนจะเห็นว่าหลุยส์ส่งซิกบางอย่างมาให้ ด้วยการพยักพเยิดหน้าให้มองไปข้างๆ

            คิ้วเข้มของฟิลิปเป้ขมวดแน่น แน่นอนว่าไม่ค่อยพอใจนักแต่ก็ยอมหันไปมองแต่โดยดี แต่แล้วม่านตาสีมรกตเข้มก็ขยายวาบเมื่อเห็นร่างบางที่แสนคุ้นตาที่ไม่ได้เห็นมานานแล้ว

            ทิมเองก็นิ่งไปก่อนจะหรี่ตาชักสีหน้าใส่หลุยส์ที่เห็นเป็นเรื่องตลก แต่คนที่ก่อเรื่องไหวไหล่ไม่ได้ใส่ใจอะไรทั้งนั้น

            “รออีกสักพักแล้วกัน ไอ้เบนยังไม่มา รอสักหน่อยไม่เป็นไรใช่ไหม” หลุยส์ถาม แน่ใจว่าคำตอบของฟิลิปเป้ต้องตอบว่าไม่เป็นไรแน่ เพราะอีกฝ่ายเอาแต่จ้องกนิษฐาไม่ละสายตา ราวกับเธอจะหายตัวได้ในวินาทีหนึ่งวินาทีใดข้างหน้าต่อจากนี้

            “ดูเหมือนมึงสนุกอยู่คนเดียวเลยนะ” ทิมขมวดคิ้วมุ่น ซึ่งหลุยส์ก็เอาแต่จับตามองปฏิกิริยาของฟิลิปเป้และกนิษฐาไม่ละไปไหน หญิงสาวคงรู้สึกตัวแล้ว เพราะก่อนหน้านี้ไม่ได้มองอะไรเลยนอกจากมองตรงไปข้างหน้าอย่างเดียวเท่านั้น

            ฟิลิปเป้ขยับตัวเข้าไปใกล้ ซึ่งกนิษฐาพยายามอย่างมากที่จะทำตัวให้นิ่งที่สุดเท่าที่จะทำได้ เธอรู้ว่าถูกจ้องมองแต่ไม่แน่ใจว่าใคร ได้แต่ภาวนาว่าคนคนนั้นจะไม่ใช่ซาตานร้ายที่พร่าพลาญทุกอย่างไปจากเธอในพริบตาเดียว เธอเม้มปากแกล้งขยับตัวก้าวเดินออกมาทีละก้าวเมื่อมีคนเข้ามายังป้ายรถบัสสองสามคน แต่กระนั้นก็ยังพบว่ามีคนจ้องมองไม่หยุด

            มาเถอะ รีบมาซะที เธอร่ำร้องในใจ หวังว่ารถบัสจะมาทันก่อนที่จะเสียน้ำตาให้จอมมารไร้หัวใจเห็นมันซ้ำสอง

            เพราะเดินหนีไปไกลทำให้ในที่สุดหัวไหล่ของกนิษฐาก็เปียกเพราะครึ่งหนึ่งของร่างกายพ้นจากป้ายรถบัสไปแล้ว ทุกอย่างอยู่ในสายตาของฟิลิปเป้ เขาอยากตรงไปดึงเธอเข้ามากอดเช็ดเม็ดฝนที่ทำให้ร่างกายของเธอเปียกปอนออก แต่มีอะไรบางอย่างตรึงไว้ไม่ให้ก้าวเข้าไปหาได้

            “โง่ว่ะ มองเขาตาจะถลนแล้ว ทำไมไม่เข้าไปกอดแล้วบอกว่า ฉันคิดถึงเธอ ฉันดีใจที่เจอเธอวะ!” หลุยส์พูดเบาๆ กับทิมอย่างออกรส ระหว่างที่มองว่าเพื่อนจะทำยังไงกับสาวสวยหน้าหวานคนนั้น

            “ต่อให้ตายฟิลิปมันก็ไม่พูดหรอก เสียศักดิ์ศรีของมันตายชัก” ทิมว่า เพราะรู้จักนิสัยข้อนี้ของเพื่อนดี

            “แต่มึงดูสายตามันสิวะ แทบจะกลืนกินเข้าไปทั้งตัวแล้ว ถ้ามันจะโง่อย่างนี้ กูก็จะแกล้งมันต่อไปเรื่อยๆ สนุกดี!

            “กูว่าเราสองคนไปที่นี่ก่อนเถอะว่ะ ไม่งั้นฟิลิปก็ไม่พูดซะที” ว่าแล้วทิมก็รั้งคอของหลุยส์ให้เดินออกมาด้วยกัน

            “เฮ้ย เดี๋ยวดิ กูอยากเห็นจริงๆ นะ” หลุยส์โวยวาย แต่คนลากไม่ฟังเสียง

            “เฉยเหอะน่า ฟิลิป! กูกับไอ้หลุยส์ไปก่อนนะ ไว้เจอกัน แล้วจะบอกเบนด้วยว่ามึงไม่ว่างแล้ว” ทิมบอกกับหลุยส์ ก่อนที่ท้ายประโยคจะบอกกับฟิลิปเป้ที่ยังเอาแต่จ้องมองกนิษฐาตาไม่กะพริบ

            ฟิลิปเป้รู้สึกตัว หันไปมองก็เห็นว่าเพื่อนลากคอกันขึ้นรถไปแล้ว ยังไม่เข้าใจสถานการณ์นักแต่ก็รีบหันกลับไปมองยังกนิษฐาทันที แต่กลายเป็นว่าเธอรีบกางร่มและเดินออกไปอีกทางแทนเสียนี่ เมื่อเห็นแบบนั้นก็รีบเดินตามไปทันที เขาคว้าต้นแขนของเธอได้และทำให้หญิงสาวตกใจจนทำร่มร่วงลงกับพื้น

            “แก๊บบี้” เสียงทุ้มเรียก ผลักน้ำตาที่เอ่อคลอขังขอบตานานแล้วให้หล่นร่วงทันที

            กนิษฐานึกดีใจที่ตอนนี้ฝนตก เพราะจะไม่มีใครรู้ว่าร้องไห้ต่อหน้าเขาเสียแล้ว เธอมองหน้าชายหนุ่มอย่างหวาดหวั่น พยายามบิดข้อมืออกจากเกาะกุมของเขา

            “คุณ เอ่อ ช่วยปล่อยมือหน่อยได้ไหมคะ ฉันต้องรีบกลับแล้ว” เสียงของเธอสั่นพร่านัก พยายามขอความเห็นใจแต่ฟิลิปเป้ดูไม่สนใจอะไรทั้งนั้น เขาตัดสินใจลากแขนของเธอออกมาและผลักขึ้นรถ ไม่สนใจว่ารถหรูที่หวงหนักหวงหนาจะเปียกชื้นหรือเปล่า

            ด้วยความตกใจทำให้กนิษฐาปลดล็อกประตูไม่ได้ เพราะชายหนุ่มช่วยคาดเข็มขัดนิรภัยให้เสร็จสรรพ กว่าจะถอดมันออกจากตัวได้ ฟิลิปเป้ก็ขึ้นรถพอดี

            “ฟิลิปฉันจะกลับ คุณช่วยจอดรถได้ไหม” เสียงหวานใสสั่นพร่าไม่ต่างจากจังหวะการเต้นของหัวใจ

            “เดี๋ยวจะจอด

 

            “ปล่อยฉันนะฟิลิป อย่าทำฉันนะ” กนิษฐาร้องไห้อย่างสุดทน เมื่อถูกลากตัวมายังคอนโดส่วนตัวของเขา เพียงแค่ผ่านประตูเข้ามาเธอก็ถูกผลักติดผนัง ถูกทึ้งเสื้อผ้าที่เปียกชื้นออกจากร่างกายอย่างเร่งรีบ ไม่สนใจเสียงร้องห้ามของเธอแม้แต่น้อย

            “ฟิลิป อย่า” เสียงหวานถูกดูดกลืนหายไปด้วยรสจูบดุดัน เขางับริมฝีปากของเธอแรงๆ คล้ายจะหยอกเย้า ก่อนจะสอดเรียวลิ้นร้อนชื้นเข้าไปยั่ว สองมือลูบคลำหนักหน่วงขึ้น บดเคล้าทุกจุดอ่อนไหวของหญิงสาวให้ยอมศิโรราบแต่โดยดี

            “ไม่ได้เจอกันนานเลยนะแก๊บบี้” คำพูดของฟิลิปเป้เหมือนกับจะบอกว่าคิดถึงอย่างถึงที่สุดแล้ว เขาเบียดร่างกายเข้าหาเธออย่างจงใจ มือหนาประคองเรียวคองามระหงจนหน้าหวานแหงนหงาย ก่อนที่จะบดจูบเคล้าคลึงไม่ยอมให้หยุดพักหายใจ

            เสื้อผ้าของทั้งฟิลิปเป้และกนิษฐาหล่นระพื้นทีละชิ้นระหว่างทางที่ชายหนุ่มอุ้มร่างบางไว้กับอกและพาเดินไปยังเตียงนอนกว้างด้วยความมุ่งมาดปรารถนา

            หญิงสาวแสนจะเจ็บปวดใจที่พ่ายแพ้เขาครั้งแล้วครั้งเล่า หลังจากจบบทรักที่แสนรุ่มร้อนแล้วร่างกายเธอก็เปลี้ยไปทั้งตัว นอนคว่ำหายใจรวยรินบนเตียงโดยมีร่างสูงใหญ่ที่อุ่นระอุแนบชิดอยู่ทางด้านหลัง เขาพรมจูบแผ่นหลังบอบบาง จูบเล็มไล้ผิวกายขาวๆ จนแดงจ้ำก่อนจะจูบไปถึงท้ายทอย มือหนาเลิกเส้นผมที่เปียกชื้นขึ้นก่อนจะจับยกร่างเล็กมานอนซบบนอกแทน

            “เหนื่อยไหม?” เสียงทุ้มถาม แต่กนิษฐาเม้มปากแน่นไม่ยอมตอบทั้งยังหลับตาไม่อยากสบตากับเขาด้วย

            “แล้วเจ็บรึเปล่า” คำถามนั้นทำให้หญิงสาวกัดริมฝีปากจนแทบห้อเลือด ต่อให้เจ็บเจียนตายเธอจะไม่มีทางปริปากบอกอย่างเด็ดขาด

            “เมื่อกี้ร้องไห้ เจ็บหรือว่าโกรธ” ฟิลิปเป้ยังเพียรถามอย่างเอาแต่ใจ แต่ละคำถามไม่คิดถึงคนตอบว่าจะทำสีหน้ายังไง

            “ท่าทางยังเจ็บอยู่สินะ เดี๋ยวนอนพักสักหน่อยก็แล้วกันนะแก๊บบี้” ชายหนุ่มยิ้ม กอดเธอไม่ห่างเห็นหน้าหวานพลิกไปอีกด้านเหมือนไม่อยากให้มองก็เอ็นดู จูบหนักๆ ตามหน้าผากเนียนและซับน้ำตาให้อย่างอ่อนโยน

            “เรากลับมาเป็นเหมือนเดิมไหม?” เขาถาม ทำให้กนิษฐาเปิดเปลือกตาขึ้นแล้วหันไปสบตากับเขาอย่างไม่เข้าใจ

            จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่เข้าใจว่าชายหนุ่มต้องการจะบอกอะไรกันแน่ แต่ที่รู้เธอจะไม่มีวันโง่ถูกหลอกซ้ำสองแน่

            “ตกลงไหมล่ะ ถ้าไม่เชิญเก็บเสื้อผ้าเปียกๆ ชื้นๆ สวมแล้วก็กลับบ้านไปซะ อย่ามารบกวนเวลานอนของฉัน” ฟิลิปเป้บอกอย่างเย็นชา ผิดกับความอ่อนหวานก่อนหน้านี้ลิบลับ

            กนิษฐารีบลุกจากเตียง มองหน้าเขาทั้งน้ำตาแล้วก็คว้าซับในชิ้นเล็กที่ยังชื้นๆ อยู่สวม ก่อนจะหาเสื้อผ้าใส่อย่างลนลาน

            ฟิลิปเป้เท้ามือลงกับเตียง มองดูกนิษฐาที่ร้องไห้สะอึกสะอื้นสวมเสื้อผ้าอย่างเร่งรีบ ก่อนจะยกมือขึ้นเสยผมตัวเองแต่ตาไม่ละไปจากร่างเล็กเลย

            “เอาเงินไหม มีใช้รึเปล่า?” เขาถามไป ก่อนจะหัวเราะเมื่อหญิงสาวตะคอกเสียงสั่นๆ กลับมา

            “ไม่จำเป็น!” เธอว่าก่อนจะมองหากระเป๋าและเดินออกมาทั้งน้ำตา

            ชายหนุ่มเลิกคิ้วมองตามไปลุกขึ้นจากเตียงแล้วก็หยิบเงินปึกหนึ่งยัดใส่ในมือของคนตัวเล็ก ยังรู้สึกโหยหาต้องการร่างเล็กอยากให้กลับมาอยู่ในอ้อมแขนเหมือนก่อนนี้ แต่จะยอมปล่อยเธอไปก่อน

            “อย่าหยิ่งน่ารับไว้เถอะ ค่าที่เราสนุกกันเมื่อกี้” ฟิลิปเป้บอก แต่หญิงสาวดื้อดึงไม่มองแม้แต่แวบเดียว เธอรีบสวมเสื้อผ้าลวกๆ ไม่รู้ตัวกระทั่งว่ากลัดกระดุมผิดๆ ถูกๆ คนมองก็เอาแต่ยิ้มมองเธอลนลานออกจากห้องไปด้วยสายตาเจ้าเล่ห์

            ร่างสูงขยับตัวบนเตียงอย่างเกียจคร้านแล้วก็หยิบเอาโทรศัพท์มือถือมาต่อสายหาคนสนิท ระหว่างที่ค่อยๆ พาตัวเองลุกขึ้นเต็มความสูงและเดินไปยังหน้าต่าง เขารูดม่านที่บังผนังด้านหนึ่งที่ทำมาจากกระจกตลอดแนวมองเห็นทิวทัศน์ของกรุงลักเซมเบิร์กอย่างเฉื่อยชา

            “ครับนาย

            อองเดร นายเห็นผู้หญิงที่เพิ่งออกจากห้องฉันไปไหม” เขาถาม แน่ใจว่าทุกอย่างอยู่ในสายตาของการ์ดฝีมือเยี่ยมเรียบร้อยแล้ว

            “เห็นครับ” การ์ดตอบ เพราะหญิงสาวเพิ่งผ่านไปเมื่อครู่นี้เอง

            “ตามไป แต่อย่าให้เธอรู้ว่านายตามไป สืบจนรู้ว่าเธออยู่ที่ไหนยังไงแล้วค่อยกลับมา” ฟิลิปเป้ออกคำสั่ง อยากรู้ว่ากนิษฐาจะเก่งได้กี่น้ำกัน

            “ครับ” อองเดรรับคำสั่งจากนั้นเขาก็ตัดสัญญาณโทรศัพท์ ขยับตัวเดินเข้าห้องน้ำอย่างสบายอารมณ์ ไม่ได้รู้สึกอนาทรร้อนใจกับสิ่งที่ได้ทำลงไปเลยสักนิด

            “เธอสู้ฉันไม่ได้หรอกแก๊บบี้ เธอจะหนีไปไหนรอด

 

            กนิษฐาเช็ดน้ำตาออกจากใบหน้าไม่สำเร็จ ไม่ว่าจะพยายามเช็ดมันออกเท่าไหร่มันก็ไหลรินมากกว่าเดิมเท่านั้น ยิ่งขยี้ตาก็ยิ่งเจ็บสุดท้ายดวงตาก็บวมแดงก่ำ ต้องก้มหน้านิ่งเพื่อไม่ให้ใครเห็นความน่าสมเพชของตัวเอง ร่างกายอ่อนเปลี้ยเดินแทบไม่ไหว แต่เจ็บที่ใจมากกว่าอะไรทั้งนั้น

            ถึงตอนแรกเธอจะรักเขา ชอบเขามากเพียงไร ก็เต็มใจทำด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการออดอ้อน การหอมแก้ม หรือแม้แต่การจุมพิตแผ่วเบาเพื่อแสดงออกว่ารักมากแค่ไหน

            แต่ตอนนี้ฟิลิปเป้ทำเหมือนเธอเป็นแค่วัตถุทางเพศที่จะเหยียบย่ำตอนไหนเมื่อไหร่ก็ได้ นึกอยากได้ก็คว้ามา เบื่อหน่ายก็ทอดทิ้งอย่างไม่ไยดี คล้ายกับว่าถูกฉกฉวยเอาหัวใจไปจากอกโดยที่ไม่ทันได้ตั้งตัว แล้วก็ถูกเอาไปรองใต้เท้าให้เขาเหยียบย่ำเล่น

            เธอกลับมาถึงห้องพักด้วยความเหนื่อยล้าทั้งกายใจ ไม่สนใจว่าจะเหนียวเหนอะไปทั้งตัวมากแค่ไหน ล้มตัวลงนอนบนเตียงนอนขนาดเล็กและหลับไปซะดื้อๆ ด้วยความอ่อนล้าทั้งกายใจ ไม่ได้รู้เลยว่าหน้าห้องมีคนมาหยุดตรงนั้นและสำรวจอย่างละเอียดยิบ

            “นายครับ ผมเจอที่พักคุณแก๊บบี้แล้วครับ” อองเดรรายงานไปตามสาย ไม่รู้ว่าฟิลิปเป้จะคิดยังไงที่กนิษฐาซ่อนตัวให้หอพักเก่าๆ ซอมซ่ออย่างนี้

            “งั้นเหรอ ดี

            “นายจะให้ผมทำยังไงต่อครับ” เขาถามต่อ สงสัยว่าเจ้านายใจร้ายคิดจะทำอะไรกับของเล่นชั่วคราวที่เขี่ยทิ้งไปแล้ว

            “นายกลับมาก่อน ฉันจะเข้าไปดูงานหน่อย”

            “ครับ”

            ถึงจะสงสัยอยากรู้ว่าฟิลิปเป้จะจัดการกับสาวสวยคนนี้ยังไงแต่อองเดรคิดว่าต่อไปคงมันหยดแน่ คนอย่างฟิลิปเป้ โฮเวเดส ไม่ชอบให้ใครมาอวดดื้อถือดีด้วย ก็ไม่รู้ว่ากนิษฐาดื้อดึงใส่ท่าไหนเลยถูกจองอาฆาตอย่างนี้ เขาตัดสายไปและเดินออกมาอย่างเงียบเชียบเช่นเดียวกันตอนที่เข้ามา

            วันรุ่งขึ้นกนิษฐาไปทำงานด้วยสภาพที่แสนโทรม เพื่อนที่ทำงานด้วยกันถึงกับตกใจกับสภาพของเธอที่เห็น ต่างซักไซ้ว่าเกิดอะไรขึ้น หญิงสาวก็ได้แต่บอกไปว่าตากฝนเมื่อวานเลยเป็นไข้และมีสภาพอย่างที่เห็น

            มันเป็นเรื่องจริงที่เธอเป็นไข้ แต่ไม่แน่ใจว่าเพราะตากฝนหรือถูกรังแกจนต้องร้องไห้ตาบวมกันแน่ กระนั้นก็ยังกัดฟันทนทำงานไม่ปริปากบ่นอะไรทั้งนั้น โทษเป็นความผิดของคนใจร้ายคนนั้นตั้งใจว่าจะไม่ขอเห็นหน้าหรือญาติดีกับเขาอีกตลอดชีวิตนี้

            แล้วก็มาคิดเรื่องสำคัญได้ก็ตอนช่วงพักเที่ยงระหว่างที่พักทานอาหารกลางวันกับเพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ ซึ่งคุยกับเรื่องทั่วไปและวกไปถึงพนักงานคนหนึ่งที่ตอนนี้ลาออกจากที่ทำงานไปแล้ว

            “ลอร่าที่ลาออกไปได้ยินว่าท้องได้ห้าเดือนแล้วนะ” เสียงหนึ่งเอ่ยขึ้น และทำให้กนิษฐาเย็นวาบไปทั้งร่าง

            เธอลืมไปสนิทใจเรื่องการป้องกันตัวเอง จำไม่ได้เลยว่าฟิลิปเป้ป้องกันหรือเปล่า แต่ผู้ชายอวดดื้อถือดีเย่อหยิ่งไม่เป็นสองรองใครคนนั้นคงไม่เสียเวลาคิดเรื่องนี้แน่ เพราะถ้าหากว่าตนเองท้องขึ้นมาจริงๆ คงถูกเขาเอาเงินฟาดหัวให้เอาเด็กออกแน่ ไม่ใช่ว่ามองโลกในแง่ร้ายเกินไปแต่เมื่อวานก็เห็นชัดแล้วว่าเขาเป็นคนแบบไหนกันแน่

            แต่ก่อนเคยคิดว่าฟิลิปเป้เป็นสุภาพบุรุษที่แสนดี เขาซื่อตรงและเสมอต้นเสมอปลายเป็นคนดีที่ยากจะหาใครเหมือน ไม่คิดว่าจะมาชอบพอผู้หญิงเอเชียหน้าตาธรรมดาๆ อย่างเธอ มารู้ทีหลังว่าเป็นเพียงการพนันอย่างหนึ่งก็ชอกช้ำน้ำตาตกใน เมื่อวานนี้เขาก็คงพนันกับเพื่อนเหมือนเคย เพราะเจอกลุ่มเพื่อนของเขาที่สนิทกันที่ป้ายรถบัสด้วย

            “ท้องกับใครน่ะ”

            “ไม่รู้สิ ไม่อยากจะว่าหรอกนะ แต่ลอร่าคบผู้ชายหลายคนน่ะ นี่ก็ไม่รู้คิดยังไงปล่อยให้ตัวเองท้อง งานนี้ก็ใช่ว่าจะได้เงินดี การจะเลี้ยงเด็กคนหนึ่งไม่ใช่ว่าจะเลี้ยงได้ง่ายๆ นะ”

            ใช่ ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย กนิษฐาคิดในใจ ช่องท้องบิดมวนจนแทบทนไม่ไหว ชีพจรที่ขมับเต้นตุบๆ ปวดหัวจนน่ากลัว

            “เป็นฉัน ฉันจะเอาออก ยังไม่พร้อมอะไรสักอย่าง ไม่ไหวหรอก”

            กนิษฐาฟังเพื่อนคุยกันไม่ได้ออกความคิดเห็นใดๆ ทั้งนั้น เธอกัดปากแน่นด้วยความว้าวุ่นใจ สมองครุ่นคิดนับรอบเดือนของตัวเองไปด้วย ไม่ใช่แค่เรื่องวานนี้ แต่ครั้งก่อนด้วย ถึงจะแค่ครั้งเดียวแต่มันไม่ปลอดภัยเลย หน้าหวานซีดลงทุกขณะ เหงื่อซึมจนฝ่ามือ ท้ายทอยที่รวมผมไว้เรียบร้อยชื้นไปด้วยเหงื่อเม็ดเล็กละเอียด

            “แก๊บบี้ เป็นอะไร หน้าซีดเชียว” เหม่ยหลินถามขึ้นเมื่อเห็นว่ากนิษฐาเงียบไปนาน หันไปมองอีกเพื่อนก็หน้าขาวซีดจนกลัวว่าจะเป็นลมเป็นแล้งเอา

            “เอ่อ ไม่ค่อยสบายน่ะ ปวดหัว เวียนหัวยังไงไม่รู้” ตอบไปเสียงสั่น เพิ่งรู้ว่าตัวเองกลัวได้มากขนาดนี้ คิดอะไรไม่ออกสับสนเลอะเลือนคิดวันที่ประจำเดือนครั้งสุดท้ายได้เสียที

            “จะกลับก่อนไหมล่ะ บอกหัวหน้า[2]ก่อนก็ได้” เพื่อนสาวชาวจีนบอก แต่กนิษฐาส่ายหน้าหวือ ด้วยกลัวว่าจะเสียรายได้ไป

            “ไม่ล่ะ เรายังไหวอยู่”

            “แน่ใจนะว่าไหว ไม่สบายน่าจะนอนพักนะ เป็นหนักขึ้นมาจะแย่เอา วันนี้งานไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ด้วย” เพื่อนอีกคนพูดเสริม แต่กนิษฐายังยืนยันคำเดิม

            “ไม่เป็นไรจริงๆ เอ่อ แถวนี้พอจะมีร้านขายยาบ้างหรือเปล่า” เสียงหวานถามอย่างระมัดระวัง เธอเพิ่งย้ายมาที่นี่เลยยังไม่ค่อยคุ้นทางเท่าไหร่นัก และกลัวว่ายิ่งปล่อยให้นานไปกว่านี้จะยิ่งลำบาก

            “ใกล้ๆ หอพักเธอก็มีนะ ออกถนนด้านหน้าเลี้ยวขวาเดินไปเรื่อยๆ ก็เจอ” เหม่ยหลินบอก กนิษฐาเลยพยักหน้าขอบคุณและไม่ได้พูดอะไรอีก

            เมื่อไหร่นะ วันไหนกัน วันไหน คิดให้ออกสิ คิดให้ออก กนิษฐาพยายามคิดอย่างหนัก ไหนจะเรื่องอาทิตย์ที่แล้วอีกซึ่งลืมไปสนิทใจ ถ้าหากว่าพลาดพลั้งตั้งท้องลูกของซาตานขึ้นมาคงเป็นเรื่องใหญ่แน่ ดีไม่ดีฟิลิปเป้อาจคิดว่าเธอตั้งใจปล่อยให้ท้องเพื่อจับเขาก็ได้ เธอกลัวจนน้ำตาซึมก่อนจะขอตัวกับเพื่อนๆ ก่อนที่จะเสียน้ำตาและทำให้คนอื่นสงสัยว่าแท้จริงแล้วเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับเธอกันแน่

            แต่สุดท้ายกนิษฐาก็ยิ้มออก เพราะในช่วงเย็นก่อนเวลาเลิกงานเธอมีประจำเดือนพอดี และขอยืมผ้าอนามัยจากเพื่อนเนื่องจากไม่ได้เตรียมเผื่อมาด้วย ที่ผ่านมามีเรื่องหลายอย่างเหลือเกินที่เกิดขึ้นเลยลืมเรื่องนั้นเรื่องนี้ตลอดเวลา เธอสบายใจมากขึ้นและทุกอย่างแสดงออกทางสีหน้าแววตาทุกอย่าง เหม่ยหลินก็เอ่ยปากแซวขึ้น

            “พอเลิกงานแล้วอารมณ์ดีเชียวนะ มีเดทหรือเปล่า

            “เปล่า ไม่มีเลย” เสียงหวานตอบระหว่างที่เปลี่ยนเสื้อผ้าและเก็บของไปด้วย

            “แล้วยังติดต่อกับสุดหล่อคนนั้นอยู่หรือเปล่า ชื่ออะไรแล้วนะ” เหม่ยหลินว่า ยังจำได้รางๆ ว่าเพื่อนมีคนคบหาด้วยแล้ว แต่ไม่เคยเจอตัวจริงได้ยินจากปากของเพื่อนเท่านั้น

            “เลิกแล้วล่ะ

            “อ่ะจริงง่ะ เสียดายยังไม่เห็นหน้าเลย” สาวจีนบ่นอุบ ขณะที่กนิษฐายิ้มเศร้ากับตัวเอง

            “อย่าเจอเลย ผู้ชายพรรค์นั้นน่ะ

 

            จากที่ตั้งใจจะไปซื้อยาคุมฉุกเฉินมากินไว้ป้องกันก่อน แต่กนิษฐาได้ซื้อผ้าอนามัยมาแทน เธอยิ้มและสบายใจมากขึ้นคิดว่าคงหลุดพ้นจากเรื่องร้ายแล้ว และตั้งใจว่าจะเดินทางกลับเมืองไทยหลังจากนี้ แม้ว่าจะเหนื่อยลำบากมากกว่าที่นี่แต่ก็คิดว่าคงจะลืมเรื่องราวทุกอย่างได้และได้เริ่มต้นใหม่เสียที

            ทว่าเมื่อกลับไปถึงห้องพักก็ต้องเปลี่ยนอารมณ์แทบไม่ทัน ตอนที่เปิดประตูเข้าไปและเจอกับเฟอร์นิเจอร์เครื่องเรือนที่ไม่คุ้นตาจนสับสนว่าเข้าผิดห้องหรือเปล่าจนต้องถอยกลับไปมองเลขหน้าห้องอีกครั้ง

            “ก็มาถูกแล้วนี่” พึมพำกับตัวเองอย่างไม่เข้าใจ เธอตั้งใจจะไปถามเจ้าของหอพักให้เข้าใจว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่ แต่ก็ถูกดันหลังให้เดินเข้าห้องอย่างละมุนละม่อมแต่มันทำให้เธอสะดุ้งสุดตัว หันไปมองด้วยความตกใจ

            ฟิลิปเป้” หญิงสาวพูดเป็นเสียงกระซิบ ถอยหลังกรูดเพราะไม่รู้ว่าภาพที่เห็นตรงหน้าเป็นของจริงหรือภาพมายากันแน่

            “กลับมาแล้วเหรอ ไปอาบน้ำเถอะ ได้กลิ่นน้ำยาถูพื้นจากเธอแล้วเกลียดจริงๆ ไอ้กลิ่นคนจนเนี่ย

            น้ำเสียงแสนเย่อหยิ่งนั้นทำให้กนิษฐาชาวาบไปทั้งตัว แน่ใจว่าไม่ได้ฝันหรือคิดไปเองแน่ คนที่อยู่ต่อหน้าตอนนี้คือฟิลิปเป้ โฮเวเดส ตัวจริงเสียงจริง หลังจากตั้งสติได้ก็คิดว่าจะหนี ทว่าแค่ก้าวเดียวเท่านั้นชายหนุ่มก็คว้าโซ่และแม่กุญแจคล้องกับประตูห้องเอาไว้แน่นหนา เขาสั่งให้คนมาจัดการทุกอย่างในห้องนี้หมดแล้ว และเผื่อไว้ทุกสถานการณ์ด้วย อย่างเช่นตอนนี้ เขาทำกลอนล็อกเพิ่มและมีช่องเผื่อไว้สำหรับคล้องแม่กุญแจอีกชั้น

            “ในห้องน้ำมีสบู่ใหม่ให้ใช้ ไปอาบน้ำซะ บอกแล้วไงว่าเหม็นสาบคนจน”

            “เลว” กนิษฐาพูดลอดไรฟันด้วยความแค้นใจ ขณะที่คนถูกว่ายิ้มรับหาได้สะทกสะท้านแต่อย่างใด

            “จะไปอาบดีๆ หรือว่าต้องให้ใช้กำลังบังคับล่ะ ฉันอาบให้เอาไหม แต่ขอค่าอาบให้ด้วยนะ” ฟิลิปเป้หรี่ตาลงทำแววตาเจ้าเล่ห์พาให้คนตัวเล็กร้อนผ่าวไปทั้งตัว เธอเม้มปากแน่นมองเขาอย่างแค้นเคืองก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไม่มองหน้าไม่สบตาด้วยอีก

            “คนเลวฉันรู้นะว่าคุณทำแบบนี้ทำไม” เธอกระซิบกับตัวเองอย่างแค้นๆ ใช้หลังมือเช็ดน้ำตาออกไป เขาคงอยากได้ที่ระบายอารมณ์และอยากเอาชนะเท่านั้น

            “แต่อย่าหวังว่าจะทำอะไรได้” เพราะมีรอบเดือนดังนั้นกนิษฐาเลยแน่ใจว่าอีกเดี๋ยวเขาต้องกลับไปแน่

            แต่พอหลังจากอาบน้ำเสร็จและบอกความจริงข้อนี้กับเขาไป ฟิลิปเป้กลับทำหน้านิ่งไม่รู้สึกรู้สาอะไร

            “แล้วไงเหรอ ยังกอดได้ยังหอมได้นี่ ไม่ทำเรื่องนั้นก็ได้”

            กนิษฐาอึ้งงันไป กำลังจะพูดบางอย่างแต่ร่างสูงเข้ามาสวมกอดแนบแน่นจนใบหน้าหวานซบลงกับอกกว้างในที่ที่เคยซุกซบมาตลอด ได้กลิ่นกายหอมสะอาดที่คุ้นเคยทำให้ความอ่อนแอทะลักเอ่อท่วมหัวใจอย่างยั้งไม่อยู่ แต่วินาทีต่อมาเธอก็ชาไปทั้งร่างราวกับถูกน้ำร้อนเทรดรินตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า

            “โอ๊ะ มีประจำเดือนจริงๆ ด้วยสินะ งั้นไปดีกว่า กอดอย่างเดียวมันไม่ฟิน” ชายหนุ่มผละออกห่างเมื่อลูบไล้สะโพกเนียนและสัมผัสผ้าอนามัยที่คนตัวเล็กใส่รองอยู่ คล้ายกับผลักไสให้หญิงสาวหลงทางกลางทะเลทรายที่ร้อนมอดไหม้ในกลางวัน และหนาวบาดใจในกลางคืน

            “งั้นไปนะ ไว้เจอกัน ฉันซื้อเตียง ที่นอน พวกเครื่องใช้ไฟฟ้าแล้วก็ทีวีให้แล้ว ห้องเปล่าๆ มันคงเหงาน่าดู ดูหนังไปก่อนแล้วกัน ประจำเดือนหมดเมื่อไหร่แล้วฉันจะมาหานะ” พูดจบฟิลิปเป้ก็คว้าเสื้อสูทที่โยนลงบนโซฟาตัวสวยขึ้นพาดบ่าก่อนจะยิ้มให้และเดินไปปลดแม่กุญแจเดินออกไปเงียบๆ ทิ้งให้กนิษฐาอึ้งงันอยู่ที่เดิม น้ำตาไหลด้วยความเจ็บใจที่ทำได้แค่มอง ไม่สามารถเข้าไปทุบตีทำร้ายเขาได้อย่างใจคิด

            “ไอ้คนเลว…!

            กนิษฐาใช้เวลาอยู่วันหนึ่งเต็มๆ ในการขนย้ายข้าวของที่ฟิลิปเป้ซื้อมาทิ้งไว้ในห้องออกไป เธอโทรไปลางานและบอกให้เจ้าของหอพักมายกของออกไปให้เหลือแต่ของเดิมที่เคยมีอยู่ แต่นอร์ร่าสาวใหญ่เจ้าของห้องเช่าบอกว่าซาตานร้ายคนนั้นขนเฟอร์นิเจอร์เก่าๆ ออกไปหมดแล้ว เหลือแค่ของใหม่ที่เขาซื้อเข้ามา

            “งั้นก็เอาออกไปให้หมดเลยค่ะ เหลือแค่ห้องกับฟูกนอนไว้ก็พอ ถ้าคุณไม่อยากได้ ฉันจะติดประกาศให้คนอื่นที่อยากได้มาขนออกไปเอง” หญิงสาวบอกเสียงเรียบ ทำให้นอร์ร่าต้องรีบพูดทันที

            “เดี๋ยวฉันจัดการเอง เธอนั่งอยู่เฉยๆ เถอะ หน้าซีดไปนะ ไม่สบายล่ะสิ ฉันจะให้คนมาขนออกไปเอง” เจ้าของห้องพักรีบบอก และสั่งให้ญาติของตนเองที่อยู่ใกล้ๆ กันมาขนของออกจากห้องเพราะเจ้าของห้องไม่ต้องการมัน ของแต่ละชิ้นล้วนหรูหราราคาแพงลิ่วเรื่องอะไรจะไม่อยากได้

            ดวงตากลมโตของกนิษฐาว่างเปล่าพอๆ กับห้องพักสี่เหลี่ยมเล็กๆ ที่ตอนนี้ไม่เหลืออะไร และบอกกับนอร์ร่าอีกครั้งอย่างชัดเจน

            “คุณอย่าให้เขาเข้าห้องอีกได้ไหม ไม่อย่างนั้นฉันจะเอาเรื่องคุณ เพราะมีสัญญาทุกอย่างถูกต้อง”

            “ก็แหม เขาบอกว่าเป็นแฟนเธอนี่ ฉันจะรู้ได้ยังไงว่าเขาโกหก” นอร์ร่าบอกแบบนั้นทำให้กนิษฐาถอนหายใจอย่างเหนื่อยล้า เธอรู้ดีว่าทำไมฟิลิปเป้ถึงเข้าห้องได้อย่างง่ายดาย เพราะสาวใหญ่ตรงหน้ากระหายเงินซะขนาดนี้ ซาตานร้ายแค่ทิ้งเศษเงินนิดๆ หน่อยๆ ก็เปิดทางได้แล้ว

            “ฉันสัญญาน่า ไม่มีเรื่องอีกแล้ว แต่ของทุกอย่างนี่ฉันยกไปได้เลยใช่ไหม”

            “เอาไปเถอะ ฉันอยากนอนพักแล้ว” กนิษฐาบอก และปิดประตูลงเมื่อทุกคนออกไปจากห้องหมดแล้ว ร่างเล็กเดินไปที่มุมห้องที่มีฟูกนอนกับหมอนและผ้าห่มอีกผืนวางอยู่ตรงนั้น เธอล้มตัวลงนอนและหลับไปด้วยความเหนื่อยอ่อนท่ามกลางสายในที่เทกระหน่ำลงมาอย่างหนักไม่ขาดสาย คล้ายจะร้องไห้เป็นเพื่อนคนที่หัวใจย่อยยับไม่เหลือชิ้นดี

 

          ฟิลิปเป้เดินย่ำเท้าตรงไปยังห้องพักของกนิษฐาอย่างไม่ลังเล ทิ้งรอยเท้าที่มีหยดน้ำเพราะฝ่าสายฝนมาไว้ตามทางเดินอย่างไม่ยี่หระ เขาไม่สนใจว่านอร์ร่าจะพูดอะไร แต่ส่งเช็คเงินสดไปให้สาวใหญ่ก็หุบปากเงียบเดินกลับไปที่ห้องพักซึ่งเป็นสำนักงานหอพักได้อย่างง่ายดาย

            “หึ” เขาแค่นหัวเราะในคอ และใช้กุญแจเปิดประตูห้องพักเก่าๆ เข้าไป

            แล้วก็ต้องขมวดคิ้วนิ่วหน้าเพราะข้าวของที่ซื้อไว้ก่อนหน้านี้อันตรธานหายไปหมดไม่เหลืออะไรเลย เขาควานมือเปิดสวิตช์ไฟข้างผนัง ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อเห็นว่าพื้นเจิ่งนองไปด้วยน้ำฝนที่เอ่อซึมเข้ามาด้านใน กวาดสายตามองไปรอบๆ เห็นร่างเล็กนอนคุดคู้บนฟูกนอน ท่ามกลางเสียงฟ้าร้องและสายฝนที่ยังตกกระหน่ำไม่ลืมหูลืมตา รีบเดินเข้าไปและพบว่าเธอมีไข้สูงครางเสียงแผ่วเพ้อไม่ได้สติ และมีรอยเลือดเปื้อนฟูกนอนอย่างน่าตกใจ

            “ยัยบ้าเอ๊ย!!

            พอช้อนร่างเล็กไว้ในอ้อมแขนก็ยิ่งกว่าตกใจเพราะเนื้อตัวของเธอร้อนรุมๆ และเปียกชื้นไปทั้งตัวเพราะห้องพักแห่งนี้ทรุดโทรมลง เพราะก่อนหน้านี้มีเฟอร์นิเจอร์ของตกแต่งหนักๆ ถมไว้ในห้องทำให้พื้นทรุดผนังร้าว ยิ่งอยู่ชั้นล่างสุดเลยทำให้น้ำซึมไหลบ่าเข้ามาเพราะหอพักแห่งนี้เก่าทรุดโทรมอย่างมาก

            “ฟิลิปเป้” เจ้าของชื่อไม่รู้ว่าคนที่ละเมอพูดนั้นมีสติอยู่ไหม เขาก้าวออกมาอย่างรีบเร่งร้อนใจที่เห็นเธอมีสภาพน่าสงสารอย่างนี้ คิดว่าจะได้ยินคำพูดอ้อนวอนและยอมแพ้เป็นแก๊บบี้ที่อ่อนหวานช่างอ้อนคนเดิมที่ชอบมาคลอเคลียเหมือนลูกแมวน้อย แต่ก็ทำหน้าไม่ถูกเมื่อได้ยินคำพูดต่อมาของเธอ

            “คนเลว

 

            กนิษฐาไม่คุยไม่มองหน้าคนตัวโตที่มาเป็นบุรุษพยาบาลจำเป็น คอยวอแวไม่ห่าง เห็นแล้วก็อยากจะเอาอะไรฟาดหัวนักที่เขาไม่พูดไม่รู้เรื่องเอาซะเลย

            “ไม่เข้าใจเหรอว่าทำไมเธอต้องย้ายห้อง!ฟิลิปเป้พูดขึ้นอย่างมีอารมณ์ ฟาดรูปถ่ายหลายใบที่ให้คนไปถ่ายบรรยากาศห้องพักที่สุดโทรมของเธอมาให้ดู

            เพราะผนังที่แตกร้าวน้ำรั่วซึมเข้ามาทำให้ห้องพักเก่าๆ ที่เธอพักอาศัยอยู่นั้นเปียกซึมไปด้วยน้ำที่เอ่อขังไปทั้งห้อง เขาเอาเรื่องนี้มาบอก ตั้งใจจะคุยให้ดีๆ เข้าใจแต่กลายเป็นว่าถูกปฏิเสธตอกหน้าอย่างไร้เยื่อไย พูดแค่ว่ายังไงก็จะอยู่ที่นั่นไม่ย้ายไปไหน

            “เธอตั้งใจหาเรื่องฉันเหรอ!?” ซาตานร้ายเป่าลมหายใจเป่าปลายจมูกแรงๆ เพื่อระงับอารมณ์โกรธเอาไว้

            “เธอรู้ไหม ว่าฉันพาเธอมาโรงพยาบาลเพราะเธอป่วยเป็นไข้ทับระดู ถ้าฉันไม่เข้าไปช่วยเธอเมื่อวาน ป่านนี้ได้ปอดชื้นปอดบวมตายเพราะนอนแช่ฟูกที่อิ่มไปด้วยน้ำสกปรกๆ นั่นแล้ว!!

            “ฉันไม่ได้ขอร้องนี่คะ” เสียงหวานที่ติดจะแหบพร่าเล็กน้อยกล่าวเนิบช้า ยิ่งทำให้โทสะของฟิลิปเป้ลุกเป็นไฟ

            “ไงนะ อะไรนะ ไม่ได้ขอร้อง” เขาหัวเราะทั้งที่เรื่องไม่ตลกเลยสักนิด

            “สรุปว่าฉันโง่เองใช่ไหมที่เป็นคนอุ้มเธอออกมา สภาพเธอแย่ยิ่งกว่าหนูขี้เรื้อนซะอีก!” ชายหนุ่มตั้งใจพูดให้เห็นภาพ ซึ่งกนิษฐาก็แค่นหัวเราะมองภาพนั้นได้ชัดเจนกระจ่างอยู่ในใจ

            “ถ้ามันสกปรกแล้วคุณอาบน้ำล้างตัวหรือยังล่ะคะ” คนป่วยย้อนกลับมาเสียง ทำให้คนฟังทนไม่ไหวยกเท้าถีบเตียงนอนแรงๆ

            กนิษฐาช้อนสายตาว่างเปล่าเย็นเยียบมองอย่างไร้อารมณ์ ต่อให้เขาร้ายกาจหยาบคายมากกว่านี้ก็จะทนเฉยไม่ตอบโต้ แม้ว่าใจจริงอยากแหวกอกข้างซ้ายนั้นดูว่ามีหัวใจเหมือนคนอื่นหรือเปล่า

            แต่เขาเป็นซาตานร้าย หัวใจคงไม่ต่างจากหินที่หยาบกร้านไร้ความละเอียดอ่อนเกินกว่าจะอ่านความคิดและความเจ็บปวดของใครได้

            “อย่ามาหาเรื่องฉัน ฉันจะเก็บข้าวของของเธอไป ดูซิ ว่าจะอยู่ที่เดิมได้ไหม” ร่างสูงใหญ่สั่นเทิ้มด้วยความโกรธ อยากจับไหล่บางนั้นเขย่าแรงๆ ให้หัวสั่นหัวคลอนแต่ก็ยั้งอารมณ์ไว้ เขากัดปากจนได้กลิ่นคาวเลือดไม่เข้าใจว่าทำไมหญิงสาวถึงได้นิ่งนัก

            “คุณจะเอาอะไรไปก็เอาไปเถอะค่ะ มันไม่มีความหมายหรอก”

            “แล้วถ้าเอกสารการเดินทางของเธอล่ะ ฉันจะฉีกมันทิ้งเธอคงไปไหนได้หรอกนะ!!” เสียงหนักกระแทกเข้าใส่ไม่ยั้ง อย่างที่ฟิลิปเป้เองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องหัวเสียได้มากถึงเพียงนี้

            “ไม่เป็นไรค่ะ ฉันจะหาทางไปสถานทูตไทยเอง แล้วก็บอกว่ามันหายไป ยังไงก็ได้กลับบ้านค่ะ” กนิษฐายังใจเย็น แสร้งทำเป็นอ่านหนังสือพลิกหน้ากระดาษด้วยความแนบเนียนทั้งที่ไม่สามารถรับรู้อะไรเลยสักอย่างเดียว

            “มีเงินเหรอ รู้ด้วยเหรอว่ามันอยู่ที่ไหน”

            “เรื่องแค่นี้ไม่ยากหรอกค่ะถ้าตั้งใจจะไป

            “แล้วถ้าฉันปล้นเงินเธอทุกบากทุกสตางค์ล่ะ จะไม่ให้เธอมีเงินติดตัวเลย” ฟิลิปเป้คาดคั้นเอาคำตอบ ยอมรับว่าแค้นมาก ถ้าข่มขืนตอนนี้ได้คงทำไปแล้ว ติดก็แค่คนตัวเล็กมีประจำเดือนและมีไข้อยู่เลยทำอย่างใจคิดไม่ได้

            “ไม่มีเงินก็เดินไปได้ค่ะ

            “มันอยู่ไกลมากเลยนะ ขาเล็กๆ แบบนั้นคงเดินไหวหรอกนะ” เขาว่า สายตาเต็มไปด้วยความดูแคลนอย่างเห็นได้ชัด ถึงจะไม่ได้มองตรงๆ แต่หางตาของกนิษฐาก็ยังมองเห็นว่าเขาทำสีหน้าคั่งแค้นใจปานใด พยายามทำตัวให้เป็นปกติที่สุดเท่าที่ตัวเองจะทำได้

            “ต่อให้เดินวัน สองวัน หรือจะเป็นปีก็ไม่เป็นไรค่ะ ถ้าขาหักก็จะคลานไป ถ้าแขนเข่าหักอีกก็จะใช้คางพาตัวคลานไปให้ถึงค่ะ” หญิงสาวตอบและหลับตาลงเมื่อฟิลิปเป้บันดาลโทสะถึงขีดสุดขว้างโทรศัพท์ในมือเข้าใส่สุดแรงแต่ไม่ถูกตัว มันเฉียดแก้มใสไป เส้นผมของเธอปลิวไหวได้ยินเสียงโลหะกระแทกเข้ากับพนังเต็มสองหู

            เมื่อด้านในมีเสียงเอะอะโครมครามเกิดขึ้น วีลและอองเดรที่ตามมาด้วยก็ถือวิสะสะผลักประตูห้องพักฟื้นของกนิษฐาเข้ามา ด้วยกลัวว่าจะเกิดเรื่องร้ายขึ้นในห้อง

            “เจ้านายครับ เกิดอะไรขึ้น!” วีลถามด้วยความตกใจ แต่ฟิลิปเป้ไม่ตอบ

            นัยน์ตาสีมรกตถูกความโกรธเคืองเข้าครอบงำจนมันแทบจะกลืนเป็นสีดำสนิท แววตาไหววูบโกรธอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน พักใหญ่ถึงระงับความเดือดดาลเอาไว้ได้และออกคำสั่งกับลูกน้อง รู้สึกไม่พอใจเป็นเท่าตัวที่ผู้หญิงตัวเล็กๆ ดึงด้านมืดของเขาให้เผยออกมาต่อหน้าคนสนิทที่แทบไม่เคยเห็นเลยด้วยซ้ำไป ทั้งที่ทำงานให้มานานแล้ว เรื่องนี้ทำให้ฟิลิปเป้แปลกใจอย่างมากกว่ากนิษฐามีอิทธิพลต่อตนเองมากกว่าที่คิดเอาไว้

            “อองเดร นายเฝ้าที่นี่ไว้อย่าให้แม่นี่ออกไปไหน ส่วนวีล นายมากับฉัน” ฟิลิปเป้บอกเสียงเครียดก่อนจะกระแทกเท้าเดินหน้าตึงออกมาทันที

            อองเดรค้อมศีรษะรับและเดินออกมาเฝ้าหน้าห้องตามเดิม ขณะที่ฟิลิปเป้สูดหายใจบอกกับเลขาข้างกายด้วยน้ำเสียงเย็นลง

            “โทรศัพท์ฉันพัง เอาเครื่องใหม่มาและสำรองข้อมูลไว้ด้วย

            “ทราบแล้วครับ” แม้จะสงสัยว่าโกรธเคืองอะไรกันนักหนาถึงได้เป็นเรื่องราวรุนแรงขนาดนี้แต่วีลก็ไม่กล้าเอ่ยปากถาม ได้แต่รับคำสั่งตามหน้าที่

            ขณะเดียวกันนั้นเมื่ออยู่คนเดียวกนิษฐาก็ซบหน้าลงกับฝ่ามือของตัวเอง น้ำตาไหลรินไม่ขาดสาย หัวใจเจ็บปวดเกินจะเยียวยา ไม่เข้าใจเลยว่าซาตานร้ายคนนั้นต้องการอะไรอีกถึงได้ตามจองเวรอาฆาตอย่างนี้ ในเมื่อไม่รักไม่ต้องการเห็นเป็นแค่ของเล่นชั่วคราวที่เอาไว้อวดเพื่อนซึ่งก็ทำสำเร็จไปแล้ว แล้วเขาจะยังมาวอแววุ่นวายให้หัวใจเจ็บแปลบแบบนี้ไปเพื่ออะไรกัน

            “คุณมันซาตานร้าย ฟิลิปเป้

 

            ฟิลิปเป้ไม่ได้ฉีกเอกสารการเดินทางของกนิษฐาทิ้ง รวมถึงไม่ได้ขนย้ายข้าวของของเธอไปไหน ทุกอย่างยังอยู่ในห้องเช่าของเธอตามเดิม รวมถึงไม่ได้มากวนใจตลอดระยะเวลาที่คนป่วยยังพักฟื้นอยู่ในโรงพยาบาลด้วย จนกระทั่งแพทย์สั่งให้กลับไปพักฟื้นต่อที่บ้านได้ในอีกสามวันต่อมา หญิงสาวเลยได้รู้ว่าซาตานร้ายไม่ได้อยู่เฉยเลยตอนที่เธอเจ็บป่วยอยู่ในโรงพยาบาล

            เขากลับทำเรื่องที่ทำให้เธอตกใจได้อีกครั้ง นั่นคือการซื้อตึกทั้งตึกจากนอร์ร่าเจ้าของเดิมซะอย่างนั้น

            พอก้าวเท้าผ่านเข้าไปในห้องพักก็ต้องถอนหายใจ เพราะมันถูกเติมเต็มด้วยข้าวของเครื่องใช้มากๆ จนห้องพักเล็กๆ แทบไม่มีทางให้เดินเข้าไปง่ายๆ และคงซ่อมแซมผนังและพื้นบริเวณที่ผุผังเรียบร้อยแล้วด้วย คิดแล้วก็ได้แต่อึ้งที่อีกฝ่ายยอมลงทุนลงเงินเพื่อเอาชนะได้ขนาดนี้

            พอเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าก็เห็นเสื้อผ้าชุดใหม่เอี่ยมถูกแขวนเอาไว้เป็นอย่างดี และไม่ได้ทิ้งชุดเก่าๆ ของเธอไป เพราะฟิลิปเป้คิดว่าคงบ้านแตกถ้าได้ทะเลาะกันด้วยเรื่องเล็กน้อยอย่างนี้อีก

            “เฮ้อ” กนิษฐาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เธอวางถุงยาที่ได้จากโรงพยาบาลไว้ที่โต๊ะเครื่องแป้งที่สวยหรูเงาวับงามจับตาจนไม่กล้าแตะต้อง เดาได้ไม่ยากเลยว่าฟิลิปเป้คงเข้าห้องมาได้ง่ายๆ เพราะตอนนี้เขากลายเป็นเจ้าของตึกไปแล้ว ไม่เข้าใจเลยว่าเรื่องแค่นี้ทำไมต้องทำให้เป็นเรื่องใหญ่โตด้วย

            ที่ดินในลักเซมเบิร์กไม่ใช่ถูกๆ แต่สำหรับเจ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์อย่างเขาแล้วคงไม่มีปัญหาเรื่องเงิน แค่คนที่จะมีปัญหาก็คือเธอนี่แหละ กนิษฐาได้แต่ถอนหายใจอีกหน ยกมือเสยผมที่ลุ่ยปรกหน้าขึ้นคิดไม่ตกว่าจะทำอย่างไร มองเห็นตัวเองในกระจกแล้วก็อ่อนใจนัก

            ยามหวาน แม้น้ำต้มผักยังว่าหวาน แต่พอแหนงหน่ายน้ำตาลก็คงขมมองตัวเองในนั้นอยู่นานก่อนจะตัดสินใจคว้ากรรไกรมาตัดผมตัวเองให้สั้น ไม่สนใจว่ามันจะแหว่งขาดวิ่นยังไง ด้วยผมที่หนานุ่มทำให้ตัดให้ขาดครั้งเดียวไม่ได้ กว่าจะตัดให้มันเคลียบ่าได้ก็เสียเวลาอยู่นานและสั้นไล่ระดับไม่เท่ากัน แต่ถึงอย่างนั้นกนิษฐาก็ยิ้มเศร้ากับผลงานของตัวเอง อะไรที่ฟิลิปเป้ชอบเธอจะเปลี่ยนมันให้หมด เช่นกลุ่มผมหนานุ่มที่เขาชอบให้ไว้ยาวนี่เป็นอย่างแรก

            “คุณจะไม่มีวันได้ในสิ่งที่คุณต้องการอีก ฟิลิปเป้” เธอให้สัญญากับตัวเอง จากนั้นก็เปิดถุงยามองดูยาคุมกำเนิดที่ขอให้แพทย์จ่ายให้ด้วยสายตาเป็นประกาย เพราะรู้ว่ายังไงเขาก็จะมารังแกให้เสียใจเสียน้ำตาอีกก็จะปกป้องตัวเองเท่าที่จะทำได้ การกินยาคุมกำเนิดนี่ก็เช่นเดียวกัน อย่างน้อยก็จะไม่มีเรื่องอะไรให้เขาทวงได้อีกว่าเป็นของเขา เพราะหมดประจำเดือนพอดีดังนั้นเลยเริ่มทานยาคุมกำเนิดในทันทีได้เลย

            โชคดีที่เธอไม่ใช่ผู้หญิงที่หวังผลอะไรตอบแทนอยู่แล้ว ถึงจะรู้ดีว่าฟิลิปเป้ร่ำรวยมหาศาลมากแค่ไหน แต่ก็ไม่เคยเลยที่จะร้องขอสิ่งใด เธอรักเขาด้วยตัวตนของเขา ไม่ใช่สิ่งของนอกกายอยู่แล้ว ดีใจที่ซาตานร้ายไม่มีเรื่องอะไรให้ค่อนขอดทวงบุญคุณคืน หลังจากที่กลืนยาคุมกำเนิดลงคอเรียบร้อยแล้วก็ตัดสินใจไปที่โรงแรมเพื่อไปทำงานต่อหลังจากที่ลาป่วยด้วยไข้ทับระดูซึ่งช่วยเหลือตัวเองแทบไม่ได้

            เหม่ยหลินตกใจอย่างมากที่เห็นผมยุ่งไม่เป็นทรงของเพื่อนจึงจัดการตัดให้ใหม่จนเรียบร้อยดี และเปลี่ยนภาพลักษณ์ของสาวสวยแสนหวานให้ดูเศร้าและเข้มแข็งขึ้นได้เล็กน้อย

            “เป็นอะไรรึเปล่า” สาวจีนถามด้วยความสงสัยเมื่อเห็นความเศร้าหมองของเพื่อนชัดเจน

            “เปล่า ไม่ได้เป็นอะไร” กนิษฐาตั้งใจโกหกเพื่อให้เพื่อนสบายใจขึ้น และทำงานต่อ อยากยืดเวลาให้เนิ่นนานเพราะจะได้ไม่ต้องเผชิญหน้ากับซาตานร้ายฟิลิปเป้ แต่ดูเหมือนว่ายิ่งคิดเท่าไหร่เวลาก็เดินเร็วเท่านั้น ไม่ช้าเธอก็ต้องกลับห้องพัก โดยมีการ์ดหน้าดุอย่างอองเดรตามไปด้วยทุกที่

            ด้วยรู้ว่าฟิลิปเป้อยู่ในห้องดังนั้นกนิษฐาเลยไม่กล้าเปิดประตูห้องเข้าไป สุดท้ายอองเดรก็ช่วยจัดการเปิดประตูให้อย่างรู้หน้าที่ ทำเอาใบหน้าหวานล้ำเครียดลงอย่างเห็นได้ชัดแต่ก็จำต้องเดินเข้าไปอย่างช่วยไม่ได้

            “มาแล้วเหรอ ทำไมมาช้า” ฟิลิปเป้นั่งอ่านอีเมลจากแท็บเล็ต[3]บนเตียงถามขึ้นโดยที่ได้เงยหน้าขึ้นมอง เมื่อไม่รู้สึกว่าเธอขยับตัวเดินไปไหนเลยดึงสายตาขึ้นมอง แล้วก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เมื่อเห็นว่าเส้นผมยาวสลวยสิ่งที่ทำให้เขาสะดุดสายตาเธอตั้งแต่แรกนั้นถูกตัดจนสั้นเคลียบ่า

            “แก๊บบี้!” ชายหนุ่มแผดเสียงใส่ ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าเขาจะตวาดใส่ แต่กนิษฐาก็ยังสะดุ้งจนตัวโยน

            เพียงแค่พริบตาเดียวร่างเล็กของหญิงสาวก็ลอยหวือล้มลงบนเตียงกว้างในห้องเล็กๆ ที่คับแค้นไปถนัดตาเมื่อมีของมากองในนี้ด้วยฝีมือของเขา เธอหลับตาแน่นไม่ยอมสบตากับคนใจร้ายที่พร่าพลาญทุกอย่างด้วยความเลือดเย็น

            “ฉันเคยบอกแล้วใช่ไหม ว่าคนที่มีสิทธิ์แตะต้องเส้นผมของเธอได้คือฉันคนเดียว!!” เสียงหนักตะคอกด้วยความโกรธ มือข้างหนึ่งสอดเข้าไปใต้ท้ายทอยของเธอกระตุกกลุ่มผมของเธอแรงๆ และออกแรงคลึงต้นของามระหงอย่างแผ่วเบา บ่งบอกอารมณ์ของเขาได้อย่างดี

            ร่างเล็กสั่นเทาเพราะความกลัว แม้จะหลับตาจนแน่นแล้วแต่น้ำตาก็ยังไหลออกมาจนได้

            “อย่าคิดว่าเรื่องแค่นี้แล้วจะทำให้ฉันปล่อยมือจากเธอได้ถ้าเธอยังดื้อ ฉันจะทำให้เธอจำฝังหัวว่าจะไม่มีวันกล้าหือกับฉันอีก” จบคำพูดที่จาบจ้วงรุนแรงเรียวปากร้อนรุ่มของจอมซาตานก็บดเคล้าริมฝีปากบางเรื่ออย่างหนักหน่วงรุนแรงไม่แพ้กัน กนิษฐาครางแผ่วๆ ฟังแทบไม่ได้ศัพท์ผ่านเรียวปากที่จูบกันอย่างแนบชิดเร่าร้อน

            เพราะอยากรู้ว่าเธอต้องการจะบอกอะไรดังนั้นฟิลิปเป้เลยผละริมฝีปากออก และหัวเราะให้ตัวเองเมื่อได้ยินคำพูดของเธอชัดเจนข้างหู

            “ฉันเกลียดคุณ คนสารเลว

 

            แม้แทบจะลุกจากเตียงไม่ขึ้นแต่กนิษฐาก็พาร่างกายที่บอบช้ำของตัวเองเข้าห้องน้ำได้ พอลืมตาตื่นขึ้นมาในเช้าวันใหม่ก็ไม่เจอคนตัวโตที่แสนร้ายกาจคนนั้นแล้ว แต่มันเป็นเรื่องดีสำหรับเธอเพราะจะได้ไม่ต้องเห็นหน้าให้เจ็บปวดอะไรอีกต่อไป

            แต่เธอรู้ดีว่าอองเดรคงกำลังรอรับคำสั่งของฟิลิปเป้อยู่ และคงตามไปที่โรงแรมที่ทำงานด้วย คิดถึงคำพูดที่ซาตานร้ายพร่ำบอกตอนที่โจนจ้วงถาโถมร่างกายเข้าหาราวกับคลื่นคลั่งที่ไม่มีอะไรหยุดรั้งได้ เธอร้อนไปทั้งตัว ดิ้นรนหลบหนีความหฤหรรษ์หวั่นหวามที่ถูกบรรจงสร้างมาปรนเปรอให้ลุ่มหลง ผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน และผ้าห่มที่กระจัดกระจายไปทั่วบอกได้อย่างดีว่าเมื่อคืนพยายามต่อต้านมากแค่ไหน

            แต่มนตร์ดำของซาตานร้ายไม่มีอะไรต้านไหว เธอถูกมอมเมาด้วยสัมผัสเสน่หาที่รุนแรงเกินห้ามใจ ย้อมหัวใจและร่างกายซ้ำๆ จนแปดเปื้อนไปทั้งกายใจ และหยัดกายตอบสนองอย่างร่ารังเกียจ เสียงทุ้มสุดเซ็กซี่พร่ำบอกว่าห้ามดื้อต้องเชื่อฟังเขาเพียงคนเดียวเท่านั้น คล้ายจะเป็นตรามารสลักลงในจิตวิญญาณยากที่จะถอนมันออกไปได้

            ส่วนลึกของร่างกายยังอุ่นชื้นด้วยไอรักที่เขาฝากเอาไว้ พาให้ร่างกายร้อนผ่าวคล้ายเป็นไข้สูงอีกครั้ง ถ้าเป็นอย่างนี้ต่อไปคงล้มป่วยเข้าโรงพยาลแน่ กนิษฐาคิดเองก็หน้าแดงเองรีบอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อจะไปทำงานตามปกติ แต่ก็ยังคิดถึงคำขู่ของฟิลิปเป้ที่ยังตามหลอกหลอนในหัวไม่รู้จบ

            ถ้าเธอยังดื้อขัดใจฉันไปเรื่อยๆ ฉันจะจับเธอลงโทษตรงนั้นเดี๋ยวนั้น คงไม่บอกหรอกนะว่าลงโทษยังไง เขากระซิบข้างหู นำพาความหวามหวานสาดซัดไปทั่วร่างกาย พยายามคิดว่าฟิลิปเป้ไม่ชอบอะไรอีกบ้าง นอกจากไม่ยอมให้แตะต้องเส้นผมแล้ว

          เขาไม่ชอบให้แต่งตัวโป๊ ไม่ชอบให้ใส่ส้นสูง ไม่ชอบให้ใส่บราเซียสีดำ และไม่ชอบที่สุดคือมองผู้ชายคนอื่น

          “ฉันจะทำมันทั้งหมดนั่นแหละ” กนิษฐาว่า แล้วก็ออกจากห้องน้ำ ดึงยูนิฟอร์มของโรงแรมที่ทำงานขึ้นมาดู กระโปรงทรงเอก็ม้วนพับขอบเอวจนสั้นขึ้นเหนือต้นขา ถอดเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดเข้าไปในกระโปรงและเห็นบราเซียสีเข้มจางๆ แล้วก็คาดผ้ากันเปื้อนสีแดงสดผูกเอวไว้ เดินไปที่โต๊ะเครื่องแป้งมองดูเครื่องสำอางเรียงรายด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ

            “ก็คุณซื้อให้เอง จะหาว่าฉันดื้อไม่ได้นะฟิลิป” พูดคนเดียวจบก็หยิบเอาลิปสติกสีแดงสดแพงลิ่ววาดลงบนริมฝีปากอย่างมั่นใจ ปัดแก้มด้วยแป้งฝุ่นเนื้อดีที่ติดทนทั้งวัน ยิ่งผิวขาวใสของกนิษฐามีสุขภาพดีอยู่แล้วยิ่งมองก็ยิ่งเปล่งปลั่งสดใส เธอคว้ารองเท้าส้นสูงออกมาเป็นอย่างสุดท้าย ก่อนจะเดินออกไปจากห้องพักด้วยความมั่นใจ

            เพื่อนร่วมงานทุกคนต่างอึ้งงันเป็นแถวเมื่อเธอปรากฏตัวด้วยภาพลักษณ์ที่แปลกใหม่ กนิษฐายิ้มรับ คิดว่านี่เป็นวิธีเดียวที่ฟิลิปเป้จะเลิกวุ่นวายกับตัวเอง เพราะสิ่งที่เขาไม่ชอบที่สุดนอกจากที่ทำอยู่ในตอนนี้ก็คือการที่ไม่เชื่อฟังเขา

          ตอนที่กำลังดูดฝุ่นห้องพักที่แขกเพื่อเช็กเอ้าท์ออกมา คิ้วเรียวก็ขมวดชิดเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าหนักๆ ก้าวเข้ามาใกล้ พอหันไปมองทั้งร่างก็ถูกกดตรึงลงบนเตียงเสียแล้ว

            ฟิลิปเป้!!” หญิงสาวอุทานเพราะไม่คิดว่าเขาจะบุกมาเล่นงานเอาเวลาแบบนี้ คิดว่าเขาน่าจะทำงานอยู่ หัวใจเต้นระทึกแทบหยุดเต้น ใบหน้าหล่อเหลางดงามราวกับเทพบุตรเหยียดยิ้มน่ากลัว ทำให้กนิษฐาพยายามดิ้นหนี เธอหันไปมองทางเข้า ประตูก็ถูกปิดลงด้วยฝีมือของอองเดรที่ซาตานร้ายสั่งให้มาเฝ้าดูทุกความเคลื่อนไหว

            “คุณ” พูดได้เท่านี้ ฟิลิปเป้ก็ลากเธอลงจากทึ้งผ้าปูออกไป จนเหลือแค่ฟูกนอนที่ถูกยัดไว้ด้วยขนเป็ดอย่างดี

            “หิวมากเหรอที่รัก ใจร้อนจริงนะ” ชายหนุ่มว่า แต่เป็นตัวเองมากกว่าที่ร้อนใจ เขาสอดมือเข้าไปใต้กระโปรงแคบๆ กระชากเอาซับในตัวเล็กออกมาอย่างรุนแรง ตามด้วยคำพูดที่ทำให้กนิษฐาร้อนฉ่าไปทั้งตัว

            “อยากได้ก็เอา ถ้าเธอไม่สลบคาเตียง อย่ามาเรียกฉันว่าฟิลิปเป้เลย!



[1] พนักงานดูแลห้องพัก (Room Attendant) มีหน้าที่ทำความสะอาดและให้บริการต่างๆ  ที่เกี่ยวข้องกับการเข้าพักของแขก เช่น ห้องนอน ห้องนั่งเล่น ห้องอาบน้ำ และห้องน้ำ รวมถึงทางเดินหน้าห้องพักด้วย

[2] หัวหน้าแม่บ้าน (Head Housekeeper) หัวหน้าแม่บ้านจะคอยดูแลตรวจตราการทำงานของผู้ช่วยแม่บ้านตั้งแต่สามคนขึ้นไป ในกรณีเป็นโรงแรมขนาดเล็ก หัวหน้าแม่บ้านก็จะดูแลรับผิดชอบงานแผนกแม่บ้านทั้งหมด

[3] แท็บเล็ตคอมพิวเตอร์ (Tablet Computer) เรียกสั้นๆ ว่า แท็บเล็ต เป็นคอมพิวเตอร์ที่รวมการทำงานทุกอย่างไว้ในจอสัมผัสโดยใช้ปากกาสไตลัส ปากกาดิจิตอล หรือปลายนิ้ว เป็นอุปกรณ์อินพุตพื้นฐาน แทนการใช้คีย์บอร์ดและเมาส์ แต่มีอยู่หรือไม่มีก็ได้ มีอุปกรณ์ไร้สายสำหรับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตและระบบเครือข่ายภายใน

 

http://38.media.tumblr.com/1e87cdd314a358435ef33c7ad30d3012/tumblr_n9ufg575oK1qbetfwo2_1280.jpg


Talk 3...

อร๊ายเปเป้ ทำแบบนี้ได้ยังไง

ใจเต้นไม่ไหวแล้ว ฮือ ตอนหน้าอาจได้ถอนหายใจเป็นฮืดฮาด image

จะว่าไปเรื่องนี้พระเอกไบโพลาร์มากค่ะ อีคนสองขั้วอารมณ์

ส่วนแก๊บบี้ก็ทำเหมือนไม่รู้จักอีไบโพลาร์นี้เลยเนอะ image

งานนี้ใครจะฟ้าเหลือง เอ๊ย ชนะ ฝากตามอ่านต่อด้วยนะเออ

ปล. เปเป้ร้อนฉ่ามากค่า ใจร้าย ทำเค้าใจเต้น หัวเราะ image


 

Talk 2...

เปเป้ขา มีคนเกลียดป๋าเยอะเลย

คนนี้เป็นตัวละครที่มู่หมั่นไส้มากค่ะ

เท่าที่เขียนมาคนนี้ที่สุดแล้วจริงๆ น่ารักเนอะ ดูมันทำแต่ละอย่างสิ

นิสัยขี้แกล้งแบบนี้เจ้าได้แต่ใดมา ทำไมถึงได้น่ารักเหลือเกิน image

สงสารแก๊บบี้ เพราะเวรกรรมของแก๊บบี้ยังไม่หมดค่ะ

ยังจะถูกซาตานร้ายเปเป้ก่อกวนไปเรื่อยๆ นั่นแหละ

อยากบอกว่าทั้งหมั่นไส้ทั้งฟินไปพร้อมๆ กันเลย

โอ๊ย น่ารักน่าถีบอย่าบอกใคร ฝากติดตามต่อด้วยนะคะ image

 

Talk 1...

Song :: Phosphorescent - Song For Zula

Down Load this song >>Click!!<<

มู่ชอบเพลงนี้มากเลยค่ะ ชอบมันทุกเพลงที่เอานิยายลงนั่นแหละ

แต่ชอบเพลงนี้จริงๆ นะ หวังว่าคนอ่านจะชอบด้วยนะเออ

ปล ป๋าเปเป้คนนี้ร้ายกาจที่สุดเลย image

แน่นอนว่าหลังจากนี้ป๋าจะร้ายกาจมากกว่านี้แน่นอนค่ะ

ยืนยันคอนเฟิร์ม เตรียมผ้าเช็ดหน้าไว้ด้วยนะคะ อีป๋าเลวจริงๆ ค่า image


เฟซบุ๊คสำนักพิมพ์สมาร์ทบุ๊ค >>Click!!<<

แฟนเพจของมู่ mu_mu_jung >>Click!!<<

ทวิตเตอร์ของมู่ (ไม่ได้เล่น แต่แจ้งอัพนิยาย) >>Click!!<<

God blessed you

’m blessed you

I http://www0.dek-d.com/06pic/dot/heart.gif Readers

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 91 ครั้ง

3,497 ความคิดเห็น

  1. #3491 Yesung_Elf (@tequilaye) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2557 / 23:08
    ทำไมอ่านเเล้วรู้สึกฟิลิปน่ารัก ><
    #3491
    0
  2. #3223 (" ) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 กันยายน 2557 / 00:03
    จัดเล้ยยยย
    #3223
    0
  3. วันที่ 24 กันยายน 2557 / 22:52
    เข้ามาอ่านได้สองตอนบอกได้คำเดียวค่ะ เกลียดพระเอกมาก หวังว่าจะมีตอนที่นางเอกได้เอาคืนนะคะ เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #3065
    0
  4. วันที่ 24 กันยายน 2557 / 22:51
    เข้ามาอ่านได้สองตอนบอกได้คำเดียวค่ะ เกลียดพระเอกมาก หวังว่าจะมีตอนที่นางเอกได้เอาคืนนะคะ เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #3064
    0
  5. #1800 ใหม่ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2557 / 17:41
    พระเอกใจร้ายอ่ะ
    #1800
    0
  6. #1551 สุดหล่อคับผม (@jomjainaraj) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2557 / 21:51
    โอ้ยยย มีแต่เรื่องแซ่บๆค๊าาาา
    #1551
    0
  7. #904 BoraNisa (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2557 / 02:24
    กรี๊ดดดดดดด เถื่อนและดิบได้ใจมากค่ะป๋าฟิลิปเป้ อย่างนี้แก๊บบี้จะสู้ไหวมั้ยน้อ อิอิอิ ^^
    #904
    0
  8. #847 chamamaruki (@chamamaru) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2557 / 17:42
    ฟิลิปเป้ จอมขี้หึง ขี้หวง
    #847
    0
  9. #687 นาวา (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2557 / 23:08
    แก๊บบี้ ทำแบบนี้จะยิ่งให้เค้ามาหานะคะหนู

    แอร๊ยยยยย อยากดเป็นแก๊บบี้
    #687
    0
  10. #637 LucKYCanDYFiVE (@luckyfive) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2557 / 17:17
    รออ่านอยู่น่ะค่ะะะะ พี่มู่
    #637
    0
  11. #585 ติ้งตุ้ง (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2557 / 01:56
    แก๊บบี้น่ารักชอบบบบบบบ
    #585
    0
  12. #535 lai-lailai (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2557 / 20:27
    แรงอ่ะ....พระเอกของเรานิ
    #535
    0
  13. #503 kmwR (@finallove) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2557 / 17:55
    55 น่าจะเรียกว่าปฏิบัติการยั่ว(โมโห)ป๋าเปเป้มากกว่านะแก๊บที่รัก นอกจากเธอจะหนีไม่รอดสลัดป่าไม่หลุดแล้ว อาจมีโอกาสได้เปเป้น้อยสูงขึ้นเป็นเท่าตัวเลยด้วย -.- หุๆ love writer สู้ๆนะคะไรต์จะพยายามเม้นท์แล้วค่า (^O^)/ มีกล่องแสดงให้ด่วนอย่างงี้ก็ดีนะคะชอบ ><
    #503
    0
  14. #474 Nong (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2557 / 14:02
    ป๋าเปนไรมากมั๊ยเนี่ย!!!
    #474
    0
  15. #376 maaiii (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2557 / 10:08
    สงสารนางเอกจัง
    #376
    0
  16. #354 Amornrat Suwan (@tang-cute) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2557 / 09:00
    เปเป้
    #354
    0
  17. #234 พัชริน (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2557 / 21:32
    รู้สึกรักเปเป้จัง
    #234
    0
  18. #233 bubblepony (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2557 / 15:32
    แอบรู้สึกว่าหลงรักผู้ชายแบบเน้อ่ะ^^
    #233
    0
  19. #227 lingju (@lingju) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2557 / 07:50
    สุดยอดเลยนะพ่อคุณ เอะอะก็ลงโทษ แก๊สบี้ของเราก็แหม ยั่วยวน
    #227
    0
  20. วันที่ 16 สิงหาคม 2557 / 07:30
    มาส่งกำลังใจให้นะคะ
    #226
    0
  21. #225 Kanokwan Dithonglang (@nokwanka) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2557 / 02:14
    >////< ชอบจัง รอนะคะ
    #225
    0
  22. #223 subsib (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2557 / 20:33
    ช่วงหลังๆ...ทำไมต้องเอาเรื่อง"ประจำเดือน"มาเขียนในนวนิยายด้วยนะ..ไม่ค่อย"โอ"เท่าไหร่น้า..เนื่อหาส่วนใหญ่ก็ค่อนข้างดีอยู่แล้วจ้า..
    #223
    0
  23. วันที่ 15 สิงหาคม 2557 / 07:57
    มาส่งกำลังใจให้นะคะ
    #222
    0
  24. #221 Praw >< (@only-one-in-life) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2557 / 00:24
    โอ๊ยยยย ฟิลิป. จะทำเยอะ เดี๋ยวจิ้มิ้ พัง -0-
    #221
    0
  25. #220 chocolate pink (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2557 / 21:11
    อีเป้แกร้ายมากแต่ชอบง่ะ >///< ชอบอ่ะมู่

    นึกโลแกน คนนั้นก้อชอบม๊ากกก

    #220
    0