Wolves Blood กับดักรักร้ายเจ้าชายหมาป่า ภาค 3 [เล่มจบ]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 6,180 Views

  • 7 Comments

  • 47 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    5

    Overall
    6,180

ตอนที่ 1 : Wolves Blood SS1 (P.3) EX. EP00

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 926
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    2 ก.พ. 57

Sparkling Angel 00

It's Too Late To Look Back

 

          นานนับเวลาได้ร่วมๆ เกือบเจ็ดเดือนที่หมาป่าเลือดผสมหลายสีได้ตามหาผู้เป็นที่รัก

          เธอได้จากไปพร้อมกับเอาหัวใจของเขาไปด้วย

            เซ็นในตอนนี้ ราหมาป่าผู้มีเลือดสีทองไหลวนในตัวไม่อาจจะใช้ความยิ่งใหญ่ในสายเลือดนั้นตามหาหญิงผู้เป็นที่รักได้ เธอหายไปเมื่อตอนที่โยนโถยาสีทองมาให้เขาในค่ำคืนหนึ่ง จากนั้นเธอก็จากไปพร้อมกับเรือนั้น แม้จะรู้ว่าจุดหมายปลายทางนั้นไปที่ไหน แต่สำหรับเขาแล้วมันช่างกว้างใหญ่ไพศาล มองหาจุดหมายปลายทางไม่พบเจอ มองไปพบเห็นผู้คนที่ดำเนินชีวิตตามปกติทั่วไปที่พึงมีและพบเจอผ่านตามา

            “เซ็น นายแน่ใจนะว่าเป็นที่นี่

กายเพื่อนสนิทตอนที่เขายังสายเลือดสีแดงเพียงอย่างเดียวเอ่ยถามกับเขา ดวงตาข้างหนึ่งที่เป็นสีแดงเพลิงและอีกข้างที่เป็นสีน้ำเงินเยือกเย็นตวัดไปมองหน้าเพื่อน แล้วก็พยักหน้าให้ช้าๆ

            ชายหนุ่มที่มีนามว่าเซ็นกำลังตามหาไมอา ผู้ที่เป็นที่รักของเขา เขาไม่แน่ใจเท่าไหร่ว่าตนเองนั้นหลงรักผู้หญิงลึกลับคนนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้เพียงแค่ว่าเธอเคยช่วยเขาเอาไว้เมื่อตอนที่เขาเผลอไปติดกับดักของพวก Blue Eyes เข้าอย่างจัง

            มีเพียงไมอา หญิงสาวคนนั้นที่โผล่มาพบเจอเขาในตอนกลางคืน เสียงร้องโหยหวนที่ควรจะเป็นพวก Red Tails เท่านั้นที่ได้ยิน แต่เธอกลับได้ยินเสียงของเขาและมาปรากฏตัวตรงหน้า ในยามนั้นเธอเหมือนนางฟ้าที่ส่องประกายเจิดจ้างดงามและนุ่มนวล

            เมื่อเธอปลดพันธนาการที่มัดขาของเขาเอาไว้ แต่ราวกับว่าหัวใจของเขาได้ถูกพันธนาการเอาไว้ด้วยดวงตาของเธอ ในยามค่ำคืนที่มนุษย์ธรรมดาต่างหลับใหลพักผ่อน แต่มีฝีเท้าของนักล่าสี่ขา มีอาวุธเป็นคมเขี้ยวและสายเลือดพิเศษที่ติดตัวมาแต่กำเนิด

            ในเวลากลางวันพวกเขาจะอยู่ปะปนกลมกลืนกับกับฝูงชนคนปกติ แต่ในยามค่ำคืนที่ดวงจันทร์สาดแสง อนุภาพของดวงจันทร์จะดึงดูดเลือดในตัวที่หลับใหลอีกส่วนขึ้นมา ปรากฏเป็นร่างของอสุรกายตัวใหญ่สี่เท้าพรอมด้วยคมเขี้ยวที่สามารถฉีกทึ้งได้ทุกอย่าง และยังพลังจากดวงเนตรที่มีด้วยกันสามแบบ

            Green Claws ดวงเนตรสีเขียวที่เป็นแหล่งกำเนิดพลังงานชีวิตของหมาป่าทั้งปวง

            Blue Eyes ดวงเนตรสีน้ำเงินที่ช่วยชะลอหยุดยั้ง ไม่ว่าจะเป็นการเจริญเติบโต หรือความตายให้ยังคงอยู่ไว้

            และ Red Tails ดวงเนตรสีแดงที่เป็นผู้อยู่ห่วงโซ่สุดท้าย ผู้ทำลายและกำจัดหากเมื่อสมควรแก่เวลาแห่งความตาย

          ทั้งสามสายพันธุ์นั้นไม่สามารถโค่นล้มซึ่งกันและได้กัน ยังคงอยู่ร่วมกันเพราะสมดุลของธรรมชาติ และมีไว้เพื่อควบคุมและปกครองมนุษย์หมาป่าสายพันธุ์ธรรมดาทั่วไปที่ไม่มีสายเลือดพิเศษ เพื่อไม่ให้เกิดความวุ่นวายและก่อเรื่องในที่สาธารณะ

            เป็นประชากรจำนวนหนึ่งที่รัฐบาลลงนามขอให้เก็บไว้เป็นความลับต่อสาธารณะชนภายนอก ที่เป็นเพียงมนุษย์ธรรมดา เพื่อให้ทั้งหมดได้อยู่ร่วมกันบนโลกอย่างสงบสุข

            เลือดบริสุทธิ์สามสีเป็นที่ยอมรับของมนุษย์หมาป่าทั่วๆ ไป แต่อีกด้านของความมืด หากเกิดการข้ามสายพันธุ์กันซึ่งน้อยนักที่ทายาทของเลือดบริสุทธิ์จะมีชีวิตรอดมาได้จากการเกิดข้ามสายพันธุ์ และถ้าหากฝืนธรรมชาติจนอายุมากกว่า 20 ปีได้ เมื่อนั้นสายเลือดที่ผสมผสานในกายจะแปรเปลี่ยนเป็นสีดำหรือสีขาวที่มีอัตราส่วนเท่าๆ กัน

            แล้วแต่ว่าธรรมชาติจะเลือกสันปันส่วนให้สายเลือดไหนระหว่างสีขาวและสีดำปรากฏให้เห็นมากกว่าเท่านั้น และสายเลือดผสมนั้นเรียกว่า Black Heart และ White Blood

          Black Heart สามารถคร่าชีวิตของสายเลือดบริสุทธิ์และหมาป่าธรรมดาได้ เพียงแค่ทำให้ร่างกายของคนคนนั้นมีเพียงรอยขีดข่วนและสัมผัสกับเลือดของ Black Heart แม้เพียงแค่หยดเดียว

            ส่วน White Blood สามารถดูดกลืนพลังงานและดวงเนตรของสายพันธุ์อื่น และยังสามารถรักษาบาดแผลน้อยใหญ่หรือแม่แต่ฟื้นคืนชีวิตให้ผู้ใดก็ได้

            เลือดผสมทั้งสองสายพันธุ์นี้ถือเป็นตัวอันตรายสำหรับโลกหมาป่าซึ่งถ้าพบเห็นสามารถกำจัดทิ้งได้ แต่ก็มีไม่น้อยที่สายเลือดบริสุทธิ์ทั้งสามสีนั้นจะถูกจัดการด้วยสายเลือดผสม เนื่องจากความแข็งแกร่งที่ใครก็ไม่สามารถเทียบเคียง แต่สำหรับเลือดสีทอง Gold Soul…

          สายเลือดนี้คือการข้ามสายพันธุ์ของสายเลือดบริสุทธิ์และสายเลือดผสมอีกคราหนึ่ง

            ซึ่งผู้ที่รอดชีวิตมาได้จะถือว่าเป็นราชันย์เหนือราชาหมาป่าทั้งปวง ซึ่งตอนนี้ปรากฏเป็น เซ็นและแซน พี่น้องฝาแฝดที่เคยเป็นเป็นสายเลือดบริสุทธิ์ Red Tails และ Blue Eyes มาก่อน และไม่ปรากฏพบเห็นในผู้ใดอีก

 

          “นายหาเธอไม่เจอเลยเหรอ กลิ่น เสียง จำได้ว่านายบอกว่าไมอาได้ยินเสียงของนายนอกจากพวก Red Tails อย่างเราๆ” กายถามเพื่อนและมองดูร่างสูงของเซ็นที่คุกเข่าลงกับพื้น ใช้ปลายนิ้วเรียวสวยราวกับนิ้วมือของผู้หญิงนั้นลูบเม็ดดินตามพื้น ก่อนจะยกขึ้นมาจรดปลาจมูกตัวเอง

            “ไม่เลย ฝนกลบกลิ่นไปหมดแล้ว” เซ็นพ่นลมหายใจให้เป่าปลายจมูกตัวเองนึกเกลียดสายฝนจับใจ

            เพราะนอกจากมันจะทำให้พื้นดินเฉอะแฉะแล้ว ยังเร่งทั้งเส้นผม เส้นขนและเล็บของพวกมนุษย์หาป่าให้ยาวเร็วกว่าเดิมเป็นเท่าตัว กลิ่นที่เป็นเหมือนเครื่องนำทางก็พลอยถูกชะล้างหายไปด้วยเช่นกัน เขาเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าและหลับตาลงอย่างเจ็บปวด

            ทำไมเธอไม่รอฉัน ไมอา เขาพูดในใจอย่างเจ็บปวดและพยักหน้าให้กายเพื่อหาที่พักเนื่องจากจะเช้าแล้ว

            ในตอนเช้าอากาศร้อนและผู้คนมากมายทำให้กลิ่นมากตามไปด้วย การออกตามหามาก็ยากขึ้นตามลำดับ เพราะอย่างนั้นพวกเขาจึงเลือกที่จะพักในตอนเช้า และออกเดินทางในตอนกลางคืน และนี่ก็เป็นกี่สิบกี่ร้อยคืนแล้วก็ไม่รู้ ที่เขามองไม่เห็นเธอแม้แต่เงา

            ไมอา ถ้าเธอได้ยินเสียงของฉัน ได้โปรดส่งเสียงของเธอมา ฉันอยากจะเจอเธอเหลือเกิน เซ็นได้แต่วิงวอนต่อดวงดาวที่ตกลงมาจากท้องฟ้า และอธิษฐานของพรจากฟ้าเป็นครั้งแรกของชีวิต

            เขายกฮู้ดขึ้นมาปิดหน้าตัวเองเอาไว้และผิวปากโดยไร้สุ้มเสียง แต่ว่าทว่าพวกหมาป่าสายเลือด Red Tails ที่อยู่ในรัศมีสามกิโลเมตรนั้นต่างได้ยินกันถ้วนหน้า

            “เราจะพักก่อน แล้วค่อยตามหาเธอทีหลัง” เซ็นพึมพำและขยับเท้าเดินไปยังโรงแรมที่ตั้งอยู่ไม่ไกลออกไป

            “ทำไมนายจะต้องตามหาเธอด้วย” แม้พอจะรู้ว่าเพื่อนนั้นรักไมอาผู้หญิงคนนั้นมากเพียงไร แต่กายก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี เพราะดูเหมือนว่าเซ็นกำลังจะเร่งตามหาตัวแข่งกับเวลาอะไรสักอย่าง

            ทางฝั่งครอบครัวของไมอาเองก็แทบจะพลิกแผ่นดิน แต่ก็เช่นกันไม่มีใครพบเจอเธอแม้แต่เงาหรือปลายเส้นผม

            “เพราะไมอาบอกฉันเอาไว้” เซ็นพึมพำแล้วก็หยิบเอากระดาษที่หุ้มมาพร้อมกับโถยาที่เขาก็ไม่แน่ใจเท่าไหร่ ว่ามันเป็นยาอะไรกันแน่ ขึ้นมาดูอย่างแสนอาวรณ์

            “ว่าวันหนึ่งเราจะได้พบกันอีกครั้ง”

 

            “นี่เจ็ดเดือนแล้วนะที่เราไม่เจอไมอาน่ะ” กายพูดแล้วก็ยกถ้วยชาขึ้นมาจิบเพื่อระงับอาการคอแห้งของตนเอง

            เหล่าเพื่อนสนิทของเซ็นที่เป็นสายพันธุ์ Red Tails ที่เคยอาศัยอยู่ด้วยกันที่เมือง Penta north มารวมตัวกันอยู่ที่เมืองเล็กๆ เมืองหนึ่ง ทั้งเซ็น กาย ดีนและเรียว สายเลือดบริสุทธิ์สีแดงที่สง่างาม ไม่ว่าจะเยื้องย่างไปทางใด แรงดึงดูดของผู้ล่าก็สามารถดึงสายตาของเหยื่อได้เป็นอย่างดี

พวกเขานั่นทานมื้อเช้าด้วยกัน และมีสายตาของผู้คนจับจ้องอยู่ตลอดเวลา เซ็นนิ่งงันไม่ยอมพูดอะไรแม้แต่คำเดียว เขาทำเพียงแค่ยกมือขึ้นมาเท้าคางและปิดปากตัวเองเอาไว้ คอยแต่คิดวิธีการตามหาตัวของไมอา เขามีเวลาเพียงแค่สองเดือนเท่านั้น

อีกแค่สองเดือนเท่านั้น

          “ถามจริงเซ็นมีอะไรที่พวกฉันยังไม่รู้อีกมั้ย?” ดีนเป็นคนถาม และทุกคนที่นั่งอยู่ด้วยกันก็หันไปจ้องหน้าเซ็นแน่วนิ่ง อยากจะรู้เหมือนกันว่าอะไรที่ทำให้เซ็นเพื่อนของพวกเขาถึงได้นั่งไม่ติดที่แบบนี้

            “เธอท้อง” สองคำสั้นๆ ทำให้ชายหนุ่มอีกสามคนที่เหลือถึงกับสะอึกไป

            “ท้อง” ใครสักคนทวนคำขึ้นมาเสียงเบาหวิว ไม่อยากจะเชื่อว่าที่เซ็นนั้นได้พูดออกมาจะเป็นความจริง

            “ใช่!

            “นายรู้ได้ยังไง และแน่ใจเหรอว่าไมอาจะท้อง” กายถามอย่างไม่เข้าใจ          

            เรื่องที่เซ็นและไมอาจะมีความสัมพันธ์กันลึกซึ้งนั้นไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจ แต่เขามั่นใจว่าระยะเวลาที่เจอกันระหว่างสองคนนั้นมีไม่มากแน่นอน อีกอย่างไมอานั้นเป็นเจ้าหญิงเลือดสีขาว ส่วนเซ็นชายหนุ่มที่นั่งทำหน้าเครียดและรอยยิ้มหายไปตั้งแต่เจ็ดเดือนก่อนนั้นเป็นสายเลือดผสมสีทอง

            แน่นอนว่าการข้ามสายพันธุ์และจะกำเนิดเด็กขึ้นมาสักคนนั้นเป็นเรื่องยากแน่นอน

            “ฉันได้ยินเสียงของเด็ก มันคงจะเหมือนกับที่ไมอาได้ยินเสียงของฉัน”

            มือที่ปิดปากตัวเองของเซ็นนั้นค่อยๆ กำหมัดเข้าหากันแน่น มีสิ่งมีชีวิตตัวน้อยๆ กำลังส่งเสียงอยู่เป็นระยะ เขาได้ยินและแน่ใจไม่ผิดแน่นอนว่านั่นคือสายเลือดของเขา

            “งั้นเหรอ?” กายพึมพำเบาๆ

            คนอื่นๆ ที่นั่งอยู่ด้วยนั้นแม้ไม่อยากจะเชื่อแต่ก็เคยเห็นมาเต็มตาว่าครั้งหนึ่ง ตอนที่เซ็นยังเป็น Red Tails และถูกกับดักของ Blue Eyes เล่นงาน เซ็นเรียกหาพวกเดียวกันให้ช่วยแต่เมื่อไปถึงกลับเจอผู้หญิงคนหนึ่งกำลังจ้องหน้าเซ็นที่หมาป่านิ่ง

            และพวกเขาก็มองเห็นสายใยบางๆ ที่เชื่อมทั้งสองคนนั้นไว้จากความรู้สึก

            “เท่าที่ฉันเคยได้ยินมาเรื่องของไมอาน่ะ” ดีนที่นั่งฟังอยู่เงียบๆ พูดขึ้นบ้างและเรียกสายตาของทั้งหมดได้อย่างดี

            “ดูเหมือนว่าแม่ของเธอก็ทำเหมือนเธอแบบนี้นี่แหละ เธอท้องและยังเป็นฝาแฝดสามคน ตอนนั้นสายเลือดบริสุทธิ์กำลังไล่ล่ากำจัดพวกเลือดผสมอย่างหนักด้วย เธอเลยหนีไปที่ไหนสักที่และเมื่อเธอคลอดเธอก็ตาย เพราะว่าเธอใช้ทุกอย่างในร่างกายของเธอปกป้องแฝดทั้งสามคนเอาไว้”

            เรื่องนี้เซ็นเองก็พอจะรู้รายละเอียดคร่าวๆ มาแล้วบ้าง แต่เขาก็ยังสนใจอยากจะฟังต่อไป

            “แล้วใครไปเจอเด็กล่ะ” กายถามอย่างอยากรู้

            “พ่อของเด็กไง พ่อของไมอาน่ะ เพราะว่าเสียงร้องไห้นั้นทำให้คนที่เป็นพ่อได้ยิน แต่พอไปถึงเธอก็เสียชีวิตแล้ว ฉันไม่รู้จริงๆ ว่าตอนนี้ไมอาท้อง” ดีนพูดแล้วหันไปจ้องหน้าเซ็นเขม็ง

            เขารู้แล้วว่าทำไมตอนนี้เซ็นถึงร้อนรนตามหาไมอาอย่างหนักจนไม่ได้พักแบบนี้

            เพราะถ้าไปเจอเธอตอนที่เด็กคลอดออกมาแล้ว เธออาจจะตาย

          “อีกอย่างไมอาเป็น White Blood แล้วนายเป็น Gold Soul เซ็นนายรู้ใช่มั้ยว่าตอนนี้ไมอากำลังตกอยู่ในอันตรายมากแค่ไหนน่ะ”

            สิ้นคำพูดของดีนสายตาของทุกคนก็หันไปจับจ้องที่เซ็นเป็นตาเดียว เซ็นคลายหมัดออกและสบตากับคนพูดก่อนจะพยักหน้า

            “เด็กที่จะเกิดมาไม่ธรรมดาแน่ และถ้าคนอื่นไปเจอตอนที่ไมอาช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ฉันไม่อยากจะคิดถึงชะตากรรมของเด็กคนนั้น เซ็น”

 

            จากระยะเวลาสองเดือนที่เลื่อนผ่านไปจวบจนตอนนี้ผ่านไปห้าปี

            ครั้งหนึ่งเขาเคยจากเธอเป็นระยะเวลาสองปี แต่เขาไม่เคยคิดเลยว่าในสองปีครั้งหลังนี้จะทำให้เขาแทบบ้าตาย หลังจากเจ็ดเดือนนั้นแล้วเขาไม่ได้ยินเสียงใดๆ จากเด็กในท้องของไมอาอีก มีความเป็นไปได้สองอย่างนั่นคือ เธออาจจะคลอดก่อนกำหนดแต่สุดท้ายเขาก็ตามหาเธอไม่เจอ

            ไม่ได้ยินเสียงเรียกที่ลูกน้อยในท้องของไมอาเรียกหาผู้เป็นพ่ออย่างเขา

            หรือไม่เธอก็อาจจะถูกใครบางคนทำร้ายจนถึงตายคิดได้เพียงเท่านี้เขาก็คลุ้มคลั่งอาละวาดไปหลายวันใครก็ไม่สามารถเข้าหน้าเขาติด จนถึงตอนนี้สองปีแล้ว ห้าปีแห่งความเงียบงันไร้สุ้มเสียงใดๆ ให้ได้ยิน เขาไม่รู้ว่าไมอาจะได้ยินเสียงเรียกของเขาไหม เหมือนตอนที่เขาถูกกับดักเล่นงานจนขยับไปไหนไม่ได้ เขาส่งเสียงเรียกเพื่อนร่วมสายพันธุ์ แต่กลับเป็นร่างเล็กๆ ของเธอปรากฏให้เห็นแทน

            ถึงตอนนี้เธอจะได้ยินเสียงเขาอยู่ไหม

            ทุกค่ำคืนเขาต้องกระโจนขึ้นไปบนหลังคาปราสาทที่ผู้เป็นบิดาทิ้งไว้ให้ และเห่าหอนร่ำร้องเรียกหาผู้ที่เป็นดั่งดวงใจ ไม่มีวันที่เขาไม่ทรมาน ไม่มีวันไหนที่เขาหลับตาลงอย่างสนิทใจ

            เมื่อฝันก็เห็นแต่ภาพของเธอนั่งร้องไห้โอบกอดเด็กตัวเล็กๆ ที่เปรอะเปื้อนไปด้วยเลือด แค่คิดหัวใจที่แข็งกระด้างด้านชาของเขาก็เหมือนว่าจะจับตัวเป็นก้อนน้ำแข็งจากนั้นมันก็แตกหักเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย เหมือนถูกทุบด้วยค้อนล่องหนที่มองไม่เห็นด้ามของมัน

            “ไมอาได้โปรด ได้โปรดเรียกหาฉัน ได้โปรด!!

            ผู้เป็นบิดาเฝ้ามองลูกชายที่ร่ำไห้อยู่บนหลังคาด้วยไม่รู้จะทำอย่างไรดี เขาเดินกลับเข้ามาในปราสาทและสั่งคนดูแลลูกชายที่เหมือนสูญสิ้นสติสัมปชัญญะที่ควบคุมตนเองไปแล้ว

            วันนี้มีการประชุมของสภาสายเลือดบริสุทธิ์ที่รายงานถึงจำนวนสายเลือดผสมที่ยังมีชีวิตรอด ฝาแฝดที่ต้องพบเจอกันอีกครั้งมีสภาพไม่แตกต่างกันเท่าไหร่ นี่ก็เป็นครั้งแรกในรอบปีที่ฝาแฝดเซ็น แซน ผู้ที่มีสายเลือดสีทองในกายได้มาเผชิญหน้ากันอีกครั้ง

            แค่มองดูแววตาของกันและกันทั้งคู่ก็รับรู้ได้ว่าอีกฝ่ายกำลังรู้สึกนึกคิดเช่นไรอยู่

            ไม่มีถ้อยคำ มีเพียงแววตาที่เจ็บช้ำที่ส่งผ่านถึงกัน นี่อาจจะเป็นครั้งแรกที่ในรอบหลายปีที่ฝาแฝดทั้งสองมีอาการอารมณ์แบบเดียวกัน หลังจากที่ต่างฝ่ายต่างไม่แยแสซึ่งกันและกันมานานแสนนาน

            “ที่เมือง Fog และเมือง Mist ห่างออกไป ที่นั่นจะมีพวกเลือดผสมทั้ง White Blood และ Black Heart อยู่จำนวนหนึ่ง ซึ่งเราก็ไม่แน่ใจว่าทำไมที่เมืองแห่งนั้นจึงเป็นที่รวมตัวของสายเลือดผสมได้มากมายขนาดนั้น” โฆษกที่กล่าวรายงานดันแว่นตัวเองขึ้นมา เผยให้แววตาสีน้ำเงินเจิดจ้าและมองหน้าหัวหน้าสภาที่มีสายเลือดสีเขียวมรกตเงียบๆ

            “งั้นหรือ” ชายชราที่มีแววตาสีเขียวแจ่มใสกล่าวพร้อมกับรอยยิ้ม

            หลายคนไม่เข้าใจว่าประธานสูงสุดสภาสายเลือดบริสุทธิ์นี้ทำไมถึงได้มีอารมณ์ดีนัก เรื่องเมื่อตอนที่เกิดการชิงตัวเจ้าหญิงเลือดชาวเมื่อเจ็ดปีก่อนเขาไม่ได้ปรากฏตัวให้เห็น ซ้ำยังไม่มองเรื่องนี้อยู่ในสายตา แต่มาตอนนี้เขากลับมาปรากฏตัวแต่พูดคำสั้นๆ พร้อมกับรอยยิ้มเท่านั้น

            จุดเริ่มต้นในค่ำคืนนั้น เปลี่ยนแปลงชะตาชีวิตของฝาแฝดเซ็นแซนที่เป็นสายเลือดบริสุทธิ์ ให้กลายมาเป็น Gold Soul ผู้หญิงใหญ่ แต่นั่นไม่สำคัญเท่าเรื่องกองกำลังของเลือดผสมสีดำและสีขาวที่เริ่มจะมีมากขึ้น โดยไม่รู้ว่าอพยพมาย้ายมาจากที่ใดกันแน่

            ส่วนเรื่องของฝาแฝดเซ็นแซนก็ไม่มีอะไรน่าห่วง เพราะว่าทั้งคู่นั้นแต่เดิมก็มีสายเลือดบริสุทธิ์และมีหน้าที่ตามกำจัดพวกสายเลือดผสมอยู่แล้วด้วย หากเมื่อกลายเป็นเลือดสีทองก็ยิ่งทำให้กองกำลังของเลือดบริสุทธิ์ดูยิ่งใหญ่น่าเกรงขามมากกว่าเดิม

            “จัดการตามเห็นสมควรก็แล้วกัน” ชายชรานัยน์ตาสีเขียวที่ยังดูแจ่มใสกล่าวและขยับตัวก้าวออกไปจากห้องประชุม โดยที่มีผู้รับใช้ตามไปประคองอย่างนอบน้อม

            ส่งผลให้ทุกคนในห้องประชุมเกิดความสับสนงงงวย ว่าประธานสูงสุดของสภาอาวุโสท่านนี้กำลังคิดเรื่องอะไรอยู่กันแน่ แต่แววตานั้นมันมีอะไรบางอย่างแอบซ่อนอยู่

            และจากนั้นตามด้วยร่างสูงของชายหนุ่มที่มีนามว่าเซ็นที่เดินออกไปอีกทาง ผลักบานประตูบานใหญ่ออกไปเงียบๆ แสงสว่างลอดผ่านเข้ามาในที่ประชุมแวบหนึ่งแล้วหายไปเมื่อประตูได้ปิดลงตามเดิม แซนก็เป็นอีกคนเช่นกันที่เบื่อจะมานั่งฟังการประชุมไร้สาระพวกนี้แล้ว

            เห็นมีแต่รายงานบอกว่าใครเป็นยังไงอยู่ที่ไหน แต่เอาเข้าจริงก็ไม่กล้าจะส่งหน่วยกล้าตายออกไปล้มล้างพวกเลือดผสม ดีแต่ปรพชุมวางแผนการอะไรที่ไม่ได้เรื่องสักอย่าง แซนคิดอย่างเบื่อหน่ายก่อนจะลุกขึ้นจากเก้าอี้เดินตามหลังแฝดผู้พี่ไปเงียบๆ

            “เอ่อ” มีคนร้องทักหมายจะเรียกแซนเอาไว้

            แต่เมื่อสายเลือดสีทองหันหลังกลับไปพร้อมกับตวัดสายตามองเงียบๆ ทั้งห้องประชุมก็มีแต่ความเงียบงันไม่มีถ้อยคำใดๆ จะเอ่ยกับชายหนุ่มนัยน์ตาสองสีนั้นอีก มีแต่ผู้ที่เป็นบิดาของฝาแฝดที่ได้ค้อมศีรษะให้คนในห้องประชุมสองสามครั้ง กับความไร้มารยาทของลูกชายทั้งสองคน พร้อมกับเอ่ยให้ผู้ที่กำลังรายงานการประชุมได้ดำเนินต่อไป

            “เชิญต่อเลยครับ แล้วผมจะไปพูดกับสองคนนั้นให้เอง

 

            แฝดผู้พี่เดินนำหน้าฝาแฝดคนน้องเงียบๆ หลังจากที่เดินออกมาจากห้องใต้ดินที่เป็นสภาลับของพวกสายเลือดบริสุทธิ์แล้ว แสงแดดและอากาศที่สดชื่นไม่ได้ทำให้ทั้งคู่อารมณ์ดีขึ้นมาได้เลย สิ่งหนึ่งที่ยังคงค้างอยู่ในใจของทั้งคู่ไม่จางไปไหนก็คือหนึ่งหญิงที่หายสาบสูญไปเงียบๆ ไร้ร่องรอยใดๆ ให้ตามหาตัวได้เลย

          แซนยกปลายนิ้วขึ้นมาเสยผมตัวเองเมื่อลมพัดปลิวจนพันกันยุ่ง เขาสูดอากาศเข้าปอดลึกๆ ก่อนจะเดินตามหลังของเซ็นผู้เป็นพี่ชายไปเงียบๆ โดยที่ไม่ได้กล่าวอะไรต่อกัน เขาเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องเดินตามเซ็นไปเงียบๆ อย่างนี้ด้วยก็ไม่รู้

            บางที ตั้งแต่เมื่อครั้งยังเป็นเด็กเขาเองก็อยากจะเดินตามหลังพี่ชายแบบนี้ รอคอยว่าพี่ชายจะพาไปเที่ยวหรือเล่นอะไรด้วยกันล่ะมั้ง แซนคิดในใจแล้วก็ยิ้มเยาะตัวเองด้วยความสมเพช

            ไหล่กว้างของเซ็นที่เคยดูสง่าผ่าเผยมาวันนี้มันดูลู่ลง เพราะว่าเจ้าตัวดูเหมือนไม่มีเรี่ยวแรงจะทำอะไรทั้งนั้น เขาเห็นใจเซ็นแวบหนึ่งจากนั้นก็นึกสงสารตัวเองต่อ เพราะตนเองนั้นก็ไม่ต่างจากผู้เป็นพี่ชายเท่าไหร่ ยังคงเหนื่อยล้าและหมดแรงไปเฉยๆ เมื่อยังไม่รู้ว่าไมอาจะเป็นตายร้ายดีเช่นไรบ้าง

            แล้วเมื่อเดินไปถึงลานกำแพงอิฐกว้างๆ ที่รกร้างว่างเปล่าปรากฏให้เห็นร่างเล็กๆ ของเด็กสองคนที่ใส่เสื้อคลุมกันหนาวและฮู้ดคลุมหน้าเอาไว้ คนหนึ่งกำลังวิ่งตามเก็บลูกบอลที่กลิ้งไปยังปลายเท้าของเซ็น อีกคนหนึ่งกำลังเขย่งยื้อเอาลูกโป่งสวรรค์สีแดงที่ติดกับปลายกิ่งไม้ข้างบน

            เขายิ้มที่มุมปากนิดหน่อยก่อนจะเดินไปหาเด็กคนนั้น พร้อมกับดึงเอาเส้นด้ายที่ผูกลูกโป่งไว้ส่งให้เด็กตัวเล็กอย่างใจดี

            “นี่!” เขาเองก็รู้แปลกใจเหมือนกันที่ตัวเองมาทำใจดีให้กับเด็กได้แบบนี้

            “ขอบคุณค่ะ” เป็นเด็กผู้หญิง แซนคิดในใจเมื่อเล็กแหลมเล็กของเด็กคนนี้เอ่ยบอกกับเขา

            และเมื่อดวงหน้าเล็กๆ เงยหน้าขึ้นมามองหน้าเขาซึ่งเด็กคนนี้มีความสูงเลยเข่าเขาขึ้นมาได้ไม่เท่าไหร่ ฮู้ดที่ติดกับเสื้อคลุมที่หน้าเล็กๆ เอาไว้ค่อยเผยให้เขาเห็น

            ไม่นานแซนก็ชาวาบขนลุกเกรียวไปทั้งตัวเมื่อเด็กคนนี้มีแววตาคล้ายๆ กับไมอา และที่ทำให้ดวงตาของเขาค่อยๆ เบิกกว้างขึ้นมาได้ คงจะเป็นดวงตากลมโตที่แทบมองไม่เห็นตาขาวของเด็กคนนี้ จากที่เป็นสีดำสนิทก็แปรเปลี่ยนเป็นสีแดงและสีน้ำเงินอย่างละข้าง

            นี่มัน

          “เซ็น!!” เขาหันไปตะโกนเรียกชื่อพี่ชายสุดเสียง

            เป็นจังหวะเดียวกับที่เด็กอีกคนก้มลงเก็บลูกบอลจากปลายเท้าของเซ็น และวิ่งมาจับมือเด็กผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าเขา เพียงพริบตาเดียวเด็กทั้งสองคนก็หายไปจากสายตาของเขาแล้ว เสียงหัวเราะที่ดังแว่วมานั้นเมื่อมองตามเสียงไปก็พบว่าทั้งคู่กำลังกระโดดอยู่บนกำแพงสูง แล้วก็วิ่งๆ กระโดดๆ ไปเรื่อย

            แค่เพียงไม่นานทั้งสองก็เกือบจะหายไปจากสายตาของเขาแล้ว

            ร่างสูงของเซ็นวิ่งตามและฉุดแขนให้น้องชายตามมาด้วย

            “นั่นมัน” แซนพึมพำพลางกระโจนขึ้นไปบนกำแพง หัวใจเต้นรัวแรงไม่แพ้พี่ชายที่สัมผัสได้ถึงเสียงหัวใจของกันและกัน

            “ลูกของไมอา”

 

            “บ้าจริง!!” เสียงสบถของสองฝาแฝดกล่าวขึ้นพร้อมๆ กัน เมื่อมองไม่เห็นร่างเล็กของเด็กสองคนนั้นแล้ว

            เด็กตัวเล็กๆ นั่นเอาแต่หัวเราะแล้วก็พูดอยู่สองคำ วิ่งๆ’ ‘กระโดดๆแล้วก็หายลับไปแทบจะในพริบตาเดียว เซ็นกระโดดขึ้นไปยืนอยู่บนหอคอยเพ่งสายตามองหากลุ่มความร้อน ที่บ่งบอกตัวตนของเด็กสองคนนั้น แต่ก็ไม่เจออะไรทั้งนั้น ราวกับสายลม หายไปอย่าไร้ร่องรอย เขาคิดในใจก่อนจะยกมือขึ้นเสยผมอย่างหงุดหงิด

            “เด็กนั่น สองขวบอย่างนั้นเหรอ” เมื่อเขากระโดดลงมาจากหลังคาหอคอย แฝดผู้น้องที่ก็วิ่งตามเช่นกันหอบแฮ่กถามผู้เป็นพี่ชายด้วยความไม่เข้าใจ

            ห้าปี เขามั่นใจว่าถ้าเด็กสองคนนั้นเป็นลูกของไมอาจริงๆ อายุก็ไม่เกินน่าจะเกินห้าขวบ แต่ว่าเด็กสองคนที่เห็นนั่นตัวโตราวกับเด็กเจ็ดขวบ และยังดวงเนตรที่แข็งแกร่งน่ากลัว เพียงแค่สบตาเพียงแวบเดียวเขาก็รู้ได้ทันทีว่าเนตรนั่นไม่ธรรมดา

            “อาจจะเป็นเพราะว่า White Blood ทั้งสองคนเลยดูดกลืนทุกอย่างเข้าหาตัวและกลายเป็นแบบนั้น” แม้แต่ผู้ที่คิดว่าตัวเองเป็นพ่อของเด็กสองคนนั้นก็ยังอดที่หวาดผวาไม่ได้

            เด็กชายคนที่ก้มลงเก็บลูกบอกใกล้ๆ กับที่ปลายเท้าของเขาน่ากลัวเหลือเกิน แววตาข้างหนึ่งของเด็กคนนั้นเป็นสีเขียวมรกต และอีกข้างหนึ่งเป็นสีแดงเพลิงถึงตอนนี้เขาสับสนไปหมดแล้ว

            เนตรสีเขียวของพวก Green Claws นั่นไปปรากฏในเด็กคนนั้นได้อย่างไรกัน

            “เด็กผู้หญิงคนนั้นมีเนตรสีอะไร” เขาหันไปถามแซนฝาแฝดคนน้องที่ยังทำหน้าตกตะลึงไม่หาย

            เสียงหัวเราะของเด็กสองคนนั้นเป็นดังเสียงระฆังที่ดังก้องอยู่ในหัวของเขาไม่รู้จบ มันดังวนเวียนอย่างนั้นรอบแล้วรอบเล่าจนเขาปวดหัวไปหมด

            “สีน้ำเงิน และสีแดง มีอะไรอย่างนั้นเหรอ” แซนหันหน้าไปมองเซ็นผู้เป็นพี่ชาย และเห็นว่าเขาทำหน้าเหมือนไม่อยากจะเชื่อกับสิ่งที่ได้บอกไป

            “เด็กผู้ชายอีกคนมีเนตรสีเขียวและเนตรสีแดง ฉันงงไปหมดแล้ว” เซ็นพึมพำและทรุดตัวคุกเข่าลงกับพื้น ก่อนจะใช้ปลายนิ้วตัวเองแตะที่หัวรองเท้า เป็นจุดที่ลูกบอลของเด็กคนนั้นกลิ้งมาชนกับรองเท้าของเขา ก่อนจะยกขึ้นมาแตะปลายจมูกตัวเองอีกครั้ง

            “ฉันได้กลิ่นแล้ว” เซ็นพึมพำเบาๆ ก่อนจะหยิบผ้าเล็กๆ ผืนหนึ่งที่อยู่ในกระเป๋าเสื้อขึ้นมาเช็ดเอากลิ่นของเด็กชายคนนั้นเพื่อเก็บไว้ตามหา ลูกชาย ใช่ เด็กคนนั้นและเด็กผู้หญิงอีกคนคือลูกของเขา

            แซนเมื่อเห็นพี่ชายทำเช่นนั้นเขาก็ยกปลายนิ้วขึ้นมาแตะปลายจมูกตนเองบ้าง ได้แล้ว เขาคิดในใจเพื่อยังได้กลิ่นของเด็กคนนั้นจากเส้นด้ายของลูกโป่งที่จับก่อนหน้านี้ เขาทำเช่นเดียวกับที่เซ็นทำ นั่นคือหยิบเอาผ้าเช็ดหน้าเช็ดมือตัวเองเพื่อเก็บกลิ่นเอาไว้และตามหาตัวของเด็กสองคนนั้นต่อไป

            นี่เป็นวิธีการสะกดรอยอย่างหนึ่งของพวกหมาป่าเช่นพวกเขา

            “เนตรสีเขียว หมายความว่ายังไงกัน” เซ็นพึมพำอย่างไม่เข้าใจ แต่ก็มั่นใจว่าไมอาไม่ได้มีความสัมพันธ์กับพวก Green Claws แน่ๆ สายเลือดของเด็กสองคนนั้นเขารับรู้ว่านั่นคือสายเลือดของเขา และอาจจะเกี่ยวกับพันกับแซนอยู่ไม่น้อย

            เพราะนอกจากแซนจะเป็นฝาแฝดไข่ใบเดียวกันกับเขาแล้ว สายเลือดของพวกเขายังปะปนและไหลวนในตัวเหมือนกันด้วย แล้วเขาก็ต้องหันไปมองน้องชายอย่างตกใจเมื่อจู่ๆ ร่างของแซนก็ทรุดฮวบลงกับพื้นยกมือขึ้นขยุ้มอกข้างซ้ายของตัวเองไว้แน่น

            “เฮ้! แซนนายเป็นอะไร” เซ็นผวาเข้าไปหาน้องชายด้วยความตกใจ

            “ฉันถูกเด็กนั่น เล่นงานเข้าแล้ว

 

            เมื่อกลับมาถึงปราสาทที่พักของลอร์ดเซนัส ผู้เป็นบิดาของฝาแฝดทั้งสอง ร่างของแซนถูกหามเข้าไปรักษาอย่างเร่งด่วน แม้แต่เลือดสีขาวที่มีในกายก็ไม่สามรถจะช่วยให้อาการของเขาดีขึ้นได้ ปกติแซนจะไม่ได้อยู่ที่นี่พร้อมกับผู้เป็นบิดาและพี่ชาย หากแต่เขาอาศัยอยู่กับกราโต้ผู้ภักดีที่เป็นสายเลือด White Blood อีกเมืองหนึ่ง

            ซึ่งเรื่องนี้ถูกปิดไว้เป็นความลับ ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ว่าเขามีผู้จงรักภักดีเป็นถึงเลือดผสมที่น่าเกรงขามอย่าง White Blood และเขาเองก็ไม่ได้นำเรื่องผู้ติดตามที่เป็นเลือดผสมมาบอกกล่าวต่อกองทัพสายเลือดบริสุทธิ์ เขาถือว่าตนเองอยู่ตรงกลางมิได้เอนเอียงไปทางด้านไหนทั้งนั้น

            ตอนนี้ผู้เป็นบิดารีบนำร่างของลูกชายที่เกิดอาการแปลกๆ นั่นคือหัวใจเต้นช้าสลับเร็วจนจับจังหวะแทบไม่ได้และอาการเกร็งกล้ามเนื้อไปทั้งตัว ไปพบแพทย์ทันที แต่ผู้ที่ผ่านโลกมานานกว่าก็รู้สึกได้ว่าอาการที่ลูกชายที่เป็นอยู่นั้น คล้ายๆ กับว่าถูกพิษของ Blue Eyes เล่นงาน

            แต่จะเป็นไปได้หรือ ในเมื่อในกายของแซนนั้นแต่เดิมก็มีเลือดที่เป็นสีน้ำเงินของ Blue Eyes อยู่ก่อนแล้ว ต่อให้กลายเป็น Gold Soul และถูกพิษของ Blue Eyes เล่นงานเข้า อย่างน้อยเลือดเดิมที่ยังไหลเวียนอยู่ภายในร่างกายก็น่าจะสามารถต้านทานพิษนั้นๆ ได้ แต่นี่กลับกลายเป็นว่าลูกชายของตนนั้นทรมานอาการหนักหนาสาหัสมากทีเดียว

            “เซ็นน้องเป็นอะไร” ผู้เป็นบิดาหันไปถามบุตรชายคนโตที่ยืนนิ่งด้วยความประหลาดใจอยู่เช่นกัน

            “อาจจะเป็น” เขาพูด แต่ก็ไม่กล้าที่จะพูดต่อจบจบ

            ตอนนี้เขากัดริมฝีปากตัวเองไว้แน่นพยายามจะคิดว่าเพราะเหตุใด แค่เพียงสบตากับเด็กตัวน้อยนั่นได้ไม่เท่าไหร่ แซนถึงมีอาการหนักถึงขนาดนี้

            เลือดสีทองที่ผสมกับเลือดสีขาวนั้นมีอานุภาพรุนแรงปานนี้เชียวหรือ แล้วเด็กชายคนนั้น คนที่มีดวงตาสีเขียวมรกตนั่น เขาขบคิดเรื่องราวไม่ออกและหวั่นใจอยู่ครามครันว่าเด็กสองคนนั้นรอดชีวิต โดยที่ไมอานั้นเสียสละตัวเองเพื่อให้ทายาทตัวน้อยๆ ได้มีโอกาสหายใจบนโลกนี้อย่างนั้นหรือ

เขาคิดจนปวดหัวไปหมด รู้สึกหวั่นเกรงเงียบๆ ว่าผู้ที่ตนรักนั้นจะไม่ได้อยู่บนโลกใบนี้อีกต่อไปแล้ว พร้อมกับแพทย์ที่เดินออกมาจากห้องรักษาคนไข้ บอกกล่าวกับลอร์ดเซนัสว่าพวกตนไม่สามารถรักษาอาการของคนเจ็บได้ แม้กระทั่งจะพยุงอาการไว้ก็ไม่ได้ ตอนนี้เซรุ่มของเลือดที่สกัดมาจากสายพันธุ์ Green Claws ก็ไม่อาจจะยับยั้งอาการเกร็งกระตุกและการหลุดทำงานของเซลล์ในร่างกายได้เลย

            เซ็นคิดอะไรบางอย่างได้แวบหนึ่ง เขาหุนหันกลับไปยังห้องนอนของตนเองและเปิดโถทองขนาดเท่าไข่ไก่ออกมา ยามใดที่เปิดฝาโถนี้ เสียงหัวเราะ เรียงร่ำไห้ จะสลับสับเปลี่ยนร้องแว่วออกมาให้ได้ยินไปเสียทุกครั้ง เขาฟังมันจนชาชินและมั่นใจว่านี่ไม่ใช่เสียงของไมอาแน่นอน

            เขาเทแคปซูลยาที่ก็ไม่แน่ใจเท่าไหร่ว่ามีไว้รักษาอาการบาดเจ็บเช่นไร รู้แค่เพียงว่ามันมีกลิ่นหอมและให้ความรู้สึกผ่อนคลายเมื่อได้กลิ่นของมัน เขาหยิบยาออกมาจากฝ่ามือสองเม็ดและถือโถยาทั้งโถติดมือมาด้วย ก่อนจะเดินตรงกลับไปยังห้องพยาบาลอีกครั้ง เดินฝ่าแพทย์และพยาบาลที่ยืนขวางทางเข้าไปอย่างเร่งรีบ โดยมีสายตาของผู้เป็นบิดามองตามไปอย่างไม่เข้าใจ ว่าบุตรชายคนโตกำลังคิดจะทำอะไรกันแน่

            เซ็นเดินตรงมาถึงเตียงของแซนที่มีพยาบาลคอยดูอาการอยู่ตลอดเวลาแม้ว่าครั้งหนึ่งที่พวกเขาห้ำหั่นกันเกือบถึงตาย แต่เมื่อความอ้างว้างและความโดดเดี่ยวเข้ามาครอบงำจิตใจ เขาก็ยังปรารถนาจะให้อีกครึ่งหนึ่งของตัวเขามีชีวิตอยู่ต่อไป

            เซ็นจัดการอ้าปากของน้องชายและดันแคปซูลยาเข้าไปสองเม็ด จากนั้นก็ปิดปากของแซนเอาไว้แน่นให้ตัวยาค่อยๆ ไหลไปตามทางเดินอาหารและละลายอย่างช้าๆ โดยที่ลอร์ดเซนัสเดินตามเข้ามาดูอย่างอยากรู้ และไม่ช้าแซนก็สามารถขยับตัว กระพริบตา ลมหายใจและชีพจรก็ค่อยๆ กลับมาเป็นปกติ

            แซนมองสบตากับพี่ชาย แวบหนึ่งที่ดวงตาประสานกัน ความนึกคิดของอีกฝ่ายต่างรับรู้ได้ซึ่งกันและกัน โดยที่ปราศจากเสียงใดๆ

            “เซ็น ฉันถามว่ามันเกิดอะไรขึ้น!” ลอร์ดเซนัสถามและค่อยๆ ประคองลูกชายคนเล็กให้ลุกขึ้นนั่ง ท่ามกลางอาการแปลกใจของคนที่มองเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด

            “ลอร์ดเซนัส” เซ็นเอ่ยปากถามผู้เป็นบิดาเสียงแผ่ว ในใจเริ่มวิตกกังวลอย่างหนัก ไม่รู้ว่าจะพูดเรื่องนี้กับผู้เป็นบิดาเช่นไรดี

            “มีอะไร?” พอเห็นแววตาของลูกชาย ลอร์ดเซนัสก็พอจะเข้าใจสถานการณ์ แต่ก็ยังไม่เข้าใจถ่องแท้มากนัก

            “หากเลือดสีทองผสมเข้ากับเลือดสีขาวหรือสีดำอีกที มันจะเกิดอะไรขึ้น” เซ็นถามและจ้องหน้าผู้เป็นบิดาแน่วนิ่ง

            แววตาล้ำลึกนั้นทำให้เซนัสรู้ว่าไม่ใช่เรื่องล้อเล่นที่บุตรชายพูดขึ้นมาลอยๆ เท่านั้น หากแต่มันมีอะไรบางอย่างที่เซ็นกำลังวิตกกังวลอยู่ลึกๆ

            Gold Soul อย่างพวกเธอจะมีทายาทกับ Black Heart หรือไม่ก็ White Blood น่ะรึ” เซนัสกล่าว

            “ใช่” เซ็นรับคำแล้วก็หลับตาลง กลิ่นที่ลอยมาในยามค่ำคืนนี้คุ้นปลายจมูกเช่นไรบอกไม่ถูก

            “เรื่องนี้สุดจะคาดเดา ยากแท้ หยั่งถึง” ลอร์ดเซนัสกล่าวไปตามความจริง

            เพราะว่าสายเลือดสีทองนั้นแทบจะไม่ปรากฏให้พบเห็น และไม่มีใครรู้ว่าอำนาจที่แท้จริงของพวกเลือดผสมที่ดึงเอาส่วนสว่างทั้งหมดของห้าสายเลือดมารวมไว้ในกาย และเมื่อมีทายาทกับเลือดผสมที่ก็ดูเหมือนว่าจะมีอำนาจอยู่เหนือพวกเลือดบริสุทธิ์ด้วยแล้ว มันคงจะไม่ใช่เรื่องที่ดีสักเท่าไหร่แน่ๆ

            “หลานของคุณ ทายาทรุ่นต่อไปของคุณ” เซ็นพูดแล้วก็หยุดลงเพียงเท่านั้น

            ทำให้ลอร์ดเซนัสถึงกับขมวดคิ้วแน่นไม่เข้าใจว่าลูกชายคนโตต้องการจะสื่ออะไรกับตน แต่เมื่อลองลำดับเรียงเรื่องที่บุตรชายเล่าตั้งแต่แรกๆ ดวงตาสีน้ำเงินที่เป็นทายาทของ Blue Eyes ก็เบิกกว้างขึ้นมาทันที

            “พวกเขากำลังมา” เซ็นพูดแล้วก็ขยับตัว เมื่อได้ยินเสียงหัวเราะที่กรีดร้องเหมือนกำลังดีใจร่าเริงกับอะไรสักอย่าง

            “ทวงหา อะไรบางอย่าง”

 

            ไม่นานเพดานที่ทั้งหนาทั้งหนักก็หล่นลงมา เกือบทับลอร์ดเซนัส ดีที่เซ็นคว้าตัวผู้เป็นบิดาหลบไปอีกทางได้ทัน พร้อมด้วยสายลมหนาวที่พัดผ่านเข้ามา พร้อมทั้งเสียงหัวเราะแหลมเล็กที่ดังก้องจนทุกคนต้องยกมือขึ้นอุดหูตัวเองเป็นการด่วน หมาป่านั้นมีโสตประสาทและการดมกลิ่นเหนือกว่าคนธรรมดาทั่วไปหลายเท่านัก

            เสียงแม้แทบจะไม่ได้ยินหรือไม่ได้ยินเลยในหมู่ผู้คนธรรมดา แต่สำหรับพวกมนุษย์หมาป่าเช่นพวกเขาแล้ว เสียงนั้นดังเกือบจะเท่าตัวที่มนุษย์ทั่วไปได้ยินเลยทีเดียว

            “ห้ามสบตากับเด็กสองคนนั่นเด็ดขาด!!” เซ็นประกาศก้องแล้วก็มองหาร่างเล็กๆ ที่น่าจะกำลังซ่อนตัวตามเงามืดที่ไหนสักที่

          “เด็ก ท่านกำลังพูดถึงเรื่องอะไร” มีใครสักคนถาม แต่เซ็นไม่ใส่ใจที่จะตอบ เขาเบิกเนตรของตนเองเพื่อจะมองหาทายาทที่กำลังมาพบเจอเขา แต่ไม่ใช่เรื่องน่ายินดี เพราะเด็กสองคนนั้นเกลียดชังเขาสังเกตได้จากน้ำเสียงและการมาเยือนของทั้งสองคน

            ดวงเนตรนั่นร้ายกาจ แค่ลองสบตาตรงๆ ก็เหมือนถูกพิษร้ายจากเลือดของหมาป่าทั้งห้าสายพันธุ์เล่นงานได้แล้ว ไม่ได้กรีดเลือดให้ไหลซึมเข้าไปในตัวอีกที แต่ก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไรกันแน่ บางทีทายาทของราชันย์เหนือราชาอย่างเขากับเจ้าหญิงเลือดสีขาวอย่างไมอา อาจจะก่อกำเนิดทายาทที่ดูดกลืนเอาด้านมืดทุกอย่างของห้าสายเลือดไป ตรงกันข้ามกับเลือดสีทองอย่างเขาที่ดึงเอาเฉพาะส่วนสว่างของเลือดทุกสีไว้ในกายตัวเอง

            “ปา ป๊า!!” แล้วเซ็นก็ต้องสะดุ้งเฮือก เมื่อจู่ๆ ก็มีเด็กผู้หญิงตัวเล็กคนหนึ่งมาปรากฏตรงหน้าของเขา

            เป็นไปไม่ได้! เซ็นตะโกนบอกตัวเองในใจ เมื่อเขาไม่รู้สึกถึงการเคลื่อนไหวของเด็กคนนี้แม้แต่น้อย เธอเหมือนกับหายตัวได้อย่างนั้นเลย เขาคิดเมื่อกำลังจะเอื้อมมือไปแตะไหล่เล็กนั่น ร่างของเด็กหญิงตัวเล็กๆ ก็หายวับไปทันทีทันใด

            ความโกลาหลเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อเด็กหญิงเที่ยวทักทายกับคนไปทั่ว ด้วยเวลาเพียงแค่กะพริบตาครั้งเดียว เซ็นเริ่มหัวหมุน รู้ชัดว่าเด็กหญิงคนนั้นเป็นลูกสาวของเขา สายใยบางๆ บอกให้เขารู้ว่าเด็กหญิงกำลังโกรธจัด และเขาไม่รู้ว่าเธอโกรธเขาด้วยเรื่องอะไร

            ” และเมื่อจะอ้าปากร้องเรียกเด็กน้อย เขาก็ไม่รู้ว่าทายาทของเขานั้นมีชื่อเสียงเรียงนามว่าอะไร

            มีอา” แล้วเซ็นก็ต้องเย็นวาบไปทั้งตัว เมื่อมีมือเล็กๆ มาแตะที่ไหล่ของเขาพร้อมกับเสียงแหลมเล็กที่กระซิบข้างหู

            ลมพัดมาวูบใหญ่ดวงไฟเกือบทุกดวงพร้อมใจกันดับพรึบ พร้อมดับเด็กหญิงตัวน้อยที่เขาเพิ่งรู้ว่าชื่อ มีอา ก็หายวับไปอีกครั้ง เซ็นคว้าได้เพียงแค่อากาศเท่านั้นเมื่อเอื้อมมือหมายจะคว้าร่างของเด็กหญิงเอาไว้

            “ออกไปข้างนอก!” แซนตะโกนบอกคนที่กรูเข้ามาในปราสาท เมื่อรู้สึกตื่นตกใจว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นข้างในกันแน่

            เมื่อได้ยินน้ำเสียงเฉียบขาดดั่งคำประกาศิตนั้นทุกคนก็เข้าใจสถานการณ์เป็นอย่างดี ตอนนี้มีบางอย่างผิดปกติ และไม่ใช่เรื่องดีเป็นแน่

            มาร์” และครั้งนี้เซ็นเหมือนหยุดหายใจ เมื่อมีร่างเล็กของเด็กผู้ชายลอยตัวอยู่กลางอากาศตรงหน้าเขา พร้อมกับจ้องหน้าเขาด้วยดวงตาสีน้ำเงินเจิดจ้าและสีแดงสว่างไสวอย่างละข้าง แนะนำตัวพร้อมกับรอยยิ้มที่เย้ยหยันผู้เป็นบิดาด้วยความเกลียดชัง

            คนเป็นพ่อถึงกับเจ็บแปลบกับสายตานั้น สายตาที่ไม่มีความเป็นมิตรหรือผูกพันทางสายเลือดแม้แต่น้อย แต่ที่เขาแปลกใจเห็นจะเป็นดวงตาของเด็กน้อยที่ไม่มีสีเขียวให้เห็น เขาจำได้ว่าตัวเองไม่ได้มองผิดไปแน่นอน ครั้งก่อนที่เจอกันเด็กชายมาร์ คนนี้มีดวงตาสีเขียว

            แต่ทว่าตอนนี้เขากลับมีเพียงดวงตาสีน้ำเงินและสีแดงดังเช่นเขา

            ตอนนี้คนที่อยู่ในห้องพยาบาลเหลือเพียงแค่เซ็น ฝาแฝดคนน้องแซน และลอร์ดเซนัส สายตาสามคู่จ้องมองไปยังร่างของเด็กชาที่จรดปลายเท้าลงที่พื้นห้อง และเอามือไขว้หลังมองดูชายสามคนข้างหน้าอย่างพิจารณา ไม่นานดวงตาสีเขียวมรกตและสีน้ำเงินอย่างละข้างก็ปรากฏอยู่ข้างหลังเด็กชายมาร์ที่เป็นลูกชายของไมอา

            เด็กสองคนที่ดูเหมือนจะมีเนตรทุกแบบในตัว และสามารถสลับสับเปลี่ยนสีและข้างได้อย่างน่าอัศจรรย์ มองดูผู้ที่เป็นบิดา อา และปู่ของตน ทำท่าลังเลใจว่าจะทักทายเช่นไรดี

            ส่วนคนอื่นที่ออกไปรออยู่รอบนอก ทั้งนอกประตู นอกปราสาท หลังคาที่เป็นรูโหว่ขนาดใหญ่จากฝีมือเด็กทั้งสองคนนี้ ต่างซุ่มรอเงียบๆ ไม่ลดความประมาทใดๆ ทั้งสิ้น แค่มองด้วยตาเปล่าพวกเขาก็พอจะรู้รางๆ ว่าเด็กสองคนนั้นมีอะไรบางอย่างที่พิเศษเหนือคนอื่น และดูเหมือนจะอยู่เหนือกว่า ราชันย์สีทองอย่างเซ็นและแซนด้วย

            แสงไฟที่ริบหรี่ให้ความสว่างเพียงน้อยนิดกลายเป็นของเล่นของเด็กน้อยมีอา เมื่อเธอเขย่งปลายเท้าไปเป่าเทียนไม่กี่เล่มที่ยังติดไฟอยู่ให้ดับลง

            “มีอา มันมืดไปแล้วนะ” ผู้ที่เป็นพี่ชายบอกน้องสาวด้วยเสียงที่นุ่มนวล

            เซ็นไม่แปลกใจที่ทายาทระหว่างเขาและไมอาจะเป็นฝาแฝด เพราะว่าเขาเองก็มีฝาแฝด ไมอาเองก็มีฝาแฝดเช่นกัน มีโอกาสสูงที่เด็กในท้องของไมอาจะเป็นฝาแฝด และเมื่อตอนที่ได้ยินเสียงลูกน้อยเรียกร้องหาเขา เขาเองก็ได้ยินมากกว่าเสียงเดียวด้วยเช่นกัน

 

            “ลูก” เซ็นเรียกเด็กน้อยด้วยเสียงที่แหบพร่า

            ทั้งสองคนมีส่วนคล้ายไมอาอยู่มาก แค่เพียงเห็นแววตาของเด็กน้อยหัวใจของเขาก็เหมือนถูกบีบอัดจนเจ็บแปลบไปทั้งใจแล้ว

            “คะ ปาป๊า!” เด็กน้อยมีอายิ้มกว้างและส่งเสียงร่าเริง เมื่อได้ยินผู้เป็นบิดาเรียกหา

            ” เซ็นสะอึกอีกครั้งเมื่อจู่ๆ ร่างเล็กของมีอาก็โผเข้ามากอดเขาไว้ทั้งตัวโดยที่เขายังไม่ทันกะพริบตา

            เมื่อกำลังจะยกมือขึ้นโอบกอดร่างเล็กของลูกสาวเขาก็ร้องครางออกมาอย่างเจ็บปวด เมื่อมีอาเด็กน้อยฝากรอยเล็บไว้ที่แผ่นหลังและท้ายทอยของเขา แล้วก็หลบไปอยู่หลังพี่ชายตามเดิม

            เซ็นทรุดตัวลงกุมท้ายทอยทำหน้าเจ็บปวด มันร้อนราวกับถูกเตาเหล็กร้อนนาบ เขาคิดก่อนที่เลือดสีขาวจะทำการรักษาบาดแผลโดยอัตโนมัติ แซนถึงกับตะลึง เพราะเมื่อเขาและเซ็นกลายมาเป็นเลือดสีทองที่ไม่มีใครเทียบเคียง น้อยนักที่ทั้งเขาและเซ็นจะได้แผล

            แต่เด็กคนนี้แค่ระยะเวลาไม่กี่วินาที กลับฝากแผลจนเลือดไหลให้กับเซ็นได้เสียแล้ว

            จะว่าเซ็นประมาทก็ส่วนหนึ่ง แต่เด็กคนนั้นเหมือนไม่ออกแรงเลยแม้แต่น้อย นี่เป็นเรื่องเหลือเชื่อที่สุดที่เขาเคยพบเจอมา แต่จะว่าไปเขาเองก็เช่นกันแค่สบตากับเด็กหญิงคนนั้นแค่ไม่กี่วินาที เขาก็ถูกเล่นงานเสียแล้ว ดวงตาของเขาจ้องมองร่างเล็กของเด็กสองคนที่กำลังหยิบอะไรขึ้นมาเล่นทำท่าไม่สนใจใครทั้งนั้น ด้วยความหวาดหวั่น

            ขนาดอายุแค่สองปียังสามารถขนาดนี้ ไม่อยากจะคิดไปถึงอีกสิบปีข้างหน้าแม้แต่น้อย มันต้องไม่ใช่เรื่องสนุกเป็นแน่

            “ปาป๊า!!” แล้วทั้งเซนัส เซ็น และแซนสะดุ้งเฮือกกันเป็นแถวเมื่อจู่ๆ เด็กหญิงมีอาก็พูดขึ้นมาอีกครั้ง

            ทั้งที่เธอยังไม่ละสายตาจากกะโหลกของมนุษย์ที่เป็นตัวอย่างโครงกระดูกกายวิภาคในห้องพยาบาล เธอเด็ดมันออกมาจากร่างนั้น พร้อมกับโยนขึ้นโยนลงแทนลูกบอล

            “เอาของของมาม้าคืนมา” มีอาแบมือไปยังทั้งสามคนที่อยู่ในห้อง ก่อนที่ดวงตาสีเขียวมรกตและสีน้ำเงินก็ค่อยๆ จางหายไปจนเหลือมองไม่เห็นสีใดๆ ได้อีก

          “ของ!?” เซ็นทวนคำลูกสาวพลางยันตัวขึ้นมาจากพื้นด้วยความเจ็บแปลบที่ยังไม่จางหายไป

            “ค่ะ ของของมาม้า” เธอย้ำอีกแล้วก็ดูเหมือนจะหมดความสนใจกับหัวกะโหลกที่เล่นอยู่ ไม่นานเด็กน้อยก็โยนมันทิ้งไป และก่อนที่กะโหลกมนุษย์สีขาวจะร่วงลงถึงพื้น มันก็กลายเป็นฝุ่นผงและจางหายไปพร้อมกับอากาศอย่างรวดเร็ว เซนัสมองแล้วก็ทราบได้ทันทีว่านี่เป็นคุณสมบัติของสายเลือด Black Heart

            “เอาคืนมา คนใจร้าย” มีอาพูดก่อนที่เซ็นจะกระโดดหลบกระสุนเศษกระจกและเศษอิฐที่ร่วงกราวตามพื้น เมื่อลูกสาวส่งมาทักทายเขา

            “ใจร้าย ปาป๊าใจร้ายตรงไหน” เขาพูดแล้วก็หลบกระสุนของลูกสาวไปด้วย

            ไม่อยากจะเชื่อ เซ็นคิดในใจเมื่อรู้สึกว่าเด็กสองคนนี้มีอำนาจกว่าที่เขาคิดเอาไว้มากมายนัก

            “ทำไมปาป๊าไม่มาหาหนู หนูเรียกปาป๊านะ!” เธอบอกแล้วก็ร้องไห้ หยุดการโจมตีทั้งหมดลงด้วยเสียงสะอื้นแผ่วๆ

            แซนเองที่ก็ต้องกระโดดหลบกระสุนของมีคมนั้น ก็กวาดสายตามองร่างเล็กๆ สองคนนั่นอย่างพิจารณา แทบจะไม่มีช่องโหว่ เขาคิดในใจ ประสบการณ์การต่อสู้มาทั้งชีวิตของเขา ไม่มีใครที่จะเหมือนเด็กสองคนนี้

            “ปาป๊าไปแล้ว แต่ปาป๊าหาหนูกับมาม้าไม่เจอ!” เซ็นบอกด้วยเสียงน้ำเสียงที่เจ็บปวด

ทำไมเขาจะไม่ตามหาไมอา ทำไมเขาจะไม่ได้ยินเสียงของลูก แต่ว่าหาพวกเขาไม่เจอต่างหาก ทุกวันนี้เขาเองก็มีชีวิตอยู่ไปด้วยความทุกข์ทรมานไม่ต่างกันเลยแม้แต่น้อย

            “เอาของของไมอามา” มาร์ ที่นิ่งเงียบอยู่นานพูดขึ้นมาบ้าง

            เซ็นพอจะรู้ว่าเด็กน้อยกำลังพูดถึงเรื่องอะไร ค่อยๆ ก้าวเท้าออกมาตรงหน้าลูกชายและส่งโถยาให้ไป

            มาร์ปรายตามองผู้เป็นบิดาอย่างเฉยชาและเปิดโถยา ก่อนจะหยิบยาออกมาสองสามเม็ดและโยนขึ้นไปในอากาศ เซ็นคว้ามันไว้ทันก่อนจะมองหน้าลูกชายนิ่ง และหันไปมองลูกสาวที่กำลังร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่อีกมุมหนึ่ง เขาอยากจะเข้าไปโอบกอด แต่ก็ไม่รู้ว่าจะได้รับคมเขี้ยวตอบแทนกลับคืนมาหรือเปล่า

            “ผมรอคุณมาตลอด เจ็ดเดือน เจ็ดเดือน” มาร์พูดก่อนจะเดินไปจูงมือน้องสาวและจ้องหน้าเซ็นแน่วนิ่ง

            “ไมอาคลอดก่อนกำหนดเหรอ?” เซ็นผวาจะเข้าไปโอบกอดลูก แต่ว่าถูกตรึงเอาไว้ด้วยดวงตาสีเขียวมรกตทั้งสองข้างของมาร์

            “คุณไม่มีสิทธิ์จะรู้” ดวงตาของมาร์ไหววูบ เมื่อลมพัดมาหอบใหญ่ ทุกคนต่างยกมือขึ้นป้องตาตัวเองเอาไว้ และพอสายลมพัดผ่านไปร่างเล็กของทั้งมาร์และมีอาก็หายไปแล้ว

            “มาร์” เซ็นร้องเรียกชื่อลูกชายได้เพียงคนเดียว ก่อนที่สายตาของเขาจะดับวูบลง ร่างสูงล้มคว่ำกับพื้นโดยที่หลายคนเข้าไปรับร่างของเขาเอาไว้ไม่ทัน

 

            “สนุกจังเลย” เด็กหญิงมีอาวิ่งเข้าไปกอดร่างโปรงบาง ที่รออยู่ไม่ไกลจากปราสาทหลังใหญ่ของลอร์ดเซนัสเท่าไหร่

            “สนุกเหรอคะ” หญิงสาวคนนั้นยิ้มอ่อนโยนแล้วก้มลงกอดร่างเล็กๆ ของเด็กหญิงเอาไว้ และยื่นมืออีกข้างไปให้เด็กชายที่กำลังเดินเข้ามา พร้อมกับจูงมือเด็กทั้งสองคนให้เดินไปพร้อมกันคนละข้าง

            “แล้วปาป๊าละคะ” เธอถามอีก พร้อมกับรอยยิ้ม

            ยิ้มที่แสนเศร้า

          “ปาป๊าไม่ตามมาค่ะ” มีอาชิงตอบก่อนที่พี่ชายจะเป็นคนตอบ

            “งั้นเหรอคะ” หญิงสาวพึมพำพร้อมกับรอยยิ้มที่ดูเหมือนจะกว้างขึ้น

            “ถ้าอย่างนั้น เราไปขึ้นเรือกันดีกว่านะคะ มาม๊าจะพาหนูกลับบ้านค่ะ”

 

Sparkling Angel Story’s begin…

 

 

 




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #1 MY' INDY (@jintapate2011) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2557 / 21:24
    น่าสนุกจัง อย่างนี้ต้องไปหาซื้อมาอ่านซะแล้ว >__<
    #1
    0