ค่อยๆ รักกัน Gradually Love

ตอนที่ 17 : บท 5 เรื่อย ๆ 60%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 54
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    29 ก.ค. 63

สวัสดีค่ะทุกคน เหมือนว่านานแล้วที่เราไม่เจอกัน /คิคิ

หยอกเล่นน้า วันนี้เค้ามาเยอะด้วยแหละ

ขอบคุณรีดทุกคนที่คอยติดตามนิยายของเรานะคะ

รวมถึงกำลังใจที่ส่งมาให้กัน

 

คำพูด คำสลับ คำซ้ำ ติชม ให้กำลังใจ → บอกกันได้นะ

 

 

ต่อเลย

 

 

 

“เจี่ยเจียอย่าเพิ่ง มุมนี้ไม่ได้” ดีแลนพูดห้ามพี่สาวขณะถือขาตั้งกล้องเดินวนไปวนมารอบ ๆ คนทั้งสอง

ได้ยัง” แพทริเซียถามแฝดพี่ที่ย้ายกล้องไปตั้งมุมนั้นทีมุมนี้ทีแต่ก็ยังคงห้ามไม่ให้เธอเริ่มแต่งหน้าแฝดน้องสักที จนในที่สุดคนที่บอกก่อนหน้านี้ว่าจะถ่ายวล็อคตามติดชีวิตเดือนคณะในคืนเฟรชชี่ไนท์ก็ได้มุมตามที่ต้องการ

“ได้แล้ว ๆ สาม สอง หนึ่ง เริ่มเลย” แพทริเซียที่ได้ยินเสียงสัญญาณจากน้องชายก็เริ่มลงผิวที่ผ่านการบำรุงมาอย่างเข้มข้นตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา สภาพผิวที่ค่อนข้างดีแบบนี้แพทริเซียคิดว่าไม่มีความจำเป็นต้องลงฟาวน์เดชันและเธอก็ไม่กล้าเอาวันสำคัญของน้องชายมาเสี่ยงกับฟาวด์เดชันที่อีกฝ่ายไม่เคยใช้เช่นกัน แพทริเซียเลือกใช้เพียงคอนซีลเลอร์ สีเบจจนเกือบขาวป้ายลงไปบริเวณหน้าผาก จมูก ใต้ตา ริมฝีปากด้านบนและคางของอีกฝ่าย ก่อนจะฉีดสเปรย์น้ำแร่ลงบนฟองน้ำแต่งหน้าพอหมาดกด ๆ ย้ำ ๆ ลงไปบนเนื้อคอนซีลเลอร์ให้แนบไปกับผิวเพื่อกระจายแสงที่จะกระทบบนใบหน้าให้ดีขึ้น หลังจากนั้นก็ใช้คอนทัวร์เนื้อครีมสีน้ำตาลอมเทาไล้ไปตามกรอบหน้าแล้วใช้ฟองน้ำอันเดิมเพียงแต่คนละด้านกดตามลงไป เมื่อเห็นว่าตัวเองเกลี่ยผลิตภัณฑ์เนื้อครีมดีแล้วก็กระซิบบอกดาเนียลเสียงเบาถึงขั้นตอนต่อไป

“เดี๋ยวเจี่ยเจียจะเซตแป้งนะ” ว่าจบแพทริเซียก็หยิบแปรงทรงพุ่มปลายโค้งแตะลงไปในตลับแป้งอัดแข็งแบบไม่มีสีลากไล้ไปจนทั่วใบหน้าของอีกฝ่าย สำหรับคิ้วแพทริเซียใช้แค่แปรงปัดคิ้วปัดจัดทรงแล้วใช้ดินสอเขียนคิ้วสีน้ำตาลเทาค่อย ๆ เติมจนคิ้วดูเต็มก่อนจะปัดตามด้วยมาสคาร่าแบบใสให้ดูธรรมชาติและอยู่ทรง ก่อนจะหยิบพาเลทอายแชโดว์เนื้อแมตต์แบรนด์ดังโทนส้มน้ำตาลขึ้นมา เลือกแตะแปรงหัวเล็กลงไปที่สีน้ำตาลตุ่น ๆ ที่แอบติดส้มหน่อย ๆ ทาเบา ๆ ลงไปที่ช่วงหัวตาและปรายหางตาบนล่างเพิ่มมิติให้ดวงตาแล้วใช้สีน้ำตาลเข้มกว่าสีแรกเล็กน้อยเกลี่ยยาว ๆ ชิดขอบตา

“ไหนลืมตาสิ” ทันทีที่คนตรงหน้าลืมตาขึ้นมาแพทริเซียก็ค่อนข้างที่จะพอใจกับผลลัพธ์ที่ได้ นึกขอบคุณตาสองชั้นหลบในจากบรรพบุรุษที่ทำให้เมคอัพตาออกมาธรรมชาติมาก มีเพียงความรู้สึกที่ว่าดวงตาของอีกฝ่ายดูคมชัดขึ้นเท่านั้น “มองต่ำลงหน่อย” แพทริเซียพูดเบา ๆ ขณะใช้มาสคาร่าใสปัดไปตามขนตาของดาเนียลเพื่อคืนสีให้ขนตาเขาจากแป้งและผงอายแชโดว์  ก่อนจะใช้คอนทัวร์แบบฝุ่นแตะที่หลังมือซ้ำ ๆ ให้สีเบาลงเมื่อได้สีที่ต้องการก็เฉดลงไปที่เบ้าตาลงมาข้างจมูกทั้งสองข้างให้ดูโด่งมีมิติมากขึ้นทั้งยังใช้สีเดิมไล้ไปตามไรผมสันกรามและไม่ลืมที่จะลงใต้ริมฝีปากเล็กน้อย เสร็จแล้วก็ใช้แป้งผสมรองพื้นที่มีเนื้อไฮไลต์ผสมอยู่ที่ให้ความเปล่งประกายผิวดูผ่องสุขภาพดีลงไปที่หน้าแก้มแล้วใช้ไฮไลต์เนื้อละเอียดปัดผ่าน ๆ ลงไปที่หน้าผากสันจมูกและคางเท่านั้น ตบท้ายด้วยลิปบาล์มสีระเรื่อของแบรนด์ดัง “เสร็จแล้ว” ว่าแล้วแพทริเซียก็ยื่นกระจกให้อีกฝ่ายดู

“เสร็จแล้วเหรอเจี่ยเจีย ไหน ๆ” ฝากคนที่นอนเล่นโทรศัพท์ว่าง ๆ ก็รีบดีดตัวขึ้นมาดูผลงานของพี่สาวทันที “เฮ้ยมึงดูดีขึ้นนะ” ดีแลนเอ่ยชมฝาแฝดที่ดูสดใสมากขึ้น

“น้องแดนอยากให้เพิ่มตรงไหนอีกไหม แต่เจี่ยเจียว่าประมาณนี้โอเคแล้วนะ” แพทริเซียที่ถอยออกมามองภาพรวมว่า ด้านคนที่ส่องกระจกหันซ้ายหันขวาก่อนจะพยักหน้าตอบพี่สาว

“เท่านี้พอแล้วเจี่ยเจีย ขืนแต่งมากกว่านี้ได้สวยกว่าดาวคณะแน่” ว่าจบดาเนียลก็หัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดี เขาก็ค่อนข้างจะพอใจกับใบหน้าตัวเองตอนนี้เหมือนกัน

“งั้นเดี๋ยวเจี่ยเจียฉีดฟิกซิ่งสเปรย์เลยนะ เมคอัพจะได้ติดทน”

“เสร็จยัง” ดีแลนถามเมื่อเห็นพี่สาวพยักหน้าให้ก็พูดต่อ “งั้นมึงก็มาพูดอะไรหลังจากแต่งหน้าเสร็จหน่อย” ดีแลนจับขาตั้งกล้องขึ้นเตรียมถ่ายให้อีกฝ่าย 

ฝากพี่สาวที่ทำภารกิจเสร็จแล้วก็จัดกระเป๋าใส่กระดาษทิชชู่ รีมูฟเวอร์แบบแผ่น  กระดาษซับหน้า สเปรย์น้ำแร่ ลิปบาล์มแท่งเดียวกับที่ทาให้เขาและแป้งผสมรองพื้นเป็นอย่างสุดท้าย ก่อนจะใส่ลงในกระเป๋าแบรนด์ฮิตที่ทำมาจากผ้าใบใบใหญ่ที่เจ้าตัวจะหิ้วไปด้วยและไม่ลืมที่จะกำชับอีกฝ่ายอีกครั้ง

“เจี่ยเจียเอาของใส่กระเป๋าให้แล้วนะ หน้าเยิ้มหน้ามันก็อย่าลืมทำตามที่เจี่ยเจียบอกนะ”

“ครับผม” คนที่ถ่ายคลิปเสร็จแล้วตอบรับเสียงดังฟังชัด

หลังจากนั้นไม่นานเมื่อเห็นว่าใกล้ถึงเวลานัดของดาเนียลเธอก็ขับรถพาน้อง ๆ เข้ามอมาด้วยกัน ฝาแฝดที่นั่งอยู่ด้านหลังด้วยกันก็ถ่ายวีดิโอคุยกันตลอดทาง กระทั่งรถนิ่งสนิทที่ริมฟุตบาทไม่ไกลกับอาคารจัดงานทั้งคู่ถึงได้หยุด แพทริเซียและดีแลนเดินไปส่งน้องชายที่ทางเข้าด้านหลัง ก่อนจะเดินกลับมาหน้างานที่เต็มไปด้วยบูธกิจกรรมของสปอนเซอร์จัดงานหลายเจ้า เห็นอย่างนั้นดีแลนก็ยกกล้องขึ้นมาบันทึกภาพบรรยากาศทันที 

“อยากได้ไหม” แพทริเซียถามน้องชายทั้งชี้ไปยังกระบองลมรูปขนมยี่ห้อดังที่นักศึกษาหลาย ๆ คนกำลังต่อคิวรอรับกันอยู่ แต่เมื่อเห็นน้องชายส่ายหน้าเป็นคำตอบแพทริเซียก็พยักหน้ารับพร้อมกับความคิดที่ว่า กระบองลมที่ใครต่อใครก็อยากได้ตอนนี้รอดูตอนจบงานเถอะ เธอเห็นทิ้งเกลื่อนพื้นอยู่ทุกปี

ทันทีที่เห็นคนข้างตัวลดกล้องในมือลงทั้งยังไม่มีท่าทีจะสนใจบูธไหนเป็นพิเศษแพทริเซียก็เดินนำน้องชายไปลงทะเบียนเข้างานด้วยการใช้บัตรนักศึกษาแตะลงที่เครื่องแตะบัตรไปหนึ่งครั้ง ก่อนจะได้รับสายรัดข้อมือแบบผ้าผสมเยื่อกระดาษที่พิมพ์ชื่องานอยู่บนนั้นและสติกเกอร์รูปหัวใจที่มีลายน้ำตรามหา’ลัยเล็ก ๆ คนละสามสีเพื่อใช้แปะโหวตที่โปสเตอร์ สติกเกอร์สีแดงใช้โหวตตำแหน่งเดือน สีชมพูตำแหน่งดาว และสุดท้ายสีเหลืองสำหรับตำแหน่งป๊อปปูล่าโหวตที่จะโหวตให้ใครก็ได้ไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชาย

“กูก็ไม่อยากจะโหวตให้มึงหรอกนะ แต่ใครใช้ให้กูกับมึงหน้าเหมือนกัน” ดีแลนพูดกับโปสเตอร์รูปคนหน้าเหมือนในชุดนักศึกษาก่อนจะแปะสติกเกอร์สีแดง ส่วนสติกเกอร์สีชมพูเขาก็เลือกแปะลงในโปสเตอร์ของเพื่อนร่วมคณะ จากนั้นก็เดินไปยังโซนโปสเตอร์อีกฝั่งที่องค์ประกอบภาพทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าหน้าผมรวมถึงการโพสท่าที่เหมือนกับอยู่บนปกแมกกาซีน

“ว้าว” แพทริเซียที่เดินไล่สายตาไปบนโปสเตอร์ก็อุทานออกมาทันที กว่าจะได้รูปที่แฟชั่นเนเบิลขนาดนี้คงไม่ง่าย   ทีมสโมฯทำงานกันหนักจริง ๆ

“นี่กูทุ่มให้มึงสุดตัวเลย” ดีแลนว่าขณะแปะสติกเกอร์สีเหลืองลงไปก่อนจะพูดกับคนในโปสเตอร์ต่อ “มึงต้องได้สักตำแหน่งนะรู้ไหม อย่าให้กูต้องอายไปด้วย”

“โห! น้องเราไม่ใช่เล่น ๆ เลยนะเนี่ย” ทันทีที่เห็นโปสเตอร์ของน้องชายคนเป็นพี่สาวก็ต้องส่งเสียงออกมา ก่อนจะบันทึกภาพของน้องชายลงสตอรี่พร้อมกับแคปชันชวนโหวต คนอื่นอาศัยมุมกล้องให้ดูแฟชั่นแต่น้องเธอใช้แค่สีหน้าท่าทางภาพก็ออกมาอย่างกับนายแบบมืออาชีพ เห็นทีคำพูดของเขมิกาคงไม่เกินจริง 

หลังจากที่แปะสติกเกอร์โหวตให้น้องชายเสร็จแล้วแพทริเซียก็เดินนำน้องชายอีกคนขึ้นไปนั่งบนอัฒจันทร์เพื่อทัศนวิสัยที่ดีกว่า อาคารจัดงานแห่งนี้มีเพดานสูงและสร้างเป็นอัฒจันทร์ปูนอยู่ทั้งสองฝั่ง พื้นที่ตรงกลางด้านหน้าเวทีเป็นลานเรียบ ๆ ที่ปรับใช้งานได้ตามวัตถุประสงค์ 

เวลานี้มีนักศึกษาหลาย ๆ คนเริ่มทยอยเข้าอาคารมาแล้วมีทั้งที่ยังอยู่ทั้งในชุดนักศึกษาและชุดลำลอง บางคนก็เลือกนั่งบนอัฒจันทร์เช่นเธอแต่ก็มีไม่น้อยเหมือนกันที่จับจองพื้นที่ด้านหน้าเวที ก่อนจะมีเสียงเพลงดังขึ้นพร้อมทั้งตัวเลขที่นับถอยหลังบนผ้าใบสีขาวเพื่อจะบอกว่างานจะเริ่มขึ้นในอีกยี่สิบนาทีข้างหน้า ระหว่างนั้นแพทริเซียก็ได้แต่โยกหัวเบา ๆ ไปตามทำนองเพลงแก้เบื่อต่างจากดีแลนที่ตลอดยี่สิบนาทีมัวแต่สาละวนอยู่กับกล้องดิจิตอลในมือ

“สวัสดีค่ะ” เสียงทักทายผ่านลำโพงดังขึ้นขณะที่เสียงเพลงถูกเบาลงจนเงียบไปในที่สุดก่อนที่อีกฝ่ายจะพูดแนะนำตัว “สวัสดีพี่ ๆ เพื่อน ๆ น้อง ๆ ทุก ๆ คนที่อยู่ที่นี่นะคะ ขิม ศิลปศาสตร์ปีสามค่ะ” พิธีกรหญิงที่อยู่ในชุดเสื้อยืดโอเว่อร์ไซส์สีขาวกับกระโปรงสั้นสีน้ำตาลอ่อนสีเดียวกับสีหมวกเบเร่ต์ที่อีกฝ่ายสวม เข้ากันดีกับเสื้อยืดสีขาวทับในยีนส์ของพิธีกรชายที่สวมแจ็คเก็ตลูกฟูกสีน้ำตาลอ่อนทับอีกที

“ภัทร วิศวกรรมศาสตร์ปีสามเช่นกันครับ เราสองคนรับหน้าที่เป็นพิธีกรดำเนินงานตลอดค่ำคืนนี้ครับ” ทันทีที่ฝ่ายชายแนะนำตัวเสร็จก็เรียกเสียงปรบมือได้จนดังก้องไปจนทั่ว

“ค่ะภัทร งานวันนี้มีอะไรบ้างนะคะ” 

“ครับ คืนนี้เราจะมาเฟ้นหาหนุ่มสาวบุคลิกดีมีความสามารถผู้ที่จะได้เป็นตัวแทนในการประชาสัมพันธ์มหา’ลัยร่วมถึงการเป็นตัวแทนนักศึกษาเชิญตรามหา’ลัยในพิธีเปิดงานกีฬาเฟรชชี่ที่กำลังจะเกิดขึ้นเร็ว ๆ นี้ด้วยครับ”

“ค่ะ นอกจากตำแหน่งดาวและเดือนแล้วเรายังมีอีกหนึ่งตำแหน่งที่ขาดไม่ได้นะคะภัทร”

“ครับขิม จะเป็นตำแหน่งไหนไปไม่ได้นอกจากป๊อปปูล่าโหวต ที่ไม่ว่าจะปีไหนนักศึกษาทั้งมหา’ลัยก็โหวตไปในทิศทางเดียวกันจนน่าแปลกใจ ทำให้ตำแหน่งนี้ได้รับคะแนนโหวตอย่างถล่มทลายเกินหน้าเกินตาดาวและเดือนจนมีคำยามที่ว่า ‘เหนือกว่าดาวยิ่งกว่าเดือน’ เกิดขึ้นนะครับ”

“ใช่แล้วค่ะ และผู้ที่ได้รับสติกเกอร์สีเหลืองมากที่สุดจะได้เป็นผู้เชิญธงมหา’ลัยในพิธีเปิดกีฬาเฟรชชี่เช่นเดียวกันค่ะ ส่วนปีนี้จะเป็นป๊อปปูล่ากายหรือป๊อปปูล่าเกิร์ลก็ต้องรอลุ้นกันค่ะ สำหรับใครสำหรับใครที่เข้างานมาแล้วแต่ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะโหวตใครก็สามารถเลือกชมโปสเตอร์ของเหล่าหนุ่มหล่อสาวสวยที่โซนข้างประตูได้เลยนะคะ ได้คนที่ถูกใจแล้วก็อย่าลืมใช้สิทธิ์ออกเสียงแปะโหวตให้กำลังใจลงไปที่โปสเตอร์ของพวกเขานะคะ”

“ครับ โดยสติกเกอร์สีแดงจะใช้โหวตสำหรับตำแหน่ง...”

ครืน

แรงสั่นของโทรศัพท์ที่ใส่ไว้ในกระเป๋าสะพายข้างแบบหูรูดสะเทือนไปทั่วหน้าขาเรียกความสนใจให้เธอต้องหยิบออกมาดูก่อนจะเห็นว่าเป็นข้อความจากปรางทิพย์

prang : อยู่หน้าประตูแล้ว ออกมารับหน่อย

พีเอทีทีไออี : รอแป๊บ

แพทริเซียตอบข้อความเพื่อนก่อนจะหันไปกระซิบบอกคนที่กำลังถือกล้องถ่ายเวทีอยู่ เมื่อเห็นอีกคนพยักหน้ารับรู้เธอก็ลุกเดินออกมาทันที แล้วแพทริเซียก็เห็นเพื่อนยืนเล่นโทรศัพท์อยู่ที่หน้าประตูแบบหน้าประตูทางเข้าเลยจริง ๆ 

“แก ไปมินิมาร์ทก่อนได้ไหม” เธอถามที่ยืนรอทันทีที่เดินเข้าไปหา

“ได้สิ” ปรางค์ทิพย์พยักหน้าตอบสั้น ๆ ก่อนที่ทั้งสองสาวจะเดินไปใต้อาคารเรียนที่อยู่ถัดไปไม่ไกล แพทริเซียที่นึกขึ้นได้ว่างานคืนนี้ยังอีกยาวไกลและเธอสามพี่น้องก็ยังไม่ได้กินอะไรรองท้องมาก่อนจะต้องหิวกันแน่ ๆ แพทริเซียหยิบทิชชู่เปียกมาสองซอง แซนวิชยี่ห้อดังสามชิ้น เกี้ยวซ่าสองซอง นมสดพาสเจอร์ไรซ์สองขวด ลูกอมชุ่มคอรสที่ดีแลนชอบหนึ่งซองอีกหนึ่งซองเป็นรสที่ดาเนียลชอบและน้ำดื่มขวดเล็กอีกสี่ขวด

หลังจากที่ซื้อของเสร็จแล้วพวกเธอก็กลับเข้าอาคารจัดงานพาเพื่อนสาวแวะโหวตที่โซนโปสเตอร์ด้านล่าง ก่อนเธอจะเดินนำเพื่อนขึ้นอัฒจันทร์ไปหาน้องชายที่ตอนนี้นั่งเล่นโทรศัพท์และมืออีกข้างก็ยังถือกล้องอยู่

“ไม่ถ่ายแล้วเหรอ” ดีแลนเงยหน้ามองพี่สาวก่อนจะมองเลยไปคนข้างหลัง

“น้องดีน” ปรางทิพย์โบกมือทักทายน้องชายเพื่อนทักทีที่สบตากับอีกฝ่าย

“หวัดดีครับพี่ปราง” ดีแลนก้มหัวทักเพื่อนพี่สาวกลับก่อนจะตอบพี่สาว “รอถ่ายตอนไอ้แดนขึ้น” แพทริเซียพยักหน้ารับก่อนจะเอี้ยวตัวไปวางถุงมินิมาร์ทลงที่ว่างข้าง ๆ น้องชายอีกฝั่ง

“เจี่ยเจียไปซื้อของกินเอาไว้รองท้องมา นี่ก็ซื้อมาเผื่อน้องแดนด้วยแต่ไม่รู้ว่าเอาเข้าไปให้ได้ไหม”

“เดี๋ยวน้องดีนทักไปถามมันให้” ว่าแล้วดีแลนก็ทักไปหาน้องชายทันที

“ชุดคู่พิธีกรน่ารักจังเนอะ” เธอพยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของปรางทิพย์

“เอาล่ะค่ะ เพื่อไม่เป็นการเสียเวลาเราจะทำการเผยโฉมผู้เข้าประกวด ณ บัดนี้!” สิ้นเสียงของเขมิกาก็ตามมาด้วยเสียงกรี๊ดดังสนั่น จากนั้นชายหญิงในชุดนักศึกษาถูกระเบียบก็เรียงแถวเดินกันมาหน้าเวทีด้านที่ยื่นออกมาเพื่ออวดโฉมก่อนจะกลับไปยื่นเรียงกันที่ด้านหลัง

“โอ้ เดินกันอย่างกับนายแบบนางแบบ นั่น ๆ น้องแดนกำลังจะเดินออกมา” ปรางทิพย์ชี้ให้เพื่อนดู ทำให้คนเป็นพี่สาวอดไม่ได้ที่จะยกโทรศัพท์โทรศัพท์ขึ้นมาอัดวีดิโอเก็บไว้ หลังจากนั้นก็เป็นการช่วงแนะนำตัว สัมภาษณ์ และตอบคำถามเพื่อดูทัศนคติของตัวแทนแต่ละคณะ พิธีกรเชิญผู้เข้าประกวดทั้งหมดไปพักหลังเวทีเหลือไว้เพียงคู่ดาวเดือนหมายเลขหนึ่งจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์

“น้องผู้หญิงจิ้มลิ้มมาก” ปรางทิพย์พูดถึงน้องดาวคณะที่กำลังแนะนำตัวอยู่

“จริง ยิ้มหวานเชียวดูดิ” แพทริเซียเห็นด้วยกับเพื่อน น้องผู้หญิงคนนี้ตากลมแก้มป่องและยิ้มสวยมาก 

“น้องผู้ชายคนนี้ฉันว่าตอบคำถามไม่ค่อยดีเลย” เพื่อนของเธอหมายถึงน้องผู้ชายคณะเทคนิคการแพทย์

“ฉันว่าก็ไม่แย่นะ” แพทริเซียตอบกลับ

“น้องคนนี้คงตื่นเต้นมากแน่เลย มือสั่นเชียว” คนข้างตัวเธอว่าตัวแทนคณะวิทยาศาสตร์ที่กำลังตอบคำถาม

“สู้เขา” สาวลูกครึ่งให้กำลังใจคนบนเวทีเบา ๆ

“คนนี้ดูแมนมากแต่ไฮไลท์ที่ปัดบนแก้มมันเล่นแสงเกินหน้าเกินตาไปเปล่าว่ะ” พอได้ยินคำพูดของเพื่อนก็นึกขอบคุณตัวเองที่ไม่ลงไฮไลท์ให้น้องชายที่แก้ม ถึงจะมั่นใจว่าไฮไลท์แบรนด์ดังของตัวเองจะเนื้อละเอียดปัดแล้วเป็นธรรมชาติก็เถอะ แต่เธอก็ไม่มั่นใจเหมือนกันว่ามันจะเล่นแสงขนาดไหน

“ต่อไปขอเชิญหมายเลขสุดท้ายจากคณะนิเทศศาสตร์” เมื่อได้ยินว่าต่อไปเป็นคิวน้องชายขึ้นเวที พี่สาวยกโทรศัพท์พี่ชายยกกล้องทั้งยังตะโกนเชียร์เสียงดังต่างจากที่นั่งดูนิ่ง ๆ ก่อนหน้านี้โดยสิ้นเชิง 

“หวัดดีครับ ผมแดน ดาเนียลหวังจากคณะนิเทศฯ ฮะ” ทันทีที่ดาเนียลแนะนำตัวจบเสียงกรี๊ดก็ดังขึ้นอีกระลอก

“แบบนี้ค่อยพอมีหวังหน่อย” แพทริเซียหัวเราะให้กับคำพูดของน้องชาย

“ทราบมาว่าดาเนียลมีพี่ชายฝาแฝดทั้งยังเรียนที่นี่ด้วย ทั้งคู่เป็นแฝดที่สนิทกันไหมครับ”

“ก็... ทุกวันนี้ยังนอนกอดกันอยู่เลยฮะ ไม่งั้นผมนอนไม่หลับ” ทันทีที่ดาเนียลตอบหน้าซื่อจริงใจสุด ๆ จนทำให้สาวหลาย ๆ คนก็อดที่จะส่งเสียงออกมาไม่ได้โดยเฉพาะปรางทิพย์

“ตอแหล” ดีแลนพึมพำเบา ๆ หลังจากที่ได้ยินคำตอบของฝาแฝด

“จริงเหรอแก” ปรางทิพย์เขย่าแขนคนเป็นพี่สาวถามซ้ำทันที ก่อนที่อีกฝ่ายจะส่ายหน้ากระซิบบอกความจริง

“แยกห้องนอนกันตั้งแต่ปอสาม” ได้ยินอย่างนั้นปรางทิพย์ก็ละมือออกจากแขนเพื่อนอย่างหมดอารมณ์แล้วหันกลับไปสนใจเวทีต่อ

“ได้ยินมาว่าดาเนียลมีพี่สาวด้วย คำถามนี้ค่อนข้างจะสุ่มเสี่ยงหน่อยนะคะแต่เราก็จะถามค่ะ ระหว่างพี่สาวกับพี่ชายคนไหนสำคัญกับดาเนียลที่สุดคะ”

“พิธีกรหญิงคนนี้ก็รู้ดีจริง ๆ นะแกว่าไหม” ปรางทิพย์ได้ยินคำถามก็แขวะเพื่อนตัวเองเบา ๆ ไปหนึ่งที

“ก่อนอื่นต้องบอกก่อนนะครับว่าทั้งคู่เป็นคนสำคัญมาก ๆ ในชีวิตผม สำหรับคู่แฝดของผม ผมมองว่าเขาเป็นมากกว่าเพื่อนเป็นเหมือนอีกครึ่งชีวิตของผม” จบคำดาเนียล แพทริเซียก็ได้ยินคนถูกพาดพิงพึมพำเบา ๆ ว่า

“สร้างภาพ”

“ส่วนพี่สาวเป็นเหมือนทั้งชีวิตของผมครับ เพื่อพี่สาวแล้วก็ไม่มีอะไรที่ผมจะทำไม่ได้” น้ำเสียงจริงจังบวกกับคำพูดของดาเนียลคงทำคะแนนจากสาวรุ่นพี่ได้มากโข

“อ๊าย! อยากมีน้องชาย ๆ” ปรางทิพย์รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะขาดใจตายในความน่ารักของน้องชายเพื่อน

“น้ำเน่าล่ะสิ”

“ปากก็ว่าน้ำเน่าแต่ยิ้มไม่หุบเลยนะจ้ะ” ปรางทิพย์แซวเพื่อนที่กำลังทำตัวปากไม่ตรงกับใจ 

“แบบนี้คงจะหวงพี่สาวมากนะคะ หนุ่ม ๆ คนไหนที่กำลังจะจีบพี่สาวของดาเนียลต้องคิดดูดี ๆ ก่อนนะคะ กลับมาที่คำถามที่ทางตัวแทนคณะนิเทศฯ จับได้นะคะ คำถามคือเนื่องจากมีคนจำนวนมากในปัจจุบันต้องเผชิญกับปัญหาภายใจครอบครัว คุณคิดว่าอะไรคือปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดปัญหาภายในครอบครัวคะดาเนียล”       

“โดยส่วนตัวผมคิดว่าหลาย ๆ คนจะต้องนึกถึงความรักความเอาใจใส่เป็นปัจจัยแรกของปัญหาครอบครัว แต่สำหรับผม แต่ผมมองว่าปัจจัยสำคัญของปัญหาครอบครัวคือเรื่องเวลา ถ้าเป็นเรื่องความรักความเอาใจใส่ที่หลายคนรู้สึกว่าขาด ผมว่ากว่าจะเป็นครอบครัวได้ต้องอาศัยความรักความเอาใจใส่เป็นฐานอยู่แล้วครับ แต่มีเวลาเป็นอุปสรรคหรือตัวก่อให้เกิดปัญหา ไม่ว่าพ่อแม่ไม่มีเวลาให้ลูก ๆ ที่ยังเล็กหรือว่าลูก ๆ วัยทำงานที่ไม่มีเวลาให้พ่อแม่วัยเกษียรก็ตาม เพราะทุกคนรู้ว่าเวลาเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่เคยเดินถอยหลังและสิ่งที่เสียไปแล้วก็ย้อนไปเอาคืนมาไม่ได้ คนส่วนใหญ่ถึงได้เลือกที่จะใช้เวลาไปกับการเพิ่มความมั่นคงในชีวิตจนละเลยคนที่อยู่ข้าง ๆ อย่างคนในครอบครัวไป ขอบคุณครับ” 

ดาเนียลพูดจบก็เรียกเสียงฮือฮาจากคนทั้งหมดได้อย่างดีพร้อมทั้งสัมผัสหนัก ๆ ที่ไหล่จากดีแลนที่เอนหัวมาซบพี่สาวที่กำลังสะเทือนไปทั้งใจจากสีหน้าน้ำเสียงและความหมายที่ใช้ตอบของน้องชายกลับทำ สิ่งที่เสียไปแล้วก็ย้อนไปเอาคืนมาไม่ได้ ไม่ว่าวันเวลาจะผ่านมาแล้วกี่ปีหรือพ่อกับแม่จะชดเชยให้เท่าไรสิ่งที่ฝังในใจของน้อง ๆ เธอก็ยังคงเหลือร่องรอยอยู่ดี นี่คือความหมายที่เขาอยากจะบอกใช่ไหม

“ทำไมฉันฟังคำตอบของน้องแดนแล้วรู้สึกอินไปกับปัญหาครอบครัวด้วยอ่ะ” แพทริเซียไม่ได้ตอบอะไรเพื่อนออกไป เธอเพียงแค่ยกมือขึ้นลูบหัวของดีแลนเบา ๆ สองสามครั้งเท่านั้น

“และนั่นคือคำตอบของดาเนียลจากคณะนิเทศฯ นะคะ สุดท้ายมีอะไรจะกล่าวกับทุก ๆ คนไหมคะ”

“ก็สุดท้ายนะครับ ถึงผมกับฝาแฝดจะอยู่คนละคณะแต่โหวตให้ผมก็เหมือนโหวตให้เขา ผมชนะเขาก็ชนะด้วยเพราะเราหน้าเหมือนกัน ขอบคุณครับ” สิ้นเสียงดาเนียลก็มีทั้งเสียงปรบตบและเสียงหัวเราะปะปนกันไปแต่ก็ยังดังไม่เท่ากรี๊ดอยู่ดี

“ค่ะ พูดแบบนี้เดือนคณะพี่ชายของดาเนียลก็ต้องพยายามให้มากขึ้นนะคะ ทางนี้เขาเคลมว่าถ้าเขาชนะก็เท่ากับพี่ชายชนะแบบนี้ อาจจะเสียคะแนนความนิยมไปได้”

“เหมือนขโมยคะแนนโหวตกันแบบซึ่ง ๆ หน้าเลยนะครับ สุดท้ายก็ต้องขอขอบคุณตัวแทนจากคณะนิเทศศาสตร์ด้วยนะครับ” พิธีกรชายกล่าวขอบคุณคนทั้งสองก่อนที่พวกเขาจะเดินลงเวทีไป

“ตอนนี้เราก็ได้รู้จักตัวแทนจากทุกคณะรวมทั้งทัศนคติของพวกเขาเกี่ยวกับปัญหาต่าง ๆ ในสังคมเสร็จเรียบร้อยแล้วนะคะ นอกจากค่ำคืนนี้จะมีวงดนตรีที่ดังที่สุดและยังมีเพลงที่ฮิตที่สุดในพอศอนี้แล้วเราได้วงดนตรีจากคณะดุริยางค์ฯมาสร้างสีสันความสนุกเพิ่มเติมกันด้วยนะคะ เพื่อไม่เป็นการเสียเวลาระหว่างที่รอรวมคะแนนจากคณะกรรม ขอเชิญทุกท่านพบกับวงโคซี่ได้ ณ บัดนี้!” 

สิ้นเสียงพิธีกรไฟที่ส่องสว่างก็ถูกปิดลงเหลือเพียงแสงสปอตไลท์บนเวทีพร้อมทั้งกลุ่มคนที่นั่งอยู่ลานด้านหลังเวทีก็ลุกกรูกันเข้าชิดติดขอบเวทีจนแน่นขนัด นักร้องนำพูดทักทายกับผู้ชมเล็กน้อยก่อนจะเริ่มเล่นเพลงที่เป็นกระแสอยู่ขณะนี้ แพทริเซียเพียงโยกหัวไปกับเสียงดนตรี เพลงถัดมาเป็นเพลงเก่าที่มีดนตรีเร้าใจชวนโยกร้อนจนปรางทิพย์ทนขอลงไปกระโดดข้างล่างกับกลุ่มของอัครพล เหลือเพียงสองพี่น้องที่นั่งร้องเพลงคลอเบา ๆ

“เจี่ยเจียเดี๋ยวน้องดีนเอาของกินไปให้ไอ้แดนแป๊บนึงนะ” ดีแลนตะโกนบอกพี่สาวแข่งกับเสียงเพลงที่ดังกระหึ่มหลังจากอ่านแชทของคู่แฝด

“ให้เจี่ยเจียไปด้วยไหม” แพทริเซียตะโกนถามกลับ ก่อนที่น้องชายจะส่ายหน้าตอบกลับแล้วชี้ไปทางกระเป๋าของปรางทิพย์ที่ฝากเอาไว้ แพทริเซียมองตามมือของดีแลนแล้วพยักหน้าทำมือโอเคให้อีกฝ่าย

ตอนนี้เหลือแค่แพทริเซียที่นั่งอยู่บนอัฒจันทร์ที่จำนวนคนร่อยหรอเพราะใครต่อใครก็พากันลงไปกระโดดข้างล่างและด้วยแสงไฟที่ค่อนข้างจะสลัวทำให้เธอจะมองคนกำลังเดินมาทางนี้ไม่ชัดแต่ท่าเดินนั่นก็คุ้นตามากเหลือเกิน

 

 

รูปน้องแดนประหนึ่งว่าถ่ายแมกกาซีน//เราชอบหยางหยางค่ะ

 

 

ว่าแต่ใครคะ ใครที่กำลังเดินมา ใครกันน้าาา

 

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านกันนะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

11 ความคิดเห็น