ค่อยๆ รักกัน Gradually Love

ตอนที่ 16 : บท 5 เรื่อย ๆ 30%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 19
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    26 ก.ค. 63

สวัสดีค่ะวันนี้เราก็มาน้าาา

อย่างแรกต้องขอขอบคุณสำหรับกำลังใจที่กดให้กันเสมอนะคะ

ขอบคุณเพื่อนๆ ที่มาติดตามนิยายของเราด้วยค่ะ

 

เหมือนเดิม คำผิด คำสลับ ให้กำลังใจ ติดชม อิโม ส่งมาบอกกันได้น้าา

 

 

ต่อเลย

 

 

“อ้าว น้องแพทหิ้วกระเป๋าจะไปไหนล่ะลูก” น้ำเสียงที่คุ้นเคยนั้นเรียกความสนใจให้แพทริเซียหันไปหาทันที คนเรียกถามก็ไม่ใช่คนอื่นไกลแต่เป็นคุณยายเพื่อนบ้านสูงวัยที่เธอรู้จักตั้งแต่เด็ก ๆ

“สวัสดีค่ะคุณยาย หนูกำลังจะกลับหอค่ะ” เธอยกมือไหว้คนที่ช่วงหลังตั้งแต่เธอย้ายไปอยู่คอนโดก็แทบไม่เจอกันเลย ฝากคนสูงวัยก็พยักหน้ารับคำ 

“ยายชมหวัดดีครับ” ดีแลนที่เพิ่งเดินพ้นประตูออกมายกมือไหว้ทันทีที่เห็นว่าพี่สาวกำลังคุยกับใคร

“อ้าว หวัดดีครับ” ตามด้วยดาเนียลที่ก็ทำตามพี่ ๆ เช่นกัน

“หวัดดี ๆ” คนสูงอายุรับไหว้จากเด็ก ๆ ก่อนจะเปลี่ยนไปถามคู่แฝดที่ทำท่าเหมือนจะไปกับพี่สาว “พี่เขากำลังจะกลับหอ เราสองคนก็จะไปกับพี่เขาเหรอ”  

“ยายชมครับ ตอนนี้ดีนกับแดนเรียนมหา’ลัยกันแล้วนะ” ดีแลนเดินเข้าไปยืนใกล้กำแพงแล้วตอบอีกฝ่าย

“นี่เราสองคนโตขนาดเข้ามหา’ลัยกันแล้วเหรอ แล้วเรียนที่เดียวกันกับพี่เขาหรือเปล่า” 

“ที่เดียวกันครับ” คนสูงวันพยักหน้ารับคำก่อนจะพูดขอตัว “ถ้างั้นก็เดินทางปลอดภัยกันนะลูก ขับรถขับลากันระวัง ๆ เดี๋ยวยายจะเข้าบ้านไปเอนหลังแล้ว อยู่ข้างนอกนาน ๆ ชักเพลีย”

“ครับยายชม” ดีแลนรับคำคนแก่ ก่อนจะตามมาด้วยเสียงสวัสดีของทั้งแพทริเซียและดาเนียล

“พระคุ้มครองลูก” คุณยายข้างบ้านพูดทิ้งท้ายไว้ก่อนจะเดินกลับเข้าบ้าน  

หลังจากสามคนพี่น้องก็รถขับออกจากบ้านไปโดยมีพ่อกับแม่มายืนส่งที่หน้าบ้านเช่นทุกครั้ง วันนี้แพทริเซียอาสาเป็นคนขับรถหลังจากได้ยินน้องชายทั้งสองเกี่ยงกันไปมาต่างคนต่างไม่อยากขับ เธอเห็นว่าทุกสัปดาห์ก็มีแต่พวกเขาที่สลับกันขับคราวนี้จะเป็นเธอขับให้พวกเขาบ้างก็ไม่เป็นไร และเหมือนกับทุกสัปดาห์ที่ขากลับพวกเธอต้องแวะซุปเปอร์ฯ ซื้อของเข้าคอนโดกัน

“เจี่ยเจียเอาแอปเปิ้ลด้วย” คนที่ช่วงนี้ต้องการดูแลตัวเองเป็นพิเศษเพราะใกล้ถึงวันสำคัญเข้ามาทุกทีบอกให้พี่สาวเลือกแต่ของเป็นมิตรต่อสุขภาพ

“เจี่ยเจียทำสปาเก็ตตี้คาโบนาร่าที่ใส่เบคอนได้ไหม” ต่างกับอีกคนที่สรรหาแต่ละเมนูที่อยากกินช่างเหมือนกับตั้งใจแกล้งเขาเหลือเกิน

“ไม่ได้นะเจี่ยเจีย ถ้าเจี่ยเจียทำที่ห้องแล้วน้องแดนจะอดใจไหวได้ไงล่ะ” ดาเนียลบอกพี่สาวอย่างกระเง้ากระงอด

“งั้นทำสเต็กเนื้อกับสลัดเหมือนวันนั้นไหม” ดีแลนเปลี่ยนเมนูก่อนจะพูดเสริม “แต่ขอมันบดอบชีสด้วยนะเจี่ยเจีย”

“ไม่ได้ ๆ นะเจี่ยเจีย ถ้าสเต็กต้องเป็นอกไก่ห้ามทุกคนกินเนื้อเพราะน้องแดนคงทนไม่ไหว” คนที่เป็นบีฟเลิฟเว่อร์ต้องขอเบรคไว้ก่อน

“วุ้ย! แล้วมึงจะแดกอะไร อันนั้นก็ไม่ได้อันนี้ก็ไม่เอา” ดีแลนที่เริ่มรำคาญน้องชายโวยขึ้น

“อีกแค่ห้าวันมึงก็ยอม ๆ ให้กูหน่อยไม่ได้เหรอว่ะ หลังจากนั้นมึงอยากแดกอะไรกูจะยอมตามใจมึงทุกอย่างเลย” 

“เออ ๆ ก็ได้” ดีแลนมองสีหน้าหงอย ๆ ของน้องก่อนพยักหน้าส่ง ๆ ให้อีกฝ่าย “แล้วแต่มึงเลย”

“งั้นห้าวันนี้เรากินแต่ข้าวร้าน O กันไหม” พี่สาวหาทางออกสายกลางให้ทั้งคู่ด้วยการเสนอร้านอาหารคลีนที่มีเมนูหลากหลายและรสชาติดีที่มีสาขาอยู่บนชั้นห้าของห้างสรรพสินค้าแห่งนี้

“อันนี้น้องแดนว่าดี” ดาเนียลพยักหน้าเห็นด้วยกับพี่สาว แต่ถึงอย่างนั้นการซื้อของก็ยังคงดำเนินต่อ สองหนุ่มเดินอ้อมหน้าอ้อมหลังพี่สาวที่เข็นรถเลี้ยวเข้าไปทุกล็อค ก่อนจะเข็นรถไปจ่ายตังค์เมื่อคิดว่าได้ทุกอย่างตามที่ต้องการครบหมดแล้ว 

“พี่โป้ง” ดาเนียลร้องทักรุ่นพี่ที่หลังจากที่เห็นว่าอีกฝ่ายเพิ่งเดินออกมาจากร้านสุกี้เจ้าดัง

“เออ มาซื้อของเหรอ” หนุ่มเซอร์ผมหยักศกตอบกลับรุ่นน้องที่กำลังเข็นรถที่เต็มไปด้วยจนแทบล้น

“ครับ แล้วนี่พี่มากินสุกี้คนเดียวเหรอ” ดาเนียลถามพลางมองหาคนที่น่าจะมากับรุ่นพี่

“เปล่า มากับไอ้ช้าง” ทันทีที่พูดจบเจ้าของชื่อก็เดินออกจากร้านมาพอดี

“พี่ช้างหวัดดี” ดีแลนที่เห็นรุ่นพี่ตัวเองก็กล่าวทักทายทันที

“เออ” กรินทร์รับคำก่อนจะหันไปทักหญิงสาวหนึ่งเดียวที่ยืนอยู่ห่าง ๆ ราวกับไม่ได้มาด้วยกัน “หวัดดีแพท”

“หวัดดีจ้ะ” แพทริเซียที่ถูกเขาทักจำยอมต้องเดินเข้ามาร่วมกลุ่ม

“พี่โป้ง ๆ นี่แพทตี้เจี่ยเจียพี่สาวผม” ดาเนียลรีบแนะนำพี่สาวให้หนุ่มรุ่นพี่ได้รู้จักทันทีก่อนจะหันไปพูดกับพี่สาว “เจี่ยเจีย นี่พี่โป้งรุ่นพี่ที่คณะน้องแดนและก็เป็นเพื่อนสนิทพี่ช้างด้วย”

“หวัดดีจ้ะ” แพทริเซียกล่าวทักทายพร้อมทั้งโบกมือให้อีกฝ่ายด้วย

“นี่...” ปกฉัตรชี้นิ้วไปทางหญิงสาวแล้วหันกลับไปเลิกคิ้วใส่เพื่อน เมื่อเห็นเพื่อนยักคิ้วกลับมาก็พูดต่อ “นี่แพทใช่เพื่อนของขิมที่สวย ๆ หรือเปล่า” แพทริเซียที่ได้ยินอย่างนั้นก็พยักหน้ารับ “มิน่าล่ะ หน้าคุ้น ๆ เราฟอลโล่วไอจีขิมอยู่มีโอกาสได้เห็นรูปแพทอยู่บ่อย ๆ กับเพื่อนอีกคนที่หน้าตาน่ารัก ๆ แต่ชอบทำหน้าบึ้ง ๆ อ่ะ” แพทริเซียได้ยินอย่างนั้นก็อดเห็นด้วยกับเขาไม่ได้ที่ว่าปรางทิพย์น่ารักแต่ชอบทำหน้าบึ้ง

“ไอ้โป้งมึงก็มานินทาเพื่อนเขาต่อหน้าเขา” กรินทร์ว่า

“ไม่เป็นไร ๆ” แพทริเซียรีบโบกมือบอกเขา

“กูก็พูดตามที่กูคิด อีกอย่างกูชอบพูดต่อหน้าแบบนี้แหละ มันฟังดูจริงใจดี” ปกฉัตรตอบเพื่อน และเพราะเขาพูดแบบนี้ต่อหน้าเธอทำให้เธอรู้สึกว่ารุ่นพี่ของน้องชายคนนี้โอเคเลย พูดตรงดูจริงใจตามที่เขาว่านั่นแหละ

หลังจากนั้นพวกเธอก็แยกย้ายกันไปตามทางของแต่ละคน กรินทร์และปกฉัตรขอตัวไปซื้อของต่อส่วนพวกเธอสามพี่น้องก็เอาของไปเก็บที่รถก่อนจะขึ้นไปร้านอาหารชั้นห้าตามที่ตกลงกันไว้ เสร็จแล้วก็กลับเข้าคอนโดและเหมือนเดิมที่ต้องเป็นพี่สาวอย่างเธอที่เป็นคนจัดของให้เข้าที่เพราะหลังจากที่ลองปล่อยให้สองคนพี่น้องลองจัดแล้ว ผลที่ได้คือพวกเขายัดทุกอย่างเท่าที่จะยัดไหวและปิดตู้ได้ ไม่ได้วางตามหมวดหมู่ตามที่ควรจะเป็น ไม่รู้ว่าเด็กพวกนี้ไม่มีเซนส์ทางนี้จริง ๆ หรือแค่ตั้งใจจะแสดงให้เธอเห็นว่าพวกเขาทำอะไรแบบนี้ไม่ได้ 

แพทริเซียที่อาบน้ำเสร็จแล้วและกำลังเป่าผมอยู่ก็สังเกตเห็นว่าช่วงโคนผมของเธอมันมีสีดำขึ้นมามองแล้วแอบไม่ชอบใจอยู่หน่อย ๆ ก่อนจะหมายมั่นว่าสัปดาห์นี้เธอจะต้องหาเวลาเข้าซาลอนไปเปลี่ยนสีผมกลับเป็นสีดำเหมือนเดิม เป่าผมเสร็จแล้วแพทริเซียทิ้งตัวลงนอนกลิ้งนอนเกลือกบนเตียง

ครืน

เสียงสั่นแจ้งเตือนข้อความเข้าที่ดังขึ้นอย่างตรงเวลาเหมือนทุก ๆ วัน ไม่ต้องเห็นชื่อคนทักมาเธอก็รู้ว่าเป็นเขา เพราะมีแค่เขาคนเดียวนั่นแหละที่ชอบส่งข้อความมาหาเวลานี้

chang : ก๊อก ก๊อก

พีเอทีทีไออี : พรุ่งนี้มีฝน 20% ตอนบ่าย 3 จ้ะ 

chang : ก๊อก ก๊อก

พีเอทีทีไออี : เล่นอะไรเนี่ย

พีเอทีทีไออี : ส่งสติกเกอร์

chang : ก๊อก ก๊อก

chang : [เปิดประตูก่อนสิ]

คำแรกที่แวบเข้ามาในหัวทันทีที่อ่านข้อความของเขาจบคือ ไอ้บ้า เล่นอะไรเป็นเด็ก ๆ ไปได้ แต่หลังจากนั้นคนที่บ้ากว่าคงจะเป็นเธอที่บ้าจี้เล่นกับเขาด้วย

พีเอทีทีไออี : แอ๊ด~ 

พีเอทีทีไออี : ทำไมไม่กดรหัสล่ะ มันเป็นดิจิตอลดอร์ล็อคนะ

chang : ก็เธอไม่ได้ให้พาสเวิร์ดผมไว้

พีเอทีทีไออี : ยิ่งรู้จักกัน ยิ่งรู้สึกว่าช้างต่างจากที่เราคิดไว้มากขึ้นเรื่อย ๆ เลย

chang : ไม่ใช่ว่าเราสนิทกันขึ้นเหรอ 

พีเอทีทีไออี : น่าจะนะ

พีเอทีทีไออี : เป็นเพราะเราได้รู้จักช้างในมุมอื่นมากขึ้นนั่นแหละ ช้างถึงได้ไม่เหมือนกับที่เราคิด

chang : ไม่ดีเหรอ?

พีเอทีทีไออี : เราว่าดีนะ ช้างตอนนี้ใจดีกว่าช้างที่เราคิดไว้อีก

chang : ไม่ใช่ว่าเพราะแรก ๆ เธอกลัวผมเหรอ

พีเอทีทีไออี : นี่ไม่เคยสังเกตตัวเองหน้ากระจกหรือไง

พีเอทีทีไออี : ข้อเดียวที่เราเห็นว่าบรรจบมีมากกว่าช้างก็สีหน้าท่าทางที่เป็นมิตรนี่แหละ

chang : มันเป็นมิตรกว่าผม แต่เธอก็ดูกลัวมันมากกว่าผมไม่ใช่เหรอวันนั้นน่ะ

พีเอทีทีไออี : ก็เขาดูเป็นมิตรมากจนดูน่ากลัว เราว่าคนแบบนี้ไม่น่าไว้ใจที่สุด

chang : 555555555

chang : ดีแล้ว มันไว้ใจไม่ได้หรอกไอ้บรรจบน่ะ

พีเอทีทีไออี : แล้วเพื่อนช้างที่ชื่อโป้งล่ะ ได้ยินน้องแดนพูดถึงบ่อย ๆ เราไว้ใจได้ไหม?

chang : สำหรับผมที่รู้จักมันแต่เด็ก มันไว้ใจได้ สำหรับเธอ เธอต้องตัดสินใจเอง

chang : หรือไม่ถ้าได้เจอมันอีกเธอก็บอกผม ผมรู้จักมันดีพอที่จะมองออกว่ามันกำลังคิดอะไร

พีเอทีทีไออี : ดีล! 

พีเอทีทีไออี : แต่เราว่าเขาก็ดูจริงใจดี แต่เราก็เพิ่งเคยเจอเขาแค่ครั้งเดียวอีกนั่นแหละ

chang : อือ ว่าแต่จะให้พาสเวิร์ดได้ยัง?

พีเอทีทีไออี : พาสเวิร์ดอะไร?

chang : พาสเวิร์ดผ่านดิจิตอลดอร์ล็อคของเธอไง

เขาเอาจริงเหรอเนี่ย แพทริเซียที่คิดพาสเวิร์ดให้เขาไม่ได้ก็กวาดตามองไปรอบ ๆ ห้องนอนของตัวเองก่อนจะสะดุดตาเข้ากับหมวกแก๊ปลูกฟูกสีแดงเข้มที่อยู่บนราวแขวนก่อนจะพิมพ์มันเป็นพาสเวิร์ดให้เขา

พีเอทีทีไออี : หนูน้อยหมวกแดง

chang : ครับ ตอนนี้ดึกแล้ว หนูน้อยหมวกแดงก็อย่านอนดึกมากล่ะ

chang : GN 

พีเอทีทีไออี : night night ka

หญิงสาวกดปิดแชทหลังจากที่แปลงร่างบอกฝันดีอีกฝ่ายแบบเด็ก ๆ ไปแล้วก็นอนมองเพดานพลางคิดในใจถึงรุ่นพี่ของน้องชายเพื่อนสมัยเด็กของกรินทร์ที่ชื่อปกฉัตรนี่น่าจะไว้ใจได้มากกว่าเพื่อนอีกคนของที่ชื่อบรรจบแน่นอน ถึงเขาจะมีท่าทางเป็นมิตรมากเธอก็พอมองออกว่าเขาก็คงมีความกะล่อนไม่น้อยจากท่าทางของเขานั่นแหละ ยิ่งกรินทร์พิมพ์มาแบบนั้นในใจเธอยิ่งระแวงอีกฝ่ายมากขึ้นเช่นกัน

 

สี่วันหลังจากนี้มื้อเช้าของพี่น้องตระกูลหวังคือกราโนล่าใส่ผลไม้ที่น้องคนเล็กเสิร์ชหาในเสิร์ชเอนจิ้นแล้วว่ายี่ห้อนี้น้ำตาลน้อยไขมันต่ำที่สุดในตลาดแล้ว หลังจากที่สามพี่น้องตกลงกันว่าทุกมื้ออาหารที่กินร่วมกันต่อจากนี้จะต้องกินแต่อาหารที่ดีต่อสุขภาพเป็นเพื่อนดาเนียลเท่านั้น ดีแลนมีท่าทีไม่พอใจในตอนแรกแต่พอพี่สาวบอกว่าจะเป็นคนออกค่าอาหารทั้งหมดก็พยักหน้าอย่างพอใจยอมตกลง ก็อาหารคลีนร้าน O ที่พี่สาวจะสั่งมาทั้งแพงทั้งอร่อย เขากินเข้าไปยังแทบไม่รู้สึกเลยว่ามันเป็นอาคารคลีนเลยด้วยซ้ำเข้าข่ายอิ่มจังตังค์อยู่ครบ

“ไอ้แพทช่วงนี้ไม่เห็นแกไปคาเฟ่ฝั่งโน่นเลย” ปรางทิพย์ถามเพื่อนที่เปิดสัปดาห์นี้มายังไม่เห็นข้ามไปซื้อขนมฝั่งโน่นผิดวิสัยของเจ้าตัวมาก ๆ

“ฉันจะไปวันนี้แหละ ทนไม่ไหวแล้ว” แพทริเซียที่กินแต่อาหารสุขภาพมาหลายวันตอบเพื่อน พี่สาวที่ตั้งใจจะกินแบบเดียวกับน้องชายในวันแรกคือคนเดียวกันกับคนที่มีความคิดกบฏจะแอบไปกินเค้กในวันนี้นี่แหละ

“หลังเลิกเรียนเหมือนเดิม” เขมิกาถาม

“ใช่ ไปด้วยกันไหม” สาวลูกครึ่งชวนเพื่อนก่อนจะพูดต่อ “หลัง ๆ มาพวกแกไม่ยอมไปกับฉันเลยนะ”

“โห่ไอแพท อาทิตย์หนึ่งแกเล่นไปกินสามวัน ฉันแบกรับแคลอรี่เยอะขนาดนั้นไม่ไหวจริง ๆ แค่ที่กินเข้าไปแต่ละวันก็แทบไม่มีเวลาเบิร์นแล้ว และฉันก็ไม่อยากไปเห็นด้วยกลัวอดไม่ได้” สาวสวยที่มีรายได้จากรูปร่างหน้าตาตอบเพื่อน

“เค้กหนึ่งชิ้นต่อสัปดาห์ฉันโอเคนะ แต่สามสี่ชิ้นต่อสัปดาห์เหมือนแกฉันก็ขอบายเหมือนกัน แกก็รู้ว่าฉันวิ่งทุกครั้งที่อยากเบิร์นเหมือนแกไม่ได้” คนที่เห็นการออกกำลังกายเป็นศัตรูอย่างปรางทิพย์พูด

“อือ” 

หลังจากที่แพทริเซียพยักหน้ารับคำเพื่อนแล้วเธอก็เดินข้ามฝั่งมายังคณะตรงข้ามที่เริ่มคุ้นเคยขึ้นทุกวันจนเธอรู้สึกกลมกลืนเหมือนเป็นหนึ่งในนักศึกษาของคณะบริหารฯ แห่งนี้

กรุ๊งกริ๊ง~

นี่เธอไม่ได้มาไม่เยือนร้านนี้ไม่กี่วัน อยู่ ๆ ตอนนี้ก็มีกระดิ่งมาผูกไว้ที่หน้าประตูร้านแล้วเหรอ

“สวัสดีค่ะ” เสียงพนักงานทักทายทันที

“หวัดดีค่ะ ขอบลูเบอรี่ชีสพายกับจัสมินกรีนทีกินนี่ค่ะ”

“ค่ะ ช่วงนี้ไม่ค่อยเห็นหน้าเลยนะคะ เรียนหนักเหรอค่ะ” แพทริเซียเลิกคิ้วให้กับคำถามที่ได้รับเล็กน้อยแล้วยิ้มแห้ง ๆ ส่งให้พี่พนักงานก่อนตอบออกไป            

“ค่ะ” ตอบแล้วแพทริเซียก็เดินไปที่มุมประจำพลางนึกถึงคำถามที่เพิ่งได้รับ นี่เธอมาบ่อยจนพนักงานจำหน้าได้แล้วเหรอเนี่ย รอไม่นานพี่พนักงานคนเดิมก็เอาชาและขนมมาเสิร์ฟ แพทริเซียกล่าวขอบคุณเบา ๆ ก่อนจะค่อย ๆ ซึมซับรสชาติที่เธอคิดถึงอย่างช้า ๆ 

กรุ๊งกริ๊ง~

เสียงกระดิ่งเรียกความสนใจของเธอให้เธอหันไปมอง ก่อนเธอจะยิ้มออกมาทันทีที่สบตากับคนมาใหม่ เขาจะเดินตรงไปสั่งอะไรสักอย่างที่หน้าเคาน์เตอร์ก่อนจะเดินมานั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามเธอ ตามด้วยเพื่อนของเขาที่ทิ้งตัวลงเก้าอี้ด้านข้างที่เหลืออยู่

“ไฮ~” บรรจบส่งเสียงทักทันทีที่นั่งลง ก่อนจะกวาดตาสำรวจเมนูที่หญิงสาวสั่งแบบเร็ว ๆ อย่างแยบยล

“หวัดดีจ้ะบรรจบ” แพทริเซียยิ้มทักทายเขากลับ

“เธอมาคนเดียวอีกแล้ว” กรินทร์ถาม

“อือ” แพทริเซียพยักหน้าเบา ๆ ก่อนจะโน้มตัวเข้าหาคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามป้องปากพูดเสียงเบาว่า “เพื่อนเรากลัวอ้วนไม่ยอมมาด้วยกัน กลัวอดใจไม่ไหว” กรินทร์ได้ยินอย่างนั้นก็พยักหน้ารับรู้ แต่คนหนึ่งเดียวที่ไม่ได้รับรู้ด้วยก็กอดอกมองการกระทำของคนทั้งคู่แล้วเกิดความรู้สึกอยากแกล้งหญิงสาวที่ทำท่าทางมีลับลมคมในกับเพื่อนของเขา

“เออ นอกจากไอ้ช้างแล้วเธอรู้จักใครที่นี่อีกไหม” บรรจบเริ่มปูคำถามขุดหลุมเตรียมฝังหญิงสาวทันที

“บรรจบไง” แพทริเซียส่ายหันก่อนจะชี้นิ้วไปที่เขา

“อือ แล้วเคยได้ยินคนชื่อบาสมาบ้างเปล่า” คำถามนั้นทำให้กรินทร์เปลี่ยนท่านั่งเป็นเอนหลังผิงผนังเก้าอี้ด้วยท่าทีสบาย ๆ รอชมการแสดงของเพื่อนที่กำลังจะเริ่มขึ้น ฝากแพทริเซียจากเดิมที่ก็ไม่ได้รู้สึกวางใจในตัวของคนหน้าตาเป็นมิตรอยู่แล้วก็ยิ่งรู้สึกระแวงมากขึ้นที่ได้ยินเขาถามถึงบุคคลที่สาม แต่ถึงอย่างเธอก็เลือกตอบความจริงออกไป

“เคย” บรรจบลอบยิ้มทันทีที่ได้ยินเธอคำตอบของเธอ ในใจคาดหวังให้เธอพูดอะไรออกมาอีกแต่ก็ไม่มี

 “เคยได้ยินจากไหนล่ะ” คนถามอดใจรอให้เธอพูดเองไม่ไหวจนต้องถามออกไปเพิ่ม ไม่ได้รู้สึกตัวเลยสักนิดว่าการกระทำของเขาดูจะอยากให้เธอพูดเรื่องที่รู้เกี่ยวกับคนชื่อบาสมากจนน่าสงสัย

“เคยได้ยินจากเพื่อนในคณะพูดถึงบ่อย ๆ น่ะ” แพทริเซียตอบ

“ใช่คนนี้หรือเปล่า” บรรจบว่าแล้วก็กดหน้าแอคเค้าท์คนที่เรียนคณะเดียวกันกับหญิงสาวแล้วยื่นให้เธอดู ทันทีที่แพทริเซียเห็นว่าคนที่อีกฝ่ายถามคืออัครพลก็ไม่ต้องเสียเวลาคิดคำตอบที่จะตอบเลย ในเมื่อเขาชี้โพรงให้กระรอกมีหรือที่กระรอกจะไม่เข้าโพรง

“ใช่ คนนี้แหละ” ตอบออกไปแล้วแพทริเซียก็นึกขอโทษเพื่อนอยู่ในใจ ช่วยไม่ได้นะแอมมี่ไหน ๆ เขาก็รู้จักแกแล้วก็ให้เป็นแกไปเลยแล้วกัน

“ว่าแล้ว เราเห็นคนนี้ชอบไปคอมเม้นท์รูปของบาสอยู่บ่อย ๆ” พอเขาพูดมาแบบนี้เธอก็ไม่ได้สงสัยอะไรในคำพูดเขาทั้งนั้น เพราะอัครพลก็มาคอมเม้นท์รูปของทุกคนที่เธอเห็นหน้าฟีดนั่นแหละ แม้แต่กับกรินทร์และบรรจบเธอก็เห็นคอมเม้นท์ของอีกฝ่ายอยู่ใต้รูปของพวกเขาอยู่บ่อย ๆ ฉะนั้นแพทริเซียก็สรุปในใจว่าอัครพลก็คอมเม้นท์รูปทุกคนที่รู้จักและหน้าตาดีนั่นแหละ “แล้วแพทรู้ไหมว่าบาสคือคนไหน” บรรจบยังคงถามต่อ

“ไม่รู้” แพทริเซียส่ายหัวตอบหน้าซื่อ

“แล้วไม่เคยเจอเลยเหรอ” บรรจบซักต่อ

“เหมือนเพื่อนเคยชี้ให้ดูอยู่ครั้งหนึ่ง แต่เราจำหน้าไม่ได้” คำตอบนั้นทำให้คนที่เคยมั่นใจในหน้าตาตัวเองสุด ๆ รู้สึกเสียความมั่นใจไปมากจนจิตใจเขาห่อเหี่ยวลงทันที นี่เขาไม่น่าจดจำขนาดนั้นเลยเหรอว่ะ

“หึ ๆ” กรินทร์ส่งเสียงหัวเราะในลำคอเมื่อเห็นสีหน้าของเพื่อนที่ตั้งใจจะแกล้งเขา แต่ก็ถูกเขาเอาคืนด้วยคำตอบซื่อ ๆ ที่แม้แต่เจ้าตัวก็ยังคงไม่รู้ตัว 

 

 

ขำคนจะแกล้งเขาแต่เป็นตัวเองที่หงอย

อยู่ๆ คุณช้างคุณแพทเข้าก็มีพาสเวิร์ดเฉพาะระหว่างกันเฉยเลย คุณช้างเขาร้ายนะคะ

 

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านกันนะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

11 ความคิดเห็น