ค่อยๆ รักกัน Gradually Love

ตอนที่ 15 : บท 4 กำลังพัฒนา 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    25 ก.ค. 63

สวัสดีทุกคนค่ะ 

หลังจากห่างหายไปหลายวัน 

เราก็ไม่มีอะไรจะเเก้ตัวด้วย // ก้มหน้ายอมรับความผิด

ก่อนอื่นต้องขอบคุณสำหรับกำลังใจที่ส่งให้กันนะคะ

ขอบคุณนักอ่านที่ยังอยู่ด้วยกันนะคะ

 

ขอบคุณมากค่ะ

 

เหมือนเดิมเลยค่ะ 

คำผิด คำสลับ ติชม กำลังใจ 

บอกกันได้เสมอนะคะ

 

ต่อเลย

 

หลังจากจบคลาสเช้านี้ที่อาจารย์ปล่อยก่อนเวลาพวกเธอก็มีความเห็นที่ตรงกันว่านี่คือโอกาสที่ดีหากพวกเธอจะไปกินข้าวที่โรงอาหารกลางในเวลานี้เพราะหลายคณะยังไม่ถึงเวลาเลิก และนั้นคือเหตุผลที่ทำให้พวกเธอทั้งสามคนมานั่งอยู่ในโรงอาหารกลางแห่งนี้

“เออ ปีนี้พวกแกจะลงอะไรเปล่ากีฬาเฟรชชี่จะมาแล้วนะ” คนทำงานด้านกิจกรรมของมอถามเพื่อนถึงงานกีฬาเฟรชชี่ที่กำลังจะเริ่มขึ้นหลังงานเฟรชชี่ไนท์ ถึงชื่องานจะเหมือนจัดสำหรับเฟรชชี่แต่ทุกปีนักกีฬาส่วนใหญ่จะเป็นพี่ปีสูงมากกว่า

“ฉันไม่ล่ะ เล่นอะไรไม่เป็นสักอย่าง” ปรางทิพย์ตอบ

“มีปิงปองไหม” สาวลูกครึ่งถามเพื่อนหลังจากที่อยู่ ๆ เธอก็รู้สึกสนใจอยากลงแข่งกีฬาขึ้นมา

“มี แกเล่นเป็นเหรอไอ้แพท” เขมิกาตอบก่อนจะถามเพื่อนกลับอย่างสงสัย

“เป็นสิ” แพทริเซียยิ้มให้อีกฝ่ายก่อนจะตอบออกไป

“เจี่ยเจียนั่งด้วยได้ไหม” คนมาใหม่พูดแล้ววางจานข้าวกับขวดน้ำลงบนที่ว่างข้าง ๆ พี่สาวอย่างไม่รอคำตอบ

“ทำไมมาคนเดียว เพื่อนล่ะ” คนเป็นพี่ถามขณะเปิดขวดน้ำของน้องชายเสร็จแล้วก็แกะหลอดเสียบลงไปให้

“น้องดีนมารอเอากุญแจรถกับไอ้แดน วันนี้คลาสบ่ายอาจารย์ยก” ดีแลนตอบพี่สาวก่อนจะตกข้าวเข้าปากต่อ

“น้องดีนเล่นกีฬาเป็นไหม เดี๋ยวจะมีงานกีฬาเฟรชชี่ด้วยนะ” เขมิกาทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์ที่ดีทันที

“ดีนเล่นเป็นไม่กี่อย่างเองครับพี่ขิม” ดีแลนบอกอีกฝ่ายก่อนนึกถึงกีฬาที่ตัวเองน่าจะถนัดที่สุด “แล้วมีแข่งเทเบิลเทนนิสไหมครับ”

“กีฬาประจำบ้านเหรอ ตะกี้พี่สาวก็เพิ่งถามไปมาตอนนี้น้องชายก็ถามซ้ำ” เขมิกาว่าติดตลกก่อนจะพูดต่อ “มีสิ พอดีเลยพี่กับน้องลงกันไปทั้งคู่เดี๋ยวฉันจับไปเจอกันรอบคู่ผสม” 

“เจี่ยเจียก็จะลง” น้องชายหันไปถามคนข้าง ๆ เมื่อเห็นพี่สาวยักคิ้วตอบกลับมาเขาก็พูดต่อ “โห่ งั้นดีนไม่ลงแล้ว”

“อ้าว ทำไมว่างั้นล่ะน้องดีน” ปรางทิพย์มองหน้าถามน้องชายเพื่อนที่อยู่ ๆ ก็กลับคำ

“แข่งกับเจี่ยเจียไปก็แพ้อยู่ดี” คนเป็นน้องว่า

“กล้า ๆ หน่อยน้องดีน” พี่สาวกระเซ้าทันที

“นี่เจี่ยเจียว่าน้องดีนใจเสาะเหรอ เย็นนี้เจอกันหน่อยไหม” คนน้องหันไปท้าพี่สาวทันที

“ได้ครับ แต่ใครแพ้ต้องเลี้ยงชาบูนะ” แพทริเซียตอบพลางอมยิ้มให้กับนิสัยของน้องชายที่รู้ว่าเรื่องแบบนี้อีกฝ่ายมองว่าเป็นเรื่องของศักดิ์ศรีของเขาที่คนอื่นจะเอามาล้อเล่นไม่ได้ แม้เรื่องนั้นมันจะเรื่องไร้สาระก็ตาม

“แล้วไอ้แดนล่ะ นับรวมมันด้วยไหม” ด้านคนที่รู้ว่าตัวเองน่าจะเป็นฝ่ายแพ้ถาม

“รวมสิ น้องแดนเป็นน้องเรานะ” 

“โห่ แบบนี้ยังไงมันก็ได้กินฟรีดิ” ดีแลนว่าแล้วก็ทำหน้ายู่ไม่ค่อยพอใจ ท่าทางน่ารักแบบนั้นทำให้แพทริเซียอดที่จะยื่นมือไปหยิกแก้มอีกฝ่ายเหมือนตอนเด็ก ๆ ไม่ได้ก่อนจะพูดต่ออย่างมันเขี้ยว

“ถ้าน้องดีนอยากกินฟรีก็ต้องชนะเจี่ยเจียให้นะครับ” ดีแลนที่เห็นพี่สาวทำเหมือนเขาเป็นเด็ก เขาก็ยิ่งทำหน้างอปากยู่เข้าไปอีก แต่ก็ไม่ได้ปัดมือของพี่สาวออกแต่อย่างใด

“แพทตี้แกก็ทำอย่างกับน้องแกเป็นเด็กไปได้ ปล่อยมือเถอะ เดี๋ยวสาว ๆ มาเห็นเสียคะแนนนิยมหมด” เขมิกาว่า

“ไม่ เห็น เป็น ไร เลย น่า รัก จะ ตาย” นอกจากแพทริเซียจะไม่ยอมปล่อยมือแล้วเธอยังใช้มืออีกข้างตะปบลงไปบนแก้มของเขาทั้งยังจับหันซ้ายขวาตามจังหวะพูดอีกต่างหาก

“อ๊ายนางแพท หล่อนทำอะไรน้องฉันย่ะ” อัครพลพูดขึ้นทันทีที่เห็นแพทริเซียกำลังแกล้งน้องนอกไส้ของเธออยู่

“คนนี้น้องฉันย่ะ” แพทริเซียที่ตอนนี้เลิกยุ่งกับแก้มน้องเปลี่ยนมาเอาแขนล็อคคออีกฝ่ายเข้ามากอด สภาพดีแลนตอนนี้คือต้องโค้งตัวลงตามแรงกดของแขนพี่สาว “ใช่ไหมครับน้องดีน” เธอถามเสียงหวานตรงข้ามกับการกระทำที่กำลังเพิ่มแรงรัดคนในอ้อมแขนมากขึ้น

“ใช่ครับเจี่ยเจีย” คนเป็นน้องว่าพลางเอาแขนอ้อมไปโอบเอวพี่สาวเท่านั้นไม่พอเขายังเอนหัวซบลงที่บ่าของแพทริเซียแล้วส่งยิ้มให้อัครพลที่ยืนเบ้ปากให้กับสิ่งที่เห็น

“พวกหล่อนสองคนพี่น้องหยุดแสดงความรักต่อกันแล้วโปรดหันมาสนใจฉันก่อน” อัครพลว่า

“อะไรย่ะ หล่อนมีอะไร” แพทริเซียตอบก่อนจะเปลี่ยนมาคล้องคอน้องไว้เฉย ๆ 

“ฉันแค่แวะมาถามว่าร้านในรูปล่าสุดของหล่อนถ่ายที่ไหนย่ะ ทำไมช่วงนี้ฉันเห็นรูปใครเขาก็ไปถ่ายที่ร้านนั้นกัน”

“คาเฟ่ oxox ร้านเขาดังมากย่ะ ติดทุกโพลร้านสวยขนมอร่อยและรีวิวเยอะมาก แกลองไปเสิร์ชดู” 

“เหรอ นี่ฉันมาถามก็เพราะเห็นรุ่นพี่คณะน้องดีนลงรูปเมื่อวานนะเนี่ย ก็เลยอยากได้รูปคู่มุมเดียวกันสักหน่อย”

“พี่ช้างเหรอครับ” ดีแลนถามอีกฝ่ายทั้งที่ยังซบไหล่พี่สาวอยู่เหมือนเดิม

“ใช่จ้ะ รูปที่พี่สายน้องดีนลงเท่เนอะ ขนาดไม่มองกล้องไม่เห็นหน้านะนั้น” อัครพลพูดนัยน์ตาเพ้อฝัน

“ไม่ใช่ว่าเพราะไม่เห็นหน้าเหรอถึงได้มองว่าหล่อ” แพทริเซียอดไม่ได้ที่จะพูดแหย่ทั้งอัครพลและกรินทร์ในเวลาเดียวกัน

“ไม่จ้ะ” อัครพลถอนหายใจก่อนจะตอบ “ฉันไม่พูดกับหล่อนแล้วนางแพท เสียเวลา พี่ไปก่อนนะจ้ะน้องดีน” อัครพลทำหน้าเอือมระอาใส่คนพี่ก่อนจะพูดเสียงหวานกับคนน้องแล้วเดินกลับโต๊ะไป

“โอ๊ย ฉันก็นึกว่านางแอมมี่มันสงสัยแก ที่ไหนได้มันก็แค่อยากรู้” เขมิกาพูดทันทีที่อีกคนเดินพ้นระยะที่จะได้ยิน

“อ้าว พี่แอมมี่ไม่รู้เหรอว่าเจี่ยเจียไปกับพี่ช้าง” ดีแลนถามขณะยกหัวขึ้นจากไหล่พี่สาว ปล่อยแขนที่กอดเอวอีกฝ่ายแล้วยกแขนขึ้นวางบนผนังเก้าอี้แทน

“ไม่ได้ปิดบังหรอกแต่ก็ไม่ได้บอกเหมือนกัน” แพทริเซียที่รู้ว่าเวลาอัครพลได้คุยกับใครที่ถูกคอกันมาก ๆ เจ้าตัวก็จะไม่มีความลับปิดบังอะไรทั้งนั้น ทุกเรื่องที่รู้จะพรั่งพรูออกมาเองแบบไม่มีตกหล่น ฉะนั้นให้อีกฝ่ายรู้ช้าหน่อยน่าจะดีกับเธอมากที่สุด “แล้วเย็นนี้ว่าไง ยังจะเจอกันอยู่ไหม” แพทริเซียเปลี่ยนเรื่องถามน้องชาย

“ต้องเจอสิครับ ผมมันลูกผู้ชายพูดคำไหนคำนั้นอยู่แล้ว ว่าแต่พี่ขิมพี่ปรางสนใจไปดวลกันหน่อยไหมครับ” ดีแลนที่ไม่อยากตกเป็นเบี้ยล่างอยู่คนเดียวหาเหยื่อเพิ่มทันที

“พี่ขอบายล่ะ เล่นไม่เป็นจริง ๆ” ปรางทิพย์ว่า

 “เย็นนี้พี่ไม่ว่างจ้ะ” เขมิกายิ้มก่อนตอบน้องชายของเพื่อน

“น้องดีนอย่าไปกลัว ไอ้แพทมันคงไม่เก่งขนาดนั้นหรอก” ปรางทิพย์ว่าหลังจากดูหน่วยก้านเพื่อนของเธอที่ไม่ได้มีเค้าความเป็นนักกีฬาใด ๆ เลย

“แต่พี่สาวผมเคยเคยเล่นให้สโมสรด้วยนะครับ ถึงจะไม่ถึงปีก็เถอะ” ดีแลนบอกพี่ ๆ อย่างภาคภูมิใจ ก่อนจะรู้สึกถึงแรงชกเบา ๆ ลงที่ต้นแขนของเขา

“อย่าโม้หน่า” ดีแลนสบตาพี่สาวก่อนจะตอบออกไป

“ก็น้องดีนพูดจริงนิ”

“โห่ไอ้แพทแกเก่งขนาดนั้นเลยเหรอ” เขมิกาไม่อยากจะเชื่อว่าแพทริเซียคนที่เป็นเพื่อนเธอเนี่ยนะที่เคยเป็นนักกีฬามาก่อนเช่นเดียวกับความคิดของปรางทิพย์

“แล้วแกเล่นตอนไหน” ปรางทิพย์ถามด้วยสีหน้าที่ประหลาดใจ

“น่าจะช่วงเกรดเจ็ดเกรดแปดมั้งนะ รู้สึกว่าตอนไหนเพิ่งจะสิบสาม” แพทริเซียเค้นความจำที่แสนจะเลือนลางออกมาตอบเพื่อนอย่างไม่มั่นใจ

“แล้วแกเลิกเล่นทำไม” เขมิกาถามต่อ

“แรก ๆ ฉันเข้าสโมสรเพราะอยากลองแข่งและฉันก็ได้แข่งอยู่หลายรอบ แต่ยิ่งชนะก็ยิ่งต้องซ้อมเลิกเรียนก็ต้องซ้อมวันหยุดก็ต้องซ้อม แรก ๆ ฉันก็สนุกแหละที่ได้เล่นทุกวันเลยแต่พอรู้ตัวอีกทีฉันก็ไม่มีแรงที่จะเล่นต่อแล้ว ไม่รู้ว่าจากที่ฉันสนุกมันกลายเป็นฉันที่ฝืนใจตั้งแต่เมื่อไร จนฉันทนไม่ไหวนั่นแหละถึงได้ลาออกจากสโมสรเลิกเล่นไปเลย หลังจากนั้นสองปีฉันถึงกลับมาเล่นอีกครั้ง ตอนนั้นฉันถึงได้รู้ว่าตัวเองแค่ชอบกีฬาประเภทนี้แต่ไม่ได้รักมากพอที่จะอยู่กับมันได้ตลอดเวลา”

“อือ นักกีฬาอ่ะเนอะ นอกจากจะต้องมีวินัยมาก ๆ แล้วก็ต้องมีใจที่รักมาก ๆ เช่นกัน” เขมิกาที่ได้ยินอย่างนั้นก็พยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของปรางทิพย์

“อาจจะเพราะนิสัยฉันด้วยมั้ง ที่ปกติก็อินกับอะไรเป็นพัก ๆ อยู่แล้ว” แพทริเซียว่า

“แต่เทเบิลเทนนิสเป็นอะไรที่เจี่ยเจียชอบนานที่สุดตั้งแต่น้องดีนเห็นมาเลยนะ”

“มันคงเป็นสิ่งเดียวที่เจี่ยเจียยังคงชอบอยู่แม้จะผ่านมาหลายปี”

“แกก็ชอบมากขนาดนี้ แล้วทำไมแกถึงไม่ลงแข่งให้คณะเราตั้งแต่ปีหนึ่งล่ะ” ปรางทิพย์ถาม

“ก็ฉันไม่รู้นิว่ากีฬาเฟรชชี่มีแข่งปิงปองด้วย” ทันทีที่ได้ยินแพทริเซียตอบเพื่อนสาวสองคนก็พยักหน้าอย่างเข้าใจ 

“ไม่แปลก” เป็นเขมิกาที่พูดขึ้นทันที ปรางทิพย์สบตามองอีกฝ่ายอย่างเห็นใจก่อนจะตอบ

“ใช่ ไม่แปลก” ไม่แปลกที่แพทริเซียจะไม่รู้ทั้งที่มีป้ายประกาศเบ้อเริ่มอยู่ใต้ตึกคณะในทุกปี ไม่แปลกที่แพทริเซียจะไม่รู้ทั้งที่มีการประชาสัมพันธ์รับสมัครนักกีฬาในกรุ๊ปแชท และไม่แปลกที่แพทริเซียจะไม่รู้ว่าปีที่แล้วก็อัครพลนั่นแหละที่ประกาศหาคนไปลงแข่งเทเบิลเทนนิสอยู่ปาว ๆ ไม่แปลกเลยจริง ๆ ไม่แปลกใจเลยที่คน ๆ นี้คือแพทริเซีย

 

เย็นวันนั้นหลังจากที่ได้ฟาดลูกปิงปองแกล้งน้องชายที่โต๊ะปิงปองส่วนกลางของคอนโดจนจบเกมส์แพทริเซียก็รื่นรมย์เป็นอย่างมาก เพียงแค่สังเกตสีหน้าหงอย ๆ เธอก็พอจะรู้แล้วอีกฝ่ายกำลังเสียดายเงินค่าชาบูที่กำลังจะลอยออกจากกระเป๋าไปแน่นอน

“ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะ” เธออมยิ้มถามคนที่กำลังเดินกลับห้องพร้อมกัน

“เฮ้อ~” แต่สิ่งที่ตอบกลับมาเป็นเพียงเสียถอนหายใจด้วยท่าทางเซื่องซึม ทำไมวันนี้เธอถึงได้รู้สึกว่าน้องชายคนนี้น่ารักน่าเอ็นดูยิ่งกว่าทุกวันนะ แพทริเซียกดรหัสที่ประตูก่อนจะเปิดเข้าไป เดินไปทิ้งตัวลงโซฟาแล้วถามอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงที่ใช้คุยกับเด็ก

“เป็นอะไร ไหนบอกเจี่ยเจียซิ” 

“ไม่อยากเลี้ยงไอ้แดน” คำตอบสั้น ๆ แต่กลับเรียกเสียงหัวเราะของแพทริเซียออกมาอย่างเสียงดัง

“วันนี้ทำไมเจี่ยเจียรู้สึกว่าน้องดีนน่ารักจังแฮะ” ดีแลนหัวเราะชอบใจกับคำถามของพี่สาวก่อนจะหันไปสบตาคนถามแล้วตอบออกไปว่า

“เพราะเจี่ยเจียกำลังจะรักน้องดีนมากขึ้นกว่าเดิม” แพทริเซียยิ้มกว้างให้คำตอบที่มีความเป็นดีแลนสูงมาก ๆ 

“รู้ดี” แพทริเซียตอบก่อนจะหยีผมน้องชายแรง ๆ อย่างมันเขี้ยว 

“จุๆ ก็มีกันแค่สองคนพี่น้องแหละ” ดาเนียลที่เปิดประตูออกมาเห็นพี่สาวพี่ชายกำลังหยอกล้อกันพูดขึ้นทันที

“อย่ามาทำตัวเป็นเด็กขี้อิจฉาหน่า” คนที่รู้สึกว่าได้รับความรักมากกว่าบอกอีกคนอย่างเหนือกว่า

“ไม่น่าเชื่อว่ามึงจะกล้าพูดคำนี้ออกมา ทุกทีก็มีแต่มึงนั่นแหละที่คอยอิจฉาคนอื่น”

“แต่วันนี้ยังไงมึงก็ต้องอิจฉากูแน่เพราะเจี่ยเจียเพิ่งบอกว่ากูน่ารักขึ้น มองว่าน่ารักขึ้นก็แสดงว่ากำลังจะรักกูมากขึ้น ตอนนี้ต้องรักกูมากกว่ามึงแน่ ๆ” ดีแลนว่าแล้วก็ยังเอนหัวซบไหล่พี่สาวโชว์ไปอีกหนึ่งที

“ที่ไม่ใช่ว่าวันนี้มึงทำตัวเด็กอ้อนเจี่ยเจียหรอกเหรอ อย่าคิดว่ากูไม่รู้ว่ามึงทั้งกอดทั้งซบเจี่ยเจียกลางโรงอาหารนะ”

“เจี่ยเจียกอดกูก่อน ใช่ไหมเจี่ยเจีย” ดีแลนบอกคนหน้าเหมือนก่อนจะมาทำตาปริบ ๆ ใส่พี่สาว แพทริเซียที่เห็นน้องชายทำหน้าแบบนั้นก็อดยิ้มออกมาไม่ได้พลางคิดในใจว่าเด็กคนนี้มันน่ารักจริง ๆ

“ใช่ครับ” คนเป็นพี่ยื่นมือไปบีบแก้มน้องชายเข้าหากันจนปากจู๋ ฝากคนโดนบีบแก้มก็ยักคิ้วให้แฝดตัวเองเพื่อจะบอกว่าเห็นไหมล่ะ เจี่ยเจียเอ็นดูกูจริง ๆ จนคนที่คิดว่าพี่ชายแกล้งพูดใส่เขาให้อิจฉานึกน้อยใจขึ้นมาจริง ๆ

“นอกจากไอ้ดีนจะไม่รักน้องแดนแล้ว เจี่ยเจียก็ยังรักน้องแดนน้อยลงอีกเหรอ” ดาเนียลทิ้งตัวลงนั่งข้าง ๆ พี่สาวอีกฝั่งพูดทั้งปากก็เริ่มยื่นออกมาหน่อย ๆ ดีแลนที่นาน ๆ จะมีโอกาสแกล้งน้องแบบนี้ก็ขอซ้ำเติมอีกสักหน่อย

“เจี่ยเจียเป็นพี่กู รักกูมากกว่ามึงก็ไม่แปลก”

“แล้วเจี่ยเจียไม่ใช่พี่น้องแดนเหรอ” ดาเนียลที่ตาเริ่มแดงบอก แพทริเซียเห็นหน้าน้องชายก็เริ่มทนไม่ไหวก็ตีแขนแฝดพี่ไปหนึ่งทีเบา ๆ 

“นิสัยไม่ดี” ก่อนจะหันมาโอ๋น้องชายคนเล็ก “ไหนใครบอกน้องดีนไม่รักน้องแดน ใครบอกว่าเจี่ยเจียรักน้องแดนน้อยลง หืม” แพทริเซียว่าแล้วก็เอาแขนกอดคอน้องชายทั้งสองเอาไว้ “เจี่ยเจียมีน้องแค่สองคน จะรักคนหนึ่งมากกว่าโดยไม่นึกถึงอีกคนทั้งที่หน้าตาเหมือนกันได้ยังไง”

“จริงนะ” คนที่อยู่ ๆ ก็กลายเป็นคนขี้น้อยใจถามซ้ำ

“จริงสิ” แพทริเซียพยักหน้าให้น้องชายแรง ๆ 

“แล้วมึงล่ะ” ดาเนียลถามพี่ชายที่ถ้าเป็นปกติก็ไม่ค่อยอยากได้ความรักจากมันหรอก แต่วันนี้มันก็ไม่ปกติแล้วไง

“เออ!” ต่อให้รักอีกฝ่ายแค่ไหนแต่มันก็กระดากปากที่จะพูดออกไปอยู่ดี “ถ้ากูไม่รักมึงกูคงไม่นับรวมมึงเรื่องที่กูจะเลี้ยงชาบูหรอก” ดีแลนพูดอ้อมแอ้มทั้งที่ก็ไม่ได้เต็มใจจะเลี้ยงมันหรอกแต่ก็รักมันแหละ

 

 

ตอนนี้ก็จะละมุน ๆ ตลบอบอวลไปด้วยความรักของพี่น้องหน่อย ๆ นะคะ

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านกันค่ะ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

11 ความคิดเห็น