ค่อยๆ รักกัน Gradually Love

ตอนที่ 14 : บท 4 กำลังพัฒนา 60%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 18
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    18 ก.ค. 63

 

สวัสดีทุกคนค่ะ

ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณสำหรับกำลังใจที่คอยส่งให้กันนะคะ

ขอบคุณที่ยังคอยติดตามนิยายของเรากันอยู่นะคะ 

อยู่ด้วยกันไปจนจบเรื่องเลยนะคะ

 

 

เหมือนเดิม คำผิด คำสลับ 

ติชม กำลังใจ บอกกันได้ทุกอย่างเลยนะคะ

 

 

ต่อเลย

 

 

สิ่งแรกที่เธอทำหลังจากลืมตาตื่นขึ้นมาคือเข้าไปตอบในกลุ่มที่มีน้องชายทั้งสองอยู่ด้วยหลังจากที่ในตอนแรกเธอกะแค่อ่านแล้วไม่ตอบ แต่หลังจากที่กรินทร์ทักมาเมื่อคืนเธอก็ตัดสินใจบอกน้องชายในเช้านี้ว่าเธอมาค้างที่หอพักของเขมิกาพร้อมทั้งเซลฟี่หน้าตัวเองที่เพิ่งตื่นนอนส่งไปให้ด้วย

หลังจากที่อาบน้ำแต่งตัวเสร็จพวกเธอก็หาอะไรง่าย ๆ กินเป็นอาหารเช้าอย่างโจ๊กหมูที่เปิดร้านอยู่ตรงข้ามหอพักของเขมิกาพอดิบพอดี เสร็จแล้วก็เดินกลับไปขึ้นรถที่จอดอยู่ฝั่งตรงข้ามก่อนจะขับรถตรงเข้ามอทันที

“เดี๋ยวจะแจกควิซครั้งที่แล้วคืนให้นักศึกษาได้ร่วมชื่นชมผลคะแนนกันให้เต็มอิ่มเลยนะคะ” หลังจากที่อาจารย์พูดจบก็มีเสียงโอดครวญจากนักศึกษาดังขึ้นตามทันที “นักศึกษาเอาไปแจกเพื่อนด้วย” อาจารย์พูดกับเพื่อนที่นั่งอยู่แถวหน้าก่อนจะย้ำกับทุกคนต่อ “ก่อนจบคลาสอย่าลืมเอามาคืนอาจารย์นะคะ” 

“ช่วงนี้ฉันก็ไม่ค่อยได้เที่ยวแล้วนะ ทำไมฉันได้คะแนนแค่นี้เองล่ะ” เขมิกาบ่นทันทีที่เห็นตัวเลขบนกระดาษ ทำไมเธอทำคะแนนได้น้อยกว่าที่คิดทั้ง ๆ ที่ช่วงนี้เธอแทบจะไม่ได้ไปปาร์ตี้ที่ไหนเลยหรือเธอจะทุ่มเทกับกิจกรรมมากไป

“ไม่น้อยหรอกแก” ปรางทิพย์พูดขณะที่ชะโงกหน้าไปดูคะแนนของเพื่อน ก่อนจะพูดขึ้นต่อหลังจากชะโงกหน้าไปดูคะแนนของเพื่อนอีกคน “ควิซครั้งนี้สงสัยจะยากจริง ขนาดไอ้แพทยังได้มากกว่าเราไม่เท่าไร”

“ฉันว่าเราชะล่าใจคิดว่าวิชาหนึ่งหน่วยกิตอาจารย์จะปล่อยเกรดมากกว่า” แพทริเซียพูดทั้งไล่สายตาไปตามตัวหนังสือที่เธอเขียนตอบ

หลังจบคลาสด้วยจิตใจที่ห่อเหี่ยวตามผลคะแนนที่ได้รับ ถึงแม้จะรู้แล้วว่าควิซครั้งนี้ทั้งคลาสไม่มีใครทำได้เกินห้าสิบเปอร์เซ็นต์ก็ตาม แต่แพทริเซียยังคงเดินข้ามฝั่งไปหาอะไรมาเยียวยาจิตใจของเธอให้กลับมาฟูเหมือนเดิม แค่เพียงเปิดประตูร้านเข้าไปจมูกของแพทริเซียก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นของกาแฟทำให้เกิดความรู้สึกผ่อนคลายสมองปลอดโปร่งขึ้นทันที  แต่เธอก็เลือกสั่งสตรอเบอร์รี่กีวีสมูทตี้กับเลมอนเคิร์ดชีสเค้กมาเติมความสดชื่นให้จิตใจ

ทันทีที่พนักงานนำขนมมาเสิร์ฟแพทริเซียก็ยกน้ำขึ้นมาดูดก่อนจะใช้ส้อมตักจ้วงเข้าปากไปอย่างไม่มีการเสียเวลาถ่ายรูปเช่นทุกครั้ง ทันทีที่ลิ้นได้สัมผัสความเปรี้ยวหวานละมุนคล้ายความกังวลในใจก็ค่อย ๆ น้อยลงไปตามจำนวนครั้งที่ลิ้นได้สัมผัส เมื่อเค้กคำสุดท้ายถูกกลืนลงท้องไปจิตใจของแพทริเซียก็เหมือนถูกเติมเต็มจนเป็นปกติ เธอวางส้อมในมือลงก่อนจะพบว่าเธอเอาแต่ก้มหน้าก้มตากินอย่างเดียวแม้แต่โทรศัพท์ก็ไม่ถูกหยิบขึ้นมาเล่นเช่นทุกครั้ง ไม่รู้ว่ากิริยาเธอเหมือนครู่ดูตะกละตะกลามมูมมามเกินพอดีหรือเปล่า แต่เมื่อกวาดสายตาไปรอบร้านก็พบว่าเธอเป็นลูกค้าคนเดียวที่นั่งอยู่ก็สบายใจ 

แพทริเซียที่จิตใจกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้วเอนหลังผิงผนังด้วยท่าทีสบาย ๆ เปิดโทรศัพท์ขึ้นมาเลื่อนดูความเคลื่อนไหวของโลกออนไลน์มืออีกข้างก็ยกแก้วน้ำขึ้นมาดูด

“สวัสดีค่ะ” เสียงพนักงานกล่าวทักทายลอดเข้ามาในโสตประสาทขณะที่เธอกำลังอ่านข้อความแสดงความคิดเห็นในเรื่องที่กำลังเป็นที่นิยมอยู่ในขณะนี้

“คาราเมลมัคคิอาโต้กับดาร์กช็อคฯครับ” เสียงสั่งเมนูก็ดังขึ้นอีกทำให้คนที่กำลังตั้งใจอ่านข้อความอยู่ อ่านจบทั้งหมดแล้วแต่ไม่เข้าใจและจับใจความอะไรไม่ได้เลย แพทริเซียตัดสินใจลุกขึ้นทั้งที่ยังไม่ละสายตาจากหน้าจอโทรศัพท์ค่อย ๆ เดินไปทางประตูร้านเพื่อหนีเสียงที่จะเข้ามารบกวนเธออีก

“แพท” แพทริเซียหันไปมองตามเสียงทันทีที่ได้ยินชื่อตัวเอง

“อ้าว” เธอส่งเสียงออกไปทันทีที่เห็เป็นกรินทร์และเพื่อนของเขาที่ยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์

“เลิกเรียนแล้วเหรอ” คนทักถามต่อ

“ใช่ นี่ก็กำลังจะกลับแล้ว” คนกำลังจะกลับตอบ

“ไฮ~” สีหน้าของแพทริเซียเต็มไปด้วยความงุนงงที่อยู่ดี ๆ เพื่อนของเขาก็โบกมือทักทายเธอเหมือนรู้จักกัน ร่างบางสบตากับเขาแล้วขยับเข้าใกล้เขาอีกนิดหนึ่งก่อนจะเลิกคิ้วถาม กรินทร์ที่เห็นปฏิกิริยานั้นของเธอก็นึกตลกในใจ อาการของเธอที่มีต่อเพื่อนของเขามันหนักกว่าตอนที่เจอเขาครั้งแรกอีก กรินทร์หันกลับไปหาเพื่อนที่ตอนนี้ยืนทำหน้าเหลอหลาก่อนจะแนะนำให้คนทั้งสองรู้จักกัน

“แพทตี้นี่บรรจบเพื่อนผม” 

“บรรจบ” หญิงสาวเลิกคิ้วทวนชื่อเพื่อนของเขาอย่างแปลกใจ นี่เธอได้ยินถูกใช่ไหม เธอไม่เคยได้ยินคนชื่อแบบนี้มาก่อนเลย 

“อือ” กรินทร์พยักหน้าให้อีกครั้งก่อนจะแนะนำต่อ “ไอ้บรรจบนี่แพทตี้พี่สาวไอ้แฝด” 

“อ่า หวัดดีบรรจบ ยินดีที่ได้รู้จักนะ” แพทริเซียส่งยิ้มการค้าให้คนที่เพิ่งรู้จัก

“หวัดดีแพทตี้” อีกคนก็ทักกลับทันที

“เดี๋ยวเราต้องกลับแล้วไว้คุยกันนะช้าง” เธอหันไปพูดกับเขาก่อนจะพูดกับเพื่อนใหม่ต่อ “ไว้เจอกันนะบรรจบ”

ว่าจบหญิงสาวก็เดินออกจากร้านไปทิ้งไว้แค่ชายสองคนที่คนหนึ่งยังคงมองตามเธอไปกับอีกคนที่ยืนหน้านิ่วคิ้วขมวดอย่างไม่เข้าใจ เมื่อทนความอยากรู้ไม่ไหวก็เอ่ยกับคนข้าง ๆ ทันที

“ไอ้ช้าง เขาไม่รู้จักกูว่ะ” คนที่มั่นใจว่าตัวเองค่อนข้างเป็นที่รู้จักของคนทั้งมอมาโดยตลอดพูดขึ้นก่อนถามต่อ

“อือ เขาไม่รู้จักใคร”

“กูว่าเรื่องฉาวโฉ่ของกูก็ดังมากอยู่นะ” คนที่มีประเด็นฉาวให้คนอื่นได้พูดถึงบ่อย ๆ ว่า

“เขาต้องเคยได้ยินเรื่องบาสบริหารอยู่แล้วมึงดูด้วยว่าเพื่อนเขาคือใคร แต่เขาน่าจะไม่รู้ว่าบาสคือคนไหนและกูก็เพิ่งแนะนำว่ามึงชื่อบรรจบ”

“อะเมซิ่ง” คนหล่ออุทานก่อนจะพูดต่ออย่างนึกสนุก “แพทตี้ ๆ ไม่รู้จักบาสแต่รู้จักบรรจบ เจอกันครั้งหน้าสนุกแน่” กรินทร์ที่พอจะเดาได้ว่าเพื่อนจะทำอะไรได้ยินก็ส่ายหน้าพลางนึกในใจ เจอกันครั้งที่สองให้เขายอมคุยกับมึงมากกว่าแค่พูดทักทายก่อนเถอะ “เออ แล้วตอนมึงเจอเขาครั้งแรก เขารู้จักมึงไหม” คนนึกสนุกถามต่อ

“กูบอกแล้วว่าเขาไม่รู้จักใคร” 

“โว้ว รู้แบบนี้กูอยากรีบพาเขาไปแนะนำให้รู้จักเพื่อนเราเลยว่ะ” บรรจบนึกภาพหญิงสาวที่กำลังโดนพวกเขาหลอกปั่นหัวก็ยิ่งนึกสนุกหัวเราะคิกคักออกมา

“หึ” กรินทร์ส่งเสียงในลำคอใส่คนที่กำลังวางแผนแกล้งคนอื่นอย่างเวทนา ช่างไม่รู้อะไรเลยว่ากว่าเขาจะเข้าใกล้แพทริเซียได้มากขนาดนี้ใช้เวลาไปกี่วัน คุยกันไปแล้วกี่ประโยค กับคนที่เธอยอมพูดแค่ทักทายแล้วรีบเลี่ยงออกไปแบบนั้นคงอีกนานกว่าเธอจะวางใจยอมไปเจอไอ้พวกนั้นได้

หลังจากนั้นพวกเขาก็ออกจากคาเฟ่กลับขึ้นห้องเรียน ช่วงท้าย ๆ ชั่วโมงแบบนี้กรินทร์ไม่ค่อยมีสมาธิฟังอาจารย์พูดอะไรแล้วทั้งนั้นก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเลื่อนเล่นไปเรื่อยเปื่อย ก่อนจะนึกถึงรูปที่เธอถ่ายเขาวันนั้น

‘ช้าง’ เสียงเธอเรียกชื่อทำให้เขาหันกลับไปหาเธอ เมื่อเห็นเธอยกโทรศัพท์ค้างไว้เขาก็ยกมือขึ้นมาบังหน้าทันที

‘ไม่ถ่าย ๆ’ เขาบอกเธอทั้งยังยกมือบังไว้เพราะยังคงเห็นเธอถือโทรศัพท์ในท่าเดิม

‘ผลัดกันหน่า ให้เราถ่ายให้ช้างบ้าง’ คนที่เป็นแบบให้เขาถ่ายมาเป็นชั่วโมงบอก

‘เร็ว ถ่ายแบบคูล ๆ ไม่เห็นหน้าก็ได้’ เธอพูดเมื่อเห็นว่าไม่ยอมเอามือลงสักทีก่อนจะพูดซ้ำอีกครั้งว่า ‘...นะ’ หลังจากที่เห็นสีหน้าบวกกับน้ำเสียงแบบนั้นของเธอเขาก็ใจอ่อนยวบยอมให้เธอถ่ายทันที รูปที่เธอถ่ายออกมาทั้งหมดไม่มีรูปไหนที่เห็นหน้าเขาเต็ม ๆ อย่างที่อีกฝ่ายบอกไว้ตั้งแต่แรกและเขาก็พอใจกับรูปที่เธอถ่ายทั้งหมดเช่นกัน

กรินทร์ที่ยังคงนั่งอยู่ในห้องเรียนเปิดอัลบั้มรูปไล่ดูรูปทั้งหมดที่เธอถ่ายในโทรศัพท์ก่อนจะเลือกหนึ่งรูปที่เห็นหน้าเขาน้อยที่สุดโพสลงอินสตาแกรม

“มึงลงรูปเหรอ” ไพศาลที่นั่งเลื่อนโทรศัพท์เล่นตั้งแต่ต้นชั่วโมงพูดขึ้นเห็นรูปเพื่อนที่เพิ่งลงเมื่อไม่กี่นาทีที่แล้ว

“เหรอ ในไอจีป่ะ” บรรจบที่นั่งฟังอาจารย์สอนอย่างเบื่อ ๆ พูดขึ้นก่อนจะเปิดโทรศัพท์ดูบ้าง “เฮ้ยเท่ว่ะ ไว้กูถ่ายแบบนี้ลงบ้าง” หนุ่มหล่อพูดเมื่อเห็นรูปเพื่อนที่ไม่เห็นหน้าแต่เท่ฉิบหาย “อันนี้มึงไปถ่ายที่ไหน นี่ถ้ามึงใส่ฟิลเตอร์เข้าไปอีกกูคงคิดว่ามึงถ่ายที่เกาหลี”

“คาเฟ่ oxox ตรงถนน xx ไง” กรินทร์ตอบ

“กูว่าช่วงนี้มึงชอบเข้าคาเฟ่นะ” คนชอบโดดเรียนที่วันนี้ถึงคิวต้องเข้าเรียนอย่างไพศาลพูดขึ้นอย่างคนไม่รู้เท่าทันสถานการณ์

“ถ้ามึงเข้าเรียนบ่อย ๆ มึงก็จะรู้ว่ามันไม่ได้ชอบหรอกแต่คนที่มันชอบชอบ” ไพศาลกระพริบตาปริบ ๆ อย่างงง ๆ

“คนที่ไอ้ช้างชอบ เขาชอบเขาคาเฟ่” คนงงถาม

“เออ นี่กูก็ได้ทำความรู้จักแล้วท่าทางกลัวกูดูน่าแกล้งฉิบหาย”

“กลัวมึงเนี่ยนะ” ไพศาลถามคนที่น่าตาเป็นมิตรที่สุดตั้งแต่เขาเคยเห็นมาจนเคยคิดเล่น ๆ ว่าถ้ามันไปหลอกใครเขาคงจะเคลิ้มตามมันทั้งนั้น ก่อนจะหันไปถามกรินทร์ “นี่มึงชอบเด็กสามขวบเหรอ”

“ตลกล่ะ” กรินทร์ตอบเพื่อน 

“หรือเขาจะกลัวมึงเพราะข่าวเรื่องที่มึงแย่งแฟนพี่ว่ะ” ไพศาลพูดถึงข่าวที่บรรจบแย่งแฟนวันชนะที่เป็นญาติกัน

“แย่งหาอะไรล่ะ เนื้อไม่ได้กินนั่งไม่ได้รองนั่งกูยังต้องเอากระดูกมาแขวนคอ คนมอนี้ก็อะไรกันก็ไม่รู้อยากรู้อยากเห็นกันทุกเรื่อง รู้กันขนาดนี้แต่ไม่รู้ว่ากูรอจีบน้องไอ้ช้างอยู่” คนหล่อว่าจบก็มองหน้าพี่ชายของคนที่เขารอจีบแล้วหัวเราะออกมา

“ถ้ามึงจีบติดกูจะยกผลไม้ให้ทั้งสวนเลย” ลูกชายเจ้าของสวนผลไม้ว่า

“อ้าว มึงไม่ได้จีบคนที่อยู่แถวบ้านมึงเหรอ” สองหนุ่มพร้อมใจมองหน้าคนที่ไม่เคยรู้อะไร 

“ไอ้พีกูขอร้องเลยว่ะ มึงช่วยมาเข้าเรียนหน่อยเถอะ เรื่องน้องไอ้ช้างกูพูดเล่น อย่างน้อยมึงก็มานั่งฟังพวกกูคุยกันแล้วกลับก็ได้ มึงตกข่าวหลายเรื่องจนกูรู้สึกเหมือนมึงไม่ได้อยู่กลุ่มเดียวกันกับกูเลยว่ะ อีกอย่างตอนนี้แบมเป็นแฟนกูแล้ว”

“วันหลังมึงก็โทรไปเล่าให้กูฟังดิ” คนโดดเรียนจนตกข่าวว่า หนุ่มหล่อมองหน้าเพื่อนอย่างหมดอารมณ์ก่อนจะนึกอยากเข้าไปดูอินสตาแกรมของเพื่อนใหม่ที่เพิ่งรู้จักกันวันนี้ บรรจบเข้าไปหาแอคเคาท์ที่กรินทร์กดติดตามไว้ เลื่อนลงไปไม่เท่าไรก็เจอแอคเคาท์ของเธอ และหนุ่มหล่อก็ต้องสะดุดตากับรูปของอีกฝ่ายที่ลงล่าสุดยิ่งเลื่อนดูเขายิ่งก็คุ้น เมื่อเห็นรูปสุดท้ายที่เป็นมุมในร้านช่างเหมือนกับแบคกราวน์ด้านหลังของรูปที่เพื่อนเพิ่งลงอย่างไม่ต้องสงสัย

“ร้ายนี่หว่า” บรรจบว่าก่อนจะโชว์รูปบนหน้าจอให้อีกฝ่ายดู กรินทร์เห็นแล้วก็แค่หยักคิ้วให้เพื่อนเท่านั้น “ไอ้พีมองดู” ว่าแล้วก็โชว์ให้เพื่อนผู้ตกข่าวดูด้วย

“ร้านในรูปไอ้ช้างนิ” ไพศาลตอบอย่างซื่อ

“มึงนี่นอกจากเรื่องเรียนกับเรื่องขี้โกงคนอื่นก็หัดฉลาดเรื่องอื่นบ้างนะ” หนุ่มหล่อบ่นเพื่อนก่อนจะพูดต่อ “มึงดูคนโพสรูปก่อน ทีนี้รู้ยังว่าทำไมไอ้ช้างมันถึงได้ชอบไปคาเฟ่” 

“เฮ้ย มึงไปกับเขาเหรอ” ไพศาลที่เริ่มเดาทางออกว่า “อาทิตย์ก่อนมึงยังบอกว่าเพิ่งรู้จักกันอยู่เลย ไม่ธรรมดานี่หว่า”

“ถือว่ามีพัฒนาการที่ก้าวกระโดด กูคารวะสามจอก” บรรจบว่าทั้งยังทำท่าคารวะแบบในหนังจีนให้เพื่อนอีก 

“มึงเลิกใช้คำพูดอะไรแปลก ๆ กับกูที กูเผลอเอาไปใช้กับเขาบ่อย ๆ” คนถูกคารวะบอก

“มึงเอาอะไรไปใช้กับเขาบ้างล่ะ” บรรจบหัวเราะก่อนจะถามเพื่อนต่อ

“จะบอกฝันดีเขากูดันพิมพ์ไปว่า ‘หลับให้สบายนะครับ’ อีกอันเมื่อคืนเลยสด ๆ ร้อน ๆ เขาไปค้างหอเพื่อนแล้วบอกว่าที่นั้นระบบความปลอดภัยดีกูก็พิมพ์ตอบเขาไปว่า ‘ตบมือให้ห้าครั้งเลยครับ’ มีแต่มาจากมึงทั้งนั้นเลย ไม่ใช่คืนนี้กูได้คารวะเขาสามจอกอีกนะ” ทันทีบรรจบและไพศาลได้ยินต่างก็ฮาครื้นหัวเราะชอบใจกับความไก่อ่อนของเพื่อน

“มึงบอกฝันดีสาวด้วยการบอกเขาว่าหลับให้สบายนะครับเนี่ยนะ” บรรจบพูดย้ำก่อนจะหัวเราะต่อ อันนี้มันจี้จริง

“เออ แล้วกูเพิ่งได้คุยกับเขาครั้งแรก ๆ ด้วย” กรินทร์ว่าแล้วส่ายหัวอย่างเซ็ง ๆ “ตอนกูพิมพ์ไปว่าตบมือให้ห้าครั้งเลยครับเขายังพิมพ์กลับมาถามด้วยว่าคิดได้ไงเนี่ย หน้ามึงลอยมาก่อนเลย”

“กูก็พูดของกูปกติ มึงนั่นแหละที่แยกแยะไม่ได้” ไพศาลที่หุบยิ้มไม่ได้ตอบเพื่อน 

“เออ” กรินทร์ตอบหลังจากที่จ้องหน้าอีกฝ่ายนิ่ง ๆ ก่อนจะพูดทิ้งท้ายเอาไว้ว่า “ถ้ามึงกดติดตามเขาก็ไม่ต้องไปคอมเม้นท์อะไรให้เขาลำบากใจนะ”

 

ด้านคนที่กลับมาถึงคอนโดก็ทำกิจวัตรดั่งเช่นทุกวันคือการเปลี่ยนชุดคลีนหน้าแล้วออกมานั่งดูหนังที่โซนลีฟวิ่งด้านนอก เหล่าน้องชายที่กลับมาถึงห้องก็เปิดประเด็นถามพี่สาวถึงเรื่องเมื่อคืนทันที 

“เจี่ยเจียทำไมเมื่อคืนไปค้างหอพี่ขิมล่ะ ทำโปรเจคเหรอ” ดาเนียลเลียบ ๆ เคียง ๆ ถามคนไม่กลับเมื่อคืน

“เปล่า เจี่ยเจียแค่อยากไปนอนกับขิมเฉย ๆ” แพทริเซียตอบหน้าซื่อ

“ก็แล้ว ...แล้วทำไมเจี่ยเจียไม่บอกเราหน่อยล่ะ” ดีแลนพูดเบา ๆ กลัวพูดไม่เข้าหูพี่สาว

“ใช่ เราเป็นห่วงเจี่ยเจียมากนะตอนที่ไม่รู้ว่าเจี่ยเจียอยู่ไหนน่ะ” 

“หึ รู้แล้วใช่ไหมว่าเจี่ยเจียรู้สึกยังไงวันนั้น” โอ้ นี่เจี่ยเจียเอาคืนเราเหรอ คู่แฝดคุยกันด้วยสายตากัน “แต่ไม่ต้องห่วงนะเพราะเจี่ยเจียบอกมาม่ะไว้แล้ว ถ้าน้องดีนน้องแดนโทรหามาม่ะก็จะรู้เองนั่นแหละว่าเจี่ยเจียไปไหน” ว่าจบแพทริเซียก็เดินเข้านอนทิ้งให้น้องสองคนได้ทบทวนเรื่องราวด้วยตัวเอง

ด้านคู่แฝดต่างก็นั่งเงียบคิดต่อในใจ ไม่ว่าพี่สาวจะต้องการสั่งสอนพวกเขาหรือเอาคืนพวกเขาก็ตาม อยากน้อยก็รู้ว่าพี่สาวของพวกเขารอบคอบมากว่าเรื่องนี้ไม่มีทางกลายเป็นเรื่องใหญ่แน่นอน และถ้าเมื่อคืนพวกเขายอมโทรหาพ่อกับแม่พวกเขาคงไม่ต้องวุ่นวายทักไปหาคนนั้นคนนี้อยู่นาน ทั้ง ๆ ที่พวกเขาก็รู้อยู่แล้วว่าจะทำอะไรพี่สาวก็จะบอกพ่อแม่ก่อนทุกครั้ง ที่พี่สาวบอกเพราะคำว่าบอกของพี่สาวไม่ได้มีความหมายว่าต้องรอให้อีกฝ่ายอนุญาตก่อนเหมือนพวกเขา

ด้านคนเป็นพี่สาวที่นอกจากจะต้องการให้น้องชายได้ลิ้มรสความรู้สึกของเธอแล้ว ยังต้องการให้คู่แฝดได้รู้ว่าเรื่องสำคัญแบบนี้ควรปรึกษาพ่อกับแม่ก่อน การที่พวกเขาทักไปหาเพื่อนของเธอมันก็คือวิธีการแก้ปัญหาที่ดี แต่พวกเขาก็เป็นแค่เด็กที่ลืมไปว่าเรื่องแบบนี้มันใหญ่เกินตัวในกรณีที่เธอหายไปจริง ๆ 

ครืน

‘b_banchop started following’

แพทริเซียที่อ่านชื่อคนที่เพิ่งกดติดตามมาก็นึกถึงหน้าคนที่เพิ่งได้รู้จักกันวันนี้ก่อนจะกดเข้าแอคเคาท์เขาเข้าไปส่อง นิ้วเรียวกดเข้าไปดูล่าสุดของเจ้าของแอคเคาท์ที่ขึ้นว่าเพิ่งโพสเมื่อห้าสิบสามนาทีที่แล้วก่อนจะอ่านแคปชันในใจ

‘คารวะสามจอก’   

 คืออะไร คิดแล้วเธอเลื่อนดูรูปไปเรื่อย ๆ สิ่งหนึ่งที่เธอสังเกตได้คือยอดไลค์อยู่ที่ห้าหมื่นกว่าทุกรูปเลย แต่ในใจก็ไม่ได้นึกแปลกใจอะไรเพราะก็ต้องยอมรับแหละว่าทั้งเขาทั้งกรินทร์ก็หน้าตาดีจริง ๆ ขนาดแค่กรินทร์ใส่เสื้อกันฝนของเธอเขายังถูกแอบถ่ายไปลงเพจและยังมียอดไลค์และแชร์หลายสิบเคอีกต่างหาก

แพทริเซียเลื่อนขึ้นไปกดติดตามแล้วกดกลับมาหน้าฟีดของตัวเองก่อนจะเห็นกรินทร์ลงรูปที่เธอเป็นคนถ่ายให้ เธอแคปหน้าจอเอาไว้แล้วเปิดห้องแชทของเขาขึ้นมาแล้วส่งรูปลงไปแซว

พีเอทีทีไออี : ส่งรูปภาพ

พีเอทีทีไออี : ทีเค้าบอกให้ถ่ายไม่ยอมถ่ายน้า แล้วมาทำลงรูปที่เค้าถ่ายให้

chang : อย่าแซวหน่า

พีเอทีทีไออี : รูปเราถ่ายให้เท่ล่ะสิ 

chang : ก็ธรรมดา

พีเอทีทีไออี : ตอบแบบนี้คูลมาก เหมือนพวกคิดว่าตัวเองดูดี ความมั่นใจเกินร้อย

chang : เธอหมายถึงผมหลงตัวเอง?

พีเอทีทีไออี : ที่ช้างพิมพ์มามันก็ประมาณนั้นแหละ 

chang : แล้วผมดูไม่ดี?

พีเอทีทีไออี : เปล่า ก็ดีอยู่

chang : อ้าว งั้นผมก็เข้าใจถูกแล้วสิ

แพทริเซียเบะปากใส่โทรศัพท์ทันทีที่อ่านข้อความที่เขาส่งมา การที่คนหน้าตาดีพูดว่าตัวเองดูดีมันก็น่าหมั่นไส้เหมือนกันนะ ถึงมันจะเป็นความจริงก็เถอะ

 

 

สตอเบอร์รี่กีวีสมูทตี้

เลมอนเคิร์ดชีสเค้ก

ท่าถ่ายรูปคนคูลที่เขาโพสลงไอจีค่ะ

 

 

คุณช้างกับคุณแพทเขาเริ่มมีบทสนทนาอื่นกันเเล้วนะคะ 

ตอนนี้เราอยากจะสื่อถึงความสัมพันธ์ของทั้งสองคนว่ากำลังพัฒนากันไปเรื่อย ๆ ค่ะ

 

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านกัน

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

11 ความคิดเห็น

  1. #11 Maukcamas (@Maukcamas) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2563 / 14:32
    ชอบเจ้าพีไพศาลจัง ตลกแบบไม่ค่อยทันเรื่องทันราวเลย
    #11
    1
    • #11-1 anymore (@mssxmin) (จากตอนที่ 14)
      29 กรกฎาคม 2563 / 23:11
      คนเก่งไม่จำเป็นต้องเข้าเรียนอ่ะเนอะ
      #11-1