ค่อยๆ รักกัน Gradually Love

ตอนที่ 13 : บท 4 กำลังพัฒนา 30%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    16 ก.ค. 63

สวัสดีทุกคนค่ะ

ก่อนอื่นก็ขอขอบคุณสำหรับกำลังใจที่กดให้กันนะคะ

ขอบคุณที่ยังคอยติดตามนิยายเรื่องนี้กันอยู่

 

ขอบคุณมากค่ะ

 

 

เหมือนเดิม คำผิด คำสลับ ติชม 

กำลังใจอะไรก็บอกกันได้นะคะ

 

 

ต่อเลย

 

 

กรินทร์นั่งกดเพิ่มรูปภาพลงในอัลบั้มที่เธอเป็นคนสร้างตั้งแต่อยู่บนรถ พอได้พูดได้คุยได้ใช้เวลาด้วยกันจริง ๆ มันก็ทำให้บรรยากาศระหว่างพวกเขาดีขึ้นมาก ขากลับเธอถึงขั้นกล้าร้องเพลงคลอเบา ๆ ขณะที่รถติด ต่างจากที่นั่งเงียบตลอดทางตอนขามา ทำให้เขาอดคิดเข้าข้างตัวเองไม่ได้ว่ากำแพงที่อีกฝ่ายตั้งไว้มันถูกลดลงมาจนเขาน่าจะก้าวข้ามไปได้แล้ว ฉะนั้นไอ้การที่เขาพยายามหาเรื่องเอาตัวเองไปข้องเกี่ยวกับเธอก็นับว่าคุ้มค่า 

ครืน

พีเอทีทีไออี : ไหน ๆ ช้างก็เป็นคนถ่ายให้ ช่วยเราเลือกหน่อย

พีเอทีทีไออี : ส่งรูปภาพ

พีเอทีทีไออี : ส่งรูปภาพ

chang : รูป 2 ฟิลเตอร์รูปแรก

พีเอทีทีไออี : thx ka

พีเอทีทีไออี : อ่อ พรุ่งนี้ฝน 70 นะ

chang : ครับ

หลังจากนั้นกรินทร์ก็เห็นรูปหน้าแพทริเซียที่กำลังยิ้มจนตาหยีที่เขาเลือกให้อีกฝ่ายอยู่บนหน้าฟีดอินสตาแกรม นิ้วเรียวเลื่อนดูภาพถัดไปก็เห็นเป็นจานขนมหน้าตาน่ารักเมื่อตอนบ่าย เลื่อนต่อไปอีกก็เป็นบรรยากาศของร้านในมุมต่าง ๆ ก่อนจะนึกถึงตอนที่เธอขอให้เขาถ่ายรูปให้

‘ยิ้มกว้าง ๆ หน่อย’ คนมองผ่านจอว่า

‘หน้าเราบานหรือเปล่า’ คนไม่เคยต้องยิ้มกว้างขนาดนี้ถ่ายรูปพูด

‘บานดิ’ คนถ่ายตอบหน้าตาย

‘ไหนดูก่อน’ แพทริเซียรีบเดินเข้ามาดู

‘มันก็ไม่ได้บานอะไรขนาดนั้น ความไม่สมบูรณ์คือความสวยที่น่าดึงดูดเคยได้ยินไหม’ เขาว่าทั้งยังยื่นโทรศัพท์ให้เธอดูรูป แพทริเซียที่เห็นแล้วคิดว่ามันก็โอเคพยักหน้าแล้วกลับยืนที่เดิมก่อนอีกคนจะสั่งต่อ ‘เชิดหน้าขึ้นหน่อยเอียงคออีกนิดนึง’

‘แบบนี้หน้าดุแน่เลย’

‘นั่งลงแล้วท้าวคางดิ’ ตากล้องยังคงทำหน้าที่ต่อไป

‘แขนห้ามใหญ่นะ’ นางแบบบอกก่อนยอมทำตามแต่โดยดี

‘ไม่ใหญ่ ๆ’ เขาตอบขณะที่ตาก็จ้องที่หน้าจอ ‘ไหนลองก้มไปข้างหน้าแล้วมองกล้อง’ คนตัวสูงบอกขณะย่อตัวนั่งลงให้เธอมองกล้องต่ำ ๆ

‘ไม่เอามุมนี้เดี๋ยวเหนียงออก’ เธอพูดและไม่ยอมทำตาม

‘ไม่ออก ลองดูก่อนไม่สวยก็ค่อยลบทิ้ง’ ได้ยินอย่างนั้นแพทริเซียก็พยักหน้ายอมให้เขาลองถ่ายดู

หลังจากที่เธอได้ถ่ายทุกมุมตามต้องการแล้วก็กลับมานั่งดูดน้ำเช็ครูปจากโทรศัพท์ของเขา เมื่อเลื่อนดูทุกรูปแล้วก็พูดขึ้นขณะส่งโทรศัพท์คืนเขา

‘ไม่น่าเชื่อว่าถ่ายมุมแบบนั้นก็ออกมาสวยได้ ช้างเทสดีมาก อย่าลืมส่งรูปให้เราด้วย’ 

‘อือ แค่เธอเชื่อใจผมทุกอย่างก็ออกมาดีเอง’

 

“เออไอ้แพทแกยิ้มแบบนี้แล้วน่ารักดี” ปรางทิพย์พูดขึ้นมาเห็นหน้าเพื่อนมันขึ้นหน้าฟีดมาอีกครั้ง

“ใช่ เมื่อก่อนไม่เห็นแกยอมยิ้มแบบนี้ถ่ายรูป” เขมิกาว่า

“เมื่อก่อนฉันไม่กล้าถ่ายแบบนี้เพราะคิดว่าตัวเองหน้าบานแล้วคนอื่นจะมองไม่สวย แต่ตอนนี้ฉันมีความคิดใหม่ ๆ ว่าความไม่สมบูรณ์คือความสวยที่น่าดึงดูด”

“จริง ถึงรูปนี้หน้าแกจะบานกว่าปกติแต่มองแล้วก็ดูสดใสกว่าปกติเหมือนกัน เห็นแกยิ้มแล้วอยากยิ้มตามเลย”

“อย่าเว่อร์หน่า” คนยิ้มสดใสว่าเพื่อน

“ฉันพูดจริงย่ะ” คนน่ารักย้ำก่อนจะเลื่อนไปเห็นรูปถัดไป “เค้กน่ารักมาก อร่อยป่ะ”

“ฉันกินหมดนี้คนเดียว แกเชื่อไหม”

“ถามจริง” เขมิกาเลิกคิ้ว

“จริงจ้ะ ฉันนั่งฟังเพื่อนพูดเพลิน ๆ มือก็ตักเอา ๆ รู้ตัวอีกทีตอนเพื่อนทักว่ากินหมดนี้ต้องวิ่งไปอีกกี่วันนั่นแหละ” คนฟังทั้งสองก็ไม่ได้เอะใจที่อีกคนบอกว่าไปกับเพื่อนทั้ง ๆ ที่เพื่อนของแพทริเซียแทบจะนับนิ้วได้

“เป็นใครก็ต้องตกใจที่แกยัดทั้งหมดนี้ลงไป” ปรางทิพย์ว่าแล้วนักจำนวนจานขนมในใจ

“ดีนะที่แกกินต่อหน้าเพื่อน อย่าเผลอไปกินแบบนี้ต่อหน้าผู้ชายเชียวล่ะ เขาคงตกใจก่อนที่จะคิดจีบแก”

“แต่เพื่อนที่ไปด้วยเมื่อวานก็เป็นผู้ชายนะ แถมเป็นเพื่อนใหม่ด้วย นี่เขาคงไม่ตกใจที่เห็นฉันเขมือบหรอกนะ”

“เดี๋ยว เพื่อนใหม่ผู้ชาย” เขมิกาที่เริ่มเอะใจถามขึ้นอย่างสงสัยว่าใช่คนที่เธอคิดไหม “คนฝั่งโน้น” 

“ใช่ เขานั่นแหละ” แพทริเซียรู้ทันทีว่าเพื่อนหมายถึงใคร

“นี่แกไปกับเขา” ปรางทิพย์ถามซ้ำเพื่อความแน่ใจ

“ใช่” สาวลูกครึ่งพยักหน้าตอบ

“สองคน” เขมิกาถามต่อ

“ใช่” เธอยังคงพยักหน้าตอบคำถามเพื่อน

“แบบนัดเจอกันที่ร้าน” 

“ไม่” คราวนี้แพทริเซียส่ายหน้า “ฉันก็ไม่เคยไปแถวนั้นแล้วถนนมันเป็นวันเวย์ด้วย เขาก็เลยมารับให้ไปด้วยกัน แต่หลังจากนี้ถ้าพวกแกอยากไปก็บอกฉันได้เลย ฉันไปเป็นแล้ว”

“ไม่ยักรู้ว่าแกสนิทกับเขาขนาดนี้แล้ว” ปรางทิพย์ว่า

“ก็ได้คุยกันอยู่ทุกวันเจอหน้ากันบ่อย ๆ” แพทริเซียตอบอ้อมแอ้ม

“แกคุยกับเขา” ปรางทิพย์ถามต่ออย่างไม่อยากจะเชื่อ

“ไม่ได้คุยแบบนั้นนะ คุยกันเรื่องพยากรณ์อากาศ” 

“พยากรณ์อากาศ” เขมิกาที่ยิ่งฟังก็ยิ่งงงถามซ้ำ

“คืองี้...” แพทริเซียที่เห็นสีหน้าเพื่อนก็ยอมเล่าทุกอย่างที่เกี่ยวกับกรินทร์ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงสถานการณ์ตอนนี้

“อ่อ” เขมิกาพยักหน้ารีบรู้เรื่องทั้งหมดที่เพื่อนเล่า “ช่วงแรกฉันคิดว่าเขากะจะจีบแก ฟังต่ออีกนิดก็เหมือนว่าเขาอยากสนิทกับแกมาก แต่พอฟังทั้งหมดแล้วฉันว่าเขาแค่อยากเป็นเพื่อนกับแกเฉย ๆ”

“เออ ทีแรกฉันก็แอบคิดเหมือนกัน ได้แต่แอบหลอนอยู่เงียบ ๆ แต่พอได้คุยกันฉันว่าท่าทีเขาก็ปกติเหมือนคุยกับเพื่อนนะยิ่งหลัง ๆ นี้ชักจะยียวนมากขึ้นด้วย คงเป็นเพราะฉันแทบจะไม่มีเพื่อนผู้ชายก็เลยคิดมากในตอนแรก”

“อือ แต่ฉันว่าที่เขาพูดมันก็ถูกนะ น้องแกควรจะมีที่ปรึกษาที่เป็นผู้ชายด้วยกันคอยให้คำปรึกษาด้วย เป็นเขาก็ดีกว่าเป็นคนอื่นที่แกไม่รู้จัก อย่างน้อยเขาก็จะบอกแกในเรื่องที่แกควรจะรู้ ถ้าเป็นคนอื่นเขาจะบอกไหม” ปรางทิพย์ว่า

“ฉันก็คิดอย่างนั้น เป็นเขาก็ดีเพราะอย่างไรเจ้าแฝดก็ไว้ใจเขาแล้ว”

“เออ แต่ร้านนี้สวยจริง ไว้แกพาฉันไปถ่ายรีวิวเสื้อผ้าหน่อยนะ” เขมิกานึกถึงเสื้อผ้าจากร้านค้าในอินสตาแกรมที่กำลังถูกส่งมาให้เธอใส่ถ่ายรูป

“วันไหนบอกเลย แกเอาชุดไปเยอะ ๆ นะร้านนี้มุมเยอะมากดูไม่ซ้ำแน่นอน” แพทริเซียกล้าการันตี

 

หลังเลิกเรียนแล้วเธอไม่ได้กลับคอนโดอย่างที่ควรจะเป็น แต่เธอกำลังนอนกระดิกขาเล่นโทรศัพท์อยู่บนโซฟาในห้องพักของเขมิกาต่างหากหลังจากที่เธอขออีกฝ่ายมาค้างที่หอเมื่อสองวันก่อน

“แพทไปหาข้าวกินกัน” คนที่เพิ่งเดินออกจากห้องน้ำชวนแขกพิเศษที่อยู่ ๆ ก็เกิดอยากจะค้างกับเธอขึ้นมา

“พาไปซื้อโบ๊ยเกี๊ยด้วยนะ” แพทริเซียหมายถึงน้ำแข็งใสแบบจีนโบราณที่มีแผงขายในซอยนี้

“ฉันรู้อยู่แล้วย่ะ” เขมิกาบอกคนที่มาค้างกับเธอทีไรก็ต้องพาอีกฝ่ายไปซื้อตลอด

สองสาวเดินออกจากหอพักระดับลักซ์ชัวรี่เดินเลียบตามถนนไปไม่ไกลก็เห็นโดมขนาดใหญ่ที่เต็มอัดแน่นไปด้วยร้านรวงต่าง ๆ ทำให้แพทริเซียคิดในใจว่าอยู่แถวนี้ไม่อดตายจริง ๆ

“ส้มตำได้ไหม” แพทริเซียบอกคนข้าง ๆ ที่เดินมาด้วยกันถึงอาหารที่เธอไม่ค่อยได้มีโอกาสได้กิน

“ได้ดิ ฉันรู้ว่าแกชอบแบบนี้” เขมิกาตอบก่อนจะเดินนำเพื่อนไปนั่งที่โต๊ะต่างคนต่างดูเมนู “ตำไทยหรือปูปลาร้า”

“ฉันอยากลองตำซั่วได้ไหม” แพทริเซียตอบ

“ตาถึง แต่จะถึงกว่านี้ถ้าเป็นตำซั่วหอยดอง แต่ไม่เป็นไรสำหรับคนหัดกินอย่างแก ลาบหรือน้ำตก”

“น้ำตก ๆ เอาติดมันด้วย” 

“แกมันรู้จักของอร่อย งั้นฉันเลือกต้มแซ่บกระดูกอ่อนล่ะกัน หาอะไรซดร้อน ๆ เอาอะไรอีกไหม”

“ฉันเอาข้าวเหนียว” เขมิกาพยักหน้ารับรู้ก่อนจะเรียกเด็กในร้านมารับออเดอร์

“เอาตำซั่ว น้ำตกเนื้อขอเนื้อติดมัน ต้มแซ่บกระดูกอ่อน ข้าวเหนียวสอง อีกอย่างขอตับหวานแบบสุก ๆ เลยนะ” 

“ครับพี่” เด็กผู้ชายรับออเดอร์แล้วเดินออกไป

“ตับหวาน” สาวลูกครึ่งทำหน้างงกับเมนูที่เพื่อนสั่งเพิ่มไป

“ใช่ อร่อยนะฉันสั่งมาให้แกลอง”

หลังจากอาหารทยอยมาเสิร์ฟแล้วสาวสวยทั้งคนก็ลงมือกันทันที เมนูตับหวานที่เธอได้ลองครั้งแรกในชีวิตปรากฎว่าอร่อยจริงอย่างที่เพื่อนพูด ก่อนที่อีกฝ่ายจะบอกว่าเขานิยมกินตับหวานแบบกึ่งสุกกึ่งดิบซึ่งเจ้าหล่อนก็ไม่กล้ากินแบบนั้นเช่นกัน หลังจากที่จัดการอาหารทุกจานหมดแล้วสองสาวก็เดินเหงื่อแตกปากพองไปร้านน้ำแข็งใสทันที

“เพิ่งรู้ว่าโบ๊ยเกี๊ยของแกอร่อยขนาดนี้” คนพามาซื้อแต่ไม่เคยได้ลองพูดขึ้นหลังจากที่ทนเผ็ดไม่ไหวต้องซื้อกินบ้าง

“อือ ร้านนี้อร่อยรสชาติใกล้เคียงกับเจ้าดังที่เยาวราชเลยนะ”

“แกจะแวะซื้ออะไรที่มินิมาร์ทก่อนขึ้นห้องเปล่า” เขมิกาพูดถึงมินิมาร์ทที่ก็อยู่ใต้หอเธอนั่นแหละ

“ไม่เอาล่ะ ช่วงนี้ขนมขบเคี้ยวงดไปก่อน” เขมิกามองคนพูดที่ในมือก็ยังคงถือขนมหวานอยู่แล้วพยักหน้าให้อีกฝ่าย คงจะงดแค่ขนมขบเคี้ยวสินะ ขนมหวานไม่นับรวมอยู่แล้ว

เมื่อขึ้นกลับขึ้นมาบนห้องแพทริเซียก็ขออาบน้ำก่อนหลังจากนั้นก็ถึงคิวของเขมิกา เธอนั่งเป่าผมขณะที่อีกคนอาบน้ำเมื่อจัดการตัวเองเสร็จเรียนร้อยแพทริเซียก็กระโดดขึ้นเตียงของเพื่อนทันที

ครืน

เสียงสั่นข้อความเข้าดังจากโทรศัพท์ของแพทริเซียแต่กลับเรียกความสนใจจากเพื่อนของเธอด้วยเช่นกัน เขมิกามองหน้าเพื่อนนิ่ง ๆ ก่อนที่เจ้าของจะยกโทรศัพท์ขึ้นให้อีกคนอ่าน

“อยู่ไหน ไม่กลับคอนโด น้องเธอห่วง” เขมิกาอ่านข้อความออกเสียงเบา ๆ ก่อนจะพูดต่อ “แกไม่ได้บอกน้องเหรอ”

“แกจะดูฉันคุยกับเขาไหม” แพทริเซียส่ายหน้าตอบก่อนจะถามเพื่อนปราศจากร่องรอยความประชดใด ๆ

“ไม่ล่ะ เรื่องของแก แกจัดการเองล่ะกัน” เขมิกาว่าแล้วก็เดินมาทิ้งตัวลงที่ว่างด้านข้างก่อนจะกดโทรศัพท์อัพเดตข่าวสาร เมื่อเห็นว่าเพื่อนไม่สนใจแล้วเธอก็กดเข้าไปตอบเขา

พีเอทีทีไออี : นอนหอเพื่อน ไม่กลับ

chang : ทำไมไม่บอกน้อง วันนั้นไหนว่าเคลียร์กันแล้ว

พีเอทีทีไออี : เคลียร์ก็ส่วนเคลียร์ วันนั้นคู่แฝดแค่ขอโทษแล้วบอกว่าตัวเองผิด เราก็ไม่ได้ว่าอะไรอีก

พีเอทีทีไออี : ตอนนี้เรากำลังใช้ยาแรงทำเหมือนพวกเขาอยู่

พีเอทีทีไออี : เด็กสองคนนี้ถึงพูดไปก็เข้าหูซ้ายออกหูขวา ต้องทำให้คิดได้เอง

chang : แล้วผมควรตอบน้องเธอยังไง?

พีเอทีทีไออี : บอกไปว่าคืนนี้เราไม่กลับ ไม่ต้องห่วง

chang : ครับ ดูแลตัวเองดี ๆ ล่ะกัน

พีเอทีทีไออี : เพื่อนอยู่หอ LA โซนหลัง ม. 

พีเอทีทีไออี : ระบบรักษาความปลอดภัยดีสมราคาแน่นอน

chang : ดีครับ ตบมือให้ห้าครั้ง 

พีเอทีทีไออี : 55555555 

พีเอทีทีไออี : ตบมือให้ห้าครั้ง คิดได้ไงเนี่ย

chang : ผมกำลังยกย่องระบบความปลอดภัยตามที่เธอว่าอยู่นะ

พีเอทีทีไออี : จ้า 

พีเอทีทีไออี : พรุ่งนี้ฝน 40% คิดเอาเองว่าควรทำยังไงต่อ

พีเอทีทีไออี : คืนนี้ฝันดีนะจ้ะ

chang : ครับ เธอก็เหมือนกัน

 

 

รูปโบ๊ยเกี๊ยค่ะ 

 

แผนของคุณช้างเขาทำให้สาวไว้ใจก่อน

เหมือนเพลงของน้ำชาที่ว่า คนที่ไว้ใจ…ร้ายที่สุด!

 

 ขอบคุณที่เเวะเข้ามากันค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

11 ความคิดเห็น