ค่อยๆ รักกัน Gradually Love

ตอนที่ 12 : บท 3 เรื่องของใคร 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    15 ก.ค. 63

 

สวัสดีค่ะ I'm back

หลังจากหายไป 3 วันในที่สุดเราก็มาแล้ว

ขอบอกว่า 3 วันที่หายไปเราไปเติมกำลังใจให้ตัวเองมา

แต่ก็ไม่เห็นผลเท่ากำลังใจจากนักอ่านนะคะ 

 

เหมือนเดิมค่ะ คำผิด ติชม กำลังใจ มาได้หมดเลยน้าา

 

 

ต่อจ้า

 

 

หลังจากสายโทรศัพท์ถูกคนอีกฝั่งตัดไป เขาเปลี่ยนไปกดเข้าแอปพลิเคชันสนทนาเลือกห้องแชทที่ต้องการแล้วส่งรูปที่ถ่ายไว้ก่อนหน้านี้ลงไป รอสักพักก็ยังไม่เห็นอีกฝ่ายตอบกลับมาเขาก็โยนโทรศัพท์ทิ้งไว้บนเตียงก่อนจะลุกออกไปหยิบคอมพิวเตอร์พกพาที่วางทิ้งไว้บนโต๊ะข้างนอกถือกลับเข้ามาในห้องนอน เมื่อยกโทรศัพท์ขึ้นดูก็ยังเห็นการตอบกลับใด ๆ จากอีกคนเหมือนเดิม

กรินทร์เอื้อมมือไปหยิบตุ๊กตาสัตว์ประหลาดตาเดียวตัวใหญ่ที่ได้เป็นของขวัญวันเกิดจากน้องสาวเมื่อปีที่แล้วขึ้นมากอด ก่อนทิ้งตัวนอนลงบนเตียงแรง ๆ อย่างเซ็ง ๆ นึกถึงหลายวันมานี้ที่เธอก็ทักหาเขาเวลาประมาณนี้ เวลานี้เธอควรจะอยู่กับโทรศัพท์แล้วสิทำไมถึงยังไม่มาตอบเขาอีก คนรอนอนพลิกไปพลิกมาอย่างกระวนกระวายใจเปิดโน้ตบุ๊คแล้วจับตะแคงให้ตัวเองนอนมองสะดวก  

ครืน

เสียงสั่นแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ทำเอาคนที่นอนอยู่พับฝาโน้ตบุ๊คที่กำลังเปิดอยู่ลงทันที ก่อนจะรีบพลิกตัวกลับไปหาโทรศัพท์ที่อยู่อีกฝั่ง

เพเอทีทีไออี : ส่งสติ๊กเกอร์

เพเอทีทีไออี : ทำไมวันนี้เปียกล่ะ

chang : ก็เธอส่งมามันบอกวันนี้โอกาสเกิดฝน 50% 

chang : เท่ากับ ตก 50% ไม่ตก 50%

พีเอทีทีไออี : ก็เลยคิดว่าไม่ตก?

chang : ใช่ 

พีเอทีทีไออี : คำเดียวเลยนะ

พีเอทีทีไออี : สมน้ำหน้า!

chang : เดี๋ยวนี้กล้าขึ้นนะ ไม่หงิมเหมือนตอนแรก

พีเอทีทีไออี : ก็ตอนนั้นเพิ่งรู้จักกัน ท่าทีต้องสงวน ภาพลักษณ์ต้องรักษา 

chang : แล้วตอนนี้?

พีเอทีทีไออี : ตั้งแต่ได้พิมพ์กวนตีนไป เราว่ามันก็ไม่จำเป็นแล้วนะ

chang : 55555555

chang : ไหน ๆ ก็ไม่ต้องห่วงอะไรแล้ว วันนี้ผมได้คุยกับน้องเธออยู่นานเลย อยากคุยเรื่องนี้กับผมไหม?

พีเอทีทีไออี : เรื่องเจ้าแฝดกับเราเหรอ? ได้สิ

chang : งั้นพรุ่งนี้เจอกันที่คาเฟ่ใต้ตึก

พีเอทีทีไออี : ช้างเลิกเรียนกี่โมง นัดข้างนอกได้ไหม พรุ่งนี้เราไม่มีเรียน

chang : ผมเลิกบ่าย 2 เจอไหนดีล่ะ

พีเอทีทีไออี : บอกตรง ๆ นอกจากร้านปิ้งย่างชาบูแล้วเราก็ไม่รู้จักอื่นเลย

chang : คาเฟ่นี้ไหม อยู่ไม่ไกลเท่าไร

chang : ส่งรูปภาพ

พีเอทีทีไออี : โอ๊ะ! ร้านนี้ อยากไปตั้งนานแล้ว เพิ่งรู้ว่าอยู่แถวนี้

พีเอทีทีไออี : เอาร้านนี้เลย ๆ เลิกเรียนล่ะแชร์โลเคชั่นมานะ

chang : แถวนั้นเป็นวันเวย์นะ รู้ใช่ไหม 

chang : ต้องขับไปถนนอีกเส้นมันถึงจะวนผ่านหน้าร้าน แต่ที่จอดอยู่ฝั่งตรงข้ามนะ

พีเอทีทีไออี : อ้าว ไม่รู้เลย แล้วเราจะไปถูกไหม

chang : งั้นไปกับผม เดี๋ยวเลิกเรียนแล้วผมไปรับ เธอโอเคไหม?

พีเอทีทีไออี : ถ้าช้างจะกลับมาส่งเราด้วยก็โอเค 

พีเอทีไออี : เราอยู่คอนโด III นะ

 

เช้านี้กรินทร์มาเรียนด้วยเวลาปกติ ที่ว่าปกติไม่ใช่ว่าเช้าเป็นปกติแต่เป็นสายตามปกติตั้งแต่เข้าเรียนมหา’ลัยมา ทั้งยังเดินผิวปากเข้ามาอย่างอารมณ์ดีที่แม้แต่เพื่อนที่เจอกันแทบทุกวันยังคิดว่ามันไม่ปกติจนต้องลอบสบสายตาให้กัน

“วันนี้มึงมาสาย” หนุ่มหล่อถาม

“อือฮึ” คนมาสายส่งเสียงตอบหน้าระรื่น

“แต่นอกจากมึงจะไม่รีบแล้ว มึงยังอารมณ์ดีมาก” บรรจบเลิกคิ้วถามต่อ

“อือฮึ” คนอารมณ์ดียังคงตอบในคอเหมือนเดิม

“อ่ะ มึงพูดออกมาเลยดีกว่าว่ามึงอารมณ์ดีอะไรมา” ไพศาลพูดทันทีที่เห็นว่าอีกคนถามอะไรไม่ได้เรื่อง

“พวกมึงอยากรู้” กรินทร์ถามเสียงสูงกว่าปกติเล็กน้อยก่อนจะมองหน้าเพื่อนทีละคน

“เออ!” เสียงตอบกลับมาอย่างพร้อมเพรียงกัน

“ไม่! บอก!” คนถามพูดช้า ๆ ด้วยน้ำเสียงยียวนทั้งยังฮัมเพลงต่อ

“อ้าว ยิ่งมึงพูดแบบนี้กูก็ยิ่งอยากรู้เข้าไปใหญ่” ไพศาลว่า

“มึงอารมณ์ดีเรื่องเขาไง” บรรจบเลิกคิ้วถามเดาทางในเรื่องที่น่าจะเป็นไปได้ที่สุด และคำตอบคือการอีกฝ่ายยักคิ้วกลับมา 

“มึงได้เขาเป็นแฟนแล้ว” ไพศาลถามต่อก่อนที่อีกฝ่ายจะส่ายหน้าให้เป็นคำตอบ

“กูว่าแล้ว วันก่อนมึงยังว่าเพิ่งรู้จักกัน ไม่มีทางที่เขาจะยอมเป็นแฟนมึงเร็วขนาดนี้หรอก” พ่อรูปหล่อพูด

“นั่นสิ วันก่อนยังเพิ่งเป็นคนรู้จักกันอยู่เลย” แต่เมื่อเจ้าตัวเขาก็บอกเองว่าไม่ต้องรักษาภาพลักษณ์แล้ว แบบนี้ต้องเป็นมากกว่าคนรู้จักแล้วไหม  

“ช่างหัวแม่งเหอะไอ้พี” บรรจบบอกเพื่อนก่อนจะหันไปพูดกับคนที่ยังคงนั่งยิ้มอยู่ “กูไม่อยากรู้แล้วก็ได้” 

ยิ่งได้ยินเพื่อนพูดแบบนั้นกรินทร์ยิ่งทวีคูณความอารมณ์ดีมากขึ้นไปอีก เขากวาดสายตาไปเรื่อย ๆ ก่อนจะเพ่งมองไปที่ลานจอดรถคณะ วันนี้พี่ยามคนนั้นดูหล่อขึ้นนะ กรินทร์คิดแล้วก็ฮัมเพลงต่ออย่างนึกแปลกใจที่วันนี้อะไร ๆ ก็ดูเจริญหูเจริญตาเขาไปหมด

 

หลังจบคลาสกรินทร์ก็เดินตัวปลิวออกจากห้องเรียนก่อนใครชนิดที่ว่าเพื่อนเรียกไล่หลังก็ไม่สนใจ เขาไม่ได้ตรงไปรับเธอที่คอนโดทันที เขาเลือกกลับคอนโดไปอาบน้ำเปลี่ยนเป็นชุดลำลองอย่างเสื้อเชิ้ตแขนสั้นและกางเกงขาสั้นง่าย ๆ ทั้งยังไม่ลืมเช็คตัวเองในกระจกอีกครั้งเพื่อไม่ให้เขาดูพิถีพิถันในการแต่งตัวหรือทรงผมดูตั้งใจมากเกินไป มองรวม ๆ แล้วทุกอย่างค่อนข้างหน้าพอใจกรินทร์ก็ออกไปรับอีกฝ่ายทันที

“ครับ”

[ไหนอ่ะ] เสียงหวานถามขึ้นทันทีที่เขารับสาย หลังจากที่เขาแชทไปบอกว่าถึงแล้ว

“คันสีดำที่จอดอยู่ตรงป้าย xx เดินเลยมาหน่อย” กรินทร์กรอกเสียงตอบกลับไปทันทีที่เห็นเธอกำลังยืนหันซ้ายหันขวาจากกระจกมองหลัง

[คันนี้เหรอ] หญิงสาวถามและยังชี้ไปที่รถคันที่เธอคิดว่าของเขา

“ใช่ คันนั้นแหละ เดินมาขึ้นเลย” กรินทร์ตอบคนที่ชี้นิ้วใส่รถเขาอยู่ด้านหลัง จากนั้นสายก็โดนตัดไปพร้อม ๆ กับเธอที่เปิดประตูขึ้นรถมา

“แล้วมาพูดว่าเราโดนเฉี่ยวทีถึงกับเปลี่ยนรถ ตัวเองก็เปลี่ยนเหมือนกันนะ” แพทริเซียพูดขึ้นทันทีที่คาดเข็มขัดนิรภัยเรียบร้อย มิน่าล่ะ เธอถึงได้หารถคันสีขาวแบบคันเก่าไม่เจอ เพราะเขาก็เปลี่ยนคันเช่นเดียวกัน

“พอไม่ต้องห่วงภาพลักษณ์อะไรแล้ว หวัดดงหวัดดีก็ไม่มีอย่างเดิมเลยนะ”

“สำคัญเหรอ” สาวลูกครึ่งหันมาถามก่อนจะเห็นเขาส่ายหน้าเธอถึงได้ยักไหล่แล้วพูดต่อ “งั้นก็ช่างมันเหอะ” 

“อือ” กรินทร์รับคำคนที่ตอนนี้กำลังมองออกหน้าต่างไป มือก็เอื้อมไปเปิดเพลงให้ดังคลอเบา ๆ ลดช่องว่างระหว่างเขาและเธอ โชคดีที่ถนนในช่วงนี้มีรถไม่เยอะเท่าช่วงเย็นทำให้พวกเขาใช้เวลาบนรถน้อยลง ซึ่งมันเป็นข้อดีสำหรับเขาในตอนนี้ที่คิดว่าเธออาจจะรู้สึกแปลก ๆ ที่ต้องอยู่บนรถกับเขาสองคน

“ถึงแล้ว เห็นร้านฝั่งตรงข้ามนั้นไหม” กรินทร์ชี้ให้อีกฝ่ายดูที่ฝั่งตรงข้ามที่เป็นจุดหมายของวันนี้

“สวยมาก” แพทริเซียหันไปตามที่เขาบอกก่อนจะอุทานออกมาทั้งยังลากเสียงยาวกว่าปกติ

ด้วยความที่ถนนเส้นนี้เป็นทางแบบวันเวย์สามเลนทำให้รถที่สัญจรต่างวิ่งไปทางเดียวกัน ถึงรถจะไม่ได้วิ่งมาเร็วแต่ตั้งแต่เกิดมานอกจากข้ามถนนที่มอแล้วเธอก็ไม่เคยข้ามถนนที่ไหนอีกเลย แต่อย่างน้อยก็มีเขาที่ยืนอยู่ฝั่งซ้ายมือของเธอที่คอยยกมือขอทางให้คนใช้รถทั้งหลาย ส่วนเธอก็รอให้เขาเดินนำไปก่อนค่อยเดินตาม 

“สวัสดีค่ะ” เสียงต้อนรับจากพนักงานดังขึ้นทันทีที่เขาเปิดประตูค้างไว้ให้เธอเดินเข้าร้านก่อน แพทริเซียกวาดตามองรอบ ๆ ร้านก่อนจะพบว่าคนไม่เยอะเท่าที่เธอคิดเอาไว้อาจเป็นเพราะวันนี้ไม่ใช่วันหยุดสุดสัปดาห์ เมื่อเห็นแล้วว่ายังมีที่เหลืออีกเยอะให้นั่งทำให้เธอเลือกที่จะไปสั่งน้ำและขนมที่เคาน์เตอร์ก่อน แพทริเซียก้มมองเมนูก่อนจะเบี่ยงตัวเข้าหาอีกคนเพื่อยกเมนูขึ้นให้เขามองเห็นชัด ๆ 

“ช้างเอาอะไร” เธอเงยหน้าถามอีกคนที่กำลังมองเมนูที่เธอถือ

“เธอล่ะ จะสั่งอะไร” เขาถามกลับทั้งยังสบตาอีกคน

“น้ำเราว่าจะสั่งอันนี้ ส่วนขนมอันนี้น่ากิน อันนี้ก็น่ากิน อันนี้เคยเห็นรีวิว อันนี้เขาว่าอร่อย ส่วนอันนี้ก็อยากลอง”

“เธอจะกินหมด” กรินทร์ถามคนที่ชี้รูปขนมในเมนูไปหลายครั้ง

“จริง ๆ เรารู้ว่าช้างก็อยากลองขนมพวกนี้เหมือนกันใช่ไหมล่ะ” เธอตอบหัวใส 

 “อ๋อ ที่แท้ผมก็อยากกินนี้เอง” เขาว่าทั้งยังพยักหน้าหงึกหงัก

“ใช่สิ เพราะงั้นสั่งตามนี้เถอะ” คนที่กลัวจะกินไม่หมดมองเขาอย่างมีความหวัง เค้กห้าชิ้นขืนเธอสั่งมากินคนเดียวคงได้รู้สึกผิดไปอีกเป็นอาทิตย์

“อือ ผมเอาน้ำอันนี้ล่ะกัน” กรินทร์ตอบรับโดยง่ายทั้งยังชี้ไปยังรูปแก้วน้ำที่ดูแล้วก็น่ากินดี

“พี่คะหนูเอาอันนี้ อันนี้ อันนี้ อันนี้ อันนี้ด้วย และก็อันนี้ค่ะ อ้อ อันนี้ด้วยค่ะ” แพทริเซียพยักหน้า ก่อนจะสั่งเมนูทั้งหมดตามที่ต้องการ

“ทั้งหมดหนึ่งพันสามร้อยสี่สิบแปดบาทค่ะ” ทันทีที่ได้ยินกรินทร์ก็หยิบเครดิตการ์ดยื่นให้พนักงาน แต่ก็ถูกคนข้างหน้าดึงการ์ดของเขาออกไป ก่อนที่จะยื่นการ์ดของตัวเองให้พนักงานแทน

“ช้างมาธุระเรา ขนมก็เราเลือก แถมยังต้องไปรับไปส่งเราอีก วันนี้เราเลี้ยง” เธอว่าก่อนจะยื่นเครดิตการ์ดคืนเขา

กรินทร์รับการ์ดคืนแล้วเก็บลงกระเป๋านิ่ง ๆ ก่อนจะเดินตามเธอไปนั่งที่มุมยอดฮิตของคาเฟ่แห่งนี้ที่ไม่ว่าใครมาก็ต้องได้รูปจากมุมนี้กลับไป ตามนิสัยของแพทริเซียที่ได้เจอร้านบรรยากาศดี ๆ อาหารน่าตาดี ๆ ทีไรเป็นต้องถ่ายรูปไว้โพสลงสตอรี่แทบทุกครั้ง แต่ครั้งก็เช่นกัน เธอขอยืมแก้วน้ำของเขาถ่ายรูปสักพักก่อนที่จะเลื่อนแก้วคืนเขา

“มา เราพร้อมคุยเรื่องเจ้าแฝดแล้ว” เธอว่าก่อนจะตักเค้กเมนูขึ้นชื่อของที่นี่เข้าปากก่อนพุดออกมาสั้น ๆ ว่า “ดี” 

“เมื่อวานผมเจอน้องเธอนั่งหน้าเครียดถึงได้รู้ว่ากำลังมีปัญหา...” กรินทร์เล่าทั้งหมดให้อีกฝ่ายฟัง เพราะหลังจากที่ได้ยินคู่แฝดบอกว่าทุกอย่างในช่วงอยู่หอเป็นเธอที่ต้องรับผิดชอบทั้งหมด เขาถึงอยากให้เธอได้รู้ในมุมของน้องชายที่ไม่กล้าบอกเธอด้วยเช่นกัน ฝั่งคนฟังก็เดี๋ยวพยักหน้ารับรู้ไม่ก็ส่งเสียงรับในลำคอ บางครั้งก็ส่งเสียงให้กับความอร่อยของขนมที่เจ้าตัวนั่งฟังเขาเล่าเพลิน ๆ ตักจานนี้บ้างจานนั้นบ้างสลับกันไปอย่างไม่รู้ตัว จนขนมแทบทุกจานหายไปเกือบครึ่งแล้วเมื่อเขาเล่าจบเธอก็วางส้อมคันเล็กลงก่อนจะยกชาร้อนขึ้นมาจิบ

“เพิ่งรู้ว่าต้นเหตุมันเพราะเจ้าแฝดไปจีบสาว” 

“อือ ทีแรกท่าทางเหมือนไม่อยากเล่า”

“ปกติก็จะเป็นเรานี่แหละที่สองคนนั้นเลือกจะปรึกษา สองคนนั้นที่จริงแล้วไม่ค่อยมีคนให้ปรึกษามากหรอก ทีแรกเรายังคิดว่าทั้งคู่จะไปปรึกษาพี่ชายที่เป็นลูกเพื่อนแม่ที่สนิทกันเสียอีก แปลกใจเหมือนกันที่เป็นช้าง” เธอพูดตามที่คาดเดาไว้ก่อนหน้านี้ พอเป็นเขาก็แสดงว่าน้องแฝดไว้ใจเขามากในระดับที่ไม่ธรรมดา

“อือ เพราะผมรู้ว่ามันอยู่ในความรับผิดชอบของเธอ ผมถึงได้อยากบอกให้เธอรู้ทุกเรื่องเกี่ยวพวกเขา เธอจะได้ไม่ต้องกังวลมาก บางทีมันก็เป็นเรื่องที่พูดได้แค่ผู้ชายด้วยกัน น้องเธออาจจะอึดอัดที่ต้องบอกเธอ” แพทริเซียคิดตามที่เขาพูดก่อนจะพยักหน้าเห็นด้วย ถึงเธอจะเป็นพี่แต่ก็เป็นพี่สาว มันก็มีบางเรื่องเหมือนกันที่เธอไม่สะดวกใจพูดให้ผู้ชายได้ยิน

“อือ” 

“แต่ผมก็บอกน้องเธอไปแล้วว่ามีปัญหาก็ปรึกษาผมได้”

“แบบนั้นจะรบกวนช้างไปหรือเปล่า เราว่ามันเป็นปัญหาครอบครัวนะ”

“หรือเธออยากให้น้องหาทางออกในแบบของพวกเขาเอง ถ้ามันไม่ใช่ปัญหาครอบครัวพี่น้องทะเลาะกันแบบนี้ล่ะ ถ้าเป็นเรื่องผู้หญิง เธอมั่นใจใช่ไหมว่าพวกเขาจะบอกเธอ หรือเขาจะปรึกษาเรื่องนี้กับพ่อแม่เอง” กรินทร์ถาม

“ไม่มีทาง” แพทริเซียส่ายหัว “ที่พ่อแม่ให้เราคอยดูน้องเพราะเราเป็นคนที่ใกล้ชิดน้องที่สุด” เธอนึกย้อนไปถึงอดีต ช่วงที่เพิ่งย้ายมาอยู่ไทย พ่อเธอได้เปิดบริษัทขึ้นใหม่และเริ่มต้องบินไปคุยงานต่างประเทศบ่อย ๆ ถึงแม้ว่าตอนนี้จะมีคนทำหน้าที่แทนแล้วแต่บางครั้งก็ต้องไปเองอยู่ดี แม่ของเธอที่ตอนนั้นต้องคอยดูแลเรื่องในบริษัทที่เพิ่งเปิดอยู่หลายปีก็เพิ่งได้กลับมาใช้ชีวิตแม่บ้านที่แทบไม่เข้าบริษัทเมื่อไม่กี่ปีมานี้เอง นั่นแหละที่ทำให้เธอคือตัวเลือกแรกและตัวเลือกเดียวในทุกเรื่องของพวกเขา

“นั่นสิ ก็ในเมื่อลูกเพื่อนแม่คนนั้นที่เป็นคนที่เธอคิดว่าพวกเขาจะไปปรึกษา พวกเขายังไม่ไปเลย”

“อันนั้นเราคิดว่าพวกแฝดกลัวเรื่องถึงหูพ่อแม่ต่างหากล่ะ”

“ถ้าเป็นเรื่องอื่นเขาจะไม่กลัวพ่อแม่รู้” กรินทร์ยังคงถามต่อ

“พวกเขาเป็นน้องของเธอ เธอต้องรู้จักเขาดีกว่าผมอยู่แล้ว ผมสัญญาว่าจะให้คำปรึกษาที่เป็นกลางและจะบอกเธอทุกเรื่องที่เธอควรรู้” แพทริเซียนิ่วหน้าให้กับคำว่าจะบอกเธอแค่เรื่องที่เธอควรรู้ แต่ก็ยอมพยักหน้าตกลง

“ก็ได้ เราเชื่อว่าช้างให้คำปรึกษาดีจริง เพราะเมื่อคืนคู่แฝดก็พูดตามที่ช้างแนะนำเป๊ะ จนเราหลงคิดไปว่านี่น้องเราโตถึงขนาดรู้จักพูดโทษตัวเองให้คนอื่นใจอ่อนแล้วเหรอเนี่ย ที่แท้ก็ความคิดช้างนี่เอง”

“แบบนี้ไม่ดี” เขาถามกลับ

“ดีสิ จะผู้หญิงผู้ชายมันก็ต้องมีเลห์เหลี่ยมติดตัวไว้ใช้เอาตัวรอดทั้งนั้นแหละ” เธอตอบกลับ

“เด็กดี” คำพูดและน้ำเสียงที่นุ่มขึ้นไม่เหมือนปกติเรียกให้เธอต้องมองหน้าเขาอีกครั้ง ก่อนที่เขาจะสบตาเธอนิ่ง ๆ แล้วเบนสายตาลงบนโต๊ะทั้งยังพูดอย่างไพเราะต่อว่า “เด็กดีกินเค้กเข้าไปขนาดนี้ต้องวิ่งไปกี่อีกวันคะ” 

แพทริเซียได้ยินอย่างนั้นก็รีบสำรวจจานขนมบนทั้งหมดก็เห็นว่ามันเหลือแค่จานละนิดละหน่อยเท่านั้น ก่อนจะลากสายตาไปที่จานของอีกคนที่ทั้งส้อมทั้งจานยังคงสะอาดเหมือนเดิม

“เรา ...กินหมดนี่คนเดียว” เธอยังคงถามอย่างไม่เชื่อในสิ่งที่เห็น

“ใช่ค่ะ” คนที่กำลังสนุกที่ได้เห็นสีหน้าของอีกฝ่ายส่ายหน้าตอบเธอช้า ๆ ว่า “เธอกินคนเดียวไม่แบ่งใคร” 

 

คุณช้างเขาพูดคะขาเพราะต้องการกวนตีนสาวค่ะ 

 

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านกันนะคะ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

11 ความคิดเห็น

  1. #10 Maukcamas (@Maukcamas) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2563 / 23:57
    เข้าใจหยอกสาวแหะ
    #10
    1
    • #10-1 anymore (@mssxmin) (จากตอนที่ 12)
      29 กรกฎาคม 2563 / 23:09
      คารมเป็นต่อ รูปหล่อเป็นรอง// แต่ช้างเขาหล่อน้าา
      #10-1