ค่อยๆ รักกัน Gradually Love

ตอนที่ 10 : บท 3 เรื่องของใคร

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 20
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    10 ก.ค. 63

สวัสดีค่ะทุกท่าน

ยินดีต้อนรับสมาชิกหน้าใหม่ที่มาติดตามนิยายเรื่องนี้ด้วยกันนะคะ

และขอบคุณสำหรับนักอ่านที่น่ารักมาคอยส่งกำลังใจให้เค้าตลอดเลย

 

ขอบคุณมากค่ะ

 

เหมือนเดิม คำผิด เขียนสลับกัน ติชม บอกกันด้วยน้า

 

 

ต่อเลย

 

 

หลายวันมานี้กรินทร์ตื่นขึ้นมาด้วยความสดชื่นและอารมณ์ที่แจ่มใสมากจนเขายังนึกแปลกใจตัวเองเหมือนกัน เขาสะพายกระเป๋าเป้ไว้ข้างเดียวก่อนคว้ากุญแจรถเตรียมไปมหา’ลัย ก่อนจะนึกถึงบางคนที่ส่งพยากรณ์อากาศมาให้ทั้งยังย้ำให้เขาดูก่อนออกจากห้อง กรินทร์หยิบโทรศัพท์เข้าอัลบั้มไปดูรูปที่เซฟไว้ 

“โอกาสเกิดฝนห้าสิบเปอร์เซ็นต์” เขาพึมพำแล้วยิ้มออกมาเมื่อคิดอะไรได้บ้างอย่างขณะยัดโทรศัพท์ลงกระเป๋ากางเกงเหมือนเดิมก่อนจะเดินกลับเข้าไปในห้อง เปล่า นอกจากเขาไม่ได้กลับมาเอาร่มแล้วเขายังโยนเสื้อกันฝนของอีกคนทิ้งไว้บนโต๊ะอีกต่างหาก พลางคิดในใจ ก็เขาบอกห้าสิบเปอร์เซ็นต์ไม่ผิดนี่ที่เขาจะคิดว่ามันอาจะจะไม่ตก 

“ไอ้ช้าง ทำไมเดี๋ยวนี้มึงมาเช้าทุกวันเลยว่ะ” คำถามดังลอยมาจากชายมาดเซอร์ผมสั้นที่มันไปดัดลอนเพิ่ม เห็นแล้วไม่มีทางคิดว่าคนลักษณะแบบนี้เรียนคณะบริหารฯแน่นอน

“เรื่องของกูน่า มึงนั่นแหละทำไมวันนี้มาเช้าได้”

“ขอยืมชีทสแตทหน่อย” อีกฝ่ายว่าพร้อมแบมือขอยิก ๆ เมื่อเห็นเพื่อนยังนิ่งอยู่ก็พูดเร่งอีกครั้ง “เร็วดิว่ะ ครั้งที่แล้วกูไม่ได้เข้าด้วยเดี๋ยวกูลอกไม่ทัน เรียนคาบแรกนะเว้ย” กรินทร์มองคนแบมืออย่างไม่อยากจะเชื่อว่าไอ้คนตรงหน้านี้แหละที่มันที่ได้คะแนนสูงสุดจากควิซวิชาสถิติธุรกิจรอบที่แล้ว

“ขอบใจเว้ยเพื่อน” เมื่อชีทแล้วไพศาลก็ตบบ่าเพื่อนเบา ๆ 

“ต่อให้มึงจะหัวไวทำความเข้าเองได้แต่มึงก็ควรจะเข้าเรียนให้มันบ่อยกว่านี้หน่อยได้ไหม แม่มึงยิ่งชอบโทรมาซักกูอยู่” กรินทร์พูดอย่างปลง ๆ ที่แม่ของไพศาลชอบโทรมาฝากฝังลูกชายกับเขาทั้งที่อีกฝ่ายก็โตเป็นควายแบบนี้แล้ว เหอะ ก็ช่วยไม่ได้ที่ไพศาลมันฉลาดถึงขั้นสร้างภาพลักษณ์คนดีให้เขาแล้วทำให้ตัวเองดูแย่จนแม่ของมันเชื่อเขาจนสนิทใจ เพื่อให้มันเอาชื่อเขาไปอ้างกับแม่เวลามันจะทำตัวเหลวไหล  

“เอาน่า ถ้าแม่กูโทรมาอีกก็บอกไปว่าช่วงนี้กูเข้าเรียนเกือบทุกวันแล้ว” คนเป็นลูกชายเตรียมบทพูดให้เพื่อน

“หึ มึงให้กูโกหกในเรื่องที่ไม่น่าเชื่อที่สุดแบบนี้ มึงคิดว่าแม่มึงโง่ไง”

“กูฉลาดขนาดนี้แม่กูจะโง่ได้ไง” ไพศาลพูดเรื่องจริงที่น่าหมั่นไส้ออกมา “กูถึงได้พูดว่าเกือบไง เกือบทุกวันคือไม่ใช่ทุกวัน วีคหนึ่งเรียนห้าครั้งเดือนหนึ่งเท่ากับต้องเข้ายี่สิบครั้ง กูเข้าเรียนวีคละสามครั้ง สามคูณสี่ได้สิบสอง เดือนหนึ่งกูเข้าสิบสองในยี่สิบคิดเป็นหกสิบเปอร์เซ็นต์ เห็นไหม นี่กูมาเรียนมากกว่าครึ่งอีกนะถือว่าค่อนไปทางคำว่าทุกคาบ ใช้คำว่าเกือบได้ไม่น่าเกลียด”

“บร๊ะ มึงมันฉลาดจริงนี่หว่า” คนมาใหม่พูดขณะวางกระเป๋าหลังจากที่ได้ยินที่อีกฝ่ายพูด

“เออดิ แต่คนฉลาดอย่างกูต้องขอลอกงานก่อนเดี๋ยวไม่เสร็จ” คนฉลาดว่าก่อนจะค้นกระเป๋าหาชีทตัวเอง

“ลอกอะไรว่ะไอ้พี มีอะไรต้องส่งว่ะ” คนมาใหม่จะชะโงกหน้าไปดูเนื้อหาในกระดาษ 

“สแตทคาบที่แล้วที่กูโดดไงแต่มึงน่าจะทำแล้วไอ้บรรจบ” ไพศาลตอบชายผิวขาวหน้าตาเป็นมิตรที่มีรอบบุ๋มข้างแก้มด้านซ้ายผู้ตกเป็นประเด็นให้คนพูดถึงแทบจะทุกวันที่คนอื่นรู้จักกันในชื่อบาสบริหาร แต่พวกเขาเรียกมันว่าบรรจบตามชื่อจริงที่แสนจะเห่ยเอาไว้ลดความหล่อของมัน

“เออ แล้วไป” พ่อหนุ่มบรรจบได้ยินอย่างนั้นก็โล่งใจก่อนหันไปคุยกับอีกคน “ไอ้ช้าง ถ้าเย็นนี้ฝนตกให้กูยืมชุดกันฝนถ่ายรูปเล่นหน่อยดิ” หนุ่มคนดังพูดถึงเสื้อกันฝนที่กำลังเป็นที่สนใจอยู่ตอนนี้ เห็นแล้วนึกสนุกอยากเอามาถ่ายรูปให้คนพูดถึงกันเข้าไปอีก

“ไม่ได้” เขาตอบถึงเสื้อกันฝนที่ตั้งใจลืมไว้คอนโดประหนึ่งว่าเป็นเจ้าของ

“ทำไมว่ะ” บรรจบขมวดคิ้วขัดใจกับคำตอบที่ได้ “กูแค่ยืมถ่ายแป๊บเดียว”

“ไม่ได้ เดี๋ยวมึงลงรูปไปเกิดเจ้าของเขาเห็นแล้วขอคืนทำไง”

“คืนก็คืนสิ นี้อย่าบอกนะว่ามึงยังจีบเขาไม่ติดน่ะ” หนุ่มหล่อถามเพื่อนด้วยท่าทีเหลือเชื่อ

“ของมันต้องมีชั้นเชิง เพิ่งรู้จักกันมึงจะให้กูแสดงตัวว่าจะจีบเลยนะเหรอ กูว่าเขาจะกลัวกูจนวิ่งหนีมากกว่า”

“สรุปคือมึงยังไม่ได้เริ่มจีบเขา ให้กูช่วยดีกว่ามา” คนพูดรู้สึกว่าเพื่อนทำอะไรไม่ทันใจเขาจึงเสนอตัว

“หยุด มึงหยุดเลยไอ้บรรจบ ถ้ากูต้องการแบบรวดเร็วกูคงโทรหาเขาตั้งแต่แรก เบอร์เขากูก็มี แต่นี่กูยอมหน้าด้านทำให้เขารู้ว่ากูมีเบอร์เขาแบบซึ่ง ๆ หน้าก็เพราะกูอยากคุยกับเขาแบบถูกต้อง เขาจะได้ไม่รู้สึกว่าถูกคุกคาม” 

“เออ แล้วแบบนี้เมื่อไรมึงจะได้เขาเป็นแฟน ยังไม่เริ่มจีบเลยตัวซ้ำไหนจะต้องใช้เวลาคุยกันอีก”

“เมื่อไรก็เมื่อนั้นแหละ กูว่ากูรอได้ ความสัมพันธ์ของกูกับเขามันเริ่มต้นจากคนแปลกหน้า ช่วงแรกมันก็จะยากแบบนี้แหละ นี้กูพยายามทั้งคุยเล่นทั้งตีสนิทกับเขาในแชทมาเป็นอาทิตย์หวังให้เขาคุ้นเคย แต่ไงพอเจอหน้ากันเขาก็ยังไม่ยอมคุยเหมือนในแชทอยู่ดี ยังเกร็งเหมือนวันแรกที่คุยกันเลย แล้วแบบนี้มึงคิดว่าเขาจะอยากได้กูเป็นแฟนเหรอว่ะ”

“เฮ้อ หน้าตามึงก็ไม่ได้ขี้เหร่ ทำไมต้องมายุ่งยากจีบคนนี้ด้วยว่ะ”

“ก็กูชอบคนนี้” กรินทร์ตอบแทบจะทันที

“เอาเถอะ แต่ฟังจากที่มึงพูดมามันก็เป็นอาการธรรมดาของคนเพิ่งรู้จักกัน มึงจำเรื่องไอ้พีได้ป่ะ”

“คุณจะพาดพิงอะไรถึงผมครับคุณบรรจบ” คนที่กำลังลอกงานเพื่อนอยู่หูผึ่งทันทีที่ได้ยินชื่อตัวเอง

“แหมคุณไพศาล ก็เรื่องราวของคุณตอนปีหนึ่งยังคงตราตรึงในใจผมมาโดยตลอดเลยนะครับ” คนหล่อพูดถึงตอนที่เพิ่งรู้จักอีกฝ่ายใหม่ ๆ 

“มึงเคยได้ไหม ตำนานไม่ควรเอามาล้อเล่น” เจ้าของตำนานว่า

“เรื่องนั้นมันเพราะฟันคุดไม่ใช่เหรอที่มันไม่ยอมคุยกับใคร” กรินทร์ที่จำได้ว่าเพราะฟันคุดเป็นเหตุพูดขึ้น เรื่องตอนนั้นคือตลอดกิจกรรมรับน้องไพศาลไม่พูดไม่คุยกับใครเลย วันแรกรุ่นพี่ก็คิดว่าเป็นเพราะยังไม่คุ้นเคย แต่วันที่สองไพศาลก็ยังคงเงียบไม่พูดไม่จาแต่ก็ยอมให้ความร่วมมือในกิจกรรมเป็นอย่างดีเพียงแต่เขายอมคุยกับใคร และวันที่สามก็เช่นกัน จนมาถึงกิจกรรมรับน้องคณะในช่วงเปิดเทอมแล้วสักพัก ที่เขาก็ยังคงไม่คุยกับใครเหมือนเดิม ร้อนถึงหูอาจารย์ที่ปรึกษาต้องสืบค้นประวัติ พบว่านายนายไพศาลคนนี้เป็นลูกชายคนสุดท้อง ครอบครัวหย่าร้างและต้องมาเรียนไกลถึงกรุงเทพฯ เพียงคนเดียว และทั้งหมดอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาเป็นคนขาดความมั่นใจ กลัวการเริ่มต้นความสัมพันธ์ใหม่ ๆ แต่ใครจะรู้ล่ะว่ามันไม่ได้มีปัญหาอะไรเลย มันแค่กำลังรอเลือกคนที่ผ่านเกณฑ์จะเป็นเพื่อนกับมันอยู่ และพวกเขาก็เพิ่งรู้เมื่อไม่นานนี้เช่นกัน

“โว๊ะ! ไอ้นี่ก็ขยี้จัง” ตำนานที่เริ่มรู้ตัวว่ากำลังโดนโว้ยขึ้นก่อนจะพูดต่อ “ไม่เห็นแก่กูก็เห็นแกหน้าอาจารย์ด้วย เขาเป็นห่วงกูมากจนเกือบจับกูพบจิตแพทย์แล้ว”

“มึงคิดดูนะไอ้ช้าง เรื่องนี้มันคล้ายกันมาก ขนาดไอ้พีที่เข้ารับน้องอยู่กินเล่นด้วยกันตั้งสองสามวันมันยังไม่ไว้ใจยอมคุยกับใครเลย ถึงตอนเปิดเทอมมันเริ่มจะอยากคุยแล้วแต่ก็พูดไม่ได้เพราะเพิ่งผ่าฟันคุดมาก็เถอะ สมน้ำหน้ามัน” หนุ่มหล่อบรรจบว่าแล้วก็เว้นช่วงหัวเราะเยาะเย้ยอีกฝ่ายก่อนจะพูดต่อ “ส่วนมึงกับเขา เจอหน้ากันบ่อยก็จริงแต่ครั้งละแค่แป๊บเดียว จะให้เขาเอาความสนิทสนมจากไหนมากล้าทำตัวกันเองกับมึงว่ะ มึงต้องพยายามคุยกับเขาตัวเป็น ๆ ให้เท่าคุยในแชท”

“จริงของบรรจบมัน”

“ใช่ไหม” บรรจบถามไพศาลที่เห็นด้วยกับตัวเอง “ว่าแต่มึงไม่เห็นใครน่าคบเป็นเพื่อนเลยเหรอตอนนั้นน่ะ”

“ก็กูมันคนซื่อ แม่บอกคนกรุงเทพฯ ไม่จริงใจจะเลือกคบใครให้ดูนาน ๆ กูก็รอดูถึงตอนเปิดเทอมก่อนไงค่อยเลือกเพื่อน” หนุ่มซื่อผู้มาไกลบ้านตอบ

“โธ่ ไอ้น้องพีเด็กดี แม่บอกอะไรก็ฟัง ว่าแต่ตอนนี้ไอ้เด็กนั่นมันหายไปไหนแล้วว่ะช้าง ทำไมกูเห็นแต่ไอ้พีมือปั้นอันดับหนึ่ง”

“ปั้นอะไรว่ะ” กรินทร์ที่ไม่เข้าใจความหมายถาม

“ก็ปั้นน้ำเป็นตัวคอยโกหกแม่ตัวเองทั้งเช้าทั้งเย็นไง” หนุ่มหล่อว่าแล้วก็หัวเราะคิกคักสะใจ

“อ่ะ ขำเข้าไป ถูกใจเขาแหละที่ได้แซะกูน่ะ ไอ้เด็กเวรมึงฟัง อย่างกูเขาเรียกบาปบริสุทธิ์กูมันลูกกตัญญู ที่ต้องโกหกก็เพราะอยากให้แม่สบายใจทั้งนั้นแหละ” 

“จุ ๆ มึงนี่มันหัวหมอจริง ๆ จะโกงแม้กระทั่งนรก”

“เออ แล้วทำไมตอนนั้นมึงถึงยอมคุยกับกูล่ะ กับไอ้บรรจบมึงยังไม่คุยกับมันเลย” กรินทร์ถามอย่างสงสัย ตอนนั้นเป็นบรรจบและเขาที่ได้รับหน้าที่เข้าไปทำความรู้จักกับอีกฝ่ายเพื่อช่วยให้ไพศาลได้มีเพื่อนและยอมเข้าสังคมให้มากขึ้น

“เพราะกูได้ยินมึงแนะนำตัวว่ามาจากจันทบุรี มึงไม่ใช่คนกรุงเทพฯ เท่ากับมึงจริงใจ” ไพศาลพูดหน้าซื่อ

“เหอะ แบบนี้มึงคงไม่รู้ล่ะสิว่าครอบครัวไอ้ช้างเพิ่งย้ายไปอยู่จันท์ตอนน้องมันเกิด และมันก็เป็นคนกรุงเทพฯ โดยกำเนิดซะด้วย” ด้วยความหมั่นไส้ทำให้บรรจบคนหล่ออดที่จะบอกความจริงกับอีกฝ่ายไม่ได้

“จริงเหรอว่ะ” คนไม่รู้ทำหน้าเหลอหลาถามกรินทร์ทันที

“เออดิ ญาติโกโหติกากูเต็มกรุงเทพฯ ไปหมด ไม่มีอยู่จันท์สักคน” 

“แม่จ้า เป็นอย่างคำพูดแม่ คนกรุงเทพฯ ไม่จริงใจจริงด้วย มันบอกว่าว่ามันมาจากจันท์หนูก็เชื่อใจมันเต็มที่ ที่ไหนได้นี่หนูโดนมันหลอกมาสองปีถึงได้รู้ความจริงจ้ะแม่” ไพศาลรับบทเศร้าทันทีเมื่อได้รู้ความจริง

“เอาน่า อย่างน้อยมึงก็ยอมคุยกับมัน ไม่อย่างนั้นมึงได้เป็นที่โจษจันมากกว่านี้แล้วล่ะ” บรรจบพูดแล้วตบบ่าอีกฝ่ายเบา ๆ เป็นการปลอบใจ

“เออ ถือว่าเป็นความดีความชอบ งั้นเย็นนี้กูออกเหล้าพวกมึงออกมิกซ์” ไพศาลคิดตามแล้วพบว่ามันคือความดีความชอบแบบนี้ต้องตบรางวัล

“ดีล!” หนุ่มหล่อรับคำทันที

 

“เบรกสิบห้านาที” เสียงอาจารย์ประจำวิชาพูดขึ้นหลังจากที่สอนมาชั่วโมงกว่า

“เอาไรไหม” กรินทร์หันไปถามคนข้าง ๆ เวลาแบบนี้แหละที่เธอคนนั้นชอบมานั่งที่คาเฟ่ใต้ตึก

“คาเฟ่เหรอ” คนที่นั่งเล่นเกมส์ตั้งแต่ต้นคาบจนถึงตอนนี้หันไปถามเพื่อนทั้ง ๆ ที่ก็รู้อยู่แล้วว่ามันจะต้องลงไปร้านใต้ตึกแน่นอน “น้ำแก้วดิ เอาที่มึงแดกเมื่อวานก็ได้” 

“เออ มึงล่ะไอ้บรรจบ” กรินทร์รับคำก่อนหันไปถามอีกคน

“ไม่เอา” บรรจบตอบทันที่มือยังคงกดโทรศัพท์เช่นกันก่อนจะตามมาด้วยเสียงบ่น “ไอ้ควายพี มึงไม่ได้ยินเสียงรถหน้าบ้านไงมึงถึงได้วิ่งออกไปให้เขายิงแบบนั้นน่ะ”

“ชุบกูที! เร็วดิว่ะบรรจบเดี๋ยวแม่งมาซ้ำกูก่อน” 

กรินทร์มองเพื่อนทั้งสองคนสักพักก่อนเดินออกไป ทุกครั้งที่เขารู้ว่าเธอมาที่นี่เขาจะต้องพาตัวเองมาให้เธอเห็นหน้าอยู่ตลอด แต่ก็มีหลายครั้งที่เขาบังเอิญเจอเธอที่นี่เหมือนกัน ชายหนุ่มร่างสูงผิวแทนเดินหน้าเข้าไปที่ร้านในใจหวังให้เจออีกฝ่ายที่นี่ เขาตรงไปสั่งน้ำที่เคาน์เตอร์สองแก้วก่อนมองไปที่มุมเดิมที่เคยมีเธอนั่งอยู่ ไม่มีแฮะ เขาจะกวาดสายตาไปทั่วทั้งร้านอย่างเซ็ง ๆ ก่อนจะเห็นนักศึกษาชายสองคนที่หน้าเหมือนกันนั่งอยู่อีกมุมของร้าน เห็นร่องรอยความเครียดกระจายเต็มในหน้าของคนทั้งคู่ เอาว่ะ ไม่เจอพี่ได้เจอน้องก็ยังดี เร็วเท่าความคิดขาของกรินทร์ก็รีบก้าวเข้าหาทั้งคู่ทันที 

“เฮ้ย” กรินทร์ส่งเสียงทักและเลือกนั่งลงที่เก้าอี้ของโต๊ะข้าง ๆ ทั้งคู่

 

ไม่เจอพี่ได้เจอน้องก็ยังดี

ยังไม่ถึงวันอาทิตย์เลยแต่เค้าก็มาสายซะแล้ว ขอโทษด้วยค่า

 

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านกันนะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

11 ความคิดเห็น

  1. #8 Maukcamas (@Maukcamas) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2563 / 23:33
    นั้นไง ผู้ชายวางแผนจีบนุ้งแพทอยู่ ไม่รู้ตัวเล้ย
    #8
    1
    • #8-1 anymore (@mssxmin) (จากตอนที่ 10)
      29 กรกฎาคม 2563 / 23:07
      มันเป็นแผนนุ้งแพทไม่รู้
      #8-1