คัดลอกลิงก์เเล้ว

[OS B.A.P] SCARECROW

โดย messenger

แต่ฉันคนนี้กลับลบคุณออกไปไม่ได้ เหมือนกับหุ่นไล่กาที่ถูกทิ้งไว้ให้อยู่ลำพังกลางทุ่งหญ้าเมื่อทุกคนเดินจากไป

ยอดวิวรวม

669

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


669

ความคิดเห็น


6

คนติดตาม


2
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  26 ธ.ค. 55 / 23:50 น.

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
THE★ FARRY



 

.............คุณคงคิดว่าฉันลืมทุกสิ่งเกี่ยวกับคุณแล้วสินะ

คุณคงคิดว่าฉันกำลังมีความสุขอยู่กับคนอื่นแล้วใช่มั้ย

แต่ฉันคนนี้กลับลบคุณออกไปไม่ได้

เหมือนกับหุ่นไล่กาที่ถูกทิ้งไว้ให้อยู่ลำพังกลางทุ่งหญ้าเมื่อทุกคนเดินจากไป.............


เรื่องในตอนนี้ อัพเดท 26 ธ.ค. 55 / 23:50

บันทึกเป็น Favorite


THE★ FARRY



 

มีคนเคยพูดกับฉันว่า

“ไม่รู้หรอกเหรอว่าไม่ว่าจะความรักในฐานะไหนเมื่อเวลาผ่านไปมันก็จะเปลี่ยนแปลงไปอยู่วันยันค่ำ”

“ไม่สังเกตุบ้างเลยเหรอว่าวันนี้กับปีก่อนหน้ามันเปลี่ยนไปยังไง”

 

 

“ย๊า” เสียงทุ้มเรียกผมที่กำลังเดินกลับบ้านให้กลับไปมองทางด้านหลัง ผมเผยยิ้มเหนื่อยๆให้แต่ไม่ได้พูดอะไรออกมา

“ทำไมล่ะ ทำไมหนีออกมาก่อน บอกแล้วนี่หน่าว่าวันนี้จะไปส่งน่ะ” เสียงของเค้าตัดพ้อเล็กน้อยก่อนจะเอาแขนมาโอบไหล่ของผมเอาไว้ อบอุ่นเหลือเกิน แต่ทำไมกันนะ ทำไมถึงอุ่นไม่เท่าเค้าคนนั้น

“ไม่เป็นไรหรอก แยกกันกลับสักวันคงไม่เป็นไรมั้ง” ผมพูดขึ้นบ้างหลังจากเงียบไปนาน ถึงจะพูดแบบนั้นแต่ดูเหมือนว่ายังไงวันนี้เราก็เดินกลับบ้านด้วยกันเหมือนเดิม ถึงผมหนีออกมาก่อนเค้าก็จะตามหาผมจนเจออยู่ดี

“ฮิมชานอ่า” เสียงทุ้มนั้นเรียกผมอีกครั้งก่อนจะเงียบไป เงียบ จนถึงบ้านของผม

“เอาล่ะ ถึงละโอเคใช่มั้ย สีหน้าไม่ดีเลย” เค้าว่าพลางยกมือมาทาบหน้าผากผมเบาๆก่อนจะเลื่อนขึ้นไปลูบผมของผมเบาๆ ผมพยักหน้าให้ก่อนจะโบกมือลาเข้าบ้านมา ผมรู้ว่าเค้าจะยังไม่ไปไหนจนกว่าผมจะเดินขึ้นห้องไปเปิดไฟ เค้าจะรอดูจนแน่ใจว่าผมถึงบ้านอย่างปลอดภัย

 

.........เปลี่ยนไป.........

 

 

แต่สำหรับฉันแล้วกลับไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดใดๆ

เพราะฉันรู้ถึงใจของฉันดี

 

“ฮิมชานอ่า ฉันรักนายนะ” เค้าตะโกนไล่หลังก่อนจะผมจะเปิดประตู ผมหันไปพยักหน้าให้ เหมือนที่เราทำกันทุกวัน คำพูดนั่นผมเชื่อมันมาตลอด เชื่อมาเสมอ ถึงแม้ความจริงแล้วเค้าอาจจะไม่ได้ความอย่างที่พูดก็ได้ แต่ผมมีสิทธิที่จะเชื่อใช่มั้ยครับ เพราะสุดท้ายแล้วผมมั่นใจว่าผมจะไม่มีวันเจ็บปวด ในเมื่อผมเลือกที่จะเชื่อมัน ผมไม่ควรเสียใจในการตัดสินใจของตัวเอง ใช่มั้ยครับ

 

เมื่อพระอาทิตย์ตกดินและทุกคนต่างแยกย้ายกลับบ้าน

ฉันก็ยังคงยืนอยู่ท่ามกลางทุ่งหญ้ารกร้าง

และถูกความมืดมืดครอบงำหนทางเบื้องหน้า

ถึงมันจะทำให้ฉันรู้สึกกลัวที่จะอยู่คนเดียว

แต่เมื่อฉันลืมตาที่ปิดแน่นด้วยความกลัวก็พบกับแสงดาวที่ส่องแสงสวยงาม

สวยงามเหมือนกับคุณที่ทิ้งฉันไป

ฉันจ้องมองไปที่ดวงดาวและอธิฐานว่าวันนึงคุณจะกลับมา

 

 

“ฮิมชาน กลับมาแล้วเหรอลูก มากินข้าวก่อนแล้วค่อยขึ้นไปอาบน้ำนะ” แม่ของผมหันหน้ามาจากหม้อที่มีควันหอมลอยออกมา รอยยิ้มนั่นทำให้ผมรู้สึกอุ่นใจว่าผมจะไม่โดดเดี่ยว ทำให้ผมรู้สึกว่าถึงจะต้องเจ้บปวดแค่ไหนก็ยังมีคนคอยรับรู้และแบ่งเบามันไป

“ยิ้มหน่อยสิฮิมชาน หน้าของลูกเหมาะกับรอยยิ้มที่สุดเลยนะ” แม่เดินมากอดผมเบาๆก่อนจะฉวยเอากระเป๋าเป้ที่สะพายหลังอยู่ออกจากไหล่ของผม

“แม่ครับ ทุกอย่างมันจะเหมือนเดิมใช่มั้ยครับ” แม่ที่นั่งตรงข้ามกันพยักหน้าให้ก่อนจะยิ้มให้ผมเบาๆ

“ใช่จ่ะ ทุกอย่างมันยังเหมือนเดิม” ต่อจากนั้นเราก็ไม่ได้พูดอะไรขึ้นมาอีก ผมกินข้าวจนหมดก่อนจะขอตัวขึ้นมาที่ห้องตัวเอง ผมอาบน้ำก่อนจะมานั่งที่โต๊ะเขียนหนังสือที่หันหน้าออกไปทางหน้าต่าง เงยหน้ามองขึ้นไปข้างบน ท้องฟ้าที่ตอนนี้กลายเป็นสีดำสนิท แต่คงต้อขอบคุณดวงดาวพวกนั้นที่ไม่ว่าจะตอนกลางวันที่สว่างจนมองไม่เห็นหรือแม้กระทั่งตอนนี้ที่มืดสนิทมันก็ยังคงอยู่ที่เดิมอยู่เคียงข้างท้องฟ้า ทำให้ท้องฟ้าไม่เหงาเกินไป บางครั้งผมแค่สงสัยว่า มันง่ายขนาดนั้นเลยเหรอครับ มันง่ายขนาดที่เราจะสามารถเดินออกมาจากชีวิตคนๆนึงได้อย่างไม่รู้สึกอะไร สงสัยว่าในใจของพวกเค้ากำลังคิดอะไรอยู่ ไม่คิดถึงคนที่อยู่ข้างหลังบ้างเหรอ ไม่รู้สึกเจ็บปวดแม้แต่นิดเดียวเลยเหรอ ผมคงจะดีใจถ้ารู้ว่าเค้าก็เจ็บปวดเหมือนกับผม อย่างน้อยเค้าไม่ได้อยากจะเดินจากไปแบบนั้นหรือเปล่า ถ้าเค้ามีโอกาสให้แก้ตัวเค้าจะอยากกลับมามั้ย แต่ผมอยากให้เค้ากลับมานะ ถึงแม้มันจะยากเหลือเกิน ถ้าผมได้เจอหน้าเค้าอีกครั้งผมอยากถามเค้าว่า “ไม่รู้สึกอะไรหน่อยเหรอที่อยู่ดีๆก็ยัดเยียดความรู้สึกแบบนี้ให้ผม”

 

................เหมือนเดิม................

 

                       

  

คุณคงคิดว่าฉันลืมทุกสิ่งเกี่ยวกับคุณแล้วสินะ

คุณคงคิดว่าฉันกำลังมีความสุขอยู่กับคนอื่นแล้วใช่มั้ย

 

วันนี้เป็นวันหยุด เค้าโทรมาหาผมแต่เช้าบอกให้ออกมาหาที่สนามเด็กเล่นใกล้ๆบ้านของผม

 

“ออกมาเถอะน่า มีอะไรจะพูดด้วยหน่อย” น้ำเสียงในโทรศัพท์ดูร้อนรนเมื่อผมทำท่าอิดออด สงสัยคงเป็นเรื่องสำคัญจริงๆผมเลยออกมา เค้าที่นั่งอยู่ตรงชิงช้าเดินมาหาผมช้าๆก่อนจะก้มหน้ามองเท้าตัวเอง

“พอเห็นนายเป็นแบบนั้นแล้วฉันก็ไม่อยากจะทำแบบนี้อีกแล้ว” เค้าพูดออกมาโดยที่ไม่กล้ามองหน้าผมด้วยซ้ำ

“นายคงจะตกใจถ้าฉันพูดอะไรออกไป”

“ไม่หรอกครับพี่ยงนัม” ดวงตาของเค้าเบิกกว้างเพียงเสี้ยววิก่อนจะเผยรอยยิ้มสมน้ำหน้าตัวเองออกมา

“แย่จัง พี่ทำได้ไม่ดีพอเหรอ ฮิมชาน” ดูเหมือนเค้าจะเป้นตัวเองมากขึ้นแล้วสินะ

“ไม่หรอกครับ พี่ไม่ผิดหรอก ผมคงผิดเองที่รักเค้ามากไปจนรู้ว่าเค้าเป็นยังไง ถึงพี่จะเหมือนเค้ามาก ถึงพี่จะย้ายมาจากเมืองนอกเพื่อมาเรียนโรงเรียนเดียวกับผม ยอมถูกเรียกว่ายงกุกทั้งๆที่ไม่ใช่ ถึงพี่จะทำทุกอย่างเหมือนที่เค้าเคยทำ แต่ผมรู้ตั้งแต่วันแรกแล้วล่ะ ว่าพี่คือพี่ยงนัม ขอบคุณมากนะครับ” ในที่สุดผมก็ได้พูดมันออกไปสักที พี่ยงนัมเงียบไปพักใหญ่ มีเพียงเสียงของสายลมที่พัดผ่านใบหูของผมไปเบาๆ

“ผมไม่โกรธพี่เลย ไม่เลยสักนิด แต่ผมแค่อยากรู้ว่าเค้าทำแบบนี้ทำไม เค้ารู้สึกอะไรบ้างมั้ยที่จากผมไปแบบนั้น เค้า...” แย่จริง ผมโดนก้อนน้ำตาจุกอยู่ตรงคอซะแล้ว ผมมีหลายอย่างที่อยากจะพูดอยากจะถาม ความรู้สึกเหมือนผมกลั้นหายใจใต้น้ำพอมีโอกาสได้หายใจผมก็สูดอากาศเข้าปอดให้ได้มากที่สุด น้ำตาที่ผมกลั้นเอาไว้มาตลอดความเจ็บปวดที่ผมเคยหลอกตัวเองว่าไม่เจ็บสักนิดกำลังรุมทำร้ายผม มันกำลังสมน้ำหน้าผมที่ต้องมายืนร้องไห้แบบนี้ พี่ยงนัมเดินมากอดผมที่กำลังยืนร้องไห้เสียงดัง

“ฮิมชานอ่า ไม่เอาอย่าร้องสิ” เสียงทุ้มที่เหมือนเค้ามากเอ่ยขึ้นมากับผม

“ทะ..ทำไมล่ะพี่...อึก..ฮึก..ทำไม”  ผมร้องไห้อยู่อย่างนั้นเป็นชั่วโมง ร้องจนเจ็บจมูกไปหมด พี่ยังนัมที่นั่งอยู่ข้างๆผมยืนสมุดเล่มนึงมาให้ ผมเปิดดูก่อนที่น้ำตาจะไหลออกมาอีกครั้ง ลายมือของเค้า....ผมจำได้

 

“ฮิมชานไม่ชอบกลับบ้านคนเดียว”

“อย่าลืมตะโกนบอกรักทุกวัน”

“ต้องคอยให้ขึ้นห้องจนเปิดไฟก่อนถึงจะกลับได้”

“ฮิมชานชอบให้ลูบหัว”

“ฮิมชานไม่กินของเผ็ด”

“ไม่ชอบกลิ่นบุหรี่”

 

และอีกหลายอย่างที่เค้าจดเอาไว้

“มันย้ำพี่ว่าต้องทำให้ได้” พี่ยงนัมพูดก่อนจะเงยหน้ามองฟ้า

“แต่ก็นั่นแหละ ก็อย่างที่เห็น  แต่พี่พยายามแล้วนะ” ผมหันไปมองหน้าที่เหมือนเค้ามาก อยู่ดีๆโทรศัพท์ที่อยู่ในกระเป๋าของพี่ยงนัมก็สั่น พี่เค้าดูสีหน้าเปลี่ยนทันทีที่เห็นชื่อสายโทรเข้า

“ครับ ใช่ครับ อะไรนะ โอเคครับผมจะรีบไปเดี๋ยวนี้” พี่ยงนัมหันมามองหน้าผมก่อนจะพูดขึ้น

“นายอยากรู้เหตุผลที่มันทำแบบนี้ใช่มั้ย” ผมสาบานได้ว่าเห็นพี่ยงนัมน้ำตาคลอ ผมพยักหน้า พี่ยงนัมขว้ามือของผมก่อนจะออกวิ่งอย่างเต็มฝีเท้า ใจคอผมไม่ดี มันไม่ใช่เรื่องดีหรอกครับ แต่อีกใจก็ภาวนาว่าพี่เค้าจะแค่ล้อผมเล่น อย่าเป็นแบบนั้นเลยขอร้องล่ะ

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

“.......................” ผมไม่รู้จะพูดอะไรดี ตอนนี้กำลังยืนอยู่ในห้องๆหนึ่งในโรงพยาบาล หูของผมไม่ได้ยินเสียงร้องไห้ของพี่ยงนัม สายตาของผมพร่ามัวมองไม่เห็นร่างของเค้าที่นอนอยู่บนเตียงเพราะกลุ่มน้ำตา ริมฝีปากของผมพูดอะไรไม่ออก ขาของผมไม่สามารถพาผมไปใกล้เค้าได้เลย นี่เป็นฝันที่ร้ายที่สุดในชีวิตของผมใช่มั้ย ขอร้องล่ะถ้าเป็นแค่ฝันช่วยตื่นเดี่ยวนี้เลย ผมเจ็บจะตายอยู่แล้ว ไม่เอาแล้ว

“ฮิมชานอ่า” พี่ยงนัมพูดขึ้นแค่นั้นก่อนจะเดินมากอดผม ผมไม่เคยเห็นพี่ยงนัมร้องไห้หนักขนาดนี้มาก่อน น้ำตาของผมเริ่มไหลออก ผมร้องไห้โดยไม่มีเสียง ผมเจ็บมาก เจ็บเกินไป ตอนที่พี่ยงนัมปลอมตัวเป็นเค้าผมแค่รู้สึกว่าตัวเองกำลังโดนทำร้ายเพราะผมไม่รู้เหตุผลที่เค้าหายไปเฉยๆ แต่วันนี้ผมกลับรู้สึกว่าตัวเองกำลังโดนทอดทิ้งและเค้าจะไม่มีวันกลับมาอีกแล้ว หมดแล้วไม่มีอีกแล้ว

เค้าไม่บอกใครเรื่องที่เค้าป่วยแม้กระทั่งผม พี่ยงนัมเพิ่งรู้ตอนที่เค้าโทรขอร้องให้กลับมาเพราะอาการเค้าเริ่มทรุด ช่วงเวลาที่เคากำลังต่อสู้กับอาการพวกนั้นลำพังทำไมเค้าต้องทำให้ผมมีความสุขกับคนอื่นที่ไม่ใช่เค้า เค้าคิดว่าผมจะมีความสุขจริงๆเหรอกับการที่ให้ผมอยู่กับคนอื่น ผมคลายกอดจากพี่ยงนัมแล้วเดินเข้าไปหาเค้าที่นอนอยู่บนเตียง ฝ่ามืออบอุ่นที่เคยกุมมือผม คอยลูบหัวผมต่อจากนี้มันจะไม่มีอีกแล้ว ผมไล่นิ้วลงที่ริมฝีปากของเค้า จูบหอมหวานที่เคยทำให้ผมอุ่นใจต่อจากนี้จะไม่มีอีกแล้ว คนที่ผมรักมากที่สุดเค้าจากผมไปแล้ว.....

.

.

.

.

.

.

.

.

.

แต่ฉันคนนี้กลับลบคุณออกไปไม่ได้

เหมือนกับหุ่นไล่กาที่ถูกทิ้งไว้ให้อยู่ลำพังกลางทุ่งหญ้าเมื่อทุกคนเดินจากไป

 

“สองปีแล้วสินะ” ผมมาที่สุสานนี่ทุกวัน มาเยี่ยมเค้าทุกวัน ตั้งแต่วันนั้นที่เค้าจากไปผมก็รู้ได้ว่าจริงๆแล้วผมไม่ใช่คนที่ถูกทิ้งให้อยู่เพียงลำพังผมยังมีความรักของเค้าติดตามผมไปทุกที ความหวังดีที่เค้ามีให้ผมมันยังไม่เคยหายไป คนที่เดินออกมาคือผมต่างหาก คนที่กลายเป็นหุ่นไล่กาที่ถูกทิ้งให้อยู่เพียงลำพังคือเค้าไม่ใช่ผม แต่ต่อจากนี้เค้าจะไม่โดดเดี่ยวอีกแล้วผมจะไม่ปล่อยให้เค้าอยู่เพียงลำพังจะอยู่เคียงข้างเค้าเหมือนที่เค้าไม่เคยปล่อยให้ผมอยู่คนเดียว


................เพ้อ ล่องลอยไม่เอ่ยชื่อ ไม่มีพล็อต อ่านรู้เรื่องมั้ยค่ะ 555 เดี่ยวจะมาต่อใจร้ายให้นะไม่ทิ้งแน่ค่ะ................

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ messenger จากทั้งหมด 5 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

6 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 22 มีนาคม 2556 / 20:42
    ทำไมมันเศร้าได้อย่างเง้~ TT_TT
    #6
    0
  2. วันที่ 2 มีนาคม 2556 / 21:16
    ดราม่าาาา TT ดราม่าไปแล้วว
    #5
    0
  3. วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2556 / 04:20
    ดราม่ามาก แต่ประทับใจมากกกกกกกก

    ถึงจะมีหลายอย่างเหมือนกัน ...แต่ก็ไม่ใช่คนๆเดียวอ่ะเน๊อะ 
    เข้าใจเลยอ่ะ ความรุ้สึกนี่้


    ไรเตอร์บรรยายความรู้สึกได้ดีมาก : )
    #4
    0
  4. วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2556 / 12:12
    เศร้า :(
    #3
    0
  5. วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2556 / 22:10
    ไรท์ดราม่าาาาา!! แง้แง้ บังรักฮิมมากใช่มั้ยย ที่ยอมเป็นคนที่เจ็บที่สุดเพราะรักใช่มั้ย ฮืออออ สงสารฮิม สงสารบังงง ToT
    #2
    0
  6. วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2556 / 23:10
    บังทำไมทำกับชานนี่แบบนี้..TT
    #1
    0